เปลี่ยนรูปโปรไฟล์เป็นเหตุ! มี Social แฟนทุกแอป ยกเว้นไลน์ เลยขอให้แฟนเปลี่ยนรูปโปรไฟล์ Line เป็นรูปคู่ สุดท้ายแฟนไม่เปลี่ยน แล้วบอกเลิก! ลั่น ทำนิสัยแบบนี้มัน Toxic บอกหนูคือต้นเหตุในการเลิกกันครั้งนี้ ตอนนี้รู้สึกผิดอยากขอกำลังใจค่ะ

พุธทอล์ค พุธโทร RECAP

เปลี่ยนรูปโปรไฟล์เป็นเหตุ! มี Social แฟนทุกแอป ยกเว้นไลน์ เลยขอให้แฟนเปลี่ยนรูปโปรไฟล์ Line เป็นรูปคู่ สุดท้ายแฟนไม่เปลี่ยน แล้วบอกเลิก! ลั่น ทำนิสัยแบบนี้มัน Toxic บอกหนูคือต้นเหตุในการเลิกกันครั้งนี้ ตอนนี้รู้สึกผิดอยากขอกำลังใจค่ะ

07 พ.ค. 2024

            “คุณใหม่ (นามสมมติ)” สายที่สามในรายการพุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (1 พ.ค. 67) ได้โทรเข้ามาปรึกษา ดีเจเผือก – ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม เกี่ยวกับปัญหาขอให้แฟนเปลี่ยนรูปโปรไฟล์เป็นรูปคู่

            โดย “คุณใหม่ (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘หนูคบกับแฟนเก่ามาเกือบปี ประมาณ 11 เดือนได้ ขอเล่าก่อนว่าตอนที่คบกันได้ประมาณ 5 – 6 เดือน เราก็ไปมาหาสู่กันปกติ เป็นความรักระยะไกล เราอยู่คนละจังหวัดกัน แต่ไม่ไกลมาก ตอนนั้นหนูไปเที่ยวบ้านเขา และไปเล่นไอแพดของเขา หนูไปแอบนั่งอ่านแชทเขาแล้วอึ้งเลย! ทำให้หนูไปรู้ว่าเขาแอบไปมี Friends with benefits (FWB) แอบไปคุยกับรุ่นพี่คนสนิท เคยไปรับไปส่งกันหลายรอบ เคยไปมีซัมติงกัน 1 ครั้ง และไปเต๊าะผู้หญิงอีก 2 - 3 คน ชอบไปกด LOVE ในสตอรี่บลาๆ หนูเห็นปุ๊บก็ร้องไห้ แล้วเขาก็มาบอกว่าเขาเลือกหนูนะ จะให้เขาทำยังไงก็ได้ หนูก็เลยโอเค งั้นขอพิสูจน์หน่อย ก็เลยให้เขาทักไปบอกคนที่เต๊าะหรือคนที่มีอะไรด้วยว่าหนูจับได้แล้วนะ เธอเลือกหนู ก็เลยเป็นสาเหตุของการที่หนูได้รหัสเฟซบุ๊กกับไอจีเขามา หลังจากนั้นหนูอยู่กับความหวาดระแวงมาตลอด เขาไปไหน จะทำอะไร บางทีหนูก็อยากรู้ อยากเห็น อยากให้ถ่ายรูปส่งมาให้ดู แต่เขาก็ไม่ค่อยถ่าย ทำเป็นลืมบ้าง ถ่ายบ้าง ไม่ถ่ายบ้าง

            จนช่วงหลังๆหนูเริ่มมีความตะหงิดใจ รู้สึกถึงความเปลี่ยนไป หนูก็เลยขอให้เขาเปลี่ยนรูปโปรไฟล์ในไลน์เป็นรูปคู่ แล้วเขารับปากว่า โอเค เดี๋ยวจัดการให้ แล้วเขาก็ทำเป็นลืม จนหนูเว้นระยะเวลาไว้ให้สัก 3 – 4 วัน หนูก็ไปถามเขาว่า ลืมหรือเปล่า ทำไมยังไม่เปลี่ยนให้ เขาก็ตอบกลับมาว่า ทำไมทำตัวน่ารำคาญจังเลย ทำไมถึงเยอะ ไม่อยากทำอะไรให้ใครอีกแล้ว ซึ่งเขาใส่รูปส่วนตัวของเขา เนื่องจากเฟซบุ๊กกับไอจีเขา เรามีรหัส เราก็เลยสามารถเข้าไปดูได้ว่าเขาเล่นอะไร หรือคุยกับใครหรือเปล่า เลยกลายเป็นจุดที่ทำให้เราต้องทะเลาะกัน

            ซึ่งพฤติกรรมของเขาเป็นคนที่ไม่ค่อยใส่ใจในชีวิตประจำวันของเรา เมื่อก่อนตอนคุยกันแรกๆอาจจะมีใส่ใจบ้าง แต่หลังๆมาไม่ค่อยใส่ใจ ไม่ค่อยอยากรู้ว่าไปทำงาน ถึงที่ทำงานหรือยัง เที่ยงนี้กินข้าวอะไร เย็นนี้ไปไหนมั้ย? ล่าสุดหนูเป็นคนบอกเลิกเขา เพราะหนูรู้สึกว่าไม่อยากจะทนแล้ว เขาไม่ค่อยใส่ใจความรู้สึกเราเลย เวลาทะเลาะกันบางทีเขาเลือกที่จะไม่คุย หายไปเลย ไม่รับโทรศัพท์ ไม่อธิบายใดๆ อาจจะหายไปนอน ไม่คุยกัน 2-3 วัน แล้วก็ทักมาคุยปกติ เหมือนข้ามเรื่องที่ทะเลาะกันไปเลย

            ตอนที่หนูตัดสินใจเลิก หนูก็ได้ไปเที่ยวต่างจังหวัด เขาก็เลยทักมาว่าทำไมไม่ทักไปชวนกันเลย ไหนบอกจะพาไปเที่ยว เพราะมันเป็นที่ที่เคยคิดว่าจะไปด้วยกัน เขาก็ได้มีโอกาสตอบกลับมาเป็นเพราะหนูขี้ระแวงทำให้เขารู้สึกอึดอัดและเป็นตัวต้นเหตุของความสัมพันธ์เป็นพิษครั้งนี้ แล้วมันทำให้หนูรู้สึกว่าเราผิดหรือเปล่า เราแย่หรือเปล่า?

            และช่วงแรกๆที่เลิกกันไป เขายังไม่ได้เปลี่ยนรหัสผ่าน หนูก็เลยเข้าไปเห็นที่เขาคุยกับเพื่อนเขา ประมาณว่า กูเลิกแล้วนะ เบื่อมาก รำคาญ ไม่กลับไปแล้วเว้ย หนูว่าเขารู้ว่าหนูเข้าไปอ่าน เขาอาจจะอยากให้หนูเจ็บบ้าง หนูก็เลยอยากมาขอกำลังใจจากพี่ๆดีเจ’

            โดย “ดีเจเผือก” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘ก็ดีแล้วที่หนูใจแข็ง หลายๆคนที่เจอเหตุการณ์อะไรแบบนี้มักจะใจอ่อน ส่วนเรื่องที่เขามาโทษเรามันเป็นทรงเดิมๆของคนที่เขาทำผิดแบบนี้ ถ้ามันไม่มีเหตุมันจะระแวงกันทำไม ไม่ต้องคิดมาก มันเป็นคำตอบพื้นที่ข้อห้าประมาณนี้ คิดถึงวันที่เขาทำเราเจ็บไว้ เอาความรู้สึกนั้นอยู่กับตัวไว้ มันจะได้ไม่ใจอ่อน เมื่อไหร่ที่เราเริ่มเจ็บน้อยลงเราจะเริ่มใจแข็งมากขึ้น มันเป็นเรื่องปกติ’

            ต่อมา “ดีเจเติ้ล” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘มันก็เข้าใจได้ว่าทำไมหนูถึงเป็นแบบนี้ พี่ว่ามันดีกับหนูนะการที่ใจเด็ดแบบนี้ อย่างน้อยการไปมีแฟนใหม่อาจจะทำให้หนูสบายใจกว่านี้ ไม่ต้องให้หนูมาระแวง ถ้าสมมติเขาเปลี่ยนโปรไฟล์เป็นรูปคู่ แล้วจากนั้นยังไงต่อ หนูคิดว่าหนูจะไว้ใจผู้ชายคนนี้ได้หรอ? กลายเป็นว่าเรื่องที่เขาไปนอกใจมันเป็นปมในใจหนูแล้ว หนูจะไม่มีทางเว้นว่างจากการเข้าไปดูของเขา เข้าไปสืบของเขา มันไม่สบายใจไปแล้ว การที่หนูบอกเลิกเขาแล้วเขาชัดเจน ไม่รั้งหนูไว้ ถ้าเขารักหนูจริงๆ เขาต้องพยายามเข้าใจหนูมากกว่านี้ พี่ว่าตัดสินใจแบบนี้ก็ดีแล้ว และต้องแข็งแรง อย่ากลับไป’

            สุดท้าย “ดีเจต้นหอม” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘หลายคนคงคิดว่าจะทะเลาะกัน เลิกกันเพราะเรื่องโปรไฟล์หรอ? เรื่องโปรไฟล์เป็นส่วนหนึ่งของการนอกใจ ชีวิตคู่ปิดตาข้างนึงได้ แต่ไม่ใช่เรื่องนอกใจ มันมีเรื่องที่ผู้หญิงยอมได้ และยอมไม่ได้ สำหรับผู้ชายคนนี้เลิกไปดีแล้ว ถ้าเขารักเราจริง แค่เปลี่ยนรูปโปรไฟล์เอง ขึ้นรูปคู่เพื่อความสบายใจของแฟน แล้วเขาก็เป็นคนมีประวัติ เพราะฉะนั้นหวังว่าใหม่จะไม่กลับไป ถ้าอยู่แล้วทำให้เราเจ็บปวด ก็ไม่เอา’

เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทาง

ใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATION

รับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

related พุธทอล์ค พุธโทร RECAP

คนกลางลำบากใจที่สุด... ลูกสาวโทรปรึกษา 3 ดีเจในรายการ คุณพ่อจับได้ว่า คุณแม่คุยกับเพื่อนสนิทผู้หญิงคนหนึ่งในเชิงชู้สาว สุดท้ายแม่ยอมรับว่าทั้งคู่ “ต่างคนต่างรู้สึก” เหมือนกัน และต่างคนก็ต่างมีสามีกันอยู่แล้ว พีคสุด! สามีฝั่งนู้นก็รับรู้และรับได้

08 ก.ย. 2023

คนกลางลำบากใจที่สุด... ลูกสาวโทรปรึกษา 3 ดีเจในรายการ คุณพ่อจับได้ว่า คุณแม่คุยกับเพื่อนสนิทผู้หญิงคนหนึ่งในเชิงชู้สาว สุดท้ายแม่ยอมรับว่าทั้งคู่ “ต่างคนต่างรู้สึก” เหมือนกัน และต่างคนก็ต่างมีสามีกันอยู่แล้ว พีคสุด! สามีฝั่งนู้นก็รับรู้และรับได้

คนกลางลำบากใจที่สุด... ลูกสาวโทรปรึกษา 3 ดีเจในรายการคุณพ่อจับได้ว่า คุณแม่คุยกับเพื่อนสนิทผู้หญิงคนหนึ่งในเชิงชู้สาวสุดท้ายแม่ยอมรับว่าทั้งคู่ “ต่างคนต่างรู้สึก” เหมือนกันและต่างคนก็ต่างมีสามีกันอยู่แล้ว พีคสุด! สามีฝั่งนู้นก็รับรู้และรับได้ตอนนี้พ่อเสียใจมาก อยากจะออกจากบ้าน แต่ไม่รู้จะไปนอนที่ไหน... “คุณกิ๊ฟ (นามสมมุติ)” อายุ 27 ปี สายแรกในรายการ “พุธทอล์ค พุธโทร” เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา [6 ก.ย. 66] ได้โทรเข้ามาปรึกษา ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม เกี่ยวกับปัญหาเรื่องแม่ไปมีความสัมพันธ์กับเพื่อนที่เป็นผู้หญิง โดย “คุณกิ๊ฟ (นามสมมุติ)” เล่าว่า ‘เมื่อก่อนพ่อกับแม่เคยอยู่ที่กรุงเทพฯ แล้วก็ 3 ปีที่ผ่านมา กลับไปอยู่ที่ต่างจังหวัด ไปปลูกบ้านใกล้ๆกับบ้านของตา จะได้ดูเเลตากับยาย ในช่วงแรกแม่เขาก็รู้สึกนอยด์ๆ เพราะตอนที่เขาอยู่กรุงเทพฯ เขาเคยมีรายได้ รู้สึกมีประโยชน์ แต่พอมาอยู่ที่นี่เขาไม่มีรายได้ แล้วเขาก็เหงา ซึ่งพ่อของหนูก็หางานที่ใกล้ๆบ้านเเล้วก็ได้งาน โดยเงินที่ใช้ในแต่ละเดือนก็จะมาจากเงินเดือนของพ่อ เมื่อช่วงประมาณต้นปีที่ผ่านมา ก็มีเพื่อนของเเม่ที่เป็นผู้หญิง ไม่ได้คุยกันมาประมาณ 10 ปีเเล้ว เขาเหมือนตั้งใจจะมาที่บ้านตา เพื่อจะมาขอที่อยู่ของเเม่ที่กรุงเทพฯ เพราะคิดว่าเเม่ยังอยู่ที่กรุงเทพฯ หลังจากนั้นแม่กับเพื่อนของแม่ก็ได้เจอกันพอดี เหมือนเขาก็ปรับความเข้าใจ กลับมาคุยกันเป็นเพื่อนกัน สำหรับครอบครัวฝั่งเพื่อนของแม่ เหมือนครอบครัวเขาจะมีปัญหาหลายเรื่อง เขาก็เลยจะมาหาเเม่อาทิตย์ละครั้ง มานั่งคุย ปรึกษา ทำอะไรกินด้วยกัน เเล้วเวลาเขามา เขาก็จะคอยใส่ใจ ซื้อของกินมาให้ตลอด จนเมื่อช่วงประมาณต้นเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา แม่ก็ไปสารภาพกับเพื่อนว่าแม่รู้สึกกับเพื่อนคนนี้เกินเพื่อนไปแล้ว แล้วเพื่อนเเม่ก็ตอบกลับมาว่าก็รู้สึกเหมือนกัน เเต่ทางนั้นเขาก็มีสามี มีลูก ลูกอายุเท่าๆกับหนูเลย หลังจากนั้นเหมือนพ่อเริ่มสังเกตอาการได้ พ่อก็เลยแอบไปดูในไลน์ เขาก็เห็นว่าคุยกัน ใช้คำหวานๆ คลั่งรัก จากที่พ่อแคปแชทมาให้ดู เขาคุยเหมือนเป็นแฟนกัน พ่อรับไม่ได้ พ่อกับแม่ก็เลยทะเลาะกัน ทำให้พ่อต้องออกจากบ้านไป เเล้วเขาก็กลับมาคุยกัน พ่อก็ขอให้แม่หยุดได้ไหม? แล้วก็ให้กลับมาเป็นครอบครัวกันเหมือนเดิม แต่แม่บอกว่า เขาไม่ได้รู้สึกกับพ่อแบบนั้นแล้ว เขารู้สึกว่าที่ผ่านมาเหมือนพ่อละเลยเขา ไม่ค่อยสนใจเขา เวลาอยากจะไปไหนก็ไม่ไป จนมาวันนี้เขาก็ไม่ได้รู้สึกแบบนั้นเเล้ว แต่เขาก็ไม่ได้อยากจะไล่พ่อออกไปนะ แต่ถ้าจะอยู่ก็อยู่เป็นเพื่อนกัน แต่พ่อก็รับไม่ได้ พ่อรู้สึกว่าอยากให้แม่รักพ่อเหมือนเดิม เหมือนเมื่อก่อน ไม่ใช่ไปรักคนอื่น พอเป็นคนกลางก็คือฟังจากทางเเม่ด้วย บางทีในมุมเเม่เขาก็จะรู้สึกว่า ฉันก็ถูกละเลยมาหลายปีเเล้ว ในมุมพ่อ แม่ไม่เคยพูดเขาก็ไม่รู้ เขารู้สึกว่าอันนี้ก็คือปกติที่เคยทำ แต่ก่อนก็ไม่เคยเห็นเป็นอะไร ก็เลยไม่รู้ว่าจะต้องรักษาความรู้สึกทั้งพ่อกับแม่เราควรจะทำยังไงดี? เพราะเเม่ก็ไม่ได้อยากจะเลิกกับพ่อ เพื่อที่จะไปอยู่กับเพื่อนสองคน จริงๆพ่อก็อยากออกไป แต่ก็ไม่รู้จะไปไหน ก็เลยเป็นห่วงพ่อว่าจะไปอยู่ที่ไหน หนูเคยคุยกับเเม่ว่าไม่เอาได้ไหม? แม่ก็พูดมาคำหนึ่งว่า มันคือความสุขของเขา เเค่เหมือนได้คุยก็มีความสุขเเล้ว จากที่ถามเเม่มา ครอบครัวทางฝั่งนู้น เขารู้เเล้วเขาก็รับได้ มีเเต่พ่อที่รับไม่ได้ แม่เขาก็บอกว่าเหมือนเป็นเพื่อนคนนึงที่สบายใจของเขา เข้าใจเขา... หนูก็เลยอยากปรึกษาพี่ๆดีเจว่า ทำยังไง จะไม่ให้พ่อกับเเม่เสียใจดี? งานนี้ “ดีเจเผือก” ก็ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘คนที่ดูน่าสงสารที่สุดคือ คุณพ่อ คนที่จะได้รับการเยียวยาคนแรกจากกิ๊ฟก็คือคุณพ่อ คนอยู่ด้วยกันเป็น 20 - 30 ปี คำว่าละเลยกับการทำทุกอย่างเป็นปกติ มันมีเส้นบางๆ ถ้ายังรักกันอยู่ ก็มองว่ามันเป็นปกติ มันไม่เคยเป็นเรื่อง เเต่พอวันหนึ่งไม่ได้รักกันเเล้ว มันก็กลายเป็นเรื่องละเลย มันก็แอบไม่เเฟร์กับคุณพ่อเหมือนกัน ส่วนวิธีเยียวยาคุณพ่อ กิ๊ฟก็ชวนพ่อคุยทำนู้นนี่ แล้วค่อยๆแอบถามพ่อมีอะไรจะคุยหรือเปล่า? หลังจากนั้นก็ค่อยว่ากัน คือดูแลให้เขามีเพื่อน และฝั่งคุณเเม่ก็ทำไรมากไม่ได้ ทำได้เเค่เตือนว่าสิ่งที่เเม่มองว่าเป็นเรื่องเล็ก เป็นเพื่อนกัน เป็นความสุข กิ๊ฟอยากให้เเม่ระวังว่า ผลกระทบของความสุขของเเม่เนี่ยมันทำให้คนรอบข้างเป็นทุกข์หรือเปล่า มันก็ทำได้เเค่เตือน ทางด้าน “ดีเจเติ้ล” ให้คำปรึกษาว่า ‘คนที่น่าเป็นห่วงที่สุดก็น่าจะเป็นคุณพ่อ เป็นการนอกใจที่ชอบผู้หญิงเหมือนกันอีก ซึ่งก่อนหน้าก็ไม่น่าจะมีเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้น เพราะว่าเขาเป็นภรรยาของคุณพ่อมานานมากแล้ว พี่จะไม่บีบบังคับให้พ่อยอมรับ เพราะตอนนี้เเม่คุณกิ๊ฟต้องการแบบนั้น ซึ่งพี่รู้สึกว่ามันไม่แฟร์ ถ้าสถานการณ์กลับกันไม่ว่าจะฝั่งไหน มันก็ยอมรับไม่ได้เลย มันเห็นแก่ตัวไปนิดนึง พี่ก็คงบอกว่าถ้าพ่อไม่ไหว พ่อมีสิทธิ์ที่จะไปนะ มันเศร้าตรงที่พอรู้ว่า ภรรยาตัวเองมีคนอื่นเเล้ว เเต่ตัวเองยังอยู่ในพื้นที่บ้านตาบ้านยาย ณ ตอนนี้พี่คิดว่าเเม่จะอยู่บ้านคนเดียวได้อย่างมีความสุข ส่วนฝั่งคุณเเม่ ถ้าตอนนี้คุณแม่ค้นพบว่าฉันชอบเพศเดียวกัน พี่ก็จะตามใจเขา แต่ที่เเม่บอกพ่อละเลย ไม่รู้ว่าจริงหรือไม่จริง อาจจะเป็นคำอ้างก็ได้ แต่ถ้าเป็นจริงพี่ก็คงพูดกับเเม่ว่า ลองให้โอกาสพ่อไหม เพราะเขาไม่เคยพูดกับพ่อเลย ตอนนี้มันเป็นเรื่องของผู้ใหญ่ เราเป็นลูก เราก็ทำได้เเค่ใครที่เสียใจเราก็ให้กำลังใจ เป็นเรื่องที่เขามีสิทธิ์ที่เขาจะทำได้ เลือกทางเดินชีวิตตัวเองเเล้ว สุดท้าย...เขาเลือกเเล้ว ถ้าเขามีความสุขกับทางที่เขาเลือกจริงๆ พี่ก็โอเคกับทั้งสองฝ่าย สำหรับพี่เขาก็คือพ่อเเละเเม่ที่พี่ก็ยังรักอยู่ดี และ “ดีเจต้นหอม” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘สิ่งที่ทำ มันก็คือการนอกใจ ส่วนบ้านนู้นก็ถามเลยว่า เขารับได้จริงๆใช่ไหมที่เขาคบกัน ถ้ารับได้จริงๆ ทางนี้ก็จะได้เปิดทางให้ที่รับได้นี่ทางนู้นอาจจะรู้เเค่ว่าเป็นเเค่เพื่อนหรือเปล่า ไม่ได้คลั่งรักขนาดนี้ ถ้าบ้านเขารับได้จริงๆเราทำได้เเค่ปล่อยอย่างเดียวเลย เราต้องมาฮีลใจคุณพ่อ แล้วก็คุยกับเเม่ ถ้าเเม่พูดว่านี่ คือความสุขของเเม่ เราก็บอกแม่ไปเลยว่า มันเป็นความสุขที่ได้มาโดยไม่ถูกต้อง ความสุขเเบบนี้มันเรียกเห็นแก่ตัว แล้วเราก็หันมาทางพ่อ การที่อยู่กับคนที่ไม่ได้รักเรามันเจ็บกว่าการที่จบเเล้วเดินออกไปมากกว่า สิ่งที่เยียวยาพ่อได้ดีที่สุดก็คือลูก เพราะตอนนี้ดูแล้วแม่กู้ไม่กลับเเล้ว เพราะฉะนั้นต้องดูเเลพ่อให้รู้สึกว่าอย่างน้อยลูกคือความหวังของพ่อ ให้กำลังใจพ่อ ถ้าพ่อคิดว่าตอนนี้พ่อทนได้ พ่ออยู่ไปก่อน แต่บอกล่วงหน้าเลย สิ่งที่พ่อทำอยู่มันเสียเวลา เเต่ถ้าพ่อรู้สึกว่าพอแล้ว พ่อปิดประตูบานนี้เเล้วเดินออกมา ให้ทางเลือกกับเขา บอกเขาว่าเราเข้าใจเขา... สุดท้ายนี้...พี่ๆดีเจก็เข้าใจคุณกิ๊ฟ ขอเป็นกำลังใจให้กับคุณกิ๊ฟ ขอให้เรื่องราวผ่านไปได้ด้วยดีเรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

คุณพ่อ ป่วยเป็นมะเร็งระยะสุดท้าย แต่สุดท้ายปฏิเสธการรักษาเพราะ … ไปใช้สิทธิประกันสังคม ครั้งแรกได้ยินพยาบาลบ่นใส่ “เบื่อตาแก่คนนี้จัง” ครั้งที่สอง ขอให้พาไปห้องน้ำหน่อยได้ไหม? พยาบาลบอก “ตายในห้องน้ำมาหลายคนแล้ว” จนครั้งนี้ เศร้าที่สุดคือ พ่อบอก...

21 ส.ค. 2023

คุณพ่อ ป่วยเป็นมะเร็งระยะสุดท้าย แต่สุดท้ายปฏิเสธการรักษาเพราะ … ไปใช้สิทธิประกันสังคม ครั้งแรกได้ยินพยาบาลบ่นใส่ “เบื่อตาแก่คนนี้จัง” ครั้งที่สอง ขอให้พาไปห้องน้ำหน่อยได้ไหม? พยาบาลบอก “ตายในห้องน้ำมาหลายคนแล้ว” จนครั้งนี้ เศร้าที่สุดคือ พ่อบอก...

คุณพ่อ ป่วยเป็นมะเร็งระยะสุดท้าย แต่สุดท้ายปฏิเสธการรักษาเพราะ…ไปใช้สิทธิประกันสังคม ครั้งแรกได้ยินพยาบาลบ่นใส่ “เบื่อตาแก่คนนี้จัง”ครั้งที่สอง ขอให้พาไปห้องน้ำหน่อยได้ไหม? พยาบาลบอก “ตายในห้องน้ำมาหลายคนแล้ว”จนครั้งนี้ เศร้าที่สุดคือ พ่อบอก เปลี่ยนผ้าอ้อมให้หน่อยนะครับ เจ้าหน้าที่บอก...“คนนี้ก็จะตาย คนนั้นก็จะเปลี่ยนผ้าอ้อม มาดูกันว่าใครจะตายก่อนกัน” “คุณปีใหม่ (นามสมมติ)” อายุ 25 ปี สายแรกในรายการพุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา(16ส.ค. 66)ได้โทรเข้ามาปรึกษาดีเจเผือก -ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอมเกี่ยวกับปัญหาคุณพ่อเจอคำพูดที่ทำร้ายจิตใจจากบุคลากรทางการแพทย์จนไม่มีใจอยากรักษา โดย “คุณปีใหม่ (นามสมมติ)” เล่าว่า `พ่อป่วยเป็นมะเร็งระยะสุดท้าย รักษาอยู่ที่โรงพยาบาลรัฐในตัวจังหวัดแห่งหนึ่ง หลังจากที่เข้าคีโมครบหกครั้งแล้ว พ่อมีสภาวะแทรกซ้อน ก็คือเมื่อต้นเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา พ่อมีอาการปวดขาข้างขวาขึ้นมา แล้วทีนี้คุณหมอจะนัดพบทุกๆ 3 เดือน เพื่อตรวจเลือด แต่แกมีอาการปวดขาแล้วไม่ยอมไปหาหมอเลย ด้วยทางบ้านหนูก็ไม่ได้มีรถยนต์ ไม่ได้มีรถส่วนตัว เวลาที่จะไปหาหมอแต่ละทีจะลำบาก ก็ต้องไปรถโดยสารแทน แกเลยรอให้ถึงกำหนดนัดก่อน ถึงจะไปโรงพยาบาล แล้วกำหนดนัดอีกครั้งก็คือ กันยายนเลย แต่ด้วยอาการของแก มันปวดมาก จนนอนไม่ได้ ทานข้าวไม่ได้เป็นระยะเกือบเดือนเลย จนถึงสัปดาห์ที่แล้ว ก็เลยตัดสินใจจะเรียกรถฉุกเฉิน คือจะต้องไปหาหมอแล้วแกรอไม่ไหวแล้ว พอไปถึงโรงพยาบาล คุณหมอตรวจอาการเบื้องต้นและด้วยพ่อมีโรคประจำตัว คุณหมอบอกว่า “จะต้องให้คุณหมอที่เป็นเจ้าของไข้มาดูอาการ และค่อยทำเรื่องส่งไปรักษากระดูก” คือต้องรอก่อน พอคุณหมอเจ้าของไข้มาถึงก็ให้พ่อนอนรอดูอาการที่ห้องรวมคนไข้ เบื้องต้นหนูได้แจ้งหมอไว้แล้วว่า พ่อไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้นะ เพราะคุณพ่อเดินไม่ได้จากอาการปวดขา เวลาที่แกปวดขาก็จะปวดตั้งแต่ปลายเท้าขึ้นมาจนถึงเอว รวมไปถึงอวัยวะเพศและมีอาการร้อนมาจากข้างใน และด้วยตำแหน่งเตียงของพ่อจะอยู่ห่างจากห้องน้ำประมาณ 10 เมตร คืออยู่อีกฝั่งหนึ่งของห้อง หนูก็เลยขอคุณหมออยู่เฝ้าพ่อได้ไหม คุณหมอแจ้งกลับมาว่า ตามปกติแล้วจะไม่ให้ญาติอยู่เฝ้า หนูกับแม่คุยกันว่าไม่เป็นไรถ้าหมอไม่ให้เฝ้า จะให้พ่อใส่แพมเพิสแทน ซึ่งแกไม่เคยใส่แพมเพิสมาก่อน คืนแรกที่ใส่แพมเพิสแกหนูคิดว่าไม่มีปัญหาอะไร จนวันต่อมาหนูเลิกงานรีบไปหาพ่อเลย สิ่งที่หนูเจอคือ คุณพ่อมีอาการหน้าซีด ตัวสั่นเหมือนตกใจอยู่ตลอดเวลา หนูคิดว่าเป็นอาการจากที่แกไม่ได้กินข้าว หรือปวดขามากจนไม่ได้นอนหรือเปล่า ก็เลยถาม “พ่อวันนี้ปวดขาไหม” แกตอบไม่ค่อยปวดเท่าไหร่ แล้วก็เงียบไป ซึ่งปกติพ่อจะเป็นคนชอบชวนคุย เวลาถามกลายเป็นคนถามคำตอบคำ ซึ่งตามปกติเวลาเยี่ยมของโรงพยาบาลรัฐ เขาจะแบ่งเป็น 3 ช่วง เริ่มจาก 6 โมงเช้า - 8 โมง และช่วงเที่ยง – บ่ายโมง ช่วงสุดท้าย 5 โมง – 1 ทุ่ม พอใกล้หมดเวลาเยี่ยม พ่อก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเข้าแชทไลน์กลุ่ม แล้วพิมพ์เล่าถึงเหตุการณ์แรกที่แกเจอว่า เมื่อคืนพ่อโดนพยาบาลดุ เพราะแกจะให้พยาบาลช่วยเปลี่ยนแพมเพิสให้ ด้วยความที่แกไม่เคยใส่แพมเพิสมาก่อน อาจจะมีอาการร้อนหรือปัสสาวะเต็มแล้ว แกเรียกพยาบาล 2-3 ครั้ง โดยแต่ละครั้งก็เว้นระยะประมาณ 30 นาที พยาบาลก็รับรู้ ฟังที่พ่อพูดแล้วก็เดินหนีไป จนประมาณตี 3 - 4 คุณพ่อก็ถามอีกครั้งว่า “เปลี่ยนแพมเพิสให้หน่อยได้ไหมครับ มันเต็ม” พยาบาลก็ตอบกลับด้วยภาษาอีสาน แปลออกมาก็ความหมายประมาณ ฉันเบื่อตาแก่คนนี้จัง... เหตุการณ์ที่สอง ต่อเนื่องจากที่พยาบาลไม่ยอมเปลี่ยนแพมเพิสให้ แกก็พยายามที่จะลุกไปเข้าห้องน้ำเอง แต่ด้วยความที่แกไม่มีไม้เท้า ทำให้ขณะที่พยายามลุกก็เกิดเสียงดังที่เตียงขึ้น ทำให้พยาบาลหันมาเห็น แล้วถามว่า “ทำอะไร” พ่อก็บอกว่า“จะไปเข้าห้องน้ำครับ พาไปเข้าห้องน้ำได้ไหม” พยาบาลพูดประมาณว่า “ตายมาหลายคนแล้วนะอยู่ในห้องน้ำ” หนูคิดว่าเหมือนพยาบาลจะสื่อว่าเดี๋ยวลื่นอะไรประมาณนี้ จนเหตุการณ์ที่สามที่พ่อเจอคือ เตียงข้างๆเป็นผู้สูงอายุใกล้จะเสียชีวิตแล้ว พยาบาลก็มารุมดูกันที่เตียงแล้วมีคนยืนข้าง ๆเตียงของพ่อ พ่อก็เลยกระซิบบอก “คุณหมอครับ ผมรบกวนเปลี่ยนแพมเพิสให้หน่อยได้ไหม” ซึ่งคนที่ยืนอยู่เป็นบุรุษพยาบาล ตอบกลับพ่อว่า “เอ้า! คนนึงก็จะตาย อีกคนก็จะเปลี่ยนแพมเพิส มาดูกันว่าใครจะตายก่อนกัน” หลังจากนั้นพ่อโทรหาหนู แกขอกลับบ้าน หนูก็ถามแกเป็นอะไรหรือเปล่า เป็นเพราะเหตุการณ์ที่พิมพ์มาใช่ไหม หนูก็บอกแกไม่เป็นไรนะหนูจะคุยกับคุณหมอให้ว่าขอย้ายได้ไหม แต่สุดท้ายก็ไม่ได้เจอคุณหมอ พ่อเซ็นปฏิเสธ การรักษาเองทั้งหมด พอกลับบ้านมา พ่อเปลี่ยนไปเหมือนเป็นคนละคน แกจะพูดเรื่องที่แกเจอย้ำๆ ซ้ำๆ ประมาณว่า พ่อจู้จี้เกินไปหรอ พ่อไปเป็นภาระให้เขาหรือเปล่า หรือเขาคิดว่าพ่อเป็นโรคจิตหรือเปล่า? หลังจากนั้นหนูก็โทรไปร้องเรียนกับทางโรงพยาบาล เขาก็แจ้งมาว่าตอนนี้พ่อมีอาการน่าเป็นห่วงนะ ยังไม่ได้ทำการรักษาอะไรเลย พ่อเซ็นยกเลิกทั้งหมดก่อน หนูบอกเหตุผลที่พ่อยกเลิกการรักษาว่าพ่อเจออะไรบ้าง ทางโรงพยาบาลก็บอก ถ้างั้นจะย้ายตึกให้ ญาติต้องดูแลคนไข้เอง แต่ตอนนี้พ่อไม่อยากรักษาแล้ว แกบอกว่า “ถ้าเกิดพ่อจะตาย ก็อย่าเอาพ่อไปที่นี่อีก” หนูอยากขอคำแนะนำวิธีหรือคำพูดยังไงดี ไม่ให้พ่อโทษแต่ตัวเอง... ซึ่ง “ดีเจเติ้ล” ให้คำปรึกษาว่า ‘พูดไปเลยว่าพยาบาลคนนั้นคงเครียด อาจจะมีเรื่องเยอะแยะมากมาย คนอื่นๆก็โดนแบบนี้เหมือนกัน พ่อไม่ต้องไปสนใจ พูดให้พ่อรับรู้ว่าสิ่งนี้มันไม่ได้เกิดจากพ่อ แต่มันเป็นเพราะตัวของพยาบาลคนนั้น เป็นเรื่องที่เราบังเอิญไปเจอคนแบบนี้ ทางด้าน “ดีเจเผือก” ให้คำปรึกษาว่า ‘เอาชื่อไป complain กับทางโรงพยาบาล ให้เขาได้รับรู้ว่าบุคคลนี้เป็นปัญหาของแผนกนั้นอยู่ แล้วพยายามบอกคุณพ่อว่า มันไม่ได้เป็นปัญหาที่พ่อ แต่มันเป็นปัญหาที่คน ลองยกตัวอย่างคนที่เขาดีๆ สุดท้ายไม่ใช่ความผิดของพ่อเลย อาการ ร่างกายที่จะดีขึ้นก็คือ จิตใจต้องดีขึ้นก่อน ถ้าจิตใจเราแข็งแรงเดี๋ยวอย่างอื่นก็จะตามมาครับ สุดท้าย “ดีเจต้นหอม” ให้คำปรึกษาว่า ‘หนูอยากให้คุณพ่อรักษาตัวเอง ไม่ใช่เพื่อใครเลย แต่เพื่อครอบครัวของเรา เพื่อคนที่เรารัก กำลังใจเป็นสิ่งสำคัญมาก ถ้าเกิดพ่อห่อเหี่ยว คนในบ้านก็จะห่อเหี่ยวตามนะ ขอให้พ่อกลับไปรักษาเราจะได้อยู่กับลูกหลานไปนาน ๆ ส่วนเรื่องพยาบาล พ่อไม่ผิดเลย ยายนั่นมันร้ายเอง คนอย่างยายนั่นต้องเจอคนแบบหนู...’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

พ่อหนู เขาชอบเอาเฟซบุ๊กของแม่ไปเล่น แล้วโพสอะไรที่เสี่ยงโดนทัวร์ลง เอาสถานการณ์บ้านเมือง มาทำเป็นเรื่องตลก บอกพ่อแล้ว แต่พ่อให้เหตุผลว่า เฟซบุ๊กแม่เพื่อนเยอะ พ่อก็เลยอยากโพส ตอนนี้หนูเป็นห่วงแม่

30 มิ.ย. 2025

พ่อหนู เขาชอบเอาเฟซบุ๊กของแม่ไปเล่น แล้วโพสอะไรที่เสี่ยงโดนทัวร์ลง เอาสถานการณ์บ้านเมือง มาทำเป็นเรื่องตลก บอกพ่อแล้ว แต่พ่อให้เหตุผลว่า เฟซบุ๊กแม่เพื่อนเยอะ พ่อก็เลยอยากโพส ตอนนี้หนูเป็นห่วงแม่

พ่อหนู เขาชอบเอาเฟซบุ๊กของแม่ไปเล่น แล้วโพสอะไรที่เสี่ยงโดนทัวร์ลง เอาสถานการณ์บ้านเมืองมาทำเป็นเรื่องตลก บอกพ่อแล้ว แต่พ่อให้เหตุผลว่า เฟซบุ๊กแม่เพื่อนเยอะ พ่อก็เลยอยากโพสตอนนี้หนูเป็นห่วงแม่ว่า ถ้าพ่อยังทำต่ออีกเรื่อยๆ อนาคตอาจจะเกิดกระทบต่อแม่ได้เรื่องนี้ปรึกษาพี่ชายแล้ว พี่ชายบอกว่า ไม่ต้องไปยุ่งอะไรกับพ่อ ปล่อยให้เขาทำไปแต่หนูเห็นโพสแล้วก็อดเป็นห่วงแม่ไม่ได้ “คุณก้าน (นามสมมติ)” สายที่สองในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา [25 มิ.ย 68] ได้โทรเข้ามาปรึกษา “ดีเจเผือก – ดีเจเติ้ล – ดีเจต้นหอม” เกี่ยวกับปัญหาพ่อเอาเฟซบุ๊กแม่มาโพสต์สุ่มเสี่ยง โดย “คุณก้าน (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘พ่อชอบเอาเฟซบุ๊กแม่ไปโพสต์เล่น แล้วโพสต์ล่าสุดจริง ๆ มันเป็นเหมือนโพสต์ตลก แต่หนูรู้สึกว่ามันสุ่มเสี่ยง เพราะมันเกี่ยวกับบ้านเมือง หนูเลยค่อนข้างเป็นห่วงแม่ เพราะมันไม่ใช่แนวที่แม่จะทำ ปกติแม่ลงแต่เรื่องผ้าปัก หนูจึงถามพ่อ เขาให้เหตุผลมาว่า “เขาเพื่อนในเฟสน้อย อยากให้แม่ลองโพสต์อะไรออกสื่อบ้าง” ซึ่งตอนโพสต์แม่น่าจะรู้ เพราะเหมือนก่อนหน้านี้ พ่อได้เอาเฟซบุ๊กแม่ไปโพสต์เกี่ยวกับเรื่องไปเที่ยว ในส่วนนี้หนูไม่ติดอะไร ตอนแรกที่เห็น หนูคิดว่าพ่อโพสต์ จึงไม่ได้อะไร เพราะปกติพ่อเขาเป็นคนตลก แต่จะเจ้าอารมณ์หน่อย แล้วหนูพึ่งมาเห็นว่าเป็นเฟซบุ๊กแม่ที่โพสต์ หนูจึงทักไปถามพ่อว่า “ทำไมไม่เอาเฟซบุ๊กตัวเองโพสต์ มันไม่ควรหรือเปล่า ทำไมถึงเอาเฟซบุ๊กแม่ไปโพสต์แบบนั้น” พ่อจึงตอบกลับแนวประชด ๆ กวน ๆ มาประมาณว่า “พ่อก็โพสต์ไปแบบขำ ๆ อย่าซีเรียส ใครไม่โอเคก็เรื่องของเขา” แต่กลายเป็นว่าตัวของหนูเองที่ไม่โอเค จึงพูดกับพ่อไปว่า “ลูกไม่โอเค คือ ลูกต้องต้องไปจัดการตัวเองใช่ไหม” พ่อจึงตอบกลับมาว่า “ถูกต้อง” หนูยังไม่เคยคุยเรื่องนี้กับแม่เลย เพราะเขาอยู่ด้วยกันสองคนที่ต่างจังหวัด ส่วนหนูอยู่กรุงเทพ พ่อเขาจะเป็นคนเอาโทรศัพท์ของแม่ไปเล่นเป็นเหมือนของตัวเองเลย ก่อนหน้านี้พ่อเขาไม่ได้โพสต์เชิงนี้ มีแต่โพสต์รูปไปเที่ยว, เช็คอิน แค่นั้นเลย แต่จะใช้เฟซบุ๊กแม่ลง อีกทั้งพ่อเขาจะเอาเฟซบุ๊กตัวเองไปเมนต์ในโพสที่ลงในเฟซบุ๊กแม่อีกที คือเจตนาของหนูคือหนูแค่เป็นห่วงแม่เฉย ๆ กลัวในอนาคตเผื่อพ่อไปทำอะไรมากกว่านี้มันจะมีปัญหา คือถ้าโพสต์ไปอยู่ในเฟซบุ๊กพ่อหนูจะไม่อะไรเลย รวมถึงจริง ๆ พ่อเขาเป็นข้าราชการเกษียณ หนูเลยค่อนข้างห่วงเขาด้วย’ โดยดีเจทั้งสาม (ดีเจเผือก – ดีเจเติ้ล – ดีเจต้นหอม) ได้ให้คำปรึกษาไปในทิศทางเดียวกันว่า ‘จริง ๆ พ่อเขาคงตั้งใจให้มันเป็น comedy แต่ว่าข้อความและแคปชั่น มันค่อนข้าง sensitive ซึ่งจริง ๆ หนูควรบอกเขาเรื่องนี้ อย่างแรกคือ ควรเริ่มต้นคุยกับแม่ก่อนว่า “แม่โอเคไหม กลัวไหม” ซึ่งถ้าแม่บอกกลับมาว่า “โอ๊ย แม่ชอบ แม่ก็ขำด้วยเนี่ย” แบบนี้ก้านจะทำอย่างไร คงทำได้เพียงแค่เตือนไปว่า “โพสต์อะไร ให้ระวัง ๆ หน่อย” หรืออาจจะต้องพูดบอกทั้งแม่และพ่อไปว่า“เรื่องนี้มันค่อนข้างเสี่ยงมาก หากมีคนไม่หวังดี เอาไป เดี๋ยวมันจะเป็นเรื่องไป อย่าไปเล่นเรื่องนี้ ข้อความมันแรงไปหน่อย ไปเล่นเรื่องอื่นแทน จริง ๆ มันแก้แค่ไม่กี่คำ แค่ดึงบางคำออกมันจะเซฟขึ้นเยอะ แต่นึกภาพออกนะว่าคนแก่ อาจจะอารมณ์ขันประมาณนี้ พี่แนะนำคือ เตือนพ่อได้ ซึ่งพ่ออาจจะเข้าใจ แต่เขาอาจจะตอบกวน ๆ กลับมา แต่ว่าอนาคตเขาอาจจะระวังขึ้น ถ้าเขาไม่ระวัง หากเขาโดนทัวร์ลงครั้งนึง เดี๋ยวเขาจะระวังขึ้นเอง อาจจะรีพอร์ต ลบโพสต์เฟซบุ๊กแม่ หรือไม่ก็ไปแก้ไขโพสต์ให้เป็น privacy ให้เห็นแค่ only me เลย เขาจับไม่ได้หรอก อีกทั้งหนูเองอยู่ไกลแม่ ไม่สามารถ control ได้ หนูอาจจะต้องสอนแม่อีกที มันสามารถจัดการได้คุณก้าน ลองคุยดูนะ’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

หนูมีคนคุยคนนึง เค้าเลี่ยงที่จะตอบคำถามหนู หนูชอบถามเค้าว่า "คิดถึงเราป่าว?" เค้าก็จะเลี่ยงไม่ตอบ เปลี่ยนเรื่องคุยตลอด แต่เค้าก็เคยพูดว่า "ถ้าไม่คิดถึง คงไม่ขับรถไกลขนาดนี้มาหาหรอก" อยากรู้ว่าทำไมผู้ชายไม่ค่อยตอบมาเลยว่า "คิดถึงครับ" เหรอคะ?

08 มี.ค. 2024

หนูมีคนคุยคนนึง เค้าเลี่ยงที่จะตอบคำถามหนู หนูชอบถามเค้าว่า "คิดถึงเราป่าว?" เค้าก็จะเลี่ยงไม่ตอบ เปลี่ยนเรื่องคุยตลอด แต่เค้าก็เคยพูดว่า "ถ้าไม่คิดถึง คงไม่ขับรถไกลขนาดนี้มาหาหรอก" อยากรู้ว่าทำไมผู้ชายไม่ค่อยตอบมาเลยว่า "คิดถึงครับ" เหรอคะ?

“คุณส้ม(นามสมมติ)” อายุ 23 ปี สายสุดท้ายในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (6 มี.ค. 67) ได้โทรเข้ามาปรึกษา ‘ดีเจต้นเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม’ เกี่ยวกับปัญหาการบอกคิดถึงของผู้ชาย โดย ​“คุณส้ม(นามสมมติ)” เริ่มเล่าว่า ‘ตอนนี้มีคนคุยคนนึง เราเจอกันสัปดาห์ละ 1 ครั้ง เพราะทำงานกันทั้งคู่ พอเจอกันมันก็ดี เขาเทคแคร์ ตักอาหารให้ ขับรถมารับ-มาส่ง เขาอายุ 23 เท่ากันกับเรา เวลาเจอกันเขาก็ปกติแต่เขาเป็นคนไม่หวานเวลาอยู่กับเรา แต่เราจะเป็นคนบอกก่อนว่า คิดถึงนะ คิดถึงเราไหม เขาก็ไม่ตอบเลี่ยงไปคุยเรื่องอื่น เขาเคยพูดว่าถ้าไม่คิดถึง ไม่ขับรถมาหาไกลขนาดนี้ แต่ตอบเลี่ยง ๆ หนูอยากถามพี่ ๆ ว่า ทำไมเขาไม่ตอบว่าคิดถึงมาเลย’ ซึ่ง “ดีเจเผือก” ให้คำปรึกษาว่า ‘ต้องรอเขาอายุซัก 30 ขึ้นไปจะเริ่มอ่อนลง สมัยวัยรุ่นพี่ก็เป็น ตอนนั้นมันมีทรง เรารู้สึกว่าคนเท่ ๆ อย่างเราอย่าไปพูดว่ารักบ่อย พูดไปก็เท่านั้น ทำไมถึงมาวัดกันที่คำพูด ให้พูดว่ารัก คิดถึง ใคร ๆ ก็พูดได้ ดูสิว่าที่เราขับรถข้ามจังหวัดมาหา อันนี้แหละคือพิสูจน์มากกว่าคำพูดเยอะ นี่คือความคิดพี่ตอนนั้น แต่เมื่อโตมาพอสมควร ถึงรู้ว่าต้องทั้งทำและทั้งพูดสิ มันจะยิ่งดีขึ้นอีก 2 เท่า ต่อมา “ดีเจเติ้ล” ให้คำปรึกษาว่า ‘ก็คิดเหมือนพี่เผือก ถ้าเราดูแล้วรู้สึกว่า การกระทำมันแสดงออกถึงความรู้สึกเขา แค่นั้นก็พอ แต่อย่าเอาสิ่งที่เขาไม่ตอบมาทำร้ายจิตใจ ความรู้สึก หรือความสัมพันธ์ของเรา ดูการกระทำ ให้การกระทำมันตัดสิน’ สุดท้าย “ดีเจต้นหอม” ให้คำปรึกษาว่า ‘ก็ดูการกระทำอยู่แล้ว ถ้าเป็นฉันก็จะสรุปเอาเองเลยว่า คิดถึงไหม ไม่ตอบแต่มาหาก็คิดถึงแหละ หรือไม่ก็ลองถามว่า เวลาบอกคิดถึงบ่อย ๆ รำคาญป่ะ ถ้าเขาบอกว่า ไม่ ก็โอเคแล้วอย่าไปคิดมาก’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

album
efm
-

-