หนูเป็นคนค่อนข้าง Introvert เวลาคุยงานกัน ไม่กล้า Eye contact กับใคร แต่หนูจะมองต่ำ แล้วจะไปโฟกัสที่เป้าของเขาแทน จะเตือนตัวเองยังไงดี แล้วอยากรู้ว่าผู้ชายจะรู้ตัวไหม ว่าโดนมองเป้าอยู่?

พุธทอล์ค พุธโทร RECAP

หนูเป็นคนค่อนข้าง Introvert เวลาคุยงานกัน ไม่กล้า Eye contact กับใคร แต่หนูจะมองต่ำ แล้วจะไปโฟกัสที่เป้าของเขาแทน จะเตือนตัวเองยังไงดี แล้วอยากรู้ว่าผู้ชายจะรู้ตัวไหม ว่าโดนมองเป้าอยู่?

14 พ.ย. 2025

ไม่กล้าสบตาผู้ชาย แต่หนูเผลอไปโฟกัสเป้าเขาแทน...
พี่คะ หนูเป็นคนค่อนข้าง Introvert แล้วเป็นผู้หญิง
ที่ได้ทำงานร่วมกับผู้ชายหลายคนเลยในที่ทำงาน
เวลาประชุม คุยงานกัน หนูไม่กล้า Eye contact กับใคร
แต่หนูจะมองต่ำ แล้วตาจะไปโฟกัสที่เป้าของเขาแทนแบบไม่รู้ตัว
จะเตือนตัวเองยังไงดีคะไม่ให้มองเป้าเขา
แล้วอยากรู้ว่าผู้ชายจะรู้ตัวไหม ว่าโดนมองเป้าอยู่?
อยากเลิกนิสัยนี้ อยากกล้าสบตาคนอื่นตอนคุยกัน ทำยังไงดีคะ

            “คุณฟ่า” (นามสมมติ) อายุ 20 สายที่ 2 ในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร ในคืนวันพุธที่ผ่านมา (12 พฤศจิกายน 2568) ได้โทรเข้ามาปรึกษา “ดีเจเผือก – ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม”  เกี่ยวกับปัญหาที่แฟนทำงานมา 10 เดือนแล้ว แต่เขายังไม่ผ่านโปร

            โดย “คุณฟ่า” (นามสมมติ) ได้เล่าว่า ‘หนูมีแฟน เขาอายุ 24 ปี เขาได้เข้าทำงานที่บริษัทแห่งหนึ่งในตำแหน่งตัดต่อ ซึ่งระยะเวลา 3 เดือนเป็นระยะเวลาที่ทดลองงาน แต่ตอนนี้ ผ่านมา 10 เดือนแล้ว แฟนหนูยังไม่ผ่านโปรเลย ทางบริษัทแจ้งว่ายังไม่ได้รับงานจากภาครัฐ เลยยังไม่สามารถให้ผ่านได้ ซึ่งเขาไม่ได้ให้เหตุผลอะไรไปมากกว่านี้

           มันทำให้แฟนของหนู ทำงานโดยไม่ได้เงินเดือนที่มากขึ้น สวัสดิการสังคมที่ควรจะได้ในตอนที่ผ่านโปรก็ยังไม่ได้รับ บริษัทนี้ไม่มีตัวสัญญา เป็นการพูดด้วยปากเปล่า และในช่วงวันหยุด แฟนหนูก็ต้องเตรียมตัว คอยรอตัดงานให้เขา ถ้าเขาสั่ง ในช่วงตีสองตีสาม ก็ยังทักมาตามงานอยู่เลย

            หนูเลยอยากปรึกษาพวกพี่ว่า มันเป็นเรื่องปกติมั้ย หรือความคิดหนูแปลกเอง’

            เริ่มที่ “ดีเจเผือก” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘ถ้าเป็นบริษัทขนาดเล็ก ระบบหรือระเบียบ จะไม่ค่อยมี อันนี้พี่ไม่ได้เหมารวมทั้งหมดนะ ซึ่งเหตุการณ์นี้ไม่ปกติ และมันไม่ใช่เรื่องของผลการทำงานว่าดีหรือไม่ดี เพราะแฟนหนูทำงานมา 10 เดือนแล้ว คนทั้งบริษัทก็ยังไม่ได้เป็นพนักงานประจำ ถ้าเป็นที่แฟนน้องคนเดียวอันนี้ยังพอคิดไปทางอื่นได้

           พี่ว่าเขายังไม่มีกำลังพอที่จะจ้างประจำหรือพร้อมที่จะให้สวัสดิการ เขาคงรอโปรเจ็คใหญ่มา  ทั้งหมดทั้งมวลก็ขึ้นอยู่กับแฟนของฟ่า ลองคิดถึงข้อดี-ข้อเสียดู แต่อย่าคิดว่ามันไม่ดี เพราะอย่างน้อยเราก็ได้พอร์ต จากการตัดคลิปต่าง ๆ ถ้าแฟนฟ่ามีทางเลือกอื่น ยื่นพอร์ตไปที่ต่าง ๆได้  ถ้ามีโอกาสคงจะได้ขยับขยายย้ายที่ได้’

            ต่อมา “ดีเจเติ้ล” ก็ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘อีกหนึ่งกรณี เขาอาจจะโกง พูดไปเฉย ๆ แต่จริง ๆ ตั้งใจที่จะให้เงินเดือนเท่านี้อยู่แล้ว ขึ้นอยู่กับแฟนเรา ไปคุยเรื่องสัญญา ไปคุยเรื่องลิมิต ขีดเส้นให้มันชัดเจน แฟนเรารู้สึกว่าไปที่อื่นได้มั้ย การทำงานโดยไม่มีสัญญาต้องยอมรับความเสี่ยงนะ เพราะเลือกที่จะทำงานไม่มีสัญญาเอง’

            สุดท้าย “ดีเจต้นหอม” ก็ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘ถึงจะไม่มีสัญญาเป็นลายลักษณ์อักษร แต่กฎหมายคุ้มครองตามกฎหมายทุกประการ ตอนนี้คือเหมือนเขาเอาเปรียบ หล่อเลี้ยงเราไว้เฉย ๆ บริษัทจะได้งานหรือไม่ได้งาน ก็ต้องจ่ายตามข้อตกลงอยู่ดี ถ้าแฟนคุณเก่งจริงๆ ยื่นพอร์ตไปเลย เพราะตอนนี้ตัดต่อเป็นที่ต้องการมาก’

เรื่องราวทั้งหมดนี้จะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทาง

ใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATION

รับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App AtimeFungFin

related พุธทอล์ค พุธโทร RECAP

เรียนอยู่ห้อง King แล้วครูถามว่าใครจะเรียนต่อสายไหน แต่พอหนูยกมือตอบ เรียนสายอาชีพ เพื่อนหนูที่เรียนเก่งๆในห้องคนนึง พูดขึ้นมาว่า เรียนสายอาชีพ คือ “คนชั้นต่ำ” หนูได้ยินแบบนั้นแล้วเฟลไปเลย เก็บมาคิดมากถึงตอนนี้ พี่ๆคิดเห็นยังไงกันบ้างคะ?

21 ก.พ. 2025

เรียนอยู่ห้อง King แล้วครูถามว่าใครจะเรียนต่อสายไหน แต่พอหนูยกมือตอบ เรียนสายอาชีพ เพื่อนหนูที่เรียนเก่งๆในห้องคนนึง พูดขึ้นมาว่า เรียนสายอาชีพ คือ “คนชั้นต่ำ” หนูได้ยินแบบนั้นแล้วเฟลไปเลย เก็บมาคิดมากถึงตอนนี้ พี่ๆคิดเห็นยังไงกันบ้างคะ?

“คุณจิน (นามสมมติ)” อายุ 15 ปี สายที่หนึ่งในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา [19 ก.พ. 66] ได้โทรเข้ามาปรึกษา “ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม” เกี่ยวกับปัญหาการเลือกเรียนต่อสายอาชีพ โดย “คุณจิน (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘หนูกำลังเครียดมาก เพราะเพื่อนในห้องพูดใส่ว่า “พวกชั้นต่ำ” แค่เพราะหนูเลือกจะไปเรียนสายอาชีพ จริง ๆ เพื่อนคนนี้เป็นคนที่ชอบเหน็บแนมคนอื่นอยู่แล้ว ทุกคนในห้องรู้ดีว่าเขาเรียนเก่ง ดีทุกอย่าง แต่สิ่งที่เขาไม่มีคือ มารยาท ตอนนี้หนูใกล้จะจบ ม.3 แล้ว ก็จะมีครูประจำชั้นถามว่า มีใครจะไปเรียนสายอาชีพบ้าง? หนูเป็นคนเดียวทั้งห้องที่ยกมือขึ้น ซึ่งต้องบอกก่อนว่าหนูอยู่ห้องคิง ส่วนใหญ่เพื่อน ๆ จะไปต่อ ม.ปลายโรงเรียนดัง ๆ ซึ่งแน่นอนว่าหลายคนก็คงแปลกใจว่าทำไมหนูถึงเลือกเส้นทางนี้ พอครูเห็นว่ามีหนูคนเดียวที่ยกมือ ครูก็ไม่ได้ว่าอะไร แนะนำดีมากด้วยซ้ำ แต่ก็พูดว่า สายอาชีพไม่ได้ใบปริญญานะ มันจะได้ใบอนุปริญญา ถ้าอยากได้ปริญญาต้องไปเรียนต่ออีกสองปี แล้วทันทีที่ครูพูดจบ เพื่อนคนนั้นก็สวนขึ้นมาเสียงดังว่า ก็มันต่ำไง ก็คือพวกชั้นต่ำไง ตอนนั้นในใจหนูก็สงสัยว่าใครพูด หนูหันไปมอง แล้วก็รู้ทันทีว่าเป็นเพื่อนคนนั้น คำพูดนั้นทำให้หนูรู้สึกแย่มาก โคตรนอย ทำให้หนูพูดอะไรไม่ออก แต่สิ่งที่ทำให้หนูดีใจมากที่สุดคือครูสวนกลับแทนหนูว่า เธอนั่นแหละที่ชั้นต่ำ เรียนเก่ง บ้านรวยก็จริง แต่ไม่มีมารยาทเลย ตอนนั้นบอกเลยว่าสะใจ แต่ถึงอย่างนั้น ในใจหนูก็ยังนอยอยู่ว่าหนูผิดเหรอที่เลือกเรียนสายอาชีพ ในสายตาเพื่อน หนูคือ “พวกชั้นต่ำ” จริง ๆ เหรอ? ส่วนเหตุผลที่หนูเลือกเรียนสายอาชีพเพราะที่บ้านหนูไม่ได้มีกำลังพอจะส่งเรียนสูง ๆ และหนูเองก็ไม่ได้คิดจะเข้ามหาลัยแต่แรก หนูแค่เลือกเส้นทางที่เหมาะกับตัวเองที่สุด แต่พอเห็นสายตาเพื่อนทั้งห้องที่มองมา ตอนนั้นมันก็อดคิดไม่ได้ว่า พวกเขาจะมองเรายังไง? บางคนก็ยังมาถามซ้ำว่า คิดดีแล้วเหรอที่จะไปเรียนสายอาชีพ? หนูอยากปรึกษาพี่ๆดีเจว่า หนูเลือกผิดรึเปล่าที่มาทางนี้ และในสายตาเพื่อน เราคือพวกชั้นต่ำจริงหรอ? เริ่มที่ “ดีเจต้นหอม” ให้คำปรึกษาว่า ‘เรื่องการเรียนสายอาชีพ พี่ว่าในทุกวันนี้เรียนในสิ่งที่ชอบไปเลย ใบปริญญามันก็สำคัญแต่ว่าถ้ามันมีเป้าหมายที่แข็งแรงแล้ว เราสามารถไปทางนั้นได้เลย ทีนี้เพื่อนที่มองว่าชั้นต่ำ พี่ว่ามันน่าจะมีคนเดียว แต่คนอื่นที่ถามเพราะถามด้วยความห่วงใย แต่ถ้าวันนี้มีเป้าหมายชัดเจนว่าอยากหาเงิน ก็ไม่ต้องแคร์ ส่วนเพื่อนคนนั้น การที่โดนอาจารย์แก้ต่างให้เรา มันเจ็บกว่านะ เพราะการต่ำโดยทัศนคติ มันคือต่ำที่สุดแล้ว เราแค่รู้จักตัวเราดีก็พอ และชีวิตในอนาคตจะเจออะไรอีกเยอะ’ ต่อมา “ดีเจเผือก” ให้คำปรึกษาว่า ‘พี่ว่าเรื่องเพื่อนด่าว่าชั้นต่ำไม่สำคัญเลย วันนี้ลองตั้งเข็มทิศชีวิตใหม่ มองอนาคตตัวเอง เรื่องทุนการศึกษามหาวิทยาลัยก็มีสำหรับคนที่ขาดแคลน ต้องถามตัวเองว่าอยากทำงานอะไร การเลือกเรียนคอมพิวเตอร์ธุรกิจแค่เพราะเรียนมาตอนมัธยม พี่ไม่แน่ใจว่าถูกเลือกที่ถูกหรือเปล่า สายอาชีพบางอันมีทักษะติดตัวมากกว่า แต่ก็อยากให้เปิดโอกาสมหาวิทยาลัยด้วย เพราะสามารถขอทุนได้ อย่ายึดติดกับสายอาชีพหรือสามัญ แค่หาข้อมูลให้ชัดเจนก่อนเลือกเรียน’ สุดท้าย “ดีเจเติ้ล” ให้คำปรึกษาว่า ‘พี่ว่าทุกคนคงเห็นเหมือนกันว่า มีแค่คนนั้นที่มองว่าการเรียนสายอาชีพมันเป็นเรื่องชั้นต่ำ เพราะพี่รู้สึกว่าเรียนอะไรก็ได้ แต่สุดท้ายปลายทางมันไม่ได้วัดกันแค่ใบปริญญาเท่านั้น สำหรับพี่นะ แต่สิ่งที่สำคัญคือการตั้งใจ ไปให้ได้ ไปให้รอด แล้วไปให้สุด ส่วนเพื่อนคนที่บอกว่าเรียนสายอาชีพชั้นต่ำก็ไม่ได้ต่างอะไรกับคนที่นั่งเครื่องบินแล้วดูถูกคนเดินถนน คนที่คิดแบบนั้นแล้วพูดออกมาด้วยความไม่กรั่นกรองก็คือเรียลชั้น G ของแท้’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามชมใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

ตัดสินใจแบบนี้ถูกไหม? หนุ่มโทรปรึกษา 3 ดีเจในรายการ... ล่าสุด มูลนิธิผู้ยากไร้ ติดต่อมาบอกว่า พี่สาวต่างพ่อที่ไม่ได้เจอกัน มาเป็น 10 ปี เป็นมะเร็งตับ ป่วยติดเตียง ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ เขาอยากให้ไปเคลียร์กันก่อนถึงวาระสุดท้าย แต่ผมจะยังไม่บอกแม่...

11 ส.ค. 2023

ตัดสินใจแบบนี้ถูกไหม? หนุ่มโทรปรึกษา 3 ดีเจในรายการ... ล่าสุด มูลนิธิผู้ยากไร้ ติดต่อมาบอกว่า พี่สาวต่างพ่อที่ไม่ได้เจอกัน มาเป็น 10 ปี เป็นมะเร็งตับ ป่วยติดเตียง ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ เขาอยากให้ไปเคลียร์กันก่อนถึงวาระสุดท้าย แต่ผมจะยังไม่บอกแม่...

ตัดสินใจแบบนี้ถูกไหม? หนุ่มโทรปรึกษา 3 ดีเจในรายการ...ล่าสุด มูลนิธิผู้ยากไร้ ติดต่อมาบอกว่า พี่สาวต่างพ่อที่ไม่ได้เจอกันมาเป็น 10 ปี เป็นมะเร็งตับ ป่วยติดเตียง ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้เขาอยากให้ไปเคลียร์กันก่อนถึงวาระสุดท้าย แต่ผมจะยังไม่บอกแม่เพราะกลัวแม่จะเครียด ผมควรทำยังไง จะบอกหรือไม่บอกแม่ดี? “คุณเค (นามสมมุติ)” อายุ 36 ปี สายที่สามของรายการ “พุธทอล์ค พุธโทร” เมื่อคืนวันพุธที่ผ่าน (2 ส.ค.66) ได้โทรเข้ามาปรึกษาพี่ๆดีเจ ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม เกี่ยวกับปัญหาชีวิตว่าคิดถูกไหมที่ไม่ได้บอกแม่ว่าพี่สาวป่วยติดเตียง โดย “คุณเค (นามสมมุติ)” อายุ 36 ปี เล่าว่า ‘ผมมีพี่สาวต่างพ่อที่ไม่ได้เจอกันมา 10 ปีแล้ว จนมีมูลนิธิผู้ยากไร้ได้ติดต่อมาหาผม แล้วบอกว่าพี่สาวเป็นผู้ป่วยติดเตียงและมองไม่เห็น ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ ทางเจ้าหน้าที่มูลนิธิก็แจ้งกลับมาว่าพี่สาวผมเป็นมะเร็งตับอยู่ในระยะสุดท้าย ไม่สามารถที่จะรักษาได้เเเล้ว ซึ่งพี่สาวคนนี้เป็นพี่สาวคนละพ่อกัน ก่อนหน้านี้แม่กับพี่สาวก็เจอกัน พี่สาวเป็นคนมาหา ปกติแม่ไม่เคยมีการพูดถึงพี่สาวเลย นอกจากจะหลุดพูดมาจริงๆ แต่นานๆที เขาจะหลุดมาสักครั้งสองครั้ง ทางพี่สาวก็ไม่มีญาตินอกจากลูกของเขาที่อยู่สถานกำพร้า ผมได้เจอกันครั้งสุดท้ายก่อนที่เขาจะเป็นแบบนี้ก็ปี 2550 ล่าสุดผมก็ไปเยี่ยมเขามาแต่ตอนนั้นเขาพึ่งได้รับยานอนหลับไป ได้เจอตอนเขานอนหลับอยู่ก็เลยไม่ได้คุยกัน สำหรับสติของพี่สาวการรับรู้ไม่ได้ 100% เดี๋ยวผมจะลองหาเวลาไปเจอเขาในช่วงที่เขาไม่ได้หลับ อาจจะลองพูดคุยดูถ้าเขาพอที่จะพูดคุยได้ ณ ตอนนี้ทางมูลนิธิเหมือนเขาอยากให้ไปเคลียร์กันก่อนจะถึงวาระสุดท้าย แต่ทีนี้ผมตัดสินใจว่า จะยังไม่บอกคุณแม่จนกว่าไฟนอลหรือแย่สุดคือตอนเขาไม่อยู่เเล้ว ใจผมคือ...ไม่อยากบอกแม่ เลยตัดสินใจที่จะไม่บอก ผมประเมินสภาพจิตใจของแม่น่าจะรับไม่ไหว เพราะเขาก็อายุเยอะ เดี๋ยจะมีรักษาดวงตาด้วย แล้วแม่ก็เป็นคนที่ชอบคิดมาก ย้ำคิดย้ำทำ ช่วงนี้ก็ใกล้ผ่าตัดผม ผมก็กลัวว่าแม่จะเครียด ผมอยากปรึกษาพี่ๆดีเจว่า ‘ถ้าผมตัดสินใจในวันนี้มันโอเคไหมหรือว่ามันมีทางอื่นที่พวกพี่ๆคิดว่ามันดีกว่านี้มั้ย?’ ซึ่ง “ดีเจต้นหอม” ก็ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘ถ้าเป็นหอมจะแกล้งๆถามแม่แบบสมมติเหตุการณ์ ถามว่า พี่คนนี้เป็นไงบ้าง แม่ได้ติดต่อมั้ย แม่คิดถึงมั้ย? แล้วถ้าเขาไม่อยู่แม่จะว่าไง ค่อยๆประเมินไป ถ้าเเม่บอกว่าถ้าเขาจะไปก็อยากเจอนะ ก็ต้องทำให้ตามนั้น เพราะว่ามันก็เป็นสิทธิของคุณแม่เหมือนกันที่จะได้บอกลาลูกสาวของเขา เเต่ถ้าเเม่คิดว่าก็ไม่ได้เจอกันแล้ว ไม่สนใจมันจะตายก็ชั่งมันอะไรแบบนี้ เราก็ไม่ต้องบอก เคน่าจะรู้ว่าจะแกล้งถามยังไงเพราะเเม่ของเค เคน่าจะรู้ดีสุด’ ทางด้าน “ดีเจเติ้ล” ก็ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘ถ้าระหว่างรู้กับไม่รู้ คุณแม่จะเจ็บปวดอันไหนมากกว่ากัน ณ ตอนนี้ทำไมเราถึงไปคิดแทนเขา ในมุมที่ถ้าเขามีอะไรกันจริงๆนะ ถ้าคุณแม่ได้กลับเพื่อไปอโหสิกรรมมันก็ไม่ใช่เรื่องที่ต้อววิตกกังวล การที่เขาจะได้รู้ว่าลูกสาวเขากำลังจะเสียชีวิตแล้วเขาอยากจะมีอะไรที่พูดกัน พี่คิดว่าการที่หลานเอาเบอร์คุณเคให้ทางเจ้าหน้าที่แล้วบอกว่าจะให้เคลียร์ใจกัน มันก็น่าจะมาจากฝั่งพี่สาวว่าเขาอยากจะเจอคุณแม่ของเขานะ เข้าใจในความหวังดีของคุณเค แต่สำหรับคุณแม่มันจะโอเคไหม ถ้าสุดท้ายเขารู้ว่าลูกจะเสียชีวิตเเล้ว เขาอยากจะไปส่งเเล้วการที่คุณเคไปตัดตรงนี้ออกบางทีอาจจะไม่ใช่ในสิ่งที่เขาต้องการ’ ส่วน “ดีเจเผือก” ก็ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘รู้สึกว่าพี่สาวคุณเคชีวิตเขาน่าสงสาร ทั้งโรคภัยหรือแม้กระทั่งญาติใกล้ชิดก็ไม่มี ผมเคารพการตัดสินใจของคุณเคอยู่ในระดับหนึ่ง อยากให้ลองทบทวนดูอีกสักที อย่างน้อยคุณเคไปอยู่กับเขาในวาระสุดท้ายในสถานะลูกพี่ลูกน้องก็ยังดีกว่าปล่อยให้เขาอยู่คนเดียวนะ ไม่ช้าหรือเร็วคุณแม่ก็อาจจะรู้เรื่องนี้ คุณเคลองคิดดูว่าเวลาไหนที่เหมาะกับการบอก อย่าปล่อยให้พี่สาวโดดเดี่ยวไปมากกว่านี้เลย’ สุดท้ายนี้...พี่ๆดีเจยังบอกอีกว่า ‘พี่สาวเขายังมีแม่อยู่นะ เขาเป็นสายเลือดเดียวกัน แม่คุณเคมีคุณเค แต่พี่สาวไม่มีใครเลยนะ เขาอาจจะเหลือแม่แค่คนเดียว เเล้วก็เป็นกำลังใจให้กับคุณเคและขอให้ทุกการตัดสินใจส่งผลดีกับคุณเคด้วย’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

แปลกไหมคะ ถ้า "อดีตเมียน้อย" ที่แย่งสามีเรา จะกลายมาเป็น "เพื่อนสนิทเราในวันนี้" ตอนนี้เราทั้งคู่เลิกกับอดีตสามีไปแล้ว เขาทักมาเคลียร์ใจ ขอโทษ พอเจอกันบ่อยๆ รู้สึกสนิทกันจนเป็นเพื่อนสนิท แล้วเพื่อนเราที่เคยออกตัวสู้แทนเราในวันนั้นก็ไม่โอเคกับเราไปเลย

02 ธ.ค. 2024

แปลกไหมคะ ถ้า "อดีตเมียน้อย" ที่แย่งสามีเรา จะกลายมาเป็น "เพื่อนสนิทเราในวันนี้" ตอนนี้เราทั้งคู่เลิกกับอดีตสามีไปแล้ว เขาทักมาเคลียร์ใจ ขอโทษ พอเจอกันบ่อยๆ รู้สึกสนิทกันจนเป็นเพื่อนสนิท แล้วเพื่อนเราที่เคยออกตัวสู้แทนเราในวันนั้นก็ไม่โอเคกับเราไปเลย

“คุณแจน (นามสมมติ)” อายุ 35 ปี สายที่สามในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคือวันพุธที่ [27 พ.ย. 67] ได้โทรเข้ามาปรึกษา ‘ดีเจอั๋น - ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม’ เกี่ยวกับปัญหาเป็นเพื่อนสนิทกับเมียน้อยของสามีเก่า โดย “คุณแจน (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘ต้องขอเท้าความก่อนว่าเมื่อ 5 ปีที่แล้ว แจนแต่งงานมีสามี ซึ่งแต่งงานได้เพียง 1 ปี ก็จับได้ว่าสามีมีเมียน้อย ก็คือ...ผู้หญิงคนนี้ ขอให้นามสมมติผู้หญิงคนนี้คือ ‘คุณเอ’ ตอนนั้นพอจับได้ก็ทะเลาะกัน ด่ากันฉ่ำ ทั้งเพื่อนของแจนเอง ทะเลาะกันหนักพอสมควร ก่อนที่จะแยกย้ายกันออกมา ทีนี้ผ่านเวลาไปเราก็หย่ากันเรียบร้อย เลิกกันไม่ได้ติดต่อกัน จนเวลาผ่านไปเมื่อต้นปีที่ผ่านมานี้ทางคุณเอเขาก็ติดต่อแจนมา เล่าให้ฟังว่า เขาเลิกกับอดีตสามีเราแล้ว เรื่องของเขาก็ค่อนข้างจะน่าสงสารเหมือนกัน เหมือนผู้ชายก็ไปมีผู้หญิงใหม่อีกคนนึง ก็คือนอกใจ ตอนนั้นเราก็ไม่ได้ติดใจกับอดีตสามี ไม่มีความคิดนั้นแล้ว ก็เลยได้ปลอบใจคุณเอว่า... เราก็ต้องใช้ชีวิตนะ แล้วก็ด้วยความบังเอิญเจอกันครั้งแรก มีครั้งหนึ่งเหมือนเขาไปเดินห้าง ๆ นึง แล้วเราอยู่ที่นั่นพอดีก็เลยได้นัดเจอกันเป็นครั้งแรก พอเจอกันก็พูดคุย เขาก็เล่าเรื่องของเขาเรื่องเดิม หลังจากนั้นมันกลายเป็นว่าเราเจอกันเกือบทุกวัน จนกลายเป็นนัดกันทุกวัน บางครั้งเขาก็เป็นคนนัดเรา บางครั้งเราก็เป็นคนนัด พอคุยกันเขาก็พยายามจะขอโทษเราตลอดเวลา เขารู้สึกผิด ด้วยความที่ไลฟ์สไตล์ของเราเหมือน ๆ กัน เสื้อผ้าก็ชอบคล้าย ๆ กัน แล้วยิ่งอยู่ใกล้ ๆ กันด้วย กลายเป็นว่าหลังเลิกงานก็นัดไปกินข้าว ช่วงหลัง ๆ มาเริ่มไปต่างจังหวัดด้วยกัน ด้วยฟีลผู้หญิงชอบถ่ายรูป จนมีครั้งนึงก็ถ่าย TikTok ด้วยกัน เพื่อนของเราเห็น แล้วเพื่อนจำได้ เพื่อนก็โทรมาถามว่า ไปเที่ยวกับคนนี้หรอ? ตอนนั้นก็เลยโกหกเพื่อนไปว่าบังเอิญเจอ คือเราเป็นห่วงความรู้สึกเพื่อน ก็ไม่กล้าไปพูดว่าเขาก็ดีนะ กลัวเพื่อนรู้สึกไม่ดี แล้วอีกเรื่องนึงเราลงรูปใน Facebook แต่ไม่ทันได้ตรวจทานให้ดี ดันมีรูปคุณเอ จนเพื่อนอีกกลุ่มเห็นก็เลยมาถามอีก เราก็เลยเล่าให้เขาฟัง เพื่อนเลยบอกว่ามันไม่ได้นะ! กลายเป็นว่าหลังจากนั้นเราก็ปิดมาตลอด ไม่บอกใคร ไม่ได้ลงอะไรอีกเลย แต่ก็ยังเจอกันตลอดเพราะมีความรู้สึกว่า เขาไม่ได้แสดงใส่ เราก็เริ่มมาสนิทกันจริง ๆ เมื่อ 3 เดือนหลัง แต่เริ่มรู้จักกันเมื่อต้นปี หนูเลยอยากถามพี่ ๆ ดีเจว่า ‘มันแปลกมั้ย เราควรจะปิดบังกับเพื่อนของเรามั้ย หรือเราควรจะบอก หรือไม่บอกดี แล้วควรพูดกับเพื่อนอย่างไร?’ เริ่มที่ “ดีเจเติ้ล” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘มันก็ไม่ได้เป็นเรื่องปกติของโลกนี้ แต่พี่ว่ามันเกิดขึ้นได้ มันไม่ใช่ทุกเคสที่ เมียหลวงจะไปญาติดีกับเมียน้อย แต่มันมี พี่ว่ามันมีเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นได้ ควรบอกเพื่อนไหม? พี่ว่าควรบอก ถ้าหนูเจอกันขนาดนี้ สักวันนึงเพื่อนก็ต้องรู้ ถ้าจะบอกพี่ว่าต้องบอกความจริง คุยกับเขาก็ไม่ได้ติดค้างอะไร แล้วคุยกับเขาก็โอเคเป็นเพื่อนกันได้ แต่ก็เข้าใจเพื่อนแหละว่า เพื่อนคงเหว๋อ ‘ตอนนั้นกูยังด่ามันกับมึงอยู่เลย’ แต่ก็ต้องบอกเขาว่าเขาก็เลิกกันแล้ว เล่าที่มาที่ไป พี่ว่าเพื่อนก็น่าจะเข้าใจเราก็โต ๆ กันแล้ว จะเลือกคบใครเพื่อนก็แค่น่าจะเป็นห่วง เราก็ต้องดูดี ๆ เขาจะเข้ามาด้วยอะไร โตแล้วหนูคบก็ต้องดูว่าเขาไม่ได้มามีอะไรแอบแฝง พี่ว่าก็ไม่น่ามีปัญหาอะไร’ ต่อมา “ดีเจอั๋น” ก็ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘พี่ว่า มันก็ไม่ใช่เรื่องปกติ พี่จะไม่ระแวง แต่พี่ก็จะระวัง พี่จะไม่ลืม พี่จะไม่มีวันลืมสิ่งนั้น แต่พี่จะไม่เอามันมาเป็นอุปสรรคนะ พี่ยินดีคบเป็นเพื่อนได้ แต่เราก็ต้องเข้าใจเพื่อนว่าจะรู้สึกอะไรบ้างเพราะว่าเขาเป็นเพื่อนที่เคยออกรบมากับเรา ถ้าเป็นพี่พี่จะนัดทานข้าวกับเพื่อนเราบอกว่า มันมีเรื่องแปลกเกิดขึ้นแล้วเล่าเลย แล้วพูดกับเพื่อน แกไม่ต้องห่วงนะ ฉันไม่ลืม กับสิ่งที่เขาเคยทำ แต่ฉันคบกับเขาวันนี้ แต่ฉันไม่ลืมอดีตของเขา’ สุดท้าย “ดีเจต้นหอม” ให้คำปรึกษาว่า ‘สถานการณ์นี้พี่หอมเคยเป็นเอ ก็คือผู้ชายไม่ได้บอกว่า มีแฟนแล้ว พอรู้ว่า แฟนเขาเริ่มโทรมาแสดงตัวว่าเขาคือแฟน เราก็เบรก แต่ส่วนผู้ชายก็จะไป ๆ กลับ ๆ จนเบอร์ 1 เริ่มท้อใจเสียใจ พอรู้ว่าผู้ชายหายไปก็จะเริ่มโทรตามที่เรา มันก็เหมือนผู้หญิงจะโทรคุยกับเรามากขึ้น เรารู้สึกว่ามันมีความเห็นอกเห็นใจซึ่งกันและกัน ณ ตอนนั้นเราก็ไปกับเขาเยอะ จนกลายเป็นที่ปรึกษาปรับทุกข์พูดคุยสอบถามกัน แต่เพื่อนเราก็จะเตือนแบบนี้เหมือนกัน เพื่อนเตือนว่า เห้ย! ไม่ใช่ ยังไงเขาก็เป็นแฟนเก่า ซึ่งเพื่อนก็จะไม่เข้าใจเราเหมือนกัน แต่ตอนนั้นเรารู้สึกว่าเราเข้ากันได้ดีเลย แต่ทีนี้ที่เรายุติเพราะว่าเขาก็ไม่ได้หยุดกับทางฝั่งผู้ชาย สรุปได้เลยว่า หอมก็เข้าใจว่าการที่พูดคุยมันก็มาจากคนที่เจ็บช้ำน้ำใจเหมือนกัน แล้วมันเข้าอกเข้าใจ จนกลายเป็นเปิดหมด เราแทบไม่มีความลับต่อกัน เพราะบางเรื่องเหมือนพูดกับเพื่อนไม่ได้ก็เลยเข้าใจว่า มันคบกันได้นะ เพราะมันไม่มีผู้ชายเป็นตัวแปรแล้ว แต่ก็อย่างที่พี่ ๆ เขาบอกกัน เราก็ไม่ต้องกระโดดไปทั้งหมดเพราะมันก็แค่พึ่ง 3 เดือน ในความรู้สึกหอมค่อย ๆ ดูกันไป ถ้ายังมีความสุขกับการอยู่ตรงนี้ แต่ก็ไม่แนะนำให้ปิดเพื่อน ทิ้งท้าย ดีเจทั้งสาม ก็ได้ให้คำแนะนำเพิ่มเติมว่า ‘ตอนนี้เพื่อนเป็นห่วงเรา แต่เราก็ไม่ได้ลืม แต่ก็ไม่ต้องไปยืนยันว่า แกเขาดีมาก ๆ เลย บอกเพื่อนว่ามันมีสิ่งนี้เกิดขึ้น แต่ว่าฉันมีสติอยู่นะแก แต่พี่ว่าเราก็ใช้เวลานาน ๆ หน่อย แม้แต่กับเพื่อนก็มีช่วงโปรโมชั่นเหมือนกันนะ’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

คบแฟนมา 5 ปี แฟนหนูเป็นทอม แต่แม่แฟนอยากให้แฟนหนูแต่งงาน มีอนาคตกับผู้ชายมากกว่า หนูพยายามเอาชนะใจแม่เขามาตลอด 5 ปี แต่ล่าสุดแม่เขาเพิ่งมาด่าแม่หนูถึงที่ทำงาน ยืนด่า 1 ชั่วโมงกว่า แม่หนูรับฟัง แม่บอกทนได้เพราะลูกรักลูกเขา

18 ต.ค. 2024

คบแฟนมา 5 ปี แฟนหนูเป็นทอม แต่แม่แฟนอยากให้แฟนหนูแต่งงาน มีอนาคตกับผู้ชายมากกว่า หนูพยายามเอาชนะใจแม่เขามาตลอด 5 ปี แต่ล่าสุดแม่เขาเพิ่งมาด่าแม่หนูถึงที่ทำงาน ยืนด่า 1 ชั่วโมงกว่า แม่หนูรับฟัง แม่บอกทนได้เพราะลูกรักลูกเขา

คบแฟนมา 5 ปี แฟนหนูเป็นทอม แต่แม่แฟนอยากให้แฟนหนูแต่งงานมีอนาคตกับผู้ชายมากกว่า หนูพยายามเอาชนะใจแม่เขามาตลอด 5 ปีแต่ล่าสุดแม่เขาเพิ่งมาด่าแม่หนูถึงที่ทำงาน ยืนด่า 1 ชั่วโมงกว่า แม่หนูรับฟังแม่บอกทนได้เพราะลูกรักลูกเขา หนูจะเอาชนะใจแม่แฟนต่อไปยังไงดีคะ? “คุณพลอย (นามสมมติ)” อายุ 24 ปี สายแรกในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา [16 ต.ค.67] ได้โทรเข้ามาปรึกษา ‘ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล – ดีเจอ้อม’ เกี่ยวกับปัญหาพ่อแม่เเฟนกีดกันไม่ให้เราสองคนคบกัน อยากให้ลูกของเขามีแฟนเป็นผู้ชาย เเต่งงาน มีลูก โดย “คุณพลอย (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘หนูกับแฟนคบกันมา 5 ปี หนูเป็นผู้หญิง แต่แฟนหนูเป็นทอม เราเริ่มคบมาตั้งเเต่ปีแรกก็มีฟีดแบ็กจากแม่แฟนทักมาด่าทางเฟซบุ๊กส่วนตัวของหนู เเล้วก็มาคอมเมนต์รูปคู่ของเรา 2 ว่า “ให้เลิกกันเเล้วก็ลบรูปคู่นั้นออกซะ” ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา 5 ปีแม่แฟนเขาก็จะตามสืบเรื่องราวของหนูทั้งหมดเลย ว่าหนูไปคบกับแฟนคนไหนมาบ้าง สืบย้อนหลัง 5 - 6 ปีเลย ที่ผ่านมาแฟนไม่ได้มีปัญหาเลย ก่อนหน้าที่แฟนจะคบหนูเขาก็มีแฟนเป็นผู้หญิงมาก่อน พ่อเเม่เขาอาจจะคิดว่ายังเด็กเลยไม่ได้สนใจอะไร เเต่เริ่มมีปัญหาตอนที่ขึ้นมหาลัยเขาอาจจะคิดว่า ต้องตั้งใจเรียน นึกถึงอนาคตเยอะขึ้น เเล้วเป็นจังหวะที่เขาเป็นเเฟนกับหนูพอดี ตอนแรกหนูก็ยังไม่ตอบโต้อะไร ยังพยายามพิสูจน์ความรักของหนูอยู่ว่าหนูจริงใจกับลูกเขาจริง ๆ ไม่ได้มาเพื่อที่จะหลอกอะไร เเต่พอเขารู้ว่าหนูเคยคบกับผู้ชายมาก่อน เขาเลยรู้สึกว่าผู้หญิงคนนี้ไม่จริงใจกับลูกเขาเเน่นอน ไม่มีทางที่ความรักของเรา 2 คนจะเป็นไปได้ ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาแฟนก็จะรู้ว่าแม่ของเขามีนิสัยเป็นยังไง เขาถึงไม่กล้าที่จะให้เราเปิดเผยตัวตน เพราะว่ามันเคยมีเหตุการณ์ครั้งนึงที่เราไปทานข้าวด้วยกัน เเม่แฟนโทรมาเเล้วถามว่าไปทานข้าวกับใคร เขาก็บอกตรง ๆ ไปว่ามาทานข้าวกับเรา พอเขาได้ยินยังไม่ทันขาดคำเลย เขาก็กดวางสายใส่ลูกเขาเลย ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาหนูรู้แบบนี้ ก็พยายามทำตัวล่องหนตลอด เราอยู่ด้วยกัน 24 ชั่วโมง พักหอพักเดียวกัน ไปเรียนด้วยกันเเล้วก็เลิกเรียนด้วยกัน ทุกครั้งที่เเม่เขาโทรมาหนูจะต้องเงียบเสียงตลอด เเต่ว่าทั้งหมดนี้หนูทนมาได้ ไม่ค่อยซีเรียส เรื่องนี้หนูยอมรับได้เพราะว่าหนูจะใช้เวลาพิสูจน์ตัวเองว่าหนูจริงใจจริง ๆ เเต่ตอนนี้เรื่องมันเริ่มหนักขึ้น เรื่องเพิ่งเกิดเมื่อ 3 วันที่เเล้ว ก็คือคุณเเม่เขาตามมาด่าคุณเเม่ของหนูอยู่ที่ทำงานเลย เขารู้ว่าเเม่ของหนูทำงานที่ไหน บ้านของหนูอยู่ที่ไหน เพราะว่าเคยมาเเล้วครั้งนึง ช่วงนี้พวกหนูเรียนจบมาเเล้ว ก็อยากที่จะมาหา มาเล่นด้วยกันเสาร์-อาทิตย์ ตอนนี้ 2 - 3 เดือนมาเล่นด้วยกันทีนึง เเต่ทีนี้เหมือนเเม่เขารู้ว่าลูกเขามาเล่นกับหนู เขาก็มารับลูกเขากลับไป เเล้วในวันนั้นช่วงเย็นประมาณบ่ายโมง เเม่เขาก็ได้ขับรถจากอีกจังหวัดนึงมาหาหนู เเต่ไม่ได้เข้ามาที่บ้านหนู ดิ่งตรงไปที่ทำงานของเเม่หนู เเล้วก็ไปนั่งร้องไห้ให้เเม่หนูออกมาเพื่อที่จะคุยเจรจากันให้รู้เรื่องพอหนูทราบเรื่องหนูก็ขี่รถไปเพื่อที่จะไปฟังเขาว่าเขาจะทำอะไรกับเเม่หนู หนูต้องไปปกป้องเเม่ของหนู เเต่หลังจากที่หนูยืนฟังเขาพูด เขาพูดไม่ได้ใจความ อาละวาดเสียงดัง พูดทุกอย่างที่อยู่ในใจเขา เอาเรื่องนั้นเรื่องนี้มาปนไปหมด ทั้งเรื่องที่ลูกของตัวเองเกิดมาเเล้วไม่ได้ดั่งใจ ทำอะไรก็ไม่ได้ดั่งใจ ให้สอบอะไรก็สอบไม่ได้ เขาต้องทำงานหาเงินมาเพื่อเลี้ยงลูก เเล้วก็ลามมาว่าเหมือนหนู ไม่ได้จริงใจกับลูกเขาหรอก เคยมีแฟนเป็นผู้ชายมาก่อน เขาไม่ได้จะเอาหนูหรอก สิ่งที่เขาต้องการเเละอยากได้มาตลอดคือต้องการให้เรา 2 คนเลิกกัน เเล้วก็ห่างกันไปซะ ไม่ต้องมายุ่งด้วยกันอีก เเต่ทางเเม่ของหนูก็นั่งให้เขาด่ามาตลอดเป็นชั่วโมง ไม่ได้ตอบโต้อะไร นั่งน้ำตาคลอ คนในพื้นที่เขาจะรู้จักคุณแม่หนูหมดเลย ซึ่งมันก็ส่งผลกระทบต่อหน้าที่การงาน เเล้วก็ความเสียหายต่อหน้าตาของเรา ซึ่งแฟนของหนูเขาค่อนข้างที่จะรักครอบครัว เเล้วเขาก็รักเรา ไม่อยากให้เรา 2 คนห่างกันออกไปมากกว่านี้ ไม่อยากให้มันมีปัญหาใหญ่ขนาดนี้ เขาไม่คิดว่ามันจะมีวันนี้ เลยค่อนข้างที่จะค่อย ๆ คุยกับคุณเเม่ นาน ๆ ทีขออนุญาตมาหาซัก 3 เดือนทีนึง ที่ผ่านมาเขาจะไม่เล่าให้เเม่ฟังเลยว่าเราเคยอยู่ด้วยกัน ช่วยกันทำมาหากิน หาเงินเรียนด้วยกัน เเม่เขาไม่ทราบเรื่องนี้เลย แฟนเขาเลือกที่จะมาอยู่กับเราเเต่เขาไม่ได้จะทิ้งเเม่ เเต่เขาอยากจะออกมาจากพื้นที่นั้นเพื่อมาอยู่กับพื้นที่เซฟโซนอย่างเรา เพราะว่าเค้าไม่ค่อยมีเวลาส่วนตัว ทุกวันเเม่เขาจะมาปลุกตี 3 - 4 เพื่อให้อ่านหนังสือ วันเสาร์ – อาทิตย์ก็ไปกับเเม่ ไปทำงานด้วยกัน เขาอยากย้ายออกมากเเต่สุดท้ายเเม่เขาก็ต้องตามกลับมาอยู่ดี เเล้วคุณพ่อเขาก็เห็นด้วยกับคุณเเม่เขา ไม่ค่อยขัดคุณเเม่เท่าไหร่ ตอนนี้เราสองคนก็ยังคบกันอยู่เเต่ต้องเงียบ ทำเหมือนเราเลิกกันไปแล้ว ไม่ให้เขาทราบว่าเรายังคุยกันอยู่หลังจากเรื่องมันเกิดขึ้น ซึ่งก่อนหน้าเขาหนูก็เคยมีแฟนมาเเล้ว เเต่เป็นความรักที่ไม่ดี ส่วนมากที่เจอก็จะนอกใจ หนูรับไม่ได้เลยเป็นฝ่ายบอกเลิกเอง แต่กับคนนี้หนูไม่อยากเลิกกับเขา อยากคบกับเขาไปตลอดชีวิต เขาเป็นคนที่ดีที่สุด ไม่เคยมีปัญหากันเลย ดูแลเราดีทุกอย่าง อยากจะใช้ชีวิตต่อไปกับเขาไปเรื่อย ๆ ก็เลยอยากปรึกษาพี่ๆดีเจว่า ทำยังไงกับสถานการณ์นี้ อยากจะชนะใจเเม่เขาให้ได้อย่างไร? ซึ่งดีเจทั้ง 3 คน (ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจอ้อม) ก็ได้ให้คำปรึกษาไปในทิศทางเดียวกันว่า ‘ต้องทนอย่างเดียว เราไม่สามารถเปลี่ยนทัศนคติคนเป็นพ่อเป็นเเม่ของเขาได้ เเม่เรารักเรายังไง เเม่เขาก็ต้องรักลูกเขาแบบนั้นเหมือนกัน ต่างคนต่างรักเเต่มันคนละแบบ เรื่องชนะใจก็พอคุยกันได้ ในวัย 24 กับความรักที่มันเกิดขึ้นหลังจากรักที่ผิดหวัง เขาทำให้เรารู้จักคำว่ารักเเละการดูเเลซึ่งกันเเละกัน 5 ปีที่คบมาก็เป็นระยะเวลาที่ยาวเเต่ก็ยังไม่ได้เป็นเวลาที่จะพิสูจน์ความเป็นคู่ชีวิตกันขนาดนั้น คบกันเเต่งงานเเล้วเลิกหลังเเต่งก็มี พี่ไม่ได้เเช่งเเต่อยากให้มีสติในการคบกันครั้งนี้ ทุกสิ่งทุกอย่างมันเปลี่ยนแปลงได้เสมอ ถ้าวันนี้มั่นใจกันมากขนาดนี้เเล้วอยากชนะใจ พลอยยอมรับได้มั้ยกับความเสี่ยงที่ต้องสู้เเล้วไม่ได้เห็นปลายทาง อะไรที่ขัดใจเเม่อย่าเพิ่งทำให้เขาเห็น ก็ต้องยอมอดทน สุดท้ายเราจะเข้าไปเพื่อที่จะดูเเลลูกเขา ถ้าทำให้เเม่ของเขารู้สึกแบบนี้ได้ หนูจะสิทธิ์ชนะใจได้ เเต่ต้องมีเดดไลน์ให้ตัวเองว่าจะลองพิสูจน์อีกนานเเค่ไหน การที่หนูมีเเม่ที่ดีก็ถือว่าโชคดี เเต่เราก็ต้องทำให้แม่เขาเชื่อในความสัมพันธ์ของเรากับลูกเขา ว่าเจตนาของเรานั้นต้องการที่จะดูแลลูกเขาจริง ๆ’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

album
efm
-

-