(ภาคต่อ) มีแผลเป็นแต่ต้องไปต่อ ! จับได้ว่าแฟนมีโลกสองใบก่อนแต่งงานไม่กี่วัน ผลสรุปคือแต่งงานกัน และให้โอกาสเขา!

พุธทอล์ค พุธโทร RECAP

(ภาคต่อ) มีแผลเป็นแต่ต้องไปต่อ ! จับได้ว่าแฟนมีโลกสองใบก่อนแต่งงานไม่กี่วัน ผลสรุปคือแต่งงานกัน และให้โอกาสเขา!

20 เม.ย. 2026

(ภาคต่อ) มีแผลเป็นแต่ต้องไปต่อ !

จับได้ว่าแฟนมีโลกสองใบก่อนแต่งงานไม่กี่วัน

ผลสรุปคือแต่งงานกัน และให้โอกาสเขา!

         'คุณต้นไม้' (นามสมมติ) อายุ 27 ปี สายที่ 10  ในรายการ พุธทอล์คพุธโทร ได้โทรเข้ามาอัปเดตเรื่องราวที่เคยเข้ามาเล่าในรายการเมื่อวันที่ 14 มกราคม 2569 กับ‘ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล – ดีเจต้นหอม’ เกี่ยวกับเรื่องที่ตนนั้นจับได้ว่าแฟนมีโลกสองใบก่อนแต่งงานเพียงไม่กี่วัน แต่ที่บ้านไม่ยอมให้ยกเลิกงานแต่ง เพราะกลัวจะโดนนินทาและเป็นหม้ายขันหมาก

         ความคืบหน้าล่าสุด “คุณต้นไม้ (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘ตัดสินใจแต่งงานต่อ เพราะต้องแต่งค่ะ ในวันงาน บรรยากาศก็ดี เพราะคนรอบข้างไม่ได้รู้เรื่องนี้ ตอนที่พิธีกรให้คู่บ่าวสาวพูด เราก็ให้เขาพูดก่อนตามคำแนะนำ ซึ่งเขาก็พูดว่า “จะเป็นสามีที่ดี เพื่อดูแลเจ้าสาว” เมื่อถึงคิวเรา ต้นไม้ก็พูดขอบคุณแขกทุกคนที่มาร่วมงาน และทิ้งท้ายไว้ว่า “ความรักที่ดี คือความรักที่มีความซื่อสัตย์ให้กันนะคะ” เจ้าบ่าวก็มีสะอึกนิดหนึ่ง แต่ก็ไม่ได้แสดงอาการอะไรมาก และตอนนี้ความสัมพันธ์ของเราทั้งคู่ก็ดำเนินต่อไป ตั้งแต่วันที่เราจับได้ เขาก็เลิกติดต่อกับผู้หญิงคนนั้น และผู้หญิงคนนั้นก็บล็อกเรา ไม่ได้มายุ่งกับเราอีก

         ถึงแม้จะมีแผลเป็น แต่ก็สามารถไปต่อกันได้ และดูแผลนั้นไว้เป็นอุทาหรณ์ อาจมีระแวงบ้าง แต่ก็เห็นได้ชัดว่าเขาก็พยายามปรับเปลี่ยน เขารายงานทุกความเคลื่อนไหวของเขา ว่าไปไหน ทำอะไร แต่เราก็ยังไม่เชื่อใจเขา 100%ค่ะ’

         ปิดท้ายด้วย “ดีเจทั้งสาม” อวยพร ให้คุณต้นไม้มีความสุขในชีวิตคู่ ขอให้เขากลับตัวกลับใจ เป็นคนดีได้ตลอดรอดฝั่ง 

เรื่องราวจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทาง

มีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATION

รับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 20.00 –23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin 

related พุธทอล์ค พุธโทร RECAP

โดนเพื่อนร่วมงานเกลียดตั้งแต่ยังไม่เริ่มงาน! เพราะเขาไปถาม HR ว่าเราเริ่มงานด้วยเรทที่สูงกว่าคนในแผนก ทำงานดีจนตอนนี้ผ่านโปรตั้งแต่ 2 เดือนครึ่ง ยิ่งโดนแซะหนักกว่าเดิม จะรับมือยังไงดี?

04 ธ.ค. 2023

โดนเพื่อนร่วมงานเกลียดตั้งแต่ยังไม่เริ่มงาน! เพราะเขาไปถาม HR ว่าเราเริ่มงานด้วยเรทที่สูงกว่าคนในแผนก ทำงานดีจนตอนนี้ผ่านโปรตั้งแต่ 2 เดือนครึ่ง ยิ่งโดนแซะหนักกว่าเดิม จะรับมือยังไงดี?

“คุณปาย (นามสมมติ)” อายุ 26 ปี สายที่สองในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (29 พ.ย. 66) ได้โทรเข้ามาปรึกษา ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม ว่าถูกเพื่อนร่วมงานไม่ชอบหน้า ตั้งแต่วันแรกที่เข้ามาทำงาน จนตอนนี้สถานการณ์เริ่มหนักขึ้นเรื่อยๆ โดย “คุณปาย (นามสมมติ)” ได้เริ่มเล่าว่า ‘วันแรกที่เราเข้ามาทำงาน ก็มีพี่ในทีมมาเล่าให้ฟังว่า รุ่นพี่ที่ทำงานจับกลุ่มเม้าส์เรา ไม่ชอบเราตั้งแต่ยังไม่ได้เริ่มงาน เพราะรู้ว่าเงินเดือนเราสูงกว่าพวกเขา เพราะก่อนที่เราจะเข้ามาทำงานที่นี่ พวกรุ่นพี่ไปถามกับฝ่ายทรัพยากรบุคคล (HR) เกี่ยวกับเรื่องเงินเดือนของเรา มันจึงเป็นจุดเริ่มต้นเรื่องราวทั้งหมด เพราะเงินเดือนเราสูงเทียบเท่ากับเขาที่ต้องทำงานถึง 3 ปีจึงจะมีเงินเดือนเท่าเรา เรายังรู้สึกไม่เข้าใจว่าทำไมถึงต้องจับกลุ่มเม้าส์เรา ทั้งที่เราก็มีวุฒิการศึกษา และประสบการณ์การทำงานมาก่อน ตอนยื่นใบเสนอเงินเดือนกับทางหัวหน้างาน ก็เป็นที่น่าพอใจทั้งสองฝ่าย เราจึงไม่เข้าใจว่าทำไมจึงเป็นที่จับตามองของรุ่นพี่ที่ทำงาน ในช่วงแรก ๆ พี่ในทีมก็คอยมาบอกข่าวตลอด เราก็ทำงานมาเรื่อย ๆ จนเราก็ทำมาได้สักระยะประมาณสองเดือนครึ่ง หัวหน้าก็แจ้งว่าเราน่าจะผ่านโปรได้แล้ว จนเรื่องนี้ก็เป็นที่น่าจับตามองของพวกรุ่นพี่อีกครั้งเพราะคนส่วนใหญ่ไม่มีใครผ่านโปรเร็วขนาดนี้ บางคนก็ต้องยืดระยะเวลาออกไปอีกถึงจะผ่านโปร ช่วงแรก ๆ ก็มีพี่ในทีมก็คอยถามไถ่เราบ้าง เราก็คิดว่าเขาหวังดี จนเราเอาเรื่องนี้ไปปรึกษาแฟน แฟนก็คอยเตือนเราว่าที่เขาเข้ามา เขาเข้ามาเพราะหวังดีจริงมั๊ย หรือเพราะผลประโยชน์อื่น เราก็ตอบแฟนตลอดว่า “ ไม่รู้สิ ไม่ได้คิดอะไร ” แฟนก็มักจะเตือนว่านิสัยของแต่ละคนเป็นอย่างไรบ้าง แต่พี่ในทีมคนนี้ก็จะบอกเราตลอดว่าเราโดนนินทาในกลุ่มว่าเป็นอย่างนั้น เป็นอย่างนี้ ไม่ชอบเราต่าง ๆ นา ๆ ทั้ง ๆ ที่เราก็ไม่เคยทำให้ใครเดือดร้อนสักครั้ง ตอนนี้เราก็ทำงานที่นี่มาเข้าเดือนที่ 6 แล้ว สถานการณ์ก็เริ่มหนักขึ้นเรื่อย ๆ เรารู้สึกว่าต่อหน้าทำอีกอย่าง แต่ลับหลังเรารู้ว่าเขาชอบนินทาเรา วันนึงหัวหน้ามอบหมายงานให้เรารับผิดชอบ พอเราทำงานชิ้นนี้เสร็จ มันก็เป็นที่น่าพอใจของหัวหน้า จนหัวหน้าเรียกทุกคนมารวมกัน และบอกว่างานของเราดีมาก อยากให้เอาเป็นแบบอย่าง จนคนในบริษัทบอกเราจะทำงานนี้ทำไม ทำให้คนอื่นดูไม่ดี เขาก็ชอบพูดเหน็บแนมเราตลอด “ถ้าคิดว่าเก่งมากก็มาทำแทนเลย เดี๋ยวจะลาออกให้” จนตอนนี้พี่ในทีมที่เคยเตือนเราก็ย้ายฝั่งไปอยู่ฝั่งนู้นแล้วเพราะเราก็เคยมีปัญหากัน เพราะเขาชอบพูดให้เราดูผิด จนเราขึ้นเสียงใส่เขาเพื่ออธิบาย เขาเลยไม่มาคุยกับเราอีกเลย จนตอนนี้เราก็ไม่มีเพื่อนคบเลยในที่ทำงาน หลังจากที่เราทะเลาะกับพี่ในทีมไปตอนนั้น ถึงตอนนี้ทุกคนในทีมเราก็เริ่มตีตัวออกห่างจากเรา พยายามไม่คุยกับเรา และเริ่มมาเยอะกับเรามากขึ้น จากงานที่เคยส่งมาแล้วผ่านตลอด แต่รอบนี้กลับกลายเป็นว่าไม่ผ่าน ทั้ง ๆ ที่เราก็ทำเหมือนเดิมตลอด เขาให้คำตอบแค่ว่า “ไม่ได้ มันไม่ได้” จนเราเอาเรื่องนี้ไปปรึกษาหัวหน้าเขาก็บอกแค่ว่าทีมน่าจะลืมบอก เราเลยตัดสินใจกลับไปคุยกับทีมว่าถ้างานพลาด ให้รีบแจ้งเราเลยได้มั๊ย เรายินดีที่จะแก้ แต่ในระหว่างที่เรากำลังเจรจากับพี่ ๆ ในทีม เราก็รู้สึกว่าบรรยากาศก็ไม่ได้ชวนอยู่สักเท่าไหร่ ก็เลยแอบบันทึกเสียงในมือถือ ก่อนจะเดินออกไปเพราะเราอยากรู้ว่าเขาคุยกันเกี่ยวกับเรายังไง ปรากฏว่าสิ่งที่เขาคุยกันคือบอกว่า “เราขี้เกียจ ขึ้เกียจก็คือขี้เกียจ อย่าไปเล่นละครตบตาหัวหน้าว่าตัวเองขยัน” จริง ๆ เราก็อยากจะหักหน้าเขาเหมือนกันว่าอยากให้ทำได้เหมือนเรา ไม่ใช่ให้เราทำได้คนเดียว ตอนนี้เรารู้สึกอึดอัดที่เพื่อนร่วมงานชอบพูดเหน็บแนมข้ามหัวกันไปมา ไม่ต้องเป็นเพื่อนร่วมกันที่ดีกันก็ได้ แต่ขอทำงานโดยที่ไม่ต้องมาจิกกัดเราแบบนี้ เราอยากรู้วิธีการรับมือ เพราะเราไม่ได้สนใจเรื่องนินทาเราแล้ว แต่บางทีได้ยินมันก็รู้สึกโมโห เพราะเราไม่ได้ลาออกจากที่นี่ อยากทำงานที่นี่ เพราะงานมันโอเคกับเราแล้ว ซึ่ง “ดีเจเผือก” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘พี่ว่าถ้าเราไม่อยากได้ยินเสียงไหน เรามีวธีการจัดการกับมันอยู่ สำหรับพี่คงเลือกวิธีไม่กี่วิธี อย่างเช่น 1. คิดซะว่าหมาเห่าอยู่ตรงนั้น หรือว่าเช้า ๆ เสียงนกอีแร้งมาร้องอยู่ข้างบ้านไม่หยุด หาอะไรมาอุดหูซะ แก้ที่เรา 2. แก้ที่ความคิดของเรา ลองไม่สนใจเสียงเหล่านั้น ลองคิดซะว่าเป็นเสียงนกเสียงกา สุดท้ายแล้วพี่ค้นพบว่าเราไปอุดปากนกไม่ได้ อุดปากหมาที่มันเห่าไม่ได้ แต่ว่าเราอยู่ที่วิธีคิดเรามากกว่า ทำไปตามความสบายใจของเรา ความเป็นมืออาชีพของเรา เสียงด่าทอพี่เข้าใจนะว่ามันน่าลำคาญ แต่ว่าถ้าเทียบกันแล้วพี่อยากให้ปายอยู่มากกว่า แล้วให้พวกนั้นลาออก ทำงานให้เป็นมืออาชีพต่อไป ถ้าสุดท้ายมันมีอะไรตัดขัดเกี่ยวกับเรื่องงานก็บอกหัวหน้าว่าเราทำเต็มที่แล้ว เอาจริง ๆ ทางเลือกตอนนี้มันก็มีไม่มากก็คือ 1. ทนอยู่ต่อ 2. ลาออกไปเลย เพราะฉนั้นไม่ต้องใส่ใจ การจะรุ่งเรือง บางทีมันต้องมีอุปสรรคบ้าง เราทำงานให้หัวหน้าเห็น ให้บริษัทเห็น เป้าหมายเราคือตรงนั้น ระหว่างทางอย่าไปใส่ใจ ต่อมา “ดีเจเติ้ล” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘เพราะว่าปายรักงานนี้ ปายอยากทำงานนี้ เพราะปายเห็นความเจริญเติบโตของมัน และปายก็ยังมีเจ้านายที่พี่เชื่อว่าเขาก็อยู่ทีมปายนะ เพราะฉะนั้นพี่ว่าปายต้องอดทน อย่างที่พี่เผือกบอกว่าเห็นพวกเขาเป็นอุปสรรคขวากหนามที่จะขัดขวางให้เราไปถึงเป้าหมาย ซึ่งมันก็เป็นเป้าหมายของปายที่ชัดเจนด้วยนะ ซึ่งต่างจากพวกเขาที่ไม่มีแต่อนาคตเลย ถ้าหัวหน้าปายมีคุณสมบัติมากพอ วันนึงเขาก็จะเห็นสิ่งที่พวกนั่นทำเอง และคงจะตัดสินใจทำอะไรสักอย่างแน่นอน ซึ่งตอนนี้หัวฟน้าเขาก็รับรู้แล้วแหละว่าเพื่อนร่วมงานไม่ชอบเรา เขาก็ดูมีเป้าหมทยที่ชัดเจนให้ปายนะ ว่าปายมาที่บริษัทเพื่อทำงาน ไม่ได้มาหาเพื่อน ซึ่งปายไม่จำเป็นต้องสนใจด้วยซ้ำ หรือถ้าเราไม่ไหวกับเพื่อนร่วมงานพวกนั้นแล้ว เพราะมันส่งผลกับงาน พี่ว่าก็เปิดใจคุยกับหัวหน้าได้นะ เดี๋ยวหัวหน้าก็ต้องจัดการปัญหาตรงนี้เอง ปายสามารถรายงานปัญหาได้เลย ส่วนเสียงนกเสียงกาเล่านั้น วันนี้พี่จะให้ไป 2 ทางเลือกคือ 1. พยายามไม่สนใจ ไม่เก็บมาใส่ใจ เพราะเราต้องเข้าใจว่าพวกเขาเป็นแบบนั้น หมาคือหมา จะไปห้ามหมาให้มันเห่าไม่ได้ พี่เข้าใจแหละว่ามันยาก พี่ไม่รู้หรอกนะว่าปายนิสัยยังไง แต่ถ้าเป็นพี่วันนึงถ้าทนไม่ไหว พี่จะหันไปแล้วพูดกับเขาเลยว่า ไม่ได้ให้มาชอบ ไม่ได้ให้มารัก ไม่ต้องมาเอ็นดูอะไรทั้งสิ้น เกลียดหรือด่าได้เลย แต่อย่ากระทบงาน ถ้ากระทบงานเมื่อไหร่ฟาดทันที! แต่ตอนี้เราก็ต้องทำได้แค่ทน ถ้าถึงเป้าหมายเมื่อไหร่ คนเหล่านั้นก็แค่วุ้น หรือเป็นแค่จุลินทรีย์เท่านั้นแหละ เพราะพี่เชื่อว่าถ้ามารไม่มี บารมีไม่เกิด ปิดจบที่ “ดีเจต้นหอม” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘ เราต้องเก็บหลักฐาน แล้วพร้อมต่อสู้ ปายต้องไม่ทนไปตลอด ไม่งั้นสภาพจิตปายเสียแน่นอน พวกนั้นต้องแบ่งไปบ้าง แต่ตัวแรง ๆ ไปเลย ให้รู้ว่าเราพร้อมบวก! อีกอย่างทำทีว่าคุยโทรศัพท์ให้พวกมันได้ยินไปเลยให้รู้ว่าเราสายตบ มัสันดานดิบที่ร้ายแรง! พี่ว่าทุกคนก็พูดมาหมดแล้วแหละ ซึ่งพี่ก็เห็นด้วยหมดเลย แต่ถ้าถึงจุดที่มันกระทบกับงานเมื่อไหร่ ให้ไปฟ้องเจ้านายแล้วเรียกคุยเลยทั้งห้อง แล้วบอกสาเหตุทุกอย่างไปว่าเกิดอะไรขึ้น และเหตุผลของเราว่าแค่ต้องการชีวิตการทำงานที่พาไปสู่เป้าหมายการทำงาน เรื่องส่วนตัวพวกเขาก็ควรที่จะเก็บไว้ในใจบ้าง ไม่ต้องฟ่นออกมา เพราะอาจจะทำให้เรา Toxic เพราะบริษัทไหนก็ตามที่ไม่ดูแลคนดี สักวันหนึ่งคนดีทั้งหมดก็จะลาออกหมด แล้วมันจะเหลือแต่พวก Toxic หรืออีกอย่างน้องก็พูดกับเขาไปตรง ๆ ไปเลยว่าการกระทำพวกพวกเขาเหล่านี้มัน Toxic จนทำให้เราหมดกำลังใจทำงาน เรามาทำงานในบริษัทนี้ก็เพราะอยากให้บริษัทมันเติบโต ตอนนแรกเราโคตรมีไฟเลย แต่ตอนนี้เราโคตรหมดไฟเลย เราทนเรื่องนี้มาสักพักนึงแล้ว แต่ก่อนที่เราจะพูดอย่างนั้น ปายก็ต้องมีหลักฐานนะว่าคนพวกนี้ทำให้งานของเราไม่ก้าวหน้า ให้เขารู้สึกว่าอารมณ์เราถึงที่สุดแล้วถึงออกมาพูดแบบนี้’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

หนูเดินกลับห้องหลังเลิกงานช่วงหลังสี่ทุ่ม บางวันก็เที่ยงคืน จะมีผู้ชายกลุ่มนึงนั่งดื่มเหล้าหน้าบ้าน เขาชอบมาแซว “น่ารักจังเลยน้องสาว มีแฟนหรือยังจ๊ะ ?? ถ้าพี่มีแฟนแบบนี้รักตายเลย” ที่ผ่านมาหนูรับมือด้วยการพยายามไม่ไปสนใจ แต่ปัญหาคือหลังๆมานี้

16 ก.ย. 2025

หนูเดินกลับห้องหลังเลิกงานช่วงหลังสี่ทุ่ม บางวันก็เที่ยงคืน จะมีผู้ชายกลุ่มนึงนั่งดื่มเหล้าหน้าบ้าน เขาชอบมาแซว “น่ารักจังเลยน้องสาว มีแฟนหรือยังจ๊ะ ?? ถ้าพี่มีแฟนแบบนี้รักตายเลย” ที่ผ่านมาหนูรับมือด้วยการพยายามไม่ไปสนใจ แต่ปัญหาคือหลังๆมานี้

หนูเดินกลับห้องหลังเลิกงานช่วงหลังสี่ทุ่ม บางวันก็เที่ยงคืน จะมีผู้ชายกลุ่มนึงนั่งดื่มเหล้าหน้าบ้านเขาชอบมาแซว “น่ารักจังเลยน้องสาว มีแฟนหรือยังจ๊ะ ?? ถ้าพี่มีแฟนแบบนี้รักตายเลย”ที่ผ่านมาหนูรับมือด้วยการพยายามไม่ไปสนใจ แต่ปัญหาคือหลังๆมานี้ จะมีคนนึงเขามาประชิดตัวเราเดินตามติดๆ แล้วหันไปคุยโม้กับเพื่อน ทำเหมือนเราเป็นแฟนเขาหนูรู้สึกไม่ปลอดภัย ซอยที่อยู่ก็เป็นทางเข้าออกทางเดียว ไม่อยากเจอปัญหานี้แล้ว หนูจะทำยังไงดี?? “คุณน้ำ (นามสมมติ)” อายุ 25 ปี สายแรกในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา [10 ส.ค 68] ได้โทรเข้ามาปรึกษา “ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม” เกี่ยวกับปัญหาโดนแซวจากกลุ่มผู้ชายที่ไม่รู้จักขณะที่เดินกลับห้องหลังเลิกงาน โดย “คุณน้ำ (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘ทุกวันหลังเลิกงานจะต้องเดินผ่านซอยหนึ่งกลับบ้าน แล้วจะมีคนกลุ่มนึงชอบนั่งสังสรรค์กินดื่มกันทุกวันด้วยเสียงที่ดังมาก ก่อนหน้านี้มีเหตุการณ์ตื่นเช้ามาเราต้องเดินออกไปซื้อของกินที่เซเว่นอยู่แล้ว เขาก็จะแซวว่าน่ารักจังเลย มีแฟนหรือยัง ขยันทำงานจังเลย มีแฟนแบบนี้รักตายเลย ทุกครั้งที่เขาเห็นหนูเวลาเดินผ่าน เราต้องเดินก้มหน้า เพราะเราไม่อยากเห็น ไม่อยากมอง รู้สึกกลัวไปแล้วว่าเขาจะพูด จะทักอะไรหรือเปล่า เราก็ไม่ได้สนใจตรงนี้เพราะเป็นแค่คำพูด ยังทำเป็นไม่สนใจได้ แต่ที่เป็นปัญหาก็คือเขามาประชิดตัวเราและเดินตาม และหันไปพูดกับเพื่อนว่า “กลับบ้านก่อนนะ กลับบ้านแล้วนะ” อารมณ์เหมือนแฟนมาแล้ว และเขามาเดินติดกับเราเลย เราก็ไม่พูดอะไร รีบเดินอย่างเดียว พอถึงที่พักก็รีบวิ่งเลย เพราะทางเดินกลับมันคั่นกันแค่คูหาเดียว และเป็นซอยที่เข้าออกทางเดียว เขานั่งรวมตัวกัน 7-8 คน ทุกวันเลยยกเว้นวันที่ฝนตก เขาอายุก็กลางคน ประมาณ 30 - 50 ปี เป็นแก๊งพวกชอบนั่งกินเหล้าหน้าบ้าน น้ำอยู่หอคนเดียว แต่ว่ามีแฟนมาหาเดือนหนึ่งก็ 4 - 5 ครั้ง เราเคยเดินมากับแฟนแต่พวกเขาน่าจะไม่เห็น เพราะบางทีเรากลับดึก ถ้าแฟนมา กลุ่มนั้นก็เลิกกินกันแล้ว เราก็บอกแฟนนะเพราะมันเป็นเหตุการณ์ที่ 2 แล้วและเราก็กลัว แฟนก็บอกว่าจะเคลียร์งานและมาหาเราพรุ่งนี้ ช่วงกลางคืนแก๊งนี้เขาก็จะนั่งถึงเที่ยงคืนตีหนึ่ง ร้านค้าแถวนั้นก็จะปิดหมดแล้ว ในซอยก็เลยจะมีแต่คนกลุ่มนี้ที่นั่งอยู่ เราอยู่ที่ห้องเช่านี่มาได้ 4 - 5 ปีแล้ว และตอนนี้ก็ยังไม่เคยคิดที่จะย้ายเพราะตึกที่อยู่ตอนนี้ก็ราคาสอดคล้องกับรายได้ของเรา แต่แก๊งนี้เขาก็อยู่มานานกว่าเราอีก เราเคยคุยกับเพื่อน เพื่อนก็บอกว่าไม่เคยมีใครโดนแบบนี้ ปัญหาของน้ำวันนี้ที่อยากจะปรึกษาดีเจทั้ง 3 คนคือ เราจะรับมืออย่างไรดี? อยากได้ทางออกจากพี่ ๆ ดีเจทั้ง 3 คน’ เริ่มด้วย “ดีเจเติ้ล” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘ถ้าพวกเขานั่งกันอยู่ตรงนั้น แล้วถึงขั้นเดินตามแบบนี้ค่อนข้างน่ากลัว ทางเลือกที่ดีที่สุดสำหรับเรา การเข้าออกซอยถ้ามันดึก หนูอาจจะเลี่ยงด้วยการไม่เดินเข้า หรือนั่งมอเตอร์ไซค์เข้ามา แบบนี้น่าจะเลี่ยงได้ เราไม่ต้องไปปะทะ ไม่ต้องไปอยู่ให้เขาทำจนเคยชิน จนรู้สึกว่าสามารถทำอะไรกับเราได้แบบไม่ขัดขืน หรือเราเปิดอกคุยกับเขาไปเลยว่า “ขอโทษนะคะ อย่าทำแบบนี้เลยหนูเป็นผู้หญิงคนเดียวแบบนี้มันตราย หนูไม่สบายใจเลย” การที่แฟนหนูมาพรุ่งนี้ เราอาจจะขอให้เขาอยู่หลายวันนิดนึง ให้ผู้ชายกลุ่มนั้นรู้ว่าหนูมีแฟนอยู่’ ต่อมา “ดีเจต้นหอม” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘เราคงต้องให้แฟนมาส่ง ถ้าเกิดเราอยู่คนเดียว ก่อนที่หนูจะเข้าไปคุยกับเขา อาจจะถามดีๆ เพื่อดูท่าทีและประเมินสถานการณ์ก่อน ถ้าเป็นคนดี เราก็พูดบอกไปว่า “หนูค่อนข้างไม่สบายใจเวลาเดินแล้วมีคนมาแซว ขอโทษจริงๆ นะคะ” แต่ถ้าคนกลุ่มนี้พูดไม่ดีเราก็หันหลังเดินกลับเลย คนพวกนี้สื่อสารด้วยไม่ได้ คุยช่วงหัวค่ำยังได้แต่ช่วงดึกไม่แนะนำ หลังจากนั้นก็เดินกับแฟนบ่อยๆ ธงสุดท้ายของเราคือการย้ายออก’ สุดท้าย “ดีเจเผือก” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘อันดับแรกเราต้องเลี่ยงเองก่อน นั่งมอเตอร์ไซค์ตรงเข้าไปเลย หรือเลี่ยงเดินผ่านเวลาที่เขานั่งกินเหล้า ถ้าเลี่ยงไม่ได้ แนะนำธงสุดท้ายคือการย้าย ถ้าเราต้องนั่งมอเตอร์ไซค์ทุกวัน เอาส่วนต่างมาเทียบกันในแต่ละเดือนที่จะต้องจ่ายเพิ่ม 500 - 1,000 บาท หรือหาห้องดีๆ ที่ราคาใกล้เคียงกัน’เรื่องราวทั้งหมดนี้จะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App AtimeFung Fin

หนูอายุ 23 เพิ่งเริ่มงานที่ใหม่ได้ 1 เดือนกว่าๆ แต่ตลอด 1 เดือนกว่าๆที่ผ่านมา เจอคำถามจากหัวหน้าทุกวันว่า... “อายุ 23 ทำไมยังให้พ่อแม่มารับ มาส่ง” แล้วเขาก็ส่งแผนผังเดินรถเมล์มาให้ แต่ที่บ้านหนูเขาสบายใจ ที่จะมารับส่งหนูแบบนี้ทุกวันมากกว่า จะทำยังไงดี?

23 พ.ค. 2025

หนูอายุ 23 เพิ่งเริ่มงานที่ใหม่ได้ 1 เดือนกว่าๆ แต่ตลอด 1 เดือนกว่าๆที่ผ่านมา เจอคำถามจากหัวหน้าทุกวันว่า... “อายุ 23 ทำไมยังให้พ่อแม่มารับ มาส่ง” แล้วเขาก็ส่งแผนผังเดินรถเมล์มาให้ แต่ที่บ้านหนูเขาสบายใจ ที่จะมารับส่งหนูแบบนี้ทุกวันมากกว่า จะทำยังไงดี?

หนูอายุ 23 เพิ่งเริ่มงานที่ใหม่ได้ 1 เดือนกว่าๆ แต่ตลอด 1 เดือนกว่าๆที่ผ่านมา เจอคำถามจากหัวหน้าทุกวันว่า...“อายุ 23 ทำไมยังให้พ่อแม่มารับ มาส่ง” แล้วเขาก็ส่งแผนผังเดินรถเมล์มาให้ แต่ที่บ้านหนูเขาสบายใจที่จะมารับส่งหนูแบบนี้ทุกวันมากกว่า จะทำยังไงดี? หัวหน้าเช็คถามทุกวันเลยว่า วันนี้มายังไง กลับยังไงทำไมยังไม่ช่วยเหลือตัวเองอีก ลูกพี่อายุเท่าๆหนูก็ทำได้แล้ว ตอนนี้หนูอึดอัด และ เบื่อกับคำถามเดิมๆในทุกๆวันถ้าจะโกหกว่านั่งรถเมล์มา เขาก็คงจะถามซอกแซกอีก กลัวว่าตัวเองจะโป๊ะแล้วตอบคำถามเขาไม่ได้ “คุณส้ม (นามสมมติ)” อายุ 23 ปี เป็นสายแรกในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา [21 พ.ค. 68] ได้โทรเข้ามาปรึกษา “ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจอ้อย” เกี่ยวกับปัญหาพี่ที่ทำงานตกใจที่คุณแม่ยังรับ-ส่งหนูไปทำงาน โดย “คุณส้ม (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘หนูเพิ่งเข้าทำงานออฟฟิศที่นึง ในแผนกที่เข้าไปทำจะมีพี่หัวหน้าหนู 1 คน ซึ่งเขาเป็นผู้ชายอายุประมาณ 50 ปี แล้วห้องทำงานก็มีแค่หนูกับพี่เขาในห้องแค่ 2 คน เรื่องเกิดตั้งแต่วันแรกที่หนูเข้าไปทำงานเลย พี่เขาก็เข้ามาคุยด้วยว่า บ้านหนูอยู่แถวไหน แล้วมาทำงานยังไง หนูก็ตอบเขาไปว่า อ่อ คุณแม่หนูมาส่งค่ะ แล้วคุณแม่ก็จะมารอรับ เพราะปกติที่บ้านจะค่อนข้างหวง จะชอบไปรับ-ส่งตลอด แต่พอหนูตอบไปแบบนั้น พี่เขาก็ตกใจและถามหนูว่า เราอายุเท่าไรนะ? ทำไมยังให้แม่ไปรับ-ส่ง แล้วเขาก็บ่นหนูว่า ทำแบบนี้ไม่ได้นะ เราโตแล้ว เราต้องหัดเดินทางเองบ้างนะ หนูก็ไม่รู้จะตอบยังไง ก็เลยตอบ ค่ะๆ แล้วก็ยิ้มตอบไป พอช่วงบ่ายของวันนั้น พี่เขาก็ส่งรูปสายรถเมล์มาให้หนูดูว่า รถเมล์สายนี้มันผ่านแถวบ้านหนู แล้วมันมาถึงออฟฟิศได้เลยนะ หนูก็ไม่รู้จะตอบยังไง ก็เลยเออ ออตามเขาไปว่า จริงหรอคะ? หนูก็คิดในใจว่าหนูก็คงไม่ได้ขึ้นรถเมล์อยู่แล้ว เพราะหนูไม่เคยขึ้นรถเมล์เลย ตอนนี้หนูทำงานมาได้เดือนกว่าๆแล้ว แต่พี่เขาจะถามหนูแทบทุกเช้าเลยว่า วันนี้มาทำงานยังไงลูก? หรือ วันนี้ลองขึ้นรถเมล์หรือยัง? จริงๆเขาแนะนำวิธีการเดินทางอื่นด้วย ทั้งขึ้นรถ ลงเรือ แล้วทุกเช้าหนูก็จะตอบเขาเหมือนเดิมว่า วันนี้แม่มาส่งค่ะ บางวันเขาก็จะรับฟังเฉยๆ แต่บางวันเขาก็บ่นเราเลยว่า ทำไมไม่ลองเดินทางเอง ทำไมไม่ลองขึ้นรถเมล์ ลองดูมั้ยพรุ่งนี้ เขาชวนหนูคุยทั้งวันเลย เวลาหนูนั่งทำงานอยู่ เขาจะชอบเดินมาถามว่า เป็นยังไงบ้าง เย็นนี้กลับยังไง พรุ่งนี้กินข้าวอะไร เพราะแม่หนูจะทำข้าวกล่องมาให้ด้วยทุกวัน เขาจะชอบมาดูข้าวกล่องหนูว่าวันนี้แม่ทำอะไรมาให้กิน เขาบอกว่าลูกเขาอายุเท่าๆกับหนู หนูก็เคยตอบเขาไปแล้วว่า คุณแม่หนูเขาชอบมารับ-ส่งจริงๆ หนูไม่สามารถเดินทางแบบอื่นได้ ยกเว้นบางวันที่รีบมากๆ คุณแม่ก็จะให้ขึ้น BTS บ้าง เขาก็รู้แล้วว่าที่บ้านหนูมารับ-ส่งได้ หนูไม่ได้บังคับแม่ แต่เขาก็ยังถามหนูอยู่ทุกเช้า ที่หนูโทรมาวันนี้ คือ หนูไม่ได้อยากเปลี่ยนคำถามเขา แต่อยากเปลี่ยนคำตอบของตัวเองมากกว่า หนูไม่อยากโกหกเขาด้วย บางทีก็อยากจะตอบปัดๆไปว่า อ่อวันนี้เดินทางเอง แต่ด้วยความพี่เขาน่าจะถามต่ออีกเยอะ หนูอยากถามพี่ๆดีเจว่า หนูควรจะตอบยังไงดีให้เขาเลิกถามเรื่องนี้กับหนูไปเลย?’ ซึ่ง “ดีเจเติ้ล” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘ลองบอกหัวหน้าไปว่า คุณแม่มีปมกับการขึ้นรถเมล์ การขึ้นรถเมล์ของคุณแม่คือไม่ได้เลย มันเป็นสิ่งที่คุณแม่ไม่อนุญาตให้ส้มทำ ส้มเคยอยากลองแล้วแต่ส้มทำไม่ได้จริงๆ’ ต่อมา “ดีเจเผือก” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘อาจจะต้องใช้วิธีอ้างคุณแม่ไปเลยว่า นี่คือช่วงเวลาที่แม่เขาชอบที่สุด ได้คุยกัน ได้ส่งลูก เขาว่างแล้วเขาก็อยากดูแลลูก เคยบอกว่าจะขึ้นรถเมล์แล้ว แม่เขาร้องไห้เลย พี่ไม่ต้องถามหนูแล้วนะ หนูจะร้องไห้เลย หรือบอกไปว่า หนูเคยบอกให้แม่ไม่มาส่งแล้ว แต่มันเป็นอย่างเดียวที่แม่อยากทำเพื่อลูกอยู่’ และสุดท้าย “ดีเจอ้อย” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘พี่ว่ามันก็อาจจะเป็นการแสดงออกซึ่งความห่วงใยอย่างนึง ถ้าหนูมองเรื่องนี้มันเป็นเรื่องที่ดีที่หัวหน้าพูดคุยกับลูกน้อง เพราะถ้าเขาไม่คุยเลย แสดงว่าเราถูกเขม่นอยู่นะ พี่ไม่อยากให้หนูรู้สึกถึงขั้นว่า หนูรู้สึกไปหมดกับสิ่งที่เขาถาม หรือเราอาจจะชิงถามเขาไปก่อนว่า พี่กินข้าวหรือยัง หรืออาจจะคุยเรื่องงานไปเลยก็ได้ มันอยู่ที่ความรู้สึกของเรามากกว่า เพราะไม่งั้นหนูเองที่ดันไปให้ความสำคัญกับสิ่งที่เขาถาม ทั้งที่มันอาจจะเป็นการชวนคุยเฉยๆ’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

ติดโปร 10 เดือน ก็ยังไม่ผ่านงาน!! แฟนหนูทำงานเป็น Editor ตัดต่อให้บริษัทเล็กๆแห่งนึง ตอนแรกบริษัทบอก 3 โปรจะผ่านงาน ขึ้นเงินเดือนให้ ตอนนี้แฟนหนูโดนต่อโปร ให้ทำงานมา 10 เดือนแล้ว อยากรู้ว่าเป็นเรื่องปกติไหม?

14 พ.ย. 2025

ติดโปร 10 เดือน ก็ยังไม่ผ่านงาน!! แฟนหนูทำงานเป็น Editor ตัดต่อให้บริษัทเล็กๆแห่งนึง ตอนแรกบริษัทบอก 3 โปรจะผ่านงาน ขึ้นเงินเดือนให้ ตอนนี้แฟนหนูโดนต่อโปร ให้ทำงานมา 10 เดือนแล้ว อยากรู้ว่าเป็นเรื่องปกติไหม?

ติดโปร 10 เดือน ก็ยังไม่ผ่านงาน!!แฟนหนูทำงานเป็น Editor ตัดต่อให้บริษัทเล็กๆแห่งนึงตอนแรกบริษัทบอก 3 โปรจะผ่านงาน ขึ้นเงินเดือนให้ตอนนี้แฟนหนูโดนต่อโปร ให้ทำงานมา 10 เดือนแล้วเงินเดือนยังเท่าเดิม แต่งานเยอะขึ้น ทำงานทั้งวันอยากรู้ว่าเป็นเรื่องปกติไหม?หนูควรแนะนำแฟนว่ายังไงดี ควรทำต่อ หรือ หาที่ใหม่ “คุณฟ่า” (นามสมมติ) อายุ 20 สายที่ 2 ในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร ในคืนวันพุธที่ผ่านมา (12 พฤศจิกายน 2568) ได้โทรเข้ามาปรึกษา “ดีเจเผือก – ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม” เกี่ยวกับปัญหาที่แฟนทำงานมา 10 เดือนแล้ว แต่เขายังไม่ผ่านโปร โดย “คุณฟ่า” (นามสมมติ) ได้เล่าว่า ‘หนูมีแฟน เขาอายุ 24 ปี เขาได้เข้าทำงานที่บริษัทแห่งหนึ่งในตำแหน่งตัดต่อ ซึ่งระยะเวลา 3 เดือนเป็นระยะเวลาที่ทดลองงาน แต่ตอนนี้ ผ่านมา 10 เดือนแล้ว แฟนหนูยังไม่ผ่านโปรเลย ทางบริษัทแจ้งว่ายังไม่ได้รับงานจากภาครัฐ เลยยังไม่สามารถให้ผ่านได้ ซึ่งเขาไม่ได้ให้เหตุผลอะไรไปมากกว่านี้ มันทำให้แฟนของหนู ทำงานโดยไม่ได้เงินเดือนที่มากขึ้น สวัสดิการสังคมที่ควรจะได้ในตอนที่ผ่านโปรก็ยังไม่ได้รับ บริษัทนี้ไม่มีตัวสัญญา เป็นการพูดด้วยปากเปล่า และในช่วงวันหยุด แฟนหนูก็ต้องเตรียมตัว คอยรอตัดงานให้เขา ถ้าเขาสั่ง ในช่วงตีสองตีสาม ก็ยังทักมาตามงานอยู่เลย หนูเลยอยากปรึกษาพวกพี่ว่า มันเป็นเรื่องปกติมั้ย หรือความคิดหนูแปลกเอง’ เริ่มที่ “ดีเจเผือก” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘ถ้าเป็นบริษัทขนาดเล็ก ระบบหรือระเบียบ จะไม่ค่อยมี อันนี้พี่ไม่ได้เหมารวมทั้งหมดนะ ซึ่งเหตุการณ์นี้ไม่ปกติ และมันไม่ใช่เรื่องของผลการทำงานว่าดีหรือไม่ดี เพราะแฟนหนูทำงานมา 10 เดือนแล้ว คนทั้งบริษัทก็ยังไม่ได้เป็นพนักงานประจำ ถ้าเป็นที่แฟนน้องคนเดียวอันนี้ยังพอคิดไปทางอื่นได้พี่ว่าเขายังไม่มีกำลังพอที่จะจ้างประจำหรือพร้อมที่จะให้สวัสดิการ เขาคงรอโปรเจ็คใหญ่มา ทั้งหมดทั้งมวลก็ขึ้นอยู่กับแฟนของฟ่า ลองคิดถึงข้อดี-ข้อเสียดู แต่อย่าคิดว่ามันไม่ดี เพราะอย่างน้อยเราก็ได้พอร์ต จากการตัดคลิปต่าง ๆ ถ้าแฟนฟ่ามีทางเลือกอื่น ยื่นพอร์ตไปที่ต่าง ๆได้ ถ้ามีโอกาสคงจะได้ขยับขยายย้ายที่ได้’ ต่อมา “ดีเจเติ้ล” ก็ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘อีกหนึ่งกรณี เขาอาจจะโกง พูดไปเฉย ๆ แต่จริง ๆ ตั้งใจที่จะให้เงินเดือนเท่านี้อยู่แล้ว ขึ้นอยู่กับแฟนเรา ไปคุยเรื่องสัญญา ไปคุยเรื่องลิมิต ขีดเส้นให้มันชัดเจน แฟนเรารู้สึกว่าไปที่อื่นได้มั้ย การทำงานโดยไม่มีสัญญาต้องยอมรับความเสี่ยงนะ เพราะเลือกที่จะทำงานไม่มีสัญญาเอง’ สุดท้าย “ดีเจต้นหอม” ก็ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘ถึงจะไม่มีสัญญาเป็นลายลักษณ์อักษร แต่กฎหมายคุ้มครองตามกฎหมายทุกประการ ตอนนี้คือเหมือนเขาเอาเปรียบ หล่อเลี้ยงเราไว้เฉย ๆ บริษัทจะได้งานหรือไม่ได้งาน ก็ต้องจ่ายตามข้อตกลงอยู่ดี ถ้าแฟนคุณเก่งจริงๆ ยื่นพอร์ตไปเลย เพราะตอนนี้ตัดต่อเป็นที่ต้องการมาก’เรื่องราวทั้งหมดนี้จะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App AtimeFungFin

album
efm
-

-