โดนหัวหน้าใช้งานส่วนตัว รบกวนแม้กระทั่งเวลาตี 4 และถูกกดดันให้ปฏิเสธไม่ได้ ผมจะแก้ไขเรื่องนี้อย่างไรดี?

พุธทอล์ค พุธโทร RECAP

โดนหัวหน้าใช้งานส่วนตัว รบกวนแม้กระทั่งเวลาตี 4 และถูกกดดันให้ปฏิเสธไม่ได้ ผมจะแก้ไขเรื่องนี้อย่างไรดี?

23 ส.ค. 2026

โดนหัวหน้าใช้งานส่วนตัว

รบกวนแม้กระทั่งเวลาตี 4

และถูกกดดันให้ปฏิเสธไม่ได้

ผมจะแก้ไขเรื่องนี้อย่างไรดี?

         ‘คุณลูกตุ้ม (นามสมมุติ)’ สายที่ 3  ในรายการ พุธทอล์คพุธโทร เมื่อวันพุธที่ผ่านมา (19 สิงหาคม 2569) ได้โทรมาปรึกษา 'ดีเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม' เกี่ยวกับเรื่องที่หัวหน้ามักจะให้ช่วยเรื่องส่วนตัวจนรู้สึกว่ามันเกิดขอบเขตการทำงาน 

         ‘คุณลูกตุ้ม (นามสมมุติ)’ อายุ 33 ปี’ เปิดประเด็นมาว่า “ลูกพี่ใช้งานส่วนตัวกับลูกน้องจนเป็นเรื่องปกติ แต่ลูกน้องรู้สึกว่าเป็นการรบกวนชีวิตส่วนตัวมากเกินไป” โดยคุณลูกตุ้มเป็นลูกน้องที่กำลังประสบปัญหาอยู่

         จากนั้นก็เล่าว่า เมื่อ 10 ปีที่แล้วในทีมมีประมาณ 8-9 คน แต่ในปัจจุบันเหลือกันเพียง 4 คนรวมหัวหน้า งานค่อนข้างจะรัดตัว ต้องรับงานในปริมาณมากกับจำนวนคนที่ลดลง แต่รายได้สูง โดยสมาชิกในทีมจะมี A B และคุณลูกตุ้ม ซึ่งแต่ละคนจะถูกใช้งานส่วนตัวหัวหน้าต่างกันออกไป

         A มีหน้าที่เคลียร์ค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นการเคลียร์บิล ซื้อตั๋วเครื่องบิน ค่าทางด่วน ค่าเบี้ยเลี้ยง เนื่องจากบริษัทเปลี่ยนกฏต้องซื้อตั๋วเครื่องบินเอง A ก็จะต้องนั่งการเทียบราคาของแต่ละสายการบินให้หัวหน้า เวลาจ่ายเงินก็ต้องคอยโทรขอเลข OTP เพื่อตัดบัตรเครดิตของเขา กว่าหัวหน้าจะรับสายในแต่ละครั้ง Session ก็หมดอายุไปแล้วต้องเริ่มจองใหม่ แล้วเขามักจะพูดกับพี่ A ว่า “พี่เลือกแล้ว พี่พิจารณาแล้วว่าให้เธอทำ”

         B มีหน้าที่สั่งซื้อของออนไลน์ไปลงที่บ้านหัวหน้า เนื่องจากพื้นฐานบ้าน B มีร้านของที่บ้าน และเขามักจะซื้อของไปเติมให้พ่อแม่เสมอ เวลาซื้อออนไลน์เขาจะโปรโมชั่น ได้สิทธิพิเศษหรือส่วนลดต่าง ๆ ก็จะนำมาแชร์ให้กับคนในทีม จึงเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้หัวหน้าเห็นว่า B กดได้โปรโมชั่นที่ดี หลังจากนั้นหัวหน้าจึงเริ่มฝากซื้อของ ในช่วงแรกหัวหน้าจะฝากซื้อในรายการสินค้าเดียวกันและนาน ๆ จะฝากสักครั้ง แต่พักหลังกลายเป็นว่าฝากสั่งสินค้าส่วนตัวของหัวหน้าผู้หญิง ทั้งรายสัปดาห์ รายเดือน ตั้งแต่ของใช้ส่วนตัว ไปจนถึงผ้าอนามัย ทั้งที่ B เป็นผู้ชาย 

         ส่วนคุณลูกตุ้ม มีหน้าที่ไปรับ-ส่งสนามบินไม่ว่าจะเป็นเวลาตี 4-5 หรือเวลางานก็ตาม รวมถึงต้องช่วย Check-in ให้หัวหน้าด้วยเพราะหัวหน้าทำไม่เป็น และหากครั้งไหน A ไม่สะดวกซื้อตั๋วเครื่องบินหน้าที่ก็จะตกมาเป็นของคุณลูกตุ้มแทน ซึ่งไม่ใช่หน้าที่ในตำแหน่งงาน แต่เพราะบ้านคุณลูกตุ้มอยู่ใกล้สนามบิน โดยในการรับ-ส่งมีทั้งใช้รถบริษัทและรถส่วนตัว แม้จะเป็นการบินเพื่อไปทำงานแต่มันควรเป็นหน้าที่รับผิดชอบของเขาที่จะต้องเดินทางไปสนามบินด้วยตนเอง 

         ทั้งสามคนเคยปฏิเสธในสิ่งที่หัวหน้าสั่งแล้ว ล่าสุดคุณลูกตุ้มปฏิเสธไม่ไปส่งเขาที่สนามบินว่า “พี่ ผมไม่สะดวกถ้าเช้าขนาดนั้น” เขาก็ส่งไฟล์ตขากลับมาต่อ ซึ่งเวลานั้นยังอยู่ในเวลางาน จึงทำให้ปฏิเสธได้ยาก คุณลูกตุ้มก็มองว่ามันไม่ถูกต้องเพราะเขาก็ต้องทำงานของตนเองในเวลางานเหมือนกัน

         หลาย ๆ อย่างทำให้คุณลูกตุ้มและคนในทีมเป็นเหมือนคนใช้ที่ไม่สามารถปฏิเสธได้ของหัวหน้า เคยแจ้งไปทาง HR และทางผู้บริหารแล้วแต่ยังไม่มีความคืบหน้าใด โดยฝั่ง HR ก็เห็นด้วยว่ามันเป็นงาน Self Service เป็นงานที่ควรทำด้วยตนเอง พร้อมบอกว่าเดี๋ยวเขาจะไปหาวิธีคุยดู เนื่องจากในทีมมีกันแค่ 4 คน หากพูดไปจะเกิดการกระทบกระทั่งกันได้

         คุณลูกตุ้มเล่าเสริมว่า เขาเคยปฏิเสธทั้งวิธีการ @All ในกรุ๊ปไลน์ และบอกกับเขาว่า “ในฐานะพี่สาวพี่เป็นพี่ที่โอเคเลย แต่ในที่ทำงานพี่เป็นหัวหน้าที่ Manage อะไรไม่ได้เลย” เคยมีการนัดประชุมพูดคุยกันต่อหน้าแล้ว มีปากมีเสียงแล้วทุกอย่างก็จบไป ผ่านไปหนึ่งปีทุกอย่างก็กลับมาเป็นเหมือนเดิม จนปีหลังเริ่มหนักขึ้นในเรื่องของงานส่วนตัวหัวหน้า

         คุณลูกตุ้มเล่าย้อนว่า เมื่อก่อนมีหัวหน้าอีกคน แต่พอหัวหน้าเก่าลาออก หัวหน้าคนนี้ก็ขึ้นมาแทนด้วยความอาวุโส และก่อนหน้านี้เคยมีพี่ในทีมอีกคนที่เป็นคนพูดตรงก็พยายามสู้กับเขา คุณลูกตุ้มก็เป็นคนตรงเช่นกันจึงจะคอยซัพพอร์ต แต่ปัจจุบันพี่คนนั้นออกไปแล้ว ส่วนพี่ A และ B เขาบอกว่า เขาจะตายรังกันที่นี่แล้ว พี่ทั้งสองเป็นคนเก่งแต่ไม่มั่นใจในตัวเอง เขาไม่คิดว่าหากไปที่อื่นแล้วจะมีประสิทธิภาพในการทำงานที่อื่นได้ไหม จึงเป็นจุดอ่อนให้ต้องยอมหัวหน้า ตอนนี้จึงเมือนคุณลูกตุ้มสู้เพียงลำพัง 

         ในด้านการทำงาน หัวหน้าคนนี้ก็ Manage งานได้ไม่ดี ด้วยความที่เป็นบริษัทใหญ่ และงานหนักมาก หัวหน้าก็จะชอบพูดว่าเขาช่วยทำอยู่ แต่เวลาที่นำ Slide ไปช่วยทำก็ส่งกลับมาเป็น Slide เปล่าที่มีเพียงหัวข้อซึ่งก็แทบไม่มีประโยชน์ คุณลูกตุ้มเสริมว่า คนในทีมไม่มีปัญหากับงานหนักเพราะงานหนักมาโดยตลอดอยู่แล้ว ให้สละเวลาถึง 1-2 ทุ่มเพื่องานก็ยินดี เพราะอย่างไรก็เป็นผลงานของตนเอง แต่เรื่องส่วนตัวมันเกินขอบเขตไป และลองทำทุกวิธีทางจนไม่รู้ว่าจะต้องทำอย่างไรต่อไปแล้ว

         คุณลูกตุ้มเองก็เคยลองพยายามหาใหม่แล้ว แต่ก็ยังไม่เจองานที่ตอบโจทย์ และสถานการณ์ในทุกวันนี้ก็อาจทำให้หางานยากขึ้น ในส่วนของความสามารถคนรอบตัวก็ยืนยันว่าคุณลูกตุ้มมีความสามารถ รวมพี่อีกสองคนในทีมก็เก่งกันมาก หากเป็นคนภายนอกทีมมองมาเขาจะมองว่าทำงานได้มีประสิทธิภาพ แต่งานก็หนัก และยังไม่นับรวมกับปัญหาทางบ้านที่เจอส่วนตัวกันเอง ตัวคุณลูกตุ้มเสริมว่า ตนไม่เป็นซึมเศร้าก็ดีแล้ว

         ‘ดีเจเติ้ล’ ถามเพิ่มเติมว่า “ที่ผ่านมาไม่เคยปฏิเสธได้เลยสักครั้งใช่ไหม?” คุณลูกตุ้มตอบว่า “เคยปฏิเสธได้ครั้งเดียว ครั้งอื่นเขาจะน้ำเสียงตึง ๆ ถามว่าหากเราไม่ไปจะเป็นอย่างไร ด้วยความที่เป็นลูกน้องภายใต้การบังคับบัญชา การประเมินงานต่าง ๆ แม้งานจะประสิทธิภาพดี แต่เราอยู่ภายใต้เขา การที่เราได้เลื่อนตำแหน่งบ้างไม่ได้เลื่อนบ้างเป็นเพราะที่ปฏิเสธเขาด้วยหรือเปล่า เราไม่รู้อะไรเลย”

         ‘ดีเจต้นหอม’ ถามเพิ่มเติมว่า “เขามีหัวหน้าอีกทีไหม” คุณลูกตุ้มตอบว่า “จะขึ้นตรง BU Head เลย” คุณลูกตุ้มและคนในทีมยังไม่กล้ารายงานไป เพราะหัวหน้า และ BU Head เขาสนิทกัน เติบโตมาด้วยกันสายงานเดียวกัน ไม่รู้ว่าการที่บอกออกไปจะเป็นอย่างไร

         คุณลูกตุ้มอยากขอคำแนะนำจากดีเจทั้งสามท่านว่า “จะปฏิเสธอย่างไรให้ดีที่สุด หรือ ควรทำอย่างไรนอกจากวิธีที่ได้คุยกันไปอย่างการแจ้ง HR/ผู้บริหาร ทำอย่างไรได้บ้าง? เพราะผมเองก็มีปัญหาที่บ้านหนักพอสมควรด้วย”

         หลังจากฟังเรื่องราวทั้งหมดดีเจได้เริ่มให้คำแนะนำโดยเริ่มจาก ‘ดีเจเติ้ล‘ กล่าวว่า “เป็นพี่จะ Tag Team กัน 3 คนไปคุยกับผู้บริหารอธิบายทุกอย่าง เพราะพี่มองว่าสิ่งที่เขาทำมันผิดทั้งหมด เขาใช้งานส่วนตัวหมดเลย ถ้าเป็นครั้งคราวยังพอเข้าใจได้ แต่นี่คือทุกคนต้องดูแลเรื่องส่วนตัวให้เขาหมดเลย การให้ตื่นตี 4 ไปรับคือเกินมนุษย์มาก ขนาดเป็นหัวหน้ากับเลขายังต้องมีการเกรงใจกัน แต่ตำแหน่งเราไม่ได้มีหน้าที่ต้องทำสิ่งเหล่านี้เลย พี่ว่าควรพูด ไม่ควรทน ยิ่งถ้าจะทำให้เราเป็นซึมเศร้ายิ่งไม่คุ้ม 

         แต่ถ้าไปคุยแล้วบริษัทยังคงเก็บเขาไว้แล้วปล่อยให้เราสามคนออกไป เป็นพี่จะออก เพราะเราเองก็มีความสามารถ อย่าด้อยค่าตนเองจนต้องทนทุกข์กับสิ่งที่ไม่ Make sense เข้าใจว่างานหายาก แต่หากเราเชื่อในศักยภาพของตัวเองเรามีสิทธิเลือก พี่จะไม่ยอมให้ตัวเองเป็น choice แบบนี้ เพราะเขาไม่เคารพและล้ำเส้นกันมากจนเกินไปจากที่เล่ามา ที่ B ถูกฝากซื้อของยังรับได้ แต่สิ่งที่ A และ คุณลูกตุ้มโดนมันเกินไป ไม่มีมารยาท ไม่ควรจะเป็นหัวหน้าใคร และตัวพี่เติ้ลเองก็จะไม่ไหวถ้ามีคนอย่างนี้เป็นหัวหน้า นอกจากนิสัยส่วนตัวเสีย งานเขาก็ยังจัดการได้ไม่ดี พี่มองว่าไม่รู้จะอยู่ไปทำไม เข้าใจว่าอาจเพราะเรื่องเงินเดือน แต่มันไม่ได้ทำให้ชีวิตดีขึ้น ต้องลองชั่งน้ำหนักดูว่ากับเงินเดือนที่ได้มันคุ้มพอไหม พี่มองว่า หากคนใหญ่คนโตในบริษัทยังมีทัศนคติแบบนี้แปลว่าบริษัทนี้ไม่ดี Toxic จากที่บอกว่าทุกคนเป็นคนเก่ง ทำไมถึงไม่ดึงศักยภาพออกมาเพื่อสู้กับเขา และต่อให้พี่อีกสองคนไม่สู้ไปกับเราแต่หากเป็นพี่ก็จะไม่ปล่อยให้ตนเองอยู่ที่นี่”

         ‘ดีเจต้นหอม’ ถามว่า “บริษัทจำเป็นต้องมีเราไหม หากจำเป็นให้ขึ้นพูดกับหัวหน้าเลย” คุณลูกตุ้มเองก็ยืนยันว่าตำแหน่งของทั้งสามสำคัญต่อบริษัท ‘ดีเจเติ้ล‘ ย้ำว่า “ให้ไปคุยเลย ว่าเขาจะเลือกใครระหว่างสามคนที่จำเป็น กับคนเดียวที่เป็นอย่างนี้”

         คุณลูกตุ้มเล่าเสริมว่า สาเหตุที่ยังไม่ออกเป็นเพราะไม่มั่นใจงานในอนาคต นอกจากนั้นคุณลูกตุ้มก็เป็นโรค SLE ซึ่งหนักมาก ด้วยภาระค่าใช้จ่ายในการรักษาตัวที่ต้องแบกรับเองประกันก็ปฏิเสธไปแล้ว และปัจจุบันบริษัทก็มี Budget ในส่วนประกันให้โดยประมาณ 1-2 แสน จึงทำให้ก่อนหน้านี้คุณลูกตุ้มมองว่ายังมีความจำเป็นจะต้องอยู่

         ถัดมาที่ ‘ดีเจต้นหอม’ กล่าวว่า “พฤติกรรมเขาคือมนุษย์ป้าที่ไม่มีมารยาท และในเมื่อเราต้องอยู่ในบริษัทนี้ดังนั้นจึงให้เทคนิคทำตัวมึนไว้ สมมุติเขาสั่งอะไรสามารถปฏิเสธแบบมึน ๆ ได้เลย อย่างการบอกว่า ‘เดี๋ยวดูก่อนนะครับ’  แล้วก็หายไปเลย หากเขาถามกลับว่า ‘ดูอะไร’ ให้ตอบงง ๆ กลับไปว่า ‘ยังไม่แน่เลยครับ’ เหมือนกับว่าเขาไม่สามารถฝากความหวังไว้ที่เราได้

         และหากต้องไปส่งเขาที่สนามบินพยายามทำตัวให้เป็นความเสี่ยงของเขา ทำเหมือนกับไม่แน่ใจว่าเราจะตื่นไหม พูดประมาณว่า ‘เอางี้พี่ ถ้าตื่นเดี๋ยวว่ากัน’ ให้เขารู้สึกว่าเราไว้ใจไม่ได้ เราไม่ได้ปฏิเสธเขาแต่ก็ไม่ชัวร์นะ หรือหากวันไหนต้องไปส่งก็ให้ลองปิดโทรศัพท์แล้วนอนดูสักวัน แล้วบอกเขาว่าเราป่วย ลุกไม่ไหวเพราะเราก็ป่วยจริง ๆ ให้เขารู้ว่าชีวิตเขาต้องเริ่ม Self Service 

         และเห็นด้วยกับพี่เติ้ลว่าให้รวมตัวกันสามคนไปคุย แต่ถ้าพี่ทั้งสองคนไม่เห็นด้วยก็ลองทำตามวิธีที่แนะนำดู ไม่ว่าเขาจะถามอะไรมาให้ตอบไม่ตรงคำถามแต่ความหมายเหมือนเดิมคือเรา ‘ปฏิเสธ’ ซึ่งเราไม่ผิดเพราะไม่ใช่หน้าที่ ต้องไม่ยอมเป็นเบี้ยล่างเขาอีกแล้ว และในส่วนของการ Check-in ให้ส่งลิ้งก์วิดีโอสอนไปให้เขาเลย”

         ปิดท้ายที่ ‘ดีเจเผือก’ กล่าวว่า “ปัญหานี้ต้องถูกแก้โดย HR ถ้าเป็นบริษัทที่มีคุณภาพ HR จะต้องจัดการอย่างมีประสิทธิภาพ ให้เขาเลือกว่าจะเลือก 1 คนซึ่งคือหัวหน้าที่ทำไม่ได้แม้แต่ Check-in หรือ 3 คนที่เป็นคนทำงาน เขาจะเลือกใคร ถ้าเราไม่อยากออกสามารถย้ายทีมได้ไหม? ขอเปลี่ยนหัวหน้า หรือ บอกเขาว่าเรามั่นใจว่าจะสามารถทำงานได้โดยไม่มีหัวหน้าคนนี้ เข้าไปคุยกับ HR หากเขาไม่สามารถช่วยอะไรได้แปลว่าบริษัทนี้ไม่ได้เรื่อง การที่เป็น HR ต้องจัดการทรัพยากรบุคคลให้ดี เขาต้องรู้ว่าใครที่เป็นคนทำรายได้ให้กับบริษัท ถ้าคุณลูกตุ้มคิดว่าทั้งสามคนในทีมเป็นคนที่ทำงานจริง ๆ และเป็นทีมที่ทำรายได้ให้กับบริษัทก็จงมั่นใจและเข้าไปคุยเลย บอกกับเขาไปว่าถ้าอยากให้เราทำงานต่อ เรามีเงื่อนไขอย่างไรบ้าง หรือถ้าเขาไม่สามารถจัดการได้ก็ไม่ต้องง้อ ระหว่างนี้ให้หางานใหม่รอไว้เลย ถ้ามีทางไปก็ไปเลย สุดท้ายให้ไปกันเป็นทีมไปสู้ก่อน ถ้าไม่ได้ก็ตัวใครตัวมัน ถ้า A และ B ต้องการทนต่อไม่ไปด้วย ก็เหลือเพียงคุณลูกตุ้มที่ต้องมานั่งคิดดูว่ากับเงินเดือนที่ได้อยู่แลกกับชีวิตเราคุ้มไหม

         จากที่เหตุการณ์เรื้อรังมาขนาดนี้ควรจัดการอะไรสักอย่าง และการที่เขาทำอะไรไม่ได้สักอย่างไม่รู้ว่าเขามาเป็นหัวหน้าได้อย่างไร แค่ Check-in มองว่าเขาไม่ได้ทำไม่ได้ เขาเพียงแค่ไม่อยากทำ เพราะฉะนั้นอยู่ที่เราว่าต้องการอยู่ภายใต้คนแบบนี้หรือเปล่า หากไม่ต้องการเราต้องสู้เพื่อให้ตนเองได้ทำงานอยู่ในออฟฟิศนี้ต่อได้อย่างมีความสุขอย่างที่ควรจะเป็น อาจไม่มีความสุขมากแต่ไม่ควรโดนแบบนี้ แต่หากบริษัท หรือ HR ไม่สามารถจัดการได้ พี่ยืนยันว่าอย่าไปอยู่ เพราะนั่นแปลว่านอกจากหัวหน้าที่ห่วยแล้ว HR ก็ห่วย บริษัทนี้ก็ห่วย

         และหากถามว่าจะปฏิเสธอย่างไร พี่มองว่ามันเลยช่วงเวลานั้นมาแล้ว เป็นพี่จะเลือกปฏิเสธสั้น ๆ และไม่พูดอะไรต่อ บอกเพียง ‘ไม่สะดวกครับ’ และไม่ต้องอ่านอีกเลย หากผลของการกระทำแบบนี้ทำให้เราไม่เติบโตในหน้าที่การงาน ให้เข้าไปคุยกับ HR เหมือนเคย และหาก HR ไม่ช่วยอะไรแสดงว่าบริษัทนี้ไม่ได้เรื่อง และเราจะเอาชีวิตไปผูกกับบริษัทแบบนี้คงไม่ใช่”

         ‘ดีเจต้นหอม‘ เสริมว่า “ระหว่างทำงานให้หางานใหม่ไปด้วย ไม่ต้องกดดันว่าจะต้องลาออกเลย ให้ใช้วิธีการง่าย ๆ อย่างการปฏิเสธเสร็จให้ทิ้งไลน์ไปเลย อ่านไลน์ช้า ๆ ตอบเฉพาะเรื่องงาน อย่าไปเครียด ถ้ารู้สึกว่าป่วยและไม่ต้องการรับอะไรที่ Toxic ก็ไม่ต้องอ่านไลน์ หากเขาถามให้บอกว่าเราป่วย”

เรื่องราวจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทาง

มีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATION

รับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 20.00 –23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

related พุธทอล์ค พุธโทร RECAP

ไม่ถามเรื่องสุขภาพสักคำ? สาวสุดงง... ทะเลาะกับแฟน หลังจากไปดื่มหนักด้วยกันมา กลับมาถึงห้อง นอนหลับกันปกติ ตื่นเช้ามารองเท้าแฟนหาย ไปเจออยู่หน้าห้องผู้ชายอีกคนใกล้ๆกัน สุดท้ายเปิดดูกล้องวงจรปิด เห็นตัวเองนอนละเมอเดินเข้าห้องผู้ชายคนนั้นไม่ถึงนาที

15 ส.ค. 2023

ไม่ถามเรื่องสุขภาพสักคำ? สาวสุดงง... ทะเลาะกับแฟน หลังจากไปดื่มหนักด้วยกันมา กลับมาถึงห้อง นอนหลับกันปกติ ตื่นเช้ามารองเท้าแฟนหาย ไปเจออยู่หน้าห้องผู้ชายอีกคนใกล้ๆกัน สุดท้ายเปิดดูกล้องวงจรปิด เห็นตัวเองนอนละเมอเดินเข้าห้องผู้ชายคนนั้นไม่ถึงนาที

ไม่ถามเรื่องสุขภาพสักคำ? สาวสุดงง... ทะเลาะกับแฟนหลังจากไปดื่มหนักด้วยกันมา กลับมาถึงห้อง นอนหลับกันปกติตื่นเช้ามารองเท้าแฟนหาย ไปเจออยู่หน้าห้องผู้ชายอีกคนใกล้ๆกันสุดท้ายเปิดดูกล้องวงจรปิด เห็นตัวเองนอนละเมอเดินเข้าห้องผู้ชายคนนั้นไม่ถึงนาทีแฟนไม่เชื่อ คิดว่าเราคบชู้อย่างเดียวเลย ทำไมไม่เป็นห่วงกันบ้างเลย... “คุณสุ (นามสมมุติ)” อายุ 29 ปี สายที่สามของรายการ “พุธทอล์ค พุธโทร” เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา [9 ส.ค.66] ได้โทรเข้ามาปรึกษาปัญหา ดีเจต้นหอม - ดีเจเติ้ล - ดีเจเผือก กับปัญหาที่เมาแล้วละเมอเข้าห้องผู้ชาย จนแฟนเข้าใจผิด คิดว่าเราไปมีอะไรกับคนนั้นหรือเปล่า? โดย “คุณสุ (นามสมมุติ)” ได้เล่าว่า ‘ทะเลาะกับแฟนได้ 1 อาทิตย์แล้ว วันที่เกิดเหตุ หนูไปสังสรรค์กับเเฟน พอเสร็จก็กลับมาห้อง เกือบตี 2 กลับมาถึงก็ใช้ชีวิตกันแบบปกติ หนูไม่ได้เมาจนฟิวส์ขาด แต่พอเช้ามา แฟนหนูก็หารองเท้าของเขาไม่เจอปกติจะต้องวางไว้หน้าห้อง ซึ่งเราก็ยังคุยเล่นกันปกติ ยังแซวเขาว่าลืมไว้ที่ร้านหรือเปล่า? จนสักพักแฟนหนูเขาก็บอกว่าจะออกไปหารองเท้า ให้หนูอาบน้ำเเต่งตัว ถ้าเสร็จเเล้วไปเจอกันที่ร้านข้าว เดี๋ยวไปกินข้าวกัน แล้วก่อนที่หนูจะออกไป เป็นปกติที่หนูจะมองหาแมวเพื่อให้แมวมากินข้าว แต่สายตาดันบังเอิญไปเห็นรองเท้าแฟนวางอยู่ที่ห้องผู้ชายคนอื่น ก็เลยคิดทบทวนว่าเมื่อคืนเราก็ไม่ได้ทำอะไรนะ แล้วก็ไม่ได้เมาขนาดที่ว่าจำอะไรไม่ได้เลย เราก็ไม่ได้เป็นคนที่มีเรื่องชู้สาวอะไรเลยเหมือนกัน แต่หนูเพิ่งมาจำได้ว่าเมื่อคืนหนูฝัน โดยในฝัน หนูเดินออกไปบ้านใครก็ไม่รู้ มีเสียงผู้ชายมาเรียก แล้วในฝันเสียงผู้ชายที่เรียกคุ้นหูมาก หนูก็เดินออกไปแต่หนูไม่รู้ว่าเดินไปบ้านใคร ในฝันหนูเปิดประตูบ้านเขาเข้าไป แล้วเจอผู้ชายคนหนึ่งเเต่หนูไม่เห็นหน้า เห็นแต่รูปร่างเขาเป็นคนตัวเล็ก ดำ แล้วเขาก็ตะโกนใส่หูเหมือนประมาณตกใจว่าหนูไปบ้านเขาทำไม ซึ่งในฝันหนูตกใจมากแล้วหนูก็ออกจากบ้านเขามา หลังจากนั้นหนูก็จำอะไรไม่ได้เลยในฝัน แบบจำไม่ได้ว่าฝันว่าอะไรต่อ พอเช้าวันนั้นหนูเห็นแล้วว่ารองเท้าอยู่หน้าห้องผู้ชายคนนี้ หนูก็ยังไม่ปักใจเชื่อเพราะหนูไม่กล้าไปยืนดูรองเท้าว่ามันใช่ของเเฟนหนูจริงๆไหม หนูเลยทำได้เเค่เดินผ่านไป ซึ่งปกติเวลาอยู่ห้องหรือไปไหนใกล้ๆ หนูก็จะชอบใส่รองเท้าแฟนอยู่แล้ว ระหว่างที่ขับรถไปร้านข้าว หนูก็ทบทวนความฝันของตัวเองว่า เมื่อคืนฝันแบบนี้เเล้วมันจะเป็นจริงๆหรอ แล้วถ้าเกิดเดินไปจริงๆในฝันเจอผู้ชายคนหนึ่งตะโกนใส่ ถ้าหนูเดินเข้าห้องเขาจริงๆ ทำไมเช้ามาเขาถึงไม่มาถามว่าเดินเข้าห้องเขาทำไม เพราะเช้ามาก็ตื่นมาที่ห้องตัวเองเหมือนเดิม พอถึงร้านข้าวก็ถามแฟนว่าเมื่อคืนหนูได้เดินออกจากห้องไหม? แฟนก็บอกไม่รู้ เดินออกไปหรอ เพราะกลับมาถึงอาบน้ำเสร็จก็นอนหลับไปเลย แล้วหนูก็บอกแฟนว่า ตอนจะออกมาหนูเห็นเหมือนรองเท้าแฟนอยู่ห้องผู้ชายคนนี้ หนูก็เล่าความฝันของหนูให้เขาฟัง แล้วแฟนหนูก็บอกว่าเมื่อคืนห้องนี้เขาเปิดไฟอยู่นะ สักพักแฟนหนูสีหน้าเปลี่ยนทันทีเพราะความคิดเขาคือคิดว่าหนูไปมีชู้กับห้องข้างๆ หนูก็พยายามอธิบาย เเฟนหนูเขาเริ่มอารมณ์ร้อน แล้วข้อเสียเขาเป็นคนที่งี่เง่าเป็นคนเจ้าอารมณ์ หนูก็บอกว่ามันไม่ใช่แบบนั้นนะ หนูไม่ได้ตั้งใจหนูไม่รู้จริงๆ เพราะเราก็ไม่เคยนอนละเมอเเล้วออกไปไหนมีแค่ละเมอเเล้วพูด ซึ่งหนูก็ได้ไปขอดูกล้องวงจรปิดที่หน้าห้อง ภาพที่เห็นจากกล้องคือหนูเดินไปจริงๆค่ะ ตอนตี 3:24 แล้วหนูก็เดินกลับมาตอน ตี 3:24 เหมือนกัน หนูเปิดเข้าไปแล้วหนูก็เปิดออกมา แต่แฟนหนูเขาปักใจคิดว่าหนูไปมีอะไรจริงๆ เพราะเขาไม่ฟังอะไรเลย ทีนี้ผู้ชายคนนั้นเขาเป็นหลานชายของพี่ที่ทำงานกับหนู สนิทกัน พอทะเลาะกับแฟน หนูก็เลยเล่าเรื่องทั้งหมดให้เขาฟัง เขาก็ตกใจ พี่เขาก็เลยโทรไปถามหลานเขาว่าเมื่อคืนนี้เห็นหนูเดินเข้าห้องไหม เขาก็บอกว่า ไม่รู้เลยครับ ผมไม่รู้เลยด้วยซ้ำ ไม่ได้ยินเลย ภาพจากกล้องวงจรปิดคือหนูกับมาจากร้านที่ไปสังสรรค์แต่ผู้ชายคนนี้เขาไม่ได้อยู่ในห้อง เขานั่งเล่นอยู่โต๊ะม้าหินหน้าห้อง ณ ตอนนี้หนูกับแฟนทะเลาะกันแรงมาก หนูไปปรึกษาพี่ๆเพื่อนๆที่หนูสามารถคุยกับเขาได้เขาก็บอกว่าหนูไม่ปกติที่ละเมอแล้วเดิน จนหนูปรึกษาหมอ หมอบอกว่าจริงๆเคสแบบนี้จะไม่ค่อยเกิดกับคนอายุแบบเรานะ จะเกิดแต่กับเด็ก ส่วนน้อยมากที่จะเกิดกับคนรุ่นนี้ สิ่งที่หนูอยากจะปรึกษาพี่ๆดีเจ คือ ‘เขาก็ยื่นข้อเสนอมาว่ามีสองทางให้เลือก คือ หนูเก็บของออกไปกับจะให้เขาออกไป’ เรื่องนี้ 3 ดีเจ ก็ได้ให้คำปรึกษาตรงกันว่า “อย่างแรกเลยต้องเป็นห่วงในเรื่องสุขภาพ เพราะในกล้องก็ชัดเจนแล้วว่าเราเข้าไปแล้วออกมาเลย แล้วแฟนก็ควรที่จะพาคุณสุไปปรึกษาหมอดีกว่าทำไมถึงละเมอขนาดนี้ ไม่เห็นมุมที่จะต้องมาทะเลาะกันเรื่องหึงหวง ส่วนเรื่องที่ต้องย้ายออก คุณสุก็ให้เขาออกไปเอง เพราะมันดูงี่เง่ามากที่คุณสุแค่ละเมอเเล้วเดินไปห้องคนอื่น ทั้งๆที่กล้องวงจรปิดก็เห็นชัดเจน คุณสุทำได้เเค่รอเวลาได้อย่างเดียวให้เขาอภัย เพราะเขาไม่ได้มีการรับฟัง แต่ถ้าเราออกไปก็รอดูว่าเขาจะตามไหม ถ้าเกิดเขาตามก็ยื่นข้อเสนอเลยว่าต่อไปนี้ต้องฟังเหตุผล แต่ถ้าเขาไม่ตามก็คือเขาไม่ได้รัก เขาอาจจะอยากเลิก เพราะมันงี่เง่าเกินไปกับเรื่องนี้ แล้วเกิดการละเมอแบบนี้ มันจะต้องถามว่าเธอเป็นอะไรหรือเปล่า เพราะมันคือมาจากความรัก เขาจะต้องกลัวว่าคนในห้องนั้นก็ทำไรคุณสุหรือเปล่า หรือถ้าคุณสุเดินไปตกบรรไดล่ะ ส่วนเรื่องผู้ชาย ถ้าอยากให้มีความหวัง คุณสุต้องออกไป อย่างน้อยถ้าเขารักเรา เขาจะรู้สึกว่าคุณสุออกไปเพราะเขานะเพราะเขางี่เง่า ใดๆก็ตาม ตอนนี้คุณสุควรที่จะไปรักษาเรื่องละเมอก่อนดีกว่า มันอันตรายกับชีวิตคุณสุมากกว่านะ เพราะถ้าเกิดยังเดินละเมอแบบนี้อาจจะเกิดอุบัติเหตุได้นะ…’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

เราเป็นทอม เคยคบกับแฟนผู้หญิงตอนมัธยม เลิกกันไป มาเจออีกที แฟนเก่าเราอุ้มลูก มีสามีแล้ว เราโกรธบล็อกเขาทุกช่องทาง แล้วเราก็มีแฟนใหม่ จนทราบข่าวว่าแฟนเก่าเสียชีวิต ย้อนดูในโซเชียลเขาไม่เคยลบรูปเราเลย พยายามติดต่อมาคุยกับเรา

07 มิ.ย. 2024

เราเป็นทอม เคยคบกับแฟนผู้หญิงตอนมัธยม เลิกกันไป มาเจออีกที แฟนเก่าเราอุ้มลูก มีสามีแล้ว เราโกรธบล็อกเขาทุกช่องทาง แล้วเราก็มีแฟนใหม่ จนทราบข่าวว่าแฟนเก่าเสียชีวิต ย้อนดูในโซเชียลเขาไม่เคยลบรูปเราเลย พยายามติดต่อมาคุยกับเรา

เราเป็นทอม เคยคบกับแฟนผู้หญิงตอนมัธยม เลิกกันไป มาเจออีกที แฟนเก่าเราอุ้มลูก มีสามีแล้วเราโกรธบล็อกเขาทุกช่องทาง แล้วเราก็มีแฟนใหม่ จนทราบข่าวว่าแฟนเก่าเสียชีวิตย้อนดูในโซเชียลเขาไม่เคยลบรูปเราเลย พยายามติดต่อมาคุยกับเรา รู้สึกติดค้างไม่ได้พูดอะไรกับเขาเลย “คุณนิค (นามสมมติ)” อายุ 27 ปี สายที่สองในรายการพุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ [5มิ.ย.67] ได้โทรเข้ามาปรึกษา ‘ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม’ เกี่ยวกับปัญหาความรักที่ความรู้สึกยังค้างคา โดย “คุณนิค (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘เป็นเรื่องราวที่เราเคยถูกผู้หญิงคนหนึ่งทิ้งไปนานมากแล้ว ซึ่งเรื่องมันจบไปแล้วแต่เรายังรู้สึกผิดอยู่ เริ่มจากเราเคยเป็นเพื่อนร่วมห้องกันมาก่อนตั้งแต่ม.ปลาย เค้าเคยมีแฟนเป็นผู้ชายมาก่อนแล้วก็ค่อยมาคบกับเราที่เป็นทอม เวลาที่เค้าทะเลาะกับเพื่อนเราก็จะอยู่ข้าง ๆ เค้าตลอด เค้าก็มักจะบอกกับเราว่า “อย่าทิ้งเค้าไปไหนนะ” เพราะเราเหมือนเป็นที่พึ่งทางใจให้กับเค้า จนจุดเปลี่ยนมันเกิดช่วงที่เราทั้งคู่เข้ามหาลัย เค้าสอบติดมหาลัยที่อยู่ต่างจังหวัด เราก็ไปส่งเค้าที่สนามบิน แต่หลังจากนั้นได้ 2 อาทิตย์เค้าก็โทรมาบอกเลิกเราเลย ทั้งๆไม่มีสัญญาณอะไรและเราก็ไม่ได้เตรียมใจไว้เลย ซึ่งเหตุผลที่เค้าบอกเราคือเราขี้หึงเกินไป งี่เง่าเกินไป โทษความผิดให้กับเราหมดเลย เราเลยไปส่องเฟซบุ๊คของเค้า และสิ่งที่เราเจอคือเค้าโพสรูปคู่กับผู้ชายคนหนึ่งที่น่าจะเป็นคนคุยใหม่ของเค้า เราเลยโกรธเค้ามาก ไล่ลบรูปคู่ทั้งหมด บล็อกเค้าทุกช่องทาง แต่ด้วยความที่พี่สาวของเราเรียนที่มหาลัยเดียวกับเค้า เราเลยยังได้ทราบข่าวเล็ก ๆ น้อย ๆ บ้าง หลังจากจบมหาวิทยาลัย แฟนเก่าเราประกาศแต่งงานทันที เราก็แอบรู้สึกช็อคนิดนึงแต่ก็รู้สึกว่ามันผ่านมานานมากแล้วทำไมถึงต้องไปคิดอีก แต่มันดันมีเรื่องบังเอิญที่ทำให้เราต้องไปเจอเค้าและภาพที่เราเห็นคือเค้ากำลังอุ้มลูกอยู่ เราตัวชา ทำตัวไม่ถูก เลยเลือกที่จะเดินสวนไป ผ่านไปสักพักเราก็ได้ยินข่าวคราวอีกทีคือเค้าเป็นมะเร็งระยะสุดท้าย ทั้งแม่และพี่สาวก็ไปให้กำลังใจเค้าและเหมือนจะดีขึ้น แต่สุดท้ายเค้าก็เสียชีวิต พอเราได้ยินแบบนั้นก็เหมือนโลกถล่ม สิ่งที่เราพยายามเกลียดเค้าหรือลืมเค้ามาโดยตลอดทำให้เราเสียศูนย์ไปเลย เราเลยขอแฟนคนปัจจุบันไปงานศพของเค้า และเราก็เสียใจที่คุยกับเค้าผ่านธูป และบอกกับตัวเองว่าทำไมเราไม่ทักไปคุยกับเค้า ทำไมเราถึงใจร้ายกับเค้า เราเลยกลับไปดูในเฟสบุ๊คคือเค้าไม่เคยลบรูปคู่กับเราเลย มันเลยยิ่งทำให้เราคิดว่าทำไมมีแต่เราที่มีทิฐิ และโกรธเค้าอยู่ฝ่ายเดียว ทำให้เราต้องไปปรึกษาจิตแพทย์และกินยา แต่เมื่อไหร่ที่นึกถึงเค้าเราก็จะร้องไห้ตลอด เลยอยากจะถามพี่ ๆ ว่าเราผิดมั้ยที่ตอนเลิกกันเราบล็อกเค้าทุกช่องทาง และถ้าอยากเลิกคิดเรื่องนี้พี่ช่วยแนะนำมุมมองใหม่ให้ได้มั้ยคะเพราะเราจมปลักกับตรงนี้มานานมาเกินครึ่งปีแล้ว’ ซึ่ง “ดีเจต้นหอม” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘คุณนิคไม่ผิดที่บล็อกเค้าเพราะเค้าบอกเลิกเรา จริง ๆ สำหรับผู้หญิงเรื่องแบบนี้เค้าวางแผนมาแล้วว่าจะเลิก กะว่าไปถึงอีกจังหวัดเค้าจะหาวิธีบอกเลิก หรือเค้าอาจจะไปแล้วไปเจอใครที่นู้นภายใน 2 อาทิตย์ สำหรับหอมมันก็คือการนอกใจ ก็ไม่มีอะไรที่ทำให้เราต้องเสียดาย เป็นหอมหอมก็ไม่ทักหา อาจจะใช้เวลาไปสักพักถึงจะให้อภัย ฉะนั้นตรงนี้ไม่ผิดอยู่แล้วเพราะเลิกกันไม่ดี ส่วนรื่องเปลี่ยนมุมมอง หอมว่าเราไม่ใช่หมอดู ไม่มีใครรู้อนาคตว่าใครจะต้องไปเจออะไร แล้วสัจธรรมของชีวิตคน เกิด แก่ เจ็บ ตาย เป็นเรื่องปกติมาก ไม่วันหนึ่งคุณนิคไปเค้าก็ไป มันไม่ใช่ความผิดเรา สิ่งที่เราทำมันก็ถูกต้องแล้วคือต่างคนต่างใช้ชีวิตเพราะเลิกกันไปแล้ว นิคอาจจะรู้สึกเสียดายที่น่าจะให้อภัยและคุยกับเค้าเพราะนี่คือเพื่อนที่ดีที่สุดคนหนึ่ง หอมคิดว่ามันเป็นความเสียดายมากกว่าที่คุณนิคจะเก็บมาโทษตัวเองว่าเราทำผิดทำไมเราไม่คุยกับเธอ มันไม่ใช่แค่คุณนิคอย่างเดียว เค้าอยากคุยกับเรารึเปล่า อันนี้ก็ไม่รู้ แล้วที่บอกว่าไลน์เด้งมาหาเราก็มีคนให้ข้อสันนิฐานว่า จริง ๆ เค้าอาจจะไม่ได้แอดเรามา แต่ถ้ามีเบอร์เราไลน์มันก็จะเด้งอัตโนมัติเวลาที่เค้าเปลี่ยนมือถือ และในเมื่อเค้าเป็นคนทิ้งเราก่อนเราก็ไม่ผิดที่เราทักเค้าไป แล้วการที่คุณนิครู้สึกว่าเราเป็นเพื่อนที่ดีต่อกัน และวันที่เค้าเสียชีวิตแล้วคุณนิคจะไปอโหสิกรรมอันนี้ก็เปนเรื่องที่ถูกต้อง เพราะเราไม่รู้เลยว่าวันหนึ่งเค้าจะเจออะไร เค้าจะจากเราไปตอนไหน ถ้าคุณนิครู้สึกว่านี่เป็นบทเรียนและไม่อยากเจอเรื่องแบบนี้อีก วันนี้คนที่อยู่ข้าง ๆ คุณนิค คุณนิคก็ต้องทำดีกับเค้าเช่น แฟนใหม่ที่เราคบ ถ้าวันหนึ่งเค้าเป็นอะไรขึ้นมาเราจะเสียดายอะไรที่เรายังไม่ได้ทำบ้าง ให้ทำกับคนนี้หรือทำกับคนรอบข้างเหมือนจะจากกันตลอดเวลา เพราะงั้นทำตีต่อกันกับคนที่ยังเหลืออยู่ อันนี้หอมว่าดีกว่า และเลิกคิดถึงคนที่จากไปแล้วและไม่ต้องโทษตัวเอง เพราะเค้าไปแล้วและไม่รับรู้อะไรแล้ว’ ต่อมา “ดีเจเผือก” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘ก็ใกล้เคียงกับหอม เพราะพี่ก็ถามว่าว่าทำไมนิคคิดว่าตัวเองผิด แต่ด้วยจังหวะของการเลิกกันมันอาจจะกระทันหัน ซึ่งการเลิกกันแบบนี้ก็ใช่ว่าจะไม่เกิดขึ้นกับคู่อื่น ๆ คนเรามีการบอกบอกเลิกหรือวิธีหยุดความสัมพันธ์ที่ไม่เหมือนกัน บางคนก็หายไปเลย บางคนก็มานั่งคุย อันนี้ก็แล้วแต่คู่ แล้วพอเลิกกันไปผมมองว่าต่างคนต่างวางตัวกันดี เอาจริงคุณนิคก็ไม่ควรทักไปอยู่แล้ว เพราะมันไม่มีสาเหตุที่ต้องคุยกันในฐานะเพื่อนเก่าหรืออะไรก็ตาม ยิ่งทักคุยกันอาจจะยิ่งเป็นปัญหากับความสัมพันธ์ปัจจุบันของแฟนเค้าซะมากกว่า ผมว่าต่างฝ่ายต่างทำถูกแล้วที่ไม่ได้ติดต่อกัน และสุดท้ายคนที่จะติดค้างเรื่องคำขอโทษก็น่าจะเป็นฝ่ายเค้ามากกว่า ผมมองว่าทุกอย่างดำเนินไปตามปกติที่ควรจะเป็นอยู่แล้ว ไม่เห็นว่าจะมีความผิดอะไรจากคุณนิคเลย ในเรื่องของมุมมองคุณนิคต้องล้างความคิดว่าตัวเองผิดก่อน ผมไม่เห็นว่าคุนนิคจะต้องมีอะไรที่ติดค้างหรือรู้สึกผิด เพราะต่างฝ่ายก็ต่างไปมีชีวิต คนที่เลิกกันแล้วบางทีก็ไม่เหมาะไม่ควรที่เราจะคบหากันต่อ แม้จะเป็นเพื่อนกันก็ตามมันต้องย้อนกลับไปตั้งแต่เป็นเพื่อนกัน เมื่อไหร่ที่ตัดสินใจก้าวข้ามความเป็นเพื่อนมาเป็นแฟน มันคือการเปลี่ยนแปลงที่ย้อนกลับไปไม่ได้ พอเลิกกันก็ต้องทำใจว่าความสัมพันธ์แบบเพื่อนมันจะไม่กลับมา และทุกอย่างี่เกิดขึ้นมาผมมองว่ามันเป็นเรื่องปกติทุกอย่าง’ สุดท้าย “ดีเจเติ้ล” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘พี่จะเสนอมุมมองที่ต่างพี่เผือกพี่หอมนิดนึง เท่าที่พี่ฟังมาพี่รู้สึกเสียดายชีวิตคุณนิคมากเลย พี่รู้สึกว่า 9 ปีตั้งแต่เลิกกับเค้าคุณนิคไม่ได้ไปไหนเลย อย่างตอนที่เจอเค้าอุ้มลูกแล้วคุณนิคหนี ถ้าเป็นคนที่มูฟออนแล้วพี่ว่าเค้าคงเดินไปถามสารทุกข์สุขดิบ แต่สำหรับเติ้ลมองว่าเหมือนคุณนิคยังอยากได้เค้าเป็นแฟน ยังเฝ้าดูชีวิตเค้าตลอด เรื่องของเค้ายังเข้ามากระทบจิตใจคุณนิคตลอด แล้วสุดท้ายคนที่ไม่ไปไหนก็คือตัวคุณนิค แต่วันนี้เค้าเสียไปแล้วแต่คุณนิคเองที่ยังไม่ไปไหน ซึ่งทำให้เติ้ลเสียดายเวลาที่คุณนิคจะไปมีความสุขกับตัวเอง ถ้าคุณนิคยังไม่เลิกคิดว่าตัวเองผิด ก็โปรดให้อภัยตัวเอง’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

เพิ่งเสียคุณแม่ไป แล้วมีทรัพย์สินแม่ เป็นชื่อพ่อ ทั้งบ้าน ทั้งที่ดิน ญาติก็มาเตือนให้ดูพ่อดีๆ จนมารู้ว่าพ่อกำลังจะไปผูกข้อมือ แต่งงาน กับ ผู้หญิงรุ่นน้องพ่อ 10 ปี จะพูดยังไงให้พ่อโอนมาเป็นชื่อลูกก่อนดีคะ? เพราะกลัวว่าพ่อจะจดทะเบียนสมรสเลย

24 ก.ค. 2024

เพิ่งเสียคุณแม่ไป แล้วมีทรัพย์สินแม่ เป็นชื่อพ่อ ทั้งบ้าน ทั้งที่ดิน ญาติก็มาเตือนให้ดูพ่อดีๆ จนมารู้ว่าพ่อกำลังจะไปผูกข้อมือ แต่งงาน กับ ผู้หญิงรุ่นน้องพ่อ 10 ปี จะพูดยังไงให้พ่อโอนมาเป็นชื่อลูกก่อนดีคะ? เพราะกลัวว่าพ่อจะจดทะเบียนสมรสเลย

“คุณมิ้น (นามสมมติ)” อายุ 26 ปี สายที่หนึ่งในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา [16 ก.ค. 67] ได้โทรเข้ามาปรึกษา ‘ดีเจต้นหอม - ดีเจเติ้ล - ดีเจอั๋น’ เกี่ยวกับเรื่องมรดกของเเม่หลังจากที่คุณเเม่เสีย โดย “คุณมิ้น (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘คุณเเม่เสียเมื่อประมาณปี 64 ด้วยโรคประจำตัว ซึ่งก่อนหน้านั้นครอบครัวอบอุ่นมาก ไม่ได้มีปัญหาอะไรกันเลย เเล้วคุณเเม่เป็นหญิงแกร่ง หญิงเก่ง เรียนมาน้อยเเต่เขาก็ขยันทำงานจนก่อร่างสร้างตัว ซื้อรถ ซื้อบ้านได้ จากน้ำพักน้ำแรงของตัวเอง มีคุณพ่อช่วยด้วย เเต่คุณพ่อมีรายได้น้อยกว่าคุณเเม่ เพราะเเม่ประกอบธุรกิจส่วนตัว ทำให้เขาผ่อนบ้าน ผ่อนรถหมดเร็ว เเล้วกะว่าจะเก็บไว้เป็นมรดกให้กับลูกทั้ง 2 คน พอคุณเเม่เสีย ตอนนั้นก็ค่อนข้างเคว้งว่าจะทำยังไงต่อ เเล้วก็มีญาติ ๆ ฝั่งเเม่เข้ามาเตือนว่า ‘ให้ระวังพ่อไปแต่งงานใหม่นะ’ ตอนนั้นก็ไม่ค่อยเชื่อเท่าไหร่ เรามั่นใจในตัวคุณพ่อเพราะไม่เคยออกนอกลู่นอกทางเลย ไม่ค่อยได้ข่าวมีกิ๊กกั๊กหรือเจ้าชู้ เราก็เลยไว้ใจ เเต่พอคุณเเม่เสียได้ปีกว่า ๆ คุณพ่อก็ยอมรับกับเราว่ามีคุยกับผู้หญิงประปรายนะ อยากหาเพื่อนมาอยู่ด้วยช่วงบั้นปลาย เรากับพี่ชายก็ไม่ได้ว่าอะไร ถ้าเจอคนดีก็เเล้วเเต่ เเต่เราไม่ได้คิดว่าคุณพ่อจะเเต่งงาน จนเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา คุณพ่อก็โทรมาบอกว่า ‘จะจัดงานเเต่งเล็ก ๆ นะ’ กับผู้หญิงคนหนึ่งมีอายุน้อยกว่าคุณพ่อ 10 ปี ซึ่งตอนนี้คุณพ่ออายุ 63 ปี ตอนรู้เรื่องเราก็ค่อนข้างช็อก ก็เลยโทรหาพี่ชายว่า ‘คุณพ่อได้บอกหรือยังว่าเขาจะเเต่งงาน’ พี่ชายก็ตอบกลับว่า ‘บอกแล้ว’ ตอนแรกเหมือนคุณพ่อไม่ได้ตั้งใจจะบอกพี่ชายด้วย เหมือนพี่ชายเขาเป็นคนไปจี้ถามคุณพ่อก่อน เราก็เคยได้ยินมาว่าเขาคงคุย ๆ กันมา เจอกัน 2-3 ครั้ง เเต่เราไม่ได้รู้สึกโอเคขนาดนั้น รู้สึกเฉย ๆ คิดว่าคุณพ่อจะคบกันไปก่อน ดูกันไปก่อน ไม่คิดว่าจะตกล่องปล่องชิ้น แล้วเราก็กลัวว่าเขาจะมาปอกลอก เรากังวลไว้ก่อนเพราะเรายังไม่ได้รู้จักเขาดี เเล้วเราก็รู้สึกว่าคุณเเม่สร้างทรัพย์สมบัติไว้ให้ลูก เคยถามคุณพ่ออ้อม ๆ ว่า ‘ถ้าผู้หญิงให้จดทะเบียนสมรสจะจดมั้ย?’ คุณพ่อก็ตอบเเบบอ้อม ๆ ว่า ‘ก็ไม่อยากจด’ เเต่ก็ไม่ได้ปฎิเสธว่าไม่จด ก่อนที่คุณเเม่จะเสียไปก็ไม่ได้จดพินัยกรรมไว้ เราเลยกลัวว่า ถ้าเกิดคุณพ่อลังเลเหมือนหลงคารมขึ้นมาเเล้วสุดท้ายยอมไปจด เเล้วทรัพย์สมบัติที่คุณเเม่สร้างมามันจะกลายเป็นสินสมรส เเล้วก็ต้องแบ่งให้คู่สมรสกับลูกในสัดส่วนที่เท่ากัน ซึ่งเรารู้สึกว่ามันไม่แฟร์กับเราและพี่ชาย เรารู้สึกว่าคุณเเม่เขาตั้งใจสร้างมาให้ลูกจริง ๆ เขาก็อาจจะไม่โอเคที่ตกไปอยู่กับผู้หญิงคนอื่นของคุณพ่อ แต่เรายังไม่ได้คุยกับคุณพ่อเป็นกิจจะลักษณะว่าจะมาโอนเป็นชื่อลูกได้เเล้ว มิ้นก็เลยอยากถามพี่ ๆ ดีเจว่า จะมีวิธีพูดยังไง? ให้คุณพ่อไม่รู้สึกว่าเราเหมือนเป็นลูกที่จ้องจะฮุบสมบัติ เราเเค่อยากจะรักษาสมบัติของคุณเเม่เอาไว้ ไม่รู้ว่าคุณพ่อจะเปลี่ยนใจมั้ย จะเปลี่ยนความรู้สึกที่มีต่อลูกไปให้ภรรยาใหม่?’ ซึ่งดีเจทั้ง 3 คน (ดีเจต้นหอม - ดีเจเติ้ล - ดีเจอั๋น) ก็ได้ให้คำปรึกษาไปในทางเดียวกันว่า ‘ให้คุยพร้อมกันตรง ๆ ทั้งครอบครัว มีอะไรในใจพูดเลย ต้องการมั่นใจว่ายังคงเป็นไปตามเจตนาของคุณเเม่ที่ได้คุยกันไว้อยู่ อยากให้จดพินัยกรรมจัดการเรื่องสมบัติ จัดการเรื่องภายในครอบครัวให้เสร็จ เพื่อความสบายใจของทุกคนก่อนที่จะต้อนรับคนใหม่เข้ามา ไม่ได้เกลียดที่คุณพ่อจะมีคนใหม่ เเต่อยากป้องกันปัญหาที่มันอาจจะเกิดขึ้นได้ในอนาคตถ้าคุณพ่อไม่อยู่ เราไม่รู้หรอกว่าในอนาคตเขาจะเป็นยังไง ถ้าไม่มีคนนอกเข้ามาเราอยู่อย่างงี้คุณพ่อจะไม่โอนก็ได้ เเต่พอมีคนนอกเข้ามา ก็อยากจะทำให้มันสบายใจว่าเจตนารมณ์ของคุณเเม่ยังคงอยู่เหมือนเดิม‘เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

แฟนหนูไม่ได้เช็ดกาจู้วหลังเข้าห้องน้ำ หนูคิดว่ามันไม่สะอาด เวลามีอะไรกัน บางทีเขาก็น่าจะไม่ได้ล้างด้วย เลยอยากรู้ว่าผู้ชายคนอื่น เช็ดกาจู้วบ้างไหมคะ?

17 มิ.ย. 2026

แฟนหนูไม่ได้เช็ดกาจู้วหลังเข้าห้องน้ำ หนูคิดว่ามันไม่สะอาด เวลามีอะไรกัน บางทีเขาก็น่าจะไม่ได้ล้างด้วย เลยอยากรู้ว่าผู้ชายคนอื่น เช็ดกาจู้วบ้างไหมคะ?

แฟนหนูไม่ได้เช็ดกาจู้วหลังเข้าห้องน้ำหนูคิดว่ามันไม่สะอาดเวลามีอะไรกัน บางทีเขาก็น่าจะไม่ได้ล้างด้วยเลยอยากรู้ว่าผู้ชายคนอื่น เช็ดกาจู้วบ้างไหมคะ? ‘คุณบิวตี้ (นามสมมุติ)’ สายที่ 4 ในรายการ พุธทอล์คพุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (10 มิถุนายน 2569) ได้โทรมาปรึกษา ‘ดีเจเผือก — ดีเจเติ้ล — ดีเจต้นหอม’ เรื่องที่แฟนที่ไม่ใช้ทิชชู่เช็ดอวัยวะเพศหลังทำธุระเบาเสร็จ ‘คุณบิวตี้ (นามสมมุติ)’ อายุ 23 ปี เธอเปิดมาด้วยคำถามสำหรับคุณผู้ชายว่า “หลังปัสสาวะเสร็จ จำเป็นต้องใช้ทิชชู่เช็ดตรงอวัยวะนั้นไหม?” เธอตั้งคำถามนี้เพราะว่าส่วนตัวเข้าใจมาตลอดว่าทุกคนต้องเช็ด แต่เพิ่งได้รู้ความจริงว่าแฟนเธอไม่เช็ด คุณบิวตี้รู้เข้าก็ตกใจ และขอให้แฟนเช็ดเป็นพิเศษเพราะกังวลเรื่องความสะอาด แต่แฟนกลับต่อต้านมาก ๆ และบอกว่า “ไม่มีทางเช็ดเด็ดขาด ไม่มีผู้ชายคนไหนเขาเช็ดหลังปัสสาวะ เขาสะบัด ๆ แล้วเก็บกันทั้งนั้น” ด้าน ‘ดีเจเผือก‘ บอกว่า “ส่วนใหญ่เขาก็ไม่เช็ดกัน เพราะโถไม่มีทิชชู่ให้ จะเช็ดอย่างไร แค่สะบัด ๆ” ’ดีเจเติ้ล’ ก็ตอบว่า “เห็นด้วยว่าส่วนใหญ่ไม่เช็ด เพราะส่วนตัวก็ไม่ได้เช็ดตั้งแต่แรก แต่เช็ดเพราะเคยมีอาการคัน และคิดว่าเกิดจากอาการหมักหมมจึงเช็ด” ‘ดีเจต้นหอม’ ตั้งคำถามเพิ่มเติมว่า “ทำไมคุณบิวตี้ถึงรับไม่ได้กับการใช้ไม่ใช้ทิชชู่เช็ด” เธอได้ตอบว่าเพราะหากมีอะไรกับมันจะสกปรก และมักมีอะไรกันก่อนอาบน้ำ แต่เขาจะล้างเฉพาะตอนอาบน้ำเท่านั้น ดีเจทั้งสามจึงบอกเป็นเสียงเดียวกันว่า “ต้องล้างก่อนมีอะไรกันทั้งสองฝ่าย ต่อให้เช็ดหลังเข้าห้องน้ำก็ต้องทำความสะอาดก่อนจะมีอะไรกัน” สุดท้าย ดีเจเผือกและดีเจต้นหอมเสริมทริกเล็ก ๆ ว่า หลังเขาอาบน้ำตอนที่เขาหอมแล้ว ให้เข้าไปชมว่าหอมและจัดชุดใหญ่เลย เขาจะได้รู้ว่าเมื่อหอมแล้วจะได้รางวัลเรื่องราวจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการInboxฝากเรื่องมาที่FacebookFanpageEFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 20.00–23.00น.ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

album
efm
-

-