แฟนหนูไม่ได้เช็ดกาจู้วหลังเข้าห้องน้ำ หนูคิดว่ามันไม่สะอาด เวลามีอะไรกัน บางทีเขาก็น่าจะไม่ได้ล้างด้วย เลยอยากรู้ว่าผู้ชายคนอื่น เช็ดกาจู้วบ้างไหมคะ?

พุธทอล์ค พุธโทร RECAP

แฟนหนูไม่ได้เช็ดกาจู้วหลังเข้าห้องน้ำ หนูคิดว่ามันไม่สะอาด เวลามีอะไรกัน บางทีเขาก็น่าจะไม่ได้ล้างด้วย เลยอยากรู้ว่าผู้ชายคนอื่น เช็ดกาจู้วบ้างไหมคะ?

17 มิ.ย. 2026

แฟนหนูไม่ได้เช็ดกาจู้วหลังเข้าห้องน้ำ

หนูคิดว่ามันไม่สะอาด

เวลามีอะไรกัน บางทีเขาก็น่าจะไม่ได้ล้างด้วย

เลยอยากรู้ว่าผู้ชายคนอื่น เช็ดกาจู้วบ้างไหมคะ?

        ‘คุณบิวตี้ (นามสมมุติ)’ สายที่ 4  ในรายการ พุธทอล์คพุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (10 มิถุนายน 2569) ได้โทรมาปรึกษา ‘ดีเจเผือก — ดีเจเติ้ล — ดีเจต้นหอม’ เรื่องที่แฟนที่ไม่ใช้ทิชชู่เช็ดอวัยวะเพศหลังทำธุระเบาเสร็จ

        ‘คุณบิวตี้ (นามสมมุติ)’ อายุ 23 ปี เธอเปิดมาด้วยคำถามสำหรับคุณผู้ชายว่า “หลังปัสสาวะเสร็จ จำเป็นต้องใช้ทิชชู่เช็ดตรงอวัยวะนั้นไหม?” เธอตั้งคำถามนี้เพราะว่าส่วนตัวเข้าใจมาตลอดว่าทุกคนต้องเช็ด แต่เพิ่งได้รู้ความจริงว่าแฟนเธอไม่เช็ด คุณบิวตี้รู้เข้าก็ตกใจ และขอให้แฟนเช็ดเป็นพิเศษเพราะกังวลเรื่องความสะอาด แต่แฟนกลับต่อต้านมาก ๆ และบอกว่า “ไม่มีทางเช็ดเด็ดขาด ไม่มีผู้ชายคนไหนเขาเช็ดหลังปัสสาวะ เขาสะบัด ๆ แล้วเก็บกันทั้งนั้น” 

        ด้าน ‘ดีเจเผือก‘ บอกว่า “ส่วนใหญ่เขาก็ไม่เช็ดกัน เพราะโถไม่มีทิชชู่ให้ จะเช็ดอย่างไร แค่สะบัด ๆ”

        ’ดีเจเติ้ล’ ก็ตอบว่า “เห็นด้วยว่าส่วนใหญ่ไม่เช็ด เพราะส่วนตัวก็ไม่ได้เช็ดตั้งแต่แรก แต่เช็ดเพราะเคยมีอาการคัน และคิดว่าเกิดจากอาการหมักหมมจึงเช็ด”

        ‘ดีเจต้นหอม’ ตั้งคำถามเพิ่มเติมว่า “ทำไมคุณบิวตี้ถึงรับไม่ได้กับการใช้ไม่ใช้ทิชชู่เช็ด” เธอได้ตอบว่าเพราะหากมีอะไรกับมันจะสกปรก และมักมีอะไรกันก่อนอาบน้ำ แต่เขาจะล้างเฉพาะตอนอาบน้ำเท่านั้น

        ดีเจทั้งสามจึงบอกเป็นเสียงเดียวกันว่า “ต้องล้างก่อนมีอะไรกันทั้งสองฝ่าย ต่อให้เช็ดหลังเข้าห้องน้ำก็ต้องทำความสะอาดก่อนจะมีอะไรกัน” 

        สุดท้าย ดีเจเผือกและดีเจต้นหอมเสริมทริกเล็ก ๆ ว่า หลังเขาอาบน้ำตอนที่เขาหอมแล้ว ให้เข้าไปชมว่าหอมและจัดชุดใหญ่เลย เขาจะได้รู้ว่าเมื่อหอมแล้วจะได้รางวัล

เรื่องราวจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทาง

มีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATION

รับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 20.00 –23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

related พุธทอล์ค พุธโทร RECAP

หนูไปตรวจซีสที่รังไข่มา หมอบอกว่าเลือดของหนูมีเชื้อ HIV หนูตกใจมาก หมอบอกว่าเชื้อน่าอยู่มาประมาณ 1-2 ปีแล้ว แสดงว่าหนูน่าจะติดมาจากแฟนเก่า เพราะเพิ่งคบแฟนมาไม่ถึงปี กะว่าจะเอาเรื่องนี้ไปบอกแฟน แต่พีคกว่า...

11 ก.ค. 2025

หนูไปตรวจซีสที่รังไข่มา หมอบอกว่าเลือดของหนูมีเชื้อ HIV หนูตกใจมาก หมอบอกว่าเชื้อน่าอยู่มาประมาณ 1-2 ปีแล้ว แสดงว่าหนูน่าจะติดมาจากแฟนเก่า เพราะเพิ่งคบแฟนมาไม่ถึงปี กะว่าจะเอาเรื่องนี้ไปบอกแฟน แต่พีคกว่า...

หนูไปตรวจซีสที่รังไข่มา หมอบอกว่าเลือดของหนูมีเชื้อ HIV หนูตกใจมากหมอบอกว่าเชื้อน่าอยู่มาประมาณ 1-2 ปีแล้ว แสดงว่าหนูน่าจะติดมาจากแฟนเก่าเพราะเพิ่งคบแฟนมาไม่ถึงปี กะว่าจะเอาเรื่องนี้ไปบอกแฟน แต่พีคกว่า หนูเพิ่งรู้ว่าแฟนที่คบอยู่มีคนที่เขาคบมาอยู่แล้ว 6-7 ปี เราเลยกลายเป็นคนที่มาทีหลัง ตอนนี้ไม่รู้จะเริ่มจากตรงไหนดีมันช็อคไปทุกเรื่อง จะบอกแฟนดีไหมว่าเรามีเชื้อ HIV หรือเราต้องจัดการแฟนเรื่องที่โกหกเราเรื่องผู้หญิงคนนั้นก่อน สับสนไปหมดทุกอย่างเลย... “คุณจี (นามสมมติ)” อายุ 28 ปี สายแรกในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา [9 ก.ค 68] ได้โทรเข้ามาปรึกษา “ดีเจต้นหอม - ดีเจเติ้ล - ดีเจเสนาหอย” เกี่ยวกับปัญหาตรวจเจอว่าตัวเองติดเชื้อ HIV แต่ดันไปจับได้ว่าแฟนที่คบอยู่ เขามีแฟนอยู่แล้ว โดย “คุณจี (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘ช่วงเดือนที่แล้วหนูได้รับการผ่าตัด เพราะว่ามีอาการไข้ต่ำ ๆ ไม่ยอมหาย ฉีดยาก็ไม่หาย และน้ำหนักลดเร็วมาก หลังจากนั้นเลยได้ตรวจเลือด ซึ่งผลเลือดของหนูได้ออกมาและพบว่าตัวหนูมีเชื้อ HIV อยู่ จริง ๆ หนูเคยตรวจไปรอบนึงแล้ว แต่ว่าผลออกมาเป็นปกติ จึงได้เข้ารับการผ่าตัด และได้ทำการเจาะเลือดอีกรอบเพื่อนำไปตรวจเชิงลึกอีกหนึ่งครั้ง ก่อนหน้านี้หนูมีแฟนแต่ว่าได้เลิกรากันไปประมาณสองปีแล้ว และได้มามีแฟนใหม่ในช่วงเดือนมกราคม และในเรื่องการติดเชื้อนี้หนูยังไม่ได้นำไปบอกเขา ซึ่งตอนนี้หนูยังไม่ได้คุยกับใครสักคน เก็บไว้คนเดียวเลยตอนนี้ และที่ผ่านมาไม่เคยไปตรวจโรคนี้เลย เพิ่งจะมาตรวจครั้งนี้ครั้งแรก ตอนแรกหนูคิดว่าตัวเองจะมาติดกับคนปัจจุบันนี้ แต่พอได้ไปพบหมอเมื่อ 2-3วันที่ผ่านมา หนูเลยถามหมอไปว่า “บอกได้ไหมคะ ว่าหนูมีเชื้อมานานแค่ไหน มันพอจะบอกได้ไหม” หมอเขาก็ดูอาการ ดูค่าเลือดของเรา ซึ่งมันจะสามารถดูได้ว่าค่ำต่ำประมาณนี้คือเราติดมานานแค่ไหนแล้ว หากต่ำไม่เยอะ แสดงว่าเราพึ่งติด จนหมอได้นำผลมาบอกกับเราว่า “น่าจะประมาณ 1-2 ปีแล้ว” หนูเลยคิดว่าอาจจะติดมาจากคนเก่า เพราะมันเป็นคาบเกี่ยวที่หนูเลิกกับคนเก่าพอดี ซึ่งหนูไม่แน่ใจว่ากับคนเก่ามีพฤติกรรมสุ่มเสี่ยงไหม แต่ถ้าถามเรื่องป้องกัน หนูยอมรับว่ามีบ้าง ไม่มีบ้าง เพราะตอนนั้นเหมือนจะใช้ชีวิตอยู่ด้วยกัน มีคุยเรื่องแต่งงาน ที่บ้านเขารับรู้ทั้งหมด แต่ก็ดันมามีปัญหาจนเลิกกันก่อน และเลิกกันมาเกือบ 2 ปีแล้ว ส่วนคนปัจจุบันก็มีป้องกันบ้างบางครั้ง เพราะส่วนมากหนูจะทานยาคุม ช่วงที่ตรวจเจอหนูยังคงพักฟื้นอยู่ที่โรงพยาบาล เหมือนพอเรารู้เรื่องเลยทำให้ตัวเองเครียด ไม่ติดต่อใครเลย รวมถึงเขาด้วย จนกระทั่งออกจากโรงพยาบาลมาพักฟื้นก็ทำให้ได้กลับมาเจอกัน แต่พอกลับมาเจอกัน ดันไปจับได้ว่าเขามีแฟนอยู่แล้ว แค่เขากับแฟนเขาคนนั้นอยู่กันคนละที่ แต่หนูกับเขาทำงานที่เดียวกัน ซึ่งหนูคิดว่าเขาน่าจะนอกใจแฟนมาคบกับหนู และหนูเป็นคนที่มาทีหลังเพราะว่าเขาบอกกับหนูว่าเขาคบกันมาประมาณ 6-7 ปีแล้ว เขารับทราบแล้วด้วยว่าหนูรู้เรื่องนี้ จริง ๆ ที่ผ่านมามันไม่มีกลิ่นเรื่องนี้เลย พอได้รู้ ถ้าถามว่าหนูรับได้ไหม เอาจริง ๆ หนูรับไม่ได้ มันช็อคเหมือนกัน แล้วยิ่งมาช็อคเรื่องเชื้อ HIV อีก และหลังจากที่จับได้ ทำให้หนูยังไม่ได้คุยอะไรกันสักเรื่องเลย เรื่องที่หนูจะบอกก็ยังไม่ได้บอก เรื่องเขาตัวเขาเองก็ยังไม่รู้ว่าจะเอายังไง คือตอนนี้ยังไม่ติดต่อกันเลย ต่างคนต่างเงียบ หนูเลยอยากมาปรึกษาดีเจทั้งสามคนว่า หนูไม่รู้จะไปต่อเรื่องไหนก่อนดี รู้สึกตันไปหมดเลยตอนนี้ แล้วไหน ๆ หนูก็จับได้แล้วว่าเขามีแฟนอยู่แล้ว หนูควรจะบอกเรื่องเชื้อ HIV ไปเลยดีไหม หรือหนูควรจะออกมาเงียบ ๆ ไม่บอก ไม่อะไรไปเลย แต่หนูเองมีแอบคิดในใจว่าถ้าเขาไม่มีแฟนอยู่ แล้วคบกันแค่สองคนกับหนู หากเขารู้เรื่องนี้ เขาจะรับได้ไหม’ ซึ่ง ดีเจทั้งสามคน (ดีเจต้นหอม – ดีเจเติ้ล - ดีเจเสนาหอย) ให้คำปรึกษาไปในทิศทางเดียวกันว่า ‘ไม่ต้องคิดอะไรที่เราไม่รู้คำตอบ เราไม่มีทางหาคำตอบนั้นได้ เพราะมันไม่ได้ขึ้นจริง อยู่กับสถานการณ์ปัจจุบันว่าตอนนี้เขานอกใจ คือตอนนี้คุณจีมีหลายเรื่อง ฉะนั้นทุกอย่างมันจะมาปะมาปนกันหมดเลย ทำให้มันแคบที่สุด หนึ่งคือฉันจะทำสิ่งนี้ สองฉันจะทำอันนี้ เพื่อให้จีอยู่ในแกนที่ไม่ฟุ้งซ่าน ที่สำคัญสุดคือสุขภาพและสภาพจิตใจของคุณจี’ โดย “ดีเจเติ้ล” ได้ให้คำปรึกษาเพิ่มเติมว่า ‘อย่างแรกเคลียร์เรื่องนอกใจก่อน แล้วอันดับสองจึงมาคุยเรื่องเชื้อ HIV กัน สำหรับพี่ไม่ว่าคำตอบของเรื่องนอกใจจะเป็นยังไง แต่สุดท้ายเป็นพี่ พี่เลือกที่จะคุยกับเขา อยู่ดี เพราะพี่รู้สึกว่าเรื่องนี้มันจะส่งผลต่อชีวิตเขาและไปต่อถึงภรรยา ถึงลูกของเขาที่ไม่รู้เรื่องอะไรทั้งสิ้นเลย แน่นอนคุณจีไม่ได้ตั้งใจให้เรื่องนี้เกิดขึ้น มันเป็นอุบัติเหตุ และก็ไม่รู้ว่ามันมาจากแฟนเก่าหรือแฟนคนนี้ แต่ว่าไม่ว่ายังไงตอนนี้คุณจีมีเชื้อนี้อยู่แล้วในตัว แล้วเชื้อนี้มันสามารถส่งผ่านกันได้เลย พี่ว่ามันควรต้องบอกกันในฐานะคนรัก หรือไม่ใช่คนที่รักกันแล้ว แต่เป็นในฐานะคนที่เคยรักกันก็ได้ คุณจีบอกเพื่อที่ต้องการจะควบคุมความเสียหายที่มันจะเกิดขึ้นต่อไปถ้าเขาไม่รู้ พูดเพื่อป้องกันความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคต ส่วนแฟนคนเก่า ไม่ต้องพูดอะไร จัดการเรื่องแฟนคนปัจจุบันให้ชัดเจน’ ต่อมา “ดีเจต้นหอม” ได้ให้คำปรึกษาเพิ่มเติมอีกว่า ‘ไม่ต้องตกใจกับ HIV เพราะโรคมะเร็งน่าตกใจที่สุดแล้วตอนนี้หรือกับเชื้อไวรัสอื่น ๆ HIV สามารถกินยาได้ มียารักษาแล้ว มันสามารถใช้ชีวิตได้ปกติ แค่เราต้องรู้จักป้องกันและระวังให้คนอื่นด้วย พี่แนะนำอย่างนี้ โอเคเรื่องนอกใจให้ไปเคลียร์กัน ส่วนเรื่องผู้ชายให้ลองอย่างเชิงว่าเธอก่อนจากกันหน่ะ ไปตรวจเลือดให้หน่อยได้ไหม เพราะบางทีเขาอาจไม่ติด มันเป็นไปได้ที่เขาจะมีโอกาสไม่ติดก็ได้ และเพื่อไม่ให้ความลับของเรามันรั่วไหล กรณีที่เขาไม่ติดก็ไม่เป็นไร ไม่ต้องให้เขารู้เรื่องของเราว่าติดหรือไม่ติด แค่บอกเพื่อความสบายใจก่อนแยกกัน ทำให้หน่อยได้ไหม ถ้าที่ผ่านมาเคยทำผิดต่อกัน ขอครั้งนี้ได้ไหม และถ้าเกิดเขาไปตรวจแล้วพบเชื้อ HIV เขาจะกลับมาพูดคุยกับเรา อย่างน้อยทั้งสองคนจะได้ช่วยกันในการรักษาตัว มีที่พึ่ง ที่คุย ที่ปรึกษาซึ่งกันและกัน และมันจะเป็นการป้องกันผู้หญิงอีกคนนึงด้วยเพราะพี่รู้สึกว่าถ้าผู้หญิงอีกคนนึงต้องติดเชื้ออีก โคตรน่าสงสารเพราะเขาไม่รู้เรื่องเลย แถมติดมาจากการที่แฟนนอกใจอีก จริง ๆ คุณจีไม่ผิดนะ แต่ในสามคนนี้ผู้หญิงคนนั้นจะเป็นคนที่เจ็บที่สุดเลย’ สุดท้าย “ดีเจเสนาหอย” ได้ให้คำปรึกษาเพิ่มเติมอีกว่า ‘ในตรงนี้ผมมองว่าเป็นเรื่องของมนุษยธรรมแล้วกัน มันไม่มีใครผิดใครถูกเพราะเราก็ไม่รู้ อีกคนอาจจะคบซ้อนหรืออะไร แต่ที่สำคัญตอนนี้คือผมว่าเป็นเรื่องสุขภาพ ถ้าเป็นพี่พี่ก็ยังอยากให้คุยกับคนแรกด้วยถ้าสมมติยังสามารถติดต่อได้ คือเราต้องบอกความจริงกับเขา เพราะระยะห่างมันดูใกล้เคียงเหมือนกัน แต่ถ้าติดต่อไม่ได้ไม่เป็นไร ส่วนอีกคนนึงก็พูดกันไปตามตรงเหมือนที่พี่หอมบอกว่าให้ตรวจเถอะ เพราะเราได้รับเชื้อมา แล้วในส่วนของเรื่องแฟนคบซ้อนก็ให้แยกไปเลย แต่ควรจะคุยกันในเรื่องนี้ให้ชัวร์ว่า โอเค เราจะจากกันด้วยดี’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

ผมมี FWB 6 คนครับ รักความอิสระไม่ต้องผูกมัดกับใคร ครอบครัวผมที่อยู่ต่างประเทศ บอกว่าไทยผ่านสมรสเท่าเทียมแล้ว อยากให้ลูกมีคู่ชีวิตที่รักดูแลกันไปนานๆแต่เขาไม่รู้ว่าภาพที่ลงในโซเชียล เป็นคนละคนหมดเลย

04 ต.ค. 2024

ผมมี FWB 6 คนครับ รักความอิสระไม่ต้องผูกมัดกับใคร ครอบครัวผมที่อยู่ต่างประเทศ บอกว่าไทยผ่านสมรสเท่าเทียมแล้ว อยากให้ลูกมีคู่ชีวิตที่รักดูแลกันไปนานๆแต่เขาไม่รู้ว่าภาพที่ลงในโซเชียล เป็นคนละคนหมดเลย

ผมมี FWB 6 คนครับ รักความอิสระไม่ต้องผูกมัดกับใคร ครอบครัวผมที่อยู่ต่างประเทศบอกว่าไทยผ่านสมรสเท่าเทียมแล้ว อยากให้ลูกมีคู่ชีวิตที่รักดูแลกันไปนานๆแต่เขาไม่รู้ว่าภาพที่ลงในโซเชียลเป็นคนละคนหมดเลย ผมควรจะเชื่อตัวเอง หรือ ตกลงกับคนใดคนนึงไปเลยดีครับ? “คุณบี (นามสมมติ)” อายุ 28 ปี สายแรกในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา [2 ต.ค.67] ได้โทรเข้ามาปรึกษา ‘ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล – ดีเจอ้อย’ เกี่ยวกับปัญหาเเม่อยากให้เเต่งงาน เพราะสมรสเท่าเทียมผ่านแล้ว เเต่เรายังไม่พร้อมเพราะมีความสัมพันธ์เเบบ FWB อยู่ 6 คน โดย “คุณบี (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘ผมใช้ชีวิตเเบบโสดเเต่ไม่โสด ผมมี FWB เป็นผู้ชาย ตอนนี้มีอยู่ประมาณ 6 คน เเต่ทั้ง 6 คนเป็น Long term หมดเลย เป็น 1-5 ปี ไม่มีระยะสั้นแบบคืนเดียว วันไนท์ จะหลากหลายเดือน หลายปีไปเลย เเล้วตอนนี้มันมีกฎหมายสมรสเท่าเทียมเพิ่งจะผ่าน ทีนี้ผมก็เลยโดนกดดันมาจากที่บ้านนิดนึงว่า “แต่งงานได้เเล้วมั้ย?” ซึ่งปัญหานี้คงเป็นปัญหาที่ทุกคนอาจจะมองไม่เป็นเรื่องใหญ่ ผมอยู่เมืองไทยคนเดียว ครอบครัวอยู่ต่างประเทศหมดเลย ตั้งเเต่เด็ก ๆ เเล้ว คือทางครอบครัวผมเขาค่อนข้างเป็นห่วงในการใช้ชีวิตคนเดียว คุณเเม่เเละก็ครอบครัวผมเขาเข้าใจว่าผมมีแฟนคนเดียวมาตลอดเลย เพราะว่าเวลาผมถ่ายรูปลงโซเชียลเนี่ย ผมก็ถ่ายติดแขน ติดมือ ไม่ได้แบบให้เห็นหน้าหรือเห็นตัว ทีเนี่ยคุณเเม่เขาเข้าใจว่าเราคบมานานเเล้ว เเบบมีเป็นตัวเป็นตนแล้ว เราก็ไม่ได้ปฎิเสธเขาเเต่ก็ไม่ได้บอกเขาตรง ๆ ว่าเรามีหลายคนหรือมีคนเดียว ทีนี้เเม่เขาก็โทรมาในวันที่แบบกฎหมายผ่านจริง ๆ เมื่ออาทิตย์ที่เเล้ว เขาก็คุยจริงจังเลยว่า “เเต่งงานได้มั้ย? เเต่งงานให้เเม่ได้มั้ย?” เพราะว่าตลอดชีวิตผมเนี่ยเเม่เขาตามใจผมมากมาตลอด อยากได้ไรได้ อยากทำอะไรทำ อยากเรียนที่ไหนอยากทำอะไรได้ตลอด ไม่เคยขัดใจเลย เเล้วก็ไม่เคยขออะไรจากผมเลย เพราะเขารู้สึกว่าเขาเป็นเเม่เขาต้องให้ ไม่ใช่หน้าที่เขาที่ต้องขอจากเรา ทีนี้เเม่ผมเป็นมะเร็งระยะสุดท้ายมาเข้าปีที่ 6 แล้วครับ เเล้วเราไม่รู้ว่าเขาจะอยู่กับเราอีกได้นานแค่ไหน เขาก็เข้า รพ. อาการหนักตลอด 6 เดือนครั้ง ปีละครั้ง ก็จะมีหนัก ๆ เข้า รพ.ตลอด เเล้วครั้งที่เขาตรวจเจอมะเร็งระยะสุดท้ายเนี่ย จังหวะนั้นที่เขาต้องเข้าผ่านตัด โอกาสรอดที่หมอบอกเราคือไม่ถึง 10% ด้วยซ้ำว่าเเม่จะรอดออกมา ทีนี้จังหวะที่เเม่จับมือเราก่อนเข้าห้องผ่านตัดอะ สิ่งที่เเม่เขาพูดกับเราคือ “เขาเป็นห่วงเรา ไม่อยากให้เราอยู่คนเดียว” เพราะว่าผมไม่มีพ่อตั้งเเต่เด็กเลย พ่อเขาเสียตั้งเเต่ตอนยังเด็ก มีเเม่คนเดียวมาตลอด เเม่เขากลัวเราอยู่คนเดียวไม่คนช่วยคิด ช่วยตัดสินใจในชีวิต เเล้วเรารู้สึกว่าตอนนั้นมันเป็นความกังวลของเขาเฉย ๆ เเต่ตอนนี้มันเป็นสิ่งที่เขารู้สึกว่าเขาต้องการจริง ๆ ว่าอยากให้เราเป็นฝั่งเป็นฝาจริง ๆ ในเมื่อกฎหมายบ้านเรามันทำได้ ผมก็มี FWB 1 ใน 6 คนนี้ที่คบกันมาตอนนี้ปีที่ 5 แล้วครับ อยู่กันมาปีที่ 5 เป็นคนที่อยู่กันนานที่สุด เเล้วก็รู้สึกว่ารู้ใจกันทุกอย่าง คุยกันทุกเรื่อง เเต่เเค่เราไม่ได้แบบว่าผูกมัดกันเฉย ๆ เขาก็พูดมาเมื่อหลายเดือนที่เเล้วอะ ตอนเราดูข่าวว่าสภาเขาโหวตเรื่องสมรสเท่าเทียมกัน เขาก็หันมาพูดกับเราจริงจังเลยเเบบจริงจังมากเลยว่าแบบ “เออเนี่ย จริง ๆ เเล้วอ่ะเขาคิดกับเราไปถึงขั้นนั้นเลยนะ ที่วันนึงจะเเต่งงานอยู่ด้วยกันไรเงี้ย เเต่เเบบเขาอ่ะ เห็นว่าเราอ่ะยังไม่พร้อมที่จะเป็นแบบนั้นได้จริง ๆ เขาก็เลยรู้สึกว่า เขาไม่กล้าขอให้เราอะแบบผูกมัดกับเขา เขากลัวว่าเขาจะเสียเราไปด้วย” ปัญหามันอยู่ที่ความรู้สึกของเรา ด้วยความที่เเม่เราตามใจเรามาก เราใช้ชีวิตเเบบโดนตามใจตลอดทีเนี้ยะ เราถูกสอนมาให้ซื่อสัตย์กับตัวเองมาก ๆ ทั้งชีวิตนี้ไม่เคยโกหกแม่เลย เราต้องการอะไรไม่ต้องการอะไรในชีวิตเราเรารู้ตลอด เราทำตามที่เราต้องการมาตลอด ทีเนี้ยเรารู้สึกว่าตอนนี้มันเป็นทางที่เราต้องเลือกระหว่างทำในสิ่งที่แม่ขอ ซึ่งแม่ไม่เคยขอเลย กับสิ่งที่ตัวเองอยากจะทำจริง ๆ ก็คืออยากอยู่เป็นชีวิตโสดอย่างงี้ต่อไป มันเป็นทางที่ผมรู้สึกว่า ไม่ว่าเลือกทางไหนอ่ะผมก็ต้องเสียใจแน่ ๆ แต่ผมจำเป็นต้องเลือกซักทางนึง ซึ่งผมตัดสินใจไม่ได้จริง ๆ ใจผมมันไปทางไม่แต่งอยู่เเล้วแหละ เเต่ก็อยากทำให้เเม่สบายใจ เลยอยากถามพี่ ๆ ว่า ในความคิดเห็นของพี่ ๆ ควรเลือกทางไหนดีครับ?’ โดยเริ่มที่ “ดีเจเติ้ล” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘ในกรณีนี้เราสามารถคุยกับเเม่ตรง ๆ ว่าการที่บีไม่ได้เเต่งงาน ไม่ได้หมายถึงว่าบีจะมีชีวิตอยู่ไม่ได้อย่างดี เข้าใจว่าเเม่เป็นห่วง ในอดีตบีอยู่คนเดียวได้เเล้วอยู่ได้อย่างดีด้วย มันก็น่าจะวัดได้ประมาณนึงเเล้วว่าบีเป็นคนดูเเลชีวิตตัวเองที่แบบได้ดี ถ้าจะคิดเเค่ว่าการเเต่งงานมันจะทำให้ชีวิตดีขึ้น ทุกวันนี้มันไม่ใช่ทุกคู่รักคู่สมรสจะจบกันด้วยดี บางทีการเเต่งงานมันยิ่งนำพาปัญหามาเกิดขึ้นเลย แต่ตอนนี้มันมีเงื่อนไขที่คุณเเม่ป่วย การที่บอกว่าเเม่ตามใจมาตลอดเเล้วกับเรื่องนี้ที่เขาอยากเห็นมันสักครั้งก่อนเขาไป ถ้าเป็นพี่ที่รักเเม่มาก เเล้วเป็นข้อเดียวที่เขาอยากเห็นนะ พี่ก็ทำได้นะ พี่รู้สึกถ้าเเต่งเพื่อให้เเม่สบายใจก่อนเขาเสีย ในมุมถ้าพี่รักเเม่คนนี้นะ พี่ทำได้ แต่ก็เเต่งกับคนที่เรารักนะ เเล้วเรื่องหลังจากนั้นค่อยว่ากัน’ ต่อมา “ดีเจเผือก” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘ไม่แปลกที่เขาจะคิดว่าการเเต่งงานหมายถึงชีวิตมั่นคง ถึงบีไม่เเต่งงานก็ไม่ได้แปลว่าไม่มีใคร การไม่เเต่งงานไม่ได้บ่งบอกว่าไม่มีคู่ชีวิต การไม่มีคู่ชีวิตไม่บอกว่าบั้นปลายชีวิตจะไม่มีใครดูเเล ไม่อยากให้ตัดสินใจเพียงเพื่อระยะสั้น การแก้ปัญหาระยะสั้นกับคุณเเม่พี่ว่ามีวิธีอื่น ถ้ามองระยะยาวพี่ว่าเสี่ยง ต้องคิดดี ๆ คิดยาว ๆ’ สุดท้าย “ดีเจอ้อย” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘ไม่อยากให้มองว่างานเเต่งงานเป็นเเค่อีเว้นท์นึง การทำให้เเม่สบายใจไม่น่าจะใช้การโกหก โกหกเพื่อความสบายใจมารู้ทีหลังพังกว่าทั้งนั้นแหละ ก็สื่อสารกับเเม่ตรง ๆ ว่าตอนนี้ยังไม่สามารถหาใครซ้กคนมาเป็นคู่ชีวิตจริง ๆ เเต่ไม่ต้องห่วงเลือดของเเม่ที่อยู่ในตัวเราอ่ะ จะทำให้เราเป็นคนที่มีสติเเละดีที่สุดเเละไม่อยากเเต่งวันนี้เพื่อไปเลิกวันหน้า การแต่งงานไม่ใช่รับใบปลิว พี่ว่าคุณเเม่เองคงไม่มีความสุข ถ้ารู้ว่าสิ่งที่คุณเเม่อยากได้ เป็นการฝืนความรู้สึกของลูก เพราะการเเต่งงานคือความสุขของลูกเป็นที่ตั้ง ในอนาคตถ้าเจอใครที่จริงจัง เราก็คงต้องปรับเปลี่ยนวิธีการใช้ชีวิต เราอยากได้คนจริงใจก็อย่าเอาความหลายใจเข้าไปแลก เเต่ทั้งหมดบีเป็นคนตัดสินใจ’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

จับได้ว่าแฟนแอบไปทำงานร้านอาบอบนวดชาย แต่เขามีเหตุผลจำเป็นที่จะต้องทำ สุดท้ายต้องเลิกกัน เพราะหนูรับไม่ได้ แต่ในลึก ๆ แล้วหนูก็ไม่รู้ว่าต้องรู้สึกยังไงกับเขาดี

17 ก.ค. 2026

จับได้ว่าแฟนแอบไปทำงานร้านอาบอบนวดชาย แต่เขามีเหตุผลจำเป็นที่จะต้องทำ สุดท้ายต้องเลิกกัน เพราะหนูรับไม่ได้ แต่ในลึก ๆ แล้วหนูก็ไม่รู้ว่าต้องรู้สึกยังไงกับเขาดี

จับได้ว่าแฟนแอบไปทำงานร้านอาบอบนวดชายแต่เขามีเหตุผลจำเป็นที่จะต้องทำสุดท้ายต้องเลิกกัน เพราะหนูรับไม่ได้แต่ในลึก ๆ แล้วหนูก็ไม่รู้ว่าต้องรู้สึกยังไงกับเขาดี ‘คุณเพรียว (นามสมมติ)’ สายที่ 1 ในรายการ พุธทอล์คพุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (15 กรกฎาคม 2569) ได้โทรมาปรึกษา ‘ดีเจต้นหอม - ดีเจเติ้ล - ดีเจเกรท วรินทร’ เกี่ยวกับเรื่องราวที่พึ่งพบว่าแฟนแอบไปทำงานร้านอาบอบนวดชาย คุณเพรียวเล่าว่า คบกับแฟนมาได้เกือบ 4 ปี โดยแฟนมีอายุ 23 ปีเท่ากัน เขาเป็นแฟนที่ดีมาก มีอะไรก็ให้เธอ อยากได้อะไรก็หามาให้ ตลอดเวลาที่คบกันมาก็ได้เห็นการใช้ชีวิต การเติบโตของเขามาตลอด และรับรู้ว่าครอบครัวเขาพ่อแม่แยกทางกัน ทางพ่อเขามีครอบครัวใหม่ พร้อมมีลูกใหม่อีก 2 คน ในครอบครัวนี้เหมือนไม่มีที่สำหรับแฟนคุณเพรียวเลย แม้แต่ห้องส่วนตัวก็ยังไม่มี เขาจึงต้องไปอาศัยอยู่กับป้า (พี่สาวพ่อ) ซึ่งเป็นคนมีฐานะมีบ้านอยู่มีห้องเช่า แต่กลับเลี้ยงหลานให้ลำบาก ช่วงที่แฟนอายุประมาณ 15-16 ปี เคยขอเงินเพียง 50 บาทจากป้าเพื่อซื้อขนม แต่ป้ากลับด่าสวนว่า “ถ้าหิวทำไมไม่หาเงินเอง” ทำให้แฟนของคุณเพรียวเริ่มทำงาน Part Time ตั้งแต่อายุยังน้อย และส่งเสียตัวเองเรียน ทุกอย่างในชีวิตของเขาดิ้นรนมาด้วยตัวเอง ในตอนแรกแฟนคุณเพรียวทำงานที่พัทยา เป็นพนักงานประจำ (งานกลางวัน) และทราบว่าแฟนมีอาชีพเสริมเป็นเด็กเสิร์ฟที่ร้านสำหรับสังสสรค์ ซึ่งคุณเพรียวไม่ได้ติดปัญหาอะไร แต่มีอยู่วันหนึ่งจากเป็นคนที่ไม่เช็กโทรศัพท์แฟน ก็เกิดอยากจะเช็กขึ้นมา และไปเจอกับแชตที่แฟนพูดคุยเชิงชู้สาวกับผู้หญิงคนอื่น จึงมาจับได้ว่าแฟนทำงานที่บาร์โฮส และต้องคุยกับลูกค้าผู้หญิงหลายคน เพราะต้องการค่า Commission ไม่ใช่เพื่อพัฒนาความสัมพันธ์ ในตอนแรกคุณเพรียวตัดสินใจจะไม่ให้อภัยเขาแต่สุดท้ายก็ใจอ่อน เพราะแฟนบอกว่าจะเลิกทำงานบาร์โฮสและย้ายไปอยู่จังหวัดเดียวกับคุณเพรียว พอมาอยู่ด้วยกันเขาก็เริ่มหางานอื่นทำ ซึ่งรายได้ก็ไม่ได้ดีเท่ากับตอนที่อยู่พัทยา แต่เขาก็พยายามทำงานหลาย ๆ อย่าง เคยทั้งเป็นพนักงานขายเฟอร์นิเจอร์ เขาทำได้ดีถึงขนาดที่ได้เลื่อนขั้นเป็นรองผู้จัดการทั้งที่เพิ่งเข้าทำงานได้ไม่กี่เดือน แต่สุดท้ายก็ถูกกลั่นแกล้ง เพราะอายุน้อย จนทนไม่ไหวต้องลาออก ถัดมาก็ทำงานเป็นพนักงานรักษาความปลอดภัย เลือกงานนี้เพียงเพราะอยู่ใกล้บ้าน และไม่รู้จะไปทำอะไรจึงเลือกหาอะไรใกล้มือทำไปก่อน เขาทำอยู่ได้ประมาณ 2 เดือน ก็ถูกแนะนำจากหัวหน้าให้ไปขับรถให้ แต่เงินที่ได้ก็ยังไม่มากพอที่จะส่งให้แม่อยู่ดี ในตอนที่กลับมาอยู่ด้วยกัน มีอยู่ครั้งหนึ่ง เขาพูดขึ้นมาว่า “จะกลับไปทำงานที่พัทยาอีกครั้ง” แต่ด้านคุณเพรียวไม่อยากมานั่งกังวลเรื่องผู้หญิงคนอื่นจึงได้บอกเลิกแฟนไป หลังจากเลิกกันได้ 1 วัน เธอก็ได้ทักไปปรึกษาเพื่อนสนิทว่า “ถ้าเลิกกันแล้วมาคุยแบบเพื่อนจะรู้สึกอย่างไร จะทำได้อย่างไร” เพื่อนก็ได้ถามขึ้นมาเกี่ยวกับอาชีพของแฟนคุณเพรียว เธอสะอึกกับคำถามนั้น และเลือกจะถามกลับว่า เพื่อนไปรู้อะไรมา เพื่อนจึงได้เล่าว่า เพื่อนที่เป็นเกย์เคยไปเจอภาพของแฟนคุณเพรียว เป็นภาพถ่ายโปรโมต ‘ร้านอาบอบนวดผู้ชาย’ มีทั้งภาพที่ถอดเสื้อผ้า และภาพโปรโมตหน้าตา ตอนนั้นคุณเพรียวทั้งอึ้ง มือสั่น ใจสั่น และรู้สึกไม่ดี คุณเพรียวได้โทรตามแฟนกลับมาห้องเพื่อคุยเรื่องนี้ เธอถามเขาเกี่ยวกับรายละเอียดงานว่าที่ผ่านมาทำงานแบบไหนบ้าง แฟนก็ได้ตอบตามตรงว่า ขายบริการทั้งทำด้วยมือ ปาก เป็นทั้งรุกและรับ และทั้งหมดนั้นเขาได้ทำตั้งแต่ที่ทั้งคู่ยังคบกันอยู่ ตอนกลับมาอยู่กับคุณเพรียวก็แอบทำเช่นกัน หลังจากยอมรับเรื่องทั้งหมดเขาก็อธิบายกับคุณเพรียวว่า ต้องทำแบบนี้เพราะแม่เป็นหนี้หลักแสน เขาไม่รู้จะจัดการกับหนี้จำนวนนั้นอย่างไรจึงได้ตัดสินใจไปสมัครทำงานนี้ โดยที่ไม่มีการปรึกษา หรือบอกอะไรกับคุณเพรียวก่อนทั้งสิ้น ตอนจับได้เขาพูดอยู่คำเดียวว่า “มึงมารู้วิธีหาเงินกูทำไม” ในตอนที่เขาทำงานบาร์โฮสคุณเพรียวสามารถบอกเลิกเขาได้โดยที่ไม่รู้สึกผิด เพราะนึกว่าเขาทำเพื่อหาเงินมาใช้ชีวิตประจำวัน ไม่รู้ว่าเขาต้องการงานนั้นเพื่อใช้หนี้ให้แม่ แต่พอมาทราบในภายหลังว่าแฟนจะต้องฝืนทำงานที่ไม่ได้อยากทำเพื่อช่วยแม่ก็รู้สึกเห็นใจเขา เพราะคุณเพรียวในฐานะแฟนไม่สามารถช่วยอะไรเขาได้เลย เรื่องเงินเธอก็ไม่สามารถช่วยได้ เธอรู้สึกผิดและโทษตัวเองในบางครั้ง ตอนที่เลิกกันแฟนก็ไม่ได้อยากเลิก เขาบอกว่าจะทำงานนี้ให้หมดหนี้แล้วค่อยกลับมาอยู่ด้วยกัน แต่ด้านคุณเพรียวไปต่อไม่ได้ เธอรับไม่ได้กับการที่เขาทำงานนี้ (ในวันที่โทรเข้ามาคุณเพรียวเพิ่งเลิกกับแฟนได้เพียง 2-3 วัน) คุณเพรียวอยากจะปรึกษาพี่ดีเจทั้งสามท่านว่า ควรจะรู้สึกอย่างไรกับเขาดี ควรจะ Support เขาในฐานะเพื่อน หรือจะทิ้งห่างเขาไปเลยดี? หลังจากฟังเรื่องราวทั้งหมด ดีเจทั้งสามท่านเห็นไปในทางเดียวกับว่าให้คุณเพรียว Support เขาในฐานะเพื่อน ไม่ใช่ในเรื่องเงินเป็นเรื่องของความรู้สึก โดย ‘ดีเจต้นหอม‘ เริ่มให้คำปรึกษาเป็นคนแรกว่า “ถ้ารับไม่ได้กับความสัมพันธ์นี้ก็จะไม่ใช่แฟน ผู้ชายคนนี้มีโชคชะตาที่น่าเห็นใจ และคุณเพรียวดันไปรู้ความลับเขา ซึ่งเขาก็ไว้ใจ ยอมเล่าเรื่องที่พูดยากและไม่ควรพูดกับคุณเพรียว ซึ่งพี่นับถือเขาในจุดนี้ และจะไม่เอาเรื่องนี้ไปเล่าต่อกับคนอื่น หากเรา Support เขาเรื่องเงินไม่ได้ก็ Support เขาด้านจิตใจ แต่ถ้ารู้สึกว่าทำแล้วจะทรมานทั้งสองฝ่าย ถ้าอึดอัด ลำบากใจ ปวดใจ เพราะความสัมพันธ์ไม่ใช่เพื่อนตั้งแต่เริ่มต้น ก็ทิ้งระยะห่าง บอกกับเขาตรง ๆ ว่ายังทำใจไม่ได้ที่ต้องเลิกกัน ขอแยกกันก่อน และในวันหนึ่งที่ทำใจได้แล้ว เราทั้งคู่ก็ยังคงเป็นกัลยาณมิตรที่ดีต่อกัน เป็นที่ปรึกษาที่ดีต่อกันได้เสมอถ้ายังคงไว้ใจกัน ผู้ชายคนนี้ไม่ได้เลวร้ายถึงขั้นที่เลิกแล้วต้องเกลียด คนเราเลิกกันแล้วไม่จำเป็นต้องเกลียดกันทุกกรณี มันแค่เหตุผลบางอย่างที่ทำให้เราไปต่อไม่ได้ สุดท้ายต่อให้เห็นใจเขาแค่ไหนก็อย่าลืมรักษาใจตัวเอง” ถัดมาที่ ‘ดีเจเกรท’ กล่าวว่า “มองว่าเขาต้องการหาเงิน ไม่ว่าจะด้วยทางไหนก็เป็นเส้นทางของเขา แต่พอเป็นในฐานะแฟนเรารับไม่ได้เรื่องอาชีพ พี่รู้สึกว่าคุณเพรียวเห็นใจเขามากพอรู้ว่าแฟนต้องหาเงินไปช่วยแม่ พวกพี่ไม่สามารถพูดได้ว่าควรรู้สึกแบบไหน แต่ว่าอยากให้ Support เขานะ อาจจะไม่ใช่เงินแต่เป็นเรื่องของความรู้สึก แต่ขอให้ดูแลตัวเองก่อนอันดับแรกเลย ดูแลใจตัวเองก่อน ถ้ารู้สึกผิดหรือรู้สึกว่าตัวเองไม่มีส่วนในการช่วยเขาเลย การไป Support เขาทางใจ พูดคุยกับเขา พี่คิดว่ามันช่วยได้ และก็น่าจะชดเชยความรู้สึกผิดที่ช่วยอะไรแฟนไม่ได้เลยได้ อย่าโทษตัวเอง คนเรามีการตัดสินใจในเส้นทางที่ชีวิตที่เลือกเดินไม่เหมือนกัน ปัญหาชีวิตแต่ละคนก็อาจจะมีไม่เหมือนกัน” ต่อมา ’ดีเจเติ้ล’ ให้คำปรึกษาว่า “เห็นด้วยกับพี่เกรทว่ามันเป็นทางที่เขาเลือกแล้ว ว่าจะหาเงินช่วยแม่ด้วยวิธีนี้ เพรียวทำอะไรไม่ได้ มันมีเหตุผลที่บังคับให้เขาเลือกทางนี้ สิ่งที่เพียวทำได้คืออย่าโทษตัวเอง มันไม่ใช่ความผิดเรา จะให้คุณเพรียวหาเงินไปช่วยเขาก็ทำไม่ได้ เพราะฉะนั้นเพรียวต้องยอมรับ และบอกตัวเองว่าสิ่งที่เราทำได้ดีที่สุดคือ เป็นเพื่อนที่ยังคงห่วงใยถามไถ่ว่าเขาเป็นอย่างไร โดยที่ไม่ต้องอยู่ในฐานะแฟนน่าจะดีกว่า เพราะถ้าเป็นแฟนความรู้สึกคุณเพรียวก็จะรับไม่ได้อยู่ดี ถอยมาเป็นเพื่อนให้กำลังใจกันน่าจะดีกว่า ตอนนี้เพิ่งเลิกกันมามันยังยาก ต้องค่อย ๆ ปรับ เขาก็ชัดเจนว่าเขาจะทำอะไร ไม่ได้มารั้งคุณเพรียว” ดีเจต้นหอมเสริมว่า “ถึงเขาจะไม่อยากเลิก แต่การมีคุณเพรียวมันขัดกับเส้นทางที่เขาเลือก ถ้าอยู่กันต่อไปก็จะต้องทะเลาะเรื่องนี้อีก มันไปด้วยกันไม่ได้จริง ๆ” ด้านดีเจเกรทพูดต่อว่า “ในตอนนี้ผู้ชายอาจมองปัญหาใหญ่ของทางบ้านเป็นหลัก จึงตัดสินใจเลือกทางนี้” ดีเจเติ้ลเสริมต่อว่า “ในวันหนึ่งสมมติรักกันจริง ๆ ถ้าเขาหมดหนี้สิน แล้วเขายังคงเห็นคุณเพรียวอยู่ข้าง ๆ หากวันนั้นยังรู้สึกรักเขาอยู่มันก็อาจจะกลับมาคุยกันได้ แต่ด้วยหนี้เขาในเวลานี้ยังไม่ใช่ เพียงแค่คุณเพรียวอย่าโทษตัวเองมันไม่เกี่ยวอะไรกับเราเลย” และดีเจต้นหอมพูดปิดท้ายว่า “ให้เวลาเยียวยาหัวใจ”เรื่องราวจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการInboxฝากเรื่องมาที่FacebookFanpageEFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 20.00–23.00น.ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

หนูมีพี่ที่ทำงานคนนึง กลิ่นปากแรงมากกกกกกกก แล้วเค้าพูดกับหนูเยอะที่สุด ตอนนี้เจอยาอมตัวนึงอยากลองสั่งซื้อให้พี่เขา แต่จะให้ยังไงให้ดูไม่น่าเกลียดดีคะ?? ขอวิธีแบบเนียนๆ

19 ก.ค. 2024

หนูมีพี่ที่ทำงานคนนึง กลิ่นปากแรงมากกกกกกกก แล้วเค้าพูดกับหนูเยอะที่สุด ตอนนี้เจอยาอมตัวนึงอยากลองสั่งซื้อให้พี่เขา แต่จะให้ยังไงให้ดูไม่น่าเกลียดดีคะ?? ขอวิธีแบบเนียนๆ

“คุณทิพย์ (นามสมมติ)” อายุ 28 ปี สายที่ 3 ในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (17 ก.ค. 67) ได้โทรเข้ามาปรึกษา ‘ดีเจต้นหอม - ดีเจเติ้ล – ดีเจอั๋น’ เกี่ยวกับปัญหาพี่ที่ทำงานกลิ่มปากเหม็นมากกกก! “คุณทิพย์ (นามสมมติ)” เล่าว่า ‘หนูย้ายที่ทำงานมาเกือบปีแล้ว ในแผนกจะมีพี่เลี้ยงคนหนึ่งคอยดูแลอยู่ตลอด เป็นคนที่คุยกับหนูเยอะที่สุดเพราะเวลามีงานใหม่ หรือเวลามีปัญหาก็ต้องถามเขา จึงต้องคุยกันตลอด แล้วพี่เขาปากเหม็นมาก แต่หนูก็ไม่กล้าบอกพี่เขาเพราะยังทำงานไม่ถึงปี แล้วก็ยังไม่สนิทถึงขั้นที่จะพูดว่าเขาปากเหม็นได้ หนูเลยต้องพยายามถามเขาให้น้อยที่สุด แต่บางทีพี่เขาคุยโทรศัพท์อยู่โต๊ะข้างๆหนู กลิ่นมันก็ลอยมา แล้วหนูก็พยายามเอาพัดลมมาเป่ากลิ่นไป พยายามชวนเขากินลูกอม แต่เขาก็ไม่กินเพราะลดน้ำตาล หรือบางทีหนูก็เอาแมสมาใส่เวลาเขามาคุยด้วย ไม่รู้ว่าเขาจะรู้ไหม หนูก็พยายามดูคนอื่นว่ามีปฏิกริยาแบบหนูไหม ปรากฎว่าไม่มีเลยสักคน หนูจึงต้องแก้ปัญหาเฉพาะหน้ามาเรื่อยๆ จนเมื่อไม่นานมานี้หนูไปเจอทวิตหนึ่ง เขาพูดถึงยาที่ช่วยดับกลิ่นมาจากข้างในเหงื่ออกก็หอม แต่หลักๆคือช่วยเรื่องกลิ่นปาก ซึ่งไม่ใช่ลูกอม แต่เป็นยาที่ต้องกลืนเข้าไป ซึ่งหนูอยากซื้อให้พี่เขา เลยอยากรู้ว่าจะให้ยังไงดีที่จะไม่กระอักกระอ่วน?’ โดยพี่ๆดีเจได้ให้คำปรึกษาไปในทางเดียวกันว่า ‘ลองใช้ลูกอมดับกลิ่นปากแบบไม่มีน้ำตาลก่อน เวลาเขามาคุยให้หนูทำเป็นกินลูกอมแล้วยื่นให้เขา พี่ว่าน่าจะเบากว่ายาดับกลิ่นปากที่หนูบอกนะ เพราะถ้าให้ยาอันนั้น ก็เท่ากับหนูพูดแล้วว่าเขาปากเหม็น ซึ่งพูดเลยอาจจะดูดีกว่าเอายาให้เขากิน ยาอันนี้มันเหมือนลรักษาถึงรากข้างในเลย จริงๆกลิ่นปากสามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคนในโลกเลย แต่ต่อให้เขากิน แล้วเขากินวันเดียว หายวันเดียว มันก็เท่านั้นมันไม่ได้แก้ปัญหา พี่ว่าเขาต้องรู้ว่าเขามีปัญหาเรื่องกลิ่นปากแล้วให้เขาไปแก้ เช่น ปัญหาเรื่องเหงือก ปัญหาเรื่องฟัน เพราะถ้ายังไม่แก้ต่อให้เขาอมอะไรก็ตาม มันก็จะไม่หาย หรือลองคุยกับเพื่อนที่ทำงานที่สนิท ลองเช็คว่าเราได้กลิ่นคนเดียวมั้ย หรือลองแจ้งแม่บ้าน ว่ามีกลิ่นเหมือนมีอะไรตาย ให้เขาลองเดินเข้ามาเช็คหลายๆวัน ถ้ามันไม่เจอก็ลองเกริ่นไปว่า หรือว่าปากหนูเหม็น’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

album
efm
-

-