คบกับแฟนมา 10 ปี เพิ่งได้ฟังไฟล์เสียงบันทึกการโทรอัตโนมัติจากมือถือแฟนที่เขาคุยกับครอบครัว ครอบครัวแฟนไม่ชอบเราเลย ด่าเราว่า ... “ไม่ช่วยทำอะไรให้บ้านแฟนเลย ไม่ดูแลยาย มาอยู่เฉยๆ”

พุธทอล์ค พุธโทร RECAP

คบกับแฟนมา 10 ปี เพิ่งได้ฟังไฟล์เสียงบันทึกการโทรอัตโนมัติจากมือถือแฟนที่เขาคุยกับครอบครัว ครอบครัวแฟนไม่ชอบเราเลย ด่าเราว่า ... “ไม่ช่วยทำอะไรให้บ้านแฟนเลย ไม่ดูแลยาย มาอยู่เฉยๆ”

04 ก.ค. 2025

คบกับแฟนมา 10 ปี เพิ่งได้ฟังไฟล์เสียงบันทึกการโทรอัตโนมัติจากมือถือแฟนที่เขาคุยกับครอบครัว

ครอบครัวแฟนไม่ชอบเราเลย ด่าเราว่า ... “ไม่ช่วยทำอะไรให้บ้านแฟนเลย ไม่ดูแลยาย มาอยู่เฉยๆ”

ทั้งๆที่หนูทำมาตลอด หนูเลยเปิดใจไปคุยกับผู้ชายอีกคน ที่มาเป็นที่ปรึกษาหัวใจให้กับหนู

จนตอนนี้เริ่มรู้สึกดีต่อกันและกัน เขาอยากได้สถานะจากหนูแล้ว แต่หนูก็ยังไม่ได้เลิกกับแฟน เพราะคิดว่าแฟนไม่ได้ผิดอะไร

ถ้าหนูคบกับเขาต่อครอบครัวเขาก็ไม่ชอบหนูอยู่ดี หนูจะเลือกทางไหนดี ??

            “คุณบี (นามสมมติ)” อายุ 31 ปี สายที่สามในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา [2 ก.ค 68] ได้โทรเข้ามาปรึกษา “ดีเจเผือก - ดีเจก็อตจิ - ดีเจต้นหอม” เกี่ยวกับเรื่องครอบครัวแฟนไม่ชอบเรา

                โดย “คุณบี (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘บีกับแฟนคบกันมาประมาณ 8 – 9 ปี ครอบครัวเขาโอเคกับเรามาทุก ๆ อย่างในระยะเวลาที่คบกัน แต่มามีช่วงหนึ่ง คือ วันนั้นเหมือนที่บ้านเขาน่าจะพูดอะไรกับเขามา เขามีเกริ่น ๆ กับบีมาประมาณว่า “ไม่ช่วยอะไรที่บ้านเลยหรอ” แต่ตัวบีเองก็ไม่ได้พูดอะไรกับเขา แต่บีตงิดใจว่ “เอ๊ะ มันผิดสังเกตจัง” ในตอนนั้น บีจึงได้ไปดูในโทรศัพท์เขา ซึ่งโทรศัพท์เขาสามารถบันทึกเสียงการโทรเข้า – ออกได้ ทำให้บีได้เปิดฟังสายของแม่และน้องสาวเขา และได้ยินมาคำนึงประมาณว่า “ตอนที่อยู่ที่บ้านเขา เราไม่เคยช่วยอะไรที่บ้านเขาเลย’ แต่บีก็ไม่ได้อะไร เพราะบีรู้อยู่แล้วว่าความในใจเขาคืออะไร ปกติบีจะช่วยบ้านเขาทุกอย่าง แล้วพอวันหนึ่งที่บีไปเปิดบันทึกเสียงในโทรศัพท์เขา คือบีก็เปลี่ยนไป จากที่เคยทำทุกอย่างก็ไม่ทำ แม่เขาตำนิบีตั้งแต่ก่อนหน้านี้ที่บีช่วยเขาทำทุกอย่าง เขาน่าจะพูดไม่จริงกับลูกชายเขา จึงทำให้บีคิดว่า “เอ๋ ถ้าเกิดว่าจากที่เราเคยทำ ทำแล้วมันไม่ได้ดีอะ โอเค เราก็ไม่ทำเนอะ” บีได้บอกกับแฟนไปว่า “บีขอกลับไปทำบริหารธุรกิจ เพราะว่าตอนนี้ธุรกิจบีมีปัญหา” แต่จริง ๆ แล้วความจริงไม่ได้มีปัญหาอะไร แต่บีอ้างไปแบบนี้ เพื่อที่จะได้กลับไปอยู่กับตัวเองก่อน คราวนี้เขาจึงมองว่าเราเปลี่ยนไป เช่น เราไม่กลับบ้านกับเขาเหมือนเดิม จริง ๆ แล้วบีกับเขายังไม่ได้แต่งงานกัน แต่ว่าไปอยู่บ้านเขาก่อนหน้านี้ช่วงระยะเวลา 3 เดือน เพราะว่าประจวบเหมาะกับแม่เขาป่วยพักฟื้นที่บ้านพอดี บีจึงได้ไปช่วยทางบ้านเขาในช่วงนั้น ทั้งงานบ้าน และอื่น ๆ ในบ้านเขาเลย

                กระทั่งเดินทางมาถึงจุดพีคคือ บีกับมาอยู่กับตัวเองประมาณหนึ่งอาทิตย์ แล้วดันมีคน ๆ หนึ่งเข้ามาในชีวิต ซึ่งคนนี้เขาก็รู้ว่าบีเริ่มมีปัญหากับแฟน เพราะเขาเป็นเพื่อนในแอป ๆ หนึ่งของบี และเขาก็รู้เรื่องที่บีกับแฟนไม่ได้แต่งงานกัน เหมือนเขาแอบดูเราอยู่ห่าง ๆ ตลอด จากนั้นเขาคนนี้เหมือนมาจีบบี มาหาบีที่ที่ทำงาน เขามาทำให้บีรู้สึกดี มาเป็นที่ปรึกษาได้ทุกอย่าง ทำให้บีรู้สึกดีกับเขา แต่ตอนนี้ติดตรงที่บีกับแฟนยังไม่ได้เลิกกัน พอเขาเข้ามา บีเหมือนอยู่ตรงกลาง บีจึงเริ่มถอยห่างกับเขา ตอนนี้บีสับสนว่าเราจะเอายังไงกับชีวิตตัวเองดี จริง ๆ ตอนนี้บีกับแฟนยังคงคุยกันตามปกติผ่านช่องทางออนไลน์ อีกทั้งถ้ามีไปออกงานแต่ง งานบวช หรืองานเลี้ยงที่ทำงานเขา บียังคงมีไปด้วยกันบ้าง แต่ทำเพราะหน้าที่เฉย ๆ ซึ่งถ้าถามว่าคนเก่าผิดตรงไหน บีคิดว่า ถ้าในวันหนึ่งต้องให้เขาเลือก บีคิดไว้เลยว่า ยังไงเขาคงต้องเลือกครอบครัวเขาก่อนอยู่แล้ว ไม่ได้เลือกบี ส่วนคนใหม่บีก็ไม่แน่ใจว่าเขาจะเลือกเราไหมเพราะ อย่างแรกคือบีกับเขาพึ่งคุยกัน แล้วมันรู้สึกดีแค่นั้นเลย และตอนนี้บางทีบีก็อยากไปกับคนใหม่ แต่บางทีก็คิดว่าคนเก่าก็ไม่ได้มีนอกใจหรืออะไร บีเลยสงสัยว่าถ้าบีทำแบบนี้ บีจะผิดกับเขาไหม และคำถามของบีคือ ถ้าบีไม่เลือกใครสักคนแล้วกลับมาอยู่กับตัวเอง บีจะเห็นแก่ตัวไหม

                โดยดีเจทั้งสามคน (ดีเจเผือก - ดีเจก็อตจิ - ดีเจต้นหอม) ให้คำปรึกษาไปในทิศทางเดียวกันว่า ‘บีอยากเลิกกับคนเก่า แต่คนใหม่เข้ามาในจังหวะที่พอดีที่เรากำลังรู้สึกว่าเบื่อหน่าย แต่ที่เข้ามาใหม่ก็ยังไม่ถูกใจหรอก เพียงแค่ว่าไม่อยากอยู่คนเดียว อยากให้ทำเป็นสเต็ปก่อน เคลียร์ไปทีละคน ถ้ารู้ว่าคนเก่าเราไม่เอาแล้ว เราควรหาเหตุผลเคลียร์คนเก่าก่อน ไม่จำเป็นต้องเป็นเรื่องนอกใจ แค่มีความรู้สึกว่าวันนี้เราไม่อยากอยู่ในฐานะนี้ ก็แค่แยกกัน ใครที่ไม่ใช่แน่ ๆ ก่อนแค่เคลียร์ออกไป และสุดท้ายคำถามที่ว่า “มันจะเห็นแก่ตัวไหม”

                คนเรามันก็ต้องรักตัวเองไหม ใครจะอยากทนอยู่ในบ้านที่เขาไม่ได้ต้อนรับเรา และในจังหวะที่เรายังศึกษา ยังคุย ยังเลือกหากันอยู่ ก็คงไม่แปลกที่เราจะทำเพื่อตัวเอง แต่ว่าการเห็นแก่ตัวแบบนี้ ถ้าจะทำให้มันแฟร์คือ อย่าไปเลี้ยงไข้ใครไว้ ถ้าคนใหม่ยังไม่ใช่ก็ไม่ควรไปให้ความหวังกับเขาว่า “เดี๋ยวฉันจะมาเป็นแฟนเธอ” ไม่งั้นจะกลับกลายเป็นว่าเราจะทำไม่ดีกับทั้งผู้ชายถึงสองคน’

เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทาง

ใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATION

รับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

related พุธทอล์ค พุธโทร RECAP

คบแฟนมา 4-5 ปี ไม่รู้เป็นอะไร ช่วงนี้เรารู้สึกเฉยๆกับความสัมพันธ์มาก เราทำงาน 6 วัน/สัปดาห์ วันว่างไปเที่ยวกับเขาก็รู้สึกเฉยๆ ไม่ได้สนุกเกิน100% เหมือนเมื่อก่อนแต่ก็ไม่อยากเลิก เขาเป็นคนดีมาก แค่รู้สึกดาวน์ๆทำไมตัวเองรู้สึกแบบนี้ คนที่คบแฟนนานๆ

07 มิ.ย. 2024

คบแฟนมา 4-5 ปี ไม่รู้เป็นอะไร ช่วงนี้เรารู้สึกเฉยๆกับความสัมพันธ์มาก เราทำงาน 6 วัน/สัปดาห์ วันว่างไปเที่ยวกับเขาก็รู้สึกเฉยๆ ไม่ได้สนุกเกิน100% เหมือนเมื่อก่อนแต่ก็ไม่อยากเลิก เขาเป็นคนดีมาก แค่รู้สึกดาวน์ๆทำไมตัวเองรู้สึกแบบนี้ คนที่คบแฟนนานๆ

คบแฟนมา 4-5 ปี ไม่รู้เป็นอะไร ช่วงนี้เรารู้สึกเฉยๆกับความสัมพันธ์มาก เราทำงาน 6 วัน/สัปดาห์วันว่างไปเที่ยวกับเขาก็รู้สึกเฉยๆ ไม่ได้สนุกเกิน100% เหมือนเมื่อก่อนแต่ก็ไม่อยากเลิก เขาเป็นคนดีมากแค่รู้สึกดาวน์ๆทำไมตัวเองรู้สึกแบบนี้ คนที่คบแฟนนานๆ จัดการความรู้สึกยังไงหรอคะ? “คุณแพท (นามสมมติ)” อายุ 22 ปี สายแรกในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา [5 มิ.ย. 67] ได้โทรเข้ามาปรึกษา ‘ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม’ เกี่ยวกับปัญหาความรัก แฟนทำเหมือนเดิมทุกอย่างดูแลเทคแคร์ดี แต่เรากลับรู้สึกเนือยๆ เบื่อๆ หรือว่ามันถึงจุดอิ่มตัวของความรักครั้งนี้แล้ว โดย “คุณแพท (นามสมมุติ)” ได้เล่าว่า ‘เป็นปัญหาเรื่องความรัก หนูมีแฟนที่คบกันมา 3 ปี จะ 4 ปี เขาอายุ 21 ปี หนูทำงาน ส่วนเขายังเรียนอยู่แต่ก็จะมีรับพาร์ทไทม์บ้าง เราไม่ได้อยู่กินด้วยกัน แต่อยู่จังหวัดเดียวกัน ซึ่งไม่ได้อยู่ไกลกันมาก แล้วก็ไม่ได้เจอกันทุกวันด้วย ส่วนใหญ่จะเจอกันแค่วันเสาร์ เดือนหนึ่งจะไปเที่ยวกัน 2 - 3 ครั้ง แล้วแต่โอกาสและเวลาว่างของทั้งคู่ แต่เราก็โทรคุยกันทุกวัน ซึ่งเราทั้งคู่ก็ไม่ได้มีปัญหาอะไรกัน เขาดีทุกอย่าง ไม่มีเรื่องนอกใจ เรื่องเที่ยวตอนกลางคืน คือไม่มีเรื่องอะไรที่ไม่ดีเลย แต่พอดีหนูเกิดความรู้สึกหนึ่งกับตัวเอง มันเป็นความรู้สึกแบบ เนือยๆ เบื่อๆ แบบว่าเหมือนอยากอยู่เงียบๆ เป็นบางที ซึ่งความรู้สึกแบบนี้มันเคยเกิดขึ้นครั้งแรกตอนที่คบกันได้ 1 ปี หรือ 2 ปี แล้วหลังจากนั้นก็ไม่เป็นอีกเลย พึ่งกลับมาเป็นอีกครั้งเมื่อตอนต้นปี แล้วก็เป็นถี่ขึ้นด้วย เกือบจะทุกเดือนเลยก็ว่าได้ ส่วนแฟนก็เหมือนเดิมทุกอย่าง ดูแลหนูดีทุกอย่าง แต่ว่าหนูมีภาระงาน ต้องทำงาน 6 วันต่อสัปดาห์ หนูแทบจะไม่มีเวลาเป็นของตัวเองเลย แค่เดินทางไป - กลับ จากที่ทำงานก็เหนื่อยมากพอแล้ว เพราะที่ทำงานกับบ้านค่อนข้างอยู่ไกลกัน ซึ่งพอมีเวลาว่างก็จะทุ่มเวลาตรงนั้นให้กับเขาได้มากที่สุด อย่างเช่นวันนี้เลิกเร็วก็จะโทรหาเขา ชวนเขาเล่นเกม เหมือนว่าเป็นหน้าที่ไปแล้ว บางทีเขาถามหนูว่า “เราคอลกันมั้ย” แต่ตอนนั้นหนูใช้เวลานั่งพักของตัวเองอยู่ เลยรู้สึกไม่อยากคอลเลย แต่ก็ต้องหยุดสิ่งที่ทำอยู่เพื่อไปให้เวลาเขาก่อน แล้วก็มีเรื่องที่บ้านที่ต้องรับผิดชอบหลายเรื่อง ก็เลยไม่มั่นใจว่าตรงส่วนนี้ มันมาเกี่ยวด้วยรึเปล่า เพราะทุกครั้งที่มีอาการแบบนี้ หนูก็จะเนือยกับตัวเองแบบ “เฮ้ยเป็นอีกแล้วหรอ” อะไรอย่างเงี้ย และหนูก็กลัวว่า หนูจะพาให้เขาเครียดไปด้วย โดยตัวหนูเองก็ไม่ได้อยากจะเลิกกับเขาอยู่แล้ว เราทั้งคู่ก็มีคุยเรื่องนี้กันเพื่อหาทางแก้ แต่ก็ไม่รู้จะแก้ยังไง เพราะตัวหนูก็ไม่รู้ว่าตัวเองเป็นอะไร และเขาก็ไม่รู้ว่าจะช่วยหนูได้ยังไง เคยลองห่างกันไป ไม่เชิงว่าเลิกกัน แค่แยกย้ายกันไปทำกิจวัตรของตัวเอง เขาโฟกัสเรื่องอ่านหนังสือ หนูก็โฟกัสเรื่องงาน พอทำแบบนี้มันก็เหมือนจะดีขึ้นมานิดนึง อย่างเมื่อก่อนที่เราใช้เวลาอยู่ด้วยกัน สมมุติมาตรวัดมันอยู่ที่ 150 แต่ว่าหลังๆ มามันเหลือ 100 มันไม่ได้ลดลงมาแต่มันเนิ่บๆ นิ่งๆ แล้วหนูก็ไม่เคยมีแฟนที่คบมานานขนาดนี้ด้วย ก็เลยไม่มั่นใจว่าตัวเอง เป็นอะไร เคยคิดจะไปหาจิตแพทย์ด้วย เผื่อมันเกี่ยวกับเรื่องลึกๆ ภายใต้จิตใจ พอหนูเป็นแบบนี้ หนูก็ลองไปหาข้อมูลในเน็ต ในเน็ตเขาบอกว่า เวลาคนคบกันมานานส่วนใหญ่เขาก็จะมาตายกันตรงนี้ หนูก็เลยหาต่อว่ามันเป็นอาการหมดรัก อิ่มตัว อะไรอย่างงี้รึป่าว ไปหาดูหลายที่มาก หนูก็พยายามคิดว่าตัวเองคงไม่ได้หมดรักแฟนหรอก ก็เลยอยากจะถามว่าพี่ๆ ว่าถ้าเกิดว่าความรู้สึกแบบนั้นมันกลับมาเล่นงานหนูอีก หนูจะทำยังไง หรือว่าทำเหมือนที่เคยทำมาตลอดทุกครั้งดี โดย “ดีเจต้นหอม” ก็ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘ภาวะอย่างงี้ต้องคุยกัน คือ ตอนนี้มันเหมือนกับหน้าที่การงานของหนูมันเยอะมาก และด้วยวัยนี้มันจะมีปัญหาเรื่องการสร้างตัว เพราะเราอยากจะทำงานทุกอย่างที่เราทำได้ เป้าหมายของเรามันคือเงิน แล้วก็บางทีแฟนอาจจะเข้ามาในจังหวะที่ไม่พร้อม ไม่พร้อม หมายความว่า คือการที่มีแฟน นอกจากเราจะทำงานแล้ว เรายังต้องมีเวลาให้เขาด้วย เรามีเวลาส่วนตัวของเรา และเขาก็ต้องมีของเขา และเราต้องมีเวลาร่วมกันอีก ทีนี้ของหนูเนี่ย แม้กระทั่งเวลาของตัวเองหนูยังไม่มีเลย แล้วพอหนูจะต้องแชร์เวลาให้เขาอีก มันกลายเป็นเวลาก้อนเดียวกัน ที่เหมือนต้องเจียดแบ่งกัน มันเลยทำให้หนูรู้สึกอึดอัดว่าทำไมหนูเหนื่อยจังเลย ตอนนี้หนูแบกอะไรไว้เยอะเกินไป ฉะนั้นหอมรู้สึกว่าเราควรต้องคุยกันกับแฟนว่า “เฮ้ยตอนนี้งานมันยุ่งมากเลย แล้วเราแทบไม่มีเวลาส่วนตัวเลย ช่วงนี้อาจจะขอให้มันยืดหยุ่นหน่อยได้มั้ย อาจจะไม่ได้มีเวลาคอลบ่อยๆ เหมือนเมื่อก่อน หรืออาจจะไม่ได้ไปเดทกันทุกวันเสาร์ แต่อยากให้เข้าใจหน่อย ช่วงนี้มันเครียดจริงๆ” หอมคิดว่าการพูดคุยกับเขาน่าจะดีกว่าเพราะว่า เรารักกัน เท่าที่หอมเช็คแล้วเนี่ย แพทไม่ได้เบื่อแฟน ไม่ได้ถึงจุดอิ่มตัว แพทยังรู้สึก ภูมิใจในตัวแฟน ว่าแฟนเป็นคนดีอย่างนู้นอย่างนี้ แต่สิ่งที่แพทขาดมันเป็นเรื่องของเวลา ที่เวลาส่วนตัวกับเวลาของแฟนตอนนี้มันแย่งกันอยู่ แล้วแพทต้องการเวลาส่วนตัว ช่วงนี้มันอาจจะเป็นสถานการณ์ที่ยากนิดนึงสำหรับชีวิตคู่ แต่เรายังจะเดินไปด้วยกัน คือเราต้องวิเคราะห์ตัวเองให้ได้ก่อน ไม่งั้นอีกฝ่ายหนึ่งก็จะเหนื่อยกับเราเหมือนกัน ค่อยๆ ปรับมันจะเป็นอย่างงี้แหล่ะ ช่วงเวลาสร้างตัว’ ต่อด้วย “ดีเจเผือก” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘เอาจากประสบการณ์ที่เคยเจอมาแล้วกัน อยากให้ลองตรวจสอบ “PMS อาการผิดปกติก่อนมีประจำเดือน” บางทีผู้หญิงบางคนไม่รู้ตัวว่ามันเกิดจาก ฮอร์โมน ที่สวิงเร็วมาก คือบางครั้งถ้าเรานอยด์อะไรแบบไม่มีเห็นผล แล้วเป็นทุกเดือน เป็นสักพักหนึ่งในช่วงประจำเดือนมา มันแทบจะใช่เลยนะ เท่าที่พี่เคยสัมผัสมา เพราะฉะนั้นเริ่มจากลงวันที่ประจำเดือนมาก็ได้ ลองบันทึกดูมันอาจจะเป็นสาเหตุหนึ่ง สมมุติฮอร์โมนมันเปลี่ยนแบบรวดเร็วมาก บวกกับปัญหาเรื่องงาน ก็เป็นอีกสาเหตุหนึ่ง ฮอร์โมนเราเปลี่ยนก็เป็นอีกสาเหตุหนึ่ง แล้วอีก 1 สาเหตุสำคัญคือ การที่เราคบกันมา 3 - 4 ปี พี่ว่ามันเข้าสู่ช่วงนิ่งของความสัมพันธ์พอดีเลย พอสัก 3 ปี อะไรที่มันเคยหวือหวา หรือมันเคย 150 อย่างที่แพทว่า แล้วมันลดลงมาเหลือ 100 พี่ว่ามันก็ปกติ อาจจะมีอะไรหลายๆ อย่างที่ประกอบกันพอดี แล้วทำให้ทุกอย่างมันผสมรวมกันเป็นอารมณ์เดียวที่แพทสัมผัสได้ เพราะฉะนั้นลอง Checklist ดูทีละอย่าง แล้วก็ถึงแม้ว่าจะคบกันมา 3 - 4 ปี ความหวือหวามันจะลดลง หรือเราจะเริ่มรู้สึกมีความเบื่อ ปรากฎขึ้นมา ซึ่งมันยังปกติ ถ้าสุดท้ายแล้วคำถามที่เราลองถามตัวเองว่า ถ้าเบื่อแล้ววันหนึ่งไม่มีเขาอยู่ในชีวิต เราอยู่ได้มั้ย ลองดูเลยว่าถ้าเราไม่ได้คบกับคนนี้อีกต่อไป ชีวิตเราจะเปลี่ยนไปยังไงบ้าง ถ้าคำตอบคือ “อยู่ไม่ได้” นั่นแปลว่า ความเบื่อที่มันลดลง และความหวือหวาที่มันหายไป พี่ว่ามันคือเรื่องปกติของความสัมพันธ์ ทุกๆ คู่มันจะต้องผ่านจุดนี้ จุดที่เราไม่ได้หวานฉ่ำ ไม่ได้หลงไหลกันเท่ากับตอนที่เราจีบกันปี 2 ปีแรก หรือใดๆ ก็ตาม จะผ่านได้ ไม่ได้ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง อย่างที่เขาว่าถ้าคบกันก็จะกลายเป็นเพื่อนกัน แพทคงเคยได้ยินประโยคนี้ แต่พี่ว่า ไม่ใช่ จริงๆ คบกันไปจะกลายเป็นคู่ชีวิตกัน แล้วยิ่งอยู่เป็นคู่ชีวิตแล้ว มันไม่ต้องการความหวือหวาและมานั่งตื่นเต้นอะไรกันแล้ว มันอยู่เพื่อสร้างครอบครัว อยู่กันเพื่ออนาคตมากกว่า มันคือความรักนั่นแหล่ะ แต่แค่เปลี่ยนรูปแบบ เปลี่ยนเป้าหมาย เปลี่ยนความรู้สึกไปบ้างตามธรรมชาติของมนุษย์’ สุดท้าย “ดีเจเติ้ล” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘ทุกอย่างที่พี่จดไว้บนกระดาษ ก็คือพี่หอมและพี่เผือกพูดไปหมดแล้ว เห็นตรงกันหมดเลย พี่ไม่ได้รู้สึกว่าคุณแพทไม่ได้ ไม่รักเขา เพียงแต่ว่า ณ ตอนนี้มันมีเรื่องงานที่พี่คิดว่าน่าจะเป็นปัญหาหลักๆ อันนี้จากที่ฟัง แล้วพี่คิดว่า ที่คุณแพทบอกว่าเหมือนเคยอยากจะไปปรึกษาจิตแพทย์ พี่ว่าลองดูก็ได้นะ เพราะพี่ไม่รู้ว่า ไอความเนือยๆ เบื่อๆ ของคุณแพท บางทีมันส่งผลจริงๆ โดยที่คุณแพทไม่ได้รู้ตัว บางคนพอเวลาเครียดกับงาน เหมือนมันอยู่ในจิตตลอดเวลา ไม่สามารถทำงานหรือเคลียร์งานได้ พะว้าพะวง หรืออะไรก็ตาม แล้วพี่ว่าอายุแบบคุณแพทเรื่องงานมันสำคัญจริงๆ ซึ่งบางครั้ง เวลาที่เราต้องโฟกัส กับงานมากๆ การมีแฟน บางทีมันอาจจะกลายเป็นภาระก็ได้ คือถ้าไม่เจ๋งจริงเอาไม่อยู่เหมือนกันนะ หมายถึงว่าต้องเป็นคนที่มีทักษะประมาณหนึ่งเลย ที่สมมุติเวลามันมีงานที่ต้องรับผิดชอบมากๆ โดยที่เราก็ยังไม่ขาดตกบกพร่องเรื่องแฟน มันหาไม่ได้ในทุกคน เราจะเห็นว่าบางคน งานสำเร็จมาก แต่ความรักคือพังพินาศ เพราะว่าเขาไม่สามารถจัดการมันได้จริงๆ พี่ก็รู้สึกว่า ถ้าคุณแพทมีโอกาสก็ลองคุยกับคุณหมอจิตแพทย์ดู บางทีมันอาจจะปลดล็อคก็ได้ หรือจะเป็น PMS อย่างที่พี่เผือกบอกก็เป็นไปได้หมด แต่ถ้าตอนนี้พี่รู้สึกว่า สิ่งหนึ่งที่มันน่าจะเป็นปัญหาเลยคือ ความโหลด ของคุณแพทที่ทำงานหนัก แต่ว่าสุดท้ายทั้งนี้ทั้งนั้นมันก็ไปอยู่ที่พี่เผือกพูดว่า ถ้าแพทจะทำงานจนรู้สึกว่า เฮ้ยเราอยู่กับงานแล้วเราอยู่คนเดียวได้ สุดท้ายถ้าวันนั้นแพทรู้สึกว่า เฮ้ยเราทุ่มเทกับงานแล้วได้อยู่กับตัวเองแล้วมันสบาย โดยที่แพทกลับบ้านแล้วไม่มีใครมาถามว่า วันนี้เป็นยังไงบ้าง เหนื่อยมั้ย ถ้าแพทโอเค มันก็อาจจะเหมาะกับชีวิตของแพทก็ได้ แต่ถ้าแพทรู้ตัวว่า หนูก็ยังเป็นคนที่เวลากลับบ้านมาเหนื่อยๆ แล้วอยากให้มีคนถามไถ่ว่า วันนี้เป็นไงบ้าง เหนื่อยมั้ย ให้มีคนได้พูดได้ปรึกษา แพทก็ต้องช่างน้ำหนักตัวเองดู มันต้องมีคำตอบให้ตัวเองว่า สุดท้ายการอยู่คนเดียวหรือว่ามีเขาอยู่ อะไรมันดีกับชีวิตเรามากกว่ากัน แล้วเรื่องสุดท้ายเช่นกัน พี่ว่าการที่หนูไม่เคยมีแฟนระยะยาวมันเลยยิ่งทำให้หนูงงว่า เฮ้ยก่อนหน้ามันหวือหวาตลอด เพราะหนูเวลาแค่นั้นไง สำหรับพี่ทุกวันนี้นั่งเล่นมือถือหรืออ่านหนังสือแล้วมีแฟนนั่งอยู่ข้างๆ ก็พอ มันก็ไม่ได้มีความหวือหวาใดๆ แล้ว แต่มันก็อาจจะต้องหากิจกรรมทำร่วมกัน ไปเดทกันเพื่อเติมความหวานกันหน่อย ไม่ใช่อยู่กันเฉยๆ ไม่หาอะไรทำด้วยกัน ถ้าในความโรแมนติกมันก็จะหมดกันไปได้ในสักวัน แต่ว่าความหวือหวามันไม่เท่าอยู่แล้วน้องแพท มันไม่มีทางเท่า ใครทำเท่าได้นี่คือ กราบเลยอ่ะ มันลดลงอยู่แล้วตามปกติ เพียงแต่ว่ามันลดลงในปริมาณที่เรารู้สึกว่า เออพอดีอ่ะ มันอยู่ด้วยกันแล้วเราสบายใจที่มีคนอยู่ข้างๆ มากกว่า’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

นี่เราคบใครมา 8 ปี ?? ที่ผ่านมาคือเรื่องโกหก ! โกหกว่าได้เงินเลี้ยงดูจากยาย ซึ่งยายไม่มีอยู่จริง,ชวนลงทุนธุรกิจ สุดท้ายเราจ่ายเอง,ทุจริตขโมยเงินร้านไป, เก็บเงินมัดจำรถไว้เองไม่บอก,บอกจะซื้อบ้านก็ไม่มีจริง

22 มี.ค. 2024

นี่เราคบใครมา 8 ปี ?? ที่ผ่านมาคือเรื่องโกหก ! โกหกว่าได้เงินเลี้ยงดูจากยาย ซึ่งยายไม่มีอยู่จริง,ชวนลงทุนธุรกิจ สุดท้ายเราจ่ายเอง,ทุจริตขโมยเงินร้านไป, เก็บเงินมัดจำรถไว้เองไม่บอก,บอกจะซื้อบ้านก็ไม่มีจริง

นี่เราคบใครมา 8 ปี ?? ที่ผ่านมาคือเรื่องโกหก ! โกหกว่าได้เงินเลี้ยงดูจากยายซึ่งยายไม่มีอยู่จริง,ชวนลงทุนธุรกิจ สุดท้ายเราจ่ายเอง,ทุจริตขโมยเงินร้านไป,เก็บเงินมัดจำรถไว้เองไม่บอก,บอกจะซื้อบ้านก็ไม่มีจริงเราเป็นหนี้หลักล้านเพราะเขา ตอนนี้เลิกกันแล้วแต่เขากลับมาง้อ “คุณเนย (นามสมมติ)” อายุ 27 ปี เป็นสายที่สองในรายการ พุธทอล์คพุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา [20 มีนาคม 67] ได้โทรเข้ามาปรึกษา ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล – ดีเจต้นหอม เกี่ยวกับปัญหาคบกับแฟนมา 8 ปี หมดเงินไปเป็นล้าน สุดท้ายพึ่งรู้ว่าเรื่องที่ผ่านมาแฟนโกหกเราตลอด... โดย “คุณเนย (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘ย้อนกลับไปเมื่อตอนหนูยังเรียนอยู่ปี 1 หนูคบกับแฟนคนหนึ่ง ซึ่งเขาเป็นคนเรียนเก่งมาก แต่ตอนปี 2 ต้องโดนรีไทร์ออก เพราะเจอสังคมเพื่อนไม่ดี หลังจากที่แฟนไม่ได้เรียน เราสองคนก็ยังอาศัยอยู่ด้วยกัน ส่วนเรื่องค่าใช้จ่ายในแต่ละเดือน พ่อเป็นคนส่งเงินให้หนูใช้ ส่วนแฟนยายเป็นคนส่งเงินให้ เพราะแม่แฟนแต่งงานกับสามีใหม่ จึงทำให้ไม่ค่อยได้ดูแลแฟนสักเท่าไหร่ ปกติแฟนก็จะเป็นคนออกค่าใช้จ่ายให้หนูตลอด มีรถขับ เหมือนคนมีฐานะระดับหนึ่ง จนกระทั่งหนูเรียนจบ ก็อยากที่จะทำธุรกิจร่วมกันกับแฟน เพราะหนูอยากสร้างครอบครัวไปกับแฟนคนนี้ ต่อมาหนูกับแฟนก็ได้เริ่มทำธุรกิจด้วยกัน ออกเงินลงทุนกันคนละครึ่ง พอถึงวันที่จะต้องจ่ายค่าทำธุรกิจต่าง ๆ แฟนกลับไม่มีเงินส่วนนั้นมาให้ หนูจึงต้องใช้เครดิตของคุณพ่อยื่นกู้เพื่อจ่ายไปก่อน เนื่องจากยังอยู่ในช่วงโควิด หนูก็ไม่ได้คิดอะไร พอเริ่มธุรกิจตอนแรก ๆ ก็ไปได้ดี หนูเป็นคนทำบัญชีเองและเริ่มเห็นความผิดปกติ คือ เงินเริ่มหายทุกวัน จนหนูเปิดกล้องวงจรปิดดู แต่พนักงานก็ไม่ได้เอาไป แล้วเงินหายไปไหน เดือนละหลาย ๆ หมื่น แต่หนูก็ไม่ได้อยากสงสัยแฟน พอหลัง ๆ ธุรกิจเริ่มแย่ลง แฟนก็ขอกลับไปทำธุรกิจกับที่บ้าน เพื่อจะนำเงินส่วนนั้นมาช่วยธุรกิจที่ทำกับหนู หนูก็ให้เขาไป ผ่านไปสักพักแฟนก็มาบอกว่ายายอยากซื้อบ้าน หนูกับแฟนก็พากันไปดูโครงการบ้าน ซึ่งหนูก็ไม่เคยเจอตัวจริงยายเลยสักครั้ง มีแค่แฟนมาพูดเรื่องยายให้ฟัง พอกลับมาเรื่องธุรกิจของหนูกับแฟนมันเริ่มหนักขึ้นเรื่อย ๆ จนหนูได้มีการทวงถามเงินส่วนที่แฟนจะช่วยลงทุนกันคนละครึ่ง ด้วยความที่หนูก็ไม่ได้คำตอบสักที หนูก็เลยโทรไปหาแม่แฟนว่า “ทำไมแม่เป็นคนแบบนี้ ทำไมไม่เลี้ยงดูลูกเลย ปล่อยให้ยายเลี้ยงอยู่คนเดียว” พอแม่ได้ยิน แม่ก็ถามหนูกลับมาว่า “ยายไหน ไม่มียายนะ” ตอนนั้นหนูก็ช็อกไปเลย สรุปที่ผ่านมา 7 ปี เรื่องยายที่แฟนเคยเล่าให้ฟังเป็นเรื่องโกหกทั้งหมด และส่วนเงินต่าง ๆ ที่ยายส่งให้หนูคิดว่าน่าจะเป็นเงินของแม่แฟนที่ส่งให้ ซึ่งแฟนอาจจะไม่ถูกกับแม่เลยโกหก แต่เรื่องทั้งหมดนี้หนูก็ให้อภัยแฟน ผ่านไปสักพักหนูก็จับได้อีกว่าแฟนนอกใจ เพราะหนูสงสัยจึงสืบจนเจอว่า ช่วงที่แฟนขอตัวกลับไปทำธุรกิจกับที่บ้าน เขาไปอยู่กับผู้หญิงคนอื่น แต่ครั้งนี้หนูก็ให้อภัยแฟน และคบกันต่อมาได้อีก 1 ปี จนครั้งสุดท้ายหนูเลิกกับแฟน เพราะเรื่องซื้อรถ หนูกับแฟนก็ได้มีการไปดูรถและมีการวางเงินมัดจำรถไว้ เวลาก็ผ่านไปจนหนูเริ่มแปลกใจอีกครั้ง ว่าทำไมเซลล์ไม่ติดต่อมาเลย จนหนูตัดสินใจโทรศัพท์ไปหาเซลล์ และรู้ความจริงว่าแฟนเครดิตไม่ผ่าน ซึ่งเซลล์ก็ได้มีการคืนค่ามัดจำรถให้แฟนไปนานแล้ว แต่แฟนไม่บอกหนู และในขณะที่หนูรู้ความจริงทั้งหมดแล้ว แฟนก็ยังเลือกที่โกหกอยู่ว่าจะซื้อรถแน่นอน ปัจจุบันหนูเลิกกับแฟนมาได้ 1 เดือนแล้ว แต่หนูก็ยังรู้สึกว่าถ้าหนูทิ้งแฟนไป เขาก็จะไม่เหลือใครสักคนเลย แม้กระทั่งคนในครอบครัว พอแฟนมาคุย มาง้อ หนูก็เริ่มใจอ่อนอยากกลับไป หนูอยากถามพี่ ๆ ดีเจทั้ง 3 คนว่า หนูควรทำใจยังไงที่จะไม่ใจอ่อนกลับไปอีก? ซึ่ง ดีเจทั้ง 3 คน ก็ให้คำปรึกษาไปในทางเดียวกันว่า ‘พวกพี่ก็ไม่รู้จะให้คำปรึกษาอะไร เพราะเนยเล่าความเลวของแฟนมาได้ขนาดนี้ แล้วยังถามอีกว่าทำยังไงไม่ให้ใจอ่อนกลับไป คือมันจะต้องสิ้นสุดที่ตรงไหนถึงจะทำให้เนยไม่กลับไป หรือต้องโดนทำร้ายร่างกายก่อน ถ้ายังอยากกลับไปก็คงเป็นเหมือนเดิม 8 ปีที่แฟนโกหกมาตลอด ยังไงแฟนคงไม่เปลี่ยนนิสัย จับได้กี่ครั้งก็ยังเลือกที่จะโกหกอยู่เหมือนเดิม ถ้าเนยยังอยากเจอคนดี ๆ ทำไมไม่เขี่ยคนไม่ดีออกไปจากชีวิต เนยเหมือนคบกับมิจฉาชีพ เนยต้องตั้งสติก่อน คนแบบนี้สุดท้ายชีวิตก็ต้องไปโกงคนอื่นอีก แล้วเนยยังอยากให้คนแบบนี้เข้าไปอยู่ในชีวิตทำไม ถ้าแฟนจะกลับมาง้อ ก็พูดไปว่า “ไม่แจ้งจับก็ดีเท่าไหร่แล้ว ไปคนละทางเถอะ ที่ผ่านมาก็ยอมให้มากแล้ว” เนยต้องเด็ดขาด แฟนที่ดีคือแฟนใหม่ แฟนที่ดีเขารอเราอยู่ที่ปลายทาง ไม่เดินออกมาก็คงไม่เจอสักที หรือถ้าไม่ไหวจริง ๆ ฟังพวกพี่แล้วทำไม่ได้ ก็โทรไปปรึกษาพ่อก็ได้’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

หนูมีแฟนแล้ว แต่ก็คบพี่ผู้ชายอีกคน แฟนคนแรกหนูเขาไม่ค่อยดูแลเอาใจใส่ แต่พี่ผู้ชายอีกคนดูแล จ่ายเงินให้เราตลอด ติดที่เค้ามีลูกเมียแล้ว เขาขอให้หนูไปเคลียร์กับคนแรก แต่หนูอยากได้วิธีที่จะ "คบกับเขาทั้งสองคนต่อ และ อยากให้แฟนคนแรกสนใจหนูมากกว่านี้"

14 มิ.ย. 2024

หนูมีแฟนแล้ว แต่ก็คบพี่ผู้ชายอีกคน แฟนคนแรกหนูเขาไม่ค่อยดูแลเอาใจใส่ แต่พี่ผู้ชายอีกคนดูแล จ่ายเงินให้เราตลอด ติดที่เค้ามีลูกเมียแล้ว เขาขอให้หนูไปเคลียร์กับคนแรก แต่หนูอยากได้วิธีที่จะ "คบกับเขาทั้งสองคนต่อ และ อยากให้แฟนคนแรกสนใจหนูมากกว่านี้"

“คุณแอม (นามสมมติ)” อายุ 19 ปี สายแรกในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา [12 มิ.ย. 67] ได้โทรเข้ามาขอคำปรึกษา ‘ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม’ เกี่ยวกับปัญหาแฟน 2 คนที่อยากจะเก็บไว้ทั้งคู่ โดย “คุณแอม (นามสมมติ)” เล่าว่า ‘หนูเคยทำงานร้านเหล้า และตอนนี้หนูมีแฟน 2 คน ซึ่งคนหนึ่งที่มีครอบครัวแล้ว อายุประมาณ 40 ปี คนนี้ดูแลหนูดีมาก ดีกว่าอีกคน และแฟนอีกคน คือ คนที่หนูเปิดตัวกับทางบ้างและกำลังหมั้นกัน คนนี้อายุ 28 ปี ซึ่งหนูเจอแฟนทั้งคู่ของหนูในร้านเหล้าที่หนูทำงาน ซึ่งต่างฝ่ายต่างไม่มีใครรู้ว่าหนูมีแฟนอีกคน คนที่อายุ 28 เค้าทำงานข้าราชการ จะไปกินเหล้ากับเพื่อนและปาร์ตี้บ่อย จนไม่ค่อยสนใจหนู และจะเป็นคนที่อยากทำอะไรก็ทำโดยที่ไม่แคร์หนู ต่างจากคนที่อายุ 40 เค้าดูแลหนูทุกอย่าง ใส่ใจหนู หนูไปเที่ยวเค้าก็จะคอยถาม คอยเป็นห่วง และหนูจะเจอเค้าอาทิตย์ละ 2 ครั้ง แต่จะเป็นการมามีอะไรกันแล้วก็กลับ แต่ก่อนที่หนูจะไปเจอกับคนอายุ 40 หนูจะไปเจอคนอายุ 28 แล้วมีอะไรกันก่อนเพราะเจอกันตลอด ซึ่งปัญหาในตอนนี้ คือ หนูกำลังจะเลิกกับคนที่อายุ 28 และรู้สึกผิดที่ไปคบกับคนที่เค้ามีครอบครัวแล้ว แต่คือหนูไม่ได้อยากเสียเค้าไปทั้ง 2 คน เพราะคนที่อายุ 40 เคยจับได้ว่าหนูมีแฟน แต่หนูบอกเค้าไปว่าแค่คุย ๆ กัน ซึ่งเค้าก็เชื่อหนู เลยให้อภัยและเลี้ยงดูหนูต่อ ซึ่งคำถามของหนูคือ หนูอยากเก็บเค้าไว้ทั้งคู่ แต่แค่อยากให้คนที่อายุ 28 สนใจหนูเพิ่มหนูต้องทำยังไงคะ? โดย “ดีเจเผือก” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘การที่เค้าสนใจหรือไม่สนใจมันก็เป็นนิสัยของเค้า และมันก็แปลได้ตรงตัวว่าเค้าจะเป็นที่ดีรึเปล่า ผู้ชายบางคนก็ดูแลเอาใจใส่แฟน บางคนก็ทิ้ง ๆ ขว้าง ๆ บางคนก็ติดแฟนบางคนก็ติดเพื่อน คำว่ารักใครก็พูดได้ แต่สิ่งที่แตกต่างคือการกระทำ ทีนี้หนูพยายามตามหาความรักให้กับตัวเอง แล้วหนูเคยมองตัวเองมั้ย ว่าทำอะไรอยู่ เพราะตอนนี้หนูกำลังทำผิดกับครอบครัวชาวบ้านเค้า หนูกำลังทำให้ครอบครัวหนึ่งมีปัญหา แล้วสิ่งที่หนูต้องการในวันนี้คือเก็บไว้ทั้งสองคน และอยากให้คนที่อายุ 28 รักหนูมากกว่าเดิม พี่ว่าหนูเห็นแก่ตัวไปหน่อยนะ มันไม่ใช่การที่เราอยากจะได้ทุกอย่าง แล้วเราจะครอบครองมันได้ทั้งหมด หรือถ้าเราอยากจะมีทุก ๆ อย่างในมือเราก็จะได้ของแบบนี้ คนดี ๆ เค้าไม่มาอยู่ในความสัมพันธ์แบบนี้หรอก เราต้องแยกเรื่องนะว่าเค้าเหมาะกับการเป็นแฟนที่ดีของเรารึเปล่า กับอีกเรื่องหนึ่งคือเราควรทำตัวแบบนี้รึเปล่า พี่ห่วงความคิดของหนูมากกว่าห่วงว่าผู้ชายมันจะดีพอสำหรับหนูรึเปล่า ทำไมหนูถึงพร้อมที่จะอยู่กับคนที่มีครอบครัวแล้วโดยที่เราไม่ได้รู้สึกรู้สาว่ามันสมควรรึเปล่า แล้วยิ่งอยากเก็บไว้ทั้งสองคนอีก สำหรับพี่พี่คิดว่าตรรกะที่หนูใช้ในตอนนี้มันไม่ถูกต้อง พี่ไม่รู้จะให้คำแนะนำยังไงที่จะให้อีกฝ่ายรักหนูมากขึ้น แต่อยากให้หนูคิดว่าถ้าเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นกับคนรอบตัวหรือว่าเพื่อน แล้วเค้ามาปรึกษา ลองจินตนาการถึงเหตุการณ์นี้แล้วคิดดูสิว่ามันปกติที่ไม่ผิดมั้ย เราจะยังแนะนำเพื่อนคนนั้นให้เห็นแก่ตัวแล้วเก็บไว้ทั้งสองคนโดนไม่คิดที่จะแก้ไขอะไรแบบที่เราตั้งใจรึเปล่า’ ต่อด้วย “ดีเจต้นหอม” ได้ให้คำปรึกษาว่า ผู้ชายที่เค้าไม่สนใจหนู ขนาดเค้าไม่รู้ว่าหนูนอกใจเค้ายังไม่สนใจหนูเลย แล้วถ้าเค้ารู้ว่าหนูนอกใจหนูน่าจะโดนเทไปเลย 1. เค้าอาจจะไม่สนใจเป็นนิสัย หรือ 2.หนูอาจจะไม่ได้มีค่าพอที่เค้าจะสนใจ การคบกัน 1 ปีสำหรับพี่มันน้อยไปที่จะวัดว่าคนนี้เป็นยังไง แล้วที่ไปหมั้นกันแล้วก็ไม่ต้องแคร์ แล้วทุก ๆ การกระทำ การใช้ชีวิตทุกอย่างในวันนี้มันผิดไปหมดเลย สุดท้ายการเก็บไว้ทั้งสองคนมันจะเก็บไปได้ระยะหนึ่ง แต่อยู่ที่ว่าใครจะเริ่มทิ้งหนูก่อน ระหว่างเบอร์ 1 กับเบอร์ 2 แล้วคนที่อายุ 40 หนูจะใช้คำว่าแฟนไม่ได้นะลูก นี่คือเด็กเลี้ยง การที่ผู้ชายคนหนึ่งให้เงินเรา แล้วมามีอะไรกับเราแล้วกลับ อันนี้คือ “เด็กเลี้ยง” ที่นี้ผู้ชายที่เที่ยวกลางคืนแล้วเจอเด็กอายุ 19 มันก็อารมณ์เหมือน “โคแก่กินหญ้าอ่อน” อยู่แล้ว เป็นเรื่องปกติที่เค้าจะหึงหวงเพราะหนู 19 แต่ถ้าเค้าต้องจ่ายเงินแล้วเด็กของเค้ายังไปมีอะไรกับแฟนอีกคนอยู่ เดี๋ยวเค้าก็ไม่เอา อย่างผู้ชายอายุ 28 ที่ไม่สนใจแล้วหนูอยากรู้ว่าต้องทำยังไงให้สนใจ หนูไม่ต้องทำ หนูแค่เปลี่ยนคน มีแค่นี้ ส่วนคนอายุ 40 มันไม่ใช่ความรักมันอยู่ในภาวะสุ่มเสี่ยง คือเค้าจะเป็นคนตัดสินใจเองว่าจะเอาเราต่อหรือไม่เอาเราต่อ ฉะนั้นวันนี้พี่รู้สึกว่าผู้ชายทั้งสองคนไม่ใช่เซฟโซนสำหรับหนูเลย แต่ถ้าหนูมีปัญหาเรื่องการเงิน หนูจะเก็บคนที่อายุ 40 ไว้ก็ได้ถ้าเมียจับได้ก็เลิก แล้วการเจอการที่สถานที่กลางคืน เราก็รักเงินเค้า เค้าก็รักในตัวเรา แต่การที่ตอนนี้หนูไม่สามาไปจากเค้าได้เพราะเค้าซัพพอร์ตเรื่องเงิน พี่จะบอกว่าเรื่องแบบนี้มันไม่สามารถการันตีได้ว่าหนูจะมั่นคงตลอดไป ถ้าวันไหนที่เมียเค้ารู้แล้วเค้าไม่ยอมคือหนูก็ต้องเลิกกันแน่นอน หนูก็ต้องหาแพลนบีว่าถ้าเค้าเลิกกับหนูหนูจะเอาเงินที่ไหนใช้ เป็นป้หญิงก็ต้องรู้จักดูแลตัวเองให้ได้ ไม่ใช่ใช้ชีวิตโดยการแบมือขอเงินเค้าไปตลอด เพราะเราไม่รู้ว่าเค้าจะอยู่กับเราไปอีกนานแค่ไหน เพราะถ้าหนูมองเรื่องเงินก็มองถึงความผันผวนเอาไว้ด้วย เผื่อใจไว้อน่าไปรัก เราไม่หลงรักแขกลูกสาว’ สุดท้าย “ดีเจเติ้ล” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘หนูต้องปรับวิธีคิดใหม่ เพราะตอนแรกที่หนูเอามาเปรียบเทียบกัน 2 คน มันเทียบกันไม่ได้ตั้งแต่แรกอยู่แล้ว เพราะอย่างที่บอกคนแรกเค้าคือแฟนหนู แต่คนที่สองไม่ใช่ เราต่างตอบแทนด้วยผลประโยชน์ซึ่งกันและกัน เพราะหนูต้องการเงินเค้า เค้าต้องการความสาวของหนู แต่พี่อยากจะบอกหนูว่า ตอนนี้หนูสร้างเงื่อนไขของชีวิตบนตรรกะที่ประหลาดมาก ซึ่งพี่ไม่รู้ว่าหนูคิดตรงนี้ได้รึเปล่า การที่หนูบอกว่าคนที่อายุ 28 ไม่ดีกับหนู มันเลยเป็นเหตุผลทำให้หนูมีคนที่อายุ 40 และเค้าดันมีครอบครัวอยู่แล้ว ถ้าคนปกติเค้ามีปัญหากับแฟนเค้าจะเคลียร์กับแฟน และถ้ามันไม่ลงตัวคือเลิก ไม่ใช่ไปเป็นเมียน้อยบ้านอื่น แต่ทีนี้พอหนูพูดมาล่าสุดว่าหนูต้องการเงินจากคนที่อายุ 40 มันก็ชัดเจนแล้วว่าตอนนี้หนูต้องการอะไร เพราะตอนนี้เหมือนกับว่าถ้าหนูขาดคนที่อายุ 28 หนูขาดได้ เพราะสิ่งที่หนูนะไม่ได้รับคือความรักความห่วงใยในฐานะแฟน ซึ่งจริง ๆ หนูสามารถมีให้ตัวเองได้ หนูไม่ได้เกิดมาแล้วจูงมือเค้าออกมาจากท้องแม่ แต่ตอนนี้หนูต้องการเงินจากคนอายุ 40 หนูก็รู้ว่าสถานะของตัวเองคืออะไร ถ้าหนูจะอยู่บนกติกานี้ หนูก็อย่าพร่ำเพ้อคิดฝันว่าเค้าจะรักหนูจริง ๆ ต้องยอมรับให้ได้ว่าเราคือเครื่องมือที่จะมาตักตวงอะไรก็แล้วแต่ ซึ่งหนูก็รู้ เพราะฉะนั้นต้องจัดระบบความคิดตัวเองดี ๆ ตอนนี้การที่หนูอยากมีสองคนพร้อมกันพี่ว่ามันไม่มีทางเป็นไปได้ แล้วการคาดหวังให้คนอายุ 28 มารักเค้าจะรักได้ยังไงเพราะหนูมีคนอื่น ถ้าหนูอยากได้ความรักดี ๆ หนูต้องทำตัวดี ๆ เพื่อให้คนที่เค้าเห็นคุณค่ามารัก แต่ถ้าหนูทำตัวแบบนี้พี่ว่าหนูไม่สามารถเจอความรักที่ดีได้ พี่ไม่ได้แช่งแต่อยากบอกให้เข้าใจว่าสิ่งที่หนูทำตอนนี้มันทำให้หนูไม่สมควรที่จะได้รับความรักที่ดีจากใครเลย ถ้าวันหนึ่งคนที่อายุ 28 รู้เค้าไปนากหนูแน่นอน คนที่อายุ 40 ถ้าวันหนึ่งเค้าเบื่อ วันหนึ่งเมียเค้าจับได้ เมียเค้าเอาเรื่อง หนูคิดแล้วกันว่าชีวิตหนูจะเป็นยังไง อย่าเห็นแค่ว่าวันนี้มันผ่านไปได้สบาย ๆ แล้วไม่นึกถึงอนาคตตัวเองเรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

ครอบครัวหนูไม่ได้มีฐานะมาก พ่อเกษียณแล้วแต่เงินบำนาญก็ได้ไม่เยอะ พ่อมีเงินก้อนจาก การเวนคืนที่ดินมาก้อนใหญ่ เหลือเงินประมาณ 4 ล้านบาท เก็บไว้ในบัญชีของพ่อเอง แต่คุณแม่แอบเข้ารหัสมือถือพ่อไปใช้ คุณแม่เล่นหวยประเทศเพื่อนบ้าน วันละ 20,000+ บาท

06 ต.ค. 2025

ครอบครัวหนูไม่ได้มีฐานะมาก พ่อเกษียณแล้วแต่เงินบำนาญก็ได้ไม่เยอะ พ่อมีเงินก้อนจาก การเวนคืนที่ดินมาก้อนใหญ่ เหลือเงินประมาณ 4 ล้านบาท เก็บไว้ในบัญชีของพ่อเอง แต่คุณแม่แอบเข้ารหัสมือถือพ่อไปใช้ คุณแม่เล่นหวยประเทศเพื่อนบ้าน วันละ 20,000+ บาท

ครอบครัวหนูไม่ได้มีฐานะมาก พ่อเกษียณแล้วแต่เงินบำนาญก็ได้ไม่เยอะ พ่อมีเงินก้อนจากการเวนคืนที่ดินมาก้อนใหญ่ เหลือเงินประมาณ 4 ล้านบาท เก็บไว้ในบัญชีของพ่อเองแต่คุณแม่แอบเข้ารหัสมือถือพ่อไปใช้ คุณแม่เล่นหวยประเทศเพื่อนบ้าน วันละ 20,000+ บาทเอาเงินไปเล่นจนหมดไป 4 ล้านบาทแล้ว จนไม่เหลือสักบาท และ มีหนี้เพิ่มอีก 2-3 แสนแต่หนูยังต้องกู้เรียน กยศ.เองอยู่เลย รู้สึกเสียใจ ตอนนี้ครอบครัวกำลังจะได้เงินเวนคืนอีกก้อนกำลังจะได้คืนอีกมา 4 ล้าน หนูจะรักษาเงินก้อนสุดท้ายไว้ยังไงดี? กลัวแม่ทำเหมือนเดิม “คุณฟาง (นามสมมติ) อายุ 19 สายที่ 3 ในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา [1 ต.ค. 68] ได้โทรเข้ามาปรึกษา “ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม” เกี่ยวกับปัญหาแม่ติดพนัน จนมองข้ามชีวิตคนรอบข้าง โดย “คุณฟาง (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘ที่บ้านของหนูไม่ได้มีฐานะร่ำรวยมาก คุณพ่อคุณแม่ไม่มีใครทำงาน เพราะคุณแม่เป็นแม่บ้าน ส่วนคุณพ่อก็เกษียณมา มีเงินบำนาญไม่ได้เยอะ และจุดเปลี่ยนผันของที่บ้านคือ ที่ดินได้ถูกเวียนคืน เลยได้เงินมาก้อนนึง ก้อนใหญ่รวมๆแล้ว ต้องได้ทั้งหมดสิบห้าล้าน แต่ตอนนี้ได้มาก่อนหกล้าน ทีนี้ก็เลยเอาเงินไปซื้อรถ เพราะว่าที่บ้านไม่มี ตอนนี้เลยเหลือประมาณสี่ล้าน คุณพ่อของหนูท่านก็เก็บเงินไว้ในโทรศัพท์ของคุณแม่ เพราะท่านไม่ใช้โทรศัพท์เลย เวลาจะคุยโทรศัพท์ หรือทำอะไร ก็จะผ่านแม่ตลอด แต่เป็นบัญชีของคุณพ่อ ตามจริง คุณแม่เขาก็ไม่รู้รหัส แต่ว่าท่านก็แอบดู แล้วก็เอาเงินไปใช้ ตอนหนูประมาณ ม.2 ก็จับได้ว่าคุณแม่แอบเอาเงินไปใช้เล่นหวย เพราะหนูชอบเล่นโทรศัพท์ของท่าน ตอนนั้นก็ยังเป็นเด็กไม่กล้าพูดอะไร เลยได้แต่ถ่ายๆไว้ส่งให้พี่สาวตนเอง พี่ก็เลยเป็นคนจัดการคุยกับแม่ให้ ท่านก็รับปากว่า จะไม่เล่นหวยแล้ว แต่หนูก็จับได้เรื่อยๆว่า ท่านยังเล่นอยู่ ก็เลยได้พูดกับแม่ว่า ‘ถ้าแม่ยังไม่เลิกเล่น หนูจะไปบอกพ่อนะว่าแม่เอาเงินพ่อมา’ แต่ท่านก็ไม่ได้กลัวหรอก แม่เขาพูดว่า ‘ถ้าอยากให้บ้านแตกก็บอกเลย’ ตอนนั้นหนูยังมัธยมต้นอยู่เลย ก็รู้สึกจุกจนไม่กล้าพูดอะไร พอผ่านมาจนหนู ม.5 แม่ก็ดูเล่นหนักขึ้นเรื่อยๆ พี่สาวเลยตัดสินใจบอกคุณพ่อ ว่าแม่แอบเอาเงินไปนะ คุณพ่อก็บอกว่าท่านรับได้ สูงสุดคือล้านนึง แต่พอไปดูจริงๆ เงินมันไม่เหลือแล้วสักบาท ก็เลยได้รู้ความจริงว่าคุณแม่เล่นวันละสองหมื่น บวกกับหนี้ที่สร้างไว้อีกสองสามแสน คุณแม่เขาก็ทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น หนูรู้สึกเหมือนโลกทั้งใบแตกสลาย เพราะอีกปีนึงหนูก็ขึ้นมหาลัยแล้ว ทำไมท่านถึงไม่คิดถึงอนาคตของลูกเลย ทุกๆครั้งที่เกิดการพูดคุยกันคุณพ่อจะบอกเสมอว่า เก็บเงินไว้ให้ลูกเรียน แต่คุณแม่ไม่เข้าใจ ท่านรู้สึกว่า แล้วฉันเป็นใคร ฉันก็เป็นเมีย ทำไมฉันไม่ได้ใช้เงินเธอบ้าง แต่ดีที่คุณพ่อท่านมีเงินกับธนาคารที่ออกมาพอดีในตอนนั้น เลยพอส่งหนูเรียนได้ แต่ตอนนี้ เงินก้อนจากการเวียนคืน กำลังจะได้มาในปีสองปีนี้ จากสิบห้าล้าน เหลือสี่ล้าน เพราะเราขึ้นศาลกัน จริงๆควรจะได้มากกว่านี้ แต่ถูกลดลงมา ซึ่งคุณแม่ท่านก็ยังไม่หยุดเล่น ยังแอบยักยอกเงินคุณตาเวลาที่ไปเก็บตลาดนัด ยักยอกเงินน้าที่จ้างให้เฝ้าร้านเครื่องซักผ้า ค่อนข้างเดือดร้อนคนหลายๆคน และถ้าเงินก้อนสุดท้ายออกมา คุณแม่คงไปสร้างหนี้ ให้คุณพ่อคอยจ่ายให้อยู่ดี หนูเลยอยากจะปรึกษาพวกพี่ว่า หนูควรจัดการความรู้สึกตัวเองยังไง? ไม่อยากมองแม่เป็นคนไม่ดี’ เริ่มที่ “ดีเจเผือก” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘ให้ลองเปลี่ยนความคิดจากการที่มองคุณแม่เป็นคนไม่ดี ให้มองว่าท่านป่วยจะดีกว่าเพราะเท่าที่พี่ทำรายการมา และคุยกับคุณหมอ มันเกิดจากสมองชัดเจน แล้วลองคุยกับคนรอบข้างให้ดีว่า เราจะจัดการสิ่งแวดล้อมให้ปลอดภัยจากคุณแม่ยังไง เช่นไม่ตามใจ ไม่ให้เงิน แยกเก็บเงินเป็นหลายๆกองมั้ย ต้องเซ็นกี่คนถึงจะเบิกได้ คงต้องทำความเข้าใจมากๆ ต่อมา “ดีเจเติ้ล” ก็ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘พี่เป็นคนใช้ไม้แข็ง คือเขาจะไม่ได้เงินจากพี่เลยสักบาท มันต้องเกิดการพูดคุยกัน แบ่งเงิน เหมือนโอเค คนละล้าน แล้วแม่จะเอาเงินไปถลุงจนหมดตัวก็ให้เขาเป็นไป ส่วนพ่อถ้าได้ล้านนึง แล้วจะตามเช็ดให้แม่ ก็แล้วแต่พ่อ แต่อีกสองล้าน คือเราต้องเก็บไว้ และทำให้เขาเห็นว่าเขาจะไม่ได้เงินจากเราจริงๆสักบาท’ สุดท้าย “ดีเจต้นหอม” ก็ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘ช่างแม่เลยนะ แล้วเรียกครอบครัวมาคุยกันว่า ปัญหาของแม่ คือแบบนี้ และมันคงไม่จบ ให้กันเงินไว้ให้เป็นค่าเทอมของเรา มันคงทำอะไรไม่ได้ไปมากกว่านี้แล้ว การที่เราไม่ดูแลแม่ เพราะแม่ทำสิ่งนี้ ก็ไม่ใช่ว่าบาป ถ้าเราดูแลจนสุดทาง แล้วเขายังเลือกเป็นแบบนี้อยู่ เราเลือกได้ ก็พูดให้เขาคิดว่า ถ้าแม่ยังอยากไปกับเราทำให้ครอบครัวชีวิตดีขึ้น เราจะไปด้วยกัน แต่ถ้าทำให้มันถอยหลังลง เราก็จะไม่ไปด้วย ให้แม่ดูแลชีวิตตัวเอง’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

album
efm
-

-