เกินไปรึเปล่าคะคุณป้า?? สาวสุดทนโทรปรึกษา 3 ดีเจ... ป้าสะใภ้เข้าไปส่อง Facebook ส่วนตัวของเรา ตามย้อนดูโพสต์หลายๆปี คัดมาเฉพาะรูปที่เราแต่งตัววาบหวิว รูปที่เราไปเที่ยวแล้วใส่บิกินี่ แคปส่งมาถามพ่อเราว่า “ลูกทำงานอะไร? ทำไมแต่งตัวแบบนั้น?”

พุธทอล์ค พุธโทร RECAP

เกินไปรึเปล่าคะคุณป้า?? สาวสุดทนโทรปรึกษา 3 ดีเจ... ป้าสะใภ้เข้าไปส่อง Facebook ส่วนตัวของเรา ตามย้อนดูโพสต์หลายๆปี คัดมาเฉพาะรูปที่เราแต่งตัววาบหวิว รูปที่เราไปเที่ยวแล้วใส่บิกินี่ แคปส่งมาถามพ่อเราว่า “ลูกทำงานอะไร? ทำไมแต่งตัวแบบนั้น?”

10 ก.ค. 2023

เกินไปรึเปล่าคะคุณป้า?? สาวสุดทนโทรปรึกษา 3 ดีเจ...

ป้าสะใภ้เข้าไปส่อง Facebook ส่วนตัวของเรา ตามย้อนดูโพสต์หลายๆปี

คัดมาเฉพาะรูปที่เราแต่งตัววาบหวิว รูปที่เราไปเที่ยวแล้วใส่บิกินี่

แคปส่งมาถามพ่อเราว่า “ลูกทำงานอะไร? ทำไมแต่งตัวแบบนั้น?”

พ่อก็มาต่อว่าแม่ จนแม่ร้องไห้เลย เราจะปกป้องแม่จากป้าคนนี้ยังไงดี?

        “คุณบิว (นามสมมติ)” สายแรกในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา [5 ก.ค. 66] ได้โทรเข้ามาปรึกษา ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม เกี่ยวกับปัญหาป้าสะใภ้พูดเสียๆหายๆให้พ่อแม่ฟัง

        โดย “คุณบิว (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘หนูไม่เคยมีใครเป็นเพื่อนในเฟซบุ๊กเลย ทั้งญาติ พี่-น้อง หรือแม้แต่พ่อแม่ แต่มีป้าสะใภ้เขาไปค้นรูปเก่าๆของหนู ย้อนไปเป็นหลักปีเลย เขาจะเลือกแค่พวกชุดบิกินี่ หรือรูปที่มันดูวาบหวิว เขาไปไล่ถามพ่อหนู ญาติพี่น้อง เครือญาติของหนูทุกคนเลยว่าทำไมเขาต้องแต่งตัวแบบนี้ เขาทำงานอะไรหรอ เขามีอาชีพอะไร รู้มั้ยว่าลูกเป็นอย่างนั้น อย่างนี้ พอคุณพ่อรู้ พ่อก็ไปด่าคุณแม่ว่าเลี้ยงลูกมายังไง ให้ลูกเป็นแบบนี้ ทำไมลูกทำแบบนี้...

        คุณแม่ก็โทรมาถามหนู ซึ่งหนูก็เข้าใจในส่วนที่พ่อกับแม่มาถาม เพราะเขาก็เคยให้ Space โดยที่ไม่มายุ่งวุ่นวายเลย แต่พอถึงจุดที่มีบุคคลที่สามมาถาม เขาก็เลยต้องมาถามหนู หนูคิดว่าสำหรับตัวป้าสะใภ้เขาไม่น่าจะรู้จักชื่อเฟซบุ๊กของหนู แต่อาจจะเป็นลูกสาวของป้าที่เขาเอามาให้ดู เพราะหนูเห็นแฟนของเขามาส่อง TikTok ของหนู ซึ่งแฟนเขาเป็นเพื่อนสมัยเรียนประถมของหนู เขาเคยจีบหนูมาตั้งแต่ประถมจนถึงมัธยมเลย แต่หนูไม่เคยคบหรือคุยกับเขาเลย

        สำหรับป้า หนูก็ไม่ได้เจอเขาบ่อยในชีวิตขนาดนั้น นับครั้งได้เลย และก็ไม่ได้สนิทกันถึงขนาดที่มารู้ชื่อจริงของหนูด้วย ตอนแรกหนูตั้งค่าเฟซบุ๊กไว้เฉพาะเพื่อน แต่พอเมื่อ 1 ปีที่ผ่านมา หนูมีการขายเสื้อผ้าออนไลน์บ้าง อัพรูปรีวิวบ้าง เพราะอยากให้ลูกค้าได้เห็น หนูก็เลยเปิดเป็นสาธารณะ หนูคิดว่านี่แหละอาจจะเป็นสาเหตุที่ทำให้เขาเข้ามาส่องได้

        หนูเล่าและอธิบายให้คุณแม่ฟัง เขาก็เข้าใจ เพราะงานหนูรับรีวิวต่างๆ หนูก็ให้แม่ดู หนูก็เป็นผู้หญิงทั่วไปที่ชอบแต่งตัว หนูก็เลยงงว่ามันเป็นยังไง แล้วแม่หนูก็ไม่ได้ว่าอะไรด้วย ป้าไม่ได้ส่งเสีย แต่ว่าสงสัยมากๆเลย ตอนแรกหนูจะโทรไปหาป้าคนนั้นด้วย แต่โดนแม่ห้ามไว้ หนูไม่เข้าใจว่าป้าเขาต้องการอะไร?

        คือ คนต่างจังหวัดเขาเป็นพี่น้องก็จะปลูกบ้านติดๆกัน ซึ่งพ่อหนูก็มีพี่น้อง 7 คน แล้วบ้านก็ติดกันทั้ง 7 หลัง ป้าคนนั้นเขาก็ไล่ถามทุกคนเลย ทั้งลุง ป้า น้า อา ญาติผู้ใหญ่ได้เห็นรูปของหนูหมดเลย ทั้งๆที่เรากันทุกคนออกจากเฟซบุ๊กแล้ว หนูก็เคยบอกแม่ว่า แม่เป็นแม่นะ ไม่ต้องมาเป็นเพื่อนก็ได้ หนูก็ยังพูดติดตลกกันอยู่เลย เพราะเรามีอะไร เราคุยกันได้ตลอดอยู่แล้ว เขาก็ให้ Space เข้าใจ และเคารพในสิทธิ์ของหนู หนูก็ไม่เข้าใจว่าทำไมป้าต้องเข้ามาเป็นอะไรในชีวิตคนอื่น

        หนูกับพ่อก็ไม่ค่อยคุยกัน เพราะเราเหมือนกันเกินไป คุณพ่อค่อนข้างหัวโบราณ พ่อไม่เข้าใจ แต่แม่เข้าใจ เวลาเขามีอะไรก็จะคุยผ่านแม่ หนูอยากถามพี่ๆดีเจว่า หนูควรทำยังไงกับเหตุการณ์นี้ หนูควรจะรับมือป้องกันตัวเอง และแม่จากเหตุการณ์นี้ยังไงดี เพื่อไม่ให้เขามาพูดในทางเสียหาย พูดเหมือนหนูทำอาชีพที่ไม่ดีหรือเสื่อมเสียเกียรติ

        ณ จุดนี้ หนูไม่สนใจคนอื่นแล้ว แต่หนูสนใจแค่ว่าถ้าเหตุการณ์นี้มันยังมีอยู่ มันจะกระทบแม่หนูอีก แล้วเหตุการณ์นี้เขาควรจะขอโทษแม่หนูด้วยมั้ย? ที่มาพูดหรือทำอะไรให้แม่ต้องโดนพ่อต่อว่า...

        “ดีเจเติ้ล” ก็ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘วิธีที่จะทำให้ป้าสะใภ้หยุด คือ ถ้าเขาเอารูปมาให้แม่ดูอีก บิวต้องขอให้คุณแม่พูดกับเขาว่า ฉันโอเค มันใส่อย่างงี้ถ่ายรูปทำงาน ฉันไม่ได้มีปัญหา แต่ถ้าเขามาทางพ่อ ซึ่งยังไงพ่อก็ไม่ยอมรับเรื่องนี้ได้ สิ่งที่เดียวที่บิวจะทำได้ คือ บิวต้องบล็อค ไม่ให้คนภายนอกเห็นรูปเหล่านั้น ถ้าเขาเห็นรูปเมื่อไร เราทำอะไรเขาไม่ได้เลย

        การที่บิวจะไปบอกป้าคนนั้นว่า หยุดทำแบบนี้ ไม่ใช่เรื่องของป้า นี่มันเรื่องของหนู สิ่งที่ป้าทำแบบนี้มันทำให้ครอบครัวหนูวุ่นวาย พี่ว่าเขาก็ยังไม่หยุด เพราะคนมันจะหาเรื่อง ยังไงเขาก็ต้องหาจนได้ เพราะฉะนั้นต้นตอของปัญหา คือ เขาไปเห็นรูปเหล่านั้น  

        อีกหนึ่งปัญหา คือ เรื่องคุณพ่อ ที่เขาเป็นคนในครอบครัวและหนูแคร์เขาที่สุด ตอนนี้ถ้าแก้ทัศนคติของคุณพ่อได้ เรื่องนี้มันจะไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่ตอนนี้มีแต่คุณแม่ที่เข้าใจบิว และที่สำคัญคือ บิวต้องให้กำลังใจคุณแม่ เพราะเหมือนเราเป็นคนสองคนที่เข้าใจและจับมือกัน ต้องบอกคุณแม่ให้เข้มแข็ง แม่ต้องเข้าใจนะ ต้องปล่อยให้คำพูดเหล่านั้นเข้าหูซ้ายทะลุหูขวาไปเลย...’

        “ดีเจเผือก” ให้คำปรึกษาว่า ‘ต้องยอมรับในสิ่งที่เราเปิดเป็นสิ่งสาธารณะ มันก็เหมือนแกลลอรี่ของเราก็จะมีคนผ่านไปผ่านมาเยอะ คนที่มันรักษาและเข้าใจในโลกยุคนี้ก็มี และคนที่มันไม่เข้าใจก็มี เพราะฉะนั้นอย่างแรกเอาเทคโนโลยีเข้ามาแก้ไขก่อน คือ มันมีวิธีการตั้งเยอะมาก ดีเทลการตั้งโพสต์ เราก็ไปไล่เก็บให้หมดเลยคนที่เราไม่อยากให้เขาเห็น

        เมื่อไหร่ที่เราเปิดเป็นสาธารณะแล้ว เราจะหวังว่าทุกคนจะเคารพสิทธิของกันและกัน ไม่มีวันเป็นแบบนั้น คำว่าสาธารณะ คำว่าสังคม มันปะปนไปด้วยคนที่มีการศึกษา คนที่ไม่มีการศึกษา คนที่เข้าใจและไม่เข้าใจ คนที่ไม่ทันโลก คนล้าสมัย มันหลากหลายมาก

        เทรนด์ชุดว่ายน้ำในปัจจุบัน มันก็ไปเร็วมาก โลกมันก็เปลี่ยนเร็ว แล้วคนที่รุ่นพ่อ-แม่ ลุง ป้า คิดว่าเปอร์เซ็นต์น้อยมากที่เขาจะคิดว่าเป็นเรื่องปกติและเข้าใจ มันคือความแตกต่างคนละ Generations ที่จะเกิดขึ้นแบบนี้ในทุกปัญหา มันยากมากที่เราจะไปเป็นคุณพ่อ และป้า ไม่ว่าจะคุยกี่รอบก็ตาม พี่การันตีไม่เชื่อว่าเขาจะเปลี่ยนได้

        เขาไม่ได้เกิดมาในยุคนี้ และไม่ได้พร้อมที่จะปรับเปลี่ยน เขาไม่ได้ถูกปลูกฝังว่าโลกของเรามันจะเปลี่ยนไปเรื่อยๆนะ เราต้องปรับตัวให้เขากับโลกนะ ชุดความคิดนี้มันเริ่มต้นที่ Generations เราเป็นต้นไป ส่วนสิ่งที่ทำได้ คือ ปกป้องหรือป้องกันจากฝั่งเราออกไป และอะไรที่คิดว่าเขารับไม่ได้ก็เก็บๆไป’

        ส่วน “ดีเจต้นหอม” ก็ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘เริ่มที่คุณพ่อก่อน โทรหาพ่อและบอกว่าบิวเป็นแบบนี้ เสื้อผ้าบิวใส่อย่างงี้ พ่อมีหน้าที่ปกป้องบิว เพราะว่าแม่ได้รับผลกระทบกับสิ่งนี้ แม่ไม่ว่า และนี่คือชีวิตของบิว บิวโทรมาบอกให้พ่อรับรู้ว่าบิวจะเป็นแบบนี้ หน้าที่ของพ่อเมื่อป้าคนนี้ เข้ามาพูดแบบนี้อีก ตอบไปเลยว่าพ่อไม่ว่า ใช่ว่าพ่อเอาปัญหาเข้ามาในบ้าน

        แต่ถ้าพ่อยังรับปัญหานี้ แล้วรู้สึกว่าเป็นปัญหา ให้พ่อโทรหาบิวโดยตรง ถ้าพ่อผ่านแม่แล้วทำให้แม่รู้สึกแย่เมื่อไหร่ บิวจะจัดการด่าป้าคนนั้นในเฟซบุ๊ก และจะไปเอาเรื่องป้า พ่อจะอายยิ่งกว่านี้ และจะบอกเลยว่าหลังจากวางหูของพ่อ บิวจะโทรหาป้าคนนั้น ถามความต้องการว่าจะมายุ่งชีวิตบิว แล้วได้อะไร? แต่ถ้าพ่อห้าม ไม่ให้โทรหาเขา บิวบอกเลยว่า ก็ได้ แต่พ่อต้องทำตามที่บิวบอก ถ้าพ่อโอเคกับดีลนี้ บิวก็จะหยุด...

        และสุดท้าย มันไม่ใช่เรื่องที่เราจะมานั่งแก้ไขเฟซบุ๊ก แก้ไขการแต่งตัว เราจะใส่แบบนี้ เพราะชีวิตเราชอบจะใส่แบบนี้ เอาเวลาไปสั่งสอนลูกให้ดีดีกว่า ให้เขาเปลี่ยน ไม่ใช่เราเปลี่ยน ป้าต้องอยู่ร่วมกับความแตกต่าง โลกมันหมุนไปแล้ว ชุดความคิดเด็กรุ่นใหม่มันไปไกลแล้ว...

เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทาง

ใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATION

รับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

related พุธทอล์ค พุธโทร RECAP

หนูอายุ 15 อยาก Make Friend กับเพื่อนผู้ชายคนนึง แต่ไม่กล้า หนูชอบเพลงยุค 90 มี ‘พี่มาช่า’ เป็นศิลปินในดวงใจ ตอนอยู่โรงเรียน เขาดีดกีต้าร์ร้องเพลงของ ‘พี่หนุ่ย อำพล’ ด้วย พีคสุด! เพิ่งรู้ว่าร้านเทปที่หนูเคยไปซื้อ แม่เค้าก็เป็นเจ้าของร้าน...

07 มี.ค. 2023

หนูอายุ 15 อยาก Make Friend กับเพื่อนผู้ชายคนนึง แต่ไม่กล้า หนูชอบเพลงยุค 90 มี ‘พี่มาช่า’ เป็นศิลปินในดวงใจ ตอนอยู่โรงเรียน เขาดีดกีต้าร์ร้องเพลงของ ‘พี่หนุ่ย อำพล’ ด้วย พีคสุด! เพิ่งรู้ว่าร้านเทปที่หนูเคยไปซื้อ แม่เค้าก็เป็นเจ้าของร้าน...

“น้องมัมมัม (นามสมมุติ)” อายุ 15 ปี สายแรกในรายการพุธทอล์คพุธโทรเมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (01/03/2023) ได้โทรเข้ามาปรึกษาพี่ๆ ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม เกี่ยวกับปัญหาการแอบชอบเพื่อนโดย “น้องมัมมัม (นามสมมุติ)” ได้เล่าว่า ‘ส่วนตัวหนูเป็นคนที่ไม่ค่อยชอบเข้าหาคนอื่น ซึ่งเวลาที่คนนอกมองมาจะดูเหมือนคนหยิ่ง ไม่มองใคร ดูแบบใครๆก็เข้าถึงตัวยาก ทั้งๆที่ในใจหนูก็อยากเข้าหาแต่ไม่กล้า ตอนนี้หนูมีกลุ่มเพื่อนที่สนิทๆกัน แต่เพื่อนๆก็เป็นคนเข้าหาหนูก่อน เลยได้สนิทกันคือหนูอยากเมคเฟรนด์กับเพื่อนผู้ชายคนหนึ่ง อยู่ห้องเดียวกัน นั่งใกล้ๆกัน ที่หนูอยากเมคเฟรนด์กับเขาเพราะเขามีอะไรคล้ายๆกับหนูมากๆเลย หนูจะเป็นคนที่รสนิยมไม่ได้เหมือนกับเพื่อนในวัยเดียวกัน เพราะหนูชอบฟังเพลงเก่าๆ ยุค 90 หนูมีศิลปินในดวงใจคือ พี่มาช่า วัฒนพานิช...ตอนหนูขึ้นชั้น ม.4 มันทำให้หนูรู้ว่า จริงๆแล้วก็มีคนที่ฟังเพลงเหมือนหนูเหมือนกัน ซึ่งคนๆนั้นก็คือเพื่อนคนนี้ที่หนูอยากเมคเฟรนด์ด้วย จริงๆหนูแค่อยากเมคเฟรนด์กับเขา แต่สถานการณ์ทุกอย่างมันไม่เอื้ออำนวยเลย หนูเป็นคนขี้อายด้วย และเขาก็ไม่กล้าที่จะมาคุยกับหนูด้วยเหมือนกัน แรกๆก็ไม่รู้ว่าเขาชอบเพลงพวกนี้ แต่พอหลังๆเขาก็หยิบกีต้าร์ขึ้นมาเล่นเพลงเก่าๆ แล้วก็นั่งเล่นอยู่หลังห้อง เขาจะร้องพวกเพลงไทยสากล โมเดิร์นด็อก พอส เพลงแกรมมี่ และเขาก็เล่นเพลงของพี่หนุ่ย อําพล ด้วย ตอนนั้นหนูปลื้มใจมาก ไม่เคยมีใครรู้ว่าหนูชอบเพลงนี้ หนูนั่งเงียบอยู่หน้าห้อง เขินมาก แต่ไม่กล้าเลยและมีครั้งหนึ่งที่ความพยายามหนูจะเพิ่งขึ้น ตอนนั้นไปทัศนศึกษาที่ต่างจังหวัด มันจะมีพวกที่ร้องเพลงบนรถ แล้วช่วงนั้นเป็นขากลับ หนูเหมือนโดนเจ้าเข้า วิญญาณพี่ช่าเข้าใส่ร่างหนู แล้วหนูก็ร้องเพลงออกไป เพื่อนคนอื่นก็นั่งเงียบ เพราะไม่มีใครรู้จักพี่ช่าเลย หนูก็ไม่รู้เลยว่าหนูกับเขาร้องเพลงคู่กัน เขาร้องอยู่ของเขา หนูก็เลยไปแย่งไมค์คนอื่นมาร้อง หนูก็อยากจะเมคเฟรนด์กับเขาขึ้นเรื่อยๆ และเหมือนเขาก็อยากจะเมคเฟรนด์กับหนูเหมือนกัน เวลาที่หนูลงสตอรี่ไอจีอะไรเกี่ยวกับพวกเก่าๆ ที่บ้านหนูมีเครื่องเล่นเทปคาสเซ็ท หนูก็ชอบเอามาเปิดเล่นลงสตอรี่ไอจี เขาก็ชอบมากดใจให้ ก่อนหน้านี้หนูปิดรีพายไว้ แต่ตอนนี้เพิ่งเปิดเมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา มันก็มีเหตุการณ์ที่เราได้คุยกันจริงๆจัง คือ หนูเดินไปซื้อเทปอยู่แถวๆตลาด หนูก็ได้เจอกับร้านๆนึง ซึ่งมันพีคมากตรงที่เจ้าของร้านนั้นเป็นแม่ของเขา บังเอิญมาก แล้วเราก็เลยได้ทักกัน หนูก็เลยเอาเทปที่เพิ่งซื้อมาลงในสตอรี่ไอจี เขาก็รีพายมาว่า เขาเพิ่งรู้ว่าคนที่ซื้อเทปจากร้านแม่เขาไปคือหนู แล้วก็คุยกัน ถามกันเป็นไงบ้าง อะไรประมาณนี้ ตอนนั้นหนูรู้สึกใจเต้นมากเลย เพราะเขาทักมา หนูไม่เคยเจอเหตุการณ์แบบนี้เลยแล้วหนูก็แอบมองเขามาเรื่อยๆ จนเดือนที่ผ่านมา หนูก็นั่งเรียนวิชาพระพุทธในห้องพระตามปกติ แล้วมันเหลือที่ว่างข้างๆ หนูแค่ทีเดียว เขาเดินเข้ามาในห้องแล้วเห็นที่ว่างตรงนั้น เขาก็ไม่นั่ง เดินหนีไปทางอื่น แล้วก็พูดอะไรไม่รู้กับเพื่อน เหมือนไม่พอใจที่เหลือที่ว่างแค่ข้างหนู เขาก็ไปเบียดนั่งกับคนอื่นแทน ทำให้หนูรู้สึกว่า เอ๊ะ! หรือว่าจริงๆแล้วเขาไม่อยากเมคเฟรนด์กับเรา หรือเขาไม่ชอบเรารึป่าว หนูแค่หวังว่าอยากจะเมคเฟรนด์กับเขาในฐานะเพื่อน แต่ถ้าจะเป็นแฟนก็ไม่ปิดกั้นมันไม่ใช่แค่กับเขาคนเดียวที่หนูอยากจะเมคเฟรนด์ แต่หนูอยากเมคเฟรนด์กับเพื่อนๆหลายคน แต่ไม่กล้าเลย ไม่กล้าที่จะเข้าหาใครเลย รวมถึงกรณีของเขาด้วย...3 ดีเจก็ได้ให้คำปรึกษา “น้องมัมมัม (นามสมมุติ)” ว่า ‘สมัยนี้มันมีตัวช่วยเยอะมาก แอปพลิเคชันต่างๆ หลักพื้นฐานง่ายๆเวลาที่หนูอยากรู้จักกับใคร คือต้องพยายามสร้างบทสนทนาที่เป็นปลายเปิด เพื่อให้เขาได้แสดงความเห็นแล้วเราจะได้มีบทสนทนาการโต้ตอบกับเขาได้ การสร้างบทสนทนานั่นคือสิ่งสำคัญมาก การพูดคุย พยายามหาประสบการณ์ร่วมอะไรก็ได้ ที่หนูรู้สึกว่าถ้าคุยกันเรื่องนี้ หนูมีเรื่องที่จะคุยได้ และเขาก็มีเรื่องจะคุยกับเราได้ อย่างเพื่อนผู้ชายคนนี้ก็คือเรื่องเพลง หนูลองไปชวนเขาคุยเลย เช่น ได้ฟังเพลงนั้นเพลงนี้มั้ย เราชอบเพลงนี้เหมือนกันหนูลองหากิจกรรมที่มันจะเป็นตัวเชื่อมที่ทำให้หนูปฏิสัมพันธ์กับผู้คน ไปเข้าชมรมอะไรก็ตามที่ทำให้หนูได้อยู่กับคน ได้พูดกับคน ทำความรู้จักกับคน เราต้องพยายามเอาตัวเองออกไปจากที่ที่เราคิดว่าปลอดภัยสำหรับเรา เพื่อที่เราจะได้รู้จักคนอื่นและโลกใหม่ๆแต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ถ้าวันใดวันหนึ่งหนูรู้สึกว่ามันไม่ใช่ตัวหนู หนูไม่ใช่คนที่จะเป็นแบบนั้นก็ไม่ต้องพยายามนะ เพราะวันนึงโลกมันจะเหวี่ยงคนแบบหนูนี่แหละมาให้เจอกัน มองหน้ากันแล้วเดี๋ยวก็เป็นเพื่อนกันเอง มันเป็นการตามหาจุดที่เราสบายใจด้วย ว่าเราเป็นคนแบบไหน วางตัวแบบไหน จุดไหนที่เราเองก็แฮปปี้ เพื่อนก็แฮปปี้กับเรา แต่หลักๆคือไม่ต้องพยายามจนไม่เป็นตัวของตัวเองนะ...’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

เจ็บปวดจนพูดไม่ออก... หนูแต่งงานกับสามีมา 12 ปี มีลูก 1 คน เพิ่งจับได้ว่า ‘สามีที่รัก’ แอบมีอะไรกับ ‘พี่สาวแท้ๆ’ ของหนู สุดท้าย พี่สาว ขอตัดพี่ตัดน้อง แล้วเลือกที่จะอยู่กับสามีเรา ส่วนสามีก็บอกว่า ขอรักพี่สาวของเธอเพิ่มอีกคนนึงได้ไหม?

05 พ.ค. 2023

เจ็บปวดจนพูดไม่ออก... หนูแต่งงานกับสามีมา 12 ปี มีลูก 1 คน เพิ่งจับได้ว่า ‘สามีที่รัก’ แอบมีอะไรกับ ‘พี่สาวแท้ๆ’ ของหนู สุดท้าย พี่สาว ขอตัดพี่ตัดน้อง แล้วเลือกที่จะอยู่กับสามีเรา ส่วนสามีก็บอกว่า ขอรักพี่สาวของเธอเพิ่มอีกคนนึงได้ไหม?

“คุณเก๋ (นามสมมติ)” อายุ 28 ปี สายแรกในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (3 พ.ค. 66) ได้โทรเข้ามาปรึกษา ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม เกี่ยวกับปัญหาพี่สาวแท้ๆ กับสามีสุดที่รัก โดย “คุณเก๋ (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘หนูแต่งงานกับสามีมา 12 ปีแล้ว มีลูกด้วยกัน 1 คน แต่หนูมีลูกติดอีก 1 คน เรื่องมันเกิดจากพี่สาวของหนูทะเลาะกับพ่อ หนูก็เลยพาพี่สาวเข้ามาอยู่ในบ้านตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา ตอนนี้ก็ประมาณ 6-7 เดือน ซึ่งพี่สาวก็ช่วยเลี้ยงลูกติดของหนูด้วย เพราะพี่สาวไม่มีครอบครัว ซึ่งพี่สาวแท้ๆ พ่อกับแม่เดียวกัน หนูมีแค่เขา เพราะเขาเลี้ยงหนูมาเหมือนแม่เลย เลี้ยงหนูมาตั้งแต่อายุ 3 ขวบ เพราะพ่อกับแม่ของพวกหนูเขาเลิกกัน และมันเริ่มแปลกๆ คือ พี่สาวของหนูกับสามีของหนูเขาเริ่มคุยกันแปลกๆ แล้วมีหลายเหตุการณ์ที่ทำให้หนูสงสัย แต่ก็ไม่ได้ไปสนใจอะไรขนาดนั้น พอมาเริ่มสังเกต สามีหนูมีการลบแชททุกอย่างออก แต่ในแชทไลน์เขาก็มีการส่ง Good Morning กันทุกวัน ส่งสติ๊กเกอร์จุ๊บทุกวัน มีการแลกดูกับข้าวกันด้วย วันละ 3 มื้อ ซึ่งกับหนูเขาไม่เคยทำแบบนี้เลย พอหนูจับได้ หนูก็ถามเขาว่า มันคืออะไร? ยังไง? แล้ววันนั้นเรา 3 คนอยู่ข้างนอกด้วยกัน แต่แฟนบอกว่ามีอะไรให้กลับไปคุยกันที่บ้าน พอมาถึงบ้านเราก็มีการคุยกัน แต่สามีของหนูโวยวายขึ้นมา แล้วเขาก็หนีออกจากบ้านไปเลย กลับบ้านอีกทีตอนเช้าอีกวัน แต่ตอนนั้นเหลือหนูกับพี่สาว หนูก็เลยถามพี่สาวว่ามันเกิดอะไรขึ้น พี่สาวก็ไม่ได้ยอมรับ หนูก็พูดไปประมาณว่า ถ้าแฟนหนูรู้สึก หนูอยากให้เขาหยุด แต่ตอนนั้นหนูไม่ได้โทษพี่สาวเลยว่าเขาจะรู้สึกอะไรกับแฟนหนู ทางฝั่งพ่อกับแม่ของสามีก็มาด่าหนูว่า หนูหึงสามีไม่เข้าเรื่อง พอใช้ประโยชน์พี่สาวหมดก็จะไล่เลยหรอ? หนูก็เลยยอมขอโทษที่หนูโวยวาย จนเหตุการณ์มันเกิดไปได้ประมาณอาทิตย์นึง หนูก็กลับไปเห็นแชทไลน์ในโทรศัพท์ของพี่สาว ประมาณว่า สามีของหนูไปหึงผู้ชายที่ทักมาคุยกับพี่สาวหนู หนูก็เลยแคปแชทนี้ส่งไปให้สามีดู แล้วถามเขาว่า มันคืออะไร? เขาก็ไม่ตอบหนูเลยทั้งวัน จนกลับมาตอนเย็น เขาก็มายอมรับกับหนูว่าเขารักพี่สาวหนู แต่ยังไม่ได้มีอะไรกัน แล้วพี่สาวก็มายอมรับว่ารู้สึกดีกับสามีหนู หลังจากนั้นทุกอย่างมันเริ่มชัดขึ้นเรื่อยๆ แล้วก็ใช้ชีวิตระแวงกันมาตลอด และสามีก็มาพูดกับหนูว่า ขออยู่แบบ 3 คนผัวเมียได้ไหม? หนูก็เลยย้อนถามกลับไปว่ามีอะไรกันแล้วหรอ? ทำไมถึงมาขอแบบนี้ เขาบอกยังไม่ได้มีอะไรกัน แต่เขาอยากได้ เขาจะเอา หนูก็บอกว่าไม่ได้หรอก แล้วลูกจะอยู่ยังไง เพราะลูกทั้ง 2 คนก็อยู่ในบ้านด้วย เขาก็บอกว่า ขอรักพี่สาวหนูเพิ่มอีกคนนึงได้ไหม? หนูไม่รู้จะพูดยังไงเลย พอเขาพูดจบปุ๊บ พี่สาวหนูก็พูดขึ้นมาว่า ลองให้มันไปอยู่กับพี่ไหม แบบไปเช่าหออยู่ด้วยกัน หนูก็เลยถามว่า อยากลองหรอ ตอนนั้นหนูรู้สึกอยากดึงใครสักคนไว้กับหนู หนูขอร้องให้พี่สาวกลับมาเป็นพี่สาวของหนู ส่วนผู้ชายอยากออกไปไหนก็ไปเลย... แต่พี่สาวพูดกับหนูว่า เขาไม่สามารถกลับมาเป็นพี่สาวหนูได้แล้ว เขาให้เหตุผลว่าหนูคิดไปไกลเกินที่จะกลับมาอยู่ด้วยกันได้แล้ว หนูไม่รู้เลยว่าเขาไปถึงขั้นไหนกัน ตลอดระยะเวลาหนูก็ถามสามีตลอดว่าเอาความรู้สึกกลับมาได้ไหม ถึงแม้เธอจะบอกว่าไม่มีอะไรกัน หนูเชื่อนะ ขอร้องได้ไหม อยู่กับหนูกับลูกได้ไหม? หลังจากวันนั้น พี่สาวก็ขอออกจากบ้าน เขาบอกเขาอึดอัด อยู่ไม่ได้ แต่พอพี่สาวย้ายออกไป เหตุการณ์มันเริ่มแย่ลงทุกวัน สามีหนูไม่กลับบ้านเลย เขาบอกขอออกไปขับรถเล่น ค่ำไหนก็นอนนั่น เขาบอกอยู่กับหนูแล้วอึดอัด เพราะหนูจับผิดเขาตลอดเวลา หลังจากนั้นผู้ชายก็มาขอกลับไปอยู่บ้านกับพ่อ-แม่ หนูก็บอกโอเค ถ้าเธออยากกลับไป ก็ไปจัดการความรู้สึกตัวเองให้ได้ก่อน แล้วเธออยากเลือกทางซ้าย ทางขวา เธอไปได้เลย หนูก็พูดและกอดเขาทั้งน้ำตา แล้วเขาก็ออกจากบ้านไป ซึ่งหนูก็อยากรู้ว่าเขาโกหกไหม เพราะตลอดระยะเวลาที่พี่สาวหนูออกไปอยู่ข้างนอก หนูไม่เคยตาม ไม่เคยรู้เลยว่าพี่สาวอยู่ที่ไหน แต่วันนั้นหนูตามไปดู ไปถึงพักพี่สาวประมาณ 2 ทุ่มครึ่ง หนูเจอเขาอยู่ด้วยกัน หนูก็ไปคุยกับสามีว่ามาอยู่ทำไมที่นี่ เขาบอกว่า พี่สาวขอให้มาหา มาคุยกันเรื่องหนู เพราะพี่สาวอยากให้สามีกลับไปอยู่กับหนู หนูไม่มีอะไรจะต้องเชื่อแล้ว ทุกอย่างที่หนูเห็น หนูให้โอกาสเขาทั้งคู่มาตลอดระยะเวลา 1 เดือนเต็ม แล้วคืนนั้นเขาก็หายไปพร้อมกันเลย แต่หนูไม่ได้โทษว่าเขาไปด้วยกัน พี่สาวหนูกลับมาอีกทีวัน 10 ประมาณอาทิตย์กว่าๆ แต่แฟนหนูกลับมาอีกทีวันสงกรานต์ เขาก็ไม่เข้าบ้านอีกเลยจนถึงวันนี้ และเขาก็ไม่สนใจลูกด้วย หนูอยากจัดการความรู้สึกตัวเอง ตอนนี้หนูทรมานมากๆ หนูควรจะจัดการความรู้สึกตัวเองยังไง? หนูกลัวตัวเองดิ่งไปมากกว่านี้ ซึ่ง “ดีเจอั๋น” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘อย่างแรกเลยคือยอมรับกับตัวเองว่ามันหนัก แล้วก็เผชิญกับความจริงก่อนในตอนนี้ว่ามันเกิดขึ้นแล้ว พี่คิดว่าการที่เรายอมรับว่าเจ็บคือเจ็บ เสียใจคือเสียใจ ผิดหวังคือผิดหวัง อยู่กับความจริงให้ได้มากที่สุดก่อน เป็นใครเจอก็คงไม่ สามารถที่จะรับมือมันได้แบบยิ้มสู้ ไม่มีทาง แต่สักวันคงทำได้ แต่เร็วช้าพี่ยังไม่กล้าพูดเลยจริงๆ เพราะมันก็เป็นเรื่องหนักและเรื่องใหญ่ แล้วเป็นพี่สาวที่เป็นคนสำคัญและกำลังสำคัญในชีวิต แต่ในตอนนี้เมื่อมันเกิดขึ้นแล้วเราต้องแยกเรื่องของอารมณ์ กับ การใช้ชีวิตของเราต่อไปให้ได้ถ้าเป็นพี่นะ ในส่วนเสียใจพี่เข้าใจ แต่เราต้องเริ่มคิดละว่า ฉันจะดำเนินชีวิตต่อไปอย่างไรก่อน เพราะฉันไม่ได้ตัวคนเดียว ถ้าเราตัวคนเดียว โอเค เราปล่อยตัวเองให้จมลงสักพักนึง เพราะรู้สึกเหมือนว่ามันใกล้จะขาดใจ เราค่อยตะเกียกตะกายขึ้นมาหายใจแล้วอาจจะยังพอไปต่อได้ แต่ตอนนี้มีคนที่อยู่บนบ่า มีคนที่อยู่บนไหล่ ของเราอยู่ด้วยนั่นก็คือลูกถ้าเป็นพี่ พี่จะรวบรวมสติเอามาตั้งไว้อยู่ตรงนี้ก่อน ย้ายโฟกัส ย้ายที่วางหัวใจ คือมันย้ายไม่ได้แบบสมบูรณ์แบบหรอก หยิบตรงโน้นมาวางตรงนี้มันไม่ได้ขนาดนั้น แต่อย่างน้อยแค่พยายาม เมื่อไหร่ที่เผลอไปคิด ไม่ถึงกับขนาดที่ว่าต้องบีบคั้นตัวเอง จนเกินไปแต่ลองค่อยๆ พยายาม นึกถึงเรื่องนี้ให้น้อยลงแล้วมาโฟกัสก่อนว่า ฉันจะดูแลลูกยังไงฉันจะเดินหน้าต่อไปยังไง แปลว่าถ้าตอนนี้ไม่มีเขาเราอยู่ได้เพราะเรามีบ้านเป็นของตัวเองและที่ผ่านมาเราไม่ได้พึ่งเงินหรือรายได้จากของผู้ชายขนาดนั้น เราเลี้ยงดูลูกได้ เราเลี้ยงดูตัวเองได้ ไม่ต้องหยิบยืม ไม่ต้องเป็นหนี้นอกระบบ อย่างน้อยก็โฟกัสตรงนี้ก่อน ณ ตอนนี้ปัญหาเดียวคือเรื่องใจแล้วมาที่เรื่องใจ เราจะเริ่มคิดวนอยู่ในหัวว่านี่พี่สาวเรา นี่คือคนสำคัญในชีวิตเรานะ นี่คือสามีเรานะ ซึ่งความคิดเหล่านี้ไม่ผิดหรอก พี่เข้าใจ แต่การคิดมันเหมือนกับเอามีดเล่มเดิมมาแทงตัวเองซ้ำๆ ถ้ามันเกิดขึ้นแล้วก็คือเกิดขึ้นแล้ว ยอมรับมันซะ ถ้าการคิดประโยคเหล่านั้นไม่ได้ช่วยอะไรแล้วก็ไม่ต้องไปคิดถึงมันแล้ว โกรธได้ ผิดหวังได้ แต่อย่าปล่อยให้มันกลายเป็นความรู้สึกเคียดแค้นหรือพยาบาท หรืออย่าพาตัวเองไปถึงจุดที่อยากทำให้คนเหล่านี้รู้สึกเจ็บปวดอย่างสาสมบ้าง จะพาทุกคนให้ดิ่งลงไปหมดในท้ายที่สุดถึงแม้ว่ามันจะยังทำไม่ได้แต่ให้ปักธงปักหมุดตั้งเป้าหมายไว้ว่า เราจะใช้พละกำลังทั้งหมด สติทั้งหมดที่มี เท่าที่จะกอบกู้ได้ ในการทำชีวิตจากวันนี้ให้ดียิ่งขึ้น โดยโฟกัสที่ชีวิตของเรา และครอบครัวของเรา คือเราและลูกก่อน เป็นการลำดับความสำคัญแรก ที่เหลือช่างเขา เพราะเราทำอะไรไม่ได้ ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าต่อให้เขากลับมา ซึ่งในใจเราอาจจะยังอยากจะให้เขากลับมาในวันนี้ พี่เข้าใจในส่วนนี้ แต่มันบังคับไม่ได้สรุป : ความเสียดายความผิดหวังทั้งหมดที่หนูพูดให้พี่ฟัง พี่โคตรเข้าใจเลยจริงๆ ถ้ามันเกิดขึ้นกับพี่ พี่คงไม่ได้พูด ถึงเรื่องนี้ได้แบบชัดเจนและเข้มแข็งขนาดนี้เหมือนกัน อนุญาตให้ตัวเองอ่อนแอได้นะ แต่หลังจากที่อ่อนแอเสร็จแล้ว ตอนที่เข้มแข็งแล้ว ต้องลุกขึ้นมาแล้วกอบกู้ทุกอย่าง แล้วปักธงว่าฉันจะเอาพละกำลังในชีวิตนี้ที่มันยังดีอยู่ทำให้ชีวิตตัวเองดีขึ้นไปให้ได้ และดีต่อไปให้ได้ อย่ายอมให้ส่วนอื่นๆมันพังไปด้วยโดยไม่จำเป็น “ดีเจอ้อย” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘เก๋อยากได้พี่สาวคืนแต่เก๋ต้องดูด้วยว่าพี่สาวของเรา อยากได้ความสัมพันธ์กับเราในแบบเดิมคืนหรือเปล่า เรื่องครอบครัวเราเลือกไม่ได้ คำถามที่ว่าทำไมต้องเกิดขึ้นกับฉัน ทำไมพี่สาวถึงต้องเป็นแบบนี้ ให้สามีฉันเป็นแบบนี้ ซึ่งคำถามเหล่านี้เป็นคำถามบั่นทอนทั้งหมดเลย แต่โหมดเสียใจ เราก็จะฟูมฟายไป แต่โหมดแห่งสติก็ต้องวางแผนแล้วเหมือนกัน ถ้าเวลาที่ลูกถามบางอย่าง ซึ่งมันเป็นคำถามที่ช่างบั่นทอนเราเหลือเกิน แต่อย่าลืมว่าเด็กเค้าก็มีคำถามแบบเด็กๆของเค้าเหมือนกัน แต่อย่าลืมว่าความเจ็บปวดตรงนั้นเราต้องมีสติก่อน เมื่อไหร่ที่ลูกถามคำถามนี้ปุ้ป แล้วเก๋พังพินาศลงไป ลูกยิ่งใจเสียใหญ่เลย เมื่อลูกมีพ่อที่กอดเขาไม่แน่นพอ เราก็ต้องเป็นแม่ที่กอดเค้าให้แน่นขึ้นเป็นสองสามเท่า เหตุการณ์ใดใดที่เกิดขึ้น ตอนนี้คนที่ควรอายไม่ใช่ฉัน เพราะฉะนั้นต้องใช้ชีวิตแบบที่ให้เกียรติตัวเอง ฉันไม่ได้ผิด ฉันเป็นภรรยาที่ดีที่สุด ฉันซื่อตรงต่อสามีที่สุด ฉันเป็นน้องที่กตัญญูต่อพี่สาวที่สุด แต่วันหนึ่งมนุษย์คือมนุษย์ มีความเลวร้ายมีความดี แล้วอยู่ที่ว่าจะหันมุมไหนออกมาให้เราเห็นได้มากกว่า และวันนี้ต่อให้เป็นพี่สาว พี่ก็จะใช้คำว่า “พี่สาวแล้วไง? เมื่อสำนึกความเป็นพี่สาวของเค้ายังไม่มีเลย!” แล้วการที่เรียกร้องความเป็นพี่สาวให้กับเราในวันนี้พี่เชื่อเลยว่ามันเรียกร้องไม่ได้หรอก วันนี้เมื่อสิ่งนี้เกิดขึ้นก็ยอมรับให้ได้ก่อน น้องต้องทำให้เห็นให้ได้ว่าความถูกต้อง และฉันทำในสิ่งที่ถูกต้องมาตลอด และฉันทำในสิ่งที่ถูกต้องกับคนที่ฉันไว้ใจ แต่คนที่ฉันไว้ใจเลวร้ายที่สุดเลย เราเลยจำเป็นต้องพยายามยืนให้อยู่ ซึ่งพี่ไม่ได้หมายความว่าต้องเข้มแข็งภายในวันนี้นะ ไม่มีทางหรอก อ่อนแอคืออ่อนแอ ร้องไห้คือร้องไห้ สู้ไหวก็เดินหน้า สู้ไม่ไหวปุ๊บ ลงไปนั่งพักแป๊บนึง และไม่จำเป็นจะต้องมานั่งกระหน่ำซ้ำเติมตัวเองว่า ให้ฉันต้องมาเจอแต่เรื่องอะไรแบบนี้ เมื่อเจอแล้วก็ต้องลุยแล้วต้องเดินหน้า ให้คนศีลเสมอกันไปอยู่รวมกันเลย วันนี้ฉันจะใช้ชีวิตอย่างถูกต้องที่สุด ฉันแค่คนโชคร้ายที่คนหันมุมร้ายๆมาใส่ฉันพอดี จะร้องไห้อีกกี่วันก็ได้นะ พี่ไม่ได้บอกว่าต้องเข้มแข็งนะคนเรามันก็มีมุมอ่อนแอได้ ขอให้ร้องไห้ปั๊บ อยากให้รู้ตัวเองว่า ถึงเวลาแล้วนะ ลูกมองอยู่ “ไม่ต้องเข้มแข็งในวันที่อ่อนแอเพราะแผลจะใหญ่กว่าเดิม” บางเรื่องแก้ได้ที่เราก็แก้เลย แต่บางเรื่องที่คนสองคนไปทำเลวร้ายกัน เราแก้ไม่ได้ก็ปล่อยให้มันเป็นกรรมของเค้าสองคนไป เห็นไหม? หนูไม่มีเขาหนูก็ยังอยู่ได้ และบอกกับตัวเองเสมอว่า ฉันเป็นแม่ที่แข็งแรงมาก เพราะในวันที่ควรจะอ่อนแอเหลือเกินฉันก็ยังไหวอยู่เลย’ “ดีเจอั๋น” ได้ให้คำปรึกษว่า ‘เรื่องนี้ ที่เกิดขึ้น ในมุมดีมันจะทำให้เก๋หลุดพ้น จากเรื่องนี้ได้ง่ายมาก ก็เหตุการณ์ทั้งหมดนี้มันคือสถานการณ์วัดคนได้เลยว่า ไม่มีศีลธรรม ไม่มีมโนสำนึก ไม่มีสิ่งดีๆ ที่คนในฐานะสามีและพี่สาวควรจะทำ ฉะนั้นพี่เลยรู้สึกว่า สองคนนี้ ไม่ได้มีค่าอะไรที่เราจะเอาไว้ในชีวิต เมื่อเขาตัดสินใจทำสิ่งเหล่านี้กับเรา พี่สาวตัดสินใจจะแย่งสามีเรา ส่วนสามีก็ไปเป็นชู้กับพี่สาวเรา แล้วเขาทั้งสองคนก็แสดงความเหี้ยม ที่จะชัดเจนมากว่าต้องการอะไรในชีวิต แล้วเขาก็ทำเลย โดยที่มันโหดร้ายกับเก๋ แต่ไม่ได้เลี้ยงเก๋ไว้จนแบบทรมาน สิ่งเหล่านี้ถ้าพยายามบอกและเข้าใจมัน และยอมรับมันว่า ทั้งสองคนคือสามีเราและพี่สาวเรา ซึ่งเค้าเปลี่ยนไปแล้ว เขาไม่ใช่คนที่เราเคยรู้สึกกับเขาในอดีต ว่าเรารักเขา เขารักเราและเราต้องดีต่อกัน 2 คนนี้เค้าไม่ใช่คนเดิมแล้ว จะยิ่งทำให้เก๋เดินออกจากชีวิตของพวกเขาได้เร็วขึ้น เพื่อตัวหนูและเพื่อลูกของหนู เพราะยิ่งหนูเศร้านานเท่าไหร่ ชีวิตหนูก็จะยิ่งอยู่ในความทุกข์เท่านั้น ลูกของหนูที่ได้มองแม่ร้องไห้อยู่นานเท่าไหร่ มันก็ยิ่งไม่มีความสุขกับชีวิตเขาเท่านั้น เพราะฉะนั้นต้องรีบลุกขึ้นเพื่อตัวเอง’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

ไม่มีความเป็นผู้นำ หรือ ขี้เกียจกันแน่?? สาวสุดหนักใจ... คบกับแฟนมา 4 ปี แฟนให้คำปรึกษาไม่ได้เลย เวลาปรึกษาเรื่องใหญ่ๆที่ต้องตัดสินใจ ชอบพูดคำว่า แล้วแต่เธอเลย ตอนนี้เขาลาออกจากงานประจำมาช่วยงานเรา แต่เที่ยงยังไม่ตื่น...

11 ส.ค. 2023

ไม่มีความเป็นผู้นำ หรือ ขี้เกียจกันแน่?? สาวสุดหนักใจ... คบกับแฟนมา 4 ปี แฟนให้คำปรึกษาไม่ได้เลย เวลาปรึกษาเรื่องใหญ่ๆที่ต้องตัดสินใจ ชอบพูดคำว่า แล้วแต่เธอเลย ตอนนี้เขาลาออกจากงานประจำมาช่วยงานเรา แต่เที่ยงยังไม่ตื่น...

ไม่มีความเป็นผู้นำ หรือ ขี้เกียจกันแน่?? สาวสุดหนักใจ... คบกับแฟนมา 4 ปีแฟนให้คำปรึกษาไม่ได้เลย เวลาปรึกษาเรื่องใหญ่ๆที่ต้องตัดสินใจชอบพูดคำว่า แล้วแต่เธอเลย ตอนนี้เขาลาออกจากงานประจำมาช่วยงานเราแต่เที่ยงยังไม่ตื่น และ ชอบมาขอเงินเรา อ้างว่า เงินไม่พอใช้ ขอยืมทีละนิดๆตอนนี้หนูอยากจะเลิก แต่ติดตรงที่มองหน้าเขาแล้วสงสาร ควรทำยังไงดี? “คุณแพท (นามสมมติ)” อายุ 30 ปี สายแรกในรายการ“พุธทอล์ค พุธโทร” เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา[2ส.ค. 66]ได้โทรเข้ามาปรึกษาดีเจเผือก -ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอมเกี่ยวกับปัญหาแฟนไม่มีภาวะเป็นผู้นำ ไม่ขยันทำงานหาเงิน ไม่คิดสร้างอนาคตไปด้วยกันโดย “คุณแพท (นามสมมติ)” เริ่มเล่าว่า ‘หนูคบกับแฟนมา 4ปีแล้ว แฟนอายุเท่ากัน ยังไม่ได้แต่งงาน แต่อยู่ด้วยกัน คือ... แฟนหนูไม่มีความเป็นผู้นำเลย เวลาที่เราต้องตัดสินใจอะไรเรื่องใหญ่ๆ หนูจะปรึกษาเขาไม่ค่อยได้ เขาจะพูดแค่คำว่า แล้วแต่เรา ตอนที่ซื้อบ้านด้วยกัน หนูก็ถามเขาว่า เธอเราซื้อตรงนี้ดีไหม หรือว่าราคาอย่างนี้เธอโอเคไหม เขาก็จะตอบแล้วแต่เธอ หรือแม้แต่ภาระค่าใช้จ่ายทุกอย่างในบ้าน เราตกลงกันตั้งแต่แรกแล้วว่า เราจะแยกเงินคนละกระเป๋า เราจะไม่ยุ่งกับเงินเขา เขาก็จะไม่มายุ่งกับเงินของเรา ช่วงแรก ๆมันได้ แต่ช่วงหลัง ๆมาเขาก็จะมาขอเรา ในแต่ละครั้งไม่เยอะมากแต่ระยะเวลา ถ้าทบรวมๆกันก็เยอะ ครั้งละ 10,000-8,000 บาท บางทีเขาก็จะบอกเงินไม่พอจ่ายค่างวดรถ ไม่พอจ่ายค่านู้นค่านี่ ซึ่งจะเป็นค่าใช้จ่ายส่วนตัวของเขาเอง อย่างเช่น รถเป็นชื่อเขา แต่เราก็ใช้ด้วยกัน คือแพทจะทำงานอยู่ที่บ้าน เขาจะเป็นคนที่ใช้รถคนเดียว แพทก็จะไม่ค่อยได้ใช้ แต่รถออกเป็นชื่อเขาเพราะว่าชื่อแพทติดแบล็คลิสต์ออกรถไม่ได้ เขาจะมีขอจุกจิก บางทีก็ขอน้ำมันเติมค่ารถ 1,000-2,000 บาท ขอจุกขอจิกเราก็จะถามเขาว่า เงินเดือนเธอไม่พอหรอ? เขาก็จะบอกว่า ไม่พอ ไม่พอจริง ๆ แพททำงานอยู่ที่บ้าน เปิดเป็นร้านเบเกอรี่ แล้วทีนี้หลังๆมา ด้วยความที่เขาคิดว่าอยากมาช่วยเรา เขาก็ลาออกจากงานประจำ แต่เอาจริงๆ ร้านหนูเปิด 10 โมง เที่ยงเขายังไม่ตื่นเลย ตอนนี้เขาออกจากงานได้ 2 ปีแล้ว แต่ก็ไม่ได้มีรายได้ หลักๆก็มาจากหนูกับคุณพ่อของหนู เพราะหนูก็ไปคุยกับคุณพ่อ คุณพ่อก็เลยให้เขามาทำงานกับพ่อ เพราะพ่อเปิดร้านขายอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้า ให้เขาไปเฝ้าร้านให้ แล้วพ่อก็ให้เงินเดือนกับเขาต่างหาก เขาก็ทำงานแต่ไม่ค่อยดี เหมือนที่เขาทำก็อาจจะเกรงใจพ่อหนูด้วย แต่พ่อจะชอบโทรมาบ่นว่า เขาชอบหนีไปเข้าห้องน้ำนาน ๆ ชอบไปสูบบุหรี่หลังร้านนาน ๆ พอไปทำงานกับคุณพ่อแล้ว เขาก็ยังมีปัญหาการเงินเหมือนเดิม ยังมาขอเงินหนูเหมือนเดิม แต่ไม่ได้เยอะเท่าเดิม คือก่อนหน้านี้หนูเคยแต่งงานมาแล้วครั้งนึง หนูมีลูกกับแฟนเก่า หนูก็เลยบอกเขาไปว่า เรามีลูกนะ การที่เราจะเอาใครสักคนเข้ามา ถ้าจะให้เรารับผิดชอบเธอด้วย รับผิดชอบลูกด้วยเราก็ไม่ไหว... แพทก็มีความรู้สึกอยากจะเลิกกับเขานะ แต่มันติดตรงที่เขาก็มีความดีของเขาอยู่ เขาไม่เคยนอกใจเรา แล้วเราสัมผัสได้ว่าเขาก็รักเรา เขาทำกับข้าวให้กิน ทำงานบ้านให้หนู เวลาที่หนูจะบอกเลิกเขา แล้วหันมองหน้าเขา มันก็เลยกลายเป็นสงสารเขา แต่มันก็ไม่ใช่ทุกวันที่เขาทำให้เรานะ ในสายตาเราก็นับว่าเขาเป็นคนขี้เกียจในระดับนึง แต่ในความรู้สึกก็ยังว่า...เหมือนเขาเป็นคนดีคนหนึ่งอยู่ เพราะไม่เคยโกหกเรา ไม่เคยไปเที่ยว หรือไม่เคยไปเมาเละเทะที่ไหน และหนูก็เคยบอกเขาให้ไปทำงานเพื่อหาเงิน แต่เขาก็ถามหนูกลับมาว่า จะให้เราไปทำอะไร? เขาก็ดูเหมือนจะรักลูกติดของหนูนะ อย่างเวลาไปเดินห้าง เขาก็จะบอก เห้ยเธอชุดนี้สวยจัง ซื้อแล้วก็ส่งไปให้ลูกไหม? ซึ่งลูกของหนูคุณแม่จะเป็นคนเลี้ยงให้อยู่ที่ต่างจังหวัด แต่เขาก็ไม่เคยถามเลยว่า เธอเดือนนี้ส่งเงินให้ลูกหรือยัง มีเงินพอส่งให้ลูกไหม? เขาไม่เคยถามแบบเป็นห่วง เป็นใย อย่างคำถามที่ว่า ลูกเป็นไงบ้าง ลูกเปิดเทอมหรือยัง ลูกปิดเรียนวันไหน เขาจะไม่เคยมีคำถามพวกนี้เลย เขาเคยเจอลูกของหนู ความสัมพันธ์ก็ปกติ เจอกันก็พาไปซื้อขนม อยากได้อะไรซื้อให้ ตอนนี้หนูกำลังอยากสร้างครอบครัว อยากได้คนที่แบบมาเป็นคู่คิด ซึ่งเขาเป็นคู่คิดให้หนูไม่ได้ เขาจะคอยต้านหนูตลอด สมมติถ้าบอกว่าอันนี้ได้นะ เขาก็จะแย้งขึ้นมาทันทีว่าอันนี้ไม่ได้ อย่างหนูเคยทำขนมออกมาชิ้นนึง คิดแล้วว่ามันต้องขายได้แหละ เขาก็จะสวนขึ้นมาทันทีเลยว่า มันขายไม่ได้หรอก ทั้ง ๆที่ยังไม่ได้ลองขายเลย แค่ทำออกมาชิมกัน มันก็เลยเหมือนเขามาบั่นทอน ปีแรกๆ เขาดีมาก คือทำงานตลอด OT ยันดึกดื่น เขาดูเป็นคนขยันมาก จนหนูรู้สึกว่าผู้ชายคนนี้เราฝากชีวิตได้แหละ ก็เลยตัดสินใจย้ายมาอยู่ด้วยกันกับเขา จุดเปลี่ยนเขา เอาจริงๆแพทก็ไม่รู้ เพราะแพทก็ไม่ทันตั้งตัวเหมือนกัน อยู่ดีดีเขาก็เปลี่ยนไปเลย แพทยังเคยคุยกับเขาเลยว่า แพทรู้สึกว่าตอนนี้เขาไม่เหมือนคนเดิมคนนั้นเลยนะ เขาก็บอกว่า เราก็เป็นของเราแบบนี้แหละ เธอไม่สังเกตเอง เขาไม่ได้ทำให้เราเสียใจ แต่เขาก็ไม่ได้ซัพพอร์ตความรู้สึกเราเหมือนกัน เขาเป็นคนไม่ทำอะไรผิดร้ายแรง แล้วก็ไม่ได้ทำอะไรดีด้วย ทนมาประมาณ2ปี ตั้งแต่เขาลาออกจากงาน เลยอยากถามว่า แพทอยากเลิกค่ะ แต่ตัดความสงสารที่มีต่อเขาไม่ได้ ควรทำยังไงดี? งานนี้ในความคิดเห็นของผู้ชายอย่าง “ดีเจเผือก” ก็ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘จริงๆแล้วเคสอย่างคุณแพท น่าแปลกใจตรงมีประสบการณ์ความรักมาแล้ว พอเป็นความรักครั้งที่สอง การจะมีครอบครัวผมว่า ส่วนใหญ่มันจะทำให้เราตัดช้อยส์ง่ายขึ้น เมื่อตอนพ่อของลูกเลิกกันเพราะเขานอกใจ เขาไปมีผู้หญิงคนอื่น ทำให้คุณแพทมีปม พอคนนี้ไม่นอกใจเขาเลยได้คะแนนบวกเป็นพิเศษ เพราะฉะนั้นอันนี้เลยเป็นข้อเสียที่คุณแพทยังไม่เคยเจอ บวกกับข้อดีที่มันไปคลายปมของคุณแพทในความรักครั้งแรก เขาไม่มาซ้ำในแผลเดิม เราก็เลยรู้สึกว่าผู้ชายคนนี้บวกมาก แต่จริงๆแล้วถ้าคุณแพทย์ยังรู้สึกสงสาร นั่นแปลว่าคุณแพทยังสงสารตัวเองไม่มากพอ เลยยังมีแรงไปสงสารเขาอยู่ ก็คงต้องทน ก็คือถ้าให้ผมบอกนะ ถ้าไม่เปลี่ยนแปลงอะไร ก็ต้องทน ทนจนกว่าคุณแพทจะเริ่มสงสารตัวเองและครอบครัว ถึงเวลานั้นคุณแพทจะรู้ว่าควรทำอย่างไร จริงๆมันควรเป็นวัยและเวลาที่เราไม่อยากเสียเวลาแล้ว เราเคยผ่านความรักครั้งแรกมา แล้วมันก็ล้มเหลว ความรักครั้งที่สองมันควรจะชัดเจนขึ้น อะไรที่ไม่ใช่ไปให้เร็ว ไม่มาอารัมภบทให้วุ่นวาย ไม่มาดราม่ากันแบบไร้สาระ ไม่ใช่ก็แยกย้าย มันควรจะเป็นอย่างนั้น นั่นแปลว่าความสงสาร คุณแพทยังชั่งน้ำหนักแล้วรู้สึกยังทนกับข้อเสียของเขาได้ และข้อดีของเขายังชนะอยู่ หรือมันเสมอกันแล้ว ถ้าอย่างนั้นผมก็ว่าเหลือเวลาไม่นานที่ความอดทนครั้งนี้มันจะหมดลง มันอาจจะเป็นฝางเส้นสุดท้ายก็ได้ ผมว่าคุณแพทไม่ต้องกังวล ถ้าความรู้สึกนี้ค่อย ๆก่อตัว เดี๋ยววันนึงมันก็จะชัดเจน อยู่ที่ว่าแต่ละคนจะมีวิธีจบเรื่องนี้ไม่เหมือนกัน บางคนเตือนก่อน บางคนระเบิดบึ้มแล้วไปเลย คุณแพทเองก็เคยยื่นคำขาดมาหลายทีแล้ว แต่เขารู้ไหมว่าเขาอยู่ในสถานะที่ค่อนข้างวิกฤต แล้วก็คุณแพทมีทางเลือกที่จะเลิก ไปต่อกันที่ “ดีเจต้นหอม” ให้คำปรึกษาต่อว่า ‘คุณแพท คือต้นหอมเวอร์ชั่นเก่า ที่ยังไม่ตรัสรู้ เพราะหอมเคยเป็น หอมเคยมีแฟนที่นอกใจ พอวันที่เรามีแฟนที่นอกใจ เราจะมีปมเลยหนึ่งอย่างว่า ครั้งหน้าขอแค่ข้อเดียว ขอคนที่ไม่นอกใจ พอแล้วเพราะว่ามันเจ็บกับสิ่งนี้มาก ขอคนที่ไม่นอกใจ แล้ววันนึงเจอผู้ชายที่ไม่นอกใจ แค่คำว่า ไม่นอกใจ เรากลายเป็นเราตกเป็นทาสคำนี้เลย ที่เหลือผู้ชายแม่งเห็นแก่ตัว ขี้เกียจ เอาเปรียบสารพัด แล้วอยู่ก็ไม่มีความสุข แต่เขาไม่นอกใจ คิดแบบนี้อยู่ จนไม่มีความสุข หรือเป็นที่ตัวเราเอง เราปรับเปลี่ยนตัวเองทุกอย่าง สุดท้ายคือ เราไม่ได้ต้องการแค่ไม่นอกใจ เรามีผู้ชายในแบบที่เราต้องการ และ ผู้ชายที่เราไม่ต้องการ ซึ่งเขามีสิ่งที่คุณแพทไม่ต้องการ เมื่อใครก็ตาม ที่ไปแตะสิ่งที่คุณแพทไม่ต้องการ แปลว่าคนนี้ไม่ใช่ คุณแพทกำลังอยู่กับจิ๊กซอว์ที่ไม่ใช่ ฉะนั้นวันนี้จะไปถามหาความสุขจากคนที่เขาไม่มีสิ่งนั้นให้คุณแพท คุณแพทก็จะอยู่ไม่มีความสุข คือเขาไม่ใช่ แล้วก็สิ่งที่คุณแพทบอก ลุกไปทำงานหรืออะไรก็ตาม เขาไม่ทำเพราะเขาไม่ใช่คนแบบนั้น เขาปรับเปลี่ยนไม่ได้ มันเป็นตัวเขาไปแล้ว แล้วคุณแพทก็ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องทน แต่ในเมื่อมองหน้าเขา เห็นหน้าเขาแล้วสงสาร คุณแพทก็แค่ลองหันกระจก แล้วมองหน้าตัวเองดูบ้าง ฉันสงสารตัวเองอยู่หรือเปล่าทุกวันนี้ ที่ต้องทนอยู่กับคนแบบนี้ ถ้าแพทคิดว่าการเลิกกับเขามันยากที่สุด เดี๋ยวแพทจะทำใจไม่ได้ ไม่ใช่นะ หอมบอกเลยว่า ผู้ชายทรงแบบนี้ไล่ไม่ไป เพราะเขาอยู่สบายแล้ว อันนี้หนักกว่า ทำอย่าไงให้คนนี้ไปเถอะ ปัญหาใหญ่ที่สุดคือการทำอย่าไงให้เขาออกไปจากบ้าน อันนี้ยากมาก คนแบบนี้ไม่ออก และคนสุดท้ายของค่ำคืนนี้ “ดีเจเติ้ล” ให้คำปรึกษาว่า ‘งั้นพี่พูดในเชิงที่ว่า จะทำให้หนูเวลามาคิดแล้วสงสารเขาดีกว่านะ ว่าจะเอาความรู้สึกนี้ออกไปยังไงดีกว่าเนอะ พี่รู้สึกว่าอยากให้แพทถามตัวเองว่า ถ้าหนูจะมีคนรัก จะมีสามีหนูต้องการอะไรจากสถานะนี้ ต้องการคนที่เป็นผู้นำ ต้องการคนที่เป็นกำลังใจ ต้องการคนที่มีความรับผิดชอบทั้งตัวเขาเองและครอบครัว หรือหนูต้องการแค่แบบทำกับข้าว คนดูแลบ้าน คนที่ไม่นอกใจ ซึ่งถ้าต้องการแค่นี้ หนูจ้างแม่บ้านดีดีสักคนก็ได้เลยนะ แล้วทำแบบFULL-TIME ไม่แบบ 3วันดี 4วันไข้ด้วย แต่เรากอดแม่บ้านไม่ได้ แสดงว่าหนูต้องการที่พึ่งทางใจ ที่จะให้ความรัก การดูแล ความรับผิดชอบ ซึ่งแสดงว่าในตัวผู้ชายคนนี้ มันไม่มี แล้วหนูต้องหาคนอื่นมาทำหน้าที่แทนเขา สำหรับพี่ คือ ก้อนที่เขาทำได้ ตอนนี้ที่หนูบอก ทำกับข้าว ดูแลบ้าน ไม่นอกใจ ก้อนนี้มันหาคนมาทำแทนเขาได้เลย มันแล้วแต่ว่า คนรักที่หนูต้องการจะมี หนูอยากให้เขาเป็นอะไรสำหรับหนูในตอนนี้ เท่านั้นเอง เพราะว่าถ้าหนูสงสารเขาไป แต่เขาไม่หยุดเอาเงิน มันสงสารตัวเองดีกว่าไหม เพราะแพทไม่ใช่คนที่มีฐานะร่ำรวยถูกไหม ที่แบบอยากได้เท่าไหร่ เปย์ เปย์ ขอแค่อยู่กับฉัน ไม่นอกใจฉัน ไม่ใช่อะ หนูก็ทำมาหากิน เขาที่ตอนนี้อายุ 30 แล้วอยู่จะทำงานเลย อย่างที่พี่บอก ผู้ชายคนนี้ยังรับผิดชอบชีวิตตัวเองไม่ได้เลย แล้วเขาจะไปรับผิดชอบชีวิตใครได้ แล้วเขาไม่ใช่เด็กอายุ 15-16 ที่เหมือนกำลังเรียนรู้ชีวิตที่ต้องการอะไร ตอนนี้เขาอายุ 30 ที่มีหนูอยู่ข้าง ๆแล้ว ในฐานะสามีภรรยากัน ทุกครั้งถ้าจะสงสารเขา ลองคุยกับตัวเองว่าสิ่งที่เราเจอแบบนี้ถ้ามันต้องเจอไปอีก 5ปี 6ปี 7ปี ใครกันที่น่าสงสาร หนูตื่นมาทำขนม ตื่นมาทำมาหากินของหนู ในขณะที่เขานอนตื่นเที่ยง แล้วให้ไปทำงานไม่ทำ สำหรับพี่ตอนนี้นะ ถ้าพี่คิดไวๆ พี่จะบอกให้เขาไปทำงาน ถ้าเขาไม่ทำ พี่ก็บอกว่า งั้นเธอก็ไม่มีสิทธิ์อะไรมายุ่งกับเงินแพทแล้วนะ แพทมีลูกต้องเลี้ยง แพทย์มีที่บ้านต้องดูแล เขาควรดูแลชีวิตตัวเองให้ได้ก่อนด้วยซ้ำในตอนนี้ ซึ่งถ้าทำไม่ได้ ก็ไม่ควรจะเก็บคนแบบนี้ไว้ในฐานะคนรักนะคะ หรือถ้าเขาบอกว่าเขาอยากอยู่ ก็มาเป็นคนงานที่บ้านไหมหละเรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

ยังไงดีนะ? ลูกสาวของป้า ที่อยู่ข้างบ้านเรา มีนิสัย ‘ขี้ขโมย’ ของเล็กใหญ่ขโมยหมด ทั้งเครื่องปรุง ถ้วย ชาม เสื้อผ้า กางเกงในแม่ กระเป๋า แหวนทอง ก่อนหน้านี้เคยหลอกให้พ่อแม่เราเข้าไปนอนในห้อง แล้วโบ้ยความผิดให้ว่าเป็นคนขโมยเงิน 2 หมื่นไป...

10 เม.ย. 2023

ยังไงดีนะ? ลูกสาวของป้า ที่อยู่ข้างบ้านเรา มีนิสัย ‘ขี้ขโมย’ ของเล็กใหญ่ขโมยหมด ทั้งเครื่องปรุง ถ้วย ชาม เสื้อผ้า กางเกงในแม่ กระเป๋า แหวนทอง ก่อนหน้านี้เคยหลอกให้พ่อแม่เราเข้าไปนอนในห้อง แล้วโบ้ยความผิดให้ว่าเป็นคนขโมยเงิน 2 หมื่นไป...

“คุณบี (นามสมมุติ)” สายที่สองในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (5 เม.ย. 66) ได้โทรเข้ามาปรึกษา ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม เกี่ยวกับปัญหากับคนข้างบ้านโดย “คุณบี (นามสมมุติ)” ได้เล่าว่า ‘ครอบครัวหนูเป็นครอบครัวใหญ่ ไม่ได้อยู่บ้านเดียวกัน แต่อยู่ในระแวกเดียวกัน ในซอยนั้นมีบ้าน 4 หลัง คือ บ้านหนู บ้านย่า บ้านป้า และบ้านลูกสาวของป้าอีกคน ซึ่งเขาอายุ 29 ปี แต่เขาเป็นคนชอบขโมยของ ที่บ้านหนูก็ไม่มีกล้องวงจรปิด ตอนแรกที่เขาขโมย คือ เริ่มจากสิ่งเล็กๆก่อน พวกเครื่องปรุงในครัว , ถ้วย , ช้อน แล้วก็ขยับมาเป็น เสื้อผ้า รองเท้า กระเป๋า แล้วก็เริ่มเป็นของใหญ่ๆ คือ ทอง เขาขโมยไปเลย ไม่ได้ขอ เอาไปโดยที่ไม่มีใครรู้ แล้วทุกคนก็มารู้ทีหลังว่าเป็นเขา แหวนทองที่เขาเอาไปคือแหวนทองของน้อง เป็นแหวนที่ไม่มีลาย ตอนนั้นน้องจะเข้าไปอาบน้ำ แล้วก็ถอดวางไว้ กลับมาน้องก็ไม่รู้ว่าแหวนโดนเปลี่ยนไปแล้ว ก็คือเขาซื้อแหวนปลอมมาเปลี่ยนให้น้อง แล้วแหวนจริงเขาเอาไปขาย น้องใส่แหวนปลอมมาจนแหวนมันลอก มันก็เลยโป๊ะ วันนั้นป้าอีกคนของหนูกลับมาจากต่างประเทศ ป้ามานอนอยู่ในห้องนอนย่า สักพักเขามาคุยกับแม่ของหนูว่า น้าเข้าไปในห้องย่าสิ เปิดแอร์เย็นๆเลย เขาเล้าหลือให้แม่หนูเข้าไปตลอดเลย แม่ของหนูก็เลยรำคาญ ทั้งพ่อ ทั้งแม่ก็เลยเข้าไปนอนเล่นในห้องย่า สรุปป้าหนูรู้ว่าเงินหาย 2 หมื่น ป้าก็เลยนึกว่าพ่อกับแม่ของหนูเป็นคนเอาเงินไป แต่จริงๆคือเขาเข้าไปขโมยเงินออกมาแล้วแต่ไม่มีใครเห็น แม่ของเขาก็เพิ่งโดนมาสดๆร้อนๆเลย แม่เขาให้เงินไปจ่ายค่าไฟเดือนละ 3 พันบาท แต่เขาไม่จ่ายมา 3 เดือนแล้ว เขาเอาเงินแม่ของเขาไปแล้ว 9 พันบาท จนการไฟฟ้าจะมาตัดมิเตอร์ แม่เขาก็รู้ว่าลูกของเขาเป็นหัวขโมย เพราะเขาก็เคยขโมยกางเกงในของแม่ตัวเองไปใส่ด้วย มันเกิดเรื่องแบบนี้มาเรื่อยๆ เป็นตั้งแต่แรกๆ ย่าเอาเขามาเลี้ยง เพราะพ่อกับแม่เขาแยกทางกัน ตอนนั้นแม่ของเขาก็อยู่ต่างประเทศ เขาก็แอบเอาบัตร ATM ของย่าไปกดตังออกมาหมดเลย จำนวนเงินหลายหมื่นเลย ย่าจับได้ก็เลยส่งเขาไปอยู่กับพ่อเขา สักพักพ่อเขาก็ส่งกลับมาเพราะเขาไปขโมยของทางฝั่งนั้นอีก หนูอยากรู้ว่าหนูจะแก้ปัญหาตรงนี้ยังไงดี?เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

album
efm
-

-