พ่อหนู เขาชอบเอาเฟซบุ๊กของแม่ไปเล่น แล้วโพสอะไรที่เสี่ยงโดนทัวร์ลง เอาสถานการณ์บ้านเมือง มาทำเป็นเรื่องตลก บอกพ่อแล้ว แต่พ่อให้เหตุผลว่า เฟซบุ๊กแม่เพื่อนเยอะ พ่อก็เลยอยากโพส ตอนนี้หนูเป็นห่วงแม่

พุธทอล์ค พุธโทร RECAP

พ่อหนู เขาชอบเอาเฟซบุ๊กของแม่ไปเล่น แล้วโพสอะไรที่เสี่ยงโดนทัวร์ลง เอาสถานการณ์บ้านเมือง มาทำเป็นเรื่องตลก บอกพ่อแล้ว แต่พ่อให้เหตุผลว่า เฟซบุ๊กแม่เพื่อนเยอะ พ่อก็เลยอยากโพส ตอนนี้หนูเป็นห่วงแม่

30 มิ.ย. 2025

พ่อหนู เขาชอบเอาเฟซบุ๊กของแม่ไปเล่น แล้วโพสอะไรที่เสี่ยงโดนทัวร์ลง เอาสถานการณ์บ้านเมือง

มาทำเป็นเรื่องตลก บอกพ่อแล้ว แต่พ่อให้เหตุผลว่า เฟซบุ๊กแม่เพื่อนเยอะ พ่อก็เลยอยากโพส

ตอนนี้หนูเป็นห่วงแม่ว่า ถ้าพ่อยังทำต่ออีกเรื่อยๆ อนาคตอาจจะเกิดกระทบต่อแม่ได้

เรื่องนี้ปรึกษาพี่ชายแล้ว พี่ชายบอกว่า ไม่ต้องไปยุ่งอะไรกับพ่อ ปล่อยให้เขาทำไป

แต่หนูเห็นโพสแล้วก็อดเป็นห่วงแม่ไม่ได้ 

            “คุณก้าน (นามสมมติ)” สายที่สองในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา [25 มิ.ย 68] ได้โทรเข้ามาปรึกษา “ดีเจเผือก – ดีเจเติ้ล – ดีเจต้นหอม” เกี่ยวกับปัญหาพ่อเอาเฟซบุ๊กแม่มาโพสต์สุ่มเสี่ยง

            โดย “คุณก้าน (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘พ่อชอบเอาเฟซบุ๊กแม่ไปโพสต์เล่น แล้วโพสต์ล่าสุดจริง ๆ มันเป็นเหมือนโพสต์ตลก แต่หนูรู้สึกว่ามันสุ่มเสี่ยง เพราะมันเกี่ยวกับบ้านเมือง หนูเลยค่อนข้างเป็นห่วงแม่ เพราะมันไม่ใช่แนวที่แม่จะทำ ปกติแม่ลงแต่เรื่องผ้าปัก หนูจึงถามพ่อ เขาให้เหตุผลมาว่า “เขาเพื่อนในเฟสน้อย อยากให้แม่ลองโพสต์อะไรออกสื่อบ้าง”

            ซึ่งตอนโพสต์แม่น่าจะรู้ เพราะเหมือนก่อนหน้านี้ พ่อได้เอาเฟซบุ๊กแม่ไปโพสต์เกี่ยวกับเรื่องไปเที่ยว ในส่วนนี้หนูไม่ติดอะไร ตอนแรกที่เห็น หนูคิดว่าพ่อโพสต์ จึงไม่ได้อะไร เพราะปกติพ่อเขาเป็นคนตลก แต่จะเจ้าอารมณ์หน่อย แล้วหนูพึ่งมาเห็นว่าเป็นเฟซบุ๊กแม่ที่โพสต์ หนูจึงทักไปถามพ่อว่า “ทำไมไม่เอาเฟซบุ๊กตัวเองโพสต์ มันไม่ควรหรือเปล่า ทำไมถึงเอาเฟซบุ๊กแม่ไปโพสต์แบบนั้น” พ่อจึงตอบกลับแนวประชด ๆ กวน ๆ มาประมาณว่า “พ่อก็โพสต์ไปแบบขำ ๆ อย่าซีเรียส ใครไม่โอเคก็เรื่องของเขา” แต่กลายเป็นว่าตัวของหนูเองที่ไม่โอเค จึงพูดกับพ่อไปว่า “ลูกไม่โอเค คือ ลูกต้องต้องไปจัดการตัวเองใช่ไหม” พ่อจึงตอบกลับมาว่า “ถูกต้อง”

            หนูยังไม่เคยคุยเรื่องนี้กับแม่เลย เพราะเขาอยู่ด้วยกันสองคนที่ต่างจังหวัด ส่วนหนูอยู่กรุงเทพ พ่อเขาจะเป็นคนเอาโทรศัพท์ของแม่ไปเล่นเป็นเหมือนของตัวเองเลย ก่อนหน้านี้พ่อเขาไม่ได้โพสต์เชิงนี้ มีแต่โพสต์รูปไปเที่ยว, เช็คอิน แค่นั้นเลย แต่จะใช้เฟซบุ๊กแม่ลง อีกทั้งพ่อเขาจะเอาเฟซบุ๊กตัวเองไปเมนต์ในโพสที่ลงในเฟซบุ๊กแม่อีกที คือเจตนาของหนูคือหนูแค่เป็นห่วงแม่เฉย ๆ กลัวในอนาคตเผื่อพ่อไปทำอะไรมากกว่านี้มันจะมีปัญหา คือถ้าโพสต์ไปอยู่ในเฟซบุ๊กพ่อหนูจะไม่อะไรเลย รวมถึงจริง ๆ พ่อเขาเป็นข้าราชการเกษียณ หนูเลยค่อนข้างห่วงเขาด้วย’

            โดยดีเจทั้งสาม (ดีเจเผือก – ดีเจเติ้ล – ดีเจต้นหอม) ได้ให้คำปรึกษาไปในทิศทางเดียวกันว่า ‘จริง ๆ พ่อเขาคงตั้งใจให้มันเป็น comedy แต่ว่าข้อความและแคปชั่น มันค่อนข้าง sensitive ซึ่งจริง ๆ หนูควรบอกเขาเรื่องนี้ อย่างแรกคือ ควรเริ่มต้นคุยกับแม่ก่อนว่า “แม่โอเคไหม กลัวไหม” ซึ่งถ้าแม่บอกกลับมาว่า  “โอ๊ย แม่ชอบ แม่ก็ขำด้วยเนี่ย” แบบนี้ก้านจะทำอย่างไร คงทำได้เพียงแค่เตือนไปว่า “โพสต์อะไร ให้ระวัง ๆ หน่อย” หรืออาจจะต้องพูดบอกทั้งแม่และพ่อไปว่า“เรื่องนี้มันค่อนข้างเสี่ยงมาก หากมีคนไม่หวังดี เอาไป เดี๋ยวมันจะเป็นเรื่องไป อย่าไปเล่นเรื่องนี้ ข้อความมันแรงไปหน่อย ไปเล่นเรื่องอื่นแทน

                จริง ๆ มันแก้แค่ไม่กี่คำ แค่ดึงบางคำออกมันจะเซฟขึ้นเยอะ แต่นึกภาพออกนะว่าคนแก่ อาจจะอารมณ์ขันประมาณนี้ พี่แนะนำคือ เตือนพ่อได้ ซึ่งพ่ออาจจะเข้าใจ แต่เขาอาจจะตอบกวน ๆ กลับมา แต่ว่าอนาคตเขาอาจจะระวังขึ้น ถ้าเขาไม่ระวัง หากเขาโดนทัวร์ลงครั้งนึง เดี๋ยวเขาจะระวังขึ้นเอง อาจจะรีพอร์ต ลบโพสต์เฟซบุ๊กแม่ หรือไม่ก็ไปแก้ไขโพสต์ให้เป็น privacy ให้เห็นแค่ only me เลย เขาจับไม่ได้หรอก อีกทั้งหนูเองอยู่ไกลแม่ ไม่สามารถ control ได้ หนูอาจจะต้องสอนแม่อีกที มันสามารถจัดการได้คุณก้าน ลองคุยดูนะ’

เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทาง

ใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATION

รับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

related พุธทอล์ค พุธโทร RECAP

หนูเลิกกับแฟนมาแล้ว 3 ปี แต่ 3 ปีที่ผ่านมา เขาตามหนูไปแทบทุกที่ หนูจะไปไหน ทำอะไร ก็จะเจอเขา ไปเที่ยวกับเพื่อน เขาก็จะมาตามที่ร้าน เดินหนีไปห้องน้ำ เขาก็จะเดินตามไปดักรอหน้าห้องน้ำ บางวันมายืนรอหน้าหอ เขามาบ้านหนูจนเป็นเรื่องปกติ มาทักทายแม่

25 ก.ค. 2025

หนูเลิกกับแฟนมาแล้ว 3 ปี แต่ 3 ปีที่ผ่านมา เขาตามหนูไปแทบทุกที่ หนูจะไปไหน ทำอะไร ก็จะเจอเขา ไปเที่ยวกับเพื่อน เขาก็จะมาตามที่ร้าน เดินหนีไปห้องน้ำ เขาก็จะเดินตามไปดักรอหน้าห้องน้ำ บางวันมายืนรอหน้าหอ เขามาบ้านหนูจนเป็นเรื่องปกติ มาทักทายแม่

หนูเลิกกับแฟนมาแล้ว 3 ปี แต่ 3 ปีที่ผ่านมา เขาตามหนูไปแทบทุกที่ หนูจะไปไหน ทำอะไร ก็จะเจอเขาไปเที่ยวกับเพื่อน เขาก็จะมาตามที่ร้าน เดินหนีไปห้องน้ำ เขาก็จะเดินตามไปดักรอหน้าห้องน้ำบางวันมายืนรอหน้าหอ เขามาบ้านหนูจนเป็นเรื่องปกติ มาทักทายแม่ ทำเป็นซื้อของมาฝากอ้างว่ามาเพราะมีแมวที่เลี้ยงด้วยกัน มาหาแมวด้วย ตอนที่เรามีแฟนใหม่ แฟนใหม่เราก็เป็นคนใจเย็นไม่ได้ว่าอะไรแฟนเก่าเราคนนี้ ตอนนี้เรากลับมาโสดอีกครั้ง แฟนเก่าเราคนนี้ยิ่งเข้ามาวนเวียนในชีวิตบ่อยเกินรู้สึกไม่โอเคเลย หนูควรจะทำยังไงดีคะ? “คุณนิว (นามสมมติ)” อายุ 24 ปี เป็นสายที่ 2 ในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา [23 ก.ค 68] ได้โทรเข้ามาปรึกษา “ดีเจต้นหอม - ดีเจเติ้ล - ดีเจเผือก” เกี่ยวกับปัญหาแฟนเก่าที่ตามง้อไม่เลิกแถมยังมาคุกคามถึงบ้าน อยากรู้ว่าเราควรจะรับมือกับเขายังไงดี? โดย “คุณนิว (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘แฟนเก่ายังตามง้อไม่เลิกและไม่ให้เกียรติเราเลย เราเลิกกันได้ 3 ปีแล้ว ตลอดเวลาที่เลิกกันเขาก็จะตามมาหาเราที่หอบ้าง ที่บ้านบ้าง โดยอ้างว่าซื้อของมาให้คุณแม่ คือเราคบกันแบบเปิดเผย ตอนเลิกกันก็บอกแม่ว่าเลิกกัน แต่แม่เอ็นดูเขา ช่วงเทศกาลเขาก็มาหาคุณแม่ เราก็เคยเลี้ยงแมวด้วยกัน เขาอ้างว่ามาหาแมว และก่อนหน้าที่เราจะกลับมาอยู่บ้าน ตอนนั้นเขาก็มายืนรอหน้าหอพักหลังเลิกงาน แล้วก็บอกว่า ขอเข้าไปในห้องด้วยได้ไหม เขาขอร้องเราแต่เราก็ปฏิเสธไป เหตุผลที่เราเลิกกันเพราะความ TOXIC มีปัญหาทะเลาะกัน แล้วเขาก็ขู่จะทำร้ายเราด้วย ปีแรกที่เลิกกันไป เราก็มีแฟนใหม่ แต่เขาก็ยังตามเราอยู่ แฟนใหม่เราก็ไม่โอเค แต่แฟนใหม่เราเป็นคนใจเย็น เวลาเราออกไปดื่มก็เจอแฟนเก่า ออกกี่รอบก็เจอตลอด ไม่ว่าจะกี่ร้าน บางทีเราไม่ได้เจอกับเขาโดยตรง แต่เราดันไปเจอคนรู้จักของเขา คนนั้นก็เขาก็เอาไปบอกแฟนเก่าว่าหนูอยู่ที่นี่ ในโซเชียลเขาก็จะชอบแชร์เหมือนเรายังคบกันอยู่ ทำตัวเป็นเจ้าของ หนูเลยมองว่าเขาไม่ให้เกียรติเรา แม่เราก็ไม่กล้าบอกให้เขาออกไปจากเรา เพราะเขาดีต่อกันและไม่ได้มีปัญหาอะไรกัน ตอนไปเที่ยวสงกรานต์เจอคนรู้จักของเขาก็ถามถึงแฟนเก่าหนู เหมือนเขาไม่รู้ว่าเราเลิกกันแล้ว เราเจอแฟนเก่าที่ร้านเหล้าประมาณอาทิตย์ละครั้ง พอเจอกันเขาก็เดินเข้ามาในร้าน แล้วมานั่งจ้อง เพื่อนในกลุ่มก็ไม่รู้จะทำยังไงกัน เพราะเขาก็เป็นรุ่นพี่ เคยลงสตอรี่ว่าเราจบกันไปแล้วด้วย แต่เขาก็ยังชอบลงอะไรเกี่ยวกับหนู พฤติกรรมก็แปลกขึ้นเรื่อย ๆ เหตุการณ์ล่าสุด คือ ตอนเราไปดื่มกับเพื่อน เขาก็มาช่วงร้านจะปิด เขามานั่งข้างเราแล้วพยายามจะจับมือ จับแขนเรา เราก็แสดงอาการขัดขืนแต่ไม่อยากพูดหักหน้าเขา เราเลยลุกหนีแล้วเข้าห้องน้ำ ซึ่งเวลาหนูเข้าห้องน้ำ เขาก็จะตามไปยืนรอหน้าห้องน้ำ แล้วบอกว่าให้เคลียร์กันก่อน แรก ๆ เขาเคยขู่ว่าจะทำร้ายตัวเองด้วยถ้าเราไม่คืนดี เพื่อน ๆ ก็แนะนำว่าให้ลองไปบอกที่บ้านของแฟนเก่าดู เราอยากขอวิธีรับมือจากพี่ๆดีเจว่า เราควรทำยังไงอีกดี?’ โดย “ดีเจเติ้ล” ก็ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘พี่ว่าลองคุยกับที่บ้านเขาก่อนได้ ถ้าที่บ้านเขารับฟังเขาก็จะรู้ว่ามันเป็นปัญหา แต่ถ้าที่บ้านเขาบอกว่าจะไม่ยุ่ง สิ่งที่ต้องทำคือต้องเก็บหลักฐานการตามของเขาให้ตำรวจไว้ก่อน หรือบอกกับที่บ้านเลยว่าไม่ต้องให้เขามาแล้ว ถ้ายังเข้ามาในบ้านเราอีกก็แจ้งความ แต่ต้องเป็นช่วงที่มีคนในบ้านเยอะหน่อย เพราะเราไม่รู้ว่าเขาจะทำอะไรเราบ้าง’ ต่อมา “ดีเจเผือก” ได้คำคำปรึกษาว่า ‘อยากจะบอกน้องผู้ชายว่ามันไม่ใช่ที่ของเราอีกแล้ว จงเป็นผู้แพ้ที่และจงเป็นอดีตที่ดีของใครสักคน ดีกว่าเราฝืนทำอะไรไม่รู้ที่ไปทำลายช่วงเวลาดี ๆ ที่เคยคบกันทำไมถึงดิ้นรนที่จะทำลายช่วงเวลาดี ๆ เหล่านั้น แล้วเราจะกลายเป็นใครสักคนที่นิวไม่อยากจะจำ บางครั้งการรออยู่เงียบ ๆ มันดีกว่า และถ้าชีวิตมันจะพัดพาให้มาเจอกันอีกก็ค่อยว่ากัน’ และสุดท้าย “ดีเจต้นหอม” ได้คำคำปรึกษาว่า ‘คำว่าตื้อเท่านั้นที่ครองโลก ใช้ไม่ได้กับทุกคนนะ ถ้าคนที่มันเลิกแล้วผู้หญิงจะไม่ชอบผู้ชายที่ทำอะไรแบบนี้ เหมือนเป็นแม่เหล็กขั้วเดียวกันแล้วผู้หญิงจะรู้สึกว่าอยากผลักผู้ชายออกไป ถ้านิวไม่รู้จะทำยังไงให้หาใครสักคนมาเป็นแฟนใหม่ แล้วลงรูปให้รู้ว่าเรามีแฟนแล้ว ถ้าเขายังตามอีกก็แจ้งความเลย เก็บหลักฐานให้เยอะพอที่ตำรวจจะเห็นว่าเราโดนคุกคาม ไม่งั้นเขาจะไม่ตามเรื่องให้เรา หรือลองคุยกับเขาตรง ๆ เลยว่าถ้ายังไม่หยุดจะแจ้งความแล้วนะ’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin#พุธทอล์คพุธโทร #พุธทอล์คพุธโทรRECAP #ดีเจเผือก #ดีเจเติ้ล #ดีเจต้นหอม #EFM94

เลือกใครดี? แฟนเก่าหล่อ ตรงสเปคทุกอย่าง ติดแค่เขาชอบยืมเงินเรา คบมาปีนิดๆ ยืมไป 2 แสนกว่าบาท ตอนนี้คุยกับคนใหม่ ตรงสเปค แต่ไลฟ์สไตล์ไม่ตรงกัน จะปรับมายเซ็ทตัวเองยังไง ให้ไม่รู้สึกอิจฉาผู้หญิงคนใหม่ที่จะมาคบแฟนเก่าเรา

21 ก.พ. 2025

เลือกใครดี? แฟนเก่าหล่อ ตรงสเปคทุกอย่าง ติดแค่เขาชอบยืมเงินเรา คบมาปีนิดๆ ยืมไป 2 แสนกว่าบาท ตอนนี้คุยกับคนใหม่ ตรงสเปค แต่ไลฟ์สไตล์ไม่ตรงกัน จะปรับมายเซ็ทตัวเองยังไง ให้ไม่รู้สึกอิจฉาผู้หญิงคนใหม่ที่จะมาคบแฟนเก่าเรา

“คุณบีม (นามสมมติ)”อายุ 25 ปี สายที่สองในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา [19 ก.พ. 68] ได้โทรเข้ามาปรึกษา “ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม” เกี่ยวกับปัญหาเลือกใครดี คนเก่าที่ตรงสเปคแต่ชอบยืมเงิน กับ คนใหม่ที่ไลฟ์สไตล์ไม่ตรงกัน โดย “คุณบีม (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘ตอนนี้หนูมีแฟน คบกันมาปีกว่าๆ แฟนคนนี้ตรงสเปคทั้งภายนอกและภายใน ทั้งหล่อ นิสัยโอเค ไลฟ์สไตล์ตรงกับหนูทุกอย่าง แต่ติดอยู่เรื่องเดียว คือ เรื่องเงินเขาทำงานรายรับได้น้อยกว่ารายจ่ายที่เขาต้องจ่าย เพราะจะต้องซัพพอร์ตทางบ้าน ซัพพอร์ตตัวเองด้วย ส่วนที่ไม่พอเขาก็มายืมหนูทุกเดือน อย่างต่ำเดือนละ 5,000 บาท หรือมากกว่านั้น นานๆ ทีเขาจะคืนหนู แต่ก็คืนไม่หมด มันเลยเป็นยอดสะสมไปเรื่อยๆ จนตอนนี้จำนวนเงินที่ยืมไปอยู่ที่ 2 แสนปลายๆ แต่เขาไม่ได้ยืมเงินเราตั้งแต่คบกันแรกๆ เหมือนพอคบกันได้หลายเดือนแล้วค่อยมายืม เขาบอกว่ายืมเอาไปจ่ายค่าบัตรเครดิต เพราะเขาเป็นคนที่ค่อนข้างติดแบรนด์เนมประมาณหนึ่ง ทุกอย่างเป็นแบรนด์ Hi-End สกินแคร์ก็ต้องใช้ของแพง จะไม่มีคำว่าถูกและดีสำหรับเขา อีกเรื่องหนึ่งคือ หนูได้คุยกับผู้ชายคนหนึ่งโดยบังเอิญ คุยกันได้ประมาณเดือนกว่าๆ กับคนคุยใหม่ก็ตรงสเปคหนูเหมือนกัน หนูชอบทัศนคติของเขา แต่คิดว่าไลฟ์สไตล์ไม่ได้เข้ากันมาก 100% เพราะวันเสาร์ -อาทิตย์ หนูเป็นคนชอบออกไปนู้นไปนี่ แต่เขาจะอยู่บ้าน ยกเว้นถ้าออกมาเจอกัน เขาก็จะออกมา ส่วนเราจะออกมาเพื่อเจอและก็ไปเที่ยวด้วยกันต่อ และตอนนี้แฟนหนูก็จับได้ว่าเราคุยกับผู้ชายคนนี้อยู่ แฟนหนูก็เลยบอกเลิกหนูไปแล้ว แต่หนูก็มีความคิดที่จะกลับไปง้อ แล้วเลิกคุยกับคนคุยใหม่ หรือปล่อยแฟนเก่าไปเลย และไปต่อกับแฟนใหม่ เงินที่แฟนเก่ายืมไป เขาก็ให้ทยอยคืน แต่ยังคืนไม่หมด ส่วนตัวหนูก็ไม่ได้เดือดร้อนเรื่องเงิน ตอนนี้เหมือนเขากำลังทำธุรกิจสตาร์ทอัพกับเพื่อน ถ้าเกิดยังคบกันอยู่ เขาก็ต้องยืมเงินเราไปเรื่อยๆ จนกว่ามันจะมีกำไร แล้วถึงจะแบ่งมาคืนเราได้ แต่หนูก็รู้สึกว่าถ้าปล่อยคนนี้ไป หนูกลัวว่าพอเขามีแฟนใหม่ หนูจะรู้สึกไปอิจฉาแฟนใหม่เขารึเปล่าว่าทำไมหนูไม่ใช่คนตรงนั้น เรื่องนี้หนูยังไม่เคยบอกเพื่อนเลย เพราะไม่อยากให้เพื่อนมองเขาไม่ดี เลยเก็บไว้คนเดียว หนูอยากปรึกษาพี่ๆดีเจว่า คำถามที่ 1 : หนูควรเลือกใครดี จะไปต่อกับแฟนเก่าหรือคนคุยใหม่? คำถามที่ 2 : ถ้าจะปล่อยคนเก่าไป มีวิธีคิด หรือ mindset ยังไงไม่ให้หนูคิดถึงภาพที่เขาจะมีแฟนใหม่แล้วจะอิจฉา?’ เริ่มที่ “ดีเจเติ้ล” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘ถ้าให้ดูตอนนี้และข้อมูลทั้งหมดที่มี พี่เลือกคนใหม่ เพราะพี่คิดว่า แม้ว่าคนเก่าจะดีทุกอย่าง แต่การที่เขายืมเงินเราแบบนี้มันไม่ดี บีมต้องคิดว่าเขาติดแบรนด์แต่เขาไม่มีปัญญาซื้อแบรนด์นั้นเอง เขาต้องรู้สถานะตัวเอง แต่แบบนี้แสดงว่าเขาไม่มีวินัยทางการเงิน แล้วยังยืมเงินผู้หญิงอีก ผู้ชายแบบนี้น่าเป็นห่วง และการไปทำสตาร์ทอัพ โดยที่ตัวเองยังติดลบอยู่ ยิ่งน่าเป็นห่วงขึ้นไปอีกว่าอนาคตจะยังไงต่อ พี่คิดว่าทรงแบบนี้ ถ้าบีมกลับไปบีมจะโดนเขาเอาเงินจนหมดตัว แต่ผู้ชายคนใหม่ที่คุยกันหนึ่งเดือน แต่แค่เดือนเดียวยังบอกไม่ได้ ตอนนี้รู้แล้วว่าคนเก่าข้อเสียใหญ่ของเขามันรุนแรงเหลือเกินสำหรับพี่ บีมมีฐานะดี บีมจะให้เขาก็ได้ แต่มันไม่ใช่สิ่งที่ดี คิดซะว่ากลับไปหาคนเก่าก็หมดตัว คนใหม่ที่ไปเจอเขา ก็หมดตัวแน่นอน คิดแบบนี้ไปเลย ถ้าคนมีวินัยพื้นฐานการเงินแบบนี้ ยังไงก็เละ’ ต่อมา “ดีเจเผือก” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘คำว่าเลือกใครดี พี่คิดว่าคนเก่าไม่กลับมาแน่ เพราะเขาก็อยากล้างหนี้ เลิกกันไปก็จบ ส่วนเขาจะไปประสบความสำเร็จหรือเปล่า อันนี้ก็วัดกันยาก มันก็จะมาตอบคำถามที่ 2 ว่าแล้วเราจะปล่อยคนเก่าไปยังไง ให้เราไม่อิจฉาแฟนใหม่ มันอยู่ที่ศีลของแต่ละคน คือถ้าศีลเรามันเป็นคนต้องอิจฉาตาร้อนมันก็ต้องอิจฉา แต่ถ้าศีลเราเป็นคนที่แบบเลิกแล้วต่อกัน 2 แสนที่เอาไปถือว่าเป็นการซื้อความสัมพันธ์ที่เราจะไม่ต้องเจอกันอีกแล้วกัน แต่พี่ไม่รู้ว่าบีมเป็นคนยังไง จะให้พี่มาพูดภายใน 5 - 10 นาที แล้วจะไม่อิจฉาเลยก็ยาก งั้นก็ไปทำชีวิตเราให้มันน่าอิจฉาสำหรับเขาบ้าง แล้วถ้าเป็นแฟนใหม่ที่รู้คุณค่าของเงิน ใช้เงินอย่างพอตัว สร้างเนื้อสร้างตัวด้วยกัน มันน่ารักกว่าอีกนะ อาจจะเป็นชีวิตที่สงบและน่าอิจฉาก็ได้ ถ้าให้เลือกสำหรับพี่ คนเก่ามันดูไม่ใช่สำหรับเราแล้ว แต่ถ้าคนใหม่ไลฟ์สไตล์มันก็ไม่ตรงกัน เดือนเดียวก็มีเรื่องให้เราเอ๊ะแล้ว ฉะนั้นเขาก็อาจจะไม่ใช่ทั้งคู่ก็ได้ แต่ก็ศึกษากับคนใหม่ได้ไม่เสียหายอะไร’ สุดท้าย “ดีเจต้นหอม” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘ใครดี ควรเลือกใคร มันก็ตอบไม่ได้เพราะอาจจะเละทั้งคู่ก็ได้ แต่ที่เห็นแล้ว คือ 1 คนเก่าเละแน่ๆ แล้วก็ไม่จำเป็นต้องอิจฉาขยะที่เราทิ้งแล้ว คือการที่เราทิ้งคนเก่าแปลว่าเราทิ้งขยะไปแล้ว มันจะมีใครเก็บต่อ เราต้องอิจฉาคนเก็บด้วยหรอ? ถ้าของมันดีจริงเราไม่ทิ้ง ผู้ชายที่ดีไม่ยืมเงินผู้หญิง แล้วถ้าเขารักบีมจริงๆ เห็นคุณค่า รู้ว่าบีมเหนื่อย เขาจะไม่เอาเงินบีมไปแบบสุรุ่ยสุร่าย ถ้าพ่อแม่เจ็บเข้าโรงพยาบาล แล้วเขากัดฟันยืมเงินแฟนก็ยังพอเข้าใจได้ แต่ยืมทุกเดือนแปลว่าเขาไม่ได้เห็นคุณค่าในตัวบีม เขาไม่ได้รักบีมขนาดนั้น ถ้าผู้ชายที่รักเราหรือเห็นคุณค่าในตัวเรา เขาจะระวังเรื่องนี้ สิ่งที่อยากให้เหลือไม่ใช่เรื่องเงิน แต่เป็นคุณค่าในตัวเอง อย่าจ่ายสิ่งเหล่านี้ให้กับผู้ชายที่เราเรียกว่าแฟน ถ้าเกิดเลิกกันไปแล้ว ไม่ส่อง ไม่เสือก ไม่เจ็บ ตัดเลย ใครจะเอาเขาต่อเรื่องของเขา คนเก่าไม่เอาเพราะเราเห็นแล้วว่ามันไม่ใช่ ส่วนคนใหม่ก็ไปเรียนรู้ ถ้าไม่ใช่ก็ทิ้งอีก หาจนกว่าจะใช่ เรามีสิทธิ์เลือก แล้วผู้ชายที่ดีเขาไม่เอาเงินผู้หญิง’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามชมใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

หนูถูกพี่เขย ชวนให้มีอะไรด้วยมา 5 ปีแล้ว หนูขับรถไม่เป็น ที่บ้านหนูจะต้องให้พี่เขยขับไปส่งหนู ไปหาแม่ที่โรงพยาบาลในเมืองตลอด บ้านหนูอยู่ต่างจังหวัด เรื่องนี้บอกพี่สาวไปแล้ว พี่สาวก็เข้าข้างพี่เขย ไม่สนใจอะไร เรื่องนี้แม่ก็รู้

20 มิ.ย. 2025

หนูถูกพี่เขย ชวนให้มีอะไรด้วยมา 5 ปีแล้ว หนูขับรถไม่เป็น ที่บ้านหนูจะต้องให้พี่เขยขับไปส่งหนู ไปหาแม่ที่โรงพยาบาลในเมืองตลอด บ้านหนูอยู่ต่างจังหวัด เรื่องนี้บอกพี่สาวไปแล้ว พี่สาวก็เข้าข้างพี่เขย ไม่สนใจอะไร เรื่องนี้แม่ก็รู้

หนูถูกพี่เขย ชวนให้มีอะไรด้วยมา 5 ปีแล้ว หนูขับรถไม่เป็น ที่บ้านหนูจะต้องให้พี่เขยขับไปส่งหนูไปหาแม่ที่โรงพยาบาลในเมืองตลอด บ้านหนูอยู่ต่างจังหวัด เรื่องนี้บอกพี่สาวไปแล้ว พี่สาวก็เข้าข้างพี่เขยไม่สนใจอะไร เรื่องนี้แม่ก็รู้ แม่บอกว่า “เขาคงแหย่เล่นๆ หยอกเฉยๆ” พอบอกพี่สาวคนโตพี่สาวคนโตก็เคยโดนแบบนี้เหมือนกัน แต่ตอนนี้ย้ายออกบ้านมาสร้างครอบครัวแล้วไม่ได้เจอพี่เขยตอนนี้หนูแต่งงานมีสามีแล้ว เขาชอบมาถามว่า “เวลามีอะไรกับสามีเป็นยังไงบ้าง สามีโอเคไหม?”หนูควรจะทำยังไงต่อดีคะ “คุณอัน (นามสมมติ)” อายุ 31 ปี สายแรกในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อวันพุธที่ผ่านมา [18 มิ.ย. 68] ได้โทรเข้ามาปรึกษา “ดีเจเผือก – ดีเจเติ้ล – ดีเจต้นหอม” เกี่ยวกับปัญหาเรื่องพี่เขยที่ชอบมาขอมีอะไรกับเรา โดย “คุณอัน (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘เรื่องนี้เกิดขึ้นเมื่อ 5 ปีที่แล้ว ตอนนั้นเรายังไม่ได้แต่งงาน คือบ้านเรากับพี่สาวอยู่ใกล้กัน เรามักจะโดนพี่เขยชวนมีอะไรด้วย ปกติเราเป็นคนที่ขับรถไม่เป็นเวลาไปต่างจังหวัด หรือพาแม่ไปหาหมอ เลยมักจะไปกับพี่คนนี้ และแม่จะวานให้พี่เขยคนนี้พาไป เวลาอยู่สองต่อสอง เขาชอบชวนเราประมาณว่า “ไปรีสอร์ทไหม มีรีสอร์ทอยู่ข้างหน้า” “ไปนอนกับเขาไหม เดี๋ยวเขาจะให้เงินจ่าย” คือให้เงินเราเพื่อให้เราเอาไปใช้จ่ายหรือช็อปปิง ซึ่งพี่สาวเรารับรู้มาตลอด แต่จนถึงปัจจุบันเขาก็ยังไม่เลิกกัน ปกติแล้วพี่เขยมักมีพฤติกรรมที่มีบ้านเล็กบ้านน้อยมาเรื่อย ๆ เสมอ ซึ่งเรื่องที่พี่สาวเราได้รู้คือ วันนึงพี่เขยได้นอกใจไปทำแบบนี้กับคนอื่นเหมือนกัน แต่ไม่ใช่เรานะ อยู่ ๆ มาวันนึง วันนั้นมีแม่ พี่สาวคนโต พี่คนนี้ที่เป็นพี่สาวเรา และเรา แม่ได้พูดเรื่องที่จับได้ว่าพี่เขยเราได้นอกใจพี่สาว เราจึงยอมเปิดใจพูดคุยว่า “จริง ๆ พี่เขยเขาก็มีพฤติกรรมที่พูดจา ชวนเราไปทำอะไรแบบนี้เหมือนกัน” และพี่สาวคนโตก็พูดเสริมขึ้นมาอีกว่า “ทำกับเขาเหมือนกัน แต่เขาก็ไม่เล่นด้วยเหมือนกัน” พอพี่สาวที่เป็นภรรยาพี่เขยรู้เขาก็นิ่งและไม่พูดอะไรต่อเลย แม่จึงพูดขึ้นมาว่า “เขาคงแหย่เล่น คงหยอกเฉย ๆ” ตอนนั้นไม่รู้ว่าแม่คิดอะไรอยู่ หรือพยายามที่จะให้กำลังใจเราไม่ให้เราคิดเยอะ จนจบบทสนทนานี้ก็ไม่มีใครพูดและถามอะไรต่ออีกเลย พี่เขยเขายังคงพยายามทำพฤติกรรมแบบนี้กับเรามาเรื่อย ๆ ตลอดระยะเวลา 5 ปีที่ผ่านมา ที่เรายังไม่ได้แต่งงาน เรามักจะไปนอนกับหลานที่เป็นลูกของพี่สาวเราที่บ้าน บางทีนอนบนโซฟาเราจะใส่กางเกงขาสั้น อารมณ์เหมือนชุดบอลผู้ชาย แล้วเขาเข้ามามาจับตรงต้นขาเรา เหมือนจะปลุกเราให้ตื่น ๆ เรารับรู้ได้เลยว่าเหมือนมีอะไรมาไต่ที่ขาเรา จนเราแต่งงานมีแฟน เขายังคงชอบถามเราประมาณว่า “เวลามีเพศสัมพันธ์กับสามีเป็นยังไงบ้าง โอเคไหม ?” พยายามจะพูดกับเราแต่เรื่องอย่างว่าให้ได้ เราก็ตอบไปประมาณว่า “ทั่วไป ไม่มีอะไรก็เหมือนกับที่เขาทำ ๆ กันนั่นแหละ” ส่วนใหญ่ถ้าเลี่ยงไม่ได้เราจะตอบแบบนั้น ไม่ก็ตอบว่า “อะไรอะ” แล้วเดินหนีไปเลย ซึ่งแฟนเรารับรู้ทุกอย่าง เพราะเราก็เล่าให้เขาฟัง จริง ๆ เขาก็พยายามปลอบใจเรานะ แต่แฟนก็ไม่ได้พูดอะไรไป เหมือนกับที่บ้านทำอะไรไม่ได้เลย เพราะพี่เขยคนนี้เขาเป็นคนที่ดีในสายตาของทุกคนในบ้าน คือไม่ได้เกี่ยวอะไรในเรื่องเงินนะ แต่แม่เขาก็รักของเขา และพี่สาวเราก็รักเขามาก จนตอนนี้ก็ยังไม่ได้เลิกกัน 5 ปีที่ผ่านมา เราพยายามที่จะพูดให้พี่สาวเลิก แต่พี่สาวไม่ยอมเลิก หลังจากที่พี่สาวจับได้เรื่องนอกใจ พี่เราร้องไห้นะ แต่อารมณ์เหมือนแค่อยากปรึกษา อยากระบายเฉย ๆ ไม่ได้อยากเลิก ขนาดพี่เขยเคยมีอะไรกับบ้านตรงข้าม พี่สาวยังไม่ยอมเลิกเลย แล้วรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นคนนอกไปแล้ว เพราะเขาเชื่อพี่เขยอย่างเดียว แล้วเหมือนพี่เขยบอกว่า “อย่าไปพูดคุยกับแม่กับน้องนะ” “อย่าไปหาแม่ที่บ้านนะ” อะไรแบบนี้ พี่สาวจะเชื่อและจะไม่มาเลยจริง ๆ บางที่สถานการณ์มันทำให้เราช็อค แล้วทำอะไรไม่ถูก จริง ๆ เราไม่ได้แคร์เขานะ แต่ยังไงคงต้องพึ่งพาเขาอยู่ดี บ้านเราอยู่ต่างจังหวัดมาก มันไม่ได้สามารถจ้างรถไรเดอร์ ไลน์แมนได้เหมือนในเมือง เราจะมีแค่คนในครอบครัว ส่วนแฟนเราก็ธุรกิจส่วนตัว บางทีเลยไม่สามารถช่วยเราในเรื่องนี้ได้ เราอยากปรึกษาดีเจทั้งสามคนว่า เรายังต้องเจอพี่เขยคนนี้อยู่ เพราะต้องพาแม่ไปหาหมอ แล้วไม่มีใครขับรถให้ หนูก็ยังต้องพึ่งเขา บางครั้งต้องอยู่กับเขาสองคนแล้วเขามักจะพูดจาสองแง่สองง่ามใส่ อยากถามว่าหนูควรรับมือ หรือพูดยังไงดีคะ?’ โดยดีเจทั้งสามคน (ดีเจเผือก – ดีเจเติ้ล – ดีเจต้นหอม) ได้ให้คำปรึกษาไปในทางเดียวกันว่า ‘ถ้าคุณอินพอมีพื้นฐานในการขับรถอยู่บ้าง ให้ไปเรียนขับรถ หรือจ้างให้คนมาขับรถให้ เพื่อที่จะไม่ต้องไปยุ่งกับเขาอีก นี่คือทางเลือกแรก แต่ถ้าในกรณีที่เลี่ยงไม่ได้ ยังต้องเจอกับพฤติกรรมนี้ของเขาอยู่ แนะนำให้แฟนคุณอันไปเปิดเลย เพราะว่านี่คือพฤติกรรมคุกคาม ถ้าทุกวันนี้ยังคงทำแบบนี้อยู่ พี่คงให้แฟนไปเปิดแล้ว เพราะยิ่งถ้าพี่สาวเราเมินเฉยขนาดนั้น ทำไมเราถึงยังเอาตัวเราไปตกเป็นเหยื่ออยู่ ถ้าวันใดวันนึงเขาหน้ามืด เกิดการเมาหรือทำอะไรไปมากกว่านี้ ไปทำกับคนอื่นในบ้านอีกจะทำยังไง รู้สึกว่าสิ่งนี้ไม่ควรเป็นสิ่งที่ต้องยอม เพราะนี่คือการล่วงละเมิดทางเพศ และที่สำคัญคือทำกับคนในครอบครัวด้วยซ้ำ เราควรที่จะชัดเจนไปเลยว่าไม่ต้องแคร์ และบ้านนี้ควรมีใครสักคนต้อง Take Action อะไรสักอย่างให้เด็ดขาดในเรื่องนี้ ไม่ใช่ยอมรับไปเฉย ๆ ว่าคน ๆ นี้ทำแบบนี้ได้ และไม่มีใครทำอะไรกับเขาได้เลย พยายามคุยกับพี่สาวให้จริงจังไปเลย หรือพยายามเก็บหลักฐานเท่าที่จำเป็น เพราะเราควรทำอะไรสักอย่างเพื่อปกป้องตัวเราเอง’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

เพื่อนสนิทเรา ดูดีขึ้น หุ่นดีขึ้น เลยทักไปถาม ปรากฏเพื่อนบอกเดี๋ยวเล่าให้ฟัง ไว้นัด Zoom กัน หลังจากนั้นก็เริ่มขายของ ขายผลิตภัณฑ์ ชวนเข้าเครือข่าย บทสนทนาที่เคยคุยกันเริ่มหายไป กลายเป็น "ว่างวันไหน? ว่างเมื่อไหร่? พร้อมรึยัง?" เข้ามาแทน จะทำไงดีคะ?

08 มี.ค. 2024

เพื่อนสนิทเรา ดูดีขึ้น หุ่นดีขึ้น เลยทักไปถาม ปรากฏเพื่อนบอกเดี๋ยวเล่าให้ฟัง ไว้นัด Zoom กัน หลังจากนั้นก็เริ่มขายของ ขายผลิตภัณฑ์ ชวนเข้าเครือข่าย บทสนทนาที่เคยคุยกันเริ่มหายไป กลายเป็น "ว่างวันไหน? ว่างเมื่อไหร่? พร้อมรึยัง?" เข้ามาแทน จะทำไงดีคะ?

“คุณไอ (นามสมมติ)” อายุ 19 ปี สายที่สามในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา [6 มี.ค. 67] ได้โทรมาปรึกษา ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม เกี่ยวกับปัญหาที่ทักไปหาเพื่อนสนิทปรึกษาเรื่องลดน้ำหนัก แต่ดันเจอเพื่อนขายคอร์ส โดย “คุณไอ (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘หนูมีเพื่อนสนิทคนนึง สนิทกันมา 4 - 5 ปีแล้ว หนูคุยกับเพื่อนทุกเรื่อง เวลาคุยกันบางทีก็พิมพ์แชท หรือ voice คุยกัน ส่วนน้อยมากที่จะโทรคุยกัน ซึ่งเพื่อนหนูเป็นคนที่ค่อนข้างอ้วน แต่วันนึงเขาเริ่มลงสตอรี่ IG ว่าออกกำลังกาย ตัวหนูเองไม่ได้อ้วนแต่แค่ไม่ค่อยเฟิร์ม หนูก็เลย reply สตอรี่ไปว่า ทำไมอยู่ดี ๆ ออกกำลังกาย เพื่อนหนูก็ตอบกลับมาว่า มีเวลาว่างไหม? เดี๋ยวโทรหา หนูก็คิดแค่ว่าเขาคงอยากบอกเรื่องราวในชีวิตเขาว่า ทำไมถึงอยากทำ พอหนูได้คุยกับเพื่อน เขาก็เริ่มพูดว่า อยากให้หนูเข้า Zoom ไปคุยกับอินฟลูคนนึง เขาจะมาช่วยดูแลการออกกำลังกาย การคุมอาหาร หนูก็เลยเข้าไป แต่มันเหมือนการขายตรงมากกว่า หลังจากที่หนูเข้าไปใน Zoom หนูก็มาถามเพื่อนว่า สรุปแกต้องการอะไร? แล้วพี่คนที่เป็นอินฟลูเขาต้องการอะไร? เพื่อนก็พูดกลับมาประมาณว่า ถามทำไม แล้วแกว่างไหม เดี๋ยวโทรไปนะ หนูก็เลยบอกกับเพื่อนไปว่า ตอนนี้ไม่ว่างเลย แต่จริง ๆ ตอนนั้นหนูว่าง หนูอยากให้เขาพิมพ์มา หนูไม่อยากโทรคุยเพราะหนูกลัวเสียความรู้สึก เขาก็พยายามคะยั้นคะยอว่า โทรแป๊บเดียว เดี๋ยวเล่าให้ฟัง หนูก็เลยโกหกไปว่า ไม่สะดวก ตอนนี้กูอยู่งานศพ แล้วเพื่อนก็อัดเสียงส่งมา 10 กว่าอัน หนูกดฟังที่เขาส่งมาประมาณว่า มึงกลัวพี่เขาหลอกหรอ พี่เขาไม่หลอกหรอก เขารวยกว่ามึงตั้งเยอะนะ กูอยากให้มึงลองเปิดใจนะ อยากให้ลองเข้า Zoom อีกวันนึงที่พี่เขานัด หนูก็เลยบอกไปว่า หนูไม่โอเคมาก ทำไมต้องให้หนูมาเข้าอะไรแบบนี้ หนูแค่อยากรู้เฉย ๆ ว่าแบ่งเวลาออกกำลังกายยังไง? ไม่ได้อยากรู้เรื่องธุรกิจหรือเรื่องอาหารเสริม แล้วเพื่อนก็เหมือนหงุดหงิดและบอกมาประมาณว่า งั้นถ้ามึงไม่คุยก็ไม่ต้องคุยกันเลยแล้วกัน แต่อย่างที่บอกว่า พวกหนูสนิทกันมากและไม่อยากเสียเพื่อนคนนี้ไป หนูเลยตัดสินใจเข้าก็ได้ พอเข้าไปเขาก็พูดแต่เรื่องธุรกิจไม่เกี่ยวกับการออกกำลังกายเลย หนูก็เลยทักไปบอกเพื่อนอีกว่า กูไม่โอเคนะ ไม่เอาได้ไหม เพื่อนก็บอกว่า เออ ก็แล้วแต่แล้วกัน แต่หลังจากนั้นมันหนักกว่าอีก หนูก็ reply สตอรี่เพื่อนคนนี้ไปอีกแต่เป็นเรื่องอื่น ๆ เพื่อนก็ยังโยงไปเรื่องนั้นอีก ประมาณว่า มึงว่างแล้วหรอ ลองไปฟังพี่เขาอีกรอบไหมละ? ปัญหาก็คือหนูอึดอัด หนูรู้สึกว่ามันไม่เป็นส่วนตัวมาก ตรงที่เขาทักมาประมาณ 3 นาทีแล้วหนูไม่ตอบ เขาก็จะโทรมาเลย หนูก็บอกเพื่อนไปตรง ๆ เลยว่า เราไม่อยากคุยเรื่องนี้ แต่พอทุกครั้งหนูมีเรื่องที่เกิดขึ้นในชีวิตที่อยากระบายเขาก็จะบอกว่า ถ้าโอเคแล้วก็ลองเปิดใจเรื่องนั้นดูก็ได้นะ หนูก็ลองถามเพื่อนคนอื่น ๆ เขาก็บอกว่า มึงก็บล็อกไปเลย ไม่ต้องแคร์หรอก แต่ด้วยที่หนูสนิทกับมันมานาน คุยกันมาทุกเรื่อง ไม่เคยคาดหวังประโยชน์อะไรจากกันเลยทั้งคู่ จนมาถึงเรื่องนี้จากเรื่องการออกกำลังกาย เพื่อนก็ลากไปถึงเรื่องการทำธุรกิจเรื่องอาหารเสริม หนูอยากปรึกษาพี่ ๆ ว่า จะแก้ไขตรงนี้ยังไง ไม่ให้เราเสียเพื่อน แล้วก็ไม่ทำให้เรารู้สึกแย่ไปด้วย’ โดยเริ่มให้คำปรึกษาจาก “ดีเจต้นหอม” ว่า ‘ไม่เอา ไม่กิน ฉันจะเป็นหมูที่แข็งแรง ถ้าอยากรู้อะไรเพิ่มก็เสิร์ชในอินเทอร์เน็ต TikTok มีหมดเลย เรื่องของทริคในการลดน้ำหนักพี่ก็ได้จากตรงนั้นเยอะมาก อาหารเสริมเป็นตัวช่วย ไม่ใช่หลัก คือ อาหารเสริมช่วยให้เราไม่กินจุกจิก แต่พี่รู้สึกว่าอายุ 19 ก็ยังไม่ควรจะต้องใช้อาหารเสริมอะไรพวกนั้นอยู่แล้วนะ เพราะว่ายังเป็นวัยที่หนูมีเอนเนอร์จี้ มีพลังงาน แล้วหนูก็ใช้ร่างกายได้เยอะมาก พี่คิดว่าอาหารเสริมประเภทนั้นไม่เหมาะ แต่พี่ว่าถ้าเราเป็นเพื่อนสนิทก็น่าจะพูดกันตรง ๆ ก็ได้นะ ประมาณว่า ชวนทำอะไร ไปฟังพี่เขา ไม่ฟังๆ เสียเวลา คือ ถ้าเขาบอกว่า เขาเห็นผลก็เขาเห็นผลกับสิ่งนี้ไง เราต้องไม่อยากรู้เรื่องของเขาเลย ไม่ได้อยากรู้การลดน้ำหนักของมึงเลย เราก็ต้องเริ่มจากที่ตัวเราก่อนในการบอกว่า สิ่งนี้เป็นสิ่งที่เราไม่ได้สนใจ แล้วเรารู้สึกว่าการที่เราไปทำมันเสียเวลา เพราะกูไม่ได้สนใจมึง ถ้าเพื่อนสนิทพูดตรงๆ เลยแต่ว่าเราอย่าเปิดช่องให้เขาแค่นั้นเลย แล้วก็พูดตัดบทไปว่า มึงเสียเวลา ถ้ายังตื้อกูอยู่’ ต่อไป ดีเจเผือก ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘ตอนนี้หนูอายุ 19 สนิทกันมา 3-4 ปี มันก็คือ 1 ใน 5 ประมาณนั้นของชีวิตหนู แต่ถ้าหนูใช้ชีวิตต่อไปอีก 5-10 ปี เขาก็จะไม่ใช่ 1 ใน 5 ในชีวิตหนูละ เขาอาจจะเป็น 1 ใน 7 หรือ 1 ใน 8 เพราะฉะนั้นก็อย่าไปยึดติดกับใครคนนึงที่เรารู้สึกว่าคนนี้คือเพื่อนสนิท แล้วเราจะไม่มีวันเลิกคบกับเขาได้ ไม่ว่าเขาจะทำอะไรไม่ดีก็ตาม อันนี้มันก็ไม่ใช่ โตไปหนูก็อาจจะต้องเลิกคบกับเพื่อนสนิทบ้างถ้ามันเป็นคนไม่ดี หนูจะได้เจอกับเหตุการณ์วัดใจแบบนี้แหละ บางครั้งหนูอาจจะไม่ต้องโทรถามพี่เลยก็ได้ หนูอาจจะได้เจอเหตุการณ์ที่ต้องเลิกคบกับเพื่อนสนิทโดยที่ไม่ต้องปรึกษาใครเลย คนที่เราเคยสนิทมันก็คือคนที่เราเคยสนิทหรือคนที่เราสนิทอยู่ก็คือคนที่เราสนิทอยู่ แต่มันก็ไม่ได้บอกว่าเราจะต้องสนิทกับเขาไปจนวันตาย ถ้าถามว่าเพื่อนเขาเลวร้ายไหมก็คงไม่เขาก็แค่คงทำมาหากิน แต่เขาแค่ไม่มีศิลปะในการขาย ทุกอย่างมันมีทั้งคนขายที่ดีและคนที่ขายไม่เป็น คนที่เอาแต่ขายจนเสียเพื่อนรอบตัวมันก็ไม่ใช่ คนที่เขาขายอย่างมีจรรยาบรรณมันก็มี แค่เพื่อนเราเพิ่งเข้ามาในวงการนี้แล้วขายไม่เป็นแต่อยากมียอด เพราะฉะนั้นก็ถ้าเรื่องนี้ไอเข้าใจได้ก็ไม่ต้องเลิกคบกับเขา แล้วดูว่าเขาจะขายอีกยาวไหม? ไม่รู้ว่าโปรดักส์ออกกำลังกายจะอยู่ได้นานหรือเปล่า อาจจะเป็นช่วงแรก ๆ ที่เขากำลังทำยอดอยู่แหละ ก็อย่างที่บอก คุยกันไปตรง ๆ เป็นเพื่อนสนิทก็น่าจะคุยกันได้ ก็คุยกันไปเลยว่า มึงไม่ต้องมาวุ่นวายกับกูแล้วแหละ กูไม่มีวันซื้อแน่ ๆ ทุกวันนี้เงินจะกินข้าวยังไม่มีเลย คือถ้าเขาเป็นคนขายที่เก่งจริง ๆ เขาต้องรู้ว่ารายนี้ตื้อให้ตายก็ไม่ซื้อ เสียเวลาไปหาคนอื่นดีกว่า ถ้าอยากออกกำลังกายจริง ๆ เสิร์ชเอาใน Google , TikTok เยอะแยะ ถ้าเพื่อนคนนี้ตัดเรื่องขายออกไปแล้ว เขาจะกลับมาเป็นคนเดิมก็ลองดู แล้วก็แสดงออกให้ชัดเจนว่าเราจะไม่ร่วมธุรกิจกัน แล้วหลังจากนั้นดูว่าเขายังจะเป็นเพื่อนสนิทกับเราอยู่หรือเปล่า? ยังเม้าท์เรื่องอื่น ๆ กันอยู่หรือเปล่า? ซึ่งถ้าเขาเปลี่ยนไปเพียงแค่เราไม่ซื้อของของเขา ไอควรคิดดี ๆ ว่าคนนี้ควรจะเป็นเพื่อนสนิทเราจริงหรือเปล่า เขาเหมาะกับจะเป็นเพื่อนรักเราจริงไหม ถ้าขายของให้ฉันไม่ได้แล้วเลิกคบเราไป เขาควรจะเป็นเพื่อนแท้เราหรือเปล่า ไอลองไปคิดดูนะ’ สุดท้าย “ดีเจเติ้ล” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘ก่อนอื่นหนูต้องปิดประตูตายก่อน เรื่องออกกำลังกายหรือเรื่องหุ่น อย่าไปเปิดประตูให้เขาเข้าหาเราได้จากเรื่องนี้ เพื่อให้เขาชัดเจนไปเลยว่าเราไม่ได้สนใจเรื่องนี้จริง ๆ ต้องทำให้เขารับรู้ก่อน ตอนนี้ไปอยู่กับคนที่สนิทคนอื่น ๆ ก่อน พี่รู้สึกว่าน้องไอกำลังคาดหวังให้เขามาสนิทเหมือนเดิม แต่ตอนนี้มันไม่ได้แล้วไง เพราะว่าสิ่งที่เขาโฟกัสมันไม่ใช่ไอแล้ว เขาโฟกัสกับสิ่งที่เขากำลังทำตอนนี้ คือการทำกิจการให้มันดีขึ้น เขาอาจจะไปร่วมมือกับโค้ชคนนั้นหรืออะไรก็ตาม แต่ตอนนี้เขาไม่ได้โฟกัสหนู หนูอย่าไปสำคัญตัวผิด เพราะถ้าหนูสำคัญตัวผิด หนูจะผิดหวัง เราต้องเลิกคาดหวังกับเขาก่อนให้เขาไปอยู่ในที่ที่เขาอยากทำ ไม่ต้องไปขัดเขา แล้วถ้าเขาทำสำเร็จก็ยินดีกับเขาไป แต่ถ้าเขาทำไม่สำเร็จ แล้ววันไหนเขากลับมาหาเรา เราก็ยังเป็นเพื่อนเขาอยู่ได้เหมือนเดิม ซึ่งถ้าถึงวันนั้นไออาจจะไม่อยากเป็นเพื่อนเขาแล้วก็ได้ หรือถ้าเขากลับมาแล้ว ถ้ามันเป็นเพื่อนกันจริง ๆ มันต่อกันติดเราก็ยังเป็นเพื่อนกันเหมือนเดิมได้ แต่ตอนนี้หยุดคาดหวังก่อนเพราะตอนนี้เขาไม่เหมือนเดิมแล้ว’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

album
efm
-

-