แฟนค้นเจอว่าหนูเก็บคลิปลับกับแฟนเก่าไว้ในโทรศัพท์ เขานอยมากเลย ทำยังไงดีคะ?

พุธทอล์ค พุธโทร RECAP

แฟนค้นเจอว่าหนูเก็บคลิปลับกับแฟนเก่าไว้ในโทรศัพท์ เขานอยมากเลย ทำยังไงดีคะ?

09 ส.ค. 2026

แฟนค้นเจอว่าหนูเก็บคลิปลับกับแฟนเก่าไว้ในโทรศัพท์

เขานอยมากเลย ทำยังไงดีคะ?

        ‘คุณอาร์ต (นามสมมุติ)’ สายที่ 2  ในรายการ พุธทอล์คพุธโทร เมื่อวันพุธที่ผ่านมา (5 สิงหาคม 2569) ได้โทรมาปรึกษา ‘ดีเผือก - ดีเจเติ้ล - และดีเจต้นหอม’ เกี่ยวกับเรื่องที่แฟนบังเอิญเจอคลิปลับของเธอและแฟนเก่า

        ‘คุณอาร์ต (นามสมมุติ)’ อายุ 20 ปี’ ได้โทรมาเล่าว่า เธอรู้จักกับแฟนคนปัจจุบันช่วงต้นปี และได้เริ่มคบกันช่วงเดือนเมษายนปีนี้ โดยแฟนอายุ 24 ปี มีอยู่วันหนึ่งเกิดเหตุการณ์ที่แฟนค้นเจอคลิปลับของคุณอาร์ตกับแฟนเก่าในโทรศัพท์ของเธอ โดยเธอนั้นได้เลิกกับแฟนเก่าก่อนที่จะรู้จักแฟนคนนี้ 5 เดือน

        โดยคลิปที่แฟนเจออยู่ในอัลบั้มที่เธอซ่อน ในตอนแรกคุณอาร์ตชั่งใจที่จะลบคลิปอยู่แล้วแต่แฟนดันมาเจอก่อน นอกจากนั้นแฟนก็ได้เจอแชตที่เธอคุยกับคนคุยเก่าในช่วงที่ทั้งคู่คบกันแล้ว แต่เธอย้ำว่าเป็นการพูดคุยทั่วไป มีการหยอกล้อกันเล็กน้อยแต่ไม่ได้สานต่อ ประจวบกับเจอคลิปที่เธอเต๊าะคนที่ร้านกลางคืนในช่วงก่อนคบกัน ทำให้เขาไม่โอเค

        สาเหตุที่ทำให้คุณอาร์ตชั่งใจว่าจะลบคลิปกับแฟนเก่าหรือไม่นั้น เพราะในช่วงแรกที่คบกันแฟนคนปัจจุบันไม่ชัดเจนว่าจะคบกันจริงจัง เนื่องจากแฟนคนปัจจุบันยังต้องอยู่ในค่าย ความไม่ชัดเจนนั้นทำให้เธอกลัวว่าเขาจะทิ้งเธอไป ซึ่งแม้จะยังไม่ลบคลิปแต่เธอไม่ได้มีความคิดที่จะกลับไปคบแฟนเก่าและไม่ได้ย้อนกลับไปดูคลิปนั้น เพียงแค่ยังไม่ได้อยากจะลบในทันที

        หลังจากที่แฟนออกจากค่าย เขาเห็นว่าคุณอาร์ตยังรออยู่ จึงเริ่มให้ความชัดเจนกับคุณอาร์ต ทุกอย่างกำลังดีขึ้น แต่ดันมาเจอกับเหตุการณ์นี้เสียก่อน ทำให้เขานอย ในเวลาที่คุยกันเขามักจะถามว่า “ทำไมต้องทำอย่างนี้” / “ทำไมต้องเป็นเขาที่เจอเรื่องเหล่านี้” / “ทุกอย่างกำลังจะดีมากทำไมต้องเจอเรื่องเหล่านี้” ซึ่งคุณอาร์ตไม่สามารถให้คำตอบเขาได้ และตัวเธอเองก็รู้สึกเสียใจ ทำได้เพียงกล่าวคำขอโทษกับเขา 

        ปัจจุบันความสัมพันธ์ยังกันดีอยู่ คลิปทั้งหมดก็ลบทิ้งแล้ว แต่แฟนยังมีความรู้สึกนอยอยู่ ซึ่งคุณอาร์ตเข้าใจดี เพราะประเด็นนี้เป็นเรื่องละเอียดอ่อน แฟนคงไม่อยากให้ใครทราบ จึงไม่สามารถปรึกษาใคร

        คุณอาร์ตต้องการปรึกษาว่าในช่วงเวลาที่พูดคุยกันแล้วพอแฟนนึกถึงเหตุการณ์เหล่านี้ขึ้นมา เขาจะรู้สึกแย่ขึ้นมาทันที เธอควรจะทำอย่างไร ควรรอให้เขาดีขึ้น หรือควรทำตัวอย่างไร และอยากรู้ในมุมมองของดีเจเผือกที่เป็นผู้ชายว่า รู้สึกอย่างไรกับเหตุการณ์นี้ ควรซัพพอร์ตความรู้สึกเขาอย่างไรให้ดีขึ้น เพราะเธอเองก็รู้สึกผิด

        หลังจากฟังเรื่องราวทั้งหมดดีเจได้เริ่มให้คำแนะนำโดยเริ่มจาก ‘ดีเจเผือก’ กล่าวว่า หากเจอเรื่องแบบนี้ต้องช็อกอยู่แล้ว สิ่งเดียวที่จะช่วยชีวิตคุณอาร์ตได้นั่นคือ ‘ไทม์ไลน์’ ว่าสิ่งไหนเกิดขึ้นก่อนหรือหลังการมีอยู่ของเขา ต้องยืนยันให้ได้ แต่สุดท้ายดีเจเผือกมองว่าสำหรับบางคนก่อนหลังไม่สำคัญ เพราะต่อให้เหตุการณ์เกิดขึ้นก่อนจะคบกัน แต่พอได้เห็นบางคนก็รับไม่ได้อยู่ดี ความรับได้ของคนเราไม่เท่ากัน บางคนอาจคิดว่ามันเป็นเพียงเรื่องในอดีตไม่ได้เกิดขึ้นในช่วงที่คบกันและเขารับได้มันก็มี แต่คนที่ไม่เข้าใจไม่ว่าเรื่องนี้จะเกิดขึ้นเมื่อไหร่เขาก็รับไม่ได้อยู่ดี 

        ต้องยอมรับว่าแผลนี้มันเกิดขึ้นกับแฟนไปแล้ว แม้ว่าเรื่องราวส่วนใหญ่เรื่องราวจะเกิดขึ้นในอดีต และแม้ว่าเรื่องเดียวที่เกิดขึ้นในช่วงที่คบกันจะมีเพียงแชตกับคุณคุยเก่า ต้องยอมรับว่าไม่ได้บริสุทธิ์ใจกันเสียทีเดียว เพราะมีการพูดคุยหยอกล้อกันเล็กน้อย ดีเจเผือกจึงมองว่าไม่แปลกที่แฟนจะไม่โอเค 

        สิ่งที่คุณอาร์ตทำได้คือ ‘ทน‘ เพราะมันเป็นความผิดพลาดที่เกิดขึ้นจากฝั่งคุณอาร์ตเอง ทนจนกว่าฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งจะไม่ไหวแล้วค่อยแยกย้ายกัน หรือในสักวันหนึ่งเขาอาจก้าวข้ามผ่านเรื่องนี้ได้ อยู่ที่ว่าคุณอาร์ตจะเรียนรู้ผ่านเหตุการณ์นี้ได้มากน้อยเพียงไหน จากที่ผ่านมาเคยเต๊าะผู้ชายในร้านกลางคืน หรือการเก็บคลิปไว้ในโทรศัพท์และไม่เก็บไว้ให้ดี สิ่งเหล่านี้ทำให้เรารู้แล้วว่าจะส่งผลอย่างไร 

        ต่อจากนี้อยู่ที่ต่อจากนี้คุณอาร์ตจะทำอย่างไร จะเปลี่ยนตัวเอง หรือจะลบให้รอบคอบขึ้น แต่สิ่งที่ต้องยอมรับคือมันมีเหตุผลให้แฟนนอย ต้องเข้าใจเขา ถ้าไม่นอยคงแปลก สิ่งที่เกิดขึ้นมันปกติ และเขามีทั้งช่วงที่ดี ช่วงที่หาย นั่นแปลว่าเขายังคงอยากคบกับคุณอาร์ตต่อ ในช่วงที่เขาดิ่งเนื่องจากนึกถึงเรื่องเหล่านี้ขึ้นมาก็คงทำอะไรไม่ได้ เพราะสมองเขาจำไปแล้ว

        สำหรับดีเจเผือกมองว่าขึ้นอยู่กับคุณอาร์ต อยู่ที่ว่าหลังจากนี้เราจะชี้แจงความผิดของเราอย่างไรให้แฟนสบายใจที่สุด ในมุมมองเราอาจมองว่าความผิดเดียวคือที่คุยกับคนคุยเก่าในช่วงที่คบกับเขา แต่ในมุมแฟนอาจมองว่าในช่วงก่อนคบเราก็เหมือนจะมีความรู้สึกที่ต่อกันทำไมถึงไปเต๊าะผู้ชายคนอื่น และกลับกันเขาอาจคุยกับแค่คุณอาร์ตคนเดียวไม่ได้เต๊าะใคร ในขณะที่คุณอาร์ตมีเวลาคุยเล่นกับคนอื่น จึงเข้าใจได้ว่าทำไมเขาจึงเป็นอย่างนี้

        ต้องทนเท่านั้น เพราะคุณอาร์ตเป็นคนผิดชัดเจน ความผิดได้เกิดขึ้นแล้ว และหวังว่าแฟนจะทนได้เช่นกัน อาจต้องใช้เวลา และเป็นไปได้ที่แฟนอาจนอยเรื่องนี้ทั้งชีวิตไม่ว่าจะพูดขึ้นมาตอนไหนก็ตาม สิ่งที่ทำได้คือ ’ทำใจ’ หากไม่ไหวก็เลิก

        ถัดมาที่ ‘ดีเจเติ้ล’ กล่าวว่า เห็นด้วยกับดีเจเผือกว่าอย่างแรกคือคุณอาร์ตต้องทน ต้องพยายามเข้าใจเขา หากมองในมุมของแฟนในเรื่องการเซฟคลิป หากจะให้เชื่อว่าคุณอาร์ตว่ามีคลิปเพียงเพราะไม่ได้เข้าไปลบก็เชื่อได้ยาก และในมุมแฟนเขาจะเชื่อได้อย่างไรว่าสิ่งที่คุณอาร์ตพูดเป็นเรื่องจริง 100% ไม่ใช่เพียงการพูดเพราะแฟนจับได้แล้วโกรธ แต่ในด้านดีเจเติ้ลเชื่อว่าคุณอาร์ตพูดความจริง เพราะฉะนั้นจากนี้คุณอาร์ตจะต้องทน และพิสูจน์ตนเองว่าจะไม่ทำอย่างที่เคยผิดพลาดอีก ในกรณีที่คุณอาร์ตคุยกับคนคุยเก่า

        ดีเจเติ้ลมองว่าดีที่เขาแค่ดิ่งเมื่อนึกถึงเรื่องนั้น เพราะบางคนจะงี่เง่ายิ่งกว่าที่คุณอาร์ตเจอ เราเพียงต้องอยู่ข้าง ๆ เขาให้เขารู้ว่าเราจะไม่เป็นเหมือนที่ผ่านมา หากโชคดีก็อยู่กันต่อไป แต่หากเขามีอาการมากขึ้นก็ต้องดูว่าคุณอาร์ตทนไหวแค่ไหน หากรักเขาจริงต้องทนให้ได้

        ปิดท้ายที่ ‘ดีเจต้นหอม‘ กล่าวว่า ให้เปิดใจคุยกัน หากเขาดิ่งให้ยอมรับทุกสิ่งว่า เหตุการณ์ทุกอย่างได้เกิดขึ้นแล้ว ผิดพลาดไปแล้ว โชคดีที่ความผิดพลาดนั้นเรารู้ตัวเร็ว อย่างน้อยไม่ได้ผิดพลาดเมื่อคบกันไปหลายปีแล้ว 

        วันนี้คุณอาร์ตได้เรียนรู้ว่าไม่ควรทำอะไร ต่อจากนี้จะทำทุกอย่างให้ดี และจะไม่ผิดซ้ำอีก ขอโอกาสได้ไหม ขอโอกาสให้เราได้ดูแลเขาอย่างดี ไม่ต้องเชื่อในสิ่งที่เราพูดก็ได้ ให้โอกาสให้เราได้ทำ ให้เราได้แสดงความมั่นใจว่าจะมีเขาเพียงคนเดียว เอาสิ่งเหล่านั้นออกจากใจ เข้าใจว่าเป็นเรื่องที่ยากจะรับ แต่ต่อจากนี้จะทำให้ดี จะไม่ทำให้คิดมากอีกแล้ว จะทำให้ภูมิใจเลยที่มีเราเป็นแฟนที่ซื่อสัตย์ ต้องเคลียร์ให้เขายกสิ่งเหล่านั้นออกจากใจ ซึ่งจะยกออกได้ไหมก็ไม่สามารถบอกได้ แต่คุณอาร์ตทำได้เพียงเท่านั้น หากรับปากสัญญาไว้แล้วต้องทำให้ได้ 

        ถ้ามั่นใจว่าคนนี้ใช่แล้ว ให้บอกกับเขาว่า “เราโอเคกับเขามาก รู้สึกดี อยู่กับเขาแล้วมีความสุขมาก จะรักษาความสัมพันธ์นี้ไว้ไม่ให้เสียมันไปอีก” แต่อย่าแก้ตัวเด็ดขาดเพราะเราผิดจริง ให้ยอมรับว่าผิดพลาดมาก

        สุดท้ายคุณอาร์ตอยากให้ดีเจทั้งสามให้กำลังใจคุณแฟน ด้าน ‘ดีเจเผือก’ กล่าวว่า “พี่จะไม่ใจให้กำลังใจเขา เพราะพี่เข้าใจเขา จะงอน จะโกรธอะไรเต็มที่เลย นี่คือสิทธิของเราเพราะสิ่งที่เจอก็โหดจริง เข้าใจแฟนคุณอาร์ตสุด ๆ ”

        ถัดมา ‘ดีเจต้นหอม‘ กล่าวว่า “ถ้าแฟนคุณอาร์ตอยากอยู่ก็ดูไป แต่ถ้าไม่ได้ก็ไม่ต้องทน ส่วนคุณอาร์ตต้องเหนื่อยกว่าคู่แฟนทั่วไป อยู่ที่คุณอาร์ตจะทำได้ไหม”

        ‘ดีเจเผือก’ เสริมว่า “เอาเท่าที่แฟนคุณอาร์ตไหว เหตุการณ์นี้จะไม่มีวันหายไปจากคู่เราจะติดไปจนกว่าจะจากกัน อยู่ที่ว่าเราจะอยู่กับมันอย่างไร ต่อจากนี้ให้ดูคุณอาร์ตในปัจจุบันพิสูจน์ตัว ทุกครั้งที่นึกถึงเหตุการณ์เหล่านั้น ก็ให้ดูว่าคุณอาร์ตในปัจจุบัน”

เรื่องราวจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทาง

มีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATION

รับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 20.00 –23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

related พุธทอล์ค พุธโทร RECAP

แมวเพิ่งเสีย แฟนที่คบมา 13 ปีนอกใจ กดดันจากงานใหม่ ในช่วงชีวิตที่ปัญหารุมเร้า ควรรับมืออย่างไรดีคะ?

25 ก.ค. 2026

แมวเพิ่งเสีย แฟนที่คบมา 13 ปีนอกใจ กดดันจากงานใหม่ ในช่วงชีวิตที่ปัญหารุมเร้า ควรรับมืออย่างไรดีคะ?

แมวเพิ่งเสียแฟนที่คบมา 13 ปีนอกใจกดดันจากงานใหม่ในช่วงชีวิตที่ปัญหารุมเร้า ควรรับมืออย่างไรดีคะ? ‘คุณเหนือ (นามสมมุติ)’ สายที่ 1ในรายการ พุธทอล์คพุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (22 กรกฎาคม 2569) ได้โทรมาปรึกษา 'ดีเจต้นหอม - ดีเจเติ้ล - ดีเจเกรท และ หมอท้อป - นพ.อภิชาติ จริยาวิลาศ จิตแพทย์ Me Center clinic' เกี่ยวกับช่วงชีวิตหนึ่งที่ต้องเจอกับเรื่องแย่ ๆ ติดกัน ‘คุณเหนือ (นามสมมุติ)’ อายุ 34 ปี ได้ตั้งคำถามว่าในช่วงชีวิตหนึ่งที่หลาย ๆ อย่างพังจะรับมืออย่างไร โดยเริ่มต้นที่เหตุการณ์แรก เธอได้สูญเสียแมวซึ่งเป็นที่รักไป ภาพน้องแมวในความทรงจำยังคงทำให้คุณเหนือคิดถึงเขาอยู่ตลอด และคิดในใจว่าตัวเองดูแลเขาไม่ดี ทำให้เธอร้องไห้บ่อยมาก อาจารย์แพทย์ด้านมะเร็งบอกว่าแมวของคุณเหนือเป็นเคสหายาก น้องไม่ได้จากไปด้วยอายุไข และในปัจจุบันน้องได้เป็นอาจารย์ใหญ่ให้แพทย์ทำวิจัยต่อด้วย เหตุการณ์ถัดมาคือ แฟนที่คุณเหนือคบมา 13 ปี นอกใจไปมีความสัมพันธ์กับเพื่อนร่วมงาน ซึ่งเรื่องมันเกิดขึ้นติดกัน ในช่วงที่คุณเหนือเสียน้องแมวไปก็ยังคงมีเขาอยู่ข้าง ๆ แต่เมื่อเวลาผ่านไปเพียงไม่ถึงเดือนก็ได้ทราบเหตุการณ์ที่สองนี้ โดยคุณเหนือเป็นคนจับได้ ประกอบกับหลาย ๆ อย่าง ปัจจุบันทั้งสองได้เลิกกันขาดไม่ติดต่อกันเลย แต่คุณเหนือยังคงฝังใจกับเรื่องราวที่เกิดขึ้น เป็นเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิด เพราะกับแฟนคนนี้มีแพลนที่จะพัฒนาไปเป็นคู่แต่งงาน ในความสัมพันธ์นี้คุณเหนือรู้สึกว่ามันเลยจุดที่จะคิดว่าเขาจะนอกใจได้ ในระหว่างนั้นเองก่อนที่จะจับได้ ทั้งสองได้ตกลงกันว่าจะลองย้ายมาอยู่ด้วยกัน ซึ่งอยู่คนละแห่งกับบ้านที่คุณเหนืออยู่กับครอบครัว รวมถึงคุณเหนือจะออกจากที่ทำงานเดิม และย้ายมาทำงานใกล้แฟนแทน เพื่อที่ทั้งคู่จะได้มีเวลาให้กันมากขึ้น เรียกได้ว่าเตรียมพร้อมเพื่อสร้างครอบครัวกันแล้ว พอย้ายทุกอย่างมาแล้วเธอรู้สึกเคว้งไปหมด เพราะหลังจากลาออกมาคุณเหนือต้องไปเริ่มงานใหม่ ต้องรับมือกับความกดดันจากงานใหม่ เหตุการณ์ทั้งหมดทำให้เธอต้องรับมือ แต่เธอกลับไม่รู้ว่าต้องรับมืออย่างไร ปัจจุบันนี้คุณเหนือพยายามที่จะโฟกัสงานใหม่ แต่พอเจอโพรเจกต์ใหญ่ที่มีความกดดันก็ทำให้เธอเหมือนกับหายใจไม่ออก เธอยังรู้สึกรับมือไม่ไหวและกำลังจะลาออกด้วยทั้งสาเหตุจากตัวงาน และความรู้สึกในใจของคุณเหนือเองที่ยังไม่พร้อม จากเมื่อก่อนที่เคยเป็นคนบ้างาน ชอบงานที่ท้าทาย พอเจอเหตุการณ์ไม่ดีมาเธอกลับกลัวว่าจะเกิดเรื่องที่ไม่ดีขึ้นอีก ทุก ๆ วันนี้คุณเหนือยังมีค่ำคืนคืนที่นอนร้องไห้ หรือสะดุ้งตื่นขึ้นมา โดยเหตุการณ์ที่น้องแมวเสียเกิดขึ้นเมื่อประมาณเดือนตุลาคม-พฤศจิกายน และจับได้ว่าแฟนนอกใจช่วงปลายเดือนธันวาคม และในเดือนมกราคมเธอก็ต้องเริ่มงานใหม่แล้ว ซึ่งเหตุการณ์ทุกอย่างเกิดขึ้นติด ๆ กัน ด้วยเวลาที่ยังผ่านไปไม่นาน ทำให้เรื่องราวที่เกิดขึ้นยังคงกระทบความรู้สึกของเธออยู่ คุณเหนือมีเพื่อนคนหนึ่งที่สามารถปรึกษาได้ทุกอย่าง และทราบทุกเรื่องราวที่เธอเจอ เพื่อนคนนี้จะบอกกับคุณเหนือเสมอว่า สามารถไปนอนกับเขาได้ พูดคุยกับเขาได้ ในช่วงที่เธอไม่อยากให้ที่บ้านเป็นห่วงก็จะไปนอนกับเพื่อนคนนี้ คุณเหนือพูดเสริมว่าเธอไม่สามารถนอนที่บ้านได้เลยเพราะทุก ๆ เหตุการณ์มักเกิดขึ้นที่บ้านอยู่ตลอด รวมถึงคุณเหนือตัดสินใจว่าจะเบรกจากงานและพยายามฮีลตัวเอง ในระหว่างนั้นเธอไม่อยากอยู่เฉย ๆ จึงตั้งใจจะรับงานฟรีแลนซ์ไปก่อน คุณเหนือต้องกำลังใจและคำปรึกษาจากดีเจว่าจะต้องทำอย่างไรให้เธอสามารถมูฟออนจากเรื่องราวทั้งหมดได้ หลังจากฟังเรื่องราวทั้งหมดดีเจได้เริ่มให้คำแนะนำโดยเริ่มจาก ‘ดีเจเติ้ล’ กล่าวว่า "จากที่คุณเหนือได้พูดเรื่องอาการของน้องแมว คุณหมอใช้คำว่า Rare case พี่มั่นใจว่าเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นยาก เพราะฉะนั้นต้องพยายามบอกตัวเองว่ามันไม่ได้เกี่ยวกับคุณเหนือ ไม่ใช่คุณเหนือดูแลเขาไม่ดี โรคเหล่านี้เหนือการควบคุม ไม่อยากให้โทษตัวเองคุณเหนือทำดีที่สุดแล้วก่อนที่น้องจะจากไป และเรื่องแฟน พี่เข้าใจว่าคบกันมา 13 ปี ความสัมพันธ์ก็กำลังจะพัฒนาไปแต่งงาน ในมุมหนึ่งมันโหดร้ายมากแต่ในอีกมุมหากจะมองเรื่องนี้ให้มีกำลังใจคือ โคตรโชคดีที่ได้รับรู้เรื่องนี้ก่อนจะแต่งงานกัน เพราะถ้าแต่งงานกันไปแล้วคงไม่คิดจะว่าจะต้องเลิก และคุณเหนือจะเจ็บปวดมากกว่านี้ สุดท้ายสำหรับพี่ เวลาเกิดเรื่องร้ายขึ้นจะคิดเอาไว้ว่า เมื่อชีวิตลงไปถึงจุดที่แย่ที่สุดแล้วทุกอย่างจะค่อย ๆ ดีขึ้น เพียงแค่ต้องอดทนอยู่กับมันให้ได้จนกว่าจะถึงช่วงเวลาที่ชีวิตดีขึ้น ในระหว่างนั้นคุณเหนืออาจเจอกับผู้ชายคนใหม่ที่ดีกว่า 13 ปีนั้นก็ได้ ในส่วนที่คุณเหนือกำลังปวดหัวกับเรื่องงาน หากยังมีเงินที่จะดูแลตัวเองได้ ก็เห็นด้วยที่จะพักเรื่องานไว้ก่อน และหลังจากนี้อาจเป็นประตูบานใหม่ที่ทำให้คุณเหนือเจออะไรดี ๆ อีกมากมาย พี่เชื่อมาเสมอว่าหากสิ่งไหนที่เกิดขึ้นกับเราแล้ว มันมักจะพาเราไปสู่สิ่งใหม่ที่ดีกว่าในชีวิตเราเสมอ เพียงแค่ต้องอยู่ ทน และไปต่อให้ได้ สิ่งที่ดีกำลังจะรอคุณเหนืออยู่" ถัดมาที่ ‘ดีเจต้นหอม’ กล่าวว่า "ชีวิตของเราไม่จากเป็นก็จากตาย มีเพียงสองอย่าง ในวันที่ใครจากตายไปจะเป็นสถานการณ์ที่ยากลำบาก แต่ทุกคนที่ยังอยู่จะต้องผ่านมันไปให้ได้ ในเรื่องของน้องแมว พี่อยากให้คุณเหนือมองในมุมที่ดีว่า เขาโชคดีมากที่การจากไปของเขาเป็นประโยชน์ต่อน้องแมวตัวอื่น ๆ อย่างไรก็ต้องมีวันที่จากกัน แต่ในการจากลาครั้งนี้น้องแมวที่เรารักและดูแลมาเขาอาจจะสามารถต่อชีวิตให้กับน้องแมวตัวอื่น ๆ ได้อีก คุณเหนือไม่ต้องรู้สึกผิดเพราะมันเป็นสิ่งที่เราไม่สามารถควบคุมได้ ทำได้เพียงหวังว่าหากชาติหน้ามีจริงให้เราได้เกิดมาเจอกันอีก เก็บความทรงจำ ความน่ารักของเขาไว้ในใจเรา ในส่วนของผู้ชาย 13 ปี สิ่งเดียวที่โชคร้ายในเรื่องนี้คือคุณเหนือย้ายงานเพื่อคนที่ไม่สมควรได้รับ ความโชคดีคือคุณเหนือมีเงินลาออกจากที่นี่ได้ แล้วไปใช้ชีวิตอยากเที่ยว หรืออยากกลับไปทำงานที่เก่าก็ทำได้ทั้งสิ้น สามารถออกแบบชีวิตได้ด้วยตนเอง เพราะคุณเหนือเอาสิ่งไม่ดีออกจากชีวิตไปแล้วและสิ่งที่ดีกำลังจะเกิดขึ้นไม่มีอะไรแย่กว่าผู้ชายนอกใจแล้ว" ถัดมาที่ ‘ดีเจเกรท’ กล่าวว่า "เข้าใจเรื่องน้องแมวมาก ๆ ส่วนตัวพี่เองในวันที่น้องแมวยังอยู่ เวลามองหน้าน้องก็คิดว่าจะเจอแมวที่น่ารักขนาดนี้ได้อีกไหมนะ เพราะรู้ว่าสุดท้ายคงต้องจากกันในสักวัน และเมื่อวันนั้นมาถึงต่อให้จะเตรียมใจไว้เพียงไหนก็ทำใจไม่ได้อยู่ดี เมื่อเกิดความทุกข์หลาย ๆ อย่างซ้อนกัน พี่มองว่า เวลาจะช่วยเยียวยาเรา และอีกคำหนึ่งคือ ยอมรับในสิ่งที่เกิดขึ้น เมื่อที่มีความทุกข์แล้วเรามัวถามกับตัวเองว่า “เมื่อไหร่จะหาย” ซ้ำไปมา มันจะยิ่งทำให้เราทุกข์มากขึ้น แต่ถ้าเมื่อไหร่ที่เรายอมรับว่า เรากำลังเสียใจกับเรื่องนั้นอยู่ พี่มองว่าความรู้สึกเสียใจนั้นจะค่อย ๆ เบาบางลง สุดท้ายอยากให้คุณเหนือหาอะไรก็ตามที่มีความสุข และได้พัฒนาตัวเอง เพราะเมื่อคุณเหนือเริ่มเห็นคุณค่าในตัวเองเพิ่มขึ้นที่ละนิด ความเศร้าจะค่อย ๆ จางหายไปโดยอัตโนมัติ" ปิดท้ายที่ ‘หมอท้อป’ กล่าวว่า "มีคนมาปรึกษาในลักษณะเดียวกับคุณเหนือเยอะ จังหวะชีวิตเราไม่สามารถทำนายได้ เวลาเรื่องแย่ ๆ เข้ามาในชีวิตเยอะ ๆ ให้บอกกับตัวเองไว้ว่า มันเป็นความรู้สึกคนปกติไม่ได้ผิดอะไร เวลาเจอเรื่องแย่ ๆ ติดกันเรายังไม่ทันเสียใจกับเรื่องแรกเสร็จ ยังไม่มีเวลาทำใจ เรื่องถัดไปก็เข้ามาแล้ว อย่างในกรณีของคุณเหนือเรื่องแย่ ๆ มาเดือนชนเดือนเลย ดังนั้นสิ่งที่สำคัญคือหากมีเวลาต้องค่อย ๆ ปล่อยให้ตัวเองได้เสียใจไปทีละเรื่อง ยิ่งหากเป็นคนเข้มแข็งจะเจอปัญหาเหล่านี้เยอะ เพราะคิดว่าตัวเองไหว ยังไหวเสมอ และเพิกเฉยต่ออารมณ์ตัวเอง ความเครียดก็จะถูกสะสมไปเรื่อย ๆ ในเรื่องแมว หมอมองว่าต่อให้จะไม่ใช่เคสที่หายาก แต่เป็นเคสหาง่ายทั่วไป และดูแลดีมาก ๆ ก็ยังจากไปได้ จึงไม่อยากให้คุณเหนือรู้สึกผิดเลย เพราะไม่ใช่ความผิดของคุณเหนือ อาจเป็นเรื่องธรรมชาติ ยิ่งโรคยาก ๆ เป็นไปได้ยากที่เจ้าของหรือคนในครอบครัวจะรู้ และในกรณีนี้น้องแมวถึงกับกลายเป็น Case Study นั่นแปลว่าเป็นเคสยากจริง ๆ หมอจะพูดกับทุกคนอยู่เสมอว่า การสูญเสียสัตว์เลี้ยงไปเท่ากับการสูญเสียคนไปหนึ่งคน หรืออาจจะมากกว่าเสียคนหนึ่งคนก็ได้ เพราะกับสัตว์เลี้ยงเรามีความผูกพันธ์เยอะ และเขาอาจจะดีกว่าใครบางคนในชีวิตเรา ให้เวลากับตัวเอง ทำบุญให้น้อง ดูแลตัวเอง อะไรก็ก็ตามที่คิดว่าทำแล้วเป็นสิ่งดีสามารถทำได้เลยเพื่อให้ตัวเองก้าวผ่านเรื่องราวนี้ไปได้ และในเรื่องของแฟน จากที่คุณเหนือเลือกพูดถึง 13 ปีก่อน แปลว่าคุณเหนืออาจเสียดายเวลาที่ผ่านไป แต่คุณหมอมองว่ายังดีกว่าการเป็น 23 ปี หรือ 33 ปี ให้บอกตัวเองว่าเป็นเรื่องดีแล้วที่จบตั้งแต่ตอนนี้ คุณหมอเชื่อว่าสักวันหนึ่งคุณเหนืออาจโทรมาบอกว่าได้เจอคนใหม่ที่ทำให้มีความสุขมากก็ได้ และเรื่องงานหากยังไม่อยากจะลาออก ลองลาหยุดก่อน ให้เวลาตัวเองเสียใจ และลองย้อนมองดูว่าเรายังโอเคกับงานนี้อยู่ไหม ในวันที่เราหายเสียใจแล้ว ถ้างานนี้ยังโอเคก็ทำต่อ แต่ถ้าดูแล้วงานนี้ไม่ใช่ก็ไปทำงานอื่น"เรื่องราวจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการInboxฝากเรื่องมาที่FacebookFanpageEFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 20.00–23.00น.ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

ลึกๆหนูรู้สึกอายมาตลอด ที่ตัวเองเป็น “ลูกชาวนา” โตมากับบ้านริมทุ่งนา ล่าสุด พาแฟนคนปัจจุบัน ไปกินข้าวที่บ้าน พ่อแม่เราก็ชาวบ้านๆ ไม่ค่อยพูดจาอะไรกับแฟนเลย พอแฟนกลับจากบ้านหนู หนูก็โทรไปบอกแฟนว่า “เราไม่น่าพาเธอมาลำบากเลย พ่อแม่เราเป็นแบบนี้อยู่แล้วนะ

25 ส.ค. 2025

ลึกๆหนูรู้สึกอายมาตลอด ที่ตัวเองเป็น “ลูกชาวนา” โตมากับบ้านริมทุ่งนา ล่าสุด พาแฟนคนปัจจุบัน ไปกินข้าวที่บ้าน พ่อแม่เราก็ชาวบ้านๆ ไม่ค่อยพูดจาอะไรกับแฟนเลย พอแฟนกลับจากบ้านหนู หนูก็โทรไปบอกแฟนว่า “เราไม่น่าพาเธอมาลำบากเลย พ่อแม่เราเป็นแบบนี้อยู่แล้วนะ

ลึกๆหนูรู้สึกอายมาตลอด ที่ตัวเองเป็น “ลูกชาวนา” โตมากับบ้านริมทุ่งนา ล่าสุด พาแฟนคนปัจจุบันไปกินข้าวที่บ้าน พ่อแม่เราก็ชาวบ้านๆ ไม่ค่อยพูดจาอะไรกับแฟนเลย พอแฟนกลับจากบ้านหนูหนูก็โทรไปบอกแฟนว่า “เราไม่น่าพาเธอมาลำบากเลย พ่อแม่เราเป็นแบบนี้อยู่แล้วนะ เขาไม่ค่อยพูดจาอะไรอย่าคิดมาก” แฟนหนูก็บอกไม่เป็นปัญหาอะไรเลย เขาก็ยังรักเราเหมือนเดิม คุยถึงอนาคตงานแต่งงานกับหนูบ่อยขึ้นด้วยซ้ำ ตอนนี้แฟนหนูโอเคทุกอย่าง ไม่ได้ติดอะไรมีแค่ตัวหนูเองที่ยังอายกับความเป็นอยู่ของตัวเอง กลัวว่าจะเป็นปัญหาของชีวิตคู่ในอนาคต... “คุณฟาง (นามสมมติ)” อายุ 29 ปี สายแรกในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา [20 ส.ค. 68] ได้โทรเข้ามาปรึกษา “ดีเจเผือก – ดีเจเติ้ล – ดีเจต้นหอม” เกี่ยวกับปัญหาไม่มั่นใจในฐานะทางบ้าน จนทำให้ไม่กล้าเปิดใจมีความรักเลย โดย “คุณฟาง (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘หนูเป็นเด็กต่างจังหวัดที่โตมากับพ่อแม่ที่ รับจ้างทำนา เมื่อเดือนตุลาคมปีที่แล้ว หนูได้คุยกับผู้ชายคนนึงซึ่งเป็นรุ่นพี่ที่โรงเรียนสมัยมัธยมแล้วก็ตกลงคบกันไปเมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ระหว่างที่คบกันเขาก็พาหนูไปเจอที่บ้านบ่อย ๆ ที่บ้านเขาก็น่ารัก แฮปปี้ เอ็นดูหนู แล้วเขาก็ชอบเล่าให้ฟังว่าคุณแม่พูดถึงหนูยังไงบ้าง จนแม่ของแฟนก็พูดว่าให้แฟนหนูไปเจอพ่อแม่หนูบ้าง หนูก็เริ่มกดดันเพราะรู้สึกว่าหนูยังไม่พร้อมที่จะให้เขามาเจอ ก่อนหน้านี้หนูไม่เคยบอกแฟนเลยว่าที่บ้านทำอะไร แล้วแฟนก็ไม่เคยถามด้วย หนูกับแฟนไม่ได้อยู่ด้วยกันเพราะแฟนอยู่กรุงเทพ ส่วนหนูอยู่ต่างจังหวัด เราจะเจอกันแค่เสาร์-อาทิตย์เท่านั้น จนกระทั่งวันแม่ด้วยความที่แม่แฟนเอ็นดูหนูมาก แฟนก็เลยอยากจะเจอแม่ของหนูบ้าง จึงตัดสินใจไปหาแม่หนูเพราะตรงกับวันหยุด ถึงหนูกับแฟนจะโตมาในจังหวัดเดียวกันแต่บ้านแฟนจะอยู่ในเมือง ส่วนบ้านหนูจะอยู่ชานเมือง ระหว่างทางแฟนก็มีการเตรียมตัว อยากคุยนู่นคุยนี่กับแม่ แต่หนูก็กดดันจนหน้าถอดสี เพราะหนูรู้สึกไม่ดี ก็เลยบอกแฟนว่าไม่ต้องเตรียมอะไรมากหรอก พ่อแม่เป็นคนธรรมดา ไม่ค่อยพูด เผลอ ๆ ไม่พูดกับเราเลยด้วยซ้ำ พอไปถึงบ้านหนูปุ๊บ แฟนก็เหมือนจะช็อคไปนิดนึงแอบหน้าถอดสีนิด ๆ หนูก็เลยแนะนำตัวแฟนให้พ่อแม่รู้จัก ส่วนพ่อแม่หนูก็ได้แต่ยิ้ม มีทักทาย รับไหว้กันนิดหน่อยแต่ส่วนใหญ่ก็นั่งยิ้มมองกันเฉย ๆ เป็นชั่วโมงที่พ่อแม่หนูไม่พูดอะไรเลย แฟนหนูก็ทำตัวไม่ถูก ไม่พูดอะไรเลยเหมือนกันทั้ง ๆ ที่เป็นคนพูดเก่งมาก ณ เวลานั้นหนูก็เครียด ไม่รู้แฟนจะโอเคมั๊ย ไม่รู้แฟนคาดหวังเอาไว้ยังไง วันนั้นจะกินปิ้งย่างด้วยกันแต่ก็ไม่ได้กิน เพราะบรรยากาศดูไม่ได้เอนจอย เลยบอกแฟนว่ากลับบ้านก่อนก็ได้เดี๋ยวหนูตามไป ซึ่งก่อนหน้าที่จะมาบ้าน หนูบอกพี่ชายไว้ว่าจะพาแฟนมาแต่ไม่รู้เขาได้สื่อสารกับพ่อแม่หรือเปล่าเพราะหนูก็ไม่ได้คุยกับพ่อแม่เลย ปกติหนูไม่ค่อยสนิทกับพ่อแม่อยู่แล้ว คุยได้ เล่นได้ แต่ไม่ค่อยสนิท พอแฟนมาบ้านหนูที่เป็นคนกลางก็ไม่ได้ชวนคุยเพราะหนูก็ยังกดดันที่มันเป็นครั้งแรก ไม่รู้จะทำยังไง ลึก ๆ หนูก็อายที่พ่อแม่เป็นชาวนา หนูติดเรื่องนี้มาโดยตลอดตั้งแต่เด็ก รู้สึกว่าบ้านหนูที่เป็นบ้านไม้ ใต้ถุนเป็นดิน มันไม่ได้น่าอยู่เหมือนคนอื่น แล้วก็พ่อแม่ก็ไม่ได้แต่งตัวสวยหรูด้วย พอแฟนขับรถออกไปหนูก็ส่งข้อความไปว่าขอโทษที่พามาลำบากนะ แต่แฟนกลับบอกว่าชิลมาก ไม่ต้องคิดมากเลยใช้ชีวิตให้สนุกกับที่บ้านเพราะยังไงเราก็ต้องเป็นครอบครัวเดียวกันอยู่แล้ว แฟนหนูปกติมากเลย มีแต่หนูที่คิดมากเหมือนเป็นปมมานาน ก่อนมาเจอคนนี้หนูก็ตั้งปณิธานว่าหนูไม่อยากมีแฟนจนกว่าจะทำบ้านใหม่ให้พ่อแม่อยู่ ทำให้พ่อแม่หนูสบายได้ หวังว่าจะมีชีวิตที่ดีขึ้นได้ หนูเลยอยากได้คำปรึกษาจากพี่ ๆ ว่า ทำยังไงให้หนูคิดให้ดีขึ้น? ไม่อยากเป็นคนที่คิดแบบนี้’ เริ่มต้นที่ “ดีเจเผือก” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘รู้ว่าอายในสิ่งที่มีเลยพยายามที่จะพัฒนาภาพลักษณ์ตัวเองให้ดีก่อนที่จะให้คนอื่นได้เห็น แต่พี่มองว่าฟางกังวลเรื่องภาพลักษณ์ตัวเองที่จะต้องสมบูรณ์แบบมากเกินไป ทั้ง ๆ ที่บางครั้งคนที่เข้ามาในชีวิตเราเขาอาจจะชอบที่ตัวเรามากกว่า แต่ก็เข้าใจว่าในสมัยเด็กคนเราเริ่มมีสังคม เริ่มมีความรัก เราก็จะเริ่มอายไม่กล้าพาใครมาบ้านเพราะมันเล็กนิดเดียวไม่ใหญ่เหมือนคนอื่น หลัก ๆ มันเกิดจากการที่เราเอาตัวเองไปเปรียบเทียบกับคนอื่น อีกอย่างคือเราตัดสินชีวิตเราเองว่ามันไม่ดีพอและมองมันเป็นข้อด้อยเพราะคิดว่าเขาคงอยากได้คนที่ฐานะเท่าเทียมกัน ซึ่งในชีวิตจริงก็มี แต่ถ้าใครที่คิดแบบนี้กับเราแปลว่าเขาไม่เหมาะที่จะมาเป็นคู่ชีวิตกับเรา คนที่เหมาะกับเราควรเป็นคนที่โฟกัสเรามากกว่า แล้วสิ่งที่แฟนฟางแสดงออกมาเขาก็ดีมาก ๆ กลับมาแล้วมีความสัมพันธ์ดีขึ้นด้วย คงมีแต่ฟางที่ไม่สามารถทำลายปมในใจของตัวเองได้สักที วันใดที่โตขึ้นมากพอฟางจะไม่เอาเรื่องนี้มาลดทอนตัวเองลง แค่กล้าที่จะพูดความจริงกับเขา ถ้าเขาโอเคคือจบ และวันนี้ฟางก็โชคดีที่เจอคนที่เข้าใจฟางได้แล้ว ในเมื่อคนที่เรารัก เราแคร์ ยังไม่สนใจอะไรเลยแล้วเราจะคิดมากไปทำไม เขาอาจจะอยากดูแลเรามากขึ้นด้วยซ้ำ แล้วเราจะเสียเวลานั่งคิดเรื่องปมนี้ไปทำไม เพราะฉะนั้นอย่าดูถูกตัวเองด้วยปัจจัยที่ไม่เกี่ยวอะไรกับเรา จงภูมิใจที่ได้เจอแฟนคนนี้ ขอบคุณแฟนเยอะ ๆ พูดให้เขาชื่นใจ’ ต่อไป “ดีเจเติ้ล” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘ชีวิตคนเราจะเจริญหรือดีขึ้นได้มันไม่จำเป็นต้องโค่นรากเหง้าเราทิ้ง ในยุคนี้ใครที่ยังตัดสินคนจากชาติกำเนิดถือว่าเป็นความคิดที่ตื้นเขินมาก เราไม่มีสิทธิ์ที่จะเลือกเกิดแต่เรามีสิทธิ์ที่จะพาตัวเองขึ้นไปเจอสิ่งที่ดีได้โดยที่เราไม่จำเป็นต้องปกปิด เพราะถ้าไม่มีมันในวันนั้นก็จะไม่มีเราในวันนี้ อย่างน้อยมันก็เป็นสารตั้งต้นให้เรา พอโตขึ้นจะรู้ว่ามันไม่ได้วัดจากสิ่งที่มีเลย มันวัดที่ปัจจุบันเรากำลังทำอะไรกันอยู่ ความจริงเราสามารถดูว่าบ้านมีปัญหาตรงไหนแล้วเข้าช่วยได้เลย โดยที่ไม่ต้องปกปิดหรือลืมไปเพราะมันคือความจริง สุดท้ายเราก็เกิดเป็นลูกชาวนาอยู่ดี แต่สิ่งนี้จะไม่มีวันล่มสลายหรือบั่นทอนคุณค่าของฟางได้เลยถ้าฟางไม่บั่นทอนคุณค่าตัวเอง’ สุดท้าย “ดีเจต้นหอม” ได้ให้คำปรึกษาเพิ่มเติมว่า ‘สมัยนี้เทรนด์การมองแค่เปลือกมันน้อยลงไปแล้ว แม้กระทั่งอินฟลูเอนเซอร์ที่เป็นสาวบ้านนาอะไรก็ตามเขาก็จะทำคอนเทนต์กับทุ่งหญ้า หรือกับสิ่งที่เขากำเนิดเกิดมา แล้วเขามีความภูมิใจด้วย เทรนด์ตอนนี้มันเปลี่ยนแล้ว ไม่มีใครสนใจเราแล้ว ที่สำคัญยังมีปัญหาอื่น ๆ ในชีวิตที่ใหญ่กว่านี้เยอะเลย อย่าเสียเวลาคิดเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ ถ้ามีใครสักคนมาว่าเรา คนนั้นไม่ได้ชีวิตดีไปกว่าเราหรอก เวลาเราลำบากคนเหล่านี้ไม่เคยหยิบยื่นหรือช่วยเราเลยเพราะฉะนั้นจงมั่นใจในตัวเอง’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

ในกลุ่มมีเพื่อนสนิทคบกันอยู่ 3 คน ทีนี้เรากำลังจะแต่งงาน เราควรจะชวนอีก 2 คนมาเป็นเพื่อนเจ้าสาวดีไหม? เพราะว่าเพื่อนสนิททั้ง 2 คนของเรา เขามีปัญหากัน

12 ธ.ค. 2025

ในกลุ่มมีเพื่อนสนิทคบกันอยู่ 3 คน ทีนี้เรากำลังจะแต่งงาน เราควรจะชวนอีก 2 คนมาเป็นเพื่อนเจ้าสาวดีไหม? เพราะว่าเพื่อนสนิททั้ง 2 คนของเรา เขามีปัญหากัน

ในกลุ่มมีเพื่อนสนิทคบกันอยู่ 3 คน ทีนี้เรากำลังจะแต่งงานเราควรจะชวนอีก 2 คนมาเป็นเพื่อนเจ้าสาวดีไหม?เพราะว่าเพื่อนสนิททั้ง 2 คนของเรา เขามีปัญหากันคนนึงไปคบกับแฟนของคนนึง โดยที่ไม่ได้บอกกันมารู้ตัวอีกที แฟนเก่าของเพื่อน กลายเป็นแฟนของเพื่อนสนิทไปแล้ว ทำให้เขาสองคนไม่โอเค และ ไม่คุยกันไปเลยเหตุการณ์เป็นแบบนี้ ถ้าเราชวนคนใดคนนึง แล้วไม่ชวนอีกคน เขาจะน้อยใจไหม? หรือ ถ้าชวนมาทั้งคู่บรรยากาศงานต่างๆจะเกิดผลกระทบตามมารึเปล่า? “คุณซี (นามสมมติ)” อายุ 30 ปี เป็นสายที่สองในรายการ พุธทอล์คพุธโทรเมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (10 ธันวาคม 2568)ได้โทรเข้ามาปรึกษา“ดีเจเผือก – ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม” เรื่องกำลังจะแต่งงานแต่เพื่อนสนิท 2 คนที่จะให้มาเป็นเพื่อนเจ้าสาวไม่ถูกกัน “คุณซี (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘คือเรากำลังจะแต่งงาน เรามีเพื่อนที่สนิท 2 คน ให้แทนว่า “เอ” กับ “บี” แต่ 2 คนนี้ไม่ถูกกัน เราจะเชิญมาเป็นเพื่อนเจ้าสาวดีไหม คือเราอยู่กลุ่มเดียวกันตอนมัธยม คบกันมา 10 กว่าปี แต่มันมามีจุดแตกหักตรงที่ว่าตอนนั้นเออกหัก แล้วเขาไปเล่นแอปหาคู่ แต่เอดันไปแมทช์กับแฟนเก่าของบี ทั้ง ๆ ที่ก็รู้ว่าเป็นแฟนเก่าเพื่อน เอกับแฟนเก่าเลิกกันนานแล้วแต่เอเสียใจมากจนเกือบฆ่าตัวตายเรียกว่าเป็นแฟนเก่าที่เพื่อนฝังใจมาก ๆ แล้วตั้งแต่นั้นมาจนถึงวันนี้เอกับบีก็ไม่ได้คุยกันเลย พอหนูเป็นคนกลางก็เลยอึดอัดใจนิดหน่อย เพราะหนูก็สนิทกับทั้งคู่เท่ากันแต่พอมันเกิดเรื่องนี้ขึ้น หนูก็แอบเอนเอียงไปทางบีนิดนึงเพราะรู้สึกว่ามันก็ไม่ควร แรก ๆ ที่เลิกคบกัน หนูก็พยายามพูดถึงอีกคนแต่ว่ามันก็ยาก เพราะตอนที่เอไปปัดแอปมา เขาก็มาเล่าให้พวกหนูฟังว่าไปเจอคนนี้มานะ และก็บอกว่าแค่คุยเล่นเฉย ๆ แก้เบื่อไม่ได้มีอะไร แต่เขาก็คุยมาเรื่อย ๆ จนหลัง ๆ ก็เริ่มโพสต์สตอรี่ไปไหนมาไหนด้วยกันบ่อย ๆ หนูก็เลยทักไปถามว่าสรุปว่าคบกันรึเปล่า เพราะดูเหมือนว่าบีจะไม่โอเคนะแต่เขาก็ยืนยันกับหนูว่ามันไม่มีอะไร จนเราเริ่มคุยกันน้อยลงแล้วเขาก็ค่อย ๆ หายไป และไม่นานก็เปิดตัวคบกับผู้ชายคนนั้นแบบชัดเจน แต่ปัจจุบันนี้เอกับฝ่ายชายก็เลิกกันไปนานแล้ว จากใจหนูเลยคือหนูอยากให้ทั้ง 2 คนมาเพราะว่าทุกครั้งที่มีแฟน หนูก็จะมีภาพในหัวตลอดว่าเพื่อนเจ้าสาวของเราต้องเป็นเขา 2 คนอย่างแน่นอน แต่ถ้าให้เลือกคนเดียวก็อาจจะเอนไปทางบีเพราะแฟนเราเป็นชาวต่างชาติแล้วบีก็พูดภาษานั้นได้ เราก็เลยจะให้เขาเหมือนมาเป็นล่ามให้เราไปด้วยเลย แต่หนูก็ไม่อยากทำให้เพื่อนเสียใจ’ เริ่มที่ “ดีเจเผือก” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘ถ้าเป็นผม ผมจะคุยกับบีก่อนเป็นอย่างแรกว่า ช้อยส์แรกของเรายังไงก็คือบี แต่ก็จะมาปรึกษาเรื่องเอด้วย คือเราให้ความสำคัญกับบีก่อนได้ในฐานะที่เราอาจจะสนิทกว่า หรือว่าในฐานะที่เรามองว่าเขาถูกกระทำ เพราะฉะนั้นลองคุยกับบีก่อน ถ้าเราจะชวนเอมาแล้วถ้าเขาไม่โอเค เราก็ต้องมานั่งคิดใหม่ว่าจะเอายังไงต่อในกรณีที่บีไม่โอเค เรายังรู้สึกว่าถ้าเอเป็นผู้ใหญ่มากพอ การที่คนเราเลือกไปมีความสัมพันธ์กับอดีตของเพื่อน ครึ่งหนึ่งในหัวใจมันต้องรับความเสี่ยงไว้แล้วว่าเขาอาจจะเสียเพื่อนไป ซึ่งเอเลือกแล้ว เขาก็ควรจะเข้าใจว่าเหตุผลที่เขาไม่ได้ไปอยู่ตรงเพื่อนเจ้าสาวมันเป็นเพราะอะไร ไม่ใช่เพราะว่าซีไม่ได้รักเขา แต่ด้วยบาดแผลที่มันเกิดขึ้นจากการที่เขาเลือกที่จะทำแบบนั้น อย่างมากเขาก็ไม่มางาน แต่ในกรณีที่บีบอกว่าโอเค เราก็ต้องฟังน้ำเสียงของบีให้ดีว่าเขาอยากจะกลับมาเจอหน้ากันไหมในวันสำคัญ เรื่องนี้มันมีได้แค่ 2 ทางว่าบีจะโอเคหรือไม่โอเค แต่แล้วผลที่ออกมาพี่ว่ามันก็เป็นวันที่ดีของเรานะ ไม่ว่าจะยังไงมันก็จะออกมาดีแหละ เราได้แคร์หัวใจของทั้ง 2 คนเรียบร้อยแล้ว วันนี้ที่โทรมามันก็แปลว่าซีแคร์ทั้งเอและบีมากถึงขั้นที่ตัดสินใจไม่ได้ขนาดนี้ พี่เชื่อว่าทุกอย่างมันจะคลี่คลายและมันจะเป็นวันที่ดี’ ต่อมา “ดีเจเติ้ล” ได้ให้คำปรึกษาเพิ่มเติมว่า ‘งานนี้อยู่ที่สปิริตของเอและบี เพราะจะต้องมาเพื่อซี ถ้ามีสปิริตเรื่องนี้จะไม่มีปัญหา เพราะว่าทั้งเอและบีไม่ได้มีปัญหากับหนูไง แต่ว่าพี่ก็เห็นด้วยกับพี่เผือกที่ให้ลองถามบีก่อน เพราะว่าอย่างน้อยในเรื่องนี้เขาเป็นผู้ถูกกระทำ ให้ได้รู้ว่าเราก็แคร์เธอ ในเมื่อเราโตกันแล้วก็บอกได้ว่าใจจริงเราก็อยากชวนเอมาด้วยเพราะก่อนหน้าที่จะเกิดเรื่องเราก็อยากให้ทั้ง 2 คนมาอยู่ในงานของเรา ซึ่งพี่ว่าถ้าบีมีสปิริตถึงจะไม่โอเคแต่เขาก็จะทำให้เพื่อนได้ หรือสมมติว่าบีบอกว่าไม่ได้ อันนี้ก็อยู่ที่ว่าซียังรักเอขนาดไหน รักถึงขั้นที่จะยืนยันกับบีว่าจะชวนเอมา เพราะซีก็แคร์เอเหมือนกัน หรือถ้าไม่ได้รักก็ไม่ต้องชวนมาเป็นเพื่อนเจ้าสาว แค่นั้น มันอยู่ที่ว่าเราจะสื่อสารกับเพื่อนแบบไหน เพราะเราก็รักเพื่อนทั้ง 2 คน’ สุดท้าย “ดีเจต้นหอม” ได้ให้คำปรึกษาปิดท้ายว่า ‘ในงานแต่งถ้ามีคนไม่ถูกกันหรือแม้กระทั่งมีแฟนเก่าต้องบอกนะ ซึ่งซีก็ทำอย่างที่พี่เติ้ลบอกได้เลยว่า ฉันจะแต่งงาน อยากให้เธอเป็นเพื่อนเจ้าสาวแต่ก็อยากให้เอเป็นเพื่อนเจ้าสาวด้วย มันเป็นความฝันของเราที่อยากจะเห็นเธอทั้งคู่ ถ้าเธอรู้สึกอึดอัด งั้นเธอแยกกันอยู่ได้ไหม สุดท้ายเราก็ต้องไปปรึกษาบีก่อน แต่เราไม่เชิญเอไม่ได้นะ ถึงเขาจะไม่ได้มาเป็นเพื่อนเจ้าสาว ซีก็ต้องเชิญเขาอยู่ดีเพราะมันก็เป็นมารยาท แต่ถ้าบีมีปัญหามากสุดก็ให้เอไปฝึกภาษาแทน แต่ก็แนะนำให้คุยกันดี ๆ เพื่อนกันมันก็ต้องทำให้กันได้อยู่แล้ว บางทีซีอาจจะได้คำตอบว่าเขาไม่ได้คิดอะไรต่อกันแล้วก็ได้ ซีจะได้เบาใจ’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการInboxฝากเรื่องมาที่FacebookFanpageEFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 20.00–23.00น.ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

หนูไม่สามารถเข้ากับเพื่อนแฟนได้เลย!! ไม่ว่าจะเป็นแก๊งเพื่อนผู้ชาย หรือ แก๊งเพื่อนผู้หญิง ของแฟน เพราะสิ่งที่หนูเจอ หนูไม่โอเคเลย... 1.ไปเที่ยวกับแก๊งเพื่อนผู้ชายของแฟน เห็นเขาไปลวนลามแฟนของเพื่อนอีกคน ต่อหน้าเรา ตอนแฟนเขาไม่อยู่ มันไม่โอเคเลย

25 ส.ค. 2025

หนูไม่สามารถเข้ากับเพื่อนแฟนได้เลย!! ไม่ว่าจะเป็นแก๊งเพื่อนผู้ชาย หรือ แก๊งเพื่อนผู้หญิง ของแฟน เพราะสิ่งที่หนูเจอ หนูไม่โอเคเลย... 1.ไปเที่ยวกับแก๊งเพื่อนผู้ชายของแฟน เห็นเขาไปลวนลามแฟนของเพื่อนอีกคน ต่อหน้าเรา ตอนแฟนเขาไม่อยู่ มันไม่โอเคเลย

หนูไม่สามารถเข้ากับเพื่อนแฟนได้เลย!! ไม่ว่าจะเป็นแก๊งเพื่อนผู้ชาย หรือ แก๊งเพื่อนผู้หญิง ของแฟนเพราะสิ่งที่หนูเจอ หนูไม่โอเคเลย... 1.ไปเที่ยวกับแก๊งเพื่อนผู้ชายของแฟน เห็นเขาไปลวนลามแฟนของเพื่อนอีกคนต่อหน้าเรา ตอนแฟนเขาไม่อยู่ มันไม่โอเคเลย 2.พอไปเที่ยวกับเพื่อนผู้หญิงของแฟน ก็จะมีคนนึงมาใกล้ชิดสนิทสนม กอดแขนแฟนเราบ่อยเกิน จนเรารู้สึกไม่โอเค ตอนนี้คบกันมาหลายปีแล้ว รู้สึกว่าตัวเองอยู่ผิดที่ผิดทางมันผิดที่สังคมของแฟน หรือ ผิดที่ตัวหนูเองที่ไม่โอเคกับสิ่งที่หนูเจอมา “คุณฝน (นามสมมติ)” อายุ 21 ปี สายที่สองในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา [20 ส.ค. 68] ได้โทรเข้ามาปรึกษา “ดีเจเผือก – ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม” เกี่ยวกับปัญหาเข้ากับแฟนเพื่อนไม่ได้ โดย “คุณฝน (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘หนูคบกับแฟนมานานแล้ว และแฟนก็พาไปรู้จักกับเพื่อนๆของเขา อย่างเพื่อนผู้ชายกลุ่มแรก เพื่อนๆเขาก็พาแฟนแต่ละคนมารู้จักกันไว้ มีนัดปาร์ตี้สังสรรค์กัน ค่อนข้างเจอกันบ่อย ในช่วงแรกก็เหมือนจะเข้ากันได้ แต่พอรู้จักกันไปสักพัก ในกลุ่มเนี่ยจะมีกัน 5 คน แต่เหมือนว่าหนึ่งจะไปลวนลามแฟนของสอง ซึ่งคนที่โดนก็ไม่ได้ยินยอม พวกเราก็รู้กันว่า คนนี้ทำแบบนี้กับเพื่อน แล้วหนูก็รู้สึกว่าหนูไม่โอเคกับเรื่องนี้มากๆ ก็เลยบอกแฟนว่า เราเลี่ยงที่จะไม่ไปเจอเขาได้มั้ย แต่แฟนก็ยังไปอยู่ หนูก็เลยปล่อยให้เขาไปคนเดียว ต่อมาแฟนก็พาไปเจอเพื่อนอีกกลุ่มนึง เป็นกลุ่มเพื่อนผู้หญิง แรกๆก็เหมือนจะเข้าได้ แต่พอล่าสุดที่ผ่านมา ในงานวันเกิดของเพื่อนในกลุ่มนั้น เขาก็ชวนไป แต่พอถึงเวลาที่จะกลับ เพื่อนของแฟนก็มาเกาะแกะแฟนหนู มันทำให้เรารู้สึกว่า ถ้าตรงนั้นมันไม่น่าอยู่ เราจะไปอยู่ที่ตรงนั้นทำไม แต่แฟนก็ยังคะยั้นคอให้เราไปอยู่ดี พอหลังจากนั้น หนูก็ถ่ายรูปแฟน แต่ติดแขนเพื่อนผู้หญิงคนนั้น ลงสตอรี่ไอจีใส่แคปชั่นว่า ‘เออเอ๊า เอาเข้าไป’ แล้วเหมือนเจ้าของวันเกิด เขาจะเห็น เพื่อนผู้หญิงคนที่เกาะแกะแฟนก็เลยทักมา ‘เออเนี่ยขอโทษที่เมื่อวานไปเกาะแกะ แล้วก็ฝากขอโทษฝนด้วยนะ รู้ว่าไม่โอเค’ หนูอยากถามพี่ๆดีเจว่า มันผิดที่หนูเองที่เข้ากับกลุ่มเพื่อนแฟนไม่ได้ หรือมันผิดที่เพื่อนแฟน?’ โดยทั้ง “ดีเจต้นหอม – ดีเจเติ้ล – ดีเจเผือก” ได้ให้คำปรึกษาไปในทางเดียวกันว่า ‘เป็นเรื่องของการที่รู้ว่าอะไรควรทำ ไม่ควรทำ ไม่ใช่ว่าเราเข้ากับเพื่อนแฟนไม่ได้ แต่สถานการณ์ต่างๆที่เจอ มันคงน่าอึดอัด และเรารับไม่ได้ ถ้าไม่ชอบก็ไม่ต้องเจอ อยู่กับแฟนไป ไม่ต้องฝืนตัวเอง อย่างเรื่องการโพส อาจจะใจเร็วเกินไป คนที่เราควรบอก คือแฟนของเรา ว่าเราไม่โอเค ช่วยห่างๆคนนี้ได้มั้ย ส่วนเรื่องปัญหาระยะไกล คือสังคมแฟนเราแปลกๆ ดูไว้ใจอะไรไม่ได้ เขาอยู่ท่ามกลางคนเหล่านี้ แล้วอะไรจะการันตีว่า เขาไม่ได้เป็นแบบนั้น นอกจากจะศีลเสมอกัน’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

album
♪efm
-

-