ผมเผลอพลั้งปากบอกเลิกแฟนเพราะเกิดอาการน้อยใจ
แต่สุดท้ายเป็นผมเองที่อยากกลับไปหาเขา
ง้อยังไงเขาก็ไม่กลับมา ทำยังไงต่อดีครับ?

‘คุณแบร์’ (นามสมมติ) สายที่ 1 ในรายการ พุธทอล์คพุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (23 กันยายน 2569) ได้โทรเข้ามาปรึกษา ‘ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจพี่อ้อม’ เกี่ยวกับเรื่องที่ตัวเองพลั้งปากบอกเลิกแฟนไปเพราะความน้อยใจ แต่ตอนนี้อยากกลับไปง้อขอคืนดี
‘คุณแบร์’ อายุ 35 ปี ได้เล่าว่าคบกับแฟนมาได้ปีกว่า ก่อนหน้านี้ไม่เคยมีปัญหา กระทั่งช่วงหลังแฟนทำงานหนักมากจนไม่มีเวลาให้ จากที่เคยคุยกันวันละเป็นชั่วโมงก็ลดน้อยลง ประกอบกับที่ช่วงนั้นคุณแบร์ว่างจากงานฟรีแลนซ์พอดี พอตัวคุณแบร์ว่างแต่แฟนยุ่งเหมือนเดิมก็เริ่มเกิดความน้อยใจ และอยากเรียกร้องความสนใจ บวกกับที่ตัวเองเป็นคนที่มีอีโก้ ชอบเอาชนะ จึงเผลอบอกเลิกแฟนไป ครั้งแรกแฟนยังไม่ยอมเลิกและเคลียร์ใจกันได้ แต่ภายในเดือนเดียวกันก็เกิดเรื่องขึ้นอีก เพราะแฟนประสบอุบัติเหตุรถชนและสะเทือนใจแฟนมาก ๆ คุณแบร์ก็โทรคุยถามอาการตลอดแต่ไม่ได้ไปอยู่กับแฟนตรงนั้น ต่อมาก็นัดเจอกัน แต่แฟนมาเลทเพราะติดงาน นั่นทำให้เวลาที่อยู่ด้วยกันน้อยลง ยังไม่ทันได้คุยอะไรกันมากมายก็ต้องแยกย้ายแล้ว พอตกกลางคืนคุณแบร์จึงเริ่มงี่เง่าใส่และทะเลาะกัน สุดท้ายตกดึกก็ทักไปบอกเลิกแฟนอีกครั้ง ถึงแม้ว่าแฟนจะพยายามยื้อแล้ว แต่ด้วยอีโก้ของคุณแบร์จึงตอบไปว่า ‘เลิกก็เลิก’ ซึ่งลึก ๆ แล้วคุณแบร์คิดว่าตัวเองอาจจะชินกับการอยู่คนเดียวมานานถึง 14 ปี และคิดไปเองว่าตัวเองอาจจะเป็นภาระที่ทำให้แฟนไม่มีความสุข โดยรวมแล้วในเดือนนั้นก็บอกเลิกไปถึง 3 ครั้ง จนแฟนถอยออกไปจริง ๆ
พอผ่านไปเป็นอาทิตย์ คุณแบร์ก็เริ่มตกผลึกกับตัวเองได้และทนไม่ไหว ก็ได้กลับไปง้อ พยายามกลับไปติดต่อแฟน แต่แฟนก็ไม่รับสายและตอบแชตน้อยลง ถึงแม้จะอ่านข้อความแต่ก็ตอบบ้างไม่ตอบบ้าง ทำให้แชตหนักขวามาที่คุณแบร์ นอกจากนี้ยังมีประเด็นเรื่องคนคุยเก่าเมื่อ 2 ปีก่อนของคุณแบร์ทักมาขอโทษที่เคยหายไปโดยที่ไม่บอก คุณแบร์จึงกลับไปเคลียร์ใจกับคนคุยเก่าและกด Follow คนเก่ากลับไป ทำให้แฟนคุณแบร์แคปหน้าจอและบอกว่า ‘รู้มั้ย ทำไมเราถึงไม่ควรเจอกันอีก ก็เพราะสิ่งนี้ไง’ ถึงแม้ว่าหลังจากนั้นคุณแบร์จะคิดได้และรีบ Unfollow และอธิบายแฟนไปว่าไม่ได้คิดอะไร และมีหลักฐานว่าคุยอะไรกันไปบ้าง สถานการณ์ก็แย่ไปแล้ว คุณแบร์จึงอยากมาปรึกษาว่าควรพยายามง้อต่อไป หรือควรหยุดทุกอย่างแล้วปล่อยเขาไปดี

เริ่มด้วยคำแนะนำของ ‘ดีเจเผือก’ ที่ว่า “เอาประเด็นเรื่องคนเก่าก่อนนะ ถ้าคุณแบร์รับคำขอโทษแล้วจบ ไม่ไปกด Follow ความผิดอาจจะน้อยลง เพราะในจังหวะแบบนี้การกลับไปมีปฏิสัมพันธ์กับคนเก่ามันผิดเวลามาก ไม่มีใครสนหรอกว่าคุยอะไรกัน นั่นทำให้ความผิดมันรุนแรงขึ้น
ส่วนในเรื่องของการที่บอกเลิกแล้วเจ็บเองมันเป็นประเด็นที่คลาสสิกมาก คนเรามันจะรู้ว่าต้องการสิ่งไหนก็ตอนที่เสียมันไปแล้ว และมักจะเกิดขึ้นในสถานการณ์ที่สายไป สำหรับคำถามของคุณแบร์ที่ว่าควรไปต่อหรือพอแค่นี้ ตอนนี้เราไปควบคุมอีกฝ่ายไม่ได้แล้ว ให้เราเอาตัวเราเป็นหลักเลยว่าในสภาพแวดล้อมแบบนี้ เราอยากรอหรือกลับไปอยู่คนเดียว มันเจ็บทั้งคู่อยู่แล้ว แต่อยู่ที่ว่าเราจะเลือกเจ็บแบบไหนที่เราพอทนไหว ช่วงนี้ถือว่าเป็นช่วงชดใช้กรรม อยากเศร้าในมุมไหนก็ทำไปเลย เดี๋ยวพอถึงลิมิตเราจะมูฟออนและเปลี่ยนพฤติกรรมไปได้เอง ให้เก็บเรื่องนี้ไว้เป็นบทเรียน ถ้าคนจะเป็นคู่กัน ช้าเร็วก็จะได้คู่กัน มันเป็นเรื่องของจังหวะและเวลา”
ต่อด้วยคำแนะนำของ ‘ดีเจเติ้ล’ ที่เพิ่มเติมจากคำแนะนำของดีเจเผือกว่า “ต้องถามก่อนว่าคุณแบร์อยากกลับไปหาเขาด้วยความรู้สึกแบบไหน ถ้ากลับไปเพราะรู้ตัวว่าสิ่งที่ทำมันผิดจริง ๆ และตั้งใจจะปรับเปลี่ยนนิสัยนี้ถ้าเขาให้โอกาส ก็ขอเชียร์ให้พยายามง้อต่อไป แต่ถ้าสุดท้ายเขาไม่โอเค คุณแบร์ก็ต้องยอมรับผลจากการกระทำที่พลาดไปแล้ว และห้ามโวยวายใส่เขาเด็ดขาด เพราะการถูกบอกเลิกบ่อย ๆ มันทำให้เขารู้สึกว่าเราไม่ให้ค่าความรักเลย บอกเลิกกันง่าย ๆ ได้ยังไง ลองนึกในมุมของเขาว่ายิ่งเจออะไรแบบนี้ เขาต้องยิ่งชั่งใจหนักมากว่าถ้ากลับไปแล้วคุณแบร์จะทำตัวเหมือนเดิมอีกมั้ย ถ้าคิดว่ายังมีหวังก็ลุยต่อ แต่ต้องเข้าใจและให้เวลาเขาด้วย ขอให้มีโอกาสที่ดีในการกลับไปแก้ไข และต้องเผื่อใจ พร้อมเก็บไว้เป็นบทเรียนในครั้งต่อ ๆ ไปด้วย”

ปิดท้ายด้วยคำแนะนำของ ‘ดีเจอ้อม’ ที่คิดคล้าย ๆ ทั้งดีเจเผือกและดีเจเติ้ลว่า “พี่มองว่าพองานของคุณแบร์มันว่างมากขึ้น ก็ส่งผลต่อความรู้สึกในใจ ในขณะที่เขาทำงานยุ่ง พอเราว่าง เราอาจจะสูญเสียความมั่นใจบางอย่างไปจนกลายเป็นความน้อยใจ แล้วเผลอเอาโลกหมุนรอบตัวเอง โดยอ้างความหวังดีทำเป็นปล่อยเขาไป เพราะลึก ๆ แล้วเราเองก็ไม่มั่นใจ คุณแบร์ลองเช็กตัวเองดูว่าในวันที่เรามีงานเยอะ เราได้งอแงใส่เขามากเท่านี้หรือเปล่า
ส่วนเรื่องจะไปต่อหรือพอแค่นี้ พี่ตอบไม่ได้ แต่ถ้าคุณแบร์จะกลับไปเป็นตัวเองในเวอร์ชันที่ดีขึ้น ไม่ว่าจะเป็นคนนี้หรือคนใหม่ คุณแบร์คิดว่าเวอร์ชันที่ดีขึ้นจะทำอะไรได้บ้าง คนที่จะตอบได้มีแค่ตัวคุณแบร์และอีกฝ่ายเท่านั้น ให้กลับไปคิดไตร่ตรองดูเยอะ ๆ ว่าการที่เราอยากให้เขากลับมา เรามีอะไรที่คู่ควรกับการที่เขาจะต้องกลับมาบ้าง และอย่าอ้างคำว่า ปล่อยเขาไปให้เขามีความสุข เพราะนั่นคือความคิดของคนที่ยอมแพ้ตั้งแต่แรกแล้ว”
เรื่องราวจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทาง
มีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATION
รับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 20.00 –23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin