คบแฟนมา 5 ปี รู้อีกที... เป็นเมียคนที่ 4 ไม่ทันตั้งตัว ผู้ชายขอไปๆมาๆ หาเมียคนที่ 1 คนที่ 2 เพราะมีลูกด้วยกัน ตอนนี้หนูตัดสินใจถอยออกมาจากบ้านเขาแล้ว... แต่ยังกลัวตัวเองจะใจอ่อนกลับไปหาเขา ถ้าเขาตามมาของ้อ

พุธทอล์ค พุธโทร RECAP

คบแฟนมา 5 ปี รู้อีกที... เป็นเมียคนที่ 4 ไม่ทันตั้งตัว ผู้ชายขอไปๆมาๆ หาเมียคนที่ 1 คนที่ 2 เพราะมีลูกด้วยกัน ตอนนี้หนูตัดสินใจถอยออกมาจากบ้านเขาแล้ว... แต่ยังกลัวตัวเองจะใจอ่อนกลับไปหาเขา ถ้าเขาตามมาของ้อ

19 พ.ค. 2023

        “คุณเอ็ม (นามสมมติ)” อายุ 24 ปี สายแรกในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (17 พ.ค. 66) ได้โทรเข้ามาปรึกษา ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม เกี่ยวกับปัญหาความสัมพันธ์กับแฟน

        โดย “คุณเอ็ม (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘หนูคบกับผู้ชายคนหนึ่งมา 5 ปีแล้ว คบกันตั้งแต่หนูอายุยังไม่ถึง 20 เลย อายุเราสองคนห่างกัน 18 ปี แต่หนูมารู้ตัวอีกทีก็เป็นเมียที่ 4 ของเขาแล้ว ซึ่งช่วงปีแรกๆ หนูไม่รู้อะไรเลย มารู้ก็ช่วงคบกันได้ประมาณ 2 ปีกว่า

        ตอนที่คบกัน หนูอยู่บ้านเขา เราอยู่ด้วยกันจนไม่มีอะไรให้เอะใจเลย แต่หนูรู้ว่าเขามีลูก เขาบอกเลิกกันแล้ว แต่ต้องติดต่อกับแม่ของลูกตลอด ซึ่งเวลาคุยกันเขาจะคุยต่อหน้าหนู และจะคุยกันแต่เรื่องลูก ในระหว่างที่เขาอยู่กับหนู เขาไม่เคยไปหาลูกเลย

        วันนั้นหนูทำงานร้านเหล้าแห่งหนึ่ง แล้วก็ไปเจอแฟนคนที่ 3 ของเขา เดินมาคุยกับหนู แล้วถามหนูว่าคุยกับคนนี้อยู่หรอ? หนูก็บอกว่าคุย พอกลับมาถึงบ้านหนูก็ไปถามแฟนหนูว่าคนนี้เขาเป็นใคร ยังไง เขาก็ยอมรับมาว่าเขามีแม่ของลูก 2 คน แล้วลูกอายุเท่ากันด้วย ห่างกันไม่กี่เดือน

        ก่อนที่เขาจะเอาหนูมาอยู่บ้านด้วย เขาก็เคยอยู่กับคนที่ 3 เหมือนกัน แต่อีก 2 บ้านแรกเขาไม่ได้อยู่ด้วยกัน คนที่ 3 ของเขาอยู่จังหวัดเดียวกัน แต่คนละอำเภอ หนูก็ไม่เคยรู้ว่ามีคนนี้อยู่ ซึ่งช่วงที่แฟนมาเจอหนู คนที่ 3 เขาไปอยู่ต่างจังหวัด ในระหว่างที่อยู่กับหนูหลายๆเดือน แฟนหนูไม่มีการบินไปหาหรือติดต่อกันเลย จนผู้หญิงคนที่ 3 เขากลับมาแล้วมาเจอหนูว่าหนูไปเฝ้าผู้ชายคนนี้ ซึ่งแฟนหนูเขาก็ทำงานสถานบันเทิงเหมือนกัน เขาไม่เคยเลิกกันเลย

        เขาบอกกับหนูว่าจะเคลียร์กับทุกบ้านให้ เขาขอรับผิดชอบแค่ลูกของบ้านแรกกับบ้าน 2 แล้วเขาก็ไปเคลียร์กับคนที่ 3 ให้จริงๆ เพราะคนที่ 3 เขามาโวยวายใส่หนู แต่ 2 บ้านแรก หนูก็ไม่ได้อะไร เพราะคิดว่าเขาไม่ได้ติดต่อกัน เพราะหนูอยู่บ้านกับเขาตลอด แทบจะ 24 ชั่วโมง ตอนแรกหนูก็ไปๆมาๆ บ้านหนูกับบ้านเขา แต่ครอบครัวหนูค่อนข้างท็อกซิกนิดนึง หนูก็เลยไม่อยากอยู่บ้าน ส่วนมากก็ใช้ชีวิตที่บ้านเขา

        หลังจากที่รู้ได้ไม่นาน หนูเข้าโทรศัพท์เขาได้ตลอด แต่เขาไม่รู้ แล้วมีช่วงนึงที่เขาขอไปนอนบ้านแรก เขาบอกเหมือนลูกอยากอยู่กับเขา ซึ่งหนูก็มารู้ทีหลังเหมือนกันว่า บ้านแรกเขาจดทะเบียนและก็ยังไม่ได้หย่ากันด้วย เหมือนบ้านแรกเขาก็รู้ว่าผู้ชายอยู่กับผู้หญิงอีกคนนึง แต่เขาไม่รู้ว่าหนูคือใคร หนูก็โอเค ให้เขาไปได้ หนูเชื่อใจเขา เพราะลูกเขามาอยู่กับหนูก็ไม่ได้ หลังจากนั้นทุกวันศุกร์ เสาร์ อาทิตย์ เขาก็ไปนอนบ้านแรกทุกสัปดาห์

        จนมีอยู่วันนึง หนูเข้าไปเช็คโทรศัพท์เขา หนูเห็นว่าบ้านแรกส่งที่ตรวจครรภ์มาให้เขาดูว่าท้องอีกรอบนึง หลังจากที่หนูรู้ หนูก็นิ่งมาตลอด ไม่เคยถามอะไรเขา หนูนั่งนับเดือนตลอดว่าจะคลอดเดือนไหน จนถึงเดือนที่ใกล้จะคลอด หนูก็คุยกับเขาว่าสรุปจะเอายังไง จะคลอดวันไหน เขาก็อึ้งไปเลย คือ เขาไม่รู้ว่าหนูรู้เรื่องนี้ เขาคิดว่ามีคนมาบอกหนู แล้วเขาก็ยอมรับและบอกว่าเดี๋ยวจะคลอดเร็วๆนี้แล้ว หนูก็เลยถามไปว่าแล้วจะเอายังไง จะให้หนูอยู่ต่อยังไง หนูอยู่ต่อไม่ได้...

        เขาก็บอกว่าเขาเคลียร์กันแล้ว ผู้ชายจะเอาลูกคนเล็กมาเลี้ยง แล้วให้ผู้หญิงเอาลูกคนโตไป หนูก็เชื่อเขาอีก ถ้าเขาจะเอาลูกมาเลี้ยง หนูก็ยินดีและเต็มใจ เขาบอกว่าเขาขอโทษ เขาพลาด ไม่ได้มีอะไรกันมานานแล้ว พลาดครั้งเดียว มันก็ดันติดเลย ตอนนี้หนูก็เลยคุยกับเขา แล้วก็โอเคกัน

        จนถึงวันที่ผู้หญิงคนนั้นคลอด เขาก็พาไปส่งและจนถึงตอนนี้ 2 ปี จะ 3 ปีแล้ว เขาก็ไม่ได้กลับมาอยู่บ้านกับหนูอีกเลย แต่ก็ยังคุยกัน เขาแค่ไม่กลับมานอนบ้านด้วยกัน หนูก็ยังอยู่บ้านเขา ตอนนี้ชีวิตหนูเหมือนมีจุดเปลี่ยนอะไรหลายๆอย่าง ทุกวันนี้หนูตื่นมาไม่มีความสุขเลย แล้วก็เป็นโรคซึมเศร้าด้วย เราได้เจอกันแค่ตอนเขาเลิกงานวันละ 1 ชั่วโมงเอง บางวันก็ไม่ได้เจอ แค่เวลากินข้าวด้วยกันยังไม่มีเลย

        เขาให้เหตุผลว่าเขาต้องช่วยดูลูกฝั่งนู้น เพราะผู้หญิงไม่ให้ลูกมาเลี้ยง ในระหว่าง 2 ปีนี้เราก็ยังมีอะไรกับเขา เขาก็ยังวาดฝันให้หนูว่าจะกลับมาอยู่ด้วยกัน จะสร้างนั่น สร้างนี้ด้วยกัน จนสุดท้ายมาถึงทุกวันนี้ไม่มีอะไรเลย

        ตอนนี้หนูเก็บเสื้อผ้ากลับออกมาอยู่บ้านหนูแล้ว แต่ทุกครั้งที่ทะเลาะกัน เขาจะชอบพูดว่าถ้าหนูเจอคนใหม่ที่ดีกว่า หนูไปได้เลยนะ แต่พอทุกครั้งที่หนูจะไปจริงๆ เขาจะมาดึงหนูกลับไปตลอด แล้วหนูก็กลับไปกับเขา ล่าสุดเขาโทรมาแต่หนูไม่ได้รับ ส่งข้อความมาหนูก็ไม่ได้อ่าน หนูพยายามใจแข็งมากจริงๆ แต่หนูกลัวว่าถ้าวันนึงเขาจะมาหาหนู แล้วเจอหน้ากัน หนูกลัวจะใจอ่อน...

        3 ดีเจก็ได้ให้คำปรึกษา โดยเริ่มจาก “ดีเจเติ้ล” : สมมุติถ้าเราดิ่งแล้วเค้ากลับมาวิธีแรกเลย คือ เอ็มต้องคิดว่าโหตั้งแต่จับได้จนถึงตอนนี้ มันคือชีวิตของเอ็มที่เสียเวลาไปโดยที่ไม่ได้อะไรกลับมาเลย จากความทุกข์ใจที่เอ็มต้องรอคนคนนึงอยู่ ไม่มีคำตอบ ไม่มีอะไรให้เราทั้งสิ้น เอาเราไปแขวนไว้ตรงนั้น เหมือนกับเราเป็นอะไรก็ไม่รู้ จะมาก็มา จะไปก็ไป

        ตอนนี้คำสัญญาของเขา มันคือคำโกหกหลอกลวง เขาไม่ทำจริงหรอก เค้าเคลียร์ก็คงเคลียร์ไปตั้งแต่ตอนนู้นแล้ว มันชัดเจนตั้งแต่ที่บอกเอ็มว่าจะไปดูแลลูกแต่ก็ไปเผลอมีอะไรกันกับเมียคนแรก จนมีลูกอีกรอบ เค้าคงเห็นหนูเป็นแค่ชู้ทางใจ เค้าให้ค่าหนูเท่านี้แหละ เพราะฉะนั้นถ้าเค้าจะดึงให้หนูกลับมาอีกหนูต้องคิดแล้วนะ ว่าถ้าหนูกลับไปหนูก็จะต้องกลับไปเป็นแบบเดิม เวลาที่เหลือในชีวิตหนูอ่ะ หนูอยากจะเห็นตัวเองเป็นแบบนี้ไปเรื่อยๆ จนถึงเมื่อไหร่ ตอนเนี่ยไม่มีใครที่จะพาตัวหนูออกมาได้เลย เพราะถ้าหนูกลับไปมันก็เป็นตัวหนูที่เลือกกลับไปเอง ซึ่งมันก็จะไม่มีจุดสิ้นสุดเลย เพราะยังไงเค้าดูก็เป็นคนที่ไม่ปล่อยหนูอยู่แล้ว

        อย่างที่สอง คือ อยากให้หนูคิดในมุมที่ว่า ตอนนี้มีพ่อกับแม่ที่ต้องการหนู ซึ่งเป็นสิ่งที่เราจะต้องทุ่มเทแรงกายแรงใจทุกอย่างเพื่อดูแลเขา ซึ่งนั่นก็เป็นสิ่งที่หนักหนาสำหรับชีวิตเราแล้วแหละ แต่ถ้าหนูยังจะมีผู้ชายคนนี้อีก มันก็จะเป็นสามเด้งเลยนะ หนูจะเอาเวลาไหนไปเติบโตในชีวิตอ่ะ หรือไปมีชีวิตที่มันดีขึ้นกว่านี้และระหว่างทางที่หนูมีคนมารู้จัก หนูลองเปิดใจดูก็ได้นะ เผื่อมันจะมีคนดีๆที่เขาเข้ามาแล้ว เขาจะไม่ใช่คนแบบนี้ แล้วทำไมเราจะต้องเสียดายคนดีๆที่มีโอกาสรู้จักไป เพราะผู้ชายแบบนี้ ซึ่งจริงๆแล้วเค้าลากหนูไปไม่ได้นะ ถ้าหนูไม่กลับไปเอง สุดท้ายมันเป็นขาของหนูสองขาที่เดินตามเขากลับไปเอง เพราะฉะนั้นถ้าหนูรู้ตัวแล้วมันก็เป็นขาของหนูเองที่จะอยู่กับบ้านไม่ออกไปกับเขา...

        “ดีเจต้นหอม” : เอ็มต้องยอมรับความจริงก่อนว่านี่มันไม่ใช่ความรัก ที่ได้อยู่ มันเป็นความจริงที่ไม่มีวันเปลี่ยน คนรักกันไม่ทำกันอย่างนี้อยู่แล้ว ดูจากพฤติกรรมที่เรามาผู้ชายคนเนี้ยไข่ไปทั่ว แล้วก็เอาไปทั่ว ในจังหวะที่เมียกำลังท้องก็ไปมีอะไรกับอีกคนนึง เอ็มก็บอกเองว่าในขณะที่อยู่กับเอ็มเค้าไม่เคยไปดูลูกเลย แสดงว่าความรับผิดชอบของผู้ชายคนนี้ก็ไม่ได้ดีเลย แต่ในวันนี้คงไปตกลงไปดิวอะไรกับเมียซักอย่างนึง เมียถึงต้องยื่นคำขาดมาว่าต้องอยู่บ้านเลี้ยงลูก เค้าก็เลยให้เอ็มได้แค่นี้ และการได้อยู่บ้านเขามันไม่ใช่สิทธิพิเศษนะ

        มันแค่ผู้หญิงคนอื่น ไม่ได้มาอยู่เพื่อเฝ้ารออะไรแบบนี้อยู่แล้ว แต่เอ็มอยู่รอ ในวันนี้เป็นเรื่องที่ดีนะที่เอ็มตัดสินใจว่า จะไม่ใช่ผู้หญิงคนนั้นอีกแล้ว มีทางไป ซึ่งสิ่งที่สำคัญที่สุดในชีวิตเอ็มไม่ใช่เรื่องผู้ชายแต่คือเรื่องเงิน แนะนำให้เปลี่ยนโฟกัสเลย ผู้ชายเอาปัญหาเค้ามาถ่วงอีก เขาก็ไม่ได้เข้ามาให้ความรัก ไม่ได้เข้ามาเป็นแบตเตอรี่ ไม่ได้เข้ามาชาร์จแบตให้ที่ทำให้มี energy หรือรู้สึกดีขึ้น แถมยังทำให้เป็นโรคซึมเศร้าอีก

        เขาคือภาระ เขาคือมะเร็ง เขาจะก้าวเข้ามาในชีวิตเราไม่ได้แล้ว บล็อกทุกอย่าง แล้วเวลาดิ่งเขาไม่ได้อยู่ช่วยแก้ปัญหา เพราะคนนี้คือคนที่ทำให้เราดิ่งลงไปอีก มันไม่มีทางแบบเติมน้ำให้เต็มในทะเลทราย ซึ่งผู้ชายคนนี้ไม่ใช่โลกทั้งใบของเอ็ม แต่เป็นถังขยะ เอาตัวเราไปอยู่ในที่ที่ถูกต้องดีกว่า โฟกัสวันนี้คือเรื่องงาน เรื่องเงิน คิดว่าวันนี้เราจะทำยังไงให้ได้เงิน ทำยังไงให้สภาพ การเป็นอยู่ของเรามันดีกว่านี้ แล้วมันอาจจะมีคนเข้ามาในชีวิตเอ็มอีกแหละ

        ให้ระวังในวันที่เราเป็นโรคซึมเศร้า คนที่เข้ามาอาจจะทำให้เราดิ่งอีก วิธีการ คือ อย่าเอาชีวิตตัวเองไปฝากไว้กับคนอื่น เราจะเริ่มมีใครซักคนนึงอาจจะแบบใจเย็นๆ คือ รอดูว่าให้เขามาเป็นกำลังใจซึ่งกันและกัน แต่ถ้ารู้สึกว่าไม่ใช่ละ แนะนำให้เช็คบิลเลย เราไม่เอา ถ้าวันนี้ตัดสินใจแล้วว่าจะออกมา ขั้นแรกคือบล็อก เมื่อไหร่ก็ตามที่เห็นข้อความเขาขึ้นอยู่ จนรู้สึกว่าเนี่ยเค้ามาตามง้อละ มันเป็นการหลอกตัวเองเข้าข้างตัวเองว่าตัวเองสำคัญ ทั้งๆที่ผ่านมาไม่เคยสำคัญเลย แต่เราแค่ปิดประตูความจริงอยู่ เพราะการกระทำเค้ามันชัดมาก

        คนเป็นแฟนกันหายหัวไปเดือนนึง คนเป็นแฟนกัน มันต้องรู้แล้ว เราต้องรู้แล้วว่าเราไม่ได้สำคัญ แต่นี่หายหัวไปสองเกือบสามปี หล่อเลี้ยงด้วยการมาเจอกันวันละ 1 ชั่วโมง คนรักกันไม่ห่างกันขนาดนั้นอยู่แล้ว ให้มันเจ็บแล้วมันจบ เพราะไม่งั้นมันมูฟออนหรือเริ่มต้นใหม่ไม่ได้ การที่เราเป็นโรคซึมเศร้าเพราะใครคนหนึ่งที่ไม่ได้รักเรามันสุดมากแล้วนะ จะป่วยทั้งที ก็ป่วยกับคนที่มันสมควรที่ทำให้เราเจ็บหน่อยดิ เพราะเท่าที่ฟังมาไม่มีอะไรดีเลย แต่วันนี้เริ่มต้นใหม่ได้อ่ะ ถ้าลุกขึ้นได้เร็ว ก็วิ่งได้เร็ว คิดซะว่าถึงแล้วต้องวิ่งละ จะไม่ย่ำอยู่กับที่ หมดเวลาละ ปาดน้ำตา ปัดมาสคาร่าออกไปหาแขกเราต้องการเงินค่ะ...

        “ดีเจเผือก” : พี่ไม่รู้สึกถึง ความมั่นคง ความมั่นใจ ความเด็ดเดี่ยว ที่จะพาตัวเองออกจากสถานการณ์นี้เลย มันชัดเจนไปหมดเนอะ คนๆหนึ่งที่ผ่านความรักมา 4 เมีย มันไม่น่าจะใช่คนที่เราเห็นได้บ่อยๆ อันนี้เค้าพาตัวเองมาถึงจุดที่มี 4 เมียได้ ปัญหาของเมียแต่ละคนก็เยอะแยะไปอีก ถ้าเป็นคนอื่นเค้าคงพยายามถามหาข้อดีว่าอะไรที่ทำให้เราทนอยู่กับคนๆนี้ได้ เสียทั้งเวลา เสียทั้งสุขภาพกาย สุขภาพจิต

        และวันนี้ที่เอ็มโทรมา เอ็มไม่ได้มีพลังพอที่จะพาตัวเองออกมาจากจุดนั้นได้ มันเพราะอะไร คงจะไม่ใช่เรื่องของเหตุผลแล้ว เพราะถ้าวันนี้เราคุยกันด้วยเหตุผล มันไม่มีข้อดีเลยนะ เพราะถ้ามันเป็นเรื่องของเหตุและผล เอ็มทำความเข้าใจกับมันได้ เอ็มคงเดินออกไปนานแล้ว ถ้าการอยู่ใกล้แล้วมันห้ามใจตัวเองไม่ได้ การพาตัวเองไปอยู่อีกที่ก็เป็นทางออกที่ดี ซึ่งพี่ก็เห็นด้วยว่าชีวิตของเอ็มปัญหามันรุมเร้าเหลือเกิน ชีวิตคนเรามันจะมีปัญหาที่เลี่ยงไม่ได้ และเราก็ต้องเผชิญมันในทุกๆวัน แต่มันมีปัญหาที่เอ็มเลี่ยงได้ กับการพอสักทีกับผู้ชายคนนี้ เอ็มหยุดมันได้ แต่เหมือนกับเอ็มไม่ยอมให้ตัวเองออกจากปัญหานี้

        คนเราต้องหัดเอาปัญหาออกจากตัวเอง และเราก็เห็นๆกันอยู่ว่าเราสามารถหยุดมันได้ และไม่มีใครมาดึงใครทั้งนั้น เห็นแค่ว่าเค้ากวักมือเรียกเราก็พร้อมที่จะกลับไปหาเขาแล้ว หลังจากนี้ก็เป็นกำลังใจให้ในสิ่งที่ตั้งใจทำให้มันสำเร็จ ไปตั้งหลักที่อื่นยังไงก็ลองดูสักตั้ง ถ้าใจเรามันอ่อนก็ให้เทคโนโลยีช่วย โดยการบล็อกเขาซะ ถ้าวันไหนที่ไม่มีสติก็ย้อนกลับมาฟังสิ่งที่ตัวเองพูดกับพวกพี่ในวันนี้แหละ....

เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทาง

ใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATION

รับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

related พุธทอล์ค พุธโทร RECAP

ผมกำลังจะแต่งงาน และเพิ่งสมัครงานใหม่ บริษัทให้เซ็นต์ค้ำประกัน ‘แฟน’ คือคนแรกที่ผมนึกถึง พอไปขอให้ช่วย เขาปฏิเสธเลยทันที บอกว่า ‘ยังไม่ไว้ใจผม’ ทางเลือกสุดท้ายผมไปปรึกษาแฟนเก่า...

24 เม.ย. 2023

ผมกำลังจะแต่งงาน และเพิ่งสมัครงานใหม่ บริษัทให้เซ็นต์ค้ำประกัน ‘แฟน’ คือคนแรกที่ผมนึกถึง พอไปขอให้ช่วย เขาปฏิเสธเลยทันที บอกว่า ‘ยังไม่ไว้ใจผม’ ทางเลือกสุดท้ายผมไปปรึกษาแฟนเก่า...

“คุณน็อต (นามสมมติ)” อายุ 28 ปี สายที่สองในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (19 เม.ย. 66) ได้โทรเข้ามาปรึกษา ดีเจอั๋น - ดีเจเติ้ล - ดีเจอ้อย เกี่ยวกับปัญหาการค้ำประกัน โดย “คุณน็อต (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘ผมคบกับแฟนคนหนึ่งมาปีครึ่งแล้ว เราสองคนมีแพลนจะแต่งงานกัน แต่มันเกิดเรื่องขึ้นมาเพราะผมกำลังจะไปทำงานบริษัทหนึ่งที่เกี่ยวข้องกับทางด้านการเงิน ซึ่งผมสอบทุกอย่างเรียบร้อยหมดแล้ว แต่ในทางกฎหมาย ก่อนที่เราจะออกไปนำเสนอขายให้กับลูกค้าได้ เราต้องมีใบอนุญาตก่อน ซึ่งก่อนที่จะออกใบอนุญาตมันก็ต้องมีคนค้ำประกันเพื่อให้บริษัทมั่นใจว่าเรามีความน่าเชื่อถือ การค้ำประกันในที่นี้ จะแตกต่างกับการค้ำประกันเงินกู้ ซึ่งในความคิดแรกของผมคือแฟนของผมเลย ผมก็เลยตัดสินใจขอให้แฟนช่วย แต่พอไปขอแล้ว เขากลับปฏิเสธ เขาให้เหตุผลว่าเขายังไม่เชื่อใจผม ผมก็ไม่ได้โกรธอะไรเขานะ หลังจากนั้นผมก็ไปขอให้เพื่อนช่วย แต่ก็ไม่มีใครช่วยเลย และเพื่อนก็ยังพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าทำไมถึงไม่ให้แฟนช่วย และต้องบอกก่อนว่าพ่อกับแม่ผมไม่สามารถค้ำให้ได้ เพราะอายุท่านเกินแล้ว บังเอิญมันเหมือนเป็นทางเลือกสุดท้ายแล้ว ผมก็เลยติดต่อแฟนเก่าไป ซึ่งต้องบอกก่อนว่าผมกับแฟนเก่าเราเลิกกันดี เป็นพี่น้องกัน ไม่ได้มีซัมติงอะไรกัน แล้วแฟนเก่าผมแทบจะเป็นคนเดียวเลยที่พยายามหาทางช่วย จนกระทั่งแฟนคนปัจจุบันของเขาไม่อนุญาตให้ช่วย ผมก็เข้าใจเขานะ แต่ในความรู้สึกผม ผมรู้สึกว่ามันมีความหมายกับผมมาก จนเอามาเปรียบเทียบกับแฟนปัจจุบันของผม สำหรับงานแต่ง แฟนผมเป็นคนอยากแต่ง เพราะเขาก็อายุ 32 – 33 ปีแล้ว ตอนนี้ผมกับแฟนอยู่กันคนละบ้าน แต่ที่ผมแพลนไว้หลังแต่งงาน คือ ผมมีแพลนจะซื้อบ้านของตัวเอง แต่ถ้าซื้อไม่ทันผมก็จะอยู่ที่บ้านของแฟนก่อนแล้วค่อยมาซื้อบ้านของตัวเอง ตอนนี้เรามีงานทำ เขาก็มีงานทำ ก็เลยใช้กระเป๋าตังของใครของมัน และมีเงินอีกส่วนที่เป็นบัญชีร่วม เราจะออมเงินกันทุกๆเดือน จนมันทำให้เกิดคำถามว่า เราควรจะไปต่อกับเขาดีไหม? แล้วที่เราเก็บเงินร่วมกันมาเพื่อจะแต่งงานกัน อันนี้คือเราเชื่อใจกันแค่ไหนหรอ? เพราะผมเชื่อใจเขาในระดับนึงเลย อยากถามพี่ๆว่า ความรู้สึที่ผมรู้สึกมันถูกหรือเปล่า? หรือพี่ๆมองว่าที่แฟนผมคิดและทำคือสิ่งที่ถูกต้องไหม? ซึ่ง ดีเจเติ้ล ได้ให้ความคิดเห็นกับเรื่องนี้ว่า “1 ปีครึ่งที่รู้จักกัน ถ้าเราทั้งสองคน ยังไม่เชื่อใจกัน ยังไม่รู้จักกันดีพอ ก็จะไปเซ็นต์ค้ำประกันให้กัน สิ่งที่ต้องมองคือ กำลังจะแต่งงานกันแล้ว กำลังจะใช้ชีวิตร่วมกันแล้ว แต่ยังไม่เชื่อใจกันเลย ถ้าเป็นพี่ พี่เลือกที่จะคุยกันตรงๆ คุยกันเลยว่า ที่เธอไม่เชื่อใจกันเพราอะไร? เหตุผลคืออะไร? ควรเคลียร์ไปเลย มองในมุมว่าถ้าเขามีสิทธิ์ที่จะทำแบบนั้นไหม เขาก็มีสิทธิ์ เพราะเวลาก็ไม่นานที่รู้จักกันปีกว่า ถ้าเปรียบเทียบ กับเพื่อนเราบางคน รู้จักกันมาตั้งนาน เราก็ยังไม่กล้าที่จะเซ็นต์อะไรให้เขาเลย สุดท้ายก็ต้องเคลียร์กันก่อน” สำหรับ ดีเจอั๋น ให้คำแนะนำว่า “ควรคุย และ ให้เหตุผลกันไปเลยว่าไม่อยากเซ็นต์เพราะอะไร? เหตุผลคือ 1 2 3 4 ตามนี้ ควรคุยกัน เพราะเป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อนมากๆ เข้าใจสิ่งที่น็อตรู้สึก ในที่สุดเราต้องยอมรับว่า ความรู้สึกที่น็อตมีมันแรงขึ้น เพราะมันเกิดการเปรียบเทียบกันกับแฟนเก่า บังเอิญเป็นแฟนเก่าด้วย มันเลยยิ่งแรงขึ้นรึเปล่า? ก็ควรอย่างยิ่งที่จะต้องบอกความจริงต่อกันและกันได้ โดยไม่ต้องมีฟอร์มอะไรเลย คุยกันจริงๆ เป็นการสื่อสารแบบมีประสิทธิภาพ บอกเค้าได้ว่าเรารู้สึกยังไง? เราสะเทือนใจ เสียใจยังไง เราพูดความจริงได้ และถ้าวันนี้ การที่เราพูดความจริงอะไรออกไป แล้วเขาไม่เข้าใจ ก็ไม่ควรแต่งเลย และตัวเราเองก็จะต้องเป็นฝ่ายที่พร้อมรับฟังเขาด้วยเหตุผลจริงๆจากใจ ในวันนี้ไม่ควรที่จะเก็บอะไรไว้ ควรพูดไปทุกอย่าง ไม่มีทางที่จะแต่งงานกันได้ ถ้าเราไม่เคลียร์กันให้ดี ให้โอกาสทั้งเขาและเราในการได้อธิบาย” สุดท้าย ดีเจอ้อย ได้ให้ความคิดเห็นว่า “การที่เราจะแต่งงานกับใครคนใดคนนึงมันไม่ได้พิจารณาจากเรื่องนี้แค่เรื่องเดียว เรายังไม่ทันได้รู้เหตุผลอะไรจากเขาเลย ตอนนี้เหมือนเราไม่ได้แก้ปัญหาที่ปัญหา แต่เป็นการเพิ่มจำนวนคน ยิ่งเป็นแฟนเก่าอีก มันจะไม่ใช่แค่เรื่องของการค้ำหรือไม่ค้ำ มันเลยกลายเป็นเรื่องของความสัมพันธ์ของคน 2 คนไปแล้ว พี่มองว่านี่เป็นโอกาสสำคัญที่จะได้ปรับจูนกัน ควรคุยกัน ฟังกันจริงๆ แบบอย่าคาดหวังกับคำตอบที่เขาจะตอบ ไม่ควรปักธงกับคำตอบของเขา ที่สุดแล้วเราต้องฟังเขาด้วย บางคู่ บางคนรักกันแทบตาย แต่ไม่จดทะเบียนสมรส เพราะอนาคตเขาไม่รู้ว่าจะมีอะไรเกิดขึ้นบ้าง เรื่องมันจะเยอะกว่านี้ไหม? ก็มี... ทุกวันมีการเคลื่อนตัว เขาก็มีสิทธิ์ที่จะกลัวเช่นกัน เชื่อว่าถ้าได้คุยกันแล้ว ฟังเขาดู เขาอาจจะมีเหตุผลที่เราอาจจะไม่รู้ก็ได้ ตราบใดที่จะเป็นคู่รักกัน อย่าหยุดที่จะสื่อสารกัน น็อตก็มีสิทธิ์น้อยใจ แฟนเขาก็มีสิทธิ์ที่จะไม่ค้ำเช่นเดียวกัน ”เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage : EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

หนูอายุ 15 อยาก Make Friend กับเพื่อนผู้ชายคนนึง แต่ไม่กล้า หนูชอบเพลงยุค 90 มี ‘พี่มาช่า’ เป็นศิลปินในดวงใจ ตอนอยู่โรงเรียน เขาดีดกีต้าร์ร้องเพลงของ ‘พี่หนุ่ย อำพล’ ด้วย พีคสุด! เพิ่งรู้ว่าร้านเทปที่หนูเคยไปซื้อ แม่เค้าก็เป็นเจ้าของร้าน...

07 มี.ค. 2023

หนูอายุ 15 อยาก Make Friend กับเพื่อนผู้ชายคนนึง แต่ไม่กล้า หนูชอบเพลงยุค 90 มี ‘พี่มาช่า’ เป็นศิลปินในดวงใจ ตอนอยู่โรงเรียน เขาดีดกีต้าร์ร้องเพลงของ ‘พี่หนุ่ย อำพล’ ด้วย พีคสุด! เพิ่งรู้ว่าร้านเทปที่หนูเคยไปซื้อ แม่เค้าก็เป็นเจ้าของร้าน...

“น้องมัมมัม (นามสมมุติ)” อายุ 15 ปี สายแรกในรายการพุธทอล์คพุธโทรเมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (01/03/2023) ได้โทรเข้ามาปรึกษาพี่ๆ ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม เกี่ยวกับปัญหาการแอบชอบเพื่อนโดย “น้องมัมมัม (นามสมมุติ)” ได้เล่าว่า ‘ส่วนตัวหนูเป็นคนที่ไม่ค่อยชอบเข้าหาคนอื่น ซึ่งเวลาที่คนนอกมองมาจะดูเหมือนคนหยิ่ง ไม่มองใคร ดูแบบใครๆก็เข้าถึงตัวยาก ทั้งๆที่ในใจหนูก็อยากเข้าหาแต่ไม่กล้า ตอนนี้หนูมีกลุ่มเพื่อนที่สนิทๆกัน แต่เพื่อนๆก็เป็นคนเข้าหาหนูก่อน เลยได้สนิทกันคือหนูอยากเมคเฟรนด์กับเพื่อนผู้ชายคนหนึ่ง อยู่ห้องเดียวกัน นั่งใกล้ๆกัน ที่หนูอยากเมคเฟรนด์กับเขาเพราะเขามีอะไรคล้ายๆกับหนูมากๆเลย หนูจะเป็นคนที่รสนิยมไม่ได้เหมือนกับเพื่อนในวัยเดียวกัน เพราะหนูชอบฟังเพลงเก่าๆ ยุค 90 หนูมีศิลปินในดวงใจคือ พี่มาช่า วัฒนพานิช...ตอนหนูขึ้นชั้น ม.4 มันทำให้หนูรู้ว่า จริงๆแล้วก็มีคนที่ฟังเพลงเหมือนหนูเหมือนกัน ซึ่งคนๆนั้นก็คือเพื่อนคนนี้ที่หนูอยากเมคเฟรนด์ด้วย จริงๆหนูแค่อยากเมคเฟรนด์กับเขา แต่สถานการณ์ทุกอย่างมันไม่เอื้ออำนวยเลย หนูเป็นคนขี้อายด้วย และเขาก็ไม่กล้าที่จะมาคุยกับหนูด้วยเหมือนกัน แรกๆก็ไม่รู้ว่าเขาชอบเพลงพวกนี้ แต่พอหลังๆเขาก็หยิบกีต้าร์ขึ้นมาเล่นเพลงเก่าๆ แล้วก็นั่งเล่นอยู่หลังห้อง เขาจะร้องพวกเพลงไทยสากล โมเดิร์นด็อก พอส เพลงแกรมมี่ และเขาก็เล่นเพลงของพี่หนุ่ย อําพล ด้วย ตอนนั้นหนูปลื้มใจมาก ไม่เคยมีใครรู้ว่าหนูชอบเพลงนี้ หนูนั่งเงียบอยู่หน้าห้อง เขินมาก แต่ไม่กล้าเลยและมีครั้งหนึ่งที่ความพยายามหนูจะเพิ่งขึ้น ตอนนั้นไปทัศนศึกษาที่ต่างจังหวัด มันจะมีพวกที่ร้องเพลงบนรถ แล้วช่วงนั้นเป็นขากลับ หนูเหมือนโดนเจ้าเข้า วิญญาณพี่ช่าเข้าใส่ร่างหนู แล้วหนูก็ร้องเพลงออกไป เพื่อนคนอื่นก็นั่งเงียบ เพราะไม่มีใครรู้จักพี่ช่าเลย หนูก็ไม่รู้เลยว่าหนูกับเขาร้องเพลงคู่กัน เขาร้องอยู่ของเขา หนูก็เลยไปแย่งไมค์คนอื่นมาร้อง หนูก็อยากจะเมคเฟรนด์กับเขาขึ้นเรื่อยๆ และเหมือนเขาก็อยากจะเมคเฟรนด์กับหนูเหมือนกัน เวลาที่หนูลงสตอรี่ไอจีอะไรเกี่ยวกับพวกเก่าๆ ที่บ้านหนูมีเครื่องเล่นเทปคาสเซ็ท หนูก็ชอบเอามาเปิดเล่นลงสตอรี่ไอจี เขาก็ชอบมากดใจให้ ก่อนหน้านี้หนูปิดรีพายไว้ แต่ตอนนี้เพิ่งเปิดเมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา มันก็มีเหตุการณ์ที่เราได้คุยกันจริงๆจัง คือ หนูเดินไปซื้อเทปอยู่แถวๆตลาด หนูก็ได้เจอกับร้านๆนึง ซึ่งมันพีคมากตรงที่เจ้าของร้านนั้นเป็นแม่ของเขา บังเอิญมาก แล้วเราก็เลยได้ทักกัน หนูก็เลยเอาเทปที่เพิ่งซื้อมาลงในสตอรี่ไอจี เขาก็รีพายมาว่า เขาเพิ่งรู้ว่าคนที่ซื้อเทปจากร้านแม่เขาไปคือหนู แล้วก็คุยกัน ถามกันเป็นไงบ้าง อะไรประมาณนี้ ตอนนั้นหนูรู้สึกใจเต้นมากเลย เพราะเขาทักมา หนูไม่เคยเจอเหตุการณ์แบบนี้เลยแล้วหนูก็แอบมองเขามาเรื่อยๆ จนเดือนที่ผ่านมา หนูก็นั่งเรียนวิชาพระพุทธในห้องพระตามปกติ แล้วมันเหลือที่ว่างข้างๆ หนูแค่ทีเดียว เขาเดินเข้ามาในห้องแล้วเห็นที่ว่างตรงนั้น เขาก็ไม่นั่ง เดินหนีไปทางอื่น แล้วก็พูดอะไรไม่รู้กับเพื่อน เหมือนไม่พอใจที่เหลือที่ว่างแค่ข้างหนู เขาก็ไปเบียดนั่งกับคนอื่นแทน ทำให้หนูรู้สึกว่า เอ๊ะ! หรือว่าจริงๆแล้วเขาไม่อยากเมคเฟรนด์กับเรา หรือเขาไม่ชอบเรารึป่าว หนูแค่หวังว่าอยากจะเมคเฟรนด์กับเขาในฐานะเพื่อน แต่ถ้าจะเป็นแฟนก็ไม่ปิดกั้นมันไม่ใช่แค่กับเขาคนเดียวที่หนูอยากจะเมคเฟรนด์ แต่หนูอยากเมคเฟรนด์กับเพื่อนๆหลายคน แต่ไม่กล้าเลย ไม่กล้าที่จะเข้าหาใครเลย รวมถึงกรณีของเขาด้วย...3 ดีเจก็ได้ให้คำปรึกษา “น้องมัมมัม (นามสมมุติ)” ว่า ‘สมัยนี้มันมีตัวช่วยเยอะมาก แอปพลิเคชันต่างๆ หลักพื้นฐานง่ายๆเวลาที่หนูอยากรู้จักกับใคร คือต้องพยายามสร้างบทสนทนาที่เป็นปลายเปิด เพื่อให้เขาได้แสดงความเห็นแล้วเราจะได้มีบทสนทนาการโต้ตอบกับเขาได้ การสร้างบทสนทนานั่นคือสิ่งสำคัญมาก การพูดคุย พยายามหาประสบการณ์ร่วมอะไรก็ได้ ที่หนูรู้สึกว่าถ้าคุยกันเรื่องนี้ หนูมีเรื่องที่จะคุยได้ และเขาก็มีเรื่องจะคุยกับเราได้ อย่างเพื่อนผู้ชายคนนี้ก็คือเรื่องเพลง หนูลองไปชวนเขาคุยเลย เช่น ได้ฟังเพลงนั้นเพลงนี้มั้ย เราชอบเพลงนี้เหมือนกันหนูลองหากิจกรรมที่มันจะเป็นตัวเชื่อมที่ทำให้หนูปฏิสัมพันธ์กับผู้คน ไปเข้าชมรมอะไรก็ตามที่ทำให้หนูได้อยู่กับคน ได้พูดกับคน ทำความรู้จักกับคน เราต้องพยายามเอาตัวเองออกไปจากที่ที่เราคิดว่าปลอดภัยสำหรับเรา เพื่อที่เราจะได้รู้จักคนอื่นและโลกใหม่ๆแต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ถ้าวันใดวันหนึ่งหนูรู้สึกว่ามันไม่ใช่ตัวหนู หนูไม่ใช่คนที่จะเป็นแบบนั้นก็ไม่ต้องพยายามนะ เพราะวันนึงโลกมันจะเหวี่ยงคนแบบหนูนี่แหละมาให้เจอกัน มองหน้ากันแล้วเดี๋ยวก็เป็นเพื่อนกันเอง มันเป็นการตามหาจุดที่เราสบายใจด้วย ว่าเราเป็นคนแบบไหน วางตัวแบบไหน จุดไหนที่เราเองก็แฮปปี้ เพื่อนก็แฮปปี้กับเรา แต่หลักๆคือไม่ต้องพยายามจนไม่เป็นตัวของตัวเองนะ...’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

เกินไปรึเปล่าคะคุณป้า?? สาวสุดทนโทรปรึกษา 3 ดีเจ... ป้าสะใภ้เข้าไปส่อง Facebook ส่วนตัวของเรา ตามย้อนดูโพสต์หลายๆปี คัดมาเฉพาะรูปที่เราแต่งตัววาบหวิว รูปที่เราไปเที่ยวแล้วใส่บิกินี่ แคปส่งมาถามพ่อเราว่า “ลูกทำงานอะไร? ทำไมแต่งตัวแบบนั้น?”

10 ก.ค. 2023

เกินไปรึเปล่าคะคุณป้า?? สาวสุดทนโทรปรึกษา 3 ดีเจ... ป้าสะใภ้เข้าไปส่อง Facebook ส่วนตัวของเรา ตามย้อนดูโพสต์หลายๆปี คัดมาเฉพาะรูปที่เราแต่งตัววาบหวิว รูปที่เราไปเที่ยวแล้วใส่บิกินี่ แคปส่งมาถามพ่อเราว่า “ลูกทำงานอะไร? ทำไมแต่งตัวแบบนั้น?”

เกินไปรึเปล่าคะคุณป้า?? สาวสุดทนโทรปรึกษา 3 ดีเจ...ป้าสะใภ้เข้าไปส่อง Facebook ส่วนตัวของเรา ตามย้อนดูโพสต์หลายๆปีคัดมาเฉพาะรูปที่เราแต่งตัววาบหวิว รูปที่เราไปเที่ยวแล้วใส่บิกินี่แคปส่งมาถามพ่อเราว่า “ลูกทำงานอะไร? ทำไมแต่งตัวแบบนั้น?”พ่อก็มาต่อว่าแม่ จนแม่ร้องไห้เลย เราจะปกป้องแม่จากป้าคนนี้ยังไงดี? “คุณบิว (นามสมมติ)” สายแรกในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา [5 ก.ค. 66] ได้โทรเข้ามาปรึกษา ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม เกี่ยวกับปัญหาป้าสะใภ้พูดเสียๆหายๆให้พ่อแม่ฟัง โดย “คุณบิว (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘หนูไม่เคยมีใครเป็นเพื่อนในเฟซบุ๊กเลย ทั้งญาติ พี่-น้อง หรือแม้แต่พ่อแม่ แต่มีป้าสะใภ้เขาไปค้นรูปเก่าๆของหนู ย้อนไปเป็นหลักปีเลย เขาจะเลือกแค่พวกชุดบิกินี่ หรือรูปที่มันดูวาบหวิว เขาไปไล่ถามพ่อหนู ญาติพี่น้อง เครือญาติของหนูทุกคนเลยว่าทำไมเขาต้องแต่งตัวแบบนี้ เขาทำงานอะไรหรอ เขามีอาชีพอะไร รู้มั้ยว่าลูกเป็นอย่างนั้น อย่างนี้ พอคุณพ่อรู้ พ่อก็ไปด่าคุณแม่ว่าเลี้ยงลูกมายังไง ให้ลูกเป็นแบบนี้ ทำไมลูกทำแบบนี้... คุณแม่ก็โทรมาถามหนู ซึ่งหนูก็เข้าใจในส่วนที่พ่อกับแม่มาถาม เพราะเขาก็เคยให้ Space โดยที่ไม่มายุ่งวุ่นวายเลย แต่พอถึงจุดที่มีบุคคลที่สามมาถาม เขาก็เลยต้องมาถามหนู หนูคิดว่าสำหรับตัวป้าสะใภ้เขาไม่น่าจะรู้จักชื่อเฟซบุ๊กของหนู แต่อาจจะเป็นลูกสาวของป้าที่เขาเอามาให้ดู เพราะหนูเห็นแฟนของเขามาส่อง TikTok ของหนู ซึ่งแฟนเขาเป็นเพื่อนสมัยเรียนประถมของหนู เขาเคยจีบหนูมาตั้งแต่ประถมจนถึงมัธยมเลย แต่หนูไม่เคยคบหรือคุยกับเขาเลย สำหรับป้า หนูก็ไม่ได้เจอเขาบ่อยในชีวิตขนาดนั้น นับครั้งได้เลย และก็ไม่ได้สนิทกันถึงขนาดที่มารู้ชื่อจริงของหนูด้วย ตอนแรกหนูตั้งค่าเฟซบุ๊กไว้เฉพาะเพื่อน แต่พอเมื่อ 1 ปีที่ผ่านมา หนูมีการขายเสื้อผ้าออนไลน์บ้าง อัพรูปรีวิวบ้าง เพราะอยากให้ลูกค้าได้เห็น หนูก็เลยเปิดเป็นสาธารณะ หนูคิดว่านี่แหละอาจจะเป็นสาเหตุที่ทำให้เขาเข้ามาส่องได้ หนูเล่าและอธิบายให้คุณแม่ฟัง เขาก็เข้าใจ เพราะงานหนูรับรีวิวต่างๆ หนูก็ให้แม่ดู หนูก็เป็นผู้หญิงทั่วไปที่ชอบแต่งตัว หนูก็เลยงงว่ามันเป็นยังไง แล้วแม่หนูก็ไม่ได้ว่าอะไรด้วย ป้าไม่ได้ส่งเสีย แต่ว่าสงสัยมากๆเลย ตอนแรกหนูจะโทรไปหาป้าคนนั้นด้วย แต่โดนแม่ห้ามไว้ หนูไม่เข้าใจว่าป้าเขาต้องการอะไร? คือ คนต่างจังหวัดเขาเป็นพี่น้องก็จะปลูกบ้านติดๆกัน ซึ่งพ่อหนูก็มีพี่น้อง 7 คน แล้วบ้านก็ติดกันทั้ง 7 หลัง ป้าคนนั้นเขาก็ไล่ถามทุกคนเลย ทั้งลุง ป้า น้า อา ญาติผู้ใหญ่ได้เห็นรูปของหนูหมดเลย ทั้งๆที่เรากันทุกคนออกจากเฟซบุ๊กแล้ว หนูก็เคยบอกแม่ว่า แม่เป็นแม่นะ ไม่ต้องมาเป็นเพื่อนก็ได้ หนูก็ยังพูดติดตลกกันอยู่เลย เพราะเรามีอะไร เราคุยกันได้ตลอดอยู่แล้ว เขาก็ให้ Space เข้าใจ และเคารพในสิทธิ์ของหนู หนูก็ไม่เข้าใจว่าทำไมป้าต้องเข้ามาเป็นอะไรในชีวิตคนอื่น หนูกับพ่อก็ไม่ค่อยคุยกัน เพราะเราเหมือนกันเกินไป คุณพ่อค่อนข้างหัวโบราณ พ่อไม่เข้าใจ แต่แม่เข้าใจ เวลาเขามีอะไรก็จะคุยผ่านแม่ หนูอยากถามพี่ๆดีเจว่า หนูควรทำยังไงกับเหตุการณ์นี้ หนูควรจะรับมือป้องกันตัวเอง และแม่จากเหตุการณ์นี้ยังไงดี เพื่อไม่ให้เขามาพูดในทางเสียหาย พูดเหมือนหนูทำอาชีพที่ไม่ดีหรือเสื่อมเสียเกียรติ ณ จุดนี้ หนูไม่สนใจคนอื่นแล้ว แต่หนูสนใจแค่ว่าถ้าเหตุการณ์นี้มันยังมีอยู่ มันจะกระทบแม่หนูอีก แล้วเหตุการณ์นี้เขาควรจะขอโทษแม่หนูด้วยมั้ย? ที่มาพูดหรือทำอะไรให้แม่ต้องโดนพ่อต่อว่า... “ดีเจเติ้ล” ก็ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘วิธีที่จะทำให้ป้าสะใภ้หยุด คือ ถ้าเขาเอารูปมาให้แม่ดูอีก บิวต้องขอให้คุณแม่พูดกับเขาว่า ฉันโอเค มันใส่อย่างงี้ถ่ายรูปทำงาน ฉันไม่ได้มีปัญหา แต่ถ้าเขามาทางพ่อ ซึ่งยังไงพ่อก็ไม่ยอมรับเรื่องนี้ได้ สิ่งที่เดียวที่บิวจะทำได้ คือ บิวต้องบล็อค ไม่ให้คนภายนอกเห็นรูปเหล่านั้น ถ้าเขาเห็นรูปเมื่อไร เราทำอะไรเขาไม่ได้เลย การที่บิวจะไปบอกป้าคนนั้นว่า หยุดทำแบบนี้ ไม่ใช่เรื่องของป้า นี่มันเรื่องของหนู สิ่งที่ป้าทำแบบนี้มันทำให้ครอบครัวหนูวุ่นวาย พี่ว่าเขาก็ยังไม่หยุด เพราะคนมันจะหาเรื่อง ยังไงเขาก็ต้องหาจนได้ เพราะฉะนั้นต้นตอของปัญหา คือ เขาไปเห็นรูปเหล่านั้น อีกหนึ่งปัญหา คือ เรื่องคุณพ่อ ที่เขาเป็นคนในครอบครัวและหนูแคร์เขาที่สุด ตอนนี้ถ้าแก้ทัศนคติของคุณพ่อได้ เรื่องนี้มันจะไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่ตอนนี้มีแต่คุณแม่ที่เข้าใจบิว และที่สำคัญคือ บิวต้องให้กำลังใจคุณแม่ เพราะเหมือนเราเป็นคนสองคนที่เข้าใจและจับมือกัน ต้องบอกคุณแม่ให้เข้มแข็ง แม่ต้องเข้าใจนะ ต้องปล่อยให้คำพูดเหล่านั้นเข้าหูซ้ายทะลุหูขวาไปเลย...’ “ดีเจเผือก” ให้คำปรึกษาว่า ‘ต้องยอมรับในสิ่งที่เราเปิดเป็นสิ่งสาธารณะ มันก็เหมือนแกลลอรี่ของเราก็จะมีคนผ่านไปผ่านมาเยอะ คนที่มันรักษาและเข้าใจในโลกยุคนี้ก็มี และคนที่มันไม่เข้าใจก็มี เพราะฉะนั้นอย่างแรกเอาเทคโนโลยีเข้ามาแก้ไขก่อน คือ มันมีวิธีการตั้งเยอะมาก ดีเทลการตั้งโพสต์ เราก็ไปไล่เก็บให้หมดเลยคนที่เราไม่อยากให้เขาเห็น เมื่อไหร่ที่เราเปิดเป็นสาธารณะแล้ว เราจะหวังว่าทุกคนจะเคารพสิทธิของกันและกัน ไม่มีวันเป็นแบบนั้น คำว่าสาธารณะ คำว่าสังคม มันปะปนไปด้วยคนที่มีการศึกษา คนที่ไม่มีการศึกษา คนที่เข้าใจและไม่เข้าใจ คนที่ไม่ทันโลก คนล้าสมัย มันหลากหลายมาก เทรนด์ชุดว่ายน้ำในปัจจุบัน มันก็ไปเร็วมาก โลกมันก็เปลี่ยนเร็ว แล้วคนที่รุ่นพ่อ-แม่ ลุง ป้า คิดว่าเปอร์เซ็นต์น้อยมากที่เขาจะคิดว่าเป็นเรื่องปกติและเข้าใจ มันคือความแตกต่างคนละ Generations ที่จะเกิดขึ้นแบบนี้ในทุกปัญหา มันยากมากที่เราจะไปเป็นคุณพ่อ และป้า ไม่ว่าจะคุยกี่รอบก็ตาม พี่การันตีไม่เชื่อว่าเขาจะเปลี่ยนได้ เขาไม่ได้เกิดมาในยุคนี้ และไม่ได้พร้อมที่จะปรับเปลี่ยน เขาไม่ได้ถูกปลูกฝังว่าโลกของเรามันจะเปลี่ยนไปเรื่อยๆนะ เราต้องปรับตัวให้เขากับโลกนะ ชุดความคิดนี้มันเริ่มต้นที่ Generations เราเป็นต้นไป ส่วนสิ่งที่ทำได้ คือ ปกป้องหรือป้องกันจากฝั่งเราออกไป และอะไรที่คิดว่าเขารับไม่ได้ก็เก็บๆไป’ ส่วน “ดีเจต้นหอม” ก็ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘เริ่มที่คุณพ่อก่อน โทรหาพ่อและบอกว่าบิวเป็นแบบนี้ เสื้อผ้าบิวใส่อย่างงี้ พ่อมีหน้าที่ปกป้องบิว เพราะว่าแม่ได้รับผลกระทบกับสิ่งนี้ แม่ไม่ว่า และนี่คือชีวิตของบิว บิวโทรมาบอกให้พ่อรับรู้ว่าบิวจะเป็นแบบนี้ หน้าที่ของพ่อเมื่อป้าคนนี้ เข้ามาพูดแบบนี้อีก ตอบไปเลยว่าพ่อไม่ว่า ใช่ว่าพ่อเอาปัญหาเข้ามาในบ้าน แต่ถ้าพ่อยังรับปัญหานี้ แล้วรู้สึกว่าเป็นปัญหา ให้พ่อโทรหาบิวโดยตรง ถ้าพ่อผ่านแม่แล้วทำให้แม่รู้สึกแย่เมื่อไหร่ บิวจะจัดการด่าป้าคนนั้นในเฟซบุ๊ก และจะไปเอาเรื่องป้า พ่อจะอายยิ่งกว่านี้ และจะบอกเลยว่าหลังจากวางหูของพ่อ บิวจะโทรหาป้าคนนั้น ถามความต้องการว่าจะมายุ่งชีวิตบิว แล้วได้อะไร? แต่ถ้าพ่อห้าม ไม่ให้โทรหาเขา บิวบอกเลยว่า ก็ได้ แต่พ่อต้องทำตามที่บิวบอก ถ้าพ่อโอเคกับดีลนี้ บิวก็จะหยุด... และสุดท้าย มันไม่ใช่เรื่องที่เราจะมานั่งแก้ไขเฟซบุ๊ก แก้ไขการแต่งตัว เราจะใส่แบบนี้ เพราะชีวิตเราชอบจะใส่แบบนี้ เอาเวลาไปสั่งสอนลูกให้ดีดีกว่า ให้เขาเปลี่ยน ไม่ใช่เราเปลี่ยน ป้าต้องอยู่ร่วมกับความแตกต่าง โลกมันหมุนไปแล้ว ชุดความคิดเด็กรุ่นใหม่มันไปไกลแล้ว...เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

ทำยังไงต่อไปดี หนูรู้สึกขยะแขยงตัวเอง... คบแฟนคนนี้มา 5 ปี แฟนเพิ่งมาบอกรสนิยมทางเพศว่าชอบ สวิงกิ้ง เราไม่ชอบเลย แต่ที่หนูยอมเพราะรัก ครั้งแรก เขาพาผู้ชายอีกคนมาให้หนู หนักขึ้นเรื่อยๆ จนครั้งที่สาม เขาพามา 3 คู่ จนหนูทนไม่ไหวแล้ว

07 เม.ย. 2023

ทำยังไงต่อไปดี หนูรู้สึกขยะแขยงตัวเอง... คบแฟนคนนี้มา 5 ปี แฟนเพิ่งมาบอกรสนิยมทางเพศว่าชอบ สวิงกิ้ง เราไม่ชอบเลย แต่ที่หนูยอมเพราะรัก ครั้งแรก เขาพาผู้ชายอีกคนมาให้หนู หนักขึ้นเรื่อยๆ จนครั้งที่สาม เขาพามา 3 คู่ จนหนูทนไม่ไหวแล้ว

“คุณปุกปุย (นามสมมุติ)” อายุ 35 ปี สายที่สามใน รายการพุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (5 เม.ย. 66) ได้โทรเข้ามาปรึกษา ดีเจเผือก – ดีเจเติ้ล – ดีเจต้นหอม เกี่ยวกับปัญหาไม่ชอบรสนิยมทางเพศของแฟน “คุณปุกปุย (นามสมมุติ)” ได้เล่าว่า ‘หนูคบกันแฟนมา 5 ปี เรื่องนี้มันเกิดขึ้นมาประมาณ 1-2 ปีแรกในความสัมพันธ์ของเราสองคน มันดีหมดทุกอย่างเลย แต่แฟนหนูมีรสนิยมทางเพศที่ไม่เหมือนคนอื่น เพราะเขาชอบสวิงกิ้ง ช่วงแรกๆเขาจะเกริ่นๆก่อนว่าเขาชอบสไตล์นี้ แล้วเขาก็บอกว่าถ้าเรื่องเซ็กส์ไปด้วยกันได้ มันจะทำให้ความสัมพันธ์ดีขึ้นนะ ด้วยความที่หนูรักเขา ก็เลยพยายามลองเปิดใจครั้งแรก ซึ่งอันดับแรกที่เขาให้ทำก็คือเอาผู้ชายมานวดหนู นวดเสร็จก็มีอะไรด้วยกัน แล้วเขาก็นั่งดู หนูรู้สึกขยะแขยงมาก แต่ก็ต้องทำ เพราะหนูรักเขา หนูอยากรักษาความสัมพันธ์ตรงนี้เอาไว้ แต่พอมีครั้งที่หนึ่ง ก็มีครั้งที่สอง พอมีครั้งที่สอง มันก็ขยับสเต็ปไปอีกแบบนึง จากผู้ชาย 1 คนมานวด ก็กลายเป็นคู่รัก 3 คู่ที่เขามีรสนิยมเดียวกันที่หนูยังยอมอยู่ เพราะรักคำเดียวเลย ที่ผ่านมามันไม่มีความสุขเลย หนูขยะแขยงมาก หนูก็เลยพยายามปฏิเสธ เพราะมันเริ่มมีครั้งที่สี่ หนูก็เลยบอกว่าไม่ไหวแล้ว หนูขอจบแค่ครั้งที่สามพอ หลังจากนั้นเขาก็เริ่มเปลี่ยนไป ไม่เหมือนเดิม และเขาก็นอกใจหนู เพียงเพราะหนูไม่ตอบโจทย์เขาเรื่องนี้อีกแล้ว ตอนนี้เราสองคนก็ยังอยู่ในสถานะที่อยู่ด้วยกัน แต่เขาก็มีคนอื่น หนูจับได้แล้วขอให้เขาเลิก แต่เขาก็ไม่เลิก เขาพูดประมาณว่า จะอยู่ก็อยู่ อยู่ไม่ได้ก็ไป หนูตอบแบบโง่ๆเลยว่าหนูยอมเขา หนูคิดว่าคนนี้เขาจะคบแบบจริงจัง แต่เขาเพิ่งจะคบกัน ผู้หญิงคนนั้นยังไม่รู้ว่าผู้ชายคนนี้เขามีรสนิยมแบบนี้ หนูพยายามที่จะออกจากความสัมพันธ์นี้แล้ว แต่พอหนูคิดถึงเรื่องนั้นหนูก็ยิ่งขยะแขยงตัวเอง รู้สึกด้อยค่าตัวเองมากๆ ไม่กล้าที่จะไปมีคนใหม่3 ดีเจจึงให้คำแนะนำ “คุณปุกปุย (นามสมมุติ)” ว่า ‘การที่หนูเป็นอยู่ตอนนี้คือการด้อยค่าตัวเองมากกว่าอีก เขาเห็นเราเป็นอะไร เราไม่มีค่าอะไรสำหรับเขาเลย แต่หนูยังเลือกให้ตัวเองเป็นแบบนี้ ทั้งๆที่เขาไล่แล้วแต่เรายังไม่ไป เราจะเริ่มด้อยค่าตัวเองก็ต่อเมื่อเราตัดสินใจอยู่ต่อ ซึ่งตอนที่ปุกปุยรู้ตัวว่าไม่ชอบ และปฏิเสธสำเร็จ นั่นคือวันที่ปุกปุยรู้คุณค่าของตัวเองและคุณค่านั้นมันสูงที่สุดเลยนะ การสวิงกิ้งไม่ได้ทำให้ชีวิตคนเราต้องพังไปทั้งชีวิต มันก็มีกลุ่มคนที่ชอบรสนิยมแบบนี้ แต่ปุกปุยแค่ไปอยู่ผิดกลุ่ม และเขามีรสนิยมแบบนี้เขาก็ไม่ได้ผิดนะ แต่เขาผิดที่เลือกมีคนอื่นแล้วไล่ปุกปุยขนาดนี้ ต้องถามตัวเองว่าเราจะทนไปได้อีกนานแค่ไหน เพราะเราได้คำตอบแล้วว่าคนๆนี้เขาไม่เคยรักเราเลย และมันเสียเวลาชีวิตถ้าสมมุติวันนึงเขากับผู้หญิงคนนั้นไปไม่รอด แล้วเขากลับมาอยู่กับปุกปุย เราต้องกลับไปสวิงกิ้งอีกนะ ชีวิตมันต้องตกนรกไปอีกนานแค่ไหน ซึ่งเขาก็แสดงออกให้เห็นแล้วว่าถ้าจะอยู่กับเขาได้ ต้องเป็นทาสทางเรื่องเพศเท่านั้น เพราะพอไม่มีเรื่องเซ็กส์ ปุกปุยก็ไม่ได้มีค่าอะไรกับคนๆนี้เลย ส่วนคุณค่าของปุกปุยจะอยู่ที่การตัดสินใจเลยว่าจะยอมอยู่ให้เขารู้สึกว่าเราด้อยค่าต่อไปมั้ย และเมื่อไหร่ที่มูฟออน ตอนนั้นคือมีค่าเลย...เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

album
efm
-

-