แฟนชอบยียวนกวนประสาท เวลาขอให้ช่วยอะไรชอบลีลา จะแก้เผ็ดเขาอย่างไรดีคะ?

พุธทอล์ค พุธโทร RECAP

แฟนชอบยียวนกวนประสาท เวลาขอให้ช่วยอะไรชอบลีลา จะแก้เผ็ดเขาอย่างไรดีคะ?

25 ก.ย. 2026

แฟนชอบยียวนกวนประสาท

เวลาขอให้ช่วยอะไรชอบลีลา

จะแก้เผ็ดเขาอย่างไรดีคะ?

           ‘คุณลูซี่ (นามสมมุติ)’ สายที่ 2 ในรายการ พุธทอล์คพุธโทร เมื่อวันพุธที่ผ่านมา (23 กันยายน 2569) ได้โทรมาปรึกษา ‘ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจอ้อม’ เกี่ยวกับเรื่องที่แฟนหนุ่มมักจะยียวนกวนประสาทเธออยู่บ่อยครั้ง

           ‘คุณลูซี่ (นามสมมุติ)' อายุ 41 ปี เล่าว่าเธอประกอบอาชีพขายอาหารออนไลน์ ช่วงหลัง 5 โมงเย็น เป็นเวลาที่ออเดอร์ยุ่งมาก จึงต้องการให้แฟนหนุ่มมาช่วย แต่เขามักจะมีธุระในเวลาที่คุณลูซี่ต้องการความช่วยเหลืออยู่เสมอ

           ปัญหาคือ ไม่ใช่ว่าเขาไม่อยากช่วย แต่เขาจงใจยียวนกวนประสาทเธอมากกว่า เพราะไม่ใช่ว่าแฟนจะไม่มาช่วยเลย แต่เขาจะต้องขอให้ได้ลีลาสักนิด ไม่ว่าจะไปกินน้ำก่อนค่อยมาช่วย แวะล้างมือ แวะเปิดตู้เย็นก่อน ไม่ยอมทำให้สิ่งที่คุณลูซี่ขอในทันที แฟนหนุ่มเองก็รู้ทั้งรู้ว่าหากทำแบบนี้คุณลูซี่จะอารมณ์เสีย แต่เขาก็ดูเหมือนจะชอบที่เธอเป็นแบบนั้น

           คุณลูซี่นิยามความสัมพันธ์นี้ว่า ‘นายปั่น’ กับ ‘ยัยป่วน’ ส่วนตัวเธอเป็นอารมณ์ขึ้นง่าย ยิ่งขายดี ยิ่งหงุดหงิด หนุ่มข้างกายก็ยิ่งแกล้ง ยิ่งเขาปั่นหัวเธอได้ เขาก็ยิ่งสะใจไปอีก

           นอกจากนี้เธอยังเสริมว่า เธอขายเฉพาะช่องทางออนไลน์ เวลาทุกนาทีเป็นเวลาที่ทั้งลูกค้าและไรเดอร์ต้องรอ ทำให้เธอต้องเร่งมือในการทำ และรายละเอียดในการจัดการแต่ละออเดอร์ค่อนข้างเยอะทำให้ต้องใช้สมาธิมาก บางออเดอร์ก็สั่งหลายอย่าง เธอจะต้องจัดการทั้งหมดด้วยตนเองคนเดียว โดยเธอจะทำอาหารอยู่บริเวณครัวหลังบ้าน และต้องนำออเดอร์ไปส่งให้ไรเดอร์บริเวณหน้าบ้าน ระยะทางค่อนข้างลึก เธอจึงต้องการให้แฟนช่วยนำอาหารไปให้ไรเดอร์ เพื่อที่เธอจะได้เริ่มทำออเดอร์ถัดไปต่อเลย ไม่ต้องเสียเวลาเดินไป-มา

           แต่แฟนก็ลีลามาก กว่าจะลุกก็ใช้เวลา แถมไม่ได้เดินมาช่วยเธอในทันที แต่จะต้องมีการแวะเปิดตู้เย็นก่อน เธอก็จะเร่งเขาเพราะไรเดอร์กำลังรอ เขาก็จะตอบกลับว่า “กินน้ำเสร็จเดี๋ยวเดินเอาออกไปให้”

           คุณลูซี่เล่าต่อว่า เธอจะเตรียมเนื้อเสร็จช่วงบ่าย 2-3 และจะมีเวลางีบสักพัก จากนั้นช่วง 4 โมงเย็น คุณลูซี่ก็จะเริ่มทำออเดอร์ ในช่วงเวลานั้นเขาก็รับปากว่าจะช่วยส่งออเดอร์ แต่เมื่อออเดอร์เข้ามาทำเสร็จไม่ถึง 10 นาที เขาดันหลับ ทั้งที่ก่อนหน้านั้นไม่กี่นาทียังพูดคุยกันอยู่เลย เรียกก็ไม่ตื่น ซึ่งเป็นการหลับจริง ๆ ทั้งบ่ายที่ว่างเขาไม่แม้แต่จะนอนหลับ แต่ดันมาหลับในตอนที่คุณลูซี่ต้องการให้ช่วยส่งออเดอร์

           ในการขายอาหารออนไลน์นี้เป็นรายได้ส่วนตัวของคุณลูซี่ ไม่ใช่รายได้หลักของครอบครัว และแฟนก็ประกอบอาชีพอื่นด้วย โดยแฟนจะกลับมาบ้านช่วงบ่าย เธอจึงจะขอให้เขาช่วย

           เหตุการ์ยังมีอีก โดยเธอเล่าว่าแฟนหนุ่มมีอาชีพเป็นช่างซ่อมรถ เคยมีเหตุการณ์ที่ข้างบ้านนำรถมาฝากซ่อมตั้งแต่ช่วงบ่าย เขาก็รับรถไว้แล้วก็นั่งเล่นไม่ยอมไปซ่อมเสียที เธอจึงทักท้วงว่า “ไม่ไปซ่อมหรอ” เขากลับบอกว่า “รอมีอารมณ์ก่อนค่อยทำ” และเขาก็ลุกขึ้นมาทำตอน 5 โมงเย็น ทั้งที่เธอเคยกำชับกับเขาว่า “ห้ามล้างพื้นช่วง 5 โมงเย็น เพราะพื้นจะลื่น ส่งออเดอร์ลำบาก”

           โดยแฟนหนุ่มมักจะเป็นอย่างนี้เสมอมากับทุกเรื่อง ขอให้ได้ยียวนกวนประสาทเธอก่อนจึงค่อยช่วย คุณลูซี่เล่าเสริมว่า ตั้งแต่คบกันแรก ๆ เธอเคยไปดูหมอดูมา เขาบอกว่า “แฟนคนนี้ดีนะ แต่ถ้าไม่ได้กวนประสาทจะท้องอืด จะต้องกวนประสาทให้ได้ก่อน พอเธออารมณ์เสียเขาจะรู้สึกดีเลย” ซึ่งเวลาที่เขาไม่ได้แกล้งคุณลูซี่เขาก็จะมีอาการหงุดหงิด

           แฟนหนุ่มรู้ดีว่าเวลาทำออเดอร์คุณลูซี่จะตั้งใจมาก เขาจึงมายืนนิ่ง ๆ ด้านหลัง ด้วยความที่พื้นฐานเธอเป็นคนขี้ตกใจ พอหันไปเห็นแฟนเธอก็จะกรี๊ดและสะดุ้งขึ้นมา เขาก็จะพูดว่า “อะไรของเธอเนี่ย” แต่เขากลับยืนขำท่าทางของเธอ เรียกได้ว่าเป็นคนขี้แกล้ง รู้ว่าเธอจะตกใจแต่ก็ยังแกล้ง โดยแฟนเธอก็เป็นแบบนี้ตั้งแต่คบกันแรก ๆ เลย

           เธอเล่าอีกว่า ด้วยที่แฟนหนุ่มเป็นคนเฟรนด์ลี่ หลาย ๆ ครั้งที่ไรเดอร์รอออเดอร์อยู่ แทนที่เขาจะรีบเข้าบ้านไปนำอาหารมาส่ง แต่เขาเลือกที่จะคุยกับพี่ไรเดอร์ก่อนเพราะเป็นคนที่มารับอาหารในร้าน เธอก็จะต้องตะโกนเรียกให้เขามานำออเดอร์ไปส่งเพราะกลัวว่าออเดอร์จะปะปนกัน แต่แฟนก็ไม่มาเอาสักทีจนเธอต้องออกไปเรียกหน้าบ้าน

           คุณลูซี่ย้ำว่าที่ผ่านมายังไม่ได้มีการทะเลาะกันจริงจัง จะเป็นการที่คุณลูซี่โวยวายใส่เขา และทุกครั้งที่ด่าไปเขาก็จะทำลอยหน้าลอยตาใส่เธอ โดยสุดท้ายหากเธองอนเขาก็จะมาง้ออยู่ดี คุณลูซี่จึงต้องการวิธีแก้เผ็ดแฟนจากดีเจทั้งสามท่าน

           โดยเริ่มจาก ‘ดีเจเติ้ล’ กล่าวว่า “ตั้งนาฬิกาทุกอย่างให้ช้ากว่าเวลาจริง 1 ชั่วโมง เพื่อเขาจะได้ทำทุกสิ่งเร็วขึ้น 1 ชั่วโมง ส่วนโทรศัพท์เขาให้เอาไปซ่อนเลย”

           คุณลูซี่เล่าเสริมว่า แฟนจะต้องตื่นไปส่งของตอน 6 โมงเช้า ซึ่งเธอเพิ่งจะได้นอนก็ตอนตี 1 พอเริ่มหลับลึกเขาก็จะมากวนเธอแล้ว จะได้นอนจริง ๆ อีกทีก็ตอนเขาออกไปทำงานแล้ว

           ถัดมาที่ ‘ดีเจเผือก’ กล่าวว่า “พี่ไม่มีวิธีแก้เผ็ด รู้สึกว่าเขาไม่ผิดอะไร เพราะเขาเสมอต้นเสมอปลายเป็นอย่างนี้ตั้งแต่วันแรกที่คบกัน และคุณลูซี่เป็นคนเลือกเขามาดังนั้นอย่าเรียกร้องให้เขาเปลี่ยนอะไร เป็นคุณลูซี่ต่างหากที่เปลี่ยนไป เดิมรักคนแบบนี้ พอมาปัจจุบันนี้งอแงได้อย่างไร จงอยู่กันอย่างสม่ำเสมอต่อไป”

           ‘ดีเจอ้อม’ ถามเสริมว่า “วันแรกที่เขาเป็นแบบนี้ เอ็นดูเขาไหม” 

           คุณลูซี่ ตอบว่า “ไม่โมโหอย่างนี้ตั้งแต่วันแรก” 

           ‘ดีเจทั้งสามท่าน’ จึงถามต่อว่า “ทำไมไม่เลิกตั้งแต่วันนั้น เลือกเขามาทำไม” 

           คุณลูซี่ ตอบว่า “นิสัยมันเลว แต่เอวมันดี”

           สุดท้าย ‘ดีเจอ้อม’ กล่าวว่า “พี่ไม่มีวิธีแก้  ในเมื่อชอบตั้งแต่วันแรก วันแรกเขาก็กวนแบบนี้ เป็นสิ่งที่เราต้องรับ เสียหลายเรื่องแต่ดีเรื่องหนึ่งที่คุณลูซี่เลือกเอง”

เรื่องราวจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทาง

มีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATION

รับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 20.00 –23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin
 

related พุธทอล์ค พุธโทร RECAP

พ่อหนูเป็นคนเจ้าชู้มาก มีเมียมาแล้ว 8 คน มีลูก 11 คน เพิ่งรู้ว่าพ่อยังมีเด็กเลี้ยงอีกคนนึง ปรากฏว่า เป็นเพื่อนสนิทหนูเอง พอจับได้ถึงรู้ว่า ที่ผ่านมา ที่เพื่อนกินหรู อยู่คอนโด เปลี่ยนโทรศัพท์ใหม่ เป็นเงินจากพ่อเรา พีคสุด เจอแหวนพ่อที่ห้องเพื่อนด้วย

21 มิ.ย. 2024

พ่อหนูเป็นคนเจ้าชู้มาก มีเมียมาแล้ว 8 คน มีลูก 11 คน เพิ่งรู้ว่าพ่อยังมีเด็กเลี้ยงอีกคนนึง ปรากฏว่า เป็นเพื่อนสนิทหนูเอง พอจับได้ถึงรู้ว่า ที่ผ่านมา ที่เพื่อนกินหรู อยู่คอนโด เปลี่ยนโทรศัพท์ใหม่ เป็นเงินจากพ่อเรา พีคสุด เจอแหวนพ่อที่ห้องเพื่อนด้วย

พ่อหนูเป็นคนเจ้าชู้มาก มีเมียมาแล้ว 8 คน มีลูก 11 คน เพิ่งรู้ว่าพ่อยังมีเด็กเลี้ยงอีกคนนึงปรากฏว่า เป็นเพื่อนสนิทหนูเอง พอจับได้ถึงรู้ว่า ที่ผ่านมา ที่เพื่อนกินหรูอยู่คอนโด เปลี่ยนโทรศัพท์ใหม่ เป็นเงินจากพ่อเรา พีคสุด เจอแหวนพ่อที่ห้องเพื่อนด้วย “คุณเอ (นามสมมติ)” อายุ 20 ปี สายแรกในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (19 มิ.ย. 67) ได้โทรเข้ามาปรึกษา ‘ดีเจต้นหอม - ดีเจเติ้ล – ดีเจเผือก’ เกี่ยวกับปัญหาพึ่งรู้ว่าเด็กเลี้ยงของพ่อเป็นเพื่อนสนิทเราสมัยมัธยม โดย “คุณเอ (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘คุณพ่อเป็นคนที่เจ้าชู้ หน้าตาดี อายุยังไม่ถึง 50 ปี คุณพ่อเป็นคนมีเงิน ผ่านการแต่งงานมาทั้งหมด 8 ครั้ง และมีลูกทั้งหมด 10 คน ส่งเสียลูกทุกคน โดยคุณแม่ของหนูเป็นคนที่ 7 ส่วนตอนนี้คุณพ่ออยู่กับภรรยาคนที่ 8 ซึ่งหนูเรียนอยู่มหาลัยอาศัยอยู่กับคุณแม่ แต่หนูจะไปหาคุณพ่อบ่อยๆ เพราะสนิทกับคุณย่า และคุณพ่อก็จดทะเบียนกับภรรยาทุกคน ถ้าใครรับไม่ได้ก็จะหย่า เรื่องมันเกิดขึ้นตรงที่หนูมีเพื่อนสนิทตั้งแต่ประถมแต่อยู่คนละห้องกัน และก็มาสนิทกันอีกตอนมัธยม และเวลาหนูมีอะไรก็จะเล่าให้เขาฟัง รวมถึงเรื่องพ่อด้วย พอขึ้นมัธยมปลายเรารู้สึกว่าเขาดูมีเงินมากขึ้น ปกติเขาอยู่กับคุณแม่ 2 คน หนูก็ถามว่า “ไปทำอะไรมา ทำไมมี iPhone” มีอะไรหลายๆอย่างใช้ คือดูรวยมากกว่าเรา ซึ่งตอนนั้นเขายังยืมเงินหนูจ่ายค่าเทอมอยู่เลย เขาก็บอกว่า “แม่เขาได้ไปทำงานเป็นแม่บ้านของฝรั่ง นานๆกลับบ้านมาทีเลยส่งเงินมาให้” ส่วนตัวหนูไม่เคยพาเพื่อนผู้หญิงไปรู้จักคุณพ่อเลย และคุณพ่อก็จะไม่รู้จักเพื่อนผู้หญิงของเราสักคน เพราะเรารู้ว่าพ่อเราเป็นคนแบบนี้เผลอไม่ได้ ช่วงปิดเทอมหนูกลับมาที่บ้านต่างจังหวัด ซึ่งบ้านหนูและเพื่อนสนิทอยู่ใกล้กัน และเขาก็พยายามจะให้หนูไปบ้านเขาทั้งที่แม่เขาก็อยู่ ปกติเวลาหนูไปบ้านเขาก็จะทำกับข้าวและกินข้าวกับแม่เขา แต่วันนั้นเขาพยายามจะพูดให้หนูเข้าไปในห้องเขาให้ได้ ประมาณว่า “เห้ย เข้าไปห้องเรามั้ย เพิ่งติดโทรทัศน์ใหม่ ติดแอร์ใหม่” พอเข้าไปเราก็เจอแหวนคุณพ่อ ตอนแรกก็ไม่ได้สงสัย แต่แหวนของคุณพ่อจะสลักชื่อเอาไว้ คือชื่อเขา พอหนูเห็น หนูก็เบลอไปหมด และถามเขาว่า “นี่อะไร มึงไปเอาของพ่อกูมาได้ไง” เขาบอกว่า “เขาขอโทษ เขาไม่ได้ตั้งใจ” เหมือนตั้งใจให้หนูรู้ว่าเป็นเด็กเลี้ยงของพ่อ ทีนี้ก็ทะเลาะกันบ้านแตก ถึงขั้นลงมือกับเขา แต่ก็แค่ตบหน้า เพราะหนูโกรธมาก คือเป็นเพื่อนกันมา 10 ปี แต่มาทำกันแบบนี้ หนูถามเขาอีกว่า “ไปเจอพ่อได้ยังไง” เขาก็ได้แต่ร้องไห้และขอโทษ หนูเลยกลับบ้าน บล็อคแชท บล็อคทุกอย่างไป และไม่ได้สนใจเพื่อน หลังจากนั้นหนูก็กลับบ้านมาถามพ่อว่า “พ่อรู้มั้ยคนนี้เพื่อนหนูนะ” พ่อก็บอกว่า “พ่อไม่รู้ พ่อไม่เคยรู้มาก่อนเลย” และพ่อก็บอกว่า “พ่อไปเจอกับเพื่อนหนูที่บาร์ประจำของพ่อและเพื่อนพ่อ” ซึ่งหนูก็เชื่อ เพราะเคยเล่าให้เพื่อนฟังว่าพ่อจะมานั่งที่บาร์นี้บ่อยๆ เหมือนเขาพาตัวเองไปเจอพ่อหนูบ่อยๆ ตอนนี้หนูกลับมาที่กรุงเทพ เพื่อนหนูเขาก็พยายามจะโทรหา พยายามทักหาโดยเอาแอคหลุมทักมา แล้วก็พยายามติดต่อพ่อหนู เพราะพ่อฟังหนูและตัดเขาออก ไม่ได้เลี้ยงหรือส่งเสียอะไร แล้วก็มีเพื่อนมาบอกว่าเขาจะไม่เรียนต่อเพราะมหาลัยที่เรียนเป็นมหาลัยเอกชน เขาไม่มีเงินจ่ายค่าเทอม เขาเริ่มมีของใช้เริ่มรวยขึ้นมาตั้งแต่มัธยมปลาย แต่ตอนนั้นเขาก็ทำงานที่บาร์หลายๆที่ แถมมีแฟนเป็นผู้ชายมาตลอด เลยไม่รู้ว่าพ่อหนูส่งเสียเขาตั้งแต่ตอนไหน จนหนูไปถามพ่อ พ่อก็บอกว่า “ก็เลี้ยงมาตั้งแต่มัธยมปลาย” ประมาณเกือบ 4 ปี หนูจะต้องกลับบ้านไปหาคุณพ่อคุณยายบ่อยๆ เลยอยากปรึกษาพี่ๆดีเจว่า หนูจะทำยังไงเมื่อเจอหน้าเพื่อนคนนี้? เพราะบ้านก็อยู่ใกล้กัน น่าจะได้เจอกันแน่นอน และเขาก็ยังคงพยายามติดต่อเรากับพ่อมาตลอด แต่พอติดต่อไม่ได้ก็จะมารังควานหนู พอหนูไม่ตอบโต้ ก็ไปรังควานภรรยาคนปัจจุบันของพ่อ จนพ่อต้องทะเลาะกับภรรยา โดยการพยายามแสดงตัวตน’ ซึ่ง “ดีเจเผือก” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘เท่าที่ฟังมาดูเหมือนเอไม่อยากยุ่ง เพราะฉนั้นเวลาเจอหน้า เราก็ปฏิสัมพันธ์ หรือคุยกันให้น้อยที่สุด คือไม่จำเป็นต้องพยายามไม่มองหน้า พยายามไม่คุย เพราะมันจะทำให้เขายิ่งพิเศษขึ้นมา ถ้าเวลาเจอกันในกลุ่มเพื่อนเยอะๆแล้วจงใจไม่มองเขาคนเดียว จะกลายเป็นว่าเขาอาจจะดูมี Something ขึ้นมา แต่ถ้าเราทักทายแค่แบบ พยักหน้าให้ และไม่สนใจ ทักเหมือนคนเคยรู้จักและไม่สารสัมพันธ์อะไรต่อ ไม่ต้องไปให้ค่าอะไรเขามากมาย ก็อาจจะทำให้คนอื่นที่มาเห็นอาการของเราสองคน มันก็จะดูปกติ เอาแค่พอเป็นมารยาท’ ต่อมา “ดีเจเติ้ล” ให้คำปรึกษาว่า ‘ถ้าได้เจอกันจริงๆพี่จะเคลียร์เลยว่า พอแล้วไม่ต้องขยันส่งอะไรมาหากูอีกแล้ว เพราะที่กูเงียบไปคือไม่ได้อยากเป็นเพื่อนกันอีกแล้ว สิ่งที่มึงทำคงไม่ต้อฝพูดแล้วว่ามันรุนแรงขนาดไหนในแง่ของความรู้สึก ถ้าเจอกันก็เมินๆกันไป หนูมีชีวิตของหนู แล้วก็ไม่ต้องห่วงเรื่องค่าเทอม หรือเรื่องเงินอะไรของเขาเพราะนั่นก็คือชีวิตของเขา เขาต้องรับผิดชอบชีวิตตัวเอง’ สุดท้าย “ดีเจต้นหอม” ได้เห็นด้วยกับคำปรึกษากับทั้งดีเจเผือก และดีเจเติ้ล พร้อมให้คำแนะนำเพิ่มเติมให้บอกกับเพื่อนไปว่า “ออกไปจากชีวิตฉัน ฉันจะไม่คุยกับเธอแล้ว แล้วไม่ต้องมายุ่งกันอีก สิ่งที่มีงทำกูให้อภัยไม่ได้”เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

แฟนชาวเกาหลีวัย 40 ปี รับไม่ได้ที่เพื่อนเกย์ชอบมานอนที่ห้องเรา ทั้งที่เรากับเพื่อนรู้จักกันมาตั้งแต่มัธยม เราอยากเลือกเพื่อน แต่ก็อยากหาทางออกของปัญหานี้ ควรทำยังไงดีคะ?

06 มี.ค. 2026

แฟนชาวเกาหลีวัย 40 ปี รับไม่ได้ที่เพื่อนเกย์ชอบมานอนที่ห้องเรา ทั้งที่เรากับเพื่อนรู้จักกันมาตั้งแต่มัธยม เราอยากเลือกเพื่อน แต่ก็อยากหาทางออกของปัญหานี้ ควรทำยังไงดีคะ?

แฟนชาวเกาหลีวัย 40 ปี รับไม่ได้ที่เพื่อนเกย์ชอบมานอนที่ห้องเราทั้งที่เรากับเพื่อนรู้จักกันมาตั้งแต่มัธยมเราอยากเลือกเพื่อน แต่ก็อยากหาทางออกของปัญหานี้ ควรทำยังไงดีคะ? ‘คุณนิสา (นามสมมุติ)’ สายที่ 2 ในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (4 มีนาคม 2569) ได้เข้ามาปรึกษา ‘ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล – ดีเจต้นหอม’ เกี่ยวกับเรื่องที่แฟนชาวเกาหลีไม่โอเคเพราะเพื่อนเกย์มานอนค้างที่คอนโด ‘คุณนิสา (นามสมมุติ)’ อายุ 28 ปี ได้เล่าว่า เธอเพิ่งคบกับแฟนชาวเกาหลีวัย 40 กว่าได้ไม่นาน กำลังจะเข้าสู่เดือนที่สอง โดยช่วงนี้แฟนหนุ่มได้บินกลับเกาหลีไปได้ครึ่งเดือนแล้ว คุณนิสามีเพื่อนเป็นเกย์ออกสาว ซึ่งปกติเพื่อนคนนี้จะมาหา มาพูดคุย และนอนค้างที่คอนโดเป็นบางครั้ง แต่ช่วงที่แฟนมาไทย เพื่อนก็ไม่ได้มา ล่าสุด เพื่อนเกย์คนดังกล่าวจะมาค้างที่คอนโด คุณนิสาจึงส่งข้อความบอกแฟนไป แต่แฟนกลับตกใจมากและถามว่า “ทำไมถึงนอนกับผู้ชาย” ซึ่งคุณนิสามองว่าเพื่อนคนนี้เป็นเกย์ที่ออกสาวมาก และแฟนก็รับรู้เรื่องนี้อยู่แล้ว เพราะเธอเคยส่งวิดีโอที่เพื่อนเต้นให้ดู แต่แฟนหนุ่มยืนยันว่า อย่างไรก็ตามเพศสภาพของเพื่อนคนนี้ก็คือผู้ชาย ถ้ายังมีอวัยวะเพศชายอยู่เขาก็ไม่ไว้ใจ ทั้งที่เพื่อนคนนี้เป็นเพื่อนกับคุณนิสามาตั้งแต่มัธยม และเวลาที่เพื่อนมานอนก็จะนอนที่โซฟา ส่วนคุณนิสานอนในห้องของตนเอง แต่แฟนก็ยังคงรับไม่ได้ และพูดว่า ถ้ายังให้เพื่อนมานอนด้วยแบบนี้ ก็ต้องเลิกกัน คุณนิสาจึงตัดสินใจว่า “โอเค เลิกก็เลิก” เพราะเธออยากที่จะรักษาความเป็นเพื่อนมาก ไม่นานหลังจากนั้น แฟนชาวเกาหลีก็ทักข้อความมาหาว่าเขาไม่อยากเลิกกับคุณนิสาเพราะเรื่องนี้ แต่เขายังคงยืนยันหนักแน่นว่าไม่โอเคกับการให้เพื่อนมานอนที่ห้อง ขณะที่คุณนิสาก็ยังยืนยันจุดยืนเดิมว่าจะไม่เลิกคบ และจะอยู่กับเพื่อนแบบนี้ต่อ เพราะเป็นเพื่อนกันมานานแล้ว สำหรับคุณนิสาแล้ว เพื่อนเกย์คนนี้ไม่ใช่ผู้ชาย และเรื่องอื่น ๆ ในความสัมพันธ์ของเธอกับแฟนก็ราบรื่นดี แฟนไม่เคยบังคับ และเคารพในมิตรภาพของพวกเธอ แต่แฟนก็อยากให้มองในมุมของเขาว่า แม้เขาจะพยายามฝืนให้โอเคได้ในตอนนี้ แต่ในระยะยาวเขาก็จะอึดอัด ซึ่งคุณนิสาก็ยังไม่กล้าบอกเรื่องนี้กับเพื่อน และแฟนกับเพื่อนก็ยังไม่เคยเจอกัน แฟนชาวเกาหลีจึงขอเวลาไปหาทางออก เนื่องจากวัฒนธรรมที่แตกต่างกัน คุณนิสาจึงอยากปรึกษาว่า จะทำยังไงให้เรื่องนี้มีทางออกที่สามารถอยู่ตรงกลาง เพื่อให้ทั้งสองฝ่ายสบายใจได้บ้าง เริ่มต้นด้วย ‘ดีเจเติ้ล’ ให้ความเห็นว่า “สิ่งหนึ่งที่รับรู้ได้คือ การยอมรับกลุ่ม LGBTQ ในเกาหลี ส่วนใหญ่เขาค่อนข้างไม่เปิดรับ พี่เข้าใจได้ว่าเขาสามารถคิดได้ว่านี่อาจจะเป็นผู้ชายที่ชอบแต่งหน้าและกริยาเหมือนผู้หญิงเท่านั้น ซึ่งเป็นมุมมองที่แม้แต่พ่อแม่ที่ไทยบางคน ก็ยังไม่โอเคเลยที่ลูกสาวจะนอนกับเพื่อนที่เป็นเกย์ สำหรับพี่มองว่า เพื่อนหนูอาจจะเข้าใจหนูก็ได้ แต่ตอนนี้นิสายังไม่กล้าคุยกับเขา สุดท้ายชื่นชมนะ เพราะส่วนใหญ่คนจะเลือกผู้ชายมากกว่าเพื่อน ในเมื่อเรารู้แล้วว่าตอนนี้แฟนต้องการเวลาปรับตัวให้ยอมรับเรื่องนี้ได้ ระหว่างนี้เราก็ไปคุยด้วยความจริงใจกับเพื่อนก่อน ถ้าเขารู้ว่านิสาได้เลิกไปแล้ว นิสาเลือกเขาก่อนแล้ว เขาจะเข้าใจนะ แล้วค่อยไปคุยกับแฟน ถ้าเขารู้จักกันกับเพื่อนเรา เขาอาจจะเข้าใจก็ได้” ตามด้วย ‘ดีเจเผือก’ พูดว่า “ต่อให้ไม่ต้องเป็นเกาหลีพี่ก็พอเข้าใจ มันเพิ่งจะสองเดือนแรก อาจจะคลั่งรักมาก จะมีหึงบ้างเป็นธรรมดา ยิ่งเป็นคนเกาหลี วัฒนธรรมเขาเป็นแบบนั้น พี่ก็ยิ่งเข้าใจเลย แต่แนะนำว่าช่วงนี้ก็อาจจะต้องเลี่ยงการเจอกับเพื่อนหน่อย จนกว่าแฟนจะได้เจอกับเพื่อนเราจริง ๆ แล้วเขาอาจเข้าใจ สุดท้ายแล้ว ลองชั่งน้ำหนักดูว่าแฟนหนูมีค่าพอให้ยื้อมั้ย หรือควรจะเลือกอะไร" ปิดท้ายด้วย ‘ดีเจต้นหอม’ ได้ให้คำแนะนำว่า "ตรงกลางสำหรับพี่คือ ติดกล้อง แล้วดูในแอปพลิเคชันค่ะ บอกเขาว่าเป็นแบบนี้ไปก่อน ดูในกล้องไปก่อน อย่าเพิ่งเลิกกัน แต่ถ้าถึงวันที่เขาเจอกับเพื่อนเราแล้วเขายังรับไม่ได้ ก็คือรับไม่ได้แล้วค่ะ" สรุปแล้วดีเจทั้งสามมีความคิดเห็นที่เหมือนกันว่าควรให้แฟนกับเพื่อนได้ลองเจอกันก่อน แล้วการตัดสินใจ หรือทางออกที่อยู่ตรงกลางระหว่างสองฝ่ายนั้นจะง่ายขึ้นเรื่องราวทั้งหมดของเรื่องนี้จะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการInboxฝากเรื่องมาที่FacebookFanpageEFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 20.00–23.00น.ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

หนูคุยกับผู้ชายคนนึง 6 เดือน เจอกันผ่านแอป ย้ายไปอยู่ด้วยกัน หลังจากนั้นเวลาเขาเมา เขาจะกลับบ้าน ปลุกหนูขึ้นมาตบ ทิ้งรอยแดงไว้ที่หน้าหนูตลอด หนูทนได้ถึงจุดนึง ตัดสินใจเลิกกับเขา พอเลิกแล้วหนูแพ้ท้อง ถามความรับผิดชอบจากครอบครัวเขา พูดแค่...

25 ต.ค. 2024

หนูคุยกับผู้ชายคนนึง 6 เดือน เจอกันผ่านแอป ย้ายไปอยู่ด้วยกัน หลังจากนั้นเวลาเขาเมา เขาจะกลับบ้าน ปลุกหนูขึ้นมาตบ ทิ้งรอยแดงไว้ที่หน้าหนูตลอด หนูทนได้ถึงจุดนึง ตัดสินใจเลิกกับเขา พอเลิกแล้วหนูแพ้ท้อง ถามความรับผิดชอบจากครอบครัวเขา พูดแค่...

หนูคุยกับผู้ชายคนนึง 6 เดือน เจอกันผ่านแอป ย้ายไปอยู่ด้วยกัน หลังจากนั้นเวลาเขาเมาเขาจะกลับบ้าน ปลุกหนูขึ้นมาตบ ทิ้งรอยแดงไว้ที่หน้าหนูตลอด หนูทนได้ถึงจุดนึง ตัดสินใจเลิกกับเขาพอเลิกแล้วหนูแพ้ท้อง ถามความรับผิดชอบจากครอบครัวเขา พูดแค่ “ลูกใครก็ไม่รู้ ไม่ใช่ลูกเขาแน่นอน” “คุณนาฬิกา (นามสมมติ)” อายุ 26 ปี สายที่สองในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา [23 ต.ค.67] ไดโทรเข้ามาปรึกษา ‘ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม’ เกี่ยวกับปัญหาโดนแฟนทำร้ายร่างกายเลยเลิก แต่หลังจากนั้นมารู้ว่าตัวเองท้อง โดย “คุณนาฬิกา (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘หนูเจอผู้ชายคนนึงในแอปหาคู่ คุยกันมาประมาณครึ่งปีและก็ได้ตัดสินใจคบกัน ตอนแรกก็ไปๆมาๆหากัน จนตัดสินใจย้ายไปใช้ชีวิตอยู่ด้วยกัน เป็นหนูที่เลือกจะย้ายเข้าไปอยู่กับเขา ย้ายเข้าไปได้เดือนแรกเขาเมา แล้วเรียกหนูขึ้นมาจากที่หนูนอนอยู่ คือเรียกมาทำร้ายร่างกาย เขาตบหนู หนูก็เลยถามว่าเป็นอะไร ทำไมถึงเป็นแบบนี้ เขาก็คุยไม่รู้เรื่อง พอเขาทำร้ายร่างกายหนูเสร็จ เขาก็ไปนอน แต่เราแยกกันนอน ก่อนหน้านี้เขาก็เคยเมาแล้วด่าหนู แต่ไม่เคยทำร้ายร่างกายเลย พอเช้ามา เขาตื่น หนูก็ถามเขาว่าจำได้มั้ยว่าเมื่อคืนทำอะไรลงไปบ้าง เขาบอกจำได้ทุกอย่าง เขาก็ทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ตอนแรกหนูก็คิดแค่ว่าเรายังรัก ไหนๆก็ย้ายมาอยู่กับเขาแล้วก็เก็บความรู้สึกไว้ก่อน เลือกที่จะทน พอผ่านไปได้อาทิตย์นึง มันก็มีอีก เลยรู้สึกว่าทำไมมันถึงเป็นแบบนี้ เราเพิ่งย้ายมาอยู่ด้วยกัน ในช่วง 1 – 3 เดือนแรกมันต้องเป็นช่วงโปรโมชั่นไม่ใช่หรอ? ซึ่งทุกครั้งที่เขาทำร้ายร่างกายเขาจะทำบริเวณใบหน้าของหนู เพื่อทิ้งร่องรอยไว้ หนูก็เลยรู้สึกว่ามันไม่ใช่แล้ว แต่ก็ยังเก็บความรู้สึกไว้ เลยเลือกที่จะแก้ไขที่ตัวเอง เลือกที่จะไม่พูด ไม่ออกความคิดเห็น ไม่พูดอะไรที่มันผิดหูเขา จากที่เคยใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันสองคน และมีปัญหากันเรื่อยๆ ทุกอาทิตย์ ดีกันได้อาทิตย์นึง อีกอาทิตย์ก็กลับมาทะเลาะกันอีกแล้ว กลายเป็นตอนนี้ต่อให้เขาไม่เมา เขาก็ทำร้ายร่างกายหนู จนเราสองคนตัดสินใจย้ายเข้าไปอยู่ในครอบครัวเขาที่เป็นครอบครัวใหญ่ และมีผู้ใหญ่อยู่ด้วย เพื่อเป็นการตัดปัญหา แต่ก็เขาก็ไม่หยุด เขาก็ทำต่อหน้าพ่อแม่เขาด้วย ซึ่งพ่อแม่เขาก็จะพูดแค่ อย่าๆ พอแล้ว แต่ไม่ได้ลุกมาห้าม เขาก็เดินเข้ามาหาเรื่องหนู แต่หนูก็จะเงียบ ไม่พูดอะไร เพราะไม่อยากเถียงข้ามหัวผู้ใหญ่ หนูก็เลยกลับมานอนทบทวนกับตัวเองว่าถ้ามันโดนขนาดนี้ มันก็ถึงจุดที่มันไม่ใช่แล้วหรือเปล่า? จนมาถึงจุดๆนึงที่มันเป็นครั้งสุดท้าย คือหนูปวดท้องอยู่ แล้วหนูก็ลางาน แต่เขาหาของไม่เจอ เขาก็มาโวยวายใส่หนูแล้วก็มาทำร้ายร่างกายหนูเหมือนเดิม หนูก็เลยไม่พูดอะไรแล้ว เขาก็ไม่พูด หลังจากนั้นคือเราก็ไม่คุยกันเลย หนูก็เลยบอกว่าหนูจะย้ายออก ไม่อยู่ตรงนี้แล้ว แต่ก่อนวันที่หนูจะย้ายออก เราสองคนเพิ่งมีอะไรกัน หลังจากวันที่หนูออกมาจากตรงนั้นหนูรู้สึกตัวเองผิดปกติ หนูก็เลยลองไปตรวจและผลออกมาคือ หนูท้อง หนูเลยกลับไปคุยกับเขาว่าหนูท้องนะ เขาก็เลือกที่จะบล็อกหนูทุกช่องทาง ไม่คุย ไม่เคลียร์ ไม่อะไรเลย หนูพยายามถ่ายรูปที่ตรวจครรภ์ส่งไปให้เขา แต่เขาพูดกับหนูว่า หนูออกมาหนูไปนอนกับผู้ชายที่ไหนไม่รู้ ไปอยู่กับใครบ้างก็ไม่รู้ จะเป็นลูกเขาได้ยังไง หนูก็เลยบอกว่าสามารถตรวจ DNA ยืนยันได้นะ จะทำยังไงก็ได้ แต่ช่วยแสดงความรับผิดชอบอะไรหน่อยได้มั้ย เขาก็บอกว่า ไม่ เขาปวดหัว เขาไม่อยากรับรู้อะไรทั้งนั้น แต่เขาไปพูดกับคนอื่นว่าถ้าเป็นลูกเขาจริงๆ เขาจะรับผิดชอบ หนูก็บอกว่าถ้ารับผิดชอบก็มาคุยกันสิ หนูแค่อยากได้ความรับผิดชอบอะไรสักอย่างจากเขา บางทีหนูก็คิดว่าหนูสามารถเลี้ยงลูกคนเดียวได้มั้ย? สามารถก้าวไปต่อกับการที่ให้ลูกมาเห็นอะไรแบบนี้มั้ย? หนูจะทำยังไงดี ตอนนี้หนูไม่สามารถบอกความรู้สึกอะไรได้เลย ตอนนี้ยังไม่มีใครรู้เรื่องนี้ หนูยังไม่กล้าบอกใคร เพราะแม่ไม่ค่อยสบาย ก็เลยไม่อยากให้ไปกระทบกระเทือนจิตใจเขา แต่ก็แอบคิดว่าหรือเราตั้งใจทำงานเก็บเงิน เอาเงินไปคลอดลูก แล้วเอาลูกกลับไปอยู่บ้านจะได้ดูแลแม่และเลี้ยงลูกด้วย หนูลังเล 60:40 ระหว่างยุติการตั้งครรภ์ หรือการเก็บเด็กไว้แล้วไปต่อ ก็เลยอยากถามพี่ๆดีเจว่า หนูควรจะทำยังไงดี?เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

แฟนเป็นมะเร็งเม็ดเลือดขาวแบบเฉียบพลัน เขาเข้ารับการรักษามาตลอด เจ็บทั้งร่างกายและเสียกำลังใจ อยากให้แฟนมีกำลังใจมากขึ้นกว่านี้ และอยากขอบคุณผู้ที่บริจาคไขกระดูกให้ด้วย

15 พ.ค. 2026

แฟนเป็นมะเร็งเม็ดเลือดขาวแบบเฉียบพลัน เขาเข้ารับการรักษามาตลอด เจ็บทั้งร่างกายและเสียกำลังใจ อยากให้แฟนมีกำลังใจมากขึ้นกว่านี้ และอยากขอบคุณผู้ที่บริจาคไขกระดูกให้ด้วย

แฟนเป็นมะเร็งเม็ดเลือดขาวแบบเฉียบพลันเขาเข้ารับการรักษามาตลอด เจ็บทั้งร่างกายและเสียกำลังใจอยากให้แฟนมีกำลังใจมากขึ้นกว่านี้และอยากขอบคุณผู้ที่บริจาคไขกระดูกให้ด้วย ‘คุณเมล่อน (นามสมมุติ)’ สายแรกในรายการ 'พุธทอล์คพุธโทร' เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (13 พฤษภาคม 2569) ได้เข้ามาขอกำลังใจจาก ‘ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม’ และ ‘ชาวพุธโทรเรี่ยน’ เนื่องจากแฟนเป็นมะเร็งเม็ดเลือดขาว ซึ่งเขารักษามาหลายครั้งแล้ว ทำให้เจ็บปวดทั้งร่างกายและยังรู้สึกหมดกำลังใจในการรักษาต่อ ‘คุณเมล่อน (นามสมมุติ)’ อายุ 31 ปี ได้เล่าว่า “แฟนป่วยเป็นมะเร็งเม็ดเลือดขาวแบบเฉียบพลันและดื้อยา ตรวจเจอตั้งแต่ช่วงเดือนกรกฎาคมปีที่แล้ว ได้รับการรักษาคีโมมาเรื่อย ๆ โดยแนวทางของคุณหมอคือปลูกถ่ายไขกระดูก ซึ่งเป็นแนวทางที่ปลอดภัยที่สุด และมีโอกาสหายมากถึง 60:40 ซึ่ง 60% คือโอกาสที่จะหาย ในตอนนี้เข้ารับการปลูกถ่ายมาทั้งหมด 4 รอบแล้ว แต่การเข้ารับการปลูกถ่ายไขกระดูกที่กำลังจะถึงมีแนวโน้มที่ไม่ดี เพราะผลเชื้อมะเร็งเหมือนจะกลับมาใหม่อีกครั้ง และถ้าผลเชื้อกลับมาก็ต้องเลื่อนการปลูกถ่ายไขกระดูกออกไป นั่นทำให้แฟนเริ่มท้อ และไม่อยากจะไปต่อแล้ว” ดังนั้นที่คุณเมล่อนโทรมาในวันนี้ก็เพราะอยากขอกำลังใจไปให้แฟน เริ่มด้วยคำพูดให้กำลังใจของ ‘ดีเจต้นหอม’ ว่า “ไม่ว่าจะรักษาด้วยวิธีการอะไรก็ขอให้ตอบสนองและเป็นไปได้ด้วยดี ถ้าจิตใจแข็งแรงมันก็จะพาให้ร่างกายเราแข็งแรงไปด้วย เป็นกำลังใจให้สุดตัว” ต่อด้วย ‘ดีเจเติ้ล’ ให้กำลังใจว่า “โรคนี้อยู่ได้ด้วยกำลังใจของผู้ป่วยและทุกคนรอบตัว ปาฏิหารย์จะเกิดขึ้นได้เสมอถ้าหากจิตใจของเรายังสู้ ในตอนนี้แฟนยังได้รับการรักษาที่ถูกต้องและมีประสิทธิภาพ ยิ่งถ้าคนรอบตัวให้กำลังใจ มีเมล่อนให้กำลังใจ รวมถึงพวเราดีเจ 3 คน และชาวพุธโทรเรี่ยนทุกคน สิ่งเหล่านี้ก็จะเป็นแรงใจให้เสมอ จากการที่ฟังคนรอบข้างเล่ามามันก็เจ็บปวดทรมาน แต่จิตเป็นกาย นายเป็นบ่าว ถ้าจิตใจเราไม่แพ้หรือยอมแพ้ไปก่อน ก็จะมีวันที่เราหายดี สู้ ๆ ส่งกำลังใจให้นะคะ ขอให้การรักษาเป็นไปอย่างดีที่สุดค่ะ” นอกจากนี้ ‘ดีเจต้นหอม’ ก็ได้อ่านคอมเมนต์ในช่องไลฟ์สดเพิ่มเติมว่า “มีคอมเมนต์จากพุธโทรเรี่ยนบอกว่า 'เราเป็นคุณหมอที่เห็นมาทุกรูปแบบ ถึงมันจะยากแต่ใช่ว่าจะไม่มีทางออก เป็นกำลังใจให้คนป่วยและคนที่อยู่ข้าง ๆ ผู้ป่วยนะ' ตอนนี้ชาวพุธโทรเรี่ยนส่งกำลังใจกันมามากมายเลย หอมเชื่อว่ากำลังใจจากคนแปลกหน้า ณ เวลานี้มีค่ามากเลย” ปิดท้ายด้วย ‘ดีเจเผือก’ ให้กำลังใจว่า “พยายามสู้และมีกำลังใจเอาไว้ ถึงแม้ว่าฟังดูแล้วมันอาจจจะดูจับต้องไม่ได้ แต่กับโรคนี้มันมีผลมาก ๆ ถ้าหากเราคิดดี ทำดี มันก็จะส่งผลต่อสมองของเรา และการที่เราเจอเรื่องยากลำบากแบบนี้มันก็จะทำให้เราเห็นค่าของปัจจุบัน ถ้าคุณเมล่อนและแฟนผ่านเหตุการณ์นี้ไปด้วยกันได้มันก็เป็นการพิสูจน์ เรื่องนี้อาจถูกส่งมาเพื่อทดสอบทั้ง 2 คน เปอร์เซ็นต์ที่คุณหมอบอกมันอาจจะมีอยู่น้อย แต่ถ้ามันยังมีอยู่ ก็แปลว่ายังมีโอกาส และขอให้ 60% มันเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ถ้าเรายังสู้และคิดว่าจะชนะ มันจะต้องมีวันที่เพิ่มขึ้น และต้องมีวันนั้น เป็นกำลังใจให้มาก ๆ เลยครับ แล้วก็ขอบคุณคุณเมล่อนมาก ๆ ที่เลือกรายการของเราในการสร้างกำลังใจในครั้งนี้” ในวันพรุ่งนี้ (14 พฤษภาคม 2569) แฟนของคุณเมล่อนจะต้องเข้ารับการเจาะไขกระดูกสันหลังเพื่อตรวจเชื้อมะเร็งอีกครั้ง คุณเมล่อนจึงอยากโทรเข้ามาเพื่อขอกำลังใจให้แฟน เพราะส่วนตัวนั้นก็เป็นชาวพุธโทรเรี่ยนอยู่แล้ว และอยากจะขอบคุณผู้บริจาคที่ได้บริจาคไขกระดูก เนื่องจากแฟนเป็นลูกคนเดียว จึงไม่มีญาติพี่น้องที่จะสามารถบริจาคไขกระดูกที่เข้ากันได้ คุณเมล่อนกล่าว่า "ขอบคุณผู้บริจาคจริง ๆ ค่ะ ที่เลือกที่จะบริจาคไขกระดูกให้กับใครสักคนหนึ่ง มันเป็นการต่อชีวิตให้กับคนคนหนึ่ง ขอบคุณจริง ๆ" นอกจากนี้ คุณเมล่อนยังได้แชร์ความรู้เกี่ยวกับการบริจาคไขกระดูกเพื่อเป็นแนวทางให้กับผู้ที่สนใจอีกด้วย คุณเมล่อนกล่าวว่า "ขั้นตอนการบริจาคจะต้องเจาะช่วงหลอดเลือดดำใต้คอ โดยทุกคนสามารถบริจาคได้ แล้วข้อมูลนั้นจะถูกเก็บไว้ในสภากาชาด ถ้าเจอว่าผู้บริจาคและผู้รับบริจาคเข้ากันได้ ก็จะได้รับการติดต่อไป และเข้าสู่กระบวนการทางการแพทย์ต่อไป สุดท้ายนี้ ทางรายการพุธทอล์คพุธโทร ขอเป็นกำลังใจให้กับแฟนคุณเมล่อนและคุณเมล่อน ให้ต่อสู้กับเรื่องราวที่กำลังเผชิญอยู่ ขอให้ผ่านพ้นไปได้ด้วยดีนะคะเรื่องราวจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการInboxฝากเรื่องมาที่FacebookFanpageEFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 20.00–23.00น.ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

album
♪efm
-

-