แมวเพิ่งเสีย แฟนที่คบมา 13 ปีนอกใจ กดดันจากงานใหม่ ในช่วงชีวิตที่ปัญหารุมเร้า ควรรับมืออย่างไรดีคะ?

พุธทอล์ค พุธโทร RECAP

แมวเพิ่งเสีย แฟนที่คบมา 13 ปีนอกใจ กดดันจากงานใหม่ ในช่วงชีวิตที่ปัญหารุมเร้า ควรรับมืออย่างไรดีคะ?

25 ก.ค. 2026

แมวเพิ่งเสีย

แฟนที่คบมา 13 ปีนอกใจ

กดดันจากงานใหม่

ในช่วงชีวิตที่ปัญหารุมเร้า ควรรับมืออย่างไรดีคะ? 

       ‘คุณเหนือ (นามสมมุติ)’ สายที่ 1 ในรายการ พุธทอล์คพุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (22 กรกฎาคม 2569) ได้โทรมาปรึกษา 'ดีเจต้นหอม - ดีเจเติ้ล - ดีเจเกรท และ หมอท้อป - นพ.อภิชาติ จริยาวิลาศ จิตแพทย์ Me Center clinic' เกี่ยวกับช่วงชีวิตหนึ่งที่ต้องเจอกับเรื่องแย่ ๆ ติดกัน

       ‘คุณเหนือ (นามสมมุติ)’ อายุ 34 ปี ได้ตั้งคำถามว่าในช่วงชีวิตหนึ่งที่หลาย ๆ อย่างพังจะรับมืออย่างไร โดยเริ่มต้นที่เหตุการณ์แรก เธอได้สูญเสียแมวซึ่งเป็นที่รักไป ภาพน้องแมวในความทรงจำยังคงทำให้คุณเหนือคิดถึงเขาอยู่ตลอด และคิดในใจว่าตัวเองดูแลเขาไม่ดี ทำให้เธอร้องไห้บ่อยมาก อาจารย์แพทย์ด้านมะเร็งบอกว่าแมวของคุณเหนือเป็นเคสหายาก น้องไม่ได้จากไปด้วยอายุไข และในปัจจุบันน้องได้เป็นอาจารย์ใหญ่ให้แพทย์ทำวิจัยต่อด้วย

       เหตุการณ์ถัดมาคือ แฟนที่คุณเหนือคบมา 13 ปี นอกใจไปมีความสัมพันธ์กับเพื่อนร่วมงาน ซึ่งเรื่องมันเกิดขึ้นติดกัน ในช่วงที่คุณเหนือเสียน้องแมวไปก็ยังคงมีเขาอยู่ข้าง ๆ แต่เมื่อเวลาผ่านไปเพียงไม่ถึงเดือนก็ได้ทราบเหตุการณ์ที่สองนี้ โดยคุณเหนือเป็นคนจับได้ ประกอบกับหลาย ๆ อย่าง ปัจจุบันทั้งสองได้เลิกกันขาดไม่ติดต่อกันเลย แต่คุณเหนือยังคงฝังใจกับเรื่องราวที่เกิดขึ้น เป็นเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิด เพราะกับแฟนคนนี้มีแพลนที่จะพัฒนาไปเป็นคู่แต่งงาน ในความสัมพันธ์นี้คุณเหนือรู้สึกว่ามันเลยจุดที่จะคิดว่าเขาจะนอกใจได้

       ในระหว่างนั้นเองก่อนที่จะจับได้ ทั้งสองได้ตกลงกันว่าจะลองย้ายมาอยู่ด้วยกัน ซึ่งอยู่คนละแห่งกับบ้านที่คุณเหนืออยู่กับครอบครัว รวมถึงคุณเหนือจะออกจากที่ทำงานเดิม และย้ายมาทำงานใกล้แฟนแทน เพื่อที่ทั้งคู่จะได้มีเวลาให้กันมากขึ้น เรียกได้ว่าเตรียมพร้อมเพื่อสร้างครอบครัวกันแล้ว พอย้ายทุกอย่างมาแล้วเธอรู้สึกเคว้งไปหมด เพราะหลังจากลาออกมาคุณเหนือต้องไปเริ่มงานใหม่ ต้องรับมือกับความกดดันจากงานใหม่ เหตุการณ์ทั้งหมดทำให้เธอต้องรับมือ แต่เธอกลับไม่รู้ว่าต้องรับมืออย่างไร ปัจจุบันนี้คุณเหนือพยายามที่จะโฟกัสงานใหม่ แต่พอเจอโพรเจกต์ใหญ่ที่มีความกดดันก็ทำให้เธอเหมือนกับหายใจไม่ออก เธอยังรู้สึกรับมือไม่ไหวและกำลังจะลาออกด้วยทั้งสาเหตุจากตัวงาน และความรู้สึกในใจของคุณเหนือเองที่ยังไม่พร้อม จากเมื่อก่อนที่เคยเป็นคนบ้างาน ชอบงานที่ท้าทาย พอเจอเหตุการณ์ไม่ดีมาเธอกลับกลัวว่าจะเกิดเรื่องที่ไม่ดีขึ้นอีก ทุก ๆ วันนี้คุณเหนือยังมีค่ำคืนคืนที่นอนร้องไห้ หรือสะดุ้งตื่นขึ้นมา

       โดยเหตุการณ์ที่น้องแมวเสียเกิดขึ้นเมื่อประมาณเดือนตุลาคม-พฤศจิกายน และจับได้ว่าแฟนนอกใจช่วงปลายเดือนธันวาคม และในเดือนมกราคมเธอก็ต้องเริ่มงานใหม่แล้ว ซึ่งเหตุการณ์ทุกอย่างเกิดขึ้นติด ๆ กัน ด้วยเวลาที่ยังผ่านไปไม่นาน ทำให้เรื่องราวที่เกิดขึ้นยังคงกระทบความรู้สึกของเธออยู่ 

       คุณเหนือมีเพื่อนคนหนึ่งที่สามารถปรึกษาได้ทุกอย่าง และทราบทุกเรื่องราวที่เธอเจอ เพื่อนคนนี้จะบอกกับคุณเหนือเสมอว่า สามารถไปนอนกับเขาได้ พูดคุยกับเขาได้ ในช่วงที่เธอไม่อยากให้ที่บ้านเป็นห่วงก็จะไปนอนกับเพื่อนคนนี้ คุณเหนือพูดเสริมว่าเธอไม่สามารถนอนที่บ้านได้เลยเพราะทุก ๆ เหตุการณ์มักเกิดขึ้นที่บ้านอยู่ตลอด รวมถึงคุณเหนือตัดสินใจว่าจะเบรกจากงานและพยายามฮีลตัวเอง ในระหว่างนั้นเธอไม่อยากอยู่เฉย ๆ จึงตั้งใจจะรับงานฟรีแลนซ์ไปก่อน

       คุณเหนือต้องกำลังใจและคำปรึกษาจากดีเจว่าจะต้องทำอย่างไรให้เธอสามารถมูฟออนจากเรื่องราวทั้งหมดได้

       หลังจากฟังเรื่องราวทั้งหมดดีเจได้เริ่มให้คำแนะนำโดยเริ่มจาก ‘ดีเจเติ้ล’ กล่าวว่า "จากที่คุณเหนือได้พูดเรื่องอาการของน้องแมว คุณหมอใช้คำว่า Rare case พี่มั่นใจว่าเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นยาก เพราะฉะนั้นต้องพยายามบอกตัวเองว่ามันไม่ได้เกี่ยวกับคุณเหนือ ไม่ใช่คุณเหนือดูแลเขาไม่ดี โรคเหล่านี้เหนือการควบคุม ไม่อยากให้โทษตัวเองคุณเหนือทำดีที่สุดแล้วก่อนที่น้องจะจากไป

       และเรื่องแฟน พี่เข้าใจว่าคบกันมา 13 ปี ความสัมพันธ์ก็กำลังจะพัฒนาไปแต่งงาน ในมุมหนึ่งมันโหดร้ายมากแต่ในอีกมุมหากจะมองเรื่องนี้ให้มีกำลังใจคือ โคตรโชคดีที่ได้รับรู้เรื่องนี้ก่อนจะแต่งงานกัน เพราะถ้าแต่งงานกันไปแล้วคงไม่คิดจะว่าจะต้องเลิก และคุณเหนือจะเจ็บปวดมากกว่านี้

       สุดท้ายสำหรับพี่ เวลาเกิดเรื่องร้ายขึ้นจะคิดเอาไว้ว่า เมื่อชีวิตลงไปถึงจุดที่แย่ที่สุดแล้วทุกอย่างจะค่อย ๆ ดีขึ้น เพียงแค่ต้องอดทนอยู่กับมันให้ได้จนกว่าจะถึงช่วงเวลาที่ชีวิตดีขึ้น ในระหว่างนั้นคุณเหนืออาจเจอกับผู้ชายคนใหม่ที่ดีกว่า 13 ปีนั้นก็ได้

       ในส่วนที่คุณเหนือกำลังปวดหัวกับเรื่องงาน หากยังมีเงินที่จะดูแลตัวเองได้ ก็เห็นด้วยที่จะพักเรื่องานไว้ก่อน และหลังจากนี้อาจเป็นประตูบานใหม่ที่ทำให้คุณเหนือเจออะไรดี ๆ อีกมากมาย พี่เชื่อมาเสมอว่าหากสิ่งไหนที่เกิดขึ้นกับเราแล้ว มันมักจะพาเราไปสู่สิ่งใหม่ที่ดีกว่าในชีวิตเราเสมอ เพียงแค่ต้องอยู่ ทน และไปต่อให้ได้ สิ่งที่ดีกำลังจะรอคุณเหนืออยู่"

       ถัดมาที่ ‘ดีเจต้นหอม’ กล่าวว่า "ชีวิตของเราไม่จากเป็นก็จากตาย มีเพียงสองอย่าง ในวันที่ใครจากตายไปจะเป็นสถานการณ์ที่ยากลำบาก แต่ทุกคนที่ยังอยู่จะต้องผ่านมันไปให้ได้ ในเรื่องของน้องแมว พี่อยากให้คุณเหนือมองในมุมที่ดีว่า เขาโชคดีมากที่การจากไปของเขาเป็นประโยชน์ต่อน้องแมวตัวอื่น ๆ อย่างไรก็ต้องมีวันที่จากกัน แต่ในการจากลาครั้งนี้น้องแมวที่เรารักและดูแลมาเขาอาจจะสามารถต่อชีวิตให้กับน้องแมวตัวอื่น ๆ ได้อีก คุณเหนือไม่ต้องรู้สึกผิดเพราะมันเป็นสิ่งที่เราไม่สามารถควบคุมได้ ทำได้เพียงหวังว่าหากชาติหน้ามีจริงให้เราได้เกิดมาเจอกันอีก เก็บความทรงจำ ความน่ารักของเขาไว้ในใจเรา

       ในส่วนของผู้ชาย 13 ปี สิ่งเดียวที่โชคร้ายในเรื่องนี้คือคุณเหนือย้ายงานเพื่อคนที่ไม่สมควรได้รับ ความโชคดีคือคุณเหนือมีเงินลาออกจากที่นี่ได้ แล้วไปใช้ชีวิตอยากเที่ยว หรืออยากกลับไปทำงานที่เก่าก็ทำได้ทั้งสิ้น สามารถออกแบบชีวิตได้ด้วยตนเอง เพราะคุณเหนือเอาสิ่งไม่ดีออกจากชีวิตไปแล้วและสิ่งที่ดีกำลังจะเกิดขึ้นไม่มีอะไรแย่กว่าผู้ชายนอกใจแล้ว"

       ถัดมาที่ ‘ดีเจเกรท’ กล่าวว่า "เข้าใจเรื่องน้องแมวมาก ๆ ส่วนตัวพี่เองในวันที่น้องแมวยังอยู่ เวลามองหน้าน้องก็คิดว่าจะเจอแมวที่น่ารักขนาดนี้ได้อีกไหมนะ เพราะรู้ว่าสุดท้ายคงต้องจากกันในสักวัน และเมื่อวันนั้นมาถึงต่อให้จะเตรียมใจไว้เพียงไหนก็ทำใจไม่ได้อยู่ดี  

       เมื่อเกิดความทุกข์หลาย ๆ อย่างซ้อนกัน พี่มองว่า เวลาจะช่วยเยียวยาเรา และอีกคำหนึ่งคือ ยอมรับในสิ่งที่เกิดขึ้น เมื่อที่มีความทุกข์แล้วเรามัวถามกับตัวเองว่า “เมื่อไหร่จะหาย” ซ้ำไปมา มันจะยิ่งทำให้เราทุกข์มากขึ้น แต่ถ้าเมื่อไหร่ที่เรายอมรับว่า เรากำลังเสียใจกับเรื่องนั้นอยู่ พี่มองว่าความรู้สึกเสียใจนั้นจะค่อย ๆ เบาบางลง สุดท้ายอยากให้คุณเหนือหาอะไรก็ตามที่มีความสุข และได้พัฒนาตัวเอง เพราะเมื่อคุณเหนือเริ่มเห็นคุณค่าในตัวเองเพิ่มขึ้นที่ละนิด  ความเศร้าจะค่อย ๆ จางหายไปโดยอัตโนมัติ"

       ปิดท้ายที่ ‘หมอท้อป’ กล่าวว่า "มีคนมาปรึกษาในลักษณะเดียวกับคุณเหนือเยอะ จังหวะชีวิตเราไม่สามารถทำนายได้ เวลาเรื่องแย่ ๆ เข้ามาในชีวิตเยอะ ๆ ให้บอกกับตัวเองไว้ว่า มันเป็นความรู้สึกคนปกติไม่ได้ผิดอะไร เวลาเจอเรื่องแย่ ๆ ติดกันเรายังไม่ทันเสียใจกับเรื่องแรกเสร็จ ยังไม่มีเวลาทำใจ เรื่องถัดไปก็เข้ามาแล้ว อย่างในกรณีของคุณเหนือเรื่องแย่ ๆ มาเดือนชนเดือนเลย ดังนั้นสิ่งที่สำคัญคือหากมีเวลาต้องค่อย ๆ ปล่อยให้ตัวเองได้เสียใจไปทีละเรื่อง ยิ่งหากเป็นคนเข้มแข็งจะเจอปัญหาเหล่านี้เยอะ เพราะคิดว่าตัวเองไหว ยังไหวเสมอ และเพิกเฉยต่ออารมณ์ตัวเอง ความเครียดก็จะถูกสะสมไปเรื่อย ๆ

       ในเรื่องแมว หมอมองว่าต่อให้จะไม่ใช่เคสที่หายาก แต่เป็นเคสหาง่ายทั่วไป และดูแลดีมาก ๆ ก็ยังจากไปได้ จึงไม่อยากให้คุณเหนือรู้สึกผิดเลย เพราะไม่ใช่ความผิดของคุณเหนือ อาจเป็นเรื่องธรรมชาติ ยิ่งโรคยาก ๆ เป็นไปได้ยากที่เจ้าของหรือคนในครอบครัวจะรู้ และในกรณีนี้น้องแมวถึงกับกลายเป็น Case Study นั่นแปลว่าเป็นเคสยากจริง ๆ หมอจะพูดกับทุกคนอยู่เสมอว่า การสูญเสียสัตว์เลี้ยงไปเท่ากับการสูญเสียคนไปหนึ่งคน หรืออาจจะมากกว่าเสียคนหนึ่งคนก็ได้ เพราะกับสัตว์เลี้ยงเรามีความผูกพันธ์เยอะ และเขาอาจจะดีกว่าใครบางคนในชีวิตเรา ให้เวลากับตัวเอง ทำบุญให้น้อง ดูแลตัวเอง อะไรก็ก็ตามที่คิดว่าทำแล้วเป็นสิ่งดีสามารถทำได้เลยเพื่อให้ตัวเองก้าวผ่านเรื่องราวนี้ไปได้

       และในเรื่องของแฟน จากที่คุณเหนือเลือกพูดถึง 13 ปีก่อน แปลว่าคุณเหนืออาจเสียดายเวลาที่ผ่านไป แต่คุณหมอมองว่ายังดีกว่าการเป็น 23 ปี หรือ 33 ปี ให้บอกตัวเองว่าเป็นเรื่องดีแล้วที่จบตั้งแต่ตอนนี้ คุณหมอเชื่อว่าสักวันหนึ่งคุณเหนืออาจโทรมาบอกว่าได้เจอคนใหม่ที่ทำให้มีความสุขมากก็ได้

       และเรื่องงานหากยังไม่อยากจะลาออก ลองลาหยุดก่อน ให้เวลาตัวเองเสียใจ และลองย้อนมองดูว่าเรายังโอเคกับงานนี้อยู่ไหม ในวันที่เราหายเสียใจแล้ว ถ้างานนี้ยังโอเคก็ทำต่อ แต่ถ้าดูแล้วงานนี้ไม่ใช่ก็ไปทำงานอื่น"

เรื่องราวจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทาง

มีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATION

รับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 20.00 –23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

related พุธทอล์ค พุธโทร RECAP

บ้านอื่นเป็นเหมือนกันไหม... มีพี่น้อง 3 คน ผู้ชายหมด อยู่บ้าน อยู่ด้วยกันไม่ค่อยพูดอะไรกันเลย ต่างคนต่างทำหน้าที่ของตัวเอง จนคนแถวบ้านถามทำไมไม่พูดอะไรกันเลยพี่น้องบ้านนี้ ผมอยากรู้มันแปลกไหมครับ?

21 พ.ค. 2024

บ้านอื่นเป็นเหมือนกันไหม... มีพี่น้อง 3 คน ผู้ชายหมด อยู่บ้าน อยู่ด้วยกันไม่ค่อยพูดอะไรกันเลย ต่างคนต่างทำหน้าที่ของตัวเอง จนคนแถวบ้านถามทำไมไม่พูดอะไรกันเลยพี่น้องบ้านนี้ ผมอยากรู้มันแปลกไหมครับ?

“คุณวอ (นามสมมติ)” อายุ 30 ปี สายสุดท้ายในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา [15 พ.ค. 67] ได้โทรเข้ามาปรึกษา ‘ดีเจต้นหอม - ดีเจเติ้ล - ดีเจอั๋น’ เกี่ยวกับปัญหาพี่น้องในครอบครัว โดย ​“คุณวอ (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘ผมมีพี่น้อง 3 คนเป็นผู้ชายทุกคน ซึ่งผมเป็นพี่ชายคนโตอายุ 30 ปี น้องคนกลางอายุ 25 ปี และน้องคนเล็กอายุ 21 ปี โดยเมื่อก่อนเราทั้ง 3 คน เคยเช่าห้องอาศัยอยู่ด้วยกัน เราก็สนิทกัน พูดคุยกันเหมือนกับครอบครัวอื่น เพราะเราถูกเลี้ยงมาด้วยกัน เรียกได้ว่า เติบโตมาพร้อมกัน แต่เมื่อพวกเราโตขึ้น ต่างคนก็ต่างแยกย้ายออกไปใช้ชีวิตของตนเอง ซึ่งนับตั้งแต่ตอนนั้น พวกผมทั้ง 3 คนก็ไม่ได้ติดต่อ เพื่อพูดคุยหรือไตร่ถามสารทุกข์สุกดิบกันเลย จนญาติพี่น้องของผมก็เกิดความสงสัยว่า ทำไมพวกแกถึงไม่คุยกัน? ทำไมถึงโทรหากัน? ทำไมถึงไม่ติดต่อหากัน? ซึ่งผมก็เข้าใจ เพราะต่างคนก็ ต่างย้ายไปอยู่กันคนละที่ และด้วยความที่เราทั้ง 3 คนก็เป็นผู้ชายทั้งหมด ผมเลยไม่รู้ว่าเราจะโทรคุยอะไรกัน ? แต่ถึงอย่างนั้น พวกผมก็จะกลับมาเจอกันในช่วงงานเทศกาล เช่น งานปีใหม่ งานสงกรานต์ หรืองานรวมญาติ แค่ว่าพวกผมไม่ได้โทรคุยกันเท่านั้น แต่ญาติของผมก็ยังชอบพูดกรอกหูผม อยู่ตลอดเลยว่า เป็นพี่คนโต ทำไมไม่โทรหาน้องมันบ้าง ? ผมเลยอยากถามพี่ ๆ ดีเจว่า การที่ผมไม่ติดต่อกับน้อง ไม่โทรคุยกัน ถือว่าแปลกมั้ยครับ ?’ ซึ่ง “ดีเจอั๋น” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘เข้าใจว่า ญาติคงจะปรารถนาดี แต่วิธีแก้ง่ายที่ง่ายที่สุด คือ การสร้าง LINE GROUP สำหรับ 3 พี่น้อง ในฐานะที่เราเป็นพี่คนโต เราก็บอกกับน้อง ๆ เลยว่า เรามาสร้างกลุ่ม เพื่อไว้คุยเรื่องครอบครัวดีกันกว่า หรือมีไว้เพื่อ จะได้ติดต่อกันแบบรวดเร็ว เพราะบางครั้งการที่เราโทรคุยกัน เราก็ไม่รู้ว่าจะพูดอะไร แต่การพิมพ์ข้อความ มันสามารถทำให้เราสื่อสารกันง่ายขึ้น ซึ่งถ้าญาติมาพูดอะไรอีก เราก็ไม่ต้องไปให้ความสำคัญกับทุกประโยค แต่ถ้าอยากทำให้ญาติสบายใจ คุณวอก็พูดว่า เดี๋ยวผมโทรให้เดี๋ยวนี้เลย แล้วก็ยื่นโทรศัพท์ให้คุยกัน’ ต่อมา “ดีเจต้นหอม” ให้คำปรึกษาว่า ‘ไม่แปลก คุณวอไม่แปลกเลย แทบจะเป็นเรื่องปกติเลย เพราะการที่เราไม่ได้โทรคุย แต่มาเจอกันในงานเทศกาล หรือวันสำคัญ และก็มีการพูดคุยกัน มันเรื่องปกติมาก ๆ เพราะสิ่งที่แปลกไม่ใช่คุณวอ แต่เป็นญาติ ซึ่งเอาจริงเขาก็อาจจะหวังดี ส่งสติกเกอร์สวัสดีวันจันทร์ก็ได้! หรือไม่ก็เอาญาติคนนั้น เข้า LINE GROUP ด้วย เพราะถ้าเขาคุยคนเดียวเขาก็จะเข้าใจว่า ทุกคนไม่ได้ว่าง ต้องทำงาน ทำการ ญาติถามอีกก็ตอบว่า ไม่มีใครมีปัญหาอะไรกัน’ และสุดท้าย “ดีเจเติ้ล” ให้คำปรึกษาว่า ‘ปกติครับคุณวอ เราเจอกันในงานเทศกาล มาร่วมสังสรรค์กัน แล้วก็แยกย้ายกันไปใช้ชีวิต ละนาน ๆ ก็เจอกันที มันปกติมาก ๆ เพราะน้อง ๆ ของคุณวอก็ไม่ได้เดือดร้อนอะไร ญาติเขาก็อาจจะแค่ถามแทน ซึ่งวันหลังหากว่าญาติถามอีกก็ตอบว่า ไม่แปลก ปกติเลยครับ เพราะตอนที่เจอก็คุยกันปกติ’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

เสียความมั่นใจไปเลย... สาวโทรแชร์ประสบการณ์กับ 3 ดีเจ เพิ่งไปนัด One Night Stand ครั้งแรกกับหนุ่มในแอปหาคู่ ตอนเจอกัน เขินมาก ทำตัวไม่ถูกเลยชวนเขาคุย ถามไปเรื่อยๆ จนเขาพูดว่า "เธออย่าล่กดิ" โยนเสื้อใส่อกเรา แล้วออกจากห้องไปเลย

16 ส.ค. 2023

เสียความมั่นใจไปเลย... สาวโทรแชร์ประสบการณ์กับ 3 ดีเจ เพิ่งไปนัด One Night Stand ครั้งแรกกับหนุ่มในแอปหาคู่ ตอนเจอกัน เขินมาก ทำตัวไม่ถูกเลยชวนเขาคุย ถามไปเรื่อยๆ จนเขาพูดว่า "เธออย่าล่กดิ" โยนเสื้อใส่อกเรา แล้วออกจากห้องไปเลย

เสียความมั่นใจไปเลย... สาวโทรแชร์ประสบการณ์กับ 3 ดีเจเพิ่งไปนัด One Night Stand ครั้งแรกกับหนุ่มในแอปหาคู่ตอนเจอกัน เขินมาก ทำตัวไม่ถูกเลยชวนเขาคุย ถามไปเรื่อยๆจนเขาพูดว่า "เธออย่าล่กดิ" โยนเสื้อใส่อกเรา แล้วออกจากห้องไปเลยตอนนี้ไม่มั่นใจในตัวเองเลย ทำยังไงให้เอาความรู้สึกพวกนี้หมดไปสักที “คุณอิง (นามสมมุติ)” อายุ 21 ปี สายที่สองในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (9 ส.ค. 66) ได้โทรเข้ามาปรึกษา ดีเจเผือก -ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอมเกี่ยวกับปัญหานัด One Night Stand ครั้งแรก ยังไม่ทันเริ่ม ก็โดนเขาบอกว่าอย่าล่ก แล้วก็ออกจากห้องไปเลย โดย “คุณอิง (นามสมมุติ)” ได้เล่าว่า ‘เหตุการณ์ที่หนูเจอ ทำให้หนูเสียความมั่นใจจากการนัด ONS (One Night Stand) หนูขอเกริ่นก่อนว่า... ครั้งนี้คือการนัด ONS ครั้งแรกของหนู คิดว่าเรียนมหาลัยมา 4ปีแล้ว หนูก็อยากลองสักครั้งนึง เราเจอกันทางแอปหาคู่ ส่วนรูปที่ใช้ในโปรไฟล์กับตัวจริงก็ใกล้เคียงกัน ใส่ฟิลเตอร์นิดหน่อย ซึ่งเขาอายุพอๆกับหนู เราคุยกันและตกลงนัดกันคืนนั้นเลย เพราะอยู่ใกล้กันมาก หลังจากนั้นเขาก็มาที่ห้องหนู คือตอนนั้น ยอมรับเลยว่าเขินมากไม่รู้จะเริ่มยังไง หนูก็เลยชวนเขาคุย ถามไปเรื่อยนู่น นั่น นี่ ช่วงแรกๆเขาก็ตอบหนูปกติ ดูจอยกับเรามาก สักพักนึงเขาก็เริ่มตอบบ้าง ไม่ตอบบ้าง นั่งเล่นโทรศัพท์บ้าง เริ่มไม่จอยแล้ว ซึ่งในระหว่างที่หนูชวนเขาคุย เขาจะพูดขึ้นมาตลอดเลยว่า เธออย่าล่กดิว่ะ อย่าล่กได้ปะ พอเห็นเขาพูดบ่อย ๆ หนูก็เลยเลิกถามเขา มันก็เลยกลายเป็นการเงียบใส่กัน แต่หนูว่า หนูก็ไม่ได้มีแสดงอาการตัวสั่น ตื่นเต้นอะไรขนาดนั้น หนูคิดว่าอาจจะชวนเขาคุยเยอะเกินไปกว่าที่หนูคิด ตอนคุยกันก็ถามประมาณ เธอเคยนัดหรือป่าว นัดมากี่คนแล้ว เรียนที่ไหน คณะอะไร คำถามประมาณนี้... หลังจากนั้นเขาก็พูดย้ำอีกรอบ เธอดูล่กจัง ถ้าไม่อยากทำ เดี๋ยวกลับก็ได้นะ หนูก็เลยถามเขาไปตรงๆว่า จะเริ่มเลยไหมหละ? เขาก็พยักหน้า แล้วเหมือนแบบสถานการณ์ตอนนั้นเขาดูแฮปปี้ขึ้นมาเลย ต่างจากก่อนหน้านี้ที่เขาตึงใส่หนู แล้วทีนี้ก็ตามสเต็ปเลย เล้าโลมกันปกติ แล้วหนูก็เหมือนอยากจูบเขา ก็เลยถามเขาว่า ไม่ Kiss กันหน่อยหรอ เขาก็นิ่งใส่หนูไปแป๊ปนึง แล้วก็ตอบกลับมาว่า เราไม่ค่อยชอบจูบอะ หลังจากนั้นเขาก็หยุดทำทุกอย่าง แล้วก็พูดต่ออีกว่า เธอดูล่กว่ะ ไม่ธรรมชาติเลย แล้วเขาก็โยนเสื้อมาปิดหน้าอกหนูไว้ แล้วก็ลุกขึ้น บอกกับหนูอีกรอบว่า เธอดูล่กอะ ไม่ธรรมชาติ แล้วก็ออกจากห้องหนูไปเลย ตอนนั้นคือหนูนั่งเอ๋อเลย หนูตั้งตัวไม่ทันว่าหนูผิดอะไร ที่หนูโทรเข้ามาวันนี้ก็เพราะ มันเสียความมั่นใจไปแล้ว คืนนั้นหนูนอนไม่หลับ รู้สึกดาวน์มาก ไม่มั่นใจในตัวเอง หนูอยากรู้วิธีเอาความรู้สึกนี้ออกไป แล้วก็อยากรู้ว่าที่หนูทำออกไปคืนนั้นมันดูล่กจริงๆหรอ? หนูค้างคาใจมากที่อยู่ดีๆเขาก็ไปเลย ซึ่ง “ดีเจเติ้ล” เริ่มให้คำปรึกษาว่า ‘สำหรับคนบางคนที่เขาจะนัดมาเพื่อมีเพศสัมพันธ์ เขาไม่ต้องการการพูดคุยนะ เขามาเพื่อต้องการทำสิ่งนั้นแล้วจบ แล้วก็กลับ มันไม่ใช่การมาเดท เขาไม่ได้ต้องการมาอารัมภบท ไม่ต้องการจะรู้จัก บางคนไม่สนใจชื่อด้วยซ้ำว่าชื่ออะไร มันคือการนัดมาเพื่อทำกิจกรรมนั้นอย่างเดียว เรารู้สึกการที่น้องพยายามพูดคุย พยายามไปถามอย่าง “อยากจูบ” คือถ้าธรรมชาติคนที่เขาทำอะไรแบบนี้ เขาจะไม่ถาม ถ้าอยากทำเขาทำเลย พี่เลยรู้สึกว่าเนี่ยคือสาเหตุที่เขาทำแบบนั้นกับอิง แต่เอาจริง ๆ มันมีสาเหตุอีกมากมาย ที่พี่พูดคือพี่เดาจากสถานการณ์ที่อิงเล่ามานะ ต่อมาที่ “ดีเจเผือก” ให้คำปรึกษาว่า ‘พี่ไม่รู้ธรรมชาติของการนัดมีอะไรกันผ่านแอป เพราะเท่าที่พี่ฟัง พี่ไม่ได้รู้สึกมันล่ก หรืออะไรนะ พี่ก็รู้สึกมันคือการทำความรู้จักกันก่อน แบบเปิดประตูมาจะให้จุดระเบิด ปั้ง โป้ง เป้ง แล้วแยกย้าย มันก็ตลกนะ หรือเอาแบบนี้ คิดในมุมพี่ อิงดันไปเจอคนที่เขาโผงผาง คนละสไตล์กับเรา ทั้งสองคนอาจต้องการเซ็กส์เหมือนกัน แต่คนนึงไม่อยากคุย อีกคนอาจจะเออเราคุยกันก่อนสิ แล้วดันไปเจอคนที่ไม่รักษาน้ำใจ ขี้รำคาญ มันก็หงุดหงิดอะไรมาด้วยหรือเปล่า แต่พอพี่ฟังจบ พี่กลับรู้สึกโชคดีจังเลย เหมือนเป็นโชคดีของอิงที่ไม่ได้อะไรมากกว่านี้กับคนนี้ เพราะไม่รู้ว่าถ้ามีอะไรกันจริงๆ แล้วพอแยกย้าย บรรยากาศตอนนั้นอาจจะทำให้อิงรู้สึกยิ่งด้อยค่าตัวเองลงไปอีกหรือเปล่า เราอาจจะมาลงในสนามที่เราไม่เคย แล้วเราก็ไม่รู้ธรรมชาติของคนในแอปนี้ ว่าเขาต้องแนะนำตัวไหม คุยกันแค่ไหน หลายครั้งที่คนโทรเข้าพุธทอล์ค พุธโทร แล้วเล่าว่าไปเล่นผิดสนาม มือใหม่ เข้าไปเขาอาจจะมีทำเนียมของเขาที่เราอาจไม่รู้ เพราะฉะนั้นพี่ว่าเรื่องนี้ไม่อยากให้เอาไปผูกกับความมั่นใจ หรือคุณค่าในตัวเอง พยายามคิดไว้ว่าในโลกที่เขานัดเจอกันผ่านแอป มันก็ไม่ต้องมานั่งประดิดประดอยกันมาก ถ้าเราอยากประดิดประดอย อยากคุยก็ต้องลองช่องทางอื่น เอาเป็นว่า รสนิยม สไตล์มันดันไม่ตรงกัน แล้วดันไปเจอคนไม่แคร์อะไรด้วย จะไปก็ไปเลย มันเลยทำให้เกิดเหตุการณ์นี้ขึ้น เพราะฉะนั้นถ้าเราอยู่ถูกที่ ถูกเวลา แล้วก็ถูกคน มันก็คงไม่เกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้น ทั้งหลายทั้งมวลถ้าต้องการอะไรที่สวยงามก็หาช่องทางที่เหมาะสมกับเรา และกลับไปถามกับตัวเองว่า “ฉันเหมาะกับ One Night Stand หรือเปล่า” ปิดจบกันที่ “ดีเจต้นหอม” ให้คำปรึกษาว่า “ไม่ต้องไปเสียความมั่นใจ คนนั้นก็อ่อนด้อยเหมือนกันแหละ ทำไมไม่เริ่มก่อนหละ มาว่าอิงล่ก ก็เปิดมาก่อนสิ ถ้าเปิดเราก็พร้อมตามอยู่แล้ว เป็นผู้ชายก็ลุกมากก่อนสิ งี้ก็มือใหม่เหมือนกันนั้นแหละ เข้าไม่ถูกไง” ‘เอาแบบนี้ถ้าอยากได้คนที่มีชั้นเชิง เป็นงานก็อาจจะต้องหาคนที่อายุมากกว่านี้ แล้วอิงเป็นคนชอบแบบมีเรื่องราวก่อนจะมีเพศสัมพันธ์ ถ้าแบบนี้เวลาหนูเข้าในแอป มันจะมีให้เลือกหลายประเภท มันมีโอกาสที่หนูจะเจอคนแบบจู่โจม หนูลองเปลี่ยนสนามไปร้านเหล้า มีคนแนะนำ เราดีลกันหน้างาน หนูยังเลือกคนได้ ยังสนทนากันได้นิดนึง ยังพอได้จีบกันหน่อย…..’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

เป็นผู้หญิงที่กินเยอะกว่าปกติ แต่โดนเพื่อนผู้ชายทักว่ากินหมดได้ยังไง ไปเดทก็โดนผู้ชายทักแบบนี้อีก จนตอนนี้เสียเซลฟ์อย่างแรง หรือหนูควรแอ๊บกินน้อยดีคะ?

10 ก.ค. 2026

เป็นผู้หญิงที่กินเยอะกว่าปกติ แต่โดนเพื่อนผู้ชายทักว่ากินหมดได้ยังไง ไปเดทก็โดนผู้ชายทักแบบนี้อีก จนตอนนี้เสียเซลฟ์อย่างแรง หรือหนูควรแอ๊บกินน้อยดีคะ?

เป็นผู้หญิงที่กินเยอะกว่าปกติ แต่โดนเพื่อนผู้ชายทักว่ากินหมดได้ยังไงไปเดทก็โดนผู้ชายทักแบบนี้อีก จนตอนนี้เสียเซลฟ์อย่างแรงหรือหนูควรแอ๊บกินน้อยดีคะ? ‘คุณพิ้งค์’ (นามสมมติ) สายที่ 3 ในรายการ พุธทอล์คพุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (8 กรกฎาคม 2569) ได้เข้ามาขอคำปรึกษา ‘ดีเจต้นหอม - ดีเจเติ้ล - ดีเจเฟี๊ยต’ ถึงปัญหาที่ว่าเป็นคนกินเยอะมากกว่าผู้หญิงปกติ และโดนผู้ชายทักว่ากินเยอะจนเสียเซลฟ์ ‘คุณพิ้งค์’ อายุ 21 ปีได้เล่าว่า ปกติเป็นคนที่กินเยอะอยู่แล้ว จนได้มาอยู่กลุ่มเพื่อนที่มีผู้ชาย เวลาไปกินร้านอาหารตามสั่งที่เขาให้ปริมาณเยอะมากปกติ เพื่อนผู้ชายก็จะแซวว่า "กินหมดได้ไง" เพราะเพื่อนผู้หญิงคนอื่นก็กินไม่หมด ซึ่งคุณพิ้งค์เองก็ไม่ได้เป็นคนอ้วน สูงประมาณ 163 เซนติเมตร และน้ำหนัก 50 ต้น ๆ เธอจึงรู้สึกเสียความมั่นใจกับการที่โดนเพื่อนผู้ชายทแซวแบบนี้ ล่าสุด คุณพิ้งค์ได้ไปเดทมา เป็นการกินข้าวที่ร้านสเต็กร้านหนึ่ง โดยในจานจะมีสเต็ก 2 ชิ้น และมีท็อปปิ้งเพิ่มเติมอีก แล้วจู่ ๆ ผู้ชายที่มาเดทด้วยก็ถามขึ้นมาว่า "กินหมดมั้ย" ทำให้คุณพิ้งค์ตกใจ แต่ก็ตอบผู้ชายไปว่า "กินไม่หมด" แต่จริง ๆ แล้วสามารถกินหมดได้ แค่แอ๊บกินไม่หมดเพราะกลัวผู้ชายจะมองไม่ดี จึงมีคำถามมาปรึกษาพี่ ๆ ดีเจว่า "เราควรเป็นตัวของตัวเองเลยหรือแอ๊บต่อดี?" โดยครั้งนี้ เหล่าดีเจให้เป็นคำปรึกษารวมกันว่า “การที่เป็นผู้หญิงกินเก่งมันน่ารัก ผู้ชายเขาชอบผู้หญิงน่ารักนะ แล้วถ้าผู้ชายเขาชอบเราจริง ๆ การที่เราเปิดเผยตัวตนว่าเป็นคนยังไง มันก็จะทำให้รู้เลยว่าเขาชอบเราจริง ๆ ถ้าเขายอมรับเราได้ การกินเยอะมันไม่ใช่เรื่องแย่ แล้วถ้าจะรักกันมันก็ควรจะเป็นตัวของตัวเอง ถ้าเราได้เจอคนนั้น มันก็จะเป็นความสัมพันธ์ที่สบายใจ ถ้าเขาจะบอกเลิกหรือไม่ชอบเรา เพราะเรากินเยอะมันก็ไม่ใช่เรื่องเหมือนกัน และถ้าเทียบกับผู้หญิงที่เขี่ยข้าวกับกินเยอะ ยังไงการกินเยอะมันก็ดูดีกว่านะ ไม่เป็นการ Food Waste ด้วย" ทั้งนี้ 'ดีเจต้นหอม' ยังให้ทริคเล็ก ๆ น้อย ๆ ไปด้วยว่า "ตอบผู้ชายแบบขำ ๆ ก็ได้ว่าเวลามีความสุขจะกินได้เยอะค่ะ” และสุดท้ายเหล่าดีเจก็ถามคุณพิ้งค์ว่าหลังจากนี้จะกินเยอะหรือไม่ คุณพิ้งค์ก็ตอบว่า "จะกินเยอะแบบนี้ต่อ ไม่แอ๊บแล้ว" เรียกได้ว่าจบได้ดีแฮปปี้สุด ๆเรื่องราวจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการInboxฝากเรื่องมาที่FacebookFanpageEFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 20.00–23.00น.ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

เจอเพื่อนร่วมงาน TOXIC สังคมที่ทำงานไม่น่าอยู่เหมือนเมื่อก่อนแล้ว ตอนนี้หันมาศึกษาอ่านไพ่ เป็นแม่หมอ ไลฟ์ใน TIKTOK คนรีวิวกันว่าแม่น จนมีลูกค้าหลายคนจองคิว มีความคิดว่าจะออกจากงานประจำ มาเป็นหมอดูเต็มตัวเลยดีไหม? เพราะรายได้ที่ได้มามากกว่างานประจำที่ทำอีก

13 มิ.ย. 2025

เจอเพื่อนร่วมงาน TOXIC สังคมที่ทำงานไม่น่าอยู่เหมือนเมื่อก่อนแล้ว ตอนนี้หันมาศึกษาอ่านไพ่ เป็นแม่หมอ ไลฟ์ใน TIKTOK คนรีวิวกันว่าแม่น จนมีลูกค้าหลายคนจองคิว มีความคิดว่าจะออกจากงานประจำ มาเป็นหมอดูเต็มตัวเลยดีไหม? เพราะรายได้ที่ได้มามากกว่างานประจำที่ทำอีก

เจอเพื่อนร่วมงาน TOXIC สังคมที่ทำงานไม่น่าอยู่เหมือนเมื่อก่อนแล้ว ตอนนี้หันมาศึกษาอ่านไพ่เป็นแม่หมอ ไลฟ์ใน TIKTOK คนรีวิวกันว่าแม่น จนมีลูกค้าหลายคนจองคิว มีความคิดว่าจะออกจากงานประจำมาเป็นหมอดูเต็มตัวเลยดีไหม? เพราะรายได้ที่ได้มามากกว่างานประจำที่ทำอีก แต่อีกใจก็กลัวว่าจะไม่มั่นคงและไปได้ไม่ดี ทุกคนคิดว่ายังไงดีคะ?? “คุณจีจี้ (นามสมมติ)” อายุ 30 ปี สายที่สองในรายการ ‘พุธทอล์ค พุธโทร’ เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา [11 มิ.ย. 68] โทรเข้ามาปรึกษา “ดีเจเผือก – ดีเจเติ้ล – ดีเจต้นหอม” เกี่ยวกับปัญหาเจอเรื่อง Toxic ในที่ทำงาน จึงจะลาออกไปรับดูดวง โดย “คุณจีจี้ (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘หนูทำงานที่นี่มาสามปี ตอนแรกก็แฮปปี้ดี แต่พอเกิดการเปลี่ยนแปลงในที่ทำงาน ก็ทำให้ทำงานยากและลำบากขึ้นกว่าเดิม ตอนแรกทำงานก็ผ่านฉลุยแต่ หลัง ๆ เจอเพื่อนร่วมงานที่ไม่ดี ส่งงานก็ใช้เวลานานกว่าปกติกว่าจะผ่าน เพราะเขาไม่ได้มาซัพพอร์ตเราในส่วนนี้เลย เคยมีการคุยกับเพื่อนในแผนกบ้างแล้ว เขาก็เหนื่อยเหมือนกัน เพื่อนก็บอกว่าเขาเคยเอาเรื่องของหนูมาเล่าให้เพื่อนฟังด้วย จุดเริ่มต้นของการดูดวง หนูมีรุ่นพี่เป็นแม่หมอดูดวงคนนึง วันนั้นเขาชวนหนูไปซื้อไพ่สำรับใหม่แล้วเขาให้หนูเลือก หนูก็หลับตาเลือก ๆ ไป อันไหนเหมือนจะดึงเรา ก็เอาอันนั้นเลย หนูก็บอกรุ่นพี่ว่าหนูชอบอันนี้ แต่พอซื้อกลับมารุ่นพี่ก็โทรมาบอกว่าเขาอ่านไพ่สำรับนี้ไม่ออก หนูก็เลยตัดสินใจซื้อไพ่นี้มาเพื่อเรียนเองตามคู่มือที่มี เรียนไปได้สักพักหนูก็เริ่มขึ้นไลฟ์ใน TikTok แบบขำ ๆ จอย ๆ แต่คนดูก็บอกว่า ‘ทายแม่นนะ ลองทำจริงจังมั๊ย’ หนูก็เลยลองดูสักหน่อย แต่ก็ต้องหยุดไปเพราะปวดหัวกับที่ทำงานประจำ เมื่อเริ่มจับต้นชนปลายได้ หนูก็ลองคำนวณรายได้จากการดูดวงทั้งจากไลฟ์และทั้งส่วนตัวแล้ว ก็พบว่ามีจำนวนมากกว่างานที่ทำอยู่ด้วยซ้ำ แต่หนูยังไม่ได้ลงมือทำจริง หนูรับดูดวง 30 นาที 159 บาท 1 ชั่วโมง 259 บาท ถ้าในไลฟ์จะเป็นส่งของขวัญเพื่อดูดวง ซึ่งคนดูก็มีเข้ามาเรื่อย ๆ หนูยอมรับว่าตอนนี้หนูไม่สามารถทำงานควบกัน 2 อย่างได้ เพราะงานที่ทำส่งผลกับชีวิตหนู หนูไม่อยากเปิดไพ่ดูเพราะกลัวความ Toxic ออกมา แล้วก็ไม่อยากดูให้ตัวเองด้วยเพราะกลัวจะเข้าข้างตัวเองเกินไป ตอนนี้หนูแอบหางานใหม่อยู่ หนูก็เลยอยากถามว่าจะทำที่นี่ต่อไปดีมั๊ยหรือจะออกมาทำหมอดูแบบ Full Time ดี” ซึ่งดีเจทั้ง 3 คน (ดีเจเผือก-ดีเจต้นหอม-ดีเจเติ้ล) ได้ให้คำปรึกษาตรงกันว่า ‘อย่าเพิ่งลาออกจากงานเลย อยากให้จีจี้ทำงานควบไปทั้ง 2 อย่างก่อน ถ้ายังไม่มั่นใจจริง ๆ อย่าเพิ่งเลือกทางใดทางหนึ่ง ค่อยเลือกตอนถึงเวลาที่จำเป็น หรืออีกทางคือลองหางานประจำใหม่ แล้วให้การดูดวงเป็นรายได้เสริม เพราะจากที่เล่ามาตอนนี้ยังมีความเสี่ยงมากเกินไปที่จะเลือกดูดวงอย่างเดียว การมีรายได้หลายทางก็นับเป็นการกระจายความเสี่ยงอีกอย่างหนึ่ง ลองพยายามให้มีงานหลักประจำก่อน แล้วทำไปเรื่อย ๆ จนกว่าวันนึงเราจะแจ้งเกิดจากการดูดวงแล้วค่อยหันมาทำอย่างจริงจัง’ ทั้งนี้ “ดีเจต้นหอม” ได้เสนอขั้นตอนการทำงานไว้ว่า ‘1. หางานประจำใหม่แล้วโฟกัสกับงานนี้ไปก่อน 2.ดูดวงเป็นรายได้เสริมในเวลาว่าง 3.หากแจ้งเกิดและมีชื่อเสียงจากการดูดวงให้เปลี่ยนมาโฟกัสเป็นการดูดวง 4.ลาออกจากงานประจำ’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

album
efm
-

-