หนูหมั้นกับแฟน มั่นใจในรักครั้งนี้ ก็ตัดสินใจท้องกับแฟน แต่เพิ่งรู้ว่ามีผู้หญิงอีกคนก็ท้องกับแฟนหนูเหมือนกัน พอถามแฟน แฟนบอกว่าถ้าจะต้องเลือกคนใดคนนึง ขอเลือกตัวเองดีกว่า หนูจะทำยังไงต่อไปดีคะ?

พุธทอล์ค พุธโทร RECAP

หนูหมั้นกับแฟน มั่นใจในรักครั้งนี้ ก็ตัดสินใจท้องกับแฟน แต่เพิ่งรู้ว่ามีผู้หญิงอีกคนก็ท้องกับแฟนหนูเหมือนกัน พอถามแฟน แฟนบอกว่าถ้าจะต้องเลือกคนใดคนนึง ขอเลือกตัวเองดีกว่า หนูจะทำยังไงต่อไปดีคะ?

13 ก.ย. 2024

          “คุณตาล (นามสมมติ)” อายุ 23 ปี สายแรกในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (11 ก.ย. 67) ได้โทรเข้ามาปรึกษา ‘ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม’ เกี่ยวกับปัญหาหมั้นกับแฟนเลยปล่อยท้อง แต่จับได้ว่าแฟนไปทำผู้หญิงคนอื่นท้องเหมือนกัน

           โดย “คุณตาล (นามสมมติ)” เล่าว่า ‘หนูคบกับแฟนมาเกือบ 3 ปี เขาดีกับหนูทุกอย่างจนทำให้หนูไว้ใจเขา และช่วงเดือนมีนาคมที่ผ่านมาเขาบอกหนูว่า เขาอยากมีลูก ด้วยความที่พวกเรามีแพลนที่จะหมั้นกัน หนูจึงตัดสินใจว่า ถ้าอยากมีหนูก็จะมีให้ พอผ่านมาไม่กี่เดือน ก็รู้ว่าตัวเองท้องตามที่อยากได้ เราดีใจมากบอกพ่อแม่เขา แล้วก็พาหนูไปฝากครรภ์ พอหลังจากนั้นประมาณ 2 - 3 วัน ก็มีผู้หญิงคนหนึ่ง แอดเฟซบุ๊กหนูมา หนูจึงเข้าไปดูด้วยความสงสัยว่าเป็นใคร ทำไมถึงแอดมา พอเข้าไปดูสตอรี่ที่เขาตั้งเอาไว้ ก็ได้เห็นว่าเขาอยู่กับแฟนเรา ไปไหนมาไหนด้วยกันบ่อยมาๆ เป็น 10 อัน หนูจึงไปถามแฟนว่า “คนนี้คือใคร ทำไมถึงอยู่ด้วยกัน” แฟนหนูก็ยอมรับแต่โดยดีว่า “เขาคุยกับผู้หญิงคนนี้อยู่

            หนูทั้งโกรธ และตกใจ คือเขามีคนอื่นก่อนหนูท้องอยู่แล้ว แต่ที่ให้หนูตั้งท้องเพราะเขารู้ว่า ถ้าหนูท้องแล้วจับได้ว่าเขามีคนอื่น หนูก็ต้องให้อภัยเขาอยู่แล้ว หลังจากนั้นหนูก็คุยกับเขา หนูก็ให้โอกาสเขาปรับปรุงตัว แล้วก็เลิกกับผู้หญิงคนนั้น พอหลังจากนั้น 3 - 4 เดือน หนูเข้าไปส่องเฟซของผู้หญิงคนนั้น ก็เห็นว่าเขาโพสต์ว่าเขาท้อง หนูก็สงสัยว่าเขาท้องกับใคร ก็เลยไปถามแฟน ตอนแรกแฟนไม่ยอมรับ พอหนูเค้นถามไปเรื่อย จนเขายอมรับว่า “เขากำลังไปคุยกัน เพราะผู้หญิงคนนั้นขู่ว่า ถ้าแฟนของหนูไม่กลับไปคบกับเขา เขาจะฆ่าตัวตาย” แฟนหนูเลยยอมกลับไปคบกับผู้หญิงคนนั้น ซึ่งผู้หญิงคนนั้นที่ท้อง ก็ท้องกับแฟนหนู ตอนนี้ท้องประมาณ 2 - 3 เดือน

         หลังจากนั้น แฟนก็มาขอโอกาสหนู เขาบอกว่า “ถ้าให้เลือก เขาเลือกหนู เขาตัดขาดกับผู้หญิงคนนั้นได้ แต่เขาตัดขาดจากลูกไม่ได้” ซึ่งหนูเลยบอกว่า “ถ้าให้อยู่แบบนั้น หนูไม่โอเค” แล้วคำตอบที่ได้มาจากเขาคือ “งั้นขอไม่เลือกใคร จะอยู่คนเดียวเอง” ตอนนี้คือพ่อแม่ของหนูอยากให้หนูกลับไปอยู่บ้านที่ต่างจังหวัด หนูคิดว่าจะกลับบ้าน แล้วหนูก็คิดว่า ต่อให้กลับไปคืนดีกับเขาก็คงทำไม่ได้ เพราะหนูหมดความเชื่อใจเขาไปหมดแล้ว หนูอยากถามพี่ๆดีเจว่า หนูควรมูฟออนจากตรงนี้ยังไงดีคะ?’

        เริ่มจาก “ดีเจต้นหอม” ให้คำปรึกษาว่า ‘ในภาวะของคนเป็นแม่จะมีฮาร์โมนอะไรบางอย่างที่ฟุ้งซ่าน และเป็นความกังวล พอเป็นลูกคนแรกตาลอาจจะคิดว่า เวลานี้เราไม่ควรอยู่คนเดียว แต่ในการที่พี่ได้คุยกับตาล ตาลเป็นคนที่เข้มแข็งมาก ค่อนข้างแน่วแน่ ซึ่งตอนนี้เหมือนตาลได้ตัดแฟนที่เป็นเนื้อร้ายอออกไปได้ 1 ก้อนแล้ว ทีนี้เราต้องอยู่กับสิ่งมีชีวิตที่กำลังจะเกิดซึ่งคือลูกของเรา พี่อยากให้ตาลมีความสุขและสนุกกับสิ่งมีชีวิตที่กำลังจะเกิดมา ให้มีความสุขกับการรอคอยว่าเมื่อไหร่เขาจะเกิด ตัดไปเลยว่าการมีความสุขไม่ต้องมีผู้ชายคนนั้น ยิ่งตัดผู้ชายคนนั้นออกไปได้เท่าไหร่จะยิ่งดี ความสุขของตาลจะหดหายก็ต่อเมื่อตัดเขาไม่ขาด เขาจะวุ่นวายจนทำให้ตาลรู้สึกลังเล ในมุมของพี่ พี่อยากให้ตาลกลับไปอยู่กับที่บ้านกับพ่อแม่ แล้วรู้สึกว่า ”เราไม่ได้อยู่คนเดียวนะ ตอนนี้เราอยู่กับคนที่รักเราทั้งหมดเลย คนที่ไม่รักเรา คนที่เห็นแก่ตัว คนที่พูดจาโกหกใส่เรา มันออกไปแล้ว” แล้วถ้าระหว่างนี้ตาลรู้สึกว่าเหงา ฟุ้งซ่าน หรืออยู่คนเดียว ตาล Direct มาหาพี่เลย เดี๋ยวพี่จะเป็นเพื่อนคุยกับตาล ทำยังไงก็ได้พี่หอมไม่อยากให้ตาลกลับไป พี่อยากให้ตาลมีความสุข อีกไม่กี่เดือนน้องจะเกิดมาแล้ว ”เราจะซื้อของอะไรไว้ดี เราจะสอนอะไรเขาดี” อย่าให้ใครมาทำลายความสุขเรา คนที่เขามาเพื่อทำร้ายเรามันจะออกไปแล้ว อดทนอีกนิดนึง เมื่อไหร่ที่มันออกไป วันนั้นจะไม่มีอะไรกวนใจตาลได้เลย’

      ต่อมา “ดีเจเติ้ล” ให้คำปรึกษาว่า ‘วิธีที่ตาลจะมูฟออนคือโฟกัสกับตัวเองและลูกเลย หลังจากที่เราโชคร้ายเจอคนที่ไม่ดีคนนี้ จากนี้ไปมีจะดีขึ้นเรื่อยๆ  ตาลจะตั้งใจเลี้ยงลูกโดยมีคุณตาคุณยายช่วยเลี้ยงเขามาให้ดีที่สุด แล้วลูกก็จะออกมาเป็นคนดีที่ไม่ทำตัวเหมือนพ่อ ในความโชคร้ายก็ยังมีความโชคดีที่คุณพ่อคุณแม่เข้าใจ และพร้อมรับให้ตาลกลับบ้านเสมอ กลับไปอยู่กับคุณพ่อคุณแม่เริ่มใหม่ ดูแลตัวเอง อีก 3 เดือนก็จะได้เจอเขาแล้ว ถ้าเป็นพี่พี่จะเลี้ยงเขาให้ดีที่สุด ให้เขาไม่ทำผู้หญิงคนไหนเสียใจ เขาจะไม่มีวันทำแบบนี้กับสิ่งที่พ่อทำกับแม่เขา เอาให้พ่อในอนาคตมาเห็น มันละอายใจตัวเอง เราต้องยืนอย่างสง่า กับลูก กับตา กับยาย’

      สุดท้าย “ดีเจเผือก” ให้ความคิดเห็นต่อว่า “ผู้ชายคนไหนที่ทำร้ายภรรยาในขณะที่ท้องอยู่ ไม่ว่าจะทางร่างกายหรือจิตใจ พี่ให้เป็น 1 ในเคสที่ไม่น่าคบหามากที่สุด พี่ว่ามันเกิดกว่าจะให้โอกาส ไม่มีเหตุผลอะไรที่จะให้โอกาส หรืออยู่กับเขาต่อ แถวเขายังหลอกให้ตาลท้องอีก ใจร้ายมาก เห็นด้วยกับพี่หอมเลยว่า การเปลี่ยนสภาพแวดล้อม เปลี่ยนบรรยากาศ กลับไปอยู่กับคุณพ่อคุณแม่น่าจะดีที่สุด อย่างน้อยยังมีคนที่ช่วยเลี้ยงน้อง แล้วอยากให้ตาลรู้เสมอว่า ด้วยฮอร์โมนจากการคลอด ไม่ว่าจะเศร้าอยู่ หรือปกติ ก็มีโอกาศที่จะเป็นซึมเศร้าหลังคลอด แต่ให้คิดว่า ถ้ามีผู้ชายคนนี้อยู่อาจจะหนักกว่านี้ก็ได้ พี่คิดว่าตาลเป็นคนฉลาด และรู้ว่าควรเลือกสิ่งไหนให้ตัวเองและลูก แล้ววันนี้ตาลได้เลือกแล้ว ด้วยความมั่นใจและเด็ดขาดในการตัดสินใจครั้งนี้ ขอเป็นคนที่สนับสนุนการตัดสินใจครั้งนี้ของตาล หลังจากนั้นไม่ต้องกังวลอะไรมาก แม่เลี้ยงเดี่ยวเก่งๆมีเยอะมากมากในวยุค จงเชื่อว่าเราได้เลือกสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับเราและลูกแล้วในวันนี้ คนบางคนไม่มีดีกว่ามี และดูแลสุขภาพให้ดีนอนให้ดี กินให้ดี รู้สึกอุ่นใจที่ตาลตัดสินใจแบบนี้นะ ตาลเด็ดเดี่ยวมาก พวกพี่ขอส่งกำลังใจให้’

เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทาง

ใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATION

รับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

related พุธทอล์ค พุธโทร RECAP

ผมมีปมเรื่องความรัก เพราะเคยโดนเทคืนข้ามปี และ คืนฮาโลวีน พอถึงเทศกาลฮาโลวีน และ เทศกาลปีใหม่แต่ละปี ผมจะรู้สึกนอยด์ๆ ไม่ครื้นเครงแบบคนอื่น จะทำยังไงให้ก้ามข้ามความรู้สึกนี้ไปได้ดีครับ ?

01 พ.ย. 2024

ผมมีปมเรื่องความรัก เพราะเคยโดนเทคืนข้ามปี และ คืนฮาโลวีน พอถึงเทศกาลฮาโลวีน และ เทศกาลปีใหม่แต่ละปี ผมจะรู้สึกนอยด์ๆ ไม่ครื้นเครงแบบคนอื่น จะทำยังไงให้ก้ามข้ามความรู้สึกนี้ไปได้ดีครับ ?

“คุณเต้ (นามสมมติ)” อายุ 27 ปี สายที่สองในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ [30 ต.ค. 67] ได้โทรเข้ามาปรึกษา ‘ดีเจเผือก – ดีเจเติ้ล – ดีเจต้นหอม’ เกี่ยวกับการโดนเทช่วงเทศกาล แล้วกลายเป็นปมในชีวิตตัวเอง “คุณเต้ (นามสมมุติ)” โทรมาเล่าสั้นๆว่า ‘จริงๆไม่มีอะไรมาก แต่เห็นว่าพรุ่งนี้เป็นคืนวันฮาโลวีน ก็เลยอยากจะโทรมาเล่าปมเล็กๆในใจว่าตัวเองเคยโดนเท ตอนคืนวันเทศกาล ทั้งฮาโลวีน และปีใหม่ พรุ่งนี้เพื่อนๆก็นัดผมไปเที่ยวฮาโลวีน แต่ผมกลับยกเลิกนัดเพื่อน เพราะว่าไม่อยากไปแล้ว นอยด์ ตอนนั้นที่โดนเทวันฮาโลวีนคือเหตุการณ์ล่าสุดเมื่อ 2 ปีที่แล้ว แต่ที่โดนคืนข้ามปีนั้นสมัยเด็กๆ ก็ไม่รู้จะก้าวข้ามไปยังไงดี?’ งานนี้ “ดีเจต้นหอม” ให้ความคิดเห็นว่า ‘ดีแล้วที่เขาเทเราคืนวันฮาโลวีน คิดซะว่าเป็นคืนปล่อยผี แล้วไปหาคนใหม่ซะ!!’ ต่อมา “ดีเจเติ้ล” ก็แชร์ประสบการตัวเองสั้นๆว่า ‘เคยโดนคนคนนึงเทมาคืนข้ามปีเหมือนกัน แต่ขอเขาว่า อย่า ไม่ให้เลิกคืนนี้ หลังจากนั้น 2-3 วันก็เลิกกัน’ ส่วน “ดีเจเผือก” ก็แนะนำว่า ‘ให้ไปหาคนใหม่ คุยกันแต่แรกเลยว่าถ้าวันใดวันนึงจะเลิกกัน อย่ามาเลิกกันช่วงเทศกาล ตกลงกันตั้งแต่แรกเลย สุดท้ายยังไงเราก็ต้องมีคนใหม่’ และทั้งสามดีเจก็แซวๆว่า ‘ตอนนี้ในไลฟ์สด แชทจากแฟนๆ ชมว่าเต้เสียงหล่อ พร้อมดามใจเต้เลยทันที’ หลังจากนั้น “คุณเต้ (นามสมมุติ)” บอกว่าพอฟังพี่ๆแล้วมีกำลังใจเลย พรุ่งนี้ผมจะไปเที่ยวที่ข้าวสารกับเพื่อนเหมือนเดิม ไทป์ของผม ได้หมดเลย ใครก็ได้ เพศไหนก็ได้ครับ เรื่องอายุผมก็ไม่ติด วิธีสังเกตผมก็เป็นผู้ชาย สูง 170 กว่าๆ น้ำหนัก 60 ใส่แว่นกลม แล้วก็สวมแหวนนิ้วที่นิ้วโป้งข้างขวานะครับงานนี้ทำเอาชาวพุธโทรเรี่ยนที่โสดอยู่ ถึงกับแซวๆมาในคอมเม้นต์ไลฟ์สดว่า ‘จะออกไปตามล่าหาคุณเต้กันที่ข้าวสารเลยจ้า’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

งานที่หนูทำ ยืดหยุ่นเรื่องเวลา เข้างานกี่โมงก็ได้ แต่แฟนหนูไม่เข้าใจ พูดกรอกหูทุกวัน ‘อยู่บ้านเฉยๆสบายเนอะ’ ทั้งที่งานบ้านเราก็ทำ งานประจำเราก็ต้องทำ และทุกเช้าหนูก็ส่งเขาขึ้นรถไปทำงานทุกวัน หรือจริงๆเเล้วเเฟนเเค่อิจฉาเพราะเราตื่นสายได้

21 ก.พ. 2025

งานที่หนูทำ ยืดหยุ่นเรื่องเวลา เข้างานกี่โมงก็ได้ แต่แฟนหนูไม่เข้าใจ พูดกรอกหูทุกวัน ‘อยู่บ้านเฉยๆสบายเนอะ’ ทั้งที่งานบ้านเราก็ทำ งานประจำเราก็ต้องทำ และทุกเช้าหนูก็ส่งเขาขึ้นรถไปทำงานทุกวัน หรือจริงๆเเล้วเเฟนเเค่อิจฉาเพราะเราตื่นสายได้

งานที่หนูทำ ยืดหยุ่นเรื่องเวลา เข้างานกี่โมงก็ได้ แต่แฟนหนูไม่เข้าใจ พูดกรอกหูทุกวัน‘อยู่บ้านเฉยๆสบายเนอะ’ ทั้งที่งานบ้านเราก็ทำ งานประจำเราก็ต้องทำและทุกเช้าหนูก็ส่งเขาขึ้นรถไปทำงานทุกวัน หรือจริงๆเเล้วเเฟนเเค่อิจฉาเพราะเราตื่นสายได้เเต่เเฟนต้องตื่นเช้า? “คุณหมวย (นามสมมติ)” อายุ 30ปี สายสุดท้ายของ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา [19 ก.พ. 68] ได้โทรเข้ามาปรึกษา ‘ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม’ เกี่ยวกับปัญหาความคิดเห็นที่ไม่ตรงกันในความสัมพันธ์กับแฟน โดย “คุณหมวย (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘หนูทำงานตำเเหน่ง Project Coordinator​​ ที่ช่วยผู้จัดการ ผู้ช่วย เลยทำให้มีความยืดหยุ่นในเรื่องของเวลาการทำงาน ไม่ได้ทำงานเป๊ะๆ เเบบเข้างาน 9 โมง เลิกงาน 6 โมงเย็น แต่คือหนูสามารถทำงานที่ไหนก็ได้ เข้างานกี่โมงก็ได้ ซึ่งตรงนี้มันทำให้หนูเกิดปัญหากับเเฟนเพราะว่า เเฟนมองหนูว่าขี้เกียจรึป่าว ทำไมเขาต้องตื่นเช้าไปทำงาน เเต่หนูไปทำงานสายๆ เเล้วเขาก็ชอบพูดกับหนูเเบบติดนอยว่า เออ ทำไมงานสบายจัง หรือหนูทำงานจริงรึป่าวเนี่ย เเต่หนูกับเเฟนก็อายุห่างกันเเค่ 3 - 4 ปี เเต่สิ่งที่ทำให้เขาคิดเเบบนี้เป็นเพราะหนูก็พึ่งย้ายมาทำงานนี้ ตอนที่คบกับเขามาได้ประมาณ 2 ปี ส่วนเรื่องภายในบ้านตอนนี้ หนูก็ช่วยเขาออกค่าใช้จ่ายเป็นปกติ ไม่ได้ให้เขาออกคนเดียว หรือไปเบียดเบียนเขาเลย ก็คือหนูสามารถดูเเลตัวเองได้ เเล้วหลังๆมาปัญหานี้ก็ทำให้หนูรู้สึกไม่ดีกับตัวเอง เเละคำพูดเขาด้วย ที่สำคัญหนูไม่ได้อยากทะเลาะกับเขาเรื่องนี้เพราะหนูทำงานก็เหนื่อยเเล้ว เขาทำงานฝั่งของเขาก็เหนื่อย เเล้วทุกเช้าหนูก็จะตื่นมาส่งแฟนไปทำงานก่อน แต่โดนพูดเเบบนี้ตลอด หนูอยากจะปรึกษาพี่ๆดีเจว่า หนูควรคุยกับเขาเรื่องนี้เเบบจริงจังดีไหม หรือควรปล่อยผ่านเป็นเรื่องขำๆ ไปดีคะ? ซึ่ง “ดีเจเผือก” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘ประเด็นพี่กำลังคิดอยู่ปัญหานี้มันเกิดจากอะไร หรือเขาไม่ได้ว่าหนูด้วยเหตุเเละผล เขาอาจจะคิดว่าทำไมตัวเองต้องตื่นเช้า เเต่เเฟนสามารถไปทำงานตอนไหนก็ได้ ก็เลยรู้สึกเเบบ ฟาดงวงฟาดงาเเบบนั้นรึป่าว ก็อาจจะลองปรับเปลี่ยนดู เเต่ถ้ามันสุดทางเเล้วจริงๆพี่ว่าอาจจะต้องลองปรับเขาออกไปเเทน’ ต่อมา “ดีเจเติ้ล” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘จากที่พี่ลองฟังดู เขาดูไม่ค่อยมีความสุขกับชีวิตเท่าไหร่นะ เเละพี่ก็เชื่อว่าต่อให้หมวยลาออกจากงาน เเล้วทำงานบ้านอย่างเดียวเขาก็จะพูดเหมือนเดิมว่า เเล้วถ้าหมวยกล้าพูด หมวยก็ต้องลองพูดกับเขาดูนะ ว่าเขาไม่โอเคอะไรกับหมวย เพราะถ้าพูดตามความเป็นจริงหมวยก็ไม่ได้ผิดอะไรเลย’ ต่อมา “ดีเจต้นหอม” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘หมวยลองคุยกับเขาดูว่าเเบบ เธอโอเครึป่าว หรือเธอมีปัญหาอะไรจากงาน เเล้วถ้าเขาบอกว่าไม่มี ก็บอกให้หยุดพูดเเบบนี้กับหมวย ลองคุยกับเขาประมาณนี้ พูดในความรู้สึกเเบบเป็นห่วงเขา’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามชมใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

หนูมีเพื่อนสองคน ผู้ชายกับผู้หญิง แต่เพื่อนผู้หญิงมาปรึกษาว่าเพื่อนผู้ชายคนนี้ ชอบทักมาถามว่าอยู่คนเดียวไหม? แล้วก็ส่งรูป คลิป ช่วยตัวเองมาให้เพื่อนหนูดู เพื่อนหนูปฏิเสธแล้ว แต่ก็ยังส่งมา จนตอนนี้ดูมาเกือบ 2 ปีแล้ว

13 ก.ย. 2024

หนูมีเพื่อนสองคน ผู้ชายกับผู้หญิง แต่เพื่อนผู้หญิงมาปรึกษาว่าเพื่อนผู้ชายคนนี้ ชอบทักมาถามว่าอยู่คนเดียวไหม? แล้วก็ส่งรูป คลิป ช่วยตัวเองมาให้เพื่อนหนูดู เพื่อนหนูปฏิเสธแล้ว แต่ก็ยังส่งมา จนตอนนี้ดูมาเกือบ 2 ปีแล้ว

หนูมีเพื่อนสองคน ผู้ชายกับผู้หญิง แต่เพื่อนผู้หญิงมาปรึกษาว่าเพื่อนผู้ชายคนนี้ชอบทักมาถามว่าอยู่คนเดียวไหม? แล้วก็ส่งรูป คลิป ช่วยตัวเองมาให้เพื่อนหนูดู เพื่อนหนูปฏิเสธแล้วแต่ก็ยังส่งมา จนตอนนี้ดูมาเกือบ 2 ปีแล้ว เพื่อนผู้หญิงบอก ถ้าเขากล้าส่งมา ก็กล้าดู หนูจะทำไงดีคะ? “คุณขนมปัง (นามสมมติ)” อายุ 22 ปี สายที่สี่ในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ [11 ก.ย. 67] ได้โทรเข้ามาปรึกษา ‘ดีเจเผือก – ดีเจเติ้ล – ดีเจต้นหอม’ เกี่ยวกับปัญหาเพื่อนผู้หญิงโดนเพื่อนผู้ชายส่งรูปของลับมาให้เป็นเวลากว่า 2 ปี โดย “คุณขนมปัง (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘หนูมีกลุ่มเพื่อน 3 คนรวมหนูด้วย อยู่ด้วยกันมาตั้งแต่ม.ปลาย แล้วตอนม.ปลายหนูก็จะสนิทกับเพื่อนผู้หญิงคนหนึ่งที่ชื่อ “ส้มส้ม” ส่วนอีกคนเป็นเพื่อนผู้ชายชื่อ “กาย” ที่คุยกันได้แต่ไม่ได้สนิทกันขนาดนั้น พอช่วงจบมัธยมเรา 3 คนก็แยกย้ายกันไปต่อมหาลัยคนละที่ ซึ่งตัวหนูกับกายก็แทบไม่ได้คุยกันเลยเพราะเราไม่ได้สนิทกันตั้งแต่ต้น แต่ว่ากายกับส้มเค้าจะยังมีติดต่อกันเพราะเค้าสนิทกัน จนเรื่องเริ่มมาพีคช่วงปี 2 - 3 อยู่ดี ๆ กายจะเริ่มทักไปหาส้มส้มว่า “ทำอะไรอยู่ , อยู่กับใคร” พอส้มส้มบอกว่าอยู่คนเดียวกายจะเริ่มถามส้มส้มว่า “อยากดูมั้ย” ซึ่งหมายถึงอวัยวะเพศของกาย ส้มส้มเลยตอบว่าไม่ดูแต่สุดท้ายกายก็ส่งมา และไม่ได้ส่งมาแค่ครั้งเดียว ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมากายส่งรูป และคลิปอวัยวะเพศมาเยอะจนนับไม่ถ้วนเลย แถมช่วงหลังก็หนักข้อขึ้นเป็นคลิปช่วยตัวเอง แถมยังวิดีโอคอลมาโชว์อีก ประเด็นคือ กายก็เหมือนจะมีคนคุยหรือแฟนอยู่แล้ว และส้มส้มเองก็มีแฟน ซึ่งทั้งแฟนส้มส้มและกายก็เป็นพี่น้องที่รู้จักกันและสนิทกัน ทุกครั้งกายจะบอกให้ส้มส้มลบแชทเพราะกลัวแฟนส้มส้มรู้ ส้มส้มก็เหมือนปลงก็ฟีลประมาณว่าถ้าจะส่งก็ส่งมาเดี๋ยวดูให้ก็ได้ หนูเลยอยากถามพี่ ๆ ว่าแบบนี้คืออะไร? และอยากรู้ว่าการที่ผู้ชายส่งแบบนี้ให้ผู้หญิงคือต้องการอะไร?’ โดย “ดีเจทั้ง 3 คน” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘ตอนนี้คนส่งมาไม่เท่ากับคนที่ดูมาตลอดนะ เพราะคนที่ส่งมาคำตอบง่าย ๆ คือโรคจิต ส่วนคนดูไม่หยุดหย่อนนี่จิตกว่านะที่ผูกพันกับมันไปแล้วนะ ทีนี้ต้องไปเอาความจริงกับส้มส้มแล้วนะว่าส้มส้มไม่ชอบจริง ๆ หรอ เพราะถ้าคนเราไม่ชอบจริง ๆ อะบล็อกไปตั้งนานแล้ว เพราะนี่คือเรื่องคุกคามทางเพศที่ไม่ใช่เรื่องเล็ก ๆ เพราะถ้าโทรมาให้ดูแบบนี้นี่คือการใช้เราเป็นเครื่องมือทางเพศแล้วนะ เพราถ้านาน ๆ ที่ส่งมาแล้วเม้าท์กับเพื่อนว่า “เออมันส่งมาอีกละนะ” ยังพอเข้าใจ แต่นี่ส่งตลอด ละพอกายโทรมาก็รับ จริง ๆ มันง่ายมากแต่เค้าไม่เลือกทำมันอะ เค้าเลือกที่จะรับสารนั้น เพราะถ้าพี่เป็นส้มพี่บอกแฟนแล้วนะว่าไปจัดการให้หน่อย เพราะคำแนะนำพวกพี่คือบล็อกไม่มีอะไรยากเลย พี่ว่าเรื่องนี้มันไม่เหนือบ่ากว่าแรงที่จะคิดว่าเค้าผิดปกตินะ เพราะมันไม่มีช่องไหนได้เลยที่จะบอกว่าเค้ามีเหตุผลที่จะทำ เช่นมาจีบหรืออะไร แต่เค้าเป็นโรคจิต เรื่องที่มันไม่ปกติอย่าทำให้มันปกติ เพราะเรากำลังถูกคุกคาม’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

ชีวิตหนูกำลังจะไปได้ดี มีแฟน มีบ้าน ทำธุรกิจที่ต่างประเทศ แพลนพาครอบครัวที่ไทย ไปใช้ชีวิตด้วยกันที่นั่นแล้ว แต่ไม่นานมานี้ คุณแม่เพิ่งตรวจเจอมะเร็งปอดระยะที่ 4 อยู่ในระยะแพร่กระจายแล้ว ตอนนี้เหมือนทุกอย่างที่แพลนไว้ พังลงไปหมดเลย หนูทำใจไม่ได้

13 มิ.ย. 2025

ชีวิตหนูกำลังจะไปได้ดี มีแฟน มีบ้าน ทำธุรกิจที่ต่างประเทศ แพลนพาครอบครัวที่ไทย ไปใช้ชีวิตด้วยกันที่นั่นแล้ว แต่ไม่นานมานี้ คุณแม่เพิ่งตรวจเจอมะเร็งปอดระยะที่ 4 อยู่ในระยะแพร่กระจายแล้ว ตอนนี้เหมือนทุกอย่างที่แพลนไว้ พังลงไปหมดเลย หนูทำใจไม่ได้

ชีวิตหนูกำลังจะไปได้ดี มีแฟน มีบ้าน ทำธุรกิจที่ต่างประเทศ แพลนพาครอบครัวที่ไทยไปใช้ชีวิตด้วยกันที่นั่นแล้ว แต่ไม่นานมานี้ คุณแม่เพิ่งตรวจเจอมะเร็งปอดระยะที่ 4อยู่ในระยะแพร่กระจายแล้ว ตอนนี้เหมือนทุกอย่างที่แพลนไว้ พังลงไปหมดเลย หนูทำใจไม่ได้ไม่เคยคิดเรื่องนี้มาก่อน ตอนนี้ลำดับชีวิตตัวเองไม่ถูกเลย จะบินไปทำงานหาเงิน ส่งมารักษาแม่หรือ จะอยู่กับแม่ที่ไทยเลยดี ใครที่มีคนใกล้ชิดเป็นมะเร็งแบบไม่ทันตั้งตัว ช่วยเล่าประสบการณ์ให้หนูฟังทีนะคะ “คุณหนู (นามสมมติ)” อายุ 28 ปี สายแรกในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อวันพุธที่ผ่านมา [11 มิ.ย 68] ได้โทรเข้ามาปรึกษา “ดีเจเผือก – ดีเจเติ้ล – ดีเจต้นหอม” เกี่ยวกับปัญหาชีวิต และคุณแม่เป็นมะเร็งระยะที่ 4 โดย “คุณหนู (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘บ้านหนูอยู่ต่างจังหวัด หนูทำงานมาตั้งแต่อายุ 15 ปี เริ่มขายของ ส่วนคุณแม่เห็นว่าจริงจัง คุณแม่เลยคอยสนับสนุนในทุก ๆ เรื่อง คือหนูอยากทำเอง ที่บ้านไม่ได้มีปัญหาเรื่องเงินหรืออะไร แค่เป็นคนชอบขายของ หนูทำจนแม่เห็นว่าได้เยอะ เลยช่วยเปิดร้านให้ หลังจากเรียนจบ หนูได้เข้ามาเปิดร้านในกรุงเทพ ตอนแรกคุณพ่อ คุณแม่ เขาก็อยู่ด้วยกันตามปกติ แต่พอหนูมาเปิดร้านที่กรุงเทพ แม่เขาก็ยอมเสียสละเวลาตรงนั้น เพื่อที่จะเข้ามาช่วยหนูทำงาน ปัจจุบันนี้หนูทำงานอยู่ต่างประเทศ แต่ตอนนี้กลับมาอยู่ที่ไทยอยู่ ปกติหนูมีคุณแม่เป็นทุกอย่างในชีวิตเลย คือเวลาอยู่ต่างประเทศเวลามันจะไม่ตรงกันกับเพื่อน ๆ ที่อยู่ไทย หนูก็จะเกรงใจ หนูเลยโทรหาแม่ ทุกเรื่องเลย แม้กระทั้งเรื่องเล็กน้อย แม่ก็จะเป็นกำลังใจ เป็นแรงสนับสนุนทุก ๆ อย่างเลย ทีนี้ก่อนที่หนูจะย้ายมาอยู่ต่างประเทศ หนูเปิดร้าน 2 ที่ แต่ต้องเลิกกิจการ เพราะตลาดที่นั่นมันได้ปิดตัวลงกระทันหัน และทางตลาดเขาไม่ได้แจ้งอะไร แล้วทีนี้ของที่เปิดร้าน มันเลยไปอยู่ที่บ้านคุณแม่ จนตอนนี้บ้านโทรมมาก หนูก็เลยท้อ หลังจากนั้นหนูได้บอกเลิกแฟนที่คบกันมา 6 ปี ว่า “เราคงไม่ได้เจอกันแล้วแหละ เพราะว่าเดี๋ยวไปอยู่ต่างประเทศครั้งนี้ เราจะไม่กลับมาแล้ว” ซึ่งนี่เป็นความตั้งใจตั้งแต่ก่อนจะไปอยู่ต่างประเทศเลย ตั้งใจไปตั้งตัวใหม่ที่นู้น จริง ๆ ตอนแรกแค่ไปเรียนก่อน มันช่วงที่ติดโควิดพอดี เลยมีโอกาสในเรื่องของวีซ่า เพราะว่ามันกลับไม่ได้ ซึ่งตอนที่ไป คือตั้งใจว่าทำงานเก็บเงินให้ได้ไวที่สุด เพื่อที่จะแก้ไขที่เอาของไปไว้ที่บ้านคุณแม่ ทำให้บ้านคุณแม่โทรม วางแผนอนาคตไว้ว่าจะเคลียร์ของออกจากบ้านและทำให้เร็วที่สุด ทุกครั้งเวลาหนูโทรหาคุณแม่ หนูจะคุยแต่เรื่องคนอื่น เช่น เรื่องคุณยายที่อายุเยอะขึ้นแล้ว หรือคุณพ่อที่เป็นโรคหัวใจ ไม่เคยคิดเลยว่าวันนึง คุณแม่จะป่วย จนกระทั่งหลังจากหนูย้ายไปต่างประเทศ คุณแม่ได้ย้ายกลับไปอยู่ต่างจังหวัดที่พึ่งสร้างเสร็จ ซึ่งจริง ๆ พวกหนูไม่เคยมีบ้านที่ต่างจังหวัดมาก่อน อาศัยอยู่ในโรงงาน เหตุเพราะมันมีปัญหาเรื่องในครอบครัวนิดหน่อย แต่ในที่สุดคุณแม่ก็ได้ย้ายกลับไปอยู่ หลังจากที่หนูแยกเขาออกมาจากพ่อตัวเองนานแล้ว เขาไม่ได้เลิกกันหรืออะไร มาวันหนึ่งอยู่ ๆ คุณแม่ก็เริ่มป่วย เริ่มไอหนักขึ้นเรื่อย ๆ ไปหาหมอประมาณ 6 เดือน ทุก ๆ สองอาทิตย์ หมอบอกว่าแต่ว่า “คุณแม่เป็นคออักเสบ หลอดลมอักเสบ กรดไหลย้อน” และพอไป x-ray ปอด จึงเจอก้อนเนื้อประมาณ 2 เซนติเมตร แต่หมอบอกว่าไม่ใช่มะเร็ง พอเวลาผ่านไปแม่ก็ไอหนักขึ้น จึงได้ถามหมอไปว่า “ต้องมารักษาอีกไหม” หมอบอกว่า “หายแล้ว แค่ต้องกินน้ำอุ่น กินอะไรก็หายแล้ว” แต่คุณแม่ก็ยังไอไม่หยุด คุณพ่อเลยพาไปตรวจที่โรงบาลเอกชนและได้ฉีดสีที่ CT Scan จนเจอว่าก้อนเนื้อ 2 เซนติเมตรนั้นกลายเป็น 8 เซนติเมตร มันโตเร็วมาก ในระยะเวลาประมาณ 4 เดือน จนได้ตรวจกับหมอคนที่ 4 เขาแจ้งว่า “ก้อนเนื้อนี้ เป็นมะเร็งแน่นอน” ซึ่งตอนนั้นหนูอยู่ต่างประเทศ และคุณแม่เป็นคนโทรมาบอก หนูจึงต้องบินกลับมา แต่แล้วปรากฏว่าคุณแม่เป็นมะเร็งระยะที่ 4 ลามไปที่คอ หนูเพิ่งรู้มาประมาณเดือนครึ่งเอง ตอนนี้หนูทำใจไม่ได้ หนูไม่แน่ใจว่าหนูควรจะวางแผนในชีวิตยังไงดี เพราะว่าใจนึงหนูก็อยากใช้ชีวิตที่ต่างประเทศ เพื่อที่จะหาเงินได้เยอะ ๆ อย่างที่ตั้งใจไว้ และรีบกลับมาทำบ้านให้คุณแม่ตามคำสัญญา แต่เงินนั้นก็ต้องไปสู่การรักษาด้วย การรักษาตอนนี้ใช้สิทธิของรัฐบาลอยู่ แต่จะมียาบางตัวที่ไม่ได้อยู่ในสิทธิการรักษา ซึ่งแค่เฉพาะยาเดือน ๆ นึง ตกประมาณ 200,000 – 400,000 บาทเลย ทางบ้านทุกคนก็ต้องช่วยกันหาเงินมารักษาคุณแม่อยู่ดี ถ้ามันถึงจุดนั้นขึ้นมา หนูไม่รู้จะโฟกัสกับอนาคตตัวเองเพื่อที่จะมารักษาคุณแม่ และทำบ้านให้แม่ตามคำสัญญาก่อนที่จะไปอยู่แล้วดี หนูไม่มีกำลังใจในการใช้ชีวิต เพราะปกติหนูมีปัญหาอะไรที่นู้น หนูจะโทรหาคุณแม่ได้ทุกเรื่อง แต่พอตอนนี้คุณแม่เขาอยู่โรงพยาบาลใช้เครื่องช่วยหายใจมา 40 กว่าวัน แค่คิดว่าหลังจากนี้จะโทรหาเขาไม่ได้ตลอดไป หนูยิ่งไม่มี passion ในการใช้ชีวิต แบบคุณแม่เป็นคนที่เริ่มก้าวมาด้วยกันกับเรา หนูอยากให้เขาอยู่ในวันที่หนูประสบความสำเร็จแบบที่คิดไว้ด้วยกัน ซึ่งเรื่องนี้มันกะทันหันค่อนข้างมาก เพราะไม่ได้คิดไว้เลย คุณแม่ไม่ได้มีอาการหรืออะไรที่ดูเป็นไปได้ตั้งแต่แรกเลย’ หนูเลยอยากจะมาปรึกษาดีเจทั้งสามคนว่า “ตอนนี้หนูควรทำยังไง ควรจะกลับไปเมืองนอกหรืออยู่กับคุณแม่ ?” และ “ถ้าวันหนึ่งหนูต้องเสียคุณแม่ไปจริง ๆ หนูจะอยู่ยังไง ?” คือหนูมีกำลังใจและใช้ชีวิตได้ เพราะว่ามีความฝันที่อยากจะทำบ้านให้คุณแม่ทุก ๆ วัน โดยที่ไม่เคยรู้สึกท้อ ไม่เคยเศร้า หรืออะไรเลย แม่เปรียบเหมือนกำลังใจสำคัญ ถ้ามีเขาอยู่ ก็จะทำให้มีความสำเร็จ โดยดีเจทั้งสามคน (ดีเจเผือก – ดีเจเติ้ล – ดีเจต้นหอม) ได้ให้ความคิดเห็นไปในทางเดียวกันว่า ‘การจากกันเป็นสัจธรรมของชีวิต มันเป็นธรรมชาติของมนุษย์ เกิด แก่ เจ็บ ตาย เป็นเรื่องที่ทุกคนต้องเจอ’ ทางด้าน “ดีเจเผือก” ได้ให้คำปรึกษาเพิ่มเติมอีกว่า ‘ถ้ายังมีหลายคนในครอบครัวที่ช่วยหาเงิน การตัดสินใจอยู่ที่ไทยในช่วงนี้ก็อาจจะไหว อย่างน้อยก็เป็นระยะสั้น ๆ เพื่อดูทิศทางการรักษาว่าจะเป็นไปทางด้านไหน ส่วนในเรื่องที่กังวลว่าจะอยู่ได้ไหม พี่ไม่รู้จะปลอบใจยังไงดี เพราะพี่ก็เคยเสียคุณแม่ไปกะทันหันจากโรคนี้เช่นกัน แต่อยากให้หนูค่อย ๆ ใช้เวลานี้ในการทำให้ตัวเองได้เข้าใจธรรมชาติของความเป็นมนุษย์ ไม่ว่าจะช้าหรือเร็ว ยังไงวันนึงคนเราก็ต้องจากกันอยู่แล้ว เพียงแต่ว่า อาจจะเกิดคำถามว่า “ทำไมเราต้องจากกันเร็ว” ซึ่งจากประสบการณ์ของพี่ การที่เรามานั่งหาคำตอบในเรื่องนี้ มัวแต่นั่งสมมติ ถ้าอย่างนู้น ถ้าอย่างนี้ พี่ว่ามันไม่ได้ทำให้เป็นประโยชน์อะไร พี่มองว่าใช้ช่วงเวลาที่เรายังอยู่ด้วยตรงนี้ให้ดีที่สุดด้วยเงื่อนไขที่บ้านเรามี ในชีวิตเราก็ยังมีอีกหลายคนที่เขาเห็นอยู่ และเขาก็ภูมิใจในสิ่งนั้น ไม่แพ้คุณแม่ ยังมีใครอีกหลายคนที่มองเข้ามาแล้วเห็นว่า “เราทำได้นี่หน่า” แม้ว่าต่อให้ทุกวันนี้นึกย้อนกลับไปมันอาจจะมีเสียดายไปบ้าง แต่แล้วไง มันก็เกิดขึ้นไปแล้ว ชีวิตมันก็ดำเนินแบบนี้มาแล้ว ฉะนั้นค่อย ๆ ทำใจและค่อย ๆ เรียนรู้ ใช้ช่วงเวลานี้ให้มันมีคุณค่าดีกว่า ช่วงเวลานี้ที่เรายังพออยู่ใกล้ ๆ ได้ ก็อยู่กับท่านไปก่อน ถ้าทุกอย่างมันเริ่มดีขึ้น ถึงค่อยบินกลับไปหาเงินส่งกลับมาก็ได้ สุดท้ายชีวิตมันยังมีปลายทางที่เราจะต้องค่อย ๆ เดินไป เราอาจจะไม่ได้เดินเร็วขนาดนั้น เราอาจจะเดินขั้น ๆ ให้มันช้าลง แต่เราก็ยังคงเดินต่อไปข้างหน้า แล้วค่อย ๆ หาสิ่งใหม่ ทั้งหมดทั้งมวล “จงทำเพื่อสร้างความภูมิใจให้ตัวเองเป็นหลัก” มันน่าจะดีกับชีวิตของหนู’ ต่อมา “ดีเจเติ้ล” ให้คำปรึกษาเพิ่มเติมอีกว่า ‘คุณหนูต้องอยู่ในแบบที่ตัวเองจะไม่รู้สึกเสียใจหรือเสียดาย ถ้าวันนี้แม่ของคุณหนูไม่ได้อยู่อีกต่อไปแล้ว นั่นหมายถึง อะไรที่คุณหนูคิดว่าทำแล้วตัวเองรู้สึกไม่ติดค้าง พี่แนะนำให้ทำ เช่น การที่คุณหนูลังเลว่าจะอยู่เป็นเพื่อนคุณแม่ จนคุณแม่รักษาหาย หรือจะกลับไปหาความฝันตัวเอง บางเรื่องเราเป็นมนุษย์เราไม่สามารถที่จะมีทุกอย่างหรือสำเร็จทุกอย่างได้ดั่งใจตัวเอง การที่คุณหนูกังวลว่าจะไม่มีแม่อยู่ ฉันไม่มีความฝันแล้ว อะไรที่เคยตั้งใจคือมีแม่อยู่ในนั้นทั้งหมด แต่พี่อยากจะถามคุณหนูว่า “แล้วตัวคุณหนูหล่ะ มันยังไม่มีอยู่หรอ ?” ถึงคุณแม่จะไม่อยู่แต่คุณหนูยังอยู่และยังคงมีความฝัน ทำไมถึงไม่เอาสิ่งนี้เป็นแรงผลักดันว่า “ถึงในวันที่แม่ไม่อยู่ แต่ฉันยังมีความฝันนะ และวันนึงฉันจะทำให้มันสำเร็จ” และพี่เชื่อว่าถ้าวันนั้นมันมาถึงจริง ๆ การที่คุณหนูทำบ้านนั้นสำเร็จและเอารูปคุณแม่ไปตั้งอยู่ในบ้านหลังนั้น และบอกกับแม่ว่า “แม่ หนูทำสำเร็จแล้ว ถึงแม่จะไม่ได้อยู่กับหนูแล้ว แต่แม่ยังอยู่ในบ้านหลังนี้ที่หนูตั้งใจทำมัน” ความรู้สึก ความรัก ทุกอย่างมันยังคงอยู่ตรงนั้น และถ้าวันนี้หนูรู้สึกว่าหนูได้ทำดีที่สุดแล้ว แต่ทุกอย่างมันไม่เป็นแบบที่หวัง แต่ท้ายที่สุดแล้ว คุณหนูก็จะภูมิใจในตัวเองว่าเคยทำเต็มที่ที่สุดแล้ว’ และสุดท้าย “ดีเจต้นหอม” ได้ให้คำปรึกษาเพิ่มเติมอีกว่า ‘ถ้าปัญหาเรื่องเงินไม่ใช่ปัญหาหลัก ให้เลือกอยู่กับคุณแม่ เพราะเวลาเงินซื้อไม่ได้ ตอนนี้เวลาของคุณแม่เคาท์ดาวน์แล้ว แต่ถ้าเงินเป็นปัญหาหลัก แปลว่าทางเลือกของหนูก็ไม่ได้มีมากนัก ให้ตัดเรื่องการซ่อมบ้านไปเลย มันกดดันตัวหนู ไม่ต้องเอามาเป็นปัจจัยทำให้เรากดดัน อยู่กับปัจจุบัน สิ่งที่แม่ต้องการเห็นหรือต้องการจากหนู ไม่ใช่การซ่อมบ้าน เพราะตอนนี้แม่อยู่ในจุดที่เขารู้สึกว่าเวลาที่ได้อยู่กับหนูมันมีค่า และในมุมที่พี่เป็นแม่ ความห่วงลูก คือสิ่งที่แม่กังวลที่สุด ฉะนั้นถ้าอยากให้คุณแม่หมดห่วง ให้อยู่กับปัจจุบัน ใช้ชีวิตด้วยกัน ทำยังไงให้แม่รู้สึกว่า หนูจะอยู่ได้อย่างสบาย ถึงแม้ในวันนั้นอาจจะไม่มีแม่ และถ้าวันนึงไม่มีคุณแม่ อยากให้รู้ไว้ว่า “โลกเราเดินไปข้างหน้า สิ่งที่เราต้องเจอคือเส้นทางของสัจธรรม เมื่อไหร่ก็ตามที่เราก้าวไปข้างหน้า นั่นคือสิ่งที่เราต้องพบเจออย่างเลี่ยงไม่ได้อยู่แล้ว” ท้ายที่สุดแล้วหากยังรู้สึกนอยด์ตัวเอง ‘การนั่งสมาธิ’ จะสอนให้เราไม่ยึดติดกับอะไรเลย แม้กระทั่งร่างกายของเรา’ สถานการณ์ตอนนี้มันยากลำบากมาก ๆ เป็นใครก็ทำใจได้ยาก แต่หวังว่าคุณหนูจะแข็งแรงโดยเร็วนะ เพราะตัวเราเป็นแหล่งกำลังใจที่สำคัญมาก ๆ ของคุณแม่เลย’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

album
efm
-

-