คบกับแฟนมา 8 เดือน ล่าสุดแพลนทริปไปเที่ยวตปท. ด้วยกัน แต่กลับโดนแม่แฟนว่า ไปเที่ยวกัน แต่ไม่ให้เงินพ่อ-แม่ใช้ แฟนน้อยใจให้เราไปคุยแทน เลยบอกไปว่า คนอื่นเขายังขอเงินพ่อแม่ใช้อยู่เลยนะ แม่แฟนสวนกลับมาว่า คิดได้แค่นี้เองหรอ สมองหมาปัญญาควาย

พุธทอล์ค พุธโทร RECAP

คบกับแฟนมา 8 เดือน ล่าสุดแพลนทริปไปเที่ยวตปท. ด้วยกัน แต่กลับโดนแม่แฟนว่า ไปเที่ยวกัน แต่ไม่ให้เงินพ่อ-แม่ใช้ แฟนน้อยใจให้เราไปคุยแทน เลยบอกไปว่า คนอื่นเขายังขอเงินพ่อแม่ใช้อยู่เลยนะ แม่แฟนสวนกลับมาว่า คิดได้แค่นี้เองหรอ สมองหมาปัญญาควาย

01 มี.ค. 2024

คบกับแฟนมา 8 เดือน ล่าสุดแพลนทริปไปเที่ยวตปท. ด้วยกัน แต่กลับโดนแม่แฟนว่า ไปเที่ยวกัน แต่ไม่ให้เงินพ่อ-แม่ใช้ 

แฟนน้อยใจให้เราไปคุยแทน เลยบอกไปว่า คนอื่นเขายังขอเงินพ่อแม่ใช้อยู่เลยนะ

แม่แฟนสวนกลับมาว่า คิดได้แค่นี้เองหรอ สมองหมาปัญญาควาย ได้ยินปุ๊บน้ำตาไหลปั๊บ

ที่บ้านไม่เคยใช้คำพูดรุนแรงแบบนี้กับเราเลย ถ้าเจอแบบนี้อีก ควรรับมือยังไงดี?

            “คุณจี (นามสมมติ)” อายุ 33 ปี สายแรกในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา [28 ก.พ. 67] ได้โทรมาปรึกษา ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม เกี่ยวกับปัญหาแม่แฟนไม่พอใจและชอบใช้คำพูดรุนแรง

            “คุณจี (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘พอดีหนูมีเรื่องไม่สบายใจ โดนว่าด้วยคำพูดที่ไม่โอเค คือหนูเพิ่งคบกับแฟนมาประมาณ 8 เดือน แฟนหนูอายุ 29 ปี ซึ่งแฟนก็ซื้อบ้านเป็นของตัวเองแล้ว แยกออกมาอยู่ด้วยกัน 2 คน ขอเกริ่นก่อนว่าทางแม่ของแฟนค่อนข้างเป็นห่วงลูกชายมาก เพราะเขากลัวคนจะมาหลอกลูกเขา ครั้งแรกที่หนูโดนแม่แฟนว่าคือตอนที่เพิ่งคบกัน แล้วแม่เขาก็มาว่าหนู พูดให้ลูกเขาฟังว่าหนูอายุเยอะกว่า จะมาหลอกลูกเขาหรือเปล่า? ทำงานอะไรก็ยังไม่รู้ แล้วก็ได้เคลียร์กันไปรอบนึง

            บางทีเขาก็มาว่าหนูตอนที่ลูกชายเขาไปทำงาน เขาเข้ามาถามว่า หนูทำงานอะไร รู้จักกันได้ยังไง มีแพลนอะไรต่อในชีวิต แล้วก็ถามว่าไม่เคยแต่งงานใช่ไหม? อายุก็ขนาดนี้แล้ว หนูก็เลยบอกเขาไปว่าหนูยังไม่เคยแต่งงาน เพื่อนๆของหนูก็ยังโสดกันอยู่เลย แล้วเขาก็บอกมาอีกว่า ไม่ได้มาชุบมือเปิบใช่ไหม หนูก็ไม่ตอบโต้อะไร แล้วก็ไปบอกแฟน แฟนหนูเลยบอกว่า ขอโทษนะแม่เราเป็นแบบนี้ตลอดเลย แต่ถ้ามีอะไรให้บอกนะ เดี๋ยวเขาจะคุยกับแม่เขาเอง

            ต่อมาอีก 4 เดือน หนูก็กำลังจะมีทริปไปเที่ยวต่างประเทศกัน แล้วแฟนหนูเป็นคนที่ถ้ามีอะไรก็จะบอกแม่ทุกอย่าง ตอนที่อยู่ต่อหน้ากันแม่เขาก็ไม่ได้ว่าอะไร พอตกเย็น แม่เขาก็โทรมาหาแฟน หนูก็ไม่รู้ว่าเขาคุยอะไรกันเพราะหนูเห็นแฟนหนูหน้าเครียด ๆ แล้วเขาก็เอาโทรศัพท์มาให้หนูคุยกับแม่เขา แม่เขาก็พูดมาว่า จะไปเที่ยวกัน ทำไมไม่เก็บเงินไว้จ่ายหนี้ บ้านเป็นหนี้แล้วนะ หนูก็บอกอธิบายไปว่า แบ่งเงินไว้แล้ว แต่อันนี้ขอไปเที่ยวหน่อย ทำงานหนักมาทั้งปี พอคุยจบก็วางสายไปและคิดว่าไม่น่ามีอะไร

            จนเช้ามาแม่เขาก็ส่งข้อความมาหาหนูว่า เมื่อวานไม่โอเคเลยนะ ดูไม่มีมารยาททางสังคมเลย แม่ลูกเขาคุยกันอยู่มาคุยแทรกทำไม หนูก็บอกว่า ไม่ได้คุยแทรก แฟนหนูอะเป็นคนยื่นโทรศัพท์มาให้ แม่เขาก็ส่งมาอีกว่า ฉันไม่รู้หรอกนะเพราะฉันไม่ได้ไปอยู่ตรงนั้นด้วย หนูก็ไม่ได้ตอบโต้อะไร แล้วก็ไปบอกแฟนว่าแม่เธอส่งข้อความมานะ แม่ไม่โอเค แฟนก็บอกหนูว่า งั้นเดี๋ยวเย็นนี้เข้าไปคุยกัน คุยต่อหน้าจะได้ไปอธิบายด้วย พอตอนเย็นเราก็ไปหาแม่แฟนกัน แฟนหนูก็บอกแม่เขาว่า เนี่ยเมื่อวานนี้หนูอะไม่ได้แย่งโทรศัพท์ไป เพราะแฟนเริ่มอารมณ์ร้อนแล้ว เลยให้หนูคุยแทนเพราะหนูเป็นคนอารมณ์เย็น แม่เขาก็บอกว่า ฉันไม่รู้หรอก แต่ว่าพวกเธอก็เข้าข้างกันอยู่แล้ว อะไรก็ไม่เห็นหัวแม่ ทำงานได้ดิบได้ดีอะไรฉันก็ไม่รู้หรอก ไม่เห็นให้เงินแม่เลย เอาแต่ไปเที่ยว

            คือ บ้านแฟนหนูมีลูก 2 คน แฟนหนูเป็นลูกคนเล็ก พ่อเขาอยู่ต่างประเทศ แล้วเหมือนแม่จะคาดหวัง วันนั้นที่ไปคุยก็เกิดถกเถียงกัน แล้วเขาก็พูดประมาณว่า ทำไมลูกคนอื่นให้เงินพ่อแม่ ลูกฉันเป็นลูกอกตัญญูนะ ไม่ให้เงินพ่อแม่ใช้ แฟนหนูก็บอกว่า เดี๋ยวจะให้เงินนะ แล้วแฟนหนูก็มาบ่นตลอดเลยว่า แม่ไม่เคยภูมิใจในตัวเขาเลย ทั้ง ๆ ที่เขาก็ไม่เคยสร้างความเดือดร้อนเลย หนูก็ให้กำลังใจเขาไปว่า เธอก็ดีกว่าคนอื่นตั้งเยอะนะ คนอื่น ๆ รอบตัวเราบางคนยังขอเงินพ่อแม่อยู่เลย ไปเที่ยวไหนเราก็เลี้ยงพ่อแม่ตลอดเลยนะ แฟนหนูก็บอกว่า เธอไปพูดให้แม่เขาฟังหน่อยว่าคนอื่นๆ เขาเป็นยังไงกัน หนูเลยยกตัวอย่างไปว่า เนี่ยคนอื่น ๆ เขายังไปขอเงินพ่อแม่อยู่เลยนะ เขาก็สวนมาเลยว่า โอ้โห!! เธอคิดได้แค่นี้เองหรอ สมองหมาปัญญาควาย หนูช็อคตรงนั้นเลย ทำอะไรไม่ถูก น้ำตาไหลออกมา แล้วเขาก็พูดมาอีกว่า ก็คิดกันแบบนี้ไง มันถึงได้ต่ำ มันมีที่ไหนเอาไปเทียบกับคนที่ต่ำกว่า เขามีแต่เทียบกับคนที่สูงกว่า แฟนหนูก็เลยบอกว่า แม่ มันก็แรงไป มันไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้น... หนูก็เฟลไปเลย แฟนหนูก็บอกว่า อย่าไปโกรธแม่เลย เพราะแม่เขาเป็นคนปากร้ายใจดี เดียวเขาก็หาย แต่หนูเสียความรู้สึกไปแล้วแล้วก็กลัวว่าวันไหนจะโดนอีก หนูอยากจะถามพี่ๆดีเจว่า หนูควรจะรับมือยังไง ถ้าเจอแบบนี้อีก?’

            โดย “ดีเจเติ้ล” ให้คำแนะนำว่า ‘พี่มีคำเดียวให้น้องจี คือคำว่าอดทน เพราะพี่รู้สึกว่าแม่เขาตั้งแง่ หรือว่าเขาเห็นว่าน้องจีไม่ดีพอสำหรับลูกเขา พี่ว่าที่เขาพูดมาตอนนี้มันดูไม่มีเหตุผล เหมือนเขาแค่งองแง เอาอารมณ์เป็นที่ตั้ง เหมือนเรื่องที่จะไปเที่ยวเมืองนอก ว่าจริง ๆ แล้วเราไม่ได้เอาเงินทั้งหมดไปเที่ยวนะ เราแบ่งค่าบ้านไว้แล้ว เขาก็เปลี่ยนเรื่องไป เป็นแล้วทำไม่ไม่ให้เงินฉัน เอาเงินไปเที่ยวกันน่ะ

            ซึ่งก่อนหน้านี้ถ้าไม่มีจี หรือไม่มีเรื่องนี้เขาก็ไม่พูด เราก็รู้แค่ว่า เขาก็แค่หาเรื่องว่าเรา แต่เท่าที่ฟังมาพี่ว่าก็ยังดีนะที่เขาก็แค่นี้ หมายถึงว่าเขาไม่ได้เข้ามาแทรก ๆ ด้วยวิธีอื่น เต็มที่ก็แค่โทรมาด่า มาคอมเม้นท์ เวลามีเรื่องมีราว พี่ก็รู้สึกว่ายังรับได้เหมือนแม่ผัวงี่เง่าที่ยังรับได้ แต่น้องจีก็ต้องอดทนและไม่เอาคำพูดเก็บมาคิดมาก พี่ว่าจีต้องอาจจะมองว่าเขาเป็นเด็กไปเลย คิดว่าสิ่งที่เขาพูดออกมามันมาจากอารมณ์เขา แล้วก็คิดไปเลยว่าเขางี่เง่า แล้วพี่คิดว่าแฟนน้องจีก็ทีมหนูนะ แม้ว่าเขาก็อาจจะสปอยแม่นิดนึง แต่ยังไงเขาก็รู้ว่าแม่เขาเป็นแบบนี้เลยไม่อยากให้ปะทะ เพราะฉนั้นรักษาความสัมพันธ์ไว้ อันไหนเลี่ยงได้เลี่ยง สำหรับพี่นะ’

            ต่อมา “ดีเจเผือก” ให้คำแนะนำว่า ‘เป็นเคสที่เราจะเปลี่ยนแปลงอะไรเขาได้ยากที่สุด แล้วก็ไม่เกี่ยวว่าจะเป็นจีหรือเป็นใคร หมายถึงใครที่เข้ามาก็ต้องเจอหมด ก็ต้องอดทน คนที่จะทำให้คลี่คลายได้ก็มีแค่ลูกชายเท่านั้น ไม่งั้นก็จะไม่มีปากมีเสียงถ้าลูกชายเอาอยู่ ก็ต้องทนอะถ้ารักลูกชายเขามากพอ เพราะทำอะไรไม่ได้ ด้วยเหตุผลอะไรก็ตาม เขาอาจจะหวงลูกชายเขาเพราะเขาไม่ได้เป็นความสำคัญเบอร์หนึ่งแล้ว เขาอาจจะน้อยใจ แล้วมันอาจจะหนักขึ้นด้วยเพราะเขาอายุเยอะนิดนึง ก็ต้องทนแหละ’

            สุดท้าย “ดีเจต้นหอม” ให้คำแนะนำว่า ‘แต่ถ้าทนไม่ไหว ลองบอกกับคุณแม่เขารู้สึกตัวว่า หนูไม่ได้มาให้เขาเลือกอย่างเดียว หนูก็มาดูลูกชายคุณแม่ด้วยว่าผ่านไหม แล้วแม่แบบนี้เขาจะมีความภูมิใจในลูกชายตัวเองมาก ถ้าเรารู้สึกว่าลูกเขาก็ยังไม่ผ่าน เพราะครอบครัวแบบนี้หนูก็ยังไม่อยากใช้ชีวิตอยู่ด้วย คุณแม่ไม่ต้องกังวลใจไปเพราะหนูเองก็อยู่ในช่วงศึกษา แสดงออกไปเลย เพราะแฟนมีหน้าที่เป็นกาวระหว่างคนสองคน ฉะนั้นเราให้เวลาเขาแต่เธอก็ต้องเด็ดขาดอะไรบ้าง แต่พี่รู้สึกว่าให้เว้นระยะไปเลยแล้วให้เขาไปคุยกับลูกเขา พอเขาจะวีนก็บอกไปเลยว่า แม่คุยกับลูกแม่ดีกว่า เพราะว่าลูกแม่เป็นคนตัดสินใจ ขอตัวไปนั่งรอที่อื่นดีกว่า แบบว่าให้เขาคุยกับรู้เขาดีกว่า อยู่กับปัจจุบัน ถ้าวันนี้มันยังดีอยู่ก็โอเค แต่ถ้ามาก้าวก่ายมาก็อาจจะต้องทบทวน และถามแฟนไปเลยว่า ที่เลิกกับแฟนเก่าเพราะเหตุผลอะไร นี่เป็นส่วนหนึ่งหรือป่าว เธอคิดที่จะแก้ไขไหม ถ้าเธอไม่แก้เราก็อาจจะมีจุดจบเหมือนแฟนเก่าเธอ’

เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทาง

ใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATION

รับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

related พุธทอล์ค พุธโทร RECAP

เวลาส่วนตัวของหนูกับแฟน แทบไม่เหลือเลยค่ะ เพื่อนแฟนบอกว่าจะมาขออยู่หอด้วยชั่วคราว 1 เดือน ตอนนี้ผ่านมาแล้ว 3 เดือน เพื่อนยังอยู่ แฟนหนูต้องคอย ทำความสะอาดห้อง เก็บขยะ ล้างจาน ทำทุกอย่าง ตอนนี้ถ้าหนูจะไปห้องแฟนก็ไม่สะดวกเหมือนเดิมแล้ว

25 มิ.ย. 2025

เวลาส่วนตัวของหนูกับแฟน แทบไม่เหลือเลยค่ะ เพื่อนแฟนบอกว่าจะมาขออยู่หอด้วยชั่วคราว 1 เดือน ตอนนี้ผ่านมาแล้ว 3 เดือน เพื่อนยังอยู่ แฟนหนูต้องคอย ทำความสะอาดห้อง เก็บขยะ ล้างจาน ทำทุกอย่าง ตอนนี้ถ้าหนูจะไปห้องแฟนก็ไม่สะดวกเหมือนเดิมแล้ว

เวลาส่วนตัวของหนูกับแฟน แทบไม่เหลือเลยค่ะ เพื่อนแฟนบอกว่าจะมาขออยู่หอด้วยชั่วคราว 1 เดือนตอนนี้ผ่านมาแล้ว 3 เดือน เพื่อนยังอยู่ แฟนหนูต้องคอย ทำความสะอาดห้อง เก็บขยะ ล้างจาน ทำทุกอย่างตอนนี้ถ้าหนูจะไปห้องแฟนก็ไม่สะดวกเหมือนเดิมแล้ว แฟนเคยบอกเพื่อนว่า...“พี่สาวจะย้ายมาอยู่ด้วย ทำไมยังไม่ออก” เพื่อนตอบ “นี่มึงไล่กูหรอ??”ตอนนี้กลายเป็นปัญหาของคู่เรามากๆเลยค่ะจะทำยังไงดี? “คุณซันนี่ (นามสมมติ)” อายุ 20 ปี เป็นสายที่ 2 ในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา [18 มิ.ย. 68] ได้โทรเข้ามาปรึกษา “ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม” เกี่ยวกับปัญหาเพื่อนแฟนมาอยู่ในห้องแฟน แต่ไม่ช่วยออกเงินอะไรเลย โดย “คุณซันนี่ (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘หนูมีแฟน พวกหนูกำลังเรียนมหาวิทยาลัยกันอยู่ หนูกับแฟนอยู่หอนอก แต่ไม่ได้อยู่หอเดียวกัน ทีนี้เพื่อนของแฟนมาขออยู่หอกับแฟนหนู มาอยู่ตั้งแต่ปลายเดือนมีนาคมที่ผ่านมา จนตอนนี้ 3 เดือนแล้ว เขาให้เหตุผลว่า ทางบ้านเขามีปัญหาเรื่องการเงิน ซึ่งเขาพยายามจะให้ตัวเองไปอยู่หอในให้ได้ แต่มันเป็นไปไม่ได้แล้ว เพราะปี 1 เขาอยู่กันหมดแล้ว และอีกเรื่องเขาดูเหมือนไม่ยอมหาหอเอง เพราะหอดีๆ ราคาถูกมันก็เริ่มเต็มหมดแล้ว สุดท้ายก็ต้องมาอยู่กับแฟนหนู แล้วแฟนเขาก็ไม่กล้าพูด ไม่กล้าปฎิเสธ แฟนเขาพูดว่า ก็คงต้องรับกรรม ด้วยความที่แฟนหนูเป็น Introvert แต่พอเพื่อนเขามาอยู่ ความเป็นส่วนตัวเขาหายไปหมดเลย ส่วนเรื่องการล้างจาน หรือทำความสะอาด ทางเพื่อนคนนี้ก็ไม่ได้รักสะอาดขนาดนั้น ถามว่าช่วยค่าหอมั้ย เขาก็ช่วย แต่เรื่องค่าน้ำค่าไฟมันแพงขึ้น ช่วง 3 เดือนที่ผ่านมาเขาใช้ค่าไฟเป็นพันเลย แล้วมันไม่ใช่ว่าเพื่อนมีปัญหาการเงินคนเดียว แต่ทางแฟนหนูก็มี เขาก็ต้องจัดการชีวิตของเขา แต่พอทุกอย่างมันเพิ่มขึ้น มันบั่นทอนความเป็นส่วนตัวของเขามากขึ้น แฟนหนูเลยรู้สึกไม่ดี เวลาส่วนตัวของหนูกับแฟนก็น้อยลงมาก และเราก็ทะเลาะกันมากขึ้น แฟนหนูเคยอ้างไปแล้วว่า เดี๋ยวเดือนหน้าพี่สาวของกูจะมาแล้วนะเพื่อน ทำไมยังไม่ออก เพื่อนก็เลยคิดว่า อ้าว มึงไล่กูหรอ จริงๆหนูก็บอกผ่านแฟนไปแล้วว่า หาหอใหม่ได้แล้ว เพราะว่าหอดีๆแถวนี้จะไม่มีแล้วนะ ถ้ายังเป็นแบบนี้ต่อไป ก็คือมันจะอยู่แบบนี้ไม่ได้แล้ว มันไม่ใช่เรื่องที่แฟนหนูจะต้องมาคอยเช็ดตามเก็บกวาดทุกเรื่องในห้อง ล่าสุดเพื่อนอีกคนของแฟนมาอยู่ในห้องแฟนด้วย จริงๆเพิ่งมาอยู่ด้วย 1 - 2 วันก่อน ทั้งสามคนเขาสนิทกัน แต่คนที่เพิ่งเข้ามาอยู่ เขาหอบข้าวหอบของเข้ามา เพราะว่าเขาเช่าหอกับ roommate ที่เป็นผู้หญิง แล้วครอบครัวของผู้หญิงคนนั้นมาหา เขาเลยต้องออกมาอยู่ชั่วคราว เพื่อให้ครอบครัวเขาเข้าใจว่าผู้หญิงคนนั้นอยู่หอคนเดียว ก็เลยสร้างความลำบากใจกับแฟนหนูเวลานอน เหมือนมาเลี้ยงลูก หนูอยากถามพี่ๆดีเจว่า จะทำยังไงให้เพื่อนคนนี้ออกไปดีคะ? หนูอยากได้ความเป็นส่วนตัวของหนูกับแฟนกลับมาด้วย แล้วก็ไม่อยากให้แฟนต้องมาคอยลำบากใจ เดี๋ยวเพื่อนจะมาดึก เดี๋ยวเพื่อนต้องเล่นเกมแล้วเขาต้องรีบนอนไว ไม่อยากให้เพื่อนคนนี้อยู่นานกว่านี้อีกแล้ว’ ทางด้าน “ดีเจเผือก” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘ห้องของพี่ก็เคยเป็นห้องประมาณนี้ แต่บางทีอยู่เป็น 10 คน กับเพื่อนๆก็โอเค แต่มันจะเริ่มมีปัญหาตอนที่เรามีแฟน บางทีแฟนก็มาหา แรกๆก็อยู่ร่วมกันได้ สักพักก็เริ่มไม่ได้ ซึ่งพี่ใช้วิธีพูดกับเพื่อน พี่ว่ามันอยู่ที่ความเด็ดขาดและการจัดการของเจ้าของห้อง สุดท้ายแฟนเราต้องเป็นคนที่จัดการเรื่องนี้ได้’ ต่อมา “ดีเจเติ้ล” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘ถ้าหนูอยากให้ปัญหานี้จบ หนูอาจจะต้องรับบทนางวีน ไปนั่งๆหน้าคว่ำอยู่ในห้อง มองมันให้มันรู้ว่าเราไม่แฮปปี้ที่มีมันอยู่ ก็ต้องชัดเจนว่าเราจะอยู่กับแฟน หรือไม่ก็พูดเลยว่าทำยังไงดีเราอยู่ด้วยกัน 3 คนไม่ได้ เราต้องการเวลาส่วนตัวกับแฟน’ สุดท้าย “ดีเจต้นหอม” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘เริ่มให้เห็นถึงความไม่สะดวก ให้เขาพูดกับเพื่อนเป็นกิจลักษณะว่า มันจะต้องมีวันที่ยังไงมึงก็ต้องย้ายออกนะ เพราะตอนนี้แฟนกูมาที่ห้องไม่ได้เลย แล้วเขาก็ถามกูตลอดว่ามึงจะอยู่ถึงเมื่อไร แล้วไหนจะพี่กูมาอีก เขาก็ไม่โอเคที่มาแล้วเจอคนอื่น มันไม่มีใครแก้ปัญหาให้ได้นะนอกจากตัวเราเอง เพื่อนบางคนถ้ามันไม่ได้ก็ไม่ต้องคบ’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

ผมคบกับแฟนได้ 18 วัน แพลนจะไปเคาท์ดาวน์ที่ร้านแฟน แต่แฟนบอกหุ้นส่วนที่ร้านเป็นแฟนเก่า พอแฟนเก่ารู้ว่าผมจะไป เค้าไม่ยอม ฝากแฟนมาบอกว่าถ้าผมไปจะทำให้ร้านสะดุด เขาไม่โอเค ผมก็ให้แฟนไปคุยอีกรอบ เค้าก็บอกว่ามาได้ แต่แฟนผมห้ามมาโต๊ะผม ผมงงเลยว่าจะทำยังไงต่อ?

20 ธ.ค. 2024

ผมคบกับแฟนได้ 18 วัน แพลนจะไปเคาท์ดาวน์ที่ร้านแฟน แต่แฟนบอกหุ้นส่วนที่ร้านเป็นแฟนเก่า พอแฟนเก่ารู้ว่าผมจะไป เค้าไม่ยอม ฝากแฟนมาบอกว่าถ้าผมไปจะทำให้ร้านสะดุด เขาไม่โอเค ผมก็ให้แฟนไปคุยอีกรอบ เค้าก็บอกว่ามาได้ แต่แฟนผมห้ามมาโต๊ะผม ผมงงเลยว่าจะทำยังไงต่อ?

“คุณแม็ก (นามสมมติ)” อายุ 33 ปี สายที่สามในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา [18 ธ.ค. 67] ได้โทรเข้ามาปรึกษา ‘ดีเจเผือก – ดีเจเติ้ล – ดีเจต้นหอม’ เกี่ยวกับปัญหาความสัมพันธ์ โดย “คุณแม็ก (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘เรื่องนี้เป็นเรื่องความลำบากใจระหว่างผมกับแฟน เราสองคนพึ่งเริ่มคบกันได้ 18 วัน แต่ก่อนหน้านี้คุยกันมาประมาณ 3 เดือน เราไปมาหาสู่กันบ่อย ๆ เพราะเราอยู่คนละจังหวัดกัน แฟนผมมีธุรกิจที่บ้านอยู่แล้วแต่ช่วงปลายปี เขามักจะรวมหุ้นกับเพื่อนเปิดลานเบียร์ ซึ่งในช่วงที่เราตกลงคบกันเขา เขาบอกกับผมว่า หนึ่งในหุ้นส่วนของเขาคือแฟนเก่าของเขาด้วย แต่เขาก็บอกผมว่าเลิกกันไปนานแล้ว ไม่ได้มีความสัมพันธ์อะไรกัน เป็นแค่พี่น้องหุ้นส่วนกัน ผมก็โอเคเพราะเขายืนยันว่าไม่น่าจะมีทางกลับไปได้ ถ้ากลับไปก็คงไม่เลิกกันตั้งแต่แรก เขาให้เหตุผลกับผมว่าปีนึงก็คุยกันแค่ช่วงที่มาทำร้านด้วยกัน ไม่ได้ติดต่ออะไรกันอีกนอกจากตอนที่ทำร้าน ซึ่งช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมาเป็นวันหยุด เราได้ไปที่ร้านเพื่อไปหาแฟน แล้วตอนไปเราได้บังเอิญเจอกับแฟนเก่าเขา แต่เราไม่ได้แสดงตัวว่าเราคือคนใหม่ ด้วยความที่แฟนเรามันก็คงทำให้รู้ว่าคนนี้คือคนใหม่ เพราะว่าแฟนจะเดินเวียนมาโต๊ะเราบ่อย ๆ โต๊ะที่ผมนั่งก็จะมีเพื่อนผมด้วย เหตุการณ์วันนั้นก็ไม่มีอะไรปกติทุกอย่างแต่ก็จะมีหุ้นส่วนเขาเดินมาดูโต๊ะเราบ่อย เดินผ่านโต๊ะเราบ่อย จากที่เราสังเกตเห็น หลังจากวันนั้นเราก็กลับบ้านมาทำงานปกติ เราก็ได้คุยกันกับแฟนว่าวันเคาท์ดาวน์จะไปเคาท์ดาวน์กันที่ร้านเขา ตั้งแต่ก่อนที่ผมจะได้ไปเจอกับแฟนเก่าเขา เพราะเขาก็ไม่น่าจะไปไหนได้ต้องอยู่ดูแลร้าน พอจากวันนั้นเขามาบอกผมว่า พี่เขากลับมาเหมือนจะมาง้อเขา มาชวนไปกินข้าว ชวนไปห้อง เราก็เลยถามเขาว่าแล้วยังไง เขาก็บอกว่ารู้สึกอึดอัดทำไมต้องมาทำแบบนี้ พอรู้ว่าผมเป็นใคร แล้วทำไมต้องมาทำแบบนี้อีก ผมก็เลยบอกเขาไปว่า ถ้าคุณไม่โอเค คุณก็บอกเขาไปตรง ๆ เราเป็นใคร ยังไงเราก็ไม่โอเคที่เป็นแบบนี้ เขาก็บอกกับเราว่า อยากบอก แต่หุ้นส่วนแฟนเก่าเขาเป็นคนที่แยกแยะไม่ได้ระหว่างเรื่องงานกับเรื่องส่วนตัว คือถ้าบอกหุ้นส่วนก็จะงอแง วุ่นวายไม่ทำงาน ด้วยความที่เขารู้จักกันมาก่อนเขาก็รู้นิสัยกัน แล้วผมก็บอกแล้วจะให้ทำยังไง ถ้าไม่บอกมันก็จะเป็นคาราคาซังแบบนี้ เขาก็บอกว่า ทนหน่อยได้ไหม เดี๋ยวขอเวลาแป๊บนึง เดือนหน้าก็หมดร้านแล้ว เขาบอกผมว่าจะบอกตอนที่มันใกล้ ๆ จะเสร็จเรื่องร้าน ผมพยายามให้เขาไม่ทำแบบนี้ ผมก็ถามเขาว่าทนไหวเหรอ เขาบอกได้ทนไหว เราก็โอเคปล่อยเขาไปช่วงนึง จนผ่านไปประมาณ 3 วัน เป็นวันที่เขานัดจะมาหาเรา เพราะอีกวันร้านจะหยุด ช่วงประมาณ 1 ทุ่มเขาทักมาบอกว่า วันนี้น่าจะไปหาดึกหน่อย เพราะหุ้นส่วนบอกว่ามีเรื่องจะคุยด้วย เราก็เลยบอกว่า เรื่องกูแน่ ๆ แหละ ดูแล้วไม่น่าจะเป็นเรื่องอื่น เราก็เลยปล่อยเขาคุยกันไป เราก็ไม่ได้ถามอะไรเขา จนเขาทักมาบอกว่าคุยเสร็จแล้ว กำลังจะไปหาที่บ้าน พอเขามาถึงบ้าน อาบน้ำทำอะไรเสร็จ เราก็เลยถามเขาว่าสรุปที่คุยกันว่ายังไง เขาก็บอกเราว่าที่เรานัดกันจะไปเคาท์ดาวน์ที่ร้านเขายกเลิกก่อนได้ไหม เพราะเขาไม่อยากให้เสียงาน หุ้นส่วนบอกว่า ถ้าเธอมา พี่เขาจะทำใจไม่ได้ แต่ผมก็ยืนยันที่จะไป เขาก็เลยบอกว่า งั้นเดี๋ยวจะไปคุยใหม่ พอเสร็จหลังจากนั้นเขาก็กลับไปทำงานปกติ 2 - 3 วัน เขาก็มาบอกผมว่า ไปคุยมาแล้ว พี่เขาบอกว่าจะมาก็มา แต่แฟนผมอะอย่ามานั่งที่โต๊ะผมบ่อยนะ ต้องทำงาน ผมเลยสงสัยถามเขาไปว่า หุ้นส่วนต้องทำอะไรบ้างถ้าเธอไม่ทำเดี๋ยวกูไปช่วยทำเองก็ได้ ผมก็เลยอยากจะมาปรึกษาพี่ ๆ ว่าเราควรไปไหมมันจะทำให้แฟนเราอึดอัดมาไปไหม?’ ซึ่งเริ่มที่ “ดีเจต้นหอม” ให้คำปรึกษาว่า ‘พี่ไม่แนะนำให้เปลี่ยนร้านนะ แต่พี่แนะนำให้เปลี่ยนแฟน ไม่มีคำว่าไปหรือไม่ไปคือการที่จะเดินมาบอกว่า เฮ้ยเธอต้องไปร้านนี้ได้ป่ะ เพราะแฟนเก่าไม่โอเค ถามหน่อยไอ่นั้นเป็นใครแล้วกูเป็นใครก่อนตอนนี้ ชั่งน้ำหนักก่อนใช่กูมา 18 วันกูเดินออกได้นะ ตอนนี้แม็กต้องไปสืบข้อมูล แม็กได้ข้อมูลไม่ครบแล้วล่ะกับเรื่องแฟนเก่าคนเนี้ย การที่แฟนเก่าเลิกมา 2 ปีแล้วนาน ๆ เราเจออกันทีเราจะมาเจอกันแค่ทำร้าน ขอโทษนะแค่ทำร้านปีนึงแปลว่ามันไม่ได้มีการติดต่ออะไรกันมาแล้ว อยู่ ๆ อีนี่จะมาหวงก้างขึ้นมาไม่ใช่ตลอดระยะเวลา 2 ปี ถ้าเลิกกัน 2 ปีจริง ๆ นะยังติดต่อกันอยู่แล้วเป็นแนวทางที่ไม่ใช่เพื่อรตัดขาด แฟนเก่ายังมีความหวังมาโดนตลอดแต่แม็กตอนนี้เลือกแคร์ผิดคน ทีนี้คือโทษเขาไม่ได้นะแม็กเธอมาแค่ 18 วัน สิ่งที่พี่อยากให้แม็กรู้คือน้ำหนักความสำคัญของตัวแม็กตอนนี้ แล้วคือการไปไปได้นะแต่ไม่ได้เต็มใจให้ไปคือการจัดการของคนกลางไม่ดีซึ่งพี่ไม่รู้ว่า คนกลางจัดการไม่ดีหรือคนกลางมันแคร์ตรงนั้นอยู่มันไม่ใช่เรื่องของการทำงาน แฟนเก่ามันเป็นแฟนเก่าจริงหรือเปล่าตอนนี้มันเหมือนมันไม่ใช่แฟนเก่าเท่าที่ฟัง ถ้ายังจะเอาคนนี้แม็กต้องยื่นคำขาดต้องวีนไปเลยว่า ทำไมถึงไม่ให้เราไปทำไมถึงไม่ให้ความสำคัญกับเราแล้วมันต้องเด็ดขาดกับแฟนเก่าไม่ใช่แบบ ไปก็ได้เดี๋ยวถามแฟนเก่าก่อนนะว่าให้เธอมาหรือเปล่า สถานะกูเป็นใคร ต้องตัดสินใตตั้งแต่ตอนนั้นต้องเคลียร์กับแฟนเก่าไม่ให้เรื่องแบบนี้มาถึงเรานะ ต้อง Protect ความรู้สึกเรา เราคือคนปัจจุบันเธอเอาไง ลองถามอึดอัดป่ะกับการที่มีเราอยู่เพราะถ้าเธอรู้สึกว่าอยากให้เราอยู่ตรงเนี้ยเธอทำอะไรให้เรารู้สึกอุ่นใจหน่อยได้ไหม เธอทำอะไรให้เรารู้สึกว่าที่ตรงเนี้ยคุ้มค่ากับการที่เราจะอยู่ตอนนี้เราไม่มั่นใจเลย คนกลางต้องหนักแน่นและเด็ดเดี่ยวมากกว่านี้’ ต่อมา “ดีเจเติ้ล” ก็ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘พี่ว่า 18 วันนี้มีแต่สถานการณ์ประหลาดมาหมดเลย พี่ว่ามันอาจจะไม่ได้เลิกกันแบบตัดขาดเพราะถ้าตัดขาดไม่น่าจะเป็นแบบนี้นะอยู่ ๆ จะมาหึงเหรอไม่มีสิทธิ์ มันแปลก ๆ หมดเลยแต่พี่เชียร์ให้แม็กไปเพราะ ถ้าแม็กไปวันปีใหม่เนี้ยแม็กก็จะได้รู้แหละว่าตัวเองสำคัญขนาดไหนกับเขา มันอาจจะเคลียร์เลยก็ได้ว่าจริง ๆ แล้วมึงยังลืมเขาคนนั้นหรอก มึงอย่าเอากูมาแบบขัดตาทับขั้นเวลาเลย มึงไปอยู่กับเราเถอะ มันไม่ใช่แค่ข้ออ้างว่าเราต้องทำธุรกิจร่วมกันแล้วแต่อันนี้คือมันแคร์เขาค่ะ เชียร์ให้ไปจะได้รู้ว่าเรื่องมันเป็นยังไง อาจจะได้คำตอบคืนนั้นแหละจะได้กลับมาตั้งหน้าตั้งตาเป็น doctor’ สุดท้าย “ดีเจเผือก” ได้ให้คำปรึกษาเสริมอีกว่า ‘พี่ติดอยู่ขั้นตอนเดียวที่มาบอกเราว่า อีกฝ่ายมาขอคืนดีซึ่งเราทำอะไรไม่ได้เพราะถ้าทำไปแล้วเจาอาจจะงอแงแล้วไม่หุ้นด้วย อันนี้แปลกมากคือมันผิดอะ ถ้าเป็นพี่ก็จะรู้สึกว่าอ้าวอย่างงี้มึงให้ความสำคัญกับใครมากกว่าวะ ถ้าสมมุติแฟนเก่าซึ่งจริงตามที่อ้างเลิกกันมา 2 ปีแล้ว เป็นคนงี่เง่า แล้วจะมาขอคืนดีอะ คนที่แฟนแม็กควรจะห่วงความรู้สึกมากที่สุดคือเรา ที่พึ่งคบกันได้ 18 วัน เขาควรจะปกป้องเรากลับกลายเป็นว่าเขาเลือกที่จะปกป้องความรู้สึกของฝั่งนั้น เป็นพี่พี่น้อยใจตรงนี้ จริง ๆ ถ้าจะเลือกคนที่ไม่มีเหตุผลและงี่เง่าในวงจรนี้ควรจะเป็นแฟนเก่าแล้วควรจะจัดการกับอีนั่น ไม่ใช่มากันเราออก การลำดับความสำคัญหรือแบบความงี่เงาของเขามันเบอร์ไหนวะ ถ้าถามว่าไปหรือไม่ไป คือไปแล้วจะรู้เลยแน่นอนว่าสถานการณ์เป็นยังไงอันนี้จริง แต่ถ้าเป็นชีวิตจริงผมก็อาจจะไม่ไปก็ได้นะ หมายถึงว่าฉันก็มีเชิงของฉัน ศักดิ์ศรีของฉันเหมือนกันไม่อยากให้ไปก็ไม่ไปก็ได้แล้วก้ไม่ต้องโทรตามแล้วกันก็อย่ามารู้แล้วกันว่าเคาท์ดาวน์ไปไหน’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

เราเป็นทอม เคยคบกับแฟนผู้หญิงตอนมัธยม เลิกกันไป มาเจออีกที แฟนเก่าเราอุ้มลูก มีสามีแล้ว เราโกรธบล็อกเขาทุกช่องทาง แล้วเราก็มีแฟนใหม่ จนทราบข่าวว่าแฟนเก่าเสียชีวิต ย้อนดูในโซเชียลเขาไม่เคยลบรูปเราเลย พยายามติดต่อมาคุยกับเรา

07 มิ.ย. 2024

เราเป็นทอม เคยคบกับแฟนผู้หญิงตอนมัธยม เลิกกันไป มาเจออีกที แฟนเก่าเราอุ้มลูก มีสามีแล้ว เราโกรธบล็อกเขาทุกช่องทาง แล้วเราก็มีแฟนใหม่ จนทราบข่าวว่าแฟนเก่าเสียชีวิต ย้อนดูในโซเชียลเขาไม่เคยลบรูปเราเลย พยายามติดต่อมาคุยกับเรา

เราเป็นทอม เคยคบกับแฟนผู้หญิงตอนมัธยม เลิกกันไป มาเจออีกที แฟนเก่าเราอุ้มลูก มีสามีแล้วเราโกรธบล็อกเขาทุกช่องทาง แล้วเราก็มีแฟนใหม่ จนทราบข่าวว่าแฟนเก่าเสียชีวิตย้อนดูในโซเชียลเขาไม่เคยลบรูปเราเลย พยายามติดต่อมาคุยกับเรา รู้สึกติดค้างไม่ได้พูดอะไรกับเขาเลย “คุณนิค (นามสมมติ)” อายุ 27 ปี สายที่สองในรายการพุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ [5มิ.ย.67] ได้โทรเข้ามาปรึกษา ‘ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม’ เกี่ยวกับปัญหาความรักที่ความรู้สึกยังค้างคา โดย “คุณนิค (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘เป็นเรื่องราวที่เราเคยถูกผู้หญิงคนหนึ่งทิ้งไปนานมากแล้ว ซึ่งเรื่องมันจบไปแล้วแต่เรายังรู้สึกผิดอยู่ เริ่มจากเราเคยเป็นเพื่อนร่วมห้องกันมาก่อนตั้งแต่ม.ปลาย เค้าเคยมีแฟนเป็นผู้ชายมาก่อนแล้วก็ค่อยมาคบกับเราที่เป็นทอม เวลาที่เค้าทะเลาะกับเพื่อนเราก็จะอยู่ข้าง ๆ เค้าตลอด เค้าก็มักจะบอกกับเราว่า “อย่าทิ้งเค้าไปไหนนะ” เพราะเราเหมือนเป็นที่พึ่งทางใจให้กับเค้า จนจุดเปลี่ยนมันเกิดช่วงที่เราทั้งคู่เข้ามหาลัย เค้าสอบติดมหาลัยที่อยู่ต่างจังหวัด เราก็ไปส่งเค้าที่สนามบิน แต่หลังจากนั้นได้ 2 อาทิตย์เค้าก็โทรมาบอกเลิกเราเลย ทั้งๆไม่มีสัญญาณอะไรและเราก็ไม่ได้เตรียมใจไว้เลย ซึ่งเหตุผลที่เค้าบอกเราคือเราขี้หึงเกินไป งี่เง่าเกินไป โทษความผิดให้กับเราหมดเลย เราเลยไปส่องเฟซบุ๊คของเค้า และสิ่งที่เราเจอคือเค้าโพสรูปคู่กับผู้ชายคนหนึ่งที่น่าจะเป็นคนคุยใหม่ของเค้า เราเลยโกรธเค้ามาก ไล่ลบรูปคู่ทั้งหมด บล็อกเค้าทุกช่องทาง แต่ด้วยความที่พี่สาวของเราเรียนที่มหาลัยเดียวกับเค้า เราเลยยังได้ทราบข่าวเล็ก ๆ น้อย ๆ บ้าง หลังจากจบมหาวิทยาลัย แฟนเก่าเราประกาศแต่งงานทันที เราก็แอบรู้สึกช็อคนิดนึงแต่ก็รู้สึกว่ามันผ่านมานานมากแล้วทำไมถึงต้องไปคิดอีก แต่มันดันมีเรื่องบังเอิญที่ทำให้เราต้องไปเจอเค้าและภาพที่เราเห็นคือเค้ากำลังอุ้มลูกอยู่ เราตัวชา ทำตัวไม่ถูก เลยเลือกที่จะเดินสวนไป ผ่านไปสักพักเราก็ได้ยินข่าวคราวอีกทีคือเค้าเป็นมะเร็งระยะสุดท้าย ทั้งแม่และพี่สาวก็ไปให้กำลังใจเค้าและเหมือนจะดีขึ้น แต่สุดท้ายเค้าก็เสียชีวิต พอเราได้ยินแบบนั้นก็เหมือนโลกถล่ม สิ่งที่เราพยายามเกลียดเค้าหรือลืมเค้ามาโดยตลอดทำให้เราเสียศูนย์ไปเลย เราเลยขอแฟนคนปัจจุบันไปงานศพของเค้า และเราก็เสียใจที่คุยกับเค้าผ่านธูป และบอกกับตัวเองว่าทำไมเราไม่ทักไปคุยกับเค้า ทำไมเราถึงใจร้ายกับเค้า เราเลยกลับไปดูในเฟสบุ๊คคือเค้าไม่เคยลบรูปคู่กับเราเลย มันเลยยิ่งทำให้เราคิดว่าทำไมมีแต่เราที่มีทิฐิ และโกรธเค้าอยู่ฝ่ายเดียว ทำให้เราต้องไปปรึกษาจิตแพทย์และกินยา แต่เมื่อไหร่ที่นึกถึงเค้าเราก็จะร้องไห้ตลอด เลยอยากจะถามพี่ ๆ ว่าเราผิดมั้ยที่ตอนเลิกกันเราบล็อกเค้าทุกช่องทาง และถ้าอยากเลิกคิดเรื่องนี้พี่ช่วยแนะนำมุมมองใหม่ให้ได้มั้ยคะเพราะเราจมปลักกับตรงนี้มานานมาเกินครึ่งปีแล้ว’ ซึ่ง “ดีเจต้นหอม” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘คุณนิคไม่ผิดที่บล็อกเค้าเพราะเค้าบอกเลิกเรา จริง ๆ สำหรับผู้หญิงเรื่องแบบนี้เค้าวางแผนมาแล้วว่าจะเลิก กะว่าไปถึงอีกจังหวัดเค้าจะหาวิธีบอกเลิก หรือเค้าอาจจะไปแล้วไปเจอใครที่นู้นภายใน 2 อาทิตย์ สำหรับหอมมันก็คือการนอกใจ ก็ไม่มีอะไรที่ทำให้เราต้องเสียดาย เป็นหอมหอมก็ไม่ทักหา อาจจะใช้เวลาไปสักพักถึงจะให้อภัย ฉะนั้นตรงนี้ไม่ผิดอยู่แล้วเพราะเลิกกันไม่ดี ส่วนรื่องเปลี่ยนมุมมอง หอมว่าเราไม่ใช่หมอดู ไม่มีใครรู้อนาคตว่าใครจะต้องไปเจออะไร แล้วสัจธรรมของชีวิตคน เกิด แก่ เจ็บ ตาย เป็นเรื่องปกติมาก ไม่วันหนึ่งคุณนิคไปเค้าก็ไป มันไม่ใช่ความผิดเรา สิ่งที่เราทำมันก็ถูกต้องแล้วคือต่างคนต่างใช้ชีวิตเพราะเลิกกันไปแล้ว นิคอาจจะรู้สึกเสียดายที่น่าจะให้อภัยและคุยกับเค้าเพราะนี่คือเพื่อนที่ดีที่สุดคนหนึ่ง หอมคิดว่ามันเป็นความเสียดายมากกว่าที่คุณนิคจะเก็บมาโทษตัวเองว่าเราทำผิดทำไมเราไม่คุยกับเธอ มันไม่ใช่แค่คุณนิคอย่างเดียว เค้าอยากคุยกับเรารึเปล่า อันนี้ก็ไม่รู้ แล้วที่บอกว่าไลน์เด้งมาหาเราก็มีคนให้ข้อสันนิฐานว่า จริง ๆ เค้าอาจจะไม่ได้แอดเรามา แต่ถ้ามีเบอร์เราไลน์มันก็จะเด้งอัตโนมัติเวลาที่เค้าเปลี่ยนมือถือ และในเมื่อเค้าเป็นคนทิ้งเราก่อนเราก็ไม่ผิดที่เราทักเค้าไป แล้วการที่คุณนิครู้สึกว่าเราเป็นเพื่อนที่ดีต่อกัน และวันที่เค้าเสียชีวิตแล้วคุณนิคจะไปอโหสิกรรมอันนี้ก็เปนเรื่องที่ถูกต้อง เพราะเราไม่รู้เลยว่าวันหนึ่งเค้าจะเจออะไร เค้าจะจากเราไปตอนไหน ถ้าคุณนิครู้สึกว่านี่เป็นบทเรียนและไม่อยากเจอเรื่องแบบนี้อีก วันนี้คนที่อยู่ข้าง ๆ คุณนิค คุณนิคก็ต้องทำดีกับเค้าเช่น แฟนใหม่ที่เราคบ ถ้าวันหนึ่งเค้าเป็นอะไรขึ้นมาเราจะเสียดายอะไรที่เรายังไม่ได้ทำบ้าง ให้ทำกับคนนี้หรือทำกับคนรอบข้างเหมือนจะจากกันตลอดเวลา เพราะงั้นทำตีต่อกันกับคนที่ยังเหลืออยู่ อันนี้หอมว่าดีกว่า และเลิกคิดถึงคนที่จากไปแล้วและไม่ต้องโทษตัวเอง เพราะเค้าไปแล้วและไม่รับรู้อะไรแล้ว’ ต่อมา “ดีเจเผือก” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘ก็ใกล้เคียงกับหอม เพราะพี่ก็ถามว่าว่าทำไมนิคคิดว่าตัวเองผิด แต่ด้วยจังหวะของการเลิกกันมันอาจจะกระทันหัน ซึ่งการเลิกกันแบบนี้ก็ใช่ว่าจะไม่เกิดขึ้นกับคู่อื่น ๆ คนเรามีการบอกบอกเลิกหรือวิธีหยุดความสัมพันธ์ที่ไม่เหมือนกัน บางคนก็หายไปเลย บางคนก็มานั่งคุย อันนี้ก็แล้วแต่คู่ แล้วพอเลิกกันไปผมมองว่าต่างคนต่างวางตัวกันดี เอาจริงคุณนิคก็ไม่ควรทักไปอยู่แล้ว เพราะมันไม่มีสาเหตุที่ต้องคุยกันในฐานะเพื่อนเก่าหรืออะไรก็ตาม ยิ่งทักคุยกันอาจจะยิ่งเป็นปัญหากับความสัมพันธ์ปัจจุบันของแฟนเค้าซะมากกว่า ผมว่าต่างฝ่ายต่างทำถูกแล้วที่ไม่ได้ติดต่อกัน และสุดท้ายคนที่จะติดค้างเรื่องคำขอโทษก็น่าจะเป็นฝ่ายเค้ามากกว่า ผมมองว่าทุกอย่างดำเนินไปตามปกติที่ควรจะเป็นอยู่แล้ว ไม่เห็นว่าจะมีความผิดอะไรจากคุณนิคเลย ในเรื่องของมุมมองคุณนิคต้องล้างความคิดว่าตัวเองผิดก่อน ผมไม่เห็นว่าคุนนิคจะต้องมีอะไรที่ติดค้างหรือรู้สึกผิด เพราะต่างฝ่ายก็ต่างไปมีชีวิต คนที่เลิกกันแล้วบางทีก็ไม่เหมาะไม่ควรที่เราจะคบหากันต่อ แม้จะเป็นเพื่อนกันก็ตามมันต้องย้อนกลับไปตั้งแต่เป็นเพื่อนกัน เมื่อไหร่ที่ตัดสินใจก้าวข้ามความเป็นเพื่อนมาเป็นแฟน มันคือการเปลี่ยนแปลงที่ย้อนกลับไปไม่ได้ พอเลิกกันก็ต้องทำใจว่าความสัมพันธ์แบบเพื่อนมันจะไม่กลับมา และทุกอย่างี่เกิดขึ้นมาผมมองว่ามันเป็นเรื่องปกติทุกอย่าง’ สุดท้าย “ดีเจเติ้ล” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘พี่จะเสนอมุมมองที่ต่างพี่เผือกพี่หอมนิดนึง เท่าที่พี่ฟังมาพี่รู้สึกเสียดายชีวิตคุณนิคมากเลย พี่รู้สึกว่า 9 ปีตั้งแต่เลิกกับเค้าคุณนิคไม่ได้ไปไหนเลย อย่างตอนที่เจอเค้าอุ้มลูกแล้วคุณนิคหนี ถ้าเป็นคนที่มูฟออนแล้วพี่ว่าเค้าคงเดินไปถามสารทุกข์สุขดิบ แต่สำหรับเติ้ลมองว่าเหมือนคุณนิคยังอยากได้เค้าเป็นแฟน ยังเฝ้าดูชีวิตเค้าตลอด เรื่องของเค้ายังเข้ามากระทบจิตใจคุณนิคตลอด แล้วสุดท้ายคนที่ไม่ไปไหนก็คือตัวคุณนิค แต่วันนี้เค้าเสียไปแล้วแต่คุณนิคเองที่ยังไม่ไปไหน ซึ่งทำให้เติ้ลเสียดายเวลาที่คุณนิคจะไปมีความสุขกับตัวเอง ถ้าคุณนิคยังไม่เลิกคิดว่าตัวเองผิด ก็โปรดให้อภัยตัวเอง’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

หนูเป็น LGBTQ+ โดนคดีแล้วได้เจอกับผู้ชายคนนึงในเรือนจำ รู้จักกัน จนรู้สึกดีต่อกัน ตกลงกันว่าในนี้เราจะคบกัน แต่ตอนนี้หนูออกมาแล้ว เพราะเขาช่วยหาทนาย สู้คดีให้ เขาบอกอยากให้หนูออกไปใช้ชีวิต

31 พ.ค. 2024

หนูเป็น LGBTQ+ โดนคดีแล้วได้เจอกับผู้ชายคนนึงในเรือนจำ รู้จักกัน จนรู้สึกดีต่อกัน ตกลงกันว่าในนี้เราจะคบกัน แต่ตอนนี้หนูออกมาแล้ว เพราะเขาช่วยหาทนาย สู้คดีให้ เขาบอกอยากให้หนูออกไปใช้ชีวิต

หนูเป็น LGBTQ+ โดนคดีแล้วได้เจอกับผู้ชายคนนึงในเรือนจำ รู้จักกัน จนรู้สึกดีต่อกันตกลงกันว่าในนี้เราจะคบกัน แต่ตอนนี้หนูออกมาแล้ว เพราะเขาช่วยหาทนาย สู้คดีให้เขาบอกอยากให้หนูออกไปใช้ชีวิต เจอคนใหม่ เริ่มต้นใหม่ เขาบอกอนาคตถ้าออกไปข้างนอกเราจะเป็นพี่น้องกัน “คุณแคลร์ (นามสมมติ)” อายุ 23 ปี สายแรกในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา [29 พ.ค. 67] ได้โทรเข้ามาปรึกษา ‘ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม’ เกี่ยวกับปัญหาความรักกับคนในเรือนจำ โดย ​“คุณแคลร์ (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘ย้อนไปเมื่อ 3 ปีก่อน เราประกอบอาชีพเป็นสตรีมเมอร์ และได้สิ้นสุดการประกอบอาชีพ เมื่อปลาย ปี 65 ที่ผ่านมา เพราะเราถูกฟ้องด้วยความเข้าใจผิด ในข้อหาดูหมิ่นด้วยการโฆษณา และเราก็สู้คดีมาจนถึงกลางปี 66 ซึ่งเป็นการสู้ที่เสียเปรียบมาโดยตลอด เพราะเราไม่มีกำลังทรัพย์มากพอ จึงได้ขอให้เป็นทนายขอแรงมาช่วย เขาก็ช่วยเท่าที่จะช่วยได้เท่านั้น จนเมื่อ 29 พฤษภาคม พ.ศ. 2566 ศาลมีคำสั่งฝากขัง ในทางปฏิบัติเราสามารถที่จะประกันตัวได้ แต่ว่าเราไม่มีเงินประกันตัว แม้กระทั่งครอบครัวที่มีคุณแม่เพียงคนเดียวก็ไม่สามารถช่วยตรงนี้ได้ จึงจำใจต้องเข้าฝากขังที่เรือนจำแห่งหนึ่ง เป็นระยะเวลา 6 เดือน ซึ่งระหว่างที่อยู่ข้างใน เราได้มีโอกาส เจอกับพี่ผู้ต้องขังคนหนึ่ง เขามักจะฝากความเป็นห่วงผ่านเพื่อนผู้ต้องขังอีกคนมาถึงเรา เราก็สงสัยว่า เขาเป็นใคร ? ต่อมาเราจึงได้ไปเจอกับเขาและได้พูดคุยกัน จนทราบว่าเขาบังเอิญเป็นคนที่อยู่ใกล้บ้านเรา แต่เราไม่ได้รู้จักกันมาก่อน ซึ่งพี่เขาอายุ 40 ปีแล้ว หลังจากนั้น 2 อาทิตย์ ก็มีพูดคุยกัน มีการดูแลกันมากขึ้น เริ่มจากการแบ่งอาหารเช้าให้ ชวนมานั่งคุยปรับทุกข์กัน จนกระทั่งตกลงคบกัน ซึ่งเขาก็จะบอกตลอดว่า แคลร์ไม่จำเป็นต้องรักเขา ขอให้เขาได้รักแคลร์ก็พอ ส่วนตัวเราเองไม่ได้มีความตั้งใจที่จะไปเจอ หรือไปหาความสัมพันธ์แบบนี้ เพราะเราเองก็รู้สึกผิดกับตัวเองว่า ทำไมต้องมาเสียเวลาในที่แบบนี้ด้วย ซึ่งจากการสังเกตพฤติกรรมของเขาในการวางตัวในฐานะคนรัก เราก็เริ่มรู้สึกดีและเข้าใจอะไรหลายอย่างมากขึ้น จากที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อน เพราะตลอดเวลา 23 ปี แคลร์ไม่เคยมีแฟน จนกระทั่งมาเจอคนนี้ ซึ่งระหว่างที่อยู่ด้วยกัน เขาจะหาทางช่วยเหลือเราตลอด เช่น เรื่องของการอัพเดทคดีจากข้างนอก เรื่องการยื่นเรื่องส่งสภาทนายความ ให้เข้ามาช่วยตรวจสอบรูปคดี หรือการส่งคำร้องให้ศาลเร่งพิจารณาคดี เพราะว่าตอนนั้นที่เข้าไปเป็นเดือนสิงหาปีที่แล้ว และจะมีการนัดพิจารณาคดีอีกทีคือ เมษายนปี 67 ถ้าให้นับมันจะเป็นการอยู่แบบเสียเปล่าไปเลย 1 ปี เมื่อวันที่ 14 ธันวาคม ปี 66 เขาก็มาบอกกับเราว่า แคลร์พี่คุยกับทนายให้แล้วนะ ซึ่งเราก็ตกใจว่า พี่คุยกับทนายที่ไหนมา ทนายของแคร์เหรอ ? เขาก็บอกว่า เป็นทนายส่วนตัวของเขา เขาบอกทนายว่า ให้ยื่นประกันตัวให้แคลร์ เป็นการจ่ายเงินให้เราเพื่อการประกันตัว เราก็ตกใจมากว่า เขาทำเพื่อแคลร์ขนาดนี้เลยเหรอ เพราะเขาก็จะบอกกับเราตลอดว่า ออกไปก็ออกไปใช้ชีวิตนะ และไม่ต้องเป็นห่วงพี่ ลืมเรื่องราวทุกอย่าง ข้างในให้หมด ซึ่งตอนนี้แคลร์ได้ออกมาใช้ชีวิตเรียบร้อยแล้ว แคลร์เคยบอกกับเขาว่า อยากจะคบกับเขาเป็นแฟนจริงจัง แต่เขาบอกว่า เขาให้สัญญาไม่ได้ เพราะเขาไม่อยากให้ความหวัง และเขาก็ไม่อยากใช้คำพูดสวยหรู หากเขาได้ออกไปแล้ว เขาทำไม่ได้ แคลร์จะรับได้เหรอ ? เราก็คิดว่า สิ่งที่เขาพูดมันก็เรื่องจริง และเขาก็พูดอีกว่า แคลร์จะเป็นกะเทยคนเดียว ที่เขารักที่สุดในชีวิต และก็จะเป็นน้องที่เขารักตลอดไป ซึ่งเราก็ยังให้ความหวังตัวเองอยู่ในทุก ๆ วันว่า อย่างน้อยถ้าวันหนึ่ง เขาออกมา แล้วเขาเห็นว่าแคลร์ยังรอเขาอยู่ เขาก็อาจจะเปลี่ยนใจ เพราะหนูก็ไม่เคยมีความคิด ที่จะไปมองหาใครคนใหม่ตั้งแต่ออกมา เป็นระยะเวลา 7 เดือนแล้ว ซึ่งในทุกเดือนเราจะกลับไปเยี่ยมเขาเสมอ และปฏิกิริยาของเขาที่แสดงต่อเราก็ปกติทุกอย่าง แต่ทางเรือนจำจะมีการเขียนจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ รายวันถึงผู้ต้องขังด้านใน หนูก็จะเขียนถึงเขาทุกวัน แต่เขาก็จะเขียนตอบกลับมาว่า เขาขี้เกียจที่จะเดินมาหา ตอนที่เรามาเยี่ยม เขาไม่อยากที่จะเขียนจดหมายตอบกลับเรา ซึ่งเขาเป็นแบบนี้กับครอบครัวด้วย เหมือนเขาไม่อยากรับรู้เรื่องภายนอก เขาเลยพยายามกีดกันไม่ให้หนูไปเยี่ยมหรือเขียนอะไรหาเขา แคลร์อยากถามพี่ ๆ ดีเจว่า พอจะมีวิธีการยังไงที่จะรอเขา แบบให้ใช้ชีวิตที่มีความสุข ไม่เครียด ไม่ห่วงอะไร เพราะเราไม่เคยเข้าใจในสิ่งที่เขาทำ เราไม่รู้ว่าการที่เขาทำแบบนี้เขาต้องการให้เรามีสถานะไหนกันแน่ และทุกวันนี้เขายังจ้างทนายเพื่อที่จะสู้คดีให้กับเราต่อ ซึ่งเราก็พึ่งทราบเรื่องนี้จากทนายว่า เขายังจัดการ เรื่องค่าใช้จ่ายให้เราทั้งหมดเลย และแม้ว่า เขาจะบอกให้หนูเดินหน้าต่อ แต่ด้วยความที่เขาเป็นแฟนคนแรกของเราด้วย เราเลยรู้สึกผูกพันและรู้สึกขอบคุณในการกระทำของเขา ที่ทำให้เราได้เหมือนมีชีวิตใหม่ เรารู้สึกว่า เราไม่สามารถเดินออกมาจากเขาตอนนี้ได้ ซึ่ง “ดีเจต้นหอม” ก็ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘การที่เขาพูดว่า แคลร์เป็นน้องที่เขารัก มันเหมือนกับการที่เขาดับฝัน เพราะหากเขาออกมาข้างนอกเขาจะไม่คบกับแคลร์ แต่หากอยู่ข้างในก็เป็นแฟนกัน เหมือนกับการที่คนเหงามาเจอคนเหงา ซึ่งแคลร์ก็บังเอิญอยู่ใกล้เขา อยู่ในแดนเดียวกันได้ใกล้ชิดกัน แคลร์มีความหวังอยู่นิดหน่อยแต่ก็น้อยมาก ถ้าแคลร์จะรอเขา แคลร์ก็ต้องทรมานอยู่แล้ว แต่ถ้าแคลร์ไม่รอก็จะทรมานแค่ช่วงแรก ไม่ต้องทรมารไปเรื่อย ๆ ซึ่งถ้าเปรียบเป็นเกมไพ่ โอกาสที่แคลร์จะแพ้สูงมาก แต่ที่พี่ทำหอมรับแขกมา ได้สัมภาษณ์คนในเรือนจำและชีวิตรักในเรือนจำ ทำให้พี่ได้รู้ว่า มันเป็นชีวิตรักที่เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่อยู่ในเรือนจำเท่านั้น พอเราออกมา เขาก็จะมีคนใหม่เข้าไป ในขณะเดียวกัน คนที่ออกไปก็จะมีแฟนใหม่ มันเป็นวัฏจักรของเขาที่เขาจะรู้กันดีอยู่แล้ว แล้วการที่เขาส่งสัญญาณบอกเราว่า เขาไม่อยากเดินมาหา หรือการที่ เขาไม่อยากรับจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ แปลว่าตอนนี้ เขาปฏิเสธเราแล้ว แล้วการที่เราเข้าไปหาเขา ก็เหมือนกับว่า เราไม่เข้าใจในสิ่งที่เขาต้องการพยายามสื่อ การแสดงออกของเขาสุภาพ แต่ก็ชัดเจนว่า เขาต้องการยุติความสัมพันธ์แล้ว ซึ่งแคลร์ก็ยังไม่เข้าใจ และมันก็สร้างความอึดอัดให้กับเขา ฉะนั้นพี่คิดว่า แคลร์ไม่ควรรอ เพราะมันเป็นการรอฝั่งเดียว แคลร์ ควรหยุด เจ็บตอนนี้ให้จบและเดินหน้าใช้ชีวิตต่อไป ทางนี้จึงเป็นทางออกที่ดีที่สุดแล้ว ต่อมา “ดีเจเติ้ล” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘ด้วยสถานการณ์ที่แคลร์อยู่ตอนนั้น มันเป็นได้หลายเรื่องเลย ที่เค้าเข้ามาหาแคลร์ และมันอาจจะเป็นไปได้ว่า การที่เขาเข้ามาหาแคลร์ เขาไม่ได้รักแคลร์แบบความสัมพันธ์หนึ่ง แคลร์และเขาต่างเจอกันในช่วงเวลาที่ต้องการคนซัพพอร์ต ซึ่งชีวิตในนั้นมันมีเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นอยู่แล้ว แต่พี่ก็รู้สึกว่า เขาก็เป็นคนดีนะ เขาไม่ได้แค่ใช้แคลร์แก้เหงา เพียงอย่างเดียว แต่ก็ยังรับผิดชอบชีวิตของแคลร์ต่อ ซึ่งเขาก็ชัดเจนที่บอกกับแคลร์ว่า ถ้าออกจากคุก ก็ให้แคลร์ไปมีชีวิตใหม่เถอะ อย่ายึดติดอยู่กับเขา แต่พี่ก็เข้าใจแคลร์ เพราะเขาคือคนแรกของแคลร์ แคลร์เลยรู้สึกว่า รักครั้งนี้มันยิ่งใหญ่มาก เหมือนว่ามันเป็นพรหมลิขิต และมันคงจะดีมากถ้าเราได้อยู่ด้วยกันต่อไปจากนี้ แต่พี่คาดว่า แคลร์ไม่ใช่คนแรกของเขา แน่นอน และหลังจากแคลร์เขาก็ยังจะมีคนใหม่อีก ซึ่งเขาแสดงออกอย่างชัดเจนว่า เขาไม่ได้อยากมีอนาคตกับแคลร์ต่อ และเขาก็ไม่ได้ต้องการแคลร์หลังออกจากคุก ซึ่งนี่ก็เป็นคำตอบที่ใหญ่พอที่จะทำให้แคลร์เดินหน้าต่อ เพื่อเริ่มต้นชีวิตใหม่ ถ้าเต็มที่สุด ๆ แคลร์อาจจะบอกกับเขาว่า แคลร์เข้าใจพี่นะ แต่ถ้าหากวันใดวันนึง ที่พี่ออกมาจากคุกแล้ว แล้วถ้าเราอยากคุยกันโดยที่ยังโสดทั้ง 2 ฝ่าย แคลร์ยังยินดีนะ แคลร์ แต่หากรอตั้งแต่ตอนนี้ มันจะเป็นการทุกข์ใจมากถึงมากที่สุด และสุดท้าย “ดีเจเผือก” ให้คำปรึกษาว่า ‘ให้แคลร์ ไปดูรายการที่มีการสัมภาษณ์กลุ่มหนุ่มสาว LGBTQ+ ในเรือนจำ ซึ่งบทสัมภาษณ์ในรายการก็จะให้คำตอบทุกอย่าง เรื่องราวมักจะคล้ายกับสถานการณ์ที่แคลร์เจอมา เรื่องราวในนั้น เกิดขึ้นในนั้น และจบลงในนั้น ถ้าออกมาต่างคนก็ต่างไปใช้ชีวิตของตัวเอง ซึ่งหากแคลร์ได้ดู แคลร์ก็อาจจะเข้าใจอะไรหลาย ๆ อย่างมากยิ่งขึ้น และหลังจากที่พี่อ่านแชทมาพี่ได้เข้าใจเลยว่า ความสุขของเขามันเกิดขึ้นแค่ในโลกเรือนจำ พอแคลร์ออกมาเรื่องมันก็จบ ไม่ใช่ว่าเค้าไม่รักในตัวแคลร์ แต่เป็นเพราะว่าสภาพแวดล้อมมันเปลี่ยน เรื่องมันเลยต้องจบลง ซึ่งการที่เขาออกมา มันไม่ได้การันตีเลยว่า เขาต้องสานต่อกับเรื่องราวที่เขาคิดว่ามันจบลงแล้ว ถ้าแคลร์ลองตั้งสติคิดดู แคลร์ก็รู้ว่า เขาอยากให้เรื่องราวนี้มันจบ จากการที่เขาตอบคำถามก็ตามมันก็ชัดเจนมากอยู่แล้ว ซึ่งเมื่อเขาชัดเจนขนาดนี้ ก็อยู่ที่แคลร์จะยอมความจริงได้เร็วแค่ไหน ช่วงแรกมันก็อาจจะรู้สึกเศร้าบ้าง แต่มันก็ไม่ถึงขั้นทรมานเท่าการรอใครสักคนหนึ่ง ตอนนี้มันก็ต้องทำใจนิดนึง แล้วก็มีชีวิตใหม่ ให้มันกลายเป็นเรื่องราวดี ๆ ที่จบลงในเรือนจำ’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

album
efm
-

-