ทำงานที่เดิมมา 5 ปีไม่เติบโต เลยตัดสินใจจะย้ายงานใหม่ ตอนนี้เจองานที่ดี เงินเดือนดี บริษัทดีทุกอย่าง แต่ต้องไปเจอกับแฟนเก่าที่นอกใจเรา แฟนที่แอบนอกใจไปคบน้องในทีม เราอี๋จนไม่อยากเห็นหน้า ถ้าต้องไปเจอเขาก็กลัวว่าใจตัวเองจะไม่โอเค ควรย้ายไปทำที่นี่ดีไหม?

พุธทอล์ค พุธโทร RECAP

ทำงานที่เดิมมา 5 ปีไม่เติบโต เลยตัดสินใจจะย้ายงานใหม่ ตอนนี้เจองานที่ดี เงินเดือนดี บริษัทดีทุกอย่าง แต่ต้องไปเจอกับแฟนเก่าที่นอกใจเรา แฟนที่แอบนอกใจไปคบน้องในทีม เราอี๋จนไม่อยากเห็นหน้า ถ้าต้องไปเจอเขาก็กลัวว่าใจตัวเองจะไม่โอเค ควรย้ายไปทำที่นี่ดีไหม?

09 พ.ค. 2025

             “คุณวุ้น (นามสมมติ)” อายุ 34 ปี สายที่สี่ในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา [7 พฤษภาคม 68] ได้โทรเข้ามาปรึกษา “ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม” เกี่ยวกับปัญหาการทำงานว่าจะไปทำงานที่เติบโตแต่ต้องไปเจอแฟนเก่าดีไหม?

             โดย  “คุณวุ้น (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘กำลังลังเลอยู่ว่าจะเลือกเส้นทางไหน สายงานเราเป็นงานที่อาจจะต้องทำได้งานร่วมกัน ถึงแม้จะอยู่กันคนละฝั่ง ดังนั้นตอนนี้ ช้อยส์ในใจจะมีอยู่ 3 ช้อยส์คือ 1.อยู่ที่เดิมไม่ย้ายงาน แต่ไม่เติบโต ทำงานที่เดิมไปเรื่อยๆจนกว่าจะเจอที่ใหม่ก่อน 2.ย้ายไปทำงานที่ใหม่ที่ตรง JD เราเลย เงินดีด้วย แต่ต้องไปเจอแฟนเก่า 3. Set Zero เริ่มต้นหาที่ใหม่ไปเลย สำหรับแฟนเก่าของเราจบกันไปแบบไม่ดีเลย เค้านอกใจไปคบกับน้องในทีมของเขาเอง’

             “ดีเจต้นหอม” ได้ให้คำแนะนำ ‘แบบเล่นๆ ว่า ให้ไปทำงานที่มีแฟนเก่าอยู่ ใกล้ชิดไปเลย ให้แฟนใหม่รู้สึกระแวง ทำให้แฟนใหม่ของแฟนเก่าเราไปกระซิบพูดต่อกันได้ว่า อุ๊ย แฟนเก่ากลับมา ทำงานเก่งด้วย วิธีการนี้ ดีเจเติ้ลบอกว่า ระวังจะงานไม่ก้าวหน้า เพราะมัวแต่ทำเรื่องพวกนี้ ดีเจต้นหอมบอกว่า คน Toxic ในความสัมพันธ์นี้ไม่ใช่เรา แต่เป็นแฟนเก่ามากกว่า’

             “ดีเจเผือก” ก็แซวว่า ‘ไม่ใช่ว่าไปทำงานที่นี่แล้ว ปรากฏว่าบทสรุปคือ คุณวุ้น วิ่งไปร้องไห้ในห้องน้ำ แล้วโทษตัวเองว่า ไม่น่าไปทำงานที่นี่เลย เพราะยังรู้สึกอยู่’

             “ดีเจต้นหอม” ถามกลับว่า ไม่ใช่ว่าเขามาง้อแล้วเราจะกลับไปนะ? “คุณวุ้น (นามสมมติ)” ตอบกลับทันทีว่า ‘นี่แหละคือเหตุผลที่หนูจะโทรมาปรึกษาพี่ๆ’ ดีเจทั้งสามคนถึงกับกรี๊ดเลยทีเดียวว่า ถ้าอย่างงั้นให้ตัดช้อยส์ที่มีแฟนเก่าออกไปได้เลย เพราะใจเรายังไม่แข็งแรงพอ แต่ถ้าจะไปจริงๆ ให้ไปแบบว่านางพญา ไปแบบร่างทอง ไปแบบผู้ชนะเลย’

             สุดท้าย 3 ดีเจก็ได้เห็นตรงกันว่า ‘ให้ไปสมัครงานใหม่ๆก่อน แล้วทำงานที่เดิมรอเวลาไป ถ้าได้ที่ใหม่ที่มันดีๆก็ค่อยย้ายไป และอยากให้รายการอัปเดตสายนี้ด้วยว่าสรุปแล้ว วุ้นเลือกทางไหน จะไปทำงานกับแฟนเก่า แล้วกลับไปหาแฟนเก่ารึเปล่า? มารอฟังกัน...’

เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามชมได้ทาง

ใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATION

รับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

related พุธทอล์ค พุธโทร RECAP

ชอบเจอคนบังคับให้ดื่ม แล้วพูดว่า "ดื่มหน่อยน้อง บรรยากาศจะได้สนุก" แต่เราโดนบังคับแบบนี้ไม่สนุกเลย บางทีไม่เมาก็จอยได้ ทำไงดีไม่ชอบคนแบบนี้เลย

10 พ.ย. 2023

ชอบเจอคนบังคับให้ดื่ม แล้วพูดว่า "ดื่มหน่อยน้อง บรรยากาศจะได้สนุก" แต่เราโดนบังคับแบบนี้ไม่สนุกเลย บางทีไม่เมาก็จอยได้ ทำไงดีไม่ชอบคนแบบนี้เลย

“คุณมิน (นามสมมติ)” อายุ 19 ปี สายที่สี่ในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (8 พ.ย. 66) ได้โทรเข้ามาปรึกษา ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม เกี่ยวกับเรื่องของเพื่อนที่ชอบชวนให้ออกไปดื่ม แต่ด้วยส่วนตัวเป็นคนที่ไม่ดื่มเลย กลายเป็นว่าอึดอัดเวลามีคนชวนไปสังสรรค์ โดย “คุณมิน (นามสมมติ)” ได้เริ่มเล่าว่า ‘ส่วนตัวเราเป็นคนที่ไม่ชอบสังสรรค์ และไม่ชอบดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ แต่ด้วยหน้าที่การงานที่เราทำ ก็มักจะมีรุ่นพี่ในบริษัทชวนออกไปสังสรรค์อยู่บ่อยครั้ง หรือมีบางโอกาสที่ต้องไปร่วมเพราะบริษัทมีจัดเลี้ยงสังสรรค์ ด้วยความที่เราเป็นคนที่มีอายุน้อยที่สุดในงาน จึงมักจะเป็นจุดสนใจของทุกคน เพราะทุกครั้งที่เราปฎิเสธก็จะเป็นการไม่รักษาน้ำใจ เพราะเขาก็ชงมาให้เราแล้ว ถ้าไม่ดื่มแล้วใครจะดื่ม หลังจากที่เราทำงานอยู่ที่เก่าได้ประมาณปีกว่า ๆ ก็ย้ายบริษัทออกมาทำงานอีกที่หนึ่งแทน แต่ปัจจุบันก็ยังเจอเพื่อนหรือรุ่นพี่ที่รู้จัก เวลาชวนออกไปสังสรรค์ก็รู้ว่าไม่ชอบดื่ม แต่ทุกครั้งที่ไปก็มักจะบังคับให้ดื่มทุกครั้ง มันทำให้เรารู้สึกอึดอัดมาก และไม่อยากทำให้บรรยากาศเสีย เราจึงต้องยอมดื่ม ปัญหานี้มันเกิดขึ้นกับเรามาเรื่อย ๆ มันไม่ใช่แค่เพื่อนร่วมงานที่ชอบชวนดื่มอย่างเดียว สังคมรอบข้างที่สนิทก็มักจะบังคับให้ดื่มอยู่บ่อยเหมือนกัน วันนี้เลยอยากปรึกษาว่า ดีเจทั้งสามคน มีความคิดเห็นอย่างไรเกี่ยวกับคนประเภทนี้ ที่ชอบมักจะชวนดื่มอยู่ตลอด พวกเขาต้องการอะไร? เพราะเรื่องนี้ไม่ใช่กับแค่คนในริษัทอย่างเดียว แต่สังคมรอบข้างที่รู้จักก็มักจะบังคับให้ดื่มเหมือนกัน “ดีเจเผือก” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘ส่วนตัวพี่เอง ยังไม่เคยเจอเหตุการณ์ที่ไม่สามารถปฎิเสธได้ เพราะก็มักจะปฎิเสธตลอด ตัวเองมีอาการแพ้เหล้า ดื่มไม่ได้ ร่างกายมันต่อต้าน และก็จะบอกไปเลยว่าไม่ชอบดื่ม และตั้งแต่ทำงานเป็นดีเจหรืองานในบริษัท ก็ไม่เห็นมีใครมาบังคับให้ดื่ม แต่ถ้ามีโอกาสไปร่วมงานสังสรรค์ เราก็สามารถเมาดิบได้ สามารถสนุกได้โดยที่ไม่ต้องดื่ม เพราะส่วนตัวพี่ไม่ได้เป็นคนที่ชอบสังสรรค์ เวลาที่ไปก็จะกลับเร็ว จึงแนะนำว่าถ้าจะให้อ้างเหตุผล ก็ควรจะอ้างเรื่องของสุภาพว่า แพ้แอลกอฮอล์ โรคตับ หมอบอกห้ามดื่ม วันก่อนที่ไปค่าตับขึ้น เดี๋ยวเต้นให้แล้วกัน อะไรก็ได้อ้างไป หรืออีกทางเลือกหนึ่งคือไม่ต้องไปเลย ถ้าจะตกงานเพียงเพราะไม่ได้ดื่มก็หางานใหม่ เพราะในว่ารูปแบบงานบางงาน มันก็มีวัฒนธรรม หรือต้องไปดื่มจริง ๆ คนหมู่มากที่เขาทำงานก็ชอบสังสรรค์เป็นเรื่องปกติ ถามว่าคนหมู่น้อยอยู่ได้มั๊ย มันก็อยู่ได้แหละ แค่เรากล้าปฎิเสธหรือเปล่า หลักแน่นมากพอหรือเปล่า แต่ถ้าอยู่ไม่ได้ก็หางานใหม่ “ดีเจเติ้ล” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘ก็อย่าไปยุ่งชีวิตเขา เขาจะเอาอะไรเข้าร่างของเขามันเป็นสิทธิ์ของเขา เพราะส่วนตัวพี่เองก็ไม่ได้เป็นคนที่ชอบดื่มเหมือนกัน ถึงแม้ในวงการบันเทิงมักจะมีการสังสรรค์อยู่บ่อยครั้ง แต่ทุกครั้งก็จะปฎิเสธตลอด จึงแนะนำว่าให้กล้าปฎิเสธอย่างหนักแน่นว่าไม่ดื่ม สัญญากับแม่ว่าจะไม่ดื่ม พี่ชายเคยเกิดอุบัติเหตุรถคว่ำตาย เราไปอยู่ในงานนั้นก็พอแล้ว เราสนุกกับงานได้โดยไม่ต้องกินเหล้า หรือว่าเลี่ยงการไปงานสังสรรค์ไปเลย ปิดจบกันที่ “ดีเจต้นหอม” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘พี่เสนอไปเลย 3 ทางเลือกคือ 1. บอกไปว่าเป็นโรคตับ วันนั้นไปตรวจมา ปรากฏว่าตับอักเสบ ดื่มไม่ได้จริง ๆ ให้ยืนยันเสียงแข็งว่าดื่มไม่ได้ สักวันหนึ่งเขาคงรู้แหละว่าเราไม่ดื่ม 2. ถ้าไม่อยากอยากให้มันเสียบรรยากาศเราก็จิบ ๆ ได้ นั่งสักพักพอทุกคนเริ่มได้ที่แล้ว เราก็แอบหนีกลับบ้านไปเลย 3. ถ้าเราอยากอยู่ทั้งคืน ก็เนียน ๆ ไป เราก็ผสมโคล่าเพิ่มเข้าไป แก้วแรกอาจจะเป็นเหล้าปกติ แก้วต่อไปก็เป็นโคล่าไปอย่างเดียว จะได้ไม่เสียบรรยากาศ’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

ผมผิดไหมที่ไม่โอเคกับเรื่องที่เกิดขึ้น ผมเลิกกับแฟนไปแล้ว มีแฟนใหม่ไปแล้ว ผมเคยขอเพื่อนในกลุ่ม ไว้ว่าไม่ต้องไปยุ่งเกี่ยวอะไรกับ แฟนเก่าของผมแล้ว เพราะอยากให้เกียรติคนใหม่ แต่ผมเพิ่งรู้ว่า เพื่อน 5-6 คนในกลุ่มจองตั๋ว ที่พัก ไปเที่ยวต่างจังหวัดกับแฟนเก่าเรา

29 ก.ค. 2025

ผมผิดไหมที่ไม่โอเคกับเรื่องที่เกิดขึ้น ผมเลิกกับแฟนไปแล้ว มีแฟนใหม่ไปแล้ว ผมเคยขอเพื่อนในกลุ่ม ไว้ว่าไม่ต้องไปยุ่งเกี่ยวอะไรกับ แฟนเก่าของผมแล้ว เพราะอยากให้เกียรติคนใหม่ แต่ผมเพิ่งรู้ว่า เพื่อน 5-6 คนในกลุ่มจองตั๋ว ที่พัก ไปเที่ยวต่างจังหวัดกับแฟนเก่าเรา

ผมผิดไหมที่ไม่โอเคกับเรื่องที่เกิดขึ้น ผมเลิกกับแฟนไปแล้ว มีแฟนใหม่ไปแล้ว ผมเคยขอเพื่อนในกลุ่มไว้ว่าไม่ต้องไปยุ่งเกี่ยวอะไรกับ แฟนเก่าของผมแล้ว เพราะอยากให้เกียรติคนใหม่ แต่ผมเพิ่งรู้ว่าเพื่อน 5-6 คนในกลุ่ม จองตั๋ว ที่พัก ไปเที่ยวต่างจังหวัดกับแฟนเก่าเราโดยไม่ได้บอกเรารู้อีกทีเขาก็เตรียมไปทริปนี้กันแล้ว ตอนนี้ผมไม่โอเคมากๆ “คุณบี (นามสมมติ)” สายที่สี่ในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา [23 ก.ค. 68] ได้โทรเข้ามาปรึกษา “ดีเจเผือก – ดีเจเติ้ล – ดีเจต้นหอม” เกี่ยวกับปัญหาเลิกกับแฟนแล้ว แต่เพื่อนทั้งกลุ่มยังไปเที่ยวกับแฟนเก่าเราอยู่ โดย “คุณบี (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘ย้อนกลับไปเมื่อปีที่แล้วผมมีแฟน ผมเลยพาแฟนมาแนะนำให้เพื่อนรู้จัก ในวันเกิดของเขา เขาอยากจัดทริปไปเที่ยวต่างจังหวัดกับเพื่อนแก๊งนี้ แต่ดันเลิกกับผมซะก่อน เพราะผมจับได้ว่าเขาคุยกับคนอื่น ผมก็คิดว่าจะไม่มีทริปนี้อีกแล้ว แต่เหมือนเขาจะทักไปหาเพื่อนลับหลังผม พอเพื่อนมาขอผม ผมก็ให้ไป แต่พอหลังจากนั้นผมก็บอกกับเพื่อนว่า ไม่ให้ติดต่อกับแฟนเก่าผมแล้วได้มั๊ย? และก็บอกกับแฟนเก่าผมด้วยว่า ไม่ติดต่อกับเพื่อนผมแล้วได้มั๊ย? เพราะช่วงนั้นผมมีคนคุยใหม่แล้ว แต่เพื่อนก็ยังพูดถึงแฟนเก่าผมต่อหน้าคนใหม่อยู่ ผมเพิ่งรู้ว่าตั้งแต่เลิกกันไปแฟนเก่าผมเขาก็ยังคุยกับเพื่อนผมอยู่ คือช่วงที่เลิกกันผมไม่ได้บอกเพื่อนว่าเหตุผลที่เลิกกันคืออะไร แต่เพื่อนก็บอกว่ารู้หมดแล้วเพราะแฟนเก่าเล่าให้ฟัง ซึ่งผมก็ไม่ได้รีเช็กด้วยว่าข้อมูลถูกต้องมั๊ย จนปีนี้เขาก็ชวนกันไปเที่ยวต่างจังหวัดอีก เขานัดกันลับหลังผมเหมือนเดิม จริง ๆ แล้วถึงผมจะบอกว่าไม่อยากให้ติดต่อกัน แต่ถ้ายังอยากคุยกัน อยากไปเจอกันบ้าง ผมโอเค แต่ถ้าถึงขั้นไปเที่ยวต่างจังหวัดด้วยกัน อันนี้ผมยังรับไม่ได้ เพื่อนผมแก๊งนี้รวมมาจากหลายฝั่งมาก ทั้งเพื่อนผมตั้งแต่เรียน, เพื่อนที่ทำงาน, เพื่อนของเพื่อน, แฟนของเพื่อน ก็รู้จักมาเป็นทอด ๆ แต่ในทั้งหมดที่พูดไปก็มีเพื่อนคนนึงที่อยู่ฝั่งผมแล้วก็เข้าใจความรู้สึกของผม คอยเป็นสายสืบส่งข่าวให้ผม คอยอัปเดตประจำเพราะแฟนเขาอยู่ในทีมที่ไป ผมเลยจะถามว่า ถ้าผมบอกเพื่อนแล้วว่าผมไม่โอเคที่จะไปต่างจังหวัดด้วยกัน แต่เขาก็ไปคุยกันลับหลังอยู่ดีว่าจะไปเที่ยวกัน โดยที่ไม่มาถามผมเลย และก็มีเพื่อนที่บอกจะไม่ไป แต่ก็ได้รู้ว่าเขาก็ไม่พอใจผมเท่าไหร่ที่ไม่ได้ไป เขามองว่าผมยึดติด ถ้าเป็นพวกพี่จะรู้สึกยังไงแล้วก็มีมุมมองยังไง?’ เริ่มที่ “ดีเจเผือก” ให้คำปรึกษาว่า ‘ถ้าเพื่อนไปเที่ยวกับแฟนเก่าเราอันนี้พี่ว่าแปลก แต่จะไม่เข้าไปยุ่งอะไรกับพวกเขาเลยแล้วจะกลับมานั่งพิจารณาตัวเองว่า เอ้า นี่ใช่เพื่อนเรามั๊ยเนี่ย แต่เท่าที่ฟังความสัมพันธ์ของกลุ่มนี้เหมือนไม่มีใครเป็นเพื่อนใครเป็นพิเศษเพราะมันเกิดจากการรวมจากหลายที่และต่างสถานะกัน เขาจึงเลือกทำในสิ่งที่เขาต้องการทำโดยไม่มีความเป็นเพื่อนมาเกี่ยวข้อง เขาอยากไปเที่ยวเขาก็แค่ไปเที่ยว มันไม่ใช่กลุ่มเพื่อนรักที่อยู่ด้วยกันมานานทำให้ไม่แปลกเพราะตอนนี้เขาอาจจะสนิทกับแฟนเก่ามากกว่าเราด้วยซ้ำ เลิกกันแล้วก็เลิกสิ เพราะฉะนั้นถ้าไม่โอเคก็แค่เอาตัวเองออกมา เป็นพี่พี่จะไม่บอกเพื่อนว่าห้ามไปกับแฟนเก่า พี่ไม่ทำเด็ดขาดเลยพี่จะปล่อยให้เพื่อนไปแล้ววันไหนเราพร้อมค่อยว่ากัน คนที่ไม่โอเคก็ต้องจัดการตัวเองซึ่งก็มีแค่เราคนเดียว เราค่อยจัดทริปใหม่ที่มีแค่คนที่โอเคกับเราก็ได้ และเรื่องนี้เพื่อนก็มีสิทธิ์คิดว่าเรายึดติดได้เหมือนกัน’ ต่อไป “ดีเจเติ้ล” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘พี่จะไม่มองว่าทำไมเพื่อนไปกับแฟนเก่า แต่พี่จะมองว่าจากที่เล่ามาเพื่อนกลุ่มนี้เป็นเพื่อนเที่ยวหรือเปล่า เพราะถ้าเพื่อนที่มาเจอกันเพื่อไปเที่ยวก็เป็นไปได้ที่จะสนิทกับแฟนเก่าเรามากกว่าเราอยู่แล้ว สำหรับพี่คำว่าเพื่อนสนิทถ้ารู้ว่าแฟนเก่าของเพื่อนนอกใจส่วนใหญ่มันจะเลิกยุ่งไปโดยอัตโนมัติ จะไม่ยุ่งเลยโดยที่เราไม่ต้องพูด เราโกรธได้แต่ก็ต้องทำใจเพราะเหมือนเพื่อนจะไม่ได้เห็นบีเป็นเพื่อนสนิทจนต้องเกรงใจด้วยซ้ำ บีเป็นแค่สังคม เพราะฉะนั้นตอนนี้บีอาจจะต้องทบทวนความสัมพันธ์ของเรากับเพื่อนก่อนว่าตรงกันมั๊ย’ สุดท้าย “ดีเจต้นหอม” ให้คำปรึกษาว่า ‘ถ้าเป็นพี่ไม่แฮปปี้กับเพื่อนกลุ่มนี้ก็ไม่ต้องคบต่อเหมือนกัน แต่ความจริงถ้าเป็นเพื่อนสนิทมันจะไม่ไปเที่ยวกับแฟนเก่าเราหรอก มันจะแคร์เรา เราอย่าพยายามเรียกร้องความสำคัญจากคนที่ไม่ได้สนิทขนาดนั้น เพราะสังคมนี้มันกว้าง เราไม่ต้องแคร์ทุกคนบนโลก อยู่กับใครแล้วมีความสุขก็อยู่กับคนนั้นไม่จำเป็นต้องมีเพื่อน 6-7 คนหรอก แล้วกลุ่มนี้บียังไม่ไว้ใจที่จะเปิดใจเล่าเหตุผลที่เลิกกันให้เขาฟังกันเลย อันนี้ต้องจัดการที่ตัวเอง เอาตัวเองเป็นหลัก เวลามันจะคัดคนไปเรื่อย ๆ สุดท้ายชีวิตเราก็จะเหลือเพื่อนไม่กี่คน เราไม่ต้องเน้นปริมาณแต่เน้นคุณภาพ หาคนที่เข้าใจเราดีกว่า’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

หนูโดนกาหัวข้อสอบ รอบสัมภาษณ์ ตอนสอบเข้าโรงเรียนเพื่อเตรียมเป็นทหาร “ไม่ผ่านเพราะเป็น LGBTQ+” หลังจากที่เขารู้ว่าหนูเป็น คำถามที่โดนถาม ไม่มีอะไรเกี่ยวกับการเป็นทหารเลย หนูโดนถามว่า “เป็นตุ๊ดหรอ เป็นรุกหรือรับ? มีแฟนเป็นผู้ชายใช่ไหม?”

06 มิ.ย. 2025

หนูโดนกาหัวข้อสอบ รอบสัมภาษณ์ ตอนสอบเข้าโรงเรียนเพื่อเตรียมเป็นทหาร “ไม่ผ่านเพราะเป็น LGBTQ+” หลังจากที่เขารู้ว่าหนูเป็น คำถามที่โดนถาม ไม่มีอะไรเกี่ยวกับการเป็นทหารเลย หนูโดนถามว่า “เป็นตุ๊ดหรอ เป็นรุกหรือรับ? มีแฟนเป็นผู้ชายใช่ไหม?”

หนูโดนกาหัวข้อสอบ รอบสัมภาษณ์ ตอนสอบเข้าโรงเรียนเพื่อเตรียมเป็นทหาร “ไม่ผ่านเพราะเป็น LGBTQ+”หลังจากที่เขารู้ว่าหนูเป็น คำถามที่โดนถาม ไม่มีอะไรเกี่ยวกับการเป็นทหารเลย หนูโดนถามว่า “เป็นตุ๊ดหรอ เป็นรุกหรือรับ?มีแฟนเป็นผู้ชายใช่ไหม?” พอหนูตอบทุกอย่างตามจริง ผลออกมา ไม่ผ่าน ทั้งๆที่ หนูสอบปฏิบัติ ทดสอบร่างกายหนูทำได้ดีทุกอย่าง คะแนน 200 ได้ 170 คะแนน เหมือนความพยายามทั้งหมดที่หนูฝึกฝนมา 7-8 เดือน สูญเปล่าไปเลยแต่เพื่อนผู้ชายแท้ว่ายน้ำไม่ได้ ทำคะแนนไม่ดี กลับสอบติดตัวจริง ปีหน้าคงหมดหวังแล้วเพราะอายุหนูเกิน “คุณเอ (นามสมมติ)” อายุ 23 ปี สายที่ 2 ในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา [4 มิ.ย. 68] ได้โทรเข้ามาปรึกษา ‘ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม’ เกี่ยวกับปัญหาการสอบทหาร ซึ่งทำได้ดีในทุกรอบ แต่ตกรอบสัมภาษณ์เพราะเป็น LGBTQIA+ โดย “คุณเอ (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘หนูอยากเป็นทหาร เลยเตรียมตัวฝึกฝนจนสอบผ่าน แต่มาตกเอารอบสัมภาษณ์ เพราะหนูเป็น LGBTQIA+ หนูเคยผ่านการเป็นทหารเกณฑ์มาก่อน รู้สึกว่าระบบการทำงานมันตอบโจทย์กับหนู ถึงจะเป็นแบบนี้ก็จริง แต่หนูไม่ชอบทำงานนั่งสวย ๆ ในออฟฟิศเท่าไหร่ หนูชอบงานท้าทาย ตอนไปสอบก็พยายามแอ๊บแมน และในวันที่สอบสัมภาษณ์ ปกติแล้วคำถามในการสัมภาษณ์มันควรจะถามเกี่ยวกับองค์กรที่เราจะเข้าไปทำงานใช่ไหม? แต่อันนี้เขาไม่ถามเลย เขาถามแค่ว่า เป็นตุ๊ดใช่ไหม มีแฟนเป็นผู้ชายใช่ไหม เป็นรุกหรือเป็นรับ? เขาถามแค่เรื่องเพศสภาพของหนู เขาไม่ถามเกี่ยวกับทหารเลย หนูคิดว่าเขาคงไม่อคติขนาดนั้น เพราะในส่วนต่าง ๆ หนูทำได้ดีมาก ตอนเทสร่างกายเขาให้ว่ายน้ำ วิ่ง ดันพื้น และดึงข้อ หนูทำได้ดีเกือบทุกสนามจนหนูยังตกใจตัวเอง ขนาดกรรมการยังถามว่า ไปกินอะไรมา แต่คนที่เขาเลือกให้ผ่านเข้าไป กลับเป็นคนที่ได้คะแนนน้อยกว่าหนู ที่หนูรู้สึกว่ามันไม่แฟร์กับหนู คือ เพื่อนที่ไปสอบด้วยกัน เขาเป็นชายแท้ แต่เขาว่ายน้ำไม่ได้ ทำคะแนนได้ไม่ดี ซึ่งคะแนนเต็มทั้งหมด 200 คะแนน หนูทำได้ทั้งหมด 170 คะแนน ตอนนั้นหนูเลยไม่มีความคิดว่าจะไม่ติด เพราะเราเตรียมตัวมาดี ทำให้หนูคิดว่า พอเราเป็นแบบนี้แล้วทำไมไม่ให้โอกาสเราเลย ถ้าคุณบอกว่าการเป็นทหารต้องแข็งแรง หนูก็ทำให้เห็นแล้วว่าหนูทำได้ แล้วทำไมถึงไม่เอาหนูเข้าไป หนูน้อยใจในจุดนี้ หนูใช้เวลาทั้งหมด 8 เดือน ทั้งอ่านหนังสือ ฝึกฝน เตรียมร่างกาย หนูทำไปเพื่ออะไร? หนูออกไปวิ่งทุกเช้าทุกเย็น จริง ๆ หนูเคยไปสอบอีกสนาม หนูก็ไม่ผ่าน ซึ่งสนามนั้นหนูรู้ว่าหนูพลาดอะไร หนูเลยไม่ได้อะไรมาก แล้วในกฏเขาก็ไม่ได้มีเขียนบัญญัติไว้ว่าห้ามรับ LGBTQIA+ แถมตอนสัมภาษณ์หนูยังโดนย้ายไปห้องสอบสัมภาษณ์พิเศษ แต่ก็โดนถามแค่คำถามเดิม ๆ ที่เกี่ยวกับเพศสภาพ หนูแค่สงสัยว่า ทำไมถึงไม่เปิดโอกาสให้หนูตอบคำถามที่หนูควรจะได้ตอบเหมือนคนอื่น ๆ เพื่อที่หนูจะได้โชว์ว่าหนูทำได้ หนูเสียใจเพราะมันเป็นปีสุดท้ายที่หนูจะสมัครได้ เพราะเขารับอายุไม่เกิน 24 ปี แล้วปีนี้หนูกำลังจะครบอายุ 24 ปี เรื่องนี้ผ่านมา 3 เดือนแล้ว แต่หนูไม่สามารถปล่อยวางได้เลย หนูเลยอยากได้คำปลอบใจจากพี่ ๆ ดีเจว่า หนูควรทำยังไงดี?’ ซึ่ง “ดีเจเติ้ล” ก็ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘พี่ก็เคยเจอแบบหนูเหมือนกัน เคยโดนกีดกันไม่ให้เป็นพิธีกรโรงเรียน แต่พี่ก็ไม่ได้สนใจ พี่แค่อยากจะบอกเอว่ามันก็ไม่แฟร์จริง ๆ แต่เรื่องแบบนี้มันก็สามารถเกิดขึ้นได้แหละในชีวิตจริง เข้าใจแหละว่าเสียใจ แต่ถ้าเราไม่ยอมแพ้ และไม่มองว่าอาชีพนี้เป็นอาชีพสุดท้ายที่เอจะทำได้ ถ้าเอเปิดใจมันยังมีทางอื่นให้เอได้ลองทำอีกนะ ไม่อยากให้เอาสิ่งที่เกิดขึ้นไปตัดสินคุณค่าในตัวเอง’ ต่อมา “ดีเจเผือก” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘เข้าใจในสิ่งที่เอเจอนะ ไม่อยากให้เอคิดว่ามันเป็นความผิดของเอ เราไม่รู้หรอกว่าเหตุผลจริง ๆ คืออะไร มันยังมีหลายที่ ๆ เขาโอเคกับความเป็นตัวเรา เราเป็นคนมีความสามารถและความตั้งใจ พี่เชื่อว่ามันจะทำให้เอสามารถไปยังอาชีพอื่น ๆ อีกมากมาย’ ต่อมา “ดีเจต้นหอม” ได้คำคำปรึกษาว่า ‘เอดีเกินไปที่จะเข้าไปอยู่ในระบบราชการไทย หนูสามารถไปทำอะไรได้เยอะกว่านี้ ถ้าหนูเข้าไปหนูก็อาจจะโดนกลืนกิน เพราะมันไม่ใช่สิ่งที่เขาต้องการ และเขาก็ไม่เชื่อว่าหนูจะทำมันได้อยู่แล้ว คนที่มุ่งมั่นขนาดนี้ สามารถสร้างสิ่งที่ยิ่งใหญ่กว่านี้ได้แน่นอน แค่ที่นั่นไม่ได้เหมาะกับเรา’ และสุดท้าย ดีเจทั้ง 3 คน ได้ให้ความเห็นตรงกันว่า ‘อย่าด้อยค่าตัวเองและอย่าหยุดพยายาม ปล่อยให้ตัวเองไปเจอสิ่งที่ดีกว่าแล้วเราจะใช้ชีวิตแบบมีความสุข’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

แฟนคือ “เดอะแบก” ของครอบครัว ให้ครอบครัวเขาเป็นที่หนึ่ง จนแทบมองไม่เห็นอนาคตของคู่เรา คบกันมา 10 ปี รู้สึกเหมือนยังใช้ชีวิตทุกอย่างเหมือนเดิม ไม่มีภาพอนาคตของเราเลย ซื้อบ้านด้วยกันแต่เขาก็พาพี่สาว คุณแม่ มาอยู่ด้วย

31 ม.ค. 2025

แฟนคือ “เดอะแบก” ของครอบครัว ให้ครอบครัวเขาเป็นที่หนึ่ง จนแทบมองไม่เห็นอนาคตของคู่เรา คบกันมา 10 ปี รู้สึกเหมือนยังใช้ชีวิตทุกอย่างเหมือนเดิม ไม่มีภาพอนาคตของเราเลย ซื้อบ้านด้วยกันแต่เขาก็พาพี่สาว คุณแม่ มาอยู่ด้วย

แฟนคือ “เดอะแบก” ของครอบครัว ให้ครอบครัวเขาเป็นที่หนึ่งจนแทบมองไม่เห็นอนาคตของคู่เรา คบกันมา 10 ปี รู้สึกเหมือนยังใช้ชีวิตทุกอย่างเหมือนเดิมไม่มีภาพอนาคตของเราเลย ซื้อบ้านด้วยกันแต่เขาก็พาพี่สาว คุณแม่ มาอยู่ด้วยเวลามีปัญหาอะไรเขาก็บอกว่าพูดไม่ได้เพราะเป็นคนกลาง “คุณเอ็น (นามสมมติ)” อายุ 35 ปี สายที่หนึ่งในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา [29 ม.ค. 68] ได้โทรเข้ามาปรึกษา ‘ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล – ดีเจต้นหอม’ เกี่ยวกับปัญหาของครอบครัวแฟนที่ส่งผลต่อชีวิตคู่ โดย “คุณเอ็น (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘หนูคบกับแฟนตั้งแต่อายุ 19 - 20 ปี จนตอนนี้ก็คบกันมา 10 ปีแล้ว เราสองคนไม่ได้มีฐานะที่ดีมาก เรียนไปด้วย ทำงานไปด้วย สร้างทุกอย่างมาด้วยกัน ในระหว่างนั้นก็มีปัญหาจากทางบ้านแฟนมาเรื่อยๆ ในหลายๆ เรื่อง ทั้งเรื่องเงินหรือเรื่องปัญหาในบ้านของเขา เรื่องของลูกๆ เขา ทางบ้านแฟนก็จะมีปัญหามาให้แฟนแก้ตลอด ส่วนแฟนก็ใจดี แก้ให้ทุกเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเงิน ภาระทุกอย่าง แฟนหนูเป็นเดอะแบกตลอด ด้วยความที่เราลำบากมาด้วยกัน หนูก็เห็นภาพทุกอย่างทั้งหมด หนูก็เข้าใจเขา เพราะเมื่อก่อนเราก็เสียดายเวลา เลยไม่ได้คิดอะไรมากกับเรื่องพวกนี้ แต่หลังๆ ก็จะมีเรื่องค่าใช้จ่ายในบ้าน เพราะตอนนี้เราทั้งคู่ซื้อบ้านอยู่ด้วยกัน แต่บ้านเป็นชื่อแฟน และในบ้านก็ไม่ได้มีแค่หนูกับแฟน 2 คน แต่ที่อยู่ด้วยกันจะมีครอบครัวแฟนทั้งหมดเลย 5 คน มีแม่แฟน มีพี่-น้องแฟนอีก 2 คน พออยู่ด้วยกันหลายๆ คน ปัญหามันก็จะเกิดขึ้นทุกวัน แต่ในส่วนของหนู หนูก็รับผิดชอบตัวเองได้ค่อนข้างเยอะ ก็มีช่วยแฟนบ้าง แต่ก็ไม่ได้ช่วย 100% จะช่วยแค่ค่าใช้จ่ายในบ้านที่หนูช่วยได้ แต่เรื่องในบ้าน เรื่องการรับผิดชอบก็จะเป็นหน้าที่แฟนทั้งหมด แม่เขาไม่ได้ทำงาน พี่สาวเขาอายุ 42 ปีก็ไม่ได้ทำงาน และตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาพี่สาวแฟนไม่เคยทำงานเป็นกิจจะลักษณะเลย อยู่บ้านอย่างเดียว ไปทำงานที่ไหนก็โดนไล่ออกตลอด ก่อนหน้านี้พี่สาวเขาก็มีครอบครัว แต่ก็เลิกกันมาหลายปีแล้ว และกลับมาอยู่บ้าน คนที่อยู่บ้านอีกคนคือน้องที่ไปๆ มาๆ แต่ที่อยู่บ้านหลักๆ ก็มีแม่ พี่สาว แฟนและก็หนู แต่ก็ยังเป็นคำถามของหนูอยู่ ว่าเขาอยู่ได้ยังไง? ซึ่งแม่เขาก็ปกป้องเขาในระดับหนึ่ง ทุกวันนี้เวลาหนูคุยเรื่องอนาคต ด้วยความที่หนูกับแฟนหาเงินกันมาเอง เรื่องค่าใช้จ่ายในครอบครัว หนูเลยไม่ได้ซีเรียสว่าจะต้องแต่งงาน หนูก็ไม่ได้คิดเรื่องแต่งงานเลย จนเงินหมดไปกับทางบ้านแฟนเยอะมาก หนูเลยคิดได้ว่ามีเหตุการณ์หลายๆ อย่างที่หนูรู้สึกว่าหนูไม่ไหวแล้ว เมื่อก่อนหนูยอมทางบ้านแฟนค่อนข้างเยอะ แต่พอหลังๆ หนูไม่ค่อยฟังเขา เพราะด้วยหน้าที่การงาน วุฒิภาวะ ทำให้หนูเริ่มมีความคิดเป็นของตัวเองค่อนข้างเยอะ เลยทำให้มีปากเสียงกับที่บ้านเขาเหมือนกัน แล้วเราอยู่ในบ้านเขาด้วย หนูก็เริ่มรู้สึกไม่ไหว ไม่รู้จะไปต่อหรือยังไงดี เพราะตลอดระยะเวลาที่คบกัน แฟนหนูเขาไม่เคยมีเรื่องผู้หญิงหรืออะไรเลย เขาไม่เคยทำอะไรที่ผิดพลาดกับหนูเลย ติดแค่เรื่องครอบครัวเขาอย่างเดียว ช่วงปลายปีที่ผ่านมาก็เริ่มหนักขึ้นเรื่อยๆ จนหนูคิดว่าจะเอาตัวเองออกมาจากบ้านนั้น อยากจะแยกอยู่แบบสงบๆ แต่หนูยังไม่ได้พูดถึงขั้นจะเลิกกับแฟน แค่จะย้ายออกมาเช่าคอนโดอยู่ เพราะเวลาที่กลับมาบ้านบรรยากาศมันไม่น่าอยู่ แต่แฟนหนูเขาก็ไม่ยอม และบอกว่า ถ้าออกจากบ้านไปก็คือต้องเลิกกับเขา แต่หนูก็ไม่ได้อยากเลิกกับแฟน แค่อยากให้เขาได้ดูแลครอบครัวเขา ซึ่งตอนนี้ที่มีปัญหากัน ต่างคนก็ต่างอยู่ ไม่ค่อยคุยกันแยกห้องกันไปเลย ส่วนใหญ่หนูจะมีปัญหากับแม่และพี่สาวแฟนมากกว่า เขามองว่าหนูเป็นคนขี้เกียจ เพราะเมื่อก่อนหนูเคยรีดผ้าของทุกคนในบ้าน พอวันหนึ่งไม่ทำ เขาก็บอกว่าหนูขี้เกียจ หนูก็มองว่ามันเป็นน้ำใจ หนูช่วยเพราะเผื่อบางคนไม่ว่าง หนูก็รีดให้ได้ แต่พอครั้งต่อไปมันกลายเป็นว่า ทำไมหนูไม่ทำละ? และก็มีเรื่องเงิน เขาคิดว่าแฟนหนูให้เงินหนูอยู่คนเดียว ไม่ให้ที่บ้านเขาด้วย ซึ่งหนูไม่เคยเอ่ยปากขอแฟนเลย หนูหาเองได้ บางเดือนหนูหาได้มากกว่าแฟนหนูด้วยซ้ำ แต่หนูกับแฟนเหมือนโตมาด้วยกัน เขาไม่มีเงิน หนูก็ให้ พอหนูไม่มี เขาก็ให้ ซึ่งเรื่องพวกนี้หนูไม่เคยไปเล่าให้พวกเขาฟังอยู่แล้ว เขาเลยมองว่าลูกเขาหลงหนูให้แต่หนูคนเดียว ไม่ให้พวกเขาเลย ทั้งๆ บ้านที่เขาอยู่ แฟนหนูก็เป็นคนผ่อน ค่าน้ำ ค่าไฟ แฟนหนูเป็นคนจ่ายหมด ซึ่งแม่และพี่สาวเขาจะออกแค่ค่ากินของเขา เพราะแม่เขาได้เงินส่วนนี้มาจากการรับซ่อมผ้าเล็กๆ น้อยๆ หนูกับแฟนเคยคุยกันเรื่องนี้ เขาก็บอกว่าเขาเป็นคนกลาง แต่หนูก็เคยชวนแฟนออกมาอยู่ข้างนอกกันสองคน เขาก็ไม่สะดวก ไม่กล้าปล่อยคนที่บ้านไว้ สถานะตอนนี้ของหนูกับแฟน คือไม่ได้แต่งงานกัน ไม่ได้จดทะเบียนสมรส ไม่มีลูก อยู่กันมา 10 กว่าปีแล้ว บางช่วงจังหวะของชีวิตหนูจะทำอะไร หนูก็ไม่เห็นภาพในอนาคตว่าหนูจะทำต่อไปได้ยังไง หนูไม่รู้ว่าควรไปต่อหรือพอแค่นี้ ในใจหนูก็สงสารเขาเพราะเขาก็ไม่ได้ผิดอะไร หนูอยากถามพี่ๆ ดีเจว่า หนูควรไปต่อหรือพอแค่นี้ ถ้าหนูเดินออกมา หนูจะเห็นแก่ตัวไหม?’ เริ่มที่ “ดีเจเติ้ล” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘พี่คิดว่าหนูไม่ได้เห็นแก่ตัว หนูแค่รักตัวเอง ไม่อยากเห็นตัวเองเป็นแบบนี้อีกแล้ว แล้วหนูก็มีช้อยส์ให้เขาเลือกแล้ว แต่เขาดันยื่นคำขาดว่าถ้าย้ายออกเท่ากับเลิก สำหรับพี่ถ้าเขาเป็นคนกลางจริงๆ เขาก็ต้องเห็นว่าทั้งสองฝ่ายจะมีความสุขได้ยังไง การที่เขาเป็นคนกลางถ้าเขาไม่พยายามทำให้เรารู้สึกโอเคขึ้น เขาก็ต้องมีส่วนที่ต้องรับผิดชอบ ซึ่งจากที่ฟังเขาก็ไม่ได้คิดถึงความรู้สึกของเราขนาดนั้น และเขาก็ต้องเจอกับผู้หญิงที่รับที่บ้านเขาได้’ ต่อมา “ดีเจเผือก” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘ปัญหาที่น้องกำลังเจอมีโอกาสสูงมากที่จะเป็นปัญหาเรื้อรังระยะยาว การที่เอาคนในครอบครัวมาอยู่ในบ้าน ร่วมกันเป็นบ้านใหญ่ มันจะปรับเปลี่ยนอะไรยากมาก ถ้าวันหนึ่งคุณแม่แฟนไม่อยู่แล้ว ก็มีโอกาสที่เราจะต้องดูแลพี่สาวเขาด้วยหรือเปล่า ถ้ามองในมุมของเขาก็คงคิดว่าถ้าแฟนแยกไปอยู่ข้างนอกความสัมพันธ์ที่คบกันมา 10 กว่าปี ความสัมพันธ์จะถอยหลังหรือเปล่า ถ้าเป็นผู้ชายคนอื่นเขาอาจจะเลือกดูแลเรา แต่ผู้ชายคนนี้เขาก็เลือกครอบครับเขา ซึ่งก็ไม่ผิด และมันก็เป็นสิทธิของเราที่จะต้องเลือกดูแลตัวเอง รักตัวเอง และก็สงสารตัวเอง’ และสุดท้าย “ดีเจต้นหอม” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘สำหรับพี่ ไม่ได้เรียกว่าเห็นแก่ตัว เพราะมันไม่มีความจำเป็นที่ต้องเห็นแก่ครอบครัวใคร ครอบครัวเขายังไม่ช่วยกันเองเลย เรื่องอะไรจะต้องมาเป็นภาระเรา ยกเว้นถ้าน้องรับได้ว่าต้องรับภาระนี้ไปตลอดชีวิตก็อยู่กับคนๆ นี้ แต่ถ้ารู้สึกว่าไม่ไหวก็ออกมาเลย เสียเวลา’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

album
efm
-

-