ตั้งใจออกแบบแก้วเป็นของชำร่วยไว้ให้แขกที่มาร่วมงานแต่ง แต่ดันพบว่าแก้วถูกนำไปใช้เป็นของส่วนรวมในโรงพยาบาล!

พุธทอล์ค พุธโทร RECAP

ตั้งใจออกแบบแก้วเป็นของชำร่วยไว้ให้แขกที่มาร่วมงานแต่ง แต่ดันพบว่าแก้วถูกนำไปใช้เป็นของส่วนรวมในโรงพยาบาล!

23 ต.ค. 2026

ตั้งใจออกแบบแก้วเป็นของชำร่วยไว้ให้แขกที่มาร่วมงานแต่ง

แต่ดันพบว่าแก้วถูกนำไปใช้เป็นของส่วนรวมในโรงพยาบาล!

        ‘คุณวิว (นามสมมุติ)’ สายที่ 2  ในรายการ พุธทอล์คพุธโทร เมื่อวันพุธที่ผ่านมา (21 ตุลาคม 2569) ได้โทรมาปรึกษา ‘ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจอ้อม’ เกี่ยวกับของชำร่วยงานแต่งของเธอที่ไปอยู่ในโรงพยาบาล

        ‘คุณวิว (นามสมมุติ)' อายุ 3X ปี เล่าว่า เรื่องของเธอไม่ใช่เรื่องใหญ่แต่ปัญหาคือเธอไม่สามารถปล่อยเรื่องนี้ไปจากความคิดของเธอได้ 

        เธอเล่าว่าปัจจุบันเธอไม่ได้อาศัยอยู่ไทย แต่เมื่อปลายปีที่แล้วคุณวิวได้กลับมาจัดงานแต่งเล็ก ๆ ริมทะเลที่ประเทศไทย เชิญเฉพาะครอบครัวและคนสนิทบ่าวสาว โดยแขกมาร่วมงานประมาณ 40 กว่าคน เป็นงานที่เธอตั้งใจจัดมาก ๆ ด้วยความตั้งใจที่อยากจะให้ครอบครัวและเพื่อน ๆ ฝั่งเจ้าบ่าวประทับใจ เพราะหลายคนยังไม่เคยมาเที่ยวไทย

        ทุกอย่างถูกจัดเตรียมไว้ตั้งแต่ปี 2024 ด้วยที่เธอทำงาน Full-time อยู่ต่างประเทศ และมีปัญหาเรื่องเวลาที่ไม่ตรงกัน ผนวกกับที่เธอต้องเป็นคนติดต่อประสานงานเกี่ยวกับงานแต่งเองคนเดียว เพราะสามีไม่ใช่คนไทยไม่สามารถช่วยติดต่อได้ ทำให้เธอเหนื่อยมาก แต่ยังทำเต็มที่ด้วยความรู้สึกที่อยากให้งานออกมาดีที่สุด ซึ่งงานผ่านไปได้ด้วยดี ทุกคนในงานมีความสุข และประทับใจ

        คุณวิวเสริมว่า ในงานแต่งครั้งนี้เธอพยายามคุมงบประมาณในการจัดงานแต่ง เพราะมีแพลนจะซื้อบ้านร่วมกับสามี แต่ด้วยความเป็นคนไทย คุณวิวก็อยากจัดทำของชำร่วยงานแต่งเพื่อมอบให้แขก ด้านสามีมองว่าไม่จำเป็นเพราะวัฒนธรรมประเทศของสามีไม่ซีเรียสเรื่องของขวัญให้แขก ถึงอย่างนั้นเธอก็อยากทำของเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่ใช้ได้จริงมอบให้แขกเป็นของที่ระลึก เธอจึงทำสั่งทำแก้วซึ่งเธอออกแบบโลโก้บนแก้วเอง มีสัญลักษณ์ของทั้งประเทศไทยคุณวิวและประเทศของแฟน รวมถึงชื่อบ่าวสาว สกรีนไว้บนแก้ว ซึ่งแขกในงานก็ชอบของชำร่วยในงานเธอ

        แต่แล้ววันหนึ่งในช่วงต้นปี ลูกพี่ลูกน้องเธอได้ทักข้อความมาเล่าว่า คุณน้าของคุณวิวเข้าโรงพยาบาล จึงบังเอิญเห็นว่าแก้วจากงานแต่งคุณวิวถูกนำมาใช้เป็นของส่วนรวมในโรงพยาบาล ซึ่งเป็นโรงพยาบาลประจำอำเภอที่เพื่อนสนิทคุณวิวทำงานอยู่ ในตอนแรกเธอพยายามคิดเข้าข้างตัวเองว่าเพื่อนอาจนำมาใช้ แล้วถูกนำไปวนสลับใช้ผิดและเพื่อนลืมหรือเปล่า แต่พอมานึกดี ๆ เพื่อนทำงานในตึกอื่น ไม่มีความจำเป็นต้องไปอยู่ตึกห้องพักผู้ป่วย

        ความกังวลในตอนนี้คือคุณวิวไม่รู้ว่าควรถามเพื่อนไหม แม้ทั้งสองจะสนิทกัน แต่ปัจจุบันแยกย้ายกันมีครอบครัว ไม่ได้พูดคุยสนิทสนมกันเท่าช่วงวัยรุ่น เธอจึงคิดวนว่าควรทำอย่างไร เธอจึงเลือกปรึกษากับเพื่อนอีกคนหนึ่งที่สนิทเหมือนกัน ซึ่งเพื่อนมีความคิดเห็นไปในทางว่า หากให้ไปแล้วเขาจะนำไปทำอะไรก็เป็นสิทธิของเขา แต่คุณวิวกลับรู้สึกว่า แก้วใบนี้คือความตั้งใจและความทุ่มเทในการทำของขวัญมอบให้แขกที่มาร่วมงานพิเศษของเธอ หากไม่อยากได้ไม่ต้องรับก็ได้

        ซึ่งคุณวิวย้ำว่าเธอไม่ได้โกรธเพื่อน แต่ก็มีความรู้สึกนอยด์เล็กน้อย เพราะเป็นของที่เธอตั้งใจทำให้แขก รวมถึงบนโลโก้งานแต่งมีชื่อเธอกับสามีและการถูกนำไปใช้วนในโรงพยาบาลให้ใครต่อใครเห็น ทำให้เธอรู้สึกเขิน เธอมองว่ามันไม่เหมือนกับโลโก้แบรนด์ทั่วไป โดยเรื่องราวทั้งหมดเธอยังไม่ได้ปรึกษากับสามี แต่ตั้งใจว่าจะเล่าเรื่องทั้งหมดให้เขาฟังหลังจบรายการ คุณวิวอยากรู้ว่าหากเรื่องเหล่านี้เกิดขึ้นกับพุธโทรเรี่ยนจะรู้สึกอย่างไร จะถามเพื่อนเลยไหม และอยากปรึกษาดีเจทั้งสามท่านว่า หากเป็นดีเจทั้งสามเห็นว่าของชำร่วยงานแต่งที่มีชื่อตนเองและคู่สมรส ไปโผล่อยู่ในที่สาธารณะจะรู้สึกอย่างไร และเธอควรถามเพื่อนดีไหม หรือควรปล่อยเรื่องนี้ไปดี

        หลังจากฟังเรื่องราวทั้งหมดดีเจได้เริ่มให้คำแนะนำโดยเริ่มจาก ‘ดีเจอ้อม’ กล่าวว่า “ถ้าในวันที่เจอเรื่องแบบนี้แล้วพี่อายุเท่าวิว พี่ช็อก พี่ต้องบอกก่อนอายุมีผล เพราะจากที่ฟังมันคือความตั้งใจที่คุณวิวอยากให้แขกในงานประทับใจ คุณวิวมีความปรารถนาดี อยากเป็นที่จดจำว่าเป็นของที่เราทำในงานแต่ง ทั้งหมดเป็นความอยากของเรา ขนาดเราให้ยังอยากให้ของอยู่ในที่ ๆ เราอยากให้อยู่ ไม่ได้เปิดกว้างว่าของจะไปอยู่ที่ไหนคุณวิวจึงทุกข์

        หากในอายุเท่านั้นพี่คงคิดเหมือนคุณวิว แต่พอวันนี้โลกก็เปลี่ยนในสายตาเรา สำหรับพี่ในวันนี้จะเลือกมองข้าม และอย่างน้อยแก้วไม่ได้แตก และไม่ได้หาย รวมถึงหากคนไข้สักคนจะได้มีแก้วไว้ทานยา ได้เห็นลายแก้วเขาคงไม่รู้ว่าสองคนบนแก้วเป็นใคร ตัวเลขบนแก้วคืออะไร สำหรับพี่วันนี้มองที่ประโยชน์ จะรู้สึกว่าสิ่งที่ทำในงานแต่งได้เป็นภาชนะให้คนป่วยใช้ประโยชน์ โรงพยาบาลอาจขาดแคลน เป็นพี่อาจโทรไปถามว่าโรงพยาบาลขาดแคลนอะไรหรือเปล่า อาจส่งแก้วไปช่วยเหลือเพิ่มก็ได้”

        ถัดมาที่ ‘ดีเจเผือก’ กล่าวว่า “คิดคล้ายพี่อ้อมว่า อายุมีผลในการปลงหลาย ๆ เรื่องในชีวิต พออายุเข้าเลข 4 ยิ่งตัดการคิดเรื่องเล็กน้อยออกไปเรื่อย ๆ ยิ่งช่างมัน ยิ่งไม่สนใจเรื่องที่คิดแล้วไม่มีประโยชน์ เรื่องนี้มันคือความคาดหวังของเราว่าเขาจะนำมันไปใช้อย่างให้ความสำคัญกับมัน เหมือนกันกับที่เราตั้งใจ ให้ความสำคัญในการสร้างมันขึ้นมา แต่หากเรามองย้อนกลับไปในความตั้งใจที่วิวบอกว่าอยากให้เขาได้ใช้จริง นั่นก็บรรลุเป้าหมายของวิว เพราะเขาได้ใช้ไม่ว่าจะใช้ในรูปแบบไหน ไม่ว่าจะถูกใช้อย่างไรถึงถูกวนมาถึงมือคนไข้ แต่ก็ได้ใช้ และหากเราจะมองในแง่ดีเกี่ยวกับเรื่องนี้ การที่คนป่วยได้ใช้มองว่าเป็นบุญให้คนได้ทานยา ให้คนได้รักษาตัว

        หากวิวเขินกับการที่มีชื่ออยู่ แท้จริงแล้วไม่ว่าเขาจะนำไปใช้ที่ไหนก็มีชื่อเราอยู่ดี เพราะฉะนั้นสิ่งที่ทำให้เราคาใจคือความคาดหวังว่าจะให้แก้วได้อยู่ในที่ ๆ เราจินตนาการให้สมกับความตั้งใจของเรา แต่พอดีมันหักมุมมาอยู่ในมือคนไข้ พี่จึงตั้งคำถามว่าแก้วนี้ถูกวนมาอยู่ในมือคนไข้ได้อย่างไร แก้วถูกทำความสะอาดอย่างดีพอที่จะให้คนไข้ใช้ไหม มันไม่เข้าใจในจุดนี้ แต่นอกเหนือจากนั้น เราให้ไปแล้วสำหรับพี่ไม่ว่าเขาจะนำไปใช้อย่างไร หรือเขาจะไม่ใช้ หรือแม้จะนำไปทิ้ง ก็ล้วนเป็นสิทธิของเขา ความตั้งใจเราจบลงในวันที่เราทำมันเสร็จเรียบร้อยแล้ว”

        ปิดท้ายที่ ‘ดีเจเติ้ล’ กล่าวว่า “ถ้าเพื่อนคนนั้นสนิทกับพี่มาก พี่จะพูดกับเพื่อนว่าเขินว่ามีชื่อตัวเองและสามีบนแก้ว แต่เป็นการเขินในแง่บวก จะไม่มีอะไรนอกเหนือจากนี้ เพราะความตั้งใจเราสิ้นสุดตั้งแต่มอบให้เขาแล้ว จากนั้นเขาจะนำไปใช้อย่างไรวิวต้องไม่เอาตนเองไปอยู่กับแก้วนั้นแล้วสำหรับพี่ ของเมื่อให้ไปแล้วจะถูกนำไปทำอะไรเป็นสิทธิของผู้รับ แต่อย่างน้อยแก้วนี้ถูกนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์จริง ๆ แม้จะงงเหมือนกันว่าทำไมแก้วส่วนตัวถูกนำไปให้คนไข้ใช้ อย่างน้อยคนไข้ก็ได้มีแก้วไว้ทานยา พี่ว่าเป็นพี่จะแฮปปี้แล้ว”

        คุณวิวกล่าวทิ้งท้ายว่า เธอรู้สึกดี และมองโลกกว้างขึ้นหลังจากฟังคำแนะนำของดีเจทั้งสามท่าน

เรื่องราวจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทาง

มีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATION

รับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 20.00 –23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

related พุธทอล์ค พุธโทร RECAP

เวลาส่วนตัวของหนูกับแฟน แทบไม่เหลือเลยค่ะ เพื่อนแฟนบอกว่าจะมาขออยู่หอด้วยชั่วคราว 1 เดือน ตอนนี้ผ่านมาแล้ว 3 เดือน เพื่อนยังอยู่ แฟนหนูต้องคอย ทำความสะอาดห้อง เก็บขยะ ล้างจาน ทำทุกอย่าง ตอนนี้ถ้าหนูจะไปห้องแฟนก็ไม่สะดวกเหมือนเดิมแล้ว

25 มิ.ย. 2025

เวลาส่วนตัวของหนูกับแฟน แทบไม่เหลือเลยค่ะ เพื่อนแฟนบอกว่าจะมาขออยู่หอด้วยชั่วคราว 1 เดือน ตอนนี้ผ่านมาแล้ว 3 เดือน เพื่อนยังอยู่ แฟนหนูต้องคอย ทำความสะอาดห้อง เก็บขยะ ล้างจาน ทำทุกอย่าง ตอนนี้ถ้าหนูจะไปห้องแฟนก็ไม่สะดวกเหมือนเดิมแล้ว

เวลาส่วนตัวของหนูกับแฟน แทบไม่เหลือเลยค่ะ เพื่อนแฟนบอกว่าจะมาขออยู่หอด้วยชั่วคราว 1 เดือนตอนนี้ผ่านมาแล้ว 3 เดือน เพื่อนยังอยู่ แฟนหนูต้องคอย ทำความสะอาดห้อง เก็บขยะ ล้างจาน ทำทุกอย่างตอนนี้ถ้าหนูจะไปห้องแฟนก็ไม่สะดวกเหมือนเดิมแล้ว แฟนเคยบอกเพื่อนว่า...“พี่สาวจะย้ายมาอยู่ด้วย ทำไมยังไม่ออก” เพื่อนตอบ “นี่มึงไล่กูหรอ??”ตอนนี้กลายเป็นปัญหาของคู่เรามากๆเลยค่ะจะทำยังไงดี? “คุณซันนี่ (นามสมมติ)” อายุ 20 ปี เป็นสายที่ 2 ในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา [18 มิ.ย. 68] ได้โทรเข้ามาปรึกษา “ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม” เกี่ยวกับปัญหาเพื่อนแฟนมาอยู่ในห้องแฟน แต่ไม่ช่วยออกเงินอะไรเลย โดย “คุณซันนี่ (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘หนูมีแฟน พวกหนูกำลังเรียนมหาวิทยาลัยกันอยู่ หนูกับแฟนอยู่หอนอก แต่ไม่ได้อยู่หอเดียวกัน ทีนี้เพื่อนของแฟนมาขออยู่หอกับแฟนหนู มาอยู่ตั้งแต่ปลายเดือนมีนาคมที่ผ่านมา จนตอนนี้ 3 เดือนแล้ว เขาให้เหตุผลว่า ทางบ้านเขามีปัญหาเรื่องการเงิน ซึ่งเขาพยายามจะให้ตัวเองไปอยู่หอในให้ได้ แต่มันเป็นไปไม่ได้แล้ว เพราะปี 1 เขาอยู่กันหมดแล้ว และอีกเรื่องเขาดูเหมือนไม่ยอมหาหอเอง เพราะหอดีๆ ราคาถูกมันก็เริ่มเต็มหมดแล้ว สุดท้ายก็ต้องมาอยู่กับแฟนหนู แล้วแฟนเขาก็ไม่กล้าพูด ไม่กล้าปฎิเสธ แฟนเขาพูดว่า ก็คงต้องรับกรรม ด้วยความที่แฟนหนูเป็น Introvert แต่พอเพื่อนเขามาอยู่ ความเป็นส่วนตัวเขาหายไปหมดเลย ส่วนเรื่องการล้างจาน หรือทำความสะอาด ทางเพื่อนคนนี้ก็ไม่ได้รักสะอาดขนาดนั้น ถามว่าช่วยค่าหอมั้ย เขาก็ช่วย แต่เรื่องค่าน้ำค่าไฟมันแพงขึ้น ช่วง 3 เดือนที่ผ่านมาเขาใช้ค่าไฟเป็นพันเลย แล้วมันไม่ใช่ว่าเพื่อนมีปัญหาการเงินคนเดียว แต่ทางแฟนหนูก็มี เขาก็ต้องจัดการชีวิตของเขา แต่พอทุกอย่างมันเพิ่มขึ้น มันบั่นทอนความเป็นส่วนตัวของเขามากขึ้น แฟนหนูเลยรู้สึกไม่ดี เวลาส่วนตัวของหนูกับแฟนก็น้อยลงมาก และเราก็ทะเลาะกันมากขึ้น แฟนหนูเคยอ้างไปแล้วว่า เดี๋ยวเดือนหน้าพี่สาวของกูจะมาแล้วนะเพื่อน ทำไมยังไม่ออก เพื่อนก็เลยคิดว่า อ้าว มึงไล่กูหรอ จริงๆหนูก็บอกผ่านแฟนไปแล้วว่า หาหอใหม่ได้แล้ว เพราะว่าหอดีๆแถวนี้จะไม่มีแล้วนะ ถ้ายังเป็นแบบนี้ต่อไป ก็คือมันจะอยู่แบบนี้ไม่ได้แล้ว มันไม่ใช่เรื่องที่แฟนหนูจะต้องมาคอยเช็ดตามเก็บกวาดทุกเรื่องในห้อง ล่าสุดเพื่อนอีกคนของแฟนมาอยู่ในห้องแฟนด้วย จริงๆเพิ่งมาอยู่ด้วย 1 - 2 วันก่อน ทั้งสามคนเขาสนิทกัน แต่คนที่เพิ่งเข้ามาอยู่ เขาหอบข้าวหอบของเข้ามา เพราะว่าเขาเช่าหอกับ roommate ที่เป็นผู้หญิง แล้วครอบครัวของผู้หญิงคนนั้นมาหา เขาเลยต้องออกมาอยู่ชั่วคราว เพื่อให้ครอบครัวเขาเข้าใจว่าผู้หญิงคนนั้นอยู่หอคนเดียว ก็เลยสร้างความลำบากใจกับแฟนหนูเวลานอน เหมือนมาเลี้ยงลูก หนูอยากถามพี่ๆดีเจว่า จะทำยังไงให้เพื่อนคนนี้ออกไปดีคะ? หนูอยากได้ความเป็นส่วนตัวของหนูกับแฟนกลับมาด้วย แล้วก็ไม่อยากให้แฟนต้องมาคอยลำบากใจ เดี๋ยวเพื่อนจะมาดึก เดี๋ยวเพื่อนต้องเล่นเกมแล้วเขาต้องรีบนอนไว ไม่อยากให้เพื่อนคนนี้อยู่นานกว่านี้อีกแล้ว’ ทางด้าน “ดีเจเผือก” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘ห้องของพี่ก็เคยเป็นห้องประมาณนี้ แต่บางทีอยู่เป็น 10 คน กับเพื่อนๆก็โอเค แต่มันจะเริ่มมีปัญหาตอนที่เรามีแฟน บางทีแฟนก็มาหา แรกๆก็อยู่ร่วมกันได้ สักพักก็เริ่มไม่ได้ ซึ่งพี่ใช้วิธีพูดกับเพื่อน พี่ว่ามันอยู่ที่ความเด็ดขาดและการจัดการของเจ้าของห้อง สุดท้ายแฟนเราต้องเป็นคนที่จัดการเรื่องนี้ได้’ ต่อมา “ดีเจเติ้ล” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘ถ้าหนูอยากให้ปัญหานี้จบ หนูอาจจะต้องรับบทนางวีน ไปนั่งๆหน้าคว่ำอยู่ในห้อง มองมันให้มันรู้ว่าเราไม่แฮปปี้ที่มีมันอยู่ ก็ต้องชัดเจนว่าเราจะอยู่กับแฟน หรือไม่ก็พูดเลยว่าทำยังไงดีเราอยู่ด้วยกัน 3 คนไม่ได้ เราต้องการเวลาส่วนตัวกับแฟน’ สุดท้าย “ดีเจต้นหอม” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘เริ่มให้เห็นถึงความไม่สะดวก ให้เขาพูดกับเพื่อนเป็นกิจลักษณะว่า มันจะต้องมีวันที่ยังไงมึงก็ต้องย้ายออกนะ เพราะตอนนี้แฟนกูมาที่ห้องไม่ได้เลย แล้วเขาก็ถามกูตลอดว่ามึงจะอยู่ถึงเมื่อไร แล้วไหนจะพี่กูมาอีก เขาก็ไม่โอเคที่มาแล้วเจอคนอื่น มันไม่มีใครแก้ปัญหาให้ได้นะนอกจากตัวเราเอง เพื่อนบางคนถ้ามันไม่ได้ก็ไม่ต้องคบ’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

คุณยายเป็นตัวตึงประจำหมู่บ้าน ทะเลาะกับคนอื่นไปทั่ว อยากพายายไปหาจิตแพทย์ จะจัดการยังไงดีคะ?

09 ต.ค. 2026

คุณยายเป็นตัวตึงประจำหมู่บ้าน ทะเลาะกับคนอื่นไปทั่ว อยากพายายไปหาจิตแพทย์ จะจัดการยังไงดีคะ?

คุณยายเป็นตัวตึงประจำหมู่บ้านทะเลาะกับคนอื่นไปทั่วอยากพายายไปหาจิตแพทย์ จะจัดการยังไงดีคะ? ‘คุณเปรี้ยว’ (นามสมมติ) สายที่ 3 ในรายการ พุธทอล์คพุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (7 ตุลาคม 2569) ได้โทรเข้ามาปรึกษา ‘ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม’ เรื่องเกี่ยวกับคุณยายที่เป็นคนอารมณ์ร้าย ทะเลาะกับคนอื่นไปทั่วจนตอนนี้ไม่มีใครคบแล้ว ‘คุณเปรี้ยว’ อายุ 18 ปี ได้เล่าว่าเธอย้ายมาอยู่กับยายตั้งแต่อายุ 3 ขวบ จนปัจจุบันยายอายุ 74 ปีแล้ว นิสัยของยายคือเป็นตัวตึงประจำหมู่บ้าน ชอบทะเลาะกับคนอื่นไปทั่วและเอาตัวเองเป็นใหญ่ ตั้งแต่ที่คุณเปรี้ยวเป็นเด็ก เพื่อนก็ไม่อยากมาเล่นด้วยเพราะยายแปลก เวลาอารมณ์ไม่ดีก็ชอบง้างมีด หรือง้างหินจะปาใส่คุณเปรี้ยว จนเธอต้องวิ่งหนีทุกครั้ง เธออยู่กับยายมาตั้งแต่วัยประถมจนถึงมัธยม ยายก็ทะเลาะกับคนอื่นไปทั่ว อีกทั้งยังเคยไปชี้หน้าด่ากำนันคนเก่าในที่ประชุมหมู่บ้านว่าโกง ทั้งที่คนทั้งหมู่บ้านก็รู้อยู่ว่าจริง ๆ แล้วเขาเป็นคนดี และนอกจากนั้นยายก็มักจะเชื่อคำพูดของคนนอกมากกว่าคนในครอบครัว ชอบเอาคำพูดของคนอื่นมาตัดสินแล้วด่าว่าลูกหลาน ล่าสุด คุณเปรี้ยวอยู่คนเดียวแล้วเหงาเลยให้แม่มาอยู่ด้วย แต่ยายก็ยังลำเอียงรักลูกคนเล็กมากกว่า มีแค่เวลาเจ็บป่วยเท่านั้นถึงจะเรียกหาลูกคนเล็ก แต่เรื่องให้จ่ายเงินค่าไฟ จ่ายหนี้ก็จะโยนให้แม่ของคุณเปรี้ยวรับผิดชอบ จนสุดท้ายแม่ทนไม่ไหวจนต้องย้ายกลับต่างจังหวัดกะทันหัน ปัจจุบันคุณเปรี้ยวก็ย้ายออกจากคุณยายแล้ว ทำให้ตอนนี้ยายต้องอยู่คนเดียว ยายก็ยังไปพูดใส่ร้ายแม่คุณเปรี้ยวให้เพื่อนบ้านฟัง พอเพื่อนบ้านไม่เข้าข้าง ยายก็พาลโกรธทุบโต๊ะด่าเพื่อนบ้านไปอีก จนตอนนี้เพื่อนบ้านที่เคยคบก็เลิกคบแกไปหมดแล้ว ล่าสุดแม่คุณเปรี้ยวก็ได้รับข่าวสารจากคนข้างบ้านว่าตอนนี้คุณยายยังทำนิสัยเหมือนเดิม ทำให้คุณเปรี้ยวเริ่มสงสารยายที่ตอนนี้ไม่เหลือใคร เลยคิดว่ายายอาจจะมีอาการป่วยทางจิตและอยากพายายไปหาจิตแพทย์ แต่ก็รู้ว่าถ้ายายรู้จะต้องโกรธและหาว่าแกเป็นบ้าแน่ ๆ จึงอยากมาปรึกษาว่าควรทำอย่างไรดี เริ่มด้วยคำแนะนำของ ‘ดีเจเติ้ล’ ที่ว่า “เขาอาจจะมีความสุขกับการที่เขาเป็นแบบนี้ก็ได้นะ เพราะเขาเป็นมาทั้งชีวิตจนอายุ 74 ปีแล้ว มันก็คงจะเปลี่ยนอะไรไม่ได้แล้วล่ะ แม่ของคุณเปรี้ยวเองก็อาจจะรู้อยู่แล้วว่ายายเป็นแบบนี้เลยหนีไป ถ้าสุดท้ายแล้วการที่เขาไม่มีใคร เขาก็แค่เสียใจแต่เขาก็จะหาทางอยู่กับมันได้ ยากมากที่จะบอกให้เขาไปหาจิตแพทย์ เพราะเขาจะด่าคุณเปรี้ยวกลับมาแน่ ๆ อย่างน้อยก็เปลี่ยนเป็นโทรหาเขาบ่อย ๆ ให้รู้ว่ายังคิดถึง” ต่อด้วยคำแนะนำของ ‘ดีเจต้นหอม’ ที่เพิ่มเติมจากคำแนะนำของดีเจเติ้ลว่า “พี่ว่าเราดูแลข้างบ้านเราดีกว่า เวลากลับบ้านไปก็เอากระเช้าไปไหว้ข้างบ้านแทน ตอนนี้คุณเปรี้ยวก็โตแล้ว เราก็สอนให้เขาคิดให้ได้ว่าสัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม สิ่งที่เขาทำมันทำให้เขาไม่มีเพื่อน ถ้าเรากลับมาหาแล้วยายยังบ่นไม่หยุด ก็ดุไปเลยว่าอุตส่าห์มาหา ถ้ายังอยากให้มาหาอยู่ก็อย่าพูดจาแบบนี้” ปิดท้ายด้วยคำแนะนำของ ‘ดีเจเผือก’ ว่า “ยายแกอายุมากแล้ว พฤติกรรมและความคิดมันฝังลึกมาทั้งชีวิตจนเปลี่ยนยาก มันไม่ใช่แค่อาการป่วยแต่มันเป็นพฤติกรรมไปแล้ว ให้คิดซะว่าเขากลับไปเป็นเด็ก แต่ถ้าเห็นท่าว่าเขาจะคว้ามีดมาปาอีกก็กราบเลย แล้วค่อยวิ่งหนีเพราะเราแข็งแรงกว่าอยู่แล้ว แต่ก็อย่าพาเขาไปหาหมอหรอก ยังไงเขาก็ไม่ไป”เรื่องราวจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการInboxฝากเรื่องมาที่FacebookFanpageEFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 20.00–23.00น.ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

คบแฟนได้ 6 เดือน แฟนบอกว่ามี FWB กับผู้หญิงอีกคน ตอนแรกคิดว่าพูดเล่น หลังๆเริ่มชวนไปกินข้าวกัน 3 คน แฟนหนูสั่งน้ำโปรดให้เขา ตักข้าวให้เขา จนหนูรู้สึกว่า "เรายังเป็นแฟนอยู่ไหม" พีคสุด เจอแชทเขาคุยเสียวกัน

10 พ.ค. 2024

คบแฟนได้ 6 เดือน แฟนบอกว่ามี FWB กับผู้หญิงอีกคน ตอนแรกคิดว่าพูดเล่น หลังๆเริ่มชวนไปกินข้าวกัน 3 คน แฟนหนูสั่งน้ำโปรดให้เขา ตักข้าวให้เขา จนหนูรู้สึกว่า "เรายังเป็นแฟนอยู่ไหม" พีคสุด เจอแชทเขาคุยเสียวกัน

คบแฟนได้ 6 เดือน แฟนบอกว่ามี FWB กับผู้หญิงอีกคน ตอนแรกคิดว่าพูดเล่นหลังๆเริ่มชวนไปกินข้าวกัน 3 คน แฟนหนูสั่งน้ำโปรดให้เขา ตักข้าวให้เขาจนหนูรู้สึกว่า "เรายังเป็นแฟนอยู่ไหม" พีคสุด เจอแชทเขาคุยเสียวกันตอนนี้เขาบอกไม่ได้ยุ่งกันแล้ว หนูควรเชื่อและคบแฟนต่อดีไหม? “คุณมน (นามสมมติ)” อายุ 32 ปี สายแรกในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา [8 พ.ค. 67] ได้โทรเข้ามาปรึกษา ‘ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม’ เกี่ยวกับปัญหารักของเราสามคน เพราะแฟนของคุณมนแอบมี FWB ลับหลัง โดย ​“คุณมน (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘มนมีแฟนอยู่คนหนึ่ง ซึ่งก่อนที่จะคบกัน คู่ของเราก็มีการพูดคุยดูใจกัน เหมือนคู่อื่น ๆ แต่ช่วงที่เรายังคุยกันอยู่ ทางฝ่ายชายก็ชอบเอ่ยปากว่า เขาอยากมีภรรยาสองคน แต่มนก็คิดว่าที่เขา พูดมันเป็นเรื่องขำ ๆ เพราะมนก็ถามเขาเกือบทุกครั้งว่า มันมีทางเป็นไปได้จริง ๆ หรอ ? เขาก็ตอบว่า ไม่มีอะไร เขาแค่ถามเล่น ๆ แค่ลองถามดู ซึ่งมนก็เป็นคนที่ไม่ได้คิดอะไรก็ลองคุยต่อไป ระยะเวลาก็ผ่านไป เราใช้เวลาคุยกัน 6 เดือน หลังจากนั้นก็เลยตัดสินใจคบกันดู ซึ่งตลอดระยะเวลาประมาณ 1 ปีที่คบกันมา มันเป็นความสัมพันธ์ที่ดีมาก เทคแคร์ ดูแล ใส่ใจกันมาตลอดทั้งเขาทั้งเรา แต่อยู่มาวันหนึ่ง เขาก็อยากพามนไปทานข้าวกับ “บี (นามสมมติ)” มนก็ถามเขาว่า บีเป็นใคร ? เขาก็เล่าให้ฟังว่า บีเป็น FWB กับเขามาก่อน เป็นแบบนี้มานานแล้ว และปัจจุบันนี้ ก็ยังเป็นอยู่ ซึ่งมนคิดว่า เขาคงอยากให้ความคิดของเขามันเป็นจริงมั้งคะ ความคิดที่ว่า… เขาอยากมีภรรยาสองคน ความพีคก็ คือ มนก็ตอบ ตกลง ยอมที่จะไปทานข้าวกับพวกเขา ซึ่งเป็นตัวของมนเองที่ปล่อยเลยตามเลย เพราะตอนนั้นมนแค่รู้สึกว่า ยังเลิกกับเขาไม่ได้ และ ยังรักเขาอยู่ และมนก็คิดว่า บนโลกใบนี้ ยังมีความสัมพันธ์อีกมากมายที่เรายังไม่รู้จัก ก็เลยอยากจะลองเปิดใจดูว่า มันอาจจะดีหรือว่ามันอาจจะเป็นไปได้หรือไม่ได้ อยากลองดูสักตั้งให้มันรู้ ดีกว่าปฏิเสธตั้งแต่ต้น หลังจากตกลงไปทานข้าวด้วยกัน มนก็ถามแฟนว่า ให้เราไปรับไหม ? เพื่อที่เราจะได้ไปร้านด้วยกัน เขาก็บอกว่า ไม่เป็นไร เดี๋ยวเขาไปเอง แต่พอมนไปถึงที่ร้าน มนกลับเจอเขามากับบีก่อนแล้ว พอถึงเวลาทานอาหาร มนก็นั่งข้างแฟน ส่วนบีก็นั่งฝั่งตรงข้าม ต้องขอเกริ่นก่อนว่า มนเป็นคนที่ชอบดื่มโคล่า ซึ่งมนก็คิดว่า บีก็ชอบดื่มเหมือนกัน แต่พอเริ่มสั่งอาหาร แฟนของมนกลับสั่งน้ำเปล่าให้มน แต่สั่งโคล่าให้บี มนก็เริ่มมีอารมณ์นิดหน่อยที่แฟนจำของเราไม่ได้ แต่กลับจำของบีได้ แต่มนก็ยังเดินอยู่ในทุ่งลาเวนเดอร์อยู่ คิดว่า เขาคงรู้จักกันมานาน ระหว่างที่ทานข้าวแฟนของมนก็ตักข้าวให้ทั้งตัวเราและบี สลับวนอยู่แบบนี้ตลอด ส่วนบทสนทนาบนโต๊ะอาหาร ส่วนใหญ่จะพูดถึงการทำธุรกิจ เพราะมนกับแฟนวางแผนกันว่า จะเปิดบริษัทร่วมกัน โดยตามหลักของการเปิดบริษัทจะต้องมีผู้ถือหุ้นทั้งหมด 3 คน ซึ่งมนก็คิดว่า ฝ่ายชายน่าจะวางแผนไว้แล้ว ว่าอยากจะให้เป็นตัวเขาเอง มน และบี เรื่องผู้ถือหุ้นในความรู้สึกของมน มนเฉยมาก ไม่มีปัญหาอะไร แต่ว่ามนก็มีเรื่องที่รู้สึกน้อยใจ เพราะหลายอย่างที่แฟนมาขอความคิดเห็น เช่น รูปแบบโลโก้ หรือเรื่องภายในบริษัท แฟนกลับเลือกความคิดเห็นของบีมากกว่าของมน หลังจากนี้ เราก็เริ่มที่จะทะเลาะกัน เขาก็มีคำพูดที่ว่า จริง ๆ เราเลือกคนอื่นมาเป็นผู้ถือหุ้นก็ได้นะ ไม่จำเป็นที่ต้องเป็นเธอ และเธออย่าคิดว่า เรามาหลอกเธอ เพราะเธอจะไม่ถือหุ้นก็ได้ แต่เราต้องไม่เลิกกันนะ เรายังอยากมีเธออยู่ข้าง ๆ เรา ซึ่งการทำธุรกิจร่วมกันนี้ มนไม่มีการลงทุนลงเงิน เพราะมนรับผิดชอบด้านบัญชี ต้องลงแรง จึงไม่จำเป็นต้องลงเงิน ซึ่งมนไม่รู้ว่า เขาเข้าหามน เพราะทำบัญชีได้ เลยมาหลอกเอาผลประโยชน์ จากมนหรือเปล่า ? หลังจากที่กลับมาจากการรับประทานอาหารกัน มนก็มานั่งตกตะกอนความคิด ก่อนที่จะตัดสินใจคุยกับเขา อย่างเปิดใจว่า เรารู้สึกไม่โอเคกับความสัมพันธ์แบบนี้ เราไม่สามารถรับมือและไปต่อได้ เธอต้องเป็นคนเลือกแล้วว่า เธอจะอยู่กับเขา หรือเธอจะอยู่กับเรา ซึ่งถ้าเธอจะอยู่กับเรา เธอก็ไปเลิกกับเขามาให้ชัดเจน ไปหาหลักฐานหรืออะไรก็ตามมายืนยันให้ได้ว่า เธอได้เลิกกับเขาแล้วจริง ๆ หลังจากนั้น เขาก็ไปเคลียร์กันมา เขากลับมาบอกเราว่า เขาเลือกเรานะ แต่สิ่งที่ทำให้เรารู้สึกว่า เราพลาด คือ เขาแคปแชทมาให้ดูว่า เขาได้บอกเลิกกับทางฝั่งนั้นแล้ว และเราก็เลือกที่จะไม่ทักถามฝ่ายหญิง เพราะโดยปกติเราก็ไม่เคยเช็คโทรศัพท์ของกันและกัน จากนั้นมนก็กลับมาเชื่อใจและให้โอกาสเขาอีกครั้ง จนกระทั่งเข้าปีที่ 2 แฟนของเราก็เริ่มพูดถึงชื่อของบีเยอะขึ้น อย่างเช่น นั่งดูหนังกันอยู่ เขาก็จะพูดแล้วว่า เรื่องนี้บีบอกว่าสนุกนะ หรือว่า ข้าวร้านนี้บีบอกว่าอร่อยนะ ซึ่งเราเป็นสายนิ่งเงียบอยู่แล้ว เวลาได้ยินชื่อก็ทำนิ่งไว้ แล้วก็ตามน้ำเขาไปว่า อ๋อ เหรอคะ พอเขาหลับเราก็แอบเช็คมือถือ เราได้แต่ภาวนาคิดว่า เขาคงคุยกันเรื่องงานที่บริษัท แต่ภายในแชทกลับกลายเป็นว่า เขาคุยไปในทาง 18+ มีการส่งรูปลับหากัน ไม่ได้มีเรื่องงานปนอยู่เลย ณ วันที่เราเห็น เราก็รู้สึกช็อคมาก เหมือนกลับว่าจะเป็นลม ในคืนนั้นมนก็เก็บเสื้อผ้าออกไปนอนอยู่ที่โรงแรม 2-3 วัน และใช้เวลาอยู่กับตัวเอง แต่ก็ยังต้องไปทำงานอยู่ ความรู้สึกคือตีกันหนักหน่วงมาก พอได้สติเราเลยเลือกที่จะกลับไปคุย และถามเขาว่า มันเกิดอะไรขึ้น ? ซึ่งเหตุการณ์ตอนนั้นมันกลายเป็นสงครามแล้ว มนทะเลาะกับเขา และบีด้วย ฝ่ายชายก็บอกว่า มันไม่มีอะไร มันเป็นเพียงข้อความที่คุยกันเท่านั้น เขาไม่ได้ไปมีสัมพันธ์อะไรกันเลยตั้งแต่ตอนนั้น มันจบกันนานแล้ว เธอก็เห็นว่า เราก็อยู่ด้วยกันทุกวัน คุยจบมนก็เลือกที่จะทักหาบีต่อว่า ทำไมถึงคุยกันแบบนี้ คือถ้าผู้หญิงบอกว่าผู้ชายมาหลอกเขา เราจะได้ด่าผู้ชายคนเดียวให้จบ แต่ผลสรุปแล้ว บีก็รู้เรื่องทั้งหมดอยู่แล้ว บอกมนว่า ขอโทษที่พิมพ์ไปแบบนั้น ก็คนมันเคยคุยกันแบบนี้ แต่จะไม่คุยกันแบบนั้นอีกแล้ว แล้วก็ขอโทษเรา ตั้งแต่ตอนนั้นจนถึงตอนนี้ มนก็ยังคบกับแฟนมาจนถึงปัจจุบัน ส่วนเหตุผลที่มนไม่เลิก แม้ว่าจะเจอเหตุการณ์อะไรสารพัด เป็นเพราะฝ่ายชายเคยพูดว่า เราอยู่ด้วยกันมา เขาเทคแคร์ ดูแลเราดีมากเลยในสถานะของแฟน ซึ่งตรงนี้มนก็ไม่เถียง เขาก็เลยถามเราว่า เขาทำผิดแค่นี้เอง ทำไมมนถึงไม่มองข้อดีของเขาบ้าง ? แต่มนกลับรู้สึกว่า ที่เราอยู่ด้วยกันตอนนี้ มันเป็นเพราะความผูกพัน ซึ่งมนไม่รู้ว่าจะเดินออกมาจากเขายังไง หรือจริง ๆ แล้ว มนยังรักเขาอยู่ ? ซึ่งมนอยากถามพี่ ๆ ดีเจว่า มนควรไปต่อหรือพอแค่นี้แบบ… เลิกกันไปเลย โดย “ดีเจต้นหอม” ก็ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘ถ้ามนรู้สึกไม่โอเคกับการที่เขายังมีบีอยู่ มนก็ได้คำตอบแล้วว่า มนต้องเดินออกมา แล้วถ้ามนคิดว่าปัญหานอกใจเป็นเรื่องใหญ่ มนก็ไม่ต้องคิดแล้ว เดินออกมาเลย ซึ่งถ้ามนคิดว่า ความผิดมันสามารถหักล้างกับความดีของเขาได้ มนแน่ใจใช่ไหมว่า มนจะทนไหวกับสถานการณ์ แบบนี้ได้ไปตลอดชีวิต สรุปแล้วพี่ว่า มนกำลังสับสนในตัวเอง คือมนไม่ได้อยากเลิก แต่สิ่งที่เกิดขึ้น มนก็ไม่สามารถรับได้ มนก็แค่รอวันที่มนทนไม่ไหว จนมนต้องเลิก สมมติว่าวันนี้มนจะซื้อบ้านหนึ่งหลัง เหนื่อยมากอยากจ่ายก้อนไปเลย แต่วันนี้มนเลือกที่จะจ่ายดอกเบี้ยไปก่อนเรื่อย ๆ จนกว่ามนจะหมดแรง แต่บ้านมันยังดีที่มันเป็นของเรา แต่นี่คือมนจ่ายโดยไม่รู้เลยว่า สุดท้ายแล้วจะเป็นของเราหรือเปล่า ? เพราะเขาเองก็พยายามสื่อและบอกมนมาตลอดว่า เขาต้องการมี 2 คน เขาพยายามบอกมนแล้วตั้งแต่วันแรก เราแค่ไม่ได้ฟังเสียงเขาเอง คือเอาจริงก็ฟัง แต่ไม่เอามาคิด ไม่ยอมรับว่า เขาเป็นคนแบบนี้ ซึ่งคนนี้เขาไม่ใช่คนซื่อสัตย์ เพราะถ้าเขาซื่อสัตย์ เขาจะไม่เอา FWB มารู้จักกัน เขาจะตัดตั้งแต่ตอนนั้น ไม่ว่าจะต่อหน้าหรือลับหลัง คือตอนนั้นเขาเผื่อฟลุ๊ค เผื่อว่า มนจะยอม แต่สรุปมนไม่ยอม แทนที่เขาจะตัด แต่เขาก็เลือกทำต่อแปลว่า เขาไม่ใช่คนซื่อสัตย์ ลองเทียบว่า อยู่คนเดียวกับการที่มีเขาอยู่อันไหนสบายใจกว่ากัน’ ต่อด้วย “ดีเจเผือก” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘พี่ถึงถามไงว่า ถ้าพี่บอกให้เลิก คนทั้งอินเตอร์เน็ตก็บอกให้เลิก มนทำได้หรือเปล่า ? เพราะวันนี้มนเองก็ไม่ได้มีน้ำเสียงที่พี่รู้สึกว่า มนสามารถตัดสินใจเลิกได้ คือการที่เจอแบบนี้ 2 รอบ เป็นคนอื่นอาจจะไปแล้ว แต่ความอดทนนมนอาจจะสูงกว่า มนก็แค่ต้องอยู่ไปเรื่อย ๆ แบบที่พี่หอมบอก จนกว่ามนจะทนไม่ได้ เดี๋ยวมนก็เดินออกมาเอง เพราะความอดทนนของคนเราไม่เท่ากัน ของมนพี่ว่า น่าจะมีความทนทานสูงอยู่ แล้วก็ไม่ต้องไปคิดว่ายังรักหรือว่าผูกพัน มันไม่สำคัญ เพราะสุดท้ายแล้วมนก็ยังเลิกกับเขาไม่ได้ มนยังไม่ใจแข็งพอที่จะเลิกกับเขา ไม่ต้องถามหาสาเหตุ’ สุดท้าย “ดีเจเติ้ล” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘พี่มองว่า ช่วงระยะเวลา 2 ปีนี้มันยากก็จริง แต่ถ้าเทียบว่า ปล่อยให้มันเป็นไปแบบนี้ แล้ววันหนึ่งเขาเป็นคนบอกเลิก อันนี้พี่ว่า ไปไม่รอดกว่า เพราะเราเป็นฝ่ายตาย คือตอนนี้มนมีสิทธิเลือก เลิกออกมาก็เจ็บพี่เข้าใจ แต่ถ้ามนจะรอวันนั้น วันที่เขาบอกว่า ออกไปได้แล้ว ซึ่งถ้าวันนั้นมาถึง มนจะไปไม่รอดมากกว่านี้อีก จะยิ่งซ้ำตายกว่านี้อีก เพราะตอนนั้นมนจะรู้สึกว่า ยอมมาขนาดนี้แล้ว แล้วยังมาโดนบอกเลิกอีก พี่ว่ามันเจ็บคนละแบบ แล้วถ้ามนอยากจะมีอนาคตกับผู้ชายคนนี้ คิดภาพแต่งงาน มีลูก แต่มนก็ยังต้องทนกับผู้หญิงคนนี้ตลอดเวลา หรือจะมีผู้หญิงคนอื่นอีก แล้วเราจะยังแข่งอดทนกับบีอยู่เหรอ ?’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

หนูเป็นคนค่อนข้าง Introvert เวลาคุยงานกัน ไม่กล้า Eye contact กับใคร แต่หนูจะมองต่ำ แล้วจะไปโฟกัสที่เป้าของเขาแทน จะเตือนตัวเองยังไงดี แล้วอยากรู้ว่าผู้ชายจะรู้ตัวไหม ว่าโดนมองเป้าอยู่?

14 พ.ย. 2025

หนูเป็นคนค่อนข้าง Introvert เวลาคุยงานกัน ไม่กล้า Eye contact กับใคร แต่หนูจะมองต่ำ แล้วจะไปโฟกัสที่เป้าของเขาแทน จะเตือนตัวเองยังไงดี แล้วอยากรู้ว่าผู้ชายจะรู้ตัวไหม ว่าโดนมองเป้าอยู่?

ไม่กล้าสบตาผู้ชาย แต่หนูเผลอไปโฟกัสเป้าเขาแทน...พี่คะ หนูเป็นคนค่อนข้าง Introvert แล้วเป็นผู้หญิงที่ได้ทำงานร่วมกับผู้ชายหลายคนเลยในที่ทำงานเวลาประชุม คุยงานกัน หนูไม่กล้า Eye contact กับใครแต่หนูจะมองต่ำ แล้วตาจะไปโฟกัสที่เป้าของเขาแทนแบบไม่รู้ตัวจะเตือนตัวเองยังไงดีคะไม่ให้มองเป้าเขาแล้วอยากรู้ว่าผู้ชายจะรู้ตัวไหม ว่าโดนมองเป้าอยู่?อยากเลิกนิสัยนี้ อยากกล้าสบตาคนอื่นตอนคุยกัน ทำยังไงดีคะ “คุณฟ่า” (นามสมมติ) อายุ 20 สายที่ 2 ในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร ในคืนวันพุธที่ผ่านมา (12 พฤศจิกายน 2568) ได้โทรเข้ามาปรึกษา “ดีเจเผือก – ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม” เกี่ยวกับปัญหาที่แฟนทำงานมา 10 เดือนแล้ว แต่เขายังไม่ผ่านโปร โดย “คุณฟ่า” (นามสมมติ) ได้เล่าว่า ‘หนูมีแฟน เขาอายุ 24 ปี เขาได้เข้าทำงานที่บริษัทแห่งหนึ่งในตำแหน่งตัดต่อ ซึ่งระยะเวลา 3 เดือนเป็นระยะเวลาที่ทดลองงาน แต่ตอนนี้ ผ่านมา 10 เดือนแล้ว แฟนหนูยังไม่ผ่านโปรเลย ทางบริษัทแจ้งว่ายังไม่ได้รับงานจากภาครัฐ เลยยังไม่สามารถให้ผ่านได้ ซึ่งเขาไม่ได้ให้เหตุผลอะไรไปมากกว่านี้มันทำให้แฟนของหนู ทำงานโดยไม่ได้เงินเดือนที่มากขึ้น สวัสดิการสังคมที่ควรจะได้ในตอนที่ผ่านโปรก็ยังไม่ได้รับ บริษัทนี้ไม่มีตัวสัญญา เป็นการพูดด้วยปากเปล่า และในช่วงวันหยุด แฟนหนูก็ต้องเตรียมตัว คอยรอตัดงานให้เขา ถ้าเขาสั่ง ในช่วงตีสองตีสาม ก็ยังทักมาตามงานอยู่เลย หนูเลยอยากปรึกษาพวกพี่ว่า มันเป็นเรื่องปกติมั้ย หรือความคิดหนูแปลกเอง’ เริ่มที่ “ดีเจเผือก” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘ถ้าเป็นบริษัทขนาดเล็ก ระบบหรือระเบียบ จะไม่ค่อยมี อันนี้พี่ไม่ได้เหมารวมทั้งหมดนะ ซึ่งเหตุการณ์นี้ไม่ปกติ และมันไม่ใช่เรื่องของผลการทำงานว่าดีหรือไม่ดี เพราะแฟนหนูทำงานมา 10 เดือนแล้ว คนทั้งบริษัทก็ยังไม่ได้เป็นพนักงานประจำ ถ้าเป็นที่แฟนน้องคนเดียวอันนี้ยังพอคิดไปทางอื่นได้พี่ว่าเขายังไม่มีกำลังพอที่จะจ้างประจำหรือพร้อมที่จะให้สวัสดิการ เขาคงรอโปรเจ็คใหญ่มา ทั้งหมดทั้งมวลก็ขึ้นอยู่กับแฟนของฟ่า ลองคิดถึงข้อดี-ข้อเสียดู แต่อย่าคิดว่ามันไม่ดี เพราะอย่างน้อยเราก็ได้พอร์ต จากการตัดคลิปต่าง ๆ ถ้าแฟนฟ่ามีทางเลือกอื่น ยื่นพอร์ตไปที่ต่าง ๆได้ ถ้ามีโอกาสคงจะได้ขยับขยายย้ายที่ได้’ ต่อมา “ดีเจเติ้ล” ก็ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘อีกหนึ่งกรณี เขาอาจจะโกง พูดไปเฉย ๆ แต่จริง ๆ ตั้งใจที่จะให้เงินเดือนเท่านี้อยู่แล้ว ขึ้นอยู่กับแฟนเรา ไปคุยเรื่องสัญญา ไปคุยเรื่องลิมิต ขีดเส้นให้มันชัดเจน แฟนเรารู้สึกว่าไปที่อื่นได้มั้ย การทำงานโดยไม่มีสัญญาต้องยอมรับความเสี่ยงนะ เพราะเลือกที่จะทำงานไม่มีสัญญาเอง’ สุดท้าย “ดีเจต้นหอม” ก็ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘ถึงจะไม่มีสัญญาเป็นลายลักษณ์อักษร แต่กฎหมายคุ้มครองตามกฎหมายทุกประการ ตอนนี้คือเหมือนเขาเอาเปรียบ หล่อเลี้ยงเราไว้เฉย ๆ บริษัทจะได้งานหรือไม่ได้งาน ก็ต้องจ่ายตามข้อตกลงอยู่ดี ถ้าแฟนคุณเก่งจริงๆ ยื่นพอร์ตไปเลย เพราะตอนนี้ตัดต่อเป็นที่ต้องการมาก’เรื่องราวทั้งหมดนี้จะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App AtimeFungFin

album
♪efm
-

-