นี่หนูต้องมาเจออะไรเนี่ย?? บริษัทจ้างวิทยากรมาบรรยาย ให้ความรู้พนักงาน บรรยายไปบรรยายมา เข้าเรื่อง "เอเลี่ยน - มนุษย์ต่างดาว" ตลอด เคยให้คะแนนแล้วก็ยังไม่เป็นผล ยังต้องเจอคนนี้เดือนละ 2 ครั้งไปอีกยาวๆ ไม่รู้จะทำยังไงดีวิทยากรคนนี้สนิทกับ CEO ด้วย

พุธทอล์ค พุธโทร RECAP

นี่หนูต้องมาเจออะไรเนี่ย?? บริษัทจ้างวิทยากรมาบรรยาย ให้ความรู้พนักงาน บรรยายไปบรรยายมา เข้าเรื่อง "เอเลี่ยน - มนุษย์ต่างดาว" ตลอด เคยให้คะแนนแล้วก็ยังไม่เป็นผล ยังต้องเจอคนนี้เดือนละ 2 ครั้งไปอีกยาวๆ ไม่รู้จะทำยังไงดีวิทยากรคนนี้สนิทกับ CEO ด้วย

13 พ.ค. 2024

            “คุณเจ (นามสมมติ)” 26 ปี สายที่ห้าในรายการพุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (8 พ.ค. 67) ได้โทรเข้ามาปรึกษา “ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล – ดีเจต้นหอม” เกี่ยวกับปัญหาเข้าไปอบรมสัมมนา แต่เจอผู้บรรยายพูดออกนอกเรื่องจนไม่ได้ความรู้!

            โดย “คุณเจ (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘บริษัทจะมีการจัดอบรมสัมนาใหญ่ที่มีผลต่อ KPI ของเราทุกเดือน เดือนละ 2 ครั้ง ในห้องประชุมใหญ่ และในปีนึงส่วนมากจะเจอกับคนที่มาบรรยาย ซึ่งคนนี้เขามาบ่อยที่สุด และเขาจะชอบพูดไปเรื่อย พูดเรื่องไม่เป็นเรื่อง สมมติว่าเรื่อง Innovation หรือการพัฒนา เขาก็จะพูดไปถึงว่า รู้ไหมว่าเทคโนโลยีพวกนี้มันมาจากเอเลี่ยน มันมีทฤษฎีอย่างนู้นอย่างนี้ พูดเป็นจริงเป็นจัง

            ซึ่งเขาก็จะให้พิมพ์ส่งมาว่ามีอะไรให้แนะนำเพิ่มมั้ย เจพิมพ์ไปทุกครั้งที่ประเมิน และก็มีหลายคนที่เขาไม่ชอบ เพราะหลังอบรมสัมมนาหลายๆแผนกก็พูดกันว่า อะไรวะ ไม่เห็นมีประโยชน์เลย แต่ก็ไม่รู้ว่าคนอื่นพิมพ์ไหม ตามจริงเขาไม่น่าจะผ่านการประเมินมาอบรมสัมมนาอีก ถ้าคนอื่นพร้อมใจกันรีวิวว่ามันไม่มีประโยชน์ แต่สาเหตุที่เจ้านายยังเอาเขามาอบรมสัมมนาบ่อยๆ เพราะเขาสนิทกับ CEO และ CEO ก็เคยเกริ่นเรื่องนี้มาแล้วว่า มีอะไรก็คุยกันได้นะครับ ผมชิล แต่พอเอาเข้าจริงก็ไม่มีใครกล้าพูด เพราะ CEO ก็ค่อยข้างอีโก้นิดนึง พยายามทำเหมือนว่า คุยกับผมได้นะ ซึ่งจริงๆแล้วคุยไม่ได้เลย

            อยากถามพี่ๆดีเจว่า ทำอะไรกับเรื่องนี้ได้บ้าง? มันมีโอกาสมั้ยที่หนูจะสามารถปลุกระดม รายงาน HR ? จริงๆควรจะมีคนอื่นมาสัมมนาอบรมบ้าง แต่เขามาบ่อยมาก เจไม่รู้ว่าถ้ารวมตัว ล่ารายชื่อ หาคนที่เบื่อกับคนนี้แล้วมาประเมิน จะมีใครไปประเมินด้วยกันบ้าง จริงๆก็มีหลายคนที่นั่งงีบบ้าง นั่งเล่นโทรศัพท์บ้าง ประเด็นคือมีคนมา Discuss กับเขาด้วย เหมือนเริ่มกลายเป็นลัทธิ แล้วเริ่มมีคนสนใจ เพราะมาบ่อยขึ้น และตอนนี้แอบใช้น้องฝึกงาน เพราะอยู่แปปเดียวก็ต้องไปแล้ว

เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทาง

ใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATION

รับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

related พุธทอล์ค พุธโทร RECAP

หนูมาทำงานที่ใหม่ได้ปีกว่าๆ ปัญหาที่เจอทุกวัน คือตอนนี้หนูมีหัวหน้า 2 คน แต่หัวหน้า 2 คนนี้เขาไม่ถูกกัน ความคิดไปกันคนละทางเลย แต่เขาสองคนทำงานเก่งทั้งคู่ คนนึงไม่พอใจอะไร ก็จะฝากหนูไปบอกอีกคนนึง อีกคนนึงไม่ยอมมาคุยด้วยอีก ให้หนูเป็นคนกลางทุกเรื่อง

30 พ.ค. 2025

หนูมาทำงานที่ใหม่ได้ปีกว่าๆ ปัญหาที่เจอทุกวัน คือตอนนี้หนูมีหัวหน้า 2 คน แต่หัวหน้า 2 คนนี้เขาไม่ถูกกัน ความคิดไปกันคนละทางเลย แต่เขาสองคนทำงานเก่งทั้งคู่ คนนึงไม่พอใจอะไร ก็จะฝากหนูไปบอกอีกคนนึง อีกคนนึงไม่ยอมมาคุยด้วยอีก ให้หนูเป็นคนกลางทุกเรื่อง

หนูมาทำงานที่ใหม่ได้ปีกว่าๆ ปัญหาที่เจอทุกวัน คือตอนนี้หนูมีหัวหน้า 2 คน แต่หัวหน้า 2 คนนี้เขาไม่ถูกกันความคิดไปกันคนละทางเลย แต่เขาสองคนทำงานเก่งทั้งคู่ คนนึงไม่พอใจอะไร ก็จะฝากหนูไปบอกอีกคนนึงอีกคนนึงไม่ยอมมาคุยด้วยอีก ให้หนูเป็นคนกลางทุกเรื่อง ตอนนี้ Performance การทำงานของหนูไม่คืบหน้าเลยเพราะหลายๆเรื่องโดนขัดโดยการตัดสินใจของหัวหน้าทั้ง 2 เจอแบบนี้ทุกวันบั่นทอนสุดๆ ถ้าเป็นทุกคนจะทำยังไงคะ? “คุณเมย์ (นามสมมติ)” อายุ 30 ปี สายที่สองในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา [28 พ.ค. 68] ได้โทรเข้ามาปรึกษา “ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม” เกี่ยวกับปัญหาหัวหน้าสองคนมีความเห็นไม่ตรงกัน ไม่คุยกันเลย เราที่เป็นคนกลางก็หนักใจ โดย “คุณเมย์ (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘หนูมีหัวหน้าสองคน ซึ่งมี direction ไม่ตรงกัน แต่ที่ต้องมีหัวหน้าสองคนเพราะเริ่มแรกที่เข้ามาทำงานที่นี่ หนูอยู่ภายใต้หัวหน้า A มาตลอด 1 ปี แต่เมื่อบริษัทมีการปรับผังองค์กร ก็เลยได้มาอยู่ภายใต้หัวหน้า B ซึ่งก็จะอยู่ภายใต้หัวหน้า A อีกทีนึง ประเด็นคือเขาไม่คุยกัน จะให้เมย์คุยแทนตลอด เดิมทีหัวหน้าสองคนนี้สนิทกันมาก แต่เคยมีปัญหาเรื่องการทำงานทำให้เกิดจุดแตกหักกันตั้งแต่นั้นมา ปกติหัวหน้า A จะคุยกับหัวหน้าคนอื่น ๆ เยอะมาก แต่กับหัวหน้า B คนนี้ คุยกันนับครั้งได้ ซึ่งก็อาจจะไม่ถึง 20 ครั้ง/ปี เวลาเขามีความเห็นไม่ตรงกัน การตัดสินใจอาจจะมาจากตรรกะของเขาจริง ๆ บ้างหรือบางครั้งก็มีความอคติที่อยากจะค้านในเรื่องนี้ด้วย แต่เขาจะกันไม่ค้านต่อหน้า ถ้าเมย์รู้สึกว่าอยากจะให้เขาไปคุยกันจังเลย เขาก็จะตอบกลับว่า "พี่ไม่คุย เธอไปคุย" งานมันก็เลยจะหนักมากขึ้น ปกติถ้าคนอื่นทำงานเสร็จภายใน 1-2 ชั่วโมง ของหนูจะเป็น 3-4 วันเพื่อให้มันจบ เพราะจะต้องแก้งานไปเรื่อย ๆ จากตอนแรกแก้ผ่าน A พอไป B ก็โดนตีกลับมา พอตีกลับมา A ก็บอกว่าไม่เอา ให้ทำใหม่ มันก็เลยหนักขึ้นมาก ๆ แต่หนูก็ทำงานนี่มา 1 ปีแล้ว ตอนนี้เรื่องราวไม่ได้ขึ้นอยู่กับแค่หัวหน้า A และหัวหน้า B แต่ถึงขั้น C Level แล้วด้วย ซึ่งตัวงานของหนูจะต้องผ่านหัวหน้า B-A-C ตามลำดับ หนูเคยคุยกับ B และ C เรื่องPerform ตก แต่เขาจะมองภาพรวมขององค์กรเป็นหลัก ถ้าเขาเห็นว่าหนูทำไม่ได้เท่าคนอื่น เขาจะไม่ถามถึงเหตุผลแต่เขาจะมองว่าทำไมหนูถึงทำไม่ได้ ซึ่งหนูเคยพยายามบอกไปแล้วว่างานหนูโหลดมากถ้าเทียบกับคนอื่น และงานของหนูก็พิเศษกว่าคนอื่นไปอีกขั้นหนึ่ง ทำให้ปัญหาที่ต้องแก้ก็มีมากกว่าคนอื่น หนูเคยเสนอ solution ไปแล้ว เพราะหนูจะได้ทำงานสะดวกขึ้น แต่ก็ต้องผ่านการ approve กับหัวหน้า B และ A ก็ทำให้หนูไม่ผ่านสักทีเพราะเขารู้สึกว่าเรายังทำได้ หนูก็เลยรู้สึกว่าทำไมอยู่ยากจัง หนูเครียดมากเลยเพราะหนูโดนความคาดหวังที่สูงกว่าคนอื่น เขามองว่าหนูมีความสามารถ ซึ่งจากตำแหน่งเดิมหนูก็ทำได้ดีเลย ไม่ได้แย่ แต่ตรงนี้ถ้าหนูมีพื้นที่ให้ทำงานเหมือนคนอื่นก็พอจะทำได้ พอเขามองว่าทำไม Performance หนูไม่ออกสักที หนูก็เครียด ก็เลยอยากถามว่าพี่ ๆ ว่า ถ้าเป็นพี่ ๆ จะลาออกเลยไหมทั้งที่ยังไม่มีงานรองรับ’ ซึ่ง “ดีเจเติ้ล” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘สำหรับพี่ก่อนจะตัดสินใจออกจากงาน พี่จะต้องให้คนในบริษัทได้รับรู้ก่อนโดยเฉพาะหัวหน้า C ถึงแม้เขาจะมองภาพรวม แต่พี่ก็จะบอกเหตุผลไปว่าทำไม Performance เราถึงร่วงลง แล้วก็จะเล่าปัญหาเรื่องคนสองคนที่ความคิดเห็นไม่ตรงกันให้เขาฟัง เพราะพี่ต้องการความช่วยเหลือในเรื่องนี้จริง ๆ แต่ถ้าหากถูกเมินเฉย ปัญหายังคงไม่ถูกแก้ไข ทำงานต่อไปพี่ว่าหนูคงจะได้ชาเลนจ์ตัวเองทุกวันเลย และมัน Uncomfort เกินไป พี่ก็ห่วงว่า ถ้าเมย์เจอเรื่องแบบนี้ไปเรื่อย ๆ ประสิทธิภาพในการทำงานของเมย์ก็จะพินาศเหมือนกัน สุดท้ายพี่ก็จะประเมินตัวเองว่าพี่มั่นใจขนาดไหนที่จะออกไปหางานทำข้างนอก ถ้ามั่นใจว่าเก่งจริงพี่ว่าก็ออกมาเลย’ ต่อมา “ดีเจเผือก” ให้คำปรึกษาว่า ‘บริษัทส่วนใหญ่ก็จะมี HR เอาไว้จัดการปัญหาเหล่านี้ ตอนนี้ HR จะต้องลงมาแก้ไขปัญหานี้แล้วเพราะเขาต้องบริหารทรัพยากรบุคคล แต่ถ้าเมย์บอกว่า HR ที่นี่ไม่แข็งแรงก็ออกมาเถอะ เพราะการที่บริษัทนึงมีบุคคลที่ไม่ดี เรายังมีสิทธิ์ที่จะเติบโตไปแทนได้ แต่ถ้าบริษัทมีโครงสร้างโดยรวมที่ไม่ดี ก็ไม่รู้จะอยู่ต่อไปทำไมเรามีสิทธิ์ที่จะเลือกงานใหม่ที่ดีกับเราเหมือนกัน ตอนนี้เหมือนอยู่ในโหมดเอาตัวรอดแล้ว เพราะสิ่งที่เมย์แบกไว้มันกำลังกลับมาทำให้เมย์เดือดร้อนเอง พี่มองว่าถ้าจะมีคนไหนมาช่วยเราได้ต้องเป็น HR แต่ถ้า HR ยังช่วยไม่ได้ ก็ไม่รู้ว่าบริษัทนี้จะดูแลคนที่ทำงานให้เขาได้อย่างไร เขาต้องได้รู้ว่า ปัญหาของคนระดับสูงทำให้คนที่อยู่ในส่วนปฎิบัติการทำงานไม่ได้ เขาต้องจัดการบางอย่าง ปล่อยไว้แบบนี้บริษัทก็ตายอยู่ดี สุดท้ายแล้วเมย์ต้องคำนึงถึงตัวเองเป็นหลักเพราะบริษัทถ้าไม่มีเราเขาก็หาคนอื่นมาแทนได้ แต่อนาคตของเรา เราควรเป็นคนที่ต้องดีไซน์ออกมาเอง อยู่ที่ไหนแล้วแย่ลงก็อย่าไปอยู่ อยู่ที่ไหนและเจริญเติบโตก็ไปอยู่ได้’ สุดท้าย “ดีเจต้นหอม” ให้คำปรึกษาว่า ‘พี่แนะนำวิธี Survival ให้เข้าทาง A แล้วค่อยจัดการ B เพราะ A ใหญ่กว่าเราก็เป็นลูกสมุน A ไปเลย ใช้คำสั่งของ A มาสั่ง B อีกทีนึง ถ้าเกิดปัญหาก็บอกว่า A Approve แล้วให้ไปคุยกับ A เอง’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

คบแฟนมาเกือบ 10 ปี วันเกิดที่ผ่านมา หนูตั้งใจเซอร์ไพร์สเขา สั่งเค้กรสชาติที่ร้านเลิกผลิตไปแล้ว แต่เขาบอกอยากกินเค้กพิซซ่าธรรมดาๆ ซื้อเสื้อให้เขา เขาก็บอกว่าแพง แต่งรูปวันเกิดอวยพรเขาเป็นสีขาวดำ เขาก็บอกว่าเหมือนรูปคนตาย

25 ต.ค. 2024

คบแฟนมาเกือบ 10 ปี วันเกิดที่ผ่านมา หนูตั้งใจเซอร์ไพร์สเขา สั่งเค้กรสชาติที่ร้านเลิกผลิตไปแล้ว แต่เขาบอกอยากกินเค้กพิซซ่าธรรมดาๆ ซื้อเสื้อให้เขา เขาก็บอกว่าแพง แต่งรูปวันเกิดอวยพรเขาเป็นสีขาวดำ เขาก็บอกว่าเหมือนรูปคนตาย

คบแฟนมาเกือบ 10 ปี วันเกิดที่ผ่านมา หนูตั้งใจเซอร์ไพร์สเขา สั่งเค้กรสชาติที่ร้านเลิกผลิตไปแล้วแต่เขาบอกอยากกินเค้กพิซซ่าธรรมดาๆ ซื้อเสื้อให้เขา เขาก็บอกว่าแพง แต่งรูปวันเกิดอวยพรเขาเป็นสีขาวดำเขาก็บอกว่าเหมือนรูปคนตาย เราน้อยใจสุดๆ เหมือนเขาไม่เห็นค่าเลย “คุณวัน (นามสมมติ)” อายุ 26 ปี สายที่สองในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา [23 ต.ค.67] ได้โทรเข้ามาปรึกษา ‘ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม’ เกี่ยวกับเราซื้อของขวัญเซอร์ไพรส์วันเกิดแฟน แต่แฟนไม่ชอบ โดย “คุณวัน (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘หนูคบกับแฟนมา 9 ปี 10 เดือน กำลังจะเข้าปีที่ 10 ตอนนี้ยังไม่ได้แต่งงาน เเต่มีเเพลนว่าจะเเต่งในอีก 2-3 ปีข้างหน้า เมื่ออาทิตย์ที่ผ่านมาเป็นวันเกิดเขา สิ่งที่หนูตั้งใจทำให้กับเขาไม่ว่าจะเป็นการเซอร์ไพรส์ ของขวัญวันเกิดมันยังรู้สึกว่ามันยังไม่ดีพอ เเล้วคำพูดกับการกระทำของเขามันทำให้หนูเสียใจมาก ๆ ก่อนวันเกิดเราไปซื้อของขวัญ ก็คือพาเขาไปเดินเลือก ตอนแรกเขาอยากได้กระเป๋าเเต่มันไม่มีของที่เขาอยากได้ เราเลยเสนอว่า “เอาเป็นเสื้อตัวนี้มั้ย เสื้อตัวนี้สวยดีนะ” เขาก็ไปลองใส่เเล้วเขาก็บอกว่า “เออ มันก็สวย” เลยตัดสินใจว่าเอา เขาก็เก็บเอาไว้ ไม่ยอมแกะเเล้วบอกว่าจะใส่ในวันเกิด ตอนที่ดูรูปในโทรศัพท์เขาก็บ่นประมาณว่า “เสื้ออะไรเนี้ย” หนูก็เลยรู้สึกว่ามันก็ค่อนข้าง Negative เนอะ เขาคงไม่ได้ชอบหรอก เพราะว่าปกติเเล้วถ้าเขาชอบ เขาจะบอกว่าเสื้อตัวนี้เท่จังเลย ในตอนหลังก็ได้มาคุยกัน เขาก็บอกว่าจริง ๆ ไม่ได้ไม่ชอบนะ เเค่จะสื่อว่ามันแพงไป อย่างที่ 2 ก็จะเป็นเค้กวันเกิด ก็คืออยากให้มันพิเศษนิดนึงเพราะว่าเป็นทั้งวันเกิดเเละทั้งวันครบรอบพอดี เราก็เลยตั้งใจสั่งเป็นเค้กเจ้าอร่อยที่เราชอบ เเล้วทางร้านก็ไม่ค่อยได้ทำรสชาตินี้ออกมาขายเเล้ว เราก็รู้สึกว่ามันพิเศษนะ เเล้วเขียนหน้าเค้กไปประมาณว่า Happy Birthday Happy Anniversary เเล้วก็เขียนเป็นภาษาอังกฤษแปลประมาณว่า “คุณทำให้ 9 ปีกับอีก 10 มันเป็นเหมือนแค่วัน ๆ เดียว” เขาก็บอกว่า “ไม่อยากได้ อยากได้เป็นเค้กพิซซ่ามากกว่า” เเต่หนูมองว่ามันธรรมดาไป เพราะว่าเราก็กินกันบ่อยมาก ๆ เลย หนูก็เลยพูดหยอก ๆ เขากลับไปว่า “ก็เค้าอยากสั่งเค้กที่เค้าอยากกินอ่ะ” เขาก็เลยเงียบไป พอถึงวันเกิดเขาจริงๆ หนูก็ได้มีการแต่งภาพลงสตอรี่ เเต่ภาพที่เเต่งเป็นภาพขาวดำ เขาก็พิมพ์มาว่า “เฮ้ยย! มันทำไมถึงต้องขาวดำด้วย” หนูก็เลยบอกว่า “ก็มันเท่ดี” หนูก็รู้สึกว่าเขาก็ไม่พอใจประมาณนึง เพราะเขาบอกว่ามันดูเหมือนภาพงานศพ เเล้วก็พอถึงวันที่ฉลองวันเกิดเราก็ไปกันที่ร้านอาหาร หนูก็เลยได้มีการบอกเพื่อนว่า “ถ้าจะซื้ออะไรมาก็ซื้อเป็นพิซซ่าละกันเนอะ เพราะว่าเเฟนอยากเป่าเค้กพิซซ่า” เพื่อนก็เลยซื้อมาตามที่บอก พอมาถึงร้านหนูสัมผัสได้ว่าเขาได้เป่าเค้กพิซซ่าเขามีความสุข เพราะเขาบอกว่าคิดถึงโมเมนท์ตอนเด็ก ๆ ที่พ่อแม่ซื้อเค้กพิซซ่าให้กิน เเต่ว่าพอเป็นเค้กวันเกิดของหนูเขาดูเฉย ๆ มาก ๆ เค้กพิซซ่านั้นเขามีการเอาลงโซเชียลด้วย เเต่ว่าเค้กของหนูไม่ได้เอาลงโซเชียล เขาก็พูดมาประโยคนึงที่หนูเสียใจก็คือเขาบอกว่า “มีคนบางคนไม่ยอมซื้อเค้กพิซซ่าให้กิน ซื้อมาเเต่เค้กที่ตัวเองอยากกิน” หนูก็เลยรู้สึกว่าทำไมถึงพูดเเรงจัง พอหนูทำท่าโกรธเขาก็เหมือนประมาณว่าแบบหัวเราะกลบเกลื่อน เมื่อก่อนเขาไม่เคยเป็นแบบนี้เลย เพราะเมื่อก่อนเวลาซื้อของขวัญวันเกิดให้เราจะไม่ให้เขาไปเลือกเอง เราจะซื้อให้เลย เขาก็จะขอบคุณตลอด เเล้วก็ชอบไม่ชอบเราก็ไม่ได้สังเกตไงเพราะเราซื้อมาเเล้ว เขาขอบคุณก็จบแล้ว เเต่รอบนี้คำขอบคุณก็ยังไม่มีเลย จนหนูต้องทวงว่าไม่ขอบคุณกันเลยหรอ? หนูมองว่า 10 ปีมันค่อนข้างหมดความหวานเเล้ว ในเมื่อเราตกลงกันเเล้วว่าเราจะใช้ชีวิตคู่ด้วยกัน เเต่ว่าถ้าเราจะต้องอยู่ด้วยกันโดยไม่รักษาน้ำใจกันเเบบนี้ มันจะทำยังไงให้มันตลอดรอดฝั่ง ถ้าเป็นแบบนี้หนูก็ไม่โอเคถ้ามันจะต้องเป็นแบบนี้ไปเรื่อย ๆ เขาก็ไม่ได้บอกว่าต่อไปจะไม่ทำเเล้ว เเต่เขาบอกว่าทุกอย่างที่ทำให้ไม่ใช่ว่าจะไม่ดี คำพูดเขาก็มาจากคำพูดเรา หนูก็เลยอยากปรึกษาพี่ดีเจทั้ง 3 คนว่าหนูควรทำยังไงต่อดี ให้ชีวิตคู่ของหนูมันไปรอดตลอดฝั่ง?’ โดยเริ่มที่ “ดีเจเผือก” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘พี่ว่าทั้งคู่จริง ๆ นอกจากจะถามเขาว่าจะอยู่ยังไงที่ไม่รักษาน้ำใจ เราต้องถามตัวเองด้วยว่าเราทำอะไรผิดพลาดไปในวันเกิดเขารึเปล่า ถ้ามันเป็นเรื่องเเค่วันเกิดที่ผิดใจกันจริง ๆ โอเคไม่มีปัญหา หลังจากกลับมาเป็นเหมือนเดิม พฤติกรรมหลังจากเนี้ยะน่าจะบอกได้ว่าทุกอย่างยังเหมือนเดิมรึเปล่า เราแค่ผิดใจในวันนั้นรึเปล่า หรือจริง ๆ เเล้วมีปัญหาใหญ่ซ่อนอยู่ ถ้ามันมีหลังจากนี้มันจะเป็นอีกในลักษณะแบบนี้ เรื่องการคู่ชีวิตต้องรักษาน้ำใจถ้าตั้งเเต่คบมาเเล้วเขาเพิ่งจะมาไม่มีเเค่วันนี้ พี่ว่าก็ไม่ถือว่าคู่ชีวิตที่ไม่รักษาน้ำใจขนาดนั้นนะ’ ต่อมา “ดีเจเติ้ล” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘ต้องใช้เหตุเเละผลนะ สิ่งที่ทำวันนี้มันก็มีเหตุมีผลที่ทำให้เขาพูดแบบนั้น วันนึงถ้าคุยกันว่าชีวิตคู่จะไปยังไงให้รอด ก็ต้องคุยกับเขาว่าไม่ชอบในสิ่งที่เขาทำ โดยที่เราเองก็ต้องกลั่นกรองนะว่าถ้าเขาไม่รักษาน้ำใจในแบบที่ไม่มีเหตุผลแล้ว เพราะว่าเราจะมาไม่แฮปปี้ก็ไม่ได้อะ เราจะอยู่ต่อกันไปเรื่อย ๆ ลึก ๆ เเล้วคุณวันก็มีความคาดหวังสูงอยู่นะในการเซอร์ไพร์สแบบนี้ เเต่ถ้าเป็นเเบบนี้ไปตลอดในการมีชีวิตคู่พี่ว่ามันเหนื่อยนะ’ สุดท้าย “ดีเจต้นหอม” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘เป็นคู่ที่คุยกันได้ ลองเอานิสัยผู้หญิงออกไป อารมณ์แบบชั้นไม่ชอบไม่พอใจเเล้วชั้นเก็บอ่ะ ประมาณว่าแบบเรื่องเค้กอะก็พูดไปตรง ๆ ว่าถ้าไม่รู้ความหมายก็ถามสิ เดะแปลให้อยากให้เขารับรู้ ที่มันตรงกับความรู้สึกเราอะ โดยที่ไม่ต้องเก็บเอามาน้อยใจ การน้อยใจของผู้หญิงโคตรน่าสงสารเลยเว้ย เพราะมันจะนอนร้องไห้โดยที่ผู้ชายไม่รู้เรื่องอะไรเลย หรือว่าเราเคยทำอะไรผิดพลาดไป เคยพูดขอโทษกับเขาบ้างรึเปล่า ถ้าอยากให้กลับไปมีชีวิตคู่เหมือนแรก ๆ ที่คบกันน่ะ มันกลับไปไม่ได้แล้ว คนที่น่ารักในอดีตอ่ะมันไม่อยู่เเล้ว เพราะว่ามันใหม่มันมีปัจจัยอะไรหลาย ๆ อย่าง มันชาชินอยู่ด้วยความเป็นเพื่อน ความรักความหลงมันถูกทดแทนเป็นความผูกพันไปแล้ว’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

ผมมีแฟนเป็นผู้ชาย แฟนผมเขาลำบากมาก่อน จนตอนนี้ได้งานเป็นเลขา ไปทำงานต่างจังหวัด ทำงานได้ 2 อาทิตย์ หัวหน้าผู้ชายซื้อของแบรนด์เนมให้ ปลดหนี้ให้หลักแสน ล่าสุด หัวหน้าแฟนผมเมาสารภาพรักกับแฟนผม ตอนนี้ผมกลัวมากว่าเค้าจะใช้เงินซื้อแฟนไปจากผม...

05 ก.ค. 2024

ผมมีแฟนเป็นผู้ชาย แฟนผมเขาลำบากมาก่อน จนตอนนี้ได้งานเป็นเลขา ไปทำงานต่างจังหวัด ทำงานได้ 2 อาทิตย์ หัวหน้าผู้ชายซื้อของแบรนด์เนมให้ ปลดหนี้ให้หลักแสน ล่าสุด หัวหน้าแฟนผมเมาสารภาพรักกับแฟนผม ตอนนี้ผมกลัวมากว่าเค้าจะใช้เงินซื้อแฟนไปจากผม...

“คุณเอ็ม (นามสมมติ)” อายุ 21 ปี สายที่สามในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา [3 ก.ค.67] ได้โทรเข้ามาปรึกษา “ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล – ดีเจต้นหอม” เกี่ยวกับปัญหาเรื่องแฟนที่ลังเลในความสัมพันธ์ระหว่างเราหลังจากที่หัวหน้ามาสารภาพรัก โดย “คุณเอ็ม (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘ปัญหาของผมตอนนี้ คือแฟนผมต้องไปทำงานที่อยู่ไกลกัน ซึ่งตำแหน่งงานของแฟนผม คือเลขา เวลาไปไหนมาไหนก็ต้องตัวติดกับหัวหน้า 24 ชั่วโมง ทำให้ผมและเค้ามีเวลาติดต่อกันน้อย โดยหัวหน้าคนนี้เป็นคนที่รวยมาก ในวันแรก ๆ ที่แฟนผมไปทำงานหัวหน้าคนนี้ก็ซื้อโทรศัพท์ให้แฟนผม ซื้อของให้หรู ๆ พาไปกินของแพง ๆ แถมยังใช้หนี้ให้แฟนผม ในใจผมก็คิดว่าดีเพราะหัวหน้าดูแลดี แต่บางเวลาก็ต้องอยู่กับหัวหน้าแบบสองต่อสอง ผมก็ไม่ได้คิดอะไรผมเลยให้แฟนรายงานเวลาไปไหนมาไหนตามประสาแฟน แต่มันทำให้แฟนผมน้อยใจ เพราะก่อนหน้านี้แฟนผมเทคแคร์ เอาใจใส่ผม แต่ผมให้ความสำคัญกับมันน้อย แฟนผมจึงน้อยใจว่าตอนร้องขอทำไมไม่ได้บ้าง อยู่มาวันหนึ่งหัวหน้าของแฟนผมก็เมา แล้วสารภาพกับแฟนของผมว่าแอบชอบแฟนผม แต่ผมก็ไม่รู้ว่าต่อจากนั้นเป็นยังไงเพราะแฟนผมก็เล่าให้ผมฟังแค่นี้ แต่เรื่องนี้ทำให้แฟนของผมรู้สึกอึกอัดว่าตัวแฟนเองก็มีผมและมีหัวหน้าที่มาสารภาพว่าชอบ บวกกับแฟนผมที่กำลังน้อยใจผมอยู่ก็เครียดขึ้นไปอีก ซึ่งเรื่องราวนี้พึ่งเกิดขึ้นได้แค่ 1 สัปดาห์ แฟนผมจึงเอาเรื่องนี้ไประบายกับหัวหน้า ซึ่งพอหลังจากที่แฟนผมไประบายกับหัวหน้าผมก็รู้สึกว่าทัศนคติแฟนผมเปลี่ยนไป และสนใจผมน้อยลง เช่นเวลาผมลงสตอรี่แล้วแท็กไป แฟนผมก็จะไม่สนใจเหมือนแต่ก่อน เวลาทักไปหาก็ถามคำตอบคำเหมือนไม่อยากคุยด้วย ทั้งที่แต่ก่อนแฟนผมจะเป็นคนที่ลงสตอรี่และแท็กมา แต่ในตอนนั้นผมก็ไม่ค่อยสนใจเท่าไหร่ ซึ่งตอนนี้ผมกังวลว่าแฟนผมจะทิ้งผมไปหาคนที่มีเงินมากกว่ารึเปล่า บวกกับเรื่องที่อยู่ไกลกัน และไม่ค่อยได้คุยกัน ผมเลยอยากให้พี่ ๆ ช่วยประเมินสถานการณ์ว่าต่อไปจะเป็นยังไง และมันจะแก้ไขตรงไหนได้บ้าง เพราะผมเองก็ไม่อยากเสียเค้าไป’ โดย “ดีเจต้นหอม” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘สถานการณ์ของเอ็มตอนนี้ พี่เคยตกอยู่ในสถานการณ์แบบนี้แล้ว มันก็คือสถานการณ์ของแฟนที่กำลังนอกใจ แล้วเวลาที่แฟนมีคนอื่น เค้าจะมีอะไรที่เปลี่ยนไปจากเดิม และเราในฐานะแฟนเราจะสัมผัสได้ว่าแฟนของเราไม่เหมือนเดิม มันเป็นสัญญาณ พี่ไม่สามารถพูดได้ว่าแฟนของเอ็มไปกับทางนู้นแล้ว 100% แต่มันเป็นสัญญาณของคนที่นอกใจคือเค้าจะเริ่มเป็นแบบนี้ ตอนนี้ก็อยากให้เอ็มอยู่กับปัจจุบัน แล้วก็สังเกตเลยว่าความสัมพันธ์ระหว่างเอ็มกับแฟนมันเป็นยังไง มันยังโอเคอยู่มั้ย ถ้าไม่โอเคต้องพูดคุยกัน แต่ถ้ารู้สึกว่าไม่มีการพัฒนา หรือแฟนเอ็มกลับมาเป็นเหมือนเดิม เอ็มต้องทำใจค่ะ เราทำอะไรไม่ได้’ ต่อมา “ดีเจเติ้ล” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘ตอนนี้ก็อย่าไปงอแงหรือเพิ่มปัญหา ถ้าแฟนเอ็มออกตัวมาว่าตอนนี้กำลังสับสนวุ่นวาย เราต้องเป็นคนใจเย็นให้เค้าถึงแม่ว่าในใจเราจะว้าวุ่น เราต้องทำให้เค้าอยากจะคุยอยากจะปรึกษากับเอ็มอยู่ แต่ถ้าเอ็มไปงี่เง่าเค้าจะยิ่งไป แต่ในกรณีที่ถ้าเค้าไปอยู่แล้ว มันก็จะทำให้เอ็มแพ้อย่างมีศักดิ์ศรี ซึ่งพี่ว่าสถานการณ์นี้จะเป็นสถานการณ์ที่วัดคนเลย ถ้าเค้ากลับมาหาเอ็มก็อยากให้เอ็มรักษาคนนี้ไว้นาน ๆ แต่ถ้าเค้าไปก็นะได้รู้ส่าเค้าเป็นคนแบบนี้ เพราะระยะเวลาหนึ่งปีเรายังไม่รู้จักกันมากหรอกเอ็ม ถ้าเราเสียเค้าด้วยเรื่องนี้ไป ก็ถือว่าดีแล้วที่เสียคนแบบนี้ไป’ สุดท้าย “ดีเจเผือก” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘พี่ว่าคำว่ารักแท้แพ้เงินมันก็มีอยู่จริง เราก็ต้องยอมรับว่าบางทีรักแท้มันกินไม่ได้ และเอ็มกับเค้าก็พึ่งเริ่มต้นยังไม่ถึงหนึ่งปี มันก็ไม่ได้บอกว่าเราจะต้องร่วมหัวจมท้ายเป็นคู่ชีวิตกันไปตลอด มันยังไม่ถึงวันนั้น เพราะฉะนั้นอะไรก็เกิดขึ้นได้ ลองดูละครสิละครก็สร้างมาจากชีวิตจริง บางทีชีวิตจริงจริงก็แรงกว่าละครอีก ทั้งหลายทั้งมวลเป็นเป็นเหตุการณ์ที่พิสูจน์ว่าคน ๆ หนึ่งเค้าจะอยู่กับเรารึเปล่า เงื่อนไขมันมีแค่นี้เองว่าเค้าอยากจะอยู่กับเอ็มรึเปล่า ถ้าเค้ามีอะไรที่ทำให้ไขว้เขวแล้วคำตอบเค้าคือ “ฉันก็ไม่ได้อยากจะอยู่กับเอ็มไปตลอดนี่” มันก็ต้องแยกกันแค่นั้นเอง มันก็จะเป็นอีกครั้งหนึ่งที่เอ็มเก็บเลเวลในเรื่องความรัก อดหักบ้างจะได้รู้ว่าความรู้สึกนี้เป็นยังไง ครั้งหน้าพี่เชื่อว่ามันจะแข็งแกร่งมากขึ้น แค่ต้องยอมรับความจริง พี่ว่ามันชัดตั้งแต่ให้เค้าใช้หนี้ให้แล้ว และเลือกที่จะระบายกับหัวหน้าไม่ใช่เอ็ม การที่เราจะเสียคน ๆ หนึ่งไปกับสถานการณ์แบบนี้มันก็เข้าใจได้ คนเรามันก็มีเหตุผลในการตัดสินใจคนละแบบ ณ วันที่ยังวัยรุ่นกันอยู่เค้าก็มีโอกาสที่จะได้เลือกได้ลองได้เจอกับชีวิตที่เค้าอาจจะไม่เคยเจอ เช่น ความหรูหราที่เข้ามา ได้เป็นแฟนซีอีโอ ซึ่งมันเข้าใจได้ ว่า ณ วันนี้เราอาจจะแพ้ แต่เราอาจจะไม่ได้แพ้ตลอด’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

การที่หนู ทักคนคุยเก่าไปอวยพรวันเกิด สวัสดีปีใหม่ แล้วแฟนมาเห็น โกรธทะเลาะกันบ้านแทบแตก หนูผิดหรอคะ? แค่ทักไปไม่ได้คิดอะไร เพราะมองเขาเป็นเพื่อนคนนึง ถึงแม้จะไม่ได้คุยกันไปแล้ว

31 ม.ค. 2025

การที่หนู ทักคนคุยเก่าไปอวยพรวันเกิด สวัสดีปีใหม่ แล้วแฟนมาเห็น โกรธทะเลาะกันบ้านแทบแตก หนูผิดหรอคะ? แค่ทักไปไม่ได้คิดอะไร เพราะมองเขาเป็นเพื่อนคนนึง ถึงแม้จะไม่ได้คุยกันไปแล้ว

“คุณฟาง (นามสมมติ)” อายุ 32 ปี เป็นสายที่สี่ในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา [29 ม.ค. 68] ได้โทรเข้ามาปรึกษา ‘ดีเจเผือก - ดีเจต้นหอม - ดีเจเติ้ล’ เกี่ยวกับปัญหาทักไปอวยพรวันเกิดแฟนเก่าหรือคนคุยเก่า โดย “คุณฟาง (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘ปัจจุบันเรามีเเฟนอยู่เเล้ว แต่เราก็เล่นโซเชียล เเล้วเราไปเห็นแฟนเก่าหรือคนคุยเก่าลงวันเกิดเขาเอง เราก็เลยตอบกลับสตอรี่เขาไปว่า Happy Birthday เเค่นั้นเลย เเต่ปกติเราก็ไม่ได้คุยกับเขาในเเชทเป็นการส่วนตัวอยุู่เเล้ว สิ่งที่ทำให้เกิดปัญหาคือตอนนั้นเเฟนปัจจุบันของเรา เข้าไปดูในเเชทพอดี อาจจะเพราะเหมือนเขาตะหงิดใจเลยกดเข้าไปดู เเล้วเขาก็เห็นเเชทว่าเราไป เเฮปปี้เบิร์ดเดย์ คนคุยเก่า เลยมีปัญหากันแบบบ้านเเตกเลย ส่วนที่เราทักไปเเฮปปี้เบิร์ดเดย์เขาเพราะว่าเราเห็นถึงความเป็นมิตรภาพที่จบกันไปเเล้ว เพราะคนที่เรายังติดตามกันอยู่ ส่วนมากก็จบกันด้วยดี เลยเป็นเเบบพี่น้องกัน สำหรับเรา เราก็ไม่ได้คิดอะไรเลยจริงๆ หลังจากเราทักไปอวยพรวันเกิด ก็ไม่ได้มีประโยคสนทนาอะไรกันต่อ ก็เลยอยากถามพี่ๆดีเจว่า เราควรทักไป Happy new year หรือ Happy birthday กับเเฟนเก่าหรือคนคุยเก่าไหม แล้วถ้าทำผิดไหม? ซึ่ง “ดีเจเผือก” ก็ได้ให้ความคิดเห็นว่า ‘สำหรับมุมผมเลยนะ มันก็มีความสุ่มเสี่ยงกับการทัก เเต่เคสของเเฟนเก่าเนี่ยถ้าเเบบยังรู้สึกว่าโอเค สายสัมพันธ์ยังมีอยู่ กับการ Happy birthday หรือเหตุการณ์วันสำคัญของปีอันนี้โอเค เเต่กับคนคุยอันนี้รู้สึกไม่ดีเหมือนกัน เพราะว่ามันมีความสำคัญขนาดที่เราจะต้องเเฮปปี้เบิร์ดเดย์หรอ? ซึ่งในมุมของพี่ ในเรื่องของคนคุยเก่า พี่ก็ไม่โอเค เเต่ถ้าเป็นเเฟนเก่าที่จบกันไปแล้วจริงๆ อันนี้ก็ยังพอสามารถเข้าใจได้อยู่’ ต่อมา “ดีเจเติ้ล” ได้ให้ความคิดเห็นว่า ‘อันนี้คือฟางหาเรื่องให้ตัวเองเพราะฝั่งนั้น เขาก็ไม่ได้ต้องการอะไรจากฟางเลย เเละมันก็ไม่ได้มีเหตุผลอะไรเลยนอกจากคำว่าหาเรื่องให้ตัวเอง ซึ่งการที่เเฟนของฟางจะโกรธก็เป็นเรื่องที่เข้าใจได้ เเละหนูก็ควรรู้ไว้ว่าไม่ต้องทำ มันไม่มีประโยชน์อะไรกับทุกฝ่ายเลย เพราะฉะนั้นถ้าอยากอยู่อย่างสงบๆก็เลิกทำ’ สุดท้าย “ดีเจต้นหอม” ได้ให้ความคิดเห็นว่า ‘สำหรับหอมเองไม่ใช่เเค่คนคุยเก่าอย่างเดียว เเฟนเก่าก็ไม่ได้ ถ้าเป็นเเฟนเก่าต้องเป็นคนที่รู้ว่าเราคือเเฟนใหม่ของคนปัจจุบัน เเละเราก็ต้องเคยเจอ ตอนนี้ฟางเหมือนอยู่ในภาวะบุคคลสุ่มเสี่ยง ซึ่งถ้ารู้ว่ามันสุ่มเสี่ยงก็ไม่ควรไปหาเรื่อง ลองชั่งน้ำหนักดูว่าทำเเล้ว มันได้ประโยชน์อะไร เพราะความสุ่มเสี่ยงมันสูงกว่าเยอะ เพราะบางเรื่องมันทำไม่ได้ก็ไม่ควรทำ ชีวิตอยู่กับเเฟนดีๆอยู่เเล้ว ไปหาเรื่องให้ตัวเองทำไม ถ้าบอกว่าเราเเค่เเฮปปี้เบิร์ดเดย์ มันก็จะมีคำถามในหัวว่าทำไปทำไม เพราะฉะนั้นอย่าทำเรื่องเเบบนี้ให้มันกระทบกับความสัมพันธ์ของฟางอีก’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

album
efm
-

-