คบแฟนมา 5 ปี รู้อีกที... เป็นเมียคนที่ 4 ไม่ทันตั้งตัว ผู้ชายขอไปๆมาๆ หาเมียคนที่ 1 คนที่ 2 เพราะมีลูกด้วยกัน ตอนนี้หนูตัดสินใจถอยออกมาจากบ้านเขาแล้ว... แต่ยังกลัวตัวเองจะใจอ่อนกลับไปหาเขา ถ้าเขาตามมาของ้อ

พุธทอล์ค พุธโทร RECAP

คบแฟนมา 5 ปี รู้อีกที... เป็นเมียคนที่ 4 ไม่ทันตั้งตัว ผู้ชายขอไปๆมาๆ หาเมียคนที่ 1 คนที่ 2 เพราะมีลูกด้วยกัน ตอนนี้หนูตัดสินใจถอยออกมาจากบ้านเขาแล้ว... แต่ยังกลัวตัวเองจะใจอ่อนกลับไปหาเขา ถ้าเขาตามมาของ้อ

19 พ.ค. 2023

        “คุณเอ็ม (นามสมมติ)” อายุ 24 ปี สายแรกในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (17 พ.ค. 66) ได้โทรเข้ามาปรึกษา ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม เกี่ยวกับปัญหาความสัมพันธ์กับแฟน

        โดย “คุณเอ็ม (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘หนูคบกับผู้ชายคนหนึ่งมา 5 ปีแล้ว คบกันตั้งแต่หนูอายุยังไม่ถึง 20 เลย อายุเราสองคนห่างกัน 18 ปี แต่หนูมารู้ตัวอีกทีก็เป็นเมียที่ 4 ของเขาแล้ว ซึ่งช่วงปีแรกๆ หนูไม่รู้อะไรเลย มารู้ก็ช่วงคบกันได้ประมาณ 2 ปีกว่า

        ตอนที่คบกัน หนูอยู่บ้านเขา เราอยู่ด้วยกันจนไม่มีอะไรให้เอะใจเลย แต่หนูรู้ว่าเขามีลูก เขาบอกเลิกกันแล้ว แต่ต้องติดต่อกับแม่ของลูกตลอด ซึ่งเวลาคุยกันเขาจะคุยต่อหน้าหนู และจะคุยกันแต่เรื่องลูก ในระหว่างที่เขาอยู่กับหนู เขาไม่เคยไปหาลูกเลย

        วันนั้นหนูทำงานร้านเหล้าแห่งหนึ่ง แล้วก็ไปเจอแฟนคนที่ 3 ของเขา เดินมาคุยกับหนู แล้วถามหนูว่าคุยกับคนนี้อยู่หรอ? หนูก็บอกว่าคุย พอกลับมาถึงบ้านหนูก็ไปถามแฟนหนูว่าคนนี้เขาเป็นใคร ยังไง เขาก็ยอมรับมาว่าเขามีแม่ของลูก 2 คน แล้วลูกอายุเท่ากันด้วย ห่างกันไม่กี่เดือน

        ก่อนที่เขาจะเอาหนูมาอยู่บ้านด้วย เขาก็เคยอยู่กับคนที่ 3 เหมือนกัน แต่อีก 2 บ้านแรกเขาไม่ได้อยู่ด้วยกัน คนที่ 3 ของเขาอยู่จังหวัดเดียวกัน แต่คนละอำเภอ หนูก็ไม่เคยรู้ว่ามีคนนี้อยู่ ซึ่งช่วงที่แฟนมาเจอหนู คนที่ 3 เขาไปอยู่ต่างจังหวัด ในระหว่างที่อยู่กับหนูหลายๆเดือน แฟนหนูไม่มีการบินไปหาหรือติดต่อกันเลย จนผู้หญิงคนที่ 3 เขากลับมาแล้วมาเจอหนูว่าหนูไปเฝ้าผู้ชายคนนี้ ซึ่งแฟนหนูเขาก็ทำงานสถานบันเทิงเหมือนกัน เขาไม่เคยเลิกกันเลย

        เขาบอกกับหนูว่าจะเคลียร์กับทุกบ้านให้ เขาขอรับผิดชอบแค่ลูกของบ้านแรกกับบ้าน 2 แล้วเขาก็ไปเคลียร์กับคนที่ 3 ให้จริงๆ เพราะคนที่ 3 เขามาโวยวายใส่หนู แต่ 2 บ้านแรก หนูก็ไม่ได้อะไร เพราะคิดว่าเขาไม่ได้ติดต่อกัน เพราะหนูอยู่บ้านกับเขาตลอด แทบจะ 24 ชั่วโมง ตอนแรกหนูก็ไปๆมาๆ บ้านหนูกับบ้านเขา แต่ครอบครัวหนูค่อนข้างท็อกซิกนิดนึง หนูก็เลยไม่อยากอยู่บ้าน ส่วนมากก็ใช้ชีวิตที่บ้านเขา

        หลังจากที่รู้ได้ไม่นาน หนูเข้าโทรศัพท์เขาได้ตลอด แต่เขาไม่รู้ แล้วมีช่วงนึงที่เขาขอไปนอนบ้านแรก เขาบอกเหมือนลูกอยากอยู่กับเขา ซึ่งหนูก็มารู้ทีหลังเหมือนกันว่า บ้านแรกเขาจดทะเบียนและก็ยังไม่ได้หย่ากันด้วย เหมือนบ้านแรกเขาก็รู้ว่าผู้ชายอยู่กับผู้หญิงอีกคนนึง แต่เขาไม่รู้ว่าหนูคือใคร หนูก็โอเค ให้เขาไปได้ หนูเชื่อใจเขา เพราะลูกเขามาอยู่กับหนูก็ไม่ได้ หลังจากนั้นทุกวันศุกร์ เสาร์ อาทิตย์ เขาก็ไปนอนบ้านแรกทุกสัปดาห์

        จนมีอยู่วันนึง หนูเข้าไปเช็คโทรศัพท์เขา หนูเห็นว่าบ้านแรกส่งที่ตรวจครรภ์มาให้เขาดูว่าท้องอีกรอบนึง หลังจากที่หนูรู้ หนูก็นิ่งมาตลอด ไม่เคยถามอะไรเขา หนูนั่งนับเดือนตลอดว่าจะคลอดเดือนไหน จนถึงเดือนที่ใกล้จะคลอด หนูก็คุยกับเขาว่าสรุปจะเอายังไง จะคลอดวันไหน เขาก็อึ้งไปเลย คือ เขาไม่รู้ว่าหนูรู้เรื่องนี้ เขาคิดว่ามีคนมาบอกหนู แล้วเขาก็ยอมรับและบอกว่าเดี๋ยวจะคลอดเร็วๆนี้แล้ว หนูก็เลยถามไปว่าแล้วจะเอายังไง จะให้หนูอยู่ต่อยังไง หนูอยู่ต่อไม่ได้...

        เขาก็บอกว่าเขาเคลียร์กันแล้ว ผู้ชายจะเอาลูกคนเล็กมาเลี้ยง แล้วให้ผู้หญิงเอาลูกคนโตไป หนูก็เชื่อเขาอีก ถ้าเขาจะเอาลูกมาเลี้ยง หนูก็ยินดีและเต็มใจ เขาบอกว่าเขาขอโทษ เขาพลาด ไม่ได้มีอะไรกันมานานแล้ว พลาดครั้งเดียว มันก็ดันติดเลย ตอนนี้หนูก็เลยคุยกับเขา แล้วก็โอเคกัน

        จนถึงวันที่ผู้หญิงคนนั้นคลอด เขาก็พาไปส่งและจนถึงตอนนี้ 2 ปี จะ 3 ปีแล้ว เขาก็ไม่ได้กลับมาอยู่บ้านกับหนูอีกเลย แต่ก็ยังคุยกัน เขาแค่ไม่กลับมานอนบ้านด้วยกัน หนูก็ยังอยู่บ้านเขา ตอนนี้ชีวิตหนูเหมือนมีจุดเปลี่ยนอะไรหลายๆอย่าง ทุกวันนี้หนูตื่นมาไม่มีความสุขเลย แล้วก็เป็นโรคซึมเศร้าด้วย เราได้เจอกันแค่ตอนเขาเลิกงานวันละ 1 ชั่วโมงเอง บางวันก็ไม่ได้เจอ แค่เวลากินข้าวด้วยกันยังไม่มีเลย

        เขาให้เหตุผลว่าเขาต้องช่วยดูลูกฝั่งนู้น เพราะผู้หญิงไม่ให้ลูกมาเลี้ยง ในระหว่าง 2 ปีนี้เราก็ยังมีอะไรกับเขา เขาก็ยังวาดฝันให้หนูว่าจะกลับมาอยู่ด้วยกัน จะสร้างนั่น สร้างนี้ด้วยกัน จนสุดท้ายมาถึงทุกวันนี้ไม่มีอะไรเลย

        ตอนนี้หนูเก็บเสื้อผ้ากลับออกมาอยู่บ้านหนูแล้ว แต่ทุกครั้งที่ทะเลาะกัน เขาจะชอบพูดว่าถ้าหนูเจอคนใหม่ที่ดีกว่า หนูไปได้เลยนะ แต่พอทุกครั้งที่หนูจะไปจริงๆ เขาจะมาดึงหนูกลับไปตลอด แล้วหนูก็กลับไปกับเขา ล่าสุดเขาโทรมาแต่หนูไม่ได้รับ ส่งข้อความมาหนูก็ไม่ได้อ่าน หนูพยายามใจแข็งมากจริงๆ แต่หนูกลัวว่าถ้าวันนึงเขาจะมาหาหนู แล้วเจอหน้ากัน หนูกลัวจะใจอ่อน...

        3 ดีเจก็ได้ให้คำปรึกษา โดยเริ่มจาก “ดีเจเติ้ล” : สมมุติถ้าเราดิ่งแล้วเค้ากลับมาวิธีแรกเลย คือ เอ็มต้องคิดว่าโหตั้งแต่จับได้จนถึงตอนนี้ มันคือชีวิตของเอ็มที่เสียเวลาไปโดยที่ไม่ได้อะไรกลับมาเลย จากความทุกข์ใจที่เอ็มต้องรอคนคนนึงอยู่ ไม่มีคำตอบ ไม่มีอะไรให้เราทั้งสิ้น เอาเราไปแขวนไว้ตรงนั้น เหมือนกับเราเป็นอะไรก็ไม่รู้ จะมาก็มา จะไปก็ไป

        ตอนนี้คำสัญญาของเขา มันคือคำโกหกหลอกลวง เขาไม่ทำจริงหรอก เค้าเคลียร์ก็คงเคลียร์ไปตั้งแต่ตอนนู้นแล้ว มันชัดเจนตั้งแต่ที่บอกเอ็มว่าจะไปดูแลลูกแต่ก็ไปเผลอมีอะไรกันกับเมียคนแรก จนมีลูกอีกรอบ เค้าคงเห็นหนูเป็นแค่ชู้ทางใจ เค้าให้ค่าหนูเท่านี้แหละ เพราะฉะนั้นถ้าเค้าจะดึงให้หนูกลับมาอีกหนูต้องคิดแล้วนะ ว่าถ้าหนูกลับไปหนูก็จะต้องกลับไปเป็นแบบเดิม เวลาที่เหลือในชีวิตหนูอ่ะ หนูอยากจะเห็นตัวเองเป็นแบบนี้ไปเรื่อยๆ จนถึงเมื่อไหร่ ตอนเนี่ยไม่มีใครที่จะพาตัวหนูออกมาได้เลย เพราะถ้าหนูกลับไปมันก็เป็นตัวหนูที่เลือกกลับไปเอง ซึ่งมันก็จะไม่มีจุดสิ้นสุดเลย เพราะยังไงเค้าดูก็เป็นคนที่ไม่ปล่อยหนูอยู่แล้ว

        อย่างที่สอง คือ อยากให้หนูคิดในมุมที่ว่า ตอนนี้มีพ่อกับแม่ที่ต้องการหนู ซึ่งเป็นสิ่งที่เราจะต้องทุ่มเทแรงกายแรงใจทุกอย่างเพื่อดูแลเขา ซึ่งนั่นก็เป็นสิ่งที่หนักหนาสำหรับชีวิตเราแล้วแหละ แต่ถ้าหนูยังจะมีผู้ชายคนนี้อีก มันก็จะเป็นสามเด้งเลยนะ หนูจะเอาเวลาไหนไปเติบโตในชีวิตอ่ะ หรือไปมีชีวิตที่มันดีขึ้นกว่านี้และระหว่างทางที่หนูมีคนมารู้จัก หนูลองเปิดใจดูก็ได้นะ เผื่อมันจะมีคนดีๆที่เขาเข้ามาแล้ว เขาจะไม่ใช่คนแบบนี้ แล้วทำไมเราจะต้องเสียดายคนดีๆที่มีโอกาสรู้จักไป เพราะผู้ชายแบบนี้ ซึ่งจริงๆแล้วเค้าลากหนูไปไม่ได้นะ ถ้าหนูไม่กลับไปเอง สุดท้ายมันเป็นขาของหนูสองขาที่เดินตามเขากลับไปเอง เพราะฉะนั้นถ้าหนูรู้ตัวแล้วมันก็เป็นขาของหนูเองที่จะอยู่กับบ้านไม่ออกไปกับเขา...

        “ดีเจต้นหอม” : เอ็มต้องยอมรับความจริงก่อนว่านี่มันไม่ใช่ความรัก ที่ได้อยู่ มันเป็นความจริงที่ไม่มีวันเปลี่ยน คนรักกันไม่ทำกันอย่างนี้อยู่แล้ว ดูจากพฤติกรรมที่เรามาผู้ชายคนเนี้ยไข่ไปทั่ว แล้วก็เอาไปทั่ว ในจังหวะที่เมียกำลังท้องก็ไปมีอะไรกับอีกคนนึง เอ็มก็บอกเองว่าในขณะที่อยู่กับเอ็มเค้าไม่เคยไปดูลูกเลย แสดงว่าความรับผิดชอบของผู้ชายคนนี้ก็ไม่ได้ดีเลย แต่ในวันนี้คงไปตกลงไปดิวอะไรกับเมียซักอย่างนึง เมียถึงต้องยื่นคำขาดมาว่าต้องอยู่บ้านเลี้ยงลูก เค้าก็เลยให้เอ็มได้แค่นี้ และการได้อยู่บ้านเขามันไม่ใช่สิทธิพิเศษนะ

        มันแค่ผู้หญิงคนอื่น ไม่ได้มาอยู่เพื่อเฝ้ารออะไรแบบนี้อยู่แล้ว แต่เอ็มอยู่รอ ในวันนี้เป็นเรื่องที่ดีนะที่เอ็มตัดสินใจว่า จะไม่ใช่ผู้หญิงคนนั้นอีกแล้ว มีทางไป ซึ่งสิ่งที่สำคัญที่สุดในชีวิตเอ็มไม่ใช่เรื่องผู้ชายแต่คือเรื่องเงิน แนะนำให้เปลี่ยนโฟกัสเลย ผู้ชายเอาปัญหาเค้ามาถ่วงอีก เขาก็ไม่ได้เข้ามาให้ความรัก ไม่ได้เข้ามาเป็นแบตเตอรี่ ไม่ได้เข้ามาชาร์จแบตให้ที่ทำให้มี energy หรือรู้สึกดีขึ้น แถมยังทำให้เป็นโรคซึมเศร้าอีก

        เขาคือภาระ เขาคือมะเร็ง เขาจะก้าวเข้ามาในชีวิตเราไม่ได้แล้ว บล็อกทุกอย่าง แล้วเวลาดิ่งเขาไม่ได้อยู่ช่วยแก้ปัญหา เพราะคนนี้คือคนที่ทำให้เราดิ่งลงไปอีก มันไม่มีทางแบบเติมน้ำให้เต็มในทะเลทราย ซึ่งผู้ชายคนนี้ไม่ใช่โลกทั้งใบของเอ็ม แต่เป็นถังขยะ เอาตัวเราไปอยู่ในที่ที่ถูกต้องดีกว่า โฟกัสวันนี้คือเรื่องงาน เรื่องเงิน คิดว่าวันนี้เราจะทำยังไงให้ได้เงิน ทำยังไงให้สภาพ การเป็นอยู่ของเรามันดีกว่านี้ แล้วมันอาจจะมีคนเข้ามาในชีวิตเอ็มอีกแหละ

        ให้ระวังในวันที่เราเป็นโรคซึมเศร้า คนที่เข้ามาอาจจะทำให้เราดิ่งอีก วิธีการ คือ อย่าเอาชีวิตตัวเองไปฝากไว้กับคนอื่น เราจะเริ่มมีใครซักคนนึงอาจจะแบบใจเย็นๆ คือ รอดูว่าให้เขามาเป็นกำลังใจซึ่งกันและกัน แต่ถ้ารู้สึกว่าไม่ใช่ละ แนะนำให้เช็คบิลเลย เราไม่เอา ถ้าวันนี้ตัดสินใจแล้วว่าจะออกมา ขั้นแรกคือบล็อก เมื่อไหร่ก็ตามที่เห็นข้อความเขาขึ้นอยู่ จนรู้สึกว่าเนี่ยเค้ามาตามง้อละ มันเป็นการหลอกตัวเองเข้าข้างตัวเองว่าตัวเองสำคัญ ทั้งๆที่ผ่านมาไม่เคยสำคัญเลย แต่เราแค่ปิดประตูความจริงอยู่ เพราะการกระทำเค้ามันชัดมาก

        คนเป็นแฟนกันหายหัวไปเดือนนึง คนเป็นแฟนกัน มันต้องรู้แล้ว เราต้องรู้แล้วว่าเราไม่ได้สำคัญ แต่นี่หายหัวไปสองเกือบสามปี หล่อเลี้ยงด้วยการมาเจอกันวันละ 1 ชั่วโมง คนรักกันไม่ห่างกันขนาดนั้นอยู่แล้ว ให้มันเจ็บแล้วมันจบ เพราะไม่งั้นมันมูฟออนหรือเริ่มต้นใหม่ไม่ได้ การที่เราเป็นโรคซึมเศร้าเพราะใครคนหนึ่งที่ไม่ได้รักเรามันสุดมากแล้วนะ จะป่วยทั้งที ก็ป่วยกับคนที่มันสมควรที่ทำให้เราเจ็บหน่อยดิ เพราะเท่าที่ฟังมาไม่มีอะไรดีเลย แต่วันนี้เริ่มต้นใหม่ได้อ่ะ ถ้าลุกขึ้นได้เร็ว ก็วิ่งได้เร็ว คิดซะว่าถึงแล้วต้องวิ่งละ จะไม่ย่ำอยู่กับที่ หมดเวลาละ ปาดน้ำตา ปัดมาสคาร่าออกไปหาแขกเราต้องการเงินค่ะ...

        “ดีเจเผือก” : พี่ไม่รู้สึกถึง ความมั่นคง ความมั่นใจ ความเด็ดเดี่ยว ที่จะพาตัวเองออกจากสถานการณ์นี้เลย มันชัดเจนไปหมดเนอะ คนๆหนึ่งที่ผ่านความรักมา 4 เมีย มันไม่น่าจะใช่คนที่เราเห็นได้บ่อยๆ อันนี้เค้าพาตัวเองมาถึงจุดที่มี 4 เมียได้ ปัญหาของเมียแต่ละคนก็เยอะแยะไปอีก ถ้าเป็นคนอื่นเค้าคงพยายามถามหาข้อดีว่าอะไรที่ทำให้เราทนอยู่กับคนๆนี้ได้ เสียทั้งเวลา เสียทั้งสุขภาพกาย สุขภาพจิต

        และวันนี้ที่เอ็มโทรมา เอ็มไม่ได้มีพลังพอที่จะพาตัวเองออกมาจากจุดนั้นได้ มันเพราะอะไร คงจะไม่ใช่เรื่องของเหตุผลแล้ว เพราะถ้าวันนี้เราคุยกันด้วยเหตุผล มันไม่มีข้อดีเลยนะ เพราะถ้ามันเป็นเรื่องของเหตุและผล เอ็มทำความเข้าใจกับมันได้ เอ็มคงเดินออกไปนานแล้ว ถ้าการอยู่ใกล้แล้วมันห้ามใจตัวเองไม่ได้ การพาตัวเองไปอยู่อีกที่ก็เป็นทางออกที่ดี ซึ่งพี่ก็เห็นด้วยว่าชีวิตของเอ็มปัญหามันรุมเร้าเหลือเกิน ชีวิตคนเรามันจะมีปัญหาที่เลี่ยงไม่ได้ และเราก็ต้องเผชิญมันในทุกๆวัน แต่มันมีปัญหาที่เอ็มเลี่ยงได้ กับการพอสักทีกับผู้ชายคนนี้ เอ็มหยุดมันได้ แต่เหมือนกับเอ็มไม่ยอมให้ตัวเองออกจากปัญหานี้

        คนเราต้องหัดเอาปัญหาออกจากตัวเอง และเราก็เห็นๆกันอยู่ว่าเราสามารถหยุดมันได้ และไม่มีใครมาดึงใครทั้งนั้น เห็นแค่ว่าเค้ากวักมือเรียกเราก็พร้อมที่จะกลับไปหาเขาแล้ว หลังจากนี้ก็เป็นกำลังใจให้ในสิ่งที่ตั้งใจทำให้มันสำเร็จ ไปตั้งหลักที่อื่นยังไงก็ลองดูสักตั้ง ถ้าใจเรามันอ่อนก็ให้เทคโนโลยีช่วย โดยการบล็อกเขาซะ ถ้าวันไหนที่ไม่มีสติก็ย้อนกลับมาฟังสิ่งที่ตัวเองพูดกับพวกพี่ในวันนี้แหละ....

เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทาง

ใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATION

รับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

related พุธทอล์ค พุธโทร RECAP

ห้ะ! อะไรนะ... สาวโทรปรึกษา 3 ดีเจ หยุดเจ้าชู้ไม่ได้ 15 ปีที่คบกันมา นอกใจแฟนมากกว่า 15 ครั้ง ทุกครั้งที่นอกใจ จะบอกคนที่คุยด้วยว่า ห้ามล้ำเส้นเด็ดขาด เผยเหตุผลที่ทำไปเพราะหนูชอบบริหารเสน่ห์ เช็คเรตติ้ง

31 มี.ค. 2023

ห้ะ! อะไรนะ... สาวโทรปรึกษา 3 ดีเจ หยุดเจ้าชู้ไม่ได้ 15 ปีที่คบกันมา นอกใจแฟนมากกว่า 15 ครั้ง ทุกครั้งที่นอกใจ จะบอกคนที่คุยด้วยว่า ห้ามล้ำเส้นเด็ดขาด เผยเหตุผลที่ทำไปเพราะหนูชอบบริหารเสน่ห์ เช็คเรตติ้ง

“คุณฟ้า (นามสมมุติ)” อายุ 30 ปี สายที่สองใน รายการพุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (29 มี.ค. 66) ได้โทรเข้ามาปรึกษา ดีเจเผือก – ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม เกี่ยวกับปัญหามีแฟน แต่นอกใจแฟนมาตลอด โดย “คุณฟ้า (นามสมมุติ)” ได้เล่าว่า ‘หนูคบกับแฟนที่เป็นผู้หญิงเหมือนกันมา 15 ปี เขาเป็นแฟนคนที่ 2 ที่หนูคบแบบจริงๆ แต่หนูนอกใจเขาทุกปีมากกว่า 15 คนด้วยซ้ำ มีนอกกายบ้างบางคน ไม่รู้จะใช้คำว่านอกใจได้มั้ย แต่หนูชอบเช็คเรตติ้ง แบบไปอ่อย คุยกับคนนั้น คนนี้ แค่อยากเช็คความสวยว่าจะมีคนชอบเราหรือเปล่า หนูอยู่กับเขามานานมาก จนเหมือนเป็นพี่น้อง เป็นเพื่อน เป็นครอบครัวกันไปแล้ว ซึ่งหนูจะบอกกับคนที่มาคุยว่าหนูมีแฟนแล้วนะ ห้ามมาล้ำเส้นแฟนของหนูเด็ดขาด ถ้าใครรับได้ก็อีกเรื่องนึง ช่วงแรกๆหนูก็ภูมิใจแฟนนะ แฟนหนูเป็นคนดี แต่ตอนนี้แบบความหวานมันก็หมดไปแล้ว เราทำงานด้วยกัน อยู่ห้องเดียวกัน เหมือนใช้ชีวิตอยู่ด้วยกัน 24 ชั่วโมงเลย เราสองคนจะไม่ยุ่งโทรศัพท์ของกันและกันเลย แต่ส่วนใหญ่ที่แฟนจับได้ ไม่ได้มาจากคนที่คุยกับหนู แต่จะเป็นคนรอบข้างที่มาบอกเขา มาส่งซิกว่าหนูคุยกับคนนั้น คนนี้อยู่นะ พอเขารู้ เขาก็มาถามหนู หนูก็บอก แต่คือเราสองคนเลิกกันไม่ได้อยู่ดี แบบเขาเลิกกับหนูไม่ได้ และหนูก็เลิกกับเขาไม่ได้เหมือนกัน ช่วงแรกๆแฟนก็ร้องไห้ แล้วขอให้เลิกเจ้าชู้ได้มั้ย แต่หนูทำไม่ได้ เขาบอกว่าเขาแค่รับฟังคนอื่น แต่ถ้าเขาทนไม่ไหวเขาจะไปเอง แฟนเคยคุยกับคนอื่นด้วย แต่หนูไม่รู้ว่าถึงขั้นไหน หนูจับได้ก็บอกให้เขาไปเคลียร์แค่นั้นสั้นๆ แล้วเขาก็ไม่มีอีกเลย ตอนนี้หนูอยากเลิกนิสัยนี้มาก หนูพยายามไม่คุยกับคนอื่น ไม่อ่อยคนอื่น แต่มันก็ทำไม่ได้ ห้ามใจตัวเองไม่ได้อยู่ดี หนูอยากให้พี่ๆช่วยดึงสติหนูหน่อย...’ พี่ๆ 3 ดีเจก็ได้ให้คำปรึกษา “คุณฟ้า (นามสมมุติ)” ว่า ‘มันคือคนหนึ่งพิการสมอง อีกคนหนึ่งพิการหัวใจที่มาเจอกัน แต่คนที่โทรเข้ามาคือคนที่พิการหัวใจ ซึ่งอยู่ในหน้าได้เปรียบ เพราะเราทุกคนมีความเห็นแก่ตัว แต่ที่ต่างกันคือความละอาย ซึ่งคนอื่นมี แต่ฟ้าไม่มี.... ไม่โทษฟ้า เพราะมีคนๆนึงที่เขาทนได้ให้เอาเปรียบมาโดยตลอด แล้วในเมื่อเขาทนให้เอาเปรียบขนาดนี้ ทำไมวันนี้ถึงต้องหยุด 15 ปีไม่เคยไปไหนเลย ร้องไห้ให้ตาย ต่อให้เจ็บแค่ไหน เขาก็ยังทนให้เอาเปรียบ และก็ไม่ได้เดือดร้อนจะโทรมาปรึกษาด้วย ถ้าให้ฟ้าทิ้งแฟนไปเลย ฟ้าจะทำมั้ย? เพราะฟ้าก็รู้ตัวว่าเป็นคนเจ้าชู้ ถ้าอยากจะไปวัดความสวยก็วัดได้เต็มที่เลย เราแค่ต้องไปหาคนที่เขารับได้ แต่คนที่รับได้ก็แปลว่าเขาก็ทำได้เหมือนกันนะ ถ้าไม่อยากเป็นคนเห็นแก่ตัวมากเกินไป ถ้าเขามีก็อย่าไปว่า ไปอะไรเขา แฟร์ๆหน่อย อยู่กันแบบเสมอภาค อย่างน้อยเราจะได้เป็นคนที่ไม่ได้เห็นแก่ตัว ฟ้าไม่ได้รักแฟนขนาดนั้น ระยะเวลา 15 ปีมันคือคู่ชีวิต แต่ฟ้าไม่ได้เห็นคุณค่าของมันแค่นั้นเอง ถ้าการที่เราไม่ได้รักเขา มันก็เลยเป็นวิถีที่เราจะมองหาคนอื่น ถ้าไม่รักก็ให้เขาอยู่ในสถานะเพื่อนที่ดีที่สุด ไม่งั้นเขาก็ไม่ได้เริ่มต้นใหม่กับใครสักที ถ้าวันนึงแฟนไปเจอคนใหม่ที่นิสัยดีกว่าฟ้า ซึ่งมีโอกาสสูงมาก เพราะถ้าเจอใครสักคนที่ซื่อสัตย์ วันนั้น 15 ปีจะไม่มีความหมายสำหรับฟ้าเลย เพราะฉะนั้นละครเรื่องนี้ ไม่ได้บอกให้ฟ้าหยุด แต่มันจะจบที่แฟนฟ้าคนนี้เขาจะเจอใครสักคนนึงที่ใช่ และเขารู้เลยว่าฟ้าไม่ได้ดีพอ เขายอมไปเสี่ยงเอาดาบหน้าดีกว่าอยู่กับฟ้า เรื่องราวทั้งหมดมันจะจบตรงที่เขามีคนอื่น...’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

ผมกำลังจะแต่งงาน และเพิ่งสมัครงานใหม่ บริษัทให้เซ็นต์ค้ำประกัน ‘แฟน’ คือคนแรกที่ผมนึกถึง พอไปขอให้ช่วย เขาปฏิเสธเลยทันที บอกว่า ‘ยังไม่ไว้ใจผม’ ทางเลือกสุดท้ายผมไปปรึกษาแฟนเก่า...

24 เม.ย. 2023

ผมกำลังจะแต่งงาน และเพิ่งสมัครงานใหม่ บริษัทให้เซ็นต์ค้ำประกัน ‘แฟน’ คือคนแรกที่ผมนึกถึง พอไปขอให้ช่วย เขาปฏิเสธเลยทันที บอกว่า ‘ยังไม่ไว้ใจผม’ ทางเลือกสุดท้ายผมไปปรึกษาแฟนเก่า...

“คุณน็อต (นามสมมติ)” อายุ 28 ปี สายที่สองในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (19 เม.ย. 66) ได้โทรเข้ามาปรึกษา ดีเจอั๋น - ดีเจเติ้ล - ดีเจอ้อย เกี่ยวกับปัญหาการค้ำประกัน โดย “คุณน็อต (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘ผมคบกับแฟนคนหนึ่งมาปีครึ่งแล้ว เราสองคนมีแพลนจะแต่งงานกัน แต่มันเกิดเรื่องขึ้นมาเพราะผมกำลังจะไปทำงานบริษัทหนึ่งที่เกี่ยวข้องกับทางด้านการเงิน ซึ่งผมสอบทุกอย่างเรียบร้อยหมดแล้ว แต่ในทางกฎหมาย ก่อนที่เราจะออกไปนำเสนอขายให้กับลูกค้าได้ เราต้องมีใบอนุญาตก่อน ซึ่งก่อนที่จะออกใบอนุญาตมันก็ต้องมีคนค้ำประกันเพื่อให้บริษัทมั่นใจว่าเรามีความน่าเชื่อถือ การค้ำประกันในที่นี้ จะแตกต่างกับการค้ำประกันเงินกู้ ซึ่งในความคิดแรกของผมคือแฟนของผมเลย ผมก็เลยตัดสินใจขอให้แฟนช่วย แต่พอไปขอแล้ว เขากลับปฏิเสธ เขาให้เหตุผลว่าเขายังไม่เชื่อใจผม ผมก็ไม่ได้โกรธอะไรเขานะ หลังจากนั้นผมก็ไปขอให้เพื่อนช่วย แต่ก็ไม่มีใครช่วยเลย และเพื่อนก็ยังพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าทำไมถึงไม่ให้แฟนช่วย และต้องบอกก่อนว่าพ่อกับแม่ผมไม่สามารถค้ำให้ได้ เพราะอายุท่านเกินแล้ว บังเอิญมันเหมือนเป็นทางเลือกสุดท้ายแล้ว ผมก็เลยติดต่อแฟนเก่าไป ซึ่งต้องบอกก่อนว่าผมกับแฟนเก่าเราเลิกกันดี เป็นพี่น้องกัน ไม่ได้มีซัมติงอะไรกัน แล้วแฟนเก่าผมแทบจะเป็นคนเดียวเลยที่พยายามหาทางช่วย จนกระทั่งแฟนคนปัจจุบันของเขาไม่อนุญาตให้ช่วย ผมก็เข้าใจเขานะ แต่ในความรู้สึกผม ผมรู้สึกว่ามันมีความหมายกับผมมาก จนเอามาเปรียบเทียบกับแฟนปัจจุบันของผม สำหรับงานแต่ง แฟนผมเป็นคนอยากแต่ง เพราะเขาก็อายุ 32 – 33 ปีแล้ว ตอนนี้ผมกับแฟนอยู่กันคนละบ้าน แต่ที่ผมแพลนไว้หลังแต่งงาน คือ ผมมีแพลนจะซื้อบ้านของตัวเอง แต่ถ้าซื้อไม่ทันผมก็จะอยู่ที่บ้านของแฟนก่อนแล้วค่อยมาซื้อบ้านของตัวเอง ตอนนี้เรามีงานทำ เขาก็มีงานทำ ก็เลยใช้กระเป๋าตังของใครของมัน และมีเงินอีกส่วนที่เป็นบัญชีร่วม เราจะออมเงินกันทุกๆเดือน จนมันทำให้เกิดคำถามว่า เราควรจะไปต่อกับเขาดีไหม? แล้วที่เราเก็บเงินร่วมกันมาเพื่อจะแต่งงานกัน อันนี้คือเราเชื่อใจกันแค่ไหนหรอ? เพราะผมเชื่อใจเขาในระดับนึงเลย อยากถามพี่ๆว่า ความรู้สึที่ผมรู้สึกมันถูกหรือเปล่า? หรือพี่ๆมองว่าที่แฟนผมคิดและทำคือสิ่งที่ถูกต้องไหม? ซึ่ง ดีเจเติ้ล ได้ให้ความคิดเห็นกับเรื่องนี้ว่า “1 ปีครึ่งที่รู้จักกัน ถ้าเราทั้งสองคน ยังไม่เชื่อใจกัน ยังไม่รู้จักกันดีพอ ก็จะไปเซ็นต์ค้ำประกันให้กัน สิ่งที่ต้องมองคือ กำลังจะแต่งงานกันแล้ว กำลังจะใช้ชีวิตร่วมกันแล้ว แต่ยังไม่เชื่อใจกันเลย ถ้าเป็นพี่ พี่เลือกที่จะคุยกันตรงๆ คุยกันเลยว่า ที่เธอไม่เชื่อใจกันเพราอะไร? เหตุผลคืออะไร? ควรเคลียร์ไปเลย มองในมุมว่าถ้าเขามีสิทธิ์ที่จะทำแบบนั้นไหม เขาก็มีสิทธิ์ เพราะเวลาก็ไม่นานที่รู้จักกันปีกว่า ถ้าเปรียบเทียบ กับเพื่อนเราบางคน รู้จักกันมาตั้งนาน เราก็ยังไม่กล้าที่จะเซ็นต์อะไรให้เขาเลย สุดท้ายก็ต้องเคลียร์กันก่อน” สำหรับ ดีเจอั๋น ให้คำแนะนำว่า “ควรคุย และ ให้เหตุผลกันไปเลยว่าไม่อยากเซ็นต์เพราะอะไร? เหตุผลคือ 1 2 3 4 ตามนี้ ควรคุยกัน เพราะเป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อนมากๆ เข้าใจสิ่งที่น็อตรู้สึก ในที่สุดเราต้องยอมรับว่า ความรู้สึกที่น็อตมีมันแรงขึ้น เพราะมันเกิดการเปรียบเทียบกันกับแฟนเก่า บังเอิญเป็นแฟนเก่าด้วย มันเลยยิ่งแรงขึ้นรึเปล่า? ก็ควรอย่างยิ่งที่จะต้องบอกความจริงต่อกันและกันได้ โดยไม่ต้องมีฟอร์มอะไรเลย คุยกันจริงๆ เป็นการสื่อสารแบบมีประสิทธิภาพ บอกเค้าได้ว่าเรารู้สึกยังไง? เราสะเทือนใจ เสียใจยังไง เราพูดความจริงได้ และถ้าวันนี้ การที่เราพูดความจริงอะไรออกไป แล้วเขาไม่เข้าใจ ก็ไม่ควรแต่งเลย และตัวเราเองก็จะต้องเป็นฝ่ายที่พร้อมรับฟังเขาด้วยเหตุผลจริงๆจากใจ ในวันนี้ไม่ควรที่จะเก็บอะไรไว้ ควรพูดไปทุกอย่าง ไม่มีทางที่จะแต่งงานกันได้ ถ้าเราไม่เคลียร์กันให้ดี ให้โอกาสทั้งเขาและเราในการได้อธิบาย” สุดท้าย ดีเจอ้อย ได้ให้ความคิดเห็นว่า “การที่เราจะแต่งงานกับใครคนใดคนนึงมันไม่ได้พิจารณาจากเรื่องนี้แค่เรื่องเดียว เรายังไม่ทันได้รู้เหตุผลอะไรจากเขาเลย ตอนนี้เหมือนเราไม่ได้แก้ปัญหาที่ปัญหา แต่เป็นการเพิ่มจำนวนคน ยิ่งเป็นแฟนเก่าอีก มันจะไม่ใช่แค่เรื่องของการค้ำหรือไม่ค้ำ มันเลยกลายเป็นเรื่องของความสัมพันธ์ของคน 2 คนไปแล้ว พี่มองว่านี่เป็นโอกาสสำคัญที่จะได้ปรับจูนกัน ควรคุยกัน ฟังกันจริงๆ แบบอย่าคาดหวังกับคำตอบที่เขาจะตอบ ไม่ควรปักธงกับคำตอบของเขา ที่สุดแล้วเราต้องฟังเขาด้วย บางคู่ บางคนรักกันแทบตาย แต่ไม่จดทะเบียนสมรส เพราะอนาคตเขาไม่รู้ว่าจะมีอะไรเกิดขึ้นบ้าง เรื่องมันจะเยอะกว่านี้ไหม? ก็มี... ทุกวันมีการเคลื่อนตัว เขาก็มีสิทธิ์ที่จะกลัวเช่นกัน เชื่อว่าถ้าได้คุยกันแล้ว ฟังเขาดู เขาอาจจะมีเหตุผลที่เราอาจจะไม่รู้ก็ได้ ตราบใดที่จะเป็นคู่รักกัน อย่าหยุดที่จะสื่อสารกัน น็อตก็มีสิทธิ์น้อยใจ แฟนเขาก็มีสิทธิ์ที่จะไม่ค้ำเช่นเดียวกัน ”เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage : EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

เจอเพื่อนร่วมงานแบบนี้ จะทำยังไงกันคะ? โกหกเพื่อนร่วมงานว่า ‘พ่อตาย’ สุดท้ายสืบรู้ว่า… วันนั้นเค้าแอบไปกดบัตรคอนเสิร์ต แล้วลาออกจากงานไปเลย ไม่ส่งต่องานใดๆ พีคสุด เค้าวางแผนมาตั้งนานแล้วว่าจะออก!!

10 มี.ค. 2023

เจอเพื่อนร่วมงานแบบนี้ จะทำยังไงกันคะ? โกหกเพื่อนร่วมงานว่า ‘พ่อตาย’ สุดท้ายสืบรู้ว่า… วันนั้นเค้าแอบไปกดบัตรคอนเสิร์ต แล้วลาออกจากงานไปเลย ไม่ส่งต่องานใดๆ พีคสุด เค้าวางแผนมาตั้งนานแล้วว่าจะออก!!

“คุณไข่หวาน (นามสมมุติ)” สายสุดท้ายในรายการพุธทอล์ค พุธโทรเมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (08/03/2023) ได้โทรเข้ามาปรึกษา ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม เกี่ยวกับปัญหาเพื่อนร่วมงานมาโกหกใส่โดย “คุณไข่หวาน (นามสมมุติ)” ได้เล่าว่า ‘พอดีว่าช่วงกลางเดือนที่แล้ว เพื่อนที่ทำงานเขาแจ้งว่าพ่อเขาเสีย แล้วเขาก็ลางานไป พอถึงสิ้นเดือน วันที่เงินเดือนออก เขาก็ออกจากกรุ๊ปไลน์ไปเลย แบบเขาออกจากงานไปเลย จนเราไปเจอในทวิตเตอร์ของเขาว่าพ่อเขาไม่ได้เสีย เพราะวันที่เขาบอกว่าพ่อเขาเสีย คือเขากดบัตรคอนเสิร์ตอยู่ ใช้ชีวิตปกติ เขามีแพลนจะลาออกอยู่แล้วด้วย แบบสิ้นเดือนนี้จะลาออกแล้ว แต่เขาก็ไปแบบไม่ได้ลา ไม่ได้บอกหัวหน้าอะไรเลยลักษณะงานที่เราทำมันเป็นโปรเจกต์ ต้องมีการพูดคุยกับลูกค้า แล้วเขาก็เป็นคนประสานงานกับลูกค้า ซึ่งเขาออกไปแบบไม่ได้ส่งต่องาน ไม่ได้รับผิดชอบตรงนี้เลย ไม่มีใครรู้ หัวหน้าก็ไม่รู้ ตอนแรกที่เขามาบอกว่าพ่อเขาเสีย เราก็เห็นใจเขาว่าแบบสูญเสีย แต่พอเรามารู้ทีหลัง คือเรา พี่ๆทุกคนในทีมและหัวหน้าก็พูดกันว่าทำไมเขาถึงทำแบบนี้หัวหน้าอยากให้เรื่องนี้จบแล้ว แต่หนูเห็นทวิตเตอร์เขาหนูอยากจะไปบอกกับเขาว่าแบบทำไมคุณถึงทำแบบนี้ หนูอยากถามพี่ๆดีเจว่า การที่หนูจะไปทำแบบนี้มันจะเกินไปมั้ย? แล้วถ้าพี่ๆเจอเหตุการณ์แบบนี้จะรับมือกันยังไง?ทั้ง 3 ดีเจ ให้ความคิดเห็นว่า ‘มันเป็นนิสัย และความรับผิดชอบแต่ละบุคคล ถ้าเค้าทำแบบนี้ แสดงว่าเป็นคนที่ไม่ได้เรื่อง ซึ่งถ้าเรื่องนี้เกิดขึ้นกับดีเจทั้ง 3 คน ก็จะไม่เสียเวลาไปทวงถามความถูกต้อง มันไม่คุ้มกับเวลาที่เสียไป แต่ถ้าเป็นการทักไปถามเรื่องงานที่ค้างอยู่ก็ถามได้ เพราะเป็นเรื่องงานและถ้าส่วนตัวไม่ได้สนิทกับคนนี้ ก็ยิ่งต้องปล่อยไปเลย เพราะขนาดคนที่เป็นพ่อเค้ายังไม่แคร์เลยถึงขั้น โกหกว่าตายแล้วเค้าจะแคร์เราไหม? เค้าทำแบบไหน ก็จะได้แบบนั้น เราควรมองอีกมุม ดีด้วยซ้ำที่องค์กรเรา คนแบบนี้ได้ออกไปแล้ว ส่วนถ้าต้องสื่อสารกับลูกค้าก็แค่บอกว่า มีการเปลี่ยนตัวพนักงาน หรือคนรับผิดชอบ แล้วก็หาคนทำงานต่อท้ายที่สุดถ้าเค้าเป็นคนแบบนี้ ลักษณะแบบนี้ ไปทำงานที่ไหนก็จะไม่รอดหรอก ท่องไว้เลยว่า เค้าออกไปดีแล้วกับเราไม่ต้องไปตามด่า หรือต่อว่าอะไรเค้า มันไม่มีอะไรดีขึ้นมาเลย...’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

เจอแฟนแบบนี้ทำไง? สาวกลุ้มใจโทรปรึกษา คบกับแฟน มีอะไรพูดกันได้ทุกเรื่อง แต่พอบอกว่าเราทำงานเซลล์มา 5 ปี ได้เงินเดือนมากกว่าแฟน เขารู้สึกนอยด์ เทคแคร์เราน้อยลง พร้อมให้เหตุผลว่า 'เราไม่สมควรจะได้รับเงินเดือนเท่านี้'

26 พ.ค. 2023

เจอแฟนแบบนี้ทำไง? สาวกลุ้มใจโทรปรึกษา คบกับแฟน มีอะไรพูดกันได้ทุกเรื่อง แต่พอบอกว่าเราทำงานเซลล์มา 5 ปี ได้เงินเดือนมากกว่าแฟน เขารู้สึกนอยด์ เทคแคร์เราน้อยลง พร้อมให้เหตุผลว่า 'เราไม่สมควรจะได้รับเงินเดือนเท่านี้'

“คุณแซน (นามสมมติ)” อายุ 28 ปี สายที่สองในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (24 พ.ค. 66) ได้โทรเข้ามาปรึกษา ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม เกี่ยวกับปัญหาเงินเดือน โดย “คุณแซน (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘หนูกับแฟนอายุเท่ากัน เป็นรุ่นเดียวกันเลย คบกันมาประมาณ 1 ปีกว่าๆ ตั้งแต่คบกันมาก็รักกันดี ไม่ได้มีการทะเลาะรุนแรง มีงอนบ้าง มีปัญหา เราก็พยายามปรับกันมาได้ตลอด ถึงขั้นมีแพลนที่จะใช้ชีวิตร่วมกันด้วย แต่มันจะมีอยู่ 1 ปัญหาในความสัมพันธ์ที่มันบั่นทอนจิตใจ และยังหาทางแก้ไขกันไม่ได้ จนมาถึงทุกวันนี้ต้องบอกก่อนว่า ตัวหนูเองทำงานเป็นเซลล์ ประสบการณ์ในอาชีพนี้ก็เกือบๆ 5 ปี ซึ่งรายได้เซลล์มันค่อนข้างจะสูง ส่วนแฟนทำงานคนละบริษัทกัน แต่งานที่เขาทำจะเป็นงานประเภท back office ซึ่งรายได้ก็จะน้อยกว่าหนูค่อนข้างเยอะ ประมาณ 30% 40%ช่วงที่คบกันแรกๆ เราก็เปิดใจคุยกันทุกเรื่อง รวมถึงเรื่องรายได้ด้วย แบบเราบอกหมดเลยว่าเราทำงานอะไร รายได้เท่าไร หลังจากที่เขารับรู้เรื่องรายได้ของเรา การกระทำของเขาก็เปลี่ยนไปจนเรารู้สึกได้ มันไม่เชิงเป็นปัญหาที่ทะเลาะกัน แต่เหมือนเขาเคยเล่นกับเรา เคยมุ้งมิ้งกับเรา เคยหวานกับเรา ทุกอย่างมันน้อยลงหมดเลยจนเรารู้สึกได้เราก็เลยถามเขาว่าเป็นอะไร เขาก็บอกว่าเขารักหนูเหมือนเดิมนะ แต่ในหัวเขามีเรื่องรายได้หนูอยู่ตลอดเวลา จนทำให้เขาแสดงออกกับเราน้อยลง ด้วยเหตุผลที่ว่าเขามองว่าทำไมงานเซลล์กับงาน back office รายได้มันถึงต่างกันขนาดนี้ เพราะในขณะที่เขาทำงานหนักมากๆ เขาเลยรู้สึกว่ามันไม่แฟร์กับเขาเลย รวมถึงเขามองว่าหนูไม่สมควรที่จะได้รับเงินเดือนมากขนาดนี้หนูพยายามอธิบายเหตุผลในอาชีพของเซลล์แล้ว และอธิบายว่าพาร์ทงาน การใช้สกิล ความเครียดอะไรมันก็ไม่เหมือนกันอยู่แล้ว กว่าหนูจะได้เงินเดือนเท่านี้ หนูก็สะสมประสบการณ์ ใช้ความพยายามมาเหมือนกัน แต่เขาไม่ได้รู้สึกยินดีกับสิ่งที่หนูได้รับเลย ทุกครั้งที่คุยเรื่องนี้ มันก็จบตรงที่ว่าเขาจะมองว่าหนูไม่สมควรได้รับมันอยู่ดี หนูก็เคยถามเขาว่าหนูจะทำยังไงกับความคิดนี้ของเขา เขาก็บอกว่าเขาก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมเขาถึงมีความคิดแบบนี้ แต่ถ้าความคิดนี้ของเขาหายไปได้ มันก็อาจจะเป็นในวันที่เขาจะยอมรับหนูก็ต่อเมื่อหนูทำอะไรที่เขาเห็นว่าหนูสมควรได้รับเงินเดือนเท่านี้ หรือวันหนึ่งที่เขามีรายได้มากกว่าหนู เขาก็อาจจะล้มเลิกความคิดนี้ไปก็ได้หนูรู้สึกบั่นทอนจิตใจมากที่เขาคิดแบบนี้ เพราะเราก็มีแพลนที่จะใช้ชีวิตร่วมกันแล้ว แต่หนูยังไม่สามารถเปลี่ยนความคิดนี้เขาได้ มันก็เลยกระทบความสัมพันธ์ของเรา ซึ่งหนูคิดว่าเรื่องที่ทำให้เขาคิดแบบนี้ อาจจะเป็นเรื่องภาษาอังกฤษ เพราะหนูไม่ค่อยแข็งแรง และจะมีเขาซัพพอร์ตในเรื่องนี้ แต่ในส่วนเรื่องการใช้ชีวิต เราจะค่อนข้างที่จะช่วยเหลือ ซัพพอร์ตซึ่งกันและกัน ไม่ได้มีปัญหาตรงนี้หนูอยากถามพี่ๆว่า การที่หนูพูดเรื่องเงินเดือนไป หนูผิดมากมั้ย? เพราะมันเซนซิทีฟ และอีกคำถามคือ หนูควรจะพูดหรือทำยังไงที่จะเปลี่ยนความคิดเขาได้บ้าง…3 ดีเจก็ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘ในวันที่เราจะเป็นคู่ชีวิตกัน มันควรจะส่งเสริมกัน มันไม่ควรกดอีกฝ่ายให้ต่ำ อยู่ด้วยกันมันไม่ควรเป็นจ่าฝูง แซนกำลังเจอคนที่ทัศคติแย่มาก และมันลามไปทุกเรื่องเลยนะ ถ้าวันนึงมีลูกขึ้นมา แล้วจะสอนเขายังไงแนะนำประโยคที่ทำให้เขาเปลี่ยน คือ พวกพี่ๆจะพูดว่า ถ้าเธอยังมีความคิดอย่างนี้อยู่ เธอก็ไม่สมควรมาเป็นแฟนเรา แค่นี้เลย เพราะมันไม่มองเห็นมุมไหนที่เราจะไปแก้ไขชุดตระกระความคิดนี้ของเขาได้ เราสมควรจะมีเงินเดือนตามความสามารถเรา และมีแฟนที่ยินดีกับเราในเรื่องนี้พี่แนะนำอีก 1 ทางเลือก บอกเขาไปว่า ไม่มีแฟนคนไหนหรอกนะที่เขาจะกดอีกคนให้ตกต่ำ พี่ควรจะดีใจที่หนูพัฒนาตัวเองได้ขนาดนี้ ถ้าพี่คิดว่าพี่ต่ำกว่าหนู พี่ต้องพัฒนาตัวเอง อย่ามาพูดกับหนูแบบนี้อีก พี่ไปหาคนใหม่ที่เงินเดือนต่ำกว่าหนู เราต้องพูดในสิ่งที่เราต้องการ และลองดูว่าเราพูดขนาดนี้ เขาจะรู้สึกตัวมั้ย ถ้าเขาไม่รู้สึกตัว แนะนำให้แซนเปลี่ยนแฟน…เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

album
efm
-

-