หนูอายุ 15 อยาก Make Friend กับเพื่อนผู้ชายคนนึง แต่ไม่กล้า หนูชอบเพลงยุค 90 มี ‘พี่มาช่า’ เป็นศิลปินในดวงใจ ตอนอยู่โรงเรียน เขาดีดกีต้าร์ร้องเพลงของ ‘พี่หนุ่ย อำพล’ ด้วย พีคสุด! เพิ่งรู้ว่าร้านเทปที่หนูเคยไปซื้อ แม่เค้าก็เป็นเจ้าของร้าน...

พุธทอล์ค พุธโทร RECAP

หนูอายุ 15 อยาก Make Friend กับเพื่อนผู้ชายคนนึง แต่ไม่กล้า หนูชอบเพลงยุค 90 มี ‘พี่มาช่า’ เป็นศิลปินในดวงใจ ตอนอยู่โรงเรียน เขาดีดกีต้าร์ร้องเพลงของ ‘พี่หนุ่ย อำพล’ ด้วย พีคสุด! เพิ่งรู้ว่าร้านเทปที่หนูเคยไปซื้อ แม่เค้าก็เป็นเจ้าของร้าน...

07 มี.ค. 2023

“น้องมัมมัม (นามสมมุติ)” อายุ 15 ปี สายแรกในรายการพุธทอล์คพุธโทรเมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (01/03/2023) ได้โทรเข้ามาปรึกษาพี่ๆ ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม เกี่ยวกับปัญหาการแอบชอบเพื่อน

โดย “น้องมัมมัม (นามสมมุติ)” ได้เล่าว่า ‘ส่วนตัวหนูเป็นคนที่ไม่ค่อยชอบเข้าหาคนอื่น ซึ่งเวลาที่คนนอกมองมาจะดูเหมือนคนหยิ่ง ไม่มองใคร ดูแบบใครๆก็เข้าถึงตัวยาก ทั้งๆที่ในใจหนูก็อยากเข้าหาแต่ไม่กล้า ตอนนี้หนูมีกลุ่มเพื่อนที่สนิทๆกัน แต่เพื่อนๆก็เป็นคนเข้าหาหนูก่อน เลยได้สนิทกัน

คือหนูอยากเมคเฟรนด์กับเพื่อนผู้ชายคนหนึ่ง อยู่ห้องเดียวกัน นั่งใกล้ๆกัน ที่หนูอยากเมคเฟรนด์กับเขาเพราะเขามีอะไรคล้ายๆกับหนูมากๆเลย หนูจะเป็นคนที่รสนิยมไม่ได้เหมือนกับเพื่อนในวัยเดียวกัน เพราะหนูชอบฟังเพลงเก่าๆ ยุค 90 หนูมีศิลปินในดวงใจคือ พี่มาช่า วัฒนพานิช...

ตอนหนูขึ้นชั้น ม.4 มันทำให้หนูรู้ว่า จริงๆแล้วก็มีคนที่ฟังเพลงเหมือนหนูเหมือนกัน ซึ่งคนๆนั้นก็คือเพื่อนคนนี้ที่หนูอยากเมคเฟรนด์ด้วย จริงๆหนูแค่อยากเมคเฟรนด์กับเขา แต่สถานการณ์ทุกอย่างมันไม่เอื้ออำนวยเลย หนูเป็นคนขี้อายด้วย และเขาก็ไม่กล้าที่จะมาคุยกับหนูด้วยเหมือนกัน แรกๆก็ไม่รู้ว่าเขาชอบเพลงพวกนี้ แต่พอหลังๆเขาก็หยิบกีต้าร์ขึ้นมาเล่นเพลงเก่าๆ แล้วก็นั่งเล่นอยู่หลังห้อง เขาจะร้องพวกเพลงไทยสากล โมเดิร์นด็อก พอส เพลงแกรมมี่ และเขาก็เล่นเพลงของพี่หนุ่ย อําพล ด้วย ตอนนั้นหนูปลื้มใจมาก ไม่เคยมีใครรู้ว่าหนูชอบเพลงนี้ หนูนั่งเงียบอยู่หน้าห้อง เขินมาก แต่ไม่กล้าเลย

และมีครั้งหนึ่งที่ความพยายามหนูจะเพิ่งขึ้น ตอนนั้นไปทัศนศึกษาที่ต่างจังหวัด มันจะมีพวกที่ร้องเพลงบนรถ แล้วช่วงนั้นเป็นขากลับ หนูเหมือนโดนเจ้าเข้า วิญญาณพี่ช่าเข้าใส่ร่างหนู แล้วหนูก็ร้องเพลงออกไป เพื่อนคนอื่นก็นั่งเงียบ เพราะไม่มีใครรู้จักพี่ช่าเลย หนูก็ไม่รู้เลยว่าหนูกับเขาร้องเพลงคู่กัน เขาร้องอยู่ของเขา หนูก็เลยไปแย่งไมค์คนอื่นมาร้อง หนูก็อยากจะเมคเฟรนด์กับเขาขึ้นเรื่อยๆ และเหมือนเขาก็อยากจะเมคเฟรนด์กับหนูเหมือนกัน เวลาที่หนูลงสตอรี่ไอจีอะไรเกี่ยวกับพวกเก่าๆ ที่บ้านหนูมีเครื่องเล่นเทปคาสเซ็ท หนูก็ชอบเอามาเปิดเล่นลงสตอรี่ไอจี เขาก็ชอบมากดใจให้ ก่อนหน้านี้หนูปิดรีพายไว้ แต่ตอนนี้เพิ่งเปิด

เมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา มันก็มีเหตุการณ์ที่เราได้คุยกันจริงๆจัง คือ หนูเดินไปซื้อเทปอยู่แถวๆตลาด หนูก็ได้เจอกับร้านๆนึง ซึ่งมันพีคมากตรงที่เจ้าของร้านนั้นเป็นแม่ของเขา บังเอิญมาก แล้วเราก็เลยได้ทักกัน หนูก็เลยเอาเทปที่เพิ่งซื้อมาลงในสตอรี่ไอจี เขาก็รีพายมาว่า เขาเพิ่งรู้ว่าคนที่ซื้อเทปจากร้านแม่เขาไปคือหนู แล้วก็คุยกัน ถามกันเป็นไงบ้าง อะไรประมาณนี้ ตอนนั้นหนูรู้สึกใจเต้นมากเลย เพราะเขาทักมา หนูไม่เคยเจอเหตุการณ์แบบนี้เลย

แล้วหนูก็แอบมองเขามาเรื่อยๆ จนเดือนที่ผ่านมา หนูก็นั่งเรียนวิชาพระพุทธในห้องพระตามปกติ แล้วมันเหลือที่ว่างข้างๆ หนูแค่ทีเดียว เขาเดินเข้ามาในห้องแล้วเห็นที่ว่างตรงนั้น เขาก็ไม่นั่ง เดินหนีไปทางอื่น แล้วก็พูดอะไรไม่รู้กับเพื่อน เหมือนไม่พอใจที่เหลือที่ว่างแค่ข้างหนู เขาก็ไปเบียดนั่งกับคนอื่นแทน ทำให้หนูรู้สึกว่า เอ๊ะ! หรือว่าจริงๆแล้วเขาไม่อยากเมคเฟรนด์กับเรา หรือเขาไม่ชอบเรารึป่าว หนูแค่หวังว่าอยากจะเมคเฟรนด์กับเขาในฐานะเพื่อน แต่ถ้าจะเป็นแฟนก็ไม่ปิดกั้น

มันไม่ใช่แค่กับเขาคนเดียวที่หนูอยากจะเมคเฟรนด์ แต่หนูอยากเมคเฟรนด์กับเพื่อนๆหลายคน แต่ไม่กล้าเลย ไม่กล้าที่จะเข้าหาใครเลย รวมถึงกรณีของเขาด้วย...

3 ดีเจก็ได้ให้คำปรึกษา “น้องมัมมัม (นามสมมุติ)” ว่า ‘สมัยนี้มันมีตัวช่วยเยอะมาก แอปพลิเคชันต่างๆ หลักพื้นฐานง่ายๆเวลาที่หนูอยากรู้จักกับใคร คือต้องพยายามสร้างบทสนทนาที่เป็นปลายเปิด เพื่อให้เขาได้แสดงความเห็นแล้วเราจะได้มีบทสนทนาการโต้ตอบกับเขาได้ การสร้างบทสนทนานั่นคือสิ่งสำคัญมาก การพูดคุย พยายามหาประสบการณ์ร่วมอะไรก็ได้ ที่หนูรู้สึกว่าถ้าคุยกันเรื่องนี้ หนูมีเรื่องที่จะคุยได้ และเขาก็มีเรื่องจะคุยกับเราได้ อย่างเพื่อนผู้ชายคนนี้ก็คือเรื่องเพลง หนูลองไปชวนเขาคุยเลย เช่น ได้ฟังเพลงนั้นเพลงนี้มั้ย เราชอบเพลงนี้เหมือนกัน

หนูลองหากิจกรรมที่มันจะเป็นตัวเชื่อมที่ทำให้หนูปฏิสัมพันธ์กับผู้คน ไปเข้าชมรมอะไรก็ตามที่ทำให้หนูได้อยู่กับคน ได้พูดกับคน ทำความรู้จักกับคน เราต้องพยายามเอาตัวเองออกไปจากที่ที่เราคิดว่าปลอดภัยสำหรับเรา เพื่อที่เราจะได้รู้จักคนอื่นและโลกใหม่ๆ

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ถ้าวันใดวันหนึ่งหนูรู้สึกว่ามันไม่ใช่ตัวหนู หนูไม่ใช่คนที่จะเป็นแบบนั้นก็ไม่ต้องพยายามนะ เพราะวันนึงโลกมันจะเหวี่ยงคนแบบหนูนี่แหละมาให้เจอกัน มองหน้ากันแล้วเดี๋ยวก็เป็นเพื่อนกันเอง มันเป็นการตามหาจุดที่เราสบายใจด้วย ว่าเราเป็นคนแบบไหน วางตัวแบบไหน จุดไหนที่เราเองก็แฮปปี้ เพื่อนก็แฮปปี้กับเรา แต่หลักๆคือไม่ต้องพยายามจนไม่เป็นตัวของตัวเองนะ...’

เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทาง

ใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATION

รับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

related พุธทอล์ค พุธโทร RECAP

โลกกลมเกิ๊นนน!! สาวสองโทรปรึกษา ไม่เชื่อในรักแท้ของ LGBTQ+ จนมาเจอผู้ชายคนนี้ ดีทุกอย่าง แล้วเขาก็นัดหนูไปกินข้าว และพาน้องชายมาด้วย สุดท้าย หนูจำได้ว่าน้องชายของเขา คือคนที่หนูเคยเล่นแอปด้วย และนัดมีอะไรกันมาหลายครั้งแล้ว...

03 เม.ย. 2023

โลกกลมเกิ๊นนน!! สาวสองโทรปรึกษา ไม่เชื่อในรักแท้ของ LGBTQ+ จนมาเจอผู้ชายคนนี้ ดีทุกอย่าง แล้วเขาก็นัดหนูไปกินข้าว และพาน้องชายมาด้วย สุดท้าย หนูจำได้ว่าน้องชายของเขา คือคนที่หนูเคยเล่นแอปด้วย และนัดมีอะไรกันมาหลายครั้งแล้ว...

“คุณไอซ์ (นามสมมุติ)” อายุ 30 ปี สายแรกในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (29 มี.ค.66) ได้โทรเข้ามาปรึกษา ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล – ดีเจต้นหอม โดย “คุณไอซ์ (นามสมมุติ)” ได้เล่าว่า ‘ขอท้าวความก่อนว่า หนูเป็นสาวประเภทสองและยังโสดอยู่ หนูไม่เชื่อเรื่องความรักเลยว่าจะเกิดขึ้นกับเพศทางเลือกหรือ LGBTQ อย่างหนู และหนูก็ใช้ชีวิตโสดมาเรื่อยๆ ถ้าเหงาก็มีการโหลดแอปหาคู่มาเล่นเพื่อคลายความเหงา แต่วันนึงความรักมันก็ได้เกิดขึ้นกับหนู ซึ่งหนูก็ได้เปิดใจให้ผู้ชายคนหนึ่ง เขาเป็นรุ่นพี่ที่ทำงาน เขาก็เข้ามาจีบ เหมือนเขาเป็นคนที่มาเปิดประตูหัวใจของหนู ทะลายกำแพงความโสดของเราลง ให้เรากล้าที่จะคบกับใครสักคนมากขึ้น และเรื่องราวมันก็ดีมาก คบกันมาเรื่อยๆ สักระยะนึง ตัวหนูเองจะเป็นคนไม่ถามเรื่องส่วนตัว เรื่องการเป็นอยู่อะไรต่างๆของฝั่งผู้ชายเลย คือหนูจะไม่ยุ่ง ไม่ไปสืบหาอะไรทั้งสิ้น หนูรู้แค่ว่าเขาดีกับหนู หนูดีกับเขา แต่พอระยะเวลานานเข้าเขาก็อยากให้หนูรู้จักกับทางบ้านเขา ก็เริ่มจากเขานัดหนูไปทานบุฟเฟ่ต์ที่ห้างกับน้องชายเขาก่อน พอไปถึงร้านบุฟเฟ่ต์ หนูเห็นผู้ชายคนหนึ่งเดินเข้ามาในร้าน ผู้ชายคนนี้หนูรู้สึกคุ้นมาก แล้วเขาก็เดินมานั่งที่โต๊ะกับหนูกับแฟนของหนู หนูก็เลยรู้ว่า ผู้ชายคนนี้เป็นน้องชายของแฟน ซึ่งเขาเคยคุยกับหนูในแอพหาคู่และนัดเจอแล้วมีอะไรกัน ทั้งหนูและน้องชายเขาก็สตั้นกันไป ต่างคนต่างตกใจ น้องเขาก็ตกใจมากที่หนูเป็นแฟนพี่ชาย มันเหมือนเป็นละคร แต่ไม่ใช่ มันคือเรื่องจริง ที่เคยนัดมีอะไรกัน มันไม่ใช่แค่ครั้งเดียว แต่เป็นตลอดระยะเวลาที่หนูโสด 1 – 2 เดือน ก่อนที่จะมาเจอพี่ชายของเขา หลังจากนั้น หนูก็เฟดตัวออกมาจากแฟนหนูเลย หนูไม่สามารถทำลายความรู้สึกของพี่เขาได้ เพราะเขาดีกับหนูมาก เขาไม่เคยทำให้หนูเสียใจ และหนูก็ไม่ได้มีการติดต่อกับน้องเขาด้วย มันก็เลยเป็นคำถามกับพี่เขาว่าเขาทำอะไรผิด ทำไมหนูถึงต้องเดินออกมาจากเขาทั้งๆที่เขาก็ OPEN ในเรื่องของการที่หนูเป็น LGBTQ เพราะเขาก็ไม่ได้รังเกียจอะไร เขาก็งงกับตัวเองว่าเขาทำอะไรผิด หนูก็เลยบอกเขาว่า พี่ไม่ผิด แต่เราน่าจะไม่เหมาะกันตอนนี้ผ่านมา 5 เดือนแล้ว แต่หนูกับพี่เขายังเป็นเพื่อนกันอยู่ในเฟซบุ๊ก ก็ยังมีการกดไลก์ให้กันอยู่ หนูก็เคยโพสต์ประมาณว่า ทำไมโชคชะตาไม่เข้าข้างเรา ทำไมเราเจอเรื่องดีๆ แล้วเราต้องมีเรื่องแบบนี้ ทำให้เราต้องเดินออกมา เขาก็มากดหน้าเศร้า ทุกวันนี้ก็ยังคิดถึงเขาอยู่ แต่เขาโทรมาหนูก็ตัดสายทิ้ง อยากถามพี่ๆว่าจากเหตุการณ์นี้ ถ้าหนูเดินออกมาจากเขาโดยที่หนูไม่ได้บอกเหตุผล ไม่บอกความจริง ไม่สามารถที่จะพูดความจริงในเรื่องนี้ให้เขาฟังได้ จนมันเป็นคำถามในใจเขา หนูผิดมั้ยหรือว่าหนูทำถูกแล้ว? 3 ดีเจก็ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘เรื่องนี้ไม่มีใครผิด แต่มันเป็นเรื่องของความซวยจริงๆ ถ้าให้แนะนำอยากจะให้ไปบอกเหตุผลกับเขา เผื่อจะได้ เพราะถ้ามันไม่ได้ขึ้นมายังไงก็เสมอตัว อย่างน้อยเราและเขาก็จะได้มูฟออนเร็ว ไม่ค้างคาใจกัน ยังไงก็แยกย้ายกันเหมือนเดิม แต่ถ้าเกิดบอกไปแล้วเขาโอเคก็นัดเจอเขาข้างนอกได้ ไม่ต้องเข้าบ้านเขา ไม่ต้องไปเจอน้องเขา ถ้าคบกันรอดเราก็แยกออกมาใช้ชีวิตอยู่ด้วยกัน 2 คน แต่ถ้าคบกันแล้วไม่รอดก็แยกย้าย ที่แนะนำให้บอกเพราะไม่อยากให้สร้างปมหรือความรู้สึกแย่กับคนๆหนึ่งที่เขารู้สึกว่าไม่ดีตรงไหน ผิดอะไร เขาจะพยายามหาอะไรที่มันเป็นการโทษตัวเอง เราบอกเขาเพื่อให้เขารู้ว่าเขามีค่านะ แต่มันดันบังเอิญเกิดเรื่องไม่คาดคิดแบบนี้ขึ้นมา บางทีจากปัญหาที่เราแบกไว้ 100% เราอาจจะแบ่งไปให้เขา 50 ก็ได้ ที่เหลืออีก 50 ไปคิดต่อ แล้วถ้าช่วยกันคิดแล้วได้คำตอบว่าเราคงไปต่อกันไม่ได้จริงๆ คำตอบของไอซ์มันจะชัดเจนเลย ถ้าบอกเหตุผลมันจะชัดเจนกับความสัมพันธ์ของ 2 คนนี้เลยว่ามันจะไปในทิศทางไหนต่อ แล้วมันจะกลายเป็นว่า 2 คนจะช่วยกันเลือกทางของตัวเอง โดยที่ไม่ได้ทิ้งบาดแผลไว้ให้ใครข้างหลังไม่อยากให้คิดมาก ไม่ว่าไอซ์จะเลือกทางไหน บอกหรือไม่บอก ถ้าในอุดมคติการที่เราได้บอกอะไรโดยไม่ค้างคามันก็ดี แต่ในโลกความเป็นจริงมันก็มีบางเคสที่หนักใจเหลือเกินในการที่จะบอกแล้วก็เลือกที่จะหายไปเงียบๆ พอเวลาผ่านไปต่างคนต่างมีชีวิตของตัวเองวันนั้นจะรู้แค่ว่าเราอย่าไปรู้เลย จังหวะนั้นก็แค่ไม่ใช่ สุดท้ายเราจะเรียนรู้เองว่าถ้าไม่ใช่ก็คือไม่ใช่ เหตุผลมันเป็นแค่ส่วนประกอบก็เท่านั้นเอง...’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

หนักใจทั้งรายการ! สาวโทรปรึกษา จะเลือกทางไหนดี? แฟนที่คบมา 10 ปี ซื้อบ้าน ซื้อรถ หมั้นด้วยกันแล้ว ประสบอุบัติเหตุ ป่วยติดเตียง สุดท้ายเราเลือกทำงานเป็นเด็กเอนฯ หาเงินเลี้ยงดูแฟน ไปเจอลูกค้าจ้างเป็นรายเดือน ตกลงจะให้เงินเลี้ยงดูเรา

28 เม.ย. 2023

หนักใจทั้งรายการ! สาวโทรปรึกษา จะเลือกทางไหนดี? แฟนที่คบมา 10 ปี ซื้อบ้าน ซื้อรถ หมั้นด้วยกันแล้ว ประสบอุบัติเหตุ ป่วยติดเตียง สุดท้ายเราเลือกทำงานเป็นเด็กเอนฯ หาเงินเลี้ยงดูแฟน ไปเจอลูกค้าจ้างเป็นรายเดือน ตกลงจะให้เงินเลี้ยงดูเรา

“คุณปุ้ม (นามสมมุติ)” อายุ 26 ปี สายแรกในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (26 เม.ย. 66) ได้โทรเข้ามาปรึกษาดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม เกี่ยวกับปัญหาแฟนเกิดอุบัติเหตุ โดย “คุณปุ้ม (นามสมมุติ)” ได้เล่าว่า ‘หนูคบกับแฟนมาตั้งแต่ปี 2556 สถานะของเราคือหมั้นกันแล้ว และเริ่มสร้างครอบครัว มีบ้าน มีรถด้วยกัน แบบกู้ร่วม ต่างคนต่างทำงาน ระหว่างนั้นเขาก็ดูแลหนูดีมากๆ ซักชุดชั้นในให้หมด ทำกับข้าวไว้รอ เขาจะมีวันหยุดเยอะกว่าหนู เขาเลยทำให้หมดเลย แต่เดือนมิถุนายน ปี 2565 ที่ผ่านมา เขาประสบอุบัติเหตุหนัก เส้นเลือดในสมองแตก กะโหลดหน้ายุบ แขนขวาใช้งานไม่ได้ ทำให้ป่วยติดเตียง ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้... ภาระที่กู้ร่วมกันทุกอย่างตกมาที่หนูหมดเลย ก่อนหน้านี้แม่แฟนก็ยื่นมือมาช่วยดูแลเขา และช่วยเรื่องรายเดือนไปก่อน จนช่วงนั้นหนูก็ตัดสินใจลาออกจากงานเพื่อจะไปเรียน เพราะหนูได้ทุน และรอโอกาสนี้มานานแล้ว ระหว่างที่เรียนก็ยังมีเวลา หนูเลยเรียนไปด้วย ดูแลเขาไปด้วย เพราะหนูเรียนแค่ช่วงวันเสาร์ - อาทิตย์ ส่วนวันจันทร์ - ศุกร์ หนูดูแลเขาตลอด ตั้งแต่ตื่นนอนยันเข้านอน ช่วงที่เขาอยู่โรงพยาบาลประมาณเดือนกว่าๆ และกลับมาพักที่บ้านต่อ แต่มันมีผลกระทบที่เกิดขึ้น คือ น้ำเสียง หน้าตา นิสัยเขาเปลี่ยนไปทุกอย่างเลย เขาจำหนูได้ แต่มีปัญหาเรื่องความรู้สึก อารมณ์อ่อนไหว ซึ่งหลังจากนั้นเป็นช่วงที่ต้องกายภาพ และมันต้องใช้เวลามากๆ หนูก็ทำทุกอย่างเลย ทั้งเอาหมอมาฝังเข็ม ไม่ว่าจะเป็น หมอการแพทย์ หมอบ้าน หมอผี เอามาหมด หลังจากนั้นอาการเขาก็ดีขึ้นเรื่อยๆ จากป่วยติดเตียง กลับมาเดินได้ ช่วยเหลือตัวเองได้ แต่แขนขวาใช้ไม่ได้ เพราะต้องรอผ่าตัดกระดูกก่อน จนเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา เขาล้มแบบวูบ ทรุดไปเลย หนูก็พาไปหาหมอ สรุปเขาเป็นเส้นเลือดในสมองแตกอีกครึ่งหนึ่ง ครั้งนี้เขาหนักมาก พูดไม่ชัด ลิ้นแข็ง ป่วยติดเตียงไปอีกรอบนึงเลย ซึ่งระหว่างที่เขาป่วยหนูก็ดูแลเขาเต็มที่ แม่แฟนก็ช่วยบ้าง และช่วงนั้นหนูก็ตัดสินใจออกไปทำงานกลางคืน เป็นเด็กเอนเตอร์เทน ได้เงินมาทีละ 2 – 3 พัน แต่ไม่ได้ไปบ่อย เพราะเรื่องเรียนหนูก็หนักเอาเรื่องอยู่เหมือนกัน พอหนูไปทำงานก็มีผู้ชายคนหนึ่งเข้ามา เขาเข้าหาหนูโดยการจ้างเป็นรายเดือน เดือนละ 15,000 บาท ต้องไปเจอเขาทุกสัปดาห์ สัปดาห์ละ 1 ครั้ง ไปกินข้าวด้วยกันปกติ เขาก็มีของขวัญมาให้ตลอด แล้วก็แยกย้ายกันกลับ ไม่ได้มีอะไรเกินเลย ซึ่งตอนแรกเขาก็ไม่รู้ว่าหนูมีครอบครัวแล้ว แต่ตอนนี้เขารู้แล้วว่าหนูมีแฟนที่ป่วย หลังๆมา เหมือนเขาเริ่มอยากจะจริงจังกับหนู เขาบอกว่าเขาก็ไม่อยากทำร้ายคนป่วยเหมือนกัน แต่สงสารหนู อยากดูแลหนูเหมือนกัน เขาพร้อมดูแลและซัพพอร์ตหนู เขาอยากให้หนูชัดเจน เคลียร์ไปชัดๆเลย เขาจึงยื่นข้อเสนอมาให้ว่า หนูจะอยู่กับเขาหรือกลับไปอยู่กับแฟนที่ป่วย? หนูกับผู้ชายคนนี้ เราทะเลาะเรื่องนี้กันมาตลอด เรื่องอื่นไม่เคยมีปัญหาเลย เหมือนเขาอยากเป็นตัวจริง แล้วก็นอยด์หนูว่าทำไมต้องมาหลอก หลังจากที่หนูได้เงินจากพี่เขา หนูก็ไม่ได้ไปทำงานอีกเลย ตอนนี้หนูไม่แน่ใจเรื่องความรู้สึกเหมือนกัน หนูก็จะเอาเขาไปเปรียบเทียบกับแฟนที่ป่วยของหนูด้วย ก่อนหน้านี้ก็มีคนเข้ามา แต่ก็ไม่ได้มีใครดีกว่าแฟนหนูสักคน หนูคิดว่าถ้าแฟนไม่ป่วย หนูน่าจะตัดสินใจได้ง่ายกว่านี้ เพราะหนูเลือกแฟนแน่นอน! แต่ตอนนี้แฟนป่วยมันก็เลยทำให้เป็นอุปสรรคใหญ่มากๆกับชีวิตหนู แฟนไม่เคยบอกให้ไปหาคนใหม่ มีแต่เขาบอกว่าอย่าทิ้งเขานะ และบ้านหลังแรกของเราก็ไม่ได้อยากให้ปล่อยบ้านไป ประเด็น คือ หนูทิ้งแฟนที่ป่วยไม่ได้ เพราะเขาไม่มีใครเลย เขามีน้องชายอยู่ที่ต่างจังหวัด และพ่อกับแม่ก็อายุจะ 60 แล้ว บ้านเขาก็ไม่ได้มีฐานะด้วย และหนูก็ต้องซัพพอร์ตทางบ้านหนู แต่ช่วงที่หนูต้องดูแลเขา หนูก็ไม่ได้กลับบ้านตัวเองเลย...’ 3 ดีเจให้คำปรึกษา “คุณปุ้ม (นามสมมุติ)” ว่า ‘ถ้าวันนี้ปุ้มทิ้งเขา ปุ้มแอบดูเห็นแก่ตัวไปหน่อย เพราะคบกันมาเป็น 10 ปี นึกถึงวันนั้น ถ้าคนที่ประสบอุบัติเหตุเป็นเราแทน ปุ้มคิดว่าเขาจะทิ้งเรามั้ย? สิ่งหนึ่งที่รับรู้ได้จากที่ปุ้มโทรมาวันนี้ คือ รู้เลยว่าตอนนี้ปุ้มเหนื่อยมาก เหมือนแบกทุกอย่างไว้กับตัวหมดเลย ไม่ว่าจะเรียน ฝึกงาน ส่งเงินค่าบ้าน แม้กระทั่งจะต้องดูแลเขาอีก การที่หนูต้องไปทำงานกลางคืน ต้องไปเจอข้อเสนอนี้ มันก็เกิดจากความตั้งใจของหนูที่จะเอาเงินไปดูแลเขา ตอนนี้ให้โฟกัสที่แฟนที่ป่วยก่อน แนะนำให้เขากลับไปอยู่ที่บ้าน ให้พ่อแม่ดูแลลูกเขาแทน ส่วนเราออกไปทำงาน บ้านที่กู้ร่วมกันคือขายออกไป เคลียภาระให้หมด ตอนนี้ไม่ใช่จังหวะที่เราจะทิ้งแฟนคนนี้ไป มันคือคนที่ร่วมทุกข์ร่วมสุขกันมา แต่ไม่ได้บอกให้อยู่ตรงนี้ไปตลอด เพราะการที่จะเดินออกจากชีวิตใคร เราต้องคุยกับเขาก่อน ต้องได้รับความยินยอมจากเขาด้วย ไม่งั้นมันจะกลายเป็นเราทิ้งเขา ต้องคุยและตกลงกัน ให้เป็นสถานพเพื่อนแล้วดูแลกัน ปุ้มจะไม่รู้สึกผิดเลย แต่ถ้าวันนี้ปุ้มเดินออกจากชีวิตเขา โดยที่ทิ้งเขาไป สิ่งนี้มันจะอยู่ในใจปุ้มไปตลอดชีวิตเลย... ส่วนผู้ชายคนใหม่ บอกให้เขาเข้าใจว่าตอนนี้ยังคงทำไม่ได้ แต่ให้รอหน่อยได้มั้ย? ลองยืดข้อเสนอ ยืดเวลากับเขาดู แต่เราก็ไม่รู้อีกว่าเราจะฝากชีวิตไว้กับผู้ชายคนใหม่ได้ยาวนานแค่ไหน ถ้าปุ้มอยากจะไปเริ่มใหม่จริงๆ อยากให้ประวิงเวลาไปก่อน เพื่อพิสูจน์ให้มากกว่านี้ เพราะนี่แค่ช่วงแรกๆที่คบกัน เขายังอดทนรอไม่ได้เลย เรามีปัญหาขนาดนี้ แต่เขายื่นคำขาดให้เราไปทิ้งแฟนซะ มันก็มีมุมไม่ดีที่อาจจะเตือนสติตัวเอง ให้ใจเย็นๆ ค่อยๆดูไป ปุ้มลองไปคุยกับทางบ้านแฟน บอกเขาได้หมดเลยว่าตอนนี้สถานการณ์เป็นยังไง มีคนเข้ามา มีคนเลี้ยงดูแล มีคนอยากให้ไปเริ่มต้นใหม่ แต่สิ่งที่ทำให้ปุ้มยังอยู่เพราะปุ้มรักแฟน ทางบ้านเขาก็ต้องช่วยอะไรบ้าง ความรักก็ใช่ แต่การดูแลคนป่วย เงินก็ต้องกิน ต้องใช้ เขาเองก็ต้องช่วยเหลือ เพราะนี่ก็คือลูกชายของเขา และเขาจะได้เข้าใจว่าการตัดสินใจครั้นี้มันยิ่งใหญ่กับการที่เรายังอยู่ตรงนี้ ณ ตอนนี้ลองทำอะไรให้ภาระเหล่านี้มันเบาบางลง เพื่อให้เราได้รู้ว่าเรายังรักเขาจริงๆหรือเปล่า? แต่ถ้าวันหนึ่งที่มันไม่ไหวจริงๆ ทุกคนก็เคารพการตัดสินใจของหนู ไม่รู้ว่าวันนั้นจะมาถึงเมื่อไหร่ แต่สุดท้ายมันก็แล้วแต่ตัวหนู เพราะหนูต้องเป็นคนตัดสินใจ....’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

สาวข้องใจ... โทรปรึกษา และ ขอถามความเห็นจากทุกคน ถ้าเจอ ‘กิ๊กเก่า’ ของแฟนเรา ในร้านอาหาร ทุกคนจะทำยังไงคะ? ระหว่าง “เดินเข้าไปนั่งกิน สู้หน้าไปเลย” กับ “เดินออกมาจากร้าน” แล้วถ้านั่งกินจะทำตัวยังไง? หรือ เดินออกมาแล้วจะดูแพ้ไหม?

15 พ.ค. 2023

สาวข้องใจ... โทรปรึกษา และ ขอถามความเห็นจากทุกคน ถ้าเจอ ‘กิ๊กเก่า’ ของแฟนเรา ในร้านอาหาร ทุกคนจะทำยังไงคะ? ระหว่าง “เดินเข้าไปนั่งกิน สู้หน้าไปเลย” กับ “เดินออกมาจากร้าน” แล้วถ้านั่งกินจะทำตัวยังไง? หรือ เดินออกมาแล้วจะดูแพ้ไหม?

“คุณเอ (นามสมมติ)” สายที่สามในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (10 พ.ค. 66) ได้โทรเข้ามาปรึกษา ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม เกี่ยวกับปัญหา โดย “คุณเอ (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘ก่อนหน้านี้หนูไม่ได้อยู่กับแฟน คืออยู่คนละที่กัน แฟนก็นอกใจหนู แอบไปคุยกับคนอื่น แล้วผู้หญิงก็มาหาแฟนที่ห้องตลอด แต่แฟนก็ยังคุยกับหนูปกติ มาหาหนูปกติเลย แต่ตอนนี้เขาเลิกคุยกันแล้ว วันนี้ที่โทรมา อยากถามพี่ๆดีเจว่า ถ้าเราไปร้านอาหาร แล้วเจอคนที่เคยเป็นกิ๊กเก่าของแฟน เราจะเดินเข้าไปทานอาหารปกติ หรือจะเดินออกเลย...?เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

มันผิดขนาดนั้นเลยหรอครับ? ก่อนหน้านี้เคยทำ Sex Creator ผมเปิด Onlyfans แต่ตอนนี้เลิกทำไปนานแล้ว พอไปสมัครงาน กลับโดนผู้บริหาร และแผนก HR เรียกพบ บังคับให้เซ็นลาออก เหตุผลเพราะเขาไปเห็นคลิปผมมา คุณสมบัติไม่เหมาะกับบริษัทนี้

14 มี.ค. 2023

มันผิดขนาดนั้นเลยหรอครับ? ก่อนหน้านี้เคยทำ Sex Creator ผมเปิด Onlyfans แต่ตอนนี้เลิกทำไปนานแล้ว พอไปสมัครงาน กลับโดนผู้บริหาร และแผนก HR เรียกพบ บังคับให้เซ็นลาออก เหตุผลเพราะเขาไปเห็นคลิปผมมา คุณสมบัติไม่เหมาะกับบริษัทนี้

“คุณคิว (นามสมมุติ)” อายุ 27 ปี สายแรกในรายการพุธทอล์ค พุธโทรเมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (08/03/2023) ได้โทรเข้ามาปรึกษา ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม เกี่ยวกับปัญหาอาชีพที่เคยทำ โดย “คุณคิว (นามสมมุติ)” ได้เล่าว่า ‘เมื่อปีก่อน ผมเคยทำ Sex Creator เป็นคนเล่นเอง คล้ายๆกับ OnlyFans ที่ทำเพราะความจำเป็น ตอนนั้นไม่มีงานทำ แล้วต้องการใช้เงิน พอดีเห็นว่าช่องทางนี้เป็นช่องทางหาเงินได้ง่าย ผมทำได้สักพักแล้วรู้สึกว่ามันไม่น่าจะคุ้มกับสิ่งที่ผมเสียไป ซึ่งในระหว่างที่ทำ ผมพยายามระวังที่สุดเลย ไม่ให้มีการเปิดหน้าหรือมีการเห็นหน้าผมชัดเจน บางทีก็บอกกับคนที่ร่วมด้วยว่าผมไม่ให้เห็นหน้านะ แต่สุดท้ายหน้ามันก็หลุดออกไปจนได้ ผมก็แก้อะไรไม่ได้แล้ว เพราะมันกระจายไปเร็วมาก หลังจากนั้นผมก็ออกมาจากตรงนั้น เพราะคิดว่าลองไปทำงานด้านสว่างดูบ้าง ซึ่งตอนนี้ผมไม่ได้ทำแล้ว และผมก็ลองหางานจริงจัง สมัครงานจนได้มาที่นึง ทำมาได้เกือบๆปีแต่ก็ลาออกมาแล้ว มาสมัครอีกที่นึง เป็นบริษัทเอกชน ทำได้ประมาณ 2 เดือน ยังอยู่ในช่วงโปร (probation) จนเช้าวันนึงผมโดนเรียกไปพบ ในห้องนั้นมีทั้ง HR และผู้บริหารนั่งอยู่ด้วยกัน ผมก็ตกใจว่าเกิดอะไรขึ้น แล้วเขาก็ค่อยๆอธิบายว่าไปเจออะไรมา ไปเห็นอะไรมา แล้วก็ประเมินผมทันทีว่าผมไม่มีคุณสมบัติเพื่อทำงานที่นี่ต่อ เขาให้เหตุผลว่าอาจจะทำให้บริษัทเสียหาย เขาก็จับมือให้ผมเซ็นใบลาออก เขาไม่ได้ไล่ออกเพราะเขาก็กลัวว่าจะเสียอะไรด้วย ซึ่งผมมั่นใจว่างานนี้ไม่เกี่ยวกับสิ่งที่ผมเคยทำมา ผมยอมรับตามตรงว่ารู้สึกเฟลมาก ผมนอยกับตัวเองว่าการที่เคยทำแบบนั้นมาก่อน มันจะทำให้บริษัทเสียหายเลยหรอ ในขณะที่ทำงานอยู่ผมก็ไม่ได้ไปทำแบบนั้นเลย แล้วก็กลัวด้วยว่าถ้าไปสมัครที่อื่นจะมีเหตุการณ์แบบนี้อีกมั้ย ทำไมคนที่เคยทำ OnlyFans แล้วอยากกลับมาทำด้านสว่าง ต่อให้ทิ้งระยะเวลาแล้วก็ตาม แต่คนที่เขามองว่าไม่ดี ยังไงเขาก็ยังบอกว่ามันไม่ดีอยู่ดี ถ้างั้นคนที่เขาทำตอนนี้ ถ้าเขาอยากปรับตัวมาในด้านสว่างจริงๆ เขาก็ไม่มีโอกาสทำเลย ตอนนี้ผมก็ทำงานที่ใหม่อยู่ แต่ที่ทำงานก็ไม่รู้เหมือนกัน เพราะผมไม่เคยพูดถึง ผมกลัวเขารู้และจะเกิดเหตุการณ์เดิมซ้ำเหมือนกัน ผมอยากรู้ว่าพี่ๆคิดยังไงกับเหตุการณ์นี้บ้าง 3 ดีเจ ให้คำปรึกษาว่า ‘เราต้องยอมรับว่าเรื่องของความอิสระในร่างกายของตัวเองหรืออิสระในการทำงานด้านนี้ ประเทศเราถือว่าใหม่มากกับการที่สังคมในวงกว้างจะยอมรับเรื่องนี้ได้ 100% บางทีมันก็ไม่ได้ส่งผลเสียกับบริษัทโดยตรงหรอก บางทีกฎบริษัทก็อาจจะไม่เท่าดุลพินิจของคนไม่กี่คนในบริษัทที่มีอำนาจ เพราะพวกเขามีอำนาจในการตัดสินใจเรื่องนี้เขาอาจจะไม่โอเค เราแค่ไปเจอบริษัทที่เขายังหัวโบราณ ไม่ต้องไปซีเรียสหรอก แค่ต้องอยู่ให้ถูกที่ หาที่ที่เขาโอเคกับมัน ที่เขารู้สึกว่าไม่ได้มีปัญหาอะไรกับการทำงานของเขา และมีอีกหลายบริษัทที่เขาไม่ยุ่งเรื่องส่วนตัว สนใจแค่เรื่องการทำงานมากกว่า แค่อย่าไปทำให้ใครเดือดร้อนก็พอ สำหรับบางคน บางกลุ่ม การทำ Sex Creator มันไม่มีปัญหาสำหรับพวกเขาเลย เพราะมันเป็นสิ่งที่ทำเพื่อแลกเงิน เพื่อดูแลตัวเอง ถ้าคิวรู้สึกไม่ดี คิดว่ามันเป็นตราบาปติดตัว มันจะส่งผลในระยะยาวเหมือนกันว่าคิวจะไม่มั่นใจไปเลย ถึงแม้คิวจะไปทำงานในที่ที่เขาโอเคแล้วก็ตาม อยากให้คิวปรับทัศนคติตรงนี้มากกว่า อย่าไปรู้สึกว่ามันเป็นจุดบอดทั้งชีวิตขนาดนั้น...เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

album
efm
-

-