ทำงานที่เดิมมา 5 ปีไม่เติบโต เลยตัดสินใจจะย้ายงานใหม่ ตอนนี้เจองานที่ดี เงินเดือนดี บริษัทดีทุกอย่าง แต่ต้องไปเจอกับแฟนเก่าที่นอกใจเรา แฟนที่แอบนอกใจไปคบน้องในทีม เราอี๋จนไม่อยากเห็นหน้า ถ้าต้องไปเจอเขาก็กลัวว่าใจตัวเองจะไม่โอเค ควรย้ายไปทำที่นี่ดีไหม?

พุธทอล์ค พุธโทร RECAP

ทำงานที่เดิมมา 5 ปีไม่เติบโต เลยตัดสินใจจะย้ายงานใหม่ ตอนนี้เจองานที่ดี เงินเดือนดี บริษัทดีทุกอย่าง แต่ต้องไปเจอกับแฟนเก่าที่นอกใจเรา แฟนที่แอบนอกใจไปคบน้องในทีม เราอี๋จนไม่อยากเห็นหน้า ถ้าต้องไปเจอเขาก็กลัวว่าใจตัวเองจะไม่โอเค ควรย้ายไปทำที่นี่ดีไหม?

09 พ.ค. 2025

             “คุณวุ้น (นามสมมติ)” อายุ 34 ปี สายที่สี่ในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา [7 พฤษภาคม 68] ได้โทรเข้ามาปรึกษา “ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม” เกี่ยวกับปัญหาการทำงานว่าจะไปทำงานที่เติบโตแต่ต้องไปเจอแฟนเก่าดีไหม?

             โดย  “คุณวุ้น (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘กำลังลังเลอยู่ว่าจะเลือกเส้นทางไหน สายงานเราเป็นงานที่อาจจะต้องทำได้งานร่วมกัน ถึงแม้จะอยู่กันคนละฝั่ง ดังนั้นตอนนี้ ช้อยส์ในใจจะมีอยู่ 3 ช้อยส์คือ 1.อยู่ที่เดิมไม่ย้ายงาน แต่ไม่เติบโต ทำงานที่เดิมไปเรื่อยๆจนกว่าจะเจอที่ใหม่ก่อน 2.ย้ายไปทำงานที่ใหม่ที่ตรง JD เราเลย เงินดีด้วย แต่ต้องไปเจอแฟนเก่า 3. Set Zero เริ่มต้นหาที่ใหม่ไปเลย สำหรับแฟนเก่าของเราจบกันไปแบบไม่ดีเลย เค้านอกใจไปคบกับน้องในทีมของเขาเอง’

             “ดีเจต้นหอม” ได้ให้คำแนะนำ ‘แบบเล่นๆ ว่า ให้ไปทำงานที่มีแฟนเก่าอยู่ ใกล้ชิดไปเลย ให้แฟนใหม่รู้สึกระแวง ทำให้แฟนใหม่ของแฟนเก่าเราไปกระซิบพูดต่อกันได้ว่า อุ๊ย แฟนเก่ากลับมา ทำงานเก่งด้วย วิธีการนี้ ดีเจเติ้ลบอกว่า ระวังจะงานไม่ก้าวหน้า เพราะมัวแต่ทำเรื่องพวกนี้ ดีเจต้นหอมบอกว่า คน Toxic ในความสัมพันธ์นี้ไม่ใช่เรา แต่เป็นแฟนเก่ามากกว่า’

             “ดีเจเผือก” ก็แซวว่า ‘ไม่ใช่ว่าไปทำงานที่นี่แล้ว ปรากฏว่าบทสรุปคือ คุณวุ้น วิ่งไปร้องไห้ในห้องน้ำ แล้วโทษตัวเองว่า ไม่น่าไปทำงานที่นี่เลย เพราะยังรู้สึกอยู่’

             “ดีเจต้นหอม” ถามกลับว่า ไม่ใช่ว่าเขามาง้อแล้วเราจะกลับไปนะ? “คุณวุ้น (นามสมมติ)” ตอบกลับทันทีว่า ‘นี่แหละคือเหตุผลที่หนูจะโทรมาปรึกษาพี่ๆ’ ดีเจทั้งสามคนถึงกับกรี๊ดเลยทีเดียวว่า ถ้าอย่างงั้นให้ตัดช้อยส์ที่มีแฟนเก่าออกไปได้เลย เพราะใจเรายังไม่แข็งแรงพอ แต่ถ้าจะไปจริงๆ ให้ไปแบบว่านางพญา ไปแบบร่างทอง ไปแบบผู้ชนะเลย’

             สุดท้าย 3 ดีเจก็ได้เห็นตรงกันว่า ‘ให้ไปสมัครงานใหม่ๆก่อน แล้วทำงานที่เดิมรอเวลาไป ถ้าได้ที่ใหม่ที่มันดีๆก็ค่อยย้ายไป และอยากให้รายการอัปเดตสายนี้ด้วยว่าสรุปแล้ว วุ้นเลือกทางไหน จะไปทำงานกับแฟนเก่า แล้วกลับไปหาแฟนเก่ารึเปล่า? มารอฟังกัน...’

เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามชมได้ทาง

ใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATION

รับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

related พุธทอล์ค พุธโทร RECAP

หนูอายุ 19 แต่น้องชายหนูที่บ้านตามใจทุกเรื่อง แฟนก็มีได้ แต่หนูที่บ้านห้ามไม่ให้มี รู้สึกว่าไม่มีความเท่าเทียมเลย ความเท่าเทียมควรเริ่มต้นจากที่บ้านรึเปล่า? พอหนูถามไปผู้ใหญ่ที่บ้านก็ว่า Toxic ที่หนูคิดมันผิดมากเลยหรอคะ

11 เม.ย. 2025

หนูอายุ 19 แต่น้องชายหนูที่บ้านตามใจทุกเรื่อง แฟนก็มีได้ แต่หนูที่บ้านห้ามไม่ให้มี รู้สึกว่าไม่มีความเท่าเทียมเลย ความเท่าเทียมควรเริ่มต้นจากที่บ้านรึเปล่า? พอหนูถามไปผู้ใหญ่ที่บ้านก็ว่า Toxic ที่หนูคิดมันผิดมากเลยหรอคะ

“คุณเอ (นามสมมติ)” อายุ 18 ปี สายที่สามในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา [9 เม.ย. 68] ได้โทรเข้ามาปรึกษา “ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล – ดีเจต้นหอม” เกี่ยวกับปัญหาความไม่เท่าเทียมกันในครอบครัว โดย “คุณเอ (นามสมมุติ)” ได้เล่าว่า ‘หนูไม่รู้ว่านิสัยเด็ก Gen Z เเบบหนูเรียกว่า Toxic รึป่าว หนูมีน้องชายเเท้ๆ อายุ 17 ปี อยู่ด้วยกัน แต่หนูก็มีความรู้สึกว่าคนทั้งบ้าน รัก เเละเอ็นดูน้องชายมากกว่าตัวหนู ตอนเเรกหนูไม่ได้สังเกต จนตอนที่เพื่อนหนูมาที่บ้านและถามว่า ทำไมรู้สึกว่าน้ามึงพูดกับน้องอย่างนึง พูดกับมึงอีกอย่าง ทั้งน้ำเสียงเเละคำพูด ท่าทาง ตอนเเรกหนูก็ไม่ได้คิดว่าจริงรึป่าว เเต่พอมานึกดูดีๆ บางอย่างก็จริงอย่างที่เพื่อนบอก จนหนูก็ลองสังเกตดู เเละเห็นว่าสิ่งที่น้องได้รับเเละหนูได้รับมันก็ต่างกัน เลยมีความรู้สึกน้อยใจ ไม่เท่าเทียมว่าทำไมน้องของหนูถึงมีสิทธิ์ทำอะไรได้มากกว่าหนู เช่น อิสระเรื่องความรัก เเละอีกหลายอย่าง ด้วยความที่บ้านของหนูเป็นเชื้อสายจีนเลยอาจจะเอ็นดูเด็กผู้ชายมากกว่า เวลาน้องหนูจะไปไหน ไปกับสาว ไปกับเเฟนเขาก็จะบอกที่บ้านตรงๆ เเต่พอเป็นหนู หนูไม่สามารถที่จะบอกเเบบนั้นได้เหมือนน้อง เพราะเวลาบอกไป เขาจะทำท่าทางไม่พอใจ และด้วยความที่น้องหนูเรียนโรงเรียนประจำห่างจากบ้าน ทำให้เวลาเสาร์ - อาทิตย์ น้องของหนูจะไปกรุงเทพ ไปเที่ยว เขาก็ไปได้ เเต่พอเป็นหนูที่ขอเขาไปอำเภอใกล้เคียง เขาก็จะถามมาเลยว่า กลับกี่โมง ไปกับใคร สมมติหนูบอกว่าจะกลับบ้านตอนเที่ยง สิบเอ็ดโมงครึ่ง เขาก็จะโทรมาตามหนูเเล้วว่า อยู่ไหนเเล้ว มันเลยทำให้หนูเกิดความอึดอัด เเล้วค้างคาใจ พอมีวันหนึ่งที่หนูมาหาเเม่ที่บ้าน เเล้วนั่งกินข้าวกัน 3 คน มีเเม่ น้องชาย แล้วก็หนู เเม่ก็เปิดประเด็นว่า ถ้าคราวหน้าน้องชายหนูจะพาเเฟนมานอนที่บ้านด้วยก็ได้ หนูเลยเเกล้งๆพูดไปว่า หนูทำบ้าง เเม่ของหนูก็พูดขึ้นมาเลยว่า ถ้าเป็นหนูต้องรอจนกว่าจะขึ้นมหาลัยก่อน หนูเลยไม่พอใจ เเล้วถามว่า เเล้วน้องหนูมีสิทธ์อะไรมากกว่าหนูถึงทำได้ อายุก็ไล่เลี่ยกัน เเม่ก็เลยบอกว่า ผู้ชาย กับ ผู้หญิง มันไม่เท่าเทียมกัน เกิดว่าหนูไปนอนบ้านเเฟนเเล้วพลาดท้อง ผู้หญิงอนาคตก็คือจบไปเลย เเต่ผู้ชายก็ยังไปเรียนต่อได้หรือว่าทำอะไรได้มากกว่าหนู อาจจะเพราะเเม่มีลูกตั้งเเต่ยังเด็กเลยทำให้เป็นห่วงหนู และสังคมรอบตัวหนู เพื่อนๆของหนูก็ท้อง มีลูกกันหมดแล้วด้วย หลังจากที่ทะเลาะกับเเม่เสร็จ น้องชายหนูก็เอาเรื่องนี้ไปฟ้องน้า เขาเลยอธิบายว่าทำไมเเม่ถึงพูดว่าไม่เท่าเทียม พยายามที่จะทำให้หนูเข้าใจ เเต่หนูก็คิดว่า ถึงหนูจะเป็นผู้หญิงเเต่หนูก็รับผิดชอบตัวเองได้ ไม่ต้องทำให้ใครเป็นห่วงเหมือนกับน้องชาย เเต่หนูยิ่งพูดก็เหมือนน้าจะยิ่งไม่เข้าใจ เขาบอกว่ายังไม่ถึงเวลา หนูก็เลยยิ่งสงสัยว่าทำไมน้องหนูเขาถึงทำได้ สุดท้ายหนูก็ได้ไปพูดกับเเม่ว่า ถ้าเเม่รู้สึกผู้หญิงกับผู้ชายไม่เท่าเทียมกัน เเม่ก็อย่าเเสดงออกเเบบนี้ได้ไหม ถ้าเเม่ไม่ให้หนูทำ ก็ต้องห้ามน้องทำเหมือนกัน พอหนูพูดไปเเบบนี้ เเม่เขาก็พูดสวนกลับมาว่า หนูเป็นลูก หนูมีสิทธิ์อะไรที่จะไปสั่งเขาเเบบนั้น ก็เลยทะเลาะกันใหญ่โต น้าเลยต้องเข้ามาคุยด้วย เเต่หนูก็ยังมีคำถามในหัวว่า ทำไม! ทำไม! หนูเลยไม่ได้คุยกับเเม่ ส่วนน้องชายก็มาเยาะเย้ย ซ้ำเติม ทำให้หนูรู้สึกว่าตอนนั้นไม่เหลือใครเลย เพราะน้าหนูก็เหมือนจะไม่เข้าใจตัวหนูเลย เเล้วบอกว่าหนู Toxic บอกให้หนูลองย้อนมามองตัวเองบ้าง เเละใน 2 เดือนที่หนูทะเลาะกับที่บ้าน ที่มี ลุง ป้า น้า น้องชาย ในบ้านไม่มีใครคุยกับหนูเลย พอหนูกลับไปเล่าเรื่องนี้ให้เเม่ฟัง เเม่ก็ถามว่า ให้หนูมาอยู่กับเเม่ไหม เเต่ป้าก็เหมือนจะไม่อยากให้ไป เพราะเเม่หนูไม่สามารถซัพพอร์ตเรื่องค่าใช้จ่ายให้หนูได้ จนตอนนี้พอน้าได้มาคุยกับหนู เขาบอกว่า เขาไม่สามารถเอ็นดูหนูได้เหมือนเมื่อก่อน เพราะทิฐิที่หนูมีกับคนในบ้านมันมากเกินไป หนูเลยอยากปรึกษาพี่ๆ ดีเจว่า หนูผิดไหมที่หนูทิฐิกับคนในบ้านมากเกินไป เเละ ความเท่าเทียมมันควรเริ่มจากคนในบ้านรึป่าว?’ เริ่มที่ “ดีเจเผือก” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘มันยากมากที่จะทำให้คนที่มีอายุต่างกัน มองในมุมกันเเละกัน พวกพี่ที่นั่งกันตรงนี้ก็มีลูก เเละหลาน การพยายามปรับตัวเรื่องการสื่อสาร หรือมุมมอง คำเดียวที่พี่จะบอกเอได้ คือในวันที่เอมีลูก เอจะเข้าใจเพราะฉะนั้น ณ วันนี้เอรู้สึกไม่เเฟร์ เออาจจะต้องอดทนเพราะอีกนิดเดียวเอก็จะเข้ามหาลัย มีชีวิตเป็นของตัวเองเเล้ว เพราะเราไม่สามารถที่จะเปลี่ยนความคิดของคนที่มีอายุห่างกันเยอะๆได้อยู่เเล้ว เพราะงั้นอีกนิดเดียว เอก็จะได้กำหนดชีวิตตัวเองเเล้ว ใช้ชีวิตให้มันดี’ ต่อมา “ดีเจเติ้ล” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘พี่ว่าน้องเอเป็นตัวเเทนของเด็กหลายๆบ้านที่มีความคิดเเบบเดียวกัน เเละที่น้องเอถามว่า เพศสภาพ ควรเริ่มที่จะเท่าเทียมกันตั้งเเต่ในครอบครัวรึเปล่า อันนี้พี่เห็นด้วย เเต่ความเท่าเทียมในสังคมเป็นเรื่องที่ยากมากในบางประเทศ ผู้หญิงยังไม่มีสิทธิ์ได้รับการศึกษาเลย เพราะฉะนั้นพี่รู้สึกดีที่น้องเอ เข้าใจถึงข้อนี้ เเต่สำหรับเรื่องที่บ้านของน้องเอ พี่ว่าเขารักน้องเอเเหละ เเต่อาจจะสื่อสารไม่ดี เเละที่เขาเข้มงวดกับเอ เพราะเขามองเห็นว่าเอเป็นผู้หญิงเลยอาจจะดูเเลตัวเองได้ไม่ดีเท่ากับน้องชายตัวเอง เพราะผู้หญิงมีความเสี่ยงกว่า มีพันธะมากกว่า เพราะงั้นเออาจจะลองมองในมุมว่าเขาเข้มงวด เพราะเขาเป็นห่วงเรา ลองหาความสุขในบ้านหลังนี้จนกว่าเอจะย้ายออกจากบ้านไปใช้ชีวิตของตัวเอง น้อยใจเรื่องเพศสภาพได้ เเต่อย่าน้อยใจว่าเขาไม่รักเรา พิสูจน์ให้เขาเห็นว่าเราดูเเลตัวเองได้’ สุดท้าย “ดีเจต้นหอม” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘เอมีทางเลือกอยู่อย่างเดียวคือ พิสูจน์ตัวเอง ทำในสิ่งที่ที่บ้านทำไม่ได้ เอาชนะในเรื่องความสำเร็จ ไม่ใช่เอาชนะในเรื่องคำพูด เมื่อเราทำงานได้ หาเงินได้ นั่นเเหละคือตอนที่เราจะมีอิสระจากครอบครัว อย่าเกลียดคนในบ้านเช่น ป้า น้า น้องชาย เพราะสุดท้ายทุกคนก็คือครอบครัวของเอ อาจจะไม่ต้องใช้เหตุผลคุยกัน เพราะทั้งเหตุผลของเอ เเละเหตุผลของครอบครัว ทั้งคู่เป็นเหตุผลที่ถูก ไม่ได้ผิด เเต่เเค่ต่างมุมมองกัน’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามชมใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

พี่ๆคะ หนูจะทำยังไงต่อไปดี... คุณแม่เหลือเวลาอยู่กับหนูแค่ 6 เดือน ก่อนหน้านี้คุณแม่แอบไปหาหมอเองโดยไม่บอกใครเลย เพิ่งมาบอกหนูว่าเป็น "มะเร็งไขสันหลัง" ระยะที่ 3 ตอนนี้หนูกลัวและเสียใจที่สุดเลยค่ะ

22 ม.ค. 2024

พี่ๆคะ หนูจะทำยังไงต่อไปดี... คุณแม่เหลือเวลาอยู่กับหนูแค่ 6 เดือน ก่อนหน้านี้คุณแม่แอบไปหาหมอเองโดยไม่บอกใครเลย เพิ่งมาบอกหนูว่าเป็น "มะเร็งไขสันหลัง" ระยะที่ 3 ตอนนี้หนูกลัวและเสียใจที่สุดเลยค่ะ

“คุณเอ(นามสมมติ)” อายุ 21 ปี สายที่สองในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (17 มค. 67) ได้โทรเข้ามาปรึกษา ดีเจต้นหอม - ดีเจเติ้ล – ดีเจเผือก เกี่ยวกับปัญหาที่พึ่งรู้ว่าคุณแม่เป็นมะเร็ง ซึ่งเหลือเวลาอีกแค่ 6 เดือน โดย ​“คุณเอ(นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘คุณแม่อายุประมาณ 53 ปี เป็นมะเร็งระยะที่ 3 ที่ไขสันหลัง ซึ่งอาการตอนนี้กำลังลุกลามไปยังจุดอื่น ๆ คุณแม่รู้ว่าตัวเองเป็นมะเร็งแต่ไม่ได้บอกคนในครอบครัว และแอบไปรักษาคนเดียว คุณแม่มีลูก 2 คน หนูอายุ 21 ปี ตอนนี้กำลังเรียนอยู่ และพี่ชายอายุ 25 ปี ทำงานฟรีแลนซ์ ได้คุยกับพี่ชายพี่ก็ทำใจไม่ได้เหมือนกัน คุณพ่อก็อยู่บ้านเดียวกันแต่ไม่ได้อะไรกับคุณแม่แล้ว แค่ทำหน้าที่พ่อและแม่เฉย ๆ หลังจากที่พ่อรู้ว่าแม่เป็นมะเร็งก็ช็อคเหมือนกัน เขาไม่ได้รักกันแล้ว แต่ก็ยังมีความผูกพันอยู่ ตอนนี้คุณแม่ไม่ได้นอนที่โรงพยาบาลแต่ต้องไปฉีดมุ่งเป้า (คือการฉีดเฉพาะจุด) อยู่เรื่อย ๆ ตอนนี้คุณแม่ก็ใช้ชีวิตได้ปกติ แต่จะปวดตามกระดูก ตามข้อ ซึ่งวันที่คุณแม่มาบอก ตอนนั้นอยู่ ๆ เขาก็พูดว่า แม่เป็นมะเร็งระยะที่สาม แล้วที่เขาบอกว่าอยู่ได้อีก 6 เดือนคือมันห่างจากตอนนั้นแค่ 3 เดือน หนูรู้สึกว่ามันเร็วมาก และช่วงนี้เขาชอบพูดเกี่ยวกับเรื่องเขาตายบ่อย ๆ มันก็ยิ่งทำให้หนูเครียด คุณแม่ก็เครียดมากเพราะเป็นห่วงว่าถ้าเกิดเขาไปแล้วจะอยู่กันยังไง...? ซึ่ง “ดีเจต้นหอม” ให้คำปรึกษาว่า ‘วันนี้คงเป็นการให้กำลังใจซึ่งกันและกัน สถานการณ์นี้เป็นสถานการณ์ยากลำบาก คือสถานการณ์ของการสูญเสีย แต่ต้องยอมรับว่าไม่ว่าใครทุกคนบนโลก เขาก็ไม่สามารถอยู่กับเราไปได้ตลอด ทีนี้เรื่องที่เกิดขึ้นอาจจะเป็นเรื่องที่บ้านยังไม่ทันเตรียมตัว แล้วพี่ก็ไม่อยากให้คุณแม่เครียด ณ วันนี้ถ้าทุกคนที่บ้านเครียด ตัวคุณแม่เครียด มันก็จะทำให้ช่วงระยะเวลาที่เราอยู่ด้วยกัน ความสุขมันก็ลดน้อยลงไปอีก เราอาจจะต้องเติมพลังบวกให้กันและกัน เหมือนกับก่อนหน้านี้เคยมีข่าวคุณหมอคนหนึ่งที่เป็นมะเร็ง เค้าเองก็รู้ว่าจะอยู่ได้อีกไม่นาน เค้าก็เหมือนเติมพลังบวกให้กับตัวเอง ในการคิดว่ามันจะเป็นการออกเดินทางครั้งใหม่นะ เราอาจจะช่วยคุณแม่ ถ้าคุณแม่เป็นห่วงเรา เราอาจจะต้องทำตัวให้เราดูแข็งแกร่ง เป็นคนเก่ง แม่ไม่ต้องกังวลเลย เสาร์-อาทิตย์นี้อยากทำอะไรก็ทำด้วยกัน ให้รู้สึกว่าวันทุกวันเราสร้างความสุขแบ่งปันความสุขในทุก ๆ วันที่เราเจอกัน และก็เป็นกำลังใจให้กับเอและพี่ชายแล้วก็ครอบครัวทุกคนเลย ต่อมา “ดีเจเติ้ล” ให้คำปรึกษาว่า ‘ถ้าช่วงเวลามันมีแค่ 6 เดือนตามที่คุณหมอบอก ซึ่งจริง ๆ มันมีปาฏิหาริย์เยอะแยะมากมายว่าถ้ากำลังใจของคนไข้ดี บางทีมันอาจยาวนานกว่านั้น แต่ถ้า 6 เดือนตามนั้นจริง ๆ พี่ก็แค่อยากบอกน้องเอว่า อยากให้ใช้เวลากับท่านให้คุ้มค่าที่สุดเท่าที่เวลามันเดินถอยหลัง ถ้าท่านอยากทำอะไรโดยที่มันไม่ไปขัดขวางการรักษา พี่อยากให้น้องเอใช้เวลาตรงนี้ให้เต็มที่ แล้วก็สิ่งหนึ่งที่พี่ฟังเหมือนท่านยังเป็นห่วง พี่อยากให้น้องเอทำเพื่อให้ท่านได้รู้ว่าถ้าไม่มีท่านอยู่จริง ๆ หนูกับพี่ชายจะอยู่กันได้ดี เพื่อที่ท่านจะไปอย่างไม่มีห่วงอะไร แต่ถ้าน้องเอทำให้ท่านรู้สึกเป็นห่วงด้วยการเสียใจ ไม่มีกำลังใจที่จะทำให้ท่านเห็นรอยยิ้ม พี่ว่าอันนี้ท่านจะยิ่งเป็นห่วง พี่รู้สึกว่าสิ่งหนึ่งที่บางทีคนที่ป่วยเขาไม่อยากเห็น คือคนรอบข้างเป็นทุกข์เพราะมันจะยิ่งทำให้เขาเป็นทุกข์ มันอาจจะต้องฝืน หนูอาจจะร้องไห้ในห้องได้หรือคุยกับพี่แล้วเศร้าใจได้ แต่เวลาอยู่กับท่านอยากให้ส่งพลังบวกให้กันและกัน เพราะเรื่องกำลังใจเป็นสิ่งสำคัญมากสำหรับคนป่วย ถ้าทำได้อยากให้เป็นแบบนี้ เพราะท้ายที่สุดท่านจะได้รู้สึกว่าเราอยู่กันได้และมีชีวิตต่อไปได้อย่างดี เขาจะได้ไม่เป็นห่วงเรามาก อย่างสุดท้ายพี่ฝากไว้ละกันเผื่อถ้าเวลามันมาถึง บางทีคนที่ป่วยเป็นโรคแบบนี้ เวลาเชื้อมะเร็งกัดกินแล้วไม่รู้สึกอะไร ถ้าคุณหมอบอกว่าในอีกไม่กี่วันเขาจะไม่รับรู้แล้ว อยากให้น้องเอและคนในครอบครัวไปคุยกับเขาเป็นวาระสุดท้าย เพราะ ณ ตอนนั้นมันเป็นช่วงเวลาที่มีค่ามาก สำหรับผู้ป่วยก่อนที่เขาจะไม่รู้ตัวและสื่อสารอะไรไม่ได้อีกแล้ว อันนี้พี่พูดในกรณีที่ถ้าเวลานั้นมาถึงจริง ๆ เหมือนเราเตรียมให้เขาไปอย่างสงบ เคลียร์ทุกอย่างบอกเขาว่าไม่ต้องห่วง หนูกับพี่กับพ่อจะอยู่กันอย่างมีความสุข แล้วเราจะคิดถึงเค้าด้วยรอยยิ้มทุกครั้งเมื่อที่เค้าจากไปแล้ว ขอเป็นกำลังใจให้น้องเอนะ สุดท้าย “ดีเจเผือก” ให้คำปรึกษาว่า ‘จริง ๆ จะไม่พูดถึงว่าเวลาเหลืออีกเท่าไหร่ มันก็เป็นการประมาณการ สำหรับพี่ไม่อยากให้เอามาเป็นประเด็นเท่าไหร่ การที่เราเกิดมาเรารู้ว่ามันต้องมีอายุขัย สิ่งในชีวิตทุกอย่างบนโลกใบนี้มันมีอายุขัยของมัน ณ วันที่เราเกิด เราก็มาพร้อมกับแพ็กเกจคำว่าตายอยู่แล้ว มันอยู่ที่ว่าจะช้าหรือเร็วแต่ไม่มีใครอยู่ได้ จริง ๆ มันเป็นสัจธรรมมากเลยเนาะ แต่ว่ามันก็ยากในวัย 21 ปีที่เราจะเข้าใจว่าไม่ว่าช้าหรือเร็วมันก็ต้องจากกันอยู่ดี ทีนี้ความรู้สึกกะทันหันของเอ ถ้าได้คุยกับคนอื่นที่ประสบเหตุกันคนละอย่างกับที่เอเจอ ในหลาย ๆ สายที่เค้าโทรมาว่าคนที่เขารักประสบอุบัติเหตุกะทันหันชนิดที่ว่าเราไม่ได้แม้แต่จะบอกลา ถ้าเค้าเลือกได้บางทีเค้าอาจจะอยากให้เค้ามีเวลาบ้างอย่างที่เอมี อันนี้พี่เปรียบเทียบให้ดูว่าในความที่เราคิดว่าเรากำลังเจอเรื่องราวที่เลวร้าย อย่างน้อยเรายังมีโอกาสทำให้ในทุก ๆ วันที่มันยังมีอยู่ด้วยกัน ย้อนไปในวัย 21 ปี พี่ก็เสียคุณแม่ไปตอนปี 2 ก็ ณ วันนั้นเรายังเป็นวัยรุ่นที่ยังไม่ได้เป็นพ่อคน เรายังไม่เข้าใจความรู้สึกของคนเป็นพ่อเป็นแม่ที่มีต่อลูกมากพอ เรายังไม่ได้แสดงออก เรายังไม่ใช้โอกาสสุดท้ายในการบอกอะไรที่บางทีเรายังไม่ได้บอก เราก็แค่เขิน ไม่กล้าพูดอย่างที่เติ้ลบอก เพราะเราคิดว่ายังมีเวลา จนเมื่อเค้าไม่รู้ตัว เราถึงรู้ว่าคงไม่ได้บอกแล้ว ซึ่งถ้าเอได้ฟังอยู่ตอนนี้ก็คือ พี่ก็อยากให้เอมีโอกาสที่จะได้บอก บางครั้งเราแค่ไม่กล้าพูดว่ารัก เพราะว่าเราเป็นเด็กวัยรุ่นหรือเขิน ไม่กล้าพูด หรือคำพูดอื่น ๆ ที่เรายังไม่เคยบอก เพราะฉะนั้น ณ วันนี้ เอก็ยังมีเวลาที่จะทำให้ทุกวันที่ยังมีเค้าอยู่มันไม่มีอะไรติดค้าง ซึ่งสุดท้ายไม่ได้แปลว่าเราจะไม่เศร้าหรอก ทุกคนก็เศร้าทั้งนั้น วันสุดท้ายของมนุษย์มันเป็นสิ่งที่ประหลาดนะทุกคนต้องเจอ แต่เรามักจะถือสาว่าเราไม่ควรพูด เพราะมันเท่ากับแช่ง แต่ในความเป็นจริงถ้าเราได้พิจารณามันบ้าง ลองนึกดูบ้างว่าถ้าวันหนึ่งเราไม่มีคนที่อยู่ข้าง ๆ มันจะเป็นยังไง อย่างน้อย ๆ ในวันนั้นเหมือนเราได้ซ้อมรับแรงกระแทกไว้แล้วบ้าง ซึ่งวันนี้เอมีโอกาสละพี่ว่าอยากให้ใช้โอกาสที่เรามีอยู่ตอนนี้บอกหรือคุยกับเค้าไม่ให้มันมีอะไรติดค้าง’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

ผมลองย้ายมาใช้ชีวิตร่วมกันกับแฟน แต่พออยู่กันไปเรื่อยๆ ก็เข้ากันไม่ได้ จนผมได้ไปคุยกับผู้หญิงคนอื่น พอแฟนจับได้เลยบอกเลิก แต่สิ่งที่ยังติดอยู่คือ คำพูดของแฟนที่บอกว่า ข้อดีข้อเดียวของเราคือ เราไม่เจ้าชู้ ตอนนี้ Move on จากคำพูดเขาไม่ได้เลย..

29 เม.ย. 2025

ผมลองย้ายมาใช้ชีวิตร่วมกันกับแฟน แต่พออยู่กันไปเรื่อยๆ ก็เข้ากันไม่ได้ จนผมได้ไปคุยกับผู้หญิงคนอื่น พอแฟนจับได้เลยบอกเลิก แต่สิ่งที่ยังติดอยู่คือ คำพูดของแฟนที่บอกว่า ข้อดีข้อเดียวของเราคือ เราไม่เจ้าชู้ ตอนนี้ Move on จากคำพูดเขาไม่ได้เลย..

“คุณเอ็กซ์(นามสมมติ)” อายุ 31 ปี สายที่สามในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา[23 เมษายน 68] ได้โทรเข้ามาปรึกษา ‘ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล – ดีเจต้นหอม’ เกี่ยวกับปัญหา ยังรู้สึกผิดที่นอกใจแฟน เพราะข้อดีของเราข้อเดียวที่เขาบอกคือ เราไม่เจ้าชู้ โดย “คุณเอ็กซ์(นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘ผมคบกับแฟนได้ประมาณ 6 เดือน เขาอายุประมาณ 24 ปี ในช่วง 4 เดือนแรกผมกับเขาแทบจะไม่มีปัญหาอะไร เจอกันตลอด มีไปรับไปส่งกันบ้าง จนวันหนึ่งผมรู้สึกว่าเราน่าจะย้ายมาอยู่ด้วยกัน เพราะผมอยากลองใช้ชีวิตอยู่ด้วยกัน และผมเองก็ยังไม่เคยได้ย้ายมาอยู่กับแฟนสักครั้ง เลยลองปรึกษาแฟนดู ซึ่งแฟนก็ตกลง เราเลยได้เลือกคอนโดที่จะไปอยู่ด้วยกัน แต่หลังจากนั้น 2 เดือน เหมือนเราทั้งสองคนก็ได้เห็นข้อดีข้อเสียของกันและกัน ซึ่งก่อนที่ผมจะคบกับแฟน เขาเคยพูดประมาณว่า “เขาเป็นคนพูดตรง พูดแรงนะ เธอจะรับได้ไหม” ตอนนั้นผมก็ตอบโอเคไป พอผมได้มาอยู่กับเขา ผมเจอคำพูดที่ทำให้ผมรู้สึกว่า ‘ผมไม่สมบูรณ์แบบขนาดนั้นเลยหรอ’ เช่น ผมกำลังจะย้ายงาน แล้วผมต้องการคำปรึกษา เลยไปถามเขาว่า ”เธอ เรากำลังจะย้ายงาน เรารู้สึกไม่ค่อยมั่นใจในตัวเองเลย รู้สึกว่าที่นี่ให้เงินเดือนประมาณหนึ่ง อีกที่ก็ให้ประมาณนี้ เราจะไปสัมภาษณ์ดีไหม“ ตอนนั้นผมก็ไม่รู้ว่าเขาอารมณ์เสียอยู่หรือเปล่า เขาก็พูดมาว่า “ทำไมเธอดูเป็นคนไม่ค่อยมั่นใจในตัวเองเลยเนาะ“ เขาก็พูดด้วยอารมณ์นิ่งๆ เงียบๆ ผมก็แบบงง กับคำพูดของเขา และก็รู้สึกแย่ประมาณหนึ่ง แล้วผมก็จะเจอกับเหตุการณ์ประมาณนี้เรื่อยๆ เหมือนอยู่ในกรอบ มีครั้งหนึ่งที่ผมตัดสินใจที่จะซื้อโต๊ะเพื่อจะใช้วางคอมพิวเตอร์ในการทำงาน เขาก็พูดประมาณว่า “เขาไม่ชอบโต๊ะนี้ เธอพอจะเปลี่ยนโต๊ะได้ไหม” ผมก็อธิบายเหตุผลของผม เขาก็มีเหตุผลของเขา เหมือนเราหาตรงกลางกันไม่ได้ เขาก็จะพูดต่อว่า “เอางี้ไหม เดี๋ยวเขาไปอยู่ห้องอื่น เธอก็อยู่ห้องของเธอไป” หลังจากนั้นผ่านไป 2 อาทิตย์ ผมก็ได้เจอกับผู้หญิงคนหนึ่ง ผมก็ไป repire story ผู้หญิงคนนั้น แล้วก็มีการพูดคุยกันบ้าง เหมือนได้ปรึกษาเรื่องทัศนคติ ตอนแรกผมก็ตั้งใจไว้ว่าจะเป็นแค่เพื่อนกัน แต่ความรู้สึกก็เริ่มมากขึ้นเรื่อยๆ แต่เราก็ยังไม่เคยเจอกันเลย จนมาวันหนึ่งแฟนผมก็จับได้ว่าผมนอกใจ เพราะผมเองก็ไม่ได้คิดที่จะลบแชทที่คุยกับผู้หญิงคนนั้น ซึ่งแฟนผมก็ได้ตัดสินใจที่จะบอกเลิกผม ผมก็ง้อเขาประมาณ 3 อาทิตย์ เขาก็บอกว่า เขาไม่สามารถที่จะกลับมาเป็นเหมือนเดิม เพราะเขาไม่สามารถที่จะหาสาเหตุที่ผมนอกใจเขาได้และคำพูดที่เขาพูดมาแล้วผมรู้สึกแย่เลยคือ “เธอรู้ไหมว่า เธอไม่ได้อยู่ในสเปคเขาสักข้อเลย แต่มันมีสิ่งหนึ่งที่เขาสามารถเอาไปบอกคนอื่นๆ ได้ ก็คือ การที่เธอมีเขาแค่คนเดียว” มันทำให้ผมรู้สึกผิด และก็ไม่ move on กับคำพูดนี้สักที ผมยังรู้สึกผิดกับสิ่งที่ผมทำลงไป ผมก็รู้ว่าการนอกใจเป็นเรื่องที่ผิดมาก แล้วผมก็รู้สึกแย่ที่ผมไม่สามารถแก้ไขคำพูดของเขา หรือกลับไปเป็นคนใหม่ให้เขาเห็นได้แล้ว เพราะเราก็เลิกกันมาได้เกือบเดือนแล้ว แต่ผมก็ยอมรับกับผลรับที่ผมทำลงไป ตอนนี้ผมเลยอยากปรึกษาพี่ๆ ดีเจว่า ผมต้อง move on ยังไงกับความรู้สึกนี้ดี ที่ยังยึดติดกับเขาอยู่ครับ?’ เริ่มที่ “ดีเจเผือก” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘ต้องใช้เวลา เพราะเพิ่งเดือนเดียวเอง ผมว่าคำหนึ่งที่ผมคิดว่ามันใช่ คือ ช่วงเวลาที่เรามีสิทธิ์ที่จะดูแล เราก็ควรที่จะใช้สิทธิ์ในการดูแลนั้นให้ดีที่สุดในฐานะคนคบกัน เมื่อไหร่ที่มันจบแล้วบางคนเขาไปเลย เขาไม่ได้ต้องการคำแก้ตัวอะไร ในคำพูดที่เขาพูด ผมคิดว่าเขามีอะไรที่ไม่ชอบในตัวคุณเอ็กซ์เยอะมาก พอได้อยู่ด้วยกัน ซึ่งเพิ่งอยู่ด้วยกันมาแค่ 2 เดือน นั้นแปลว่าในมุมของเขา เขาไม่ถูกใจในตัวคุณเอ็กซ์หลายอย่าง นั้นอาจทำให้เขาพูดจาไม่รักษาน้ำใจหรือเปล่า แต่อย่างน้อยคุณเอ็กซ์ก็เป็นแฟนที่ซื่อสัตย์ พอตรงนี้มันไม่เหลือแล้ว เขาก็ไม่รู้ว่าต้องทนกับผู้ชายคนนี้ทำไม ในเมื่ออย่างอื่นก็ไม่ได้ถูกใจ สมมติในเรื่องความมั่นใจ เขาอาจจะไม่ชอบผู้ชายแบบนี้ เขาอาจจะชอบผู้ชายที่เป็นผู้นำ แต่ถ้าถามว่ามันผิดไหม มันก็ไม่ผิด บางทีถ้าคุณเอ็กซ์เจอผู้หญิงที่ชอบเป็นผู้นำ มันก็อาจจะไปด้วยกันได้ แค่ชีวิตที่ลองใช้ร่วมกันมันไม่เข้ากัน และเรื่องเดียวที่เขาคิดว่ามันดี ดันมาเจอแบบนี้ เขาก็เลยไปเลย ส่วนจะ move on ยังไง มันต้องใช้เวลา มันแล้วแต่คน บางคนอาจไปหาอะไรใหม่ๆ หรืออาจหาคนใหม่ๆ แต่มันก็ขึ้นอยู่กับเวลา เวลามันก็จะค่อยๆ เยี่ยวยาไปตามสเต็ปของมัน’ ต่อมา “ดีเจต้นหอม” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘ที่ผ่านมามันก็เป็นแค่ช่วงหนึ่งของชีวิต มันไม่ใช่ทั้งหมดของชีวิต สิ่งที่คุณเอ็กซ์เจอก็ต้องรับบทเรียนไป ซึ่งมันมีราคาที่จะต้องจ่าย ของชิ้นนี้มันหลุดมือเราไปแล้ว มันไกลเกินกว่าที่มือเราจะเอื้อมถึงแล้ว ฉะนั้นอยากจะ move on ก็ต้องทิ้งอดีต ไม่ต้องไปคิดถึงว่าทำไมเราทำแบบนั้น ทำไมวันนั้นไม่ทำแบบนี้ ซึ่งมันผ่านไปแล้ว ให้มองหาทางเลือกใหม่ที่จะเข้ามาในชีวิตเรา และถ้ามันยังเจ็บปวดอยู่ มันเป็นเรื่องของเวลา และราคาที่ต้องชดใช้ มีหนึ่งคำคมสำหรับคนที่ต้องการ move on ถ้าเรามั่วแต่ร้องไห้ น้ำตาทุกหยด เราเป็นคนเช็ดมันเอง’ สุดท้าย “ดีเจเติ้ล” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘เอ็กซ์ต้องยอมรับก่อนว่าสิ่งที่ตัวเองทำตอนนี้มันผิด ซึ่งมันก็มีทั้งคนผิดที่ได้รับโอกาส กับคนผิดที่ไม่ได้รับโอกาสแก้ไข ซึ่งในกรณีของแฟนคนนี้ พี่ว่าเอ็กซ์จะไม่ได้รับโอกาสแก้ไข จากนั้นก็ต้องให้อภัยตัวเอง เพื่อที่เราจะไปต่อให้ได้ ไม่งั้นเราก็นอนจมอยู่กับความรู้สึกผิดอย่างนี้ไปจนวันตาย มันไม่มีประโยชน์ ให้อภัยตัวเองเสร็จแล้วไปต่อ ถ้ามีโอกาสได้สร้างความสัมพันธ์กับผู้หญิงคนใหม่ก็ต้องไม่ทำแบบนี้อีก แค่นี้พอ เอาความผิดพลาดนี้เป็นบทเรียน มีชีวิตต่อไป และทำดีกับแฟนคนต่อๆ ไป มีปัญหาก็เคลียร์กันให้จบ ไม่ใช่มีปัญหาแล้วเอาใจไปคุยกับคนอื่น’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

หนูไม่สามารถเข้ากับเพื่อนแฟนได้เลย!! ไม่ว่าจะเป็นแก๊งเพื่อนผู้ชาย หรือ แก๊งเพื่อนผู้หญิง ของแฟน เพราะสิ่งที่หนูเจอ หนูไม่โอเคเลย... 1.ไปเที่ยวกับแก๊งเพื่อนผู้ชายของแฟน เห็นเขาไปลวนลามแฟนของเพื่อนอีกคน ต่อหน้าเรา ตอนแฟนเขาไม่อยู่ มันไม่โอเคเลย

25 ส.ค. 2025

หนูไม่สามารถเข้ากับเพื่อนแฟนได้เลย!! ไม่ว่าจะเป็นแก๊งเพื่อนผู้ชาย หรือ แก๊งเพื่อนผู้หญิง ของแฟน เพราะสิ่งที่หนูเจอ หนูไม่โอเคเลย... 1.ไปเที่ยวกับแก๊งเพื่อนผู้ชายของแฟน เห็นเขาไปลวนลามแฟนของเพื่อนอีกคน ต่อหน้าเรา ตอนแฟนเขาไม่อยู่ มันไม่โอเคเลย

หนูไม่สามารถเข้ากับเพื่อนแฟนได้เลย!! ไม่ว่าจะเป็นแก๊งเพื่อนผู้ชาย หรือ แก๊งเพื่อนผู้หญิง ของแฟนเพราะสิ่งที่หนูเจอ หนูไม่โอเคเลย... 1.ไปเที่ยวกับแก๊งเพื่อนผู้ชายของแฟน เห็นเขาไปลวนลามแฟนของเพื่อนอีกคนต่อหน้าเรา ตอนแฟนเขาไม่อยู่ มันไม่โอเคเลย 2.พอไปเที่ยวกับเพื่อนผู้หญิงของแฟน ก็จะมีคนนึงมาใกล้ชิดสนิทสนม กอดแขนแฟนเราบ่อยเกิน จนเรารู้สึกไม่โอเค ตอนนี้คบกันมาหลายปีแล้ว รู้สึกว่าตัวเองอยู่ผิดที่ผิดทางมันผิดที่สังคมของแฟน หรือ ผิดที่ตัวหนูเองที่ไม่โอเคกับสิ่งที่หนูเจอมา “คุณฝน (นามสมมติ)” อายุ 21 ปี สายที่สองในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา [20 ส.ค. 68] ได้โทรเข้ามาปรึกษา “ดีเจเผือก – ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม” เกี่ยวกับปัญหาเข้ากับแฟนเพื่อนไม่ได้ โดย “คุณฝน (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘หนูคบกับแฟนมานานแล้ว และแฟนก็พาไปรู้จักกับเพื่อนๆของเขา อย่างเพื่อนผู้ชายกลุ่มแรก เพื่อนๆเขาก็พาแฟนแต่ละคนมารู้จักกันไว้ มีนัดปาร์ตี้สังสรรค์กัน ค่อนข้างเจอกันบ่อย ในช่วงแรกก็เหมือนจะเข้ากันได้ แต่พอรู้จักกันไปสักพัก ในกลุ่มเนี่ยจะมีกัน 5 คน แต่เหมือนว่าหนึ่งจะไปลวนลามแฟนของสอง ซึ่งคนที่โดนก็ไม่ได้ยินยอม พวกเราก็รู้กันว่า คนนี้ทำแบบนี้กับเพื่อน แล้วหนูก็รู้สึกว่าหนูไม่โอเคกับเรื่องนี้มากๆ ก็เลยบอกแฟนว่า เราเลี่ยงที่จะไม่ไปเจอเขาได้มั้ย แต่แฟนก็ยังไปอยู่ หนูก็เลยปล่อยให้เขาไปคนเดียว ต่อมาแฟนก็พาไปเจอเพื่อนอีกกลุ่มนึง เป็นกลุ่มเพื่อนผู้หญิง แรกๆก็เหมือนจะเข้าได้ แต่พอล่าสุดที่ผ่านมา ในงานวันเกิดของเพื่อนในกลุ่มนั้น เขาก็ชวนไป แต่พอถึงเวลาที่จะกลับ เพื่อนของแฟนก็มาเกาะแกะแฟนหนู มันทำให้เรารู้สึกว่า ถ้าตรงนั้นมันไม่น่าอยู่ เราจะไปอยู่ที่ตรงนั้นทำไม แต่แฟนก็ยังคะยั้นคอให้เราไปอยู่ดี พอหลังจากนั้น หนูก็ถ่ายรูปแฟน แต่ติดแขนเพื่อนผู้หญิงคนนั้น ลงสตอรี่ไอจีใส่แคปชั่นว่า ‘เออเอ๊า เอาเข้าไป’ แล้วเหมือนเจ้าของวันเกิด เขาจะเห็น เพื่อนผู้หญิงคนที่เกาะแกะแฟนก็เลยทักมา ‘เออเนี่ยขอโทษที่เมื่อวานไปเกาะแกะ แล้วก็ฝากขอโทษฝนด้วยนะ รู้ว่าไม่โอเค’ หนูอยากถามพี่ๆดีเจว่า มันผิดที่หนูเองที่เข้ากับกลุ่มเพื่อนแฟนไม่ได้ หรือมันผิดที่เพื่อนแฟน?’ โดยทั้ง “ดีเจต้นหอม – ดีเจเติ้ล – ดีเจเผือก” ได้ให้คำปรึกษาไปในทางเดียวกันว่า ‘เป็นเรื่องของการที่รู้ว่าอะไรควรทำ ไม่ควรทำ ไม่ใช่ว่าเราเข้ากับเพื่อนแฟนไม่ได้ แต่สถานการณ์ต่างๆที่เจอ มันคงน่าอึดอัด และเรารับไม่ได้ ถ้าไม่ชอบก็ไม่ต้องเจอ อยู่กับแฟนไป ไม่ต้องฝืนตัวเอง อย่างเรื่องการโพส อาจจะใจเร็วเกินไป คนที่เราควรบอก คือแฟนของเรา ว่าเราไม่โอเค ช่วยห่างๆคนนี้ได้มั้ย ส่วนเรื่องปัญหาระยะไกล คือสังคมแฟนเราแปลกๆ ดูไว้ใจอะไรไม่ได้ เขาอยู่ท่ามกลางคนเหล่านี้ แล้วอะไรจะการันตีว่า เขาไม่ได้เป็นแบบนั้น นอกจากจะศีลเสมอกัน’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

album
efm
-

-