หนูเป็นพุธโทรเรี่ยนพันธุ์แท้ ดูตั้งแต่ม.ปลาย จนตอนนี้เรียนจบป.โท สาขาจิตวิทยาแล้วค่ะ ขอบคุณรายการพุธทอล์คพุธโทร เพราะรายการเป็นแรงบันดาลใจให้หนูเลือกเรียนสาขานี้ค่ะ

พุธทอล์ค พุธโทร RECAP

หนูเป็นพุธโทรเรี่ยนพันธุ์แท้ ดูตั้งแต่ม.ปลาย จนตอนนี้เรียนจบป.โท สาขาจิตวิทยาแล้วค่ะ ขอบคุณรายการพุธทอล์คพุธโทร เพราะรายการเป็นแรงบันดาลใจให้หนูเลือกเรียนสาขานี้ค่ะ

23 ม.ค. 2026

หนูเป็นพุธโทรเรี่ยนพันธุ์แท้ ดูตั้งแต่ม.ปลาย

จนตอนนี้เรียนจบป.โท สาขาจิตวิทยาแล้วค่ะ

ขอบคุณรายการพุธทอล์คพุธโทร

เพราะรายการเป็นแรงบันดาลใจให้หนูเลือกเรียนสาขานี้ค่ะ

       ‘คุณปูเต้’ อายุ 26 ปี เป็นสายที่ 1 ในรายการ ‘พุธทอล์คพุธโทร’ เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (21 มกราคม 2569) ได้โทรเข้ามาแชร์เรื่องราวกับ ‘ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม’ เพื่อมากล่าวขอบคุณรายการพุธทอล์คพุธโทรที่เป็นอีกหนึ่งแรงบันดาลใจในการเลือกเรียนสาขาวิชาจิตวิทยา

       ‘คุณปูเต้’ เล่าว่าตนได้ฟังรายการพุธทอล์คพุธโทรมาหลายเคส ตั้งแต่ช่วงที่เรียนอยู่ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 จนกระทั่งตอนนี้เรียนปริญญาโท สาขาจิตวิทยาเด็ก วัยรุ่น และครอบครัว จนจบการศึกษาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

       โดยคุณปูเต้ได้เล่าเพิ่มเติมอีกว่า ทุกครั้งที่ฟังรายการพุธทอล์คพุธโทร รายการทำให้เห็นถึงความหลากหลายของคนมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นด้านพฤติกรรม หรือสถานการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น เมื่อฟังแล้วก็อยากจะทำความเข้าใจกับคนให้มากขึ้น เลยเลือกที่จะเรียนสาขาจิตวิทยา

       ซึ่งคุณปูเต้ได้พูดเสริมว่า “จิตวิทยา เราเรียนเพื่อเข้าใจทั้งคน ทั้งร่างกาย จิตใจ สมอง เรียนตั้งแต่วิชาชีวะ ตั้งแต่เริ่มปฏิสนธิจนถึงวันสุดท้ายของชีวิต”

       ส่วนตัวของคุณปูเต้นั้นตั้งแต่ระยะเวลาแรกที่เริ่มเรียน จนถึงตอนนี้ที่เรียนจบปริญญาโทแล้ว รู้สึกว่าตนเองนั้นเข้าใจคนมากขึ้น และสามารถเข้าใจตัวเองได้มากขึ้น เช่น เมื่อเวลามีคนมาทำให้เราโกรธ ก็ไม่ได้หมายความว่าเราเรียนจิตวิทยาแล้วเราจะไม่โกรธเขา แต่เราจะเข้าใจการกระทำเขามากขึ้น

       พร้อมพูดเสริมเพิ่มเติมว่า “คนเราก็มีทั้งป่วยกายและป่วยใจ ป่วยกายก็ไปหาคุณหมอ ป่วยใจก็ไปหาจิตแพทย์ได้เหมือนกัน ไม่ต้องกลัวที่จะคุยกับนักจิตแพทย์ อยากฝากถึงบางคนที่ป่วยอยู่ ว่าถ้าบางทีอาจจะเคยไปหาหมอจิตแพทย์แล้วไม่ดีขึ้น หรือไม่หาย ก็เหมือนกับการที่ไปหาหมอทั่วไป อาจจะเปลี่ยนวิธี หรืออาจจะขอความคิดเห็นจากที่อื่น ไม่จำเป็นต้องป่วยแบบไม่ไหวแล้ว หรือหนักมาก ถึงจะไปหาหมอจิตแพทย์ แค่เครียด นอนไม่หลับ หรือมีปัญหาครอบครัวต่าง ๆ ก็อาจจะลองไปปรึกษาหาคนกลางที่เป็นผู้เชี่ยวชาญดูก่อนก็ได้”

       นอกจากนี้ ‘ดีเจต้นหอม’ ยังได้ยกตัวอย่างในกรณีของตนที่เจอในชีวิตจริงว่า “เวลาบ่นลูก ลูกจะรู้สึกไม่ดี พี่เลยต้องสร้างตัวเองขึ้นมาอีกร่าง ชื่อว่า ‘บอลลูน’ ซึ่งจะมีนิสัยที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิงกับร่างตอนเป็นแม่ปกติ พี่สร้างมาเพื่อเล่นหรือสอนการบ้านให้ลูก โดยจะมีคำว่า ‘บลิ๊ง ๆ’ เป็นคำพูดติดปากเวลาแปลงเป็นร่างบอลลูน แล้วลูกก็รักบอลลูนมาก จนอยากอยู่กับบอลลูนทุกวัน พี่ไม่แน่ใจว่าลูกแยกออกมั้ยว่าแม่กับบอลลูนเป็นคนเดียวกัน ซึ่งปฏิกริยาของเขาที่มีให้แม่กับบอลลูนนั้นต่างกัน แค่พูด ‘บลิ๊ง ๆ’ ปุ๊บ ลูกก็จะยอมทำทุกอย่างที่บอกเลย แต่กับแม่จะเป็นอีกอย่างนึง เคยถามว่า ‘รู้ว่าเป็นคนเดียวกันมั้ย’ ลูกบอกว่า ‘รู้’ ในภาพจำของลูกคือแม่เป็นคนใจร้าย ส่วนบอลลูนเป็นคนใจดี ที่พี่ทำแบบนี้เพราะพี่อยากให้ลูกรัก”

       ซึ่งคุณปูเต้ก็ได้ให้ความเห็นกับเรื่องนี้ว่า “ในเคสเด็ก เวลาจะดูว่าเป็นปัญหามั้ยนั้น คือมันกระทบเราและลูกมั้ย พี่หอมเหนื่อยมั้ยเวลาเป็นบอลลูนตลอดเวลา แล้วน้องมีปัญหากับร่างแม่ที่บ่นเขามั้ย แล้วเขาจะต้องการแค่บอลลูนมั้ย จะไม่ต้องการแม่หรือเปล่า ตอนเรียนจิตวิทยาเด็ก ก็ได้ทำงานกับผู้ปกครองเยอะ ซึ่งปัญหาหรือเรื่องราวที่ผู้ปกครองเจอกับลูกมีเรื่องที่เหนือจินตนาการเยอะมาก บางคนคิดว่าเรื่องแค่นี้อาจจะไม่ต้องไปหานักจิตวิทยาหรือจิตแพทย์ก็ได้ แต่ว่าถ้ามีคนที่เราเล่าให้ฟัง ก็อาจจะช่วยแก้ปัญหาหรือช่วยดูได้ว่าเราจะต้องปรับยังไง”

 มีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATION

รับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 20.00 –23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

related พุธทอล์ค พุธโทร RECAP

เรื่องนี้ต้องถึงสื่อ!! ลูกสาวโทรปรึกษา พ่อหย่ากับแม่มา 5-6 ปีแล้ว แต่ยังอยู่บ้านเดียวกัน พ่อไม่ยอมไปไหนและไม่ทำงาน ทำร้ายแม่กับลูกๆ พ่อเคยใช้มีดดาบซามูไร แทงทะลุประตูเข้ามาในห้อง ซึ่งหนูก็มีหลักฐาน คลิปเหตุการณ์ ผลตรวจร่างกายครบ

12 พ.ค. 2023

เรื่องนี้ต้องถึงสื่อ!! ลูกสาวโทรปรึกษา พ่อหย่ากับแม่มา 5-6 ปีแล้ว แต่ยังอยู่บ้านเดียวกัน พ่อไม่ยอมไปไหนและไม่ทำงาน ทำร้ายแม่กับลูกๆ พ่อเคยใช้มีดดาบซามูไร แทงทะลุประตูเข้ามาในห้อง ซึ่งหนูก็มีหลักฐาน คลิปเหตุการณ์ ผลตรวจร่างกายครบ

เรื่องนี้ต้องถึงสื่อ!! ลูกสาวโทรปรึกษา พ่อหย่ากับแม่มา 5-6 ปีแล้ว แต่ยังอยู่บ้านเดียวกัน พ่อไม่ยอมไปไหนและไม่ทำงาน ทำร้ายแม่กับลูกๆ พ่อเคยใช้มีดดาบซามูไร แทงทะลุประตูเข้ามาในห้อง ซึ่งหนูก็มีหลักฐาน คลิปเหตุการณ์ ผลตรวจร่างกายครบ พอไปแจ้งความ ตำรวจบอกแค่... ‘เป็นปัญหาในครอบครัว’ หนูสงสัย หรือต้องรอให้มีคนตายก่อนหรอคะ? “คุณหลิน (นามสมมติ)” สายแรกในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (10 พ.ค. 66) ได้โทรเข้ามาปรึกษา ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม เกี่ยวกับปัญหาครอบครัว โดย “คุณหลิน (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘พ่อของหนู เขาไม่ใช่พ่อและสามีที่ดีเลย เพราะเขาทำร้ายร่างกายแม่โดยตลอด หนูเห็นมาตั้งแต่เกิด เขาไม่เคยให้ความรักกับลูกๆเลย และเป็นคนเจ้าชู้ มีเล็ก มีน้อย มาตลอด ทั้งพาเข้าบ้าน เป็นเพื่อนของแม่ ลูกค้าในร้าน แม้กระทั่งแม่บ้านก็มี ส่วนแม่ก็ไม่โอเค เพราะตั้งแต่หนูเด็กๆต้องนั่งรถกับแม่ตอนกลางคืน เพื่อไปขับรถตามหาพ่อทั่วเมือง และเวลาที่พ่อทำร้ายร่างกายหรือเอาผู้หญิงเข้าบ้าน แม่ก็เคยพาหนูหนีออกจากบ้านด้วย และเวลาที่พ่อทำร้ายร่างกายแม่ หนูก็เข้าไปห้ามแต่ก็จะโดนด้วยตลอด หนูมีพี่น้อง 4 คน หนูเป็นคนที่ 2 น้องเล็กสุดอายุ 16-17 ปี ซึ่งแม่ก็ต้องพึ่งเรื่องเงินจากพ่อ และพ่อก็ไม่สามารถดูแลลูกได้ เพราะส่วนใหญ่แม่จะเป็นคนที่คอยรับ-ส่งโรงเรียน แม่จะเป็นคนที่รู้รายละเอียดของลูกทุกอย่าง พ่อไม่ได้มีส่วนร่วมในการช่วยเลี้ยงเลย ซึ่งความสัมพันธ์ระหว่างพ่อกับลูกไม่เคยมีการพูดคุยกันเลย จะต่างคนต่างอยู่ ตั้งแต่เด็กๆเลย หนูเลิกเรียนกลับบ้านมาก็จะเห็นพ่อนั่งกินเหล้าอยู่ทุกวัน ถ้าวันหยุดพ่อก็จะบังคับให้ช่วยทำงาน เพราะเขาทำงานแบบต่อเติมบ้าน หนูกับพี่ๆก็ต้องช่วยเขาแบกของทาสีตลอด ณ ปัจจุบัน แม่หย่ากับพ่อมา 5-6 ปีแล้ว แต่หลังจากที่หย่ากัน พ่อก็ไม่ไปไหน ยังอยู่บ้านเดียวกับพวกหนู เขาไม่ยอมออกไป ทางคุณย่าและญาติเขาก็ไม่มีใครรับด้วย และที่สำคัญคือเขาก็เลิกทำงานไปเลย หนูคิดว่าส่วนหนึ่งเป็นเพราะนิสัยของเขาด้วย เวลาเขาไปทำงานให้ใคร เขาก็จะแอบไปมีอะไรกับภรรยาของลูกค้า หรือด้วยหลายๆอย่างที่ทำให้ลูกค้าไม่กลับมาร่วมงานกับเขา ลูกค้าใหม่ก็ไม่มีเลย ทำให้พ่อไม่มีงาน และไม่มีใครอยากจะยุ่ง ตอนนี้คุณแม่เป็นเสาหลักของบ้านแทนแล้ว แม่ต้องรับผิดชอบทุกอย่าง ทั้งค่าใช้จ่ายทุกอย่างในบ้าน ลูกอีก 4 คน และพ่อที่หย่ากันไปนานแล้ว ตอนนี้พี่สาวกับหนูก็ทำงานแล้ว จะดูแลตัวเองกันและมีช่วยในเรื่องค่าใช้จ่าย ซึ่งบ้านของหนูที่อยู่ตอนนี้เป็นอาคารพาณิชย์ เป็นบ้านที่ซื้อแล้ว ชื่อเจ้าของบ้านเป็นชื่อของลูก 3 คน ซึ่งทางครอบครัวก็ได้ประกาศขายบ้านไปแล้ว แต่ก็ยังไม่มีใครสนใจเลย พวกหนูแยกสัดส่วนพื้นที่กัน แม่จะอยู่ชั้น 2 ส่วนพ่อจะอยู่ชั้น 3 เวลากินข้าวก็จะไม่กินร่วมกัน ทุกอย่างแยกกันอยู่หมด แต่เขาจะคอยมาขอเงินตลอด ถ้าไม่ให้เขาก็จะขู่ว่าแบบอย่ากดดันเขามาก เขาไม่อยากฆ่าคนตอนแก่ การที่แบ่งชั้นให้พ่อกับแม่ ก็มีการคุยกันแล้วว่าจะไม่มีการมายุ่งกัน ไม่ให้มาเกี่ยวข้องกันอีก ถ้ามีอะไรต้องคุยผ่านลูกอย่างเดียว แต่พ่อก็ยังเข้าไปทำร้ายแม่ในห้อง ในพื้นที่ของแม่อีก เข้าไปตบตี ซึ่งหนูมีคลิปวิดีโอ มีกล้องวงจรปิดทุกอย่าง หนูเอาไปแจ้งความก็แล้ว ตรวจร่างกายก็แล้ว แต่ทำอะไรไม่ได้ เพราะตำรวจบอกว่าเป็นปัญหาของครอบครัว นอกจากเขาทำร้ายแม่แล้ว เขาก็ยังทำร้ายลูกๆอีกด้วย เหมือนเขาพยายามจะเปิดห้องเข้ามา แต่ลูกๆไม่ให้เข้า เขาใช้มีดเหมือนดาบซามูไรแทงสวนมาตรงซอกประตู แล้วเขาบอกให้ออกมาคุย ทุกครั้งที่เกิดเรื่องก็มีการโทรแจ้งตำรวจตลอด พอตำรวจมา พ่อก็จะบอกไม่มีอะไรครับ เขาดูเป็นคนปกติ แบบคุยรู้เรื่องขึ้นมาทันที หนูมีคลิปทุกอย่าง แต่ตำรวจบอกว่าทำอะไรไม่ได้ เหตุสงบแล้ว ไม่ได้เป็นเหตุซึ่งหน้า พวกหนูทำทุกทางแล้ว แจ้งตำรวจหลายรอบมาก แจ้งหน่วยงานความรุนแรงในครอบครัว เขาก็มาทำข้อตกลง ทำสัญญาว่าจะไม่ยุ่งเกี่ยวกัน ก็ไม่มีอะไรดีขึ้น หน่วยงานก็บอกว่าเขาทำอะไรมากกว่านี้ไม่ได้ ตอนนี้หนูห่วงแม่ที่สุด เพราะแม่ก็เพิ่งตรวจพบว่าป่วยเป็นมะเร็ง ร่างกายเขาก็แย่แล้ว จิตใจต้องมาเจอเรื่องอะไรพวกนี้อีก หนูก็เลยติด Digital door lock เพื่อความปลอดภัยของแม่มากขึ้น แต่ล่าสุดเมื่ออาทิตย์ที่แล้ว เขาก็พยายามใส่รหัส แล้วก็จะพังประตู พวกหนูก็เลยแจ้งตำรวจอีก เขามาและก็กลับไปเหมือนเดิม... โดยเรื่องนี้ ทั้ง 3 ดีเจได้ให้ความคิดเห็นตรงกันว่า 'ควรที่จะออกมาจากบ้านหลังนี้ก่อน เพราะสถานการณ์ค่อนข้างอันตราย เรื่องที่พ่อใช้ความรุนแรงก็เพิ่งเกิดเมื่อสัปดาห์ก่อนนี่เอง อยากจะให้ถอยออกมาตั้งหลัก คิดหาทางออกในที่ที่ปลอดภัยก่อน การขายตึก หรือ ประกาศขาย อาจจะไม่ใช่ทางออกทั้งหมดของเรื่องนี้ แนะนำให้ ประกาศขายออนไลน์ หาคนมาซื้อตึกอีกที แล้วถ้าคุณแม่มีญาติ ลองขอย้ายไปอยู่บ้านญาติก่อนดีไหม? มันเป็นกรณีฉุกเฉิน คุยกับญาติเลย เพราะการอยู่ต่อไปในบ้านหลังนี้ อาจจะก่อให้เกิดอันตรายได้ ลองติดต่อหา มูลนิธิ เพจ หรือ สื่อต่างๆ ที่รับเรื่องนี้ พอเรื่องมันดัง มีคนให้ความสนใจ เจ้าหน้าที่ตำรวจอาจจะหันมาสนใจเรื่องนี้มากขึ้น เพราะเดี๋ยวนี้ น่าแปลกใจที่สังคมเป็นแบบนี้ไปแล้ว คนหันไปหาช่องทางช่วยเหลืออื่นๆแทนที่จะไปแจ้งความเพียงอย่างเดียว สุดท้ายทั้ง 3 ดีเจขอส่งกำลังใจไปถึงน้องหลิน ครอบครัว และ ทุกคนในครอบครัวด้วยนะ มีอะไรสามารถอัปเดตเพิ่มเติม ติดต่อทางทีมงานเรามาได้ตลอดเลย'เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

แม่หนูเปลี่ยนคู่นอนบ่อยมาก จนหนูเริ่มสังเกตว่าผิดปกติ ไปเจอว่าแม่ขายบริการทาง X มีลูกค้าติดต่อมา รับงานเรื่อยๆ หลังๆมาแม่เพิ่งทราบว่ามีเชื้อ HIV แต่แม่ก็ยังไม่หยุดทำงานนี้ ค่าตัวที่แม่รับ ทำหนูตกใจกว่าเดิม 200 – 300 บาท จะทำยังไงดีคะให้แม่เลิก

26 ก.ค. 2024

แม่หนูเปลี่ยนคู่นอนบ่อยมาก จนหนูเริ่มสังเกตว่าผิดปกติ ไปเจอว่าแม่ขายบริการทาง X มีลูกค้าติดต่อมา รับงานเรื่อยๆ หลังๆมาแม่เพิ่งทราบว่ามีเชื้อ HIV แต่แม่ก็ยังไม่หยุดทำงานนี้ ค่าตัวที่แม่รับ ทำหนูตกใจกว่าเดิม 200 – 300 บาท จะทำยังไงดีคะให้แม่เลิก

“คุณมิ้นต์ (นามสมมติ)” อายุ 23 ปี สายที่แรกในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ [24 ก.ค. 67] ได้โทรเข้ามาปรึกษา ‘ดีเจเผือก – ดีเจเติ้ล – ดีเจต้นหอม’ เกี่ยวกับปัญหาแม่ติดเชื้อ HIV แต่ยังขายบริการอยู่ โดย “คุณมิ้นต์ (นามสมมติ)” เล่าว่า ‘เรื่องนี้เป็นเรื่องของแม่หนู พ่อกับแม่หนูแยกทางกันตั้งแต่เด็ก หนูอยู่กับพ่อ ส่วนน้องสาวอยู่กับแม่ แม่หนูอายุ 45 ปี จะเป็นคนที่มีนิสัยเปลี่ยนแฟนบ่อยแทบทุกเดือน ช่วงที่หนูเด็กๆ เวลาแม่มาเยี่ยมเค้าก็จะเปลี่ยนแฟนทุกครั้ง จนหนูไม่อยากให้แม่มาหาเพราะคนแถวบ้านเค้าก็จะนินทาเรื่องที่แม่มาหาแล้วเปลี่ยนแฟน มีอยู่ครั้งหนึ่งที่แม่มาหาแล้วเหมือนจะคืนดีกับพ่อ พอผ่านไปอยู่ดี ๆ เค้าก็กลับบ้านไปพร้อมกับผู้ชายอีกคนหนึ่ง ซึ่งตอนนั้นแม่หนูไม่มีโทรศัพท์แต่เจอผู้ชายคนนั้นที่ขนส่งเลยพาเค้ากลับบ้าน แล้วเหมือนแฟนเก่าแม่ก็ไปเจอทวิตเตอร์แม่ที่ขายบริการด้วย หนูก็เลยถามน้องสาว ซึ่งน้องสาวก็ไม่รู้ จนเวลาผ่านไป 3 ปี แม่ก็กลับมาบอกว่าเค้าป่วยและอยากให้หนูไปหา หนูเลยถามเค้าว่าเค้าป่วยเป็นอะไร? เค้าก็บอกว่าเค้าเป็นโรคที่คนรังเกียจ หนูก็เลยพาเค้าไปตรวจเลือดที่โรงพยาบาล ผลปรากฎว่าแม่หนูเค้าติดเชื้อ HIV แล้วหนูก็ให้เงินไปรักษา เพราะเค้าบอกว่าเค้าไม่สามารถทำงาน หาเงินได้แล้ว หนูก็เชื่อใจเค้า เพราะเค้าบอกเค้าจะหยุดเรื่องผู้ชายก็เลยช่วยเหลือเค้าไป จนผ่านมาประมาณเดือนกว่า หนูก็เห็นเค้าโพสต์ในเฟซบุ๊กว่าเหงา อยากหาคนมาอยู่ด้วยหรือใครสักคนที่รักเค้าไปเลี้ยง หนูก็เริ่มเอะใจว่าเค้าไม่ได้เลิกทำเหมือนที่เค้าบอก เลยไปเสิร์ชในทวิตเตอร์ก็เจออีกว่าเค้ายังขายบริการอยู่ แต่ที่หนูตกใจคือเค้ารับแบบไม่ป้องกันด้วย หนูก็เลยไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นบอกเค้ายังไง หนูเคยพูดเรื่องนี้ไปแล้วเพราะว่าน้องสาวที่อยู่กับเค้าก็มีนิสัยเหมือนเค้าเลย คือมีพฤติกรรมเปลี่ยนแฟนทุกเดือน และหนูก็เคยเตือนเค้าไปแล้ว เค้าก็บอกว่าเค้าเลิกแล้ว ที่หนูกลัวคือแม่หนูเค้าขายถูกมาก 200 - 300 หนูก็กลัวว่าคนที่มาซื้อแม่จะมารับเชื้อไปแพร่ต่อในครอบครัว หนูไม่รู้จะเริ่มต้นบอกเค้ายังไงให้เค้าหยุดเพราะหนูรู้สึกว่ามันเป็นตราบาป ปกติแม่หนูจะฟังรายการพุธทอล์คพุธโทร เค้าจะแชร์หน้าเฟสอยู่บ่อย ๆ เลยอยากให้พี่ ๆ พูดถึงแม่ว่าสิ่งที่เค้าทำมันเป็นยังไง? โดย “ดีเจต้นหอม” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘ทุก ๆ การกระทำของคนที่เป็นแม่ มันส่งผลถึงลูกอยู่แล้ว ทีนี้ลูกโทรเข้ามาแม่ก็ต้องคิดแล้วว่าที่ผ่านมาเราทำหน้าที่แม่ดีพอแล้วรึเปล่า ทำไมเราถึงทำให้ลูกเราทุกข์ขนาดนี้ แล้วสิ่งที่ลูกเรากำลังเป็นห่วงอยู่ มันเป็นเหตุผลที่ฟังขึ้นรึเปล่า คุณแม่ควรคุยกับลูก บางทีลูกก็ไม่กล้าที่จะเปิดใจหรือพูดคุยกับคุณแม่ แม่ลองเป็นฝ่ายเข้าหาลูกดู ลูกโทรเข้ามาวันนี้ก็ไม่มีอะไรมากนอกจากห่วง ฉะนั้นแม่ลูกควรพูดคุยกัน และสิ่งที่ลูกบอกคือไม่อยากให้แม่แพร่เชื้อ แม่ก็ลองหาวิธีดูว่าแม่จะไม่แพร่เชื้อได้อย่างไร ส่วนลูกค้าที่มาใช้บริการหอมว่าชั่งหัวมัน เพราะการไม่ใส่ถุง โอกาสของการติดเชื้อมันมีอยู่แล้ว ชั่งหัวลูกค้ามัน เอาเรื่องความสัมพันธ์ของแม่ลูกดีกว่า ว่าวันนี้เราจะดูแลสภาพจิตใจลูกเรายังไง เรามีคำตอบอะไรให้ลูกเรา ยังไงหน้าที่แม่ก็ลาออกไม่ได้ ฝากคุณแม่เรื่องนี้ละกัน’ ต่อมา “ดีเจเผือก” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘ผมไม่แน่ใจย่าคุณแม่จะติดขัดเรื่องเงินมากน้อยแค่ไหน แต่รู้สึกว่าสุดท้ายแล้วเราก็ต้องคิดถึงคนอื่นบ้าง เข้าใจว่าชีวิตที่ลำบากมันทำให้ต้องคิดถึงตัวเราก่อน แต่ว่าในขณะที่เราต้องการพาตัวเราให้รอด ไม่ว่าจะปัญหาอะไรก็ตาม เราก็ไม่ควรพาเอาชีวิตคนอื่นเค้าแย่ไปด้วย ผมไม่รู้ว่าแม่ถือหรือเชื่อเรื่องอะไร แต่จริง ๆ บาปกรรมเราคงไม่ได้เห็นเป็นรูปธรรม แต่ว่าถ้าพูดถึงกรรม กรรมก็คือผลของการกระทำ ทุกอย่างที่เราทำมันมีผลเสมอ มันอาจจะไม่ได้ตกถึงแม่ แต่วันนี้ความทุกข์มันตกถึงลูกอย่างมหาศาล ถึงแม้จะไม่ใช่ความรับผิดชอบอะไรของเค้าเลยก็ตาม มิ้นเองก็ไม่จำเป็นต้องใส่ใจก็ได้ ชีวิตใครชีวิตมัน แม้กระทั่งลูกสาวังมีความรู้สึกผิดชอบชั่วดีมากกว่าเรา ผมว่ามันมีอะไรที่ผิดไปแล้ว อย่างน้อยที่สุดที่จะพอนึกถึงคนอื่นได้บ้างก็ป้องกัน แต่อย่างน้อยที่สุดมันก็คิดถึงชีวิตคนอื่นได้บ้าง’ สุดท้าย “ดีเจเติ้ล” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘จริง ๆ ก็เคารพในการตัดสินใจที่จะทำอะไร เพราะมันก็ชีวิตใครชีวิตมัน มันก็อาจจะเป็นหนทางเดียวที่คุณแม่มีอยู่ตอนนี้ก็เป็นได้ ซึ่งเติ้ลก็ไม่สามรถไปตัดสินได้ ว่าอย่าทำแบบนั้น อย่าทำแบบนี้ แต่อย่างน้อย ๆ การกระทำของคนทำอะไรก็ได้ที่ไม่ทำให้ตัวเองและคนอื่นเดือดร้อน แต่สิ่งที่คุณแม่ตัดสินใจทำอยู่ตอนนี้มันมีส่วนที่จะทำให้คนอื่นเดือดร้อนแล้วตัวเองด้วย ไม่รู้ว่าตอนนี้คุณแม่ป่วยขนาดไหน แต่การที่คุณแม่ขายบริการโดยใช้เรื่องการสดเป็นการดึงดูดมันเหมือนเป็นการทำร้ายคนอื่นทางอ้อม เพราะว่าการเป็นโรคนี้ไม่ใช่แค่คนที่มาใช้บริการจะติดได้ แต่ถ้าคนนั้นเค้าไปมีอะไรกับภรรยาหรือคนอื่น ๆ มันก็มีสิทธิ์ที่จะแพร่ไปได้อีก และมันจะควบคุมความเสียหายไม่ได้ อยากให้คิดดี ๆ การที่แค่จะให้ตัวเองรอดโดยที่ไม่สนว่าคนอื่นจะเป็นยังไง มันสมควรแล้วมั้ยกับทางรอดของตัวเองในแบบนั้น เท่าที่น้องมิ้นเล่าให้ฟังมีน้องสาวที่เห็นคุณแม่เป็นตัวอย่าง อยากให้รู้ว่าบางอย่างไม่ใช่เราตัดสินใจแล้วจะทำได้เลย คิดหน้าคิดหลังว่าจะมีใครได้ผลกระทบจากสิ่งที่เราทำไหม’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

อายุ 27 เปลี่ยนงานมา 10 กว่าที่แล้ว งานแรกอยู่นานสุด 3 ปี เคยไปทำได้เดือนเดียว สองเดือน หรือ บางที่ไปทำวันเดียว ผมก็ออกมาเลย รู้สึกไม่โอเคกับสังคม เพื่อนร่วมงานที่อื่น วนลูปแบบนี้มานานแล้ว

24 มิ.ย. 2024

อายุ 27 เปลี่ยนงานมา 10 กว่าที่แล้ว งานแรกอยู่นานสุด 3 ปี เคยไปทำได้เดือนเดียว สองเดือน หรือ บางที่ไปทำวันเดียว ผมก็ออกมาเลย รู้สึกไม่โอเคกับสังคม เพื่อนร่วมงานที่อื่น วนลูปแบบนี้มานานแล้ว

อายุ 27 เปลี่ยนงานมา 10 กว่าที่แล้ว งานแรกอยู่นานสุด 3 ปีเคยไปทำได้เดือนเดียว สองเดือน หรือ บางที่ไปทำวันเดียว ผมก็ออกมาเลยรู้สึกไม่โอเคกับสังคม เพื่อนร่วมงานที่อื่น วนลูปแบบนี้มานานแล้วตอนนี้ผมเพิ่งผ่านโปรงานปัจจุบัน แต่ความรู้สึกนั้นเริ่มกลับมาอีกแล้ว “คุณโต๋ (นามสมมติ)” อายุ 27 ปี สายที่สี่ในรายการพุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา [19 มิ.ย. 67] ได้โทรเข้ามาปรึกษา ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม เกี่ยวกับปัญหาการเปลี่ยนงาน โดย “คุณโต๋ (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘ผมรู้สึกว่าตัวเองเปลี่ยนงานบ่อยมากเลย คือ ผมเรียนจบสายสังคมศาสตร์ หลังจากที่ผมเรียนจบมา ผมได้มีโอกาสเข้าไปทำงานที่แรกเกี่ยวกับงานบริการ อาจจะไม่ตรงกับสายที่เรียน แต่ก็ยังได้ใช้ความรู้ที่เรียนมาอยู่บ้าง ทำได้อยู่ 3 ปี ซึ่งเพื่อนร่วมงานก็ดี คอยช่วย คอยซัพพอร์ต คอยให้กำลังใจกัน เวลาโดนหัวหน้าด่าหรือโดนกดดันแต่พอได้เจอเพื่อน มันก็ยังอยู่ได้ จนผ่านมา 2 – 3 ปีเพื่อนก็ทยอยลาออกกันไปหมด แล้วต่อมาผมก็ลาออก เพราะผมต้องไปบวช ซึ่งใช้เวลาในการบวชค่อนข้างนานอยู่ และอยากออกไปหาประสบการณ์ใหม่ด้วย แต่ก็ไปทำงานที่ไหนก็ทำได้ไม่เคยถึงปีเลย ส่วนใหญ่เหตุผลที่ลาออก บางทีไปเจอสภาพแวดล้อมการทำงาน หรือว่าบรรยากาศการทำงานที่มันรู้สึกอึดอัด ต้องเจอเพื่อนร่วมงานหรือหัวหน้างานที่กดดัน พอเราเข้าไปแล้วเหมือนเราเป็นเด็กใหม่ แล้วพยายามปรับตัวเข้าหาเขา แต่พออยู่ไปสักพักเหมือนเราเข้ากับเขาไม่ได้เลย หลังจากลาออกจากที่ทำงานที่แรก ผมเปลี่ยนที่ทำงานไปก็รวมๆ 10 ที่ได้แล้ว ในระยะเวลา 2 ปี ระยะเวลาในการทำงานที่สั้นสุด 1 - 2 วันก็ไม่ไปแล้ว ซึ่งสภาพแวดล้อมที่ผมต้องการ คือ อยากเจอเพื่อนร่วมงานที่ดี และระยะทางของการไปทำงาน ที่ทำงานอยู่ตอนนี้ ผมทำงานผ่านโปรมาได้ 4 – 5 เดือนแล้ว ผมมีความรู้สึกกลับไปวนลูปเดิม รู้สึกอยากเปลี่ยนงานอีกแล้ว รู้สึกที่นี่ไม่เหมาะกับเราอีกแล้ว เพราะเวลาที่ผมไปตามงานหรือถามงานอะไร เพื่อนร่วมงานหรือหัวหน้าเหมือนหงุดหงิดใส่ คุยกับผมเหมือนไม่อยากคุย แกล้งบ้าง หรือไม่อยากตอบบ้าง ซึ่งเวลาพี่ๆเขาสอน ผมก็จดไว้ตลอด แต่คำถามส่วนใหญ่เป็นคำถามเรื่องใหม่ตลอด ผมอยากปรึกษาพี่ๆดีเจว่าผมจะทำยังไงดี?เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

แฟนหนู โทรมาบอกว่า เขากำลังจะเปิดช่องใหม่ใน TIKTOK จะทำ Content เกี่ยวกับไปสัมภาษณ์สาวๆ หนูกลัวว่ามันจะกลายเป็นปัญหาในอนาคตรึเปล่า เพราะที่ผ่านมา เขาเคยนอกใจเรามาแล้ว 4-5 ครั้ง จะยินดีที่แฟนเริ่มทำอะไรใหม่ๆ หรือ ควรกังวลกับเรื่องนี้...

21 พ.ย. 2025

แฟนหนู โทรมาบอกว่า เขากำลังจะเปิดช่องใหม่ใน TIKTOK จะทำ Content เกี่ยวกับไปสัมภาษณ์สาวๆ หนูกลัวว่ามันจะกลายเป็นปัญหาในอนาคตรึเปล่า เพราะที่ผ่านมา เขาเคยนอกใจเรามาแล้ว 4-5 ครั้ง จะยินดีที่แฟนเริ่มทำอะไรใหม่ๆ หรือ ควรกังวลกับเรื่องนี้...

แฟนหนู โทรมาบอกว่า เขากำลังจะเปิดช่องใหม่ใน TIKTOKช่องเก่าผู้ติดตามเยอะแล้ว อยากขยาย Target ทำ Content ใหม่ๆแฟนกับเพื่อน 4 คนจะทำ Content เกี่ยวกับไปสัมภาษณ์สาวๆตามสถานบันเทิง ฟิลถามสเปค ขอเปิดวาร์ป ขอคอนแท็คติดตามแฟนหนูตอบตกลงไปแล้ว ไม่ได้โทรมาขออนุญาตหนูเลยหนูกลัวว่ามันจะกลายเป็นปัญหาในอนาคตรึเปล่าเพราะที่ผ่านมา เขาเคยนอกใจเรามาแล้ว 4-5 ครั้งจะยินดีที่แฟนเริ่มทำอะไรใหม่ๆ หรือ ควรกังวลกับเรื่องนี้... “คุณพลอย (นามสมมติ)” อายุ 31 สายที่ 2 ในรายการ พุธทอล์คพุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (19 พฤศจิกายน 2568) ได้โทรเข้ามาปรึกษา “ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม” เกี่ยวกับ แฟนเป็นคอนเทนต์ครีเอเตอร์ จะไปทำคอนเทนต์สัมภาษณ์ผู้หญิง แต่กลัวว่าเขาจะมีอะไรแอบแฝง โดย “คุณพลอย (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘หนูคบกับแฟนมาสิบกว่าปีแล้ว เคยเลิกกันไปครั้งนึง แต่กลับมาคบกันและเราแยกกันอยู่ แฟนหนูทำอาชีพเกี่ยวกับคอนเทนต์ครีเอเตอร์ ทำเกี่ยวกับ TikTok / IG พวกคอนเทนต์ปั้นยอดวิว ทำมาหลายปีแล้ว และผลตอบรับค่อนข้างดี เมื่อวานเขาโทรมาคุยกับหนูว่า เขากับเพื่อน 4 คนปรึกษากัน อยากเปิดช่องใหม่ทำร่วมกัน เป็นคอนเทนต์ไปสถานบันเทิง เกี่ยวกับการสัมภาษณ์ผู้หญิงโดยเฉพาะ เป็นการสัมภาษณ์ถามเกี่ยวกับไลฟ์สไตล์ การแต่งตัว หรือสเปคผู้ชายที่ชอบ โดยแฟนหนูจะเป็นพิธีกรในการสัมภาษณ์ การโทรมาของเขาคือแค่แจ้งให้หนูทราบ ว่าเขาทำไปแล้วนะ แต่หนูกลับมีคำถามในใจ หนูควรยินดีกับเขา แต่อีกใจหนูมันก็รู้สึกตงิดว่า อันนี้มันมีจุดประสงค์แอบแฝงมั้ย ย้อนกลับไปตอนที่หนูเลิกกับแฟน แฟนหนูเขาไปแฮงค์เอ้าท์กับเพื่อนคนหนึ่ง ซึ่งเพื่อนคนนี้ กำลังจะมาเป็นพิธีกรร่วมด้วยในรายการนี้ แล้วคนนี้เหมือนเป็นตัวชง ให้แฟนหนูติดต่อกับผู้หญิงคนนู้นคนนี้ ทีนี้หนูก็เลยรู้สึกไม่มั่นใจ ตงิดในใจ หนูก็อยากยินดีกับเขา แต่อีกใจก็ไม่ได้ชอบใจเท่าไหร่ ตั้งแต่คบกันมา แฟนเคยนอกใจหนูไปแบบ 2 ปีครั้ง นับได้ก็ประมาณ 4 - 5 เคสได้ เขาคุยกับคนอื่นแต่หนูจับได้ แต่เขาก็เลือกหนูมาตลอดที่ผ่านมา ตอนที่เลิกกันล่าสุด ตอนแรกหนูก็เข้าใจว่าคงหมดรักกันทั้งคู่ แต่สุดท้ายหนูไปเห็นแชทย้อนหลัง ที่เขาไปคุยกับผู้หญิง หนูกลัวเหตุการณ์มันจะซ้ำรอย หนูอยากให้อิสระเขาในการใช้ชีวิต เพราะหนูก็อยากได้อิสระเต็มที่เหมือนกัน’ ปัญหาของพลอยที่อยากจะปรึกษาดีเจทั้ง 3 คนคือ “จะจัดการกับความคิด ความรู้สึกตัวเองยังไงดีคะ?” เริ่มด้วย “ดีเจเติ้ล” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘ถ้าเพื่อจะให้เขาไปทำรายการได้ แล้วคู่ของหนูไปต่อ หนูต้องคิดว่า ต่อให้ไม่ต้องไปเจอผู้หญิงทุกคืนเขาก็นอกใจได้ เพราะที่ผ่าน ๆ มาเขานอกใจลับหลังหนูทั้งนั้น เพราะฉะนั้นมันคือตรรกะเดียวกันว่า เขาจะไปทำเมื่อไหร่ก็ได้ ไม่มีทางที่หนูจะไม่เจอเรื่องแบบนี้ ถ้าตอนนี้ยังไม่เกิดก็ช่างมัน แต่ถ้าเกิดเมื่อไหร่ อันนี้ต้องเป็นอีกคำถามนึง ที่หนูต้องถามตัวเองว่า หนูยังจะปล่อยเรื่องนี้ให้เป็นการตัดสินใจของเขาอีกหรอ’ ต่อด้วย “ดีเจเผือก” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘ต้องพยายามไม่ไปคาดหวังอะไรกับเขา ถ้าคนมันจะได้คู่กัน มันก็คงต้องซื่อสัตย์ต่อกัน ต้องไว้ใจกันได้ เพราะฉะนั้นถ้าคน ๆ นึงยังไว้ใจไม่ได้ แล้วยังมาทำไม่ดีกับเราอีก มาอ้างเรื่องงานอย่างนี้ ก็ดูกันที่ผลลัพธ์ วันดีคืนดีถ้านอกใจก็ค่อยเคลียร์กัน ถ้าเรามัวแต่ไประแวดระวังมันเสียเวลา ขนาดเขาไม่ทำงานตรงนั้นยังเกิดขึ้นเลย ก็แค่เปอร์เซ็นต์ตรงนี้มันจะมากขึ้นมาหน่อย’ และก่อนที่ “ดีเจต้นหอม” จะให้คำปรึษา ก็ได้ถามกลับไปยังคุณพลอยว่า ‘ถ้าเขานอกใจอีกครั้งนึง จะเลิกเลยมั้ย?’ ด้านคุณพลอยก็ตอบกลับว่า ‘อาจจะยังน้า’ “ดีเจต้นหอม” จึงให้คำปรึกษาว่า ‘เขาไม่มีทางนอกใจหนูหรอก เขาเลิกกับหนูมา 5 ครั้งแล้ว เขาเลือกหนูทุกครั้ง มันแสดงออกถึงความรักแล้ว หนูระแวงอะไร เขาไปทำงานเพื่ออนาคตของหนูกับเขาไง เรามีหน้าที่ซัพพอร์ตเขาอยู่แล้ว หนูอยู่กับเขามาตั้งสิบกว่าปี เขารักหนูขนาดไหน มีคนอื่นทุก 2 ปี เขายังเลือกหนูทุก 2 ปี แปลว่าเขารักผู้หญิงคนนี้มาก น้องคนนั้นที่สัมภาษณ์มันแค่ฉาบฉวย สุดท้ายเกิดอะไรขึ้นเขาก็เลือกหนู’เรื่องราวทั้งหมดนี้จะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App AtimeFungFin

album
efm
-

-