ยังไงดีนะ? ลูกสาวของป้า ที่อยู่ข้างบ้านเรา มีนิสัย ‘ขี้ขโมย’ ของเล็กใหญ่ขโมยหมด ทั้งเครื่องปรุง ถ้วย ชาม เสื้อผ้า กางเกงในแม่ กระเป๋า แหวนทอง ก่อนหน้านี้เคยหลอกให้พ่อแม่เราเข้าไปนอนในห้อง แล้วโบ้ยความผิดให้ว่าเป็นคนขโมยเงิน 2 หมื่นไป...

พุธทอล์ค พุธโทร RECAP

ยังไงดีนะ? ลูกสาวของป้า ที่อยู่ข้างบ้านเรา มีนิสัย ‘ขี้ขโมย’ ของเล็กใหญ่ขโมยหมด ทั้งเครื่องปรุง ถ้วย ชาม เสื้อผ้า กางเกงในแม่ กระเป๋า แหวนทอง ก่อนหน้านี้เคยหลอกให้พ่อแม่เราเข้าไปนอนในห้อง แล้วโบ้ยความผิดให้ว่าเป็นคนขโมยเงิน 2 หมื่นไป...

10 เม.ย. 2023

        “คุณบี (นามสมมุติ)” สายที่สองในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (5 เม.ย. 66) ได้โทรเข้ามาปรึกษา ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม เกี่ยวกับปัญหากับคนข้างบ้าน

      โดย “คุณบี (นามสมมุติ)” ได้เล่าว่า ‘ครอบครัวหนูเป็นครอบครัวใหญ่ ไม่ได้อยู่บ้านเดียวกัน แต่อยู่ในระแวกเดียวกัน ในซอยนั้นมีบ้าน 4 หลัง คือ บ้านหนู บ้านย่า บ้านป้า และบ้านลูกสาวของป้าอีกคน ซึ่งเขาอายุ 29 ปี แต่เขาเป็นคนชอบขโมยของ ที่บ้านหนูก็ไม่มีกล้องวงจรปิด

        ตอนแรกที่เขาขโมย คือ เริ่มจากสิ่งเล็กๆก่อน พวกเครื่องปรุงในครัว , ถ้วย , ช้อน แล้วก็ขยับมาเป็น เสื้อผ้า รองเท้า กระเป๋า แล้วก็เริ่มเป็นของใหญ่ๆ คือ ทอง เขาขโมยไปเลย ไม่ได้ขอ เอาไปโดยที่ไม่มีใครรู้ แล้วทุกคนก็มารู้ทีหลังว่าเป็นเขา

        แหวนทองที่เขาเอาไปคือแหวนทองของน้อง เป็นแหวนที่ไม่มีลาย ตอนนั้นน้องจะเข้าไปอาบน้ำ แล้วก็ถอดวางไว้ กลับมาน้องก็ไม่รู้ว่าแหวนโดนเปลี่ยนไปแล้ว ก็คือเขาซื้อแหวนปลอมมาเปลี่ยนให้น้อง แล้วแหวนจริงเขาเอาไปขาย น้องใส่แหวนปลอมมาจนแหวนมันลอก มันก็เลยโป๊ะ

        วันนั้นป้าอีกคนของหนูกลับมาจากต่างประเทศ ป้ามานอนอยู่ในห้องนอนย่า สักพักเขามาคุยกับแม่ของหนูว่า น้าเข้าไปในห้องย่าสิ เปิดแอร์เย็นๆเลย เขาเล้าหลือให้แม่หนูเข้าไปตลอดเลย แม่ของหนูก็เลยรำคาญ ทั้งพ่อ ทั้งแม่ก็เลยเข้าไปนอนเล่นในห้องย่า สรุปป้าหนูรู้ว่าเงินหาย 2 หมื่น ป้าก็เลยนึกว่าพ่อกับแม่ของหนูเป็นคนเอาเงินไป แต่จริงๆคือเขาเข้าไปขโมยเงินออกมาแล้วแต่ไม่มีใครเห็น

        แม่ของเขาก็เพิ่งโดนมาสดๆร้อนๆเลย แม่เขาให้เงินไปจ่ายค่าไฟเดือนละ 3 พันบาท แต่เขาไม่จ่ายมา 3 เดือนแล้ว เขาเอาเงินแม่ของเขาไปแล้ว 9 พันบาท จนการไฟฟ้าจะมาตัดมิเตอร์ แม่เขาก็รู้ว่าลูกของเขาเป็นหัวขโมย เพราะเขาก็เคยขโมยกางเกงในของแม่ตัวเองไปใส่ด้วย

        มันเกิดเรื่องแบบนี้มาเรื่อยๆ เป็นตั้งแต่แรกๆ ย่าเอาเขามาเลี้ยง เพราะพ่อกับแม่เขาแยกทางกัน ตอนนั้นแม่ของเขาก็อยู่ต่างประเทศ เขาก็แอบเอาบัตร ATM ของย่าไปกดตังออกมาหมดเลย จำนวนเงินหลายหมื่นเลย ย่าจับได้ก็เลยส่งเขาไปอยู่กับพ่อเขา สักพักพ่อเขาก็ส่งกลับมาเพราะเขาไปขโมยของทางฝั่งนั้นอีก หนูอยากรู้ว่าหนูจะแก้ปัญหาตรงนี้ยังไงดี?

เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทาง

ใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATION

รับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

related พุธทอล์ค พุธโทร RECAP

สาวคบแฟนมา 11 ปี ตั้งแต่สมัยเรียน มีลูกด้วยกัน 2 คน ชีวิตกำลังราบรื่นดีทุกอย่าง เพิ่งตรวจพบว่าเป็นมะเร็งโพรงจมูก ลุกลามจนระยะสุดท้าย หลังจากนั้นจับได้สามีแอบมีผู้หญิงอีกคน สามีขออยู่วันเว้นวันกับผู้หญิงอีกคน ถ้าทนไม่ไหวก็พร้อมหย่าเสมอ

23 มิ.ย. 2023

สาวคบแฟนมา 11 ปี ตั้งแต่สมัยเรียน มีลูกด้วยกัน 2 คน ชีวิตกำลังราบรื่นดีทุกอย่าง เพิ่งตรวจพบว่าเป็นมะเร็งโพรงจมูก ลุกลามจนระยะสุดท้าย หลังจากนั้นจับได้สามีแอบมีผู้หญิงอีกคน สามีขออยู่วันเว้นวันกับผู้หญิงอีกคน ถ้าทนไม่ไหวก็พร้อมหย่าเสมอ

สาวคบแฟนมา 11 ปี ตั้งแต่สมัยเรียน มีลูกด้วยกัน 2 คน ชีวิตกำลังราบรื่นดีทุกอย่าง เพิ่งตรวจพบว่าเป็นมะเร็งโพรงจมูก ลุกลามจนระยะสุดท้าย หลังจากนั้นจับได้สามีแอบมีผู้หญิงอีกคน สามีขออยู่วันเว้นวันกับผู้หญิงอีกคน ถ้าทนไม่ไหวก็พร้อมหย่าเสมอ ตอนนี้ยังรัก ไม่อยากเสียเขาไป แล้วก็ไม่รู้ว่าตัวเองจะจากไปวันไหน... “คุณเอ (นามสมมติ)” อายุ 25 ปี สายแรกในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา [21 มิ.ย. 66] ได้โทรเข้ามาปรึกษา ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม เกี่ยวกับมรสุมชีวิต เป็นมะเร็ง และสามีแอบไปมีชู้ โดย “คุณเอ (นามสมมติ)” เริ่มเล่าว่า ‘หนูรู้จักและคบกับแฟนมาประมาณ 11 ปี ตั้งแต่สมัยเรียน แฟนหนูเด็กกว่าประมาณ 3 ปี หนูกับเขาเรียนที่เดียวกัน บ้านก็อยู่ใกล้กัน เป็นแฟนคนแรกของกันและกัน คบกันมาเรื่อยๆ ช่วงที่หนูเข้ามหาลัยก็มีห่างๆกันไปบ้าง แต่ก็กลับมาคบกันจนแต่งงาน ตอนนี้หนูกับเขาเพิ่งแต่งงานกันได้ประมาณ 5 ปี มีลูกด้วยกัน 2 คน คนโตอายุ 4 ปี ส่วนคนเล็กอายุ 9 เดือน ปกติหนูกับแฟนจะช่วยกันออกค่าเทอม ค่าประกัน ค่านมของลูกคนละครึ่ง หลังจากแต่งงานกันมาช่วงแรกชีวิตหนูดีมาก ราบรื่น ไม่มีเรื่องอะไรเลย ต้องบอกก่อนว่าหนูเคยมีเนื้องอก เคยผ่าออกไปแล้ว ก็ไม่มีปัญหาอะไร จนมารอบนี้ช่วงประมาณเดือนธันวาคม ปี 64 หนูมีอาการเลือดออกที่จมูกเลยไปตรวจอีกรอบ รอบนี้ไม่ใช่เนื้องอก แต่เป็นมะเร็งโพรงจมูก หมอเลยนัดผ่าอาทิตย์ถัดไป พอกลับบ้านมาหนูรู้สึกครั่นเนื้อครั่นตัวเลยซื้อที่ตรวจครรภ์มาตรวจเล่นๆเพราะตอนนั้นหนูฉีดยาคุมด้วย เลยไม่คิดว่าตัวเองจะท้อง แต่ปรากฏว่าหนูท้องลูกคนที่ 2 หนูเลยไปปรึกษาคุณหมอว่าจะทำยังไงได้บ้าง คุณหมอบอกว่า ถ้าผ่าตอนนี้ลูกเสียชีวิตแน่นอน หนูเลยถามหมออีกว่า สามารถเลื่อนผ่าตัดไปก่อนได้ไหม หมอตอบว่า จริงๆรอได้ ยังไม่ได้เป็นหนักมาก เพราะเพิ่งเป็นแค่ระยะแรก หนูเลยยังไม่ผ่าตัดจนหนูคลอด ทำให้กระบวนการการรักษาค่อนข้างช้า เพราะหนูก็ตั้งใจที่จะปั้มนมไว้ให้ลูกให้ได้เยอะที่สุดก่อน พอกลับไปรักษาอีกรอบ เนื้องอกกลายเป็นมะเร็งระยะสุดท้าย แล้วก็เริ่มลามไปที่ตาขวา ตอนนี้ตาขวาหนูเริ่มมองไม่ค่อยเห็นแล้ว แต่หนูยังคิดว่าหนูโชคดีที่มีแฟน ครอบครัว และลูกที่น่ารักคอยอยู่ข้างๆ แต่ช่วงเดือนที่แล้ว แฟนหนูหายไปช่วงเวลาตั้งแต่ 3 ทุ่ม ถึงเที่ยงคืนทั้งอาทิตย์ หนูติดต่อเขาไม่ได้ โทรติดแต่ไม่มีคนรับสาย ด้วยเซนส์ของผู้หญิงหนูรู้สึกว่ามันแปลกๆแต่ก็ยังจับไม่ได้ หลังจากวันนั้นแฟนก็ขอไปกินเหล้ากับเพื่อนกลุ่มนี้อีก แล้วก็ขอกลับบ้านหลังร้านเหล้าปิด หนูเข้าไปดู IG story ของเพื่อนเขากลุ่มนี้ แต่พวกเขาไม่ได้อยู่ร้านเหล้า หนูก็เอะใจแล้วว่าไม่น่าใช่แน่ๆ หนูเลยโทรถามเพื่อนว่าแฟนหนูได้ไปด้วยไหม เพื่อนเขาก็ตอบว่า ไม่ได้เข้ามาหานานแล้ว หนูเลยเข้า IG ของแฟนผ่านโน๊ตบุ๊ก แล้วไปเจอข้อความหนึ่งที่คุยกับผู้หญิงว่า ‘อันนี้เราให้เธอแหละ’ แต่ก็ไม่เจอข้อความอื่นๆ หนูเลยเอาชื่อ IG ของผู้หญิงคนนี้ไปเสิร์ชในเฟสบุ๊ก แต่ไม่เจอรูปอะไรเกี่ยวกับแฟนหนูเลย ซึ่งผู้หญิงคนนี้เคยมีลูก แล้วก็เลิกกับแฟนแล้ว หนูลองทักผู้หญิงคนนี้แล้วส่งรูปแฟนของหนูไป หนูถามเขาตรงๆว่า รู้จักคนนี้ไหม เป็นแฟนกันหรอ เขาก็ตอบกลับมาว่า รู้จักแล้วก็เพิ่งคบกัน หนูเลยบอกเขาไปว่า หนูเป็นภรรยาของผู้ชายคนนี้ หนูพยายามโทรหาผู้หญิงคนนี้ โทรจนเขารับสาย สิ่งแรกที่เขาพูดคือ ขอไปล้างก่อนนะเพิ่งมีอะไรกับแฟนหนูเสร็จ หนูเลยบอกเขาไปว่า แฟนเราอยู่ไหน ขอคุยกับเขาหน่อยได้ไหม เราเป็นมะเร็งระยะสุดท้ายนะ ทำไมถึงทำกับเราแบบนี้ จนประมาณตี 4 เขาก็ติดต่อกลับมาบอกว่า แฟนเรากำลังกลับบ้าน แล้วก็บอกว่าจะเลิกยุ่ง เพราะไม่ชอบเป็นชู้ใคร พอแฟนกลับมาถึงบ้านหนูก็ถามว่าเรื่องมันเป็นยังไง มีอะไรคุยหรือบอกได้เลย แต่เขาบอกว่าเขาจะหย่ากับหนู หนูก็ถามเขาว่าหนูผิดอะไร ทำอะไรผิด เลี้ยงลูกไม่ดีหรอ หนูให้อิสระกับเขามากแต่ทำไมมันถึงเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น 11 ปี ไม่มีความหมายเลยหรอ ไหนจะลูกอีก แล้วหนูจะอยู่ได้อีกนานแค่ไหนก็ไม่รู้ หนูพยายามพูดทุกอย่างจนแฟนหนูยื่นข้อเสนอว่า ขอวันเว้นวันที่จะอยู่กับหนูและผู้หญิงอีกคนหนึ่ง หนูก็ยอมมาตลอดประมาณหนึ่งเดือนจนหนูทนไม่ไหวแล้ว เพราะมันกลายเป็นเหลือเวลาให้หนูแค่ 2 วันต่อสัปดาห์ หนูรู้สึกเศร้าและเครียดตลอด จนที่บ้านพาไปหาจิตแพทย์ หมอบอกว่าหนูเป็นซึมเศร้า จากการเครียด พักผ่อนไม่เพียงพอ บวกกับการทำคีโม หนูก็ได้ยากลับมากิน แล้วหนูก็บอกเขาว่าช่วยดูลูกให้ได้ไหม หนูอยากพัก แต่เขาก็ไม่สนใจ หนูพยายามยื่นข้อเสนอให้เขา แต่เขาก็ไม่พอใจสักอย่าง ล่าสุด หนูต้องไปให้คีโมที่โรงพยาบาล หนูขอให้เขามาหา แต่เขาบอกว่าไม่ว่าง ต้องไปทำงาน หนูก็เชื่อเขา แต่เพื่อนหนูไปเจอเขาที่ร้านสเต็กแถวๆพระราม 7 เลยวิดีโอคอลมาหาหนู คือเขานั่งนัวเนียอยู่กับผู้หญิงคนเดิม หนูพยายามติดต่อแฟนแต่ติดต่อไม่ได้ แล้วเขาก็กลับบ้านมาตอนประมาณ 5 ทุ่ม หนูเลยเอารูปที่แคปไว้ตอนคอลกับเพื่อนให้เขาดู แล้วถามว่าทำไมไม่เลิกยุ่งกัน เขาตอบกลับมาประมาณว่า ก็บอกแล้วไงว่าให้หย่ากันตั้งแต่แรก เขาไม่ได้เลือกหนูแล้ว หนูไม่รู้จะทำยังไงเพราะหนูไม่อยากเลิกกับเขา จนวันหนึ่งลูกหนูเริ่มพูดประมาณว่า ทำไมป๊าไม่รักเราเลย ทำไมต้องไปหาเมียน้อย ทำไมไม่อยู่กับเรา หนูทักไปเคลียร์กับผู้หญิงคนนั้น เขาก็ขู่ว่าเขาจะฟ้อง ถ้ายังไม่เลิกยุ่งวุ่นวายกับเขา หนูเลยบอกแฟนว่าผู้หญิงคนนี้เขาพูดแบบนี้กับหนูแต่เขาก็ว่าหนูกลับว่าจะไปยุ่งกับเขาทำไม ทักไปหาแม่เขาทำไม จริงๆหนูตั้งใจจะฟ้องเขาแต่ทางบ้านของหนูบอกว่า ถ้าจะฟ้องต้องใช้ค่าใช้จ่ายเยอะมาก ทำไมไม่เก็บไว้ให้ลูก หรือเก็บไว้รักษาอาการป่วยตัวเอง ถอยออกมาดีกว่า หย่าไปเลย ยังไงเขาก็ไม่ได้ช่วยเรื่องค่าใช้จ่ายอะไรอยู่แล้ว ทางบ้านก็ไม่ได้มีปัญหาเรื่องการเงิน พ่อแม่ของหนูก็ช่วยเลี้ยงลูกหนูได้ หนูไม่รู้ว่าจะต้องทำยังไงต่อ มันรู้สึกแย่ไปหมดเลย แต่หนูออกมาจากตรงนั้นไม่ได้ หนูไม่อยากเลิก ไม่รู้ว่าเพราะผูกพันหรือเปล่า หนูเสียใจ แย่ลงทุกวัน แต่หนูไม่ออกมาสักที “คุณเอ (นามสมมติ)” ถามพี่ๆดีเจทั้ง 3 คนว่า หนูต้องทำยังไงให้หลุดออกมาจากตรงนี้สักที? “ดีเจต้นหอม” ให้คำแนะนำว่า ‘การที่เราจะอยู่ใช้ชีวิตคู่กับใครสักคน มันคือการตกลงด้วยกันทั้งคู่ แต่ตอนนี้มีคุณเอฝ่ายเดียวที่อยากอยู่ ส่วนอีกฝ่ายเขาชัดเจนแล้วว่าไม่อยากอยู่ เขาไม่ได้ช่วยซัพพอร์ตอะไรคุณเอเยอะอยู่แล้ว ไม่รู้ว่าจะเก็บเขาไว้ในชีวิตทำไม นอกจากไม่ช่วยอะไรแล้วยังทำให้คุณเอรู้สึกบั่นทอนเพิ่มขึ้นอีก อย่าเอาตัวเองไปอยู่ในที่ที่เขาไม่ต้องการ เรื่องการฟ้องใช้เงินเยอะมากจริงๆ แล้วก็ไม่รู้ด้วยว่าจะเห็นผลเมื่อไร ดังนั้นวิธีที่ง่ายและปลอดภัยที่สุดคือ หย่ากับเขา ปล่อยเขาไป ผู้ชายคนนี้ก็เหมือนมะเร็ง คุณเอไม่จำเป็นต้องเก็บเขาไว้ ยังไงเขาก็ไปอยู่ดี ตัดเขาออกไปเลย’ ส่วนเรื่องลูก “ดีเจต้นหอม” แนะนำว่า ‘เรื่องนี้ควรให้เป็นแค่เรื่องของพ่อกับแม่ ไม่ควรเอาไปฝังไว้ในหัวลูก คุณเอคือโลกทั้งใบของลูก ฉะนั้นลูกจะต้องจำแต่ความสุขเท่านั้น เราไม่ได้เสียคนที่รักเราแต่เราเสียคนที่ไม่รักเรา มันอาจจะต้องใช้เวลา คุณเอต้องบอกตัวเองว่า คุณเอจะมีความสุข คนเราจะทุกข์ไปได้นานแค่ไหน แล้วถ้าคุณเอเป็นอะไรไปลูกจะรู้สึกยังไง ปัญหาของคุณเอตอนนี้คือการรักษาร่างกายตัวเองให้อยู่ได้นานๆ สุดท้ายคุณเอคือคนที่ต้องเลือกและตัดสินใจกับเส้นทางของตัวเอง ถามตัวเองว่าจะอนุญาตให้ความสุขเข้ามาในชีวิตได้เมื่อไร’ “ดีเจเผือก” แนะนำว่า ‘คู่ชีวิตคือคนที่จะอยู่ด้วยกันในตอนที่ทุกข์ไม่ใช่แค่ตอนที่มีความสุข แล้วมันก็ห้ามไม่ได้ที่จะไม่ให้ลูกของคุณเอจดจำเรื่องนี้ จริงๆแล้วเนื้อร้ายในชีวิตของคุณเอคือผู้ชายคนนี้ เนื้อร้ายแบบนี้คุณหมอก็รักษาให้หายไม่ได้ เนื้อร้ายอันนี้มันทำร้ายทั้งคุณเอ ลูกและคนรอบตัว ณ เวลานี้คุณเอควรตั้งสติและโฟกัสว่าอะไรคือสิ่งที่สำคัญที่สุดในชีวิตกันแน่ การที่มีร่างกายและสุขภาพที่ดีเพื่อที่จะได้อยู่กับคนที่เรารัก คือสิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับคุณเอตอนนี้ ไม่ใช่การยื้อผู้ชายแย่ๆแบบนั้น’ และ “ดีเจเติ้ล” เสริมอีกว่า ถ้าสมมติคุณเอโชคร้ายแล้วต้องจากไปในอีก 2 วัน คุณเออยากให้ลูกจดจำคุณเอในแบบไหน ระหว่างแม่ที่โดนพ่อทิ้ง นอกใจไปมีคนอื่น แล้วแม่ก็ร้องไห้รอให้พ่อกลับมาแต่สุดท้ายพ่อก็ทิ้งคุณเอไป หรืออยากให้ลูกจำว่าคุณเอเป็นแม่ที่เข้มแข็ง รักตัวเอง ดูแลตัวเอง อยู่กับลูกแบบมีความสุขและสู้กับมะเร็งจนจากไป แบบไหนที่คุณเออยากเป็น มันขึ้นอยู่กับคุณเอ แล้วคุณเอต้องยอมรับว่า ไม่ว่าเราจะรัก ผูกพันกับใครนานแค่ไหน ถ้าอีกฝ่ายหมดใจเขาก็ไปอยู่ดี คนที่ move on ได้เร็วที่สุดคือคนที่มีความสุขเร็วที่สุดเช่นกัน สุดท้ายพี่ๆดีเจทั้ง 3 ขอส่งกำลังใจให้คุณเอที่พบเจอเรื่องแบบนี้ ดูแลรักษาร่างกายตัวเองให้ดี และเชื่อว่าคุณเอจะผ่านเรื่องราวแย่ๆนี้ไปได้เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

หนูสู้ไม่ไหวแล้ว... 15 ปีที่แล้วเคยคบแฟนคนนึง เวลาเราสองคน ทะเลาะกัน เขาจะชอบพูดว่า “ถ้าเลิกกัน ต้องมีคนใดคนนึงตาย” หนูเลยตอบไปว่า “หนูยังไม่อยากตาย ถ้าพี่จะตายเชิญตายไปก่อนเลย” หลังจากนั้น 3 วัน เขาฆ่าตัวตายจริงๆ นับจากวันที่เสียชีวิต ผ่านมาแล้ว 9 ปี...

02 มิ.ย. 2023

หนูสู้ไม่ไหวแล้ว... 15 ปีที่แล้วเคยคบแฟนคนนึง เวลาเราสองคน ทะเลาะกัน เขาจะชอบพูดว่า “ถ้าเลิกกัน ต้องมีคนใดคนนึงตาย” หนูเลยตอบไปว่า “หนูยังไม่อยากตาย ถ้าพี่จะตายเชิญตายไปก่อนเลย” หลังจากนั้น 3 วัน เขาฆ่าตัวตายจริงๆ นับจากวันที่เสียชีวิต ผ่านมาแล้ว 9 ปี...

“คุณบี (นามสมมติ)”อายุ 30 ปี สายแรกในรายการพุธทอล์ค พุธโทรเมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา [31 พ.ค. 66] ได้โทรเข้ามาปรึกษาดีเจเผือก - ดีเจเฟี๊ยต – ดีเจต้นหอมเกี่ยวกับปัญหาที่โทษตัวเองว่าเป็นสาเหตุที่ทำให้แฟนฆ่าตัวตาย โดย “คุณบี (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘หนูคบกับแฟนคนนี้มา 15 ปีแล้ว เขาเป็นแฟนคนแรกของหนูด้วย คบกันมานานมาก เมื่อก่อนหนูเป็นคนที่พูดจาไม่ค่อยดี พูดตรงๆ คบกับเขามาสักพักนึง ในช่วงมหาลัยหนูจะติดเที่ยว ติดเพื่อน แล้วก็จะทะเลาะกันบ่อยมาก พอทะเลาะกัน เขาก็พูดมาคำนึงว่า ถ้าเกิดจะเลิกกัน จะต้องมีคนใดคนนึงตาย ด้วยความที่เราเป็นคนปากไม่ดีอยู่แล้ว ก็เลยพูดออกไปว่า หนูยังไม่อยากตาย หนูยังอยากใช้ชีวิต ยังไม่พร้อมที่จะตายตอนนี้ ถ้าพี่อยากตาย พี่ไปตายก่อนเลย พอหลังจากนั้น 3 วัน หนูเพิ่งมารู้จากเพื่อนของเขาว่า เขาฆ่าตัวตายจริงๆ จากนั้นหนูก็ช็อคมาหลายปี รักษาซึมเศร้ามาตลอด หลังจากที่เขาตาย ทั้ง พ่อแม่ และญาติเขาก็จะทักมา โทรมา ด่าหนูตลอด บอกว่า หนูเป็นสาเหตุที่ทำให้ลูกเขาตาย หนูก็รู้สึกผิดมาตลอด จนคิดว่าถ้าหนูเป็นฝ่ายไปแทนได้ หนูก็จะไป หลังจากนั้นหนูก็อยากใช้ชีวิต ไปเริ่มต้นชีวิตใหม่ จนไปเจอกับผู้ชายอีกคนนึงที่ดีมาก เขามาขอหนูแต่งงาน แต่กลับกลายเป็นหนูไม่กล้า หนูรู้สึกจมอยู่ตรงนี้นานมาก ก้าวออกไปไม่ได้ ไม่ได้ตอบรับไป หนูฟังรายการมาตลอด หนูรู้สึกว่าอยากจะคุยกับคนนอกบ้าง อยากฟังความคิดเห็น บางครั้งหนูยังคิดที่จะไม่อยากมีชีวิตอยู่เลย เพราะคำพูดที่หนูเคยพูดออกไป มันวนกลับมาในหัวหนูตลอดเลย หนูมีปรึกษาแพทย์ รักษาตามอาการ เขาก็พูดว่า เราต้องปล่อยวาง แต่หนูพยายามแล้วก็ไม่สามารถทำได้ ณ วันนั้นหนูไม่คิดว่าพี่เขาจะตายจริงๆ หนูพูดไปอย่างงั้น หนูพยายามอธิบายทางญาติฝั่งเขาแล้ว แต่เขาไม่ฟังเลย เขาพูดแค่ว่าหนูเป็นสาเหตุที่ทำให้ลูกเขาตาย เป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดการสูญเสีย หนูรู้สึกว่าเหมือนบางครั้งหนูก็ดีขึ้น บางครั้งหนูก็รู้สึกแย่ลงมากๆ ยิ่งหนูพยายามหนีจากครอบครัวเขาเท่าไหร่ เหมือนครอบครัวเขาพยายามตอบย้ำตลอดว่าหนูเป็นคนผิด พี่เขาจะพูดเสมอว่า ถ้าเลิกกัน จะต้องมีคนใดคนนึงตายไป พูดตลอด จนหนูถึงพูดคำนั้นไปว่ายังไม่พร้อมที่จะตายจริงๆ ตอนนี้รู้ไม่อยากฟังคำตอกย้ำใดๆแล้ว หนูอยากจะเดินไปข้างหน้าจริงๆ หนูตัดการติดต่อ พยายามหนีมาตลอด เปลี่ยนเบอร์ เปลี่ยนเฟซบุ๊กมาเป็นสิบๆรอบ แต่หนูยังไม่เคยสู้กลับใดๆกับญาติฝั่งนั้น มีครั้งนึงที่แม่เค้าเอาสเปรย์มาฉีดที่รถหนู เขียนว่า มึงทำให้ลูกกูต้องตาย ทำถึงขั้นนั้นเลย แต่หนูไม่ได้แจ้งความอะไรเลย แต่หนูก็รู้ว่าเป็นฝีมือของแม่เค้า ปัจจุบันเขายังมาระราน ตามมาที่ทำงาน จนหนูลาออกจากงานเลย หนูแค่อยากจะบอกว่าหนูไม่ได้อยากให้เรื่องมันเป็นแบบนี้เลย เรื่องมันเป็นไปแล้ว หนูกลับไปแก้ไขอะไรไม่ได้เลย หนูควรจะทำยังไง ควรจะใช้ชีวิตยังไง? หนูจะต้องอยู่ต่อไปยังไง? เหมือนหนูต้องอยู่กับอดีตไปตลอดเวลา ตอนแรกหนูคิดว่าหนูกลัวเรื่องราวในอดีต แต่หนูคิดว่าหนูทำใจได้ระดับนึงแล้ว แต่ปัจจุบันนี้คิดว่าหนูกลัวครอบครัวของเขามากกว่า นับตั้งแต่วันที่เขาเสียญาติเค้าก็จะทักแชทมาด่า แอดเฟสมาด่าตลอด เพื่อนหนูก็แนะนำให้ด่ากลับไปเลย แต่หนูไม่กล้า พอได้ยินเสียงเขา หนูก็จะรีบกดวางสายไปเลย ตอนนี้หนูควรไปแจ้งความไหมคะ?’ สำหรับความคิดเห็นของ “ดีเจต้นหอม” แนะนำว่า ควรไปแจ้งความเพราะตอนนี้เราเป็นฝ่ายโดนระราน รังควานมาตลอด ทั้งฉีดสเปรย์รถ ทั้งตามไปที่ทำงาน เราควรไปแจ้งความไว้ “ดีเจเฟี๊ยต” เสริมว่า ควรจะหาคนที่คุยด้วยได้ มีอะไรก็ปรึกษาเขา เช่น เพื่อน หรือ นักจิตวิทยา เพราะถ้าไม่มีใครที่คอยช่วยคิด จะกลายเป็นเราที่อยู่คนเดียว จมอยู่กับเรื่องนั้นๆ อย่ากลัวว่าเราจะทำให้คนอื่นเดือดร้อนรึเปล่า? ถ้าท้ายที่สุดถ้าเขาเดือนร้อน เขาก็แค่จะไม่ช่วย แต่ถ้าคนที่เราสนิทและไว้ใจ เราขอเขา แล้วเขาช่วย มันจะเป็นการทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างกันมันแน่นขึ้น ชีวิตเราควรที่จะ Connect กับคนอื่น อยากจะให้ปรับตรงนี้ เพราะชีวิตควรจะมีใครสักคนที่คอยรับฟังเรา “คุณบี (นามสมมติ)” ได้เล่าต่อว่า “หนูอยากรู้ว่าหนูควรจะสู้กับเขาไหม? แล้วควรจะสู้กับเขายังไง? หนูรู้สึกยอมไม่ไหวแล้ว หนูเปลี่ยนโซเชียลมีเดียมาเยอะแล้ว เปลี่ยนงานมาเป็นสิบงานแล้ว หนูรู้สึกไม่ไหวแล้วจริงๆ” ด้าน “ดีเจเผือก” ให้ความเห็นว่า ถ้าตอนนี้มีคนใหม่ที่เข้ามาแล้ว เขาควรจะเป็นคนที่มาช่วยซัพพอร์ตเราเรื่องนี้ ช่วยเหลือเรา ลองเปิดใจคุยกับเขาดูไหม? เหมือนเขาจะเป็นหลัก คอยเป็นเซฟโซนให้เรา มันก็จะทำให้เราผ่านเรื่องนี้ไปด้วย โดยที่ไม่เก็บเรื่องนี้ไว้เพียงลำพังแบบที่ผ่านมา นอกจากนี้ “ดีเจเฟี๊ยต” ยังกล่าวเสริมว่า ดีเจเฟี๊ยตมองเรื่องนี้แบ่งออกเป็นทั้งหมด 3 ก้อนด้วยกัน อย่างแรกคือเรื่อง ‘สาเหตุการตายของเขา’ มีความรู้สึกว่าการที่คนเราจะตัดสินใจจบชีวิตตัวเองนั้น มักจะมีสาเหตุหลายๆอย่างประกอบกันด้วย บางทีเขาอาจจะมีภาวะซึมเศร้าร่วมอยู่ด้วย ถ้าเปรียบเทียบให้เห็น การที่เราใช้คำคำเดียวด่าคนอื่นๆ แต่ละคนก็จะมีปฏิกิริยาตอบรับไม่เหมือนกันเลย เผอิญว่าส่วนผสมของบีที่มีตอนนั้น กับส่วนผสมของเขาที่มีตอนนั้น มันบังเอิญเหมาะกันพอดี ถ้าถามพี่ว่าสาเหตุเดียวเลยมั้ยที่ทำให้เขาฆ่าตัวตาย คือ บี พี่ว่ายังไม่ใช่ สำหรับข้อที่สองคือ ‘การระรานของครอบครัวเขา’ ถ้าแรกๆ พี่พอเข้าใจว่าเป็นการสูญเสีย คือปกติแล้วมันจะมีระดับของการสูญเสีย หนึ่ง สอง สาม สี่ แต่ผ่านมาแล้ว เขายังไม่ผ่านตรงนั้นมาได้เลย รู้สึกว่าครอบครัวเขาก็ยังไม่ค่อยปกติเท่าไหร่ ถ้ามองในมุมนี้ บ้านเขาก็ค่อนข้างน่าสงสารทั้งบ้าน เพราะเขาไม่สามารถก้าวต่อไปได้เลย เลยเลือกที่จะเอาเราเป็นสาเหตุว่าทำให้ลูกเขาตาย ณ วันนั้น บีไม่ได้ถือมีดบังคับเขาว่า ต้องตายสิ ตายเลย บีก็ไม่ได้ทำ ดังนั้นมันก็ค่อนข้างไม่แฟร์สำหรับบีเลย ถ้าผ่านมาขนาดนี้แล้วยังโทษเรา ขอกล่าวเสริมว่าการที่ใครไม่สมหวังในความรัก ไม่ควรจะจดชีวิตลงด้วยการฆ่าตัวตาย เพราะมันส่งผลต่อคนอื่นไปหมด กระทบกันไปหมด เพราะฉะนั้นในส่วนที่ครอบครัวเขามาระรานเรา ให้เราคิดว่าเรากำลังรับมือกับคนที่อยู่ในสภาวะไม่ปกติ ควรสงสารเขาด้วยซ้ำ คิดว่าอาจจะต้องไปบำบัดกันทั้งครอบครัวด้วย สำหรับข้อที่สาม คือประเด็นที่บี “โทษตัวเองว่าไม่ดีพอ เลยทำให้ไม่กล้าเริ่มต้นใหม่กับใคร” ผิดไม่ผิดอยากไร อยากให้ดูที่เจตนา คราวหน้าอยากจะให้บีทบทวนตัวเองในเรื่องของท่าทีในการแสดงออก สุดท้ายก็อยากจะมองว่า หยุดที่จะหนีได้แล้ว อย่างน้อยไปแจ้งความไว้สำหรับกรณีที่ เขามาทำให้ข้าวของเราเสียหาย หรือ เกิดคดีความ การแจ้งความไว้ก็อาจจะมาช่วยตรงนี้ได้ อยากจะให้บีมองว่าที่ผ่านมา เราเป็นฝ่ายเสียหายมาเยอะแล้ว เราควรป้องกันตัวเองไว้ก่อน สิ่งสำคัญคือ ให้อภัยตัวเองด้วย คนนั้นในอดีต กับเราในปัจจุบันที่อายุเท่านี้แล้ว เราคือคนละคนกันแล้ว ณ วันนี้ เรียนรู้ และ เติบโตไปได้แล้ว ก่อนวางสาย “คุณบี (นามสมมติ)” ได้บอกว่า หนูจะสู้นะคะ และถ้าหนูทำได้หนูจะติดต่อทีมงานมา หนูจะสู้ต่อไป ขอบคุณมากๆเลยนะคะ...เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

หย่าตอนนี้เร็วไปไหม? เพิ่งเป็นเจ้าสาวเมื่อเดือนที่แล้ว แต่มาจับได้ว่าแฟนแอบไปมีอะไรกับผู้หญิงอีกคน เขาบอกจะไม่ทำอีกแล้ว แต่ล่าสุดเพิ่งเห็นเขายังคุยแชทกันอยู่ ความไว้ใจที่มีตอนนี้ไม่เหลือแล้ว ควรทำยังไงดี...? จะให้โอกาส สามีอีกดีไหม? หรือ เดินหน้าหย่าไปเลย

14 ก.ค. 2023

หย่าตอนนี้เร็วไปไหม? เพิ่งเป็นเจ้าสาวเมื่อเดือนที่แล้ว แต่มาจับได้ว่าแฟนแอบไปมีอะไรกับผู้หญิงอีกคน เขาบอกจะไม่ทำอีกแล้ว แต่ล่าสุดเพิ่งเห็นเขายังคุยแชทกันอยู่ ความไว้ใจที่มีตอนนี้ไม่เหลือแล้ว ควรทำยังไงดี...? จะให้โอกาส สามีอีกดีไหม? หรือ เดินหน้าหย่าไปเลย

“คุณแพรว (นามสมมติ)” อายุ 28 ปี สายแรกในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา [12 ก.ค. 66] ได้โทรเข้ามาปรึกษา ดีเจต้นหอม - ดีเจเติ้ล - ดีเจอั๋น ภูวนาท เกี่ยวกับปัญหาความสัมพันธ์กับสามี โดย “คุณแพรว (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘หนูแต่งงานได้ประมาณ 1 เดือนก็จับได้ว่าสามีไปมีอะไรกับผู้หญิงคนอื่นแล้ว ก่อนหน้านี้หนูไม่แน่ใจว่าเขาเคยทำมั้ย เขาอาจจะเคยทำ แต่หนูจับไม่ได้เองหรือเปล่า หรือเขาไม่เคยมีพฤติกรรมแบบนี้เลย แฟนอายุเท่ากันเลย ก่อนแต่งงานคบกันมาเกือบจะ 5 ปีแล้ว หนูเพิ่งแต่งงานกัน ค่อยๆย้ายของไปอยู่ที่บ้านแฟน ซึ่งต้องบอกก่อนว่าเราทั้งสองคนไม่เคยอยู่ด้วยกัน เมื่อประมาณวันเสาร์ 2 อาทิตย์ที่แล้วได้ไปเจอรหัส Internet WiFi โรงแรมที่ห้องเขา หนูก็เลยถามเขาว่าโรงแรมนี้ที่ไหน เขาก็บอกว่าเหมือนไปประชุมที่นึงมา เขาให้มาแหละ หนูก็สงสัย เพราะจริงๆคือเขาไปประชุมที่จังหวัดนึง แต่โรงแรมนี้อยู่อีกจังหวัดนึง หนูก็เลยขอดูโทรศัพท์ เท่านั้นแหละ! พิรุธมาเต็ม เขาไม่ให้ ล็อคแขนหนู แล้วบอกว่ายังไงก็ไม่ให้ แล้วเหมือนเขาเอาโทรศัพท์ไปลบแชทผู้หญิงคนนั้นทิ้ง หนูก็ไปค้นมาจนเจอ เห็นเขาบล็อกผู้หญิงคนหนึ่งอยู่ แต่หนูไม่เห็นแชทที่เขาคุยกัน หนูก็เลยถามเขาว่าคนนี้คือใคร เขาก็บอกว่าเคยคุยกันนานแล้ว ตั้งแต่ช่วงเดือนกุมภาพันธ์ ซึ่งมันก็คือก่อนแต่งงาน หนูก็รู้สึกเสียใจ และเขาบอกว่าผู้หญิงคนนี้เพิ่งทักกลับมา หนูก็ไม่เชื่อ หนูก็ค้นต่อ ซึ่งในแชทไลน์เขามีติดประกาศเบอร์บัญชีของผู้หญิงคนนั้นอยู่ หนูก็เอาไปเสิร์จทุกธนาคารเลย จนไปเจอชื่อจริงผู้หญิงคนนั้น หนูก็เอาไปเสิร์จเฟซบุ๊กและไอจี แล้วก็ทักไปถามผู้หญิงคนนั้น เขาก็บอกว่าเพิ่งเจอกันวันอังคารที่ผ่านมา เหมือนไปเจอกันที่ร้านเหล้า แล้วสามีหนูไปเลี้ยงเหล้าเขา ดื่มเสร็จสามีหนูก็ไปส่งที่หอพัก แต่เหมือนผู้หญิงลืมกุญแจหอพักก็เลยไปเปิดโรงแรมนอนด้วยกัน แล้วก็มีอะไรกัน หนูก็ถามผู้หญิงว่า เธอจะพัฒนาความสัมพันธ์มั้ยหรือคุยกันมานานหรือยัง? เขาก็บอกว่า เอ้ย เพิ่งเจอ ไม่ได้จะพัฒนาความสัมพันธ์ สุดท้ายสามีก็มาสารภาพว่าไปเจอกันที่ร้านเหล้า แล้วไปมีอะไรกัน และเขาก็บอกว่าคุยกับผู้หญิงคนนี้สนุกดี สำหรับหนู เขามาทำแบบนี้หลังจากแต่งงานได้เดือนเดียว มันเร็วมากเลย เพราะก่อนแต่งงานเราไม่ได้ใช้ชีวิตอยู่ด้วยกัน หนูอยู่หอ เขามาหาเสร็จ เขาก็กลับบ้านเขาไป หนูก็อยากให้อภัยนะ แต่อีกใจก็ไม่อยากให้อภัย แต่เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา สิ่งที่หนูเจออีกครั้ง คือ หนูไปเจอแชทที่เขาคุยกันอีก เห็นแค่ประมาณว่า กินข้าวหรือยัง ที่นี่ฝนตกนะ ที่นั่นฝนตกมั้ย? ต้องบอกก่อนว่า...สามีเขาเริ่มเปลี่ยนไปตอนก่อนที่เราจะจัดงานแต่งกัน แล้วประเด็นคือวันนั้นเขาก็มาหงุดหงิดใส่หนู หนูก็โทรไปเคลียร์กับสามี ซึ่งตอนนั้นเขาก็คุยกับผู้หญิงคนนั้นไปด้วย และคุยโทรศัพท์กับหนูไปด้วย หนูรู้ เพราะตอนที่ทะเลาะกันครั้งก่อน หนูขอรหัสเฟซบุ๊กกับไลน์เขา แต่หนูคิดว่าเขาคงจะคิดว่าหนูไม่ได้ค้นจริงๆ เพราะหนูไม่ค่อยได้เช็คโทรศัพท์เขาสักเท่าไร ซึ่งนานๆทีหนูมีเซ้นส์ถึงจะไปเปิดดู ก่อนแต่งงานมันจะมีแค่เขาทักไปหาผู้หญิงขายบริการ แต่แค่ทักเฉยๆ ไม่ได้มีแชทต่อเนื่องว่าเขาไปหา หนูก็รู้สึกไม่ดีแล้ว แต่พอรู้ว่าเขาเลือกแต่งงานกับหนู หนูก็ไม่ค้น ไม่อะไรแล้ว แต่พอหลังแต่งงานมา มันเป็นแบบนี้ หนูรู้สึกระแวงมาก คือทุกคืนที่นอนกับเขา หนูต้องสะดุ้งตื่นมา เพื่อไปค้นดูโทรศัพท์เขา ซึ่งเขาลบแชททุกอย่าง บล็อกทุกอย่าง แต่พออีกวันเขาก็ยังไปคุยกันได้ สำหรับการแต่งงาน หนูเป็นคนต่างจังหวัด ส่วนเขาเป็นคนกรุงเทพ แล้ววัฒนธรรมคนต่างจังหวัด พวกเขาก็คิดว่าคบกันมานานแล้ว เมื่อไรจะแต่ง แล้วก็ไปถามเขาบ่อยๆ แต่ไม่ใช่ว่าเราไม่เคยวางแผนร่วมกัน หนูก็เคยถามเขาไปว่า เธออยากแต่งงานกับเรามั้ย? แล้วจะแต่งกันประมาณไหน? แล้วเขาก็เพิ่งมาสารภาพเมื่อ 2 อาทิตย์ที่แล้วว่าจริงๆเขาไม่พร้อมจะแต่งงานนะ เขาก็พรั่งพรูหมดเลยว่าหนูไปดุเขา หนูไปกดดันเขา ซึ่งหนูก็บอกว่าถ้ามันขนาดนี้ เธอบอกเลิกเราไปก่อนที่จะแต่งงานกันก่อนก็ได้นะ หรือบอกว่าเราไม่พร้อมก็ได้ แต่เขาไม่พูด เขาแบบก็แต่งๆไป แต่เรามีการเก็บเงินมาแต่งงานด้วยกัน ถึงเขาจะเก็บเยอะกว่า แต่เราก็มีการวางแผนร่วมกัน... หนูก็เคยบอกเขาไปว่า ครั้งแรกเราก็อยากให้โอกาส เพราะสิ่งที่เขาบอกเราก็ดูผิดเหมือนกันนะ เราผิดที่ทำให้เขาเครียด ต้องไปกินเหล้าที่ร้านเหล้าบ่อยๆก่อนแต่งงาน เขาบอกเขาแอบไป โดยที่เราไม่รู้ หนูก็อยากปรับตัวนะ ซึ่งหนูพยายามปรับตัวแล้ว เหมือนมันมีอะไรบางอย่างที่เขาบอกเราไม่หมด เหมือนมันยังตึงๆ ร่วมกับการที่หนูยังระแวงเขา หลังจากที่หนูจับได้ ตอนนี้เขาก็ดูเหมือนรู้สึกผิด เขาก็บอกว่าเขาไม่คุยแล้ว แต่พอเรามาจับได้ครั้งที่ 2 เขาก็พูดเหมือนเดิมว่าเขาไม่ทำแล้ว รอบนี้ไม่มีจริงๆ หนูไม่อยากให้มีครั้งที่ 3 ให้หนูรู้สึกไม่ดีอีกแล้ว แต่พอหนูถามว่าเขาจะหย่ามั้ย? จริงๆเรื่องหย่า หนูไปเห็นในประวัติการค้นหาใน Google ของเขา เขาก็ค้นหาคำว่า หย่า ไม่รักแล้ว แล้วพอวันจันทร์ที่ผ่านมาหนูก็เห็นเขาแชทคุยกับแฟนเก่า เขาถามแฟนเก่าว่าถ้าคิดเรื่องหย่านี่ถือว่าเป็นเรื่องเล็กมั้ย แต่แฟนเก่าเขาก็ไม่ได้อะไร เหมือนให้คำปรึกษามากกว่า ซึ่งหนูก็ถามเขาว่าแล้วจะไปปรึกษาแฟนเก่าทำไม เขาบอกว่าคิดว่าจะได้คำปรึกษาที่ดีจากแฟนเก่า แต่พอหนูถามเขาว่าหย่ามั้ย เขาก็บอกว่าไม่หย่า ขอโทษทุกอย่าง จะไม่ทำอีกแล้ว ขอโอกาสให้เขานะ ตอนที่จับได้ครั้งแรก เขาก็ง้อเราด้วยกันพาหนูไปเที่ยว จองโรงแรมดีๆเลย ทั้งๆที่เมื่อก่อนไม่เคยจองโรงแรมดีขนาดนี้ แต่หนูขอเขาว่าให้หนูดูแลเรื่องเงินได้มั้ย เขาก็ถามว่าแล้วทำไมเขาจะต้องให้ หรือแม้แต่การเปลี่ยนรูปโปรไลน์ที่ใส่รูปแต่งงานหนูคู่กับเขา เขาก็ยังไม่ยอมเลย เขาไม่ได้แสดงออกถึงความบริสุทธิ์ใจอะไรเลย เวลาเล่นโทรศัพท์เสร็จเขาก็จะเก็บใส่กระเป๋าเลย ไม่ได้ให้เราดูได้เต็มร้อย และเวลาอาบน้ำก็จะเอาโทรศัพท์ไปด้วย ช่วงนี้ชีวิตหนูก็ค่อนข้างเครียดเพราะมีปัญหาที่บ้าน แล้วเขากลับเอาความเครียดของหนูมาทำให้เขาเครียดไปด้วย หนูก็เลยคิดว่าเราเป็นสามี-ภรรยากันแล้ว เราแชร์ความทุกข์ ความสุขกันไม่ได้หรอ กลายเป็นทุกอย่างตอนนี้หนูทำอะไรก็ไม่ดี ผิดไปหมด แล้วยังต้องมาเจอที่เขาทำกับหนูอีก หรือเขาโทษหนูเพื่อบ่ายเบี่ยงประเด็นหรือเปล่า... หนูอยากปรึกษาพี่ๆว่า ถ้าเราหย่าเลยตอนนี้มันจะเร็วไปมั้ยสำหรับคนที่เพิ่งแต่งงานกัน หรือจริงๆเราควรจะให้โอกาสเขามั้ย? “ดีเจอั๋น” ให้คำแนะนำว่า ‘คุณแพรวต้องถามตัวเองก่อนว่า คุณแพรวอยู่ในภาวะที่ต้องพึ่งพิงเขามากแค่ไหน เราจะขาดเขาได้ไหม ในวันนี้เราแข็งแรงพอไหมที่จะไม่มีเขา ปัญหาที่คุณแพรวเล่ามาเป็นสิ่งที่คุณแพรวไม่ได้คุยกับเขาตั้งแต่ก่อนตัดสินใจใช้ชีวิตร่วมกัน ทั้งเรื่องการเงินและทัศนคติต่างๆ เรื่องที่คุณแพรวขอเป็นคนดูแลเรื่องเงิน เขาไม่ควรบอกคุณแพรวว่า “ทำไมผมต้องให้” มันเป็นคำพูดที่ไม่ดีและมันแสดงให้เห็นว่าเขาไม่ใส่ใจคุณแพรวเลย มันไม่มีคำว่าช้าหรือเร็ว ตอนนี้คุณแพรวควรคุยกับเขาดีๆว่ายังอยากมีกันและกันในชีวิตหรือเปล่า ถ้าเขายังอยากมีกัน ก็บอกเขาว่าช่วยทำให้คุณแพรวรู้สึกสำคัญ มีค่าและไม่สามารถเสียไปจากชีวิตได้ แต่ก่อนจะถามเขาคุณแพรวต้องรู้ก่อนว่าตัวเองมีค่า และถามตัวเองว่ายังอยากมีผู้ชายแบบนี้อยู่ในชีวิตหรือเปล่า’ ส่วน “ดีเจเติ้ล” แนะนำว่า ‘ที่สามีคุณแพรวนอกใจน่าจะไม่ใช่แค่ครั้งแรก ถ้าเขาทำผิดครั้งแรกการที่เขาขอโทษน่าจะเป็นเรื่องใหญ่กว่านี้ คนที่รู้ตัวว่าทำผิดอย่างน้อยเขาจะต้องมีการเว้นระยะที่จะไม่ทำผิดอีก แต่สามีของคุณแพรวยังทำผิดติดต่อกันลับหลังคุณแพรว ตอนนี้คุณแพรวกับเขามองค่าน้ำหนักความผิดไม่เท่ากัน เรื่องเล็กของเขาแต่มันคือเรื่องใหญ่ของคุณแพรว ปัญหาต่างๆที่เกิดขึ้นอาจเป็นเพราะมันเก็บสะสมมาเรื่อยๆโดยที่ไม่ได้มีการทำความเข้าใจและแก้ปัญหา จนทำให้สามีคุณแพรวแสดงออกมาว่าเขาไม่มีความสุขกับความรักครั้งนี้ ซึ่งจริงๆแล้วนี่อาจจะเป็นช่วงปลายของการคบหากันตลอด 4-5 ปีก็ได้ ส่วนเรื่องการหย่า จะเร็วจะช้ามันขึ้นอยู่กับตัวของคุณแพรว หนึ่งเดือนของบางคนอาจจะนานสำรับการทนเจ็บ ถ้าคุณแพรวไม่มีความสุขก็กลับมารักตัวเองดีกว่า’ ดีเจ “ต้นหอม” เสริมว่า ‘การกระทำของสามีคุณแพรวคือผู้ชายเจ้าชู้ เขาไม่สำนึกเลยว่าเขาทำผิด เขาไม่เห็นความสำคัญของคุณแพรว และเขาไม่สามารถสร้างความมั่นใจในความสัมพันธ์นี้ได้เลย คุณแพรวต้องถามตัวเองแล้วว่าอยากอยู่กับผู้ชายแบบนี้ไหม ถ้าคุณแพรวรับไม่ได้แสดงว่านี่ไม่ใช่ที่ของคุณแพรว ไม่ต้องสนใจกับงานแต่งที่มันเกิดขึ้นไปแล้ว ถ้าแต่งงานมาอยู่ด้วยกันแล้วมีแต่เรื่อง Toxic ก็ทิ้งอดีตไป นับจากนี้ชีวิตที่เหลืออยู่ของคุณแพรวจะต้องมีแต่ความสุข การที่เขาไม่หย่าไม่ได้แปลว่าเขารักเรา เพราะการกระทำเขามันไม่แสดงออกถึงความรักเลย ถ้าอยู่ไม่ไหวก็ออกมา แต่ถ้าอยู่ไหวก็อดทนแล้วเปลี่ยนตัวเองให้เขาเมตตาและมอบความรักให้เราบ้าง ถ้าเลือกที่จะอยู่ด้วยกันต่อก็ต้องบอกสามีให้ปรับไปด้วยกัน แต่สุดท้ายชีวิตใครชีวิตมัน คุณแพรวต้องถามตัวเอง เพราะคนที่เจ็บและสุขก็คือคุณแพรวคนเดียว’ สุดท้ายนี้พี่ๆดีเจเป็นกำลังใจและบอกให้คุณแพรวทบทวนตัวเองดีๆ ให้ตัดสินใจเรื่องนี้ได้เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

ทำยังไงต่อไปดี หนูรู้สึกขยะแขยงตัวเอง... คบแฟนคนนี้มา 5 ปี แฟนเพิ่งมาบอกรสนิยมทางเพศว่าชอบ สวิงกิ้ง เราไม่ชอบเลย แต่ที่หนูยอมเพราะรัก ครั้งแรก เขาพาผู้ชายอีกคนมาให้หนู หนักขึ้นเรื่อยๆ จนครั้งที่สาม เขาพามา 3 คู่ จนหนูทนไม่ไหวแล้ว

07 เม.ย. 2023

ทำยังไงต่อไปดี หนูรู้สึกขยะแขยงตัวเอง... คบแฟนคนนี้มา 5 ปี แฟนเพิ่งมาบอกรสนิยมทางเพศว่าชอบ สวิงกิ้ง เราไม่ชอบเลย แต่ที่หนูยอมเพราะรัก ครั้งแรก เขาพาผู้ชายอีกคนมาให้หนู หนักขึ้นเรื่อยๆ จนครั้งที่สาม เขาพามา 3 คู่ จนหนูทนไม่ไหวแล้ว

“คุณปุกปุย (นามสมมุติ)” อายุ 35 ปี สายที่สามใน รายการพุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (5 เม.ย. 66) ได้โทรเข้ามาปรึกษา ดีเจเผือก – ดีเจเติ้ล – ดีเจต้นหอม เกี่ยวกับปัญหาไม่ชอบรสนิยมทางเพศของแฟน “คุณปุกปุย (นามสมมุติ)” ได้เล่าว่า ‘หนูคบกันแฟนมา 5 ปี เรื่องนี้มันเกิดขึ้นมาประมาณ 1-2 ปีแรกในความสัมพันธ์ของเราสองคน มันดีหมดทุกอย่างเลย แต่แฟนหนูมีรสนิยมทางเพศที่ไม่เหมือนคนอื่น เพราะเขาชอบสวิงกิ้ง ช่วงแรกๆเขาจะเกริ่นๆก่อนว่าเขาชอบสไตล์นี้ แล้วเขาก็บอกว่าถ้าเรื่องเซ็กส์ไปด้วยกันได้ มันจะทำให้ความสัมพันธ์ดีขึ้นนะ ด้วยความที่หนูรักเขา ก็เลยพยายามลองเปิดใจครั้งแรก ซึ่งอันดับแรกที่เขาให้ทำก็คือเอาผู้ชายมานวดหนู นวดเสร็จก็มีอะไรด้วยกัน แล้วเขาก็นั่งดู หนูรู้สึกขยะแขยงมาก แต่ก็ต้องทำ เพราะหนูรักเขา หนูอยากรักษาความสัมพันธ์ตรงนี้เอาไว้ แต่พอมีครั้งที่หนึ่ง ก็มีครั้งที่สอง พอมีครั้งที่สอง มันก็ขยับสเต็ปไปอีกแบบนึง จากผู้ชาย 1 คนมานวด ก็กลายเป็นคู่รัก 3 คู่ที่เขามีรสนิยมเดียวกันที่หนูยังยอมอยู่ เพราะรักคำเดียวเลย ที่ผ่านมามันไม่มีความสุขเลย หนูขยะแขยงมาก หนูก็เลยพยายามปฏิเสธ เพราะมันเริ่มมีครั้งที่สี่ หนูก็เลยบอกว่าไม่ไหวแล้ว หนูขอจบแค่ครั้งที่สามพอ หลังจากนั้นเขาก็เริ่มเปลี่ยนไป ไม่เหมือนเดิม และเขาก็นอกใจหนู เพียงเพราะหนูไม่ตอบโจทย์เขาเรื่องนี้อีกแล้ว ตอนนี้เราสองคนก็ยังอยู่ในสถานะที่อยู่ด้วยกัน แต่เขาก็มีคนอื่น หนูจับได้แล้วขอให้เขาเลิก แต่เขาก็ไม่เลิก เขาพูดประมาณว่า จะอยู่ก็อยู่ อยู่ไม่ได้ก็ไป หนูตอบแบบโง่ๆเลยว่าหนูยอมเขา หนูคิดว่าคนนี้เขาจะคบแบบจริงจัง แต่เขาเพิ่งจะคบกัน ผู้หญิงคนนั้นยังไม่รู้ว่าผู้ชายคนนี้เขามีรสนิยมแบบนี้ หนูพยายามที่จะออกจากความสัมพันธ์นี้แล้ว แต่พอหนูคิดถึงเรื่องนั้นหนูก็ยิ่งขยะแขยงตัวเอง รู้สึกด้อยค่าตัวเองมากๆ ไม่กล้าที่จะไปมีคนใหม่3 ดีเจจึงให้คำแนะนำ “คุณปุกปุย (นามสมมุติ)” ว่า ‘การที่หนูเป็นอยู่ตอนนี้คือการด้อยค่าตัวเองมากกว่าอีก เขาเห็นเราเป็นอะไร เราไม่มีค่าอะไรสำหรับเขาเลย แต่หนูยังเลือกให้ตัวเองเป็นแบบนี้ ทั้งๆที่เขาไล่แล้วแต่เรายังไม่ไป เราจะเริ่มด้อยค่าตัวเองก็ต่อเมื่อเราตัดสินใจอยู่ต่อ ซึ่งตอนที่ปุกปุยรู้ตัวว่าไม่ชอบ และปฏิเสธสำเร็จ นั่นคือวันที่ปุกปุยรู้คุณค่าของตัวเองและคุณค่านั้นมันสูงที่สุดเลยนะ การสวิงกิ้งไม่ได้ทำให้ชีวิตคนเราต้องพังไปทั้งชีวิต มันก็มีกลุ่มคนที่ชอบรสนิยมแบบนี้ แต่ปุกปุยแค่ไปอยู่ผิดกลุ่ม และเขามีรสนิยมแบบนี้เขาก็ไม่ได้ผิดนะ แต่เขาผิดที่เลือกมีคนอื่นแล้วไล่ปุกปุยขนาดนี้ ต้องถามตัวเองว่าเราจะทนไปได้อีกนานแค่ไหน เพราะเราได้คำตอบแล้วว่าคนๆนี้เขาไม่เคยรักเราเลย และมันเสียเวลาชีวิตถ้าสมมุติวันนึงเขากับผู้หญิงคนนั้นไปไม่รอด แล้วเขากลับมาอยู่กับปุกปุย เราต้องกลับไปสวิงกิ้งอีกนะ ชีวิตมันต้องตกนรกไปอีกนานแค่ไหน ซึ่งเขาก็แสดงออกให้เห็นแล้วว่าถ้าจะอยู่กับเขาได้ ต้องเป็นทาสทางเรื่องเพศเท่านั้น เพราะพอไม่มีเรื่องเซ็กส์ ปุกปุยก็ไม่ได้มีค่าอะไรกับคนๆนี้เลย ส่วนคุณค่าของปุกปุยจะอยู่ที่การตัดสินใจเลยว่าจะยอมอยู่ให้เขารู้สึกว่าเราด้อยค่าต่อไปมั้ย และเมื่อไหร่ที่มูฟออน ตอนนั้นคือมีค่าเลย...เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

album
efm
-

-