เจอเพื่อนร่วมงาน TOXIC สังคมที่ทำงานไม่น่าอยู่เหมือนเมื่อก่อนแล้ว ตอนนี้หันมาศึกษาอ่านไพ่ เป็นแม่หมอ ไลฟ์ใน TIKTOK คนรีวิวกันว่าแม่น จนมีลูกค้าหลายคนจองคิว มีความคิดว่าจะออกจากงานประจำ มาเป็นหมอดูเต็มตัวเลยดีไหม? เพราะรายได้ที่ได้มามากกว่างานประจำที่ทำอีก

พุธทอล์ค พุธโทร RECAP

เจอเพื่อนร่วมงาน TOXIC สังคมที่ทำงานไม่น่าอยู่เหมือนเมื่อก่อนแล้ว ตอนนี้หันมาศึกษาอ่านไพ่ เป็นแม่หมอ ไลฟ์ใน TIKTOK คนรีวิวกันว่าแม่น จนมีลูกค้าหลายคนจองคิว มีความคิดว่าจะออกจากงานประจำ มาเป็นหมอดูเต็มตัวเลยดีไหม? เพราะรายได้ที่ได้มามากกว่างานประจำที่ทำอีก

13 มิ.ย. 2025

เจอเพื่อนร่วมงาน TOXIC สังคมที่ทำงานไม่น่าอยู่เหมือนเมื่อก่อนแล้ว ตอนนี้หันมาศึกษาอ่านไพ่

เป็นแม่หมอ ไลฟ์ใน TIKTOK คนรีวิวกันว่าแม่น จนมีลูกค้าหลายคนจองคิว มีความคิดว่าจะออกจากงานประจำ

มาเป็นหมอดูเต็มตัวเลยดีไหม? เพราะรายได้ที่ได้มามากกว่างานประจำที่ทำอีก แต่อีกใจก็กลัวว่าจะไม่มั่นคง

และไปได้ไม่ดี ทุกคนคิดว่ายังไงดีคะ??

                “คุณจีจี้ (นามสมมติ)” อายุ 30 ปี สายที่สองในรายการ ‘พุธทอล์ค พุธโทร’ เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา [11 มิ.ย. 68] โทรเข้ามาปรึกษา “ดีเจเผือก – ดีเจเติ้ล – ดีเจต้นหอม” เกี่ยวกับปัญหาเจอเรื่อง Toxic ในที่ทำงาน จึงจะลาออกไปรับดูดวง

                โดย “คุณจีจี้ (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘หนูทำงานที่นี่มาสามปี ตอนแรกก็แฮปปี้ดี แต่พอเกิดการเปลี่ยนแปลงในที่ทำงาน ก็ทำให้ทำงานยากและลำบากขึ้นกว่าเดิม ตอนแรกทำงานก็ผ่านฉลุยแต่ หลัง ๆ เจอเพื่อนร่วมงานที่ไม่ดี ส่งงานก็ใช้เวลานานกว่าปกติกว่าจะผ่าน เพราะเขาไม่ได้มาซัพพอร์ตเราในส่วนนี้เลย เคยมีการคุยกับเพื่อนในแผนกบ้างแล้ว เขาก็เหนื่อยเหมือนกัน เพื่อนก็บอกว่าเขาเคยเอาเรื่องของหนูมาเล่าให้เพื่อนฟังด้วย

                จุดเริ่มต้นของการดูดวง หนูมีรุ่นพี่เป็นแม่หมอดูดวงคนนึง วันนั้นเขาชวนหนูไปซื้อไพ่สำรับใหม่แล้วเขาให้หนูเลือก หนูก็หลับตาเลือก ๆ ไป อันไหนเหมือนจะดึงเรา ก็เอาอันนั้นเลย หนูก็บอกรุ่นพี่ว่าหนูชอบอันนี้ แต่พอซื้อกลับมารุ่นพี่ก็โทรมาบอกว่าเขาอ่านไพ่สำรับนี้ไม่ออก หนูก็เลยตัดสินใจซื้อไพ่นี้มาเพื่อเรียนเองตามคู่มือที่มี เรียนไปได้สักพักหนูก็เริ่มขึ้นไลฟ์ใน TikTok แบบขำ ๆ จอย ๆ แต่คนดูก็บอกว่า ‘ทายแม่นนะ ลองทำจริงจังมั๊ย’ หนูก็เลยลองดูสักหน่อย แต่ก็ต้องหยุดไปเพราะปวดหัวกับที่ทำงานประจำ

                เมื่อเริ่มจับต้นชนปลายได้ หนูก็ลองคำนวณรายได้จากการดูดวงทั้งจากไลฟ์และทั้งส่วนตัวแล้ว ก็พบว่ามีจำนวนมากกว่างานที่ทำอยู่ด้วยซ้ำ แต่หนูยังไม่ได้ลงมือทำจริง หนูรับดูดวง 30 นาที 159 บาท  1 ชั่วโมง 259 บาท ถ้าในไลฟ์จะเป็นส่งของขวัญเพื่อดูดวง ซึ่งคนดูก็มีเข้ามาเรื่อย ๆ หนูยอมรับว่าตอนนี้หนูไม่สามารถทำงานควบกัน 2 อย่างได้ เพราะงานที่ทำส่งผลกับชีวิตหนู หนูไม่อยากเปิดไพ่ดูเพราะกลัวความ Toxic ออกมา แล้วก็ไม่อยากดูให้ตัวเองด้วยเพราะกลัวจะเข้าข้างตัวเองเกินไป ตอนนี้หนูแอบหางานใหม่อยู่ หนูก็เลยอยากถามว่าจะทำที่นี่ต่อไปดีมั๊ยหรือจะออกมาทำหมอดูแบบ Full Time ดี”

                ซึ่งดีเจทั้ง 3 คน (ดีเจเผือก-ดีเจต้นหอม-ดีเจเติ้ล) ได้ให้คำปรึกษาตรงกันว่า ‘อย่าเพิ่งลาออกจากงานเลย อยากให้จีจี้ทำงานควบไปทั้ง 2 อย่างก่อน ถ้ายังไม่มั่นใจจริง ๆ อย่าเพิ่งเลือกทางใดทางหนึ่ง ค่อยเลือกตอนถึงเวลาที่จำเป็น หรืออีกทางคือลองหางานประจำใหม่ แล้วให้การดูดวงเป็นรายได้เสริม เพราะจากที่เล่ามาตอนนี้ยังมีความเสี่ยงมากเกินไปที่จะเลือกดูดวงอย่างเดียว การมีรายได้หลายทางก็นับเป็นการกระจายความเสี่ยงอีกอย่างหนึ่ง ลองพยายามให้มีงานหลักประจำก่อน แล้วทำไปเรื่อย ๆ จนกว่าวันนึงเราจะแจ้งเกิดจากการดูดวงแล้วค่อยหันมาทำอย่างจริงจัง’

                ทั้งนี้ “ดีเจต้นหอม” ได้เสนอขั้นตอนการทำงานไว้ว่า ‘1. หางานประจำใหม่แล้วโฟกัสกับงานนี้ไปก่อน 2.ดูดวงเป็นรายได้เสริมในเวลาว่าง 3.หากแจ้งเกิดและมีชื่อเสียงจากการดูดวงให้เปลี่ยนมาโฟกัสเป็นการดูดวง 4.ลาออกจากงานประจำ’

เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทาง

ใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATION

รับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

related พุธทอล์ค พุธโทร RECAP

คบกับแฟนมา บ้านเขามีฐานะ แต่พอเลิกกันแล้ว หนูเอาของขวัญ 3 ชิ้นที่เขาเคยให้หนูไปขาย ปรากฏว่าเป็นแบรนด์เนมปลอมทั้งหมด ตอนคบกัน หนูซื้อทั้งทอง เสื้อลิขสิทธิ์แท้ให้เขา เจอแบบนี้เจ็บใจ ควรทำให้เขารู้ตัวไหมคะ ว่าอย่าสนับสนุนของปลอมและอย่าทำแบบนี้กับใครอีก!

10 ม.ค. 2025

คบกับแฟนมา บ้านเขามีฐานะ แต่พอเลิกกันแล้ว หนูเอาของขวัญ 3 ชิ้นที่เขาเคยให้หนูไปขาย ปรากฏว่าเป็นแบรนด์เนมปลอมทั้งหมด ตอนคบกัน หนูซื้อทั้งทอง เสื้อลิขสิทธิ์แท้ให้เขา เจอแบบนี้เจ็บใจ ควรทำให้เขารู้ตัวไหมคะ ว่าอย่าสนับสนุนของปลอมและอย่าทำแบบนี้กับใครอีก!

“คุณนา (นามสมมติ)” อายุ 21 ปี สายที่ 2 ในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (8 ม.ค. 68) ได้โทรเข้ามาปรึกษา ‘ดีเจเผือก – ดีเจเติ้ล – ดีเจต้นหอม’ เกี่ยวกับปัญหาแฟนเก่าซื้อของแบรนด์เนมปลอมให้ โดย “คุณนา (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘แฟนเก่าซื้อของแบรนด์เนมให้ แต่หนูพึ่งมารู้ทีหลังว่าเป็นของปลอม ของที่เขาซื้อให้ก็มี นาฬิกา สร้อย และกำไล ที่หนูรู้เพราะหนูเอากำไลกับสร้อยไปเช็ค แล้วเขาบอกว่ามันไม่ใช่ของแท้ คือแฟนเก่าหนูเขาอายุ 24 เริ่มจากที่เราทั้งคู่คุยกันประมาณ 4 เดือนเราเคยนัดเจอกันหลายครั้ง เราได้ตกลงคบกันในวันศริสต์มาส เขาซื้อของขวัญชิ้นแรกให้ ในวันที่เราตกลงคบกัน ซึ่งเป็นของขวัญวันคริสต์มาสไปด้วย ตอนนั้นเขาซื้อนาฬิกาชิ้นแรกให้หนู คือจริง ๆ ตอนนั้นหนูดูออกนิดนึงมันจะมีความเอ๊ะอยู่ แพคเกจ วัสดุมันดูแปลก ๆ แต่ไม่อยากมีปัญหา ด้วยความที่เขาให้เพราะว่าหนูกลัวเราทะเลาะกัน หนูก็เลยปล่อยผ่านไป หลังจากนั้นหนูก็ถ่ายลงสตอรี่ไอจีปกติ ผ่านไปสักพักนึงเพื่อนหนูก็ไปรับสารมาจากเพื่อนอีกคนนึงมีคนบอกว่า ‘นาฬิกาเนี่ยเป็นของปลอมนะ ไม่เคยเห็นผู้ชายพาเข้าช็อปแบรนด์เนมเลย ผู้ชายรวยเหรอ นารวยเหรอ’ ได้รับสารมาประมาณนี้ ก็เลยรู้สึกว่าไม่ค่อยพอใจที่โดนคำพูดแบบนี้ หนูเลยไปเล่าให้เขาฟัง เขาก็ไม่พอใจ แต่เขาก็มีความมั่นใจว่ามันคือของแท้ วันต่อมาหนูก็เลยทักไปหาร้านที่รับซื้อแบรนด์เนมให้เขาเช็คนาฬิกา ซึ่งเขาก็บอกว่ามันไม่ใช่ของแท้ หนูก็เลยไปบอกเขา จนเป็นเรื่องขึ้นเราทั้งคู่ทะเลาะกัน เขาไม่พอใจที่หนูเอาไปเช็ค เขาบอกให้หนูปล่อยไป ไม่ต้องสนใจว่ามันเป็นของแท้หรือว่าของปลอม สุดท้ายเขาก็ทำเหมือนว่าความรู้สึกแย่ ๆ ทั้งหมดตกมาที่เขาทั้งหมด เพราะเขาเสียเงินไปแล้ว เขาซื้อมาจากร้านคนรู้จักพ่อ เขาเลยไม่อยากมีปัญหากระทบไปถึงผู้ใหญ่ แต่คือสิ่งที่หนูจะสื่อคือไม่อยากให้เขาไปซื้อซ้ำหรือโดนหลอกจากร้านนั้นอีก พอมาชิ้นที่ 2 ตอนนั้นหนูได้กำไลมาแล้ว แต่อันนี้ดูไม่ออก ก็มีเพื่อนมาบอกว่าแฟนหนูให้ของปลอม หนูก็เลยส่งใบเซอร์ของแบรนด์ไปให้ หนูเอาไปเช็คในเน็ตใบเซอร์มันก็เหมือนของจริง หนูก็เลยไม่ได้เอะใจ พอเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา เราเลิกกันแล้ว หนูก็ไปรู้ว่าเขามีแฟนคนใหม่เป็นสาวสอง หนูก็เลยจะกำไลทิ้ง ก็เลยทักไปหาร้านที่รับซื้อแบรนด์เนม เขาก็บอกว่ามันเป็นของปลอม อีกร้านนึงเขาก็บอกว่าไม่รับซื้อ คือของทุกอย่างที่เขาให้หนู หนูเอาไปเช็คคือของปลอมหมดเลย ตอนแรก ๆ หนูก็โกรธ เพราะหนูให้เสื้อเขาไปตัวละ 4 – 5 พัน พอเขาให้นาฬิกาหนูมา หนูก็เลยรู้สึกต้องอัพราคาของที่จะให้ ก็เลยให้ทอง 1 สลึงให้เขาไป เขายังบอกกับหนูเลยว่าทองหนูเนี่ยแพงไม่เท่ากำไลที่เขาให้หรอก หนูอยากจะปรึกษาพี่ ๆ ดีเจว่า ถ้าเจอแบบนี้หนูควรจะปล่อยวาง หรือว่าทำให้เขารับรู้ว่าสิ่งที่เขาซื้อมามันเป็นของปลอมนะ แล้วเขาก็ใช้อยู่จนถึงทุกวันนี้’ เริ่มที่ “ดีเจเผือก” ให้คำปรึกษาว่า ‘พี่ว่าอยู่ที่อารมณ์ปัจจุบันว่ามันยังแค้นไหม มันเลิกกันด้วยดีไหม ถ้าเลิกกันด้วยดีแล้วอยากจะทำให้เขารู้ว่ากูไม่ได้โง่นะก็ส่งไปบอกได้ว่าฉันเช็คหมดแล้วนะว่ามันปลอม แต่ก็ไม่ได้จะมาอะไรหรอกแค่ให้รู้ไว้ แค่บอกให้เขารู้ว่ากูไม่ได้โง่ แต่ถ้ารู้สึกว่ามันแยกย้ายกันไปแล้วไม่ได้อยากจะก่อเวรก่อกรรมกันไปอีก ไม่อยากจะยุ่งไม่อยากจะเสียจิตเสียอะไรก็ถ้าจะไม่บอกมันก็เป็นสิทธิ์ของนาเหมือนกัน มันอยู่ที่ว่า ณ เวลานี้อารมณ์มันเป็นแบบไหนซึ่งจะทำยังไงก็ได้แล้วแต่ แต่ถ้าเป็นพี่พี่แค้นพี่ก็คงจะทักไปบอกแหละแต่ก็จะเลือกคำบอกแบบที่ว่าเราลอยตัวอยู่เหนือปัญหา บอกแบบมีฟอร์ม แต่เราคงพูดลำบากว่าเขารู้จริง ๆ หรือว่าเขาโดนหลอกซ้ำแล้วซ้ำอีกมันก็คงฟันธงลำบากถึงแม้ว่าฟังดูเหมือนเขาจะรู้ก็ตาม เขาจะตั้งใจห็ตามเพราะฉะนั้นถึงบอกว่าถ้านาอยากจะแค่บอกว่า ฉันไม่ได้โง่ก็บอกเขาได้’ ต่อมา “ดีเจเติ้ล” ก็ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘ถ้าอยากให้ตัวเองสบายใจพี่ว่าก็บอกได้ ในมุมที่ให้รู้ว่าเธอซื้อของปลอม ไม่ว่าเธอจะจงใจไม่จงใจแต่ว่าความจริงที่ฉันจะบอก 3 ชิ้นที่ฉันได้รับมันปลอมหมดเลยก็แจ้งให้ทราบแล้วฉันก็สบายใจว่า ฉันไม่ได้ถูกเธอหลอกนะ แค่นี้ก็แยกย้ายได้แต่ถ้าหวังว่าเขาจะเลิกซื้อของปลอมหวังว่าเขาไม่ทำแบบนี้กับคนอื่นพี่ว่าไม่จำเป็น เราไปเปลี่ยนทางเดินเขาไม่ได้หรอกเขาเลือกทางเดินแบบนั้น’ สุดท้าย “ดีเจต้นหอม” ได้ให้คำปรึกษาเสริมอีกว่า ‘เท่าที่ฟังรู้สึกว่านางตั้งใจ เพราถ้ารู้ว่ามันปลอมเขาต้องรู้สึกกับร้านมากกว่าจะมารู้สึกกับนา เขาต้องรู้สึกว่าโดนหลอกมากว่านี้ อันนี้มันเหมือนเขารู้ทั้งรู้ อีกอย่างที่พี่อยากให้มองอีกมุมนึงคือเขาไม่ได้มองว่าการใส่ของปลอมเป็นสิ่งผิดเพราะเขาใส่อยู่ แต่ถ้าสมมุติเขาทำอะไรบางอย่างให้เราแค้นนะ โพสต์ไอจี แต่มันต้องแค้นจริง ๆ นะ’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 20.00 – 23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

เกิดมาเพิ่งเคยเจอ... หนูไปเจอกับเพื่อนของเพื่อนมา ไม่เคยรู้จักกันมาก่อน พอเขาได้ยินว่าหนูคุยกับเพื่อน หนูเรียกมอเตอร์เวย์ว่า ทางด่วน เค้ารีบพูดแทรกขึ้นมาว่า ไม่ถูกต้องมอเตอร์เวย์ไม่ใช่ทางด่วน หนูเลยตอบกลับว่า...

26 ก.ค. 2024

เกิดมาเพิ่งเคยเจอ... หนูไปเจอกับเพื่อนของเพื่อนมา ไม่เคยรู้จักกันมาก่อน พอเขาได้ยินว่าหนูคุยกับเพื่อน หนูเรียกมอเตอร์เวย์ว่า ทางด่วน เค้ารีบพูดแทรกขึ้นมาว่า ไม่ถูกต้องมอเตอร์เวย์ไม่ใช่ทางด่วน หนูเลยตอบกลับว่า...

เกิดมาเพิ่งเคยเจอ... หนูไปเจอกับเพื่อนของเพื่อนมา ไม่เคยรู้จักกันมาก่อนพอเขาได้ยินว่าหนูคุยกับเพื่อน หนูเรียกมอเตอร์เวย์ว่า ทางด่วน เค้ารีบพูดแทรกขึ้นมาว่าไม่ถูกต้องมอเตอร์เวย์ไม่ใช่ทางด่วน หนูเลยตอบกลับว่า เราน่าจะมาจากคนละถิ่นกันเขาโกรธจนตัวสั่น เสียงดังใส่ หนูผิด? “คุณอัย (นามสมมติ)” อายุ 31 ปี สายที่ 3 ในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (24 ก.ค. 67) ได้โทรเข้ามาปรึกษา ‘ดีเจเผือก – ดีเจเติ้ล – ดีเจต้นหอม’ เกี่ยวกับปัญหาทะเลาะกับเพื่อนของเพื่อนเรื่องที่เราเรียกมอเตอร์เวย์ว่าทางด่วน โดย “คุณอัย (นามสมมติ)” เล่าว่า ‘ก่อนหน้านี้เราขับรถไปงานเลี้ยงวันเกิดเพื่อน ก่อนที่จะถึงร้านอาหารเราก็ขึ้นทางด่วน แล้วเราก็คุยกับเพื่อนเราแต่ด้วยความที่งานวันเกิดเพื่อนไม่ได้มีแค่เรา มีเพื่อนของเพื่อนที่เราไม่ได้รู้จัก ชื่อเปรี้ยว (นามสมมติ) น่าจะโตกว่าเรา เราคุยกับเพื่อนว่าตอนขับรถมาเปิด Google map มา มันให้ขึ้นมางด่วน เปรี้ยวก็โพร่งขึ้นมาด้วยน้ำเสียงที่แบบว่าทำไมเราไม่รู้ “ไอที่เรียกว่าทางด่วน มันไม่ใช่” เราคิดว่า ไม่ใช่ได้ไง เราเรียกว่าทางด่วนมาตลอด เลยตอบว่า “ไม่ค่ะ เราก็เรียกทางด่วนมาตลอดนะคะ” เขาก็ยังยืนยันด้วยน้ำเสียงโกรธว่า “ไม่ใช่ ไอที่เราเรียกอยู่มันคือ มอเตอร์เวย์ ทางด่วนคืออันที่ลอยฟ้า” เราเลยตอบว่า “ก็เราไม่ได้เรียกแบบนี้ เราเรียกของเรามาแบบนี้” แล้วเขาก็บอกว่า “สมัยก่อนมันใช้บัตรคนละใบกันด้วยนะ ทางด่วนกับมอเตอร์เวย์” เราก็บอกว่า “แต่สมัยนี้ใช่ Easy Pass ได้ทั่วราชอาณาจักรนะ” เขาก็ยังไม่ยอม เราก็เลยบอกว่า “งั้นไม่เป็นไร พี่จะเรียกแบบนั้นก็เรียกของพี่ หนูก็เรียกแบบนี้ เราอาจจะมาจากคนละจังหวัด ถิ่นหนูอาจจะเรียกแบบนี้ ถิ่นพี่อาจจะเรียกอีกแบบ” เหมือนเขาโกรธมากที่เราพูดแบบนั้น แล้วเขาก็เงียบไปประมาณ 1 นาที ตอนนี้ใจเราก็เริ่มอยากกลับบ้านละ เลยหันไปคุยกับเพื่อนว่าเราจะกลับทางไหนดี ระหว่างมอเตอร์เวย์ กับบูรพาวิถี ซึ่ง 2 เส้นนี้เราเรียกว่าทางด่วน แต่รอบนี้เราต้องพูดชื่อ เพราะถ้าไม่พูดชื่อแล้วเรียกแค่ทางด่วน เพื่อนก็จะไม่รู้ว่าทางด่วนไหน แล้วเราก็ดูใน Google map มันให้เราขึ้นมอเตอร์เวย์ แต่เราอยากไปทางบูรพาวิถี เราเลยพูดว่า “Google map มันให้เราไปมอเตอร์เวย์” ทีนี้เปรี้ยวก็หันมาโวย “ทำไมรอบนี้เรียกมอเตอร์เวย์ เมื่อกี้เรียกว่าทางด่วนไม่ใช่หรอ” เราก็บอกว่า “ก็รอบนี้มันมี 2 ทางเราเลยต้องเรียกชื่อทางด่วน จะได้รู้ว่าไปทางไหน” แต่คือเขาเหมือนไม่ฟังเรา แล้วเขาโกรธ โวยวายขึ้นมา “มึงเรียกแบบนี้ทำไมๆ ทำไมมึงไม่เรียกทางด่วน มึงเรียกไม่ได้” เขาเสียงดังมาก แต่ในร้านคือบรรยากาศร้านเหล้า เราก็เสียงดังเหมือนกัน เราก็ไม่พอใจ ทำไมเขามาพูดกับเราแบบนี้ ตอนแรกก็นึกว่าเขาเป็นคนห้าวๆ แล้วเขาก็จับแขนเรา ส่วนแฟนเขาก็ไม่ห้ามนั่งเล่นเกม เพื่อนก็นั่งอึ้งอยู่ แล้วเขาก็พูดว่า “มึงต้องเรียกทางด่วน เรียกมอเตอร์เวย์ไม่ได้ เมื่อกี้มึงเรียกทางด่วน มึงต้องเรียกแบบนี้” คือเขาโกรธมากๆ เราก็เลยสบัดแขนออก คือไม่โอเคเเล้วเราก็จะกลับ พอเราลุกจะกลับ แล้วเราก็ดันเก้าอี้กลับแต่มันดันเสียงดัง เปรี้ยวก็เลยเข้าใจว่า ประชดเขา เขาก็เลยดันเก้าอี้ว่างข้างๆเขาเสียงดังบ้าง แล้วเราก็หนีกลับบ้านเลย แล้วมารู้จากเพื่อนว่า คนที่เป็นเพื่อนของเพื่อนเรา คือแฟนเปรี้ยว ไม่ใช่เปรี้ยว อยากถามพี่ๆดีเจว่า การเรียกทางด่วนคือเราเรียกผิดหรอ กับ จริงๆแล้วเราทำอะไรไม่ดีรึป่าวเขาถึงได้โกรธ หรือเป็นเพราะพูดว่า “เราอาจจะมาจากคนละจังหวัด ถิ่นหนูอาจจะเรียกแบบนี้ ถิ่นพี่อาจจะเรียกอีกแบบ” เขาเลยโกรธ’ ซึ่ง “ดีเจเผือก” ให้คำปรึกษาว่า ‘ทางมอเตอร์เวย์สำหรับผมคือเรามาจากพระราม 9 ข้ามศรีนครินทร์พอลงแตะพื้นปุ้ป ผมนับว่าเป็น มอเตอร์เวย์ยาวไปสุวรรณภูมิ-ชลบุรี-พัทยาเลย แต่ทางยกระดับที่ไปชลบุรี คือ บูรพาวิถี ส่วนประโยคจุดระเบิดเนี่ย บางทีมันอยู่ที่คนรับสาร ว่ามีวุฒิภาวะ อารมณ์ เราไม่รู้เจอคนแบบไหน ก็เป็นไปได้ที่จะจุดประกายความโกรธ แต่เขาเองก็ควบคุมอารมณ์ได้น้อยไปหน่อย มันใช่เรื่องมั้ยที่จะมาชี้ว่าใครเรียกอะไร ถ้าเรียกต่างกันเเต่ก็ไปเหมือนกันก็ช่างมันไปเถอะ’ ต่อมา “ดีเจเติ้ล” ให้คำปรึกษาต่อว่า ‘สำหรับพี่ พี่ไม่เรียกมอเตอร์เวย์ว่าทางด่วน บูรพาวิถีก็อาจจะไม่ด่วนนะ เพราะพี่ไว้ใช้ออกจากเมือง ทางด่วนสำหรับพี่คือทางด่วนที่ไม่ต้องลงไปด้านล่าง แบบด่วนวิภาวดี ด่วนบ่อนไก่ บูรพาน่าจะด่วนแหล่ะ แต่มอเตอร์เวย์คนเขาจะไม่ค่อยเรียกว่าด่วนก่อน แล้วประเด็นที่พูดคือด้วยรูปประโยคมันก็เหมือนเราด่าเขานั่นแหล่ะ แต่มันเหมาะสมในกรณีนี้ เพราะว่าเขาเสือก ไม่ใช่เรื่องของมึงเลย 1.มึงไม่ใช่เพื่อนกู 2.คือก็จะขึ้นทางด่วนไหนก็ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับมึงเลย แล้วก็ที่อยู่ๆก็พูดมาแบบนั้นคือมันเสียมารยาท คนเสือกเท่านั้นที่จะทำแบบนี้ เป็นคนอื่นอาจจะด่าแรงกว่านี้ด้วย’ และสุดท้าย “ดีเจต้นหอม” ให้คำปรึกษาว่า ‘ถ้าอีเปรี้ยวมันแหลมเข้ามาปุ้ป กูเรียกทุกเส้นคือทางด่วน เพราะกูรีบ! นี่คือวิธีตอบ จะไม่มีว่าถิ่นหนูถิ่นใคร แล้วที่ไปพูดกับเขาเรื่องถิ่นเหมาะสมไหม ไม่เหมาะสม อันนี้ไม่เห็นด้วย เพราะหนูพูดเบาไป หลังเขาบ้านมึงตัดถนนเส้นอะไรมาอธิบายซิ้ หลังจากนั้นก็ตบกัน พูดจบอย่าปล่อยให้มือถึงเราก่อน ใครล้มก่อนแพ้ สู้ ใจอย่าไปกลัวมัน อย่างน้อยอีเปรี้ยวจะไม่กล้าพูดแบบนี้กับใครอีก ทั้งสองคำถามสรุปได้ในคำเดียว เสือก!!!’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

งานที่หนูทำ ยืดหยุ่นเรื่องเวลา เข้างานกี่โมงก็ได้ แต่แฟนหนูไม่เข้าใจ พูดกรอกหูทุกวัน ‘อยู่บ้านเฉยๆสบายเนอะ’ ทั้งที่งานบ้านเราก็ทำ งานประจำเราก็ต้องทำ และทุกเช้าหนูก็ส่งเขาขึ้นรถไปทำงานทุกวัน หรือจริงๆเเล้วเเฟนเเค่อิจฉาเพราะเราตื่นสายได้

21 ก.พ. 2025

งานที่หนูทำ ยืดหยุ่นเรื่องเวลา เข้างานกี่โมงก็ได้ แต่แฟนหนูไม่เข้าใจ พูดกรอกหูทุกวัน ‘อยู่บ้านเฉยๆสบายเนอะ’ ทั้งที่งานบ้านเราก็ทำ งานประจำเราก็ต้องทำ และทุกเช้าหนูก็ส่งเขาขึ้นรถไปทำงานทุกวัน หรือจริงๆเเล้วเเฟนเเค่อิจฉาเพราะเราตื่นสายได้

งานที่หนูทำ ยืดหยุ่นเรื่องเวลา เข้างานกี่โมงก็ได้ แต่แฟนหนูไม่เข้าใจ พูดกรอกหูทุกวัน‘อยู่บ้านเฉยๆสบายเนอะ’ ทั้งที่งานบ้านเราก็ทำ งานประจำเราก็ต้องทำและทุกเช้าหนูก็ส่งเขาขึ้นรถไปทำงานทุกวัน หรือจริงๆเเล้วเเฟนเเค่อิจฉาเพราะเราตื่นสายได้เเต่เเฟนต้องตื่นเช้า? “คุณหมวย (นามสมมติ)” อายุ 30ปี สายสุดท้ายของ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา [19 ก.พ. 68] ได้โทรเข้ามาปรึกษา ‘ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม’ เกี่ยวกับปัญหาความคิดเห็นที่ไม่ตรงกันในความสัมพันธ์กับแฟน โดย “คุณหมวย (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘หนูทำงานตำเเหน่ง Project Coordinator​​ ที่ช่วยผู้จัดการ ผู้ช่วย เลยทำให้มีความยืดหยุ่นในเรื่องของเวลาการทำงาน ไม่ได้ทำงานเป๊ะๆ เเบบเข้างาน 9 โมง เลิกงาน 6 โมงเย็น แต่คือหนูสามารถทำงานที่ไหนก็ได้ เข้างานกี่โมงก็ได้ ซึ่งตรงนี้มันทำให้หนูเกิดปัญหากับเเฟนเพราะว่า เเฟนมองหนูว่าขี้เกียจรึป่าว ทำไมเขาต้องตื่นเช้าไปทำงาน เเต่หนูไปทำงานสายๆ เเล้วเขาก็ชอบพูดกับหนูเเบบติดนอยว่า เออ ทำไมงานสบายจัง หรือหนูทำงานจริงรึป่าวเนี่ย เเต่หนูกับเเฟนก็อายุห่างกันเเค่ 3 - 4 ปี เเต่สิ่งที่ทำให้เขาคิดเเบบนี้เป็นเพราะหนูก็พึ่งย้ายมาทำงานนี้ ตอนที่คบกับเขามาได้ประมาณ 2 ปี ส่วนเรื่องภายในบ้านตอนนี้ หนูก็ช่วยเขาออกค่าใช้จ่ายเป็นปกติ ไม่ได้ให้เขาออกคนเดียว หรือไปเบียดเบียนเขาเลย ก็คือหนูสามารถดูเเลตัวเองได้ เเล้วหลังๆมาปัญหานี้ก็ทำให้หนูรู้สึกไม่ดีกับตัวเอง เเละคำพูดเขาด้วย ที่สำคัญหนูไม่ได้อยากทะเลาะกับเขาเรื่องนี้เพราะหนูทำงานก็เหนื่อยเเล้ว เขาทำงานฝั่งของเขาก็เหนื่อย เเล้วทุกเช้าหนูก็จะตื่นมาส่งแฟนไปทำงานก่อน แต่โดนพูดเเบบนี้ตลอด หนูอยากจะปรึกษาพี่ๆดีเจว่า หนูควรคุยกับเขาเรื่องนี้เเบบจริงจังดีไหม หรือควรปล่อยผ่านเป็นเรื่องขำๆ ไปดีคะ? ซึ่ง “ดีเจเผือก” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘ประเด็นพี่กำลังคิดอยู่ปัญหานี้มันเกิดจากอะไร หรือเขาไม่ได้ว่าหนูด้วยเหตุเเละผล เขาอาจจะคิดว่าทำไมตัวเองต้องตื่นเช้า เเต่เเฟนสามารถไปทำงานตอนไหนก็ได้ ก็เลยรู้สึกเเบบ ฟาดงวงฟาดงาเเบบนั้นรึป่าว ก็อาจจะลองปรับเปลี่ยนดู เเต่ถ้ามันสุดทางเเล้วจริงๆพี่ว่าอาจจะต้องลองปรับเขาออกไปเเทน’ ต่อมา “ดีเจเติ้ล” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘จากที่พี่ลองฟังดู เขาดูไม่ค่อยมีความสุขกับชีวิตเท่าไหร่นะ เเละพี่ก็เชื่อว่าต่อให้หมวยลาออกจากงาน เเล้วทำงานบ้านอย่างเดียวเขาก็จะพูดเหมือนเดิมว่า เเล้วถ้าหมวยกล้าพูด หมวยก็ต้องลองพูดกับเขาดูนะ ว่าเขาไม่โอเคอะไรกับหมวย เพราะถ้าพูดตามความเป็นจริงหมวยก็ไม่ได้ผิดอะไรเลย’ ต่อมา “ดีเจต้นหอม” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘หมวยลองคุยกับเขาดูว่าเเบบ เธอโอเครึป่าว หรือเธอมีปัญหาอะไรจากงาน เเล้วถ้าเขาบอกว่าไม่มี ก็บอกให้หยุดพูดเเบบนี้กับหมวย ลองคุยกับเขาประมาณนี้ พูดในความรู้สึกเเบบเป็นห่วงเขา’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามชมใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

หนูอายุ 19 แต่น้องชายหนูที่บ้านตามใจทุกเรื่อง แฟนก็มีได้ แต่หนูที่บ้านห้ามไม่ให้มี รู้สึกว่าไม่มีความเท่าเทียมเลย ความเท่าเทียมควรเริ่มต้นจากที่บ้านรึเปล่า? พอหนูถามไปผู้ใหญ่ที่บ้านก็ว่า Toxic ที่หนูคิดมันผิดมากเลยหรอคะ

11 เม.ย. 2025

หนูอายุ 19 แต่น้องชายหนูที่บ้านตามใจทุกเรื่อง แฟนก็มีได้ แต่หนูที่บ้านห้ามไม่ให้มี รู้สึกว่าไม่มีความเท่าเทียมเลย ความเท่าเทียมควรเริ่มต้นจากที่บ้านรึเปล่า? พอหนูถามไปผู้ใหญ่ที่บ้านก็ว่า Toxic ที่หนูคิดมันผิดมากเลยหรอคะ

“คุณเอ (นามสมมติ)” อายุ 18 ปี สายที่สามในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา [9 เม.ย. 68] ได้โทรเข้ามาปรึกษา “ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล – ดีเจต้นหอม” เกี่ยวกับปัญหาความไม่เท่าเทียมกันในครอบครัว โดย “คุณเอ (นามสมมุติ)” ได้เล่าว่า ‘หนูไม่รู้ว่านิสัยเด็ก Gen Z เเบบหนูเรียกว่า Toxic รึป่าว หนูมีน้องชายเเท้ๆ อายุ 17 ปี อยู่ด้วยกัน แต่หนูก็มีความรู้สึกว่าคนทั้งบ้าน รัก เเละเอ็นดูน้องชายมากกว่าตัวหนู ตอนเเรกหนูไม่ได้สังเกต จนตอนที่เพื่อนหนูมาที่บ้านและถามว่า ทำไมรู้สึกว่าน้ามึงพูดกับน้องอย่างนึง พูดกับมึงอีกอย่าง ทั้งน้ำเสียงเเละคำพูด ท่าทาง ตอนเเรกหนูก็ไม่ได้คิดว่าจริงรึป่าว เเต่พอมานึกดูดีๆ บางอย่างก็จริงอย่างที่เพื่อนบอก จนหนูก็ลองสังเกตดู เเละเห็นว่าสิ่งที่น้องได้รับเเละหนูได้รับมันก็ต่างกัน เลยมีความรู้สึกน้อยใจ ไม่เท่าเทียมว่าทำไมน้องของหนูถึงมีสิทธิ์ทำอะไรได้มากกว่าหนู เช่น อิสระเรื่องความรัก เเละอีกหลายอย่าง ด้วยความที่บ้านของหนูเป็นเชื้อสายจีนเลยอาจจะเอ็นดูเด็กผู้ชายมากกว่า เวลาน้องหนูจะไปไหน ไปกับสาว ไปกับเเฟนเขาก็จะบอกที่บ้านตรงๆ เเต่พอเป็นหนู หนูไม่สามารถที่จะบอกเเบบนั้นได้เหมือนน้อง เพราะเวลาบอกไป เขาจะทำท่าทางไม่พอใจ และด้วยความที่น้องหนูเรียนโรงเรียนประจำห่างจากบ้าน ทำให้เวลาเสาร์ - อาทิตย์ น้องของหนูจะไปกรุงเทพ ไปเที่ยว เขาก็ไปได้ เเต่พอเป็นหนูที่ขอเขาไปอำเภอใกล้เคียง เขาก็จะถามมาเลยว่า กลับกี่โมง ไปกับใคร สมมติหนูบอกว่าจะกลับบ้านตอนเที่ยง สิบเอ็ดโมงครึ่ง เขาก็จะโทรมาตามหนูเเล้วว่า อยู่ไหนเเล้ว มันเลยทำให้หนูเกิดความอึดอัด เเล้วค้างคาใจ พอมีวันหนึ่งที่หนูมาหาเเม่ที่บ้าน เเล้วนั่งกินข้าวกัน 3 คน มีเเม่ น้องชาย แล้วก็หนู เเม่ก็เปิดประเด็นว่า ถ้าคราวหน้าน้องชายหนูจะพาเเฟนมานอนที่บ้านด้วยก็ได้ หนูเลยเเกล้งๆพูดไปว่า หนูทำบ้าง เเม่ของหนูก็พูดขึ้นมาเลยว่า ถ้าเป็นหนูต้องรอจนกว่าจะขึ้นมหาลัยก่อน หนูเลยไม่พอใจ เเล้วถามว่า เเล้วน้องหนูมีสิทธ์อะไรมากกว่าหนูถึงทำได้ อายุก็ไล่เลี่ยกัน เเม่ก็เลยบอกว่า ผู้ชาย กับ ผู้หญิง มันไม่เท่าเทียมกัน เกิดว่าหนูไปนอนบ้านเเฟนเเล้วพลาดท้อง ผู้หญิงอนาคตก็คือจบไปเลย เเต่ผู้ชายก็ยังไปเรียนต่อได้หรือว่าทำอะไรได้มากกว่าหนู อาจจะเพราะเเม่มีลูกตั้งเเต่ยังเด็กเลยทำให้เป็นห่วงหนู และสังคมรอบตัวหนู เพื่อนๆของหนูก็ท้อง มีลูกกันหมดแล้วด้วย หลังจากที่ทะเลาะกับเเม่เสร็จ น้องชายหนูก็เอาเรื่องนี้ไปฟ้องน้า เขาเลยอธิบายว่าทำไมเเม่ถึงพูดว่าไม่เท่าเทียม พยายามที่จะทำให้หนูเข้าใจ เเต่หนูก็คิดว่า ถึงหนูจะเป็นผู้หญิงเเต่หนูก็รับผิดชอบตัวเองได้ ไม่ต้องทำให้ใครเป็นห่วงเหมือนกับน้องชาย เเต่หนูยิ่งพูดก็เหมือนน้าจะยิ่งไม่เข้าใจ เขาบอกว่ายังไม่ถึงเวลา หนูก็เลยยิ่งสงสัยว่าทำไมน้องหนูเขาถึงทำได้ สุดท้ายหนูก็ได้ไปพูดกับเเม่ว่า ถ้าเเม่รู้สึกผู้หญิงกับผู้ชายไม่เท่าเทียมกัน เเม่ก็อย่าเเสดงออกเเบบนี้ได้ไหม ถ้าเเม่ไม่ให้หนูทำ ก็ต้องห้ามน้องทำเหมือนกัน พอหนูพูดไปเเบบนี้ เเม่เขาก็พูดสวนกลับมาว่า หนูเป็นลูก หนูมีสิทธิ์อะไรที่จะไปสั่งเขาเเบบนั้น ก็เลยทะเลาะกันใหญ่โต น้าเลยต้องเข้ามาคุยด้วย เเต่หนูก็ยังมีคำถามในหัวว่า ทำไม! ทำไม! หนูเลยไม่ได้คุยกับเเม่ ส่วนน้องชายก็มาเยาะเย้ย ซ้ำเติม ทำให้หนูรู้สึกว่าตอนนั้นไม่เหลือใครเลย เพราะน้าหนูก็เหมือนจะไม่เข้าใจตัวหนูเลย เเล้วบอกว่าหนู Toxic บอกให้หนูลองย้อนมามองตัวเองบ้าง เเละใน 2 เดือนที่หนูทะเลาะกับที่บ้าน ที่มี ลุง ป้า น้า น้องชาย ในบ้านไม่มีใครคุยกับหนูเลย พอหนูกลับไปเล่าเรื่องนี้ให้เเม่ฟัง เเม่ก็ถามว่า ให้หนูมาอยู่กับเเม่ไหม เเต่ป้าก็เหมือนจะไม่อยากให้ไป เพราะเเม่หนูไม่สามารถซัพพอร์ตเรื่องค่าใช้จ่ายให้หนูได้ จนตอนนี้พอน้าได้มาคุยกับหนู เขาบอกว่า เขาไม่สามารถเอ็นดูหนูได้เหมือนเมื่อก่อน เพราะทิฐิที่หนูมีกับคนในบ้านมันมากเกินไป หนูเลยอยากปรึกษาพี่ๆ ดีเจว่า หนูผิดไหมที่หนูทิฐิกับคนในบ้านมากเกินไป เเละ ความเท่าเทียมมันควรเริ่มจากคนในบ้านรึป่าว?’ เริ่มที่ “ดีเจเผือก” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘มันยากมากที่จะทำให้คนที่มีอายุต่างกัน มองในมุมกันเเละกัน พวกพี่ที่นั่งกันตรงนี้ก็มีลูก เเละหลาน การพยายามปรับตัวเรื่องการสื่อสาร หรือมุมมอง คำเดียวที่พี่จะบอกเอได้ คือในวันที่เอมีลูก เอจะเข้าใจเพราะฉะนั้น ณ วันนี้เอรู้สึกไม่เเฟร์ เออาจจะต้องอดทนเพราะอีกนิดเดียวเอก็จะเข้ามหาลัย มีชีวิตเป็นของตัวเองเเล้ว เพราะเราไม่สามารถที่จะเปลี่ยนความคิดของคนที่มีอายุห่างกันเยอะๆได้อยู่เเล้ว เพราะงั้นอีกนิดเดียว เอก็จะได้กำหนดชีวิตตัวเองเเล้ว ใช้ชีวิตให้มันดี’ ต่อมา “ดีเจเติ้ล” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘พี่ว่าน้องเอเป็นตัวเเทนของเด็กหลายๆบ้านที่มีความคิดเเบบเดียวกัน เเละที่น้องเอถามว่า เพศสภาพ ควรเริ่มที่จะเท่าเทียมกันตั้งเเต่ในครอบครัวรึเปล่า อันนี้พี่เห็นด้วย เเต่ความเท่าเทียมในสังคมเป็นเรื่องที่ยากมากในบางประเทศ ผู้หญิงยังไม่มีสิทธิ์ได้รับการศึกษาเลย เพราะฉะนั้นพี่รู้สึกดีที่น้องเอ เข้าใจถึงข้อนี้ เเต่สำหรับเรื่องที่บ้านของน้องเอ พี่ว่าเขารักน้องเอเเหละ เเต่อาจจะสื่อสารไม่ดี เเละที่เขาเข้มงวดกับเอ เพราะเขามองเห็นว่าเอเป็นผู้หญิงเลยอาจจะดูเเลตัวเองได้ไม่ดีเท่ากับน้องชายตัวเอง เพราะผู้หญิงมีความเสี่ยงกว่า มีพันธะมากกว่า เพราะงั้นเออาจจะลองมองในมุมว่าเขาเข้มงวด เพราะเขาเป็นห่วงเรา ลองหาความสุขในบ้านหลังนี้จนกว่าเอจะย้ายออกจากบ้านไปใช้ชีวิตของตัวเอง น้อยใจเรื่องเพศสภาพได้ เเต่อย่าน้อยใจว่าเขาไม่รักเรา พิสูจน์ให้เขาเห็นว่าเราดูเเลตัวเองได้’ สุดท้าย “ดีเจต้นหอม” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘เอมีทางเลือกอยู่อย่างเดียวคือ พิสูจน์ตัวเอง ทำในสิ่งที่ที่บ้านทำไม่ได้ เอาชนะในเรื่องความสำเร็จ ไม่ใช่เอาชนะในเรื่องคำพูด เมื่อเราทำงานได้ หาเงินได้ นั่นเเหละคือตอนที่เราจะมีอิสระจากครอบครัว อย่าเกลียดคนในบ้านเช่น ป้า น้า น้องชาย เพราะสุดท้ายทุกคนก็คือครอบครัวของเอ อาจจะไม่ต้องใช้เหตุผลคุยกัน เพราะทั้งเหตุผลของเอ เเละเหตุผลของครอบครัว ทั้งคู่เป็นเหตุผลที่ถูก ไม่ได้ผิด เเต่เเค่ต่างมุมมองกัน’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามชมใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

album
efm
-

-