แมวเพิ่งเสีย แฟนที่คบมา 13 ปีนอกใจ กดดันจากงานใหม่ ในช่วงชีวิตที่ปัญหารุมเร้า ควรรับมืออย่างไรดีคะ?

พุธทอล์ค พุธโทร RECAP

แมวเพิ่งเสีย แฟนที่คบมา 13 ปีนอกใจ กดดันจากงานใหม่ ในช่วงชีวิตที่ปัญหารุมเร้า ควรรับมืออย่างไรดีคะ?

25 ก.ค. 2026

แมวเพิ่งเสีย

แฟนที่คบมา 13 ปีนอกใจ

กดดันจากงานใหม่

ในช่วงชีวิตที่ปัญหารุมเร้า ควรรับมืออย่างไรดีคะ? 

       ‘คุณเหนือ (นามสมมุติ)’ สายที่ 1 ในรายการ พุธทอล์คพุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (22 กรกฎาคม 2569) ได้โทรมาปรึกษา 'ดีเจต้นหอม - ดีเจเติ้ล - ดีเจเกรท และ หมอท้อป - นพ.อภิชาติ จริยาวิลาศ จิตแพทย์ Me Center clinic' เกี่ยวกับช่วงชีวิตหนึ่งที่ต้องเจอกับเรื่องแย่ ๆ ติดกัน

       ‘คุณเหนือ (นามสมมุติ)’ อายุ 34 ปี ได้ตั้งคำถามว่าในช่วงชีวิตหนึ่งที่หลาย ๆ อย่างพังจะรับมืออย่างไร โดยเริ่มต้นที่เหตุการณ์แรก เธอได้สูญเสียแมวซึ่งเป็นที่รักไป ภาพน้องแมวในความทรงจำยังคงทำให้คุณเหนือคิดถึงเขาอยู่ตลอด และคิดในใจว่าตัวเองดูแลเขาไม่ดี ทำให้เธอร้องไห้บ่อยมาก อาจารย์แพทย์ด้านมะเร็งบอกว่าแมวของคุณเหนือเป็นเคสหายาก น้องไม่ได้จากไปด้วยอายุไข และในปัจจุบันน้องได้เป็นอาจารย์ใหญ่ให้แพทย์ทำวิจัยต่อด้วย

       เหตุการณ์ถัดมาคือ แฟนที่คุณเหนือคบมา 13 ปี นอกใจไปมีความสัมพันธ์กับเพื่อนร่วมงาน ซึ่งเรื่องมันเกิดขึ้นติดกัน ในช่วงที่คุณเหนือเสียน้องแมวไปก็ยังคงมีเขาอยู่ข้าง ๆ แต่เมื่อเวลาผ่านไปเพียงไม่ถึงเดือนก็ได้ทราบเหตุการณ์ที่สองนี้ โดยคุณเหนือเป็นคนจับได้ ประกอบกับหลาย ๆ อย่าง ปัจจุบันทั้งสองได้เลิกกันขาดไม่ติดต่อกันเลย แต่คุณเหนือยังคงฝังใจกับเรื่องราวที่เกิดขึ้น เป็นเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิด เพราะกับแฟนคนนี้มีแพลนที่จะพัฒนาไปเป็นคู่แต่งงาน ในความสัมพันธ์นี้คุณเหนือรู้สึกว่ามันเลยจุดที่จะคิดว่าเขาจะนอกใจได้

       ในระหว่างนั้นเองก่อนที่จะจับได้ ทั้งสองได้ตกลงกันว่าจะลองย้ายมาอยู่ด้วยกัน ซึ่งอยู่คนละแห่งกับบ้านที่คุณเหนืออยู่กับครอบครัว รวมถึงคุณเหนือจะออกจากที่ทำงานเดิม และย้ายมาทำงานใกล้แฟนแทน เพื่อที่ทั้งคู่จะได้มีเวลาให้กันมากขึ้น เรียกได้ว่าเตรียมพร้อมเพื่อสร้างครอบครัวกันแล้ว พอย้ายทุกอย่างมาแล้วเธอรู้สึกเคว้งไปหมด เพราะหลังจากลาออกมาคุณเหนือต้องไปเริ่มงานใหม่ ต้องรับมือกับความกดดันจากงานใหม่ เหตุการณ์ทั้งหมดทำให้เธอต้องรับมือ แต่เธอกลับไม่รู้ว่าต้องรับมืออย่างไร ปัจจุบันนี้คุณเหนือพยายามที่จะโฟกัสงานใหม่ แต่พอเจอโพรเจกต์ใหญ่ที่มีความกดดันก็ทำให้เธอเหมือนกับหายใจไม่ออก เธอยังรู้สึกรับมือไม่ไหวและกำลังจะลาออกด้วยทั้งสาเหตุจากตัวงาน และความรู้สึกในใจของคุณเหนือเองที่ยังไม่พร้อม จากเมื่อก่อนที่เคยเป็นคนบ้างาน ชอบงานที่ท้าทาย พอเจอเหตุการณ์ไม่ดีมาเธอกลับกลัวว่าจะเกิดเรื่องที่ไม่ดีขึ้นอีก ทุก ๆ วันนี้คุณเหนือยังมีค่ำคืนคืนที่นอนร้องไห้ หรือสะดุ้งตื่นขึ้นมา

       โดยเหตุการณ์ที่น้องแมวเสียเกิดขึ้นเมื่อประมาณเดือนตุลาคม-พฤศจิกายน และจับได้ว่าแฟนนอกใจช่วงปลายเดือนธันวาคม และในเดือนมกราคมเธอก็ต้องเริ่มงานใหม่แล้ว ซึ่งเหตุการณ์ทุกอย่างเกิดขึ้นติด ๆ กัน ด้วยเวลาที่ยังผ่านไปไม่นาน ทำให้เรื่องราวที่เกิดขึ้นยังคงกระทบความรู้สึกของเธออยู่ 

       คุณเหนือมีเพื่อนคนหนึ่งที่สามารถปรึกษาได้ทุกอย่าง และทราบทุกเรื่องราวที่เธอเจอ เพื่อนคนนี้จะบอกกับคุณเหนือเสมอว่า สามารถไปนอนกับเขาได้ พูดคุยกับเขาได้ ในช่วงที่เธอไม่อยากให้ที่บ้านเป็นห่วงก็จะไปนอนกับเพื่อนคนนี้ คุณเหนือพูดเสริมว่าเธอไม่สามารถนอนที่บ้านได้เลยเพราะทุก ๆ เหตุการณ์มักเกิดขึ้นที่บ้านอยู่ตลอด รวมถึงคุณเหนือตัดสินใจว่าจะเบรกจากงานและพยายามฮีลตัวเอง ในระหว่างนั้นเธอไม่อยากอยู่เฉย ๆ จึงตั้งใจจะรับงานฟรีแลนซ์ไปก่อน

       คุณเหนือต้องกำลังใจและคำปรึกษาจากดีเจว่าจะต้องทำอย่างไรให้เธอสามารถมูฟออนจากเรื่องราวทั้งหมดได้

       หลังจากฟังเรื่องราวทั้งหมดดีเจได้เริ่มให้คำแนะนำโดยเริ่มจาก ‘ดีเจเติ้ล’ กล่าวว่า "จากที่คุณเหนือได้พูดเรื่องอาการของน้องแมว คุณหมอใช้คำว่า Rare case พี่มั่นใจว่าเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นยาก เพราะฉะนั้นต้องพยายามบอกตัวเองว่ามันไม่ได้เกี่ยวกับคุณเหนือ ไม่ใช่คุณเหนือดูแลเขาไม่ดี โรคเหล่านี้เหนือการควบคุม ไม่อยากให้โทษตัวเองคุณเหนือทำดีที่สุดแล้วก่อนที่น้องจะจากไป

       และเรื่องแฟน พี่เข้าใจว่าคบกันมา 13 ปี ความสัมพันธ์ก็กำลังจะพัฒนาไปแต่งงาน ในมุมหนึ่งมันโหดร้ายมากแต่ในอีกมุมหากจะมองเรื่องนี้ให้มีกำลังใจคือ โคตรโชคดีที่ได้รับรู้เรื่องนี้ก่อนจะแต่งงานกัน เพราะถ้าแต่งงานกันไปแล้วคงไม่คิดจะว่าจะต้องเลิก และคุณเหนือจะเจ็บปวดมากกว่านี้

       สุดท้ายสำหรับพี่ เวลาเกิดเรื่องร้ายขึ้นจะคิดเอาไว้ว่า เมื่อชีวิตลงไปถึงจุดที่แย่ที่สุดแล้วทุกอย่างจะค่อย ๆ ดีขึ้น เพียงแค่ต้องอดทนอยู่กับมันให้ได้จนกว่าจะถึงช่วงเวลาที่ชีวิตดีขึ้น ในระหว่างนั้นคุณเหนืออาจเจอกับผู้ชายคนใหม่ที่ดีกว่า 13 ปีนั้นก็ได้

       ในส่วนที่คุณเหนือกำลังปวดหัวกับเรื่องงาน หากยังมีเงินที่จะดูแลตัวเองได้ ก็เห็นด้วยที่จะพักเรื่องานไว้ก่อน และหลังจากนี้อาจเป็นประตูบานใหม่ที่ทำให้คุณเหนือเจออะไรดี ๆ อีกมากมาย พี่เชื่อมาเสมอว่าหากสิ่งไหนที่เกิดขึ้นกับเราแล้ว มันมักจะพาเราไปสู่สิ่งใหม่ที่ดีกว่าในชีวิตเราเสมอ เพียงแค่ต้องอยู่ ทน และไปต่อให้ได้ สิ่งที่ดีกำลังจะรอคุณเหนืออยู่"

       ถัดมาที่ ‘ดีเจต้นหอม’ กล่าวว่า "ชีวิตของเราไม่จากเป็นก็จากตาย มีเพียงสองอย่าง ในวันที่ใครจากตายไปจะเป็นสถานการณ์ที่ยากลำบาก แต่ทุกคนที่ยังอยู่จะต้องผ่านมันไปให้ได้ ในเรื่องของน้องแมว พี่อยากให้คุณเหนือมองในมุมที่ดีว่า เขาโชคดีมากที่การจากไปของเขาเป็นประโยชน์ต่อน้องแมวตัวอื่น ๆ อย่างไรก็ต้องมีวันที่จากกัน แต่ในการจากลาครั้งนี้น้องแมวที่เรารักและดูแลมาเขาอาจจะสามารถต่อชีวิตให้กับน้องแมวตัวอื่น ๆ ได้อีก คุณเหนือไม่ต้องรู้สึกผิดเพราะมันเป็นสิ่งที่เราไม่สามารถควบคุมได้ ทำได้เพียงหวังว่าหากชาติหน้ามีจริงให้เราได้เกิดมาเจอกันอีก เก็บความทรงจำ ความน่ารักของเขาไว้ในใจเรา

       ในส่วนของผู้ชาย 13 ปี สิ่งเดียวที่โชคร้ายในเรื่องนี้คือคุณเหนือย้ายงานเพื่อคนที่ไม่สมควรได้รับ ความโชคดีคือคุณเหนือมีเงินลาออกจากที่นี่ได้ แล้วไปใช้ชีวิตอยากเที่ยว หรืออยากกลับไปทำงานที่เก่าก็ทำได้ทั้งสิ้น สามารถออกแบบชีวิตได้ด้วยตนเอง เพราะคุณเหนือเอาสิ่งไม่ดีออกจากชีวิตไปแล้วและสิ่งที่ดีกำลังจะเกิดขึ้นไม่มีอะไรแย่กว่าผู้ชายนอกใจแล้ว"

       ถัดมาที่ ‘ดีเจเกรท’ กล่าวว่า "เข้าใจเรื่องน้องแมวมาก ๆ ส่วนตัวพี่เองในวันที่น้องแมวยังอยู่ เวลามองหน้าน้องก็คิดว่าจะเจอแมวที่น่ารักขนาดนี้ได้อีกไหมนะ เพราะรู้ว่าสุดท้ายคงต้องจากกันในสักวัน และเมื่อวันนั้นมาถึงต่อให้จะเตรียมใจไว้เพียงไหนก็ทำใจไม่ได้อยู่ดี  

       เมื่อเกิดความทุกข์หลาย ๆ อย่างซ้อนกัน พี่มองว่า เวลาจะช่วยเยียวยาเรา และอีกคำหนึ่งคือ ยอมรับในสิ่งที่เกิดขึ้น เมื่อที่มีความทุกข์แล้วเรามัวถามกับตัวเองว่า “เมื่อไหร่จะหาย” ซ้ำไปมา มันจะยิ่งทำให้เราทุกข์มากขึ้น แต่ถ้าเมื่อไหร่ที่เรายอมรับว่า เรากำลังเสียใจกับเรื่องนั้นอยู่ พี่มองว่าความรู้สึกเสียใจนั้นจะค่อย ๆ เบาบางลง สุดท้ายอยากให้คุณเหนือหาอะไรก็ตามที่มีความสุข และได้พัฒนาตัวเอง เพราะเมื่อคุณเหนือเริ่มเห็นคุณค่าในตัวเองเพิ่มขึ้นที่ละนิด  ความเศร้าจะค่อย ๆ จางหายไปโดยอัตโนมัติ"

       ปิดท้ายที่ ‘หมอท้อป’ กล่าวว่า "มีคนมาปรึกษาในลักษณะเดียวกับคุณเหนือเยอะ จังหวะชีวิตเราไม่สามารถทำนายได้ เวลาเรื่องแย่ ๆ เข้ามาในชีวิตเยอะ ๆ ให้บอกกับตัวเองไว้ว่า มันเป็นความรู้สึกคนปกติไม่ได้ผิดอะไร เวลาเจอเรื่องแย่ ๆ ติดกันเรายังไม่ทันเสียใจกับเรื่องแรกเสร็จ ยังไม่มีเวลาทำใจ เรื่องถัดไปก็เข้ามาแล้ว อย่างในกรณีของคุณเหนือเรื่องแย่ ๆ มาเดือนชนเดือนเลย ดังนั้นสิ่งที่สำคัญคือหากมีเวลาต้องค่อย ๆ ปล่อยให้ตัวเองได้เสียใจไปทีละเรื่อง ยิ่งหากเป็นคนเข้มแข็งจะเจอปัญหาเหล่านี้เยอะ เพราะคิดว่าตัวเองไหว ยังไหวเสมอ และเพิกเฉยต่ออารมณ์ตัวเอง ความเครียดก็จะถูกสะสมไปเรื่อย ๆ

       ในเรื่องแมว หมอมองว่าต่อให้จะไม่ใช่เคสที่หายาก แต่เป็นเคสหาง่ายทั่วไป และดูแลดีมาก ๆ ก็ยังจากไปได้ จึงไม่อยากให้คุณเหนือรู้สึกผิดเลย เพราะไม่ใช่ความผิดของคุณเหนือ อาจเป็นเรื่องธรรมชาติ ยิ่งโรคยาก ๆ เป็นไปได้ยากที่เจ้าของหรือคนในครอบครัวจะรู้ และในกรณีนี้น้องแมวถึงกับกลายเป็น Case Study นั่นแปลว่าเป็นเคสยากจริง ๆ หมอจะพูดกับทุกคนอยู่เสมอว่า การสูญเสียสัตว์เลี้ยงไปเท่ากับการสูญเสียคนไปหนึ่งคน หรืออาจจะมากกว่าเสียคนหนึ่งคนก็ได้ เพราะกับสัตว์เลี้ยงเรามีความผูกพันธ์เยอะ และเขาอาจจะดีกว่าใครบางคนในชีวิตเรา ให้เวลากับตัวเอง ทำบุญให้น้อง ดูแลตัวเอง อะไรก็ก็ตามที่คิดว่าทำแล้วเป็นสิ่งดีสามารถทำได้เลยเพื่อให้ตัวเองก้าวผ่านเรื่องราวนี้ไปได้

       และในเรื่องของแฟน จากที่คุณเหนือเลือกพูดถึง 13 ปีก่อน แปลว่าคุณเหนืออาจเสียดายเวลาที่ผ่านไป แต่คุณหมอมองว่ายังดีกว่าการเป็น 23 ปี หรือ 33 ปี ให้บอกตัวเองว่าเป็นเรื่องดีแล้วที่จบตั้งแต่ตอนนี้ คุณหมอเชื่อว่าสักวันหนึ่งคุณเหนืออาจโทรมาบอกว่าได้เจอคนใหม่ที่ทำให้มีความสุขมากก็ได้

       และเรื่องงานหากยังไม่อยากจะลาออก ลองลาหยุดก่อน ให้เวลาตัวเองเสียใจ และลองย้อนมองดูว่าเรายังโอเคกับงานนี้อยู่ไหม ในวันที่เราหายเสียใจแล้ว ถ้างานนี้ยังโอเคก็ทำต่อ แต่ถ้าดูแล้วงานนี้ไม่ใช่ก็ไปทำงานอื่น"

เรื่องราวจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทาง

มีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATION

รับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 20.00 –23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

related พุธทอล์ค พุธโทร RECAP

หนูไปตรวจซีสที่รังไข่มา หมอบอกว่าเลือดของหนูมีเชื้อ HIV หนูตกใจมาก หมอบอกว่าเชื้อน่าอยู่มาประมาณ 1-2 ปีแล้ว แสดงว่าหนูน่าจะติดมาจากแฟนเก่า เพราะเพิ่งคบแฟนมาไม่ถึงปี กะว่าจะเอาเรื่องนี้ไปบอกแฟน แต่พีคกว่า...

11 ก.ค. 2025

หนูไปตรวจซีสที่รังไข่มา หมอบอกว่าเลือดของหนูมีเชื้อ HIV หนูตกใจมาก หมอบอกว่าเชื้อน่าอยู่มาประมาณ 1-2 ปีแล้ว แสดงว่าหนูน่าจะติดมาจากแฟนเก่า เพราะเพิ่งคบแฟนมาไม่ถึงปี กะว่าจะเอาเรื่องนี้ไปบอกแฟน แต่พีคกว่า...

หนูไปตรวจซีสที่รังไข่มา หมอบอกว่าเลือดของหนูมีเชื้อ HIV หนูตกใจมากหมอบอกว่าเชื้อน่าอยู่มาประมาณ 1-2 ปีแล้ว แสดงว่าหนูน่าจะติดมาจากแฟนเก่าเพราะเพิ่งคบแฟนมาไม่ถึงปี กะว่าจะเอาเรื่องนี้ไปบอกแฟน แต่พีคกว่า หนูเพิ่งรู้ว่าแฟนที่คบอยู่มีคนที่เขาคบมาอยู่แล้ว 6-7 ปี เราเลยกลายเป็นคนที่มาทีหลัง ตอนนี้ไม่รู้จะเริ่มจากตรงไหนดีมันช็อคไปทุกเรื่อง จะบอกแฟนดีไหมว่าเรามีเชื้อ HIV หรือเราต้องจัดการแฟนเรื่องที่โกหกเราเรื่องผู้หญิงคนนั้นก่อน สับสนไปหมดทุกอย่างเลย... “คุณจี (นามสมมติ)” อายุ 28 ปี สายแรกในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา [9 ก.ค 68] ได้โทรเข้ามาปรึกษา “ดีเจต้นหอม - ดีเจเติ้ล - ดีเจเสนาหอย” เกี่ยวกับปัญหาตรวจเจอว่าตัวเองติดเชื้อ HIV แต่ดันไปจับได้ว่าแฟนที่คบอยู่ เขามีแฟนอยู่แล้ว โดย “คุณจี (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘ช่วงเดือนที่แล้วหนูได้รับการผ่าตัด เพราะว่ามีอาการไข้ต่ำ ๆ ไม่ยอมหาย ฉีดยาก็ไม่หาย และน้ำหนักลดเร็วมาก หลังจากนั้นเลยได้ตรวจเลือด ซึ่งผลเลือดของหนูได้ออกมาและพบว่าตัวหนูมีเชื้อ HIV อยู่ จริง ๆ หนูเคยตรวจไปรอบนึงแล้ว แต่ว่าผลออกมาเป็นปกติ จึงได้เข้ารับการผ่าตัด และได้ทำการเจาะเลือดอีกรอบเพื่อนำไปตรวจเชิงลึกอีกหนึ่งครั้ง ก่อนหน้านี้หนูมีแฟนแต่ว่าได้เลิกรากันไปประมาณสองปีแล้ว และได้มามีแฟนใหม่ในช่วงเดือนมกราคม และในเรื่องการติดเชื้อนี้หนูยังไม่ได้นำไปบอกเขา ซึ่งตอนนี้หนูยังไม่ได้คุยกับใครสักคน เก็บไว้คนเดียวเลยตอนนี้ และที่ผ่านมาไม่เคยไปตรวจโรคนี้เลย เพิ่งจะมาตรวจครั้งนี้ครั้งแรก ตอนแรกหนูคิดว่าตัวเองจะมาติดกับคนปัจจุบันนี้ แต่พอได้ไปพบหมอเมื่อ 2-3วันที่ผ่านมา หนูเลยถามหมอไปว่า “บอกได้ไหมคะ ว่าหนูมีเชื้อมานานแค่ไหน มันพอจะบอกได้ไหม” หมอเขาก็ดูอาการ ดูค่าเลือดของเรา ซึ่งมันจะสามารถดูได้ว่าค่ำต่ำประมาณนี้คือเราติดมานานแค่ไหนแล้ว หากต่ำไม่เยอะ แสดงว่าเราพึ่งติด จนหมอได้นำผลมาบอกกับเราว่า “น่าจะประมาณ 1-2 ปีแล้ว” หนูเลยคิดว่าอาจจะติดมาจากคนเก่า เพราะมันเป็นคาบเกี่ยวที่หนูเลิกกับคนเก่าพอดี ซึ่งหนูไม่แน่ใจว่ากับคนเก่ามีพฤติกรรมสุ่มเสี่ยงไหม แต่ถ้าถามเรื่องป้องกัน หนูยอมรับว่ามีบ้าง ไม่มีบ้าง เพราะตอนนั้นเหมือนจะใช้ชีวิตอยู่ด้วยกัน มีคุยเรื่องแต่งงาน ที่บ้านเขารับรู้ทั้งหมด แต่ก็ดันมามีปัญหาจนเลิกกันก่อน และเลิกกันมาเกือบ 2 ปีแล้ว ส่วนคนปัจจุบันก็มีป้องกันบ้างบางครั้ง เพราะส่วนมากหนูจะทานยาคุม ช่วงที่ตรวจเจอหนูยังคงพักฟื้นอยู่ที่โรงพยาบาล เหมือนพอเรารู้เรื่องเลยทำให้ตัวเองเครียด ไม่ติดต่อใครเลย รวมถึงเขาด้วย จนกระทั่งออกจากโรงพยาบาลมาพักฟื้นก็ทำให้ได้กลับมาเจอกัน แต่พอกลับมาเจอกัน ดันไปจับได้ว่าเขามีแฟนอยู่แล้ว แค่เขากับแฟนเขาคนนั้นอยู่กันคนละที่ แต่หนูกับเขาทำงานที่เดียวกัน ซึ่งหนูคิดว่าเขาน่าจะนอกใจแฟนมาคบกับหนู และหนูเป็นคนที่มาทีหลังเพราะว่าเขาบอกกับหนูว่าเขาคบกันมาประมาณ 6-7 ปีแล้ว เขารับทราบแล้วด้วยว่าหนูรู้เรื่องนี้ จริง ๆ ที่ผ่านมามันไม่มีกลิ่นเรื่องนี้เลย พอได้รู้ ถ้าถามว่าหนูรับได้ไหม เอาจริง ๆ หนูรับไม่ได้ มันช็อคเหมือนกัน แล้วยิ่งมาช็อคเรื่องเชื้อ HIV อีก และหลังจากที่จับได้ ทำให้หนูยังไม่ได้คุยอะไรกันสักเรื่องเลย เรื่องที่หนูจะบอกก็ยังไม่ได้บอก เรื่องเขาตัวเขาเองก็ยังไม่รู้ว่าจะเอายังไง คือตอนนี้ยังไม่ติดต่อกันเลย ต่างคนต่างเงียบ หนูเลยอยากมาปรึกษาดีเจทั้งสามคนว่า หนูไม่รู้จะไปต่อเรื่องไหนก่อนดี รู้สึกตันไปหมดเลยตอนนี้ แล้วไหน ๆ หนูก็จับได้แล้วว่าเขามีแฟนอยู่แล้ว หนูควรจะบอกเรื่องเชื้อ HIV ไปเลยดีไหม หรือหนูควรจะออกมาเงียบ ๆ ไม่บอก ไม่อะไรไปเลย แต่หนูเองมีแอบคิดในใจว่าถ้าเขาไม่มีแฟนอยู่ แล้วคบกันแค่สองคนกับหนู หากเขารู้เรื่องนี้ เขาจะรับได้ไหม’ ซึ่ง ดีเจทั้งสามคน (ดีเจต้นหอม – ดีเจเติ้ล - ดีเจเสนาหอย) ให้คำปรึกษาไปในทิศทางเดียวกันว่า ‘ไม่ต้องคิดอะไรที่เราไม่รู้คำตอบ เราไม่มีทางหาคำตอบนั้นได้ เพราะมันไม่ได้ขึ้นจริง อยู่กับสถานการณ์ปัจจุบันว่าตอนนี้เขานอกใจ คือตอนนี้คุณจีมีหลายเรื่อง ฉะนั้นทุกอย่างมันจะมาปะมาปนกันหมดเลย ทำให้มันแคบที่สุด หนึ่งคือฉันจะทำสิ่งนี้ สองฉันจะทำอันนี้ เพื่อให้จีอยู่ในแกนที่ไม่ฟุ้งซ่าน ที่สำคัญสุดคือสุขภาพและสภาพจิตใจของคุณจี’ โดย “ดีเจเติ้ล” ได้ให้คำปรึกษาเพิ่มเติมว่า ‘อย่างแรกเคลียร์เรื่องนอกใจก่อน แล้วอันดับสองจึงมาคุยเรื่องเชื้อ HIV กัน สำหรับพี่ไม่ว่าคำตอบของเรื่องนอกใจจะเป็นยังไง แต่สุดท้ายเป็นพี่ พี่เลือกที่จะคุยกับเขา อยู่ดี เพราะพี่รู้สึกว่าเรื่องนี้มันจะส่งผลต่อชีวิตเขาและไปต่อถึงภรรยา ถึงลูกของเขาที่ไม่รู้เรื่องอะไรทั้งสิ้นเลย แน่นอนคุณจีไม่ได้ตั้งใจให้เรื่องนี้เกิดขึ้น มันเป็นอุบัติเหตุ และก็ไม่รู้ว่ามันมาจากแฟนเก่าหรือแฟนคนนี้ แต่ว่าไม่ว่ายังไงตอนนี้คุณจีมีเชื้อนี้อยู่แล้วในตัว แล้วเชื้อนี้มันสามารถส่งผ่านกันได้เลย พี่ว่ามันควรต้องบอกกันในฐานะคนรัก หรือไม่ใช่คนที่รักกันแล้ว แต่เป็นในฐานะคนที่เคยรักกันก็ได้ คุณจีบอกเพื่อที่ต้องการจะควบคุมความเสียหายที่มันจะเกิดขึ้นต่อไปถ้าเขาไม่รู้ พูดเพื่อป้องกันความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคต ส่วนแฟนคนเก่า ไม่ต้องพูดอะไร จัดการเรื่องแฟนคนปัจจุบันให้ชัดเจน’ ต่อมา “ดีเจต้นหอม” ได้ให้คำปรึกษาเพิ่มเติมอีกว่า ‘ไม่ต้องตกใจกับ HIV เพราะโรคมะเร็งน่าตกใจที่สุดแล้วตอนนี้หรือกับเชื้อไวรัสอื่น ๆ HIV สามารถกินยาได้ มียารักษาแล้ว มันสามารถใช้ชีวิตได้ปกติ แค่เราต้องรู้จักป้องกันและระวังให้คนอื่นด้วย พี่แนะนำอย่างนี้ โอเคเรื่องนอกใจให้ไปเคลียร์กัน ส่วนเรื่องผู้ชายให้ลองอย่างเชิงว่าเธอก่อนจากกันหน่ะ ไปตรวจเลือดให้หน่อยได้ไหม เพราะบางทีเขาอาจไม่ติด มันเป็นไปได้ที่เขาจะมีโอกาสไม่ติดก็ได้ และเพื่อไม่ให้ความลับของเรามันรั่วไหล กรณีที่เขาไม่ติดก็ไม่เป็นไร ไม่ต้องให้เขารู้เรื่องของเราว่าติดหรือไม่ติด แค่บอกเพื่อความสบายใจก่อนแยกกัน ทำให้หน่อยได้ไหม ถ้าที่ผ่านมาเคยทำผิดต่อกัน ขอครั้งนี้ได้ไหม และถ้าเกิดเขาไปตรวจแล้วพบเชื้อ HIV เขาจะกลับมาพูดคุยกับเรา อย่างน้อยทั้งสองคนจะได้ช่วยกันในการรักษาตัว มีที่พึ่ง ที่คุย ที่ปรึกษาซึ่งกันและกัน และมันจะเป็นการป้องกันผู้หญิงอีกคนนึงด้วยเพราะพี่รู้สึกว่าถ้าผู้หญิงอีกคนนึงต้องติดเชื้ออีก โคตรน่าสงสารเพราะเขาไม่รู้เรื่องเลย แถมติดมาจากการที่แฟนนอกใจอีก จริง ๆ คุณจีไม่ผิดนะ แต่ในสามคนนี้ผู้หญิงคนนั้นจะเป็นคนที่เจ็บที่สุดเลย’ สุดท้าย “ดีเจเสนาหอย” ได้ให้คำปรึกษาเพิ่มเติมอีกว่า ‘ในตรงนี้ผมมองว่าเป็นเรื่องของมนุษยธรรมแล้วกัน มันไม่มีใครผิดใครถูกเพราะเราก็ไม่รู้ อีกคนอาจจะคบซ้อนหรืออะไร แต่ที่สำคัญตอนนี้คือผมว่าเป็นเรื่องสุขภาพ ถ้าเป็นพี่พี่ก็ยังอยากให้คุยกับคนแรกด้วยถ้าสมมติยังสามารถติดต่อได้ คือเราต้องบอกความจริงกับเขา เพราะระยะห่างมันดูใกล้เคียงเหมือนกัน แต่ถ้าติดต่อไม่ได้ไม่เป็นไร ส่วนอีกคนนึงก็พูดกันไปตามตรงเหมือนที่พี่หอมบอกว่าให้ตรวจเถอะ เพราะเราได้รับเชื้อมา แล้วในส่วนของเรื่องแฟนคบซ้อนก็ให้แยกไปเลย แต่ควรจะคุยกันในเรื่องนี้ให้ชัวร์ว่า โอเค เราจะจากกันด้วยดี’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

หนูทำงานเป็น Customer Service หัวหน้ามอบหมายให้ดูแลลูกค้าคนสำคัญ VIP รายใหญ่ของบริษัท แต่กลายเป็นว่าลูกค้าคนนี้ มีปัญหา และ ต้องการคุยทุกวัน วันละ 1-2 ชั่วโมง จนหนูแทบไม่มีเวลาดูแลลูกค้าคนอื่นเลย ลูกค้า VIP รายนี้ เอาแต่ใจ ไม่ได้อะไรดั่งใจ ด่ากราด

23 พ.ค. 2025

หนูทำงานเป็น Customer Service หัวหน้ามอบหมายให้ดูแลลูกค้าคนสำคัญ VIP รายใหญ่ของบริษัท แต่กลายเป็นว่าลูกค้าคนนี้ มีปัญหา และ ต้องการคุยทุกวัน วันละ 1-2 ชั่วโมง จนหนูแทบไม่มีเวลาดูแลลูกค้าคนอื่นเลย ลูกค้า VIP รายนี้ เอาแต่ใจ ไม่ได้อะไรดั่งใจ ด่ากราด

หนูทำงานเป็น Customer Service หัวหน้ามอบหมายให้ดูแลลูกค้าคนสำคัญ VIP รายใหญ่ของบริษัทแต่กลายเป็นว่าลูกค้าคนนี้ มีปัญหา และ ต้องการคุยทุกวัน วันละ 1-2 ชั่วโมง จนหนูแทบไม่มีเวลาดูแลลูกค้าคนอื่นเลยลูกค้า VIP รายนี้ เอาแต่ใจ ไม่ได้อะไรดั่งใจ ด่ากราด คำหยาบใส่แบบเสียๆหายๆ วันไหนหนูลาป่วย ไม่สบายลูกค้ารายนี้ก็โทรมาต่อว่าว่าทำไมไม่ทำงาน เรื่องนี้รายงานหัวหน้าแล้วก็ยังเฉย ให้เราดูแลเขาต่อเพราะเราทำมานานแล้วตอนนี้เครียดมากๆ แต่ต้องเก็บอาการเวลาทำงานอย่างเดียว “คุณกบ (นามสมมติ)” อายุ 28 ปี สายที่ 2 ของรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา [21 พ.ค. 68] เกี่ยวกับปัญหาเรื่องการรับมือกับพฤติกรรม Toxic ของลูกค้ารายใหญ่ จึงโทรเข้ามาปรึกษา “ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจอ้อย” โดย “คุณกบ (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘หนูทำอาชีพ Customer Service มา 2 ปี ดูแลลูกค้ารายใหญ่ที่มีเม็ดเงินสูงของบริษัท ตอนนี้หนูรับมือกับพฤติกรรมของเขาไม่ไหวแล้ว ลูกค้าท่านนี้ค่อนข้างสูงอายุ จึงรับมือกับอารมณ์ได้ยาก ชอบเอาแต่ใจ รบกวนเวลา ถ้าวันไหนที่ต้องดูแลลูกค้าท่านนี้ หนูจะไม่ได้ทำอย่างอื่นเลย หนูมีการแจ้งหัวหน้ามาโดยตลอด แจ้งถี่มาก หนูก็บอกหัวหน้าไปว่า ลูกค้ากดดันหนู หัวหน้าจะช่วยอะไรได้บ้าง แต่หัวหน้าก็กดดันหนูกลับอีกที บอกว่า ทำอย่างไรก็ได้ให้ลูกค้าโอเคกับข้อเสนอ โดยที่เราไม่ได้ให้เขาทุกอย่างที่เขาอยากได้ หนูต้องรักษาลูกค้าคนนี้ไว้ สนใจแค่ยอดอย่างเดียว แล้วหัวหน้าก็ย้ำอย่างเดียวว่า ทำยังไงก็ได้ให้ลูกค้าพอใจ! งานนี้มีแค่หนูคนเดียวเท่านั้นที่ต้องรับมือและดีลกับลูกค้าทุกคนก่อนกระจายงานให้กับทีม หนูก็เลยโดนหัวหน้าด่าอยู่บ่อย ๆ ตอนนี้มีลูกค้ารายใหญ่ 5 ราย แต่ท่านนี้พอรวมยอดสะสมแล้วมากกว่าท่านอื่น ๆ เลยต้องดูแลเป็นพิเศษ เหตุการณ์ที่รู้สึกไม่สมเหตุสมผลของลูกค้าคนนี้ เช่น บางอย่างเขาคิดว่ามันง่ายสำหรับเรา แต่จริง ๆ มันไม่ง่าย หนูพยายามอธิบายดี ๆ เขาก็ไม่รับฟัง แถมอุทานคำหยาบใส่หนูอีก มีครั้งหนึ่งหนูแอดมิท และเขาต้องการใช้บริการตอนนั้น เขาก็พูดใส่หนูว่า โกหกหรือเปล่าเนี่ย อายุน้อยแค่นี้ป่วยเลยหรอ หนูเลยอยากถามพี่ๆดีเจสองข้อคือ 1. หนูอยากได้คำแนะนำว่าจะรับมือกับลูกค้าอย่างไรดี? 2. มีวิธีไหนที่หนูสามารถคุยกับหัวหน้าได้บ้าง? เพราะเพิ่งเลิกงานและโดนดุมาเหมือนกัน’ ซึ่ง “ดีเจทั้งสามคน” (ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจอ้อย) ได้ให้คำปรึกษาตรงกันว่า ‘คนทำอาชีพนี้ต้องเป็นคนที่เกิดมาเพื่อรองรับอารมณ์จากทุกฝ่าย ทั้งลูกค้าและฝั่งของเรา หากมีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งแย่ คนที่รองรับก็ต้องแย่ เพราะฉะนั้นถ้าเรารับมาก็ต้องถ่ายออก ต้องรู้วิธีกำจัดความเครียด คิดแค่เรื่องงานจริง ๆ เราคงเปลี่ยนนิสัยลูกค้าไม่ได้ แต่เราสามารถพูดคุยและต่อรองกับหัวหน้าในสิ่งที่เราพึงจะได้รับได้ เช่น ขอขึ้นเงินเดือนและได้รับค่าคอมมิชชั่นที่มากขึ้น หรือเจรจาว่า ถ้าต้องการให้เราอยู่ต่อ จะต้องส่งคนมาซัพพอร์ตในส่วนนี้เพิ่ม เพราะจากประสบการณ์การทำงานที่สูงของเราแล้ว มีสิทธิ์ที่จะต่อรองได้สูงมาก เพราะถ้าบริษัทขาดเราไป บริษัทก็เสียหายมากเช่นกัน’ ปิดท้ายด้วย “ดีเจอ้อย” บอกว่า ‘ถ้าสุดท้ายแล้ว ยังเหลือเราที่ต้องทำงานคนเดียวก็พอเลย เราต้องโอบกอดตัวเองบ้าง การทำงานทุกอย่างในโลกนี้ ถ้าเราทำไม่ได้ก็ยังหาคนมาทำแทน แต่การที่เราเสียสุขภาพจิตทุกวัน ถ้าวันหนึ่งหนูป่วยไป ครอบครัวจะเอาใครมาแทน’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

หนูเจอคนคุยเก่าในแอปไฟ คุยกันได้ไม่กี่เดือน เขาก็มีปัญหาการเงิน หนูก็ใจปล้ำ เปย์ให้นิดๆหน่อย แรกๆเขาขอหลักร้อย หลังๆ หลักพัน จนตอนนี้เลิกคุยกันไปแล้ว เขาติดหนี้หนูหลักหมื่น พอหนูทักไปทวงเขา เขาไม่พอใจใส่เลย แล้วเขาก็พูดว่า ...

17 ต.ค. 2025

หนูเจอคนคุยเก่าในแอปไฟ คุยกันได้ไม่กี่เดือน เขาก็มีปัญหาการเงิน หนูก็ใจปล้ำ เปย์ให้นิดๆหน่อย แรกๆเขาขอหลักร้อย หลังๆ หลักพัน จนตอนนี้เลิกคุยกันไปแล้ว เขาติดหนี้หนูหลักหมื่น พอหนูทักไปทวงเขา เขาไม่พอใจใส่เลย แล้วเขาก็พูดว่า ...

หนูเจอคนคุยเก่าในแอปไฟ คุยกันได้ไม่กี่เดือน เขาก็มีปัญหาการเงิน หนูก็ใจปล้ำ เปย์ให้นิดๆหน่อยแรกๆเขาขอหลักร้อย หลังๆ หลักพัน จนตอนนี้เลิกคุยกันไปแล้ว เขาติดหนี้หนูหลักหมื่น พอหนูทักไปทวงเขาเขาไม่พอใจใส่เลย แล้วเขาก็พูดว่า ... “ทำไมต้องทวงด้วย ไม่ชอบเลย มาระบุวันคืนแบบนี้ ไม่ชอบ”ตอนนี้หนูเหนื่อยที่จะตามแล้ว เขาก็ไม่คืนสักที จะทำยังไงดีคะ ถ้าทุกคนเจอผู้ชายแบบนี้ ?? “คุณนีน่า (นามสมมติ)” อายุ 23 ปี เป็นสายที่ 3 ในรายการพุธทอล์ค พุธโทรเมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา [8 ต.ค. 68] ได้โทรเข้ามาปรึกษา“ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม” เกี่ยวกับปัญหาเรื่องคนคุยที่เจอกันใน Application หาคู่ทักมาขอยืมเงิน แต่พอเลิกกันไปกลับไม่ยอมคืน “คุณนีน่า (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘เริ่มแรกเลยคือเราเจอกันในแอปหาคู่ คุยกันได้สักพัก เขาก็ขอมาหาและมาอยู่ด้วยกันกับหนูประมาณ 2 อาทิตย์ จากนั้นเขาก็กลับบ้านที่ต่างจังหวัดไป กลายเป็น Long Distant Relationship แทน ซึ่งระหว่างนั้น เราก็พูดคุยกันอยู่ตลอด เขาโทรหาหนูแทบทั้งวันแต่ก็มีปัญหากันเรื่องที่เขาชอบไปกดไลก์ กดฟอลรูปผู้หญิงที่ไม่ใช่ดาราหรือเน็ตไอดอล หนูก็บอกเขาไปว่าไม่ชอบ ถ้าเปลี่ยนให้กันไม่ได้ก็เลิกกันไปดีกว่าเพราะหนูไม่สบายใจ อีกอย่างคือหนูเคยโดนนอกใจมาโดยตลอด พอเวลาหนูเห็นเขาทำแบบนี้ หนูก็จะไม่พอใจแล้วก็ใจร้อนไปวีนเขา ด่าเขาว่า “ทำไมทำอีกแล้ว รู้อยู่แล้วไม่ใช่เหรอว่าไม่ชอบ” โดยที่ไม่รอฟังเขาอธิบายเลย หนูกับเขาเคยทะเลาะกันใหญ่โตเรื่องนี้ เขาก็อารมณ์ร้อน จนเคยทำลายข้าวของบนโต๊ะต่อหน้าเราที่วีดิโอคอลกันอยู่ แล้วหนูก็ร้องไห้ แต่หลังจากนั้นเขาก็มาขอโทษและขอโอกาส เราเลยค่อย ๆ ปรับกันไป แต่ว่าหลังจากคุยกันได้ประมาณ 2 เดือน เขาบอกว่ามีปัญหาเรื่องเงิน เขาเริ่มขอยืมเงินเราเพราะว่าต้องเอาไปจ่ายหนี้ ค่าบ้าน ค่ารถ หรือแม้กระทั่งวันนี้ไม่มีเงินกินข้าวก็จะทักมายืมหนู หนูก็ยอมรับว่าตอนนั้นรักเขาและก็โง่ด้วยเลยให้เขายืมไป เขาก็ขอหนูเรื่อย ๆ ยกปัญหามาอ้างนั่น อ้างนี่ตลอด จากหลักร้อยขึ้นเป็นหลักพัน จนตอนนี้จบความสัมพันธ์กันไปแล้วแต่ยอดที่ค้างรวมทั้งหมดก็อยู่ที่ประมาณหลักหมื่น พอเข้าเดือนที่ 3 เขาเริ่มตอบแชทช้าลง ไม่ค่อยโทรหา โทรหาแต่ละทีก็ไม่เคยเกิน 10 นาที จนหนูรู้สึกว่าหนูเหนื่อยที่จะต้องมาตามเขาแล้ว และก็เห็นเขายังกดไลก์รูปผู้หญิงคนอื่นอยู่ ทั้ง ๆ ที่เราเคยคุยกันแล้ว พอวีนเขาไป เขาก็ด่ากลับมาด้วยคำหยาบคาย หนูก็เลยคิดว่าเราควรจะเลิกกันดีกว่า ให้มันเหลือแค่เรื่องเงินแต่สุดท้ายเขาก็พยายามง้อหนูอยู่ตลอดเวลา หนูเลยให้โอกาสเขาไปอีกครั้ง แต่จุดพีคที่มันแย่ที่สุดเลยคือ ตอนช่วงเดือนสิงหาคม หนูจับได้ว่าเขาไปคุยกับคนอื่นในช่วงที่เขาหายใป เขาไปยืมเงินคนใหม่และก็ไปนอนกับคนใหม่ด้วยเหมือนกัน พอจับได้หนูก็มีโอกาสไปคุยกับน้องผู้หญิงที่เขาแอบไปหา น้องเขาก็เล่าให้ฟังว่าฝ่ายชายยืมเงินไปหลายพันบาท ตอนที่มีอะไรกันก็ขอถอดถุงยาง ซึ่งผู้ชายก็บอกน้องผู้หญิงคนนั้นอีกว่า “อยากให้ไปอยู่ด้วยกัน ค่าห้องไม่ต้องออก เดี๋ยวเขาออกเงินให้” หลังจากนั้นพอเขารู้ว่าหนูจับได้เรื่องมีคนอื่น เขาก็มาขอโทษและอธิบายว่าที่ไปมีน้องคนนั้นเพราะหนูไปกดดันเขาเรื่องกดไลก์ กดฟอลผู้หญิง พอเขาพูดแบบนั้นหนูก็เลยแอบคิดว่าหนูเป็นต้นเหตุที่ทำให้เขาไปมีคนอื่นรึเปล่า? สถานการณ์ตอนนี้คือจบกันไปแล้วแต่ยังมีติดต่อกันเพื่อขอเงินคืน หนูเคยยื่นคำขาดแล้วว่าให้เขาคืนเงิน เขาก็ไม่ตกลงและบอกว่าไม่ชอบให้กำหนดวัน ทำไมแค่นี้รอไม่ได้ถ้ารอไม่ได้ก็ไม่ต้องเอา หนูเลยเอาแชทอันนี้ไปลงสตอรี่ไอจีส่วนตัวของหนู เขาเห็นเขาก็โทรมาด่าหนู หนูเลยอยากจะปรึกษาพี่ ๆ ดีเจ ว่าที่เรื่องมันเป็นแบบนี้เพราะว่าหนูใจร้อนเองรึเปล่าเขาถึงไปจากหนูหรือหนูกำลังโดน Gaslighting อยู่กันแน่คะ?’ เริ่มที่ “ดีเจเติ้ล” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘ใช่ค่ะ หนูโดน Gaslighting คือเท่าที่ฟังมาถ้าหนูจะผิดคือหนูผิดที่ใจร้อนให้เขามาอยู่กับหนูตั้งแต่แรก พี่ว่าเขารู้ว่าผู้หญิงอย่างหนูแพ้เขา พี่เลยถามหนูว่าเขาไปยืมเงินคนอื่นอีกไหม แน่นอนเลยคือเขาเล่นแอปนี้เพื่อหาเงินกับผู้หญิง เพราะฉะนั้นอย่าตั้งคำถามกับตัวเองเลย แต่ให้ตั้งคำถามว่าจากนี้ไปเราจะระวังตัวอย่างไรไม่ให้เจอแบบนี้อีกเพราะอันนี้ถือซะว่าเป็นค่าใจร้อนของเรา ไม่ต้องตั้งคำถามกับตัวเองเลยเพราะนั่นคือสันดานเขา สันดานโจรและก็เจ้าชู้ อย่าเชื่อในคน ๆ นี้ มันไม่มีอะไรจริงเลย เขาแค่หาเหยื่อ คิดแบบนี้’ ต่อมา “ดีเจอ้อย” ได้ให้คำปรึกษาเสริมว่า ‘หนูดูสิว่าทรงนี้ มันใช่ทรงที่คนรักกันจริง ๆ เหรอ จริง ๆ พี่ว่าความรักมันเป็นเรื่องยอมหรือไม่ยอม ไม่เกี่ยวกับเรื่องโง่หรือไม่โง่ ถ้าหนูจะเกิดคำถามว่าหนูโดน Gaslighting รึเปล่า ให้มองเป็นข้อดีเล็ก ๆ ว่าอย่างน้อยก็ได้กลับมาถามตัวเองว่าเราเป็นแบบนั้นไหม หรือเราใจร้อนไปไหม? หรือว่าถ้ามีความรักครั้งต่อไป เราจะไม่ใจร้อนเร็วขนาดนี้ ถ้าจะมองเป็นข้อดีพี่ถือว่ามันเป็นสิ่งดีเล็ก ๆ แค่นี้ ผู้ชายดี ๆเ ขาไม่แบมือขอเงินแฟนจนาดนี้เหรอ สังเกตดูว่าพอมีครั้งแรก เขาเลยดูมีปัญหาอื่นเต็มไปหมด อย่ารักเขาจนกระทั่งใช้แว่นตาสีชมพูใส่ไว้แล้วมองโลกแบบนี้เป็นสีชมพูทั้งหมด คิดบวกเป็นเรื่องนี้แต่อยากหลอกตัวเอง’และสุดท้าย “ดีเจเผือก” ได้ให้คำปรึกษาปิดท้ายว่า ‘คนมักจะเลือกโทษตัวเองหรือตั้งคำถามกับตัวเองก่อนเสมอ ในมุมหนึ่งมันฟังเหมือนจะดีที่เรามองตัวเองก่อนว่าเราทำอะไรผิดรึเปล่า แต่ถ้าเราเอาแต่หันมองตัวเองว่าฉันต้องผิด ฉันผิดรึเปล่า ชีวิตมันคงอยู่ด้วยความรู้สึกหดหู่เหมือนกัน เพราะฉะนั้นเรื่องนี้มันชัดเจนว่าหนูทนมามากพอด้วยซ้ำ คิดไว้ล่วงหน้าว่าครั้งนี้ต้องเสียเงินหมื่นเพื่อเป็นบทเรียนชีวิต ก็ต้องทำใจเผื่อไว้ด้วย มันดูเหมือนไม่ใช่ปัญหาการเงินแบบบริสุทธ์ใจ ถือว่าเราโชคดีที่เราพ้นมาแล้ว และก็ไม่ต้องโทษตัวเอง มันชัดเจนว่าไม่ได้เป็นเพราะเรา ครั้งต่อไปหาคนใหม่ก็ให้เอาครั้งนี้เป็นบทเรียนสำคัญ’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการInboxฝากเรื่องมาที่FacebookFanpageEFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา20.00 – 23.00น. ทางรายการวิทยุEFM94และAppAtimeFung Fin

ผมมี FWB 6 คนครับ รักความอิสระไม่ต้องผูกมัดกับใคร ครอบครัวผมที่อยู่ต่างประเทศ บอกว่าไทยผ่านสมรสเท่าเทียมแล้ว อยากให้ลูกมีคู่ชีวิตที่รักดูแลกันไปนานๆแต่เขาไม่รู้ว่าภาพที่ลงในโซเชียล เป็นคนละคนหมดเลย

04 ต.ค. 2024

ผมมี FWB 6 คนครับ รักความอิสระไม่ต้องผูกมัดกับใคร ครอบครัวผมที่อยู่ต่างประเทศ บอกว่าไทยผ่านสมรสเท่าเทียมแล้ว อยากให้ลูกมีคู่ชีวิตที่รักดูแลกันไปนานๆแต่เขาไม่รู้ว่าภาพที่ลงในโซเชียล เป็นคนละคนหมดเลย

ผมมี FWB 6 คนครับ รักความอิสระไม่ต้องผูกมัดกับใคร ครอบครัวผมที่อยู่ต่างประเทศบอกว่าไทยผ่านสมรสเท่าเทียมแล้ว อยากให้ลูกมีคู่ชีวิตที่รักดูแลกันไปนานๆแต่เขาไม่รู้ว่าภาพที่ลงในโซเชียลเป็นคนละคนหมดเลย ผมควรจะเชื่อตัวเอง หรือ ตกลงกับคนใดคนนึงไปเลยดีครับ? “คุณบี (นามสมมติ)” อายุ 28 ปี สายแรกในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา [2 ต.ค.67] ได้โทรเข้ามาปรึกษา ‘ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล – ดีเจอ้อย’ เกี่ยวกับปัญหาเเม่อยากให้เเต่งงาน เพราะสมรสเท่าเทียมผ่านแล้ว เเต่เรายังไม่พร้อมเพราะมีความสัมพันธ์เเบบ FWB อยู่ 6 คน โดย “คุณบี (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘ผมใช้ชีวิตเเบบโสดเเต่ไม่โสด ผมมี FWB เป็นผู้ชาย ตอนนี้มีอยู่ประมาณ 6 คน เเต่ทั้ง 6 คนเป็น Long term หมดเลย เป็น 1-5 ปี ไม่มีระยะสั้นแบบคืนเดียว วันไนท์ จะหลากหลายเดือน หลายปีไปเลย เเล้วตอนนี้มันมีกฎหมายสมรสเท่าเทียมเพิ่งจะผ่าน ทีนี้ผมก็เลยโดนกดดันมาจากที่บ้านนิดนึงว่า “แต่งงานได้เเล้วมั้ย?” ซึ่งปัญหานี้คงเป็นปัญหาที่ทุกคนอาจจะมองไม่เป็นเรื่องใหญ่ ผมอยู่เมืองไทยคนเดียว ครอบครัวอยู่ต่างประเทศหมดเลย ตั้งเเต่เด็ก ๆ เเล้ว คือทางครอบครัวผมเขาค่อนข้างเป็นห่วงในการใช้ชีวิตคนเดียว คุณเเม่เเละก็ครอบครัวผมเขาเข้าใจว่าผมมีแฟนคนเดียวมาตลอดเลย เพราะว่าเวลาผมถ่ายรูปลงโซเชียลเนี่ย ผมก็ถ่ายติดแขน ติดมือ ไม่ได้แบบให้เห็นหน้าหรือเห็นตัว ทีเนี่ยคุณเเม่เขาเข้าใจว่าเราคบมานานเเล้ว เเบบมีเป็นตัวเป็นตนแล้ว เราก็ไม่ได้ปฎิเสธเขาเเต่ก็ไม่ได้บอกเขาตรง ๆ ว่าเรามีหลายคนหรือมีคนเดียว ทีนี้เเม่เขาก็โทรมาในวันที่แบบกฎหมายผ่านจริง ๆ เมื่ออาทิตย์ที่เเล้ว เขาก็คุยจริงจังเลยว่า “เเต่งงานได้มั้ย? เเต่งงานให้เเม่ได้มั้ย?” เพราะว่าตลอดชีวิตผมเนี่ยเเม่เขาตามใจผมมากมาตลอด อยากได้ไรได้ อยากทำอะไรทำ อยากเรียนที่ไหนอยากทำอะไรได้ตลอด ไม่เคยขัดใจเลย เเล้วก็ไม่เคยขออะไรจากผมเลย เพราะเขารู้สึกว่าเขาเป็นเเม่เขาต้องให้ ไม่ใช่หน้าที่เขาที่ต้องขอจากเรา ทีนี้เเม่ผมเป็นมะเร็งระยะสุดท้ายมาเข้าปีที่ 6 แล้วครับ เเล้วเราไม่รู้ว่าเขาจะอยู่กับเราอีกได้นานแค่ไหน เขาก็เข้า รพ. อาการหนักตลอด 6 เดือนครั้ง ปีละครั้ง ก็จะมีหนัก ๆ เข้า รพ.ตลอด เเล้วครั้งที่เขาตรวจเจอมะเร็งระยะสุดท้ายเนี่ย จังหวะนั้นที่เขาต้องเข้าผ่านตัด โอกาสรอดที่หมอบอกเราคือไม่ถึง 10% ด้วยซ้ำว่าเเม่จะรอดออกมา ทีนี้จังหวะที่เเม่จับมือเราก่อนเข้าห้องผ่านตัดอะ สิ่งที่เเม่เขาพูดกับเราคือ “เขาเป็นห่วงเรา ไม่อยากให้เราอยู่คนเดียว” เพราะว่าผมไม่มีพ่อตั้งเเต่เด็กเลย พ่อเขาเสียตั้งเเต่ตอนยังเด็ก มีเเม่คนเดียวมาตลอด เเม่เขากลัวเราอยู่คนเดียวไม่คนช่วยคิด ช่วยตัดสินใจในชีวิต เเล้วเรารู้สึกว่าตอนนั้นมันเป็นความกังวลของเขาเฉย ๆ เเต่ตอนนี้มันเป็นสิ่งที่เขารู้สึกว่าเขาต้องการจริง ๆ ว่าอยากให้เราเป็นฝั่งเป็นฝาจริง ๆ ในเมื่อกฎหมายบ้านเรามันทำได้ ผมก็มี FWB 1 ใน 6 คนนี้ที่คบกันมาตอนนี้ปีที่ 5 แล้วครับ อยู่กันมาปีที่ 5 เป็นคนที่อยู่กันนานที่สุด เเล้วก็รู้สึกว่ารู้ใจกันทุกอย่าง คุยกันทุกเรื่อง เเต่เเค่เราไม่ได้แบบว่าผูกมัดกันเฉย ๆ เขาก็พูดมาเมื่อหลายเดือนที่เเล้วอะ ตอนเราดูข่าวว่าสภาเขาโหวตเรื่องสมรสเท่าเทียมกัน เขาก็หันมาพูดกับเราจริงจังเลยเเบบจริงจังมากเลยว่าแบบ “เออเนี่ย จริง ๆ เเล้วอ่ะเขาคิดกับเราไปถึงขั้นนั้นเลยนะ ที่วันนึงจะเเต่งงานอยู่ด้วยกันไรเงี้ย เเต่เเบบเขาอ่ะ เห็นว่าเราอ่ะยังไม่พร้อมที่จะเป็นแบบนั้นได้จริง ๆ เขาก็เลยรู้สึกว่า เขาไม่กล้าขอให้เราอะแบบผูกมัดกับเขา เขากลัวว่าเขาจะเสียเราไปด้วย” ปัญหามันอยู่ที่ความรู้สึกของเรา ด้วยความที่เเม่เราตามใจเรามาก เราใช้ชีวิตเเบบโดนตามใจตลอดทีเนี้ยะ เราถูกสอนมาให้ซื่อสัตย์กับตัวเองมาก ๆ ทั้งชีวิตนี้ไม่เคยโกหกแม่เลย เราต้องการอะไรไม่ต้องการอะไรในชีวิตเราเรารู้ตลอด เราทำตามที่เราต้องการมาตลอด ทีเนี้ยเรารู้สึกว่าตอนนี้มันเป็นทางที่เราต้องเลือกระหว่างทำในสิ่งที่แม่ขอ ซึ่งแม่ไม่เคยขอเลย กับสิ่งที่ตัวเองอยากจะทำจริง ๆ ก็คืออยากอยู่เป็นชีวิตโสดอย่างงี้ต่อไป มันเป็นทางที่ผมรู้สึกว่า ไม่ว่าเลือกทางไหนอ่ะผมก็ต้องเสียใจแน่ ๆ แต่ผมจำเป็นต้องเลือกซักทางนึง ซึ่งผมตัดสินใจไม่ได้จริง ๆ ใจผมมันไปทางไม่แต่งอยู่เเล้วแหละ เเต่ก็อยากทำให้เเม่สบายใจ เลยอยากถามพี่ ๆ ว่า ในความคิดเห็นของพี่ ๆ ควรเลือกทางไหนดีครับ?’ โดยเริ่มที่ “ดีเจเติ้ล” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘ในกรณีนี้เราสามารถคุยกับเเม่ตรง ๆ ว่าการที่บีไม่ได้เเต่งงาน ไม่ได้หมายถึงว่าบีจะมีชีวิตอยู่ไม่ได้อย่างดี เข้าใจว่าเเม่เป็นห่วง ในอดีตบีอยู่คนเดียวได้เเล้วอยู่ได้อย่างดีด้วย มันก็น่าจะวัดได้ประมาณนึงเเล้วว่าบีเป็นคนดูเเลชีวิตตัวเองที่แบบได้ดี ถ้าจะคิดเเค่ว่าการเเต่งงานมันจะทำให้ชีวิตดีขึ้น ทุกวันนี้มันไม่ใช่ทุกคู่รักคู่สมรสจะจบกันด้วยดี บางทีการเเต่งงานมันยิ่งนำพาปัญหามาเกิดขึ้นเลย แต่ตอนนี้มันมีเงื่อนไขที่คุณเเม่ป่วย การที่บอกว่าเเม่ตามใจมาตลอดเเล้วกับเรื่องนี้ที่เขาอยากเห็นมันสักครั้งก่อนเขาไป ถ้าเป็นพี่ที่รักเเม่มาก เเล้วเป็นข้อเดียวที่เขาอยากเห็นนะ พี่ก็ทำได้นะ พี่รู้สึกถ้าเเต่งเพื่อให้เเม่สบายใจก่อนเขาเสีย ในมุมถ้าพี่รักเเม่คนนี้นะ พี่ทำได้ แต่ก็เเต่งกับคนที่เรารักนะ เเล้วเรื่องหลังจากนั้นค่อยว่ากัน’ ต่อมา “ดีเจเผือก” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘ไม่แปลกที่เขาจะคิดว่าการเเต่งงานหมายถึงชีวิตมั่นคง ถึงบีไม่เเต่งงานก็ไม่ได้แปลว่าไม่มีใคร การไม่เเต่งงานไม่ได้บ่งบอกว่าไม่มีคู่ชีวิต การไม่มีคู่ชีวิตไม่บอกว่าบั้นปลายชีวิตจะไม่มีใครดูเเล ไม่อยากให้ตัดสินใจเพียงเพื่อระยะสั้น การแก้ปัญหาระยะสั้นกับคุณเเม่พี่ว่ามีวิธีอื่น ถ้ามองระยะยาวพี่ว่าเสี่ยง ต้องคิดดี ๆ คิดยาว ๆ’ สุดท้าย “ดีเจอ้อย” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘ไม่อยากให้มองว่างานเเต่งงานเป็นเเค่อีเว้นท์นึง การทำให้เเม่สบายใจไม่น่าจะใช้การโกหก โกหกเพื่อความสบายใจมารู้ทีหลังพังกว่าทั้งนั้นแหละ ก็สื่อสารกับเเม่ตรง ๆ ว่าตอนนี้ยังไม่สามารถหาใครซ้กคนมาเป็นคู่ชีวิตจริง ๆ เเต่ไม่ต้องห่วงเลือดของเเม่ที่อยู่ในตัวเราอ่ะ จะทำให้เราเป็นคนที่มีสติเเละดีที่สุดเเละไม่อยากเเต่งวันนี้เพื่อไปเลิกวันหน้า การแต่งงานไม่ใช่รับใบปลิว พี่ว่าคุณเเม่เองคงไม่มีความสุข ถ้ารู้ว่าสิ่งที่คุณเเม่อยากได้ เป็นการฝืนความรู้สึกของลูก เพราะการเเต่งงานคือความสุขของลูกเป็นที่ตั้ง ในอนาคตถ้าเจอใครที่จริงจัง เราก็คงต้องปรับเปลี่ยนวิธีการใช้ชีวิต เราอยากได้คนจริงใจก็อย่าเอาความหลายใจเข้าไปแลก เเต่ทั้งหมดบีเป็นคนตัดสินใจ’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

album
♪efm
-

-