บางทีมันก็ลำไย!! น้องที่ทำงานอายุ 20 ชอบบอกว่าเราอายุ 24 แล้ว "หน้าแก่" พูดบ่อยมาก เคยสวนกลับไป "แหม ชีวิตนี้จะไม่อายุ 24 เลยมั้ง?" น้องตอบ "ถ้าผม 24 พี่ก็โคตรแก่แล้ว" ถ้าเป็นทุกคนเจอแบบนี้ทำไงคะ?

พุธทอล์ค พุธโทร RECAP

บางทีมันก็ลำไย!! น้องที่ทำงานอายุ 20 ชอบบอกว่าเราอายุ 24 แล้ว "หน้าแก่" พูดบ่อยมาก เคยสวนกลับไป "แหม ชีวิตนี้จะไม่อายุ 24 เลยมั้ง?" น้องตอบ "ถ้าผม 24 พี่ก็โคตรแก่แล้ว" ถ้าเป็นทุกคนเจอแบบนี้ทำไงคะ?

09 ก.พ. 2024

          “คุณหนู (นามสมมติ)” อายุ 24 ปี สายสุดท้ายในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา [7 ก.พ 67] ได้โทรเข้ามาปรึกษา ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล – ดีเจอ้อย นภาพร เกี่ยวกับเรื่องที่น้องที่ทำงานชอบล้อว่าหน้าแก่

            โดย “คุณหนู(นามสมติ)” ได้เล่าว่า ‘มีน้องผู้ชายที่ทำงานมาล้ออายุ ประมาณว่า ‘พี่อายุตั้ง 24 ปี แก่แล้ว แก่มากแล้ว’ พูดแบบนี้กับหนูหลายรอบมาก ซึ่งน้องคนนั้นอายุ 20 ปี แต่ก็มีคนในบริษัทที่อายุเยอะกว่าหนู น้องก็ไม่ได้ล้อคนอื่นนะ น้องเขาล้อแต่หนูคนเดียว หนูก็คิดว่าน้องเขาน่าจะชอบหนูแหละ

            ตอนแรกที่โดนล้อหนูก็รู้สึกเฉย ๆ แต่พอโดนบ่อย ๆ หนูก็เริ่มรำคาญ แล้วเหตุการณ์ล่าสุดที่หนูโดนก็คือ น้องคนนี้ก็คุยกับเพื่อนอยู่ เรื่องอะไรก็ไม่รู้ หนูก็เดินไปตรงนั้นพอดี แล้วอยู่ดี ๆ ก็จะวนพูดถึงเรื่องอายุของหนูอีก ‘อายุ 24-25 ปีแล้ว แก่ก็แก่’ หนูก็เลยตอบกลับไปว่า ‘เธอคิดว่าเธอจะไม่อายุเท่าฉันหรอ’ แล้วน้องก็ตอบกลับหนูว่า ‘กว่าผมจะอายุเท่าพี่ พี่ก็คงแก่ไปมากแล้ว’ แล้วน้องก็ทำท่าทางตลกขบขัน แต่หนูคือหน้าเสียไปแล้ว หนูก็เลยเดินหนีไป

            หลังจากนั้นก็เกิดเหตุการณ์อีกครั้งนึง ซึ่งครั้งนี้หนูคิดว่ามันแรงสำหรับหนูมาก ก็คือ หนูทำเรื่องเอกสารการเรียนต่อ หนูก็คุยเล่นกับเพื่อนอยู่ แล้วน้องก็พูดขึ้นมาว่า ‘แก่ขนาดนี้ ยังจะเรียนต่ออีกหรอ’ แล้วหนูก็ตอบไปว่า ‘คือการเรียนไม่ว่าจะอายุเท่าไหร่ ก็มีสิทธิ์เรียนได้หมดทุกคน’ แล้วน้องก็ยังว่าหนู ‘หน้าลาว’ อีกด้วย

            งานนี้ดีเจทั้ง 3 คน ก็ได้ให้คำปรึกษาไปในทางเดียวกันว่า ‘พอพวกพี่ฟังเรื่องของคุณหนูแล้ว รู้สึกว่าคุณหนูเหมือนมีใจ ในขณะที่คุณหนูก็เหมือนมีความสุขตอนที่ถูกน้องล้อ ถ้าเรื่องแบบนี้เกิดกับพวกพี่ พวกพี่ก็จะตอบกลับไปแรงครั้งเดียว แล้วเรื่องนี้มันก็จะจบไปนานแล้ว

            พอคุณหนูคิดว่าตัวเองแก่จริง ๆ เรื่องนี้ก็ถูกใจคนที่ล้อ เพราะน้องก็คงคิดว่าล้อถูกคน ตอนนี้พวกพี่รู้สึกแปลกใจมากกว่า ที่คุณหนูรู้สึกกับเรื่องนี้ว่าสิ่งที่น้องล้อว่าเราแก่ แล้วเราแก่จริง ๆ พวกพี่ไม่อยากให้คุณหนูเครียดกับเรื่องนี้ ก็แค่คนปากเสียคนหนึ่ง เดี๋ยวสังคมก็ลงโทษเขาเอง...’

            ก่อนวางสาย คุณหนูก็ได้อธิบายเพิ่มเติมอีกว่า ‘ตอนแรกที่หนูโดน หนูรู้สึกเครียดมาก และก็ไม่ได้หลงรักน้องคนนี้ เพราะทั้งน้องและหนูก็ต่างมีแฟนกันแล้ว ที่หนูเล่าไปด้วย หัวเราะไปด้วย เพราะหนูได้คุยกับพวกพี่ ๆ ดีเจ หนูก็รู้สึกดีขึ้น’

เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทาง

ใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATION

รับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

related พุธทอล์ค พุธโทร RECAP

แฟนดีทุกอย่างแต่เขาไม่ค่อยใส่ใจ เราเลยนอกใจแฟนไปมีอะไรกับเด็กฝึกงาน เราจะตัดสัมพันธ์กับน้องฝึกงานยังไงดีคะ แฟนเราเป็น 90% ของเรา แต่น้องฝึกงานก็เติมเต็ม 10% ที่หายไป ตอนนี้เหมือนเราหลอกผู้ชายทั้งสองคนในเวลาเดียวกัน

24 ม.ค. 2025

แฟนดีทุกอย่างแต่เขาไม่ค่อยใส่ใจ เราเลยนอกใจแฟนไปมีอะไรกับเด็กฝึกงาน เราจะตัดสัมพันธ์กับน้องฝึกงานยังไงดีคะ แฟนเราเป็น 90% ของเรา แต่น้องฝึกงานก็เติมเต็ม 10% ที่หายไป ตอนนี้เหมือนเราหลอกผู้ชายทั้งสองคนในเวลาเดียวกัน

“คุณบุ๋ม (นามสมมติ)” อายุ 31 ปี สายที่สองในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา [22 ม.ค. 68] ได้โทรเข้ามาปรึกษา ‘ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจอ้อย’ เกี่ยวกับปัญหาความรัก แอบคบกับเด็กฝึกงานทั้งๆที่มีแฟนอยู่แล้ว โดย “คุณบุ๋ม (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘หนูเป็นพนักงานบริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง ปัจจุบันคบกับแฟนมาได้ 4 ปีแล้ว แฟนอายุน้อยกว่าหนู เรื่องราวเกิดขึ้นประมาณตอนที่เราคบกันได้ 3 ปี ตอนคบกันก็ดี หนูอยู่บ้านเขามาตั้งแต่ปีแรก หนูก็ทำตัวดีมาตลอด แฟนเราเขาก็นิสัยดี ทำงานก็โอเค มีความรับผิดชอบ ดีทุกอย่าง ที่บ้านเขาก็รับหนูได้ แต่ว่าเขาก็คือเขา ทำงานอย่างเดียว ไม่ค่อยสนใจ ไม่ค่อยเทคแคร์เท่าไหร่ตั้งแต่แรกเลย เหมือนหนูเป็นคนติด skinship แต่ว่าเขาเป็นคนนิ่งๆ โดยส่วนตัวหนูเป็นคนเจ้าชู้อยู่แล้วระดับหนึ่ง แต่ก็ยังไม่มีเรื่องราวอะไรเกิดขึ้นมาตลอด 3 ปี หนูก็เจอพฤติกรรมที่เขาไม่ค่อยสนใจเราเท่าไหร่ น้อยมากที่เขาจะถามว่ากินข้าวหรือยัง ไม่ได้ถามเลยว่าเราเหนื่อยมั้ย เป็นหนูมากกว่าที่ถามแบบนั้น จนวันหนึ่งมีเด็กฝึกงานเข้ามาที่บริษัท เขาก็น่ารักดีและหนูเป็นคนขี้เล่นชอบหยอดเขา ซึ่งเราก็รู้จักในฐานะที่หนูดูแลเขาแล้วก็มี LINE ส่วนตัวกัน พอเขาเข้ามาฝึกงานก็เห็นว่าน่ารักดีเลยหยอดกันไปมาจนเขาทักมาจีบหนูก็เลยได้คุยกัน คุยกันไปคุยกันมา ก็เริ่มบ่อยขึ้น มีนัดไปกินข้าวด้วยกัน สานสัมพันธ์กันมาพักใหญ่ๆ หนูกับแฟนก็เริ่มมีปัญหากันหลายเรื่อง เรื่องไม่สนใจก็สะสมมา ยังมีปัญหากับเรื่องครอบครัวเขา คือครอบครัวเขาดีทั้งหมด แต่มันจะมีอยู่คนหนึ่งที่เขาไม่ดีกับหนู หนูเลยไม่ดีกับเขามันเลยทำให้มีปัญหากัน ทำให้เราทะเลาะกันบ่อยขึ้น แล้วหนูก็ออกไปเจอเพื่อนบ่อยขึ้น หาเพื่อนไปเที่ยว ซึ่งในนั้นก็มีเด็กฝึกงานอยู่ด้วย แล้วหนูก็เริ่มห่างกับแฟน ไปกินข้าวกับเพื่อนบ่อยก็เริ่มถลำลึกจนไม่กลับบ้าน ถึงขั้นที่มีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับเด็กฝึกงาน แต่เด็กฝึกงานคนนั้นเขาก็ไม่รู้ว่าหนูมีแฟนอยู่แล้ว และหนูก็ตั้งใจที่จะไม่บอกเรื่องนี้เพราะไม่ได้คิดจะเลือกเขาตั้งแต่แรก และมันก็ถลำลึกไปเรื่อยๆ มากขึ้นเรื่อยๆ หนูกับแฟนก็ทะเลาะกันหนักเข้าไปใหญ่ จนวันหนึ่งเหมือนเขาจับได้ จากที่แฟนไม่เคยพูดจาไม่เพราะก็เริ่มขึ้นมึง-กู โยนเสื้อผ้าหนูออกจากตู้ ถึงขั้นไล่หนูออกจากบ้าน หนูเลยพูดขอโอกาสว่า “จะไม่ทำอย่างงี้อีก” ซึ่งหนูตั้งใจพูดไปแบบนั้นเพื่อให้เขาอยู่ต่อเพราะว่าหนูไม่มีครอบครัวที่กรุงเทพ แล้วหนูไม่อยากเริ่มต้นใหม่ หลังจากนั้นก็ง้อเขาอยู่เรื่อยๆ ช่วงที่ทะเลาะกับเขา หนูก็พยายามกลับบ้านเร็ว ทำกับข้าวไว้ให้เขา แต่มันก็เหมือนเป็นผลของการกระทำ เพราะเขาก็ออกไปกินเหล้ากับเพื่อน กลับดึก กลับมาบ้านก็เดินหนี เหมือนเขาทำแบบที่หนูทำเพื่อประชดหนู ซึ่งหนูก็รู้อยู่แล้วว่าเขาก็ไม่ได้มีคนอื่น มันเป็นแบบนั้นอยู่ 2 เดือน แต่ในช่วงนั้นหนูก็ไม่ได้หยุดคุยกับเด็กฝึกงาน มีเวลาเจอกันก็ยังได้เจอ บางทีเลิกงานก็ยังไปเจอกัน ที่หนูยังไม่หยุดคุยกับเด็กฝึกงานเพราะหนูคิดว่าหนูยังไม่ได้แต่งงานก็ยังมีสิทธิ์เลือก กับแฟนก็ยิ่งหนักขึ้นเรื่อยๆ หนูก็ยอมให้เขาทำแบบนั้นไปเรื่อยๆ จนมันเกิดเหตุการณ์ที่ถึงขั้นขึ้นโรงขึ้นศาล แต่วันนั้นแฟนหนูเลือกที่จะตัดหนู ทิ้งให้หนูเผชิญปัญหาตรงนั้นคนเดียว ซึ่งมันหนักมาก หนูก็คิดว่าไม่เป็นอะไร ต้องผ่านไปให้ได้ แต่เด็กฝึกงานคอยให้กำลังใจและอยู่ข้างๆ หนู เขาบอกกับหนูว่า “มันไม่เป็นอะไร มันไม่เกิดขึ้นกับเราหรอก” แต่หนูอยากได้คำพูดแบบนี้จากแฟนหนูมากกว่า และตอนนี้ผ่านมา 1 ปีแล้ว หนูก็ยังคบซ้อนทั้ง 2 คนอยู่ อยู่กับคนนี้ 3 วัน กับอีกคนหนึ่ง 4 วัน โดยที่ทั้งคู่ยังไม่รู้ และหนูก็คิดว่าแฟนรักหนูจนไม่คิดจะตามหาว่าหนูไปทำอะไร อยู่ที่ไหน แค่หนูกลับไปบ้านเขาก็ดูมีความสุขแล้ว เพราะมีอยู่ช่วงหนึ่งที่เราทะเลาะกันหนักมาก จนหนูย้ายออกมาอยู่หอ เขาปล่อยให้หนูขับรถ 590 กิโล กลับบ้านคนเดียวช่วงปีใหม่ หนูเลยบอกกับแม่ว่าหนูจะย้ายออกมาจากบ้านเขา แต่สุดท้ายเขาก็นั่งรถทัวร์ตามมา ในช่วงปีใหม่ก็ยังตึงใส่กันจนไม่มีความสุข ซึ่งช่วงที่หนูย้ายมา เด็กฝึกงานก็ไม่ได้ฝึกที่บริษัทต่อแล้ว เราก็ไม่ค่อยได้คุยกัน แต่ปัจจุบันเด็กฝึกงานคนนั้นก็กลับมาทำงานที่บริษัท หนูกับแฟนก็ยังอยู่และตกลงซื้อบ้านด้วยกัน ตอนนี้เป็นรักสามเศร้าแต่ทั้ง 2 คนก็ยังไม่รู้ กับแฟน เขาดีพร้อมทุกอย่างที่หนูต้องการ 90% แต่อีก 10% ที่แฟนไม่ได้มีให้หนู แต่เด็กฝึกงานคนนั้นเขามีให้ หนูอยากถามพี่ๆดีเจว่า มีวิธีไหนที่เราจะปล่อยเด็กฝึกงานไปไหม?” เริ่มที่ “ดีเจอ้อย” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘หนูบอกว่าเขาไม่ได้ทำผิดอะไรแต่หนูไม่กล้าบอกเลิก มันแปลกตรงที่หนูไม่กล้าบอกเลิก แต่ดันกล้านอกใจ กับเด็กฝึกงานคนนั้นหนูก็ตั้งใจหลอกเขา หนูจะบอกว่าหนูยังไม่รู้จะเลือกใครดี แต่หนูยังไม่ได้เปิดโอกาสให้ใครสักคนเลือกหนูเลย เพราะหนูดันปิดบังทั้งคู่ วิธีการปล่อยเด็กฝึกงานง่ายจะตายไป หนูแค่บอกความจริงเขาไปว่า พี่ทรยศแฟนมามีหนู แล้วหนูไม่จำเป็นต้องคิดเลยว่าจะทำยังไงดีถึงจะตัดเขาได้ อยากได้ความจริงใจ แต่ทำไมหนูเอาความหลายใจเข้าไปแลกล่ะ’ ต่อมา “ดีเจเติ้ล” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘แฟนที่หนูบอกว่ามีดี 90% ทุกวันนี้เขายังรักผู้หญิงที่เห็นแก่ตัวแบบหนู 100% ได้เลย ทำไมหนูถึงคิดว่าหนูต้องการ 10% จากคนอื่น’ และสุดท้าย “ดีเจเผือก” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘จริงๆ เราไม่จำเป็นต้องถามคนไปทั่วว่าตัดคนหนึ่งยังไง เราทำได้แค่ไม่ทำเท่านั้นเอง เด็กฝึกงานมี 10% พี่ไม่รู้ว่าต้องหาผู้ชายคนไหนที่ให้เราได้ 90% อีก แล้วเราถามตัวเองหรือยังว่าให้คนๆ นั้นกี่เปอร์เซ็นต์ เราเอา 10% มาเทียบกับคนที่ให้เรา 90% มันแทบจะไม่ต้องเป็นช้อยส์เลยด้วยซ้ำ สุดท้ายแล้วมันอยู่ที่เราจะทำหรือไม่ หรือทำเมื่อไหร่แค่นั้นเอง’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

สามีแอบไปจดทะเบียนสมรสกับแฟนเก่าครั้งที่ 2 ! สามีบอกจำเป็นต้องทำ เพราะช่วยเรื่องสิทธิรักษาพยาบาล ตอนนี้เขาก็ไม่ยอมหย่ากัน อ้างติดต่อแฟนเก่าไม่ได้ เจ็บสุด เห็นแชทสามีคุยกับลูกสาวของแฟนเก่า

14 ก.พ. 2025

สามีแอบไปจดทะเบียนสมรสกับแฟนเก่าครั้งที่ 2 ! สามีบอกจำเป็นต้องทำ เพราะช่วยเรื่องสิทธิรักษาพยาบาล ตอนนี้เขาก็ไม่ยอมหย่ากัน อ้างติดต่อแฟนเก่าไม่ได้ เจ็บสุด เห็นแชทสามีคุยกับลูกสาวของแฟนเก่า

สามีแอบไปจดทะเบียนสมรสกับแฟนเก่าครั้งที่ 2 ! สามีบอกจำเป็นต้องทำ เพราะช่วยเรื่องสิทธิรักษาพยาบาลตอนนี้เขาก็ไม่ยอมหย่ากัน อ้างติดต่อแฟนเก่าไม่ได้ เจ็บสุด เห็นแชทสามีคุยกับลูกสาวของแฟนเก่า“พ่อไม่คิดจะจดทะเบียนกับผู้หญิงคนนั้น ไม่เคยคิดจะให้อะไรผู้หญิงคนนั้นเลย” “คุณมีน (นามสมมติ)” อายุ 35 ปี สายที่หนึ่งในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา [12 ก.พ. 68] ได้โทรเข้ามาปรึกษา ‘ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจพี่อ้อย’ เกี่ยวกับปัญหาแฟนแอบไปจดทะเบียนสมรสกับแฟนเก่า โดย “คุณมีน (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘แต่งงานกับสามีมาได้ประมาณ 3 ปีแล้ว จับได้ว่าสามีของตัวเองไปจดทะเบียนสมรสกับแฟนเก่า แต่ของเรายังไม่ได้จดทะเบียนกันเลย ขอเกริ่นก่อนว่า สามีเคยแต่งงานมีครอบครัวมาแล้ว มีลูกด้วยกัน 2 คน แต่ตอนที่เราคบกัน เขาบอกกับเราว่า เขาหย่ากับแฟนเก่าแล้ว คือเขาก็เอาใบหย่ามาให้เราดู ตอนแต่งงานเราก็ยังไม่ได้พูดถึงเรื่องจดทะเบียนสมรสกัน แต่ก็มีการจัดงานแต่ง พ่อแม่ ญาติพี่น้อง ก็รับรู้หมดทุกคน ปกติเราจะไม่ค่อยได้เช็คโทรศัพท์เขา แต่วันนั้นไม่รู้ว่าคิดอะไรขึ้นมา เราเลยไปเช็คโทรศัพท์แล้วไปเจอเขาคุยแชทกับลูกสาวของเขา ประมาณว่า ‘ถ้าแม่มีแฟนใหม่ ก็ให้แม่มาหย่า’ แล้วลูกสาวเขาก็ตอบประมาณว่า ‘พ่ออะ อยากจะหย่ามากเลยหรอ อยากไปจดทะเบียนกับคนใหม่ใช่ไหม’ ซึ่งคนใหม่ที่ว่าก็คือเรา พออ่านแชทเราก็งงว่า เอ้า แล้วใบหย่าที่เอามาให้ฉันดูมันคืออะไร? หลังจากนั้นหนูก็ถามหยั่งเชิงเขาประมาณว่า ‘ไปดูคลิปมา คนที่ทำใบหย่าปลอมเนี่ยมีโทษจำคุกนะ’ เราก็พูดลอยๆ แบบนี้ไป เพราะเราเข้าใจว่าที่เขาเอามาให้ดูมันเป็นของปลอมหรือเปล่า พอเค้นไปเค้นมา เขาก็ยอมรับออกมาว่า หย่าแล้ว ที่ให้ดูใบหย่าคือของจริง แต่ไปจดใหม่อีกรอบหนึ่ง เขาก็บอกเหตุผลที่ไปจดใหม่ คือฝ่ายผู้หญิงป่วย จะไปใช้สิทธิการรักษา เพราะผู้หญิงไม่ได้ทำงาน ไม่มีประกันสังคม ก็เลยมาขอสิทธิ์ผู้ชายแต่พอเขาผ่าตัดอะไรเรียบร้อย ไปทำงานได้แล้ว เราก็ถามว่า‘แล้วทำไมยังไม่หย่าละ?’ เขาก็อ้างเหตุผลว่า เขาก็คิดอยากจะหย่าตอนเขาเกษียณ แต่พอไปรู้ว่าผู้หญิงไปมีคนใหม่ ก็อยากจะหย่า เราก็ไม่ได้เชื่อคำพูดของเขาที่ว่าจะหย่า ไม่รู้ว่าจริงหรือเปล่า ทางลูกเขาก็ยังมีการส่งเสียค่าเรียนอยู่ เราก็ไม่ได้มีปัญหาอะไรกับตรงนี้ แต่ที่มีปัญหาเลยคือ ใบจดทะเบียนสมรส เราขอดูเอกสารการรักษา เอกทะเบียนสมรสอันใหม่ เอกสารต่างๆ ทุกวันนี้เราก็ยังไม่ได้ดูเลย แล้วมันมีประเด็นในไลน์ที่เขาคุยกับลูกเขาอีกว่า เขาไม่ได้คิดอยากจะจดทะเบียนกับเรา ไม่เคยคิดอยากจะให้อะไรเราเลย มันเจ็บที่ประเด็นตรงนี้มาก เขาก็ดูแลเราดี ไปไหนมาไหนด้วยกันตลอด ให้เงินใช้ จ่ายนู้นนี่นั้นให้ตลอด แต่พอเราถามเรื่องนี้ว่าถ้าเราจับได้ ไม่คิดว่าเราจะเสียใจบ้างหรอ เขาก็บอกว่า ‘ก็คิด แต่ก็สงสารทางนู้น ต้องใช้เงินผ่าตัด เพราะทางนู้นก็ดูแลลูกให้ อยากให้ได้ใช้สิทธิ์ตรงนี้’ตอนที่เห็นแชท คือเสียใจมาก มือไม้สั่น น้ำตาไหลแบบมันจุกมากเลย เราก็กลัวว่าในอนาคตจะมีการฟ้องกัน แต่เขาบอกว่าคุยกันแล้ว ไม่มีทางมาฟ้องหรอก เขาคุยกันผ่านลูก ฝั่งผู้หญิงคนนั้นก็บล็อกกันไปแล้วไม่ได้ติดต่อกันโดยตรง สถานการณ์ตอนนี้ เราบอกเขาว่า ‘พี่กลับไปเคลียร์ไหม ไปหย่ากับเขา เราแยกกันอยู่ก็ได้’ พอเราพูดหรือถามเรื่องนี้ทีไร เขาก็จะมีอาการหงุดหงิด โมโหใส่เรา แต่จะไม่ให้เราถามเลยมันก็ไม่ใช่ มันก็ยังเคืองในใจเรา แล้วเราก็ไม่รู้ว่าเขาคิดยังไง เลยอยากถามพี่ๆ ดีเจว่า ถ้าจะตัดจากความสัมพันธ์นี้ โดยที่ไม่ต้องให้ตัวเองรู้สึกเสียใจมาก ต้องทำยังไงคะ?’ เริ่มที่ “ดีเจเผือก” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘อย่าไปตั้งโจทย์ให้ตัวเองว่า ฉันจะจบความสัมพันธ์ยังไงไม่ให้เสียใจ มันเจ็บแน่นอน เพราะคนเราเลิกกันก็เสียใจทั้งนั้น อยู่ที่ว่าอยากจะเสียใจสั้นๆ แล้ว Move on หรืออยากให้มันคาราคาซังแบบนี้ ยอมตัดใจเจ็บแรงๆ เศร้าหนักๆ สักที แล้วก็ออกจากความสัมพันธ์นี้ ลองถามตัวเองว่าเราจะทนกับความสัมพันธ์นี้ได้ไหม ถามตัวเองว่าเราต้องการชีวิตแบบไหน บางคนเขาก็ยอมทนนะ เพราะเขาแค่รู้สึกว่าเขาไม่มีใครจริงๆ แล้วชีวิตมันอาจจะมีเรื่องอื่นๆ ด้วย เรื่องช่วยเหลือดูแลกัน เรื่องเงินทอง บางคนก็ต้องเลือกทางที่ต้องเจ็บแต่ชีวิตเขาอยู่ต่อไปได้ แล้วดูเหมือนเขาไม่ได้ทำอะไรให้มันชัดเจน หรือเด็ดขาดเลยในเรื่องนี้ ทั้งๆ ที่มีนเป็นคนปัจจุบัน และถ้ามีนรู้สึกว่ามีนดูแลตัวเองได้ มีนไม่อยากมาอยู่ในสถานการณ์แบบนี้ ก็เจ็บแปปเดียวแล้ว move on ไปหาชีวิตที่มันดีกว่า’ ต่อมา “ดีเจเติ้ล” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘พี่คงไม่มีคำตอบที่จะทำให้มีนรู้สึกไม่เสียใจ คำตอบของพี่จะทำให้มีนเสียใจ แต่ช่วยให้มีนไปต่อได้ สิ่งที่มีนจะตัดสินใจมันไม่ใช่เพื่อใคร มันคือเพื่อตัวมีนเอง ยกเรื่องเหตุผลของการเซ็นต์ช่วยเรื่องรักษาพยาบาล ยกเหตุผลที่ยังไม่ได้เซ็นใบหย่าทิ้งไปให้หมด ข้อเท็จจริงเรื่องนี้คือ มีนจะเป็นภรรยาที่ไม่ถูกต้องตามกฎหมาย อันนี้มันก็เป็นสิ่งสำคัญที่มีนจะต้องตัดสินใจ ถ้าเขาไม่คิดจะทำอะไรกับเรื่องนี้เลย มีนจะอยากอยู่แบบนี้ไปเพื่ออะไร? มันไม่ถูกต้องตั้งแต่แรกเลย สำหรับเงื่อนไขที่เกิดขึ้นในตอนนี้ เขาไม่ได้เห็นอนาคตร่วมกันแบบที่มีนมารักเขา มาแต่งงานกับเขา มีนต้องออกมาเพื่อตัวเราเอง’ สุดท้าย “ดีเจอ้อย” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘พี่เข้าใจความรักที่เรามีให้เขา คนที่เราคิดว่าเราคือตัวจริงของกันและกันมาตลอดถึงขั้นแต่งงาน คนอื่นก็รับรู้ แต่พอวันนึงพึ่งมารู้ว่า ตกลงฉันไม่ได้เป็นแค่ภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมาย มันมีทั้งความเสียใจและมีทั้งความเสียศรัทธา แต่สิ่งหนึ่งที่มีนถามว่าจะเลิกยังไงไม่ให้เจ็บ มันต้องเจ็บอยู่แล้วเพราะเรารักเขา แต่เขารักเราน้อยไปถึงยังมีครอบครัวของเขาอยู่ พี่รู้สึกว่าเรากำลังทำตามเงื่อนไขของเขาเต็มไปหมด ทำไมในความสัมพันธ์นี้ไม่เห็นเราได้รับรู้แล้วตัดสินใจด้วยเลย เขาทำอะไรโดยพลการทุกสิ่ง ทั้งๆ ที่หนูคือ ภรรยาคนปัจจุบัน และระยะยาว เราจะเชื่ออะไรเขาได้อีก มันเป็น 3 ปีที่ทำให้เรารู้ว่ามันไม่จริงใจ เราก็ต้องพยายามเอาหัวใจไปฝากที่อื่นให้ได้’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

หนูทำงานเป็น Customer Service หัวหน้ามอบหมายให้ดูแลลูกค้าคนสำคัญ VIP รายใหญ่ของบริษัท แต่กลายเป็นว่าลูกค้าคนนี้ มีปัญหา และ ต้องการคุยทุกวัน วันละ 1-2 ชั่วโมง จนหนูแทบไม่มีเวลาดูแลลูกค้าคนอื่นเลย ลูกค้า VIP รายนี้ เอาแต่ใจ ไม่ได้อะไรดั่งใจ ด่ากราด

23 พ.ค. 2025

หนูทำงานเป็น Customer Service หัวหน้ามอบหมายให้ดูแลลูกค้าคนสำคัญ VIP รายใหญ่ของบริษัท แต่กลายเป็นว่าลูกค้าคนนี้ มีปัญหา และ ต้องการคุยทุกวัน วันละ 1-2 ชั่วโมง จนหนูแทบไม่มีเวลาดูแลลูกค้าคนอื่นเลย ลูกค้า VIP รายนี้ เอาแต่ใจ ไม่ได้อะไรดั่งใจ ด่ากราด

หนูทำงานเป็น Customer Service หัวหน้ามอบหมายให้ดูแลลูกค้าคนสำคัญ VIP รายใหญ่ของบริษัทแต่กลายเป็นว่าลูกค้าคนนี้ มีปัญหา และ ต้องการคุยทุกวัน วันละ 1-2 ชั่วโมง จนหนูแทบไม่มีเวลาดูแลลูกค้าคนอื่นเลยลูกค้า VIP รายนี้ เอาแต่ใจ ไม่ได้อะไรดั่งใจ ด่ากราด คำหยาบใส่แบบเสียๆหายๆ วันไหนหนูลาป่วย ไม่สบายลูกค้ารายนี้ก็โทรมาต่อว่าว่าทำไมไม่ทำงาน เรื่องนี้รายงานหัวหน้าแล้วก็ยังเฉย ให้เราดูแลเขาต่อเพราะเราทำมานานแล้วตอนนี้เครียดมากๆ แต่ต้องเก็บอาการเวลาทำงานอย่างเดียว “คุณกบ (นามสมมติ)” อายุ 28 ปี สายที่ 2 ของรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา [21 พ.ค. 68] เกี่ยวกับปัญหาเรื่องการรับมือกับพฤติกรรม Toxic ของลูกค้ารายใหญ่ จึงโทรเข้ามาปรึกษา “ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจอ้อย” โดย “คุณกบ (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘หนูทำอาชีพ Customer Service มา 2 ปี ดูแลลูกค้ารายใหญ่ที่มีเม็ดเงินสูงของบริษัท ตอนนี้หนูรับมือกับพฤติกรรมของเขาไม่ไหวแล้ว ลูกค้าท่านนี้ค่อนข้างสูงอายุ จึงรับมือกับอารมณ์ได้ยาก ชอบเอาแต่ใจ รบกวนเวลา ถ้าวันไหนที่ต้องดูแลลูกค้าท่านนี้ หนูจะไม่ได้ทำอย่างอื่นเลย หนูมีการแจ้งหัวหน้ามาโดยตลอด แจ้งถี่มาก หนูก็บอกหัวหน้าไปว่า ลูกค้ากดดันหนู หัวหน้าจะช่วยอะไรได้บ้าง แต่หัวหน้าก็กดดันหนูกลับอีกที บอกว่า ทำอย่างไรก็ได้ให้ลูกค้าโอเคกับข้อเสนอ โดยที่เราไม่ได้ให้เขาทุกอย่างที่เขาอยากได้ หนูต้องรักษาลูกค้าคนนี้ไว้ สนใจแค่ยอดอย่างเดียว แล้วหัวหน้าก็ย้ำอย่างเดียวว่า ทำยังไงก็ได้ให้ลูกค้าพอใจ! งานนี้มีแค่หนูคนเดียวเท่านั้นที่ต้องรับมือและดีลกับลูกค้าทุกคนก่อนกระจายงานให้กับทีม หนูก็เลยโดนหัวหน้าด่าอยู่บ่อย ๆ ตอนนี้มีลูกค้ารายใหญ่ 5 ราย แต่ท่านนี้พอรวมยอดสะสมแล้วมากกว่าท่านอื่น ๆ เลยต้องดูแลเป็นพิเศษ เหตุการณ์ที่รู้สึกไม่สมเหตุสมผลของลูกค้าคนนี้ เช่น บางอย่างเขาคิดว่ามันง่ายสำหรับเรา แต่จริง ๆ มันไม่ง่าย หนูพยายามอธิบายดี ๆ เขาก็ไม่รับฟัง แถมอุทานคำหยาบใส่หนูอีก มีครั้งหนึ่งหนูแอดมิท และเขาต้องการใช้บริการตอนนั้น เขาก็พูดใส่หนูว่า โกหกหรือเปล่าเนี่ย อายุน้อยแค่นี้ป่วยเลยหรอ หนูเลยอยากถามพี่ๆดีเจสองข้อคือ 1. หนูอยากได้คำแนะนำว่าจะรับมือกับลูกค้าอย่างไรดี? 2. มีวิธีไหนที่หนูสามารถคุยกับหัวหน้าได้บ้าง? เพราะเพิ่งเลิกงานและโดนดุมาเหมือนกัน’ ซึ่ง “ดีเจทั้งสามคน” (ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจอ้อย) ได้ให้คำปรึกษาตรงกันว่า ‘คนทำอาชีพนี้ต้องเป็นคนที่เกิดมาเพื่อรองรับอารมณ์จากทุกฝ่าย ทั้งลูกค้าและฝั่งของเรา หากมีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งแย่ คนที่รองรับก็ต้องแย่ เพราะฉะนั้นถ้าเรารับมาก็ต้องถ่ายออก ต้องรู้วิธีกำจัดความเครียด คิดแค่เรื่องงานจริง ๆ เราคงเปลี่ยนนิสัยลูกค้าไม่ได้ แต่เราสามารถพูดคุยและต่อรองกับหัวหน้าในสิ่งที่เราพึงจะได้รับได้ เช่น ขอขึ้นเงินเดือนและได้รับค่าคอมมิชชั่นที่มากขึ้น หรือเจรจาว่า ถ้าต้องการให้เราอยู่ต่อ จะต้องส่งคนมาซัพพอร์ตในส่วนนี้เพิ่ม เพราะจากประสบการณ์การทำงานที่สูงของเราแล้ว มีสิทธิ์ที่จะต่อรองได้สูงมาก เพราะถ้าบริษัทขาดเราไป บริษัทก็เสียหายมากเช่นกัน’ ปิดท้ายด้วย “ดีเจอ้อย” บอกว่า ‘ถ้าสุดท้ายแล้ว ยังเหลือเราที่ต้องทำงานคนเดียวก็พอเลย เราต้องโอบกอดตัวเองบ้าง การทำงานทุกอย่างในโลกนี้ ถ้าเราทำไม่ได้ก็ยังหาคนมาทำแทน แต่การที่เราเสียสุขภาพจิตทุกวัน ถ้าวันหนึ่งหนูป่วยไป ครอบครัวจะเอาใครมาแทน’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

สิ่งที่หนูเจอจาก HR บริษัท! เอาเงินค่าคอม ค่าOT พูดให้พนักงานคนอื่นฟัง ได้เยอะขนาดนี้ แบ่งเพื่อนๆบ้าง เคยเรียกไปรับเงินที่ห้องยื่นซองให้แล้วพูดว่าเมื่อคืนทำดีมากป๋าให้ค่าตัว พีคสุดงานประกาศรางวัลพนง. หัวหน้าชมเราบนเวทีเขาตะโกน“โกหกทั้งนั้น!”

02 พ.ค. 2025

สิ่งที่หนูเจอจาก HR บริษัท! เอาเงินค่าคอม ค่าOT พูดให้พนักงานคนอื่นฟัง ได้เยอะขนาดนี้ แบ่งเพื่อนๆบ้าง เคยเรียกไปรับเงินที่ห้องยื่นซองให้แล้วพูดว่าเมื่อคืนทำดีมากป๋าให้ค่าตัว พีคสุดงานประกาศรางวัลพนง. หัวหน้าชมเราบนเวทีเขาตะโกน“โกหกทั้งนั้น!”

สิ่งที่หนูเจอจาก HR บริษัท! เอาเงินค่าคอม ค่าOT พูดให้พนักงานคนอื่นฟัง ได้เยอะขนาดนี้แบ่งเพื่อนๆบ้าง เคยเรียกไปรับเงินที่ห้องยื่นซองให้แล้วพูดว่าเมื่อคืนทำดีมากป๋าให้ค่าตัวพีคสุดงานประกาศรางวัลพนง. หัวหน้าชมเราบนเวทีเขาตะโกน“โกหกทั้งนั้น!” HR ทำแบบนี้ควรปรึกษาใครแทนคะ? “คุณหนู(นามสมมติ)” อายุ 23 ปี สายที่สองในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา [30 เมษายน 68] ได้โทรเข้ามาปรึกษา “ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล – ดีเจพี่อ้อย” เกี่ยวกับปัญหารุ่นพี่ที่ทำงานไม่ให้เกียรติกัน โดย “คุณหนู (นามสมมุติ)” ได้เล่าว่า ‘หนูอายุ 23 ปี งานนี้เป็นงานเเรกที่หนูได้ทำหลังจากเรียนจบ เเต่ก็ได้มีปัญหากับพี่ฝ่าย HR ที่บริษัท เขาค่อนข้างที่จะพูดจา Sexual Harassment กับหนูตลอดเวลา ในตอนเเรกๆเขาก็ทักทายกับหนูดี ครั้งเเรกที่เขาพูดจาเเบบนั้นคือตอนที่หนูต้องไปรับเงินจากเขา พอรับเงิน เขาก็พูดกับหนูว่า เมื่อคืนทำดีมาก อะ ป๋าให้ค่าตัว เขาพูดเเบบนี้ในที่สาธารณะ เเล้วอีก 2 วันต่อมาหนูก็เอาเงินทอนไปให้เขา เเล้วเขาก็พูดอีกครั้งว่า เอาไปเถอะ ค่าตัวหนู ในเหตุการณ์ต่อมา คือ เขาพูดเรื่องเงินเดือนของหนูต่อหน้าทุกคน เพราะว่าหนูก็ได้ค่าคอม ค่าทำ OT ค่อนข้างพอสมควร เเล้วเขาก็พูดว่า ทำไมไม่เเบ่งให้คนอื่นบ้าง เอามาเเบ่งให้พี่บ้างสิ อีกครั้งนึงก็คื อ ตอนที่หนูต้องขึ้นไปเอาเอกสารกับเขา เขาก็พูดเเซวเล่นว่า เออนี่เอาใบลาออกให้มันหน่อยสิ อยากให้มันลาออกละ มันไม่สวย หนูก็เลยตอบไปว่า อ้าวพี่อย่าพูดเเบบนี้นะ หนูต่อยเป็นนะ เขาก็ตอบว่า มึงมาต่อยสิ เดี๋ยวกูต่อยท้อง หนูก็ตอบไปอีกว่า อ้าวพี่ นี่มันข่มขู่พนักงานเเล้ว เเต่หนูก็ตกใจกับสิ่งที่เขาตอบมาอีกว่า กูไม่ได้ข่มขู่ กูจะข่มขืนด้วย เเละหนูไม่เคยได้ยินว่าคนอื่นโดนเเบบนี้เหมือนกับหนูบ้างไหม เเต่อีกเหตุการณ์นึงที่ทำให้หนูรู้สึกว่าทนไม่ไหวเเล้ว คือ ตอนที่หนูได้รับรางวัลนึง ที่เป็นเหมือนกับความภาคภูมิใจของหนู ตอนที่หัวหน้ากำลังชมหนูอยู่บนเวที HR คนนั้นก็ตะโกนขึ้นมาว่า โห่ๆ ไม่จริง ซึ่งครั้งนี้หนูก็ได้เเสดงสีหน้าออกไปชัดเจนเลยว่าไม่พอใจ ทั้งโกรธ ทั้งเสียใจ เเละพอหนูลงจากเวทีมา เขาก็เดินเข้ามาพูดอีกว่า โห่ไม่จริงเลย โกหกทั้งนั้น หนูเลยถามเขากลับไปเลยว่า พี่พูดว่ายังไงนะ เขาก็ตอบว่า ป่าว ไม่มีอะไร พี่พูดกับคนอื่น เเต่ก็มีเเบบยิบย่อยอีก ประมาณว่าอีกครั้งที่หนูขึ้นไปเอาเอกสาร เขาก็ทักหนูว่า อุ้ย สิวขึ้นหรอ เเฟนไม่พาไปเที่ยวหรอ หรือบางครั้งที่หนูต้องรบกวนให้พี่เขาส่งเอกสารให้ เขาก็จะพูดว่า พี่ไม่ส่งให้คนมีผัวหรอกนะ เป็นเเบบนี้ตลอดที่หนูต้องเจอเขา ซึ่งหนูก็ได้เเจ้งหัวหน้าของหนูไปเเล้ว เเต่หัวหน้าหนูบอกว่า เพราะหนูเป็นคนน่ารัก น่าเอ็นดู เขาเลยเเซว เเกล้งเล่น หัวหน้าหนูเขาเป็นคนต่างชาติ เลยคิดว่าอาจจะสื่อสารไม่ตรงกันรึป่าว จนอีกครั้งนึงที่หนูไม่ไหวจริงๆ หนูเลยร้องไห้ บอกหัวหน้าไปเลย พอหัวหน้าได้ไปคุย เขาก็เดินมาหาหนู เเล้วเขาก็พูดว่า ไหนใครทำน้องสาวพี่ร้องไห้เนี่ย หลังจากครั้งนั้นเขาก็ไม่เคยที่จะเเซวหนูอีกเลย เเต่กับตัวหนู มันทำให้บรรยากาศในการทำงานของหนูเสียไปเลย หนูเลยอยากปรึกษาพี่ๆดีเจว่า ถ้าหนูต้องเจอกับเหตุการณ์เเบบนี้อีก หนูควรที่จะปกป้องตัวเองยังไงคะ? หรือเป็นเพราะหนูยังเด็กหนู เลยยังไม่กล้าที่จะพูดรึป่าว?’ เริ่มที่ “ดีเจเผือก” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘ตัวพี่ก็ไม่ได้รู้จักกับเขาเนอะ เเต่การที่เขาเเสดงออกเเบบนี้ เขาเหมือนกับเเบบโลกยุคเก่าเขาอยากที่จะเล่นกับใคร เขาก็ใช้วิธีที่คนยุคใหม่ไม่ทำกัน ก็ถ้าหนูคิดว่าอยากจะออกจากที่นี้ หนูก็ควรสร้างอะไรบางอย่างทิ้งไว้ก่อนออกก็ได้ เพื่อจะทำให้เขารู้ว่า เขาไม่ควรที่จะเล่นเเบบนี้ บางทีเราอาจจะไม่ต้องรักษาน้ำใจกับคนที่ไม่มีมารยาท เช่นบางทีมีคนมาทำเเบบนี้ พี่ก็จะยิ้มน้อยๆให้เขารู้ว่าเราไม่ได้ตลกกับเขาด้วยนะ หรือบางทีเขาก็อาจจะมาง้อหนูเเล้ว ด้วยการมาคุยเเบบนั้นเเต่เขาอาจจะสื่อสารไม่เก่ง’ ต่อมา “ดีเจเติ้ล” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘เห็นด้วยกับพี่เผือกนะตรงเรื่องการเเสดงออก เเต่ว่าการที่หนูจะออกเพราะ อีตาลุงนี้คนเดียวพี่ว่าก็ไม่ควร ควรจะให้หัวหน้าได้รับรู้ดีกว่าว่า ระหว่างที่จะต้องเสียพนักงานดีเด่นไป กับเพราะHr คนเดียว เเต่รู้สึกว่าการที่คุณหนูจัดการกับปัญหานี้ ถือว่าถูกต้องเเล้ว เเล้วพี่ก็คิดว่าเขาก็รู้เเล้วในตอนนี้ว่าเขาไม่สามารถเล่นเเบบนี้ได้ ถ้าบริษัทจัดการเเล้วด้วย พี่ว่าตอนนี้ทุกอย่างก็โอเคเเล้ว’ สุดท้าย “ดีเจพี่อ้อย” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘สำหรับพี่ ที่ทำงานเลือกได้ เเต่เพื่อนร่วมงานเลือกยากมาก เเละพี่ก็รู้สึกว่าหนูให้ค่ากับคนๆนี้มากเกินไป หรือถ้าหนูย้ายออกจากที่นี้ หนูมั่นใจได้ไงว่าหนูจะไม่เจอกับเพื่อนร่วมงานเเบบนี้อีก พี่เลยไม่อยากให้หนูต้องหนีไปตลอดชีวิต เเละพี่ก็เคยเจอประโยคนึงมาว่า เราเลือกคนที่เข้ามาในชีวิตไม่ได้ เเต่เราเลือกวางเขาไว้ตรงไหนในชีวิตได้ เหมือนกับว่าการที่เขา ทำเเบบนี้กับเรา ก็เหมือนกับเขาประจานตัวเองในที่สาธารณเหมือนกัน หรือหนูก็สามารถเเอบอัดเสียง เพื่อไปฟ้องกับหัวหน้าได้ เเละ อย่าให้ปากของใครมีค่า จนมาทำร้ายความรู้สึกของเราได้’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

album
efm
-

-