ครอบครัวแฟนทุกคนเรียนหมอ แต่แฟนหนูสอบติดเภสัช ครอบครัวกดดันให้สอบหมอใหม่ทุกปี แฟนหนูเครียดจนร้องไห้ พีคสุดวันรวมญาติ มีคนเล่าข่าว นศ.แพทย์เรียนไม่ไหวกระโดดตึกเสียชีวิต ปู่แฟนได้ยินแล้วพูดว่า "สมควรแล้ว เรียนแค่นี้ทำไมไม่ไหว" แฟนได้ยินแบบนี้ยิ่งกดดัน

พุธทอล์ค พุธโทร RECAP

ครอบครัวแฟนทุกคนเรียนหมอ แต่แฟนหนูสอบติดเภสัช ครอบครัวกดดันให้สอบหมอใหม่ทุกปี แฟนหนูเครียดจนร้องไห้ พีคสุดวันรวมญาติ มีคนเล่าข่าว นศ.แพทย์เรียนไม่ไหวกระโดดตึกเสียชีวิต ปู่แฟนได้ยินแล้วพูดว่า "สมควรแล้ว เรียนแค่นี้ทำไมไม่ไหว" แฟนได้ยินแบบนี้ยิ่งกดดัน

12 เม.ย. 2024

            “คุณฟิล์ม(นามสมมติ)” อายุ 20 ปี สายที่ 3 ในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา [10 เมษายน 67] ได้โทรมาปรึกษา ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจอ้อย นภาพร เกี่ยวกับครอบครัวแฟนกดดันให้แฟนเป็นหมอ...

                โดย “คุณฟิล์ม(นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘เรื่องนี้เป็นเรื่องของแฟน พอดีที่บ้านแฟนกดดันให้เป็นหมอตลอดเวลา ต้องบอกก่อนว่าครอบครัวแฟนเป็นครอบครัวคนจีนและญาติพี่น้องก็เป็นหมอกันหมด ยกเว้นพ่อแฟน แฟนเล่าให้ฟังว่าตอนเด็ก ๆ พ่อแม่บอกตลอดว่า “เป็นหมอดีที่สุด” จนตอนนี้แฟนอายุได้ 20 ปี ปัจจุบันก็เรียนคณะเภสัช แต่หนูรู้สึกว่าพ่อกับแม่ก็ยังไม่พอใจ เขาให้แฟนสอบหมอทุกปี จนตอนนี้ผ่านมา 2 ปีแล้ว พ่อแม่ก็ยังให้สอบอยู่ มีอยู่ช่วงหนึ่งแฟนเปิดใจคุยกับพ่อแม่แบบจริงจังว่า “ไม่ไหวแล้ว” ร้องไห้ ไม่สมัครสอบหมอแล้ว แต่พ่อกับแม่ก็จะโทรตามให้คนใกล้ชิดมาช่วยดูแลให้หน่อย

            ล่าสุดแฟนได้ไปทานข้าวกับครอบครัว แล้วก็มีคนในรถพูดขึ้นมาว่า “เหมือนมีรุ่นพี่นักศึกษาแพทย์คนหนึ่ง กระโดดตึกตาย” คุณปู่ก็พูดว่า “ถ้าเรื่องแค่นี้เรียนไม่ได้ ก็สมควรแล้วล่ะ” มันเลยทำให้แฟนมีความรู้สึกกดดันในระดับนึง จึงอยากจะถามพี่ ๆ ดีเจว่า ถ้าพวกพี่ ๆ อยู่ในสถานการณ์เดียวกับแฟนหนู ควรทำยังไงดี? แล้วในฐานะที่เราเป็นแฟนเราควรที่จะให้กำลังใจแฟนยังไง? ให้เขาไม่เครียด

            ซึ่ง “ดีเจเผือก” ก็ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘พี่ก็เคยโดนเหมือนกัน แต่พี่ก็ไม่ยอมให้ใครมาบงการชีวิต พ่อกับแม่พี่พยายามโน้มน้าวใจให้เรียนนิติศาสตร์ แล้วอยากได้อะไรก็บอกมาเลย แต่ก็ไม่มีอะไรมาโน้มน้าวใจพี่ได้ จนสุดท้ายพ่อแม่ก็ปล่อย เท่าที่พี่ได้สัมภาษณ์เภสัชในรายการใต้โต๊ะทำงาน พี่รู้สึกว่าอาชีพเภสัชเป็นอาชีพที่ขาดแคลนมาก ๆ โดยเฉพาะเภสัชที่ไปประจำอยู่ร้านขายยาใหญ่ ๆ ถ้าเรียนจบมาก็จะได้เงินเดือนทันทีเลย ซึ่งมันก็เป็นอาชีพที่สร้างรายได้มากมาย และเอาตรง ๆ คือสบายกว่าหมอเยอะมาก แค่ต้องต่อสู้กับความเบื่อในการเฝ้าร้าน ซึ่งแต่ละอาชีพมีข้อดีข้อเสียแตกต่างกัน พี่ก็จะพยายามบอกพ่อแม่ว่า “รอให้เรียนจบก่อน แล้วเดี๋ยวจะทำให้ดูว่าอาชีพเภสัชสามารถเลี้ยงครอบครัวเราได้ขนาดไหน” จะไปประจำร้านขายยาหรือเปิดเองก็ได้ พ่อก็ไม่ได้เป็นหมดเหมือนกัน อย่าเอาความผิดหวังของตัวเองมากดดันลูกซึ่งมันไม่เกี่ยวกัน พี่ว่าต้องอดทนและพิสูจน์ตัวเองตอนเรียนจบ ส่วนฟิล์มก็ให้กำลังใจแฟนเยอะ ๆ อย่าไปใส่ใจ ผู้ใหญ่ก็เป็นแบบนี้ บางทีเขาก็อยู่ในชุดความคิดเดิม’

                ต่อมา “ดีเจเติ้ล” ก็ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘พี่ว่าเปลี่ยนชุดความคิดของครอบครัวไม่ได้ พี่ว่าถ้าแฟนยังใช้เงินของพ่อแม่ส่งเสียตัวเองเรียน ยังต้องอยู่บ้านพ่อแม่อยู่ก็อดทนเรียนให้จบก่อน จนกว่าจะทำงานหาเงินเองได้ ถ้าเป็นพี่ ถ้าพ่อแม่ให้สอบก็จะไปสอบทุกปี แต่ก็ไม่ติดสักปี เข้าไปกามั่ว ๆ เพื่อให้จะได้ไม่ต้องพูดว่า ไม่ไปสอบ แล้วพ่อกับแม่จะให้ทำยังไงในเมื่อสอบไม่ติดจนเรียนจบเภสัช ก็ลองดูว่าพ่อกับแม่จะเป็นยัง สำหรับฟิล์มคือต้องให้กำลังใจอย่างเดียวเลย วันรวมญาติพอแฟนกลับมาฟิล์มต้องรู้เลย ฟิล์มต้องเป็นที่พื้นที่ปลอดภัยของแฟน และฟิล์มก็ต้องอดทน เข้าใจเขา ไม่ทางออกนอกจากจะอดทน’

                สุดท้าย “ดีเจอ้อย” ก็ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘เราจะไปเปลี่ยนความคิดของพ่อกับแม่ก็ยาก ถ้าเราจะทำตามความคิดของพ่อแม่ทุกอย่างก็ไม่ได้ และคิดดูว่าถ้าไปสอบหมอใหม่เรื่อย ๆ การสอบได้หรือไม่ได้ จากปี 2 เริ่มไปเป็นเฟรชชีเราก็กำลังไปนั่งทบสิทธิของคนอื่น มันไม่ใช่แค่การสอบติดหมอแล้วจบ ถ้าเรียนหมอเพียงแค่พยายามอยากเป็นหมอ พอเรียนจบก็เป็นหมอที่คุณภาพไม่ดีมา 1 คน กับการที่จะต้องเสียเภสัชฝีมือดีไป 1 คน มันไม่คุ้มค่าการลงทุน แต่ทั้งหมดที่พี่พูดมาก็ไม่ใช่สิ่งที่จะต้องเอาไปอธิบายให้กับพ่อแม่ฟัง เพราะเขาก็แค่คิดว่าแล้วทำไมไม่เป็นหมอ อย่างวันร่วมญาติมีคำถามเยอะแยะมากมาย ซึ่งอธิบายยังไงเขาก็ไม่ฟัง เพียงแค่ถ้าเราไปรู้สึกกับประโยคแบบนั้นเราก็ยิ่งจะกดดันตัวเอง ถ้ามั่นใจว่าเภสัชปี 2 ที่กำลังปีนชั้นขึ้นไป เรียนจบเภสัช 6 ปี และมาเป็นบุคลากรที่มีคุณค่า กล้าที่จะเลือกในสิ่งที่ตัวเองชอบ กล้าที่จะเป็นสิ่งนั้นให้ดีที่สุดตามกำลังความสามารถของตัวเอง ฟิล์มเป็นกำลังใจให้แฟนได้ บอกกับแฟนเลย “มีคนอยากเป็นเภสัชเยอะแยะ เมื่อสอบได้ ต้องใช้สิทธินี้แทนคนอื่น ไม่ใช่สละสิทธิเมื่อตอนสอบหมอได้” ในวันหนึ่งเราต้องเดินหน้าตามความฝันของตัวเองให้ชัดเจน และคำถามของคนใด ๆ ไม่สามารถทำอะไรเราได้ ถ้าเราไม่ได้รู้กับคำถามเหล่านั้น’

เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทาง

ใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATION

รับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

related พุธทอล์ค พุธโทร RECAP

หนูทำงานมา 5 อาชีพ ทุกที่ประเมินไม่ให้ไม่ผ่านงานเลย จนตอนนี้กลายเป็นเด็กจบใหม่ ที่รู้สึกหมดกำลังใจในการมองหางาน จะสร้างความมั่นใจยังไงให้ตัวเองดีคะ? ตอนนี้มันรู้สึกเฟลไปหมดเลย

07 ก.พ. 2025

หนูทำงานมา 5 อาชีพ ทุกที่ประเมินไม่ให้ไม่ผ่านงานเลย จนตอนนี้กลายเป็นเด็กจบใหม่ ที่รู้สึกหมดกำลังใจในการมองหางาน จะสร้างความมั่นใจยังไงให้ตัวเองดีคะ? ตอนนี้มันรู้สึกเฟลไปหมดเลย

“คุณปอ (นามสมมติ)” อายุ 22 ปี สายที่สามในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา [5 ก.พ. 68] ได้โทรเข้ามาปรึกษา ‘ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม’ เกี่ยวกับปัญหาการทำงาน เปลี่ยนมาหลายที่แต่สุดท้ายก็โดนประเมินไม่ผ่าน โดย “คุณปอ (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘หนูเพิ่งจบจากมหาวิทยาลัยย่านบางเขน และกำลังหางานประจำอยู่ หนูลองสมัครงานหลายประเภท ทั้งพาร์ทไทม์ ผู้ช่วยครู และงานราชการ แต่ไม่ว่างานไหนก็รู้สึกว่าไม่ใช่สิ่งที่ชอบ พอทำไปสักพักก็ไม่แฮปปี้ ต้องลาออกเอง หรือบางครั้งก็ไม่ผ่านการประเมินงาน ตอนนี้หนูว่างงานได้ประมาณ 1 สัปดาห์แล้ว ผ่านงานมา 5 - 6 ที่ แต่ก็ยังไม่เจองานที่ใช่ ก่อนหน้านี้ เคยทำงานเลขามา 5 เดือน แต่ล่าสุดทำงานธุรการโรงเรียนได้ 1 สัปดาห์ก็ถูกประเมินว่าไม่ผ่านการฝึกงาน เขาได้ให้เหตุผลที่ว่า หนูติดโทรศัพท์ ยังทำงานเอกสารไม่คล่อง และช่วยงานองค์กรได้น้อย และหนูเคยลาออกจากงานเลขา เพราะบริษัทกำลังจะ Lay off พนักงาน หนูเลยลาออกเอง แต่ในงานผู้ช่วยครูและธุรการ หนูโดนประเมินว่าไม่ผ่าน ตอนทำงานเป็นผู้ช่วยครูที่โรงเรียนเด็กเล็ก หนูโดนตำหนิว่าเข้ากับเด็กได้ยาก และผู้ปกครองให้ฟีดแบคว่าหนูดูหน้าตึง ทำให้เด็กกลัว หนูรู้ตัวว่าไม่ค่อยเหมาะกับงานนี้ แต่ก็สมัครเพราะอยากลองพัฒนาตัวเอง จนสุดท้ายก็รู้ว่ามันไม่ใช่ นอกจากนี้ เคยทำงานพาร์ทไทม์ที่ร้านชา แต่ทำได้เพียงวันเดียวก็ถูกประเมินว่าไม่ผ่าน เพราะทำงานช้า ไม่ทันลูกค้า ทางร้านจึงให้หยุดทำต่อ หนูเป็นคนที่ค่อนข้างเฉื่อย ทำงานช้า ซึ่งกลายเป็นอุปสรรคในการทำงานและการสมัครงานครั้งต่อ ๆ ไป หนูเลยอยากขอคำปรึกษาจากพี่ๆดีเจว่า สามารถแนะนำงานที่เหมาะกับหนูได้หรือเปล่า? เพราะตอนนี้หนูยังว่างงานอยู่ และไม่รู้ว่าจะไปทางไหนดี รวมถึงจะมีวิธีแก้ไขนิสัยส่วนตัวของหนูได้บ้างไหมคะ?’ เริ่มที่ “ดีเจต้นหอม” ให้คำปรึกษาว่า ‘ลองเสพคอนเทนต์ที่ต้องใช้พลังงานเยอะ ๆ ดูว่าคนเหล่านั้นมีเอนเนอจี้ในการใช้ชีวิตยังไง หรือฟังไลฟ์โค้ช พอดแคสต์ หรือเสิร์ชหาวิธีเพิ่มเอนเนอจี้ให้ตัวเอง พี่เชื่อว่าถ้าปอได้เจองานที่ตัวเองชอบจริง ๆ ปออาจจะรู้สึกสนุกและอยากไปทำงานเองโดยไม่ต้องฝืน’ ต่อมา “ดีเจเติ้ล” ให้คำปรึกษาว่า ‘ตอนนี้ปอยังไม่ได้อยู่ในสถานการณ์ที่บีบคั้นให้ต้องดิ้นรน แต่ถ้าปอไม่ปรับตัว สุดท้ายจะไม่มีทางได้งาน และจะโดนประเมินไม่ผ่านแบบนี้ไปเรื่อย ๆ แล้ววันหนึ่งจะไม่มีกิน ปอลองคิดดูว่าตอนนี้เศรษฐกิจเป็นยังไง คนโดน Lay off ไปเยอะขนาดไหน เด็กจบใหม่มีมากขึ้นเรื่อย ๆ ถ้าเรายังมีเอนเนอจี้แบบนี้ก็ไม่มีทางรอด ไม่มีใครมาบังคับปอได้ นอกจากตัวปอเองที่ต้องหาทางทำให้รอดให้ได้’ สุดท้าย “ดีเจเผือก” ให้คำปรึกษาว่า ‘ข้อเสียของปอเป็นข้อเสียที่ทำให้หางานยากมาก ถ้ายอมรับว่าตัวเองเฉื่อย การเป็นลูกน้องก็ลำบาก ออกมาทำธุรกิจเองก็ไม่รอดเหมือนกัน สิ่งเดียวที่ช่วยได้คือต้องหางานที่สนุกและรักมันจริง ๆ เพื่อให้ตัวเองมีแรงฮึด หรือถ้ายังไม่เจอ ก็อย่ายอมแพ้ หาไปเรื่อย ๆ เพราะนี่เป็นแค่ก้าวแรก หางานแรก ๆ อาจยังไม่ใช่สิ่งที่ชอบ แต่อย่างน้อยก็จะได้รู้ว่าอะไรไม่ใช่ แล้วใช้เป็นแนวทางหาสิ่งที่เหมาะกับตัวเองต่อไป’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

เรียนอยู่ห้อง King แล้วครูถามว่าใครจะเรียนต่อสายไหน แต่พอหนูยกมือตอบ เรียนสายอาชีพ เพื่อนหนูที่เรียนเก่งๆในห้องคนนึง พูดขึ้นมาว่า เรียนสายอาชีพ คือ “คนชั้นต่ำ” หนูได้ยินแบบนั้นแล้วเฟลไปเลย เก็บมาคิดมากถึงตอนนี้ พี่ๆคิดเห็นยังไงกันบ้างคะ?

21 ก.พ. 2025

เรียนอยู่ห้อง King แล้วครูถามว่าใครจะเรียนต่อสายไหน แต่พอหนูยกมือตอบ เรียนสายอาชีพ เพื่อนหนูที่เรียนเก่งๆในห้องคนนึง พูดขึ้นมาว่า เรียนสายอาชีพ คือ “คนชั้นต่ำ” หนูได้ยินแบบนั้นแล้วเฟลไปเลย เก็บมาคิดมากถึงตอนนี้ พี่ๆคิดเห็นยังไงกันบ้างคะ?

“คุณจิน (นามสมมติ)” อายุ 15 ปี สายที่หนึ่งในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา [19 ก.พ. 66] ได้โทรเข้ามาปรึกษา “ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม” เกี่ยวกับปัญหาการเลือกเรียนต่อสายอาชีพ โดย “คุณจิน (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘หนูกำลังเครียดมาก เพราะเพื่อนในห้องพูดใส่ว่า “พวกชั้นต่ำ” แค่เพราะหนูเลือกจะไปเรียนสายอาชีพ จริง ๆ เพื่อนคนนี้เป็นคนที่ชอบเหน็บแนมคนอื่นอยู่แล้ว ทุกคนในห้องรู้ดีว่าเขาเรียนเก่ง ดีทุกอย่าง แต่สิ่งที่เขาไม่มีคือ มารยาท ตอนนี้หนูใกล้จะจบ ม.3 แล้ว ก็จะมีครูประจำชั้นถามว่า มีใครจะไปเรียนสายอาชีพบ้าง? หนูเป็นคนเดียวทั้งห้องที่ยกมือขึ้น ซึ่งต้องบอกก่อนว่าหนูอยู่ห้องคิง ส่วนใหญ่เพื่อน ๆ จะไปต่อ ม.ปลายโรงเรียนดัง ๆ ซึ่งแน่นอนว่าหลายคนก็คงแปลกใจว่าทำไมหนูถึงเลือกเส้นทางนี้ พอครูเห็นว่ามีหนูคนเดียวที่ยกมือ ครูก็ไม่ได้ว่าอะไร แนะนำดีมากด้วยซ้ำ แต่ก็พูดว่า สายอาชีพไม่ได้ใบปริญญานะ มันจะได้ใบอนุปริญญา ถ้าอยากได้ปริญญาต้องไปเรียนต่ออีกสองปี แล้วทันทีที่ครูพูดจบ เพื่อนคนนั้นก็สวนขึ้นมาเสียงดังว่า ก็มันต่ำไง ก็คือพวกชั้นต่ำไง ตอนนั้นในใจหนูก็สงสัยว่าใครพูด หนูหันไปมอง แล้วก็รู้ทันทีว่าเป็นเพื่อนคนนั้น คำพูดนั้นทำให้หนูรู้สึกแย่มาก โคตรนอย ทำให้หนูพูดอะไรไม่ออก แต่สิ่งที่ทำให้หนูดีใจมากที่สุดคือครูสวนกลับแทนหนูว่า เธอนั่นแหละที่ชั้นต่ำ เรียนเก่ง บ้านรวยก็จริง แต่ไม่มีมารยาทเลย ตอนนั้นบอกเลยว่าสะใจ แต่ถึงอย่างนั้น ในใจหนูก็ยังนอยอยู่ว่าหนูผิดเหรอที่เลือกเรียนสายอาชีพ ในสายตาเพื่อน หนูคือ “พวกชั้นต่ำ” จริง ๆ เหรอ? ส่วนเหตุผลที่หนูเลือกเรียนสายอาชีพเพราะที่บ้านหนูไม่ได้มีกำลังพอจะส่งเรียนสูง ๆ และหนูเองก็ไม่ได้คิดจะเข้ามหาลัยแต่แรก หนูแค่เลือกเส้นทางที่เหมาะกับตัวเองที่สุด แต่พอเห็นสายตาเพื่อนทั้งห้องที่มองมา ตอนนั้นมันก็อดคิดไม่ได้ว่า พวกเขาจะมองเรายังไง? บางคนก็ยังมาถามซ้ำว่า คิดดีแล้วเหรอที่จะไปเรียนสายอาชีพ? หนูอยากปรึกษาพี่ๆดีเจว่า หนูเลือกผิดรึเปล่าที่มาทางนี้ และในสายตาเพื่อน เราคือพวกชั้นต่ำจริงหรอ? เริ่มที่ “ดีเจต้นหอม” ให้คำปรึกษาว่า ‘เรื่องการเรียนสายอาชีพ พี่ว่าในทุกวันนี้เรียนในสิ่งที่ชอบไปเลย ใบปริญญามันก็สำคัญแต่ว่าถ้ามันมีเป้าหมายที่แข็งแรงแล้ว เราสามารถไปทางนั้นได้เลย ทีนี้เพื่อนที่มองว่าชั้นต่ำ พี่ว่ามันน่าจะมีคนเดียว แต่คนอื่นที่ถามเพราะถามด้วยความห่วงใย แต่ถ้าวันนี้มีเป้าหมายชัดเจนว่าอยากหาเงิน ก็ไม่ต้องแคร์ ส่วนเพื่อนคนนั้น การที่โดนอาจารย์แก้ต่างให้เรา มันเจ็บกว่านะ เพราะการต่ำโดยทัศนคติ มันคือต่ำที่สุดแล้ว เราแค่รู้จักตัวเราดีก็พอ และชีวิตในอนาคตจะเจออะไรอีกเยอะ’ ต่อมา “ดีเจเผือก” ให้คำปรึกษาว่า ‘พี่ว่าเรื่องเพื่อนด่าว่าชั้นต่ำไม่สำคัญเลย วันนี้ลองตั้งเข็มทิศชีวิตใหม่ มองอนาคตตัวเอง เรื่องทุนการศึกษามหาวิทยาลัยก็มีสำหรับคนที่ขาดแคลน ต้องถามตัวเองว่าอยากทำงานอะไร การเลือกเรียนคอมพิวเตอร์ธุรกิจแค่เพราะเรียนมาตอนมัธยม พี่ไม่แน่ใจว่าถูกเลือกที่ถูกหรือเปล่า สายอาชีพบางอันมีทักษะติดตัวมากกว่า แต่ก็อยากให้เปิดโอกาสมหาวิทยาลัยด้วย เพราะสามารถขอทุนได้ อย่ายึดติดกับสายอาชีพหรือสามัญ แค่หาข้อมูลให้ชัดเจนก่อนเลือกเรียน’ สุดท้าย “ดีเจเติ้ล” ให้คำปรึกษาว่า ‘พี่ว่าทุกคนคงเห็นเหมือนกันว่า มีแค่คนนั้นที่มองว่าการเรียนสายอาชีพมันเป็นเรื่องชั้นต่ำ เพราะพี่รู้สึกว่าเรียนอะไรก็ได้ แต่สุดท้ายปลายทางมันไม่ได้วัดกันแค่ใบปริญญาเท่านั้น สำหรับพี่นะ แต่สิ่งที่สำคัญคือการตั้งใจ ไปให้ได้ ไปให้รอด แล้วไปให้สุด ส่วนเพื่อนคนที่บอกว่าเรียนสายอาชีพชั้นต่ำก็ไม่ได้ต่างอะไรกับคนที่นั่งเครื่องบินแล้วดูถูกคนเดินถนน คนที่คิดแบบนั้นแล้วพูดออกมาด้วยความไม่กรั่นกรองก็คือเรียลชั้น G ของแท้’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามชมใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

เมื่อก่อนผมไม่ค่อยมั่นใจในตัวเอง จนผมเล่นฟิตเนสแล้วภูมิใจกับหุ่นตัวเองตอนนี้มากๆ เลยถ่ายรูปลงโซเชียล แต่แฟนผมไม่เข้าใจ เหมือนเขาบอกเราโพสเรียกแขก จะทำยังไงให้แฟนเข้าใจดีครับ? ที่ถ่ายลงก็อยากสร้างแรงบัลดาลใจให้คนอื่นๆด้วย

27 ก.พ. 2024

เมื่อก่อนผมไม่ค่อยมั่นใจในตัวเอง จนผมเล่นฟิตเนสแล้วภูมิใจกับหุ่นตัวเองตอนนี้มากๆ เลยถ่ายรูปลงโซเชียล แต่แฟนผมไม่เข้าใจ เหมือนเขาบอกเราโพสเรียกแขก จะทำยังไงให้แฟนเข้าใจดีครับ? ที่ถ่ายลงก็อยากสร้างแรงบัลดาลใจให้คนอื่นๆด้วย

“คุณแบงค์ (นามสมมติ)” อายุ 29 ปี สายสุดท้ายในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา [21 ก.พ 67] ได้โทรเข้ามาปรึกษา ดีเจเผือก – ดีเจเติ้ล – ดีเจอ้อย นภาพร เกี่ยวกับปัญหาชีวิตคู่ โดย “คุณแบงค์(นามสมติ)” ได้เล่าว่า ‘ผมกับแฟนเป็นคู่รัก LGBTQ+ ที่คบกันมาประมาณ 3 ปีกว่า ๆ ซึ่งตอนแรกที่ผมคบกับแฟน ผมเป็นคนออกกำลังกายอยู่แล้ว แต่ไม่มั่นใจในตัวเอง เลยไม่ค่อยได้ลงรูปอวดหุ่นลงโซเชียล จนมาถึงช่วงหลัง ๆ ผมเริ่มมีความมั่นใจในหุ่นตัวเอง ก็ได้มีการลงรูปอวดหุ่นบนโซเชียลมากขึ้น จึงทำให้แฟนผมมองว่า ผมเริ่มเปลี่ยนไปจากช่วงแรกที่คบกัน เป็นการลงโปรโมทตัวเองหรือเปล่า ผมก็ได้มีการถามกับแฟนไปว่า “จะให้ผมเลิกเล่นโซเชียลเลยหรือเปล่า” แต่แฟนผมก็มองว่า “มันคงเป็นการจำกัดสิทธิ์ผมเกินไป” ผมก็ไม่รู้ว่าผมจะต้องทำยังไง ซึ่งผมก็เอาชื่อแฟนมาใส่บนไบโอไอจี และลงรูปกับแฟนในสตอรี่ปกติ แต่รูปที่ผมลงอวดหุ่นก็จะมีคนอื่นมาแซว และส่งข้อความมาหา แฟนผมเห็นแล้วก็จะมาถามผมว่า คนนี้ใคร เวลาที่แฟนหึงก็จะนิ่งไป ผมจึงอยากถามว่า ผิดไหมที่ผมลงรูปอวดหุ่นบนโซเชียล?’ งานนี้ “ดีเจเผือก” ก็ได้ให้คำปรึกษาเป็นคนแรกว่า ‘ต้องให้แฟนทำความเข้าใจก่อนว่า เป็นเรื่องธรรมชาติของคนที่ออกกำลังกาย ที่จะหลงใหลในการเปลี่ยนแปลงของร่างกายตัวเอง อุส่าห์มีวินัยในการออกกำลังกายกี่วันต่ออาทิตย์ วินัยในการเลือกกิน เมื่อส่งผลดีต่อร่างกาย มีกล้ามก็จะส่องกระจกบ่อยขึ้น และจะถ่ายรูปลงโซเชียลมากขึ้น เพราะนั้นคือผลลัพธ์ของการพยายาม ก็อยากให้แฟนคุณแบงค์เบาใจขึ้นนิดนึง เพราะคนส่วนใหญ่เขาก็เป็น ส่วนปัญหาที่ว่าคุณแบงค์ลงรูปกับแฟนแค่ในสตอรี่ ก็อยากให้ลงเป็นโพสต์มากขึ้น ทำให้แฟนรู้สึกว่ามีเขาอยู่ ที่ยังเป็นเจ้าของกล้ามอันนี้อยู่ ต่อมา “ดีเจเติ้ล” ก็ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘ที่จริงแล้วมันเป็นสิทธิ์ของคุณแบงค์ ที่จะลงหรือไม่ลง ส่วนคนที่จะนอกใจ จะลงรูปหรือไม่ลงรูป ยังไงก็นอกใจ ด้วยความที่คุณแบงค์มีกล้ามแล้วดูดีขึ้น ก็อาจจะทำให้แฟนหวง ยิ่งพอลงรูปแล้วมีคนส่งข้อความมาหา คนที่เป็นแฟนคงรู้สึกว่ามันจะยังไงและยังคงเป็นเหมือนเดิมไหม หรือยังจะรักกันเหมือนเดิมหรือเปล่า สิ่งที่จะทำให้แฟนรู้สึกสบายใจขึ้นก็คือ ต้องลงรูปคู่กับแฟนบ้าง เพราะอย่างน้อยจะได้บอกกับชาวโลกว่า คุณแบงค์ไม่ได้โสด ถ้าทำแบบนี้ก็อาจจะทำให้แฟนรู้สึกสบายใจขึ้น ถ้านอกเหนือจากนี้คุณแบงค์ก็ต้องทำให้แฟนเห็นว่าจะลงรูปยังไง คุณแบงค์ก็ไม่มีทางนอกใจแฟนแน่นอน สุดท้ายแล้วก็ขึ้นอยู่กับการกระทำด้วยว่า ยังไงก็ไม่นอกใจเขาแน่นอน’ สุดท้าย “ดีเจพี่อ้อย” ก็ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘เราต้องมีทัศนคติอันนี้ก่อนว่า ดีจังเลยที่แฟนยังหึงเราอยู่ เพราะถ้าเราไม่มีความสำคัญต่อใจเขาแล้ว เขาก็ไม่จำเป็นที่จะต้องหึง จะทำอะไรก็ทำเลย เพียงแต่ตอนนี้พี่อ้อยอยากให้แบงค์แก้ปัญหาให้ตรงปัญหา อย่าแก้ปัญหาด้วยการไปตีฟูปัญหา เช่น “งั้นจะไม่ให้ลงเลยไหมละ” ซึ่งมันไม่ถึงขั้นนั้น แฟนก็อยากให้คุณแบงค์มีความสุขในการใช้โซเชียล แต่แฟนคงเป็นห่วงว่าจะมีคนอื่นเข้ามายุ่งในความสัมพันธ์เราไหม วิธีเดียวที่จะแก้ปัญหาได้ คือคุณแบงค์ต้องสร้างความมั่นใจให้กับแฟน เช่น เวลาลงรูปก็ถามแฟนว่า “แฟนไม่สบายใจกับรูปไหนหรือเปล่า ทำไมหรอ แต่เราภูมิใจนะที่เธอหวง จริง ๆ แล้วที่เราลงรูปไปเพราะเป็นความภาคภูมิในตัวเรา และเธอภูมิใจเถอะ เพราะฉันเลือกเธออยู่แล้ว” พี่อ้อยมองว่าถ้าเราสื่อสารกันทางบวกก็เป็นเรื่องที่ดี คุณแบงค์ยังมีความสุขในการลงรูปในโซเชียลเหมือนเดิม แต่ต้องสร้างความเชื่อใจให้แฟนมากขึ้น ว่าที่สุดแล้วเราเลือกเขา เพราะนี่คือปัญหาความรักที่อาจจะห่วงมากไปหน่อย แต่ถ้าเป็นปัญหาเรื่องของไม่รัก อันนี้พี่ว่าแก้ยากมากกว่า’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

คุยกับผู้ชาย 2 คนพร้อมกันมา 6-7 เดือน ทั้งสองเริ่มต้องการความชัดเจน แต่เราไม่รู้จะเลือกใคร 1.รุ่นน้องแสนดี เพอร์เฟคตามที่เราอยากได้ อนาคตดี แต่ไม่รู้สึกรัก 2.รุ่นพี่ นิสัยเจ้าชู้ ไม่อยากแต่งงานมีลูก

26 ม.ค. 2024

คุยกับผู้ชาย 2 คนพร้อมกันมา 6-7 เดือน ทั้งสองเริ่มต้องการความชัดเจน แต่เราไม่รู้จะเลือกใคร 1.รุ่นน้องแสนดี เพอร์เฟคตามที่เราอยากได้ อนาคตดี แต่ไม่รู้สึกรัก 2.รุ่นพี่ นิสัยเจ้าชู้ ไม่อยากแต่งงานมีลูก

คุยกับผู้ชาย 2 คนพร้อมกันมา 6-7 เดือนทั้งสองเริ่มต้องการความชัดเจน แต่เราไม่รู้จะเลือกใคร1.รุ่นน้องแสนดี เพอร์เฟคตามที่เราอยากได้ อนาคตดี แต่ไม่รู้สึกรัก2.รุ่นพี่ นิสัยเจ้าชู้ ไม่อยากแต่งงานมีลูกส่วนเราอยากแต่งอยากมีลูกแต่คนนี้รู้สีกรัก ถ้าเป็นทุกคนจะเลือกใครดีคะ? “คุณซัน (นามสมมติ)” อายุ 32 ปี สายที่ 2 ในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา [ 24 ม.ค. 67 ] ได้โทรมาปรึกษา ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล และดีเจต้นหอม เกี่ยวกับการตัดสินใจว่าจะเลือกใคร ระหว่างคนดีหรือคนที่ชอบ โดย “คุณซัน (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘หนูได้รู้จักกับคน 2 คนในเวลาเดียวกัน ซึ่งเป็นรุ่นพี่คนนึงอายุ 38 ปี และรุ่นน้องอีกคนนึงอายุ 28 ปี เจอกันในแอปพลิเคชัน เราตกลงกันกับทั้ง 2 คนเลยว่าจะเป็นเพื่อน เป็นพี่น้องที่คุยกันไปเรื่อย ๆ เรายังไม่เคยเจอกันเลย แต่พอเวลาผ่านไป ความสัมพันธ์เราก็เริ่มพัฒนาขึ้น มีนัดเจอกันบ้าง ทำทุกอย่างที่เหมือนแฟน แต่ยังไม่ได้อยู่ในสถานะแฟน มีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับทั้ง 2 คน แต่สำหรับหนูเรื่อง SEX ไม่ใช่ปัจจัยหลัก จนตอนนี้ระยะเวลาผ่านมาครึ่งปีแล้ว ทั้ง 2 คนก็เริ่มอยากได้คำตอบสถานะที่ชัดเจน ซึ่งรุ่นพี่รู้ว่าหนูมีอีกคนอยู่ แต่รุ่นน้องไม่รู้เลย หนูไม่รู้ว่าจะเลือกทางไหนดีเพราะว่าคนที่เป็นรุ่นน้อง ค่อนข้างที่จะดูแลเทคแคร์ดีทุกอย่าง มีอนาคตเป็นแบบที่เราต้องการเลย แต่ยังมีความคิดที่ดูเป็นเด็กอยู่ ด้วยความที่เขาอายุน้อยกว่าเรา แต่ไม่ถึงขั้นทำให้เรา Toxic และหนูไม่ได้รู้สึกรัก ส่วนอีกคนนึงเป็นรุ่นพี่ เขาก็ดูแลเทคแคร์ดีเหมือนกัน แต่ไม่เท่ากับรุ่นน้อง และค่อนข้างที่จะเจ้าชู้นิดนึง แต่สำหรับหนู หนูรับได้และคิดว่าเอาอยู่ แล้วหนูก็รู้สึกว่ารักคนนี้มากกว่า แต่เรามองอนาคตไม่เหมือนกัน เพราะเป้าหมายหลักของหนู คือ อยากแต่งงาน หนูอยากฟังความคิดเห็นพี่ๆ ว่าหนูควรเลือกทางไหนดีคะ? ซึ่ง “ดีเจเติ้ล” ให้คำแนะนำว่า ‘ถ้าเราคุยกันด้วยเหตุผล แนะนำให้เลือกรุ่นน้อง เพราะว่าข้อเสียมันไม่ได้ทำลายชีวิตคู่เท่ากับคนที่ 2 แต่ถ้าเป็นเรื่องของหัวใจ ก็ต้องเลือกคนที่ 2 เพราะว่าทุกอย่างที่คุณซันไม่แน่ใจหรือกังวล ถ้าสุดท้ายเป็นแฟนกันจริง ๆ มันอาจจะไม่เกิดเหตุการณ์ที่คุณซันกังวลก็ได้ สุดท้ายแล้วรู้สึกว่าการที่เราจะรักใครก็ต้องฟังหัวใจตัวเอง ส่วนคนแรกคุณซันก็มีความรู้สึกแหละ แต่แค่ไม่เท่ากับคนที่ 2 เพราะไม่อย่างนั้นคุณซันไม่คุยมาจนถึงตอนนี้หรอก แต่ถ้าพี่เป็นเพื่อน พี่ก็จะบอกว่า เลือกคนที่ชอบไป ถ้าอนาคตเป็นยังไงก็ต้องยอมรับผลที่ตัวเองเลือก’ ต่อมา “ดีเจเผือก” แนะนำว่า ‘ให้เลือกรุ่นพี่ เพราะคุณซันเลือกมาตั้งแต่แรกอยู่แล้ว มาลองให้รู้ว่าจะรับนิสัยความเจ้าชู้ได้จริงไหม? ส่วนเรื่องแต่งงานเขาอาจจะเปลี่ยนใจในอนาคตก็ได้ แต่ถ้ารู้สึกว่าเริ่มเสียเวลา ทนไม่ไหวแล้ว เราค่อยไปตามหาคนที่มีนิสัยเหมือนรุ่นน้อง แต่อาจจะไม่ใช่คนเดิมก็ได้ ซึ่งก็ไม่รู้ว่าจะเจอหรือป่าว เพราะเวลาที่ผ่านไปเรื่อย ๆ คนดี ๆ ก็เริ่มไปมีครอบครัวกันหมด ตัวเลือกก็จะน้อยลง ผมขอให้เป็นการตัดสินใจที่ดี’ และ “ดีเจต้นหอม” แนะนำว่า ‘เพชรอยู่ตรงหน้าไม่เลือก เพราะหินก่อนนั้นมันใหญ่กว่า ฉันอยากจะท้าทายโดยการเจียระไน เผื่อว่ามีเพชรอยู่ข้างใน แต่ถ้าวันนึงเธอรู้ว่าหินก้อนนี้ไม่ใช่เพชรขึ้นมา แต่เพชรเม็ดนั้นมีคนอื่นเอาไปแล้ว เธอจะตามหาสิ่งเหล่านั้นไม่ได้แล้วนะ ซึ่งรุ่นน้อง คุณซันบอกเองว่าผู้ชายคนนี้ไม่มีข้อเสียอะไรเลย ในขณะที่รุ่นพี่มีข้อเสียใหญ่มากคือเป้าหมายไม่ตรงกัน เรายังอยากจะเอาเวลาของเราไปเล่น คนที่เขารักเรา เขาทะนุถนอมและเทคแคร์เราเพราะเราคือคนสำคัญสำหรับเขา แล้วความสุขมันเกิดด้วย เพราะเราเลือกเหตุผลมากกว่าหัวใจ อันนี้คือสำหรับหอมนะ เมื่อกี้หอมถามว่าซันมีเวลาเล่นกับตัวเองกี่ปีที่อยากแต่งงาน ซันบอก 3 ปี ฉะนั้น 3 ปี มันน้อยมากเลย ที่จะไปลองกับคนนี้ ที่จะเสี่ยงทิ้งเพชรอันนี้ไป แต่ถ้าอยากเสี่ยงก็ต้องยอมรับความผิดหวังให้ได้ สิ่งที่ต้องรับให้ได้เลยคือเพชรก้อนนี้ต้องตกไปอยู่ในมือคนอื่น’ สุดท้ายนี้พี่ ๆ ดีเจทั้ง 3 คน ขอให้สิ่งที่คุณซัน ตัดสินใจเป็นสิ่งที่ดีที่สุดเรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

album
efm
-

-