หนูคบกับพี่ผู้ชายคนนึงมา 2 เดือนแบบไม่ได้บอกใคร คบแบบไม่เปิดตัว แต่เพื่อนในกลุ่มคนนึงดันมาชอบคนเดียวกับเรา อึดอัดมานาน จนตัดสินใจบอกว่าเรากำลังคบกับพี่เขาอยู่นะ เพื่อนบอกโอเค รับได้ แต่หลังจากนั้น เพื่อนทั้ง 11 คนในกลุ่มก็ไม่คุยกับหนูไปเลย

พุธทอล์ค พุธโทร RECAP

หนูคบกับพี่ผู้ชายคนนึงมา 2 เดือนแบบไม่ได้บอกใคร คบแบบไม่เปิดตัว แต่เพื่อนในกลุ่มคนนึงดันมาชอบคนเดียวกับเรา อึดอัดมานาน จนตัดสินใจบอกว่าเรากำลังคบกับพี่เขาอยู่นะ เพื่อนบอกโอเค รับได้ แต่หลังจากนั้น เพื่อนทั้ง 11 คนในกลุ่มก็ไม่คุยกับหนูไปเลย

03 ก.ค. 2024

หนูคบกับพี่ผู้ชายคนนึงมา 2 เดือนแบบไม่ได้บอกใคร คบแบบไม่เปิดตัว

แต่เพื่อนในกลุ่มคนนึงดันมาชอบคนเดียวกับเรา อึดอัดมานาน

จนตัดสินใจบอกว่าเรากำลังคบกับพี่เขาอยู่นะ เพื่อนบอกโอเค รับได้

แต่หลังจากนั้น เพื่อนทั้ง 11 คนในกลุ่มก็ไม่คุยกับหนูไปเลย เหมือนเขาคิดว่าหนูแย่งของเพื่อน...

            “คุณน้ำ (นามสมมติ)” อายุ 16  ปี สายที่สองในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา [26 มิ.ย.67] ได้โทรเข้ามาปรึกษา “ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม” เกี่ยวกับปัญหาเรื่องเพื่อนที่ค่อย ๆ ออกห่าง

            โดย “คุณน้ำ (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘เรื่องนี้เกิดขึ้นเมื่อเดือนที่แล้ว คือหนูมีเพื่อนสนิทในกลุ่มรวมกันทั้งหมด 11 คน แล้วเหมือนจะมีเพื่อนคนหนึ่งในกลุ่มชอบรุ่นพี่ในโรงเรียน ซึ่งหนูรู้ว่าเพื่อนชอบอยู่แล้ว แต่ก็รู้ว่า ณ ตอนนั้นเพื่อนไม่ได้จะจริงจังกับพี่เค้า แต่พอเปิดเทอมที่ผ่านมาเพื่อนก็ได้บอกว่าชอบพี่คนนี้นะ ทั้ง ๆ ที่เราคบกับพี่คนนี้แล้ว ซึ่งตอนแรกหนูยังไม่ได้บอก เพราะว่ากลัวบอกไปแล้วเพื่อนจะไม่โอเค จนเมื่อเร็ว ๆ นี้หนูได้บอกกับเพื่อนว่าหนูคบกับพี่คนนี้เพื่อนโอเคใช่ไหม ตอนแรกเพื่อนก็บอกว่า “โอเค โอเคมาก ๆ” แล้วก็บอกหนูว่าไม่ต้องคิดมาก

            หลังจากที่หนูบอกไปเพื่อนทุกคนก็ตีตัวออกห่างทั้ง 11 คน หนูก็เลยรู้สึกว่า “เราผิดหรอ” ที่หนักกว่านั้นคือเพื่อนเริ่มแซะหนู เช่น โพสแซะในโน้ตไอจี ด้วยคำประมาณว่า “อุ้ยก็ไม่คิดว่าจะเอาเนาะ” ทั้ง ๆ ที่เพื่อนไม่เคยคุยกับพี่เค้าเลย แต่พี่คนนี้เค้าเป็นคนเข้ามาจีบหนูก่อน ส่วนความสัมพันธ์ระหว่างหนูกับเพื่อนก็คือเหมือนเริ่มต้นใหม่ทั้งหมดเลยค่ะ เพราะว่าหนูย้ายห้องเรียนใหม่ หนูเลยอยากถามว่าวันนี้หนูไปเรียนวันแรกเพื่อนยังแซะยังมองจิก หนูควรจะมองจิกกลับไปหรือหนูควาจะอยู่เฉย ๆ’

            โดย “ดีเจต้นหอม” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘หนูสามารถเป็นศัตรูกับคนทั้งโลกได้เพื่อผู้ชายอย่าได้แคร์ เค้าไม่ใช่แฟนเพื่อนเรา ไว้ให้ได้ก่อนแล้วค่อยเรียกว่าแย่ง เค้าไม่เคยเป็นของเพื่อนตั้งแต่แรก ต่อให้เค้ามาแซะก็ทำตลกไปเลย เช่นหัวเราะ ไม่ต้องแคร์ เพราะเราได้ผู้ชายมาแล้ว ชนะทุกสิ่ง ยินดีเป็นศัตรูกับทั้ง 11 คน คิดในใจแบบนี้ แล้วเพื่อนที่ดีเค้าจะไม่มาแซะเรา เค้าก็ต้องมาสนับสนุน’

            ต่อด้วย “ดีเจเติ้ล” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘พี่ว่าเป็นฮอร์โมนเด็กวัยรุ่นอายุ 16 พี่ว่าหนูไม่ได้ทำอะไรผิด เพราะเพื่อนไม่ได้ชัดเจนตั้งแต่แรก แล้วผู้ชายก็เป็นฝ่ายเข้าหาเรา แต่พี่ว่าหนูก็อาจจะต้องเข้าใจเพื่อนหน่อยว่าเค้าก็มีสิทธิ์จะโกรธได้ เช่นเค้าอาจจะหวังว่าถ้าจะจีบกันไม่บอกสักคำก่อนหล่ะอะไรประมาณนี้ และในมุมของพี่พี่คิดว่าถ้าเพื่อนที่ดีเค้าควรจะต้องมาคุยกับหนูแบบไม่ใช้อารมณ์ ว่าเรื่องมันเป็นยังไง เกิดขึ้นตอนไหน แต่พี่ว่าเพื่อนน้ำดูเป็นคนว่น และถ้าเพื่อนทั้ง 11 คนเป็นแบบนี้ทั้งหมดพี่ก็ว่าดีแล้วที่เค้าไม่ต้องคบกับหนู เราไม่จำเป็นต้องไปอะไรกับเค้า เราก็เป็นนางเอกของเรานี่แหละ’

            สุดท้าย “ดีเจเผือก” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘ไม่แปลกเลยเพราะว่าเหตุการณ์พวกนี้พี่เห็นตั้งแต่สมัยพี่ 16 แล้วพี่ก็เห็นคนที่คบกับแฟน แล้วถูกเพื่อนไม่คบ พี่ถึงถามว่าถ้าขาด 11 คนนี้ไปน้ำมีเพื่อนกลุ่มอื่นไหม ถ้ามีไม่ต้องแคร์เลย เราก็ไปคบหาเพื่อนกลุ่มใหม่ สุดท้ายโตขึ้นจะรู้เองว่าสิ่งที่ 11 คนนี้ทำมันไร้สาระ แต่มันก็เป็นอย่างนี้มาโดยตลอด ซึ่งแปลกที่ผู้ชายจะไม่ค่อยมีเรื่องแบบนี้เพราะมันจะเคลียร์กัน แล้วก็พี่ไม่อยากให้ไปมองจิกกลับ เพราะเดี๋ยวเรื่องเล็กจะเป็นเรื่องใหญ่ เราอยู่แบบมายด์เซ็ตผู้ชนะ อยู่สวย ๆ ของเราไม่ต้องไปวุ่นวายอะไร’

เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทาง

ใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATION

รับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

related พุธทอล์ค พุธโทร RECAP

อากง อาม่า ให้เราออกจากงานประจำมาเป็น CEO ดูแลธุรกิจกงสี เราต้องวางระบบใหม่ทั้งหมด ทั้งๆที่เราเป็นลูกคนกลาง พี่ชาย น้องชาย ไม่เห็นต้องมาทำอะไรแบบนี้เลย พี่ชาย กับ น้องชายเรา เอาเงินกงสีออกมาใช้ซื้อรถหรูไปใช้

01 ส.ค. 2025

อากง อาม่า ให้เราออกจากงานประจำมาเป็น CEO ดูแลธุรกิจกงสี เราต้องวางระบบใหม่ทั้งหมด ทั้งๆที่เราเป็นลูกคนกลาง พี่ชาย น้องชาย ไม่เห็นต้องมาทำอะไรแบบนี้เลย พี่ชาย กับ น้องชายเรา เอาเงินกงสีออกมาใช้ซื้อรถหรูไปใช้

อากง อาม่า ให้เราออกจากงานประจำมาเป็น CEO ดูแลธุรกิจกงสี เราต้องวางระบบใหม่ทั้งหมดทั้งๆที่เราเป็นลูกคนกลาง พี่ชาย น้องชาย ไม่เห็นต้องมาทำอะไรแบบนี้เลย พี่ชาย กับ น้องชายเราเอาเงินกงสีออกมาใช้ซื้อรถหรูไปใช้ หลายครั้งที่รู้สึกว่า ได้รับการปฏิบัติที่ไม่เท่าเทียมน้อยใจกับสิ่งที่เจอมาก ล่าสุดเราไปช่วยอากงขายที่ดินได้แต่อากงกลับบอกว่าให้หารพี่น้องเท่าๆกันทุกคน “คุณสอง (นามสมมติ)” สายแรกในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา [30 ก.ค 68] ได้โทรเข้ามาปรึกษา “ดีเจเผือก – ดีเจเติ้ล – ดีเจต้นหอม” เกี่ยวกับปัญหาเป็นลูกสาวคนกลางในครอบครัวเชื้อสายจีน ทำทุกอย่างมากกว่าลูกชายสุดท้ายได้ผลตอบรับไม่เท่ากัน โดย “คุณสอง (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘เมื่อเดือนตุลาคมปีที่แล้วอาม่าหนูเสีย แต่ก่อนจะเสียได้มีการเรียกลูกหลานทุกคนกลับมารวมตัวกันแล้วประกาศว่าจะยกกิจการกงสีของบ้านที่ต่างจังหวัดให้กับหนู ทำให้หนูต้องลาออกจากงานประจำที่กรุงเทพเพื่อมาดูแลต่อ ตั้งแต่มาอยู่ก็รู้สึกว่าเหนื่อยจังเลย เรารู้ว่าอากงรักเราแต่มันดันเป็นความรักแบบ Tough Love ไม่ว่าจะทำอะไร ก็รู้สึกว่าดีไม่พอ อากงก็จะชอบพูดว่า “เนี่ย ทำไมยอดขายได้เท่านี้เอง ทำไมทำได้แค่นี้ มันไปไหนหมด!” ต้องบอกก่อนว่าตอนแรกที่มาทำมันเครียดมากเลย การเงินก็สะเปะสะปะไปหมด อากงมักจะคิดว่าหนูเอาเงินไปใช้คนเดียว พอหนูเริ่มเข้ามาเคลียร์ว่าเงินไหนใช้ในกงสี เงินไหนไว้ใช้จ่ายในบ้าน ก็ได้รู้ว่าไม่ใช่เราหนิที่ใช้เงิน เงินจากกงสีก็ถูกคนในบ้านดึงไปใช้เยอะมาก พี่ชายกับน้องชายก็ได้รถหรูไปคนละคัน ในขณะที่หนูยังต้องซื้อรถใช้เองอยู่เลย ก็เลยเริ่มมีความน้อยใจ เพราะหนูทั้งลาออกจากงาน ทั้งยอมห่างกับแฟน แต่ที่สำคัญที่บ้านก็ไม่ชอบให้คบกับแฟนคนนี้อีกเพราะเขามองว่าแฟนเรามีที่ติ พ่อแม่แยกทางกันแถมแม่ก็เสียแล้ว เขากลัวแต่งแล้วจะไม่มีญาติมา เขาอยากให้หนูไปแต่งกับกงสีชาวจีนด้วยกันมากกว่า ส่วนตัวด้านการทำงานไม่มีปัญหาเลยเพราะมันคล้ายกับงานประจำที่เคยทำมาแต่จะมีปัญหาจิตใจมากกว่าที่เขากดดันหนู แล้วเป็น Tough Love แบบคนจีนเลยจริง ๆ ทำอะไรก็ดีไม่พอ ล่าสุดหนูช่วยขายที่ดินให้จนได้ แต่อากงกลับบอกว่าให้หารเงินเท่ากันทุกคน ทั้ง ๆ ที่เราเป็นคนพาไป โดยเขาก็บอกอีกว่าหนูไม่ต้องเอาหรอก ได้จากเงินกงสีไปแล้ว แถมได้เยอะกว่าเพื่อนเลย แต่บางทีหนูก็รู้สึกว่าน้อยใจจัง หนูกับพี่น้องไม่ได้มีปัญหากันแค่เป็นความรู้สึกของคนที่ทำมากกว่าว่าเราควรได้มากกว่าหรือเปล่า หนูไม่รู้ว่าหนูคิดไปคนเดียวหรือเปล่าว่า หรือเพราะหนูเป็นลูกสาวคนเดียวแถมเป็นคนกลางด้วย พี่ชายรับราชการ น้องชายก็เล่นหุ้นออกงานสังคม อากงเลยบอกว่าอย่าไปยุ่งกับพี่น้องนะเพราะเขามีหน้ามีตาในสังคมแล้ว หนูก็เลยแอบรู้สึกว่าทำไมต้องเป็นหนูที่ต้องคอยเสียสละทุกอย่าง ต้องคอยดูแลคนในบ้านซึ่งก็มีแต่ผู้สูงอายุที่เอาใจยากมากเลย ตอนอยู่กรุงเทพต่างคนต่างใช้ชีวิตของตนเองไม่มีปัญหาเลย หนูอยู่กับแฟน คบกันมา 4 ปี จนมีการวางแผนแต่งงานกัน หนูรักแฟนคนนี้มาก แฟนก็น่ารักกับหนูมาก เขาพร้อมที่จะแต่งเข้าในบ้านหนูด้วย ขนาดเราเองยังอยากออก แต่เขาเต็มใจที่จะแต่งเข้าเพราะเห็นว่าหนูเหนื่อย ผู้ชายแบบนี้คือมันหาไม่ได้แล้ว หนูเคยพูดคุยกับพ่อแม่แล้วแต่ก็เหมือนไม่มีใครอยู่ข้างหนูเลย เขาก็ไม่ชอบแฟนหนู เวลาพาแฟนมาเจอเขาก็จะทำหน้าขรึม ๆ ไม่ยิ้ม ไม่ต้อนรับ อาม่าอากงเลยชอบแนะนำว่าบ้านนั้นดีมากเป็นเพื่อนในวงกันเอง อารมณ์อยากให้ดองกัน เขาคงคิดว่าถ้าได้แต่งงานกับคนที่รวยกว่าอาจจะสบายขึ้นก็ได้ หนูว่าการที่หนูเข้ามาทำในสิ่งที่รุ่นอากงอาม่าเขาไม่ทำ หนูเข้มงวดขึ้น ทุกคนก็คงจะคิดว่าเขาได้ผลประโยชน์น้อยลงด้วย หนูก็เลยอยากได้กำลังใจจากพี่ ๆ รวมถึงอยากได้ความคิดเห็นจากพี่ ๆ ว่าทำยังไงดีให้เรา compromise อยู่ได้ แล้วในอนาคตถ้าอยากแต่งงานกับคนนี้จะทำยังไงดี มีวิธีการไหม?’ เริ่มจาก “ดีเจเผือก” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘ต้องขอส่งกำลังใจให้เพราะไม่ใช่แค่เราที่เจอปัญหาแบบนี้แน่ ๆ เวลาดูหนังมาแล้วรู้สึกตรงกับชีวิตตัวเองแปลว่าหนังก็เขียนมาจากเรื่องชีวิตจริงของเขาเหมือนกัน มันเป็นเรื่องที่คนไทยเชื้อสายจีนเจอกันหมดทุกแซ่ ทุกตระกูลอย่างไม่น่าเชื่อ คงต้องรอให้เกิดการเปลี่ยนผ่านของยุคสมัยไปก่อน ให้มันค่อย ๆ คลายความคิดและวัฒนธรรมนี้ไป ซึ่งมันกำลังเปลี่ยนแหละแต่เราดันมาเจอช่วงเปลี่ยนผ่านพอดี แต่ในเมื่อเกิดมาในครอบครัวนี้แล้ว แถมชีวิตตอนนี้เราเป็นคนเลือกเอง ก็คงทำได้แค่ต้องเข้าใจมัน เพราะฉะนั้นถ้ามันจำเป็นต้องอยู่ในเส้นทางที่เหนื่อยใจแบบนี้ก็แนะนำให้มีคนที่เราเลือกเองคอยอยู่ข้าง ๆ ให้เราได้พักบ้าง อย่างน้อยก็เป็นสิทธิ์อย่างหนึ่งของเราที่ต้องได้เลือกคู่ครองด้วยตัวเอง สุดท้ายแล้วคนที่เราเลือกไม่ได้ทำให้กิจการครอบครัวเสียหายหรืออาจจะดีขึ้นด้วยซ้ำ เราก็ควรจะพักผ่อนหัวใจบ้าง และการจะได้แต่งงานกับคนนี้ได้คงต้องใช้เวลาเพราะตลอดเวลาที่คบกับก็ไม่ได้ไปเจอกับที่บ้านบ่อย การเอาชนะใจคงต้องใช้เวลา เพราะจากที่เล่ามาก็ไม่น่าจะถึงขั้นสั่งให้เลิกแล้วจะคลุมถุงชนหรอก สักวันเขาจะรับเขยคนนี้ได้ มันก็อยู่ที่การกระทำของแฟนเราด้วย ถ้าไปแบบเรียบร้อย ใจเย็น เข้ากับผู้ใหญ่ได้ก็ไม่นานหรอก’ ต่อไป “ดีเจเติ้ล” ก็ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘ถ้าจะ compromise ก็ต้องมองเรื่องนี้เป็นเรื่องดีให้ได้ ซึ่งเข้าใจว่ายากแต่ก็ต้องพยายาม พี่เชื่อว่าเราชินแล้วเพราะเราเติบโตมาในครอบครัวนี้ เพียงแค่ตอนนี้มันหนักเกินไปจนอยากหาที่ระบาย ถ้ารู้สึกว่าอันไหนไม่สมเหตุสมผลเรามีสิทธิ์พูดออกมาได้ เฮงซวยก็พูดออกมาได้ พี่ว่าเราต้องทำให้เขาเห็นว่าในเมื่อเลือกเรามาจัดการกงสีนี้แล้ว เขาต้องเคารพในสิ่งที่ตัวเราตัดสินใจ เพราะไม่งั้นให้เอาคนอื่นมาทำแทน พยายามมองในแง่ดีว่าการที่เขาเลือกเราแปลว่าเขาเห็นแล้วว่าเราทำได้ ถ้าให้พี่กับน้องมาทำคงไม่รอด ทำให้เขาเคารพเราให้ได้ แต่ไม่ใช่บ้าอำนาจ แค่ต้องอธิบายว่าที่เราทำคืออะไร เพื่ออะไร แต่ถ้าถึงจุดที่อธิบายแล้วไม่เข้าใจ ไม่มีใครฟัง ก็สามารถพูดออกไปได้ว่างั้นให้คนอื่นทำ ในเมื่อเราขึ้นมารับหน้าที่นี้แล้วก็อย่าให้คนอื่นมาแทรกแซงโดยไม่สนอะไร ส่วนเรื่องการแต่งงานคิดว่าก็ต้องใช้เวลาเพราะเรารู้อยู่แล้วว่าบ้านนี้มันไม่ง่ายมันต้องใช้ความสม่ำเสมอ ใช้เวลาในการพิสูจน์ อีกอย่างถ้าเราทำให้เขารู้สึกได้ว่าขาดเราไปไม่ได้ การต่อรองในอนาคตก็จะง่ายขึ้น เรื่องการเลือกคู่ครองก็จะง่ายขึ้นให้ทุกคนยอมรับว่านี่คือสิ่งที่เราเลือกแล้ว’ และสุดท้าย “ดีเจต้นหอม” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘สิ่งที่พี่จะบอกคงเป็นตัวเลือกสุดท้ายเพราะคุณสองคงยังไม่กล้าทำคือเรียกทุกคนในบ้านมานั่งคุย ว่าให้เรามาอยู่ตรงนี้จะยื่นคำขาดว่าจะวางทุกอย่างให้เป็นระบบแล้วนะ คนทำงานจะต้องได้เงินมากกว่า ฉะนั้นใครอยากได้ค่าตอบแทนจากกงสีนี้ก็ต้องมาทำงานเพื่ออากงจะได้ไม่พูดกับเราว่ามีปัญหาเรื่องเงิน แต่ถ้าวางระบบแล้วอากงยังมีปัญหาเราก็เปิดแพลตฟอร์มให้ดังกว่าน้องชาย เพราะเขาบอกน้องมีหน้ามีตาในสังคมเราก็ทำคอนเทนต์เลย เรื่องงานจบแล้วก็คุยเรื่องต่อไปเลย ก็แนะนำแฟนให้ทุกคนรู้จักแล้วพูดว่า “เวลาเจอกันทุกครั้งช่วยรักษามารยาทด้วยคนนี้คือพ่อของลูก อันนี้ไม่ได้มาขอ แต่มาบอกให้รับทราบและทั้งหมดนี้ใครมีปัญหาเราจะขายกิจการแล้วก็แบ่งเงินเอาไปตั้งตัวด้วยกันทั้งหมด” พี่เชื่อว่าอากงมีปัญหาแน่ ๆ แต่ก็เน้นว่า “ไม่ได้มาขอ มาแจ้งให้ทราบ” ส่วนถ้าเป็นในชีวิตจริงที่น่าจะกล้าทำ พี่จะแนะนำว่าให้แต่งงานแล้วพาแฟนมาอยู่ด้วย ให้ช่วยทำงาน ให้ทำรายได้หรือทำสิ่งแปลกใหม่ที่บริษัทนี้ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ให้เขารู้ว่าสิ่งนี้มาจากเราและแฟน แล้วอากงก็จะยอมรับเพราะบ้านไหน ๆ ก็หวงเรื่องเงินทั้งนั้น อำนาจอยู่ในมือแล้วหรือถ้าใครไม่โอเคกับแฟนคนนี้ก็เชิญย้ายออกได้เลย’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

ผมคบกับแฟนมา 7 ปี แต่งงานกันมา 1 ปีกว่าๆ ก่อนคบกันตกลงกันหมดแล้วว่าทั้งคู่จะไม่มีลูก แต่ตอนนี้แฟนอายุ 29 แล้ว แฟนไปเล่นกับลูกๆของเพื่อน แล้วรู้สึกว่าอยากเลี้ยงเด็กขึ้นมา อยากมีลูกแล้ว เวลาเรามีอะไรกัน แฟนบอกว่าไม่ต้องให้เราใส่ถุงยาง

26 ก.ย. 2025

ผมคบกับแฟนมา 7 ปี แต่งงานกันมา 1 ปีกว่าๆ ก่อนคบกันตกลงกันหมดแล้วว่าทั้งคู่จะไม่มีลูก แต่ตอนนี้แฟนอายุ 29 แล้ว แฟนไปเล่นกับลูกๆของเพื่อน แล้วรู้สึกว่าอยากเลี้ยงเด็กขึ้นมา อยากมีลูกแล้ว เวลาเรามีอะไรกัน แฟนบอกว่าไม่ต้องให้เราใส่ถุงยาง

ผมคบกับแฟนมา 7 ปี แต่งงานกันมา 1 ปีกว่าๆ ก่อนคบกันตกลงกันหมดแล้วว่าทั้งคู่จะไม่มีลูกแต่ตอนนี้แฟนอายุ 29 แล้ว แฟนไปเล่นกับลูกๆของเพื่อน แล้วรู้สึกว่าอยากเลี้ยงเด็กขึ้นมา อยากมีลูกแล้วเวลาเรามีอะไรกัน แฟนบอกว่าไม่ต้องให้เราใส่ถุงยาง ตอนนี้ผมก็ยังตั้งใจว่าจะไม่มีลูกเหมือนเดิมรู้สึกว่าทุกวันนี้ เหมือนเราคบกันไปแล้วต้องรอวันเลิก เพราะปลายทางของเราไม่เหมือนกันแล้วแต่ผมก็ยังรักเขามากๆ เขาเป็นผู้หญิงที่ดีสุดๆ ผมจะทำยังไงดีครับกับเรื่องนี้ ?? “คุณวี (นามสมมติ)” อายุ 31 ปี สายสุดท้ายในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา [24 ก.ย. 68] ได้โทรเข้ามาปรึกษา “ดีเจเผือก – ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม” เกี่ยวกับปัญหาการตกลงกับแฟนเรื่องมีลูก โดย “คุณวี (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘ผมคบกับแฟนมา 7 ปี แต่พึ่งมาแต่งงานกันตอนต้นปี 2568 ตอนที่เรียนจบใหม่ๆ ผมได้เริ่มคบกับแฟน ตอนนั้นผมก็เริ่มคุยกับเขาแล้วว่า ถ้าเราคบกันไปจนถึงแต่งงานกัน ผมก็บอกเธอว่า พี่ไม่อยากมีลูกนะ เธอรับได้มั้ย ช่วงแรก ๆ ที่คบกันเขาก็โอเค แต่พอเข้า 5 - 6 ปีหลังมานี้ เขาก็เริ่มพูดบ่อยขึ้นว่า อยากมีลูก เธอน่าจะอยากมีลูกเพราะเวลาคุยโทรศัพท์กับแม่ แม่เขาชอบพูดว่า ไม่อยากมีน้องหรอ แรก ๆ ผมก็ไม่ได้คิดอะไรหรอก แต่หลัง ๆ มันหนักขึ้นตรงที่เวลาเราไปเที่ยวกัน 2 คน เราก็จะเห็นครอบครัวไปเที่ยวกันกับลูก แฟนก็จะชอบพูดว่า พี่ไม่อยากมีลูกจริง ๆ หรอ แต่มา 3 - 4 เดือนก่อนมันหนักขึ้น เขาชอบส่งรูปเพื่อนเขามาแล้วพูดว่า พี่ดูเพื่อนหนูเค้ามี 3 - 4 คนแล้ว หนูอายุ 29 ยังไม่มีเลย ผมตัดสินใจโทรมาเพราะเมื่ออาทิตย์ที่แล้วเขาพูดว่า พี่ไม่อยากมีลูกจริง ๆ หรอ ถ้าวันนึงน้องมาจริง ๆ จะทำยังไง ผมก็บอกว่าต้องเอาออกแหละ ถ้าอายุครรภ์มันไม่เกิน 12 สัปดาห์ก็น่าจะเอาออกได้นะ แต่แฟนผมพูดมาคำนึงที่ทำผมตกใจมาก เขาบอกว่า ถ้าน้องมาเกิดแล้วพี่จะเลิกกับหนูไม่เลี้ยงน้องก็แล้วแต่พี่ ผมไม่อยากมีเพราะสภาวะเศรษฐกิจช่วงนี้ด้วย และด้วยเนื้องานของผมเป็นวิศวะ ที่ต้องไปไซต์งานตามต่างจังหวัด ผมไม่น่ามีเวลาดูแลลูก ถ้ามีน้องขึ้นมา รายได้ของผมกับแฟนก็ถือว่าพอเลี้ยงได้ แต่ว่าจะไม่มีเงินเก็บ เป้าหมายที่เคยตั้งไว้มันก็จะไปไม่ได้ ผมก็ให้ทางเลือกเขานะ ถ้าต่อไปนี้เราป้องกันดีมั้ย แต่เขาไม่ชอบให้ป้องกัน แต่ผมก็มาชั่งใจว่าจะไปทำหมันดีมั้ย แต่ผมกลัวว่าถ้าผมทำ แล้วอีก 4 - 5 ปี เขายิ่งโตขึ้น ผมกลัวว่าเขาจะเอาให้ได้ ถ้าถึงเวลานั้นต้องเลิกกัน กลัวจะเสียเวลาทั้งชีวิตเขาและผม ผมไม่อยากเลิกกับเขา เขาดีทุกอย่างเลย เป็นแม่ศรีเรือนอย่างดีเลย เสียอย่างเดียวคือเขาไม่ทำกับข้าว ซึ่งข้อเสียตรงนี้ผมรับได้ อยากจะปรึกษาดีเจทั้ง 3 คนคือ ผมจะจัดการกับเรื่องนี้ยังไงดี?’ เริ่มด้วย “ดีเจต้นหอม” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘เรื่องนี้คือเรื่องใหญ่มาก เพราะมันคือเป้าหมายในชีวิต เวลาเราจะใช้ชีวิตคู่กับใคร เราต้องเช็คก่อนว่าเป้าหมายเดียวกันมั้ย แนะนำให้คุยกันอีกครั้ง และยืนยันเจตนารมภ์ให้ชัดเจนว่าเราไม่อยากมี ถ้าเขาบอกไม่มีก็ได้ แต่ถ้ามีต้องรับนะ คุณวีแสดงเจตจำนงไปเลยว่าพี่จะไปทำหมันเพื่อป้องกัน ในอนาคตไม่ต้องกลัวว่า วันนึงเขาอยากมีแล้วจะเลิกกับเรา ไม่มีใครบอกได้หรอกว่าเราจะอยู่กับใครไปตลอดชีวิต อยู่กับปัจจุบัน ถ้ายังรู้สึกว่ารักคนนี้อยู่ ก็อยู่กับคนนี้ อนาคตถ้าไปไม่ได้ก็แค่แยกจากกัน อย่าไปมองเรื่องเสียเวลา’ ต่อด้วย “ดีเจเติ้ล” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘มันชัดเจนมาก ๆ แล้วที่แฟนคุณวีต้องต้องฟังใน Message ที่คุณวีพยายามจะสื่อสาร ให้มองในแง่ระยะยาว มันจะไม่ดีต่อทั้ง 2 คน ถ้าคุณวีจะคุยพูดคุยอย่างจริงจัง ต้องคุยกับคุณแม่เขาด้วย ให้รับรู้ว่าคุณวีไม่ได้อยากมีลูกจริง ๆ การพูดครั้งนี้เพื่ออยากให้เขารู้ว่า ไม่อยากให้เขาไม่มีความสุขในอนาคต ถ้าเขาทั้ง 2 คนเยือนยันว่ายังอยากมีลูก ต้องคุยกันด้วยความรักความเข้าใจ’ ต่อด้วย “ดีเจเผือก” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘การมีลูกไม่ได้การันตีว่า มอบความสุข 100% ให้คนเป็นพ่อแม่เสมอไป ให้เขาเป็นคนตัดสินใจเลือกทางเดินของชีวิต บอกเขาไปเลยว่า ยังไงก็ไม่อยากมีนะ ขีดเส้นใต้ประโยคที่คุณวีบอกว่าถ้ามีก็คงต้องไปเอาออก ผมว่าคำตอบมันชัดเจน ถ้าให้คุณวีตัดสินใจเราจะไม่เลิกกัน แต่ถ้าภรรยารู้สึกว่าชีวิตต้องมีลูก ก็คงต้องเลิกกัน คุณวีต้องพร้อมที่จะยอมให้เขาไป’เรื่องราวทั้งหมดนี้จะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App AtimeFung Fin

ผมผิดไหมที่ไม่โอเคกับเรื่องที่เกิดขึ้น ผมเลิกกับแฟนไปแล้ว มีแฟนใหม่ไปแล้ว ผมเคยขอเพื่อนในกลุ่ม ไว้ว่าไม่ต้องไปยุ่งเกี่ยวอะไรกับ แฟนเก่าของผมแล้ว เพราะอยากให้เกียรติคนใหม่ แต่ผมเพิ่งรู้ว่า เพื่อน 5-6 คนในกลุ่มจองตั๋ว ที่พัก ไปเที่ยวต่างจังหวัดกับแฟนเก่าเรา

29 ก.ค. 2025

ผมผิดไหมที่ไม่โอเคกับเรื่องที่เกิดขึ้น ผมเลิกกับแฟนไปแล้ว มีแฟนใหม่ไปแล้ว ผมเคยขอเพื่อนในกลุ่ม ไว้ว่าไม่ต้องไปยุ่งเกี่ยวอะไรกับ แฟนเก่าของผมแล้ว เพราะอยากให้เกียรติคนใหม่ แต่ผมเพิ่งรู้ว่า เพื่อน 5-6 คนในกลุ่มจองตั๋ว ที่พัก ไปเที่ยวต่างจังหวัดกับแฟนเก่าเรา

ผมผิดไหมที่ไม่โอเคกับเรื่องที่เกิดขึ้น ผมเลิกกับแฟนไปแล้ว มีแฟนใหม่ไปแล้ว ผมเคยขอเพื่อนในกลุ่มไว้ว่าไม่ต้องไปยุ่งเกี่ยวอะไรกับ แฟนเก่าของผมแล้ว เพราะอยากให้เกียรติคนใหม่ แต่ผมเพิ่งรู้ว่าเพื่อน 5-6 คนในกลุ่ม จองตั๋ว ที่พัก ไปเที่ยวต่างจังหวัดกับแฟนเก่าเราโดยไม่ได้บอกเรารู้อีกทีเขาก็เตรียมไปทริปนี้กันแล้ว ตอนนี้ผมไม่โอเคมากๆ “คุณบี (นามสมมติ)” สายที่สี่ในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา [23 ก.ค. 68] ได้โทรเข้ามาปรึกษา “ดีเจเผือก – ดีเจเติ้ล – ดีเจต้นหอม” เกี่ยวกับปัญหาเลิกกับแฟนแล้ว แต่เพื่อนทั้งกลุ่มยังไปเที่ยวกับแฟนเก่าเราอยู่ โดย “คุณบี (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘ย้อนกลับไปเมื่อปีที่แล้วผมมีแฟน ผมเลยพาแฟนมาแนะนำให้เพื่อนรู้จัก ในวันเกิดของเขา เขาอยากจัดทริปไปเที่ยวต่างจังหวัดกับเพื่อนแก๊งนี้ แต่ดันเลิกกับผมซะก่อน เพราะผมจับได้ว่าเขาคุยกับคนอื่น ผมก็คิดว่าจะไม่มีทริปนี้อีกแล้ว แต่เหมือนเขาจะทักไปหาเพื่อนลับหลังผม พอเพื่อนมาขอผม ผมก็ให้ไป แต่พอหลังจากนั้นผมก็บอกกับเพื่อนว่า ไม่ให้ติดต่อกับแฟนเก่าผมแล้วได้มั๊ย? และก็บอกกับแฟนเก่าผมด้วยว่า ไม่ติดต่อกับเพื่อนผมแล้วได้มั๊ย? เพราะช่วงนั้นผมมีคนคุยใหม่แล้ว แต่เพื่อนก็ยังพูดถึงแฟนเก่าผมต่อหน้าคนใหม่อยู่ ผมเพิ่งรู้ว่าตั้งแต่เลิกกันไปแฟนเก่าผมเขาก็ยังคุยกับเพื่อนผมอยู่ คือช่วงที่เลิกกันผมไม่ได้บอกเพื่อนว่าเหตุผลที่เลิกกันคืออะไร แต่เพื่อนก็บอกว่ารู้หมดแล้วเพราะแฟนเก่าเล่าให้ฟัง ซึ่งผมก็ไม่ได้รีเช็กด้วยว่าข้อมูลถูกต้องมั๊ย จนปีนี้เขาก็ชวนกันไปเที่ยวต่างจังหวัดอีก เขานัดกันลับหลังผมเหมือนเดิม จริง ๆ แล้วถึงผมจะบอกว่าไม่อยากให้ติดต่อกัน แต่ถ้ายังอยากคุยกัน อยากไปเจอกันบ้าง ผมโอเค แต่ถ้าถึงขั้นไปเที่ยวต่างจังหวัดด้วยกัน อันนี้ผมยังรับไม่ได้ เพื่อนผมแก๊งนี้รวมมาจากหลายฝั่งมาก ทั้งเพื่อนผมตั้งแต่เรียน, เพื่อนที่ทำงาน, เพื่อนของเพื่อน, แฟนของเพื่อน ก็รู้จักมาเป็นทอด ๆ แต่ในทั้งหมดที่พูดไปก็มีเพื่อนคนนึงที่อยู่ฝั่งผมแล้วก็เข้าใจความรู้สึกของผม คอยเป็นสายสืบส่งข่าวให้ผม คอยอัปเดตประจำเพราะแฟนเขาอยู่ในทีมที่ไป ผมเลยจะถามว่า ถ้าผมบอกเพื่อนแล้วว่าผมไม่โอเคที่จะไปต่างจังหวัดด้วยกัน แต่เขาก็ไปคุยกันลับหลังอยู่ดีว่าจะไปเที่ยวกัน โดยที่ไม่มาถามผมเลย และก็มีเพื่อนที่บอกจะไม่ไป แต่ก็ได้รู้ว่าเขาก็ไม่พอใจผมเท่าไหร่ที่ไม่ได้ไป เขามองว่าผมยึดติด ถ้าเป็นพวกพี่จะรู้สึกยังไงแล้วก็มีมุมมองยังไง?’ เริ่มที่ “ดีเจเผือก” ให้คำปรึกษาว่า ‘ถ้าเพื่อนไปเที่ยวกับแฟนเก่าเราอันนี้พี่ว่าแปลก แต่จะไม่เข้าไปยุ่งอะไรกับพวกเขาเลยแล้วจะกลับมานั่งพิจารณาตัวเองว่า เอ้า นี่ใช่เพื่อนเรามั๊ยเนี่ย แต่เท่าที่ฟังความสัมพันธ์ของกลุ่มนี้เหมือนไม่มีใครเป็นเพื่อนใครเป็นพิเศษเพราะมันเกิดจากการรวมจากหลายที่และต่างสถานะกัน เขาจึงเลือกทำในสิ่งที่เขาต้องการทำโดยไม่มีความเป็นเพื่อนมาเกี่ยวข้อง เขาอยากไปเที่ยวเขาก็แค่ไปเที่ยว มันไม่ใช่กลุ่มเพื่อนรักที่อยู่ด้วยกันมานานทำให้ไม่แปลกเพราะตอนนี้เขาอาจจะสนิทกับแฟนเก่ามากกว่าเราด้วยซ้ำ เลิกกันแล้วก็เลิกสิ เพราะฉะนั้นถ้าไม่โอเคก็แค่เอาตัวเองออกมา เป็นพี่พี่จะไม่บอกเพื่อนว่าห้ามไปกับแฟนเก่า พี่ไม่ทำเด็ดขาดเลยพี่จะปล่อยให้เพื่อนไปแล้ววันไหนเราพร้อมค่อยว่ากัน คนที่ไม่โอเคก็ต้องจัดการตัวเองซึ่งก็มีแค่เราคนเดียว เราค่อยจัดทริปใหม่ที่มีแค่คนที่โอเคกับเราก็ได้ และเรื่องนี้เพื่อนก็มีสิทธิ์คิดว่าเรายึดติดได้เหมือนกัน’ ต่อไป “ดีเจเติ้ล” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘พี่จะไม่มองว่าทำไมเพื่อนไปกับแฟนเก่า แต่พี่จะมองว่าจากที่เล่ามาเพื่อนกลุ่มนี้เป็นเพื่อนเที่ยวหรือเปล่า เพราะถ้าเพื่อนที่มาเจอกันเพื่อไปเที่ยวก็เป็นไปได้ที่จะสนิทกับแฟนเก่าเรามากกว่าเราอยู่แล้ว สำหรับพี่คำว่าเพื่อนสนิทถ้ารู้ว่าแฟนเก่าของเพื่อนนอกใจส่วนใหญ่มันจะเลิกยุ่งไปโดยอัตโนมัติ จะไม่ยุ่งเลยโดยที่เราไม่ต้องพูด เราโกรธได้แต่ก็ต้องทำใจเพราะเหมือนเพื่อนจะไม่ได้เห็นบีเป็นเพื่อนสนิทจนต้องเกรงใจด้วยซ้ำ บีเป็นแค่สังคม เพราะฉะนั้นตอนนี้บีอาจจะต้องทบทวนความสัมพันธ์ของเรากับเพื่อนก่อนว่าตรงกันมั๊ย’ สุดท้าย “ดีเจต้นหอม” ให้คำปรึกษาว่า ‘ถ้าเป็นพี่ไม่แฮปปี้กับเพื่อนกลุ่มนี้ก็ไม่ต้องคบต่อเหมือนกัน แต่ความจริงถ้าเป็นเพื่อนสนิทมันจะไม่ไปเที่ยวกับแฟนเก่าเราหรอก มันจะแคร์เรา เราอย่าพยายามเรียกร้องความสำคัญจากคนที่ไม่ได้สนิทขนาดนั้น เพราะสังคมนี้มันกว้าง เราไม่ต้องแคร์ทุกคนบนโลก อยู่กับใครแล้วมีความสุขก็อยู่กับคนนั้นไม่จำเป็นต้องมีเพื่อน 6-7 คนหรอก แล้วกลุ่มนี้บียังไม่ไว้ใจที่จะเปิดใจเล่าเหตุผลที่เลิกกันให้เขาฟังกันเลย อันนี้ต้องจัดการที่ตัวเอง เอาตัวเองเป็นหลัก เวลามันจะคัดคนไปเรื่อย ๆ สุดท้ายชีวิตเราก็จะเหลือเพื่อนไม่กี่คน เราไม่ต้องเน้นปริมาณแต่เน้นคุณภาพ หาคนที่เข้าใจเราดีกว่า’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

เจอเพื่อนร่วมงาน TOXIC สังคมที่ทำงานไม่น่าอยู่เหมือนเมื่อก่อนแล้ว ตอนนี้หันมาศึกษาอ่านไพ่ เป็นแม่หมอ ไลฟ์ใน TIKTOK คนรีวิวกันว่าแม่น จนมีลูกค้าหลายคนจองคิว มีความคิดว่าจะออกจากงานประจำ มาเป็นหมอดูเต็มตัวเลยดีไหม? เพราะรายได้ที่ได้มามากกว่างานประจำที่ทำอีก

13 มิ.ย. 2025

เจอเพื่อนร่วมงาน TOXIC สังคมที่ทำงานไม่น่าอยู่เหมือนเมื่อก่อนแล้ว ตอนนี้หันมาศึกษาอ่านไพ่ เป็นแม่หมอ ไลฟ์ใน TIKTOK คนรีวิวกันว่าแม่น จนมีลูกค้าหลายคนจองคิว มีความคิดว่าจะออกจากงานประจำ มาเป็นหมอดูเต็มตัวเลยดีไหม? เพราะรายได้ที่ได้มามากกว่างานประจำที่ทำอีก

เจอเพื่อนร่วมงาน TOXIC สังคมที่ทำงานไม่น่าอยู่เหมือนเมื่อก่อนแล้ว ตอนนี้หันมาศึกษาอ่านไพ่เป็นแม่หมอ ไลฟ์ใน TIKTOK คนรีวิวกันว่าแม่น จนมีลูกค้าหลายคนจองคิว มีความคิดว่าจะออกจากงานประจำมาเป็นหมอดูเต็มตัวเลยดีไหม? เพราะรายได้ที่ได้มามากกว่างานประจำที่ทำอีก แต่อีกใจก็กลัวว่าจะไม่มั่นคงและไปได้ไม่ดี ทุกคนคิดว่ายังไงดีคะ?? “คุณจีจี้ (นามสมมติ)” อายุ 30 ปี สายที่สองในรายการ ‘พุธทอล์ค พุธโทร’ เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา [11 มิ.ย. 68] โทรเข้ามาปรึกษา “ดีเจเผือก – ดีเจเติ้ล – ดีเจต้นหอม” เกี่ยวกับปัญหาเจอเรื่อง Toxic ในที่ทำงาน จึงจะลาออกไปรับดูดวง โดย “คุณจีจี้ (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘หนูทำงานที่นี่มาสามปี ตอนแรกก็แฮปปี้ดี แต่พอเกิดการเปลี่ยนแปลงในที่ทำงาน ก็ทำให้ทำงานยากและลำบากขึ้นกว่าเดิม ตอนแรกทำงานก็ผ่านฉลุยแต่ หลัง ๆ เจอเพื่อนร่วมงานที่ไม่ดี ส่งงานก็ใช้เวลานานกว่าปกติกว่าจะผ่าน เพราะเขาไม่ได้มาซัพพอร์ตเราในส่วนนี้เลย เคยมีการคุยกับเพื่อนในแผนกบ้างแล้ว เขาก็เหนื่อยเหมือนกัน เพื่อนก็บอกว่าเขาเคยเอาเรื่องของหนูมาเล่าให้เพื่อนฟังด้วย จุดเริ่มต้นของการดูดวง หนูมีรุ่นพี่เป็นแม่หมอดูดวงคนนึง วันนั้นเขาชวนหนูไปซื้อไพ่สำรับใหม่แล้วเขาให้หนูเลือก หนูก็หลับตาเลือก ๆ ไป อันไหนเหมือนจะดึงเรา ก็เอาอันนั้นเลย หนูก็บอกรุ่นพี่ว่าหนูชอบอันนี้ แต่พอซื้อกลับมารุ่นพี่ก็โทรมาบอกว่าเขาอ่านไพ่สำรับนี้ไม่ออก หนูก็เลยตัดสินใจซื้อไพ่นี้มาเพื่อเรียนเองตามคู่มือที่มี เรียนไปได้สักพักหนูก็เริ่มขึ้นไลฟ์ใน TikTok แบบขำ ๆ จอย ๆ แต่คนดูก็บอกว่า ‘ทายแม่นนะ ลองทำจริงจังมั๊ย’ หนูก็เลยลองดูสักหน่อย แต่ก็ต้องหยุดไปเพราะปวดหัวกับที่ทำงานประจำ เมื่อเริ่มจับต้นชนปลายได้ หนูก็ลองคำนวณรายได้จากการดูดวงทั้งจากไลฟ์และทั้งส่วนตัวแล้ว ก็พบว่ามีจำนวนมากกว่างานที่ทำอยู่ด้วยซ้ำ แต่หนูยังไม่ได้ลงมือทำจริง หนูรับดูดวง 30 นาที 159 บาท 1 ชั่วโมง 259 บาท ถ้าในไลฟ์จะเป็นส่งของขวัญเพื่อดูดวง ซึ่งคนดูก็มีเข้ามาเรื่อย ๆ หนูยอมรับว่าตอนนี้หนูไม่สามารถทำงานควบกัน 2 อย่างได้ เพราะงานที่ทำส่งผลกับชีวิตหนู หนูไม่อยากเปิดไพ่ดูเพราะกลัวความ Toxic ออกมา แล้วก็ไม่อยากดูให้ตัวเองด้วยเพราะกลัวจะเข้าข้างตัวเองเกินไป ตอนนี้หนูแอบหางานใหม่อยู่ หนูก็เลยอยากถามว่าจะทำที่นี่ต่อไปดีมั๊ยหรือจะออกมาทำหมอดูแบบ Full Time ดี” ซึ่งดีเจทั้ง 3 คน (ดีเจเผือก-ดีเจต้นหอม-ดีเจเติ้ล) ได้ให้คำปรึกษาตรงกันว่า ‘อย่าเพิ่งลาออกจากงานเลย อยากให้จีจี้ทำงานควบไปทั้ง 2 อย่างก่อน ถ้ายังไม่มั่นใจจริง ๆ อย่าเพิ่งเลือกทางใดทางหนึ่ง ค่อยเลือกตอนถึงเวลาที่จำเป็น หรืออีกทางคือลองหางานประจำใหม่ แล้วให้การดูดวงเป็นรายได้เสริม เพราะจากที่เล่ามาตอนนี้ยังมีความเสี่ยงมากเกินไปที่จะเลือกดูดวงอย่างเดียว การมีรายได้หลายทางก็นับเป็นการกระจายความเสี่ยงอีกอย่างหนึ่ง ลองพยายามให้มีงานหลักประจำก่อน แล้วทำไปเรื่อย ๆ จนกว่าวันนึงเราจะแจ้งเกิดจากการดูดวงแล้วค่อยหันมาทำอย่างจริงจัง’ ทั้งนี้ “ดีเจต้นหอม” ได้เสนอขั้นตอนการทำงานไว้ว่า ‘1. หางานประจำใหม่แล้วโฟกัสกับงานนี้ไปก่อน 2.ดูดวงเป็นรายได้เสริมในเวลาว่าง 3.หากแจ้งเกิดและมีชื่อเสียงจากการดูดวงให้เปลี่ยนมาโฟกัสเป็นการดูดวง 4.ลาออกจากงานประจำ’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

album
efm
-

-