แฟนขอไปมีอะไรกับสาวอื่น เพราะรอเราไม่ไหว! เราก็เลยบอกไปว่าได้ แต่ในใจลึก ๆ ก็คิดว่าคงรับไม่ไหว

พุธทอล์ค พุธโทร RECAP

แฟนขอไปมีอะไรกับสาวอื่น เพราะรอเราไม่ไหว! เราก็เลยบอกไปว่าได้ แต่ในใจลึก ๆ ก็คิดว่าคงรับไม่ไหว

30 ต.ค. 2026

แฟนขอไปมีอะไรกับสาวอื่น เพราะรอเราไม่ไหว!

เราก็เลยบอกไปว่าได้ แต่ในใจลึก ๆ ก็คิดว่าคงรับไม่ไหว

         ‘คุณเเชต’ (นามสมมติ) เป็นสายที่ 3 ในรายการ พุธทอล์คพุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (28 ตุลาคม 2569) ได้โทรเข้ามาปรึกษา ‘ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม และ หมอท้อป (นพ.อภิชาติ จริยาวิลาศ จิตแพทย์ Me Center clinic)’ เกี่ยวกับเรื่องราวที่ตนนั้นยอมให้แฟนหนุ่มไปมีเพศสัมพันธ์กับหญิงอื่นระหว่างที่เธอยังไม่พร้อม แต่กลับกังวลว่าเขาอาจไม่หยุดพฤติกรรมนี้ แม้ในวันที่เธอพร้อมแล้ว

         ‘คุณแชต’ (นามสมมติ) อายุ 24 ปี โทรเข้ามาปรึกษาเกี่ยวกับความสัมพันธ์กับแฟนหนุ่ม หลังจากที่เธอยอมให้แฟนสามารถไปมีเพศสัมพันธ์กับผู้หญิงคนอื่นได้ในระหว่างที่เธอยังไม่พร้อม แต่ลึก ๆ แล้วเธอกลับรู้สึกกังวลว่า หากวันหนึ่งเธอพร้อมที่จะมีเพศสัมพันธ์กับแฟนหนุ่มแล้ว เขาอาจไม่ยอมหยุดพฤติกรรมดังกล่าว อีกทั้งในปัจจุบันเธอยังไม่แน่ใจด้วยว่าแฟนหนุ่มได้ไปมีเพศสัมพันธ์กับผู้หญิงคนอื่นแล้วหรือไม่

         เธอเล่าว่าเธอกับแฟนหนุ่มมีอายุเท่ากัน โดยครอบครัวของเธอปลูกฝังเรื่องการรักนวลสงวนตัวมาตั้งแต่วัยเด็ก และที่ผ่านมาเธอไม่เคยคบหากับใครอย่างจริงจังมาก่อน จนกระทั่งได้พบกับฝ่ายชาย ซึ่งเป็นแฟนคนแรกของเธอ เขาเป็นคนเดียวที่เข้าหาครอบครัวของเธอ เธอจึงตัดสินใจเปิดใจให้ความสัมพันธ์ครั้งนี้

         คุณแชตยังเล่าว่าเธอไม่เคยมีเพศสัมพันธ์มาก่อน และได้เปิดใจพูดคุยเรื่องนี้กับแฟนหนุ่มอย่างตรงไปตรงมา ซึ่งฝ่ายชายก็บอกกับเธอว่าสามารถรอได้ เธอจึงขอเวลาอีกประมาณ 1 ปี แต่แฟนหนุ่มกลับตอบทันทีว่า “ได้สิ แต่ระหว่างนี้ขอไปซื้อกินหรือว่ามีอะไรกับคนอื่นได้ไหม” แม้เธอจะตอบรับไปว่าสามารถทำได้ เเต่ลึก ๆ แล้วเธอไม่สามารถยอมรับเรื่องนี้ได้ แต่ในขณะนั้นทั้งสองอยู่ด้วยกันตามลำพังเพียงสองคน เธอจึงตอบออกไปเพียงว่า “โอเค” ทั้งที่ภายในใจกลับเต็มไปด้วยความสับสนและตั้งคำถามกับตัวเองว่า เธอสามารถยอมรับเงื่อนไขนี้ได้จริงหรือไม่ 

         นอกจากนี้ เธอยังเล่าว่าแฟนหนุ่มมักพูดอยู่บ่อยครั้งว่า เมื่อรู้สึกเหนื่อยก็อยากออกไปดื่มและดูสาว ๆ ซึ่งเธอก็เคยบอกกับฝ่ายชายว่า “ถ้าไปขอไม่รับรู้ได้ไหม” โดยมีความหมายเชิงว่าเธอขอเพียงไม่ต้องรับรู้ว่าเขาไปทำอะไรกับใคร ขอให้ฝ่ายชายปิดบังเรื่องดังกล่าวให้มิดชิด แม้จะเป็นการเปิดโอกาสให้เขาไปมีเพศสัมพันธ์กับผู้หญิงคนอื่นก็ตาม

         จากเหตุการณ์ทั้งหมด ทำให้คุณแชตเริ่มย้อนกลับมาตั้งคำถามกับตัวเองว่า หรือแท้จริงแล้วเธอเป็นฝ่ายผิดที่ยังไม่พร้อมมีเพศสัมพันธ์กับแฟนหนุ่ม และสงสัยว่าการที่ฝ่ายชายขอไปมีเพศสัมพันธ์กับผู้หญิงคนอื่นเพราะไม่สามารถรอเธอได้ เป็นเรื่องปกติของคนในปัจจุบันนี้หรือไม่

         ทั้งนี้ ความสัมพันธ์ของทั้งคู่เพิ่งเริ่มต้นได้เพียง 1 เดือน และเรื่องที่ฝ่ายชายขอไปมีเพศสัมพันธ์กับผู้หญิงคนอื่นก็เพิ่งเกิดขึ้นเมื่อไม่นานมานี้ เธอจึงโทรเข้ามาปรึกษาพี่ ๆ ดีเจว่า การที่แฟนหนุ่มบอกว่ารอไม่ได้และต้องการไปมีเพศสัมพันธ์กับคนอื่นนั้นเป็นเรื่องปกติหรือไม่ หรือแท้จริงแล้วเธออาจเพียงแค่ยังไม่เจอคนที่สามารถยอมรับและเคารพเงื่อนไขเรื่องความพร้อมของเธอได้

         ในฝั่งของ ‘ดีเจเผือก’ ได้ให้มุมมองว่า “ถามว่ามันปกติไหม คือมันคงไม่ใช่คนแรก มันมีคนแบบนี้แหละ แต่ส่วนใหญ่คำว่า ‘อนุญาตให้ไปมีอะไรได้’ มันจะออกจากปากคนที่ซื่อสัตย์กับความรู้สึกตัวเอง ไม่ใช่ตอบไปก่อนเพื่อให้ยังมีเขาไว้ในชีวิต

         พี่ถึงถามว่าแชตรับได้จริง ๆ หรือเปล่า ซึ่งแชตก็ตอบไม่ได้ สำหรับพี่ การตอบไม่ได้ก็คือคำตอบว่ามันรับไม่ได้ ถ้าไม่ซีเรียสจริง ๆ แชตก็คงไม่โทรมาในวันนี้

         แล้วต้องถามแชตกลับว่า เขาคุ้มค่าพอที่จะยื่นข้อเสนอขนาดนี้ให้เลยหรือ กับคนที่เพิ่งรู้จักกันแค่ 1 เดือน เพราะช่วงเวลา 1 เดือนมันควรเป็นช่วงเวลาหอมหวาน ไม่ใช่ช่วงที่อีกฝ่ายมาบอกว่ารอไม่ได้ ทั้งที่คนส่วนใหญ่ก็มักจะตอบไปก่อนว่า ปีหนึ่งก็รอได้ สองปีก็รอได้ แต่แชตมั่นใจหรือว่าวันนึงปัญหาเหล่านี้จะไม่เกิดขึ้นอีก

         สำหรับพี่ คนเราจะอยู่ด้วยกันได้มันต้องศีลเสมอกัน ต้องมีความคิดหลาย ๆ เรื่องที่ตรงกัน โดยเฉพาะเรื่องแบบนี้ แชตลองกลับไปคิดดี ๆ ว่า กับแฟนคนนี้ที่คบกันมาเพียง 1 เดือน เรายังไม่รู้จักข้อดีหรือตัวตนที่แท้จริงของเขามากนัก แต่กลับได้เจอเงื่อนไขที่เรารับไม่ได้มาก ๆ แล้ววันหนึ่งถ้าอยู่ด้วยกันไป 5 ปี 6 ปี หรือ 7 ปี เหลือเพียงความผูกพันและการเป็นคู่ชีวิต เขาจะซื่อสัตย์กับเราได้ทั้งชีวิตไหม ลองกลับไปคิดดูเอาเองแล้วกัน”

         ในด้านของ ‘ดีเจต้นหอม’ ได้ให้มุมมองว่า “ถ้าเขาบอกว่าเขาจะไปมีอะไรกับคนอื่น พี่จะบอกว่าเธอเก็บเสื้อผ้าแล้วออกไปได้เลยค่ะ ไม่มีสิทธิ์พูดประโยคนี้ใส่หน้าพี่นะ

         ผู้ชายคนนี้ไม่ได้รักเรามากพอ ช่วง 1 เดือนนี่ใช้คำว่าแฟนได้หรือยัง ยังไม่แน่ใจเลยนะ โปรโมชั่นมันจะอยู่ประมาณ 6 เดือนถึง 1 ปี ที่เขาจะทำดีกับเรา โดยที่เรายังไม่รู้ว่าเนื้อแท้เขาเป็นยังไง แต่โปรโมชั่นที่คนอื่นเขาทำดี ๆ กัน ผู้ชายคนนี้กลับพูดใส่หน้าเราว่าขอไปมีอะไรกับคนอื่นได้ไหม ขอไปซื้อกินได้ไหม เพราะเธอไม่ให้ฉันมีอะไรด้วย

         ตัวแชตเองก็รับเรื่องนี้ไม่ได้ อย่าฝืนตัวเอง ถ้ารับไม่ได้ก็พูดไปเลยว่า ‘เรารับเรื่องนี้ไม่ได้’ ไม่ต้องอดทนเพื่อให้เขาอยู่ในชีวิต รักแค่ไหน ถ้ารับไม่ได้ก็คือไม่ได้ เพราะถ้ายอมครั้งแรก มีครั้งต่อไปแน่นอน

         การที่เขาเปิดมาว่าฉันสามารถซื้อกินได้ไหม หรือไปมีอะไรกับคนอื่นได้ไหม แปลว่ามันเป็นพฤติกรรมที่เขาทำอยู่เป็นประจำ เขาไม่ได้รู้สึกว่ามันเป็นเรื่องยากเลยที่จะพูดเรื่องนี้กับแชต แล้วถ้าแชตได้คนนี้ไป แชตจะอยู่รองมาก ๆ ทั้ง ๆ ที่ยังไม่ได้มีอะไรกัน เขายังอยู่เหนือขนาดนี้

         เราอาจจะเคยรู้จักผู้ชายมาน้อยไง ผู้ชายที่เข้ากับผู้ใหญ่ได้มันไม่ได้มีน้อยขนาดนั้น แล้วถ้าเขารักเราจริง ๆ เขาจะเข้าใจเรา ปีนึงพี่ว่าไม่นาน คนที่ทนไม่ไหว เผลอ ๆ อาจจะเป็นแชตเอง ถ้ารักเขามาก ๆ เธออาจจะสะกิดเขาเอง เวลาอยู่ด้วยกันมันเป็นเรื่องธรรมชาติของมนุษย์ เวลาที่เรารักใครสักคนจะมีความต้องการซึ่งกันและกัน ปล่อยให้ทุกอย่างเป็นธรรมชาติ ไม่ต้องกังวลเรื่องนี้มากเกินไป แต่สำหรับครั้งแรกของเรา พี่รู้สึกว่าผู้ชายคนนี้ไม่ควรได้ หนีไปค่ะ แชต หนีไป”

         ในด้านของ ‘ดีเจเติ้ล’ ได้ให้มุมมองว่า “พี่พูดกับแชตในมุมที่แชตถามอีกข้อนึงแล้วกันว่า สิ่งที่แชตทำตอนนี้มันผิดหรือเปล่า มันไม่เหมือนคนอื่นหรือเปล่า กับการที่คุณพ่อคุณแม่สอนว่าเราต้องดูแลตัวเอง อย่าเพิ่งไปมีอะไรชิงสุกก่อนห่ามอะไรอย่างเงี้ย

         พี่ตอบอย่างนี้แล้วกันว่า เพราะคำสอนของคุณพ่อคุณแม่อันนี้ มันเลยทำให้แชตไม่พลาดไปมีอะไรกับคนนี้นะ ไม่งั้นพี่ว่า ถ้าแชตมีอะไรกับเขาไปแล้ว แชตจะได้โทรมาถามพวกพี่อีกเรื่องแน่ ๆ เลย เช่น ‘เขาใช้ถุงยางแล้วมันตกอยู่ในห้องหนู ทำยังไงดีคะ’ หรือว่า ‘เพื่อนร่วมงานไปมีอะไรกับเขาด้วย’ พี่ว่าอาจจะไปถึงอย่างนั้นได้เลย

         ในฝั่งของ ‘หมอท้อป’ ได้ให้คำแนะนำว่า “จริง ๆ คนที่เจอเรื่องนี้มีเยอะ ส่วนใหญ่เป็นเด็กผู้หญิง น้อง ๆ ผู้หญิง หรือสาว ๆ ถามว่าปัญหานี้น้องผู้ชายมีคนเจอไหม ก็มีเหมือนกันนะ แต่ว่าจะน้อยกว่า

         ทีนี้ถามว่าเราผิดไหม ถ้าเรารู้สึกว่าเราอยากจะเก็บไว้จนถึงตอนแต่งงาน หรือเราอยากจะเก็บไว้ก่อน ก็ไม่ผิดเลยครับ นี่เป็นสิทธิ์ของเรา เป็นสิทธิ์ในร่างกายของเรา หมอว่าไม่ได้ผิดปกติแต่ประการใด แต่ว่ากรณีแบบนี้หมายความว่า เราก็ต้องหาคู่ครองหรือแฟนที่เขามีวิธีคิดแบบเดียวกันกับเรา เพราะถ้าอีกฝั่งมีวิธีคิดหรือมุมมองเรื่องนี้ต่างจากเรา ปัญหาก็จะเกิดขึ้น

         หมอไม่สามารถบอกได้ว่าคนนี้ดีหรือไม่ดี หรือเขารักเราหรือเปล่า เพราะไม่มีใครรู้ แต่สิ่งที่เห็นแน่ ๆ ตอนนี้คือเรื่องทางเพศของทั้งคู่ไม่เหมือนกัน และเขาค่อนข้างซื่อสัตย์กับความต้องการของตัวเองมากว่าเขาจะไม่รอ

         สิ่งที่หมอเป็นห่วงจริง ๆ คือตอนนี้น้องแชตอาจพลาดพลั้งไปตอบตกลงกับเขาในตอนนั้น แต่จริง ๆ แล้วเวลาที่เรามีความสัมพันธ์กับใครก็ตาม หากเราอยู่ในสถานการณ์แบบนั้นไปแล้ว เรายังสามารถแก้ไขได้ โดยการสื่อสารกับเขาว่า วันนั้นเรายังตั้งสติไม่ทัน แต่ตอนนี้เราได้ทบทวนมาอย่างดีแล้ว และอยากบอกให้ชัดเจนว่าความต้องการที่แท้จริงของเราเป็นอย่างไร 

         แล้วก็อย่างที่พี่เผือกพูด ถูกต้องมาก ๆ เพราะคนส่วนใหญ่ที่บอกว่าจะรับได้ หากอีกฝ่ายมีคนอื่น จริง ๆ แล้วการยอมรับเรื่องนี้ได้เป็นเรื่องที่ยากมาก หมอว่าเราควรตัดสินใจคุยกับเขาให้ชัดเจนว่าเรารับไม่ได้ เพราะถ้าปล่อยไว้นานกว่านี้ อย่าว่าแต่ 1 ปีเลย แค่ 3 เดือนแล้วแชตรู้เรื่อง แชตจะเสียใจมากกว่า 1 เดือน

         ซื่อสัตย์กับความต้องการของตัวเองดีกว่า เพราะอีกฝั่งหนึ่งเขาก็ซื่อสัตย์กับความต้องการของเขาเหมือนกันนะครับ อย่าปล่อยให้คุณค่าของเราถูกลดทอนไปด้วยความต้องการของเขา”

เรื่องราวจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทาง

มีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATION

รับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 20.00 –23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

related พุธทอล์ค พุธโทร RECAP

หนูสมัครเข้าทำงานตำแหน่งจัดซื้อ แต่ต้องคุมคนทำความสะอาดด้วย ซึ่งหัวหน้าเป็นคนโยนงานให้หนูทำ ทำยังไงดีคะเพราะหนูไม่อยากทำงานอื่นที่ไม่ตรงกับตอนสมัครเข้ามา

11 มิ.ย. 2026

หนูสมัครเข้าทำงานตำแหน่งจัดซื้อ แต่ต้องคุมคนทำความสะอาดด้วย ซึ่งหัวหน้าเป็นคนโยนงานให้หนูทำ ทำยังไงดีคะเพราะหนูไม่อยากทำงานอื่นที่ไม่ตรงกับตอนสมัครเข้ามา

หนูสมัครเข้าทำงานตำแหน่งจัดซื้อแต่ต้องคุมคนทำความสะอาดด้วยซึ่งหัวหน้าเป็นคนโยนงานให้หนูทำทำยังไงดีคะเพราะหนูไม่อยากทำงานอื่นที่ไม่ตรงกับตอนสมัครเข้ามา ‘คุณนานะ’ (นามสมมติ) สายที่ 2 ในรายการ พุธทอล์คพุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (10 มิถุนายน 2569) ได้เข้ามาขอคำปรึกษา ‘ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม’ เรื่องที่เข้ามาทำงาน แต่งานที่ต้องทำไม่ตรงกับ job description ‘คุณนานะ’ อายุ 27 ปี เล่าว่าได้เข้ามาทำงานที่บริษัทแห่งหนึ่ง ในช่วงที่สัมภาษณ์ก่อนที่จะตกลงเข้าทำงานก็ได้คุยหน้าที่การทำงานกันเรียบร้อย ซึ่งภาระหน้าที่งานก็ตรงกับตำแหน่งที่ได้ทำ แต่พอเริ่มทำงานได้สักพัก ก็เริ่มมีงานวานให้ช่วยทำ ในตอนแรกคุณนานะก็สามารถช่วยทำได้เพราะเป็นงานที่รองมาจากงานหลัก จนกระทั่งอายุงานครบ 1 ปี จากงานรองก็กลายเป็นอีกงานหนึ่งที่ต้องทำประจำ ซึ่งตลอดที่ช่วยทำงานนี้ก็มีปัญหาอยู่ตลอด แต่งานหลักไม่เคยมีปัญหาเลย ดังนั้นนี่จึงเป็นปัญหาในการทำงานของเธอมาก คนที่มอบหมายงานให้คุณนานะคือผู้บริหารโดยตรง เพราะเธอขึ้นตรงกับฝ่ายบริหาร แต่ก่อนหน้าที่เธอจะได้รับมอบหมายงานนี้มาก็มีพี่ที่ทำงานนี้มาก่อนหน้านี้แล้ว แต่สุดท้ายก็ถูกโยนมาให้คุณนานะทำแทน ตลอดระยะเวลาที่ทำงานหนัก คุณนานะก็จะกังวลเกี่ยวกับงานรองด้วย ซึ่งงานหลักและงานรองก็มีเนื้องานไม่เหมือนกัน งานหลักของคุณนานะคือจัดซื้อ และงานรองคืองานคุมคนทำความสะอาด แต่เนื่องจากคุณนานะอายุน้อยที่สุด จะไปสั่งให้คนทำอะไรก็ไม่มีใครฟังเพราะเขาโตกว่ากันหมด ถ้าทำงานคุมคนได้ไม่ดีก็ถูกหัวหน้าตำหนิด้วย คุณนานะเสริมอีกว่า ได้แจ้ง HR เรื่องปัญหางานไม่ตรงกับตำแหน่งไปแล้ว แต่เขาก็ช่วยคุยอะไรไม่ได้ เพราะคนที่มอบหมายมาก็คือผู้บริหาร คุณนานะกล่าวว่าบริษัทที่ทำอยู่คือบริษัทเล็ก ๆ อยู่ด้วยกันแบบครอบครัว งานหลักจึงทำเยอะมาก ดูแลหลายสาขา ในบางครั้งงานรองก็มาแทรกในตอนที่กำลังเครียดกับงานหลัก คุณนานะเคยพยายามพูดกับเจ้านายเรื่องนี้แล้ว เพราะหัวหน้าบอกว่าถ้ามีปัญหามาปรึกษาได้ตลอด แต่พอจะคุยเรื่องนี้เขาก็จะตอบกลับมาว่า 'ทำไมถึงทำไม่ได้ล่ะ' นั่นทำให้รู้สึกว่าเขาไม่รับฟังเรื่องที่คุณนานะอยากจะปรึกษาจริง ๆ ส่วนตัวคุณนานะจะลาออกจากงานก็ไม่กล้าเพราะปัจจุบันหางานยาก คุณนานะจึงอยากปรึกษาเหล่าดีเจว่า ถ้าจะคุยกับผู้บริหารอีกครั้งเพื่อที่จะปฏิเสธไม่ทำงานรองนี้ จะใช้วิธีและพูดกับเขาอย่างไรดี เริ่มด้วยคำแนะนำของ ‘ดีเจเผือก’ โดยกล่าวว่า “ถ้าเป็นพี่จะรีบเข้าไปคุยกับผู้บริหารเลย จะค่อย ๆ บรรยายสิ่งที่เกิดขึ้น ความอึดอัดของตัวเราเอง เราเข้ามาที่นี่เพื่อทำงานตำแหน่งไหน ซึ่งตอนนี้ถ้าให้พูดตรง ๆ ด้วยความเคารพก็ตอนนี้ค่อนข้างที่จะไม่โอเค ภาพรวมก็จะพูดอ้อม ๆ ให้เขารู้ว่าเราไม่โอเคที่ต้องมาทำงานอื่นที่ไม่ตรงตำแหน่ง” และยังเสริมทิ้งท้ายว่า "ถ้าจะเข้าไปพูดก็ควรหางานใหม่รอไปพลาง ๆ ด้วย ไม่สนับสนุนให้ออกจากงานตอนที่ยังไม่มีงานรองรับ ถ้าโอเคแล้วว่าปัญหาแก้ไม่ได้และจะลาออกก็ค่อยย้ายออก หรือถ้าหากผู้บริหารให้เงินเดือนเพิ่มและทำให้เติบโตในสายงานได้ก็พร้อมที่จะเรียนรู้" ต่อด้วย ‘ดีเจเติ้ล’ ว่า “เริ่มด้วยการขอบคุณที่มองเห็นความสามารถที่จะคุมคนได้ แต่อยากปรึกษาว่างานหลักที่ทำอยู่มันต้องใช้เวลาในการทำมากกว่านี้ ยินดีที่จะช่วยคุมคนแต่ต้องเป็นช่วงเวลาที่ทำงานหลักเสร็จสมบูรณ์แล้ว ไม่อยากให้งานที่ไม่ใช่หน้าที่หลักมาแย่งเวลาในการทำงานตามหน้าที่หลัก” โดยคุณนานะก็เสริมเพิ่มว่าเคยทำงานหลักให้เสร็จก่อนแล้วค่อยไปจัดการงานรองแล้ว บางครั้งผู้บริหารเขาก็ปล่อยผ่าน แต่บางครั้งเขาก็จะมาสอบถามบ้าง ‘ดีเจเติ้ล’ จึงบอกว่า "ให้การพูดครั้งนี้เป็นการขอให้เขาเข้าใจ ถ้าหากสุดท้ายยอมให้เราไม่ได้ก็ออกแล้วไปหางานใหม่ที่ดีกว่าไปเลย" ปิดท้ายที่ ‘ดีเจต้นหอม’ ที่ว่า “ดูสถานการณ์ก่อน รอเขามาบ่นอีกรอบแล้วค่อยพูดกับเขาว่าอยากปรึกษาเรื่องนี้ ว่าการที่เขามอบหมายงานเพิ่มให้ทำจนมันกระทบการงานหลัก งานที่มอบหมายเพิ่มก็ไม่ใช่เนื้องานที่เราถนัด มันก็ช้าลง และทำให้ทั้งงานหลักและงานรองไม่ดี ขอทำแค่งานหลักงานเดียวได้มั้ย แต่ถ้าเขาบอกว่าไม่ได้ เราก็บอกไปแค่ว่ามันทำได้แต่จะทำได้ไม่ดี เพราะฉะนั้นถ้าเขายังจะเอาเปรียบเราอีกสุดท้ายก็ออกเถอะ” แต่สุดท้ายก็เน้นย้ำเพิ่มเติมจากดีเจคนอื่น ๆ คือ "ให้หางานใหม่ให้ได้ก่อนค่อยเข้าไปคุยหรือลาออก"เรื่องราวจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการInboxฝากเรื่องมาที่FacebookFanpageEFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 20.00–23.00น.ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

(ภาคต่อ) มีแผลเป็นแต่ต้องไปต่อ ! จับได้ว่าแฟนมีโลกสองใบก่อนแต่งงานไม่กี่วัน ผลสรุปคือแต่งงานกัน และให้โอกาสเขา!

20 เม.ย. 2026

(ภาคต่อ) มีแผลเป็นแต่ต้องไปต่อ ! จับได้ว่าแฟนมีโลกสองใบก่อนแต่งงานไม่กี่วัน ผลสรุปคือแต่งงานกัน และให้โอกาสเขา!

(ภาคต่อ) มีแผลเป็นแต่ต้องไปต่อ !จับได้ว่าแฟนมีโลกสองใบก่อนแต่งงานไม่กี่วันผลสรุปคือแต่งงานกัน และให้โอกาสเขา! 'คุณต้นไม้' (นามสมมติ) อายุ 27 ปี สายที่ 10 ในรายการ พุธทอล์คพุธโทร ได้โทรเข้ามาอัปเดตเรื่องราวที่เคยเข้ามาเล่าในรายการเมื่อวันที่ 14 มกราคม 2569 กับ‘ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล – ดีเจต้นหอม’ เกี่ยวกับเรื่องที่ตนนั้นจับได้ว่าแฟนมีโลกสองใบก่อนแต่งงานเพียงไม่กี่วัน แต่ที่บ้านไม่ยอมให้ยกเลิกงานแต่ง เพราะกลัวจะโดนนินทาและเป็นหม้ายขันหมาก ความคืบหน้าล่าสุด “คุณต้นไม้ (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘ตัดสินใจแต่งงานต่อ เพราะต้องแต่งค่ะ ในวันงาน บรรยากาศก็ดี เพราะคนรอบข้างไม่ได้รู้เรื่องนี้ ตอนที่พิธีกรให้คู่บ่าวสาวพูด เราก็ให้เขาพูดก่อนตามคำแนะนำ ซึ่งเขาก็พูดว่า “จะเป็นสามีที่ดี เพื่อดูแลเจ้าสาว” เมื่อถึงคิวเรา ต้นไม้ก็พูดขอบคุณแขกทุกคนที่มาร่วมงาน และทิ้งท้ายไว้ว่า “ความรักที่ดี คือความรักที่มีความซื่อสัตย์ให้กันนะคะ” เจ้าบ่าวก็มีสะอึกนิดหนึ่ง แต่ก็ไม่ได้แสดงอาการอะไรมาก และตอนนี้ความสัมพันธ์ของเราทั้งคู่ก็ดำเนินต่อไป ตั้งแต่วันที่เราจับได้ เขาก็เลิกติดต่อกับผู้หญิงคนนั้น และผู้หญิงคนนั้นก็บล็อกเรา ไม่ได้มายุ่งกับเราอีก ถึงแม้จะมีแผลเป็น แต่ก็สามารถไปต่อกันได้ และดูแผลนั้นไว้เป็นอุทาหรณ์ อาจมีระแวงบ้าง แต่ก็เห็นได้ชัดว่าเขาก็พยายามปรับเปลี่ยน เขารายงานทุกความเคลื่อนไหวของเขา ว่าไปไหน ทำอะไร แต่เราก็ยังไม่เชื่อใจเขา 100%ค่ะ’ ปิดท้ายด้วย “ดีเจทั้งสาม” อวยพร ให้คุณต้นไม้มีความสุขในชีวิตคู่ ขอให้เขากลับตัวกลับใจ เป็นคนดีได้ตลอดรอดฝั่งเรื่องราวจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการInboxฝากเรื่องมาที่FacebookFanpageEFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 20.00–23.00น.ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

หนูโดนกาหัวข้อสอบ รอบสัมภาษณ์ ตอนสอบเข้าโรงเรียนเพื่อเตรียมเป็นทหาร “ไม่ผ่านเพราะเป็น LGBTQ+” หลังจากที่เขารู้ว่าหนูเป็น คำถามที่โดนถาม ไม่มีอะไรเกี่ยวกับการเป็นทหารเลย หนูโดนถามว่า “เป็นตุ๊ดหรอ เป็นรุกหรือรับ? มีแฟนเป็นผู้ชายใช่ไหม?”

06 มิ.ย. 2025

หนูโดนกาหัวข้อสอบ รอบสัมภาษณ์ ตอนสอบเข้าโรงเรียนเพื่อเตรียมเป็นทหาร “ไม่ผ่านเพราะเป็น LGBTQ+” หลังจากที่เขารู้ว่าหนูเป็น คำถามที่โดนถาม ไม่มีอะไรเกี่ยวกับการเป็นทหารเลย หนูโดนถามว่า “เป็นตุ๊ดหรอ เป็นรุกหรือรับ? มีแฟนเป็นผู้ชายใช่ไหม?”

หนูโดนกาหัวข้อสอบ รอบสัมภาษณ์ ตอนสอบเข้าโรงเรียนเพื่อเตรียมเป็นทหาร “ไม่ผ่านเพราะเป็น LGBTQ+”หลังจากที่เขารู้ว่าหนูเป็น คำถามที่โดนถาม ไม่มีอะไรเกี่ยวกับการเป็นทหารเลย หนูโดนถามว่า “เป็นตุ๊ดหรอ เป็นรุกหรือรับ?มีแฟนเป็นผู้ชายใช่ไหม?” พอหนูตอบทุกอย่างตามจริง ผลออกมา ไม่ผ่าน ทั้งๆที่ หนูสอบปฏิบัติ ทดสอบร่างกายหนูทำได้ดีทุกอย่าง คะแนน 200 ได้ 170 คะแนน เหมือนความพยายามทั้งหมดที่หนูฝึกฝนมา 7-8 เดือน สูญเปล่าไปเลยแต่เพื่อนผู้ชายแท้ว่ายน้ำไม่ได้ ทำคะแนนไม่ดี กลับสอบติดตัวจริง ปีหน้าคงหมดหวังแล้วเพราะอายุหนูเกิน “คุณเอ (นามสมมติ)” อายุ 23 ปี สายที่ 2 ในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา [4 มิ.ย. 68] ได้โทรเข้ามาปรึกษา ‘ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม’ เกี่ยวกับปัญหาการสอบทหาร ซึ่งทำได้ดีในทุกรอบ แต่ตกรอบสัมภาษณ์เพราะเป็น LGBTQIA+ โดย “คุณเอ (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘หนูอยากเป็นทหาร เลยเตรียมตัวฝึกฝนจนสอบผ่าน แต่มาตกเอารอบสัมภาษณ์ เพราะหนูเป็น LGBTQIA+ หนูเคยผ่านการเป็นทหารเกณฑ์มาก่อน รู้สึกว่าระบบการทำงานมันตอบโจทย์กับหนู ถึงจะเป็นแบบนี้ก็จริง แต่หนูไม่ชอบทำงานนั่งสวย ๆ ในออฟฟิศเท่าไหร่ หนูชอบงานท้าทาย ตอนไปสอบก็พยายามแอ๊บแมน และในวันที่สอบสัมภาษณ์ ปกติแล้วคำถามในการสัมภาษณ์มันควรจะถามเกี่ยวกับองค์กรที่เราจะเข้าไปทำงานใช่ไหม? แต่อันนี้เขาไม่ถามเลย เขาถามแค่ว่า เป็นตุ๊ดใช่ไหม มีแฟนเป็นผู้ชายใช่ไหม เป็นรุกหรือเป็นรับ? เขาถามแค่เรื่องเพศสภาพของหนู เขาไม่ถามเกี่ยวกับทหารเลย หนูคิดว่าเขาคงไม่อคติขนาดนั้น เพราะในส่วนต่าง ๆ หนูทำได้ดีมาก ตอนเทสร่างกายเขาให้ว่ายน้ำ วิ่ง ดันพื้น และดึงข้อ หนูทำได้ดีเกือบทุกสนามจนหนูยังตกใจตัวเอง ขนาดกรรมการยังถามว่า ไปกินอะไรมา แต่คนที่เขาเลือกให้ผ่านเข้าไป กลับเป็นคนที่ได้คะแนนน้อยกว่าหนู ที่หนูรู้สึกว่ามันไม่แฟร์กับหนู คือ เพื่อนที่ไปสอบด้วยกัน เขาเป็นชายแท้ แต่เขาว่ายน้ำไม่ได้ ทำคะแนนได้ไม่ดี ซึ่งคะแนนเต็มทั้งหมด 200 คะแนน หนูทำได้ทั้งหมด 170 คะแนน ตอนนั้นหนูเลยไม่มีความคิดว่าจะไม่ติด เพราะเราเตรียมตัวมาดี ทำให้หนูคิดว่า พอเราเป็นแบบนี้แล้วทำไมไม่ให้โอกาสเราเลย ถ้าคุณบอกว่าการเป็นทหารต้องแข็งแรง หนูก็ทำให้เห็นแล้วว่าหนูทำได้ แล้วทำไมถึงไม่เอาหนูเข้าไป หนูน้อยใจในจุดนี้ หนูใช้เวลาทั้งหมด 8 เดือน ทั้งอ่านหนังสือ ฝึกฝน เตรียมร่างกาย หนูทำไปเพื่ออะไร? หนูออกไปวิ่งทุกเช้าทุกเย็น จริง ๆ หนูเคยไปสอบอีกสนาม หนูก็ไม่ผ่าน ซึ่งสนามนั้นหนูรู้ว่าหนูพลาดอะไร หนูเลยไม่ได้อะไรมาก แล้วในกฏเขาก็ไม่ได้มีเขียนบัญญัติไว้ว่าห้ามรับ LGBTQIA+ แถมตอนสัมภาษณ์หนูยังโดนย้ายไปห้องสอบสัมภาษณ์พิเศษ แต่ก็โดนถามแค่คำถามเดิม ๆ ที่เกี่ยวกับเพศสภาพ หนูแค่สงสัยว่า ทำไมถึงไม่เปิดโอกาสให้หนูตอบคำถามที่หนูควรจะได้ตอบเหมือนคนอื่น ๆ เพื่อที่หนูจะได้โชว์ว่าหนูทำได้ หนูเสียใจเพราะมันเป็นปีสุดท้ายที่หนูจะสมัครได้ เพราะเขารับอายุไม่เกิน 24 ปี แล้วปีนี้หนูกำลังจะครบอายุ 24 ปี เรื่องนี้ผ่านมา 3 เดือนแล้ว แต่หนูไม่สามารถปล่อยวางได้เลย หนูเลยอยากได้คำปลอบใจจากพี่ ๆ ดีเจว่า หนูควรทำยังไงดี?’ ซึ่ง “ดีเจเติ้ล” ก็ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘พี่ก็เคยเจอแบบหนูเหมือนกัน เคยโดนกีดกันไม่ให้เป็นพิธีกรโรงเรียน แต่พี่ก็ไม่ได้สนใจ พี่แค่อยากจะบอกเอว่ามันก็ไม่แฟร์จริง ๆ แต่เรื่องแบบนี้มันก็สามารถเกิดขึ้นได้แหละในชีวิตจริง เข้าใจแหละว่าเสียใจ แต่ถ้าเราไม่ยอมแพ้ และไม่มองว่าอาชีพนี้เป็นอาชีพสุดท้ายที่เอจะทำได้ ถ้าเอเปิดใจมันยังมีทางอื่นให้เอได้ลองทำอีกนะ ไม่อยากให้เอาสิ่งที่เกิดขึ้นไปตัดสินคุณค่าในตัวเอง’ ต่อมา “ดีเจเผือก” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘เข้าใจในสิ่งที่เอเจอนะ ไม่อยากให้เอคิดว่ามันเป็นความผิดของเอ เราไม่รู้หรอกว่าเหตุผลจริง ๆ คืออะไร มันยังมีหลายที่ ๆ เขาโอเคกับความเป็นตัวเรา เราเป็นคนมีความสามารถและความตั้งใจ พี่เชื่อว่ามันจะทำให้เอสามารถไปยังอาชีพอื่น ๆ อีกมากมาย’ ต่อมา “ดีเจต้นหอม” ได้คำคำปรึกษาว่า ‘เอดีเกินไปที่จะเข้าไปอยู่ในระบบราชการไทย หนูสามารถไปทำอะไรได้เยอะกว่านี้ ถ้าหนูเข้าไปหนูก็อาจจะโดนกลืนกิน เพราะมันไม่ใช่สิ่งที่เขาต้องการ และเขาก็ไม่เชื่อว่าหนูจะทำมันได้อยู่แล้ว คนที่มุ่งมั่นขนาดนี้ สามารถสร้างสิ่งที่ยิ่งใหญ่กว่านี้ได้แน่นอน แค่ที่นั่นไม่ได้เหมาะกับเรา’ และสุดท้าย ดีเจทั้ง 3 คน ได้ให้ความเห็นตรงกันว่า ‘อย่าด้อยค่าตัวเองและอย่าหยุดพยายาม ปล่อยให้ตัวเองไปเจอสิ่งที่ดีกว่าแล้วเราจะใช้ชีวิตแบบมีความสุข’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

ลูกชายอายุ 17 ถูกเพื่อนในโรงเรียนบูลลี่ แกล้ง แอบถ่ายตอนเข้าห้องน้ำ เอาไปส่งต่อ หัวเราะกันในกลุ่มไลน์ หัวอกแม่อย่างเรา พร้อมลุย จัดการให้ได้ทุกอย่าง แต่ลูกชายขอไว้ว่า อย่าไปเอาเรื่องใคร หรือ บอกอาจารย์นะครับแม่ ผมจะตั้งใจเรียนอีก 1 ปีกว่า

09 ธ.ค. 2024

ลูกชายอายุ 17 ถูกเพื่อนในโรงเรียนบูลลี่ แกล้ง แอบถ่ายตอนเข้าห้องน้ำ เอาไปส่งต่อ หัวเราะกันในกลุ่มไลน์ หัวอกแม่อย่างเรา พร้อมลุย จัดการให้ได้ทุกอย่าง แต่ลูกชายขอไว้ว่า อย่าไปเอาเรื่องใคร หรือ บอกอาจารย์นะครับแม่ ผมจะตั้งใจเรียนอีก 1 ปีกว่า

ลูกชายอายุ 17 ถูกเพื่อนในโรงเรียนบูลลี่ แกล้ง แอบถ่ายตอนเข้าห้องน้ำ เอาไปส่งต่อหัวเราะกันในกลุ่มไลน์ หัวอกแม่อย่างเรา พร้อมลุย จัดการให้ได้ทุกอย่าง แต่ลูกชายขอไว้ว่าอย่าไปเอาเรื่องใคร หรือ บอกอาจารย์นะครับแม่ ผมจะตั้งใจเรียนอีก 1 ปีกว่าแล้วจะสอบวิศวะให้ติดให้ได้ ตอนนี้เราสงสารลูกใจจะขาด ได้แต่รับฟังและทำตามที่เขาขอ “คุณผักกาด (นามสมมติ)” อายุ 38 ปี สายแรกในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (4 ธ.ค. 67) ได้โทรเข้ามาปรึกษา ‘ดีเจเผือก – ดีเจต้นหอม – ดีเจเติ้ล’ เกี่ยวกับปัญหาการโดนบูลลี่ โดย “คุณผักกาด (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘เรื่องที่เกิดขึ้นเริ่มจากที่ลูกชาย อายุ 17 ปี ด้วยความที่ลูกชายเป็นเด็กทุนจึงจำเป็นต้องย้ายเข้าไปอยู่หอพักของวิทยาลัยแห่งหนึ่งเมื่อปีที่แล้ว ซึ่งบ้านกับสถานศึกษาไม่ได้ไกลกันมาก สามารถไป-กลับได้ แต่ลูกชายต้องการที่จะแบ่งเบาภาระของคุณแม่ เนื่องจากเราเป็นแม่เลี้ยงเดี่ยว ลูกชายเลยตัดสินใจเลือกรับทุนการศึกษานี้ พอหลังจากย้ายเข้าไปปีแรกเขาก็โดนแกล้งเลย ไม่ใช่เป็นการรับน้องแต่คือน้องโดนเพื่อนรุ่นเดียวกันจับถอดเสื้อผ้า ถอดกางเกง หลังจากนั้นเขาก็โดนล้อเรื่องของสงวนมาตลอด ตัวน้องเองก็บอกกับเพื่อนมาตลอดว่าไม่ชอบนะแต่มันจะมีทั้งคนที่ฟังแล้วไม่ล้ออีก และก็จะมีหัวโจกที่ยังคงล้ออยู่ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นล่าสุดเมื่อสัปดาห์ก่อนน้องมาเล่าให้ฟังว่า มันมีคนพยายามที่จะเปิดประตูห้องน้ำตอนที่น้องกำลังอาบน้ำอยู่ เพราะหอพักที่น้องอยู่มีลักษณะคล้ายอพาร์ทเม้นท์ 2 ห้องนอน มีห้องน้ำในตัว 1 ห้องนอนจะนอนได้ 2 คน ห้องที่ลูกชายพักก็จะอยู่ด้วยกัน 4 คน วันนั้นน้องอาบน้ำอยู่ ประตูห้องน้ำเป็นลูกบิดล็อคประตูไม่ใช่แบบกลอนล็อค เพื่อนใช้ส้อมพยายามงัดเปิดประตูเข้ามา 3 ครั้ง แล้วน้องก็บอกว่าตรงพัดลมดูดอากาศของห้องน้ำจะมีอะไรบางอย่างปิดอยู่ แต่ตอนน้องอาบน้ำก็ไม่ได้สังเกต จนน้องอาบน้ำเสร็จออกมาจากห้องน้ำ น้องเห็นว่าตรงนั้นมันเปิดออก พอลูกชายเล่าให้ฟังแล้ว เรารู้สึกกังวลว่า ลูกเราจะโดนถ่ายรูป ถ่ายคลิปไหม เพราะเด็ก ๆ จะมีกลุ่มส่วนตัวในแพลตฟอร์มนึงเพื่อคุยกัน ในกลุ่มนั้นก็จะชอบถ่ายรูปเพื่อน ๆ เวลานอนหลับอ้าปากบ้าง นอนกรนบ้าง เอาไปลงกันเป็นเรื่องโจ๊ก ซึ่งถ้ามันเป็นรูปลักษณะแบบนี้มันก็คงไม่โจ๊กหรอก พอน้องเห็นว่าตรงพัดลมดูอากาศเปิด น้องก็รู้สึกไม่โอเคก็เลยมาเล่าให้แม่ฟัง เราคิดว่าน้องน่าจะโดนหลาย ๆ อย่าง จริง ๆ ไม่ได้โดนทุกวัน น้องกับเพื่อน ๆ ยังคุยกันได้ แต่ก็จะมีการแกล้งแบบนี้ เราคิดว่าเขาน่าจะโดนแกล้งมาประมาณนึง จนทนไม่ไหวน้องตัดสินใจเล่าให้แม่ฟัง เพราะเขาจะไม่ค่อยเอาเรื่องอะไรมาเล่าให้แม่ฟังด้วยความที่อยู่กัน 2 คน เขาเห็นเรารับผิดชอบค่อนข้างเยอะ เขาจะไม่ค่อยเล่าอะไรถ้าไม่ซีเรียสจริง ๆ ตอนนี้ก็น้องโดนมาปีครึ่งแล้ว น้องก็ไม่อยากอะไรเลยนอกจากฟังเขาเล่า เขาเล่าให้ฟังแม่ก็อารมณ์เสียเพราะมันมาเกินไป จะมีเด็กประมาณ 3 - 4 คนที่โดนแบบนี้ พอเราฟังเขาเราก็อารมณ์ขึ้นปึ้ง เขาก็บอกว่า “แม่ หนูพูดกับใครไม่ได้เลยนอกจากแม่ หนูอยากให้แม่แค่รับฟัง” เราก็บอก “ย้ายไหม ย้ายเลย” คือถ้าเลือกย้ายโรงเรียน 1. ทุนที่เราได้รับทั้งหมดต้องจ่ายคืน 2. ที่นี่จะมีอะไรบางอย่างพิเศษกว่าที่อื่น ซึ่งถ้าจบจากที่นี่เขาจะมีสิทธิ์ได้เข้าในมหาลัยที่เขาอยากเข้า ซึ่งเรามองว่าเขาเก่งมากที่มองเป้าหมายแล้วเขาไม่หนี แต่เราก็มองว่ามันต้องอดทนขนาดนี้เลยเหรอ? ทั้งการเรียนก็หนักมาก หลาย ๆ อย่างที่เขาจะต้องทำอีกในเรื่องการเรียนอีก หลังเลิกเรียนคือช่วงเวลาที่จะได้พักผ่อน ทำการบ้าน เคลียร์งาน แต่กลับต้องมานั่งหวาดระแวง ซึ่งตอนแรกที่แม่รู้ แม่คิดว่าเราจะคุยกับผู้ปกครองของเด็กพวกนี้ เพราะเรามีไลน์กลุ่มกันเราก็คุยกับเขาได้ทุกเรื่อง ลูกก็บอกว่า “ไม่ได้สิแม่ มันก็ต้องถึงพวกนี้” ก็จะกลายเป็นว่าจะมี 2 อย่างที่เกิดขึ้น 1. โดนแกล้งหนักกว่าเดิม 2. โดนคว่ำบาตร ตัวน้องก็จะต้องทำโปรเจคซึ่งต้องทำเป็นกลุ่ม เด็กทุนก็ไม่ได้มีเยอะ ตัวเขาก็ไม่อยากย้ายโรงเรียนเขาบอกกับแม่ว่า “เขาไหว ถ้าเมื่อไหร่ที่ไม่ไหวเขาจะบอก” แต่คือเราเป็นแม่จัดการความรู้สึกตัวเองไม่ได้ ตอนนี้มันก็ผ่านมาสัปดาห์นึงแล้วเราก็คอยถามตลอดว่า ทุกอย่างดีขึ้นไหม โอเคไหม ถ้ามีอะไรที่เขามารังแกให้อัดเสียงไว้หรืออัดคลิปไว้นะ วันนี้หนูอาจจะไม่อยากเอาเรื่องแม่เข้าใจแต่วันนึงถ้าหนูไม่ไหว ถ้าแม่ต้องไปงัดไม่ว่าจะโรงเรียนหรือผู้ปกครองแม่ก็อยากให้เขารู้ว่ามันไม่มีหรอก ลูกฉันเป็นคนดี บางครั้งเวลาไปส่งลูกแล้วแม่เจอก็อยากถอดหมวกกันน็อคฝาดหน้ามันเลย เอาตรง ๆ คือมึงไม่ต้องมายกมือไหว้กูหรอก ไม่ต้องมาเรียกกูว่าแม่เลยถ้าจะทำแบบนี้ ทุกครั้งก็จะเอาขนมไปฝากตลอดเพราะเด็กบางคนอยู่ต่างจังหวัด ต่อหน้าเราเขาอีกอย่าง ด้วยความที่มันอาจจะเป็นปมนึงของลูกด้วยเพราะเขามีโลกประจำตัวตั้งแต่เด็ก เขาเคยได้รับการฉายรังสีที่ศีรษะและอวัยวะเพศ แม่ไม่ทราบว่ามันจะมีผลทำให้ฮอร์โมนบางอย่างมันช้าลงไหม และเขาก็เป็นคนตัวสูงใหญ่มันก็เลยอาจจะดูไม่บาลานซ์ เขามีความรู้สึกไม่มั่นใจตัวเองอยู่แล้วมาเจอแบบนี้อีก แม่รู้สึกไม่โอเคมากแต่ไม่รู้จะยังไงสับสนไปหมดเพราะความฝันของลูกก็สำคัญ มันรู้สึกเหมือนเราล้มเหลวเราเป็นแม่เขาแต่เราปกป้องเขาไม่ได้ แม่ก็เลยอยากจะปรึกษาว่าแม่ควรจะทำออกไปเป็นการกระทำอย่างไร ควรจะคิดยังไง?’ เริ่มที่ “ดีเจต้นหอม” ให้คำปรึกษาว่า ‘ถ้าเป็นหอมจะเลือกทำตามที่ลูกบอก เพราะว่าเขาประเมินสถานการณ์แล้วว่าเขารับมือกลับสิ่งตรงนี้ได้แค่ไหน สิ่งที่เขากังวลใจเขาก็ไม่อยากให้แม่เข้าไปยุ่งตรงนั้น ซึ่งการที่แม่เข้าไปยุ่งหรือทำให้สิ่งที่เขาไม่อยากให้ทำมันเป็นการเพิ่มปัญหาให้กับเขา ฉะนั้นวันเนี้ยสิ่งที่ทำได้คือคุยกับลูกให้เยอะ ๆ แล้วสังเกตว่าเราเป็นทีมเดียวกันนะ ถ้าสมมุติไม่ไหวแม่ก็ต้องเข้มแข็งให้ลูกเห็นว่า “เออ ลูกอยู่ทีมถ้าไม่ไหวยังไงบอกแม่เลยนะ แม่เอาออกได้เลยไม่ต้องกังวลเรื่องเงินเลยนะลูก” แล้วลูกจะมีความรู้สึกฮึกเหิมว่ายังไหวอยู่อีกปีครึ่งแล้วแต่ลูกเลย ถ้าเกิดไม่ไหวบอกแม่ แม่เอาออกเลยแต่แม่จะทำตามลูกนะ ลูกให้ทำอะไรลูกบอกมาเลยลูกว่าไงว่างั้น เพราะเขาเป็นคนรับมือ แล้วเขาจะรู้สึกว่าโอเคมันอาจจะเฮิร์ทนิดนึงแต่ยังไหวอยู่ ให้เขาเป็นคนตัดสินใจแต่เราแค่แสดงเจตจำนงเลยว่า ซัพพอร์ท ไหวอยู่ไหมลูก ก็ทำให้บรรยากาศเวลาคุยกับเราแล้วไม่เครียด แต่ต้องไม่พูดด้วยความเครียด โมโห หรือแค้น เพราะเขาจะกังวลใจเข้าไปอีก ต้องทำให้เขาผ่อนคลายทำให้เขารู้สึกว่าทุกครั้งที่โทรหาแม่ลูกจะได้ความสบายใจกลับไปฉะนั้นแม่ก็ไม่ต้องเครียดเรื่องที่จะไฟต์รอคำสั่งจะเขาอย่างเดียวพอ แล้วเราก็เตรียมเรื่องเงินเอาไว้เผื่อฉุกเฉิน แต่ทีนี้หอมเชื่อว่าเป้าหมายของลูกแข็งแรงพอที่เขาจะอดทน เราอาจจะพูดถึงอนาคตของเขาว่า อีกปีครึ่งแป๊บเดียว จะได้ไปอยู่มหาลัยที่ลูกต้องการแล้วนะ ให้เขารู้ว่าทุกปัญหามีแม่เสมอแม่จะอยู่เคียงข้างเสมอ’ ต่อมา “ดีเจเผือก” ก็ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘เคสนี้ยากเหมือนกันเพราะผมก็ตอบไม่ได้ว่าควรทำยังไง เคยคิดเหมือนกันเราเพราะว่าเราจะอยากทำอย่างนึง แต่ลูกจะอยากให้เราทำอีกอย่าง เป็นคนเป็นพ่อเป็นแม่ก็อยากจะจัดการอะไรบ้างอย่างทันทีในวันรุ่งขึ้นเพื่อแก้ปัญหาให้ลูก ความโกรธเกิดขึ้นแน่นอน เราอยากจะลุยแหละไม่ว่าเราจะได้คุยกับใครจะเป็นครูที่ไว้ใจได้สักคนพอที่ลูกเราจะไว้ใจที่สุด คิดว่าครูคนนี้เก็บความลับได้มากที่สุดแล้วค่อย ๆ แก้กันไปโดนที่มีครูรับรู้อยู่ช่วยกันคิดว่าเราจะช่วยปัญหายังไง ซึ่งมันมีหนทางมากมายที่เราจะเข้าไปคุยด้วยแต่สุดท้ายเราก็คงต้องฟังลูกเป็นหลักก่อน ถ้าลูกยืนยันมาก ๆ ว่าอย่าพึ่งทำอะไรในตอนนี้ อย่างนึงในความเป็นพ่อเป็นแม่เราที่ทำได้เราก็ต้องไว้ใจลูกเราเหมือนกันว่า เขายังรับมือได้แต่คำว่ารับมือได้ เราในฐานะพ่อแม่ก็ต้องระวังหลังให้ลูกเหมือนกันว่า คุณรับมือได้จริงหรือเปล่า หรือ คุณแค่พยายามบอกทุกคนและบอกตัวเองว่าคุณรับมือได้ คุณยังทนได้แต่จริง ๆ ข้างในทนไม่ได้แล้ว ไม่รู้ว่าความถี่ในการเกิดขึ้นและความรุนแรงที่มันเกิดขึ้นมันขนาดไหน ถ้ามันเป็นการกลั่นแกล้งที่ลูกยังทนได้จริง ๆ โอเคเราหายใจลึก ๆ เราอาจจะต้องเป็นฝ่ายที่อดทนมากกว่าลูกแต่ว่าถ้าการแกล้งมันเกิดขึ้นแบบรุนแรงมากเกินไปหรือมันเริ่มล้ำเส้นที่ไม่ควรจะทนแล้ว การกระทำเราอาจจะต้องเปลี่ยนเพราะฉะนั้นการสื่อสารกับลูกมาก ๆ เป็นสิ่งที่สำคัญมากในสถานการณ์แบบนี้ สิ่งที่แม่ต้องหลีกเลี่ยงที่สุดคือ ตอนนี้แม่คือ ปราการสุดท้าย เซฟโซนสุดท้ายของเขาแล้วอย่าเสียตรงนี้ไป ทำทุกอย่างให้เขายังเล่าให้เราฟังอยู่ อะไรก็ตามที่ทำให้คุณแม่รู้สึกว่าถ้าทำออกไปแล้ว ลูกอาจจะไม่มาบอกอะไรเราอีกถ้ามันทำให้ทิศทางของแผนที่เขาวางไว้มันผิดหรือเขาไม่โอเค เราอาจจะเสียความเป็นเซฟโซนสุดท้ายไปตลอด เขากำลังอยู่ในช่วงวัยรุ่นมากการที่เขายังเลือกที่จะเล่าให้เขาฟังอยู่นี่คือสิ่งสำคัญที่สุดมาก ๆ ณ ตอนนี้ในความเป็นพ่อเป็นแม่แค่ระวัง บอกเขาเลยว่า คนเรามันมีนะที่พูดว่าทนได้แต่จริง ๆ มันทนไม่ไหว ถ้ามันเป็นแบบนั้นเมื่อไหร่ให้บอกแล้วเราค่อย ๆ คิดว่าเราต้องทำอะไรบางอย่าง แต่ถ้า ณ วันนี้มันทนได้จริง ๆ แม่จะเคารพการตัดสินใจจะเชื่อใจทนกันอีกแค่ปีครึ่ง เพราะเท่าที่เราผ่านกันมาทั้งหมดสังคมเปลี่ยนทุก ๆ การเปลี่ยนสถานศึกษาจริง ๆ แม่ก็ผ่านมาแม่ก็คงจะรู้ว่าสังคมมันเปลี่ยนจริง ๆ กับการย้ายโรงเรียน ถ้าเราผ่านพ้นไปได้ทุกอย่างอาจจะทำให้ทุกอย่างมันดีขึ้นเพราะฉะนั้นเชื่อใจลูกให้มาก แต่ก็อย่าไว้ใจจนเราไม่ได้ปกป้องลูก’ สุดท้าย “ดีเจเติ้ล”ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘คุณแม่ต้องสังเกตและต้องคอยระแวดระวังแบบมาก ๆ เลย เพราะว่าตอนนี้เรารู้ว่าเคสการแกล้งมันเกิดขึ้นแล้ว แต่เติ้ลก็ไม่แน่ใจนะว่าน้ำหนักการแกล้งมันไปถึงจุดที่มันเกินคำว่าแกล้งแบบเด็กผู้ชายเล่นกัน ไปถึงการบูลลี่ ไปถึงการทำร้ายร่างกายมันจะไปถึงไหนได้ สำหรับเติ้ลเห็นด้วยกับพี่หอมและเผือกว่า ถ้าลูกยังขอคุณแม่ว่าอย่าไปพูดแสดงว่า จะต้องมีบางอย่างที่เขาอาจจะลองทนก่อนหรืออะไรก็ตาม หรือเขาอยากจะให้เวลามันพิสูจน์ แต่ว่าถ้าเขาขอแล้วการที่จะเอาเขาอยู่เผื่อที่จะให้เขาเล่าเรื่องให้เราฟังตลอดก็ต้องทำตามที่เขาไว้ก่อน ซึ่งคุณแม่ก็ต้องย้ำเผื่อให้เขารู้ว่าการตัดสินใจที่เขายอมทนของเขาครั้งนี้จริง ๆ แล้วมันไม่ได้มีความจำเป็นต้องทนเพื่ออะไร ถ้าเป็นลูกเติ้ลจะบอกลูกว่า ถ้าหนูต้องทนไม่มีความสุขเพื่อที่ว่าหนูจะไปโรงเรียนที่หวังว่า แม่จะประหยัดเงินหรือคิดว่าโรงเรียนนี้มันดีกับหนู หรือว่ามันต้องทนสิ่งนี้เพื่อที่จะได้อนาคตมาที่เรายังไม่รู้ว่ามันอะไร แต่ถ้าลูกจะต้องทนทุกข์ทรมานคือมันไม่จำเป็นนะสำหรับแม่ เพราะเราไม่อยากเห็นเขาไม่มีความสุข เราต้องทำให้เขาเห็นว่ามันไม่ได้มีเงื่อนไขอะไรมาบังคับให้เขาจะต้องไม่มีความสุขเลยนะ แต่ถ้าเขาเลือกแบบนี้เราก็ต้องอยู่เป็น back support เขา สุดท้ายถ้าเรื่องที่คุณแม่รับฟังมันเริ่มไปเรื่อย ๆ ไปเรื่อย ๆแล้วไม่จบ รู้สึกว่ามันเริ่มรุนแรงมากขึ้นจนไปถึงทำร้ายร่างการเราต้องตัดสินใจพูดกับเขาว่า แม่ขอตัดสินใจไปคุยกับอาจารย์เผื่อที่จะให้เรื่องนี้มันจบ ซึ่งถ้ามันไม่จบแม่สัญญาว่าแม่จะยังอยู่ข้างหนูเพื่อทำให้หนูมีความสุขที่สุด’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATION รับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 20.00 – 23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

album
♪efm
-

-