หนุ่มญี่ปุ่นไม่เชื่อว่าหนูสามารถหลี่ฉู่พร้อมลี่คู่ได้จริง ๆ จะถ่ายให้ดู เขายังคิดว่าใช้ AI ทำได้ หนูจะทำยังไงให้เขาเชื่อดีคะ?

พุธทอล์ค พุธโทร RECAP

หนุ่มญี่ปุ่นไม่เชื่อว่าหนูสามารถหลี่ฉู่พร้อมลี่คู่ได้จริง ๆ จะถ่ายให้ดู เขายังคิดว่าใช้ AI ทำได้ หนูจะทำยังไงให้เขาเชื่อดีคะ?

30 ต.ค. 2026

หนุ่มญี่ปุ่นไม่เชื่อว่าหนูสามารถหลี่ฉู่พร้อมลี่คู่ได้จริง ๆ

จะถ่ายให้ดู เขายังคิดว่าใช้ AI ทำได้

หนูจะทำยังไงให้เขาเชื่อดีคะ?

        ‘คุณพายุ (นามสมมติ)’ สายที่ 2 ในรายการ พุธทอล์คพุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (28 ตุลาคม 2569) ได้โทรมาปรึกษา ‘ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม - หมอท้อป นพ.อภิชาติ จริยาวิลาศ จิตแพทย์ Me Center clinic’ เกี่ยวกับเรื่องที่ตนนั้นสามารถปัสสาวะและอุจจาระพร้อมกันได้แต่แฟนหนุ่มญี่ปุ่นกลับไม่เชื่อ

        ‘คุณอิ๊อิ๊ (นามสมมติ)’ อายุ 38 ปี ได้โทรเข้ามาปรึกษาดีเจทั้งสามท่านและคุณหมอ รวมถึงชาวพุธโทรเรี่ยนว่า “สามารถหลี่ฉู่( ปัสสาวะ) พร้อมลี่คู่ (อุจจาระ) ไปพร้อมกันได้ไหม” แม้เรื่องนี้อาจดูไม่ใช่ประเด็น แต่เรื่องนี้เกือบทำให้คุณอิ๊อิ๊และหนุ่มชาวญี่ปุ่นของเธอต้องเลิกกัน ซึ่งขณะที่โทรมาในรายการเธอกำลังจะขึ้นเครื่องไปหาเขาแล้ว!

        คุณอิ๊อิ๊เล่าว่า ในช่วงที่อายุใกล้ 36 ปี เธอเกิดเป็นนิ่วจนต้องเข้ารับการรักษา โดยแพทย์กำชับอย่างเด็ดขาดว่า ห้ามกลั้นปัสสาวะ ทำให้คุณอิ๊อิ๊ได้ทราบว่า ตัวเองสามารถปัสสาวะและอุจจาระพร้อมกันได้ โดยก่อนหน้านี้ไม่เคยทำได้เลย

        คุณอิ๊อิ๊เล่าเสริมว่าตนเป็นฝ่ายรับ มักจะล้างตู้ (การสวนล้างทวารหนัก) อยู่เสมอเช้าและก่อนนอน จึงไม่เคยทราบว่าเธอมีความสามารถนี้อยู่

        หลังจากได้คุยกับหนุ่มญี่ปุ่นคนนี้ เธอก็พูดคุยกันไปเรื่อยจนถึงประเด็นนี้ ด้านหนุ่มญี่ปุ่นก็มองว่าเรื่องนี้มัน Amazing และเขาก็พยายามหาคำตอบเรื่องนี้โดยการถามเพื่อนชาวญี่ปุ่นหลายคน ซึ่งทุกคนและตัวเขาไม่มีใครสามารถทำได้อย่างคุณอิ๊อิ๊ นอกจากนี้ หนุ่มญี่ปุ่นได้ลองทำเองแล้วแต่ก็ปล่อยออกมาได้ทีละอย่างเท่านั้น เขาจึงตั้งคำถามกับคุณอิ๊อิ๊ว่าสิ่งที่เธอพูดเป็นเรื่องจริงหรือไม่? เธอยืนยันกับเขาว่าที่เล่าเป็นเรื่องจริง โดยเธอได้กล่าวอ้างถึงข้อมูลที่ปรึกษากับ Chat GPT พร้อมทั้งแคปหน้าจอไปยืนยันกับเขา

        แต่ด้านหนุ่มญี่ปุ่นกลับตอบมาว่า “ฉันว่าคนส่วนมากทำไม่ได้หรอก และฉันไม่เห็นภาพว่ามันจะทำอย่างไร ที่เธอพูดมีความจริงมากน้อยแค่ไหน” เนื่องจากที่เขาได้คุยกับเพื่อน ทุกคนต่างบอกว่าไม่สามารถทำได้ พร้อมถามกลับว่าไปนำข้อมูลนี้มาจากไหน จุดนี้เป็นครั้งที่ทำให้คุณอิ๊อิ๊รู้ว่าคนญี่ปุ่นให้ความสำคัญกับเรื่องคำพูดในวงเพื่อนมาก เขาจึงพยายามจะเอาคำตอบจากคุณอิ๊อิ๊ให้ได้

        เรื่องนี้กลายเป็นปัญหาเรื้อรังมาเรื่อย ๆ เวลาพูดคุยกันเขามักจะถามคุณอิ๊อิ๊อยู่เสมอว่า มันทำได้อย่างไร? มีวิธีไหม ลองสอนหน่อย ซึ่งคุณอิ๊อิ๊ก็ไม่รู้วิธี เพราะบางวันเธอตื่นเช้ามาก็สามารถทำสิ่งนี้ได้เลย 

        จนช่วงหลังมา หนุ่มญี่ปุ่นดูเหมือนจะจริงจังกับเรื่องนี้มากจนเกินไป เริ่มถามถึงเรื่องทฤษฎี จนคุณอิ๊อิ๊เอือม เธอจึงเสนอที่จะถ่ายคลิปเพื่อพิสูจน์ให้ดู แต่เขากลับตอบว่า “มันสามารถเจน AI ได้ครับ”

        ระหว่างที่คุยกัน เธอก็จะคอยส่งวัฒนธรรมไทยให้เขาดูเรื่อย ๆ ส่งหอแต๋วแตกให้ดูบ้าง ส่งการใช้ชีวิต การทำงานของเธอให้เขาดูตลอด และเขากลับพูดประมาณว่า “กะเทยพูดไปเรื่อย” พร้อมทั้งบอกอีกว่า เขาและเพื่อนเริ่มจริงจังเรื่องนี้แล้ว คุณอิ๊อิ๊จึงจะแก้ปัญหาโดยการพิสูจน์ความจริงให้เขาได้เห็นกับตา ซึ่งคือการที่จะบินไปเจอเขาในช่วงวันฮาโลวีนนี้ (ขณะที่โทรเข้ามาปรึกษานั้น คุณอิ๊อิ๊อยู่ที่สนามบิน) หากเธอไปถึงญี่ปุ่นแล้ว เธอเสนอให้เขาเข้าห้องน้ำกับเธอทุกรอบ โชว์ให้เขาได้เห็นกับตาเนื้อ แต่เขาก็ยังมีท่าทีที่ไม่เชื่อ มีการถามกลับ “หากไม่เกิดขึ้น คุณจะให้คำตอบผมยังไง”

        คุณอิ๊อิ๊เล่าเสริมว่า อยากไปหาเขาเพื่อใช้เวลาร่วมกันและออกไปเที่ยวด้วยกัน แต่เรื่องนี้กลับวนเวียนอยู่ในความคิดของเธอตลอดว่า First Impression ของเธอและเขาจะกลายเป็นการนัดเจอกันที่โรงแรมแล้วชวนกันเข้าห้องน้ำ เพื่อดูว่าเธอสามารถปัสสาวะและอุจจาระพร้อมกันได้หรือไม่ ทั้งที่ไปหากันทั้งที เธออยากมีช่วงเวลาดี ๆ ด้วยกัน อยากเดินเที่ยวงานฮาโลวีน ใส่ชุดคู่กัน และสร้างความทรงจำที่น่าประทับใจ ไม่ใช่จับมือกันเดินเข้าห้องน้ำ

        คุณอิ๊อิ๊จึงต้องการตัวช่วยมายืนยันเรื่องนี้ โดยเธออยากรู้ว่าคนส่วนใหญ่สามารถทำแบบเดียวกับเธอได้หรือไม่ พร้อมขอให้ผู้ที่สามารถพิมพ์ภาษาญี่ปุ่นได้ช่วยคอมเมนต์ให้เธอ

        ‘ดีเจต้นหอม’ กล่าวว่า เห็นด้วยคอมเมนต์ของพุธโทรเรี่ยนที่บอกว่า “บางทีไม่ได้ปวดพร้อมกัน แต่หากปวดพร้อมกันก็สามารถออกมาพร้อมกันได้”

        คุณอิ๊อิ๊ เสริมว่า เธอเคยบอกเขาว่า เธอจะสามารถทำได้ในช่วงเช้า เขาตอบกลับมาว่า “โอเค งั้นเจอกันตอนเช้า!”

        หลังจากฟังเรื่องราวทั้งหมดดีเจได้เริ่มให้คำตอบโดยเริ่มจาก ‘ดีเจต้นหอม’ กล่าวว่า เธอสามารถทำได้!

        ถัดมาที่ ‘ดีเจเติ้ล’ กล่าวว่า สามารถทำได้เช่นกัน

        ต่อมาที่ ‘ดีเจเผือก’ กล่าวว่า ข้อมูลนี้ได้ถาม Gemini มาแล้วได้คำตอบว่า คนเราสามารถปัสสาวะและอุจจาระพร้อมกันได้ ในเชิงสรีรวิทยาถึงแม้สองช่องทางนี้จะอยู่ใกล้กัน แต่ทั้งสองอย่างนี้ใช้กล้ามเนื้อคนละส่วนกัน จึงสามารถเบ่งพร้อมกันได้

        ‘ดีเจเติ้ล’ เสริมว่า สิ่งนี้ไม่แบ่งแยกว่าเชื้อชาติไหนสามารถทำได้บ้าง เพราะสามารถทำได้ทุกชาติ เป็นเรื่องเชิงสากล

        ปิดท้ายที่ ‘คุณหมอท้อป’ กล่าวว่า "ทำได้หรือเปล่าไม่น่าสงสัยเท่าทำไมเขาจึงหมกมุ่นเรื่องนี้? ตามข้อมูลทางการแพทย์ ส่วนทวารหนักและท่อปัสสาวะเป็นคนละส่วนกัน ถูกควบคุมด้วยหูรูดคนละส่วนกัน ซึ่งการที่จะปัสสาวะได้ แปลว่าจะต้องมีน้ำปัสสาวะค้างอยู่ที่กระเพาะปัสสาวะ รวมถึงหากจะอุจจาระก็ต้องมีอุจจาระอยู่ทางทวารหนักจึงจะอุจจาระได้ แต่คนส่วนใหญ่สองอย่างนี้อาจไม่ได้เต็มพร้อมกัน จึงจะปล่อยอย่างใดอย่างหนึ่งออกมาก่อน

        โดยทั่วไปคนจะชินกับการทำทีละอย่าง แต่ร่างกายก็สามารถทำสองสิ่งนี้พร้อมกันได้ ซึ่งมีทั้งคนที่ทำได้ตลอด ทำได้เป็นบางเวลา หรือบางคนอาจไม่เคยทำได้ ทั้งหมดนี้มีหลากหลายปัจจัย อย่างเช่นคนที่ไม่เคยทำได้อาจด้วยความเคยชินที่จะโฟกัสทีละหูรูด หรือบางคนมองว่าทำทีอย่างสะดวกกว่า ล้วนเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้ทั้งหมด 

        คุณหมออยากให้ย้อนมองว่า ทำไมหนุ่มญี่ปุ่นจึงสนใจกับเรื่องนี้มากมายขนาดนี้ ข้อมูลทางการแพทย์จะมีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ มีข้อมูลการวิจัยให้สามารถหาข้อมูลได้ แต่ในกรณีนี้หากคุยกันลำบากให้นัดเขาไปหาหมอชาวญี่ปุ่นให้เขาเป็นคนอธิบายเชิงลึกเป็นภาษาญี่ปุ่นแทน เพราะหากเป็นคนเล่าเองเขาอาจคิดว่าเป็นเรื่องแต่งจากไทยได้อีก

        รวมถึงต้องถามเขาว่าเขาสนใจเรื่องนี้เป็นพิเศษหรือเปล่า ถึงได้หมกมุ่นกับเรื่องนี้ เพราะหากเขาไม่ได้สนใจก็จะตระหนักได้ว่าเขาหมกมุ่นกับเรื่องนี้มากเกินไปและจะได้หยุด แต่เขาก็อาจเผยว่ามีความชอบด้านนี้เป็นพิเศษได้เช่นกัน ไม่รู้ว่าที่เขาอยากดูของคุณอิ๊อิ๊เพราะเขาต้องการอะไรจากคุณอิ๊อิ๊หรือเปล่า ซึ่งเรื่องแบบนี้มีจริง ๆ"

เรื่องราวจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทาง

มีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATION

รับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 20.00 –23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

related พุธทอล์ค พุธโทร RECAP

หนูกลายเป็นแม่เลี้ยงเดี่ยวไม่ทันตั้งตัว เอาลูกนั่งคาร์ซีท ขับรถไปแอบส่องสามี ตอนทำงานร้องเพลงที่ร้านเหล้า เจอสาวนั่งเฝ้าสามี คอยถือของดูแลไม่ห่าง สุดท้าย สามีหนีออกจากบ้าน ทิ้งลูกสาว 1 ขวบ และ ลูกในท้องเกือบ 3 เดือนไปเลย...

28 ก.พ. 2023

หนูกลายเป็นแม่เลี้ยงเดี่ยวไม่ทันตั้งตัว เอาลูกนั่งคาร์ซีท ขับรถไปแอบส่องสามี ตอนทำงานร้องเพลงที่ร้านเหล้า เจอสาวนั่งเฝ้าสามี คอยถือของดูแลไม่ห่าง สุดท้าย สามีหนีออกจากบ้าน ทิ้งลูกสาว 1 ขวบ และ ลูกในท้องเกือบ 3 เดือนไปเลย...

“คุณก้อย (นามสมมุติ)” อายุ 37 ปี สายแรกในรายการพุธทอล์ค พุธโทรเมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (22/02/2023) ได้โทรเข้ามาปรึกษาดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม เกี่ยวกับปัญหาความสัมพันธ์กับสามีโดย “คุณก้อย (นามสมมุติ)” ได้เล่าว่า ‘เรากำลังเป็นคุณแม่เลี้ยงเดี่ยวกะทันหัน เพราะโดนสามีสวมเขา เรื่องเพิ่งเกิดสดๆร้อนๆเลย ต้องเกริ่นก่อนเลยว่าเรามีลูกอายุ 1 ขวบ 8 เดือน และตอนนี้ก็กำลังท้องอยู่ 2 เดือนกว่าๆ เรากับสามีจดทะเบียนสมรสกันแล้ว และสามีเราเป็นนักดนตรี ปกติเขาจะกลับบ้านตรงเวลา เลทนิดหน่อย โทรหาก็รับสายปกติ แต่ช่วงก่อนปีใหม่นี้ เราสังเกตเห็นว่าเขากลับบ้านช้า บางวันกลับบ้านเกือบเช้า โทรหาก็ไม่รับ วิดีโอคอลไปก็ไม่รับ เราก็เอะใจว่ามีอะไรหรือป่าว...ยิ่งหนักเข้ามันยิ่งผิดสังเกต เราก็เลยเอาลูกนั่งคาร์ซีท ขับรถตามไปดูที่ร้านเหล้าที่เขาไปทำงาน ไปแอบดูแบบเงียบๆ เจอผู้หญิงมานั่งเฝ้าเขาที่ร้านทุกวัน ไปไหนมาไหนด้วยกัน สนิทกัน แต่เขาก็โกหกเราว่าไม่มีอะไร ไม่มีผู้หญิง ไว้ใจได้ มีแต่เพื่อนผู้ชาย เราตามไปเฝ้าดูประมาณ 2 เดือน ตอนแรกเห็นว่ามีคนมาเป็นกลุ่มๆ แต่ไปๆมาๆ เราเอะใจ ทำไมเห็นหน้าคนนี้บ่อยจัง ทำไมมานั่งเฝ้าสามีเรา มาถือของให้สามีเรา แล้วทำไมถึงขึ้นรถสามีเรา ตอนนั้นยังไม่กล้าบุกเข้าไปเพราะเราต้องมั่นใจก่อน กลัวสามีจะด่าด้วย อีกอย่างเขาก็ไม่ชอบที่ไม่ให้เกียรติเขา เราก็ทำได้แค่พยายามเงียบ พยายามเก็บข้อมูลจนวันนึงมีเสื้อผ้าใหม่ๆ เสื้อผ้าแพงๆ ของแพงๆ กางเกงตัวละเกือบหมื่นมาส่งที่บ้าน เราก็ถามว่าใครซื้อให้ เขาบอกผ่อนกับรุ่นพี่ เราก็ถามว่ารุ่นพี่ผู้หญิง หรือผู้ชาย เขาบอกรุ่นพี่ผู้ชาย อ้วนๆดำๆตัวใหญ่ๆ เราก็ไม่ได้คิดอะไร เราโอเคและเชื่อ สักพักก็เริ่มมีเสื้อ มีของต่างๆมาส่งอีก เราก็ถามเขา เขาบอกว่าอ่อ อันนี้ซื้อต่อเพื่อนมา อันนี้รุ่นพี่เขาให้มา เราก็โอเค เราเชื่อคืนนั้นที่เกิดเรื่อง เขากลับบ้านมาประมาณตี 3 เราเห็นเขานอนดู TikTok สไลด์ไปเรื่อยๆ เราก็สงสัยว่าทำไมเขาสไลด์ TikTok แล้วกลับมาหน้าไลน์ แล้วกลับไปหน้าไลน์ แล้วก็กลับมาหน้า ไลน์อีก วนอยู่แบบนี้ ซึ่งเขาปิดเสียงแจ้งเตือน ด้วยความที่เราเก็บข้อมูลมาแน่นมากพอแล้ว เราเห็นทุกอย่าง รู้ทุกอย่าง จังหวะที่เขาเอี้ยวตัวมาหอมลูก เรากระชากมือถือ แล้ววิ่งเข้าไปในห้องน้ำ ล็อคประตูเลย ทีนี้ก็ไปดูในไลน์ว่าเขาคุยกับใครบ้าง ตอนแรกเราหาไม่เจอ เพราะเขาลบข้อความที่แชทข้อความหมด ลบทุกอย่าง แต่ด้วยความโชคดีของเรา ผู้หญิงทักไลน์เข้ามาพอดี เราก็เลยส่งคอนแทคของผู้หญิงคนนี้จากไลน์สามีเข้าเครื่องของเราสถานการณ์ข้างนอกคือเขานอนนิ่ง เก็บอาหาร หน้าตึง โกรธเรามากที่เราไปยุ่งของส่วนตัวของเขา แล้วเขาก็ลุกขึ้นแต่งตัว คว้ากุญแจรถ เราก็ถามว่าจะไปไหน เขาบอกว่า บอกแล้วใช่มั้ยว่าไม่ชอบให้ยุ่งของส่วนตัว เราก็ชิงกระชากกุญแจรถ แล้ววิ่งขึ้นรถ ล็อคตัวเองอยู่ในรถ เราก็โทรคุยกับผู้หญิงคนนั้น เล่าสารพัดความไม่ดีให้ฟัง เราถามว่าซื้อของให้สามีคนอื่นแบบนี้คืออะไร คิดอะไรกันหรือป่าว ผู้หญิงบอกว่าพี่ หนูไม่ได้คิดอะไร หนูเป็นคนเปย์เพื่อน เปย์ใครๆแบบนี้อยู่แล้ว คนเราไม่จำเป็นต้องมีเพื่อนสนิทเป็นเพศเดียวกันปะ? เราก็บอกว่าใช่ เพราะเราก็มีเพื่อนสนิทเป็นผู้ชายเหมือนกัน แต่ว่าคงไม่ได้สนิทกันถึงขั้นขนาดนี้ ไปไหนมาไหนด้วยกันสองต่อสอง บางครั้งเขาเอาผู้หญิงคนนี้ไปที่วงดนตรีอื่น แล้ววงอื่นก็รู้จักกับเราทุกคน เขาทำได้แค่มองหน้ากันแล้วแบบคืออะไร ทำไมทำแบบนี้ ก็ไม่มีใครอยากยุ่ง ไม่มีใครสะกิดบอก แต่เรารู้สึกด้วยเซ้นส์ของเราเองหลังจากนั้นลูกก็ร้อง เขาบอกว่าเดี๋ยวขอออกไปจัดการตัวเอง ไปเคลียตัวเองก่อน เดี๋ยวไม่กี่ชั่วโมงกลับมา แล้วเขาก็หายไปเลย จนถึงตอนนี้เกือบ 1 เดือนแล้ว เขาให้เราเตรียมเสื้อผ้าบางส่วนไว้ให้สำหรับใส่ทำงาน แต่พวกเสื้อผ้าอื่นๆ ใส่เล่น ใส่เที่ยวทั่วไปก็ยังอยู่ที่บ้าน แล้วทุกอย่างในบ้านยังอยู่ที่เดิม เหมือนตอนที่เขาอยู่ เรายังไม่ได้เก็บของให้ ช่วงที่เขาหายไปก็มีการติดต่อกันบ้าง แต่คุยไปเขาก็ทะเลาะ ซึ่งเราพยายามคุยดีๆว่ามีปัญหาอะไร ทำไมอยู่ๆถึงเป็นแบบนี้ เขาก็บอกว่าอยู่กับเราเขาไม่มีความสุข เราคอยตาม คอยเช็ค ไม่เป็นตัวของตัวเอง รู้สึกไม่เป็นอิสระ เราก็เลยบอกว่าเราเป็นภรรยาที่งี่เง่าน้อยมากนะ เราทำดีทุกอย่างเลย ทำหน้าที่ภรรยาที่ดี ทำหน้าที่แม่ของลูกที่ดี มาว่าเราแบบนี้เพื่อปกปิดความชั่วของตัวเองหรือป่าว เขาบอกเขาไม่ได้มีใคร แค่อยากอยู่ตัวคนเดียว อยากไปไหน ทำอะไรคนเดียว อยากมีอิสระ เราก็เลยถามว่า อ้าว แล้วอิสระที่พาผู้หญิงคนนี้ไปด้วยเกือบทุกคืนคืออะไร เขาก็ถามว่ารู้ได้ยังไง เราก็บอกว่าเราเห็น ซึ่งเราเห็นจริงๆ ก็เลยพูดได้ เขาไม่ยอมรับว่าเขาคบกัน หลังจากที่หนูจับได้เขาก็ล็อคหน้าจอมือถือ เปลี่ยนรหัสต่างๆ ทำอะไรไม่ได้เลยนอกจากเรื่องนอกใจ ความเป็นสามี ความเป็นพ่อของเขาก็โอเค แต่เขาก็ไม่ได้ซัพพอร์ตเรามากมาย ส่วนตัวเราทำธรุกิจส่วนตัว จะพูดว่าเรามีมากกว่าเขาก็ได้ และเราไม่เคยยุ่งเรื่องเงินทองของเขาเลย เขาทำงานมาก็เก็บทุกบาททุกสตางค์ มีบ้างที่เขาช่วยออกค่ากับข้าว ซื้อนั่นซื้อนี้ให้บ้างแต่เล็กน้อยมากกับสิ่งที่เราให้เขา และค่าใช้จ่ายของลูกเขาก็ช่วยรับผิดชอบน้อยมาก ขนาดแพมเพิสยังไม่เคยซื้อให้เลย มีแต่คุณยายซื้อให้หมด เราก็ไม่อยากให้เขาเอาเรามาเป็นภาระ ต้องมาช่วยจ่ายนู้นนี่ เราจ่ายได้ก็จ่าย แต่เขาก็ติดเงินคุณแม่ของเราด้วย และก่อนหน้านี้เขาก็เคยมีครอบครัว มีลูก และลูกคนแรกเขาก็ไม่เคยส่งเสียล่าสุดเขาบอกว่าจะไม่กลับมาเป็นครอบครัวแล้ว ตอนนี้เขาไม่อยากเจอหน้าเรา หลบหน้าเรา อย่างเมื่อวันวาเลนไทน์ที่ผ่านมาเราต้องไปฝากท้อง ซึ่งเราก็บอกเขาไปแล้ว แต่เขาก็ไม่มา ถามว่าเราสามารถเลี้ยงลูกเองได้มั้ย เราสามารถเลี้ยงได้ และเราก็ยังมีพ่อแม่ที่คอยซัพพอร์ตเราอยู่ข้างหลังด้วย เราทั้งเจ็บ ทั้งจุก เพราะลูกเคยนอนกอดเขาทุกวัน แต่วันนี้เขาเลือกที่จะทิ้งเรากับลูกๆไป เพราะผู้หญิงหนึ่งคน เพราะความโลภ ความเห็นแก่ตัว เห็นแก่ได้ของเขา ถ้าวันหน้ากลับมาเราก็คงไม่เอาแล้ว เพราะในเมื่อวันที่เราต้องการเขา วันที่เราร้องไห้หาเขา เขากลับที่จะทิ้งเราไปอยากถามพวกพี่ๆดีเจว่า จะใช้ชีวิตต่อไปยังไงดี? เพราะลูกก็ถามหาพ่อ คนรอบข้างทุกคนก็ถามว่าสามีไปไหน ซึ่งทุกครั้งที่มีคำถามพวกนี้มันแทงใจมากๆ แต่คนที่ถามแทงใจที่สุด คือลูก ลูกจะถามคุณแม่ว่าปะป๊าไปไหน ทำไมปะป๊าไม่มาหาหนู...3 ดีเจให้คำปรึกษากับ “คุณก้อย (นามสมมุติ)” ว่า ‘ก้อยแค่เจอผู้ชายที่ไม่ดี เขาไม่เหมาะที่จะเป็นสามี หรือเป็นพ่อ แยกย้ายกันถูกแล้ว สิ่งใดที่มันเกิดขึ้นแล้วมันดีเสมอแหละ ครบครัวที่มีครบ มันไม่เท่ากับครอบครัวที่สมบูรณ์ การที่เราจะเป็นทั้งพ่อและแม่ มันไม่ใช่เรื่องยาก แค่ให้ความสุขเขา และสิ่งสำคัญที่สุดในชีวิตคือเงิน ตอนนี้เรามีทั้งลูก ทั้งครอบครัว ส่วนใครที่เป็นภาระเรา ไม่ว่าจะเป็นภาระทางด้านการเงิน แถมภาระทางใจอีก อยู่กับคนนี้แล้วมันไม่ได้มีความสุขที่แท้จริง การที่เขาเดินออกจากชีวิตเราไป ถ้าเขาไม่ได้รักเราแล้ว การเริ่มต้นใหม่ของก้อยจะเป็นการเริ่มต้นการนับ 1 ของความสุขแล้ว มันเป็นข้อดีมากเลยนะที่ผู้ชายแบบนี้ออกไปจากชีวิตเราความสุขคนเรามันไม่เหมือนกัน ความสุขของคนบางคนอาจจะมีครอบครัวสมบูรณ์ แต่ความสุขของคนบางคนคือการตัดใครบางคนที่ไม่รักเราออกจากชีวิต มันอาจจะทำให้ชีวิตมีความสุขมากกว่านี้ การที่เขาตัดก้อยและลูกๆออกไป เขารู้สึกว่าสิ่งเหล่านี้คือภาระสำหรับเขาเหมือนกัน และแปลว่ามันไม่ได้มีค่าสำหรับเขา เพราะฉะนั้นไม่จำเป็นเลยที่ต้องคิดถึงคนๆนึงที่เดินออกไปแล้วโชคดีที่ลูกยังอยู่ในวัยที่สามารถลืมได้ ถ้าเป็นไปได้อนาคตเลือกโรงเรียนดีๆให้กับเขา แต่ไม่จำเป็นต้องเป็นโรงเรียนนานาชาติ ขอแค่เป็นโรงเรียนที่ดี เพราะโรงเรียนจะสอนเขาเกี่ยวกับเรื่องพวกนี้กับเด็กๆ แล้วของแบบนี้ไม่ต้องรีบไปฝังหัวลูกว่าพ่อเป็นคนแบบไหน แต่วันนึงเมื่อลูกโตขึ้น เราค่อยๆคุยกับเขา เดี๋ยวเขาจะเข้าใจทุกอย่างเองและอีกอย่างนึงที่เขาจะรับรู้ได้เลยว่าแม่คือทุกสิ่งทุกอย่างถามว่าจะใช้ชีวิตยังไง ก้อยต้องรักตัวเองให้มากพอก่อน แล้วความรักนั้นจะส่งต่อถึงลูก ถึงคนรอบข้าง เอาชีวิตของเราเป็นที่ตั้งและมูฟออน ความสุขของลูกให้มันอยู่ที่ก้อย ถ้าวันนึงมีความสุขแล้ว เขาจะกลับมา จำไว้ว่าอย่าเอาความทุกข์กลับเข้ามาอีก...เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

แมวเพิ่งเสีย แฟนที่คบมา 13 ปีนอกใจ กดดันจากงานใหม่ ในช่วงชีวิตที่ปัญหารุมเร้า ควรรับมืออย่างไรดีคะ?

25 ก.ค. 2026

แมวเพิ่งเสีย แฟนที่คบมา 13 ปีนอกใจ กดดันจากงานใหม่ ในช่วงชีวิตที่ปัญหารุมเร้า ควรรับมืออย่างไรดีคะ?

แมวเพิ่งเสียแฟนที่คบมา 13 ปีนอกใจกดดันจากงานใหม่ในช่วงชีวิตที่ปัญหารุมเร้า ควรรับมืออย่างไรดีคะ? ‘คุณเหนือ (นามสมมุติ)’ สายที่ 1ในรายการ พุธทอล์คพุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (22 กรกฎาคม 2569) ได้โทรมาปรึกษา 'ดีเจต้นหอม - ดีเจเติ้ล - ดีเจเกรท และ หมอท้อป - นพ.อภิชาติ จริยาวิลาศ จิตแพทย์ Me Center clinic' เกี่ยวกับช่วงชีวิตหนึ่งที่ต้องเจอกับเรื่องแย่ ๆ ติดกัน ‘คุณเหนือ (นามสมมุติ)’ อายุ 34 ปี ได้ตั้งคำถามว่าในช่วงชีวิตหนึ่งที่หลาย ๆ อย่างพังจะรับมืออย่างไร โดยเริ่มต้นที่เหตุการณ์แรก เธอได้สูญเสียแมวซึ่งเป็นที่รักไป ภาพน้องแมวในความทรงจำยังคงทำให้คุณเหนือคิดถึงเขาอยู่ตลอด และคิดในใจว่าตัวเองดูแลเขาไม่ดี ทำให้เธอร้องไห้บ่อยมาก อาจารย์แพทย์ด้านมะเร็งบอกว่าแมวของคุณเหนือเป็นเคสหายาก น้องไม่ได้จากไปด้วยอายุไข และในปัจจุบันน้องได้เป็นอาจารย์ใหญ่ให้แพทย์ทำวิจัยต่อด้วย เหตุการณ์ถัดมาคือ แฟนที่คุณเหนือคบมา 13 ปี นอกใจไปมีความสัมพันธ์กับเพื่อนร่วมงาน ซึ่งเรื่องมันเกิดขึ้นติดกัน ในช่วงที่คุณเหนือเสียน้องแมวไปก็ยังคงมีเขาอยู่ข้าง ๆ แต่เมื่อเวลาผ่านไปเพียงไม่ถึงเดือนก็ได้ทราบเหตุการณ์ที่สองนี้ โดยคุณเหนือเป็นคนจับได้ ประกอบกับหลาย ๆ อย่าง ปัจจุบันทั้งสองได้เลิกกันขาดไม่ติดต่อกันเลย แต่คุณเหนือยังคงฝังใจกับเรื่องราวที่เกิดขึ้น เป็นเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิด เพราะกับแฟนคนนี้มีแพลนที่จะพัฒนาไปเป็นคู่แต่งงาน ในความสัมพันธ์นี้คุณเหนือรู้สึกว่ามันเลยจุดที่จะคิดว่าเขาจะนอกใจได้ ในระหว่างนั้นเองก่อนที่จะจับได้ ทั้งสองได้ตกลงกันว่าจะลองย้ายมาอยู่ด้วยกัน ซึ่งอยู่คนละแห่งกับบ้านที่คุณเหนืออยู่กับครอบครัว รวมถึงคุณเหนือจะออกจากที่ทำงานเดิม และย้ายมาทำงานใกล้แฟนแทน เพื่อที่ทั้งคู่จะได้มีเวลาให้กันมากขึ้น เรียกได้ว่าเตรียมพร้อมเพื่อสร้างครอบครัวกันแล้ว พอย้ายทุกอย่างมาแล้วเธอรู้สึกเคว้งไปหมด เพราะหลังจากลาออกมาคุณเหนือต้องไปเริ่มงานใหม่ ต้องรับมือกับความกดดันจากงานใหม่ เหตุการณ์ทั้งหมดทำให้เธอต้องรับมือ แต่เธอกลับไม่รู้ว่าต้องรับมืออย่างไร ปัจจุบันนี้คุณเหนือพยายามที่จะโฟกัสงานใหม่ แต่พอเจอโพรเจกต์ใหญ่ที่มีความกดดันก็ทำให้เธอเหมือนกับหายใจไม่ออก เธอยังรู้สึกรับมือไม่ไหวและกำลังจะลาออกด้วยทั้งสาเหตุจากตัวงาน และความรู้สึกในใจของคุณเหนือเองที่ยังไม่พร้อม จากเมื่อก่อนที่เคยเป็นคนบ้างาน ชอบงานที่ท้าทาย พอเจอเหตุการณ์ไม่ดีมาเธอกลับกลัวว่าจะเกิดเรื่องที่ไม่ดีขึ้นอีก ทุก ๆ วันนี้คุณเหนือยังมีค่ำคืนคืนที่นอนร้องไห้ หรือสะดุ้งตื่นขึ้นมา โดยเหตุการณ์ที่น้องแมวเสียเกิดขึ้นเมื่อประมาณเดือนตุลาคม-พฤศจิกายน และจับได้ว่าแฟนนอกใจช่วงปลายเดือนธันวาคม และในเดือนมกราคมเธอก็ต้องเริ่มงานใหม่แล้ว ซึ่งเหตุการณ์ทุกอย่างเกิดขึ้นติด ๆ กัน ด้วยเวลาที่ยังผ่านไปไม่นาน ทำให้เรื่องราวที่เกิดขึ้นยังคงกระทบความรู้สึกของเธออยู่ คุณเหนือมีเพื่อนคนหนึ่งที่สามารถปรึกษาได้ทุกอย่าง และทราบทุกเรื่องราวที่เธอเจอ เพื่อนคนนี้จะบอกกับคุณเหนือเสมอว่า สามารถไปนอนกับเขาได้ พูดคุยกับเขาได้ ในช่วงที่เธอไม่อยากให้ที่บ้านเป็นห่วงก็จะไปนอนกับเพื่อนคนนี้ คุณเหนือพูดเสริมว่าเธอไม่สามารถนอนที่บ้านได้เลยเพราะทุก ๆ เหตุการณ์มักเกิดขึ้นที่บ้านอยู่ตลอด รวมถึงคุณเหนือตัดสินใจว่าจะเบรกจากงานและพยายามฮีลตัวเอง ในระหว่างนั้นเธอไม่อยากอยู่เฉย ๆ จึงตั้งใจจะรับงานฟรีแลนซ์ไปก่อน คุณเหนือต้องกำลังใจและคำปรึกษาจากดีเจว่าจะต้องทำอย่างไรให้เธอสามารถมูฟออนจากเรื่องราวทั้งหมดได้ หลังจากฟังเรื่องราวทั้งหมดดีเจได้เริ่มให้คำแนะนำโดยเริ่มจาก ‘ดีเจเติ้ล’ กล่าวว่า "จากที่คุณเหนือได้พูดเรื่องอาการของน้องแมว คุณหมอใช้คำว่า Rare case พี่มั่นใจว่าเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นยาก เพราะฉะนั้นต้องพยายามบอกตัวเองว่ามันไม่ได้เกี่ยวกับคุณเหนือ ไม่ใช่คุณเหนือดูแลเขาไม่ดี โรคเหล่านี้เหนือการควบคุม ไม่อยากให้โทษตัวเองคุณเหนือทำดีที่สุดแล้วก่อนที่น้องจะจากไป และเรื่องแฟน พี่เข้าใจว่าคบกันมา 13 ปี ความสัมพันธ์ก็กำลังจะพัฒนาไปแต่งงาน ในมุมหนึ่งมันโหดร้ายมากแต่ในอีกมุมหากจะมองเรื่องนี้ให้มีกำลังใจคือ โคตรโชคดีที่ได้รับรู้เรื่องนี้ก่อนจะแต่งงานกัน เพราะถ้าแต่งงานกันไปแล้วคงไม่คิดจะว่าจะต้องเลิก และคุณเหนือจะเจ็บปวดมากกว่านี้ สุดท้ายสำหรับพี่ เวลาเกิดเรื่องร้ายขึ้นจะคิดเอาไว้ว่า เมื่อชีวิตลงไปถึงจุดที่แย่ที่สุดแล้วทุกอย่างจะค่อย ๆ ดีขึ้น เพียงแค่ต้องอดทนอยู่กับมันให้ได้จนกว่าจะถึงช่วงเวลาที่ชีวิตดีขึ้น ในระหว่างนั้นคุณเหนืออาจเจอกับผู้ชายคนใหม่ที่ดีกว่า 13 ปีนั้นก็ได้ ในส่วนที่คุณเหนือกำลังปวดหัวกับเรื่องงาน หากยังมีเงินที่จะดูแลตัวเองได้ ก็เห็นด้วยที่จะพักเรื่องานไว้ก่อน และหลังจากนี้อาจเป็นประตูบานใหม่ที่ทำให้คุณเหนือเจออะไรดี ๆ อีกมากมาย พี่เชื่อมาเสมอว่าหากสิ่งไหนที่เกิดขึ้นกับเราแล้ว มันมักจะพาเราไปสู่สิ่งใหม่ที่ดีกว่าในชีวิตเราเสมอ เพียงแค่ต้องอยู่ ทน และไปต่อให้ได้ สิ่งที่ดีกำลังจะรอคุณเหนืออยู่" ถัดมาที่ ‘ดีเจต้นหอม’ กล่าวว่า "ชีวิตของเราไม่จากเป็นก็จากตาย มีเพียงสองอย่าง ในวันที่ใครจากตายไปจะเป็นสถานการณ์ที่ยากลำบาก แต่ทุกคนที่ยังอยู่จะต้องผ่านมันไปให้ได้ ในเรื่องของน้องแมว พี่อยากให้คุณเหนือมองในมุมที่ดีว่า เขาโชคดีมากที่การจากไปของเขาเป็นประโยชน์ต่อน้องแมวตัวอื่น ๆ อย่างไรก็ต้องมีวันที่จากกัน แต่ในการจากลาครั้งนี้น้องแมวที่เรารักและดูแลมาเขาอาจจะสามารถต่อชีวิตให้กับน้องแมวตัวอื่น ๆ ได้อีก คุณเหนือไม่ต้องรู้สึกผิดเพราะมันเป็นสิ่งที่เราไม่สามารถควบคุมได้ ทำได้เพียงหวังว่าหากชาติหน้ามีจริงให้เราได้เกิดมาเจอกันอีก เก็บความทรงจำ ความน่ารักของเขาไว้ในใจเรา ในส่วนของผู้ชาย 13 ปี สิ่งเดียวที่โชคร้ายในเรื่องนี้คือคุณเหนือย้ายงานเพื่อคนที่ไม่สมควรได้รับ ความโชคดีคือคุณเหนือมีเงินลาออกจากที่นี่ได้ แล้วไปใช้ชีวิตอยากเที่ยว หรืออยากกลับไปทำงานที่เก่าก็ทำได้ทั้งสิ้น สามารถออกแบบชีวิตได้ด้วยตนเอง เพราะคุณเหนือเอาสิ่งไม่ดีออกจากชีวิตไปแล้วและสิ่งที่ดีกำลังจะเกิดขึ้นไม่มีอะไรแย่กว่าผู้ชายนอกใจแล้ว" ถัดมาที่ ‘ดีเจเกรท’ กล่าวว่า "เข้าใจเรื่องน้องแมวมาก ๆ ส่วนตัวพี่เองในวันที่น้องแมวยังอยู่ เวลามองหน้าน้องก็คิดว่าจะเจอแมวที่น่ารักขนาดนี้ได้อีกไหมนะ เพราะรู้ว่าสุดท้ายคงต้องจากกันในสักวัน และเมื่อวันนั้นมาถึงต่อให้จะเตรียมใจไว้เพียงไหนก็ทำใจไม่ได้อยู่ดี เมื่อเกิดความทุกข์หลาย ๆ อย่างซ้อนกัน พี่มองว่า เวลาจะช่วยเยียวยาเรา และอีกคำหนึ่งคือ ยอมรับในสิ่งที่เกิดขึ้น เมื่อที่มีความทุกข์แล้วเรามัวถามกับตัวเองว่า “เมื่อไหร่จะหาย” ซ้ำไปมา มันจะยิ่งทำให้เราทุกข์มากขึ้น แต่ถ้าเมื่อไหร่ที่เรายอมรับว่า เรากำลังเสียใจกับเรื่องนั้นอยู่ พี่มองว่าความรู้สึกเสียใจนั้นจะค่อย ๆ เบาบางลง สุดท้ายอยากให้คุณเหนือหาอะไรก็ตามที่มีความสุข และได้พัฒนาตัวเอง เพราะเมื่อคุณเหนือเริ่มเห็นคุณค่าในตัวเองเพิ่มขึ้นที่ละนิด ความเศร้าจะค่อย ๆ จางหายไปโดยอัตโนมัติ" ปิดท้ายที่ ‘หมอท้อป’ กล่าวว่า "มีคนมาปรึกษาในลักษณะเดียวกับคุณเหนือเยอะ จังหวะชีวิตเราไม่สามารถทำนายได้ เวลาเรื่องแย่ ๆ เข้ามาในชีวิตเยอะ ๆ ให้บอกกับตัวเองไว้ว่า มันเป็นความรู้สึกคนปกติไม่ได้ผิดอะไร เวลาเจอเรื่องแย่ ๆ ติดกันเรายังไม่ทันเสียใจกับเรื่องแรกเสร็จ ยังไม่มีเวลาทำใจ เรื่องถัดไปก็เข้ามาแล้ว อย่างในกรณีของคุณเหนือเรื่องแย่ ๆ มาเดือนชนเดือนเลย ดังนั้นสิ่งที่สำคัญคือหากมีเวลาต้องค่อย ๆ ปล่อยให้ตัวเองได้เสียใจไปทีละเรื่อง ยิ่งหากเป็นคนเข้มแข็งจะเจอปัญหาเหล่านี้เยอะ เพราะคิดว่าตัวเองไหว ยังไหวเสมอ และเพิกเฉยต่ออารมณ์ตัวเอง ความเครียดก็จะถูกสะสมไปเรื่อย ๆ ในเรื่องแมว หมอมองว่าต่อให้จะไม่ใช่เคสที่หายาก แต่เป็นเคสหาง่ายทั่วไป และดูแลดีมาก ๆ ก็ยังจากไปได้ จึงไม่อยากให้คุณเหนือรู้สึกผิดเลย เพราะไม่ใช่ความผิดของคุณเหนือ อาจเป็นเรื่องธรรมชาติ ยิ่งโรคยาก ๆ เป็นไปได้ยากที่เจ้าของหรือคนในครอบครัวจะรู้ และในกรณีนี้น้องแมวถึงกับกลายเป็น Case Study นั่นแปลว่าเป็นเคสยากจริง ๆ หมอจะพูดกับทุกคนอยู่เสมอว่า การสูญเสียสัตว์เลี้ยงไปเท่ากับการสูญเสียคนไปหนึ่งคน หรืออาจจะมากกว่าเสียคนหนึ่งคนก็ได้ เพราะกับสัตว์เลี้ยงเรามีความผูกพันธ์เยอะ และเขาอาจจะดีกว่าใครบางคนในชีวิตเรา ให้เวลากับตัวเอง ทำบุญให้น้อง ดูแลตัวเอง อะไรก็ก็ตามที่คิดว่าทำแล้วเป็นสิ่งดีสามารถทำได้เลยเพื่อให้ตัวเองก้าวผ่านเรื่องราวนี้ไปได้ และในเรื่องของแฟน จากที่คุณเหนือเลือกพูดถึง 13 ปีก่อน แปลว่าคุณเหนืออาจเสียดายเวลาที่ผ่านไป แต่คุณหมอมองว่ายังดีกว่าการเป็น 23 ปี หรือ 33 ปี ให้บอกตัวเองว่าเป็นเรื่องดีแล้วที่จบตั้งแต่ตอนนี้ คุณหมอเชื่อว่าสักวันหนึ่งคุณเหนืออาจโทรมาบอกว่าได้เจอคนใหม่ที่ทำให้มีความสุขมากก็ได้ และเรื่องงานหากยังไม่อยากจะลาออก ลองลาหยุดก่อน ให้เวลาตัวเองเสียใจ และลองย้อนมองดูว่าเรายังโอเคกับงานนี้อยู่ไหม ในวันที่เราหายเสียใจแล้ว ถ้างานนี้ยังโอเคก็ทำต่อ แต่ถ้าดูแล้วงานนี้ไม่ใช่ก็ไปทำงานอื่น"เรื่องราวจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการInboxฝากเรื่องมาที่FacebookFanpageEFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 20.00–23.00น.ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

ผมอยากรณรงค์ให้คนที่ขับขี่บนท้องถนน ระมัดระวังคนที่ข้ามทางม้าลายมากกว่านี้ ทำเพื่อลดอุบัติเหตุกันเถอะนะครับ!

02 เม.ย. 2026

ผมอยากรณรงค์ให้คนที่ขับขี่บนท้องถนน ระมัดระวังคนที่ข้ามทางม้าลายมากกว่านี้ ทำเพื่อลดอุบัติเหตุกันเถอะนะครับ!

ผมอยากรณรงค์ให้คนที่ขับขี่บนท้องถนนระมัดระวังคนที่ข้ามทางม้าลายมากกว่านี้ทำเพื่อลดอุบัติเหตุกันเถอะนะครับ! ‘คุณกีต้าร์’ (นามสมมติ) อายุ 19 ปี เป็นสายที่ 4 ในรายการ พุธทอล์คพุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (1 เมษายน 2569) ได้โทรเข้ามาเล่าเรื่องราวที่ตนนั้นเพิ่งเฉียดการเกิดอุบัติเหตุกับ 'ดีเจต้นหอม - ดีเจเติ้ล - ดีเจอั๋น' เกี่ยวกับการรณรงค์ให้ผู้ที่ขับขี่บนท้องถนน ระมัดระวังคนที่กำลังข้ามถนนบนทางม้าลาย ‘คุณกีต้าร์’ เล่าว่า เหตุการณ์เกิดขึ้นช่วงเย็นของวันที่ผ่านมา ในจังหวะที่คุณกีต้าร์กับเพื่อนกำลังจะเดินข้ามถนนตรงทางม้าลายที่หน้ามหาวิทยาลัย รถยนตร์ทุกคันเมื่อเห็นว่าคุณกีต้าร์กับเพื่อนกำลังรอข้ามทางม้าลาย ก็พากันชะลอเพื่อหยุดรถ เมื่อคุณกีต้าร์กับเพื่อนเห็นเช่นนั้นจึงได้รีบพากันเดินข้ามถนนอย่างรวดเร็ว แต่เมื่อเดินมาถึงเลนสุดท้ายของถนน จู่ ๆ ก็ได้มีคุณป้าคนหนึ่งขี่รถมอเตอร์ไซค์มาด้วยความเร็ว คุณกีต้าร์จึงบอกให้เพื่อนหยุดเดิน เมื่อทั้งคู่หยุดเดิน คุณป้าคนนั้นก็ได้หยุดรถเช่นกัน ทันใดนั้นคุณป้าก็ได้พูดขึ้นมาว่า “เดี๋ยวก็ตายหรอกอีx่า!” แล้วก็ได้ขี่มอเตอร์ไซค์ผ่านทั้งคู่ไปในทันที ปล่อยทิ้งให้คุณกีต้าร์กับเพื่อนยืนงงว่าเมื่อกี้พวกเราเป็นฝ่ายที่ผิดหรือไม่ หลังจากฟังเรื่องราวทั้งหมดจบ เหล่าดีเจจึงพูดถึงเรื่องกฎหมายจราจรของประเทศไทย พร้อมยกตัวอย่างเคสที่ไม่ดีมาพูดให้ฟัง เพื่อให้คุณผู้ฟังทางบ้าน และคุณกีต้าร์เห็นภาพชัดเจนว่าไม่ควรทำตามรวมทั้งช่วยกันย้ำเตือนและอยากให้ผู้ขับขี่ทุกคนคำนึงถึงคนข้ามทางม้าลาย ควรจะชะลอหรือหยุดรถให้คนข้ามถนน เพื่อที่จะได้ลดอุบัติเหตุและความสูญเสียที่อาจเกิดขึ้นเรื่องราวทั้งหมดของเรื่องนี้จะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการInboxฝากเรื่องมาที่FacebookFanpageEFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 20.00–23.00น.ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

ทริปแสนปวดใจ !! สาวโทรปรึกษา 3 ดีเจ ไปทริปกับแฟน แต่แฟนพาแฟนเก่าไปด้วยกับเพื่อนๆ คืนแรก แฟนเก่าแฟนคนนั้นเมา ร้องไห้ เพื่อนออกไปปลอบ “ร้องทำไม ยังไงเขาก็ไม่กลับไปหาแล้ว” วันที่สอง ไปกินข้าวเขาสั่งอาหาร เมนูที่แฟนเราชอบ เครื่องดื่มที่แฟนชอบ

27 ต.ค. 2023

ทริปแสนปวดใจ !! สาวโทรปรึกษา 3 ดีเจ ไปทริปกับแฟน แต่แฟนพาแฟนเก่าไปด้วยกับเพื่อนๆ คืนแรก แฟนเก่าแฟนคนนั้นเมา ร้องไห้ เพื่อนออกไปปลอบ “ร้องทำไม ยังไงเขาก็ไม่กลับไปหาแล้ว” วันที่สอง ไปกินข้าวเขาสั่งอาหาร เมนูที่แฟนเราชอบ เครื่องดื่มที่แฟนชอบ

ทริปแสนปวดใจ !! สาวโทรปรึกษา 3 ดีเจ ไปทริปกับแฟนแต่แฟนพาแฟนเก่าไปด้วยกับเพื่อนๆ คืนแรก แฟนเก่าแฟนคนนั้นเมาร้องไห้ เพื่อนออกไปปลอบ “ร้องทำไม ยังไงเขาก็ไม่กลับไปหาแล้ว”วันที่สอง ไปกินข้าวเขาสั่งอาหาร เมนูที่แฟนเราชอบ เครื่องดื่มที่แฟนชอบคุยแต่เรื่องอดีตต่อหน้าเรา เราไม่โอเคมากๆ ถ้ามีทริปหน้าอีกจะทำไง? “คุณบี (นามสมมติ)” อายุ 22 ปี สายที่สองในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (18 ต.ค. 66) ได้โทรเข้ามาปรึกษา ‘ดีเจเผือก – ดีเจเติ้ล – ดีเจพี่อ้อย’ กับปัญหาที่ไปเที่ยวแล้วทริปนี้แฟนเก่าของแฟนเราไปด้วย โดย “คุณบี (นามสมมติ)” เริ่มเล่าว่า ‘ได้มีโอกาสไปทริปกับแฟน เราไปกันหลายคน แต่แฟนเราได้ชวนแฟนเก่าไปด้วย เราก็โอเค จะได้มีเพื่อนไปเยอะๆ ต้องบอกก่อนว่า แฟนกับแฟนเก่าเลิกกันมาประมาณ 1 ปีแล้ว เขาจบกันไม่ค่อยดี โดยแฟนเก่าเขาทำไม่ดีต่อแฟนเรา ตอนนี้ฝ่ายหญิงก็มีแฟนใหม่แล้วด้วย แต่ในช่วง 1 ปี ที่ผ่านมาเขาสองคนก็ยังติดต่อกันอยู่ เขาคบกันมานานแล้ว ประมาณ 5 - 6 ปี แล้วพอแฟนมาคบกับเรา แฟนเก่าก็ชอบโทรมาแซะ มาแขวะ แฟนเราตลอด ว่า ‘ขอให้รักกันนานๆ นะ สมกันเหลือเกิน’ แล้วก็พอเราไปเที่ยวในที่ๆเขาไม่เคยไป หรือไปที่อาจจะแพงหน่อย เค้าก็จะส่งข้อความมาว่า ‘พากันกินหรูอยู่สบายจังเลยนะ’ แฟนเราก็มาบอกว่าเขาส่งข้อความมา แต่เขาก็ไม่ได้บอกว่าคุยอะไร แต่เราไปเห็นเอง ก่อนหน้านี้เขาเคลียกันแล้วว่าเขาไม่ได้อะไรกับเรา ไม่ได้อะไรกับแฟนเราแล้วนะ เราก็เลยเออๆ ไปเที่ยวด้วยกัน พอไปเที่ยวด้วยกัน มันจะมีวันแรกเลยที่เราดื่มแอลกอฮอล์เฮฮาปาร์ตี้กัน แล้วแฟนเก่าเขาก็เมา แล้วร้องไห้ แต่เขาไม่ได้ร้องไห้ให้เราเห็น เขาไปร้องไห้ที่หน้าร้าน แล้วเพื่อนของแฟนเราก็เดินไปพูดว่า ‘ร้องไห้ทำไม เขาไม่กลับมาหาแล้ว’ แต่ตอนนั้นเราก็เมา แล้วแฟนมาเล่าให้ฟัง เราก็เริ่มไม่โอเค แล้วฝั่งนู้นเขาก็ไม่โอเค เขาจะกลับก่อน บรรยากาศก็เริ่มตึงๆ เช้ามาแฟนเก่าเขาไม่ยอมออกจากห้อง แล้วเขาโทรมาหาแฟนเราว่า ‘จะกลับก่อน ไม่อยู่ทริปต่อแล้ว’ เพื่อนของแฟนเราเขาก็ไปคุย ไปปลอบกัน สรุปก็คือไม่กลับแล้ว อยู่ต่อ แต่บรรยากาศมันก็กร่อยไปแล้ว เราก็รู้สึกว่ามันไม่ใช่แล้ว ไม่ได้ไม่มีอะไร เหมือนที่เขาพูดแล้ว เราก็อึดอัดมาก ต่อมา เราไปร้านอาหารกัน แฟนเก่าเขาก็สั่งข้าวให้แฟนเราเลย เขารู้ว่าแฟนเราชอบกินอะไร แล้วก็จะมีอีกอย่างคือ เขาสั่งน้ำที่แฟนเราชอบมา หนูคิดแล้วว่า มันต้องสั่งมาเพราะแฟนเรามันจะขอชิมอะไรสักอย่างนี่แหละ สรุปก็ขอชิมจริงๆ เราก็ไม่ได้อะไร แต่เราก็มองทั้งคู่แสดงออกว่าเราไม่ชอบ พอกินข้าวเสร็จเราก็ไปเที่ยวกันต่อ มันก็เป็นบรรยากาศที่อึมครึมทั้งทริป จนวันสุดท้าย ก็เป็นอีก สั่งกับข้าวให้แฟนเราอีก แล้วเขาก็บอกว่า ‘สั่งเลยนะ จะกินอะไร’ เพราะเขาสั่งให้แฟนเราแล้ว วันนั้นเราก็เมากันอีก ก็พากันไปกินต่อที่ห้อง เราก็คุยกันว่า ‘สิ้นเดือนนี้เราจะมีทริปไปเที่ยวกันอีก’ แต่หนูก็ไม่ได้พูดว่าหนูจะไม่เอาเขาไปด้วยแน่ๆ แล้วที่เราจะไปเที่ยวกันทริปหน้าเนี่ย เขาอยากให้แฟนเก่าของแฟนเราเขาไปด้วย เพราะเราจะไปพักที่รีสอร์ทของเพื่อน หรือ ของญาติแฟนเรา เขาสนิทกับแฟนเก่าของแฟนเราเหมือนเป็นน้องรักกันเลย เขาเจาะจงเลยว่าอยากให้พามาด้วย แต่แฟนเขาก็มาถามหนูด้วยว่า ‘รอบหน้าจะยังให้ไปด้วยไหม’ หนูก็บอกว่า ‘ไม่ ไม่ให้ไป’ ไม่พูดเยอะด้วยเพราะว่า เดี๋ยวหนูจะดูเป็นคนไม่ดี หนูไม่เอา ไม่เอาแล้ว มันไม่สนุก อยากถามพี่ๆว่า ถ้าเขายังถามหนูอีก หนูควรจะตอบเขาว่ายังไงดี ทริปหน้าจะให้เขาไปด้วยไหม?’ ซึ่ง “ดีเจเติ้ล” ได้ให้คำตอบว่า ‘พี่จะตอบว่าสั้นๆ มึงยังจะต้องถามอีกหรอ!!! แค่เนี้ย มึงไม่มีสมองคิดหรอ แค่นี้เลยบี ไม่ต้องถามอะไรเลย ถามแค่นี้ แล้วไม่ต้องตอบด้วยนะ แล้วดูซิว่าจะมีสมองคิดมั้ยว่า ไม่ให้ไป ต้องไม่ให้ไปอะ เพราว่าตอนนี้มันไม่ไหวแล้ว ไม่ได้แล้วเปล่าอะ คือ ไม่มีเหตุผลที่ต้องติดต่อกันอีกแล้ว เอาจริงๆ แค่ไม่ไปร่วมทริปยังน้อยไป ถ้าเป็นพี่นะ ยังจะต้องติดต่อกันอีกหรอ ถ้าเขาชัดเจนขนาดนี้แล้วว่าเขาอยากได้แฟนหนูกลับคืนอะ แล้วฝั่งนั้นก็ยังมีแฟนอยู่แล้วด้วย ยัยผู้หญิงคนนี้เป็นอะไร ฮีสหรอหรือยังไง แล้วพี่ว่าต้องตัดเลยบี ไม่งั้นบีจะวุ่นวายกับชีวิตมาก ต้องให้เขาเลิกติดต่อ ต้องบอกเลยว่า ‘อันนี้ไม่ได้แล้ว ชัดเจนเหลือเกินว่าเขายังอะไรกับเธออยู่ การยิ่งติดต่อมันคือหมายถึงอะไร แสดงว่าเธอโอเคใช่ไหมกับการที่เขากำลังมีใจอยู่แบบนี้ ซึ่งสำหรับฉันมันไม่ ไม่ใช่แค่ไม่ไปทริป ต้องเลิกติดต่อกับเขา เพราะไม่งั้น กูนี่แหละจะเป็นฝ่ายเลิก’ ต้องอย่างนี้นะ ไม่งั้นบีก็จะต้องเป็นแบบนี้ไปเรื่อยๆนะ เพราะดูทรงแล้ว หนึ่งแฟนบีโอเค คนรอบข้างโอเคหมด ยัยผู้หญิงคนนั้นไม่รู้สึกอะไรเลยนะ จริงๆ เพราะบีก็ไม่ชัดเจน ไม่เข้มแข็ง ไม่ยันเขาว่าแบบ ทำแบบนี้มันผิดนะ แต่พี่ก็เข้าแหละว่าโมเม้นต์ตอนนั้นไม่อยากทำให้บรรยากาศมันเสีย แต่หลังจากนี้เราทำได้ ปิดทุกประตู ทริปที่จะไปก็ปล่อยให้ไปเอง ไปเที่ยวกับเพื่อน คิดอย่างนั้นก็ไม่เกี่ยวกับเรา ถ้าจะไปกับแฟนหนูไปทริปอื่น สำหรับพี่แค่นี้เลย” ต่อมาเป็นของ “ดีเจอ้อย” ได้ให้คำตอบว่า ‘พี่ยังรู้สึกอยู่ดีว่า คนกลางสำคัญ และแปลกมากที่ยังมีโอกาสมาถามอีกนะว่า ‘พาว่าไปด้วยอีกได้ไหมอะ’ คือพี่มีความรู้สึกว่า แฟนดีๆ อะแล้วเราเป็นแฟนใหม่ ถ้ามีคนเก่าอยู่ในใจดึงคนใหม่มานั่งเจ็บอยู่ตรงนี้ทำไม ทริปนี้ควรเป็นทริปที่เราสองคนควรมีความสุขไม่ใช่หรือ ยังมีหน้ามาถามอีกว่าเอาแฟนเก่าไปด้วยได้ไหม โดยมารยาทแล้วไม่มีใครเขาถามกันแบบนี้นะคะ หรือถ้าสมมุติหนูรู้สึกว่า ถ้าเขามาถามอีกจะทำยังไง หนูบอกไปเลยว่า ‘เอางี้ ก็เอาแฟนเก่าของเธอไปด้วยแล้วพาแฟนใหม่ของเขาไปด้วย ถ้าเธออยากจะมาเป็นมวลหมู่ ได้ค่ะ พร้อม 2 คู่เลยไหมล่ะ’ แล้วก็บอกกับเขาด้วยนะว่า ‘เธออย่าทำตัวน่าเกลียดนะ ผู้ชายที่เป็นแฟนใหม่ผู้หญิงคนนั้นจะรู้สึกยังไง เราไปดึงแฟนเขามาไปเที่ยวด้วยกันอยู่บ่อยๆ’ และไม่ได้อะไรมากนะ พาร์ทนี้มันต้องแบ่งเป็นสองส่วนนะ ส่วนนึงคือ เธอไม่แคร์ความรู้สึกฉันเลยแม้แต่นิดเดียว วันนั้นที่หนูกร่อยแทบตายมีใครสนใจหนูไหมล่ะ หนูเซ็งเอง เบื่อเอง เศร้าเอง น้อยใจเอง แล้วทริปก็จบไปอย่างเงียบๆ พี่ถึงได้บอกว่าคนอื่นดูรื่นเริงกันหมดกับทริปนั้น มีแต่หนูคนเดียว และดูเหมือนว่า อารมณ์ของหนูไม่ได้มีผลต่อใครๆ ในทริป ไม่เห็นมีใครเขาต้องมานั่งคอยดูแลหัวใจหนูหรอ ทั้งๆ ที่หนูเองคือแฟนที่ถูกต้องตอนนี้อยู่ แล้วยังมีหน้ามาถามอีก ว่าครั้งหน้าไปอีกได้ไหม เจ้าของรีสอร์ทเขาสนิทกัน ได้ ถ้าอยากไปด้วยกัน ไปกันให้หมดเลย บอกผู้หญิงคนนั้นเลย ‘พาแฟนเขาไปด้วย ไม่อย่างนั้นจะกลายเป็นว่า ฉันกำลังพยายามชัดเจนแล้วนะว่า ตกลงที่สุดแล้วแฟนของฉันกำลังรอแฟนเก่ากลับมาใช่ไหม เอาชัดๆ เอาตรงๆ ไม่ต้องเอาทริปมาบังหน้า เพราะถ้าไปแบบนี้แล้ว ไม่ได้มีใครมีความสุขเลยโดยเฉพาะฉัน’ การไปเที่ยวเสียเวลานะ ไปแล้วต้องมีความสุข ถ้าหนูต้องไปแล้วไปนั่งทำยังไงดี มันกร่อยไปหมดแล้วพี่ แล้วเมา ในช่วงเวลาไหนก็ตามพี่คิดว่า ช่วงเวลานั้นน้องต้องมีสติด้วยซ้ำ น้องจะได้เห็นทุกอย่างสักทีว่าตกลงแล้ว เรากำลังเป็นแฟนคนนึงที่เขาคบเพื่อรอคนเก่าหรือเปล่า มันไม่ใช่แค่ทริปเที่ยว แต่มันเป็นวิธีคิดของคนที่เป็นแฟนเราว่าเขาคิดอะไรอยู่ ทำไมถึงคิดว่ามันเป็นความสามัคคีชุมนุม แฟนใหม่ก็มี แฟนเก่าก็มาแฮปปี้กันได้ เดี๋ยวก่อน ได้ถามใจคนอื่นไหม อย่าทำมาเป็นขออนุญาต เพราะเรื่องบางเรื่องไม่จำเป็นขออนุญาตแล้ว เธอเองต้องคิดได้เองแล้วตั้งแต่ต้น เพราะฉะนั้นวันนี้ ได้ ถ้าอยากจะลองมาเล่นแบบนี้กันดูนะพากันมาให้หมดเลย ผู้หญิงคนนั้นก็ต้องพาแฟนใหม่ของเขามาด้วยนะ จะไปกันเองได้ยังไง ไม่อย่างนั้นมันก็กลายเป็นว่า ในที่สุดแล้วเธอสองคนมีใจอยู่ใช่ไหม แล้วคนใหม่รอบๆตัว เอาลงมาเจ็บด้วยทำไมกัน มาวุ่นวายกลายเป็นแบบสามัคคีชุมนุม แล้วมีใครมีความสุข เอาจริงๆ ต้องพูดคำว่า ทุกคนมีความสุขยกเว้นเราคนเดียว หนูลองดูนะว่าในทริปนั้น ไม่ว่าเป็นจำนวนกี่วัน หนูทุกข์ทรมานไหมล่ะ เพราะเขาก็แสดงออกเต็มที่มาก ‘อ๋อเธอชอบกินอันนี้ เดี๋ยวเราสั่งให้’ แล้วแทนที่แฟนเราจะมีความรู้สึกว่า ‘เฮ้ย แบบนี้ไม่ได้ เพราะแฟนใหม่อยู่ตรงนี้เนี่ย เราก็ควรจะดูแลหัวใจเขา’ แต่ ‘ไหนขอลองชิมหน่อยสิ’ จ้ะ เพราะฉะนั้นเหตุการณ์แบบนี้ ไม่ควรจะเกิดขึ้นซ้ำๆ ‘ถ้าเธอคิดไม่ได้เองว่า อะไรควรทำอะไรไม่ควรทำ ฉันคิดให้’ บางทีเราก็ต้องแสดงออกในพื้นที่โซนความสุขของเราเช่นเดียวกัน พี่ไม่อยากให้หนูต้องไปเป็นนางเอกที่แสนดี ทั้งที่ข้างในทนทุกข์ทรมาณแทบตาย ไม่เอาค่ะ ฉันต้องมีความสุข สุดท้าย “ดีเจเผือก” ได้ให้คำตอบว่า ‘สำหรับผมถ้ามาถามนะว่า ‘อีกครั้งนึง ให้เขาไปด้วยได้ไหม’ ‘ได้ ไปเลย มึงไปเลย บีไม่ไป แล้วก็ไปเลย เลิกกัน ไป เชิญ ขอให้สนุกกับทริป’ พี่ว่ามันเลยเส้นแล้ว ถ้ากลับมาอีกรอบนึงนี่ สำหรับพี่ไม่ได้คบกันแล้ว พี่เลิกเลย กูพอแล้วกับวังวนอะไรแบบนี้ มันน่าประหลาดไปหมด เพื่อนร่วมทริปเอย ไอ้ประโยคที่ว่า ‘มึงจะร้องทำไมเขาไม่กลับมาหามึงแล้ว’ อ้าว นั่นแปลว่ามึงวางแผนจะกลับมากันอยู่หรอ แล้วบรรยากาศทั้งหมด เจ้าของรีสอร์ทที่อยากจะชวนไป พี่พยายามจะคิดว่าเขาอาจจะเป็นกลุ่มก้อนกันอยู่ แล้วหนูเข้ามาเป็นสะใภ้กลุ่มนี้ทีหลัง ทำไมมันดูเหมือนไม่มีใครแคร์บี ซึ่งเป็นแฟนปัจจุบันอยู่ มันไม่แคร์บีกันสักนิด แม้กระทั่งตัวแฟนบีเอง ไอ้การขอชิมน้ำแก้วนั้นเนี่ย โทษนะมึงทำได้ยังไงวะ พี่ว่าคนปกติ ที่รู้ว่าสถานการณ์ตอนนั้นมันตึงขนาดไหน นั่งยังห่างเลยหัวโต๊ะท้ายโต๊ะ มึงขอน้ำชิม ถ้ามึงอยากกินมาก ‘โทษนะครับเดี๋ยวขอแบบนี้อีกแก้วนึง’ จบ ตอนนี้ผมกำลังแบ่งแยก ไอ้มิสเตอร์ คนพวกนี้นะ หนึ่งนะ ก็คือมิสเตอร์ดีแสนดี มิสเตอร์งี่เง้า มิสเตอร์สมองทึบ ที่แบบ ไม่ได้คิดอะไรเลย ทุกคนก็คือเพื่อนกันหมด จะแฟนเก่าไรก็เพื่อนกัน แล้วก็ทำอะไรที่ทะเล่อทะล่า ไอ้นี่ก็จะมีพวกนี้ กับแบบที่สอง มิสเตอร์เลวแสนเลว มิสเตอร์หวังเลย อันนี้ก็คือจะรีเทิร์นไหม จะรออยู่ไหม หรือจะแค่กินกันขำๆ คือไปดูเอาเองว่าแฟนบีเป็นแบบไหน แต่พี่บอกเลยว่าน่ารำคาญทั้งคู่ พี่จะไม่อยู่ในความสัมพันธ์แบบนี้ทั้งคู่ ไอ้ดีแสนดีนี่ก็น่ารำคาญ แล้วถ้ากลับมาถามอีกที พี่เลิกเลย ไม่ต้องมีคำตอบแล้วว่าจะไปไม่ไปทริป มึงไปเลยค่ะ แล้วเราจบกันตั้งแต่วันนี้แหละเรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

album
♪efm
-

-