มาร่วมแชร์ความคิดเห็น... สาววัย 30 โทรปรึกษาในรายการ หนูมีคำถามอยู่ในใจ คำว่า “มีลูกเมื่อพร้อม” ที่หลายๆคนพูดกัน แค่ไหนของแต่ละคนเหรอคะ?? ถึงเรียกว่า “พร้อม” และอยากรู้ว่า... “การส่งลูกเรียนอินเตอร์” จำเป็นแค่ไหนในยุคปัจจุบัน ??

พุธทอล์ค พุธโทร RECAP

มาร่วมแชร์ความคิดเห็น... สาววัย 30 โทรปรึกษาในรายการ หนูมีคำถามอยู่ในใจ คำว่า “มีลูกเมื่อพร้อม” ที่หลายๆคนพูดกัน แค่ไหนของแต่ละคนเหรอคะ?? ถึงเรียกว่า “พร้อม” และอยากรู้ว่า... “การส่งลูกเรียนอินเตอร์” จำเป็นแค่ไหนในยุคปัจจุบัน ??

23 พ.ค. 2023

        “คุณนนท์ (นามสมมติ)” อายุ 30 ปี สายที่สองในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (17 พ.ค. 66) ได้โทรเข้ามาปรึกษา ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล – ดีเจต้นหอม เกี่ยวกับความพร้อมในการมีลูก

        โดย “คุณนนท์ (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘หนูค่อนข้างสับสนที่เวลาหลายๆคนชอบพูดว่า มีลูกเมื่อพร้อม หนูก็เลยอยากรู้ว่าคำว่าพร้อม มันคือยังไง แล้วเอาอะไรมาเป็นเกณฑ์ในการวัด คำถามแรกหนูอยากถามว่า ถ้าสมมติมีลูก การส่งลูกเรียนโรงเรียนอินเตอร์ มีความจำเป็นมาก น้อยขนาดไหน? แล้วค่าเรียนลูกควรจะคิดเป็นกี่เปอร์เซ็นต์ของรายได้?

        อีกเรื่องนึง Facilities (สิ่งอำนวยความสะดวก) ในประเทศไทย ถ้ามองในหลายๆมุมก็ไม่ได้รู้สึกว่ามันเอื้อต่อการมีลูกอะไรขนาดนั้น แล้วแบบนี้การมีลูกเป็นการเห็นแก่ตัวมั้ย? ที่เกิดมาในยุคแบบนี้...

        ซึ่ง 3 ดีเจก็ได้ให้คำแนะนำว่า ‘พร้อมสำหรับพวกพี่คือ เมื่อลูกออกมาแล้ว ใครเป็นคนเลี้ยง มีเงินแค่ไหน แล้วเรามีเวลาขนาดไหน และพร้อมจะเปลี่ยนเป้าหมาย เปลี่ยนความสำคัญ พร้อมสละทุกอย่างในชีวิตเพื่อเด็กคนหนึ่งหรือยัง?

        ส่วนโรงเรียน ไม่จำเป็นต้องเรียนอินเตอร์ แต่ถ้าอยากให้ลูกได้ภาษาอังกฤษ ให้ไปเรียนเพิ่มเติมเอาได้ เพราะภาษาก็โคตรสำคัญในโลกนี้และโลกอนาคต มันเป็นโอกาสที่จะเพิ่มมากขึ้นเมื่อคุณได้ภาษา

        และเราดูเอาว่าลูกเราไปในทางไหน สายวิชาการ หรือสายครีเอทีฟ แล้วลองหาโรงเรียนที่เหมาะกับลูก เพราะลูกจะโชว์ออกมาให้เห็นเลยว่าถ้าเขาเป็นสายครีเอทีฟ เขาจะมีความคิดสร้างสรรค์ เขาจะจับนู้นจับนี่มาประดิษฐ์กัน อยากเรียนรู้เรื่องราวใหม่ๆ อยากเป็นผู้ใหญ่ แต่ถ้าเด็กท่องจำจะไม่มีอะไรที่เป็นครีเอทีฟเลย ไม่ได้อยากเรียนรู้อะไรใหม่ๆ เด็กพวกนี้อาจจะเป็นสายวิชาการ มันจะมีบางอย่างบอกออกมาเลย ซึ่งพี่กับน้องก็ไม่เหมือนกันด้วย มันจะเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของตัวเด็กเลย ถึงเวลานั้นเราค่อยเลือกโรงเรียนที่เหมาะกับลูก

        ถามว่าเห็นแก่ตัวมั้ย? ตอบไม่ได้เหมือนกัน แต่ถ้าดูเหมือนเห็นแก่ตัวก็ต่อเมื่อเราดูแลเขาได้ไม่ดี เราไม่ได้มีความพร้อมในการดูแลเขา แล้วการที่เอาเขาออกมาเพียงหวังว่าจะให้เขาเลี้ยงเราในยามแก่ นั่นก็คือความเห็นแก่ตัว

        จากที่เราไม่เคยห่วงใคร แต่ความห่วงของเรามันจะไปลงที่เขาคนเดียวเลย แต่มันเป็นความสุขทางใจที่ยิ่งใหญ่เหลือเกิน เพราะความรักของเขามันไม่มีเงื่อนไข การมีลูกมีทั้งข้อดีและข้อเสีย ถ้าชีวิตนี้ไม่ต้องการมีห่วงกับใครเลยก็อย่ามีลูกเลย เพราะมันเป็นห่วงที่เราไม่มีทางถอดออกจากชีวิตได้ และหน้าที่แม่มันลาออกไม่ได้...

เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทาง

ใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATION

รับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

related พุธทอล์ค พุธโทร RECAP

หนูกลายเป็นแม่เลี้ยงเดี่ยวไม่ทันตั้งตัว เอาลูกนั่งคาร์ซีท ขับรถไปแอบส่องสามี ตอนทำงานร้องเพลงที่ร้านเหล้า เจอสาวนั่งเฝ้าสามี คอยถือของดูแลไม่ห่าง สุดท้าย สามีหนีออกจากบ้าน ทิ้งลูกสาว 1 ขวบ และ ลูกในท้องเกือบ 3 เดือนไปเลย...

28 ก.พ. 2023

หนูกลายเป็นแม่เลี้ยงเดี่ยวไม่ทันตั้งตัว เอาลูกนั่งคาร์ซีท ขับรถไปแอบส่องสามี ตอนทำงานร้องเพลงที่ร้านเหล้า เจอสาวนั่งเฝ้าสามี คอยถือของดูแลไม่ห่าง สุดท้าย สามีหนีออกจากบ้าน ทิ้งลูกสาว 1 ขวบ และ ลูกในท้องเกือบ 3 เดือนไปเลย...

“คุณก้อย (นามสมมุติ)” อายุ 37 ปี สายแรกในรายการพุธทอล์ค พุธโทรเมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (22/02/2023) ได้โทรเข้ามาปรึกษาดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม เกี่ยวกับปัญหาความสัมพันธ์กับสามีโดย “คุณก้อย (นามสมมุติ)” ได้เล่าว่า ‘เรากำลังเป็นคุณแม่เลี้ยงเดี่ยวกะทันหัน เพราะโดนสามีสวมเขา เรื่องเพิ่งเกิดสดๆร้อนๆเลย ต้องเกริ่นก่อนเลยว่าเรามีลูกอายุ 1 ขวบ 8 เดือน และตอนนี้ก็กำลังท้องอยู่ 2 เดือนกว่าๆ เรากับสามีจดทะเบียนสมรสกันแล้ว และสามีเราเป็นนักดนตรี ปกติเขาจะกลับบ้านตรงเวลา เลทนิดหน่อย โทรหาก็รับสายปกติ แต่ช่วงก่อนปีใหม่นี้ เราสังเกตเห็นว่าเขากลับบ้านช้า บางวันกลับบ้านเกือบเช้า โทรหาก็ไม่รับ วิดีโอคอลไปก็ไม่รับ เราก็เอะใจว่ามีอะไรหรือป่าว...ยิ่งหนักเข้ามันยิ่งผิดสังเกต เราก็เลยเอาลูกนั่งคาร์ซีท ขับรถตามไปดูที่ร้านเหล้าที่เขาไปทำงาน ไปแอบดูแบบเงียบๆ เจอผู้หญิงมานั่งเฝ้าเขาที่ร้านทุกวัน ไปไหนมาไหนด้วยกัน สนิทกัน แต่เขาก็โกหกเราว่าไม่มีอะไร ไม่มีผู้หญิง ไว้ใจได้ มีแต่เพื่อนผู้ชาย เราตามไปเฝ้าดูประมาณ 2 เดือน ตอนแรกเห็นว่ามีคนมาเป็นกลุ่มๆ แต่ไปๆมาๆ เราเอะใจ ทำไมเห็นหน้าคนนี้บ่อยจัง ทำไมมานั่งเฝ้าสามีเรา มาถือของให้สามีเรา แล้วทำไมถึงขึ้นรถสามีเรา ตอนนั้นยังไม่กล้าบุกเข้าไปเพราะเราต้องมั่นใจก่อน กลัวสามีจะด่าด้วย อีกอย่างเขาก็ไม่ชอบที่ไม่ให้เกียรติเขา เราก็ทำได้แค่พยายามเงียบ พยายามเก็บข้อมูลจนวันนึงมีเสื้อผ้าใหม่ๆ เสื้อผ้าแพงๆ ของแพงๆ กางเกงตัวละเกือบหมื่นมาส่งที่บ้าน เราก็ถามว่าใครซื้อให้ เขาบอกผ่อนกับรุ่นพี่ เราก็ถามว่ารุ่นพี่ผู้หญิง หรือผู้ชาย เขาบอกรุ่นพี่ผู้ชาย อ้วนๆดำๆตัวใหญ่ๆ เราก็ไม่ได้คิดอะไร เราโอเคและเชื่อ สักพักก็เริ่มมีเสื้อ มีของต่างๆมาส่งอีก เราก็ถามเขา เขาบอกว่าอ่อ อันนี้ซื้อต่อเพื่อนมา อันนี้รุ่นพี่เขาให้มา เราก็โอเค เราเชื่อคืนนั้นที่เกิดเรื่อง เขากลับบ้านมาประมาณตี 3 เราเห็นเขานอนดู TikTok สไลด์ไปเรื่อยๆ เราก็สงสัยว่าทำไมเขาสไลด์ TikTok แล้วกลับมาหน้าไลน์ แล้วกลับไปหน้าไลน์ แล้วก็กลับมาหน้า ไลน์อีก วนอยู่แบบนี้ ซึ่งเขาปิดเสียงแจ้งเตือน ด้วยความที่เราเก็บข้อมูลมาแน่นมากพอแล้ว เราเห็นทุกอย่าง รู้ทุกอย่าง จังหวะที่เขาเอี้ยวตัวมาหอมลูก เรากระชากมือถือ แล้ววิ่งเข้าไปในห้องน้ำ ล็อคประตูเลย ทีนี้ก็ไปดูในไลน์ว่าเขาคุยกับใครบ้าง ตอนแรกเราหาไม่เจอ เพราะเขาลบข้อความที่แชทข้อความหมด ลบทุกอย่าง แต่ด้วยความโชคดีของเรา ผู้หญิงทักไลน์เข้ามาพอดี เราก็เลยส่งคอนแทคของผู้หญิงคนนี้จากไลน์สามีเข้าเครื่องของเราสถานการณ์ข้างนอกคือเขานอนนิ่ง เก็บอาหาร หน้าตึง โกรธเรามากที่เราไปยุ่งของส่วนตัวของเขา แล้วเขาก็ลุกขึ้นแต่งตัว คว้ากุญแจรถ เราก็ถามว่าจะไปไหน เขาบอกว่า บอกแล้วใช่มั้ยว่าไม่ชอบให้ยุ่งของส่วนตัว เราก็ชิงกระชากกุญแจรถ แล้ววิ่งขึ้นรถ ล็อคตัวเองอยู่ในรถ เราก็โทรคุยกับผู้หญิงคนนั้น เล่าสารพัดความไม่ดีให้ฟัง เราถามว่าซื้อของให้สามีคนอื่นแบบนี้คืออะไร คิดอะไรกันหรือป่าว ผู้หญิงบอกว่าพี่ หนูไม่ได้คิดอะไร หนูเป็นคนเปย์เพื่อน เปย์ใครๆแบบนี้อยู่แล้ว คนเราไม่จำเป็นต้องมีเพื่อนสนิทเป็นเพศเดียวกันปะ? เราก็บอกว่าใช่ เพราะเราก็มีเพื่อนสนิทเป็นผู้ชายเหมือนกัน แต่ว่าคงไม่ได้สนิทกันถึงขั้นขนาดนี้ ไปไหนมาไหนด้วยกันสองต่อสอง บางครั้งเขาเอาผู้หญิงคนนี้ไปที่วงดนตรีอื่น แล้ววงอื่นก็รู้จักกับเราทุกคน เขาทำได้แค่มองหน้ากันแล้วแบบคืออะไร ทำไมทำแบบนี้ ก็ไม่มีใครอยากยุ่ง ไม่มีใครสะกิดบอก แต่เรารู้สึกด้วยเซ้นส์ของเราเองหลังจากนั้นลูกก็ร้อง เขาบอกว่าเดี๋ยวขอออกไปจัดการตัวเอง ไปเคลียตัวเองก่อน เดี๋ยวไม่กี่ชั่วโมงกลับมา แล้วเขาก็หายไปเลย จนถึงตอนนี้เกือบ 1 เดือนแล้ว เขาให้เราเตรียมเสื้อผ้าบางส่วนไว้ให้สำหรับใส่ทำงาน แต่พวกเสื้อผ้าอื่นๆ ใส่เล่น ใส่เที่ยวทั่วไปก็ยังอยู่ที่บ้าน แล้วทุกอย่างในบ้านยังอยู่ที่เดิม เหมือนตอนที่เขาอยู่ เรายังไม่ได้เก็บของให้ ช่วงที่เขาหายไปก็มีการติดต่อกันบ้าง แต่คุยไปเขาก็ทะเลาะ ซึ่งเราพยายามคุยดีๆว่ามีปัญหาอะไร ทำไมอยู่ๆถึงเป็นแบบนี้ เขาก็บอกว่าอยู่กับเราเขาไม่มีความสุข เราคอยตาม คอยเช็ค ไม่เป็นตัวของตัวเอง รู้สึกไม่เป็นอิสระ เราก็เลยบอกว่าเราเป็นภรรยาที่งี่เง่าน้อยมากนะ เราทำดีทุกอย่างเลย ทำหน้าที่ภรรยาที่ดี ทำหน้าที่แม่ของลูกที่ดี มาว่าเราแบบนี้เพื่อปกปิดความชั่วของตัวเองหรือป่าว เขาบอกเขาไม่ได้มีใคร แค่อยากอยู่ตัวคนเดียว อยากไปไหน ทำอะไรคนเดียว อยากมีอิสระ เราก็เลยถามว่า อ้าว แล้วอิสระที่พาผู้หญิงคนนี้ไปด้วยเกือบทุกคืนคืออะไร เขาก็ถามว่ารู้ได้ยังไง เราก็บอกว่าเราเห็น ซึ่งเราเห็นจริงๆ ก็เลยพูดได้ เขาไม่ยอมรับว่าเขาคบกัน หลังจากที่หนูจับได้เขาก็ล็อคหน้าจอมือถือ เปลี่ยนรหัสต่างๆ ทำอะไรไม่ได้เลยนอกจากเรื่องนอกใจ ความเป็นสามี ความเป็นพ่อของเขาก็โอเค แต่เขาก็ไม่ได้ซัพพอร์ตเรามากมาย ส่วนตัวเราทำธรุกิจส่วนตัว จะพูดว่าเรามีมากกว่าเขาก็ได้ และเราไม่เคยยุ่งเรื่องเงินทองของเขาเลย เขาทำงานมาก็เก็บทุกบาททุกสตางค์ มีบ้างที่เขาช่วยออกค่ากับข้าว ซื้อนั่นซื้อนี้ให้บ้างแต่เล็กน้อยมากกับสิ่งที่เราให้เขา และค่าใช้จ่ายของลูกเขาก็ช่วยรับผิดชอบน้อยมาก ขนาดแพมเพิสยังไม่เคยซื้อให้เลย มีแต่คุณยายซื้อให้หมด เราก็ไม่อยากให้เขาเอาเรามาเป็นภาระ ต้องมาช่วยจ่ายนู้นนี่ เราจ่ายได้ก็จ่าย แต่เขาก็ติดเงินคุณแม่ของเราด้วย และก่อนหน้านี้เขาก็เคยมีครอบครัว มีลูก และลูกคนแรกเขาก็ไม่เคยส่งเสียล่าสุดเขาบอกว่าจะไม่กลับมาเป็นครอบครัวแล้ว ตอนนี้เขาไม่อยากเจอหน้าเรา หลบหน้าเรา อย่างเมื่อวันวาเลนไทน์ที่ผ่านมาเราต้องไปฝากท้อง ซึ่งเราก็บอกเขาไปแล้ว แต่เขาก็ไม่มา ถามว่าเราสามารถเลี้ยงลูกเองได้มั้ย เราสามารถเลี้ยงได้ และเราก็ยังมีพ่อแม่ที่คอยซัพพอร์ตเราอยู่ข้างหลังด้วย เราทั้งเจ็บ ทั้งจุก เพราะลูกเคยนอนกอดเขาทุกวัน แต่วันนี้เขาเลือกที่จะทิ้งเรากับลูกๆไป เพราะผู้หญิงหนึ่งคน เพราะความโลภ ความเห็นแก่ตัว เห็นแก่ได้ของเขา ถ้าวันหน้ากลับมาเราก็คงไม่เอาแล้ว เพราะในเมื่อวันที่เราต้องการเขา วันที่เราร้องไห้หาเขา เขากลับที่จะทิ้งเราไปอยากถามพวกพี่ๆดีเจว่า จะใช้ชีวิตต่อไปยังไงดี? เพราะลูกก็ถามหาพ่อ คนรอบข้างทุกคนก็ถามว่าสามีไปไหน ซึ่งทุกครั้งที่มีคำถามพวกนี้มันแทงใจมากๆ แต่คนที่ถามแทงใจที่สุด คือลูก ลูกจะถามคุณแม่ว่าปะป๊าไปไหน ทำไมปะป๊าไม่มาหาหนู...3 ดีเจให้คำปรึกษากับ “คุณก้อย (นามสมมุติ)” ว่า ‘ก้อยแค่เจอผู้ชายที่ไม่ดี เขาไม่เหมาะที่จะเป็นสามี หรือเป็นพ่อ แยกย้ายกันถูกแล้ว สิ่งใดที่มันเกิดขึ้นแล้วมันดีเสมอแหละ ครบครัวที่มีครบ มันไม่เท่ากับครอบครัวที่สมบูรณ์ การที่เราจะเป็นทั้งพ่อและแม่ มันไม่ใช่เรื่องยาก แค่ให้ความสุขเขา และสิ่งสำคัญที่สุดในชีวิตคือเงิน ตอนนี้เรามีทั้งลูก ทั้งครอบครัว ส่วนใครที่เป็นภาระเรา ไม่ว่าจะเป็นภาระทางด้านการเงิน แถมภาระทางใจอีก อยู่กับคนนี้แล้วมันไม่ได้มีความสุขที่แท้จริง การที่เขาเดินออกจากชีวิตเราไป ถ้าเขาไม่ได้รักเราแล้ว การเริ่มต้นใหม่ของก้อยจะเป็นการเริ่มต้นการนับ 1 ของความสุขแล้ว มันเป็นข้อดีมากเลยนะที่ผู้ชายแบบนี้ออกไปจากชีวิตเราความสุขคนเรามันไม่เหมือนกัน ความสุขของคนบางคนอาจจะมีครอบครัวสมบูรณ์ แต่ความสุขของคนบางคนคือการตัดใครบางคนที่ไม่รักเราออกจากชีวิต มันอาจจะทำให้ชีวิตมีความสุขมากกว่านี้ การที่เขาตัดก้อยและลูกๆออกไป เขารู้สึกว่าสิ่งเหล่านี้คือภาระสำหรับเขาเหมือนกัน และแปลว่ามันไม่ได้มีค่าสำหรับเขา เพราะฉะนั้นไม่จำเป็นเลยที่ต้องคิดถึงคนๆนึงที่เดินออกไปแล้วโชคดีที่ลูกยังอยู่ในวัยที่สามารถลืมได้ ถ้าเป็นไปได้อนาคตเลือกโรงเรียนดีๆให้กับเขา แต่ไม่จำเป็นต้องเป็นโรงเรียนนานาชาติ ขอแค่เป็นโรงเรียนที่ดี เพราะโรงเรียนจะสอนเขาเกี่ยวกับเรื่องพวกนี้กับเด็กๆ แล้วของแบบนี้ไม่ต้องรีบไปฝังหัวลูกว่าพ่อเป็นคนแบบไหน แต่วันนึงเมื่อลูกโตขึ้น เราค่อยๆคุยกับเขา เดี๋ยวเขาจะเข้าใจทุกอย่างเองและอีกอย่างนึงที่เขาจะรับรู้ได้เลยว่าแม่คือทุกสิ่งทุกอย่างถามว่าจะใช้ชีวิตยังไง ก้อยต้องรักตัวเองให้มากพอก่อน แล้วความรักนั้นจะส่งต่อถึงลูก ถึงคนรอบข้าง เอาชีวิตของเราเป็นที่ตั้งและมูฟออน ความสุขของลูกให้มันอยู่ที่ก้อย ถ้าวันนึงมีความสุขแล้ว เขาจะกลับมา จำไว้ว่าอย่าเอาความทุกข์กลับเข้ามาอีก...เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

สาวข้องใจ... โทรปรึกษา และ ขอถามความเห็นจากทุกคน ถ้าเจอ ‘กิ๊กเก่า’ ของแฟนเรา ในร้านอาหาร ทุกคนจะทำยังไงคะ? ระหว่าง “เดินเข้าไปนั่งกิน สู้หน้าไปเลย” กับ “เดินออกมาจากร้าน” แล้วถ้านั่งกินจะทำตัวยังไง? หรือ เดินออกมาแล้วจะดูแพ้ไหม?

15 พ.ค. 2023

สาวข้องใจ... โทรปรึกษา และ ขอถามความเห็นจากทุกคน ถ้าเจอ ‘กิ๊กเก่า’ ของแฟนเรา ในร้านอาหาร ทุกคนจะทำยังไงคะ? ระหว่าง “เดินเข้าไปนั่งกิน สู้หน้าไปเลย” กับ “เดินออกมาจากร้าน” แล้วถ้านั่งกินจะทำตัวยังไง? หรือ เดินออกมาแล้วจะดูแพ้ไหม?

“คุณเอ (นามสมมติ)” สายที่สามในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (10 พ.ค. 66) ได้โทรเข้ามาปรึกษา ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม เกี่ยวกับปัญหา โดย “คุณเอ (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘ก่อนหน้านี้หนูไม่ได้อยู่กับแฟน คืออยู่คนละที่กัน แฟนก็นอกใจหนู แอบไปคุยกับคนอื่น แล้วผู้หญิงก็มาหาแฟนที่ห้องตลอด แต่แฟนก็ยังคุยกับหนูปกติ มาหาหนูปกติเลย แต่ตอนนี้เขาเลิกคุยกันแล้ว วันนี้ที่โทรมา อยากถามพี่ๆดีเจว่า ถ้าเราไปร้านอาหาร แล้วเจอคนที่เคยเป็นกิ๊กเก่าของแฟน เราจะเดินเข้าไปทานอาหารปกติ หรือจะเดินออกเลย...?เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

คบแฟนมา 5 ปี รู้อีกที... เป็นเมียคนที่ 4 ไม่ทันตั้งตัว ผู้ชายขอไปๆมาๆ หาเมียคนที่ 1 คนที่ 2 เพราะมีลูกด้วยกัน ตอนนี้หนูตัดสินใจถอยออกมาจากบ้านเขาแล้ว... แต่ยังกลัวตัวเองจะใจอ่อนกลับไปหาเขา ถ้าเขาตามมาของ้อ

19 พ.ค. 2023

คบแฟนมา 5 ปี รู้อีกที... เป็นเมียคนที่ 4 ไม่ทันตั้งตัว ผู้ชายขอไปๆมาๆ หาเมียคนที่ 1 คนที่ 2 เพราะมีลูกด้วยกัน ตอนนี้หนูตัดสินใจถอยออกมาจากบ้านเขาแล้ว... แต่ยังกลัวตัวเองจะใจอ่อนกลับไปหาเขา ถ้าเขาตามมาของ้อ

“คุณเอ็ม (นามสมมติ)” อายุ 24 ปี สายแรกในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (17 พ.ค. 66) ได้โทรเข้ามาปรึกษา ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม เกี่ยวกับปัญหาความสัมพันธ์กับแฟน โดย “คุณเอ็ม (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘หนูคบกับผู้ชายคนหนึ่งมา 5 ปีแล้ว คบกันตั้งแต่หนูอายุยังไม่ถึง 20 เลย อายุเราสองคนห่างกัน 18 ปี แต่หนูมารู้ตัวอีกทีก็เป็นเมียที่ 4 ของเขาแล้ว ซึ่งช่วงปีแรกๆ หนูไม่รู้อะไรเลย มารู้ก็ช่วงคบกันได้ประมาณ 2 ปีกว่า ตอนที่คบกัน หนูอยู่บ้านเขา เราอยู่ด้วยกันจนไม่มีอะไรให้เอะใจเลย แต่หนูรู้ว่าเขามีลูก เขาบอกเลิกกันแล้ว แต่ต้องติดต่อกับแม่ของลูกตลอด ซึ่งเวลาคุยกันเขาจะคุยต่อหน้าหนู และจะคุยกันแต่เรื่องลูก ในระหว่างที่เขาอยู่กับหนู เขาไม่เคยไปหาลูกเลย วันนั้นหนูทำงานร้านเหล้าแห่งหนึ่ง แล้วก็ไปเจอแฟนคนที่ 3 ของเขา เดินมาคุยกับหนู แล้วถามหนูว่าคุยกับคนนี้อยู่หรอ? หนูก็บอกว่าคุย พอกลับมาถึงบ้านหนูก็ไปถามแฟนหนูว่าคนนี้เขาเป็นใคร ยังไง เขาก็ยอมรับมาว่าเขามีแม่ของลูก 2 คน แล้วลูกอายุเท่ากันด้วย ห่างกันไม่กี่เดือน ก่อนที่เขาจะเอาหนูมาอยู่บ้านด้วย เขาก็เคยอยู่กับคนที่ 3 เหมือนกัน แต่อีก 2 บ้านแรกเขาไม่ได้อยู่ด้วยกัน คนที่ 3 ของเขาอยู่จังหวัดเดียวกัน แต่คนละอำเภอ หนูก็ไม่เคยรู้ว่ามีคนนี้อยู่ ซึ่งช่วงที่แฟนมาเจอหนู คนที่ 3 เขาไปอยู่ต่างจังหวัด ในระหว่างที่อยู่กับหนูหลายๆเดือน แฟนหนูไม่มีการบินไปหาหรือติดต่อกันเลย จนผู้หญิงคนที่ 3 เขากลับมาแล้วมาเจอหนูว่าหนูไปเฝ้าผู้ชายคนนี้ ซึ่งแฟนหนูเขาก็ทำงานสถานบันเทิงเหมือนกัน เขาไม่เคยเลิกกันเลย เขาบอกกับหนูว่าจะเคลียร์กับทุกบ้านให้ เขาขอรับผิดชอบแค่ลูกของบ้านแรกกับบ้าน 2 แล้วเขาก็ไปเคลียร์กับคนที่ 3 ให้จริงๆ เพราะคนที่ 3 เขามาโวยวายใส่หนู แต่ 2 บ้านแรก หนูก็ไม่ได้อะไร เพราะคิดว่าเขาไม่ได้ติดต่อกัน เพราะหนูอยู่บ้านกับเขาตลอด แทบจะ 24 ชั่วโมง ตอนแรกหนูก็ไปๆมาๆ บ้านหนูกับบ้านเขา แต่ครอบครัวหนูค่อนข้างท็อกซิกนิดนึง หนูก็เลยไม่อยากอยู่บ้าน ส่วนมากก็ใช้ชีวิตที่บ้านเขา หลังจากที่รู้ได้ไม่นาน หนูเข้าโทรศัพท์เขาได้ตลอด แต่เขาไม่รู้ แล้วมีช่วงนึงที่เขาขอไปนอนบ้านแรก เขาบอกเหมือนลูกอยากอยู่กับเขา ซึ่งหนูก็มารู้ทีหลังเหมือนกันว่า บ้านแรกเขาจดทะเบียนและก็ยังไม่ได้หย่ากันด้วย เหมือนบ้านแรกเขาก็รู้ว่าผู้ชายอยู่กับผู้หญิงอีกคนนึง แต่เขาไม่รู้ว่าหนูคือใคร หนูก็โอเค ให้เขาไปได้ หนูเชื่อใจเขา เพราะลูกเขามาอยู่กับหนูก็ไม่ได้ หลังจากนั้นทุกวันศุกร์ เสาร์ อาทิตย์ เขาก็ไปนอนบ้านแรกทุกสัปดาห์ จนมีอยู่วันนึง หนูเข้าไปเช็คโทรศัพท์เขา หนูเห็นว่าบ้านแรกส่งที่ตรวจครรภ์มาให้เขาดูว่าท้องอีกรอบนึง หลังจากที่หนูรู้ หนูก็นิ่งมาตลอด ไม่เคยถามอะไรเขา หนูนั่งนับเดือนตลอดว่าจะคลอดเดือนไหน จนถึงเดือนที่ใกล้จะคลอด หนูก็คุยกับเขาว่าสรุปจะเอายังไง จะคลอดวันไหน เขาก็อึ้งไปเลย คือ เขาไม่รู้ว่าหนูรู้เรื่องนี้ เขาคิดว่ามีคนมาบอกหนู แล้วเขาก็ยอมรับและบอกว่าเดี๋ยวจะคลอดเร็วๆนี้แล้ว หนูก็เลยถามไปว่าแล้วจะเอายังไง จะให้หนูอยู่ต่อยังไง หนูอยู่ต่อไม่ได้... เขาก็บอกว่าเขาเคลียร์กันแล้ว ผู้ชายจะเอาลูกคนเล็กมาเลี้ยง แล้วให้ผู้หญิงเอาลูกคนโตไป หนูก็เชื่อเขาอีก ถ้าเขาจะเอาลูกมาเลี้ยง หนูก็ยินดีและเต็มใจ เขาบอกว่าเขาขอโทษ เขาพลาด ไม่ได้มีอะไรกันมานานแล้ว พลาดครั้งเดียว มันก็ดันติดเลย ตอนนี้หนูก็เลยคุยกับเขา แล้วก็โอเคกัน จนถึงวันที่ผู้หญิงคนนั้นคลอด เขาก็พาไปส่งและจนถึงตอนนี้ 2 ปี จะ 3 ปีแล้ว เขาก็ไม่ได้กลับมาอยู่บ้านกับหนูอีกเลย แต่ก็ยังคุยกัน เขาแค่ไม่กลับมานอนบ้านด้วยกัน หนูก็ยังอยู่บ้านเขา ตอนนี้ชีวิตหนูเหมือนมีจุดเปลี่ยนอะไรหลายๆอย่าง ทุกวันนี้หนูตื่นมาไม่มีความสุขเลย แล้วก็เป็นโรคซึมเศร้าด้วย เราได้เจอกันแค่ตอนเขาเลิกงานวันละ 1 ชั่วโมงเอง บางวันก็ไม่ได้เจอ แค่เวลากินข้าวด้วยกันยังไม่มีเลย เขาให้เหตุผลว่าเขาต้องช่วยดูลูกฝั่งนู้น เพราะผู้หญิงไม่ให้ลูกมาเลี้ยง ในระหว่าง 2 ปีนี้เราก็ยังมีอะไรกับเขา เขาก็ยังวาดฝันให้หนูว่าจะกลับมาอยู่ด้วยกัน จะสร้างนั่น สร้างนี้ด้วยกัน จนสุดท้ายมาถึงทุกวันนี้ไม่มีอะไรเลย ตอนนี้หนูเก็บเสื้อผ้ากลับออกมาอยู่บ้านหนูแล้ว แต่ทุกครั้งที่ทะเลาะกัน เขาจะชอบพูดว่าถ้าหนูเจอคนใหม่ที่ดีกว่า หนูไปได้เลยนะ แต่พอทุกครั้งที่หนูจะไปจริงๆ เขาจะมาดึงหนูกลับไปตลอด แล้วหนูก็กลับไปกับเขา ล่าสุดเขาโทรมาแต่หนูไม่ได้รับ ส่งข้อความมาหนูก็ไม่ได้อ่าน หนูพยายามใจแข็งมากจริงๆ แต่หนูกลัวว่าถ้าวันนึงเขาจะมาหาหนู แล้วเจอหน้ากัน หนูกลัวจะใจอ่อน... 3 ดีเจก็ได้ให้คำปรึกษา โดยเริ่มจาก “ดีเจเติ้ล” : สมมุติถ้าเราดิ่งแล้วเค้ากลับมาวิธีแรกเลย คือ เอ็มต้องคิดว่าโหตั้งแต่จับได้จนถึงตอนนี้ มันคือชีวิตของเอ็มที่เสียเวลาไปโดยที่ไม่ได้อะไรกลับมาเลย จากความทุกข์ใจที่เอ็มต้องรอคนคนนึงอยู่ ไม่มีคำตอบ ไม่มีอะไรให้เราทั้งสิ้น เอาเราไปแขวนไว้ตรงนั้น เหมือนกับเราเป็นอะไรก็ไม่รู้ จะมาก็มา จะไปก็ไป ตอนนี้คำสัญญาของเขา มันคือคำโกหกหลอกลวง เขาไม่ทำจริงหรอก เค้าเคลียร์ก็คงเคลียร์ไปตั้งแต่ตอนนู้นแล้ว มันชัดเจนตั้งแต่ที่บอกเอ็มว่าจะไปดูแลลูกแต่ก็ไปเผลอมีอะไรกันกับเมียคนแรก จนมีลูกอีกรอบ เค้าคงเห็นหนูเป็นแค่ชู้ทางใจ เค้าให้ค่าหนูเท่านี้แหละ เพราะฉะนั้นถ้าเค้าจะดึงให้หนูกลับมาอีกหนูต้องคิดแล้วนะ ว่าถ้าหนูกลับไปหนูก็จะต้องกลับไปเป็นแบบเดิม เวลาที่เหลือในชีวิตหนูอ่ะ หนูอยากจะเห็นตัวเองเป็นแบบนี้ไปเรื่อยๆ จนถึงเมื่อไหร่ ตอนเนี่ยไม่มีใครที่จะพาตัวหนูออกมาได้เลย เพราะถ้าหนูกลับไปมันก็เป็นตัวหนูที่เลือกกลับไปเอง ซึ่งมันก็จะไม่มีจุดสิ้นสุดเลย เพราะยังไงเค้าดูก็เป็นคนที่ไม่ปล่อยหนูอยู่แล้ว อย่างที่สอง คือ อยากให้หนูคิดในมุมที่ว่า ตอนนี้มีพ่อกับแม่ที่ต้องการหนู ซึ่งเป็นสิ่งที่เราจะต้องทุ่มเทแรงกายแรงใจทุกอย่างเพื่อดูแลเขา ซึ่งนั่นก็เป็นสิ่งที่หนักหนาสำหรับชีวิตเราแล้วแหละ แต่ถ้าหนูยังจะมีผู้ชายคนนี้อีก มันก็จะเป็นสามเด้งเลยนะ หนูจะเอาเวลาไหนไปเติบโตในชีวิตอ่ะ หรือไปมีชีวิตที่มันดีขึ้นกว่านี้และระหว่างทางที่หนูมีคนมารู้จัก หนูลองเปิดใจดูก็ได้นะ เผื่อมันจะมีคนดีๆที่เขาเข้ามาแล้ว เขาจะไม่ใช่คนแบบนี้ แล้วทำไมเราจะต้องเสียดายคนดีๆที่มีโอกาสรู้จักไป เพราะผู้ชายแบบนี้ ซึ่งจริงๆแล้วเค้าลากหนูไปไม่ได้นะ ถ้าหนูไม่กลับไปเอง สุดท้ายมันเป็นขาของหนูสองขาที่เดินตามเขากลับไปเอง เพราะฉะนั้นถ้าหนูรู้ตัวแล้วมันก็เป็นขาของหนูเองที่จะอยู่กับบ้านไม่ออกไปกับเขา... “ดีเจต้นหอม” : เอ็มต้องยอมรับความจริงก่อนว่านี่มันไม่ใช่ความรัก ที่ได้อยู่ มันเป็นความจริงที่ไม่มีวันเปลี่ยน คนรักกันไม่ทำกันอย่างนี้อยู่แล้ว ดูจากพฤติกรรมที่เรามาผู้ชายคนเนี้ยไข่ไปทั่ว แล้วก็เอาไปทั่ว ในจังหวะที่เมียกำลังท้องก็ไปมีอะไรกับอีกคนนึง เอ็มก็บอกเองว่าในขณะที่อยู่กับเอ็มเค้าไม่เคยไปดูลูกเลย แสดงว่าความรับผิดชอบของผู้ชายคนนี้ก็ไม่ได้ดีเลย แต่ในวันนี้คงไปตกลงไปดิวอะไรกับเมียซักอย่างนึง เมียถึงต้องยื่นคำขาดมาว่าต้องอยู่บ้านเลี้ยงลูก เค้าก็เลยให้เอ็มได้แค่นี้ และการได้อยู่บ้านเขามันไม่ใช่สิทธิพิเศษนะ มันแค่ผู้หญิงคนอื่น ไม่ได้มาอยู่เพื่อเฝ้ารออะไรแบบนี้อยู่แล้ว แต่เอ็มอยู่รอ ในวันนี้เป็นเรื่องที่ดีนะที่เอ็มตัดสินใจว่า จะไม่ใช่ผู้หญิงคนนั้นอีกแล้ว มีทางไป ซึ่งสิ่งที่สำคัญที่สุดในชีวิตเอ็มไม่ใช่เรื่องผู้ชายแต่คือเรื่องเงิน แนะนำให้เปลี่ยนโฟกัสเลย ผู้ชายเอาปัญหาเค้ามาถ่วงอีก เขาก็ไม่ได้เข้ามาให้ความรัก ไม่ได้เข้ามาเป็นแบตเตอรี่ ไม่ได้เข้ามาชาร์จแบตให้ที่ทำให้มี energy หรือรู้สึกดีขึ้น แถมยังทำให้เป็นโรคซึมเศร้าอีก เขาคือภาระ เขาคือมะเร็ง เขาจะก้าวเข้ามาในชีวิตเราไม่ได้แล้ว บล็อกทุกอย่าง แล้วเวลาดิ่งเขาไม่ได้อยู่ช่วยแก้ปัญหา เพราะคนนี้คือคนที่ทำให้เราดิ่งลงไปอีก มันไม่มีทางแบบเติมน้ำให้เต็มในทะเลทราย ซึ่งผู้ชายคนนี้ไม่ใช่โลกทั้งใบของเอ็ม แต่เป็นถังขยะ เอาตัวเราไปอยู่ในที่ที่ถูกต้องดีกว่า โฟกัสวันนี้คือเรื่องงาน เรื่องเงิน คิดว่าวันนี้เราจะทำยังไงให้ได้เงิน ทำยังไงให้สภาพ การเป็นอยู่ของเรามันดีกว่านี้ แล้วมันอาจจะมีคนเข้ามาในชีวิตเอ็มอีกแหละ ให้ระวังในวันที่เราเป็นโรคซึมเศร้า คนที่เข้ามาอาจจะทำให้เราดิ่งอีก วิธีการ คือ อย่าเอาชีวิตตัวเองไปฝากไว้กับคนอื่น เราจะเริ่มมีใครซักคนนึงอาจจะแบบใจเย็นๆ คือ รอดูว่าให้เขามาเป็นกำลังใจซึ่งกันและกัน แต่ถ้ารู้สึกว่าไม่ใช่ละ แนะนำให้เช็คบิลเลย เราไม่เอา ถ้าวันนี้ตัดสินใจแล้วว่าจะออกมา ขั้นแรกคือบล็อก เมื่อไหร่ก็ตามที่เห็นข้อความเขาขึ้นอยู่ จนรู้สึกว่าเนี่ยเค้ามาตามง้อละ มันเป็นการหลอกตัวเองเข้าข้างตัวเองว่าตัวเองสำคัญ ทั้งๆที่ผ่านมาไม่เคยสำคัญเลย แต่เราแค่ปิดประตูความจริงอยู่ เพราะการกระทำเค้ามันชัดมาก คนเป็นแฟนกันหายหัวไปเดือนนึง คนเป็นแฟนกัน มันต้องรู้แล้ว เราต้องรู้แล้วว่าเราไม่ได้สำคัญ แต่นี่หายหัวไปสองเกือบสามปี หล่อเลี้ยงด้วยการมาเจอกันวันละ 1 ชั่วโมง คนรักกันไม่ห่างกันขนาดนั้นอยู่แล้ว ให้มันเจ็บแล้วมันจบ เพราะไม่งั้นมันมูฟออนหรือเริ่มต้นใหม่ไม่ได้ การที่เราเป็นโรคซึมเศร้าเพราะใครคนหนึ่งที่ไม่ได้รักเรามันสุดมากแล้วนะ จะป่วยทั้งที ก็ป่วยกับคนที่มันสมควรที่ทำให้เราเจ็บหน่อยดิ เพราะเท่าที่ฟังมาไม่มีอะไรดีเลย แต่วันนี้เริ่มต้นใหม่ได้อ่ะ ถ้าลุกขึ้นได้เร็ว ก็วิ่งได้เร็ว คิดซะว่าถึงแล้วต้องวิ่งละ จะไม่ย่ำอยู่กับที่ หมดเวลาละ ปาดน้ำตา ปัดมาสคาร่าออกไปหาแขกเราต้องการเงินค่ะ... “ดีเจเผือก” : พี่ไม่รู้สึกถึง ความมั่นคง ความมั่นใจ ความเด็ดเดี่ยว ที่จะพาตัวเองออกจากสถานการณ์นี้เลย มันชัดเจนไปหมดเนอะ คนๆหนึ่งที่ผ่านความรักมา 4 เมีย มันไม่น่าจะใช่คนที่เราเห็นได้บ่อยๆ อันนี้เค้าพาตัวเองมาถึงจุดที่มี 4 เมียได้ ปัญหาของเมียแต่ละคนก็เยอะแยะไปอีก ถ้าเป็นคนอื่นเค้าคงพยายามถามหาข้อดีว่าอะไรที่ทำให้เราทนอยู่กับคนๆนี้ได้ เสียทั้งเวลา เสียทั้งสุขภาพกาย สุขภาพจิต และวันนี้ที่เอ็มโทรมา เอ็มไม่ได้มีพลังพอที่จะพาตัวเองออกมาจากจุดนั้นได้ มันเพราะอะไร คงจะไม่ใช่เรื่องของเหตุผลแล้ว เพราะถ้าวันนี้เราคุยกันด้วยเหตุผล มันไม่มีข้อดีเลยนะ เพราะถ้ามันเป็นเรื่องของเหตุและผล เอ็มทำความเข้าใจกับมันได้ เอ็มคงเดินออกไปนานแล้ว ถ้าการอยู่ใกล้แล้วมันห้ามใจตัวเองไม่ได้ การพาตัวเองไปอยู่อีกที่ก็เป็นทางออกที่ดี ซึ่งพี่ก็เห็นด้วยว่าชีวิตของเอ็มปัญหามันรุมเร้าเหลือเกิน ชีวิตคนเรามันจะมีปัญหาที่เลี่ยงไม่ได้ และเราก็ต้องเผชิญมันในทุกๆวัน แต่มันมีปัญหาที่เอ็มเลี่ยงได้ กับการพอสักทีกับผู้ชายคนนี้ เอ็มหยุดมันได้ แต่เหมือนกับเอ็มไม่ยอมให้ตัวเองออกจากปัญหานี้ คนเราต้องหัดเอาปัญหาออกจากตัวเอง และเราก็เห็นๆกันอยู่ว่าเราสามารถหยุดมันได้ และไม่มีใครมาดึงใครทั้งนั้น เห็นแค่ว่าเค้ากวักมือเรียกเราก็พร้อมที่จะกลับไปหาเขาแล้ว หลังจากนี้ก็เป็นกำลังใจให้ในสิ่งที่ตั้งใจทำให้มันสำเร็จ ไปตั้งหลักที่อื่นยังไงก็ลองดูสักตั้ง ถ้าใจเรามันอ่อนก็ให้เทคโนโลยีช่วย โดยการบล็อกเขาซะ ถ้าวันไหนที่ไม่มีสติก็ย้อนกลับมาฟังสิ่งที่ตัวเองพูดกับพวกพี่ในวันนี้แหละ....เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

สาวรอแฟนมารับ กลับจากงานศพเพื่อนสนิท คืนนั้นมีเบอร์แฟนโทรมาหาตอนตี 3 แต่เป็นสายจากเพื่อนบ้าน บอกว่า ‘แฟนเราเสียชีวิตแล้ว’...

24 มี.ค. 2023

สาวรอแฟนมารับ กลับจากงานศพเพื่อนสนิท คืนนั้นมีเบอร์แฟนโทรมาหาตอนตี 3 แต่เป็นสายจากเพื่อนบ้าน บอกว่า ‘แฟนเราเสียชีวิตแล้ว’...

ช็อคเรื่องไหนก่อนดี? สาวรอแฟนมารับ กลับจากงานศพเพื่อนสนิท คืนนั้นมีเบอร์แฟนโทรมาหาตอนตี 3 แต่เป็นสายจากเพื่อนบ้านบอกว่า ‘แฟนเราเสียชีวิตแล้ว’ รู้เพราะมีเพื่อนแฟนมาปลุกให้ไปช่วยดู มารู้ทีหลังว่าเพื่อนคนนั้น เป็นผู้หญิง ทำงานที่เดียวกับแฟน...และแอบมานอนกับแฟนเรา ที่สำคัญเค้ามีสามี แต่งงานมาแล้ว 8 ปี ทำเอา 3 ดีเจอึ้งกันทั้งห้องจัด! เมื่อ “คุณอุ้ย (นามสมมุติ)” อายุ 36 ปี สายแรกในรายการพุธทอล์ค พุธโทรเมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (22/03/2023) ได้โทรเข้ามาปรึกษา ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล – ดีเจต้นหอม เกี่ยวกับปัญหาแฟนเสียชีวิตแต่มีเรื่องที่มารู้ทีหลัง โดย “คุณอุ้ย (นามสมมุติ)” ได้เล่าว่า ‘คบกับแฟนมา 3 ปี จะเข้าปีที่ 4 แล้ว ระหว่างที่คบกันก็สร้างครอบครัว ซื้อบ้านด้วยกันมา ซึ่งเมื่อช่วงปลายปีที่แล้ว เรามีปัญหาทะเลาะกันบ่อย หนูก็กลับไปอยู่บ้านตัวเอง แต่เราก็ยังไม่ได้เลิกกัน ยังคุยกันทุกวัน เขาก็มารับพาไปนู้นไปนี่ตลอด ไปกินข้าวด้วยทุกอาทิตย์ เจอกันเหมือนเดิม ใช้ชีวิตเหมือนแฟนกันปกติ แต่เราแค่ห่างกันเพื่อปรับ เมื่อวันที่ 18 กุมภาที่ผ่านมา เพื่อนสนิทของเราเสียชีวิต แฟนเราก็ยังขับรถพาไปเดินเรื่องที่เพื่อนเสียให้อยู่เลย ทีนี้เราจะต้องไปต่างจังหวัดเพื่อไปร่วมงานศพเพื่อนคนนี้ แฟนเราก็ไปด้วย แต่พอเสร็จพิธี เราจะกลับแล้วแต่พ่อของเพื่อนยังไม่อยากให้เรากลับ เขากลัวบ้านเหงาก็เลยขอให้เราอยู่ต่อ เราก็นัดกับแฟนว่าให้มารับเราวันเสาร์ หลังจากนั้นแฟนก็เลยขับรถกลับบ้าน แต่เราก็ยังคุยโทรศัพท์กันปกติ วันศุกร์เขาก็ยังส่งคลิปรายการพุธทอล์ค พุธโทรมาให้เราดูอยู่เลยว่าคลิปนี้ตลกนะ แต่พอวันเสาร์ เวลาประมาณตี 3.49 น. เบอร์ของแฟนก็โทรเข้ามา แต่คนที่โทรมาเป็นผู้หญิง ซึ่งเป็นเพื่อนบ้านของเรา เขาแจ้งว่าแฟนเราเสียแล้ว เราถามเขาว่ารู้ได้ไง เขาก็เลยบอกว่าเพื่อนของแฟนเราวิ่งไปปลุกเขา ไปกดออดที่บ้านเรียกเขาให้ไปดูแฟนเราหน่อย เหมือนแฟนเรานอนละเมอแล้วปลุกไม่ตื่น แต่ตอนที่เพื่อนบ้านเข้ามาในบ้านเรา ขึ้นไปบนห้องนอนก็เห็นว่าแฟนเราหยุดหายใจไปแล้ว จริงๆบ้านหลังนั้นแฟนเราอยู่คนเดียว แต่เราเข้าใจว่าเพื่อนของแฟนคงไปสังสรรค์แล้วนอนค้างที่บ้าน เพราะเป็นเรื่องปกติที่เพื่อนเขามานอนค้าง พอเพื่อนบ้านโทรมา เราก็เลยขอคุยกับเพื่อนแฟน เพราะเราอยากรู้อาการว่าเป็นอะไร ยังไง กลับกลายว่าเพื่อนที่ไปอยู่กับเขาเป็นผู้หญิง แล้วก็อยู่กันสองคนในห้องนอนของเรา ตอนนั้นเราช็อค ไม่อยากถามอะไรมาก เราเป็นห่วงแฟน จนสักพักพยาบาลโทรมาหาเราบอกว่าตอนนี้เขาปั้มหัวใจไปได้ 20 นาทีแล้วนะ เหลืออีก 10 นาที ถ้ายังไม่กลับมาเขาจะทำการหยุดปั้มหัวใจ เขาก็รายงาน บอกเราตลอด เราก็รีบกลับมาที่บ้านเลย พอกลับมาถึง ศพก็ถูกเคลื่อนย้ายไปชันสูตรที่โรงพยาบาลแล้ว และทางญาติแฟนก็เอาศพกลับบ้านเกิด เราก็ข้องใจเลยโทรไปหาผู้หญิงคนนั้น แล้วก็ถามว่าเขาเป็นอะไรกัน คบกันหรือเปล่า ถ้าเป็นแฟนกันบอกพี่ได้นะ พี่จะขอไปงานศพแค่วันเผาวันเดียวเพื่อไปอโหสิกรรมให้เขา ผู้หญิงก็บอกว่าหนูไม่ได้เป็นแฟนกัน ไม่ได้เป็นอะไรกัน หนูเป็นเพื่อนกันค่ะ เราก็บอกว่าเป็นเพื่อนกันเอากันไม่ได้นะหนู เพราะเขาเล่าให้เราฟังว่า เขานัดเจอกัน ไปกินข้าวด้วยกันแล้วก็มีอะไรกัน เผลอหลับไป และก็เกิดเรื่อง เรามาเปิดดูกล้องวงจรปิดในบ้านย้อนหลัง เราเห็นตอนที่ผู้หญิงเข้ามาในบ้านเรา เขาก็กลัวคนอื่นจะรู้ คือนั่งเบาะหลังคนขับมา แล้วตอนเข้าบ้านก็เอารองเท้าเข้ามาซ่อนในบ้าน ปิดเงียบทุกอย่าง ไม่ให้ใครรู้ แล้วอีกคลิปก็เหมือนเขานอนดูหนังอยู่ด้วยกันบนโซฟา แฟนเรานอนดูหนังจริงๆ ไม่ได้กอด หรือหอมผู้หญิงคนนั้นเลย แต่ผู้หญิงพยายามกอด พยายามหอมแฟนเรา กลิ้งนอนทับตัวไปมา เราไม่รู้ว่ามันนานแค่ไหนแล้ว แต่เราเจ็บมาก ซึ่งผู้หญิงคนนี้เป็นเพื่อนร่วมงานกับแฟนเรา เขาบอกว่าเขาก็หวังว่าแฟนเราจะเลือกเขา เขารู้มาตลอดว่าแฟนมีเรา แต่เราไม่เคยรู้เลยว่าแฟนมีเขา ตอนแรกที่เราทะเลาะกัน เราก็เคยบอกว่าถ้าจะมีใครใหม่ให้บอกกันนะ แต่แฟนเราเขาเป็นคนบอกเองว่าไม่เอา ไม่เลิก เราห่างเพื่อปรับกัน เรายังคบกันอยู่นะ เราก็เลยคิดว่ามันเป็นแบบนั้นมาตลอด และหลังจากวันที่แฟนเราเสียชีวิต โทรศัพท์ของแฟนก็อยู่ที่เรา แล้วผู้หญิงคนนั้นก็ทักแชทไลน์มาหาแฟนเราว่าคิดถึงจังเลย เราก็ตอบกลับไปบอกว่าโทรศัพท์อยู่กับพี่นะ เขาบอกว่าเขาขอคลิปตอนที่ช่วยชีวิตแฟนเราหน่อยได้มั้ย เขาคิดถึง คือเพื่อนบ้านเขาถ่ายคลิปเป็นหลักฐานไว้ว่าเขามาช่วยนะ เราก็เลยบอกว่าเอาเบอร์พี่ไปนะ แอดไลน์พี่มา เดี๋ยวส่งให้ทางเครื่องของพี่ เพราะเครื่องนี้มันส่งยาก แล้วเราก็ส่งให้ปกติ และเราก็บอกกับเขาไปว่าตอนนี้พี่ยังคุยกับหนูไม่ได้ทุกเรื่องนะ เพราะพี่ยังทำใจไม่ได้ พี่ยังสับสนอยู่ ซึ่งช่วงนั้นเป็นช่วงที่เรากำลังตัดสินใจว่าเราจะไปงานศพเขาดีมั้ย ถ้าเราไป แล้วเราไปในฐานะอะไร เราควรไปหรือไม่ไปดี พอวันที่ 2 ผู้หญิงคนนั้นเขาไลน์มาบอกอีกว่าวันนี้กินข้าวกับอะไร จนเราไม่ไหวแล้วก็เลยพิมพ์กลับไปบอกว่าถ้ามาพิมพ์อะไรแบบนี้ เขารับรู้ไม่ได้หรอก หนูไปจุดธูปบอกเขาเองนะ ยิ่งเขาทำแบบนี้ เรายิ่งทำใจไม่ได้ เรายิ่งไม่อยากไปงานศพเขาเลย แต่ทางญาติแฟนก็ตามให้เราไปงานศพสักที อยากให้ลูกเขาหมดห่วง ให้เราไปร่วมงานไปอโหสิกรรม เราก็พิมพ์ไปบอกผู้หญิงว่า อย่าทำแบบนี้นะ พี่ไม่ไหวจริงๆ มันเป็นการตอกย้ำว่าเขาหักหลัง ทำร้ายเราจนวินาทีสุดท้ายจริงๆ และเราก็ไปร่วมงานศพของเขา แต่ไปวันสุดท้าย ก็มีทั้งคนที่เข้าใจและไม่เข้าใจ คนที่เขาไม่รู้เรื่องเขาก็มองว่าแบบเป็นแฟนภาษาอะไร ทำไมเพิ่งมาร่วมงาน เราก็ตอบทุกคนว่าเขาเสียด้วยโรคประจำตัว เราก็ไม่รู้จะตอบแบบไหนที่จะไม่สะเทือนใจญาติพี่น้องของเขา ส่วนผู้หญิงคนนั้นก็ไปร่วมงานศพด้วย แต่การกระทำในงานศพเขาล้ำเส้นเรามาก ล้ำเส้นจนกระทั่งวันเผา ทางญาติของเขามาตามให้เราไปทำพิธีตัดกรรมตามประเพณีของบ้านเขา ซึ่งเราจะต้องขึ้นไปบนเมรุคนเดียว ระหว่างที่เราขึ้นไป เราได้ยินเสียงลุงสัปเหร่อที่อยู่ข้างบน เขาพูดว่า อ้าว เมียเขาคนนี้หรอ? ตอนเปิดโลงเขาก็ยืนร้องไห้ เอาหน้าถูโลง อยู่ตั้งแต่คนแรกจนลงคนสุดท้าย แต่หนูขึ้นไปแปปเดียวเพราะหนูทำใจไม่ได้ ญาติเขารู้วันที่แฟนเสียว่ามันมีเรื่องแบบนี้ แล้วก็รู้ว่าเป็นผู้หญิงคนนี้ แต่ก็เข้าใจว่าเขาไปร่วมงานก็ไม่ได้อะไร แต่พอเกิดเหตุการณ์แบบนี้ เราก็เลยทำในสิ่งที่ไม่ดีอย่างนึง คือ ผู้หญิงคนนั้นเขามีสามีแล้ว เขาเคยผูกข้อไม้ข้อมือด้วยกัน ตอนแรกเราจะไม่ยุ่งเลย อยากให้มันจบๆไป แต่สิ่งที่เขาทำเหมือนไม่ให้เกียรติเราเลย เราเลยทักไปหาแฟนเขา ไปเล่าให้แฟนเขาฟังเรื่องที่เกืดขึ้น แฟนเขาก็บอกว่าเขาสองคนยังไม่ได้เลิกกันนะ เขายังคบกันดีอยู่ ซึ่งเขาคบกันมา 8 ปีแล้ว วันนั้นที่ผู้หญิงแอบมาหาแฟนเรา คือแฟนของผู้หญิงเขาไปทำงาน เข้ากะดึก คือเขาไม่รู้เรื่องเลย และเราก็บอกว่าถือว่าฝั่งพี่หมดกรรมแล้ว พี่จะไม่ขอยุ่งอะไรแล้ว แต่พอเสร็จจากงานศพ ผู้หญิงคนนั้นโทรมาหาเรา เขาน่าจะรู้เรื่องว่าเราโทรไปบอกแฟนเขา เขาบอกว่าสิ่งที่เขากลัว คือกลัวโดนเราประจาน เขาอาย เราก็เลยบอกว่าอย่ามายุ่งกับเราเลย เราอโหสิกรรมให้ แต่ถ้ายิ่งมายุ่งวุ่นวายกับเรา เรายิ่งทำใจไม่ได้ ตอนนี้มันไปต่อไม่ได้เลย มันคิดวนอยู่ในหัวว่ามันเกิดอะไรขึ้น แฟนเราเขาหักหลังเราอย่างนั้นจริงๆใช่มั้ย ผู้หญิงคนนั้นก็ไปบอกแฟนเขาว่าแฟนเราเป็นคนไปจีบเขาก่อน เราก็เหมือนมูฟออนไม่ได้ บางทีอยากจะอโหสิกรรมให้เขา แต่บางทีมันก็ปรี๊ดขึ้นมาว่าตกนรกแน่ๆ แต่บางทีเราก็ยังคิดถึง โหยหาเขา แบบทั้งรักทั้งแค้น มันงงไปหมด เพราะสิ่งที่เรารับรู้คือได้แค่ฝั่งผู้หญิงคนนั้นว่ามันเป็นอย่างนั้น อย่างนี้... แฟนเราเพิ่งเสียไปเมื่อวันที่ 25 กุมภาที่ผ่านมา อยากได้แนวคิดดีๆที่มันไปต่อได้ ตอนนี้คือเราสะดุ้งตื่นตอนตี 3 ทุกวัน กินยาไปแล้วก็ยังสะดุ้งตื่น มันวนเวียนอยู่ในหัว บางทีทำงานไม่ได้ มันคิดวกไปวนมา ทั้งๆที่เขาก็ตายไปแล้ว 3 ดีเจให้คำปรึกษาว่า ‘ให้คิดว่าเขาตายไปแล้ว ไม่ว่าเค้าจะนอกใจ หรืออะไรก็ตาม ณ ตอนนี้ เค้าเสียชีวิตไปแล้ว ปกติที่จะเป็นความลังเลว่าควรจะเสียใจดีไหมที่เขาจากเราไป แต่ในคณะเดียวกันการจากไปครั้งนี้ เขาก็นอกใจไปมีอะไรกับคนอื่น ณ วันนี้ ไม่จำเป็นต้องรีบบังคับตัวเองว่าจะต้องอโหสิกรรม หรือให้อภัย เพราะเรื่องมันเพิ่งเกิด คงต้องใช้เวลามากกว่านี้ มองปัจจุบันว่าคนที่อยู่คือเรา ตัวเขาไม่อยู่แล้ว ไม่จำเป็นต้องแบกเรื่องนั้นไปตลอด เพราะยังไงเขาก็มาให้คำตอบเราไม่ได้แล้ว สิ่งสำคัญที่สุดคือโฟกัสที่ตัวเอง อย่าให้เขามาส่งผลต่อความรู้สึกของเราตอนนี้เลย ท่องไว้เลยว่า มันไม่มีเขาแล้ว จากนี้ไปเราจะเป็นคนกำหนดเองว่าชีวิตเราต่อจากนี้จะเป็นยังไง... คนที่ให้คำตอบเราได้วันนี้คือตัวเขา ซึ่งไม่อยู่บนโลกนี้แล้ว ไม่มีประโยชน์ที่จะไปหาคำตอบ หาเหตุผล หรือ สิ่งที่มันเกิดขึ้นจากใครทั้งนั้น เพราะมันมีแต่จะทำให้เราเสียใจเปล่าๆ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมันยุ่งเหยิง วุ่นวายไปหมด จึงเป็นเรื่องที่จะต้องรอเวลา ใช้เวลาเยียวยาที่นานกว่าคนปกติ รอให้เวลาผ่านไปก่อน ณ วันนี้เป็นเรื่องปกติมากที่เราจะยอมรับความจริงอะไรไม่ได้ เพราะเป็นกลไกความคิดที่คนเราต้องเจอ ทำความเข้าใจกับมันว่า ช่วงนี้คือช่วงที่หนักสำหรับเรา แต่สักพักมันต้องดีขึ้น จะช้าจะเร็วก็แล้วแต่คน แต่อยากให้เชื่อว่า ไม่ว่าจะช้าหรือเร็ว มันต้องดีขึ้น... ‘ความคิด’ ของเราเอง คือสิ่งที่กำหนดทุกอย่าง ถ้าเรามีสติและมองให้ลึกมากพอ เราจะรู้ว่าความคิดของเราเป็นสิ่งสำคัญมากๆที่จะกำหนดว่าเราจะจัดการกับเรื่องนี้อย่างไร อย่าเพิ่งมองถึงอนาคตว่าจะทำอะไรยังไง มองปัจจุบันก่อน ตื่นมาทำอะไร อยากกินอะไรก็กิน ร้องไห้จนไม่ไหวก็ร้องไป อยากนอนก็นอนไป อย่างน้อยการร้องไห้มันก็เป็นการเผาความเศร้าออกไปได้ รอวันที่เรายอมรับความจริงได้ เราก็รู้ว่าเขาไม่ได้ซื่อสัตย์กับเรา ณ ตอนนี้ การที่เขาเอาผู้หญิงเข้าบ้านขนาดนั้น มันคือการนอกใจแล้ว โทษสูงสุดของการนอกใจคือการเลิก แต่ขั้นกว่าคือ ตายไปเลย!! วันนี้คิดซะว่าถ้าจะลงโทษเค้าเรื่องการนอกใจ คิดซะว่า ณ ตอนนี้เขาได้รับโทษไปแล้ว เป็นโทษที่สูงสุดด้วย ควรถามตัวเองดีกว่าว่า เราเสียใจมากกว่า หรือ โกรธมากกว่า ถ้าวันนี้ตามที่คุณอุ้ยบอกมาว่า เสียใจมากกว่า ให้ตัดเรื่องการนอกใจออกไปเลย หันกลับมาทำความเข้าใจในสิ่งที่เกิดขึ้น ยังไงสักวันหนึ่งคนเราก็ต้องจากกันไป ไม่ว่าจากเป็นหรือจากตายอยู่แล้ว วิธีที่อยากจะแนะนำคือ หยุดเอาคำถามเรื่องที่เกิดขึ้นมาใส่ในหัว แล้วบอกตัวเองว่าเราจะอยู่ให้ได้ ช่วงนี้ก็หลีกเลี่ยงการอยู่คนเดียว อยากพูด อยากทำอะไรทำ ปลดปล่อยตัวเอง แล้วให้เวลาเยียวยาเรา ตัดเรื่องผู้หญิงคนนั้นออกไปเลย ความแค้นมันทำให้เราเป็นทุกข์ เรื่องที่คุณอุ้ยเจออยู่มันไม่ง่ายเลย แต่บอกตัวเองว่าฉันจะผ่านไปให้ได้ และเรื่องที่เกิดความสูญเสีย เจอกับเหตุการณ์ช็อคๆแบบนี้ อยากจะแนะนำให้ไปปรึกษา พูดคุยกับจิตแพทย์ดู อย่าปล่อยให้ตัวเองดิ่งนานๆ มันอาจจะเป็นสัญญาณสู่ ‘โรคซึมเศร้า’ ได้ และถ้าการไปหาจิตแพทย์แล้วไม่เวิร์ค อย่าเพิ่งถอดใจไป ให้ลองเปลี่ยนจิตแพทย์คนอื่นดูก่อน ขอร่วมส่งกำลังใจให้คุณอุ้ย ผ่านเรื่องนี้ไปได้เร็วๆ...’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

album

0
0.8
1