ย้ายมาหอใหม่ ไม่เสียค่าห้อง จ่ายค่ามัดจำก็อยู่ได้เลย แต่ต้องแลกกับการถูกผีหลอก! อยู่ได้ 3 คืน จึงย้ายออก แถมเงินมัดจำก็ขอคืนไม่ได้ เล่าเรื่องผีให้เจ้าของหอทราบ ก็ตอบมาเพียง “ครับ” มารู้ทีหลังว่าหอนี้เคยมีคนตาย! แต่เจ้าของหอปิดข่าวไว้!

พุธทอล์ค พุธโทร RECAP

ย้ายมาหอใหม่ ไม่เสียค่าห้อง จ่ายค่ามัดจำก็อยู่ได้เลย แต่ต้องแลกกับการถูกผีหลอก! อยู่ได้ 3 คืน จึงย้ายออก แถมเงินมัดจำก็ขอคืนไม่ได้ เล่าเรื่องผีให้เจ้าของหอทราบ ก็ตอบมาเพียง “ครับ” มารู้ทีหลังว่าหอนี้เคยมีคนตาย! แต่เจ้าของหอปิดข่าวไว้!

23 พ.ค. 2023

       รายการ ‘อังคารคลุมโปง X’ ที่ผ่านมา (16 พฤษภาคม 2566) มีเรื่องเล่าเรื่องหลอนของ ‘คุณหยิว’ ที่โทรเข้ามาพูดคุยกับ ‘ดีเจแนน’ และ ‘ดีเจเจ็ม’ ฟังว่าสัมผัสได้ถึงวิญญาณที่สิงอยู่ในห้องที่พึ่งย้ายเข้ามา โดยมีเรื่องราวดังนี้

       คุณหยิวเล่าว่าเมื่อประมาณหนึ่งปีที่แล้ว ตนเองได้หาหอพักใหม่ และได้ไปเจอกับหอที่ว่านี้ ซึ่งค่อนข้างใกล้ที่ทำงานและสงบสวยงาม แม่บ้านก็พูดจาไพเราะ ถูกใจคุณหยิวมาก ๆ นอกจากนี้ แม่บ้านยังบอกอีกว่าไม่ต้องเสียค่าห้อง เสียแค่ค่ามัดจำล่วงหน้า 5000 บาทก็พอ คุณหยิวก็คิดในใจว่าทำไมดีจัง ไม่เคยเจอแบบนี้เลย จึงตัดสินใจเช่าห้องที่นั่นเลย

       ห้องคุณหยิวอยู่ที่ชั้น 4 โดยฝั่งที่คุณหยิวอยู่ มีผู้เช่าอาศัยเพียงสองห้องเท่านั้น ส่วนฝั่งตรงข้ามนั้นเต็มทุกห้อง คุณหยิวไม่ได้เอะใจอะไร ในคืนแรกช่วงประมาณ 3 ทุ่ม ขณะที่คุณหยิวกำลังเก็บข้าวของในห้องอยู่นั้น จู่ ๆ ไฟก็ดับลง ด้วยความตกใจจึงรีบโทรหาแม่บ้านทันที แม่บ้านก็พูดประมาณว่า “ไม่เป็นไรนะ เนี่ยมันดับทั้งซอยเลย เดี๋ยวสวดมนต์ไหว้พระแล้วเข้านอนได้เลย” คุณหยิวเองก็เอะใจว่าทำไมเขาพูดแบบนี้ แต่ก็ทำตามจนคืนแรกผ่านพ้นไป..

       ต่อมาคืนที่สอง เวลาประมาณเที่ยงคืน คุณหยิวเริ่มง่วง ๆ เพลีย ๆ กำลังจะผล็อยหลับไป แต่ก็รู้สึกได้ทันทีว่าเหมือนมีคนเข้ามากอดจากด้านหลัง! รูปร่างลักษณะเหมือนผู้ชาย ตัดผมเกรียน อายุประมาณ 30 นิด ๆ คุณหยิวสะบัดตัวออกทันที คุณหยิวเล่าว่าเหมือนกำลังตกอยู่ในภวังค์เป็นเหมือนฝันซ้อนฝัน และกำลังโดนผีอำอยู่ เพราะเห็นเป็นผู้ชายคนเดิมนั่งหันหลังทับผ้าห่มอยู่ทางด้านขวาของเตียง คุณหยิวพยายามดึงผ้าห่มคืน และเมื่อดึงหลุด คุณหยิวตั้งใจว่าเดี๋ยวจะเดินไปเปิดไฟเพราะคิดในใจว่าอยากตื่นแล้ว ขณะที่กำลังลุกไป ได้สังเกตเห็นว่าขอบเตียงตรงใกล้กับประตูมีผ้าห่มผืนที่พึ่งดึงไปกำลังคลุมอะไรบางอย่างที่รูปร่างเหมือนคนไว้อยู่! คุณหยิวกล้า ๆ กลัว ๆ จึงก้าวขาแบบไม่ให้เหยียบโดนสิ่งนั้น แล้วเดินไปเปิดสวิตช์ไฟซึ่งพอเปิดสวิตช์ คุณหยิวก็เห็นว่า “อ้าวมันไม่มีไฟนี่ แสดงว่าเรายังไม่ได้ตื่นจริง ๆ เลย” คุณหยิวจึงรีบสวดมนต์และนึกถึงพ่อกับแม่ทันที แล้วก็สะดุ้งตื่นขึ้น จากนั้นก็รีบลุกไปเปิดไฟทุกดวง ขณะที่กำลังจะลุกเดินไปเปิดไฟทางห้องน้ำ ก็ต้องเดินผ่านหัวมุมเตียงที่เคยเห็นผู้ชายคนนั้นนั่งทับผ้าห่มอยู่ คุณหยิวถึงกับมีอาการขนลุกตั้งแต่เท้ายันหัว จึงกลับมานอนที่เตียง ซึ่งปกติแล้วคุณหยิวจะวิดีโอคอลกับแฟนคาสายทิ้งไว้ตลอด แต่เหมือนกับที่ผ่านมาสายมันจะตัดไปเอง ในคืนนี้ก็เช่นกัน แฟนคุณหยิวจึงโทรกลับมาอีกครั้ง คุณหยิวก็เล่าทุกอย่างให้ฟังและได้ขอให้แฟนคาสายทิ้งไว้จนกว่าตนเองจะหลับไปก่อน 

       ผ่านไปจนมาถึงคืนที่สาม คุณหยิวก็ได้วิดีโอคอลกับแฟนเหมือนเดิม เมื่อใกล้จะนอนจึงได้บอกแฟนไปว่า “เดี๋ยวจะเข้านอนแล้วและรอดูก่อนว่าคืนนี้จะเป็นยังไง ถ้ามันไม่ไหวจริง ๆ ก็คงจะต้องได้ย้ายออก” พอกำลังจะเคลิ้มหลับก็รู้สึกได้ว่า “มันกำลังมาอีกแล้ว” จึงตัดสินใจว่า “งั้นฉันจะไม่นอน”  ซึ่งตอนนั้นเป็นเวลาตีสองเกือบตีสาม คุณหลิวจึงไปเปิดไฟทุกดวงในห้อง เมื่อเดินผ่านตรงหัวมุมขอบเตียงตรงนั้นก็รู้สึกขนลุกขึ้นมาอีกครั้ง ด้วยความที่คุณหยิวอยากรู้ว่ามันจะสุดที่ตรงไหน เลยตัดสินใจยืนอยู่ตรงนั้นมันซะเลย ทำให้ขนที่ลุกอยู่แล้วลุกหนักกว่าเดิม คุณหยิวจึงคิดในใจว่าตรงนี้น่าจะมีวิญญาณอยู่แน่ ๆ

       เช้าวันถัดมา คุณหยิวตัดสินใจไปแจ้งย้ายออกทันที ทำให้ป้าแม่บ้านที่เคยพูดคุยอย่างไพเราะมาตลอดก็มองคุณหยิวด้วยท่าทางที่ไม่พอใจประมาณว่าทำไมเธอถึงออก และพูดจาไม่ดีใส่ คุณหยิวจึงถามป้าแม่บ้านไปว่า “ในห้องนี้มีวิญญาณไหมคะ?” ป้าคนนั้นตอบกลับมาว่า “เค้าไม่ได้ตามเธอมาหรอ” เหมือนกับจะโทษว่าคุณหยิวเป็นคนนำผีเข้ามา คุณหยิวก็ตอบไปว่า “ไม่มีนะคะ เพราะว่าหอเดิมที่เพิ่งย้ายออกมาก็ไม่มีอะไร” ป้าแม่บ้านจึงได้ให้จ่ายค่าน้ำค่าไฟก่อนที่จะย้ายออก แล้วคุณหยิวก็ได้พูดต่อว่า “เงิน 5000 ที่จ่ายไปขอคืนสัก 1000 ได้ไหมคะ?” แต่ป้าแม่บ้านก็ไม่ยอมคืน จึงได้นำเรื่องทั้งหมดนี้ไปแจ้งกับเจ้าของหอ และแจ้งว่ามันมีวิญญาณในห้องนี้ ให้ไปทำบุญให้เขาด้วย แต่แทนที่เจ้าของหอจะโวยวายหรือพยามปฏิเสธ เขากลับพูดมาเพียงว่า “ครับ” แถมไม่ยอมคืนเงินค่ามัดจำมาสักบาทเดียว ทำให้คุณหยิวเสียดายเงินมาก ๆ 5000 แลกกับ 4 วัน 3 คืนที่โดนผีหลอก 

       ต่อมาในวันนั้นเอง คุณหยิวก็ได้กลับไปที่หอเดิม ทำให้เจ้าของหอเดิมสงสัยว่าทำไมถึงกลับมา เนื่องจากทั้งสองหอนี้อยู่ไม่ไกลกันมาก และที่ย้ายออกเพราะหอเดิมนี้มีห้องที่ทำเสียงดังประจำ คุณหยิวได้ตัดสินใจเล่าเรื่องราวทั้งหมดให้เจ้าของหอเดิมฟัง เจ้าของหอเดิมจึงบอกว่า “จริง ๆ แล้ว เมื่อประมาณ 7-8 ปีก่อน ที่หอใหม่ของคุณหยิวนี้มีคนตาย แต่เจ้าของหอปิดข่าวไว้เพราะบริเวณนั้นเป็นเขตชุมชน และไม่ได้ทำบุญอะไรเลยหลังจากเกิดเหตุ” เรื่องนี้รู้จากแม่บ้านของหอใหม่คนก่อนที่มาเล่าให้กับเจ้าของหอเดิมฟัง คุณหยิวได้รู้ดังนั้นจึงคิดว่า ไม่แปลกใจเลยที่เจ้าของหอใหม่จะตอบมาแค่คำว่า “ครับ” แค่นั้น เพราะรู้อยู่แก่ใจอยู่แล้วนี่เอง

(เป็นความเชื่อส่วนบุคคล โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน)

ฟังเรื่องหลอนแบบเต็ม ๆ ได้ที่

related พุธทอล์ค พุธโทร RECAP

เรื่องเล่าจากคุณขวัญ 'ข้าพเจ้าขอปฏิเสธความตายในครั้งนี้' l อังคารคลุมโปง X ภณ - มุกดา [ 17 มี.ค.2569 ]

24 มี.ค. 2026

เรื่องเล่าจากคุณขวัญ 'ข้าพเจ้าขอปฏิเสธความตายในครั้งนี้' l อังคารคลุมโปง X ภณ - มุกดา [ 17 มี.ค.2569 ]

ข้าพเจ้าขอปฏิเสธความตายในครั้งนี้... คำอฐิษฐานจากผู้เป็นแม่ เมื่อความฝันแปลกประหลาดเกิดขึ้นขณะตั้งครรภ์ กับการมองเห็นเงาดำเลือนลางที่ปรากฏตรงหน้า นำไปสู่ภาพในฝันอันสวยงาม ที่กลับกลายเป็นเส้นระหว่างความเป็น และความตาย!! เรื่องราวจะเป็นอย่างไร ติดตามได้ใน ‘อังคารคลุมโปง X ภณ - มุกดา’ (17 มีนาคม 2569) ไปพร้อมกับ ‘ดีเจแนน’ และ ‘ดีเจเจ็ม’ กับเรื่องราวที่มีชื่อว่า ‘ข้าพเจ้าขอปฏิเสธความตายในครั้งนี้’ ‘คุณขวัญ’ ได้มาถ่ายทอดเรื่องราวของตนเอง ย้อนกลับไปเมื่อ 2 ปีที่แล้ว เหตุการณ์แปลกประหลาดได้เริ่มต้นขึ้น เมื่อคุณขวัญฝันเห็นงูสองตัว พยายามที่จะเลื้อยเข้ามาในบ้านของเธอ ในฝันนั้นเธอพยายามที่จะเรียกให้พ่อของเธอ เข้ามาช่วย เมื่อพ่อของเธอได้วิ่งเข้ามาพร้อมกับทุบตีงูตัวหนึ่ง ส่วนงูอีกตัวหนึ่งได้เลื้อยเข้ามาในบ้านของเธอแบบไม่ทันตั้งตัว จากนั้นความฝันในครั้งนี้ก็ได้จบลง…หลังจากผ่านเรื่องราวความฝันมาได้เพียง 2 - 3 วัน คุณขวัญได้ตรวจพบว่าเธอกำลังตั้งครรภ์ หลังจากนั้นตลอดระยะเวลาที่เธอตั้งครรภ์ คุณขวัญมักจะฝันเห็นงูตัวเดียวกันกับในฝันคราวก่อน ที่มันนั้นได้เลื้อยเข้ามาในบ้านของเธออยู่บ่อย ๆ งูตัวนั้นมีลักษณะสีดำ ลำตัวยาวเลื้อยอยู่ตามมุมต่าง ๆ ในบ้านของเธอ และได้เลื้อยเข้ามานอนขดอยู่ข้าง ๆ ท้องของเธออีกด้วย เมื่อคุณขวัญตั้งครรภ์ได้ 36 สัปดาห์ และถึงช่วงเวลาที่เธอจะต้องเข้าไปตรวจร่างกายกับคุณหมอจู่ๆ มือ และเท้าของเธอก็เริ่มบวม จนรู้สึกได้ถึงความผิดปกติ รวมทั้งน้ำหนักเธอนั้นเพิ่มขึ้นมากกว่าเดิมถึง 10 กิโลกรัม ภายในระยะเวลาเพียงแค่ 2 วัน ซึ่งสาเหตุทางการแพทย์ คืออาการของครรภ์เป็นพิษทำให้ในวันนั้นคุณขวัญ จะต้องเข้าแอดมินฉุกเฉินในโรงพยาบาล ในคืนหนึ่งขณะที่ คุณขวัญนอนนับเวลาถอยหลังที่จะคลอดลูกของเธอในอีกไม่นาน ในตอนนั้นเธอได้มีอาการปวดหัว และเริ่มปวดหนักขึ้นเรื่อย ๆ เมื่อคุณขวัญลืมตาตื่นขึ้นมา เธอก็ได้พบกับเงาขนาดใหญ่สีดำเลือนลาง ยืนอยู่ปลายเตียงของเธอ แต่ด้วยสัญชาตญาณความเป็นแม่ และความห่วงลูกของเธอ คุณขวัญจึงไม่สนใจเงาดำที่ยืนอยู่ตรงหน้าของเธอ และรีบลุกออกจากเตียงไปเรียกหาพยาบาลให้เข้ามาช่วยเธอในตอนนั้น เมื่อคุณขวัญกลับเข้ามาในห้อง พร้อมกับพยาบาลผู้ช่วย เธอก็ยังคงมองเห็นเงาดำเลือนลางนั้นอยู่ในห้องของเธอ ขณะเดียวกันพยาบาลได้ฉีดยาให้กับตัวของคุณขวัญ ทันทีใดนั้นเธอก็มีอาการร้อนรุ่มอยู่ในตัว ก่อนที่ภาพทั้งหมดของเธอจะตัดหายไปเมื่อคุณขวัญรู้สึกตัวขึ้นอีกครั้ง กลับพบว่าตัวของเธอเองนั้น กำลังยืนอยู่ท่ามกลางทุ่งดอกไม้แห่งหนึ่งที่เต็มไปด้วยสีสันสวยงาม ท้องฟ้าสีสดใสปุยเมฆล่องลอยไปมาบนท้องฟ้า สิ่งเหล่านั้นทำให้เธอรู้สึกเพลิดเพลินกับความสวยงามตรงหน้า แต่จู่ ๆ คุณขวัญได้ฉุดคิดขึ้นมาว่า…‘เรามาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร ทั้ง ๆ ที่เรากำลังจะคลอดลูก’ ทันทีที่สิ้นเสียงความคิดในใจคุณขวัญจึงได้พูดขึ้นมาว่า ‘ข้าพเจ้าขอปฏิเสธความตาย และทุกเงื่อนไขที่ท่านเสนอให้ในครั้งนี้’เมื่อสิ้นเสียงคำพูดของตัวเธอเอง จู่ ๆ จากภาพสวนดอกไม้สวยงามที่ปรากฏอยู่ตรงหน้าของเธอ ก็ได้กลับมาสู่โลกแห่งความเป็นจริงในโรงพยาบาล ในทันใดนั้น คุณขวัญก็อาเจียนออกมาหนักมาก แต่สุดท้าย เธอก็ได้คลอดลูกอย่างปลอดภัยในค่ำคืนนั้น เวลาผ่านไปได้ไม่นาน ในตอนที่คุณขวัญได้ออกจากโรงพยาบาล กลับมาพักอยู่ที่บ้านของตนเอง ขณะที่เธอกำลังนั่งเล่นอยู่บริเวณหน้าบ้านของเธอจู่ ๆ เธอก็มองเห็นเงาสีดำ ซึ่งเป็นเงาเดียวกับที่เธอเคยเห็นที่โรงพยาบาลยืนอยู่หน้าบ้านของเธอ แต่ในคราวนี้ เธอกลับเห็นมันชัดเจนมากยิ่งขึ้น เงานั้นมีรูปร่างใหญ่ สีดำสนิท และสวมใส่โจงกระเบนสีแดง ลักษณะคล้ายกับยมทูต คุณขวัญพยายามที่จะมองไปที่ใบหน้าของเงาดำ แต่ยิ่งพยายามมองเท่าไหร่ ก็มองไม่เห็นมันสักทีในตอนนั้น คุณขวัญได้รีบนำเรื่องนี้ไปเล่าให้คุณพ่อ และสามีของเธอได้ทราบ พร้อมกับขอความช่วยเหลือให้พ่อของเธอช่วยจุดธูปเพื่อบอกกับเจ้าที่ในบ้านว่า ขออนุญาตให้เดินทางเข้าบ้านได้ ส่วนสามีของเธอก็ได้ขึ้นไปบนห้องพระไปบอกกล่าวสิ่งศักสิทธิ์ จู่ ๆ ไฟที่บ้านก็ได้ดับลงในทันที จากนั้นพ่อของคุณขวัญก็ปักธูปลงไปในกระถาง ไฟในบ้านของเธอก็ได้ติดขึ้นมาอีกครั้ง ในขณะเดียวกันคุณขวัญก็ได้มีอาการหน้ามืด และได้ยินเสียงหัวเราะของผู้ชายคนหนึ่งดังขึ้นมา และเงียบหายไป หลังจากเหตุการณ์ในวันนั้นก็ไม่มีอะไรผิดปกติเกิดขึ้นอีกเลย…(เป็นความเชื่อส่วนบุคคล โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน)

ไปเที่ยวคนเดียว แต่ที่พักเต็มจึงขอให้พนักงานช่วย ตกดึกรู้สึกอยากเข้าห้องน้ำ พอเปิดห้องอาบน้ำเข้าไปก็เจอกระถางธูป เกลือ และดอกไม้วางไว้! ระหว่างทำธุระส่วนตัวอยู่อีกห้อง ก็ได้ยินเสียงคนเดินออกมาจากห้องอาบน้ำเมื่อกี้! พอจะกลับห้องก็ดันเจอแขกไม่ได้รับเชิญ!

16 ส.ค. 2023

ไปเที่ยวคนเดียว แต่ที่พักเต็มจึงขอให้พนักงานช่วย ตกดึกรู้สึกอยากเข้าห้องน้ำ พอเปิดห้องอาบน้ำเข้าไปก็เจอกระถางธูป เกลือ และดอกไม้วางไว้! ระหว่างทำธุระส่วนตัวอยู่อีกห้อง ก็ได้ยินเสียงคนเดินออกมาจากห้องอาบน้ำเมื่อกี้! พอจะกลับห้องก็ดันเจอแขกไม่ได้รับเชิญ!

ความหลอนกลับมาอีกครั้ง กับการโคจรมาพบกัน ระหว่าง ‘คืนพุธมุดผ้าห่ม’ และ ‘อังคารคลุมโปง X’ (8 สิงหาคม 2566) กับเรื่องหลอนของที่พักสุดสยอง จาก ‘ต้นกล้า คืนพุธมุดผ้าห่ม’ ที่ทำเอา ‘ดีเจแนน’, ‘ดีเจเจ็ม’ และทีมงานต้องอึ้งกันทั้งสตู! กับเรื่องที่จะทำให้คุณต้องจำไว้ว่า ถ้าโรงแรมมันเต็ม ก็อย่าไปฝืน เพราะคุณอาจจะได้ห้องนอนที่เป็น ซุปเปอร์ VVIP ที่อาจลืมไม่ลง วันหยุดที่ไทย ของบ้านเราส่วนใหญ่ มักจะไปหารีสอร์ท หรือโรงแรมเพื่อพักผ่อน แต่ถ้าใครเคยไปญี่ปุ่น เมื่อต้องไปเที่ยวตามต่างจังหวัด เราก็จะได้นอนเรียวกัง ดีเจเจ็มอธิบายเพิ่มว่าที่พักแบบเรียวกัง จะคล้ายกับห้องนอนของโนบิตะ มีเสื่อทาทามิ เมื่อเปิดเข้าไป ก็จะมีโต๊ะเล็ก ๆ วางอยู่ ไม่มีเตียง ไม่มีอะไร และจะมีคนดูแล คอยรับออเดอร์ ให้บรรยากาศแบบไปนอนบ้านญี่ปุ่นแท้ ๆ เรื่องนี้เกิดขึ้นกับผู้ชายคนหนึ่ง นามสมมุติ ‘โกฮัง’ ชายหนุ่มวัยทำงาน ที่ไม่มีครอบครัว ไม่มีแฟน ในช่วงวันหยุดยาวจึงตัดสินใจไปเที่ยวคนเดียว โกฮังไม่ได้วางแผนล่วงหน้าว่าจะเที่ยวในรูปแบบใด ไม่มีการจองอะไรทั้งสิ้น โกฮังคิดว่าทุกที่ที่มีสถานีรถไฟ จะต้องมีโรงแรมคู่กันอยู่แล้วจึงไม่คิดที่จะจองที่พักด้วย ในระหว่างนั้นโกฮังก็ออกท่องเที่ยวไปตามปกติ ทั้งขึ้นรถเมล์, รถบัส, รถไฟไปตามสถานีต่าง ๆ รู้ตัวอีกทีพระอาทิตย์ก็ตก ฟ้าเริ่มมืด โกฮังจึงถามร้านค้าแถวนั้น “ขอโทษนะครับแถวนี้มีที่พักบ้างไหมครับ” ทางร้านก็ตอบว่า “มี ห่างออกไปจากตรงนี้ไม่มาก ให้เรียกรถแท็กซี่ให้ไหม หรือต้องการอะไรไหม” โกฮังก็ตอบกลับ “ ได้ครับ รบกวนด้วยนะครับ” จากนั้นรถแท็กซี่ก็พาโกฮังไปตามทางที่ร้านแนะนำ ขณะนั้นฟ้าก็เริ่มมืดลงเรื่อย ๆ โกฮังที่ไม่ได้จองอะไรล่วงหน้า เมื่อถึงที่พักก็รีบเข้าไปถาม “สวัสดีครับ ไม่ทราบวันนี้มีห้องว่างไหม” พนักงานก็ตอบกลับว่า “ขอโทษทีครับ วันนี้ห้องเต็ม ไม่มีว่างเลย วันหยุดด้วยแขกท่านอื่นมาจองล่วงหน้ากันหมดแล้ว” โกฮังก็ถามเพิ่มอีกว่า “ไม่มีเลยหรอครับ งั้นพอจะมีโรงแรมอื่นแนะนำได้ไหมครับ” พนักงานก็ตอบว่า “เอาจริงนะ แถวนี้ถ้าจะไปอีกโรงแรม ก็ห่างออกไปอีกสักประมาณเกือบ 50 กิโล” การเดินทาง 50 กิโลเมตรในตอนฟ้ามืด ก็จะลำบากมาก ไม่ใช่คนพื้นที่ด้วย โกฮังถามย้ำอีกครั้งว่า “ไม่มีเลยจริงๆ หรอครับ เป็นไปได้ไหมถ้าผมขอนอนตรงล็อบบี้ก็ได้ คุณจะคิดเงินผมตามเรทราคาเช่าห้องปกติเลยก็ได้” โกฮังคิดเพียงแค่ขอได้นอน ให้ผ่านพ้นคืนนี้ไปให้ได้ พนักงานดูแลที่พักก็ตอบโกฮัง “สักครู่ครับ เดี๋ยวขอปรึกษาเจ้าของเรียวกังก่อน” จากนั้นพนักงานหายไปสักพักหนึ่ง แล้วเดินกลับมาพร้อมคำตอบว่า “มันมีอยู่ห้องนึง แต่ห้องนี้มันไม่ได้อยู่ในตัวอาคาร” ส่วนใหญ่อาคารแยกจะเป็นห้องสำหรับ VIP หรือต้อนรับแขกแยกที่มาเป็นคณะเป็นกลุ่ม หรือบางกรณีก็คืออาจจะมีเหตุผลอะไรบางอย่างที่ทำให้เขาไม่อยากใช้สถานที่ตรงนั้น “ถ้าเป็นตรงนั้นพอจะแนะนำได้ครับ แต่ต้องขอโทษด้วยจริงๆครับ ตรงนั้นจะมีแต่ห้องสุขา ไม่มีห้องอาบน้ำ” โกฮังรีบตอบตกลงทันที “ได้เลยครับ ได้เลย ไม่มีปัญหา ผมขอแค่ได้นอนก็พอ” หลังจากตกลงห้องพักกันเรียบร้อย พนักงานก็พาโกฮังเดินไปตามทาง ค่อยๆออกห่างจากตัวอาคารไปทางด้านหลังเรื่อย ๆ เส้นทางนี้ต้องเลาะไปตามทางแคบ ๆ ในที่สุดก็เห็นห้องพักที่เหมือนบ้านอีกหลัง มีประตูทางเข้า มีโถงทางเดินยาวเข้าไป โกฮังค่อยๆเดินตามพนักงานไป จนถึงห้องพัก ในตอนนั้นที่เลื่อนเปิดประตูออก ก็เห็นว่าภายในห้องนี้มีสภาพปกติ ไม่ได้มีฝุ่นเยอะอย่างที่คิด มีเสื่อทาทามิ และตู้เย็นอุปกรณ์ต่างๆครบ ถือได้ว่าเป็นห้องที่สวย ดูดีพร้อมใช้เลย ไม่มีปัญหา ก่อนพนักงานจะออกจากห้องไปก็พูดว่า “ยังไงคืนนี้เดี๋ยวขออนุญาตแค่นี้ก่อนนะครับ ยังไงถ้ามีอะไรไปเรียกที่ล็อบบี้ได้เลยครับ พอดีห้องนี้โทรศัพท์ไม่สามารถใช้ได้” โกฮังถามพนักงานว่า “ขอโทษนะครับ ขอโทษครับ ตู้เย็นนี้ใช้ได้ใช่ไหมครับ พอดีเห็นมีตู้เย็น” พนักงานตอบกลับด้วยเสียงตะกุกตะกักว่า “อ๋อ เอ่อ ตู้เย็น ตู้เย็นเสียครับ” โกฮังไม่ได้คิดอะไรก็บอก “อ๋อไม่เป็นไรครับ ขอบคุณมากครับ” หลังจากนั้นพนักงานก็เดินออกไป โกฮังนั่งลงแล้วก็คิดว่าลืมถามรายละเอียดอีกตั้งหลายอย่าง เช่น เรื่องอาหาร ความสะดวก ของใช้ต่าง ๆ แต่ก็ไม่เป็นไรเพราะระหว่างเดินทาง โกฮังได้เตรียมข้าวปั้นและน้ำใส่กระเป๋ามาจากบ้านอยู่แล้ว จึงหยิบขึ้นมากิน ระหว่างนั้นในห้องก็ได้ยินแต่เสียงนาฬิกาดัง แก๊ก แก๊ก แก๊ก โกฮังไม่ได้คิดอะไรมาก เมื่อกินอาหารเสร็จก็สำรวจห้องต่อ ก็เห็นมีโต๊ะหนึ่งตัวตั้งอยู่กลางห้อง มีตู้ที่เอาไว้ใส่ฟูก และมีตู้เย็นที่ใช้ไม่ได้ตั้งอยู่ สุดท้ายเป็นโต๊ะเครื่องแป้ง ที่หันหน้าตรงกับประตูพอดี ลักษณะของโต๊ะเครื่องแป้งนี้เป็นกระจกบานพับปิดอยู่ ระหว่างนั้นก็คิดว่า แล้วห้องสุขาอยู่ตรงไหน โกฮังจึงตัดสินใจเปิดประตูออกไป ก็พบความมืด แต่ในต้อนนั้นโกฮังยังไม่กล้าที่จะเดินเข้าไป จึงตัดสินใจที่จะอดทนไว้แล้วปิดประตู จากนั้นก็เข้าห้องเตรียมนอน เขาเปิดไฟหรี่ ๆ เอาไว้แล้วก็นอนลง แต่โกฮังก็นอนไม่หลับเพราะได้ยินเสียง ก๊อกๆ แก๊กๆ ของนาฬิกาอยู่ตลอดเวลา และเพราะอยากเข้าห้องน้ำด้วย จึงตัดสินใจกับตัวเอง “เอาหละ ไปก็ได้ อึดใจเดียว” เขาลุกขึ้นและค่อย ๆ เลื่อนเปิดประตู มองซ้าย ขวา แต่ทุกอย่างเงียบสนิท โกฮังจึงไปตามทางที่มีป้ายลูกศรชี้ไปยังห้องน้ำ เดินไปเรื่อย ๆ ก็เห็นประตูบานหนึ่ง ข้างๆประตูนี้มีประตูบานใหญ่ๆ ติดกันอีกหนึ่งบาน เรียวกังมองไปที่ประตูบานใหญ่และคิดว่าต้องใช่ห้องน้ำแน่ ๆ แต่ก็คิดในใจว่าทำไมพนักงานถึงบอกว่าไม่มี หรือน้ำไม่ไหล จึงใช้ไม่ได้ โกฮังอยากรู้จึงค่อย ๆ เลื่อนประตูเปิดดู เสียงประตูก็ดังขึ้น แก๊ก แก๊ก แก๊ก เมื่อมองเข้าไปในห้องน้ำสักพักสายตาค่อย ๆ ปรับแสงทำให้โกฮังเห็นชัดมากยิ่งขึ้น ในห้องนั้นเป็นห้องอาบน้ำรวมใหญ่ๆ สวยงาม แต่กลางห้องมีโต๊ะเล็ก ๆ ตั้งอยู่ และมีกระถางธูป มีเกลือ พร้อมกับดอกไม้วางไว้! ทีนี้แหละ โกฮังเข้าใจชัดเจนแล้วว่าห้องอาบน้ำนี้ต้องมีอะไรแน่นอน เขาจึงค่อย ๆ เลื่อนประตู แก๊ก แก๊ก แก๊ก แก๊ก ปิดกลับไปตามเดิม แล้วเข้าห้องน้ำประตูเล็ก ๆ ที่อยู่ข้างกัน เปิดไฟแล้วก็นั่งลงทำธุระส่วนตัวให้เสร็จ เนื่องจากอดกลั้นอั้นมานาน ทำให้ใช้เวลานานกว่าปกติ ทันใดนั้นก็ได้ยินเสียง แก๊ก แก๊ก แก๊ก แก๊ก แก๊ก เป็นเสียงประตูบานเมื่อกี้เลย แล้วตามด้วยเสียง ตึบ ตึบ ตึบ ค่อย ๆ เดินออกมาจากห้องน้ำ! โกฮังก็คิดในใจว่า “ใครวะ” เสียงเท้าเดินมาหยุดที่หน้าประตูบานเล็กที่โกฮังอยู่ โกฮังก็คิดว่า “เอายังไงดี” เอาหละยังไงก็ต้องธุระตัวเองให้เสร็จก่อน โกฮังกลั้นหายใจซึ่งก็ไม่รู้ว่าต้องกลั้นทำไม แต่ก็กลั้นหายใจ แล้วทำธุระต่อไป เสียงเท้านั้นก็ยังดังอยู่อย่างต่อเนื่อง แต่ค่อยๆไกลออกไป ไกลออกไป โกฮังรู้สึกโล่งอกแต่ก็ยังมีความสงสัยอยู่ “เมื่อกี้ก็เปิดเช็คแล้วว่าห้องก็ว่าง ไม่มีใคร จะเป็นไปได้อย่างไร หรือว่าจะเป็นพนักงานที่อยู่อีกตึกนึง แต่ก็ไม่น่าจะเป็นไปได้เพราะสุดทางนี้คือทางตัน” โกฮังคิดในหัวไปเรื่อย เมื่อโกฮังทำธุระเสร็จก็กดชักโครก ปิดไฟ ค่อย ๆ เลื่อนประตูให้เปิดออกแล้วส่องดู แต่ทางกลับไม่ได้มืดสนิทเพราะมีไฟจากห้องพักที่แง้มเอาไว้ โกฮังค่อย ๆ เดินกลับ มองซ้าย มองขวา ไม่มีอะไร แต่เมื่อถึงหน้าห้องพัก ทำให้เขานึกขึ้นได้ว่าที่นี่เหมือนจะมีห้องพักแค่ห้องเดียว เพราะจากทางที่เดินกลับมา ทางด้านขวาเขาไม่เจอประตูอะไรเลย ตรงไปเรื่อย ๆ ก็จะเป็นทางออกแล้ว มีเพียงด้านซ้ายที่มีประตู แล้วเขาไม่ได้ยินเสียงจากประตูด้านซ้ายที่เปิดออกไป แสดงว่าคนเมื่อกี้ที่เดินผ่านโกฮังไป ถ้าไม่ได้เห็นจากทางเดิน แสดงว่ามันมีอยู่ที่เดียวที่เขาจะอยู่ นั่นก็คือห้องพักของโกฮัง! โกฮังยังไม่ได้ตัดสินใจเข้าห้องพัก แม้จะมองเข้าไปแล้วเห็นว่าของยังวางไว้ปกติ ตู้ทุกอย่างก็ปิดสนิท โกฮังยังคิดในใจว่า “แต่ถ้าเราเข้าไปแล้วมีอะไรออกมาจากตู้ จะทำอย่างไงดีหรือเรากลับไปที่ล็อบบี้ตอนนี้ดี” เมื่อคิดได้ดังนั้น ก็มีเสียงดังขึ้น แก๊ก แอ๊ดดดดดด มันมาจากโต๊ะเครื่องแป้งที่มันอยู่ตรงกับประตูพอดี! แล้วโกฮังก็มองเข้าไปในห้อง ก็เห็นโต๊ะเครื่องแป้งค่อย ๆ แอ๊ดดดด เปิดออกมา! ทำให้โกฮังเห็นตัวเองสะท้อนอยู่ในกระจกบานกลาง แต่สองบานข้าง ๆ ค่อย ๆ เปิดออก แอ๊ดดดดดด จากนั้นก็เห็นมุมอื่น ๆ ภายในห้องนอน พอกระจกเปิดจนสุด ทำให้โกฮังต้องร้องออกมาด้วยความตกใจ! เพราะสิ่งที่เขาเห็นผ่านกระจกมันสะท้อนให้เห็นตรงประตูมุมลึกเข้าไป เป็นผู้หญิงคนนึง ยืนเอาหัวชิดประตูอยู่! ถ้าโกฮังตัดสินใจก้าวขาเดินเข้าไปในห้องแม้แต่ก้าวเดียว เขาจะได้เห็นผู้หญิงคนนี้อย่างเต็ม ๆ ใกล้ ๆอย่างแนบชิดเลย ลักษณะของผู้หญิงคนนั้นคือ ยืนอยู่อย่างตัวเปียก ๆ คือมองแล้วรู้เลยว่าไม่ใช่ สิ่งที่อยู่บนโลกนี้แน่ ๆ ในตอนนั้นโกฮัง ทิ้งของทุกอย่างแล้ววิ่งออกไปทันที! เมื่อถึงล็อบบี้ โกฮังก็รีบแจ้งพนักงาน “ผมนอนไม่ได้แล้ว” โกฮังเล่าเรื่องที่เจอให้พนักงานฟัง พนักงานจึงรีบขอโทษ “ไม่น่าเลย ขอโทษด้วยครับ” แต่ทางเรียวกังก็ไม่ได้ผิดเพราะลูกค้าเป็นฝ่ายเรียกร้อง พนักงานก็ไม่ได้บอกว่าที่นั้นมีอะไร หรือเกิดอะไรขึ้น สิ่งเดียวที่โกฮังรับรู้คือกว่าจะได้กลับไปเอาของที่อยู่ในห้องนั้น เขาและพนักงานรอจน แล้วค่อยเดินกลับไปเอาของ ท้ายที่สุด โกฮังก็ถามพนักงานอีกครั้งว่า “ห้องนั้นเกิดอะไรขึ้น” พนักงานก็บอกเพียงว่า “ที่เขาไม่ค่อยเล่ากัน จริงๆเป็นเพราะมันจะเกี่ยวข้องกับคดีก็เยอะเหมือนกัน” ต้นกล้าเสริมว่าถ้าคนฟังที่เป็นคนญี่ปุ่นเขาจะสันนิษฐานกัน ว่า ด้วยความที่เป็นอาคารแยก เท่ากับว่าต้องเป็นทริปส่วนตัว ส่วนใหญ่ก็จะเป็นคู่รักมาด้วยกัน หรือสามีที่พาบ่านเล็กบ้านน้อยมา อาจเกิดการทะเลาะหึงหวงกัน จึงอาจเกิดเหตุต่าง ๆ ขึ้น ส่วนเรื่องความเชื่อนั้น ประเทศญี่ปุ่นจะมีความเชื่อว่า เกลือ และ เหล้าขาว ถือว่าเป็นสิ่งบริสุทธิ์ และเชื่อกันว่ามันจะชำระล้างอะไรที่มันชั่วร้ายออกไปได้(เป็นความเชื่อส่วนบุคคล โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน)รับฟังเรื่องเต็ม ๆ ได้ที่

สาวแอร์โฮสเตสรักในการดูดวง แต่หมอดูบอกว่ามองไม่เห็นอนาคต พยายามตื๊อให้ดูดวงให้แต่หมอดูปฏิเสธ เวลาผ่านไป 1 อาทิตย์ ก็มีข่าวว่าสาวแอร์โฮสเตสกระโดดตึก หมอดูเห็นก็ช็อคเพราะคือคนเดียวกัน! แต่แล้วเขาก็มาหาในฝันเพราะมีเรื่องให้ช่วย อยากให้ดูดวงให้อีก!

17 มี.ค. 2024

สาวแอร์โฮสเตสรักในการดูดวง แต่หมอดูบอกว่ามองไม่เห็นอนาคต พยายามตื๊อให้ดูดวงให้แต่หมอดูปฏิเสธ เวลาผ่านไป 1 อาทิตย์ ก็มีข่าวว่าสาวแอร์โฮสเตสกระโดดตึก หมอดูเห็นก็ช็อคเพราะคือคนเดียวกัน! แต่แล้วเขาก็มาหาในฝันเพราะมีเรื่องให้ช่วย อยากให้ดูดวงให้อีก!

อ.บาส หมอดูที่ไม่ว่าจะดูดวงให้ใครก็มองเห็นอนาคตของคนนั้น แต่กับสาวแอร์โฮสเตสคนนี้ ดูดวงเท่าไหร่ก็ไม่เคยมองเห็นอนาคตของเธอ จนทำให้มีเรื่องหลอนเกิดขึ้น! เรื่องนี้ ‘อ.บาส 7th Sense’ ได้นำเรื่องราวมาเล่าให้แฟนรายการ ‘อังคารคลุมโปง X’ (12 มีนาคม 2567) ฟังพร้อมกับ ‘ดีเจแนน’ และ ‘ดีเจเจ็ม’ กับเรื่องที่มีชื่อว่า ‘ติดค้าง’ เรื่องราวจะเป็นอย่างไรนั้น ไปอ่านกันได้เลย! อ.บาส 7th Sense เล่าว่า ตนมักจะมีคนที่มาดูดวงเป็นประจำ อ.บาสได้ไปรู้จักกับผู้หญิงคนหนึ่ง ชื่อ ‘คุณเจ’ (นามสมมติ) มีอาชีพเป็นแอร์โฮสเตส เธอเป็นคนเพอร์เฟกต์ทุกอย่าง ผิวสวย หน้าสวย หุ่นดี อ.บาสคิดว่าคุณเจทำบุญไว้เยอะ เพราะดูไม่มีความทุกข์นอกจากเรื่องความรักกับเรื่องศัลยกรรม คุณเจมักจะมาถามตนบ่อย ๆ ว่า “หนูจะไปฉีดตรงนี้ เลือกหมอให้หนูหน่อย คนนี้หนูคบได้ไหมคะ?” อ.บาสบอกว่า เวลาเธอจะคบใครก็จะมาถามอาจารย์ทุกเรื่อง เมื่อก่อนยังไม่มีไลน์หรือแอปพลิเคชันที่สามารถคุยกันได้สะดวก มีเพียงโทรศัพท์เท่านั้น บางครั้งเวลาตี 1-2 คุณเจจะส่ง SMS มาหา อ.บาส ว่า “ตี 1 แล้ว มาหาหนูหน่อย หนูมีเรื่องด่วน” อ.บาสก็ยอม เพราะรู้สึกรักคนนี้เหมือนเป็นน้องสาวของตน แต่ทุกครั้งที่ อ.บาสดูดวงให้ ปรากฏว่ามองไม่เห็นอนาคตของคุณเจ จึงตัดสินใจดูดวงเฉพาะเรื่องที่ถาม เพราะดูได้แค่นั้น คุณเจมักจะกังวลเรื่องความสวยมาก จน อ.บาสมีความรู้สึกว่าน้องคนนี้เศร้าเกิน มีอยู่ครั้งหนึ่งคุณเจเรียก อ.บาสให้ออกไปหาตอนตี 1 อาจารย์บอกว่า “ไม่ไหวแล้วหนู คุยกันทางโทรศัพท์ได้ไหม?” คุณเจก็บอกว่า “ไม่เอา หนูต้องการพบอาจารย์เดี๋ยวนี้ หนูจะถามเรื่องสำคัญคือเรื่องแต่งงาน” อ.บาสบอกว่า “อ้าว จะแต่งแล้วหรอ?” และบอกต่อไปว่า “ออกไปพบไม่ได้อะ” อ.บาสจึงดูดวงผ่านโทรศัพท์แล้วบอกว่า “พี่ไม่เห็นอนาคตหนูนะ” เมื่ออ.บาสพูดไปตรง ๆ เช่นนั้น คุณเจก็บอกว่า “คนนี้ไม่ใช่คู่หนูหรอ? เขาจะแต่งงานกับหนูแล้วนะ เตรียมของไว้หมดแล้ว” อ.บาสตอบว่า “พี่ไม่เห็นอนาคตจริง ๆ หนูไม่มีอนาคตกับคนนี้ ไม่ต้องแต่ง อยู่เฉย ๆ ทำบุญทำกุศลไป” อ.บาสเล่าว่ามีบางอย่างที่แปลกคือ เวลาที่อาจารย์แนะนำให้ทำบุญ คุณเจก็ไม่ทำจะดูดวงแค่อย่างเดียว คุณเจที่ผิดหวังกับคำตอบของอ.บาส จึงบอกว่า “ถ้าเกิดอาจารย์ว่าง อาจารย์ต้องมาหาหนูให้ได้นะ” อ.บาสบอกกลับไปว่า “ได้ ๆ เดี๋ยวว่างจะออกไป ตอนนี้ดูทางโทรศัพท์ไปก่อนเนอะ” เวลาผ่านไป 1 อาทิตย์ ช่วงนั้นมีเฟซบุ๊กแล้ว เมื่อประมาณปี 2557-2558 อ.บาสเลื่อนดูเฟซบุ๊ก ก็มีคนแชร์ข่าวมาว่า “มีแอร์โฮสเตสสาว กระโดดตึกที่ห้างแห่งหนึ่ง” ซึ่งเป็นข่าวดัง อ.บาสบอกว่า ท่าเสียชีวิตสวยมาก ชุดที่ใส่ต่อให้เป็นเสื้อยืด กางเกงวอร์มก็สวย และสมัยก่อนจะเบลอหน้าแค่นิดเดียว อาจารย์ก็รู้สึกว่า “เฮ้ย! นี่น้องคนนี้ เขามาหาเราบ่อย แล้วเราไม่เห็นอนาคตเขานี่หว่า” ตอนนั้น อ.บาสใจหล่นลงตาตุ่ม เพราะพึ่งคุยกันเมื่ออาทิตย์ก่อน บอกให้เขาทำบุญ เพราะว่าไม่เคยเห็นอนาคตของเขา อ.บาสก็รู้สึกเสียใจที่ไม่ได้ออกไปหาคุณเจ คืนนั้นตอนที่ อ.บาสกำลังจะอาบน้ำก็ได้กลิ่นฟอร์มาลีน อ.บาสรู้ทันทีเลยว่าเป็นคุณเจ จึงสื่อสารไปว่า “หนูมาอย่างนี้ไม่ได้นะ อาจารย์รู้สึกไม่โอเค อาจารย์คุ้นกับหนูจริง แต่ว่าหนูมาอย่างนี้ไม่ได้ ถ้ามาก็ให้อาจารย์ฝันละกัน อาจารย์ทำใจไม่ได้จริง ๆ อาจารย์คุ้นเคยกับหนู อาจารย์เห็นว่าหนูเป็นน้องสาว” หลังจากนั้น อ.บาสก็ฝันเห็นคุณเจ เดินมาหาด้วยสีหน้าโกรธ แล้วบอกว่า “ดูดวงให้หนู!” แต่ในฝัน อ.บาสบอกว่า “หนูไม่มีอนาคต” อ.บาสก็ยังคงพูดคำเดิมเหมือน วันหนึ่งเพื่อนของคุณเจที่ชอบมาดูดวงเหมือนกันโทรมาบอกว่า “พี่บาส ๆ หนูฝันถึงเจว่ะ เจมันมาบอกว่า ให้หนูพาเจมาดูดวงหน่อย บอกว่าต้องการเจอพี่บาส แล้วมาแบบหน้าแดงเลย” อ.บาสบอกกลับไปว่า “ฝันคล้าย ๆ พี่เลย พี่ก็ฝันว่าดูดวงให้เขา แต่พี่ก็ไม่เห็นอนาคตเขาเหมือนเดิม” จากนั้น อ.บาสก็นัดเจอ ตอนนัดกันก็ให้เพื่อนของคุณเจเป็นตัวแทนดูดวง ปรากฏว่าทุกอย่างก็คลี่คลายและรู้ว่าคุณเจฆ่าตัวตายทำไม อยู่ที่ไหน ต้องการอะไร อ.บาสบอกว่า “ไปบอกแม่ บอกญาติเขาหน่อย” หลังจากนั้น อ.บาสก็ไม่ฝันอีก และก็ได้เคสนี้เป็นกรณีศึกษาว่า ถ้าอาจารย์ไม่เห็นอนาคต ต้องเป็นเรื่องใหญ่แล้ว เพราะการดูดวงเราต้องมองเห็นอนาคต…(เป็นความเชื่อส่วนบุคคล โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน)รับฟังเรื่องเต็ม ๆ ได้ที่

เรื่องเล่าจากใหม่ รอเรน ‘มนตรามหาเสน่ห์’ l อังคารคลุมโปง X ใหม่ รอเรน [ 3 มิ.ย.2568 ]

07 มิ.ย. 2025

เรื่องเล่าจากใหม่ รอเรน ‘มนตรามหาเสน่ห์’ l อังคารคลุมโปง X ใหม่ รอเรน [ 3 มิ.ย.2568 ]

เรื่องนี้ถูกถ่ายทอดโดย ‘คุณใหม่ รอเรน’ กับเรื่องที่มีชื่อว่า ‘มนตรามหาเสน่ห์’ เล่าเรื่องของ ‘น้องช่างผมวัย 22 ปี’ ที่เคยทำอาชีพมอบความสุขให้กับผู้อื่นหรือ ‘อาชีพเด็กเอ็น’ กับเบื้องหลังชีวิตที่ไม่มีวันลืม เรื่องราวจะเป็นอย่างไรนั้น สามารถติดตามได้ในรายการ ‘อังคารคลุมโปง X’ (3 มิถุนายน 2568) พร้อมกับ ‘ดีเจแนน’ และ ‘ดีเจเจ็ม’ คุณรอเรนได้เล่าว่า ‘มนตรามหาเสน่ห์’ เป็นเรื่องของน้องช่างทำผมคนหนึ่งที่มาถ่ายทอดให้ฟังด้วยตัวเอง ให้นามสมมติว่า ‘น้องดาว’ เรื่องทั้งหมดเริ่มต้นขึ้นก่อนที่เธอจะผันตัวมาเป็นช่างทำผมอย่างทุกวันนี้ โดยในตอนนั้น ดาวยังอายุเพียง 22 ปี และเคยทำอาชีพที่เกี่ยวกับการมอบความสุขให้กับผู้อื่น หรือที่รู้จักกันในว่า‘เด็กเอ็น’ด้วยความที่ยังอ่อนวัยและไม่มีประสบการณ์ชีวิตมากนัก เธอจึงสนิทสนมและไว้วางใจรุ่นพี่คนหนึ่งเป็นพิเศษ ให้นามสมมติว่า ‘พี่รุ้ง’ วันหนึ่งพี่รุ้งได้พูดกับเธอในลักษณะชักชวนว่า “เออ ไปเป็นเพื่อนกูหน่อย มันอยู่ไกลถึงต่างจังหวัด กูจะไปทำอะไรบางอย่าง..” ดาวที่ไม่ค่อยรู้เรื่องอะไร ก็ได้ร่วมเดินทางไปในครั้งนั้นด้วย ซึ่งพี่รุ้งอาสาออกค่าเดินทางต่าง ๆ ให้ และได้บอกกับเธออีกด้วยว่า “กูจะไปทำสิ่ง ๆ หนึ่ง ที่ทำให้มีเสน่ห์ จะกี่บาทไม่รู้ เอาเป็นว่าเดี๋ยวกูจะช่วยจ่าย 50% แล้วทำให้มึงด้วยอีกชิ้น” หลังจากเดินทางไปถึงที่หมาย ดาวเล่าว่าที่นั่นเป็นสถานที่ที่ดูอลังการมาก จากนั้นก็ได้รู้ว่าหากจะต้องทำพิธี ต้องใช้ดินจากป่าช้า 1 ก่อนและน้ำจาก 9 ท่า เมื่อทราบเช่นนั้น จึงเตรียมของที่จำเป็นทั้งหมดไว้ให้พร้อม จากนั้นก็ส่งมอบให้ใช้ในพิธี ก่อนจะนั่งรออยู่ด้านนอก เมื่อพิธีเสร็จสิ้น เธอเล่าว่าสิ่งที่ได้รับกลับมา คือของเหลวในขวดเล็ก ๆ หน้าตาคล้ายน้ำมันพราย และถุงอีกชิ้นหนึ่ง ใช้สำหรับนำไปฝังใต้ต้นดอกรัก ซึ่งทุกคนต่างก็ได้รับมาคนละชิ้น พอทุกอย่างเรียบร้อย ทั้งคู่ก็เดินทางกลับขึ้นมากรุงเทพฯ ทันที เวลาผ่านมาเพียง 2-3 วัน ดาวก็นำของที่ได้มาใช้ทันที เพราะคิดว่ามันอาจจะมีประโยชน์ในการทำงาน ในคืนแรกที่ลอง ดาวเอ่ยขอในใจว่า “วันนี้ยังไงก็ได้ ขอให้ได้เงินแสน” สิ้นสุดคำขอในคืนนั้น ดาวก็ได้รับเงินแสนสมคำปรารถนาจริง ๆ และด้วยความดีใจ เธอนำเงินมากองรวมกันบนเตียงอย่างตื่นเต้น เพราะนี่คือครั้งแรกในชีวิตที่เธอได้จับเงินแสน แต่ไม่ใช่แค่เธอเท่านั้น พี่รุ้งที่ไปทำพิธีด้วยกันต่างก็มีงานเข้ามา ทั้งบินในประเทศและต่างประเทศ งานเริ่มไหลเข้ามามากยิ่งขึ้น วันต่อมา เธอจึงลองขออีกครั้งหนึ่งว่า “วันนี้ขออีกสองหมื่น” แล้วเธอก็ได้จริง ๆ จากนั้นมา ดาวก็เริ่มขอซ้ำแล้วซ้ำอีก ขอมากขึ้นทีละนิด และทุกครั้ง คำขอก็กลายเป็นจริงเสมอ เธอทำแบบนี้เกือบสองปี แต่เหตุการณ์ที่กำลังจะเกิดขึ้นต่อไปนี้กำลังจะทำให้ชีวิตเธอเปลี่ยนไป เรื่องราวเกิดในช่วงที่ดาวอายุ 24 ปี ใกล้เข้าเบญจเพส เธอเริ่มมีเงินมากขึ้น แต่พอผ่านไปสักพักหนึ่ง ก็เริ่มมีคนรอบตัวทักเธอว่า “มึงมากับใคร มึงอยู่กับใคร” ยกตัวอย่างเช่น เวลาที่เธอไปนอนห้องกับเพื่อน เพื่อนเธอต่างก็ทักว่า “ทำไมกูรู้สึกว่าเหมือนมึงไม่ได้นอนคนเดียว” จนกระทั่งมีอยู่วันหนึ่ง เธอเล่าว่าเธอได้ไปที่ห้องของพี่รุ้ง พอไปถึงเธอก็ได้มีการพูดคุย กินข้าวร่วมกัน แต่หลังจากนั้นไม่นาน พี่รุ้งเสียชีวิตเพราะโรคมะเร็ง แต่อาการของพี่รุ้งกลับไม่เหมือนคนที่ตายจากโรค ส่วนตัวดาวเองก็เริ่มมีอาการป่วย ผอมลง ซีดเซียวอย่างเห็นได้ชัด ยิ่งช่วงเวลา 6 โมงเย็น และเที่ยงคืน เธอมักรู้สึกเหมือนมีใครบางคนมาบีบร่างเธอไว้แน่น บางครั้งถึงขั้นอยากจะขยำหัวตัวเอง สิ่งที่ทำให้รู้สึกประหลาดใจอย่างมากก็คือ ทั้งพี่รุ้งและดาว ในช่วงกลางวันจะเป็นปกติ แต่พอตกช่วงกลางคืน เธอทั้งสองกลับมีหน้าตาที่สะสวยเพิ่มมากขึ้น จากเหตุการณ์เหล่านี้ ดาวจึงเริ่มรู้ตัวว่า มีบางสิ่งบางอย่างไม่ชอบมาพากล เธอเริ่มตั้งคำถามกับตัวเองว่า “มันเกิดอะไรขึ้นกับชีวิตฉันกันแน่?” นั่นจึงทำให้เธอตัดสินใจจะนำของมาให้คนช่วยแก้ และของนั้นก็คือถุงที่เธอเคยนำไปฝังไว้ใต้ต้นรักเมื่อหลายปีก่อน แต่เมื่อดาวกลับไปที่ที่เคยฝังไว้ ต้นรักต้นนั้นกลับหายไปและกลายเป็นคอนโดแทน ด้วยความสิ้นหวังนี้ เธอจึงคิดไม่ตกว่าควรจะทำอย่างไรดี เธอพยายามอ้อนวอนขอช่วยเธอที คนที่ช่วยแก้ของจึงได้นำถุงบางอย่างออกมาให้ชิ้นหนึ่ง แล้วให้เธอนำถุงนี้ไปโยนลงทะเล นอกจากนั้นยังให้เปลี่ยนชื่อ-นาสกุล พร้อมกับสักยันต์ห้าแถว และสักที่ฝ่ามือ เพื่อเป็นการบ่งบอกตำหนิว่าคนนี้ไม่ใช่คนเดิม เพื่อให้อีกคนจำไม่ได้ นับจากวันนั้นเป็นต้นมา ชีวิตของเธอก็เริ่มเปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้นอย่างชัดเจน หลังจากเกิดเหตุการณ์นี้ขึ้น ทำให้เธอเข้าใจอย่างถ่องแท้แล้วว่า ของพวกนี้มันไม่ใช่สิ่งที่ควรจะไปเล่น มันมีจริง ๆ และเธอก็โดนมากับตัว..(เป็นความเชื่อส่วนบุคคล โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน)รับฟังเรื่องเต็ม ๆ ได้ที่

album
efm
-

-