แต่งงานกับสามีต่างชาติ เขาบังคับให้หนูออกจากงาน อยู่บ้านกับเขา 24 ชั่วโมง เขาเริ่มควบคุมหลายๆอย่าง ห้ามเราทาครีม ให้เรากินข้าววันละ 1 มื้อ เจอเพื่อนได้เฉพาะวันสำคัญๆ ตอนนี้เราแยกทางกันเขาให้เงินมาก้อนนึง แล้วกลับประเทศไปแล้ว ยังไม่ทันได้หย่าเลย

พุธทอล์ค พุธโทร RECAP

แต่งงานกับสามีต่างชาติ เขาบังคับให้หนูออกจากงาน อยู่บ้านกับเขา 24 ชั่วโมง เขาเริ่มควบคุมหลายๆอย่าง ห้ามเราทาครีม ให้เรากินข้าววันละ 1 มื้อ เจอเพื่อนได้เฉพาะวันสำคัญๆ ตอนนี้เราแยกทางกันเขาให้เงินมาก้อนนึง แล้วกลับประเทศไปแล้ว ยังไม่ทันได้หย่าเลย

10 ม.ค. 2025

          คุณมิ้น (นามสมมติ)” อายุ 33 ปี สายแรกของ ปี 2025 ในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ [8 มกราคม 68] ได้โทรเข้ามาปรึกษา “ดีเจเผือก – ดีเจเติ้ล -ดีเจต้นหอม” เกี่ยวกับปัญหาชีวิตคู่กับสามี แล้วพฤติกรรมสามีเริ่มเปลี่ยนไป จนแอบน่ากลัว

            โดย “คุณมิ้น” (นามสมมติ) ได้เล่าว่า ‘แต่งงานกับสามีมา 3ปี แต่มีปัญหาพึ่งจะเลิกรากันไป แต่ก็ยังไม่เลิกขาด ต้องเกริ่นก่อนว่า สามีเราไม่ใช่คนไทย ก่อนแต่งงานเขาดีมาโดยตลอด แต่พอเราแต่งงานกัน เขาก็ขอให้เราออกจากงาน ไม่ต้องทำงาน มาอยู่ดูแลเขาแทน ซึ่งตอนนั้นเราก็มองว่าก็โอเค ดูแล้วเขาน่าจะดูแลเราได้ เราก็ออกจากงาน หลังจากที่เราแต่งงานกัน จนผ่านมาสักประมาณ 2ปีเขาก็เริ่มเปลี่ยนไป เขาเริ่มที่จะควบคุมชีวิตเราเยอะเกิน และพฤติกรรมของเขาก็เริ่มแปลกจนไม่ปกติ เช่น เขาจะไม่ให้เราใช้ในกลิ่นที่เขาไม่ชอบ ทั้งครีมทาผิว และครีมอาบน้ำ แล้วก็หลังๆมาก็คือจะไม่ให้ใช้โลชั่นเลย เขาบอกว่าไม่ชอบเพราะกลิ่นและมันก็เหนียวเหนอะหนะ

            จนมันก็เริ่มหนักขึ้นถึงขนาดที่ ไม่ให้เรากินข้าวเลย ให้กินข้าวแค่วันละครั้ง เขาบอกว่ามันไม่มีทฤษฎีไหนที่บอกว่ามนุษย์ต้องกินข้าววันละ 3 มื้อเลย ซึ่งตอนนั้นเราก็รักเขา เราก็เลยลองอดทนดู แต่ก็มีในช่วงแรกที่หิวมาก เราก็โกหกเขาว่าไปร้านสะดวกซื้อ แต่จริงๆ คือแอบไปยืนกินขนม เพราะเวลาปกติเขาก็ไม่กินอะไรเลย เขาจะกินแค่มื้อเย็น และก็เขาเป็นคนแบบเฮลตี้ ไม่ดื่มเหล้า ไม่สูบบุหรี่ อันนี้เราก็พอจะโอเค ก็ลองปรับให้เขาได้

            แต่หลังๆมามันก็เริ่มที่จะหนักขึ้นเรื่อยๆ ถึงขนาดว่าเข้าห้องน้ำห้ามปิดประตู เพราะเขาแค่ต้องการให้เขามองเห็นว่าเราอยู่ตรงนี้ และถ้าไม่ทำตามเขาก็จะเคาะประตูให้เราเปิด ต่อให้ถ่ายหนักเขาก็จะให้เปิดให้ได้ แต่พอช่วงที่มีปัญหาจนเราเริ่มคิดว่ามันไม่ไหวแล้ว คือตอนที่เขาเริ่มมีพฤติกรรมแปลกๆแบบ พูดคนเดียว หรือ นั่งอยู่เฉยๆก็หัวเราะเสียงดังขึ้นมา และก็ยังมีตอนที่เขาเข้าไปในห้องน้ำ อาบน้ำ หรือทำอะไรเขาก็จะพูดคนเดียวเป็นเรื่องเป็นราวเลย ส่วนมากเขาจะพูดเรื่องชีวิตตัวเองอะไรแบบนั้น อีกอย่างหนูกับเขาก็อยู่ด้วยกัน 24 ชั่วโมง เพราะเขาอยู่บ้าน เทรดพวกทองคำ เวลาที่เพื่อนหนูโทรเข้ามาถ้าคุยนานๆ เขาก็จะเริ่มหงุดหงิด เริ่มโมโห ต้องการให้ชีวิตหนูมีแค่เขาคนเดียว ไม่ว่าจะโทรคุยกับแม่ หรือไปเจอกับครอบครัวก็ไม่ยอมให้ไป แต่ก่อนแต่งงานเราก็ไม่ได้ใช้ชีวิตอยู่ด้วยกัน ใช้การไป ๆ มา ๆ มากกว่า เพราะเขาก็ไม่ได้อยู่ไทยตลอด

            แต่สาเหตุที่ทำให้หนูแยกทางเพราะ เขาเริ่มมีความคิดไม่ค่อยเห็นอกเห็นใจคนอื่น และก็เริ่มมีพฤติกรรมที่น่ากลัว คือตอนนั้นเหมือนจะมีข่าวที่มีเด็กจมน้ำเสียชีวิต แล้วคุณแม่เขาร้องไห้ออกมา สามีที่นั่งดูอยู่มองดูแล้วก็หัวเราะ เขาบอกเหตุผลเพราะผู้หญิงร้องไห้เหมือนคนบ้า เขาเข้าใจข่าว เข้าใจภาษาไทย แต่หนูก็ไม่รู้ว่าเขารู้สึกยังไงอยู่? หนูเลยรู้สึกว่าเขาไม่ค่อยเห็นอกเห็นใจคนอื่นเลย หนูก็เลยตัดสินใจเลิกไป แต่คือที่ติดอยู่ตอนนี้คือเรายังไม่ได้หย่ากัน แล้วตอนนี้เราก็ยังมองว่าเขาก็มีส่วนดีอยู่ หนูกลัวว่าเขาจะกลับมาในช่วงที่เราทำใจไม่ได้ หนูกลัวตัวเองกลับไปหาเขาอีกรอบ หนูอยากถามพี่ๆดีเจว่า หนูจะทำยังไงทำให้ตัวเองเข้มแข็ง ในวันที่ต้องเจอเขาอีกครั้ง ไม่ให้ตัวเองกลับไปหาเขา

            โดย “ดีเจต้นหอม” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘ให้เราลองมองดูสิ่งที่เราไม่โอเคกับนิสัยของเขาแล้วจดเอาไว้ พอในวันที่เราเจอเขาอีกครั้งให้เราหยิบขึ้นมา แล้วคิดว่าถ้าเรากลับไปเราจะยอมรับสิ่งเหล่านี้ได้ไหม? ถ้าเรารับไม่ได้ เราก็ต้องยอมรับความเป็นจริง’

            ต่อมา “ดีเจเติ้ล” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘แค่การที่เขาบังคับไม่ให้เราทาครีมหรือการที่เขาให้กินข้าววันละมื้อ พี่ก็ไม่กลับไปแล้ว’

            และสุดท้าย “ดีเจเผือก” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘เท่าที่ฟังเหมือน เขาป่วย และ ก็เกี่ยวกับสารเคมีในสมอง สุดท้ายถ้าเรามั่นใจว่าไม่อยากกลับไป เราก็แค่หนักแน่นกับการตัดสินใจแค่นั้นเอง แล้วก็โฟกัสกับการใช้ชีวิตของเราเอง’

เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามชมได้ทาง

ใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATION

รับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

related พุธทอล์ค พุธโทร RECAP

จบลงด้วยดี ! เคสคุณแม่ซื้อของเล่นให้ลูกที่ร้านดัง แต่รอเคลมสินค้า 6-7 เดือน ในราคา 3600 ดีเจต้นหอมยื่นมือเข้าช่วยประสานงาน ล่าสุดคุณแม่เผยในรายการ "ได้รับของใหม่แล้ว พร้อมกับเงินค่าของเล่นคืนด้วย" #ต้นหอมจอมพลัง

19 เม.ย. 2024

จบลงด้วยดี ! เคสคุณแม่ซื้อของเล่นให้ลูกที่ร้านดัง แต่รอเคลมสินค้า 6-7 เดือน ในราคา 3600 ดีเจต้นหอมยื่นมือเข้าช่วยประสานงาน ล่าสุดคุณแม่เผยในรายการ "ได้รับของใหม่แล้ว พร้อมกับเงินค่าของเล่นคืนด้วย" #ต้นหอมจอมพลัง

“คุณแม่เอ (นามสมมติ)” สายแรกในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร ได้โทรมาอัพเดทเรื่อง จากกรณีที่ลูกชายตั้งใจเก็บเงินซื้อของเล่น แต่รู้สึกเหมือนโดนโกง พนักงานไม่รับผิดชอบ จนลูกไม่อยากเก็บเงินต่ออีกเลย ความคืบหน้าล่าสุด เมื่อคืนวันพุธวันที่ 17 เมษายน 67 ในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร โดย “คุณแม่เอ (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘ได้ของเล่นแล้วเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา แล้วก็ได้เงินคืน หลังจากที่โทรเข้ามาในรายการพุธทอล์ค พุธโทร วันรุ่งขึ้นดีเจต้นหอมก็ได้มีการโพสต์ในไอจี ทีแรกแม่ไม่ค่อยเล่นไอจี ส่วนจะใหญ่เล่น Facebook มากกว่า แต่เห็นในเพจ EFM station โพสต์ว่าดีเจต้นหอมทวงถามทางร้านของเล่นให้ แม่ก็เลยเปิดเข้าไอจีไปดู พอวันศุกร์ทางร้านของเล่นก็โทรมา เหมือนทางร้านได้คุยกับดีเจต้นหอมแล้ว ทางร้านก็โทรมาหาแม่ ตอนที่คุยโทรศัพท์จำไม่ได้ว่า เขาแนะนำว่าเป็นผู้จัดการสาขาหรือผู้จัดการ เขาก็ขอโทษ วันนั้นที่โทรเข้าหาทางรายการได้คุยกับดีเจทั้ง 3 คน ก็มีกำลังใจขึ้นมา พอมีกำลังใจขึ้นก็ฮึดสู้ขึ้นอีกรอบหนึ่ง แม่ก็เลยไปแจ้ง สคบ. แล้วก็ส่งข้อความไปทางเพจร้านของเล่นว่า “เราไปแจ้ง สคบ. มาแล้วนะ” เหมือนพนักงานไม่ค่อยน่ารักเท่าไหร่ พอวันศุกร์ที่ผู้จัดการโทรมา แม่ก็มีอารมณ์นิดหน่อยก็เลยต่อว่าเขาไป มันเกิดเหตุการณ์แบบนี้ แล้วผู้จัดการก็รับฟังโดยดีและขอโทษ ผู้จัดการก็รับปากว่าไม่เกินอาทิตย์หน้าจะได้ของเล่นแน่นอน แต่ว่าเมื่อไหร่จะโทรมาแจ้งอีกที พอวันพุธเขาก็โทรมาแจ้งว่า “ของเข้าแล้วนะคะ สะดวกวันไหน เขาอยากมามอบให้ด้วยตัวเอง จะได้มาขอโทษด้วยตัวเอง” แม่ก็บอกว่าวันพฤหัสบดี บ่าย 2 หลังจากที่โทรมาในรายการพุธทอล์ค พุธโทร ก็ได้บอกกับลูกว่า “แม่โทรไปนะ” ลูกก็เขินอายนิดหน่อย แล้วลูกก็ไปเปิดฟังย้อนหลัง ลูกก็พูดกับเราว่า “ที่จริงแล้วเขาก็ไม่ได้กดดันเรา เขาถามปกติว่าได้หรือยัง” ในใจลูกไม่ได้มีความรู้สึกว่ากดดันแม่หรืออะไร ลูกก็ไม่รู้ตัวว่าการที่ทำแบบนั้นจะทำให้แม่กดดัน ลูกก็ขอโทษ หลังจากที่ได้คุยกับทางผู้จัดการร้าน วันนั้นก็บอกกับลูกเลยว่า “เขาโทรมาแล้วนะ เขาคอนเฟิร์มว่าไม่เกินอาทิตย์หน้าว่าได้แน่นอน” พอลูกได้ฟังตั้งแต่วินาทีนั้นลูกก็ดีใจมาก แล้วลูกก็เริ่มมีโครงการใหม่ อยากได้ตัวนู้นตัวนี้ เขาจะเก็บเงิน เขาก็มีกำลังใจขึ้นมาทันที แต่รอบนี้ก็สัญญากัน คุยกันว่าเดี๋ยวเราจะไปดูที่สะพานเหล็ก ดูหลาย ๆ ร้าน แล้วแม่ก็จะช่วยดู เพื่อที่จะได้ไม่มีปัญหาแบบนี้เกิดขึ้นอีก วันที่ไปรับของ พูดได้เลยว่าโอเคมาก จากที่ได้พูดคุยกับทางร้าน เขาขอโทษ ก็คือไม่ติดใจอะไร แล้วผู้จัดการก็อธิบายว่ามันเป็นของที่ส่งมาจากต่างประเทศ ต้องใช้เวลา แต่จริง ๆ ถ้าทางร้านของเล่นบอกแม่ว่าในกระบวนการนี้ มันเป็นแบบนี้ว่าต้องรอ แม่ก็รอได้ แต่ที่ผ่านมาเขาไม่ตอบ ไม่หือ ไม่อือ แต่ถ้าตอบว่ารอก่อน ก็แค่นี้ ผิดพลาดที่การสื่อสาร พอลูกเห็นกล่องก็คือดีใจมาก เป็นกล่องสีน้ำตาล ซึ่งเป็นต้นทางจากบริษัท ลูกชอบมาก ผู้จัดการเขาก็ขอโทษแม่ เขาก็เลยยื่นซองสีขาวให้ แล้วก็บอกว่า “พี่อยากช่วยเป็นกำลังใจให้น้องที่เก็บเงินซื้อ” คือแม่ไม่ได้อยากได้เงิน คือถ้าได้ของก็โอเคจบแค่นั้น แต่ก็รับมาและคิดกันว่า เงินส่วนหนึ่งอาจจะเอาไปให้น้อง ๆ ตามสถานสงเคราะห์ เพราะคุยกับลูก ลูกก็ไม่สบายใจที่จะรับเงินมาเพราะก็ได้ของเล่นแล้ว แม่ก็พูดว่า “เอางี้ไหมล่ะ หนูอยากทำบุญไหม เราก็อาจจะไปทำบุญตรงนั้นตรงนี้” ลูกก็โอเค สุดท้ายอยากจะขอบคุณทุกคนจริง ๆ ทั้งทีมงานและดีเจทั้ง 3 คน โดยเฉพาะดีเจต้นหอม แล้วก็ชาวพุธโทรเรี่ยนทุกคน อยากขอบคุณจริง ๆ เพราะแม่ก็เป็นแฟนคลับรายการพุธทอล์ค พุธโทร มาตั้งแต่เรื่องคุณอั๋นที่เป็นมะเร็ง พอฟังแล้วรู้สึกว่ารายการนี้ดี ก็ฟังย้อนหลังแล้วก็ฟังมาตลอด ลูกก็อยากขอบคุณดีเจต้นหอมมาก ๆ แต่ลูกฝากขอบคุณ เพราะลูกไม่กล้าพูดเองเรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

กำลังจัดงานแต่งงาน ให้ตรงกับวันเกิดแฟน คบกันมา 10 ปีพอดี ที่ผ่านมาเป็นคู่รักชิลๆ ไม่ค่อยเซอร์ไพร์สกัน แต่ครั้งนี้อยากสร้างความประทับใจให้เขา สิ่งเดียวที่เขาจะเลือกมากกว่าหนูคือ ลิเวอร์พูล ค่ะ ขอไอเดียหน่อยนะคะ

31 ม.ค. 2025

กำลังจัดงานแต่งงาน ให้ตรงกับวันเกิดแฟน คบกันมา 10 ปีพอดี ที่ผ่านมาเป็นคู่รักชิลๆ ไม่ค่อยเซอร์ไพร์สกัน แต่ครั้งนี้อยากสร้างความประทับใจให้เขา สิ่งเดียวที่เขาจะเลือกมากกว่าหนูคือ ลิเวอร์พูล ค่ะ ขอไอเดียหน่อยนะคะ

“คุณน้ำ (นามสมมติ)” อายุ 27 ปี สายที่ 5 ในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา [29 ม.ค. 68] ได้โทรเข้ามาขอไอเดียจาก ‘ดีเจเผือก – ดีเจเติ้ล – ดีเจต้นหอม’ เกี่ยวกับปัญหาเซอร์ไพรส์วันเกิดแฟน ซึ่งตรงกับวันแต่งงานของเราพอดี โดย “คุณน้ำ (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘มีแพลนจะแต่งงานในอีก 2 เดือนข้างหน้า ซึ่งก็คือเดือนมีนาคม หนูตั้งใจเลือกวันที่แต่งให้ตรงกับวันเกิดของแฟน หนูคบกับแฟนมาถ้าถึงวันที่แต่งงานจะครบ 10 ปีพอดี ต้องบอกก่อนว่าชีวิตคู่ของหนู ตลอดระยะเวลา 10 ปีที่ผ่านมา คือ แฟนเป็นคนที่ดีมาก เขาเป็นคนนิ่ง ๆ พูดน้อย ไม่ค่อยแสดงความรักออก สื่อให้คนอื่นเห็นมากมาย แต่ว่าคู่ชีวิตของเรามีความสุข เพราะว่าเขาเป็นคนไม่เจ้าชู้ ไม่ทำให้เราไม่สบายใจ แล้วเขาก็ไม่ใช่คนที่ใช้ชีวิตกินหรูอยู่สบาย เราก็ร่วมทุกข์ ร่วมสุขมาด้วยกัน คือในวันแต่งงานมันก็เป็นวันเกิดของเขาด้วย หนูคิดไม่ออกว่าจะสร้างโมเม้นท์ประทับใจยังไงให้เขาดี อาจจะไม่จำเป็นต้องเป็นของหรืออะไรที่มีมูลค่า แค่อยากให้เป็นสิ่งที่เขานึกถึงแล้วก็ประทับใจ ซึ่งจริง ๆ แล้วเขาชอบทีมฟุตบอลลิเวอร์พูลมาก ซึ่งการดูบอลเป็นอย่างเดียวที่เขาเลือกก่อนเรา แต่พรีเวดดิ้งของเราก็เป็นธีมลิเวอร์พูลไปแล้ว ทีนี้หนูก็เลยอยากจะขอไอเดียจากพี่ ๆ ดีเจทั้งสามคนว่า จะเซอร์ไพรส์วันเกิดของเขายังไงดีในวันแต่งงาน’ ทางด้านดีเจทั้ง 3 ท่าน “ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม” ให้ความคิดเห็นไปในทางเดียวกันว่า ‘ซื้อตั๋วไปดูลิเวอร์พูลที่สนามแอนฟิลด์เลย อาจจะไม่ต้องหรูหราอะไร ถ้าไม่ซื้อทัวร์ เราสามารถทำงบเอง 5 - 6 หมื่นก็ไปดูได้ หรือเดี๋ยวนี้มันมีอินฟลูเอนเซอร์ด้านฟุตบอลเขาก็ทำทัวร์เยอะมาก ถ้าหนูมีงบหรือมั่นใจว่าจะไปแน่ ๆ เราสามารถทำเป็นตั๋วน่ารัก ๆ ให้ แล้วบอกเดี๋ยวเค้าพาไปดู อันนี้ผู้ชายน่าจะชอบ แต่ทางผู้ชายก็อาจจะคิดว่า 50/50 ว่าจะได้ไปไหม แต่ถ้าหนูให้เป็นตั๋วแพคเกจที่มันได้มาแล้วเลย เขาก็ยิ่งฟินมาก แต่ถ้าไม่ทันก็สัญญากันไว้ก่อนก็ได้ ว่าเดี๋ยวจะพาไปดู แล้วก็บอกไปว่า ‘เราก็ไม่รู้นะว่าเธอชอบไหม แต่เราอยากให้เธอไปดูลิเวอร์พูลด้วยตาของตัวเอง’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

คบกับแฟนมา บ้านเขามีฐานะ แต่พอเลิกกันแล้ว หนูเอาของขวัญ 3 ชิ้นที่เขาเคยให้หนูไปขาย ปรากฏว่าเป็นแบรนด์เนมปลอมทั้งหมด ตอนคบกัน หนูซื้อทั้งทอง เสื้อลิขสิทธิ์แท้ให้เขา เจอแบบนี้เจ็บใจ ควรทำให้เขารู้ตัวไหมคะ ว่าอย่าสนับสนุนของปลอมและอย่าทำแบบนี้กับใครอีก!

10 ม.ค. 2025

คบกับแฟนมา บ้านเขามีฐานะ แต่พอเลิกกันแล้ว หนูเอาของขวัญ 3 ชิ้นที่เขาเคยให้หนูไปขาย ปรากฏว่าเป็นแบรนด์เนมปลอมทั้งหมด ตอนคบกัน หนูซื้อทั้งทอง เสื้อลิขสิทธิ์แท้ให้เขา เจอแบบนี้เจ็บใจ ควรทำให้เขารู้ตัวไหมคะ ว่าอย่าสนับสนุนของปลอมและอย่าทำแบบนี้กับใครอีก!

“คุณนา (นามสมมติ)” อายุ 21 ปี สายที่ 2 ในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (8 ม.ค. 68) ได้โทรเข้ามาปรึกษา ‘ดีเจเผือก – ดีเจเติ้ล – ดีเจต้นหอม’ เกี่ยวกับปัญหาแฟนเก่าซื้อของแบรนด์เนมปลอมให้ โดย “คุณนา (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘แฟนเก่าซื้อของแบรนด์เนมให้ แต่หนูพึ่งมารู้ทีหลังว่าเป็นของปลอม ของที่เขาซื้อให้ก็มี นาฬิกา สร้อย และกำไล ที่หนูรู้เพราะหนูเอากำไลกับสร้อยไปเช็ค แล้วเขาบอกว่ามันไม่ใช่ของแท้ คือแฟนเก่าหนูเขาอายุ 24 เริ่มจากที่เราทั้งคู่คุยกันประมาณ 4 เดือนเราเคยนัดเจอกันหลายครั้ง เราได้ตกลงคบกันในวันศริสต์มาส เขาซื้อของขวัญชิ้นแรกให้ ในวันที่เราตกลงคบกัน ซึ่งเป็นของขวัญวันคริสต์มาสไปด้วย ตอนนั้นเขาซื้อนาฬิกาชิ้นแรกให้หนู คือจริง ๆ ตอนนั้นหนูดูออกนิดนึงมันจะมีความเอ๊ะอยู่ แพคเกจ วัสดุมันดูแปลก ๆ แต่ไม่อยากมีปัญหา ด้วยความที่เขาให้เพราะว่าหนูกลัวเราทะเลาะกัน หนูก็เลยปล่อยผ่านไป หลังจากนั้นหนูก็ถ่ายลงสตอรี่ไอจีปกติ ผ่านไปสักพักนึงเพื่อนหนูก็ไปรับสารมาจากเพื่อนอีกคนนึงมีคนบอกว่า ‘นาฬิกาเนี่ยเป็นของปลอมนะ ไม่เคยเห็นผู้ชายพาเข้าช็อปแบรนด์เนมเลย ผู้ชายรวยเหรอ นารวยเหรอ’ ได้รับสารมาประมาณนี้ ก็เลยรู้สึกว่าไม่ค่อยพอใจที่โดนคำพูดแบบนี้ หนูเลยไปเล่าให้เขาฟัง เขาก็ไม่พอใจ แต่เขาก็มีความมั่นใจว่ามันคือของแท้ วันต่อมาหนูก็เลยทักไปหาร้านที่รับซื้อแบรนด์เนมให้เขาเช็คนาฬิกา ซึ่งเขาก็บอกว่ามันไม่ใช่ของแท้ หนูก็เลยไปบอกเขา จนเป็นเรื่องขึ้นเราทั้งคู่ทะเลาะกัน เขาไม่พอใจที่หนูเอาไปเช็ค เขาบอกให้หนูปล่อยไป ไม่ต้องสนใจว่ามันเป็นของแท้หรือว่าของปลอม สุดท้ายเขาก็ทำเหมือนว่าความรู้สึกแย่ ๆ ทั้งหมดตกมาที่เขาทั้งหมด เพราะเขาเสียเงินไปแล้ว เขาซื้อมาจากร้านคนรู้จักพ่อ เขาเลยไม่อยากมีปัญหากระทบไปถึงผู้ใหญ่ แต่คือสิ่งที่หนูจะสื่อคือไม่อยากให้เขาไปซื้อซ้ำหรือโดนหลอกจากร้านนั้นอีก พอมาชิ้นที่ 2 ตอนนั้นหนูได้กำไลมาแล้ว แต่อันนี้ดูไม่ออก ก็มีเพื่อนมาบอกว่าแฟนหนูให้ของปลอม หนูก็เลยส่งใบเซอร์ของแบรนด์ไปให้ หนูเอาไปเช็คในเน็ตใบเซอร์มันก็เหมือนของจริง หนูก็เลยไม่ได้เอะใจ พอเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา เราเลิกกันแล้ว หนูก็ไปรู้ว่าเขามีแฟนคนใหม่เป็นสาวสอง หนูก็เลยจะกำไลทิ้ง ก็เลยทักไปหาร้านที่รับซื้อแบรนด์เนม เขาก็บอกว่ามันเป็นของปลอม อีกร้านนึงเขาก็บอกว่าไม่รับซื้อ คือของทุกอย่างที่เขาให้หนู หนูเอาไปเช็คคือของปลอมหมดเลย ตอนแรก ๆ หนูก็โกรธ เพราะหนูให้เสื้อเขาไปตัวละ 4 – 5 พัน พอเขาให้นาฬิกาหนูมา หนูก็เลยรู้สึกต้องอัพราคาของที่จะให้ ก็เลยให้ทอง 1 สลึงให้เขาไป เขายังบอกกับหนูเลยว่าทองหนูเนี่ยแพงไม่เท่ากำไลที่เขาให้หรอก หนูอยากจะปรึกษาพี่ ๆ ดีเจว่า ถ้าเจอแบบนี้หนูควรจะปล่อยวาง หรือว่าทำให้เขารับรู้ว่าสิ่งที่เขาซื้อมามันเป็นของปลอมนะ แล้วเขาก็ใช้อยู่จนถึงทุกวันนี้’ เริ่มที่ “ดีเจเผือก” ให้คำปรึกษาว่า ‘พี่ว่าอยู่ที่อารมณ์ปัจจุบันว่ามันยังแค้นไหม มันเลิกกันด้วยดีไหม ถ้าเลิกกันด้วยดีแล้วอยากจะทำให้เขารู้ว่ากูไม่ได้โง่นะก็ส่งไปบอกได้ว่าฉันเช็คหมดแล้วนะว่ามันปลอม แต่ก็ไม่ได้จะมาอะไรหรอกแค่ให้รู้ไว้ แค่บอกให้เขารู้ว่ากูไม่ได้โง่ แต่ถ้ารู้สึกว่ามันแยกย้ายกันไปแล้วไม่ได้อยากจะก่อเวรก่อกรรมกันไปอีก ไม่อยากจะยุ่งไม่อยากจะเสียจิตเสียอะไรก็ถ้าจะไม่บอกมันก็เป็นสิทธิ์ของนาเหมือนกัน มันอยู่ที่ว่า ณ เวลานี้อารมณ์มันเป็นแบบไหนซึ่งจะทำยังไงก็ได้แล้วแต่ แต่ถ้าเป็นพี่พี่แค้นพี่ก็คงจะทักไปบอกแหละแต่ก็จะเลือกคำบอกแบบที่ว่าเราลอยตัวอยู่เหนือปัญหา บอกแบบมีฟอร์ม แต่เราคงพูดลำบากว่าเขารู้จริง ๆ หรือว่าเขาโดนหลอกซ้ำแล้วซ้ำอีกมันก็คงฟันธงลำบากถึงแม้ว่าฟังดูเหมือนเขาจะรู้ก็ตาม เขาจะตั้งใจห็ตามเพราะฉะนั้นถึงบอกว่าถ้านาอยากจะแค่บอกว่า ฉันไม่ได้โง่ก็บอกเขาได้’ ต่อมา “ดีเจเติ้ล” ก็ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘ถ้าอยากให้ตัวเองสบายใจพี่ว่าก็บอกได้ ในมุมที่ให้รู้ว่าเธอซื้อของปลอม ไม่ว่าเธอจะจงใจไม่จงใจแต่ว่าความจริงที่ฉันจะบอก 3 ชิ้นที่ฉันได้รับมันปลอมหมดเลยก็แจ้งให้ทราบแล้วฉันก็สบายใจว่า ฉันไม่ได้ถูกเธอหลอกนะ แค่นี้ก็แยกย้ายได้แต่ถ้าหวังว่าเขาจะเลิกซื้อของปลอมหวังว่าเขาไม่ทำแบบนี้กับคนอื่นพี่ว่าไม่จำเป็น เราไปเปลี่ยนทางเดินเขาไม่ได้หรอกเขาเลือกทางเดินแบบนั้น’ สุดท้าย “ดีเจต้นหอม” ได้ให้คำปรึกษาเสริมอีกว่า ‘เท่าที่ฟังรู้สึกว่านางตั้งใจ เพราถ้ารู้ว่ามันปลอมเขาต้องรู้สึกกับร้านมากกว่าจะมารู้สึกกับนา เขาต้องรู้สึกว่าโดนหลอกมากว่านี้ อันนี้มันเหมือนเขารู้ทั้งรู้ อีกอย่างที่พี่อยากให้มองอีกมุมนึงคือเขาไม่ได้มองว่าการใส่ของปลอมเป็นสิ่งผิดเพราะเขาใส่อยู่ แต่ถ้าสมมุติเขาทำอะไรบางอย่างให้เราแค้นนะ โพสต์ไอจี แต่มันต้องแค้นจริง ๆ นะ’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 20.00 – 23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

คุณแม่โทรปรึกษา 3 ดีเจ มีลูกสาวอายุ 11 ขวบ เขาเป็นคนที่ทำอะไรต้องเป๊ะทุกอย่าง แม้กระทั่งเรื่องเรียน บางวันทำการบ้าน อ่านหนังสือถึงตี 1 – 2 รู้สึกว่าเขาจะมีภาวะเครียดสะสม ไม่มีความสุขเวลาไปโรงเรียน พาเขาย้ายโรงเรียนแล้วก็ยังเครียดเหมือนเดิม

22 พ.ย. 2023

คุณแม่โทรปรึกษา 3 ดีเจ มีลูกสาวอายุ 11 ขวบ เขาเป็นคนที่ทำอะไรต้องเป๊ะทุกอย่าง แม้กระทั่งเรื่องเรียน บางวันทำการบ้าน อ่านหนังสือถึงตี 1 – 2 รู้สึกว่าเขาจะมีภาวะเครียดสะสม ไม่มีความสุขเวลาไปโรงเรียน พาเขาย้ายโรงเรียนแล้วก็ยังเครียดเหมือนเดิม

คุณแม่โทรปรึกษา 3 ดีเจ มีลูกสาวอายุ 11 ขวบเขาเป็นคนที่ทำอะไรต้องเป๊ะทุกอย่าง แม้กระทั่งเรื่องเรียนบางวันทำการบ้าน อ่านหนังสือถึงตี 1 – 2 รู้สึกว่าเขาจะมีภาวะเครียดสะสมไม่มีความสุขเวลาไปโรงเรียน พาเขาย้ายโรงเรียนแล้วก็ยังเครียดเหมือนเดิมตอนนี้แม่รู้สึกกังวลและเป็นห่วงมาก ควรพาลูกสาวไปพบจิตแพทย์ดีไหม? “คุณแม่เหมียว (นามสมมติ)” อายุ 48 ปี สายที่สามในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (8 พ.ย. 66) ได้โทรเข้ามาปรึกษา ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม เกี่ยวกับเรื่องของลูกสาวอายุ 11 ขวบ รู้สึกกังวลและเป็นห่วง เพราะเขาเครียดเกินวัย โดยสายนี้ “คุณแม่เหมียว (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘ลูกสาวค่อนข้างมีภาวะเครียดสะสม ไม่มีความสุขเลยเวลาที่ลูกสาวอยู่ในโรงเรียน ต้องบอกว่าลูกสาวส่วนตัวเป็นคน Perfectionist มาก ทำอะไรก็ต้องดีทุกอย่าง เขาเป็นคนที่ลายมือสวย ระบายสีสวย แม้กระทั่งการเรียนก็ต้องดีที่สุด เขาจะสร้างบรรทัดฐานของตัวเองให้เป็นคนที่ดีมาตลอด จนทำให้เขาเริ่มมีความเครียดสะสม พอลูกสาวเราขึ้น ป.5 การเรียนของเขาก็เริ่มเข้มข้นขึ้น ครูที่สอนก็ไม่ได้ใจดีเหมือนเมื่อก่อน จะมีดุบ้าง ด่าบ้าง แต่ไม่ได้ดุหรือด่าลูกสาวเราคนเดียว หมายถึงว่าเขาก็พูดถึงโดยรวม แต่ลูกสาวเราก็จะเก็บมาคิดมาก เวลามีการบ้านเขาก็จะนั่งทำจนดึกดื่น ยิ่งช่วงสอบเขาจะนั่งติวหรืออ่านหนังสือดึกมาก บางทีอ่านไม่เข้าใจ เขาก็จะร้องไห้ หรือให้เราปลุกเขาตั้งแต่ตี 5 เรารู้สึกว่ามันเครียดเกินกว่าที่เด็กวัยนี้ควรจะเป็น ซึ่งเขาก็เป็นคนที่มีภาวะเครียดมาหลายปีอยู่แล้ว เคยมีเหตุการณ์หนึ่ง สมัยที่ลูกสาวเราเรียนอยู่ที่โรงเรียนเก่า เขามีภาวะเครียดเกี่ยวกับครูผู้สอน แม่ก็แก้ปัญหา โดยการพาเขาย้ายโรงเรียนไป ซึ่งเราก็มีการคุยกับครูไว้ว่าให้ดูแลเขาเป็นพิเศษ ตอนที่ลูกสาวขึ้น ป.5 คุณครูที่สอนแต่ละวิชาก็มีหลากหลายขึ้น แม่ก็เข้าใจ เพราะว่าแม่ก็อยากให้เขาเจอกับสังคมที่มันหลากหลายอยู่เหมือนกัน เพราะโตไปเขาก็ต้องเจออะไรแบบนี้อยู่แล้ว แต่เหมือนว่าลูกสาวยังคงเครียดอยู่เหมือนเดิม วันนี้เลยอยากปรึกษาว่า แม่ควรพาลูกสาวไปพบจิตแพทย์ไหม? เพราะว่าคุยกับหลาย ๆ บอกเราคิดไปเอง บางคนก็บอกว่ามันคือธรรมชาติของเด็ก ดีแล้วที่ลูกสาวเรามีความขยันมุ่งมั่นดี แต่เราก็รู้สึกว่ามันหนักเกินไปอยู่ดี หรืออีกอย่างที่อยากสอบถามคือ เราเองหรือเปล่าที่ต้องไปพบจิตแพทย์เอง เพราะรู้สึกว่าเราจะห่วงลูกมากเกินไป ซึ่งดีเจทั้ง 3 คน “ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล – ดีเจต้นหอม” มีความคิดเห็นไปในทางเดียวกัน ว่า ‘สำหรับพวกเรา สิ่งที่เกิดกับลูกเป็นสิ่งที่ต้องคิดมาก ต้องใส่ใจอยู่แล้ว มันต้องคอยสังเกต สิ่งแบบนี้มันเป็นอะไรที่น่ากังวลมาก อะไรที่มันแพ้ไม่ได้ ยอมรับความผิดหวังไม่ได้ เราควรที่จะพาเขาไปพบจิตแพทย์เลยตอนนี้ เพราะว่าเด็กวัยนี้กำลังจะเข้าสู่ช่วงวัยรุ่นแล้ว ตอนนี้เรายังควบคุมเขาได้ ควรที่จะพาเขาไปให้เร็วที่สุด มันเครียดเกินไป เหมือนว่าเขาไม่ได้ใช้ชีวิตวัยเด็กเลย ได้วิ่งเล่นหมือนเด็กคนอื่น ๆ เลย ถ้าคุณแม่รู้สึกว่าตัวเองเลี้ยงลูกแล้วมันเครียด มันมีปัญหา ก็ไปพบจิตแพทย์ได้ เพราะเขาจะบอกเลยว่าคุณแม่ควรที่จะทำตัวยังไงเพราะว่าเราเป็น Effect สำหรับเขาอยู่แล้ว มันต้องเริ่มที่คุณแม่ เดี๋ยวลูกก็จะปรับไปตามนั้น การมีลูกเราคิดน้อยไม่ได้ มันควรมีความบาลานซ์กัน ในระหว่างรอที่จะไปพบแพทย์ เราก็หาข้อมูลเกี่ยวกับการเลี้ยงลูกในเน็ตดูก่อน มันจะมีข้อมูลมากมาย ทั้งเทคนิคต่าง ๆ หรือคลิปวิดีโอที่มันจะพอเป็นแนวทางสำหรับคุณแม่ได้ หรือหากิจกรรมระหว่างครอบครัวให้เขารู้สึกได้ผ่อนคลาย รวมถึงการศึกษาที่มันเข้มข้นมากเกินไปอาจจะยังไม่เหมาะ ถ้ามันจะทำให้เด็กคนนึงต้องมีภาวะเครียดขนาดนี้ โรงเรียนทางเลือกอาจจะเป็นทางเลือกอีกอย่างหนึ่งก็ได้’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

album
efm
-

-