ผมสงสัยครับ เวลาผมเติมน้ำมันรถ 2000 บาท พนักงานจะเสนอบริการเช็ดกระจกให้ พอวันนี้ผมเติม 500 บาทพนักงานไม่ค่อยสนใจ และ ไม่ถามเช็ดกระจกให้ด้วย ผมเลยอยากรู้ว่า...

พุธทอล์ค พุธโทร RECAP

ผมสงสัยครับ เวลาผมเติมน้ำมันรถ 2000 บาท พนักงานจะเสนอบริการเช็ดกระจกให้ พอวันนี้ผมเติม 500 บาทพนักงานไม่ค่อยสนใจ และ ไม่ถามเช็ดกระจกให้ด้วย ผมเลยอยากรู้ว่า...

30 ก.ย. 2025

ผมสงสัยครับ เวลาผมเติมน้ำมันรถ 2000 บาท พนักงานจะเสนอบริการเช็ดกระจกให้

พอวันนี้ผมเติม 500 บาทพนักงานไม่ค่อยสนใจ และ ไม่ถามเช็ดกระจกให้ด้วย ผมเลยอยากรู้ว่า...

ปกติเวลาเติมน้ำมันรถ พนักงานจะเช็ดกระจกให้เราตอนไหนขึ้นอยู่กับ ราคาน้ำมันที่เติม

หรือ นิสัยส่วนบุคคลของพนักงานแต่ละคน ??

            “คุณบี (นามสมมติ)” อายุ 29 ปี เป็นสายสุดท้ายในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา [24 ก.ย. 68] ได้โทรเข้ามาปรึกษา “ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม” เกี่ยวกับปัญหาเรื่องขอเช็ดกระจกจากเด็กปั๊ม แต่กลับโดนมองแรงใส่เพราะเติมน้ำมันแค่ 500 บาท

            “คุณบี (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘วันนี้ผมไปเติมน้ำมันแล้วไปขอให้เขาเช็ดกระจกให้แต่โดนมองแรงใส่ ต้นเรื่องคือผมเคยเติมน้ำมันประมาณ 2,000-3,000 บาท เขาก็จะมาถามว่า ‘พี่เช็ดกระจกไหม?’ แต่พอวันนี้ผมไปเติมมาแค่ 400-500 บาท แล้วผมอยากเช็ดกระจก ผมก็ไม่กล้า เกรงใจเขา และน้ำที่ฉีดที่ปัดน้ำฝนเราก็หมด ก็เลยถามไปว่า ‘พี่เช็ดกระจกให้หน่อยได้ไหมครับ?’ เขาก็มองแรงใส่ ผมก็เลยคิดว่า หรือเพราะเราเติมน้อยไปเลยไม่มีบริการนี้ จะเดินไปขอเช็ดเองก็ไม่กล้า ผมเลยสงสัยว่าปกติแล้วเราขอให้เขาเช็ดกระจกให้ได้ไหม?

            ทางด้าน “ดีเจเผือก” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘ผมว่าเรื่องเช็ดกระจก มันน่าจะเจอที่คน คือเติมแค่ 500 เนี่ย ต่อให้เราเรียกเช็ดก็จกเขาก็ต้องทำเพราะเขาจะลุ้นว่าจะได้ทิปรึเปล่า ไม่น่าจะเกี่ยวกับเรื่องเติมมากเติมน้อยไม่น่าเกี่ยวกับบริการเสริมเพราะมันเป็นช่องทางที่น้อง ๆ พนักงานจะได้เงินเพิ่ม คิดว่าอย่างนั้น’

            ต่อมา “ดีเจต้นหอม” ได้ให้คำปรึกษาเพิ่มเติมว่า ‘ถ้าเราให้เขาเช็ดเขาก็ต้องเช็ด ทำฟรีก็ต้องเช็ด แต่หอมเป็นคนให้ทิปอยู่แล้ว เขาทำเพื่อทิปนะการเช็ดกระจก ยอดเติมน้ำมันไม่เกี่ยวกับเขาเพราะเขาไม่ใช่เจ้าของปั๊ม เขาอาจจะมองว่าเติมน้ำมันเยอะอาจจะให้ทิป มันก็แล้วแต่คน ถ้าเราต้องการให้เช็ด เขาก็ต้องจัดการให้มันเป็นหน้าที่ของเขา’

            สุดท้าย “ดีเจเติ้ล” ก็ได้ให้คำปรึกษาปิดท้ายว่า ‘ไม่น่าเกี่ยวกับเงินที่เราเติม ถ้าคุณบีอยากได้ก็แจ้งเขาได้เลย แล้วก็อาจจะทิปเขาหน่อยเป็นน้ำใจ’

เรื่องราวทั้งหมดนี้จะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทาง

ใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATION

รับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App AtimeFung Fin

related พุธทอล์ค พุธโทร RECAP

เจอแบบนี้รู้สึกเฟลไปเลย แฟนหนูเป็นคนขี้เบื่อ เขาเซฟรูปผู้หญิงไว้เพียบ เซฟหนัง AV ไว้ดู พอถาม แฟนตอบมาว่า "แล้วเธอเสือกเข้าไปดูทำไม?" พีคสุด ตอนเขามีอะไรกับหนู มืออีกข้างเปิดคลิปผู้หญิงคนอื่นที่เซฟด้วย เป็นแบบนี้มาหลายครั้งแล้ว

03 พ.ค. 2024

เจอแบบนี้รู้สึกเฟลไปเลย แฟนหนูเป็นคนขี้เบื่อ เขาเซฟรูปผู้หญิงไว้เพียบ เซฟหนัง AV ไว้ดู พอถาม แฟนตอบมาว่า "แล้วเธอเสือกเข้าไปดูทำไม?" พีคสุด ตอนเขามีอะไรกับหนู มืออีกข้างเปิดคลิปผู้หญิงคนอื่นที่เซฟด้วย เป็นแบบนี้มาหลายครั้งแล้ว

เจอแบบนี้รู้สึกเฟลไปเลย แฟนหนูเป็นคนขี้เบื่อ เขาเซฟรูปผู้หญิงไว้เพียบเซฟหนัง AV ไว้ดู พอถาม แฟนตอบมาว่า "แล้วเธอเสือกเข้าไปดูทำไม?"พีคสุด ตอนเขามีอะไรกับหนู มืออีกข้างเปิดคลิปผู้หญิงคนอื่นที่เซฟด้วย เป็นแบบนี้มาหลายครั้งแล้วจนหนูเสียความมั่นใจไปเลย ทำยังไงดีคะ? “คุณแทน (นามสมมุติ)” อายุ 22 ปี สายที่ 2 ในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา [1 พ.ค. 67] ได้โทรเข้ามาปรึกษา ‘ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม’ เกี่ยวกับปัญหาแฟนเซฟรูปผู้หญิงเซ็กซี่ไว้ พอมีอะไรกัน เขาก็ขอเปิดคลิปแล้วทำไปด้วย โดย “คุณแทน (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘หนูคบกับแฟนมา 3 ปี เราสองคนอายุเท่ากัน คือ 22 ปี แฟนหนูเป็นคนขี้เบื่อ ตลอดเวลาที่คบกันมา เรื่องกิจกรรมบนเตียง โดยปกติแล้วเราจะมีกิจกรรมแบบนี้อาทิตย์ละ 2 ครั้ง แต่พอคบกันมาเข้าปีที่ 3 เรื่องบนเตียงจากอาทิตย์ละ 2 ครั้ง ก็ลดลงเหลือเดือนละ 1 ครั้ง ซึ่งรู้เลยว่ามันต้องมีอะไรแน่ๆ พอเขาไม่ค่อยทำกิจกรรมหนูก็เลย เกิดความสงสัยว่าเขามีอะไรในโทรศัพท์หรือป่าว หนูก็เลยเข้าไปเช็คในโทรศัพท์เขาดู แล้วกดเข้าไปดูที่แกลลอรี่ หมวดรูปภาพที่ซ่อนไว้ ซึ่งหนูก็ไปเจอว่าเขาบันทึกหน้าจอผู้หญิงที่เขาติดตามในไอจี เป็นรูปผู้หญิงเซ็กซี่ หรือรูปวาบหวิว เก็บไว้ดูเต็มไปหมด และตอนที่เราสองคนมีกิจกรรมด้วยกัน เขาขอดูคลิปหนังเอวีพวกนี้ไปด้วยระหว่างที่เรามีอะไรกัน หนูก็ไม่อยากให้เขาทำแบบนั้น ซึ่งเป็นบ่อยมากๆเลยช่วงหลัง หนูเลยคิดว่ามันแปลกมาก มันเริ่มไม่ใช่แล้ว และพฤติกรรมของแฟนก็เริ่มเปลี่ยนไป ไม่ค่อยใส่ใจ ละเลยในการทำหน้าที่แฟน พูดจาหยาบคายใส่อารมณ์กับเรา และช่วงหลังมานี้ก็ทะเลาะกันบ่อยมากๆ พอหนูลองเปิดใจคุยกับเขา เขาก็บอกว่า เขาก็รักแหล่ะ แต่แบบว่าเขาแค่แบบเป็นคนขี้เบื่อ แต่เขาก็พยายามเปลี่ยนตัวเอง แต่หนูไม่รู้สึกถึงการเปลี่ยนแปลงของเขาเลย หนูรู้สึกว่าเขาแค่พูดเฉยๆ และก่อนหน้านี้หนูเคยถามเขาว่า “ทำแบบนี้ทำไม เรื่องที่บันทึกสตอรี่ผู้หญิงคนอื่นไว้ในโทรศัพท์” เขาก็พูดกลับมาว่า “แล้วเธอเสือกเข้าไปดูเองทำไม” หนูอยากถามว่า การที่แฟนทำแบบนี้ถือว่าเป็นเรื่องปกติของผู้ชายมั้ย? และ การที่หนูเข้าไปดูแกลลอรี่ที่แฟนซ่อนไว้มันเหมือนเป็นการลุกล้ำพื้นที่ส่วนตัวของแฟนมั้ย?’ โดย “ดีเจเผือก” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘สำหรับคำถามแรก พี่ว่าที่เขาทำแบบนี้คือไม่ปกตินะ คืออายุ 22 แล้ว ส่วนที่บันทึกคลิปหนังเอวีไว้เป็นเรื่องปกติของผู้ชายส่วนใหญ่ แต่ถ้าเอามาดูตอนที่มีกิจกรรมบนเตียงกับแฟนอันนี้ไม่ปกติ ส่วนเซฟรูปผู้หญิงที่อยู่ในไอจีสตอรี่อันนี้ผมไม่ค่อยเห็น หมายถึงว่า แคปหน้าจอเก็บไว้ แต่ถ้าเป็นดาราพอเข้าใจว่าอาจจะมีได้เป็นเรื่องปกติ แต่มันก็จะมีคู่ที่เปิดคลิปหนังเอวีตอนมีอะไรกันกับแฟนแล้วโอเคทั้งคู่ก็มีนะ เหมือนเปิดบิ้วอารมณ์ พี่รู้สึกว่าตราบใดที่ไม่ได้เปิดคลิปของคนอื่นที่เป็นคลิปแอบถ่ายอันนั้นอ่ะไม่ได้ แต่ถ้าเป็นคลิปหนังเอวีที่ีการสร้างสตอรี่อันนี้อ่ะเคยได้ยิน การเปิดคลิปแบบที่แฟนคุณแทนทำ มันเหมือนเป็นการหักหารน้ำใจอีกฝั่งมากเลยนะอยากให้มองอย่างอื่นนอกจากเรื่องบนเตียงด้วย เขาไม่ได้รักษาน้ำใจเราเลย คือเอาจริงถ้าวัดถึงเรื่องความห่างหายในเรื่องบนเตียง อายุ 22 เป็นช่วงที่ฮอร์โมนเพศกำลังพุ่งพล่านอมันไม่น่าหายกันแบบนี้ แล้วเรื่องนอกเตียงเขาก็ไม่ได้ดีกับเราเลย ด่าท่อ พูดจากหยาบคาย ใช้อารมณ์รุนแรง เรื่องพวกนี้ก็หนักไม่แพ้กับเรื่องกิจกรรมบนเตียงนะ อย่าคิดแค่เรื่องที่เขาขี้เบื่อบนเตียงอะไรอย่างเดียว อันนั้นมันเป็นแค่ หนึ่งในซับเซตย่อย มันยังมีทั้งเรื่องการดูแลกัน การทะเลาะกัน แล้วเป็นยังไงมันดีเท่ากับวันที่เข้ามาจีบใหม่ๆมั้ย อะไรพวกนี้อ่ะ ที่น่าจะกังวลเหมือนกันนอกจากเรื่องกิจกรรมบนเตียง ซึ่งเขาผิดปกติไปหมดเลย มันไม่ใช่อาการของคนที่หวังดีต่อกันเหมือนเดิม มันต้องแยกว่า หนึ่งเรามีอะไรแอบซ่อนอยู่จริงมั้ย ถ้าไม่มีบางคนก็พร้อมที่จะเปิดเต็มที่ แต่บางคนเขาไม่ชอบที่จะให้มายุ่งในพื้นที่ส่วนตัวของเขา ถึงแม้ว่าเขาจะมีความผิดซ่อนอยู่รึป่าวก็ตาม อาจจะมีหรือไม่มีก็ได้ แต่เขาก็ไม่ชอบอ่ะ มันพูดยากนะ พอเราเข้าไปเจอแล้ว ถึงหนูจะมีความผิดกับการที่ไปดูของเขา แต่เขาก็มีอะไรบางอย่าง ปิดบังหนูอยู่ คือมันก็ต่างกรรมต่างวาระ เพราะแฟนก็ซ่อน ความผิดก็ต้องแยกกันสิ่ ฉันเข้าไปฉันก็ผิด แต่เธอก็ซ่อนรูป ซ่อนคลิป มันก็ผิดกันคนละคดี มันก็ต้องเคลียร์กันคนละอย่างไป ไม่ใช่ว่าการที่ฉันเข้าไปดูมันจะลบล้างทุกสิ่งทุกอย่าง ที่เธอซ่อนหมดเลยไม่ใช่ ฉันเข้าไปดูของของเธอฉันก็ผิด แต่ฉันก็มีสาเหตุที่ฉันทำผิด เพราะว่าเธอมีปฏิกิริยาที่เปลี่ยนไปถูกมั้ย ทำให้ฉันไม่สบายใจ ฉันถึงเข้าไปดู ไม่ใช่ว่าฉันเข้าไปดูทุกๆ 2 อาทิตย์ มันก็ไม่ใช่ขนาดนั้น เราก็ยังมีเหตุผลรับรอง ก็ต้องมาเคลียร์กับฝั่งของเขา ความผิดของเขาว่า แล้วเธอซ่อนรูปพวกนี้ทำไม แล้วเอามาเปิดต่อหน้าฉันอีก ทั้งหลายทั้งมวลอยากให้กังวลเรื่อง นอกเตียงด้วย พวกเรื่องพฤติกรรมที่เปลี่ยนไปของเขา พี่ว่าอันนั้นมันก็เป็นอีกสิ่งที่ต้องกังวลมากๆ แทนลองไปช่างน้ำหนักดูเอาเอง’ ต่อด้วย “ดีเจต้นหอม” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘ก็เป็นปกติของคนหมดรัก เมื่อไม่มีใจบวกกับหมดรัก สิ่งที่เกิดขึ้นก็คือ 1.ไม่แคร์ 2.เวลาที่เราทะเลาะกันสามารถพูดแรงได้โดยไม่รักษาน้ำใจก็ไม่ได้รักแล้ว เรื่องบนเตียงก็อย่างที่บอก เป็นซับเซต เป็นเรื่องย่อย เมนหลักคือ เมื่อไม่ได้รัก เมื่อหมดใจ เรื่องบนเตียงมันก็ไม่อยากจะทำ มันไปหมดเลยมันไปหมดแล้ว ส่วนเรื่องที่บอกว่าลุกล้ำที่บอกว่าผิดมั้ย ก็อยู่ที่แต่ละคู่ว่าคุยกันยังไง แล้วสามารถลุกล้ำได้แค่ไหน แต่ถ้าลุกล้ำแล้วเจอหนูจะไม่มีความผิดเรื่องลุกล้ำปัดตกไปเลย แล้วก็เรื่องที่เขาเปิดหนังเอวี ก็ตัดไปเลย เพราะคนมันไม่รักเราอ่ะ มันจะกระทำสิ่งนั้นมันก็เลยใช้ตัวช่วย เมื่อหมดรักแล้วทำไมสิ่งที่อยู่ ถึงอยู่ก็อยู่เพราะผูกพันไม่รู้จะไปไหน หมดรักบวกผูกพันเท่ากับ รอวันโดนเท มันเป็นสมการที่ส่วนใหญ่จะเจอ คือจังหวะที่เราเจ็บแล้วเนี่ย ถ้าคนมีสติหรือประสบการณ์เยอะๆอ่ะ เขาก็จะเลิก เขาจะไม่มานั่งย้อนหาอดีต เขาจะอยู่กับปัจจุบัน ว่าปัจจุบันเป็นยังไง เมื่อปัจจุบันไม่มีอะไรเลยที่บ่งบอกถึงคำว่ารัก นอกจากลมปาก ซึ่งลมปากเราให้น้ำหนักเบามาก เมื่อเทียบกับการกระทำ คือถ้าช่างน้ำหนักแล้ว จะเอียงไปข้างนึงเลย คือไม่ได้รักแล้ว ทีนี้ก็ขึ้นอยู่กับแทนแล้ว เมื่อเขาไม่รักแล้ว ณ วันนี้เราเจ็บแล้ว เลิกหรือไม่เลิกอยู่ที่เราเป็นคนเลือก แต่ถ้าสุดท้ายเรายังไม่เลือก วันนึงเขาจะเป็นคนเลือกเอง แทนเคยเรียกเขามาพูดแล้ว แล้วมันก็ไม่ได้มีอะไรพัฒนาแปลว่า คำตอบนี้สมการมันชัดเจนแล้ว ขึ้นอยู่กับแทนแล้วว่าจะไปต่อหรือพอแค่นี้ ลองสงสารตัวเองดูแล้วเดี๋ยวจะเดินออกมาเอง เราต้องมีสิทธิ์เลือก’ สุดท้าย “ดีเจเติ้ล” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘พี่เผือกพี่หอมพูดไปหมดแล้ว แต่พี่ขอตอบแทนแบบตรงๆแบบขวานผ่าซาก เรื่องว่า ถ้าแฟนทำแบบนี้กับพี่ จริงๆ การที่แฟนมีอะไรกับพี่เดือนละครั้ง ตอนอายุ 22 พี่ก็จะไปแล้วนะ เพราะ 22 มันเป็นวัยที่น่าหลงไหล เป็นแฟนกันมีกิจกรรมจากอาทิตย์ละ 2 ครั้งลดเหลือเดือนละครั้ง แถมดูหนังเอวีตอนมีไรกับเราอีก พี่รู้สึกว่าถ้าคนรักกัน ถ้าไม่เสร็จนะ จะดูหนังเรื่องนี้จากทำให้เราเสร็จเรียบร้อยแล้ว เหมือนมันจะต้องแคร์กันอ่ะ แต่ไม่ใช่มาทำโดยที่แล้วเราเป็นอะไร เป็นร่างทรงหรอ เป็นเครื่องมือสื่อสารให้เขาสำเร็จหรอ พี่ว่าสิ่งที่เขาทำ มันบอกแล้วว่า เขาไม่ได้รักหนู เขาไม่ได้ห่วงใยความรู้สึกของหนู แล้วพอประกอบกับเรื่องอื่นๆ ที่แทนเล่าอีก พี่ก็รู้สึกว่า อายุ 22 เอง แล้วคบกันมา 3 ปี ถ้าเป็นแบบนี้ปรับปรุงตัวแค่ลมปาก ไม่ได้ทำอะไรให้ฉันรู้สึกว่า เขาปรับปรุงจริงๆ เพราะแทนพูดเอง ว่าเขาไม่เห็นทำไรเลย แล้วถ้าหนูจะต้องรู้สึกว่าเขาไม่สนใจ ไม่ใส่ใจ ไม่ดูแล พี่ว่า แยกย้ายกันไปเติบโต น่าจะมีความสุขมากกว่ารึป่าว แล้วหนูเป็นคนดูแลตัวเองอีกอ่ะ มันยิ่งแบบ อ่าวว ฉันดูแลตัวเองเพื่ออะไรอ่ะ แล้วพี่ไม่อยากให้แทนคิดทุกอย่างเพื่อจะมาบอกว่าตัวเองผิดนะ เพราะตอนนี้คำถามของแทน เป็นอย่างงั้นอยู่ตอนนี้ พยายามจะถามเพื่อที่จะบอกว่า หนูเป็นคนผิดเองที่ทำแบบนี้ หนูเป็นคนผิดที่ไปเปิดดูโทรศัพท์ของเขา เหมือนหนูไม่ได้มองตัวเองเลยอ่ะ หนูมองแต่เขา ซึ่งพี่ว่าแทนอาจจะต้องปรับวิธีคิดใหม่ พี่ฝากไว้แค่นี้ละกัน’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

แต่งงานกับสามีมา 16 ปี สามีด่าเราด้วยคำหยาบ เสียๆหายๆ ด่าถึงพ่อแม่เรา เราเก็บกวาดบ้านแล้ว มีข้าวตก 1 เม็ดบนพื้น เขาพูดเสมอว่าไม่น่ามาคบกับคนอย่างเราเลย ที่สำคัญสิ่งที่เขาด่า เขาด่าต่อหน้าลูกทั้ง 2 คนด้วย ตอนนี้เรายังต้องเข้าบ้านเขาไปส่งลูกเข้านอนทุกคืน

25 ก.ค. 2025

แต่งงานกับสามีมา 16 ปี สามีด่าเราด้วยคำหยาบ เสียๆหายๆ ด่าถึงพ่อแม่เรา เราเก็บกวาดบ้านแล้ว มีข้าวตก 1 เม็ดบนพื้น เขาพูดเสมอว่าไม่น่ามาคบกับคนอย่างเราเลย ที่สำคัญสิ่งที่เขาด่า เขาด่าต่อหน้าลูกทั้ง 2 คนด้วย ตอนนี้เรายังต้องเข้าบ้านเขาไปส่งลูกเข้านอนทุกคืน

แต่งงานกับสามีมา 16 ปี สามีด่าเราด้วยคำหยาบ เสียๆหายๆ ด่าถึงพ่อแม่เรา เราเก็บกวาดบ้านแล้วมีข้าวตก 1 เม็ดบนพื้น เขาพูดเสมอว่าไม่น่ามาคบกับคนอย่างเราเลย ที่สำคัญสิ่งที่เขาด่าเขาด่าต่อหน้าลูกทั้ง 2 คนด้วย ตอนนี้เรายังต้องเข้าบ้านเขาไปส่งลูกเข้านอนทุกคืน พอเช้ามาเราก็กลับบ้านเราลูกยังไม่รู้ว่าเราหย่ากันแล้ว สามีจะโกหกลูกว่าแม่ออกไปทำงานตอนกลางวัน เลิกงานก็มาส่งลูกเข้านอนตามปกติเราควรจะทนต่อไปยังไง ในสถานการณ์ที่กำลังเจออยู่ตอนนี้ “คุณดาว (นามสมมติ)” อายุ 41 ปี สายแรกในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา [23 ก.ค 68] ได้โทรเข้ามาปรึกษา "ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม" เกี่ยวกับปัญหาสามีชอบด่าเราด้วยคำพูดรุนแรงต่อหน้าลูก โดย “คุณดาว (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘เราแต่งงานมา 16 ปีแล้ว ตลอดเวลาที่คบกัน 13 ปีเขาอยู่บ้านเรา แต่เขาทะเลาะกับแม่เราตลอด จน 3 ปีหลังเราย้ายไปอยู่บ้านเขา เราก็โดนเขาไล่ออกจากบ้านถึง 7 ครั้ง และยังโดนสามีด่าด้วยคำหยาบคายมาโดยตลอด ด่าถึงพ่อถึงแม่ด้วย แทบจะทุก ๆ สามชั่วโมง ซึ่งสาเหตุที่สามีมักจะด่า มักจะมาจากเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่เกิดในบ้าน เช่น เราเช็ดพื้นแล้วมีข้าวตกอยู่ 1 เม็ด เขาก็จะด่า หรือถ้าเราตียุงในห้องนอนแล้วมันมียุงเหลืออยู่ 1 ตัว เราก็จะโดนด่าอีก ด่าเป็นคำหยาบแบบสัตว์ทุกชนิด ด่าว่าเรารั้นเหมือนแม่ ชั่วเหมือนพ่อ มันจะเป็นเรื่องภายในบ้านที่เป็นกิจกรรมเล็ก ๆ น้อย ๆ หรืออย่างเช่น เขากำลังยืนอยู่แล้วเราเป็นคนเช็ดพื้น เขาจะเป็นคนมองเห็นคราบมัน แต่ตัวเราเองจะไม่เห็นเพราะว่ามันอยู่ข้างล่าง อย่างนี้เราก็จะโดน ซึ่งเรามีลูกด้วยกัน 2 คน คนหนึ่งเป็นผู้หญิงอยู่ ป.4 อีกคนผู้ชายอยู่ ป.3 เขามักจะด่าเราต่อหน้าลูกเลย และลูกก็เห็นเหตุการณ์มาตลอด ตอนนี้เรากับเขาเลิกและหย่ากันแล้วเมื่อ 3 ปีที่แล้ว เพราะเขาเคยพูดมาหนึ่งประโยคว่า “ชีวิตกู ไม่น่ามาเจอคนอย่างมึง” เขาพูดบ่อยมาก ๆ เราจึงคืนชีวิตให้เขาโดยการไปหย่าและโพสต์แจ้งทุกคนรอบตัวว่าเขาโสดแล้ว ถ้าเขาจะคบกับใครก็คบได้เลย แต่เขาก็บอกเราอีกว่าเราเห็นแก่ตัวที่ทิ้งลูกไป ตอนหย่าศาลก็ตัดสินว่าลูกสาวจะอยู่กับเรา ส่วนลูกชายจะอยู่กับเขา เราเคยทำแบบนี้แล้ว แต่เราไม่อยากจะแยกพี่แยกน้อง ตอนนั้นคือทำมาทุกวิถีทางแล้ว เขาเคยพูดกับเราว่า “พี่น้องไม่ควรต้องแยกกัน” พอย้ายบ้านครั้งที่สอง เราก็พาทั้งลูกสาวลูกชายมาอยู่กับเรา แต่เขาก็มายืนเกาะประตูอยู่ที่หน้าบ้านมาขอว่า“ขอมาอยู่กับลูกหน่อย คิดถึง” แต่ปัญหามันดันมาอยู่ตรงที่เขาไม่ได้อยากให้ลูกมาอยู่กับเรา เพราะเขาบอกว่าบริเวณบ้านเรามันมีคนติดยา เขากลัวสิ่งแวดล้อมจะไม่ดี ซึ่งตอนนี้ยังคงต้องเจอกับเขาเพื่อที่เราจะต้องไปกล่อมลูกนอนทุก ๆ วัน เพราะลูกจะนอนไม่หลับ ถ้าเราไม่ได้กล่อม บ้านเรากับบ้านเขาไม่ได้ห่างกันมาก แต่ตอนนี้หลังจากที่เลิกกัน เขาก็พยายามที่จะปรับปรุงตัวเอง ไม่พูดคำหยาบ แต่ว่าเนื้อหาที่เขาพูดกับเรามันยังคงเป็นการเหยียดและดูถูกเราอยู่เหมือนเดิม เขาพูดมาประมาณว่า “สมองเธอคิดได้แค่นี้หรอ” เรื่องความรู้สึกพอกลับมาอยู่บ้านตัวเองมันก็รู้สึกดี แต่เมื่อพอต้องไปเจอกับเขามันจะเป็นอารมณ์ประมาณว่า ห้ามใจนะ ไม่ว่าเขาจะพูดอะไรต้องห้ามใจ แต่บางทีมันห้ามไม่ได้ มันโมโห เหมือนกับความต้องการของเขามันมากเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ อย่างเช่น ถ้าเราไปกล่อมลูกนอนหลับและเรากลับมาอยู่บ้านเรา เขาก็จะบอกกลับมาว่าเราไม่มีสัญชาตญาณความเป็นแม่ แทนที่จะไปนอนกล่อมลูกให้อยู่ทั้งคืน เวลาเราโดนว่าเสร็จ เราจะหนีกลับบ้านเลย แล้วเราทำแบบนี้ไปหลายรอบ มันทำให้เราไม่ได้เจอหน้าลูก จึงจำใจต้องทนฟังเขาพูด เพราะเราไม่อยากจะตอบโต้ มันจะกลายเป็นเรื่องใหญ่ คือจริง ๆ เราเคยสวนกลับเขาไปครั้งนึง แล้วมันกลายเป็นอารมณ์บ้านระเบิด ถึงขั้นทำลายข้าวของแต่เขาไม่เคยลงไม้ลงมือกับเรานะ แต่ครั้งนี้มันทำให้ลูกไปนั่งสั่นอยู่มุมห้อง เราเคยตกลงกันตอนที่แยกบ้านกันแล้ว ให้ผู้ใหญ่มารับฟังแล้วว่าศุกร์กับเสาร์ลูกจะมาอยู่กับเรา แต่สุดท้ายแล้วเขาก็บอกว่า ไม่อยากให้ลูกเร่ร่อน ไปนอนบ้านนี้ที บ้านนั้นที ปัญหาของเราวันนี้ที่อยากจะปรึกษาดีเจทั้งสามคนคือ เราจะทำใจอย่างไรให้สงบ? ในสถานการณ์ที่มีคนมาต่อว่าเราต่อหน้า ซึ่งเราไม่สามารถที่จะตอบโต้หรือหนีออกจากสถานที่นั้น ๆ ได้เลย เพราะเราไม่อยากให้มันเกิดสงครามกันภายในบ้าน เพราะถ้าเราเถียงไป ความรุนแรงมันจะทวีคูณขึ้น’ โดยดีเจทั้งสามคน (ดีเจต้นหอม – ดีเจเติ้ล – ดีเจเผือก) ได้ให้คำปรึกษาไปในทางเดียวกันว่า ‘อย่าไปเอาผิดเอาถูกกับสิ่งที่เขาพูด มันไม่ใช่ตรรกะอยู่แล้ว ตอนนี้จากที่ฟังมา เขาเอาทุกอย่างเลย เจรจาไม่ได้เลย เขาไม่ได้มีอะไรให้คุณดาวเป็นทางเลือกเลย เอาทุกอย่างไม่พอ ยังเอาทุกอย่างไปอีกด้วยทั้ง ๆ ที่ไม่ได้เป็นผัวเมียกันแล้ว จริง ๆ เหมือนตอบได้ง่ายว่าก็ให้คิดถึงลูก แต่ไม่อยากตอบไปแบบนี้เพราะเป็นห่วงความรู้สึกของคุณดาว แต่ถ้าให้ตอบจริง ๆ จะตอบว่าไม่ได้ เพราะมันไม่มีใครทนได้หรอก คนที่โดนขนาดนี้มันไม่สามารถทนไปได้ตลอดแน่นอน ความอดทนของคนเรามันมีจำกัด ถามว่าจะทนอย่างไร คือมันพูดง่าย แต่เวลาทำจริง ๆ แล้วมันโดนด่าทุก ๆ สามชั่วโมง มันคงจะดีแหละที่ลูกจะได้ไม่แตกหักกัน แต่ก็ไม่เห็นว่ามันจะดีกับลูกจริง ๆ เลย ถ้าแม่ไปแล้วพ่อด่าต่อหน้าลูกอยู่ทุกครั้ง ชีวิตตอนนี้จะไม่มีอะไรดี ถ้ายังจะยอมเป็นแบบนี้อยู่ เราต้องลุกขึ้นมาแก้ปัญหา ไม่ใช่ว่าจะทำใจอย่างไร เพราะมันทำไม่ได้ มันไม่มีอะไรที่คุณดาวขอแล้วจะได้ไปเลย เพราะถ้าบอกว่า “อ่ะ เดี๋ยวฉันไปกล่อมลูกให้เธอก็ได้ แต่เธอต้องพูดจาดี ๆ กับฉัน ไม่งั้นจะไม่มาอีก” มันก็ไม่ได้อยู่ดี ที่คุณดาวเคยหนีกลับบ้านไปนั่นถูกต้องแล้ว ถ้าจะให้แนะนำคือถ้าเขาด่าปุ๊บ กลับเลย แต่คุณดาวก็ดันรู้สึกว่าไม่ได้เจอลูกอีก แต่วิธีมันไม่มีอะไรมากไปกว่านี้แล้ว ส่วนเรื่องที่กฎหมายบอกว่าให้ผู้หญิงอยู่กับแม่ ผู้ชายอยู่กับพ่อ ถ้าเขาบอกกับเราว่าไม่อยากให้พี่น้องแยกกัน งั้นก็มีอีกทางเลือกคือ เสาร์อาทิตย์มาอยู่นี่ ที่เหลืออยู่นู้น มีแค่นี้เลย ถ้ากฎหมายเซ็นต์ไว้ก็ต้องยืนหยัดใบนั้นว่าฉันจะเอาตามกฎ ถ้าไม่ได้ ไม่ลงตัวก็ต้องให้ตำรวจหรือทนายมาช่วย คุณดาวต้องทำให้เขาเห็นว่าตัวเองไม่ยอมและเอาจริงกับเรื่องนี้ เพราะที่ผ่านมาพอเขาแข็งใส่เรา คุณดาวก็ยอมหมด’ โดย “ดีเจเติ้ล” ได้ให้คำปรึกษาเพิ่มเติมว่า ‘ไม่งั้นให้เราไปเอาลูกมา แล้วถ้าเขาบอกว่าสภาพแวดล้อมบ้านเราไม่ดี ก็ให้เราตอบไปเลยว่า “สภาพแวดล้อมบ้านกูมันยังน่ากลัวน้อยกว่าที่มึงอยู่บ้านนั้นอีก” เพราะถ้าเขาแค่มาเกาะประตูรั้วหน้าบ้านแล้วพูดว่า กลับมาเถอะ คิดถึงลูก ก็ให้ตอบว่าไม่ จนกว่าเขาจะปรับปรุงตัว เพราะถ้าเขาปรับตัวแล้ว คุณดาวจะไม่มาปรึกษาพวกพี่แล้ว คุณดาวต้องไม่ปล่อยให้คนเฮงซวยมาทำให้ชีวิตคุณดาวไม่ดี เราไม่ได้ทำอะไรผิด แต่ถ้าคุณดาวไม่สู้ไม่งัดมันก็ต้องเป็นเช่นนี้ไปตลอด ต้องเป็นเหมือนเดิมคือนึกถึงลูก ก้มหน้าก้มตาฟัง หากรู้สึกว่าทำคนเดียวไม่ไหวหรือเข้มแข็งไม่พอ ให้ลองไปปรึกษาเพื่อน คนรู้จักหรือครอบครัวให้เขามาช่วยเรา ไม่งั้นปัญหานี้มันจะไม่ถูกแก้ไข อย่าเคยชินอะไรแบบเดิม ๆ ไม่งั้นมันก็จะได้แต่อะไรเดิม ๆ กลับมา ต้องเข้มแข็งนะ’ ต่อมา “ดีเจต้นหอม” ได้ให้คำปรึกษาเพิ่มเติมอีกว่า ‘ผู้หญิงอยู่กับเรา ผู้ชายอยู่กับเขา ถ้าพ่อเขาบอกว่าอยากให้พี่น้องอยู่ด้วยกัน เสาร์อาทิตย์เด็กผู้ชายจะได้มานอนบ้านเรา ฉะนั้นน้องชายจะได้มาเจอพี่สาวได้แค่วันเสาร์อาทิตย์ คือเราจะไม่ให้ลูกเราไปบ้านนู้นแล้ว เราต้องบอกให้เขาทำความเข้าใจว่าเราจะมาทางนี้ ถ้าคุณไม่อยากให้ลูกชายมาที่นี่ โอเคคุณก็ดูแลลูกชายไปทั้ง 7 วัน แต่ลูกสาวจะต้องอยู่ที่นี่ แล้วไม่ว่าเขาจะให้เหตุผลอะไร ไม่อยากจะนู้นนี่ ก็ให้เป็นเรื่องของเขา คุณดาวแค่ตอบไปว่า “ไม่” ตามที่ตกลงกันไว้ ที่สำคัญคือลูกสามารถรู้ได้ว่าพ่อกับแม่เลิกกัน มันไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร ใช้วิธีการบอกลูกว่า “ตอนนี้เรามีสถานการณ์นึงที่ลูกอาจจะต้องปรับตัว คือพ่อกับแม่แยกกันอยู่และลูกจะอยู่กับแม่ ส่วนน้องจะอยู่กับพ่อ” บอกให้เขาได้รับรู้ เด็กฉลาดกว่าที่เราคิด และก็ทำบุญเยอะ ๆ สวดมนต์ให้คนนั้นขิตเร็ว ๆ เราจะได้ลูกทั้งสองคน เพราะจริง ๆ ลูกไม่ควรต้องอยู่กับคนเฮงซวยแบบนั้นเลยด้วยซ้ำ สงสารลูก’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

เพื่อนสนิทเรา ดูดีขึ้น หุ่นดีขึ้น เลยทักไปถาม ปรากฏเพื่อนบอกเดี๋ยวเล่าให้ฟัง ไว้นัด Zoom กัน หลังจากนั้นก็เริ่มขายของ ขายผลิตภัณฑ์ ชวนเข้าเครือข่าย บทสนทนาที่เคยคุยกันเริ่มหายไป กลายเป็น "ว่างวันไหน? ว่างเมื่อไหร่? พร้อมรึยัง?" เข้ามาแทน จะทำไงดีคะ?

08 มี.ค. 2024

เพื่อนสนิทเรา ดูดีขึ้น หุ่นดีขึ้น เลยทักไปถาม ปรากฏเพื่อนบอกเดี๋ยวเล่าให้ฟัง ไว้นัด Zoom กัน หลังจากนั้นก็เริ่มขายของ ขายผลิตภัณฑ์ ชวนเข้าเครือข่าย บทสนทนาที่เคยคุยกันเริ่มหายไป กลายเป็น "ว่างวันไหน? ว่างเมื่อไหร่? พร้อมรึยัง?" เข้ามาแทน จะทำไงดีคะ?

“คุณไอ (นามสมมติ)” อายุ 19 ปี สายที่สามในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา [6 มี.ค. 67] ได้โทรมาปรึกษา ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม เกี่ยวกับปัญหาที่ทักไปหาเพื่อนสนิทปรึกษาเรื่องลดน้ำหนัก แต่ดันเจอเพื่อนขายคอร์ส โดย “คุณไอ (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘หนูมีเพื่อนสนิทคนนึง สนิทกันมา 4 - 5 ปีแล้ว หนูคุยกับเพื่อนทุกเรื่อง เวลาคุยกันบางทีก็พิมพ์แชท หรือ voice คุยกัน ส่วนน้อยมากที่จะโทรคุยกัน ซึ่งเพื่อนหนูเป็นคนที่ค่อนข้างอ้วน แต่วันนึงเขาเริ่มลงสตอรี่ IG ว่าออกกำลังกาย ตัวหนูเองไม่ได้อ้วนแต่แค่ไม่ค่อยเฟิร์ม หนูก็เลย reply สตอรี่ไปว่า ทำไมอยู่ดี ๆ ออกกำลังกาย เพื่อนหนูก็ตอบกลับมาว่า มีเวลาว่างไหม? เดี๋ยวโทรหา หนูก็คิดแค่ว่าเขาคงอยากบอกเรื่องราวในชีวิตเขาว่า ทำไมถึงอยากทำ พอหนูได้คุยกับเพื่อน เขาก็เริ่มพูดว่า อยากให้หนูเข้า Zoom ไปคุยกับอินฟลูคนนึง เขาจะมาช่วยดูแลการออกกำลังกาย การคุมอาหาร หนูก็เลยเข้าไป แต่มันเหมือนการขายตรงมากกว่า หลังจากที่หนูเข้าไปใน Zoom หนูก็มาถามเพื่อนว่า สรุปแกต้องการอะไร? แล้วพี่คนที่เป็นอินฟลูเขาต้องการอะไร? เพื่อนก็พูดกลับมาประมาณว่า ถามทำไม แล้วแกว่างไหม เดี๋ยวโทรไปนะ หนูก็เลยบอกกับเพื่อนไปว่า ตอนนี้ไม่ว่างเลย แต่จริง ๆ ตอนนั้นหนูว่าง หนูอยากให้เขาพิมพ์มา หนูไม่อยากโทรคุยเพราะหนูกลัวเสียความรู้สึก เขาก็พยายามคะยั้นคะยอว่า โทรแป๊บเดียว เดี๋ยวเล่าให้ฟัง หนูก็เลยโกหกไปว่า ไม่สะดวก ตอนนี้กูอยู่งานศพ แล้วเพื่อนก็อัดเสียงส่งมา 10 กว่าอัน หนูกดฟังที่เขาส่งมาประมาณว่า มึงกลัวพี่เขาหลอกหรอ พี่เขาไม่หลอกหรอก เขารวยกว่ามึงตั้งเยอะนะ กูอยากให้มึงลองเปิดใจนะ อยากให้ลองเข้า Zoom อีกวันนึงที่พี่เขานัด หนูก็เลยบอกไปว่า หนูไม่โอเคมาก ทำไมต้องให้หนูมาเข้าอะไรแบบนี้ หนูแค่อยากรู้เฉย ๆ ว่าแบ่งเวลาออกกำลังกายยังไง? ไม่ได้อยากรู้เรื่องธุรกิจหรือเรื่องอาหารเสริม แล้วเพื่อนก็เหมือนหงุดหงิดและบอกมาประมาณว่า งั้นถ้ามึงไม่คุยก็ไม่ต้องคุยกันเลยแล้วกัน แต่อย่างที่บอกว่า พวกหนูสนิทกันมากและไม่อยากเสียเพื่อนคนนี้ไป หนูเลยตัดสินใจเข้าก็ได้ พอเข้าไปเขาก็พูดแต่เรื่องธุรกิจไม่เกี่ยวกับการออกกำลังกายเลย หนูก็เลยทักไปบอกเพื่อนอีกว่า กูไม่โอเคนะ ไม่เอาได้ไหม เพื่อนก็บอกว่า เออ ก็แล้วแต่แล้วกัน แต่หลังจากนั้นมันหนักกว่าอีก หนูก็ reply สตอรี่เพื่อนคนนี้ไปอีกแต่เป็นเรื่องอื่น ๆ เพื่อนก็ยังโยงไปเรื่องนั้นอีก ประมาณว่า มึงว่างแล้วหรอ ลองไปฟังพี่เขาอีกรอบไหมละ? ปัญหาก็คือหนูอึดอัด หนูรู้สึกว่ามันไม่เป็นส่วนตัวมาก ตรงที่เขาทักมาประมาณ 3 นาทีแล้วหนูไม่ตอบ เขาก็จะโทรมาเลย หนูก็บอกเพื่อนไปตรง ๆ เลยว่า เราไม่อยากคุยเรื่องนี้ แต่พอทุกครั้งหนูมีเรื่องที่เกิดขึ้นในชีวิตที่อยากระบายเขาก็จะบอกว่า ถ้าโอเคแล้วก็ลองเปิดใจเรื่องนั้นดูก็ได้นะ หนูก็ลองถามเพื่อนคนอื่น ๆ เขาก็บอกว่า มึงก็บล็อกไปเลย ไม่ต้องแคร์หรอก แต่ด้วยที่หนูสนิทกับมันมานาน คุยกันมาทุกเรื่อง ไม่เคยคาดหวังประโยชน์อะไรจากกันเลยทั้งคู่ จนมาถึงเรื่องนี้จากเรื่องการออกกำลังกาย เพื่อนก็ลากไปถึงเรื่องการทำธุรกิจเรื่องอาหารเสริม หนูอยากปรึกษาพี่ ๆ ว่า จะแก้ไขตรงนี้ยังไง ไม่ให้เราเสียเพื่อน แล้วก็ไม่ทำให้เรารู้สึกแย่ไปด้วย’ โดยเริ่มให้คำปรึกษาจาก “ดีเจต้นหอม” ว่า ‘ไม่เอา ไม่กิน ฉันจะเป็นหมูที่แข็งแรง ถ้าอยากรู้อะไรเพิ่มก็เสิร์ชในอินเทอร์เน็ต TikTok มีหมดเลย เรื่องของทริคในการลดน้ำหนักพี่ก็ได้จากตรงนั้นเยอะมาก อาหารเสริมเป็นตัวช่วย ไม่ใช่หลัก คือ อาหารเสริมช่วยให้เราไม่กินจุกจิก แต่พี่รู้สึกว่าอายุ 19 ก็ยังไม่ควรจะต้องใช้อาหารเสริมอะไรพวกนั้นอยู่แล้วนะ เพราะว่ายังเป็นวัยที่หนูมีเอนเนอร์จี้ มีพลังงาน แล้วหนูก็ใช้ร่างกายได้เยอะมาก พี่คิดว่าอาหารเสริมประเภทนั้นไม่เหมาะ แต่พี่ว่าถ้าเราเป็นเพื่อนสนิทก็น่าจะพูดกันตรง ๆ ก็ได้นะ ประมาณว่า ชวนทำอะไร ไปฟังพี่เขา ไม่ฟังๆ เสียเวลา คือ ถ้าเขาบอกว่า เขาเห็นผลก็เขาเห็นผลกับสิ่งนี้ไง เราต้องไม่อยากรู้เรื่องของเขาเลย ไม่ได้อยากรู้การลดน้ำหนักของมึงเลย เราก็ต้องเริ่มจากที่ตัวเราก่อนในการบอกว่า สิ่งนี้เป็นสิ่งที่เราไม่ได้สนใจ แล้วเรารู้สึกว่าการที่เราไปทำมันเสียเวลา เพราะกูไม่ได้สนใจมึง ถ้าเพื่อนสนิทพูดตรงๆ เลยแต่ว่าเราอย่าเปิดช่องให้เขาแค่นั้นเลย แล้วก็พูดตัดบทไปว่า มึงเสียเวลา ถ้ายังตื้อกูอยู่’ ต่อไป ดีเจเผือก ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘ตอนนี้หนูอายุ 19 สนิทกันมา 3-4 ปี มันก็คือ 1 ใน 5 ประมาณนั้นของชีวิตหนู แต่ถ้าหนูใช้ชีวิตต่อไปอีก 5-10 ปี เขาก็จะไม่ใช่ 1 ใน 5 ในชีวิตหนูละ เขาอาจจะเป็น 1 ใน 7 หรือ 1 ใน 8 เพราะฉะนั้นก็อย่าไปยึดติดกับใครคนนึงที่เรารู้สึกว่าคนนี้คือเพื่อนสนิท แล้วเราจะไม่มีวันเลิกคบกับเขาได้ ไม่ว่าเขาจะทำอะไรไม่ดีก็ตาม อันนี้มันก็ไม่ใช่ โตไปหนูก็อาจจะต้องเลิกคบกับเพื่อนสนิทบ้างถ้ามันเป็นคนไม่ดี หนูจะได้เจอกับเหตุการณ์วัดใจแบบนี้แหละ บางครั้งหนูอาจจะไม่ต้องโทรถามพี่เลยก็ได้ หนูอาจจะได้เจอเหตุการณ์ที่ต้องเลิกคบกับเพื่อนสนิทโดยที่ไม่ต้องปรึกษาใครเลย คนที่เราเคยสนิทมันก็คือคนที่เราเคยสนิทหรือคนที่เราสนิทอยู่ก็คือคนที่เราสนิทอยู่ แต่มันก็ไม่ได้บอกว่าเราจะต้องสนิทกับเขาไปจนวันตาย ถ้าถามว่าเพื่อนเขาเลวร้ายไหมก็คงไม่เขาก็แค่คงทำมาหากิน แต่เขาแค่ไม่มีศิลปะในการขาย ทุกอย่างมันมีทั้งคนขายที่ดีและคนที่ขายไม่เป็น คนที่เอาแต่ขายจนเสียเพื่อนรอบตัวมันก็ไม่ใช่ คนที่เขาขายอย่างมีจรรยาบรรณมันก็มี แค่เพื่อนเราเพิ่งเข้ามาในวงการนี้แล้วขายไม่เป็นแต่อยากมียอด เพราะฉะนั้นก็ถ้าเรื่องนี้ไอเข้าใจได้ก็ไม่ต้องเลิกคบกับเขา แล้วดูว่าเขาจะขายอีกยาวไหม? ไม่รู้ว่าโปรดักส์ออกกำลังกายจะอยู่ได้นานหรือเปล่า อาจจะเป็นช่วงแรก ๆ ที่เขากำลังทำยอดอยู่แหละ ก็อย่างที่บอก คุยกันไปตรง ๆ เป็นเพื่อนสนิทก็น่าจะคุยกันได้ ก็คุยกันไปเลยว่า มึงไม่ต้องมาวุ่นวายกับกูแล้วแหละ กูไม่มีวันซื้อแน่ ๆ ทุกวันนี้เงินจะกินข้าวยังไม่มีเลย คือถ้าเขาเป็นคนขายที่เก่งจริง ๆ เขาต้องรู้ว่ารายนี้ตื้อให้ตายก็ไม่ซื้อ เสียเวลาไปหาคนอื่นดีกว่า ถ้าอยากออกกำลังกายจริง ๆ เสิร์ชเอาใน Google , TikTok เยอะแยะ ถ้าเพื่อนคนนี้ตัดเรื่องขายออกไปแล้ว เขาจะกลับมาเป็นคนเดิมก็ลองดู แล้วก็แสดงออกให้ชัดเจนว่าเราจะไม่ร่วมธุรกิจกัน แล้วหลังจากนั้นดูว่าเขายังจะเป็นเพื่อนสนิทกับเราอยู่หรือเปล่า? ยังเม้าท์เรื่องอื่น ๆ กันอยู่หรือเปล่า? ซึ่งถ้าเขาเปลี่ยนไปเพียงแค่เราไม่ซื้อของของเขา ไอควรคิดดี ๆ ว่าคนนี้ควรจะเป็นเพื่อนสนิทเราจริงหรือเปล่า เขาเหมาะกับจะเป็นเพื่อนรักเราจริงไหม ถ้าขายของให้ฉันไม่ได้แล้วเลิกคบเราไป เขาควรจะเป็นเพื่อนแท้เราหรือเปล่า ไอลองไปคิดดูนะ’ สุดท้าย “ดีเจเติ้ล” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘ก่อนอื่นหนูต้องปิดประตูตายก่อน เรื่องออกกำลังกายหรือเรื่องหุ่น อย่าไปเปิดประตูให้เขาเข้าหาเราได้จากเรื่องนี้ เพื่อให้เขาชัดเจนไปเลยว่าเราไม่ได้สนใจเรื่องนี้จริง ๆ ต้องทำให้เขารับรู้ก่อน ตอนนี้ไปอยู่กับคนที่สนิทคนอื่น ๆ ก่อน พี่รู้สึกว่าน้องไอกำลังคาดหวังให้เขามาสนิทเหมือนเดิม แต่ตอนนี้มันไม่ได้แล้วไง เพราะว่าสิ่งที่เขาโฟกัสมันไม่ใช่ไอแล้ว เขาโฟกัสกับสิ่งที่เขากำลังทำตอนนี้ คือการทำกิจการให้มันดีขึ้น เขาอาจจะไปร่วมมือกับโค้ชคนนั้นหรืออะไรก็ตาม แต่ตอนนี้เขาไม่ได้โฟกัสหนู หนูอย่าไปสำคัญตัวผิด เพราะถ้าหนูสำคัญตัวผิด หนูจะผิดหวัง เราต้องเลิกคาดหวังกับเขาก่อนให้เขาไปอยู่ในที่ที่เขาอยากทำ ไม่ต้องไปขัดเขา แล้วถ้าเขาทำสำเร็จก็ยินดีกับเขาไป แต่ถ้าเขาทำไม่สำเร็จ แล้ววันไหนเขากลับมาหาเรา เราก็ยังเป็นเพื่อนเขาอยู่ได้เหมือนเดิม ซึ่งถ้าถึงวันนั้นไออาจจะไม่อยากเป็นเพื่อนเขาแล้วก็ได้ หรือถ้าเขากลับมาแล้ว ถ้ามันเป็นเพื่อนกันจริง ๆ มันต่อกันติดเราก็ยังเป็นเพื่อนกันเหมือนเดิมได้ แต่ตอนนี้หยุดคาดหวังก่อนเพราะตอนนี้เขาไม่เหมือนเดิมแล้ว’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

หนูทำงานมา 5 อาชีพ ทุกที่ประเมินไม่ให้ไม่ผ่านงานเลย จนตอนนี้กลายเป็นเด็กจบใหม่ ที่รู้สึกหมดกำลังใจในการมองหางาน จะสร้างความมั่นใจยังไงให้ตัวเองดีคะ? ตอนนี้มันรู้สึกเฟลไปหมดเลย

07 ก.พ. 2025

หนูทำงานมา 5 อาชีพ ทุกที่ประเมินไม่ให้ไม่ผ่านงานเลย จนตอนนี้กลายเป็นเด็กจบใหม่ ที่รู้สึกหมดกำลังใจในการมองหางาน จะสร้างความมั่นใจยังไงให้ตัวเองดีคะ? ตอนนี้มันรู้สึกเฟลไปหมดเลย

“คุณปอ (นามสมมติ)” อายุ 22 ปี สายที่สามในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา [5 ก.พ. 68] ได้โทรเข้ามาปรึกษา ‘ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม’ เกี่ยวกับปัญหาการทำงาน เปลี่ยนมาหลายที่แต่สุดท้ายก็โดนประเมินไม่ผ่าน โดย “คุณปอ (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘หนูเพิ่งจบจากมหาวิทยาลัยย่านบางเขน และกำลังหางานประจำอยู่ หนูลองสมัครงานหลายประเภท ทั้งพาร์ทไทม์ ผู้ช่วยครู และงานราชการ แต่ไม่ว่างานไหนก็รู้สึกว่าไม่ใช่สิ่งที่ชอบ พอทำไปสักพักก็ไม่แฮปปี้ ต้องลาออกเอง หรือบางครั้งก็ไม่ผ่านการประเมินงาน ตอนนี้หนูว่างงานได้ประมาณ 1 สัปดาห์แล้ว ผ่านงานมา 5 - 6 ที่ แต่ก็ยังไม่เจองานที่ใช่ ก่อนหน้านี้ เคยทำงานเลขามา 5 เดือน แต่ล่าสุดทำงานธุรการโรงเรียนได้ 1 สัปดาห์ก็ถูกประเมินว่าไม่ผ่านการฝึกงาน เขาได้ให้เหตุผลที่ว่า หนูติดโทรศัพท์ ยังทำงานเอกสารไม่คล่อง และช่วยงานองค์กรได้น้อย และหนูเคยลาออกจากงานเลขา เพราะบริษัทกำลังจะ Lay off พนักงาน หนูเลยลาออกเอง แต่ในงานผู้ช่วยครูและธุรการ หนูโดนประเมินว่าไม่ผ่าน ตอนทำงานเป็นผู้ช่วยครูที่โรงเรียนเด็กเล็ก หนูโดนตำหนิว่าเข้ากับเด็กได้ยาก และผู้ปกครองให้ฟีดแบคว่าหนูดูหน้าตึง ทำให้เด็กกลัว หนูรู้ตัวว่าไม่ค่อยเหมาะกับงานนี้ แต่ก็สมัครเพราะอยากลองพัฒนาตัวเอง จนสุดท้ายก็รู้ว่ามันไม่ใช่ นอกจากนี้ เคยทำงานพาร์ทไทม์ที่ร้านชา แต่ทำได้เพียงวันเดียวก็ถูกประเมินว่าไม่ผ่าน เพราะทำงานช้า ไม่ทันลูกค้า ทางร้านจึงให้หยุดทำต่อ หนูเป็นคนที่ค่อนข้างเฉื่อย ทำงานช้า ซึ่งกลายเป็นอุปสรรคในการทำงานและการสมัครงานครั้งต่อ ๆ ไป หนูเลยอยากขอคำปรึกษาจากพี่ๆดีเจว่า สามารถแนะนำงานที่เหมาะกับหนูได้หรือเปล่า? เพราะตอนนี้หนูยังว่างงานอยู่ และไม่รู้ว่าจะไปทางไหนดี รวมถึงจะมีวิธีแก้ไขนิสัยส่วนตัวของหนูได้บ้างไหมคะ?’ เริ่มที่ “ดีเจต้นหอม” ให้คำปรึกษาว่า ‘ลองเสพคอนเทนต์ที่ต้องใช้พลังงานเยอะ ๆ ดูว่าคนเหล่านั้นมีเอนเนอจี้ในการใช้ชีวิตยังไง หรือฟังไลฟ์โค้ช พอดแคสต์ หรือเสิร์ชหาวิธีเพิ่มเอนเนอจี้ให้ตัวเอง พี่เชื่อว่าถ้าปอได้เจองานที่ตัวเองชอบจริง ๆ ปออาจจะรู้สึกสนุกและอยากไปทำงานเองโดยไม่ต้องฝืน’ ต่อมา “ดีเจเติ้ล” ให้คำปรึกษาว่า ‘ตอนนี้ปอยังไม่ได้อยู่ในสถานการณ์ที่บีบคั้นให้ต้องดิ้นรน แต่ถ้าปอไม่ปรับตัว สุดท้ายจะไม่มีทางได้งาน และจะโดนประเมินไม่ผ่านแบบนี้ไปเรื่อย ๆ แล้ววันหนึ่งจะไม่มีกิน ปอลองคิดดูว่าตอนนี้เศรษฐกิจเป็นยังไง คนโดน Lay off ไปเยอะขนาดไหน เด็กจบใหม่มีมากขึ้นเรื่อย ๆ ถ้าเรายังมีเอนเนอจี้แบบนี้ก็ไม่มีทางรอด ไม่มีใครมาบังคับปอได้ นอกจากตัวปอเองที่ต้องหาทางทำให้รอดให้ได้’ สุดท้าย “ดีเจเผือก” ให้คำปรึกษาว่า ‘ข้อเสียของปอเป็นข้อเสียที่ทำให้หางานยากมาก ถ้ายอมรับว่าตัวเองเฉื่อย การเป็นลูกน้องก็ลำบาก ออกมาทำธุรกิจเองก็ไม่รอดเหมือนกัน สิ่งเดียวที่ช่วยได้คือต้องหางานที่สนุกและรักมันจริง ๆ เพื่อให้ตัวเองมีแรงฮึด หรือถ้ายังไม่เจอ ก็อย่ายอมแพ้ หาไปเรื่อย ๆ เพราะนี่เป็นแค่ก้าวแรก หางานแรก ๆ อาจยังไม่ใช่สิ่งที่ชอบ แต่อย่างน้อยก็จะได้รู้ว่าอะไรไม่ใช่ แล้วใช้เป็นแนวทางหาสิ่งที่เหมาะกับตัวเองต่อไป’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

album
efm
-

-