หนูเป็นพุธโทรเรี่ยนพันธุ์แท้ ดูตั้งแต่ม.ปลาย จนตอนนี้เรียนจบป.โท สาขาจิตวิทยาแล้วค่ะ ขอบคุณรายการพุธทอล์คพุธโทร เพราะรายการเป็นแรงบันดาลใจให้หนูเลือกเรียนสาขานี้ค่ะ

พุธทอล์ค พุธโทร RECAP

หนูเป็นพุธโทรเรี่ยนพันธุ์แท้ ดูตั้งแต่ม.ปลาย จนตอนนี้เรียนจบป.โท สาขาจิตวิทยาแล้วค่ะ ขอบคุณรายการพุธทอล์คพุธโทร เพราะรายการเป็นแรงบันดาลใจให้หนูเลือกเรียนสาขานี้ค่ะ

23 ม.ค. 2026

หนูเป็นพุธโทรเรี่ยนพันธุ์แท้ ดูตั้งแต่ม.ปลาย

จนตอนนี้เรียนจบป.โท สาขาจิตวิทยาแล้วค่ะ

ขอบคุณรายการพุธทอล์คพุธโทร

เพราะรายการเป็นแรงบันดาลใจให้หนูเลือกเรียนสาขานี้ค่ะ

       ‘คุณปูเต้’ อายุ 26 ปี เป็นสายที่ 1 ในรายการ ‘พุธทอล์คพุธโทร’ เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (21 มกราคม 2569) ได้โทรเข้ามาแชร์เรื่องราวกับ ‘ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม’ เพื่อมากล่าวขอบคุณรายการพุธทอล์คพุธโทรที่เป็นอีกหนึ่งแรงบันดาลใจในการเลือกเรียนสาขาวิชาจิตวิทยา

       ‘คุณปูเต้’ เล่าว่าตนได้ฟังรายการพุธทอล์คพุธโทรมาหลายเคส ตั้งแต่ช่วงที่เรียนอยู่ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 จนกระทั่งตอนนี้เรียนปริญญาโท สาขาจิตวิทยาเด็ก วัยรุ่น และครอบครัว จนจบการศึกษาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

       โดยคุณปูเต้ได้เล่าเพิ่มเติมอีกว่า ทุกครั้งที่ฟังรายการพุธทอล์คพุธโทร รายการทำให้เห็นถึงความหลากหลายของคนมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นด้านพฤติกรรม หรือสถานการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น เมื่อฟังแล้วก็อยากจะทำความเข้าใจกับคนให้มากขึ้น เลยเลือกที่จะเรียนสาขาจิตวิทยา

       ซึ่งคุณปูเต้ได้พูดเสริมว่า “จิตวิทยา เราเรียนเพื่อเข้าใจทั้งคน ทั้งร่างกาย จิตใจ สมอง เรียนตั้งแต่วิชาชีวะ ตั้งแต่เริ่มปฏิสนธิจนถึงวันสุดท้ายของชีวิต”

       ส่วนตัวของคุณปูเต้นั้นตั้งแต่ระยะเวลาแรกที่เริ่มเรียน จนถึงตอนนี้ที่เรียนจบปริญญาโทแล้ว รู้สึกว่าตนเองนั้นเข้าใจคนมากขึ้น และสามารถเข้าใจตัวเองได้มากขึ้น เช่น เมื่อเวลามีคนมาทำให้เราโกรธ ก็ไม่ได้หมายความว่าเราเรียนจิตวิทยาแล้วเราจะไม่โกรธเขา แต่เราจะเข้าใจการกระทำเขามากขึ้น

       พร้อมพูดเสริมเพิ่มเติมว่า “คนเราก็มีทั้งป่วยกายและป่วยใจ ป่วยกายก็ไปหาคุณหมอ ป่วยใจก็ไปหาจิตแพทย์ได้เหมือนกัน ไม่ต้องกลัวที่จะคุยกับนักจิตแพทย์ อยากฝากถึงบางคนที่ป่วยอยู่ ว่าถ้าบางทีอาจจะเคยไปหาหมอจิตแพทย์แล้วไม่ดีขึ้น หรือไม่หาย ก็เหมือนกับการที่ไปหาหมอทั่วไป อาจจะเปลี่ยนวิธี หรืออาจจะขอความคิดเห็นจากที่อื่น ไม่จำเป็นต้องป่วยแบบไม่ไหวแล้ว หรือหนักมาก ถึงจะไปหาหมอจิตแพทย์ แค่เครียด นอนไม่หลับ หรือมีปัญหาครอบครัวต่าง ๆ ก็อาจจะลองไปปรึกษาหาคนกลางที่เป็นผู้เชี่ยวชาญดูก่อนก็ได้”

       นอกจากนี้ ‘ดีเจต้นหอม’ ยังได้ยกตัวอย่างในกรณีของตนที่เจอในชีวิตจริงว่า “เวลาบ่นลูก ลูกจะรู้สึกไม่ดี พี่เลยต้องสร้างตัวเองขึ้นมาอีกร่าง ชื่อว่า ‘บอลลูน’ ซึ่งจะมีนิสัยที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิงกับร่างตอนเป็นแม่ปกติ พี่สร้างมาเพื่อเล่นหรือสอนการบ้านให้ลูก โดยจะมีคำว่า ‘บลิ๊ง ๆ’ เป็นคำพูดติดปากเวลาแปลงเป็นร่างบอลลูน แล้วลูกก็รักบอลลูนมาก จนอยากอยู่กับบอลลูนทุกวัน พี่ไม่แน่ใจว่าลูกแยกออกมั้ยว่าแม่กับบอลลูนเป็นคนเดียวกัน ซึ่งปฏิกริยาของเขาที่มีให้แม่กับบอลลูนนั้นต่างกัน แค่พูด ‘บลิ๊ง ๆ’ ปุ๊บ ลูกก็จะยอมทำทุกอย่างที่บอกเลย แต่กับแม่จะเป็นอีกอย่างนึง เคยถามว่า ‘รู้ว่าเป็นคนเดียวกันมั้ย’ ลูกบอกว่า ‘รู้’ ในภาพจำของลูกคือแม่เป็นคนใจร้าย ส่วนบอลลูนเป็นคนใจดี ที่พี่ทำแบบนี้เพราะพี่อยากให้ลูกรัก”

       ซึ่งคุณปูเต้ก็ได้ให้ความเห็นกับเรื่องนี้ว่า “ในเคสเด็ก เวลาจะดูว่าเป็นปัญหามั้ยนั้น คือมันกระทบเราและลูกมั้ย พี่หอมเหนื่อยมั้ยเวลาเป็นบอลลูนตลอดเวลา แล้วน้องมีปัญหากับร่างแม่ที่บ่นเขามั้ย แล้วเขาจะต้องการแค่บอลลูนมั้ย จะไม่ต้องการแม่หรือเปล่า ตอนเรียนจิตวิทยาเด็ก ก็ได้ทำงานกับผู้ปกครองเยอะ ซึ่งปัญหาหรือเรื่องราวที่ผู้ปกครองเจอกับลูกมีเรื่องที่เหนือจินตนาการเยอะมาก บางคนคิดว่าเรื่องแค่นี้อาจจะไม่ต้องไปหานักจิตวิทยาหรือจิตแพทย์ก็ได้ แต่ว่าถ้ามีคนที่เราเล่าให้ฟัง ก็อาจจะช่วยแก้ปัญหาหรือช่วยดูได้ว่าเราจะต้องปรับยังไง”

 มีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATION

รับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 20.00 –23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

related พุธทอล์ค พุธโทร RECAP

นี่หนูต้องมาเจออะไรเนี่ย?? บริษัทจ้างวิทยากรมาบรรยาย ให้ความรู้พนักงาน บรรยายไปบรรยายมา เข้าเรื่อง "เอเลี่ยน - มนุษย์ต่างดาว" ตลอด เคยให้คะแนนแล้วก็ยังไม่เป็นผล ยังต้องเจอคนนี้เดือนละ 2 ครั้งไปอีกยาวๆ ไม่รู้จะทำยังไงดีวิทยากรคนนี้สนิทกับ CEO ด้วย

13 พ.ค. 2024

นี่หนูต้องมาเจออะไรเนี่ย?? บริษัทจ้างวิทยากรมาบรรยาย ให้ความรู้พนักงาน บรรยายไปบรรยายมา เข้าเรื่อง "เอเลี่ยน - มนุษย์ต่างดาว" ตลอด เคยให้คะแนนแล้วก็ยังไม่เป็นผล ยังต้องเจอคนนี้เดือนละ 2 ครั้งไปอีกยาวๆ ไม่รู้จะทำยังไงดีวิทยากรคนนี้สนิทกับ CEO ด้วย

“คุณเจ (นามสมมติ)” 26 ปี สายที่ห้าในรายการพุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (8 พ.ค. 67) ได้โทรเข้ามาปรึกษา “ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล – ดีเจต้นหอม” เกี่ยวกับปัญหาเข้าไปอบรมสัมมนา แต่เจอผู้บรรยายพูดออกนอกเรื่องจนไม่ได้ความรู้! โดย “คุณเจ (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘บริษัทจะมีการจัดอบรมสัมนาใหญ่ที่มีผลต่อ KPI ของเราทุกเดือน เดือนละ 2 ครั้ง ในห้องประชุมใหญ่ และในปีนึงส่วนมากจะเจอกับคนที่มาบรรยาย ซึ่งคนนี้เขามาบ่อยที่สุด และเขาจะชอบพูดไปเรื่อย พูดเรื่องไม่เป็นเรื่อง สมมติว่าเรื่อง Innovation หรือการพัฒนา เขาก็จะพูดไปถึงว่า รู้ไหมว่าเทคโนโลยีพวกนี้มันมาจากเอเลี่ยน มันมีทฤษฎีอย่างนู้นอย่างนี้ พูดเป็นจริงเป็นจัง ซึ่งเขาก็จะให้พิมพ์ส่งมาว่ามีอะไรให้แนะนำเพิ่มมั้ย เจพิมพ์ไปทุกครั้งที่ประเมิน และก็มีหลายคนที่เขาไม่ชอบ เพราะหลังอบรมสัมมนาหลายๆแผนกก็พูดกันว่า อะไรวะ ไม่เห็นมีประโยชน์เลย แต่ก็ไม่รู้ว่าคนอื่นพิมพ์ไหม ตามจริงเขาไม่น่าจะผ่านการประเมินมาอบรมสัมมนาอีก ถ้าคนอื่นพร้อมใจกันรีวิวว่ามันไม่มีประโยชน์ แต่สาเหตุที่เจ้านายยังเอาเขามาอบรมสัมมนาบ่อยๆ เพราะเขาสนิทกับ CEO และ CEO ก็เคยเกริ่นเรื่องนี้มาแล้วว่า มีอะไรก็คุยกันได้นะครับ ผมชิล แต่พอเอาเข้าจริงก็ไม่มีใครกล้าพูด เพราะ CEO ก็ค่อยข้างอีโก้นิดนึง พยายามทำเหมือนว่า คุยกับผมได้นะ ซึ่งจริงๆแล้วคุยไม่ได้เลย อยากถามพี่ๆดีเจว่า ทำอะไรกับเรื่องนี้ได้บ้าง? มันมีโอกาสมั้ยที่หนูจะสามารถปลุกระดม รายงาน HR ? จริงๆควรจะมีคนอื่นมาสัมมนาอบรมบ้าง แต่เขามาบ่อยมาก เจไม่รู้ว่าถ้ารวมตัว ล่ารายชื่อ หาคนที่เบื่อกับคนนี้แล้วมาประเมิน จะมีใครไปประเมินด้วยกันบ้าง จริงๆก็มีหลายคนที่นั่งงีบบ้าง นั่งเล่นโทรศัพท์บ้าง ประเด็นคือมีคนมา Discuss กับเขาด้วย เหมือนเริ่มกลายเป็นลัทธิ แล้วเริ่มมีคนสนใจ เพราะมาบ่อยขึ้น และตอนนี้แอบใช้น้องฝึกงาน เพราะอยู่แปปเดียวก็ต้องไปแล้วเรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

เรากับแฟน เป็นผู้หญิงแกร่งเหมือนกันทั้งคู่ แต่บางทีเราก็มีโมเมนต์อยากอ้อนแฟน โทรหาให้ขับรถมารับเราหลังเลิกงาน แต่แฟนตอบกลับมาว่า "ปกติก็ทำเองได้นิ ทำไมต้องให้ไปรับด้วย"

05 ก.ค. 2024

เรากับแฟน เป็นผู้หญิงแกร่งเหมือนกันทั้งคู่ แต่บางทีเราก็มีโมเมนต์อยากอ้อนแฟน โทรหาให้ขับรถมารับเราหลังเลิกงาน แต่แฟนตอบกลับมาว่า "ปกติก็ทำเองได้นิ ทำไมต้องให้ไปรับด้วย"

เรากับแฟน เป็นผู้หญิงแกร่งเหมือนกันทั้งคู่ แต่บางทีเราก็มีโมเมนต์อยากอ้อนแฟนโทรหาให้ขับรถมารับเราหลังเลิกงาน แต่แฟนตอบกลับมาว่า "ปกติก็ทำเองได้นิ ทำไมต้องให้ไปรับด้วย"อาจจะด้วยความที่แฟนเป็นคนที่วางตารางชีวิตตัวเองทุกวัน หรือ ไปทำให้แฟนเสียแพลนรึเปล่าคะ? “คุณเจน (นามสมมติ)” อายุ 38 ปี สายที่ 4 ในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (3 ก.ค. 67) ได้โทรเข้ามาปรึกษา “ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล – ดีเจต้นหอม” เกี่ยวกับปัญหาอยากให้แฟนมารับมาส่งบ้าง แต่เขาบอกว่าเราบอกกะทันหันไป เขามีแพลนของตัวเองแล้ว โดย “คุณเจน (นามสมมติ)” เล่าว่า ‘หนูมีแฟนเป็นผู้หญิง เจอกันผ่านแอปพลิเคชัน ตอนแรกก็คุยกันแบบเป็นเพื่อน แต่พอคุยไปคุยมาแล้วมันคลิ๊ก ก็เลื่อนความสัมพันธ์มาเป็นแฟนกันได้ 1 ปี แต่ลักษณะของหนูกับแฟนจะเป็นประเภทที่ดูแลตัวเองกันได้ทั้งคู่ ตอนนี้เลยมีปัญหาอยู่เรื่องหนึ่ง คือบางทีหนูทำงานเหนื่อย แล้วหนูอยากให้เขามารับไปส่งบางครั้ง เขาเลยถามหนูว่า “ทำไมอยู่ดีๆ ให้ทำแบบนี้” เพราะปกติหนูก็ไปทำงานเอง กลับเองได้ แล้วเขาบอกว่า การที่หนูไปขอเขาแบบนี้เลย มันเหมือนเขาต้องทำให้เลย ไม่มีตัวเลือกให้เลือก ซึ่งการที่หนูขอแบบนี้มันคือการบอกว่าให้เขาต้องทำ ไม่งั้นหนูจะงอน แต่จริงๆแล้วหนูแค่อยากมีโมเมนต์หวานๆบ้าง เพราะว่าพวกเราไม่ค่อยมีเวลาว่างตรงกัน ก่อนหน้านี้ก็เคยมีเหตุการณ์คล้ายๆกัน คือวันนั้นหนูเลิกงานดึก แต่เขาเลิกงานแล้ว เขาว่างแล้ว หนูบอกเขาว่า “เธอขับรถมารับเราได้มั้ย” เขาก็บอกว่า “อ้าว แต่เราเพิ่งเลิกนะ เรากำลังจะดูหนัง พักผ่อน” คือเหมือนเขาเป็นคนที่ติดการวางแพลนในหัวตลอดเวลา ว่าวันนี้จะทำอะไรบ้าง แล้วเขาบอกว่า อยู่ดีๆหนูไปทำลายแพลนเขา เขาก็บอกว่า “แล้วฉันต้องทำงยังไงละ” เหมือนมันรวนเพราะเขาวางตารางไว้แล้ว เราหนูก็จะงอนถ้าเขาไม่ทำให้ คือหนูดูแลตัวเองได้มาตลอด แค่นานๆเขาที ส่วนเขาไม่เคยทำตัวอ่อนแอเลย เพราะเขาเคยบอกว่า เขาไม่ชอบเป็นภาระให้คนอื่น หนูอยากถามพี่ๆดีเจว่าหนูกับแฟนควรจะหาตรงกลางร่วมกันยังไงดี? หนูควรจัดการยังไงให้ไม่รู้สึกนอยถ้าเขาปฏิเสธ’ โดย “ดีเจต้นหอม” ให้คำปรึกษาว่า ‘เวลาเราเลือกแฟน เราต้องรู้ไลฟ์สไตล์กับ เนเจอร์ของเขาก่อน อยากได้คนขี้อ้อน ก็เลือกคนขี้อ้อน แต่นี่เราเลือกแฟนที่ดูแลตัวเองได้ แปลว่าสิ่งที่เจออยู่นี้มันอยู่ในแพ็คเกจนี้ อยากได้แฟนแบบไหนก็เลือกแฟนแบบนั้นตั้งแต่แรก ทีนี้แฟนเรามาด้วยแพ็คเกจนี้ เราก็ต้องยอมรับสิ่งนั้น แต่ถ้าแบบว่าอยากมีโมเมนต์นั้น อยากให้มารับบ้าง ก็นัดล่วงหน้า ในเมื่อรู้ว่าเขาเป็นคนชอบแพลน ปรับที่เราเพราะเราเลือกแล้ว หรือเรียกเขามาถูดคุย พี่ว่าพี่เขาใจเขา แต่ถ้าเกิดว่ามีเหตุการ์ฝนตกหนักมากกลับไม่ได้ ขอให้เขามารับแต่ไม่มา อันนี้ไม่ใช่แล้ว อันนี้คือเขาขาดตกบกพร่องในหน้าที่แฟนแล้ว ถ้ารู้สึกว่าเขาไม่มีน้ำใจ ไม่หยิบยื่นอะไรให้เรา หรือเราเจอสถานการณ์ที่ต้องการความช่วยเหลือจากเขาแล้วเขาไม่ช่วย คงต้องเปลี่ยนแฟน ไม่ได้บอกให้เลิกหรือให้คบ ลองประเมินดูว่าเขาเป็นแบบไหน ตรงกลางสำหร้บหอมคือ คุยกันล่วงหน้า’ ต่อมา “ดีเจเติ้ล” ให้คำปรึกษาว่า ‘พี่ว่าคนเราเป็นแฟนกัน มันก็ต้องมีมุมที่อยากให้แฟนดูแลบ้าง สมมุติ “ถ้าฉันยกกระเป๋าให้เธอ มันก็มีบางวันที่ฉันเหนื่อย ฉันก็คาดหวังว่าเธอจะยกกระเป๋าให้ฉันบ้างเพราะเป็นแฟนกัน” เพราะที่เจนเล่าคือไม่ได้ขอทุกวัน ไม่ใช่อาทติิตย์ละครั้ง แต่นานๆทีถึงจะขอ เข้าใจนะว่าเขาวางแพลนทุกอย่างมาแล้ว แต่ในสถานะที่เป็นแฟนกัน ถ้าเขาต้องการสิ่งนี้ วันนั้นเขาเหนื่อย เขาอ่อนแอจริงๆ เขาไม่ได้ขอทุกวัน พี่คิดว่าเป็นแฟนกันควรทำให้กันได้ แต่ก็เข้าใจที่พี่หอมพูด ว่าเขาเป็นแบบนั้นตั้งแต่แรก เจนก็ดูแลตัวเองได้ตั้วแต่แรก แต่ถ้าวันนี้เจนไม่ได้แข็งแรงเท่าเดิม แล้วต้องการให้เขาเติมเต็มความต้องการของเจน พี่ว่าก็ต้องคุยกัน ซึ่งถ้าคุยกันแล้ว เขาบอกว่า ไม่ เขาไม่ใช่คนแบบนั้น งั้นเจนก็ต้องถามตัวเองว่า วันนั้นเจอลนยังโอเคอยู่มั้ย มันไม่ผิดเลยนะ เจนก็มีสิทธิ์ที่อยากจะเปลี่ยนไปอยากอ่อนเเอบ้าง และเขาก็มีสิทธิ์ที่เจนเปลี่ยนแต่เขาไม่พร้อมเปลี่ยนไปด้วย เพราะเขาก็ชัดเจอของเขาตั้งแต่แรก พี่ว่าคนเราเปลี่ยนกันได้’ และสุดท้าย “ดีเจเผือก” ให้คำปรึกษาว่า ‘เราต้องถามใจตัวเอง ว่าวันนั้นที่เราเรียกร้อง เป็นเพราะว่าเราต้องการจริงๆ หรือแต่เรียกร้องความสนใจ ก็มองดีๆนะ ว่าเขามีชีวิตของตัวเอฝ หรือไม่มีน้ำใจเลย แต่พี่ว่าเขาเป็นคนที่แน่นอน มีตารางวางไว้ว่าจะทำอะไร พี่รู้จักคนแบบนี้เยอะ การที่เราจะบอกแบบนั้นว่า “เธอเราเลิกงานแล้วมารับหน่อยสิ” คือทมันกนะทันหันมาก แล้วถ้าเขาไม่ได้เตรียมใจจะมา มันก็จะสร้างความหงุดหงิดรำคาญใจให้เขา หมายถึงว่า อยู่ดีๆจะมาเอาแต่ใจอะไรตอนนี้ เพราะปกติก็ดูแลตัวเองมาตลอด พี่ว่ามันกระทันหัน แล้วก็มัดมือชกเขาไปหน่อย ถ้าลองเปลี่ยนวันคืนก่อนเราคุยกับเขา นัดกับเขาไม่ต้องนัดล่วงหน้านานหรอก แบบให้เขาได้รู้ว่า เจนอยากให่ไปรับหรอ อยากไปกินข้าวหรอ ลองวางแพลนมั้ย ถ้าเขาไม่เอาอีก ค่อยเริ่มมาคุยว่าเวลาที่ใช้ชีวิตด้วยกันมันอยู่ตรงไหน บอกเลย แล้วจะเอาเลย บางคนเขาก็ไม่ชอบนะ ยิ่งเขาเป็นคนวางตารางไว้ชัดเจน ยิ่งยากเลย เจนเองที่ต้องสังเกตุว่ามันเกิดจากสิ่งที่เกิดขึ้น เกิดจากตัวเขา แล้วตอบตัวเองให้ได้ว่า เราเรียกร้องโดยไม่มีเหตุผล หรือเขาแล้งน้ำใจ’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

หนูอายุ 19 แต่น้องชายหนูที่บ้านตามใจทุกเรื่อง แฟนก็มีได้ แต่หนูที่บ้านห้ามไม่ให้มี รู้สึกว่าไม่มีความเท่าเทียมเลย ความเท่าเทียมควรเริ่มต้นจากที่บ้านรึเปล่า? พอหนูถามไปผู้ใหญ่ที่บ้านก็ว่า Toxic ที่หนูคิดมันผิดมากเลยหรอคะ

11 เม.ย. 2025

หนูอายุ 19 แต่น้องชายหนูที่บ้านตามใจทุกเรื่อง แฟนก็มีได้ แต่หนูที่บ้านห้ามไม่ให้มี รู้สึกว่าไม่มีความเท่าเทียมเลย ความเท่าเทียมควรเริ่มต้นจากที่บ้านรึเปล่า? พอหนูถามไปผู้ใหญ่ที่บ้านก็ว่า Toxic ที่หนูคิดมันผิดมากเลยหรอคะ

“คุณเอ (นามสมมติ)” อายุ 18 ปี สายที่สามในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา [9 เม.ย. 68] ได้โทรเข้ามาปรึกษา “ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล – ดีเจต้นหอม” เกี่ยวกับปัญหาความไม่เท่าเทียมกันในครอบครัว โดย “คุณเอ (นามสมมุติ)” ได้เล่าว่า ‘หนูไม่รู้ว่านิสัยเด็ก Gen Z เเบบหนูเรียกว่า Toxic รึป่าว หนูมีน้องชายเเท้ๆ อายุ 17 ปี อยู่ด้วยกัน แต่หนูก็มีความรู้สึกว่าคนทั้งบ้าน รัก เเละเอ็นดูน้องชายมากกว่าตัวหนู ตอนเเรกหนูไม่ได้สังเกต จนตอนที่เพื่อนหนูมาที่บ้านและถามว่า ทำไมรู้สึกว่าน้ามึงพูดกับน้องอย่างนึง พูดกับมึงอีกอย่าง ทั้งน้ำเสียงเเละคำพูด ท่าทาง ตอนเเรกหนูก็ไม่ได้คิดว่าจริงรึป่าว เเต่พอมานึกดูดีๆ บางอย่างก็จริงอย่างที่เพื่อนบอก จนหนูก็ลองสังเกตดู เเละเห็นว่าสิ่งที่น้องได้รับเเละหนูได้รับมันก็ต่างกัน เลยมีความรู้สึกน้อยใจ ไม่เท่าเทียมว่าทำไมน้องของหนูถึงมีสิทธิ์ทำอะไรได้มากกว่าหนู เช่น อิสระเรื่องความรัก เเละอีกหลายอย่าง ด้วยความที่บ้านของหนูเป็นเชื้อสายจีนเลยอาจจะเอ็นดูเด็กผู้ชายมากกว่า เวลาน้องหนูจะไปไหน ไปกับสาว ไปกับเเฟนเขาก็จะบอกที่บ้านตรงๆ เเต่พอเป็นหนู หนูไม่สามารถที่จะบอกเเบบนั้นได้เหมือนน้อง เพราะเวลาบอกไป เขาจะทำท่าทางไม่พอใจ และด้วยความที่น้องหนูเรียนโรงเรียนประจำห่างจากบ้าน ทำให้เวลาเสาร์ - อาทิตย์ น้องของหนูจะไปกรุงเทพ ไปเที่ยว เขาก็ไปได้ เเต่พอเป็นหนูที่ขอเขาไปอำเภอใกล้เคียง เขาก็จะถามมาเลยว่า กลับกี่โมง ไปกับใคร สมมติหนูบอกว่าจะกลับบ้านตอนเที่ยง สิบเอ็ดโมงครึ่ง เขาก็จะโทรมาตามหนูเเล้วว่า อยู่ไหนเเล้ว มันเลยทำให้หนูเกิดความอึดอัด เเล้วค้างคาใจ พอมีวันหนึ่งที่หนูมาหาเเม่ที่บ้าน เเล้วนั่งกินข้าวกัน 3 คน มีเเม่ น้องชาย แล้วก็หนู เเม่ก็เปิดประเด็นว่า ถ้าคราวหน้าน้องชายหนูจะพาเเฟนมานอนที่บ้านด้วยก็ได้ หนูเลยเเกล้งๆพูดไปว่า หนูทำบ้าง เเม่ของหนูก็พูดขึ้นมาเลยว่า ถ้าเป็นหนูต้องรอจนกว่าจะขึ้นมหาลัยก่อน หนูเลยไม่พอใจ เเล้วถามว่า เเล้วน้องหนูมีสิทธ์อะไรมากกว่าหนูถึงทำได้ อายุก็ไล่เลี่ยกัน เเม่ก็เลยบอกว่า ผู้ชาย กับ ผู้หญิง มันไม่เท่าเทียมกัน เกิดว่าหนูไปนอนบ้านเเฟนเเล้วพลาดท้อง ผู้หญิงอนาคตก็คือจบไปเลย เเต่ผู้ชายก็ยังไปเรียนต่อได้หรือว่าทำอะไรได้มากกว่าหนู อาจจะเพราะเเม่มีลูกตั้งเเต่ยังเด็กเลยทำให้เป็นห่วงหนู และสังคมรอบตัวหนู เพื่อนๆของหนูก็ท้อง มีลูกกันหมดแล้วด้วย หลังจากที่ทะเลาะกับเเม่เสร็จ น้องชายหนูก็เอาเรื่องนี้ไปฟ้องน้า เขาเลยอธิบายว่าทำไมเเม่ถึงพูดว่าไม่เท่าเทียม พยายามที่จะทำให้หนูเข้าใจ เเต่หนูก็คิดว่า ถึงหนูจะเป็นผู้หญิงเเต่หนูก็รับผิดชอบตัวเองได้ ไม่ต้องทำให้ใครเป็นห่วงเหมือนกับน้องชาย เเต่หนูยิ่งพูดก็เหมือนน้าจะยิ่งไม่เข้าใจ เขาบอกว่ายังไม่ถึงเวลา หนูก็เลยยิ่งสงสัยว่าทำไมน้องหนูเขาถึงทำได้ สุดท้ายหนูก็ได้ไปพูดกับเเม่ว่า ถ้าเเม่รู้สึกผู้หญิงกับผู้ชายไม่เท่าเทียมกัน เเม่ก็อย่าเเสดงออกเเบบนี้ได้ไหม ถ้าเเม่ไม่ให้หนูทำ ก็ต้องห้ามน้องทำเหมือนกัน พอหนูพูดไปเเบบนี้ เเม่เขาก็พูดสวนกลับมาว่า หนูเป็นลูก หนูมีสิทธิ์อะไรที่จะไปสั่งเขาเเบบนั้น ก็เลยทะเลาะกันใหญ่โต น้าเลยต้องเข้ามาคุยด้วย เเต่หนูก็ยังมีคำถามในหัวว่า ทำไม! ทำไม! หนูเลยไม่ได้คุยกับเเม่ ส่วนน้องชายก็มาเยาะเย้ย ซ้ำเติม ทำให้หนูรู้สึกว่าตอนนั้นไม่เหลือใครเลย เพราะน้าหนูก็เหมือนจะไม่เข้าใจตัวหนูเลย เเล้วบอกว่าหนู Toxic บอกให้หนูลองย้อนมามองตัวเองบ้าง เเละใน 2 เดือนที่หนูทะเลาะกับที่บ้าน ที่มี ลุง ป้า น้า น้องชาย ในบ้านไม่มีใครคุยกับหนูเลย พอหนูกลับไปเล่าเรื่องนี้ให้เเม่ฟัง เเม่ก็ถามว่า ให้หนูมาอยู่กับเเม่ไหม เเต่ป้าก็เหมือนจะไม่อยากให้ไป เพราะเเม่หนูไม่สามารถซัพพอร์ตเรื่องค่าใช้จ่ายให้หนูได้ จนตอนนี้พอน้าได้มาคุยกับหนู เขาบอกว่า เขาไม่สามารถเอ็นดูหนูได้เหมือนเมื่อก่อน เพราะทิฐิที่หนูมีกับคนในบ้านมันมากเกินไป หนูเลยอยากปรึกษาพี่ๆ ดีเจว่า หนูผิดไหมที่หนูทิฐิกับคนในบ้านมากเกินไป เเละ ความเท่าเทียมมันควรเริ่มจากคนในบ้านรึป่าว?’ เริ่มที่ “ดีเจเผือก” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘มันยากมากที่จะทำให้คนที่มีอายุต่างกัน มองในมุมกันเเละกัน พวกพี่ที่นั่งกันตรงนี้ก็มีลูก เเละหลาน การพยายามปรับตัวเรื่องการสื่อสาร หรือมุมมอง คำเดียวที่พี่จะบอกเอได้ คือในวันที่เอมีลูก เอจะเข้าใจเพราะฉะนั้น ณ วันนี้เอรู้สึกไม่เเฟร์ เออาจจะต้องอดทนเพราะอีกนิดเดียวเอก็จะเข้ามหาลัย มีชีวิตเป็นของตัวเองเเล้ว เพราะเราไม่สามารถที่จะเปลี่ยนความคิดของคนที่มีอายุห่างกันเยอะๆได้อยู่เเล้ว เพราะงั้นอีกนิดเดียว เอก็จะได้กำหนดชีวิตตัวเองเเล้ว ใช้ชีวิตให้มันดี’ ต่อมา “ดีเจเติ้ล” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘พี่ว่าน้องเอเป็นตัวเเทนของเด็กหลายๆบ้านที่มีความคิดเเบบเดียวกัน เเละที่น้องเอถามว่า เพศสภาพ ควรเริ่มที่จะเท่าเทียมกันตั้งเเต่ในครอบครัวรึเปล่า อันนี้พี่เห็นด้วย เเต่ความเท่าเทียมในสังคมเป็นเรื่องที่ยากมากในบางประเทศ ผู้หญิงยังไม่มีสิทธิ์ได้รับการศึกษาเลย เพราะฉะนั้นพี่รู้สึกดีที่น้องเอ เข้าใจถึงข้อนี้ เเต่สำหรับเรื่องที่บ้านของน้องเอ พี่ว่าเขารักน้องเอเเหละ เเต่อาจจะสื่อสารไม่ดี เเละที่เขาเข้มงวดกับเอ เพราะเขามองเห็นว่าเอเป็นผู้หญิงเลยอาจจะดูเเลตัวเองได้ไม่ดีเท่ากับน้องชายตัวเอง เพราะผู้หญิงมีความเสี่ยงกว่า มีพันธะมากกว่า เพราะงั้นเออาจจะลองมองในมุมว่าเขาเข้มงวด เพราะเขาเป็นห่วงเรา ลองหาความสุขในบ้านหลังนี้จนกว่าเอจะย้ายออกจากบ้านไปใช้ชีวิตของตัวเอง น้อยใจเรื่องเพศสภาพได้ เเต่อย่าน้อยใจว่าเขาไม่รักเรา พิสูจน์ให้เขาเห็นว่าเราดูเเลตัวเองได้’ สุดท้าย “ดีเจต้นหอม” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘เอมีทางเลือกอยู่อย่างเดียวคือ พิสูจน์ตัวเอง ทำในสิ่งที่ที่บ้านทำไม่ได้ เอาชนะในเรื่องความสำเร็จ ไม่ใช่เอาชนะในเรื่องคำพูด เมื่อเราทำงานได้ หาเงินได้ นั่นเเหละคือตอนที่เราจะมีอิสระจากครอบครัว อย่าเกลียดคนในบ้านเช่น ป้า น้า น้องชาย เพราะสุดท้ายทุกคนก็คือครอบครัวของเอ อาจจะไม่ต้องใช้เหตุผลคุยกัน เพราะทั้งเหตุผลของเอ เเละเหตุผลของครอบครัว ทั้งคู่เป็นเหตุผลที่ถูก ไม่ได้ผิด เเต่เเค่ต่างมุมมองกัน’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามชมใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

หนูเมาไม่รู้ตัว พลาดมีอะไรกับคนที่เพิ่งรู้จักได้ไม่ถึงเดือน และเขาก็ไม่ได้ป้องกัน หนูกลัวท้องก็เลยจะกินยาคุม แต่เขาบอกกับหนูว่า “ไม่ต้องกินหรอก ไม่เคยพลาดท้อง” อยากรู้ว่า หนูจะดูเป็นผู้หญิงไร้ค่าสำหรับเขาหรือเปล่า?

21 มี.ค. 2023

หนูเมาไม่รู้ตัว พลาดมีอะไรกับคนที่เพิ่งรู้จักได้ไม่ถึงเดือน และเขาก็ไม่ได้ป้องกัน หนูกลัวท้องก็เลยจะกินยาคุม แต่เขาบอกกับหนูว่า “ไม่ต้องกินหรอก ไม่เคยพลาดท้อง” อยากรู้ว่า หนูจะดูเป็นผู้หญิงไร้ค่าสำหรับเขาหรือเปล่า?

“คุณบีน่า (นามสมมุติ)” อายุ 22 ปี สายที่สองในรายการพุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (15 มีนาคม 2566) ได้โทรเข้ามาปรึกษา ดีเจเผือก – ดีเจต้นหอม - ดีเจเฟี๊ยต เกี่ยวกับเรื่องความสัมพันธ์ที่พลาดไปมีอะไรกับคนที่พึ่งรู้จัก โดย “คุณบีน่า (นามสมมุติ)” ได้เล่าว่า ‘หนูรู้จักกับผู้ชายคนนึงอายุ 26 ปี ได้รู้จักกันผ่านเฟซบุ๊ก เพราะก่อนหน้านี้ได้เจอกันที่งานศพของรุ่นน้องที่รู้จัก ตอนนั้นหนูจำเขาไม่ได้ แต่เขาจำหนูได้เลยแอดเฟซบุ๊กและทักมาถามสารทุกข์สุกดิบว่า เป็นยังไงบ้าง ยังเสียใจอยู่มั้ย เขาก็หยอดว่า เนี่ยตัวจริงน่ารักว่าในรูปอีกนะ เหมือนเขาจะเข้ามาจีบ ซึ่งตอนแรกหนูก็ไม่ได้ชอบเขา แค่ตอบตามมารยาท และก็คุยกันมาเรื่อยๆ จนมีโอกาสได้นัดเจอกันถึง 3 ครั้ง ด้วยความที่หนูเป็นคนชอบดื่ม ไม่ว่าจะเป็นเพื่อนหรือใคร หนูไปได้หมดเลย ตอนนั้นก็ได้นัดเจอกับเขาครั้งแรก ไปดื่มด้วยกัน 2 คน เขามารับหนูประมาณจะ 5 ทุ่มแล้ว เขาบอกกับหนูว่า ตอนนี้ร้านใกล้ปิดแล้วไปดื่มที่บ้านพี่ไหม ซึ่งหนูออกมากับเขาแล้ว หนูเลยปฏิเสธไม่ได้ หนูก็บอก โอเค แต่เที่ยงคืนต้องมาส่งนะ พอมาถึงบ้านเขา เราก็ดื่มด้วยกันแล้วเขาก็พยายามลวนลามหนู ตอนนั้นหนูยังไม่ได้เมามาก ก็เลยปฏิเสธเขาไปว่า ยังไม่พร้อม เราเพิ่งรู้จักและนัดเจอกันครั้งแรกเอง แต่คืนนั้นหนูนอนค้างบ้านเขาแต่ยังไม่ได้มีอะไรกัน ต่อมาครั้งที่สองก็นัดเจอทานข้าวกันปกติ ไม่ได้มีอะไร จนล่าสุด 2 อาทิตย์แล้ว ตอนนั้นหนูดื่มอยู่ที่บ้านคนเดียว ดื่มไปค่อนข้างเยอะ แล้วมีรุ่นพี่คนหนึ่งโทรตามให้ไปดื่มต่อข้างนอกใกล้ๆ บ้าน ซึ่งตอนนั้นหนูก็เริ่มเมาแล้วด้วย แต่หนูก็ตัดสินใจไป พอหนูไปดื่มกับรุ่นพี่ได้สักพัก เขาก็ทักมาบอกว่า เขาออกมาดื่มเหมือนกัน มาดื่มต่อกับพี่มั้ย แล้วหนูเมาไม่รู้เรื่องเลยเผลอตอบตกลงไปกับเขา หลังจากนั้นภาพตัดเลย รู้สึกตัวอีกทีตื่นมาประมาณ 6 โมงเช้า มีความรู้สึกกำลังจะพลิกตัว แล้วจะเอามือคว้าหมอนข้างมากอด แต่มันไม่ใช่หมอนข้าง มันเป็นเขานอนหันหลังอยู่ข้างๆ และหนูก็ไม่ได้ใส่ชุดชั้นใน แต่สวมเสื้อผ้าของเขาอยู่ หนูตกใจมากก็เลยไปเปิดแชทดู รู้เลยว่าเมื่อคืนหนูพลาดแล้ว หลังจากนั้นหนูก็ปลุกเขามาถามว่า เมื่อคืนได้ป้องกันมั้ย เขาก็ตอบว่าไม่ หนูทำอะไรไม่ถูกเลยกลับบ้าน ไม่ได้คุยอะไรกับเขา และพอถึงบ้านหนูก็ทักไปหาเขาว่าหนูต้องกินยาคุมหรือเปล่า เขาก็ตอบกลับมาว่า ไม่ต้องกินหรอก ไม่เคยพลาดท้อง แต่หนูก็เลือกที่จะกินยาคุม ซึ่งหนูกังวลทุกอย่างเลย ทั้งเรื่องท้อง เรื่องโรคติดต่อบ้าง แต่ตอนนี้ยังไม่ได้ตรวจโรค ได้แค่ตรวจเลือดจากการตรวจสุขภาพ ตอนนี้กำลังรอเวลาอยู่ประมาณ 7-15 วัน ค่อยตรวจอีกทีหนึ่ง ตั้งแต่วันที่เกิดเรื่อง หนูก็เลิกดื่ม เลิกเที่ยวเลย หนูอยากรู้ว่า เขาจะมองว่าเราเป็นผู้หญิงไม่ดีมั้ย? 3 ดีเจ ก็ได้ให้คำปรึกษาว่า‘เรื่องที่เขาจะมองหนูยังไง มันไม่สำคัญเท่ากับเรื่องสุขภาพที่จะเกิดขึ้นกับร่างกายหนู หลังจากมีเซ็กส์ที่ไม่ยินยอมและไม่ป้องกันการมีอะไรกับผู้ชายที่พึ่งรู้จักกัน ไม่ได้รู้สึกว่าตัวเองไม่มีค่า หนูไม่ได้เสียตัวถ้าหนูยินยอมพร้อมใจและเต็มใจ สนุกร่วมกันแล้วแยกย้าย แต่ถ้ากินเหล้าเมาแล้วพลาดไม่ได้ป้องกัน มันเหมือนกับว่า ไม่ได้สนุก ไม่ได้ป้องกัน ไม่ได้อะไรเลย เสียอย่างเดียว ลองคิดดูว่าถ้าหนูโดนคนที่เขาทำแย่ๆแบบนี้ใส่ แต่เป็นเพื่อน พี่ น้องของหนูล่ะ? ภาพที่มองมายังปัญหานี้อาจะเปลี่ยนไป ดังนั้นต่อจากนี้ ตัวหนูควรสร้างคุณค่าให้กับตัวเอง ไม่ปล่อยให้คนอื่นมาฉวยโอกาสกับหนูได้ง่ายๆ ไม่พาตัวเองไปเสี่ยง ทบทวนว่าหนูได้บทเรียนอะไรกับเรื่องนี้บ้าง แล้วมาตั้งตัวใหม่ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ควรไปขอคำปรึกษาจากคุณหมอว่าหนูควรทำอย่างไรต่อไปดี อีกสิ่งหนึ่งที่ผู้หญิงและผู้ชายควรจะรู้ ก็คือ มียา PrEP และยาต้าน HIV สำหรับคนที่มีเพศสัมพันธ์โดยไม่ไม่ได้ตั้งใจ อย่าวางใจว่าไม่มีอะไรหรอก และอย่าไปคิดว่าการตรวจสุขภาพมันจะบอกทุกอย่าง ถือซะว่านี่คือบทเรียนครั้งสำคัญมากๆในชีวิต...’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

album
efm
-

-