หรือเราต้องเป็นฝ่ายยอม? สาวโทรปรึกษา 3 ดีเจในรายการ คบกับแฟนชาวอินเดียได้ 6 เดือน แฟนมาบอกว่า “ต้องกลับบ้านไปแต่งงาน” เป็นวัฒนธรรม ประเพณีที่บ้านเขาทำมานานแล้ว ขอกลับไปอยู่ 3 เดือน จะต่อวีซ่าแล้วกลับมาอยู่ด้วยกันอีก 4 ปี ตอนนี้สับสนไปหมด ควรรอไหม?

พุธทอล์ค พุธโทร RECAP

หรือเราต้องเป็นฝ่ายยอม? สาวโทรปรึกษา 3 ดีเจในรายการ คบกับแฟนชาวอินเดียได้ 6 เดือน แฟนมาบอกว่า “ต้องกลับบ้านไปแต่งงาน” เป็นวัฒนธรรม ประเพณีที่บ้านเขาทำมานานแล้ว ขอกลับไปอยู่ 3 เดือน จะต่อวีซ่าแล้วกลับมาอยู่ด้วยกันอีก 4 ปี ตอนนี้สับสนไปหมด ควรรอไหม?

01 ก.ย. 2023

หรือเราต้องเป็นฝ่ายยอม? สาวโทรปรึกษา 3 ดีเจในรายการ

คบกับแฟนชาวอินเดียได้ 6 เดือน แฟนมาบอกว่า “ต้องกลับบ้านไปแต่งงาน”

เป็นวัฒนธรรม ประเพณีที่บ้านเขาทำมานานแล้ว ขอกลับไปอยู่ 3 เดือน

จะต่อวีซ่าแล้วกลับมาอยู่ด้วยกันอีก 4 ปี ตอนนี้สับสนไปหมด ควรรอไหม?

ใจจริงไม่อยากเลิก แต่ก็ทนเห็นเขาอยู่กินกับผู้หญิงอีกคนไม่ไหว...

        “คุณบี (นามสมมติ)” อายุ 24 ปี สายแรกในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา [30 ส.ค. 66] ได้โทรเข้ามาปรึกษา ดีเจเผือก - ดีเจไตเติ้ล - ดีเจต้นหอม เกี่ยวกับปัญหาคบกับแฟนต่างชาติแต่แฟนต้องกลับไปแต่งงานกับคนที่พ่อแม่เลือกให้

        โดย “คุณบี (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘หนูคบกับผู้ชายอินเดียมาได้ 6 เดือน ตั้งแต่คบกันมาราบรื่นดี ไม่เคยมีเรื่องอะไรกันเลย จนล่าสุดเมื่อ 3 วันที่แล้วเขามาบอกกับหนูว่า เขามีความจำเป็น ต้องกลับบ้านที่ประเทศอินเดีย เพื่อไปแต่งงานกับคนที่พ่อ-แม่เขาหาไว้ให้ หนูก็ช็อกและถามเขาว่า ทำไมต้องกลับไปแต่ง หรือ คุณมีภรรยาอยู่ที่นู้นใช่มั้ย? ทำไมคุณไม่บอกฉัน เขาบอกว่า เขามาไทย เขาไม่มีใครเลย เขาโสด 100%

        แต่ที่เขาต้องกลับไป มันเป็นเพราะประเพณีทางบ้านเขา มันยังมีการคุมถุงชนอยู่ เขาบอกว่าเขามีความจำเป็นต้องกลับไปแต่งงานกับผู้หญิงคนนี้ เขาบอกว่า เขาไม่ทำไม่ได้ เพราะมันเป็นหน้าที่ที่ลูกต้องตอบแทนพระคุณพ่อแม่

        ตอนนี้เขาทำงานอยู่ที่ประเทศไทย เขาบอกว่าเขาจะต้องกลับไปแต่งงานอีก 3 เดือนข้างหน้า และก็อยู่ที่นั่นอีก 3 เดือน แล้วเขาก็จะต่อวีซ่ากลับมาอยู่ที่ประเทศไทยอีก 4 ปี หนูก็ถามเขาว่า แล้วฉันล่ะ? เขาบอกว่าคนที่พ่อกับแม่เลือกให้ เขาไม่ได้รักเลย คนที่เขาเลือกก็คือหนู แต่เขาต้องทำเพราะมันเป็นหน้าที่

        หนูไม่โอเคเลย การที่เห็นแฟนไปแต่งงานกับคนอื่นมันไม่โอเคอยู่แล้ว หนูไม่ยอมหรือเรียกร้อง ทำอะไรไม่ได้เลย แล้วหนูก็ไปเปลี่ยนแปลงวัฒนธรรมบ้านเขาไม่ได้เลย ก่อนที่หนูจะตกลงคบ หนูก็ไม่ได้เช็คหรือถามอะไรเกี่ยวกับเรื่องที่บ้านเขาเลย และเขาก็ไม่เคยเล่าให้ฟังเลยว่าบ้านเขามีวัฒนธรรมแบบนี้ เขาบอกว่าถ้าเกิดเขามาเล่าให้หนูฟัง เขาก็กลัวหนูรับไม่ได้และกลัวเสียหนูไป

        หนูก็มีคิดอยากแต่งงานกับเขาแล้ว แต่เขาเคยบอกว่า วัฒนธรรมทางบ้านเขา ผู้ชายอินเดียถ้าเกิดจะมีภรรยาแรกที่แต่งงานกันต้องมีเชื้อสายอินเดียเท่านั้น! ตอนแรกหนูก็ไม่ยอมและตัดบทเขาไปว่า ฉันจะเลิกกับคุณ ทีนี้เขาก็ไม่ยอมเลิกกับหนู หนูดูออกเลยว่าเขารักหนูมากๆจริงๆ เขาไม่ได้รักผู้หญิงคนนั้นเลย เขาไม่ได้เลือกคนนั้น เขาไม่ได้ไปเจอ ไปคุย เขามาเจอหนูก่อน เขารักหนูก่อน แต่เขาต้องทำเพราะมันเป็นหน้าที่

        หนูรู้สึกเสียใจมากที่อีก 3 เดือนข้างหน้าต้องเห็นเขาแต่งงานกัน หนูอยากถามพี่ๆดีเจว่า หนูต้องทำยังไงดี? ต้องอยู่แบบนี้ไป ต้องยอมรับในสิ่งที่เขาเป็น ยอมรับทางบ้านเขา เอาจริงๆ หนูไม่ได้อยากเลิกเลย...

        งานนี้ทั้ง 3 ดีเจให้คำปรึกษา “คุณบี (นามสมมติ)” ว่า ‘เขามีหน้าที่ต้องไปแต่งงาน แต่หน้าที่ของเขามันดันกระทบเรา ให้เรากลายเป็นเมียน้อยไปปริยาย ต้องถามบีว่าสมัครใจอยู่ในตำแหน่งนี้หรือเปล่า...

        ความรักมันเป็นเรื่องของคนสองคน พวกพี่คงไปตัดสินใจอะไรแทนไม่ได้ ถ้าบีแฮปปี้กับตำแหน่งนี้ก็สามารถอยู่ได้ แต่ถ้ารับสถานการณ์แบบนี้ไม่ได้ พี่มองว่าบีกับแฟนอยู่กันแค่ 6 เดือนเอง ช่วง 6 เดือนมันยังเป็นความหวือหวา เป็นช่วงที่อินเลิฟกันอยู่ เราอาจจะยังไม่เห็นข้อเสียของกันและกันเลย มันเป็นช่วงที่เราต่างเอาใจกัน ความเป็นตัวเองยังไม่ออกมาหมดเลย ถ้ารับประเพณีบ้านเขาไม่ได้ แนะนำให้บีเปลี่ยนบ้าน เปลี่ยนไปประเทศอื่นเลย แต่ถ้าจะรักคนนี้จริงๆ ก็ต้องเข้าใจเขาว่าประเพณีมันเป็นแบบนั้น ถ้าบ้านเขาต้องการให้เขาแต่งงาน บีก็ทำอะไรไม่ได้อยู่แล้ว มันไม่มีทางที่เขาจะมาอยู่กับเราได้ตลอดไป

        บีต้องยอมรับความจริงให้ได้ และถึงตอนนั้นบีจะเห็นว่ามันไปรอดกันยาก ไม่มีใครอยากไปเป็นเมียน้อยใคร เมื่อเราเห็นอยู่แล้วว่าเรื่องนี้ไม่จบแน่ แต่มันต้องใช้เวลา ยิ่งเราตัดใจได้เร็ว มูฟออนได้เร็ว ปัญหานี้ก็จะจบเร็ว พี่ไม่อยากให้เคสของบีมันเรื้อรัง ต่อให้เคลียร์กันได้ในรูปแบบการใช้ชีวิต มันก็ยังไม่ใช่ชีวิตที่บีต้องการหรอก

        บางทีเราเจอคนที่ถูกใจ แต่มันผิดเวลา จังหวะการเจอกันมันเป็นสิ่งสำคัญ เพราะฉะนั้นถ้ามูฟออนได้ก็จะดีมาก...

เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทาง

ใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATION

รับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

related พุธทอล์ค พุธโทร RECAP

คุณแม่โทรปรึกษา 3 ดีเจ มีลูกสาวอายุ 11 ขวบ เขาเป็นคนที่ทำอะไรต้องเป๊ะทุกอย่าง แม้กระทั่งเรื่องเรียน บางวันทำการบ้าน อ่านหนังสือถึงตี 1 – 2 รู้สึกว่าเขาจะมีภาวะเครียดสะสม ไม่มีความสุขเวลาไปโรงเรียน พาเขาย้ายโรงเรียนแล้วก็ยังเครียดเหมือนเดิม

22 พ.ย. 2023

คุณแม่โทรปรึกษา 3 ดีเจ มีลูกสาวอายุ 11 ขวบ เขาเป็นคนที่ทำอะไรต้องเป๊ะทุกอย่าง แม้กระทั่งเรื่องเรียน บางวันทำการบ้าน อ่านหนังสือถึงตี 1 – 2 รู้สึกว่าเขาจะมีภาวะเครียดสะสม ไม่มีความสุขเวลาไปโรงเรียน พาเขาย้ายโรงเรียนแล้วก็ยังเครียดเหมือนเดิม

คุณแม่โทรปรึกษา 3 ดีเจ มีลูกสาวอายุ 11 ขวบเขาเป็นคนที่ทำอะไรต้องเป๊ะทุกอย่าง แม้กระทั่งเรื่องเรียนบางวันทำการบ้าน อ่านหนังสือถึงตี 1 – 2 รู้สึกว่าเขาจะมีภาวะเครียดสะสมไม่มีความสุขเวลาไปโรงเรียน พาเขาย้ายโรงเรียนแล้วก็ยังเครียดเหมือนเดิมตอนนี้แม่รู้สึกกังวลและเป็นห่วงมาก ควรพาลูกสาวไปพบจิตแพทย์ดีไหม? “คุณแม่เหมียว (นามสมมติ)” อายุ 48 ปี สายที่สามในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (8 พ.ย. 66) ได้โทรเข้ามาปรึกษา ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม เกี่ยวกับเรื่องของลูกสาวอายุ 11 ขวบ รู้สึกกังวลและเป็นห่วง เพราะเขาเครียดเกินวัย โดยสายนี้ “คุณแม่เหมียว (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘ลูกสาวค่อนข้างมีภาวะเครียดสะสม ไม่มีความสุขเลยเวลาที่ลูกสาวอยู่ในโรงเรียน ต้องบอกว่าลูกสาวส่วนตัวเป็นคน Perfectionist มาก ทำอะไรก็ต้องดีทุกอย่าง เขาเป็นคนที่ลายมือสวย ระบายสีสวย แม้กระทั่งการเรียนก็ต้องดีที่สุด เขาจะสร้างบรรทัดฐานของตัวเองให้เป็นคนที่ดีมาตลอด จนทำให้เขาเริ่มมีความเครียดสะสม พอลูกสาวเราขึ้น ป.5 การเรียนของเขาก็เริ่มเข้มข้นขึ้น ครูที่สอนก็ไม่ได้ใจดีเหมือนเมื่อก่อน จะมีดุบ้าง ด่าบ้าง แต่ไม่ได้ดุหรือด่าลูกสาวเราคนเดียว หมายถึงว่าเขาก็พูดถึงโดยรวม แต่ลูกสาวเราก็จะเก็บมาคิดมาก เวลามีการบ้านเขาก็จะนั่งทำจนดึกดื่น ยิ่งช่วงสอบเขาจะนั่งติวหรืออ่านหนังสือดึกมาก บางทีอ่านไม่เข้าใจ เขาก็จะร้องไห้ หรือให้เราปลุกเขาตั้งแต่ตี 5 เรารู้สึกว่ามันเครียดเกินกว่าที่เด็กวัยนี้ควรจะเป็น ซึ่งเขาก็เป็นคนที่มีภาวะเครียดมาหลายปีอยู่แล้ว เคยมีเหตุการณ์หนึ่ง สมัยที่ลูกสาวเราเรียนอยู่ที่โรงเรียนเก่า เขามีภาวะเครียดเกี่ยวกับครูผู้สอน แม่ก็แก้ปัญหา โดยการพาเขาย้ายโรงเรียนไป ซึ่งเราก็มีการคุยกับครูไว้ว่าให้ดูแลเขาเป็นพิเศษ ตอนที่ลูกสาวขึ้น ป.5 คุณครูที่สอนแต่ละวิชาก็มีหลากหลายขึ้น แม่ก็เข้าใจ เพราะว่าแม่ก็อยากให้เขาเจอกับสังคมที่มันหลากหลายอยู่เหมือนกัน เพราะโตไปเขาก็ต้องเจออะไรแบบนี้อยู่แล้ว แต่เหมือนว่าลูกสาวยังคงเครียดอยู่เหมือนเดิม วันนี้เลยอยากปรึกษาว่า แม่ควรพาลูกสาวไปพบจิตแพทย์ไหม? เพราะว่าคุยกับหลาย ๆ บอกเราคิดไปเอง บางคนก็บอกว่ามันคือธรรมชาติของเด็ก ดีแล้วที่ลูกสาวเรามีความขยันมุ่งมั่นดี แต่เราก็รู้สึกว่ามันหนักเกินไปอยู่ดี หรืออีกอย่างที่อยากสอบถามคือ เราเองหรือเปล่าที่ต้องไปพบจิตแพทย์เอง เพราะรู้สึกว่าเราจะห่วงลูกมากเกินไป ซึ่งดีเจทั้ง 3 คน “ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล – ดีเจต้นหอม” มีความคิดเห็นไปในทางเดียวกัน ว่า ‘สำหรับพวกเรา สิ่งที่เกิดกับลูกเป็นสิ่งที่ต้องคิดมาก ต้องใส่ใจอยู่แล้ว มันต้องคอยสังเกต สิ่งแบบนี้มันเป็นอะไรที่น่ากังวลมาก อะไรที่มันแพ้ไม่ได้ ยอมรับความผิดหวังไม่ได้ เราควรที่จะพาเขาไปพบจิตแพทย์เลยตอนนี้ เพราะว่าเด็กวัยนี้กำลังจะเข้าสู่ช่วงวัยรุ่นแล้ว ตอนนี้เรายังควบคุมเขาได้ ควรที่จะพาเขาไปให้เร็วที่สุด มันเครียดเกินไป เหมือนว่าเขาไม่ได้ใช้ชีวิตวัยเด็กเลย ได้วิ่งเล่นหมือนเด็กคนอื่น ๆ เลย ถ้าคุณแม่รู้สึกว่าตัวเองเลี้ยงลูกแล้วมันเครียด มันมีปัญหา ก็ไปพบจิตแพทย์ได้ เพราะเขาจะบอกเลยว่าคุณแม่ควรที่จะทำตัวยังไงเพราะว่าเราเป็น Effect สำหรับเขาอยู่แล้ว มันต้องเริ่มที่คุณแม่ เดี๋ยวลูกก็จะปรับไปตามนั้น การมีลูกเราคิดน้อยไม่ได้ มันควรมีความบาลานซ์กัน ในระหว่างรอที่จะไปพบแพทย์ เราก็หาข้อมูลเกี่ยวกับการเลี้ยงลูกในเน็ตดูก่อน มันจะมีข้อมูลมากมาย ทั้งเทคนิคต่าง ๆ หรือคลิปวิดีโอที่มันจะพอเป็นแนวทางสำหรับคุณแม่ได้ หรือหากิจกรรมระหว่างครอบครัวให้เขารู้สึกได้ผ่อนคลาย รวมถึงการศึกษาที่มันเข้มข้นมากเกินไปอาจจะยังไม่เหมาะ ถ้ามันจะทำให้เด็กคนนึงต้องมีภาวะเครียดขนาดนี้ โรงเรียนทางเลือกอาจจะเป็นทางเลือกอีกอย่างหนึ่งก็ได้’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

ผมเป็นผู้ชายเรียบร้อย ที่บ้านผมค่อนข้างหัวโบราณ ผมถือคติว่า จะมีอะไรกับแฟนได้ก็ต่อเมื่อแต่งงานกันแล้ว ตอนนี้คบกับแฟนมา 7 ปี แฟนผมเขาก็เรียบร้อยมาก 7 ปีที่ผ่านมา มากสุดของคู่เราคือ “จับมือ” ไม่เคยหอมแก้ม ไม่เคยทำอะไรเกินเลยไปกว่านี้

13 มิ.ย. 2025

ผมเป็นผู้ชายเรียบร้อย ที่บ้านผมค่อนข้างหัวโบราณ ผมถือคติว่า จะมีอะไรกับแฟนได้ก็ต่อเมื่อแต่งงานกันแล้ว ตอนนี้คบกับแฟนมา 7 ปี แฟนผมเขาก็เรียบร้อยมาก 7 ปีที่ผ่านมา มากสุดของคู่เราคือ “จับมือ” ไม่เคยหอมแก้ม ไม่เคยทำอะไรเกินเลยไปกว่านี้

ผมเป็นผู้ชายเรียบร้อย ที่บ้านผมค่อนข้างหัวโบราณ ผมถือคติว่า จะมีอะไรกับแฟนได้ก็ต่อเมื่อแต่งงานกันแล้วตอนนี้คบกับแฟนมา 7 ปี แฟนผมเขาก็เรียบร้อยมาก 7 ปีที่ผ่านมา มากสุดของคู่เราคือ “จับมือ” ไม่เคยหอมแก้มไม่เคยทำอะไรเกินเลยไปกว่านี้ ตอนนี้วางแผนจะขอแฟนแต่งงานแล้วครับ แต่ก็กลัวว่าถ้าแต่งไปแล้ว เรื่องบนเตียงเข้ากันไม่ได้จะเป็นปัญหาของชีวิตคู่เรา ซึ่งถ้าแฟนเขาไม่อยากมีอะไรจริงๆ ผมก็พร้อมจะไม่มีอะไรกับเขา เพราะผมอยากมีเขาในชีวิตทุกคนว่ามันจะกลายเป็นปัญหาในอนาคตไหมครับ? “คุณกู๊ด (นามสมมติ)” อายุ 30 ปี เป็นสายที่ 4 ในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา [11 มิ.ย. 68] ได้โทรเข้ามาปรึกษา “ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม” เกี่ยวกับเรื่องปัญหาชีวิตคู่กับแฟนที่คบกันมานานหลายปีแต่เป็นคนเรียบร้อยทั้งคู่ เลยยังไม่เคยมีอะไรกันเลย โดย “คุณกู๊ด (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘ผมคบกับแฟนอยู่ว่ากำลังจะขอเขาแต่งงาน ก่อนที่จะขอก็ลองคิดดูว่าเราพร้อมไหม ทุกอย่างดีไปหมด ผมชอบเขามาก เรามีทุกอย่างตรงกัน มองอนาคตเหมือนกัน แต่ติดอยู่อย่างเดียว ผมกับเขาค่อนข้างเนิร์ด หัวโปบราณนิดนึง เราคบกันมานานแล้วตั้งแต่ปี 2018 เคยแค่จับมือกัน ไม่เคยหอมแก้มกัน นอนกอดบ้าง แต่ไม่เคยเกินเลยไปกว่านั้นเลย เกือบ 7 ปี เขาไม่ได้ห้ามแต่เราทั้ง 2 คนไม่ได้คิดที่จะเริ่มทำอะไรกันไปมากกว่านี้ เอาจริง ๆ ก็อยากจะมี sex life เหมือนกัน จนถึงทุกวันนี้ผมก็ยังซิงอยู่เลย แต่ว่าไม่เคยกล้าที่จะคุยกับเขา เราก็เคารพเขามาก กลัวว่าถ้าวันนึงแต่งงานกันไป แล้วเขาไม่ชอบเรื่องนี้ ผมไม่รู้ว่าผมจะโอเคไหม แต่ก็คุยกับตัวเองระดับนึงว่าผมโอเค คิดว่ามันเป็นการเสียสละแล้วกัน แต่ผมก็เคยเห็นเคสต่าง ๆ ที่อยู่ในข่าว มันอาจจะเป็นจุดแตกหักให้ความสัมพันธ์ไปต่อไม่ได้ไหม ผมกังวลมาก เลยอยากถามพี่ๆดีเจว่า ผมควรจะทำยังไงดี ควรจะลองมีอะไรกันก่อนหรือจะลองทีเดียวหลังแต่งงานเลย?’ ซึ่ง “ดีเจต้นหอม” ก็ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘สำหรับหอมยังไงก็ต้องมี sex ก่อนแต่งงานเพื่อเป็นการดูว่าทุกอย่างจะไปด้วยกันได้ไหม แต่จะเริ่มยังไง ก็ให้ค่อย ๆ เป็น ค่อย ๆ ไป อาจจะเริ่มจากการหอมแก้ม ถ้าเขาปฏิกิริยาตอบสนอง พอถึงเวลาที่จะต้องทำอะไรกันแล้วเขาไม่ได้ขัดขืน ให้เอ่ยปากขอไปเลย’ ต่อมา “ดีเจเผือก” ได้คำคำปรึกษาว่า ‘โลกนี้มันก็มีคู่รักที่เขาอยู่ได้โดยไม่มี sex นะ แต่ถ้าอยากจะมีผมแนะนำว่าให้ขอก่อนจะเริ่มทำอะไรเพราะเดี๋ยวเขาอาจจะงง ลองเริ่มจากการ skinship ไปก่อนก็ได้’ ต่อมา “ดีเจเติ้ล” ได้คำคำปรึกษาว่า ‘ลองเปิดหนัง หรือ ซีรีส์โรแมนติกดู เลือกหนังที่มี love scene แล้วค่อย ๆ เริ่มไปทีละ step แล้วดูปฏิกิริยาเขาอีกทีหรือให้อยู่ในบรรยากาศดี ๆ ที่เหมาะกับการจะลองทำได้’ และสุดท้ายดีเจทั้ง 3 คนได้ให้ความเห็นตรงกันว่า ‘ให้ค่อย ๆ เป็นค่อย ๆ ไป เริ่มจากอะไรเล็ก ๆ น้อย ๆ เพราะทั้งคู่ยังไม่เคย อาจจะทำให้แฟนตกใจ ถ้าสุดท้ายแล้วเขาไม่ชอบ ก็สามารถคุยกันก่อนที่จะแต่งงาน’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

กำลังจะแต่งงานต้นปีหน้ากับแฟนที่คบกันมา 3 ปี เรากับเขารักกันดี แต่ปัญหามันอยู่ตรงที่... ครอบครัวของแฟนขอให้ลาออกจากงานที่มั่นคง มาเป็นแม่บ้านเต็มตัว ให้ย้ายไปอยู่ร่วมกับ ครอบครัวใหญ่ของฝ่ายชาย เราไม่ชอบทำอาหาร ทำงานบ้านเท่าไหร่

30 พ.ค. 2025

กำลังจะแต่งงานต้นปีหน้ากับแฟนที่คบกันมา 3 ปี เรากับเขารักกันดี แต่ปัญหามันอยู่ตรงที่... ครอบครัวของแฟนขอให้ลาออกจากงานที่มั่นคง มาเป็นแม่บ้านเต็มตัว ให้ย้ายไปอยู่ร่วมกับ ครอบครัวใหญ่ของฝ่ายชาย เราไม่ชอบทำอาหาร ทำงานบ้านเท่าไหร่

กำลังจะแต่งงานต้นปีหน้ากับแฟนที่คบกันมา 3 ปี เรากับเขารักกันดี แต่ปัญหามันอยู่ตรงที่...ครอบครัวของแฟนขอให้ลาออกจากงานที่มั่นคง มาเป็นแม่บ้านเต็มตัว ให้ย้ายไปอยู่ร่วมกับครอบครัวใหญ่ของฝ่ายชาย เราไม่ชอบทำอาหาร ทำงานบ้านเท่าไหร่ครอบครัวแฟนก็ค่อนข้างหัวโบราณและเข้มงวด ซึ่งเราไม่อยากทิ้งอาชีพที่รักด้วย จะปรับที่ตัวเราหรือถอยออกมาดี? “คุณจิ๊บ (นามสมมติ)” เป็นสายแรกในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา [28 พ.ค. 68] ได้โทรเข้ามาปรึกษา “ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม” เกี่ยวกับเรื่องปัญหาชีวิตคู่กับแฟนที่กำลังจะแต่งงานกัน แต่ครอบครัวของผู้ชายบอกให้ลาออกจากอาชีพที่มั่นคงมาเป็นแม่บ้านแทน โดย “คุณจิ๊บ (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘จิ๊บคบกับแฟนมา 3 ปี เราก็มีการงานที่มั่นคงกันทั้งคู่ มีแพลนที่จะแต่งงานกันแล้วในปีนี้ แต่ดันเป็นปีชงของแฟน ต้องเลื่อนการแต่งงานออกไปเป็นต้นปีหน้าแทน เลยปรึกษาแฟนว่าอยากให้ทางผู้ใหญ่คุยกัน เพราะจะได้วางแผนจัดการเรื่องงานแต่ง ปรากฏว่าพอจิ๊บไปคุยกับที่บ้านของแฟน เขาบอกว่า “เราเนี่ยใช่แล้วหรอ ดีรึยัง” ด้วยความที่จิ๊บไม่ได้คลุกคลีกับที่บ้านของแฟน เหมือนเขาก็ไม่ค่อยรู้จักเราดี แล้วที่บ้านเขาก็บอกมาว่า ถ้าแต่งไปก็อยากให้จิ๊บช่วยดูแลลูกชายเขาด้วยความเป็นห่วง แต่จิ๊บไม่อยากทำอาหาร แม่เขาบอกว่ามันเป็นหน้าที่ ขนาดเขายังต้องตื่นขึ้นมาทำกับข้าวอยู่เลย เราใช้ชีวิตเหมือนเป็นเจ้าหญิงที่บ้านของเรา เราคิดว่าทำงานแล้วค่อยเอาเงินมาจ้างเชฟไว้ทำอาหารดีกว่า ถ้าแต่งงานไปก็ควรจะทำได้ และจิ๊บต้องย้ายไปอยู่กับครอบครัวเขา แต่เรารู้สึกว่าอยากสร้างครอบครัวเองมากกว่า เพราะครอบครัวของแฟนเป็นครอบครัวที่ใหญ่มาก ขนาดพวกเขากันเองยังมีปัญหาภายในกันเยอะ เลยเป็นความกลัวว่าจะถูกเพ่งเล็ง เวลาทะเลาะกับแฟนก็กลัวจะโดนว่า และสุดท้ายเขาอยากให้เราลาออกจากงานของเรา ซึ่งเรารู้สึกงานของเรามั่นคงดี รายได้ก็โอเค เลยไม่เข้าใจว่าทำไม่เราต้องทำแบบนั้น แฟนก็อยากให้เราเข้าไปอยู่กับครอบครัวเขา ซึ่งเขาทำงานเยอะมาก เขาเลยอยากได้เพื่อนคู่คิด หรือ คนที่จะสามารถไว้ใจเรื่องเงินได้ จิ๊บแค่รู้สึกว่าถ้าไปทำงานกับแฟน เขาก็น่าจะให้เราเป็นเงินเดือนเหมือนกัน ก็ไม่รู้ว่ามันจะดีกว่ามั้ย เพราะเราก็เก่งในอาชีพของเราด้วย แฟนรู้สึกว่าอาชีพของเราก็ดี แต่เขารู้สึกว่าถ้าเราช่วยกันเราจะไปไกลกัน มากกว่านี้ ให้ค่อย ๆ ปรับ ถ้าเบื่องานของเราเมื่อไหร่ก็ค่อยมาช่วยงานเขาแทน จิ๊บก็สร้างบ้านของตัวเองเหมือนกัน แต่ก็เลือกที่จะไปอยู่กัยเขาเนื่องจากเขาขอไว้ แต่เราก็รู้สึกว่าช่วงแรกที่คบกันเรื่องแต่งงานมันดูง่าย คนรอบตัวที่แต่งงานก็บอกจิ๊บว่าปัญหาพวกนี้มันละเอียดอ่อน วันที่เราแต่งงานกันแล้วมันจะเป็นอีกเรื่อง เราคิดว่าหรือเราจะลองสักตั้ง แต่ทุกคนรอบตัวก็บอกว่าให้คิดดี ๆ พ่อแม่เขาก็มีเหตุผลแต่มันก็เป็นเหมือนผลของคนจีนที่โบราณหน่อย ส่วนเราเป็นเด็กยุคใหม่ที่เราเข้าใจเหตุผลขอลทุกคน จนบางทีเราก็คิดว่าหรือเราเองที่เป็นคนผิด ที่บ้านเขาบอกว่าถ้าแต่งกันแล้วก็ไม่มีวันเลิกกัน แต่จิ๊บมองความเป็นจริงมากกว่า แต่สุดท้ายจิ๊บกับแฟนก็รักกันมาก ระหว่างที่เราคบกันก็ไม่เคยทะเลาะกันเรื่องใหญ่ อยากถามว่าพี่ ๆ ดีเจว่า มีความคิดเห็นยังไง ถ้าสมมติว่าจิ๊บเป็นน้องสาวของพี่ ๆ’ ซึ่ง “ดีเจต้นหอม” ก็ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘ให้ลองข้าไปอยู่ในบ้านเขาก่อน ถ้ามันไม่เวิร์คก็แค่เลิก ลองไปเทสว่าจะอยู่กับพ่อแม่เขาได้มั้ย หรือ ลองแต่งงานไปเลยแล้วถ้าไม่ใช่ก็แค่หย่า ไม่ต้องลาออกจากงานที่ทำอยู่เพราะอย่างน้อยถ้าวันนึงเลิกกัน อาชีพนี้จะทำให้จิ๊บมีรายได้ และเรื่องการอาหารมันไม่ใช่เรื่องของเรา ถ้ามีเงินก็จ้างแม่บ้านเอา’ ต่อมา “ดีเจเติ้ล” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘พี่จะบอกว่าให้ลองแต่งงานเข้าบ้านเขาไปอยู่ให้แน่ใจ แล้วให้ลองทำงานบ้านให้เขาเห็นว่าเราพยายาม แต่อย่าเพิ่งลาออกจากงาน อย่าไปฟังคำที่เขาพูดว่า มันจะไม่มีการหย่า’ ต่อมา “ดีเจเผือก” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘ต้องมีใครสักคนที่ต้องยอม เช่น พ่อแม่แฟนอาจจะต้องยอมปล่อยลูกชายออกไป หรือ คุณจิ๊บต้องยอมไปเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวแทน แฟนคุณจิ๊บเลยสำคัญมากในการตัดสินใจครั้งนี้ แล้วคุณจิ๊บพร้อมที่จะชีวิตของตัวเองเพื่อไปเป็นสะใภ้ของครอบครัวนี้ได้มั้ย ถ้ายังไม่พร้อมก็ยากที่จะไปกันรอด’ และสุดท้ายดีเจทั้ง 3 คนได้ให้ความเห็นตรงกันว่า ‘ให้คุณจิ๊บลองเข้าไปใช้ชีวิตอยู่กับครอบครัวของแฟนดูก่อน แต่อย่าเพิ่งมีลูกและห้ามออกจากงานเด็ดขาด’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

มีเพื่อนคนนึง ไม่ค่อยสนิทกัน แต่เค้าส่งคลิปมาให้หนูไม่หยุด ส่งมาให้ทั้งวัน ทั้งคืน คลิปตลก คลิปไวรัล คลิปโซเชียลต่างๆ บางทีหนูก็ไม่ได้เข้าไปดู ลองไม่ตอบไป 2-3 วัน ก็ยังส่งมาไม่หยุด จะบล็อกก็ไม่รู้ว่าจะเสียเพื่อนไปไหม ถ้าเจอแบบนี้ทำไงกันคะ?

26 ก.ค. 2024

มีเพื่อนคนนึง ไม่ค่อยสนิทกัน แต่เค้าส่งคลิปมาให้หนูไม่หยุด ส่งมาให้ทั้งวัน ทั้งคืน คลิปตลก คลิปไวรัล คลิปโซเชียลต่างๆ บางทีหนูก็ไม่ได้เข้าไปดู ลองไม่ตอบไป 2-3 วัน ก็ยังส่งมาไม่หยุด จะบล็อกก็ไม่รู้ว่าจะเสียเพื่อนไปไหม ถ้าเจอแบบนี้ทำไงกันคะ?

“คุณเบ (นามสมมติ)” อายุ 30 ปี สายที่ห้าในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา [24 ก.ค. 67] ได้โทรเข้ามาปรึกษา ‘ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล – ดีเจต้นหอม’ เกี่ยวกับเรื่องเพื่อนที่ไม่สนิทชอบส่งคลิปมาให้เรามากเกินไปจนมันน่ารำคาญ โดย “คุณเบ (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘หนูมีปัญหาคือจะมีเพื่อนที่ไม่สนิท ที่ไม่ได้เจอหน้ากันมานานมากเเล้ว เเต่ว่ามีโซเชี่ยลกัน ติดต่อในโซเชียลบ้าง คือเขาจะชอบส่ง Reels ส่งคลิปมาใน DM ไอจี แชร์มาตลอดเวลาทั้งวันเป็นสิบ ๆ อัน เป็นคลิปตลกบ้าง คลิปศิลปิน คลิปทั่วไปเรื่อยเปื่อย ด้วยความที่มันส่งมาทั้งวัน เเล้วหนูก็รำคาญ คนที่มีพฤติกรรมเเบบนี้มี 2 คน แรกๆ หนูก็ตอบค่ะ ก็ตามมารยาท เพื่อนแชร์อะไรมาให้หนูก็ดู รีเเอคชั่นกลับไป เเต่มันเหมือนหนูยิ่งตอบมันก็ยิ่งส่ง เเล้วหนูเป็นคนตอบเร็วเเล้วไม่ชอบให้มีโนติค้าง เเล้วเป็นว่าก็ส่งมาไม่หยุดเลย คนที่ 1 เขาจะชอบส่งศิลปินที่เขาชอบมา หนูรู้จักแต่ไม่ได้ชอบ เหมือนส่งมาหวีดเมนตัวเองว่า “แก เมนเราน่ารัก ทำแบบนั้นแบบนี้น่ารักมั้ย” หนูเลยตอบรีเเอคไปแบบกว้าง ๆ ไปไม่ได้ลงดีเทลเหมือนที่เขาต้องการ เพราะหนูคิดไปเองว่า ถ้าหนูรีเเอคแบบคนไม่มีใจ เขาจะส่งมาน้อยลง เเต่ว่าไม่ ชีก็ส่งมาเรื่อย ๆ เลย ขอแค่หนูตอบอะไรก็ได้ คนที่ 2 เนี่ยหนักเลย คนนี้เขาชอบแชร์มีม เเชร์เรื่องตลกเรื่อยเปื่อย คือมาทุกช่องทางโซเชี่ยลที่หนูมีกับเขาเลย คือหนูจะมีเฟสบุ้ค ไอจีเขา เขาก็ส่งมาหมดเลย เฟสบุ้คนี่หนักเลย คือมันจะแบ่งเป็น 2 อย่างใช่มั้ยคะ แท็กหนูใต้โพสต์มาเป็นสิบ เเล้วก็ยังเเชร์มาในเเมสเซนเจอร์ของเฟสบุ้คมาอีก ด้วยความที่หนูไม่ค่อยเล่นเฟสบุ้คเเล้วเพราะว่ามีพ่อแม่มีญาติอยู่ หนูก็ไม่ค่อยตอบ เขาก็เหมือนย้ายแพลตฟอร์มมาที่ไอจี มาส่ง เเต่เขาก็ไม่ได้หยุดส่งในเฟสนะคะ เขาก็เเชร์ 3 แพลตฟอร์มเลย คือมันเยอะมาก หนูก็เคยเห็นเขาเเท็กหลายคนอยู่นะคะในโพสต์ที่เขาเเท็กหนู หนูก็กดเข้าไปอ่านไม่ตอบ เพื่อให้โนติมันหายไป มีครั้งนึงชีคนที่ 2 เขาก็ทักหนูกลับมาว่า “เป็นอะไรอะ ไม่ตอบเลย ป่วยหรอ?” หนูก็ตอบกลับไปว่า “ส่งมาเยอะขนาดนี้ตอบไม่ไหวหรอกจ้า” เขาก็อ่านไม่ตอบเเล้วก็หายไปสักพัก ไม่ถึงวันเขาก็แชร์มาอีก หนูทำมาทุกวิถีทางเเล้ว ไม่อ่านไม่ตอบ ทิ้งไว้หลาย ๆ วันเเล้วค่อยไปกดออก เเต่เหมือน 2 คนนี้เขาไม่ลดละความพยายามเลย เขาเห็นหนูอ่านเเล้วก็จะส่งมาใหม่ทันที ไม่สนใจว่าหนูจะไม่ตอบนานเเค่ไหนเเล้วส่งมาเรื่อย ๆ ทีเนี่ย เเจ้งเตือนหนูก็จะชึ้น 2 อัน เป็นเขา 2 คนอยู่ตลอดเลย ไม่เคยหายไปเลย หนูก็เลยอยากถามพี่ ๆ ดีเจว่า หนูจะทำยังไงดีให้เขาเลิกส่งมาให้หนู หรือว่าส่งมาให้มันปริมาณไม่เยอะขนาดนี้’ ซึ่ง “ดีเจเผือก” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘ถ้าเเชร์มีมลอย ๆ มาในกรุ๊ปจะไม่ตอบ เเต่ถ้าเขายิงตรงถึงเรา อาจจะเข้าไปอ่านแล้วตอบนิด ๆ หน่อย ๆ ตามมารยาท เเต่ถ้ารัว ๆ จะไม่ตอบจะไม่สนใจเลย บางคนเขามีความสุขกับการแชร์มีม โดยไม่ต้องการคำตอบด้วย เเค่รู้สึกว่าให้เพื่อนได้เห็นอะไรตลก ๆ เหมือนเรา’ ต่อมา “ดีเจเติ้ล” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘ถ้าไม่มีโอกาสได้เจอ เป็นพี่พี่บล็อกไปแล้ว พี่ไม่เหนื่อยมาลบหรอก หรือเบไปตั้งไม่ให้เเท็กได้นะในเฟสบุ้ค เเต่ในไอจีพี่ไม่รู้ว่าต้องทำยังไง ถ้ามันทำให้รำคาญ พี่จะบล็อก! ไม่เห็นต้องเเคร์เขาเลยถ้าไม่ใช่เพื่อนที่สนิทเเบบจะเจอกันอยู่เเล้วอะ ถ้าบอกไปแล้ว ทำให้เขารู้ไปเเล้วว่าไม่อยากรับสารเหล่านี้ เเล้วเขายังทำอยู่ก็ต้องบล็อกอะ เพราะไม่รู้จะทำยังไงเเล้ว’ เเละสุดท้าย “ดีเจต้นหอม” ให้คำปรึกษาว่า ‘เป็นพี่ถ้าไม่สนิทพี่จะไม่อ่านเลย พี่จะลบ ถ้าเขาถามว่าเป็นอะไรทำไมไม่อ่าน ก็ตอบไปเลยว่ารู้ว่าที่ส่งอะไรมามันไม่สำคัญ ขี้เกียจอ่าน พูดตรงๆ เเต่ถ้าไม่อยากพูดตรง ๆ อีกวิธีคือให้อันฟอลเขาเเล้วไปตั้งค่าให้เเค่คนที่เราติดตามเท่านั้นส่งข้อความได้’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

album
efm
-

-