เรากับแฟน เป็นผู้หญิงแกร่งเหมือนกันทั้งคู่ แต่บางทีเราก็มีโมเมนต์อยากอ้อนแฟน โทรหาให้ขับรถมารับเราหลังเลิกงาน แต่แฟนตอบกลับมาว่า "ปกติก็ทำเองได้นิ ทำไมต้องให้ไปรับด้วย"

พุธทอล์ค พุธโทร RECAP

เรากับแฟน เป็นผู้หญิงแกร่งเหมือนกันทั้งคู่ แต่บางทีเราก็มีโมเมนต์อยากอ้อนแฟน โทรหาให้ขับรถมารับเราหลังเลิกงาน แต่แฟนตอบกลับมาว่า "ปกติก็ทำเองได้นิ ทำไมต้องให้ไปรับด้วย"

05 ก.ค. 2024

เรากับแฟน เป็นผู้หญิงแกร่งเหมือนกันทั้งคู่ แต่บางทีเราก็มีโมเมนต์อยากอ้อนแฟน

โทรหาให้ขับรถมารับเราหลังเลิกงาน แต่แฟนตอบกลับมาว่า "ปกติก็ทำเองได้นิ ทำไมต้องให้ไปรับด้วย"

อาจจะด้วยความที่แฟนเป็นคนที่วางตารางชีวิตตัวเองทุกวัน หรือ ไปทำให้แฟนเสียแพลนรึเปล่าคะ?

                “คุณเจน (นามสมมติ)” อายุ 38 ปี สายที่ 4 ในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (3 ก.ค. 67) ได้โทรเข้ามาปรึกษา “ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล – ดีเจต้นหอม” เกี่ยวกับปัญหาอยากให้แฟนมารับมาส่งบ้าง แต่เขาบอกว่าเราบอกกะทันหันไป เขามีแพลนของตัวเองแล้ว

            โดย “คุณเจน (นามสมมติ)” เล่าว่า ‘หนูมีแฟนเป็นผู้หญิง เจอกันผ่านแอปพลิเคชัน ตอนแรกก็คุยกันแบบเป็นเพื่อน แต่พอคุยไปคุยมาแล้วมันคลิ๊ก ก็เลื่อนความสัมพันธ์มาเป็นแฟนกันได้ 1 ปี แต่ลักษณะของหนูกับแฟนจะเป็นประเภทที่ดูแลตัวเองกันได้ทั้งคู่ ตอนนี้เลยมีปัญหาอยู่เรื่องหนึ่ง

            คือบางทีหนูทำงานเหนื่อย แล้วหนูอยากให้เขามารับไปส่งบางครั้ง เขาเลยถามหนูว่า “ทำไมอยู่ดีๆ ให้ทำแบบนี้” เพราะปกติหนูก็ไปทำงานเอง กลับเองได้ แล้วเขาบอกว่า การที่หนูไปขอเขาแบบนี้เลย มันเหมือนเขาต้องทำให้เลย ไม่มีตัวเลือกให้เลือก ซึ่งการที่หนูขอแบบนี้มันคือการบอกว่าให้เขาต้องทำ ไม่งั้นหนูจะงอน แต่จริงๆแล้วหนูแค่อยากมีโมเมนต์หวานๆบ้าง เพราะว่าพวกเราไม่ค่อยมีเวลาว่างตรงกัน

            ก่อนหน้านี้ก็เคยมีเหตุการณ์คล้ายๆกัน คือวันนั้นหนูเลิกงานดึก แต่เขาเลิกงานแล้ว เขาว่างแล้ว หนูบอกเขาว่า “เธอขับรถมารับเราได้มั้ย” เขาก็บอกว่า “อ้าว แต่เราเพิ่งเลิกนะ เรากำลังจะดูหนัง พักผ่อน” คือเหมือนเขาเป็นคนที่ติดการวางแพลนในหัวตลอดเวลา ว่าวันนี้จะทำอะไรบ้าง แล้วเขาบอกว่า อยู่ดีๆหนูไปทำลายแพลนเขา เขาก็บอกว่า “แล้วฉันต้องทำงยังไงละ” เหมือนมันรวนเพราะเขาวางตารางไว้แล้ว เราหนูก็จะงอนถ้าเขาไม่ทำให้ คือหนูดูแลตัวเองได้มาตลอด แค่นานๆเขาที ส่วนเขาไม่เคยทำตัวอ่อนแอเลย เพราะเขาเคยบอกว่า เขาไม่ชอบเป็นภาระให้คนอื่น หนูอยากถามพี่ๆดีเจว่าหนูกับแฟนควรจะหาตรงกลางร่วมกันยังไงดี? หนูควรจัดการยังไงให้ไม่รู้สึกนอยถ้าเขาปฏิเสธ’

            โดย “ดีเจต้นหอม” ให้คำปรึกษาว่า ‘เวลาเราเลือกแฟน เราต้องรู้ไลฟ์สไตล์กับ เนเจอร์ของเขาก่อน อยากได้คนขี้อ้อน ก็เลือกคนขี้อ้อน แต่นี่เราเลือกแฟนที่ดูแลตัวเองได้ แปลว่าสิ่งที่เจออยู่นี้มันอยู่ในแพ็คเกจนี้ อยากได้แฟนแบบไหนก็เลือกแฟนแบบนั้นตั้งแต่แรก ทีนี้แฟนเรามาด้วยแพ็คเกจนี้ เราก็ต้องยอมรับสิ่งนั้น แต่ถ้าแบบว่าอยากมีโมเมนต์นั้น อยากให้มารับบ้าง ก็นัดล่วงหน้า ในเมื่อรู้ว่าเขาเป็นคนชอบแพลน ปรับที่เราเพราะเราเลือกแล้ว หรือเรียกเขามาถูดคุย พี่ว่าพี่เขาใจเขา แต่ถ้าเกิดว่ามีเหตุการ์ฝนตกหนักมากกลับไม่ได้ ขอให้เขามารับแต่ไม่มา อันนี้ไม่ใช่แล้ว อันนี้คือเขาขาดตกบกพร่องในหน้าที่แฟนแล้ว ถ้ารู้สึกว่าเขาไม่มีน้ำใจ ไม่หยิบยื่นอะไรให้เรา หรือเราเจอสถานการณ์ที่ต้องการความช่วยเหลือจากเขาแล้วเขาไม่ช่วย คงต้องเปลี่ยนแฟน ไม่ได้บอกให้เลิกหรือให้คบ ลองประเมินดูว่าเขาเป็นแบบไหน ตรงกลางสำหร้บหอมคือ คุยกันล่วงหน้า’

            ต่อมา “ดีเจเติ้ล” ให้คำปรึกษาว่า ‘พี่ว่าคนเราเป็นแฟนกัน มันก็ต้องมีมุมที่อยากให้แฟนดูแลบ้าง สมมุติ “ถ้าฉันยกกระเป๋าให้เธอ มันก็มีบางวันที่ฉันเหนื่อย ฉันก็คาดหวังว่าเธอจะยกกระเป๋าให้ฉันบ้างเพราะเป็นแฟนกัน” เพราะที่เจนเล่าคือไม่ได้ขอทุกวัน ไม่ใช่อาทติิตย์ละครั้ง แต่นานๆทีถึงจะขอ เข้าใจนะว่าเขาวางแพลนทุกอย่างมาแล้ว แต่ในสถานะที่เป็นแฟนกัน ถ้าเขาต้องการสิ่งนี้ วันนั้นเขาเหนื่อย เขาอ่อนแอจริงๆ เขาไม่ได้ขอทุกวัน พี่คิดว่าเป็นแฟนกันควรทำให้กันได้ แต่ก็เข้าใจที่พี่หอมพูด ว่าเขาเป็นแบบนั้นตั้งแต่แรก เจนก็ดูแลตัวเองได้ตั้วแต่แรก แต่ถ้าวันนี้เจนไม่ได้แข็งแรงเท่าเดิม แล้วต้องการให้เขาเติมเต็มความต้องการของเจน พี่ว่าก็ต้องคุยกัน ซึ่งถ้าคุยกันแล้ว เขาบอกว่า ไม่ เขาไม่ใช่คนแบบนั้น งั้นเจนก็ต้องถามตัวเองว่า วันนั้นเจอลนยังโอเคอยู่มั้ย มันไม่ผิดเลยนะ เจนก็มีสิทธิ์ที่อยากจะเปลี่ยนไปอยากอ่อนเเอบ้าง และเขาก็มีสิทธิ์ที่เจนเปลี่ยนแต่เขาไม่พร้อมเปลี่ยนไปด้วย เพราะเขาก็ชัดเจอของเขาตั้งแต่แรก พี่ว่าคนเราเปลี่ยนกันได้’

            และสุดท้าย “ดีเจเผือก” ให้คำปรึกษาว่า ‘เราต้องถามใจตัวเอง ว่าวันนั้นที่เราเรียกร้อง เป็นเพราะว่าเราต้องการจริงๆ หรือแต่เรียกร้องความสนใจ ก็มองดีๆนะ ว่าเขามีชีวิตของตัวเอฝ หรือไม่มีน้ำใจเลย แต่พี่ว่าเขาเป็นคนที่แน่นอน มีตารางวางไว้ว่าจะทำอะไร พี่รู้จักคนแบบนี้เยอะ การที่เราจะบอกแบบนั้นว่า “เธอเราเลิกงานแล้วมารับหน่อยสิ” คือทมันกนะทันหันมาก แล้วถ้าเขาไม่ได้เตรียมใจจะมา มันก็จะสร้างความหงุดหงิดรำคาญใจให้เขา หมายถึงว่า อยู่ดีๆจะมาเอาแต่ใจอะไรตอนนี้ เพราะปกติก็ดูแลตัวเองมาตลอด พี่ว่ามันกระทันหัน แล้วก็มัดมือชกเขาไปหน่อย ถ้าลองเปลี่ยนวันคืนก่อนเราคุยกับเขา นัดกับเขาไม่ต้องนัดล่วงหน้านานหรอก แบบให้เขาได้รู้ว่า เจนอยากให่ไปรับหรอ อยากไปกินข้าวหรอ ลองวางแพลนมั้ย ถ้าเขาไม่เอาอีก ค่อยเริ่มมาคุยว่าเวลาที่ใช้ชีวิตด้วยกันมันอยู่ตรงไหน บอกเลย แล้วจะเอาเลย บางคนเขาก็ไม่ชอบนะ ยิ่งเขาเป็นคนวางตารางไว้ชัดเจน ยิ่งยากเลย เจนเองที่ต้องสังเกตุว่ามันเกิดจากสิ่งที่เกิดขึ้น เกิดจากตัวเขา แล้วตอบตัวเองให้ได้ว่า เราเรียกร้องโดยไม่มีเหตุผล หรือเขาแล้งน้ำใจ’

เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทาง

ใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATION

รับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

related พุธทอล์ค พุธโทร RECAP

ผู้ชายออกตัวแรง จีบเก่ง ดูแลดี แค่ช่วงแรกๆ พอเราเริ่มจริงจัง คุยมาเดือนกว่าๆ เขาก็เทแรง ซ่อนสตอรี่IG บล็อกเบอร์ ติดต่อไม่ได้ หายไปเลย ครั้งหน้าถ้าเจอผู้ชายทรงนี้อีก จะทำยังไงดีคะ?

27 พ.ค. 2024

ผู้ชายออกตัวแรง จีบเก่ง ดูแลดี แค่ช่วงแรกๆ พอเราเริ่มจริงจัง คุยมาเดือนกว่าๆ เขาก็เทแรง ซ่อนสตอรี่IG บล็อกเบอร์ ติดต่อไม่ได้ หายไปเลย ครั้งหน้าถ้าเจอผู้ชายทรงนี้อีก จะทำยังไงดีคะ?

“คุณสอง (นามสมมติ)” อายุ 20 ปีกว่าๆ สายที่สองในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา [22 พ.ค. 67] ได้โทรเข้ามาปรึกษา ‘ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม’ เกี่ยวกับปัญหาไม่เข้าใจผู้ชายที่เข้ามาจีบ ตอนจีบก็จีบแรง แต่พอจะเทก็เทแรงเหมือนกัน… โดย “คุณสอง (นามสมมุติ)” ได้เล่าว่า ‘หนูคุยกับผู้ชายคนหนึ่งมาได้ประมาณเดือนกว่าๆ ผู้ชายคนนี้เขาแก่กว่าหนู ประมาณ 3 ปี บุคลิกของเขาจะเป็นคนที่ขี้เล่น ขี้หยอด จีบแรง เหมือนเพลย์บอยคนนึง แต่เขาก็จะมีมุมที่จริงจังเหมือนกัน เขาบอกกับหนูว่า เขาอยากจะมองหาความสัมพันธ์ที่ระยะยาว คนที่จะสร้างอนาคตไปด้วยกันได้ แล้ว ณ ตอนนั้น เขาก็บอกกับหนูอีกว่า หนูตรงกับคนที่เขาวางเอาไว้มากๆ เป็นคนที่ใช่เลย แล้วเขาก็เคยเล่าให้ฟังว่า ถ้าเกิดว่าเขาเจอคนที่ไม่ตรงกับภาพในหัวของเขา เขาก็จะเทเลย ในช่วงที่คุยกันเหมือนเขาจะรู้สึกอินกับหนูมากๆ ทั้งเสมอต้นเสมอปลาย ทั้งดูแล้วเขาก็ดูแคร์หนูมากๆ เลยด้วย มีอยู่วันนึง หนูมีนัดกับเพื่อนตอนค่ำๆ แล้วสรุปเพื่อนเทหนู หนูก็เลยทักแชทไปหาเขาว่า ว่างมั้ย แล้วเขาก็ตอบกลับมาว่า เขามีนัดกินข้าวกับที่บ้านแล้ว หนูก็เลยบอกว่า ไม่เป็นไร งั้นไว้นัดกันวันหน้าก็ได้ แล้วหลังจากนั้นเขาก็ปกติดีทุกอย่าง จนกระทั่งช่วงเวลาดึกๆ ของวันนั้นหนูส่งข้อความไปเขา เขาก็ไม่ตอบ หนูก็เริ่มรู้สึกแปลกๆ เพราะปกติเวลาแบบนี้เขาจะตอบแชทหนู วันถัดไปหนูก็เลยส่งข้อความไปหาเขาอีก สลับกับโทรหา พยายามติดต่อเขาทุกช่องทาง แต่เขาก็ไม่ตอบข้อความแล้วก็ไม่รับสายโทรศัพท์ด้วย แล้วทีนี้เหมือนใน IG เขาจะ Hide ไม่ให้หนูเห็น Story เขาด้วย ที่หนูรู้ว่าเขา Hide เพราะโปรไฟล์เขาเป็นสาธารณะ มันก็จะมีเว็บไซต์ที่เอาไว้ส่องโปรไฟล์สาธารณะได้ แล้วดูว่าเขาลง Story อะไร เราก็แค่พิมพ์ชื่อแอคเคาท์ไปก็สามารถรู้ได้เลย แล้ววันนั้นที่เขาไม่ตอบแชท ไม่รับสายหนู แต่ใน IG เขาลง Story เยอะมาก คือหลังจากนั้นหนูก็มีทักไปหาเขาประมาณว่า เราขอ Unfollow แล้วกัน จนถึงตอนนี้ก็ไม่ได้พยายามทักอะไรเขากลับไป ส่วนเขาก็ไม่ได้มีทักอะไรหนูกลับมาเหมือนกัน มันเป็นความคาใจมากๆ เพราะก่อนหน้านี้หนูก็เคยเล่าให้เขาฟังว่า เคยเจอคนที่นิสัยเหมือนเขามากๆ แล้วเราก็โดนเทแรง ซึ่งตอนนั้นเขาก็รับฟัง แล้วก็ให้คำแนะนำดีมากๆ ดูเข้าอกเข้าใจ แต่มันกลับกลายมาเป็นว่าเขาเป็นคนทำซะเอง หนูก็เลยไม่เข้าใจคนแบบนี้มากๆ หรือมันมีอะไรในตัวหนูที่ไปทำให้เขาตัดสินใจหายออกไปจากชีวิตได้ไวขนาดนี้ วันนี้หนูมี 3 คำถามที่อยากจะปรึกษาพี่ๆ ดีเจ คำถามที่ 1. อยากรู้ว่าคนแบบอะไรที่มันทำให้เขาเปลี่ยนไปได้ไวขนาดนี้ ? คำถามที่ 2. เขาไม่ละอายคำพูดตัวเองบ้างหรอ เพราะสิ่งที่เขาทำกับสิ่งที่เขาพูดมันคนละเรื่องกันเลย? คำถามที่ 3. ถ้าเราเจอคนที่นิสัยประมาณนี้อีก เราจะรู้ได้ยังไงว่าเขามาหลอกเรา? งานนี้ “ดีเจเผือก” ก็ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘อะไรที่ทำให้เขาเปลี่ยนพี่ไม่รู้หรอก มันสารพัดเหตุผลถ้าแค่รู้ว่าเรา ไม่ใช่สำหรับเขาอีกต่อไปแล้ว ส่วนคำถามกล้าพูดได้ยังไง คนบุคลิกแบบนี้ไม่ละอายคำพูดตัวเองหรอ ช่วงการทำความรู้จักกันกับใครสักคนในช่วงแรกๆ เราก็จะพยายามทำให้อีกฝ่ายประทับใจกับสิ่งที่เราพูดอยู่แล้ว เพราะงั้นคำพูดที่อยู่ในช่วงนี้ก็อย่าไปนับ อย่าไปเชื่อมันมาก ให้ดูยาวๆ แล้วถ้าเจอคนประมาณนี้อีกทำยังไง ก็อยู่ที่ตัวเราว่า พร้อมจะเจ็บมั้ย ความรักคือการเสี่ยงอยู่แล้ว เราไม่มีวันรู้หรอกว่า คนทรงเดิม หน้าตาแบบเดิม เขาจะทำกับเราแบบเดิมมั้ย มนุษย์ถูกออกแบบมาไม่เหมือนกัน คนเรามีวิธีชิ่งจากใครสักคนหนึ่งในแบบที่แตกต่างกัน จงคิดในแง่ดีว่า อย่างน้อยเขาเด็ดขาดพอที่จะชัดเจน ไม่ก็คือไม่ หายก็คือหาย เพราะฉะนั้นจงคิดว่าเขาแฟร์กับเราแล้วนะ อาจจะไม่ได้บอกลากันดีๆ ก็เถอะ แล้วพี่ว่า 3 คำถามที่สองถามมา ขีดฆ่าไปได้เลย มันเป็นแค่ความสัมพันธ์ครั้งหนึ่งที่คนเราทำความรู้จักกัน แล้วมีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งไม่อยากจะไปต่อแล้ว แต่มันดันซวยมาเกิดขึ้นกับสอง คล้ายๆ กันถึง 2 ครั้งแล้ว ทำให้สองเสียความมั่นใจในตัวเอง เราทำอะไรผิดมั้ย หรือในทางกลับกันไปโทษอีกฝั่งหนึ่งว่า ทำไมฉันต้องเจอคนอย่างเธอ แต่ทั้งหลายทั้งมวลแค่ ถ้าสองตั้งสติแล้วบอกกับตัวเองว่า คน 2 คนที่คุยกันแล้วมีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งตัดสินใจไม่เดินต่อ ก็คือจบ เราก็แค่เริ่มมองหาความสัมพันธ์ใหม่ แล้วก็เสี่ยงวัดดวงกันใหม่ ชีวิตมีเท่านี้เอง แค่ยอมรับความจริงว่า “เออเทก็เท” มันโชคร้ายที่คน 2 คนรู้สึกไม่เท่ากันแค่นั้นเอง เราเลยพยายามที่จะหาคำตอบแวดล้อมเพื่อให้การโดนเทครั้งนี้มันชอบธรรมสำหรับเรามากขึ้น สุดท้ายแล้วมันก็ไม่มีประโยชน์ ต่อให้มีความรักครั้งที่ 15 16 มันก็ยังต้องเสี่ยง ปัญหาบางอย่างอาจจะไปเกิดตอนคบกันก็ได้ สุดท้ายมันคือการเดิมพัน มันอีกเยอะอ่ะ เราอยู่แค่สเตจแรกแล้วมันไม่สมหวังแค่นั้นเอง มันยังเหลืออีกหลายสเตจเลยสอง ต่อให้ไม่ทิ้งไม่เทกันก็เถอะ อยู่กันไป แล้วเกิดการด่าทอ ตบสองทุกวัน อย่างงี้เอามั้ยล่ะ เทียบกับคนนี้ที่เขาชัดเจนว่า ไม่ใช่ก็ไป แยกย้ายจบ อย่าไปคิดว่าเราโชคร้าย อย่าไปคิดว่าฉันไม่ดี มีคนที่โชคร้ายในความรักหนักกว่าเราอีกเยอะเลยสอง ถ้าโชคดีแล้วล่ะที่ทุกอย่างมันจบภายในเดือนหนึ่งอ่ะ ให้เธอได้มีเวลา ให้เธอยังไม่ได้ผูกพันมาก แล้วก็ให้เธอได้ตั้งหลักพอที่จะหาใหม่’ ต่อด้วย “ดีเจเติ้ล” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘เท่าที่ฟังพี่ว่าสองเป็นคนที่อินกับคนง่ายมากเลยนะ ยิ่งถ้าหนูเจอในออนไลน์อีกก็คือไม่ต้องสงสัยเลย อะไรทำให้เขาเปลี่ยนไป อันนี้พี่ไม่รู้เลย คือเขาไม่ชอบหนู หนูไม่ใช่ไทป์เขาแล้ว เขามีอีกคนที่ดูไว้อยู่ อะไรก็เกิดขึ้นได้ ถ้าเขาคิดจะทิ้งหนู แต่พี่ไม่รู้ว่ามันคืออะไร แต่มันเป็นไปได้หมดทุกอย่าง คนที่บุคลิกแบบนี้ทำไมไม่ละอายคำพูดตัวเอง พี่ก็ไม่รู้อีก คนปกติก็มีแบบนี้ ยิ่งคนในออนไลน์เรื่องแบบนี้ยิ่งปกติสุดๆ มันอยู่ที่กมลสันดานของแต่ละคนด้วย บางคนก็อาจจะพูดไปเพราะเขาอยากได้เรา ให้เราชอบเขา เขาก็พูดไปก่อน สักพักไม่ชอบแล้วเขาก็เทเลย หรือบางคนอาจจะมีปมอะไรก็ได้หมดเลย เช่นเดียวกันพี่ก็ตอบไม่ได้ ถ้าเจอคนประมาณนี้อีกทำไง อย่างแรกที่พี่อยากจะแนะนำถ้าจะคุยผ่านออนไลน์ อย่าอินคนง่าย ต้องดูเขานานๆ มันมีคนดีแน่นอน แต่มันมีคนไม่ดีเยอะมาก อย่างแรกที่พี่ขอก็คือ 1.อย่าอินเกิน 2.ทำใจ เพราะว่าเจอแบบนี้ปกติสุดๆ 3.ถ้าอยากจะมีความรักก็ต้องยอมรับว่าเราต้องเจอคนแบบนี้เต็มไปหมดเลย ไม่ว่าจะออนไลน์หรือว่าจะในชีวิตจริง แต่ว่าถ้าวันหนึ่งมันมีคนดีจริง เดี๋ยวมันก็มีคนเข้ามาหาเราต้องรีบ อย่าไปลดคุณค่าตัวเอง อย่างที่พี่เผือกบอก ก็แค่หนึ่งคนที่คุยแล้ว มันไม่คลิกก็ไป ไม่ต้องไปตั้งคำถามมันเสียเวลา ยิ่งกับคนออนไลน์ เราหาใหม่ได้เลย’ สุดท้าย “ดีเจต้นหอม” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘ตอบคำถามแรกอะไรที่ทำให้เขาเปลี่ยนไป เขาอาจจะไม่ได้เปลี่ยนไปก็ได้ เขาอาจจะเป็นคนแบบนั้นอยู่แล้ว แล้วก็เขาก็ออกตัวแล้วนะว่า ถ้าไม่ใช่เขาก็เท แปลว่า ความสัมพันธ์ยังอยู่ในช่วงของการดูใจ แล้วก็สองแค่ไม่ใช่สำหรับเขาอีกต่อไป พอไม่ใช่เขาก็ไป คือเดือนหนึ่งโดนเทโดยที่ตัดขาดเลยอ่ะ ไม่น่าเกลียดนะเป็นเรื่องปกติ แต่ถ้าคุยกันมานานๆ แบบ 5 - 6 เดือนเกิดความผูกพันกัน แล้วเขาจะเทถ้าเป็นผู้ชายดีๆ เขาก็จะบอกเลยว่า ขอลดระดับความสัมพันธ์ ก็จะมีคำพูดดีๆ แบบนี้ แต่ถ้าแค่เดือนเดียวมันไม่ใช่แค่ผู้ชาย ถ้าเป็นพี่ พี่ก็เทเพราะมันไม่ใช่ มันเป็นช่วงเวลาที่ไม่จำเป็นต้องแคร์กัน ส่วนทำไมไม่ละอายคำตัวเอง ก็อย่างที่พี่เผือกบอกเลย มันเป็นช่วงเวลาของการทำคะแนน ช่วงนี้อะไรมันก็ดีไปหมดแหล่ะ มันอยากได้อ่ะเนอะ บางคนก็มาเพื่อแบบหลอกฟันก็มี พอได้แล้วก็เลิก หรือช่วงนั้นเขาอาจะรู้สึกแบบ แฮปปี้ฉันอยู่กับเธอแล้วมีความสุข เพราะมันเป็นช่วงของการหลงใหลอยู่ไง แล้วพออยู่ไปนานๆ แล้วมันไม่ใช่ พอไม่ใช่เขาก็ไม่จำเป็นต้องแคร์ ทำยังไงถ้าเจอคนประมาณนี้อีก เป็นสิ่งที่เราก็ต้องใช้เวลาในการเลือกเยอะๆ ไม่ให้ใจใครง่ายๆ วิธีการเช็คก็เข้าไปตรงแพลตฟอร์มเขา อย่างเช่นใน IG ผู้ชายคนนี้สนใจเรื่องอะไร ถ้าใน Followers มีแต่ผู้หญิงเซ็กซี่ๆ ก็มีความสุ่มเสี่ยงที่จะเป็นผู้ชายเจ้าชู้ หรือผู้ชายที่ชอบเซลฟี่หน้าตัวเองแล้วทำหน้าเซ็กซี่ๆ อันนี้ต้องการเรตติ้ง หรือถ่ายบอดี้ตัวเองที่แบบหุ่นดีๆ พยายามพรีเซ้นท์ความเซ็กซี่ของตัวเอง คนเหล่านี้มีความสุ่มเสี่ยง ไม่ได้บอกว่าเขาไม่ดี หรือไม่ได้บอกว่าเขาไม่ใช่ แต่ผู้ชายเหล่านี้สุ่มเสี่ยงที่จะบริหารเสน่ห์มีความเป็นไปได้ ฉะนั้นถ้าเราเจอคนประเภทนี้ เราอาจจะค่อยๆ ที่จะเรียนรู้กันไป ยังไม่ต้องรีบเท่านั้นเอง โดยสรุปเลยก็คือว่า สิ่งที่โดนเทมาไม่ใช่เรื่องแปลก แล้วตัวสองเองก็สามารถที่จะเลือกคนใหม่ได้ แล้วถ้ามันไม่ใช่ก็สามารถเทแบบนี้ได้เหมือนกัน ไม่น่าเกลียด ใช้ชีวิตอยู่กับปัจจุบันอย่าไปย้อนดูว่า ตอนนั้นทำไมเขาพูดดีกับเราจัง อันนั้นเป็นช่วงเวลาที่อยากได้ คือมันต้องเจอคนเยอะๆ เจอคนบ่อยๆ ถึงจะประเมินได้โดยเบื้องต้นว่า คนนี้ไม่ธรรมดา คนนี้เจ้าชู้ มันจะมีการกระทำอะไรบางอย่าง ให้วัดที่การกระทำ ไม่ใช่วัดที่คำพูด’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

จะทำยังไงดีคะ? เป็นห่วงคุณแม่วัย 76 แกเป็น ซุปเปอร์ฮีโร่ ของทุกคนเลย ช่วยเหลือทุกคนที่เข้ามา ให้เงินญาติ หลานห่างๆ อาสาขับรถไปส่งคนนู้น คนนี้ ไปเปลี่ยนหลอดไฟ ซ่อมอุปกรณ์ให้บ้านคนอื่น แกทำหมดเลย บางวันออกบ้านไปติดต่อไม่ได้แบตหมด

09 ธ.ค. 2024

จะทำยังไงดีคะ? เป็นห่วงคุณแม่วัย 76 แกเป็น ซุปเปอร์ฮีโร่ ของทุกคนเลย ช่วยเหลือทุกคนที่เข้ามา ให้เงินญาติ หลานห่างๆ อาสาขับรถไปส่งคนนู้น คนนี้ ไปเปลี่ยนหลอดไฟ ซ่อมอุปกรณ์ให้บ้านคนอื่น แกทำหมดเลย บางวันออกบ้านไปติดต่อไม่ได้แบตหมด

จะทำยังไงดีคะ? เป็นห่วงคุณแม่วัย 76 แกเป็น ซุปเปอร์ฮีโร่ ของทุกคนเลย ช่วยเหลือทุกคนที่เข้ามาให้เงินญาติ หลานห่างๆ อาสาขับรถไปส่งคนนู้น คนนี้ ไปเปลี่ยนหลอดไฟ ซ่อมอุปกรณ์ให้บ้านคนอื่นแกทำหมดเลย บางวันออกบ้านไปติดต่อไม่ได้แบตหมด ลืมเอามือถือไป ก็เป็นห่วงเค้ามาก “คุณมะม่วง (นามสมมติ)” อายุ 40 ปี สายที่สามในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคือวันพุธที่ [4 ธ.ค 67] ได้โทรเข้ามาปรึกษา ‘ดีเจเผือก – ดีเจเติ้ล – ดีเจต้นหอม’ เกี่ยวกับปัญหาคุณแม่ชอบช่วยเหลือคนอื่น โดย “คุณมะม่วง (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘มันเริ่มจากคุณแม่เป็นคนที่ชอบช่วยเหลือทุกคนตั้งแต่ญาติพี่น้อง แล้วตอนนี้ก็ขยายไปถึงเพื่อนของญาติพี่น้องด้วย อย่างญาติพี่น้องก็จะขอหยิบยืมเงิน แต่ส่วนใหญ่คือให้ไปเลย ญาติห่าง ๆ ใครมาขอก็จะให้ไป หลาน ๆ ก็จะให้ 1,000 – 5,000 บาท เรื่องเงินก็เรื่องนึง ตอนนี้ด้วยความที่ท่านก็อายุเยอะแล้ว 76 ปี แต่ท่านก็ยังแอคทีฟมาก ช่วยเหลือทุกคน เช่น เพื่อนไม่สบายก็ขับรถไปรับเพื่อนที่บ้าน แล้วก็พาไปหาหมอนั่งรอ และก็พากลับไปส่งบ้าน แล้วก็ขับกลับบ้านเรา บางที่เป็นโรงบาลรัฐก็ต้องไปรอนาน ๆ ก็เลยคิดทำไมแม่เราต้องไปนั่งรอกับเขาด้วย? ทำไมญาติพี่น้องเขาไม่ช่วย จนล่าสุดอันนี้เป็นเพื่อนคุณป้าอีกทีนึง เขาอยู่ตัวคนเดียวแล้วขโมยขึ้นบ้าน ขโมยก็แงะประตู หน้าต่างแล้วเหมือนก็เขาอยู่ไม่ได้ ไม่ปลอดภัย คุณแม่ก็เลยไปซ่อมหน้าต่าง ซ่อมประตู ซื้อม่าน คือเหมือนทำบ้านให้เขาใหม่ เราก็แบบทำไมญาติพี่น้องเขาไม่ทำให้ ซึ่งเรื่องการช่วยเหลือความใจดีของคุณแม่เนี่ยเคยเป็นประเด็นในที่บ้านมาแล้ว เพราะว่าตอนนั้นคุณพ่อยังอยู่ คุณพ่อก็ค่อนข้างจะน้อยใจว่า ทำไมไม่ดูแลคนที่บ้านก่อน คุณแม่ออกจากบ้านแทบทุกวัน ไปช่วยคนนู้นช่วยคนนี้ ขับรถให้ญาติ ๆ บ้างเพื่อนบ้าง แต่ตอนนี้คุณพ่อไม่อยู่แล้ว คุณแม่เลยยิ่งแอคทีฟไปใหญ่ ทั้งที่อายุก็เยอะขึ้นเรื่อย ๆ ปัญหาคือคุณแม่ก็อายุเยอะแล้วก็ไม่อยากให้ขับรถ บางครั้งรถก็มีไปเฉี่ยวกับที่จอดรถบ้าง แต่ไม่ได้รุนแรง เคยพยามพูดแล้วแต่แม่ก็ไม่เชื่อ หนูอยากจะถามพี่ ๆ ดีเจ 2 ข้อคือ “พอจะพูดยังไงให้มัน Effective กว่านี้ หรือว่าเราควรจะพอได้แล้ว?” กับ “ควรจะหากิจกรรมอะไรให้ทำดี” ทางด้านดีเจทั้ง 3 ท่าน “ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม” ให้ความคิดเห็นไปในทางเดียวกันว่า ‘ทั้งสองข้อแก้ให้ไม่ได้ค่ะ มันคือเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ ในคำถามแรกพูดยังไงให้แม่เปลี่ยนไม่ได้ ถ้าถามว่าคุณแม่ทำมาทั้งชีวิตจะเปลี่ยนยังไงคะ ไม่มีทางเลยก็ให้มอง ถ้ามันเป็นความสุขของเขาก็ปล่อยเขา แต่ว่าดูอันนี้ไม่ได้อันตรายกับท่าน แล้วท่านยังดูแข็งแรงอยู่นะ 76 แล้วออกมาทำแบบบเนี้ยมันคือความสุขจริง ๆ ก็ได้นะถ้าอยู่บ้านแล้วมันไม่มีอะไร เพราะฉะนั้นข้อแรกเราตีไปเลยว่ามันทำไม่ได้มันไม่มีวิธีพูดใด ๆ ส่วนข้อสองกิจกรรมมีครบหลากหลายแล้ว มันต้องมีกิจกรรมที่คนสูงอายุทำแล้วเผาเวลา อย่างเช่นกิจกรรมที่บ้านพักคนชราเขาทำกัน “ไผ่นกกระจอก” “คุณมะม่วง” เสริมต่อว่า ‘เสาร์-อาทิตย์ ถ้าไม่ได้ทำงานก็จะพาแม่ไปกินข้าวไปคาเฟ่กับหลานซึ่งท่านก็ไปด้วย’ ดีเจเลยให้คำปรึกษาต่อว่า ‘คุณแม่ก็ทำดีแล้ว ทำครบทุกย่างแล้วจัดสรรเวลาดีซะด้วย ไม่ได้บกพร่องอะไรที่เราจะไปริดรอนความสุขเขา’ “ดีเจเติ้ล” เสริมต่อว่า ‘เพราะนี่พึ่งเห็นบทความ ‘การที่เราปล่อยให้พ่อแม่เราเกษียณ แล้วปล่อยให้อยู่บ้านเฉย ๆ อ่ะยิ่งทำให้เขาแก่ทำให้เสี่ยงอัลไซเมอร์’ ทำให้ชีวิตเฉามากเลยนะ เพราะเขารู้สึกว่าทำได้อีกตั้งเยอะ นอกจากนี้อาจจะให้ท่านเล่นเกม ออกกำลังกายหน้าห้าง เต้นลีลาศอะไรประมาณนี้ ดีเจมองว่า สิ่งที่คุณแม่ทำเป็นเรื่องน่ารักในวัยเขามากเลยนะ ถ้ามันไม่ได้เสี่ยงอันตรายอะไร แต่ทางที่ดีควรหาคนไปเป็นเพื่อนเขาคอยโทรบอกเวลามีอะไร ถ้าเราไม่มีเวลาตามเขาไปตลอด หรือหาอะไรติดตาม’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATION รับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 20.00 – 23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

หนูนั่งคุยกับเพื่อนที่ทำงานข้างๆ แต่จะมีพี่ที่ทำงาน ชื่อสมมุติ "รำพึง กับ รำพัน" เขาจะตอบ จะคุยใน Topic ที่หนูกำลังคุยกับเพื่อนมาตลอด อยู่ๆก็พูดแทรกมาเลย บางทีหนูกระซิบจนเพื่อนข้างๆยังไม่ได้ยิน แต่เค้าตอบเสียงดัง แล้วคุยกันอยู่สองคน

12 พ.ย. 2024

หนูนั่งคุยกับเพื่อนที่ทำงานข้างๆ แต่จะมีพี่ที่ทำงาน ชื่อสมมุติ "รำพึง กับ รำพัน" เขาจะตอบ จะคุยใน Topic ที่หนูกำลังคุยกับเพื่อนมาตลอด อยู่ๆก็พูดแทรกมาเลย บางทีหนูกระซิบจนเพื่อนข้างๆยังไม่ได้ยิน แต่เค้าตอบเสียงดัง แล้วคุยกันอยู่สองคน

“คุณหนึ่ง (นามสมมุติ)” อายุ 28 สายที่สี่ในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (6 พ.ย. 67) ได้โทรเข้ามาปรึกษา ‘ดีเจเผือก – ดีเจเติ้ล – ดีเจต้นหอม’ เกี่ยวกับปัญหา การแอบฟังและขโมย topic เราไปพูดกับเพื่อนของเขา โดย “คุณหนึ่ง (นามสมมุติ)” ได้เล่าว่า คุณพี่ที่ทำงานเขาชอบขโมย topic เราไปพูดกันเอง คือเหมือนห้องทำงานเรามันไม่ได้ใหญ่มากแต่ว่ามันก็มีแบ่งเวิ้ง มีเวิ้งเราแล้วก็เวิ้งเขา คือมันอยู่ในห้องเดียวกันเวลาเราพูดมันก็คงได้ยินแหละแต่เขาชอบขโมย topic เราไปพูด เช่น ช่วงนี้หนูอินกับเรื่องที่ฟังอยู่ในพอดแคสต์ เขาก็เลยเอาประเด็นนั้นไปคุยกัน แซะกัน ว่าแบบอืม ๆ เออ ๆ น่ากลัวอะไรอย่างงี้ คือเรากำลังเล่าเรื่องที่เราฟังอยู่อะไรประมาณนี้ หนูสังเกตมาหลายรอบแล้วเป็นปีแล้วพี่แต่ว่าเขาจะพูดกันเองสองคน (ให้นามสมมุติว่า พี่รำพึงและพี่รำพัน) หรือว่าบางทีเขาจะชอบอยู่เงียบ ๆ แต่ว่าเขาจะคอยแทรกซึมบทสนทนาเพื่อที่จะรอฟังเราความสามารถพิเศษของเขาคือ สามารถต่อบทสนทนาเราได้เลยทั้ง ๆ ที่เพื่อนเรามันตามไม่ทัน สมมุติว่าหนูคุยกันเรื่องกินข้าวอยู่ เขาก็จะบอกว่า เออเดี๋ยววันนี้กินก๋วยเตี๋ยวดีกว่าอะไรประมาณนี้ ทำเป็นคุยกันเอง ทั้ง ๆ ที่หนูคุยกับเพื่อนในเรื่องนี้อยู่แต่เพื่อนหนูหัวมันไม่ไวตอบไม่ทัน แต่พี่เขากลับพูดตอบดังขึ้นมาจากอีกฝั่งนึง ซึ่งหนูไม่ได้คุยกับเขา คือหนูก็ไม่ได้สนิทกับเขาขนาดนั้นแต่ด้วยความที่ห้องเดียวกัน หนูว่าหนูก็พูดในระดับเสียงที่โอเคแล้วแต่คือเขาก็ยังได้ยิน หรือบางทีเพื่อนหนูเดินมาจากอีกห้องนึงเดินมาคุยด้วยแต่ด้วยความที่ว่ามันเป็นคนพูดเสียงเบามาก หนูก็จะเริ่มรู้สึกว่าห้องมันจะเงียบลงเพื่อที่เขาจะฟังว่าเพื่อนหนูมาคุยเรื่องอะไร แล้วส่วนใหญ่หนูจะคุยกับพี่ในเวิ้งหนู คือ topic มันเป็นเรื่องทั่วไป เขาก็จะพูดเรื่องที่พวกหนูคุยกันอยู่ในกลุ่มเขาถ้าเป็นเรื่องที่ไม่ได้น่าสนใจขนาดนั้น แต่ถ้าเรื่องนั้นเขารู้หรือมีเหตุการณ์ร่วมเขาจะโพล่งขึ้นมาทันทีแล้วเขาก็ร่วมวงเข้ามาคุยกับเราเลย ซึ่งหนูเคยทดลองเหมือนกันแบบเราลองคุยกันตอนที่เขาคุยเรื่องอื่นอยู่ หนูก็คุยเรื่องของหนูแต่ว่าเขาจะค่อยๆเงียบลง แล้วพอเขาเงียบหนูก็หยุด พอเขาพูดหนูก็พูดเขาก็ค่อย ๆเงียบลงอีก เพื่อที่จะฟังเราแล้วก็ถามว่า “แล้วยังไงต่อเหรอ” อะไรแบบนี้ทุกเรื่องที่หนูเล่าแต่เรื่องของเขาหนูไม่เคยฟังเลย หนูอยากถามว่า บางทีหนูอยากจะคุยแค่เวิ้งเรา จะทำยังไงให้เขาไม่โฟกัสเรื่องของเรา? กับ ข้อสองใครเคยเจอเรื่องราวแบบนี้กันบ้างไหม! เริ่มที่ “ดีเจเผือก” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘ลองใช้โทรศัพท์แก้วดู คนข้างนอกจะได้ไม่ได้ยิน หนูกับเพื่อนก็คุยกันผ่านตรงนี้ หรือไม่ลองเปลี่ยนเป็นคนชอบแอบฟังคนอื่น แล้วลองดูปฏิกิริยาเขา เพราะว่าพวกนี้แก้วหูมันประหลาดกระดูก ต่อมา “ดีเจเติ้ล” ให้คำปรึกษาว่า ‘อย่างแรกเปลี่ยนเพื่อนการที่หนึ่งพูดมาเพื่อนไม่เคยโต้ตอบอะไรทันเลย หรือไม่ก็พิมคุยกันในไลน์ แต่พี่ว่าลองชวนเขาคุยขำ ๆ สักวันนึง topic เบา ๆ ลองชวนมานั่งคุยกัน สุดท้าย “ดีเจต้นหอม” ก็ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘เช็คให้ดีวันนึงถ้าเพื่อนโทรเขามาพุธทอล์คพุธโทรว่าแบบมีเพื่อนคนนึงชวนคุยตอนทำงานตลอดหนูไม่อยากคุยกับมันเลย เพราะเคยมีคนโทรเขามาในรายการแล้วมองอีกมุมนึงนะ ประเมินตัวเองก่อนตอนนี้อย่างน้อยรำพึงรำพันก็เป็นพวกเราดูหลาย ๆ มุม วันนี้พี่แก้ให้ไม่ได้ เพราะว่ามันงกเกินไปเรื่อง topic หรือลองตั้งใจทำงาน แล้วไม่คุยดูเรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATION รับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 20.00 – 23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin#พุธทอล์คพุธโทร #พุธทอล์คพุธโทรRECAP #ดีเจเผือก #ดีเจเติ้ล #ดีเจเผือก #EFM94

เป็นเจ้าของธุรกิจร้านคาเฟ่เล็กๆ ทั้งร้านมี 3 ที่นั่ง แต่เจอลูกค้าที่ชอบนั่งแช่นานๆ มาคนเดียวยังนั่งโต๊ะใหญ่ ทั้งวันสั่งกาแฟแก้วเดียว บางวันเอาน้ำขวดใหญ่เข้ามากินในร้าน พีคสุดคือหายไปเข้าห้องน้ำครึ่งชั่วโมง จะจัดการกับลูกค้าประเภทนี้ยังไงดี..

17 ม.ค. 2025

เป็นเจ้าของธุรกิจร้านคาเฟ่เล็กๆ ทั้งร้านมี 3 ที่นั่ง แต่เจอลูกค้าที่ชอบนั่งแช่นานๆ มาคนเดียวยังนั่งโต๊ะใหญ่ ทั้งวันสั่งกาแฟแก้วเดียว บางวันเอาน้ำขวดใหญ่เข้ามากินในร้าน พีคสุดคือหายไปเข้าห้องน้ำครึ่งชั่วโมง จะจัดการกับลูกค้าประเภทนี้ยังไงดี..

เป็นเจ้าของธุรกิจร้านคาเฟ่เล็กๆ ทั้งร้านมี 3 ที่นั่ง แต่เจอลูกค้าที่ชอบนั่งแช่นานๆมาคนเดียวยังนั่งโต๊ะใหญ่ ทั้งวันสั่งกาแฟแก้วเดียว บางวันเอาน้ำขวดใหญ่เข้ามากินในร้านพีคสุดคือหายไปเข้าห้องน้ำครึ่งชั่วโมง จะจัดการกับลูกค้าประเภทนี้ยังไงดี.. “คุณโมโม่ (นามสมมติ)” สายที่สองในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา [15 ม.ค. 68] ได้โทรเข้ามาปรึกษา ‘ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล – ดีเจต้นหอม’ เกี่ยวกับปัญหาลูกค้าชอบนั่งแช่ในคาเฟ่นานๆ โดย “คุณโมโม่” ได้เล่าว่า “ที่ร้านจะเป็นร้านขายขนมเล็กๆ มีที่นั่งประมาณ 3 ชุด คือ โต๊ะใหญ่ 1 ชุด โต๊ะเล็ก 2 ชุด แล้วจะมีน้องลูกค้าคนหนึ่งที่แรกๆ เขาก็มาซื้อทุกวันปกติไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่จะมีเหตุการณ์หนึ่งที่พีคๆ ของเขา คือ เขามานั่งทานที่ร้านคนเดียว แล้วเขาเอาชุดวาดระบายสีมากางเต็มโต๊หะ ซึ่งเขาเลือกที่จะนั่งโต๊ะใหญ่ แล้วก็นั่งแช่อยู่แบบนั้น แต่เขาจะสั่งกาแฟวันละ 1 แก้วเท่านั้น แล้วก็อยู่ยาวๆ เลยคือ 2 - 3 ชั่วโมงจนไม่มีลูกค้าแล้ว เขาก็ทานกาแฟแก้วนั้นแป๊ปเดียวก็หมด แต่เขาก็ยังนั่งอยู่ เหตุการณ์ต่อมา คือ ช่วงปีใหม่ที่ร้านลูกค้าจะเยอะมากอยู่แล้ว น้องคนนี้เขาก็มาแต่พกขวดน้ำส่วนตัว 1.5 ลิตรมาด้วย เราก็ไม่เห็น มาเห็นตอนที่เราไปเก็บโต๊ะแล้วน้องเขาทิ้งขวดไว้ อันนี้เราก็ไม่ได้ว่าอะไร แต่อีกวันหนึ่งก็เกิดเหตุการณ์อย่างนี้ติดๆ กันทุกวัน เขาก็มาเหมือนเดิม สั่งน้ำแก้วเดียว 65 บาท แล้วก็นั่งทานที่ร้าน เขาเลือกนั่งโต๊ะเล็กและมีอุปกรณ์ของเขาครบมือเหมือนเดิม แต่ครั้งนี้เขาเอาหูฟังอันใหญ่ๆ ที่แบบครอบทั้งหูมาใส่ ซึ่งน้องก็ยังเป็นเด็กมัธยม มีหนังสือ IPad มือถือ น้องเขาก็นั่งอยู่แบบนั้นจนลูกค้าเยอะ ไม่มีที่นั่ง น้องเขาก็ไม่ลุกไปไหน เราก็แบบเอ๊ะ... น้องเขาทำอะไร หนูเลยไปดู ทีนี้ก็เห็นน้องเขานั่งหลับ หนูก็ไม่ได้ว่าอะไร ปล่อยไปจนลูกค้าหมดร้านไป วันต่อมาน้องเขาก็มาอีก ลูกค้าในร้านก็เยอะอยู่ เขาก็เอาหนังสือมาอ่าน อุปกรณ์ก็ยังครบมือเหมือนเดิม จนลูกค้าหมด ตอนอยู่ที่โต๊ะเขาไม่ได้อ่านหนังสือแต่เล่นมือถือ พอไม่มีลูกค้าก็จะเหลือแค่หนู แล้วก็น้องลูกค้าคนนี้ 1 คน เขาก็เอาหนังสือไปอ่านในห้องน้ำ ทีนี้เราก็จับเวลาเลยว่าเขาเข้าไปกี่นาที ก็คือเขาเข้าไปประมาณครึ่งชั่วโมง อีกวันหนึ่งเขามาอีกเหมือนเดิม แต่ไม่สั่งขนมเลย ทั้งๆที่ร้านเราเน้นขายขนม แล้วเขาก็เอาขวดน้ำดื่มของตัวเองไปเติมน้ำที่ร้าน เพราะที่ร้านเราจะมีน้ำดื่มให้ทานฟรีเป็นแบบเหยือก เขาก็เอาขวดตัวเองไปเติมจนหมดเหยือก แต่หนูก็ไม่ได้ว่าอะไร และอีกวันหนึ่งน้องเขาก็มาอีก จนเราเดินเข้าไปถามน้องเขาว่า “น้องรับอะไรเพิ่มไหมคะ?” น้องก็มองหน้าเรามึนๆ แล้วก็บอกว่า “อ๋อ ไม่ครับ” เราก็บอกว่า “พอดีว่าเดี๋ยวมีลูกค้าจองโต๊ะเข้ามา พี่ขอรบกวนได้มั้ยคะ” น้องก็บอก “อ๋อ งั้นผมย้ายไปนั่งโต๊ะอื่นได้ไหม” ทั้งๆ ที่น้องก็ไม่เหลืออะไรทานแล้ว เขาสั่งแค่น้ำแก้วเดียวแต่เขาก็ยังนั่งอยู่ หนูก็เลยบอกเขาไปว่า “อ๋อ พอดีว่าเขามาเยอะอ่ะค่ะ” ซึ่งตอนนั้นเป็นเวลาบ่าย 2 ครึ่ง น้องก็เลยบอกว่า “อ๋อเดี๋ยวบ่าย 3 ผมไปครับ” แล้วก็คือบ่าย 3 เป๊ะน้องเขาก็ไปจริงๆ อีกวันหนึ่งเขาก็มาอีก พกขวดน้ำมาอีก ทีนี้เราก็เลยเดินไปเตือนเขาว่า “น้องครับ ขอรบกวนไม่เอาน้ำดื่มหรืออาหารข้างนอกเข้ามาทานที่ร้านได้มั้ยครับ” เขาก็แบบ “อ๋อ ครับ” แค่นี้ ก็ไม่มีปฏิกิริยาอะไร หลังจากนั้นเขาก็ยังมาทุกวัน ๆ เหมือนเดิม แต่พฤติกรรมพกขวดน้ำมาก็เริ่มหายไป มีวันหนึ่งที่หนูก็ทักเขาว่า “อ๋อ น้องวันนี้เหมือนเดิมเนอะ” น้องเขาก็เหมือนไม่ได้อยากคุยกับเรา น้องก็บอก “อ๋อ ไม่ครับ” แล้วเปลี่ยนเป็นเมนูอื่นเลย หนูก็เข้าใจได้ว่า น้องเขาก็ไม่ได้อยากให้ใครรบกวนเขา หนูไม่ทราบว่าเขาโดดเรียนมามั้ย หรืออีกอย่างหนึ่งก็คือช่วงเด็กม.6 ใกล้สอบเข้ามหาลัยอาจจะเข้า-ออกโรงเรียนช่วงไหนก็ได้ บางทีน้องเอาของมาวางโต๊ะเต็ม ลูกค้าที่ไม่มีที่นั่งเขาก็กลับไป ซึ่งตรงนี้เราเสียโอกาส เสียลูกค้าที่เขาตั้งใจมากินขนม หนูอยากถามพี่ๆ ดีเจว่า จะจัดการกับลูกค้าประเภทนี้ยังไง?” ทางด้านดีเจทั้ง 3 ท่าน “ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม” ให้ความคิดเห็นไปในทางเดียวกันว่า ‘ให้ตั้งกฎเวลาว่าให้นั่งได้กี่ชั่วโมง 1 แก้ว ให้นั่งได้กี่ชั่วโมง หรือลองถามๆ เรื่องเรียนเขาหน่อยว่าไม่เข้าเรียนหรอ หรือมีเรื่องอะไรที่บ้าน เผื่อน้องเขามีปัญหา เราจะได้จัดการกับเขาอีกแบบหนึ่ง’ นอกจากนี้ “คุณโมโม่” ยังทิ้งท้ายถึงผู้ใช้บริการด้วยว่า “อยากให้เห็นใจผู้ประกอบการนิดนึง การใช้สถานที่หรืออะไรก็ตาม บางทีเราเอางานไปทำในที่ของเขา อยากให้เขาเห็นใจทางร้านด้วย เพราะบางทีทางร้านก็อึดอัดใจที่จะพูด เพราะกลัวจะเป็นดราม่า”เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATION รับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 20.00 – 23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

album
efm
-

-