
08 ส.ค. 2026
ชอบน้องผู้หญิงคนหนึ่งมาก เคยบอกให้เพื่อนหลีกทางให้ แต่กลายเป็นว่าเพื่อนกับน้องคนนั้นรักกัน เวลาผ่านมา 5 ปี น้องเขากลายเป็นแม่เลี้ยงเดี่ยวชีวิตลำบาก ถ้าวันนั้นน้องเขาเลือกผม ชีวิตน้องเขาจะดีกว่านี้ไหม
ชอบน้องผู้หญิงคนหนึ่งมาก เคยบอกให้เพื่อนหลีกทางให้แต่กลายเป็นว่าเพื่อนกับน้องคนนั้นรักกันเวลาผ่านมา 5 ปี น้องเขากลายเป็นแม่เลี้ยงเดี่ยวชีวิตลำบากถ้าวันนั้นน้องเขาเลือกผม ชีวิตน้องเขาจะดีกว่านี้ไหม 'คุณวิดวะ' (นามสมมติ) เป็นสายที่ 3 ในรายการ พุธทอล์คพุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (5 สิงหาคม 2569) ได้โทรเข้ามาปรึกษา 'ดีเจเผือก – ดีเจเติ้ล - และดีเจต้นหอม' เรื่องที่ตนนั้นรู้สึกเสียใจและคิดว่าหากน้องคนที่เขาแอบชอบมานานได้ตกลงปลงใจใช้ชีวิตอยู่ด้วยกัน ชีวิตของน้องคนนั้นจะดีกว่านี้หรือไม่ คุณวิดวะ (นามสมมติ) ได้เล่าว่าเรื่องราวทั้งหมดเริ่มต้นเมื่อ 5 ปีที่แล้ว เขาได้เจอกับน้องคนหนึ่ง ให้นามสมมติว่า 'น้องเอ' และตกหลุมรักน้องคนนี้ ทั้งยังบอกเพื่อนในกลุ่มอีกว่า "เห้ย กูชอบน้องเขานะ หลีกทางให้กูหน่อย” นั่นเพราะคุณวิดวะเข้าใจดีว่าตนนั้นหน้าตาอาจจะไม่ได้ดีมากและมีรูปร่างอ้วน หลังจากนั้นคุณวิดวะก็ตามจีบน้องเอ คอยไปรับไปส่งสม่ำเสมอ นอกจากนี้คุณวิดวะยังย้ำกับกลุ่มเพื่อนเสมอว่า "มึงอย่ายุ่งนะ เปิดทางให้กูหน่อย" ในตอนนั้นคุณวิดวะไม่รู้ว่าน้องเอจะมีใจให้ต้นหรือไม่ แต่ก็ดูแลเอาใจใส่ทุกอย่าง น้องเอมีปัญหาอะไรก็พร้อมให้คำปรึกษาเสมอ เรียกได้ว่าทำเท่าที่ทำได้อย่างเต็มที่ หลังจากนั้นประมาณ 2 เดือน เพื่อนของคุณวิดวะก็ได้พาน้องเอกลับมาที่พัก เพราะคุณวิดวะวานให้เพื่อนคนนี้ไปส่งน้องเอ จากนั้นก็ขับตามไปทีหลัง แต่ในวันนั้นเอง เพื่อนและน้องเอก็ได้มีอะไรกัน คุณวิดวะมรู้ทีหลังเพราะเพื่อนมาบอกว่า "เออ กูได้กับน้องเขาแล้วนะ กูจะจริงจังกับน้องเขาแล้วนะ" คุณวิดวะตกใจและพูดไปว่า "อ่าว มึงไม่ได้ฟังกูเหรอที่กูพูดไปตั้งแต่แรกว่ากูจะจริงจังกับน้องเขา" แต่ท้ายที่สุดแล้วคนที่ต้องเดินออกไปจากความสัมพันธ์ก็คือคุณวิดวะ เวลาผ่านไป คุณวิดวะได้ทราบมาว่าปัจจุบันชีวิตของน้องเอไม่ได้ดีเท่าที่ควร แม้น้องเอจะยังคบกับเพื่อนอยู่และมีลูกด้วยกัน 1 คน และดูเหมือนว่าความสัมพันธ์ของทั้งคู่จะระหองระแหงกันด้วย คุณวิดวะที่ได้ทราบข่าวนี้ก็อดเป็นห่วงไม่ได้แต่ก็แสดงออกไม่ได้ เวลาที่ทั้งสองคนมีปัญหาก็จะไม่โทรมาหาเพราะเขารู้ว่าถ้าคุณวิดวะรู้ปัญหา คุณวิดวะจะโกรธเพื่อน ความสัมพันธ์ของทั้งคู่ย่ำแย่จนถึงขั้นน้องเอคิดจะจากโลกนี้ไป คุณวิดวะรู้เพราะวันนั้นไปหาน้องเอแต่ไม่เจอ เจอแต่เพื่อน เพื่อนก็พูดว่า "ไม่รู้ ไม่เห็น ไม่รู้มันไปตายที่ไหน เห็นบ่นว่าอยากตาย" ย้อนกลับไปช่วงที่คุณวิดวะและเพื่อนทะเลาะกัน เขาได้บอกเพื่อนไปว่า "ถ้ามึงจะเอาผู้หญิงคนนี้ไป มึงดูแลให้ดีด้วย อย่าให้มีปัญหาอะไรกันที่มันลำบากใจ" ใจคิดว่าแฟนน้องเอคือเพื่อน ซึ่งก็มั่นใจหายห่วงได้ว่าดูแลน้องเอได้ แต่เอาเข้าจริง เพื่อนคนนี้กลับไม่ดูแลอะไรเลย พักหลังเพื่อนคนนี้ยังแอบไปคุยกับคนอื่นอีกด้วย ไม่ไปรับ-ส่งน้องเวลาไปทำงานแล้ว เรื่องนี้น้องเอเป็นคนเอ่ยปากเล่าให้คุณวิดวะฟังเอง เขาฟังแล้วก็ได้แต่โมโหแต่ก็ทำอะไรไม่ได้ ใจคุณวิดวะยังเป็นห่วงน้องเอเสมอ ยิ่งได้รู้ว่าสถานการณ์เป็นเช่นนี้ก็พร้อมจะช่วยเหลือ ปัจจุบันน้องเอเลี้ยงลูกคนเดียวเพราะแยกทางกับเพื่อนแล้ว ทางคุณวิดวะก็มีเดินหน้าจีบอยู่บ้างแต่รู้สึกว่ามันจะเป็นการรบกวนน้องเอ จึงไม่ได้ทำอะไรต่อ คุณวิดวะเสริมอีกว่า เมื่อ 3 - 4 วันก่อน เป็นวันเกิดของเขา จึงลองชวนน้องเอไปดูหนังด้วยกัน น้องก็ตอบตกลง ระหว่างที่นั่งรถไป ทั้งคู่ก็ได้พูดคุยกันถึงปัญหาของน้อง แล้วคุณวิดวะก็คิดว่า "ตอนนั้น ผมปล่อยน้องคนนี้ไป ถ้าวันนั้นผมขัดขืนเพื่อนผมว่ากูไม่ยอมมึงแบบนี้มันจะเป็นผิดหรือเปล่า ถ้าผมทำไปอย่างนั้นมันจะดีหรือเปล่าในปัจจุบันนี้ ผมก็ถามน้องเขาไปนะว่าคิดจะกลับไปไหม ถ้าไม่คิดจะกลับไป เป็นพี่ได้ไหม น้องเขาก็บอกผมว่าเรื่องนี้มันต้องใช้เวลาแต่มันติดตรงที่ว่าพวกพี่เป็นเพื่อนกัน" นอกจากนี้ แม่ของคุณวิดวะยังมีการถามไถ่ว่า "แฟนน่ะมีงานทำแล้วยัง ทำไมเขากลับไปอยู่บ้าน ถ้าเขาไม่มีงานทำ ไปทำกับแม่ไหม" เนื่องจากแม่เข้าใจว่าน้องเอกับคุณวิดวะเป็นแฟนกัน เพราะคุณวิดวะพูดไปตามประสาวัยรุ่นว่าน้องเอคือคนคุย เรื่องนี้น้องเอก็ได้ยินต่อหน้า เธอยิ้มและหัวเราะไปด้วย คุณวิดวะกล่าวว่าที่บอกแม่ไปแบบนั้นเพราะจะใช้เป็นข้ออ้างให้แม่รับน้องเข้าทำงาน และน้องก็จะได้เงินเดือนด้วย คุณวิดวะกล่าวขอโทษน้องว่า "ที่ทำอย่างนั้น ไม่ได้อยากจะไปบีบบังคับอะไร เพราะว่าน้องเขาก็เป็นคนคิดลบอยู่แล้ว ผมก็เลยขอโทษ แล้วบอกไปว่าถ้าน้องไปเจอคนที่ดีก็ขอให้น้องมีความสุข ผมยินดีซัพพอร์ตทุกอย่าง มีปัญหาอะไรก็ทักมาได้ แต่พี่รู้ว่าที่น้องยังไม่เปิดใจเพราะน้องยังไม่เคลียร์กับเพื่อนพี่ ถ้ามันเป็นไปได้หรือไม่ได้ก็ตาม ถึงวันนั้นถ้าเคลียร์กันแล้ว หรือว่าพี่พอมีโอกาสก็รับพี่ไปพิจารณาด้วยนะ" แล้วน้องเอก็ตอบกลับมาว่า "โอเคค่ะพี่ ไว้เจอกัน" จากนั้นบทสนทนาก็จบลง คุณวิดวะกล่าวว่า "อยากรู้ว่าการที่ผมพูดไปแบบนี้ มันทำให้น้องเขาน่าจะรู้สึกดีรึเปล่า" ที่คุณวิดวะโทรเข้ามาเล่าเรื่องราวเหล่านี้ เพราะใจลึก ๆ แล้วก็ยังหวังว่าชีวิตน้องเอจะสุขสบายและไม่ลำบากแบบนี้ "ถ้าวันนั้นผมเลือกที่จะเดินหน้าต่อกับน้องเขา ชีวิตน้องเขาจะกว่านี้หรือเปล่าครับ?" เริ่มที่ 'ดีเจต้นหอม' ได้ให้คำปรึกษาว่า "ที่เราฟังมาทั้งหมดคือคุณวิดวะหวังมากแต่เป็นคนตัวใหญ่ที่ตัวเล็กมากเลย เวลาจะสื่อสารกับเขา ชอบเขาก็ไม่บอกว่าชอบ คือยังให้ไปเจอคนอื่น ๆ คุณวิดวะต้องปากกับใจตรงกันก่อนนะ ตอนนี้คุณวิดวะปากกับใจไม่ตรงกัน แนะนำอย่างนี้ ถ้าวันหนึ่งไปเจอใครสักคนที่เรารู้สึกชอบจริง ๆ ให้ซื่อสัตย์กับความรู้สึกของเรา ไม่ต้องกลัวความผิดหวัง 'พี่ชอบน้องนะ แล้วถ้ามาอยู่กับพี่ พี่จะดูแลน้อง' อะไรก็ว่าไป ไม่ต้องบอกว่าไปเจอคนอื่นแล้วโชคดี อย่าทำตัวเองคูล ๆ เท่ ๆ มันไม่ได้เท่เลย แล้วก็อย่าเวิ่นเว้อ แค่ซื่อสัตย์กับความรู้สึกตัวเอง พี่ชอบ น้องชอบไหม ถ้าน้องไม่ชอบ โอเคก็แยกย้าย บางทีมันมีแค่นั้น แต่ตอนนี้กับน้องคนนั้นไม่ต้องแล้ว มันจบไปแล้วเพราะการที่เราเวิ่นเว้อไปหาเขาแล้ว และเขาตอบแค่ว่าโอเคค่า เขาจบบทสนทนาแล้ว ถ้าเขาจะเอาเขาเอานานแล้วค่ะ ฉะนั้นหาคนใหม่" ต่อมา 'ดีเจเติ้ล' ได้ให้คำปรึกษาเพิ่มเติมว่า "คุณวิดวะไปหาคนรักคนใหม่เถอะ เขาไม่เลือกเลือกคุณวิดวะ ถ้าเขาจะเลือก เขาเลือกตั้งแต่ตอนนั้นแล้วไม่ไปตกลงปลงใจกับเพื่อนคุณวิดวะหรอก เวลาคุณวิดวะเห็นสิ่งที่มันเกิดขึ้น เห็นสภาพความเป็นจริงแล้ว คุณวิดวะต้องยอมรับว่ามันเกิดขึ้นจริง ๆ แล้วไม่หลอกตัวเองว่ามันจะไม่ใช่แล้วคุณวิดวะก็จะไม่ไปจากเขาเลย เหมือนติดตามเขา คอยดูเขาตลอด สำหรับเติ้ลคิดว่าเราเอาเวลาไปหาคนที่เขาเห็นมันดีกว่า มันน่าจะดีกว่าคุณวิดวะมากกว่า" สุดท้าย 'ดีเจเผือก' ได้ให้คำปรึกษาปิดท้ายว่า "หนึ่ง ยอมรับก่อนว่าที่ผ่านมาเขาไม่เคยเลือกเรา แล้วก็ไม่ได้ใกล้เคียงกับการได้คบกัน นับตั้งแต่ 5 ปีที่แล้วจนถึงวันนี้เขายังไม่เคยเลือกเราเลย อันนี้ยอมรับก่อน และเขาเลือกคนอื่น เขาจะไปมีชีวิตยังไงนั่นคือชีวิตที่เขาเลือก แล้วถ้ามันเป็นชีวิตที่เลวร้ายกับเขาจริง ๆ เขาก็คงจัดการชีวิตของเขาเอง เขาจะทนอยู่หรือไม่ทน เป็นชีวิตของเขา อันนี้แยกก่อน วิดวะต้องยอมรับความจริงก่อน ถึงแม้ว่าเขาจะทิ้งชีวิตนั้นก็ไม่ได้แปลว่าเขาจะเลือกเรา ไม่เกี่ยวกันเลยนะที่ผ่านมา แต่ความหวังอยู่ตรงนี้ เอาจริง ๆ บนโลกใบนี้มันมีนะ 5 ปี 10 ปีแรกไม่เคยมองกัน วันดีคืนดีไม่เหลือใคร ถึง ณ เวลาหนึ่งกลับมาลงเอยกันมันก็มี บนโลกใบนี้มันมีทุกรูปแบบแหละอยู่ที่ว่าเราจะเอาทั้งชีวิตที่เรามีอยู่เนี่ยไปอยู่กับเปอร์เซ็นต์ที่อาจจะเกิดขึ้นมากหรือน้อยไม่รู้ มันอาจจะไม่มีวันนั้นเลยก็ได้ เราจะอยู่ไปแบบนี้ไหวไหม วิดวะมีความสุขไหมกับการอยู่แบบหวังลม ๆ แล้ง ๆ ถ้าคิดว่าชีวิตมองไปแล้วไม่มีใครสู้น้องเขาได้เลย ชีวิตมีค่าเพื่ออยู่เฝ้ามองเขาห่าง ๆ วิดวะจะทำให้ตัวเองมีความสุขอย่างนั้นก็ได้ แต่อย่ากระโตกกระตาก อย่าไปรบกวนเขา อย่าไปทำให้เขารู้ถึงการมีตัวตนของเราดีที่สุด อยู่ได้ไหมล่ะ ที่นั่งมองเขาฝ่ายเดียวโดยที่ไม่ต้องการการรับรู้อะไรเลย เทียบกับการที่วิดวะเปิดใจมองหาคนอื่นด้วย ใช้ชีวิตของตัวเองไป ถ้ามันจะพัดพากลับมาเจอกันในอนาคต 5 ปี 10 ปี ก็ค่อยว่ากัน อันนี้แล้วแต่จะไปเลือกเองแต่ยอมรับความจริงว่าไม่ใช่คือไม่ใช่ การบอกลาครั้งสุดท้ายเราจะไปประดิษฐ์คำให้มันเท่ สวยหรูแค่ไหน ไม่ต้องไปหาคำตอบว่าเขารู้สึกดีรึเปล่า ไม่ได้มีประโยชน์กับเราครับ เราพูดในสิ่งที่เราอยากพูดไปแล้วก็จบครับ อีก 10 ปีมันจะเกิดอะไรขึ้นไม่มีใครรู้ ถ้าอยากอยู่เพื่อพิสูจน์ก็แล้วแต่คุณวิดวะเลย"เรื่องราวจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการInboxฝากเรื่องมาที่FacebookFanpageEFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 20.00–23.00น.ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin







