แฟนค้นเจอว่าหนูเก็บคลิปลับกับแฟนเก่าไว้ในโทรศัพท์ เขานอยมากเลย ทำยังไงดีคะ?

พุธทอล์ค พุธโทร RECAP

แฟนค้นเจอว่าหนูเก็บคลิปลับกับแฟนเก่าไว้ในโทรศัพท์ เขานอยมากเลย ทำยังไงดีคะ?

09 ส.ค. 2026

แฟนค้นเจอว่าหนูเก็บคลิปลับกับแฟนเก่าไว้ในโทรศัพท์

เขานอยมากเลย ทำยังไงดีคะ?

        ‘คุณอาร์ต (นามสมมุติ)’ สายที่ 2  ในรายการ พุธทอล์คพุธโทร เมื่อวันพุธที่ผ่านมา (5 สิงหาคม 2569) ได้โทรมาปรึกษา ‘ดีเผือก - ดีเจเติ้ล - และดีเจต้นหอม’ เกี่ยวกับเรื่องที่แฟนบังเอิญเจอคลิปลับของเธอและแฟนเก่า

        ‘คุณอาร์ต (นามสมมุติ)’ อายุ 20 ปี’ ได้โทรมาเล่าว่า เธอรู้จักกับแฟนคนปัจจุบันช่วงต้นปี และได้เริ่มคบกันช่วงเดือนเมษายนปีนี้ โดยแฟนอายุ 24 ปี มีอยู่วันหนึ่งเกิดเหตุการณ์ที่แฟนค้นเจอคลิปลับของคุณอาร์ตกับแฟนเก่าในโทรศัพท์ของเธอ โดยเธอนั้นได้เลิกกับแฟนเก่าก่อนที่จะรู้จักแฟนคนนี้ 5 เดือน

        โดยคลิปที่แฟนเจออยู่ในอัลบั้มที่เธอซ่อน ในตอนแรกคุณอาร์ตชั่งใจที่จะลบคลิปอยู่แล้วแต่แฟนดันมาเจอก่อน นอกจากนั้นแฟนก็ได้เจอแชตที่เธอคุยกับคนคุยเก่าในช่วงที่ทั้งคู่คบกันแล้ว แต่เธอย้ำว่าเป็นการพูดคุยทั่วไป มีการหยอกล้อกันเล็กน้อยแต่ไม่ได้สานต่อ ประจวบกับเจอคลิปที่เธอเต๊าะคนที่ร้านกลางคืนในช่วงก่อนคบกัน ทำให้เขาไม่โอเค

        สาเหตุที่ทำให้คุณอาร์ตชั่งใจว่าจะลบคลิปกับแฟนเก่าหรือไม่นั้น เพราะในช่วงแรกที่คบกันแฟนคนปัจจุบันไม่ชัดเจนว่าจะคบกันจริงจัง เนื่องจากแฟนคนปัจจุบันยังต้องอยู่ในค่าย ความไม่ชัดเจนนั้นทำให้เธอกลัวว่าเขาจะทิ้งเธอไป ซึ่งแม้จะยังไม่ลบคลิปแต่เธอไม่ได้มีความคิดที่จะกลับไปคบแฟนเก่าและไม่ได้ย้อนกลับไปดูคลิปนั้น เพียงแค่ยังไม่ได้อยากจะลบในทันที

        หลังจากที่แฟนออกจากค่าย เขาเห็นว่าคุณอาร์ตยังรออยู่ จึงเริ่มให้ความชัดเจนกับคุณอาร์ต ทุกอย่างกำลังดีขึ้น แต่ดันมาเจอกับเหตุการณ์นี้เสียก่อน ทำให้เขานอย ในเวลาที่คุยกันเขามักจะถามว่า “ทำไมต้องทำอย่างนี้” / “ทำไมต้องเป็นเขาที่เจอเรื่องเหล่านี้” / “ทุกอย่างกำลังจะดีมากทำไมต้องเจอเรื่องเหล่านี้” ซึ่งคุณอาร์ตไม่สามารถให้คำตอบเขาได้ และตัวเธอเองก็รู้สึกเสียใจ ทำได้เพียงกล่าวคำขอโทษกับเขา 

        ปัจจุบันความสัมพันธ์ยังกันดีอยู่ คลิปทั้งหมดก็ลบทิ้งแล้ว แต่แฟนยังมีความรู้สึกนอยอยู่ ซึ่งคุณอาร์ตเข้าใจดี เพราะประเด็นนี้เป็นเรื่องละเอียดอ่อน แฟนคงไม่อยากให้ใครทราบ จึงไม่สามารถปรึกษาใคร

        คุณอาร์ตต้องการปรึกษาว่าในช่วงเวลาที่พูดคุยกันแล้วพอแฟนนึกถึงเหตุการณ์เหล่านี้ขึ้นมา เขาจะรู้สึกแย่ขึ้นมาทันที เธอควรจะทำอย่างไร ควรรอให้เขาดีขึ้น หรือควรทำตัวอย่างไร และอยากรู้ในมุมมองของดีเจเผือกที่เป็นผู้ชายว่า รู้สึกอย่างไรกับเหตุการณ์นี้ ควรซัพพอร์ตความรู้สึกเขาอย่างไรให้ดีขึ้น เพราะเธอเองก็รู้สึกผิด

        หลังจากฟังเรื่องราวทั้งหมดดีเจได้เริ่มให้คำแนะนำโดยเริ่มจาก ‘ดีเจเผือก’ กล่าวว่า หากเจอเรื่องแบบนี้ต้องช็อกอยู่แล้ว สิ่งเดียวที่จะช่วยชีวิตคุณอาร์ตได้นั่นคือ ‘ไทม์ไลน์’ ว่าสิ่งไหนเกิดขึ้นก่อนหรือหลังการมีอยู่ของเขา ต้องยืนยันให้ได้ แต่สุดท้ายดีเจเผือกมองว่าสำหรับบางคนก่อนหลังไม่สำคัญ เพราะต่อให้เหตุการณ์เกิดขึ้นก่อนจะคบกัน แต่พอได้เห็นบางคนก็รับไม่ได้อยู่ดี ความรับได้ของคนเราไม่เท่ากัน บางคนอาจคิดว่ามันเป็นเพียงเรื่องในอดีตไม่ได้เกิดขึ้นในช่วงที่คบกันและเขารับได้มันก็มี แต่คนที่ไม่เข้าใจไม่ว่าเรื่องนี้จะเกิดขึ้นเมื่อไหร่เขาก็รับไม่ได้อยู่ดี 

        ต้องยอมรับว่าแผลนี้มันเกิดขึ้นกับแฟนไปแล้ว แม้ว่าเรื่องราวส่วนใหญ่เรื่องราวจะเกิดขึ้นในอดีต และแม้ว่าเรื่องเดียวที่เกิดขึ้นในช่วงที่คบกันจะมีเพียงแชตกับคุณคุยเก่า ต้องยอมรับว่าไม่ได้บริสุทธิ์ใจกันเสียทีเดียว เพราะมีการพูดคุยหยอกล้อกันเล็กน้อย ดีเจเผือกจึงมองว่าไม่แปลกที่แฟนจะไม่โอเค 

        สิ่งที่คุณอาร์ตทำได้คือ ‘ทน‘ เพราะมันเป็นความผิดพลาดที่เกิดขึ้นจากฝั่งคุณอาร์ตเอง ทนจนกว่าฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งจะไม่ไหวแล้วค่อยแยกย้ายกัน หรือในสักวันหนึ่งเขาอาจก้าวข้ามผ่านเรื่องนี้ได้ อยู่ที่ว่าคุณอาร์ตจะเรียนรู้ผ่านเหตุการณ์นี้ได้มากน้อยเพียงไหน จากที่ผ่านมาเคยเต๊าะผู้ชายในร้านกลางคืน หรือการเก็บคลิปไว้ในโทรศัพท์และไม่เก็บไว้ให้ดี สิ่งเหล่านี้ทำให้เรารู้แล้วว่าจะส่งผลอย่างไร 

        ต่อจากนี้อยู่ที่ต่อจากนี้คุณอาร์ตจะทำอย่างไร จะเปลี่ยนตัวเอง หรือจะลบให้รอบคอบขึ้น แต่สิ่งที่ต้องยอมรับคือมันมีเหตุผลให้แฟนนอย ต้องเข้าใจเขา ถ้าไม่นอยคงแปลก สิ่งที่เกิดขึ้นมันปกติ และเขามีทั้งช่วงที่ดี ช่วงที่หาย นั่นแปลว่าเขายังคงอยากคบกับคุณอาร์ตต่อ ในช่วงที่เขาดิ่งเนื่องจากนึกถึงเรื่องเหล่านี้ขึ้นมาก็คงทำอะไรไม่ได้ เพราะสมองเขาจำไปแล้ว

        สำหรับดีเจเผือกมองว่าขึ้นอยู่กับคุณอาร์ต อยู่ที่ว่าหลังจากนี้เราจะชี้แจงความผิดของเราอย่างไรให้แฟนสบายใจที่สุด ในมุมมองเราอาจมองว่าความผิดเดียวคือที่คุยกับคนคุยเก่าในช่วงที่คบกับเขา แต่ในมุมแฟนอาจมองว่าในช่วงก่อนคบเราก็เหมือนจะมีความรู้สึกที่ต่อกันทำไมถึงไปเต๊าะผู้ชายคนอื่น และกลับกันเขาอาจคุยกับแค่คุณอาร์ตคนเดียวไม่ได้เต๊าะใคร ในขณะที่คุณอาร์ตมีเวลาคุยเล่นกับคนอื่น จึงเข้าใจได้ว่าทำไมเขาจึงเป็นอย่างนี้

        ต้องทนเท่านั้น เพราะคุณอาร์ตเป็นคนผิดชัดเจน ความผิดได้เกิดขึ้นแล้ว และหวังว่าแฟนจะทนได้เช่นกัน อาจต้องใช้เวลา และเป็นไปได้ที่แฟนอาจนอยเรื่องนี้ทั้งชีวิตไม่ว่าจะพูดขึ้นมาตอนไหนก็ตาม สิ่งที่ทำได้คือ ’ทำใจ’ หากไม่ไหวก็เลิก

        ถัดมาที่ ‘ดีเจเติ้ล’ กล่าวว่า เห็นด้วยกับดีเจเผือกว่าอย่างแรกคือคุณอาร์ตต้องทน ต้องพยายามเข้าใจเขา หากมองในมุมของแฟนในเรื่องการเซฟคลิป หากจะให้เชื่อว่าคุณอาร์ตว่ามีคลิปเพียงเพราะไม่ได้เข้าไปลบก็เชื่อได้ยาก และในมุมแฟนเขาจะเชื่อได้อย่างไรว่าสิ่งที่คุณอาร์ตพูดเป็นเรื่องจริง 100% ไม่ใช่เพียงการพูดเพราะแฟนจับได้แล้วโกรธ แต่ในด้านดีเจเติ้ลเชื่อว่าคุณอาร์ตพูดความจริง เพราะฉะนั้นจากนี้คุณอาร์ตจะต้องทน และพิสูจน์ตนเองว่าจะไม่ทำอย่างที่เคยผิดพลาดอีก ในกรณีที่คุณอาร์ตคุยกับคนคุยเก่า

        ดีเจเติ้ลมองว่าดีที่เขาแค่ดิ่งเมื่อนึกถึงเรื่องนั้น เพราะบางคนจะงี่เง่ายิ่งกว่าที่คุณอาร์ตเจอ เราเพียงต้องอยู่ข้าง ๆ เขาให้เขารู้ว่าเราจะไม่เป็นเหมือนที่ผ่านมา หากโชคดีก็อยู่กันต่อไป แต่หากเขามีอาการมากขึ้นก็ต้องดูว่าคุณอาร์ตทนไหวแค่ไหน หากรักเขาจริงต้องทนให้ได้

        ปิดท้ายที่ ‘ดีเจต้นหอม‘ กล่าวว่า ให้เปิดใจคุยกัน หากเขาดิ่งให้ยอมรับทุกสิ่งว่า เหตุการณ์ทุกอย่างได้เกิดขึ้นแล้ว ผิดพลาดไปแล้ว โชคดีที่ความผิดพลาดนั้นเรารู้ตัวเร็ว อย่างน้อยไม่ได้ผิดพลาดเมื่อคบกันไปหลายปีแล้ว 

        วันนี้คุณอาร์ตได้เรียนรู้ว่าไม่ควรทำอะไร ต่อจากนี้จะทำทุกอย่างให้ดี และจะไม่ผิดซ้ำอีก ขอโอกาสได้ไหม ขอโอกาสให้เราได้ดูแลเขาอย่างดี ไม่ต้องเชื่อในสิ่งที่เราพูดก็ได้ ให้โอกาสให้เราได้ทำ ให้เราได้แสดงความมั่นใจว่าจะมีเขาเพียงคนเดียว เอาสิ่งเหล่านั้นออกจากใจ เข้าใจว่าเป็นเรื่องที่ยากจะรับ แต่ต่อจากนี้จะทำให้ดี จะไม่ทำให้คิดมากอีกแล้ว จะทำให้ภูมิใจเลยที่มีเราเป็นแฟนที่ซื่อสัตย์ ต้องเคลียร์ให้เขายกสิ่งเหล่านั้นออกจากใจ ซึ่งจะยกออกได้ไหมก็ไม่สามารถบอกได้ แต่คุณอาร์ตทำได้เพียงเท่านั้น หากรับปากสัญญาไว้แล้วต้องทำให้ได้ 

        ถ้ามั่นใจว่าคนนี้ใช่แล้ว ให้บอกกับเขาว่า “เราโอเคกับเขามาก รู้สึกดี อยู่กับเขาแล้วมีความสุขมาก จะรักษาความสัมพันธ์นี้ไว้ไม่ให้เสียมันไปอีก” แต่อย่าแก้ตัวเด็ดขาดเพราะเราผิดจริง ให้ยอมรับว่าผิดพลาดมาก

        สุดท้ายคุณอาร์ตอยากให้ดีเจทั้งสามให้กำลังใจคุณแฟน ด้าน ‘ดีเจเผือก’ กล่าวว่า “พี่จะไม่ใจให้กำลังใจเขา เพราะพี่เข้าใจเขา จะงอน จะโกรธอะไรเต็มที่เลย นี่คือสิทธิของเราเพราะสิ่งที่เจอก็โหดจริง เข้าใจแฟนคุณอาร์ตสุด ๆ ”

        ถัดมา ‘ดีเจต้นหอม‘ กล่าวว่า “ถ้าแฟนคุณอาร์ตอยากอยู่ก็ดูไป แต่ถ้าไม่ได้ก็ไม่ต้องทน ส่วนคุณอาร์ตต้องเหนื่อยกว่าคู่แฟนทั่วไป อยู่ที่คุณอาร์ตจะทำได้ไหม”

        ‘ดีเจเผือก’ เสริมว่า “เอาเท่าที่แฟนคุณอาร์ตไหว เหตุการณ์นี้จะไม่มีวันหายไปจากคู่เราจะติดไปจนกว่าจะจากกัน อยู่ที่ว่าเราจะอยู่กับมันอย่างไร ต่อจากนี้ให้ดูคุณอาร์ตในปัจจุบันพิสูจน์ตัว ทุกครั้งที่นึกถึงเหตุการณ์เหล่านั้น ก็ให้ดูว่าคุณอาร์ตในปัจจุบัน”

เรื่องราวจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทาง

มีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATION

รับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 20.00 –23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

related พุธทอล์ค พุธโทร RECAP

คบแฟนมาเกือบ 10 ปี วันเกิดที่ผ่านมา หนูตั้งใจเซอร์ไพร์สเขา สั่งเค้กรสชาติที่ร้านเลิกผลิตไปแล้ว แต่เขาบอกอยากกินเค้กพิซซ่าธรรมดาๆ ซื้อเสื้อให้เขา เขาก็บอกว่าแพง แต่งรูปวันเกิดอวยพรเขาเป็นสีขาวดำ เขาก็บอกว่าเหมือนรูปคนตาย

25 ต.ค. 2024

คบแฟนมาเกือบ 10 ปี วันเกิดที่ผ่านมา หนูตั้งใจเซอร์ไพร์สเขา สั่งเค้กรสชาติที่ร้านเลิกผลิตไปแล้ว แต่เขาบอกอยากกินเค้กพิซซ่าธรรมดาๆ ซื้อเสื้อให้เขา เขาก็บอกว่าแพง แต่งรูปวันเกิดอวยพรเขาเป็นสีขาวดำ เขาก็บอกว่าเหมือนรูปคนตาย

คบแฟนมาเกือบ 10 ปี วันเกิดที่ผ่านมา หนูตั้งใจเซอร์ไพร์สเขา สั่งเค้กรสชาติที่ร้านเลิกผลิตไปแล้วแต่เขาบอกอยากกินเค้กพิซซ่าธรรมดาๆ ซื้อเสื้อให้เขา เขาก็บอกว่าแพง แต่งรูปวันเกิดอวยพรเขาเป็นสีขาวดำเขาก็บอกว่าเหมือนรูปคนตาย เราน้อยใจสุดๆ เหมือนเขาไม่เห็นค่าเลย “คุณวัน (นามสมมติ)” อายุ 26 ปี สายที่สองในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา [23 ต.ค.67] ได้โทรเข้ามาปรึกษา ‘ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม’ เกี่ยวกับเราซื้อของขวัญเซอร์ไพรส์วันเกิดแฟน แต่แฟนไม่ชอบ โดย “คุณวัน (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘หนูคบกับแฟนมา 9 ปี 10 เดือน กำลังจะเข้าปีที่ 10 ตอนนี้ยังไม่ได้แต่งงาน เเต่มีเเพลนว่าจะเเต่งในอีก 2-3 ปีข้างหน้า เมื่ออาทิตย์ที่ผ่านมาเป็นวันเกิดเขา สิ่งที่หนูตั้งใจทำให้กับเขาไม่ว่าจะเป็นการเซอร์ไพรส์ ของขวัญวันเกิดมันยังรู้สึกว่ามันยังไม่ดีพอ เเล้วคำพูดกับการกระทำของเขามันทำให้หนูเสียใจมาก ๆ ก่อนวันเกิดเราไปซื้อของขวัญ ก็คือพาเขาไปเดินเลือก ตอนแรกเขาอยากได้กระเป๋าเเต่มันไม่มีของที่เขาอยากได้ เราเลยเสนอว่า “เอาเป็นเสื้อตัวนี้มั้ย เสื้อตัวนี้สวยดีนะ” เขาก็ไปลองใส่เเล้วเขาก็บอกว่า “เออ มันก็สวย” เลยตัดสินใจว่าเอา เขาก็เก็บเอาไว้ ไม่ยอมแกะเเล้วบอกว่าจะใส่ในวันเกิด ตอนที่ดูรูปในโทรศัพท์เขาก็บ่นประมาณว่า “เสื้ออะไรเนี้ย” หนูก็เลยรู้สึกว่ามันก็ค่อนข้าง Negative เนอะ เขาคงไม่ได้ชอบหรอก เพราะว่าปกติเเล้วถ้าเขาชอบ เขาจะบอกว่าเสื้อตัวนี้เท่จังเลย ในตอนหลังก็ได้มาคุยกัน เขาก็บอกว่าจริง ๆ ไม่ได้ไม่ชอบนะ เเค่จะสื่อว่ามันแพงไป อย่างที่ 2 ก็จะเป็นเค้กวันเกิด ก็คืออยากให้มันพิเศษนิดนึงเพราะว่าเป็นทั้งวันเกิดเเละทั้งวันครบรอบพอดี เราก็เลยตั้งใจสั่งเป็นเค้กเจ้าอร่อยที่เราชอบ เเล้วทางร้านก็ไม่ค่อยได้ทำรสชาตินี้ออกมาขายเเล้ว เราก็รู้สึกว่ามันพิเศษนะ เเล้วเขียนหน้าเค้กไปประมาณว่า Happy Birthday Happy Anniversary เเล้วก็เขียนเป็นภาษาอังกฤษแปลประมาณว่า “คุณทำให้ 9 ปีกับอีก 10 มันเป็นเหมือนแค่วัน ๆ เดียว” เขาก็บอกว่า “ไม่อยากได้ อยากได้เป็นเค้กพิซซ่ามากกว่า” เเต่หนูมองว่ามันธรรมดาไป เพราะว่าเราก็กินกันบ่อยมาก ๆ เลย หนูก็เลยพูดหยอก ๆ เขากลับไปว่า “ก็เค้าอยากสั่งเค้กที่เค้าอยากกินอ่ะ” เขาก็เลยเงียบไป พอถึงวันเกิดเขาจริงๆ หนูก็ได้มีการแต่งภาพลงสตอรี่ เเต่ภาพที่เเต่งเป็นภาพขาวดำ เขาก็พิมพ์มาว่า “เฮ้ยย! มันทำไมถึงต้องขาวดำด้วย” หนูก็เลยบอกว่า “ก็มันเท่ดี” หนูก็รู้สึกว่าเขาก็ไม่พอใจประมาณนึง เพราะเขาบอกว่ามันดูเหมือนภาพงานศพ เเล้วก็พอถึงวันที่ฉลองวันเกิดเราก็ไปกันที่ร้านอาหาร หนูก็เลยได้มีการบอกเพื่อนว่า “ถ้าจะซื้ออะไรมาก็ซื้อเป็นพิซซ่าละกันเนอะ เพราะว่าเเฟนอยากเป่าเค้กพิซซ่า” เพื่อนก็เลยซื้อมาตามที่บอก พอมาถึงร้านหนูสัมผัสได้ว่าเขาได้เป่าเค้กพิซซ่าเขามีความสุข เพราะเขาบอกว่าคิดถึงโมเมนท์ตอนเด็ก ๆ ที่พ่อแม่ซื้อเค้กพิซซ่าให้กิน เเต่ว่าพอเป็นเค้กวันเกิดของหนูเขาดูเฉย ๆ มาก ๆ เค้กพิซซ่านั้นเขามีการเอาลงโซเชียลด้วย เเต่ว่าเค้กของหนูไม่ได้เอาลงโซเชียล เขาก็พูดมาประโยคนึงที่หนูเสียใจก็คือเขาบอกว่า “มีคนบางคนไม่ยอมซื้อเค้กพิซซ่าให้กิน ซื้อมาเเต่เค้กที่ตัวเองอยากกิน” หนูก็เลยรู้สึกว่าทำไมถึงพูดเเรงจัง พอหนูทำท่าโกรธเขาก็เหมือนประมาณว่าแบบหัวเราะกลบเกลื่อน เมื่อก่อนเขาไม่เคยเป็นแบบนี้เลย เพราะเมื่อก่อนเวลาซื้อของขวัญวันเกิดให้เราจะไม่ให้เขาไปเลือกเอง เราจะซื้อให้เลย เขาก็จะขอบคุณตลอด เเล้วก็ชอบไม่ชอบเราก็ไม่ได้สังเกตไงเพราะเราซื้อมาเเล้ว เขาขอบคุณก็จบแล้ว เเต่รอบนี้คำขอบคุณก็ยังไม่มีเลย จนหนูต้องทวงว่าไม่ขอบคุณกันเลยหรอ? หนูมองว่า 10 ปีมันค่อนข้างหมดความหวานเเล้ว ในเมื่อเราตกลงกันเเล้วว่าเราจะใช้ชีวิตคู่ด้วยกัน เเต่ว่าถ้าเราจะต้องอยู่ด้วยกันโดยไม่รักษาน้ำใจกันเเบบนี้ มันจะทำยังไงให้มันตลอดรอดฝั่ง ถ้าเป็นแบบนี้หนูก็ไม่โอเคถ้ามันจะต้องเป็นแบบนี้ไปเรื่อย ๆ เขาก็ไม่ได้บอกว่าต่อไปจะไม่ทำเเล้ว เเต่เขาบอกว่าทุกอย่างที่ทำให้ไม่ใช่ว่าจะไม่ดี คำพูดเขาก็มาจากคำพูดเรา หนูก็เลยอยากปรึกษาพี่ดีเจทั้ง 3 คนว่าหนูควรทำยังไงต่อดี ให้ชีวิตคู่ของหนูมันไปรอดตลอดฝั่ง?’ โดยเริ่มที่ “ดีเจเผือก” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘พี่ว่าทั้งคู่จริง ๆ นอกจากจะถามเขาว่าจะอยู่ยังไงที่ไม่รักษาน้ำใจ เราต้องถามตัวเองด้วยว่าเราทำอะไรผิดพลาดไปในวันเกิดเขารึเปล่า ถ้ามันเป็นเรื่องเเค่วันเกิดที่ผิดใจกันจริง ๆ โอเคไม่มีปัญหา หลังจากกลับมาเป็นเหมือนเดิม พฤติกรรมหลังจากเนี้ยะน่าจะบอกได้ว่าทุกอย่างยังเหมือนเดิมรึเปล่า เราแค่ผิดใจในวันนั้นรึเปล่า หรือจริง ๆ เเล้วมีปัญหาใหญ่ซ่อนอยู่ ถ้ามันมีหลังจากนี้มันจะเป็นอีกในลักษณะแบบนี้ เรื่องการคู่ชีวิตต้องรักษาน้ำใจถ้าตั้งเเต่คบมาเเล้วเขาเพิ่งจะมาไม่มีเเค่วันนี้ พี่ว่าก็ไม่ถือว่าคู่ชีวิตที่ไม่รักษาน้ำใจขนาดนั้นนะ’ ต่อมา “ดีเจเติ้ล” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘ต้องใช้เหตุเเละผลนะ สิ่งที่ทำวันนี้มันก็มีเหตุมีผลที่ทำให้เขาพูดแบบนั้น วันนึงถ้าคุยกันว่าชีวิตคู่จะไปยังไงให้รอด ก็ต้องคุยกับเขาว่าไม่ชอบในสิ่งที่เขาทำ โดยที่เราเองก็ต้องกลั่นกรองนะว่าถ้าเขาไม่รักษาน้ำใจในแบบที่ไม่มีเหตุผลแล้ว เพราะว่าเราจะมาไม่แฮปปี้ก็ไม่ได้อะ เราจะอยู่ต่อกันไปเรื่อย ๆ ลึก ๆ เเล้วคุณวันก็มีความคาดหวังสูงอยู่นะในการเซอร์ไพร์สแบบนี้ เเต่ถ้าเป็นเเบบนี้ไปตลอดในการมีชีวิตคู่พี่ว่ามันเหนื่อยนะ’ สุดท้าย “ดีเจต้นหอม” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘เป็นคู่ที่คุยกันได้ ลองเอานิสัยผู้หญิงออกไป อารมณ์แบบชั้นไม่ชอบไม่พอใจเเล้วชั้นเก็บอ่ะ ประมาณว่าแบบเรื่องเค้กอะก็พูดไปตรง ๆ ว่าถ้าไม่รู้ความหมายก็ถามสิ เดะแปลให้อยากให้เขารับรู้ ที่มันตรงกับความรู้สึกเราอะ โดยที่ไม่ต้องเก็บเอามาน้อยใจ การน้อยใจของผู้หญิงโคตรน่าสงสารเลยเว้ย เพราะมันจะนอนร้องไห้โดยที่ผู้ชายไม่รู้เรื่องอะไรเลย หรือว่าเราเคยทำอะไรผิดพลาดไป เคยพูดขอโทษกับเขาบ้างรึเปล่า ถ้าอยากให้กลับไปมีชีวิตคู่เหมือนแรก ๆ ที่คบกันน่ะ มันกลับไปไม่ได้แล้ว คนที่น่ารักในอดีตอ่ะมันไม่อยู่เเล้ว เพราะว่ามันใหม่มันมีปัจจัยอะไรหลาย ๆ อย่าง มันชาชินอยู่ด้วยความเป็นเพื่อน ความรักความหลงมันถูกทดแทนเป็นความผูกพันไปแล้ว’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

หนูโดนกาหัวข้อสอบ รอบสัมภาษณ์ ตอนสอบเข้าโรงเรียนเพื่อเตรียมเป็นทหาร “ไม่ผ่านเพราะเป็น LGBTQ+” หลังจากที่เขารู้ว่าหนูเป็น คำถามที่โดนถาม ไม่มีอะไรเกี่ยวกับการเป็นทหารเลย หนูโดนถามว่า “เป็นตุ๊ดหรอ เป็นรุกหรือรับ? มีแฟนเป็นผู้ชายใช่ไหม?”

06 มิ.ย. 2025

หนูโดนกาหัวข้อสอบ รอบสัมภาษณ์ ตอนสอบเข้าโรงเรียนเพื่อเตรียมเป็นทหาร “ไม่ผ่านเพราะเป็น LGBTQ+” หลังจากที่เขารู้ว่าหนูเป็น คำถามที่โดนถาม ไม่มีอะไรเกี่ยวกับการเป็นทหารเลย หนูโดนถามว่า “เป็นตุ๊ดหรอ เป็นรุกหรือรับ? มีแฟนเป็นผู้ชายใช่ไหม?”

หนูโดนกาหัวข้อสอบ รอบสัมภาษณ์ ตอนสอบเข้าโรงเรียนเพื่อเตรียมเป็นทหาร “ไม่ผ่านเพราะเป็น LGBTQ+”หลังจากที่เขารู้ว่าหนูเป็น คำถามที่โดนถาม ไม่มีอะไรเกี่ยวกับการเป็นทหารเลย หนูโดนถามว่า “เป็นตุ๊ดหรอ เป็นรุกหรือรับ?มีแฟนเป็นผู้ชายใช่ไหม?” พอหนูตอบทุกอย่างตามจริง ผลออกมา ไม่ผ่าน ทั้งๆที่ หนูสอบปฏิบัติ ทดสอบร่างกายหนูทำได้ดีทุกอย่าง คะแนน 200 ได้ 170 คะแนน เหมือนความพยายามทั้งหมดที่หนูฝึกฝนมา 7-8 เดือน สูญเปล่าไปเลยแต่เพื่อนผู้ชายแท้ว่ายน้ำไม่ได้ ทำคะแนนไม่ดี กลับสอบติดตัวจริง ปีหน้าคงหมดหวังแล้วเพราะอายุหนูเกิน “คุณเอ (นามสมมติ)” อายุ 23 ปี สายที่ 2 ในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา [4 มิ.ย. 68] ได้โทรเข้ามาปรึกษา ‘ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม’ เกี่ยวกับปัญหาการสอบทหาร ซึ่งทำได้ดีในทุกรอบ แต่ตกรอบสัมภาษณ์เพราะเป็น LGBTQIA+ โดย “คุณเอ (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘หนูอยากเป็นทหาร เลยเตรียมตัวฝึกฝนจนสอบผ่าน แต่มาตกเอารอบสัมภาษณ์ เพราะหนูเป็น LGBTQIA+ หนูเคยผ่านการเป็นทหารเกณฑ์มาก่อน รู้สึกว่าระบบการทำงานมันตอบโจทย์กับหนู ถึงจะเป็นแบบนี้ก็จริง แต่หนูไม่ชอบทำงานนั่งสวย ๆ ในออฟฟิศเท่าไหร่ หนูชอบงานท้าทาย ตอนไปสอบก็พยายามแอ๊บแมน และในวันที่สอบสัมภาษณ์ ปกติแล้วคำถามในการสัมภาษณ์มันควรจะถามเกี่ยวกับองค์กรที่เราจะเข้าไปทำงานใช่ไหม? แต่อันนี้เขาไม่ถามเลย เขาถามแค่ว่า เป็นตุ๊ดใช่ไหม มีแฟนเป็นผู้ชายใช่ไหม เป็นรุกหรือเป็นรับ? เขาถามแค่เรื่องเพศสภาพของหนู เขาไม่ถามเกี่ยวกับทหารเลย หนูคิดว่าเขาคงไม่อคติขนาดนั้น เพราะในส่วนต่าง ๆ หนูทำได้ดีมาก ตอนเทสร่างกายเขาให้ว่ายน้ำ วิ่ง ดันพื้น และดึงข้อ หนูทำได้ดีเกือบทุกสนามจนหนูยังตกใจตัวเอง ขนาดกรรมการยังถามว่า ไปกินอะไรมา แต่คนที่เขาเลือกให้ผ่านเข้าไป กลับเป็นคนที่ได้คะแนนน้อยกว่าหนู ที่หนูรู้สึกว่ามันไม่แฟร์กับหนู คือ เพื่อนที่ไปสอบด้วยกัน เขาเป็นชายแท้ แต่เขาว่ายน้ำไม่ได้ ทำคะแนนได้ไม่ดี ซึ่งคะแนนเต็มทั้งหมด 200 คะแนน หนูทำได้ทั้งหมด 170 คะแนน ตอนนั้นหนูเลยไม่มีความคิดว่าจะไม่ติด เพราะเราเตรียมตัวมาดี ทำให้หนูคิดว่า พอเราเป็นแบบนี้แล้วทำไมไม่ให้โอกาสเราเลย ถ้าคุณบอกว่าการเป็นทหารต้องแข็งแรง หนูก็ทำให้เห็นแล้วว่าหนูทำได้ แล้วทำไมถึงไม่เอาหนูเข้าไป หนูน้อยใจในจุดนี้ หนูใช้เวลาทั้งหมด 8 เดือน ทั้งอ่านหนังสือ ฝึกฝน เตรียมร่างกาย หนูทำไปเพื่ออะไร? หนูออกไปวิ่งทุกเช้าทุกเย็น จริง ๆ หนูเคยไปสอบอีกสนาม หนูก็ไม่ผ่าน ซึ่งสนามนั้นหนูรู้ว่าหนูพลาดอะไร หนูเลยไม่ได้อะไรมาก แล้วในกฏเขาก็ไม่ได้มีเขียนบัญญัติไว้ว่าห้ามรับ LGBTQIA+ แถมตอนสัมภาษณ์หนูยังโดนย้ายไปห้องสอบสัมภาษณ์พิเศษ แต่ก็โดนถามแค่คำถามเดิม ๆ ที่เกี่ยวกับเพศสภาพ หนูแค่สงสัยว่า ทำไมถึงไม่เปิดโอกาสให้หนูตอบคำถามที่หนูควรจะได้ตอบเหมือนคนอื่น ๆ เพื่อที่หนูจะได้โชว์ว่าหนูทำได้ หนูเสียใจเพราะมันเป็นปีสุดท้ายที่หนูจะสมัครได้ เพราะเขารับอายุไม่เกิน 24 ปี แล้วปีนี้หนูกำลังจะครบอายุ 24 ปี เรื่องนี้ผ่านมา 3 เดือนแล้ว แต่หนูไม่สามารถปล่อยวางได้เลย หนูเลยอยากได้คำปลอบใจจากพี่ ๆ ดีเจว่า หนูควรทำยังไงดี?’ ซึ่ง “ดีเจเติ้ล” ก็ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘พี่ก็เคยเจอแบบหนูเหมือนกัน เคยโดนกีดกันไม่ให้เป็นพิธีกรโรงเรียน แต่พี่ก็ไม่ได้สนใจ พี่แค่อยากจะบอกเอว่ามันก็ไม่แฟร์จริง ๆ แต่เรื่องแบบนี้มันก็สามารถเกิดขึ้นได้แหละในชีวิตจริง เข้าใจแหละว่าเสียใจ แต่ถ้าเราไม่ยอมแพ้ และไม่มองว่าอาชีพนี้เป็นอาชีพสุดท้ายที่เอจะทำได้ ถ้าเอเปิดใจมันยังมีทางอื่นให้เอได้ลองทำอีกนะ ไม่อยากให้เอาสิ่งที่เกิดขึ้นไปตัดสินคุณค่าในตัวเอง’ ต่อมา “ดีเจเผือก” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘เข้าใจในสิ่งที่เอเจอนะ ไม่อยากให้เอคิดว่ามันเป็นความผิดของเอ เราไม่รู้หรอกว่าเหตุผลจริง ๆ คืออะไร มันยังมีหลายที่ ๆ เขาโอเคกับความเป็นตัวเรา เราเป็นคนมีความสามารถและความตั้งใจ พี่เชื่อว่ามันจะทำให้เอสามารถไปยังอาชีพอื่น ๆ อีกมากมาย’ ต่อมา “ดีเจต้นหอม” ได้คำคำปรึกษาว่า ‘เอดีเกินไปที่จะเข้าไปอยู่ในระบบราชการไทย หนูสามารถไปทำอะไรได้เยอะกว่านี้ ถ้าหนูเข้าไปหนูก็อาจจะโดนกลืนกิน เพราะมันไม่ใช่สิ่งที่เขาต้องการ และเขาก็ไม่เชื่อว่าหนูจะทำมันได้อยู่แล้ว คนที่มุ่งมั่นขนาดนี้ สามารถสร้างสิ่งที่ยิ่งใหญ่กว่านี้ได้แน่นอน แค่ที่นั่นไม่ได้เหมาะกับเรา’ และสุดท้าย ดีเจทั้ง 3 คน ได้ให้ความเห็นตรงกันว่า ‘อย่าด้อยค่าตัวเองและอย่าหยุดพยายาม ปล่อยให้ตัวเองไปเจอสิ่งที่ดีกว่าแล้วเราจะใช้ชีวิตแบบมีความสุข’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

ยอมเป็น FWB ของแฟนเก่า เพราะอยากอยู่ในสถานะไหนก็ได้ขอแค่ได้อยู่ในชีวิตเขา แต่ความจริงแล้วหนูไม่ได้ต้องการแค่ร่างกาย แต่อยากได้ใจเขาคืนมาด้วยค่ะ

31 ก.ค. 2026

ยอมเป็น FWB ของแฟนเก่า เพราะอยากอยู่ในสถานะไหนก็ได้ขอแค่ได้อยู่ในชีวิตเขา แต่ความจริงแล้วหนูไม่ได้ต้องการแค่ร่างกาย แต่อยากได้ใจเขาคืนมาด้วยค่ะ

ยอมเป็น FWB ของแฟนเก่าเพราะอยากอยู่ในสถานะไหนก็ได้ขอแค่ได้อยู่ในชีวิตเขาแต่ความจริงแล้วหนูไม่ได้ต้องการแค่ร่างกายแต่อยากได้ใจเขาคืนมาด้วยค่ะ ‘คุณฟ้า (นามสมมุติ)’ สายที่ 2 ในรายการ พุธทอล์คพุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (29 กรกฏาคม 2569) ได้โทรมาปรึกษา ‘ดีอ้อม - ดีเจเติ้ล - ดีเจเสนาหอย' เกี่ยวกับเรื่องที่เธอนั้นยอมเป็น FWB แฟนเก่า แต่ก็ยังรักและอยากให้เขากลับมาเป็นแฟนกันเหมือนเดิม ‘คุณฟ้า (นามสมมุติ)’ อายุ 23 ปี เล่าว่าเธอคบกับแฟนมาครึ่งปี ซึ่งเป็นแฟนคนแรกที่คบจริงจัง ต้องเลิกกันทั้งที่เธอยังรักเขาอยู่ แต่เขากลับไม่ได้คิดเหมือนกัน หลังจากเลิกกัน ทั้งคู่ยังคงมีสัมพันธ์ทางกายกัน ทำให้เธอได้รู้ว่าเธอไม่ได้ต้องการเพียงร่างกาย แต่ต้องการหัวใจเขาคืนมาด้วย คุณฟ้าได้เปิดใจคุยกับเขาว่าเธอยังรักเขาอยู่ และอยากให้ความสัมพันธ์กลับมาเป็นเหมือนเดิม แต่อีกฝ่ายกลับบล็อกเธอไป ปัจจุบันนี้เขามีความสัมพันธ์เชิง FWB กับคนอื่น ด้านคุณฟ้าเองก็ยังคงพยายามที่กลับไปอยู่ในชีวิตเขาอีกครั้ง คุณฟ้าเล่าว่า ได้รู้จักกับแฟนคนนี้ผ่านแอปหาคู่ ซึ่งเขามีอายุน้อยกว่าคุณฟ้า 2 ปี เป็นนักศึกษาระดับปริญญาตรี ในช่วง 3 เดือนแรกที่คบกันเป็นแบบ Long distance relationship อยู่ห่างกันประมาณ 200 กิโลเมตร ได้เจอกันประมาณอาทิตย์ละ 1-2 ครั้ง ซึ่งในช่วงนั้นคุณฟ้ารู้สึกว่าเป็นสัมพันธ์ที่ดี เข้ากันได้ดีมาก ราบรื่นดีไปเสียทุกอย่าง จนคุณฟ้ารู้สึกรักผู้ชายคนนี้มาก ๆ ด้วยทั้งทัศนคติ ความคิด คำพูดของเขาที่โตกว่าช่วงวัย หลังจากนั้น แฟนก็เปิดเทอมเข้ามาเรียนที่กรุงเทพ ด้านคุณฟ้าเองก็ย้ายเข้ามาหางานในกรุงเทพเพื่อที่จะได้อยู่กับเขา ตามที่คุยกันไว้ หลังจากที่ลองเข้ามาอยู่ด้วยกันได้เพียงเดือนเดียว เธอได้พบปัญหาหลาย ๆ อย่าง ได้รู้ว่าทั้งคู่โตกันมาคนละแบบ ความคิดต่างกัน พอได้มาอยู่ด้วยกันจากความสัมพันธ์ที่เคยดีมาก ๆ กลับเริ่มมีการทะเลาะผิดใจกัน ในมุมของคุณฟ้าคิดว่ามันปกติมากกับการที่ต้องปรับเข้าหากัน มีการทะเลาะ มีปากเสียงกันบ้างในช่วงแรกของการใช้ชีวิตร่วมกัน แต่แฟนกลับคิดว่าการย้ายมาอยู่ด้วยกัน ความสัมพันธ์ควรจะดีขึ้น รักกันยิ่งขึ้น พอไม่เหมือนที่คิดเขาดูจะผิดหวัง จากความสัมพันธ์ที่เคยรักกันมาก กลับกลายเป็นว่าทุกอย่างจืดจางลง หลังจากนั้นคุณฟ้าได้งานในกรุงเทพ ระยะทางค่อนข้างห่างจากหอที่มหาวิทยาลัยของแฟน จึงย้ายออกมาอยู่หอตัวเอง กลับไปเจอกันเพียงอาทิตย์ละครั้งเหมือนเดิม คุณฟ้าคิดว่าทุกอย่างคงจะดีขึ้น มีระยะห่างกันบ้างเหมือนช่วงแรกที่คบกัน แต่ครั้งนี้ทั้งคู่ยังคงทะเลาะ มีปัญหากันเหมือนเดิม เรื่องเกิดล่าสุดคือช่วงวันช่วงครบรอบ ในวันนั้นทั้งคู่มีความสุขกันมาก แฟนมาหาคุณฟ้าพาไปดินเนอร์ กะหนุงกะหนิงตามประสาคู่รัก ไม่มีสัญญาณที่จะเลิกกัน จนกระทั่งวันถัดมามีปากเสียงกัน เพราะคุณฟ้านัดแฟนไปเที่ยวห้างแห่งหนึ่ง และเธออยากกินชาบูซึ่งราคาค่อนข้างสูง ด้วยที่เขาเป็นเด็กมหาวิทยาลัยทำให้จ่ายไม่ไหว เธอจึงเสนอที่จะออกให้ แต่เขาก็ปฏิเสธ จากนั้นทั้งคู่ก็ตัดสินใจที่จะแยกย้ายกัน คุณฟ้าไปกินชาบูคนเดียว ด้านแฟนหนุ่มไปรอรถเมล์เพื่อกลับบ้าน ผ่านไปประมาณครึ่งชั่วโมง เธอก็ทักไปถามแฟนว่า เขาถึงหอหรือยัง สรุปว่าเขายังไม่ได้ขึ้นรถเมล์ คุณฟ้าจึงรีบวิ่งไปหาเพื่อรอรถเป็นเพื่อน ด้วยความซุ่มซ่ามเธอจึงสะดุดล้มและกระทบกับแผลเก่าที่เคยขาหักทำให้เจ็บมาก แต่เธอก็ดั้นด้นที่จะไปหาแฟนเพราะกลัวรถมาก่อนแล้วจะไม่ได้เจอกัน เมื่อเห็นว่าเขาเหนื่อยล้าจากการที่รอรถมาเป็นเวลานาน คุณฟ้าทักแฟนด้วยน้ำเสียงสดใสว่า “รอรถเป็นอย่างไรบ้าง” แฟนกลับหันมาพูดนิ่ง ๆ ใส่ว่า “อย่าเสียงดังได้ไหม” คุณฟ้าเข้าใจว่าเขาอาจจะเหนื่อย จึงยืนพัดให้เขาขณะที่ตัวเองเหงื่อท่วม ระหว่างนั้นคุณฟ้าก็บ่นเรื่องที่ล้ม แต่เขากลับนั่งเล่นโทรศัพท์ ไม่ได้ท่าทีเป็นห่วงเลย ถัดมาคุณฟ้าได้เสนอให้แฟนไปนอนห้องเธอก่อนในคืนนี้ เพื่อที่จะได้ไม่ต้องรอรถเมล์เพราะกว่ารถจะมาก็นาน และกว่าจะถึงที่พักเขาก็อีกเป็นชั่วโมงเลย แฟนก็ปฏิเสธบอกว่าเหนื่อยต้องการจะกลับห้องไปนอน ด้วยความน้อยใจเธอจึงได้บอกเลิกเพื่อประชดเขา ซึ่งปกติเคยพูดกันอย่างนี้อยู่แล้ว ผ่านไปไม่ถึงวันก็จะกลับมาคืนดีกัน แต่ครั้งนี้ต่างกันออกไปเพราะแฟนพิมพ์กลับมาหาคุณฟ้าว่า “อยากจะเลิกเหมือนกัน” จนผ่านไป 3 วัน เขาก็ยังไม่ติดต่อมา ไม่มีสัญญาณของการง้อเหมือนอย่างเคย คุณฟ้าเป็นฝ่ายที่ทนไม่ไหวและทักไปหาเขาว่า “ขอโทษนะ ไม่ได้ตั้งใจให้เป็นแบบนี้ ที่บอกเลิกไปไม่ได้อยากจะเลิกจริง ๆ แค่อยากให้เธอรู้สึกกับสิ่งที่เธอทำกับเค้า อยากให้เธอ Realize ในสิ่งที่เธอทำกับเค้า” หลักจากเลิกกันคุณฟ้าก็พยายามที่จะทักไปง้ออยู่หลายครั้ง แต่เขาก็ไม่อยากที่จะกลับมาเลย ด้านคุณฟ้าอยากเจอตัวแฟน เธอคิดว่าคงดีกว่าง้อด้วยแชต จึงเสนอเรื่องสัมพันธ์ทางกายเพื่อให้ได้เจอกัน เพราะเขาค่อนข้างจะชอบเรื่องนี้ จากนั้นเขาก็รับปากที่จะเจอ หลังจากกลับมามีสัมพันธ์ทางกายกันได้ประมาณ 2 อาทิตย์ มีอยู่คืนหนึ่งหลังจากเสร็จกิจ คุณฟ้านอนร้องไห้กอดเขา และเปิดใจพูดไปว่า “จริง ๆ แล้วยังรัก พอมีโอกาสไหมให้กลับมา” เขาตอบว่า “มีโอกาส” คุณฟ้าจึงร้องขอให้เขาตัดคนอื่นที่คุยจากแอปหาคู่ออกไปจากชีวิต ยังไม่ต้องกลับมามีสถานะกันก็ได้ เพียงแค่เธอไม่ต้องการให้มีคนอื่นในความสัมพันธ์ ในคืนนั้นเขาได้ลบแอปหาคู่เพื่อให้เธอสบายใจว่าจะไม่คุยกับคนอื่น แต่วันถัดมาเขากลับทักมาบอกว่า "เค้าคิดว่าที่เลิกกันดีแล้ว" จากนั้นเขาก็ได้บล็อกคุณฟ้าไป เรื่องราวที่เล่ามานั้นเพิ่งมาได้อาทิตย์เดียวเท่านั้น คุณฟ้าเล่าเสริมว่า ในช่วงที่คบกันเธอค่อนข้างปล่อยตัว จึงคาดว่าอาจเพราะเหตุนี้ด้วยที่ทำให้เขาอยากเลิก จึงอยากพยายามพัฒนาตัวเองให้สวยขึ้นเผื่อวันหนึ่งกลับไปง้อแล้วเขาจะหันกลับมามองคุณฟ้าบ้าง คุณฟ้าตั้งคำถามว่า ในตอนนี้ยังรู้สึกรักเขามาก ควรรอเขาไหม หรือควรใช้ชีวิตต่อไปโดยที่ไม่รอเขาแล้ว แล้วหากเลือกที่จะไม่รอเขาควรเปลี่ยน Mindset อย่างไรให้ผ่านเรื่องนี้ไปได้ เพราะสำหรับเธอเรื่องนี้หนักมาก ๆ หลังจากฟังเรื่องราวทั้งหมดดีเจได้เริ่มให้คำแนะนำโดยเริ่มจาก ‘ดีเจเสนาหอย’ กล่าวว่า "จากที่ฟังมองว่าในความสัมพันธ์นี้คุณฟ้าจะเหนื่อย การที่เรารักใครคนหนึ่งแล้วจะต้องอดทน ต้องเปลี่ยน ในขณะที่อีกฝ่ายไม่ได้ปรับเข้าหากันเลย เราจะเหนื่อยมาก และคุณฟ้าอาจไม่ใช่คนเดียวสำหรับเขา เขาอาจมีคนอื่นที่รู้สึกสบายใจกว่าที่จะอยู่ด้วยกัน ในเรื่องความรักความรู้สึกของทั้งสองฝ่ายต้องเท่า ๆ กัน หากต้องเปลี่ยนเพื่อให้ใครมาชอบ เราก็ไม่รู้ว่าเขาจะชอบไปอีกนานแค่ไหน ถ้าเราไปจากเขาได้ ในอนาคตอาจมีใครสักคนที่ทำให้คุณฟ้ามีความสุขได้โดยที่ไม่ต้องพยายาม การที่ต้องใช้ความพยายามเพื่อความรักหากมันไม่ใช่ เราจะเสียดายเวลานั้นมาก" นอกจากนี้ ดีเจเสนาหอยยังได้แชร์ประสบการณ์ส่วนตัวเพิ่มเติมว่า "พี่เองก็เคยทำทุกอย่าง เปลี่ยนตัวเองทุกสิ่งเพื่อให้เขาหันมารัก แต่ในท้ายที่สุดเขาไม่รัก เราจะเหนื่อยมาก ลองคิดดี ๆ ว่าเรายอมจะเป็นอะไรก็ได้ในชีวิตเขาจริง ๆ หรือเปล่า ความรักต้องทำให้เรามีความสุขไม่ใช่เราต้องทำเพื่อใครฝ่ายเดียว" ถัดมาที่ ‘ดีเจอ้อม’ กล่าวว่า "ไม่ว่าคุณฟ้าจะกลับไปคบคนเดิมหรือเริ่มต้นใหม่กับใครก็อยากจะให้เปลี่ยนอย่างหนึ่งนั่นคือ ‘เมื่อทะเลาะกันบอกเลิกเพื่อประชด’ ดีเจอ้อมอยากให้หยุดเพราะสิ่งนี้ไม่ปกติ อย่าทำให้สิ่งผิดปกติเป็นเรื่องปกติเพียงแค่เพราะใคร ๆ เขาก็ทำ ไม่ชอบอะไรจงบอกเขาว่าไปไม่ชอบ แต่ไม่ใช่การเอาแต่ใจหรือบอกพร่ำเพรื่อ" และดีเจอ้อมถามคุณฟ้ากลับว่าหากมีคนนำเนื้อเรื่องแบบเดียวกันมาปรึกษา คุณฟ้าจะให้คำปรึกษาอย่างไร คุณฟ้าตอบว่า "คงแนะนำให้เขากลับมารักตัวเอง ใช้ชีวิตตัวเองต่อไปโดยไม่ต้องยึดติดกับผู้ชายคนนั้น ตั้งใจใช้ชีวิตให้ดี การพัฒนาตัวเองก็ทำเพื่อตัวเองไม่ใช่คนอื่น ตั้งใจดูแลตัวเอง นำความรักที่เคยให้ผู้ชายคนนั้นกลับมาให้ตัวเอง" ดีเจอ้อมเสริมต่อว่า พอคุณฟ้าเป็นที่ปรึกษาให้คนอื่น ก็คิดได้ทุกอย่างเลย เป็นธรรมชาติของมนุษย์ที่เมื่อมองเรื่องของคนอื่นทุกอย่างจะง่ายเสมอ ดีเจอ้อมอยากให้คุณฟ้ารักตัวเอง เมื่อรักใครแรก ๆ ก็จะถอนตัวออกมายากมาก แต่คุณฟ้าจะทำได้ในสักวัน และดีเจอ้อมยังกำลังใจให้คุณฟ้าอีกด้วย ถัดมาที่ ‘ดีเจเติ้ล’ กล่าวว่า "ความรักมันไม่ง่าย กว่าจะได้พบกับคนที่เข้ากันดีทุกอย่าง คนที่จะอยู่กับเราไปได้ตลอด รับข้อดีข้อเสียของกันและกันได้ไม่ใช่เรื่องง่าย จากกรณีของคุณฟ้าที่ได้รู้จักแฟนคนนี้จากแอปหาคู่ยิ่งยากขึ้นไปอีก สำหรับพี่มองว่าความต้องการของคุณฟ้าและแฟนไม่เท่ากัน รักของทั้งคู่ไม่เท่ากัน แรก ๆ ความสัมพันธ์ยังดีเพราะไม่ได้อยู่ด้วยกันทุกวัน และมองว่าแฟนอาจไม่ได้อยากจะมีความรักจริงจังเท่ากับที่คุณฟ้าทุ่มเทให้เขา ซึ่งเป็นเรื่องที่ดีที่คุณฟ้าทุ่มเทให้ความรัก เพียงแต่เขาอาจไม่ได้ต้องการขนาดนั้น ยิ่งในวันที่เขาไม่ได้ต้องการ การกระทำของเราจะยิ่งดูรุงรังสำหรับเขา การที่คุณฟ้าบอกว่าอยากกลับไปเพื่อที่จะเป็นอะไรก็ได้ในชีวิตเขา พี่มองว่าสามารถทำได้ แต่อย่าทำเลย เพราะเขาอาจไม่กลับมา ต่อให้กลับมาก็ไม่ยั่งยืน ในวันนั้นคุณฟ้าอาจรู้สึกแย่กว่าตอนนี้เสียอีก การยื้อเขาไว้ไม่มีประโยชน์ เอาเวลามารักตัวเองดีกว่า จากที่คุณฟ้าคาดว่าเขาเลิกเพราะไม่สวยหรือเปล่า นั่นคือการตั้งคำถามกับคุณค่าของตัวเองแล้ว ซึ่งพี่มองว่ามันไม่ใช่ เพียงแค่เขาไม่ชอบคนแบบคุณฟ้า เขาอาจแค่อยากเรียนหนังสือก่อน เจอกันเป็นครั้งคราวสนุกสนานกันเท่านั้น แต่หากจริงจังเขาอาจไม่ต้องการ ตอนนี้เรารู้ว่าเขาอยากเลิกและไม่ชอบพฤติกรรมบางอย่างที่เราทำให้เรียนรู้จากสิ่งนี้ รักตัวเองให้มาก จากที่คุณฟ้าบอกว่าอยากดูแลตัวเองก็สามารถทำได้เลย และรอคนถัดไปเพื่อมีความรักครั้งใหม่ เอาสิ่งที่เคยผิดพลาดไปแก้ไขกับคนหน้า ในอนาคตหนูอาจโชคร้ายโดนเขาเทอยู่ดีแต่มันก็ไม่เป็นไร รอไปจนกว่าจะเจอคนนั้น เพียงแค่อย่าตั้งคำถามกับคุณค่าในตนเอง" นอกจากนี้ดีเจอ้อมยังเสริมว่า "อยากให้คุณฟ้ากลับมารักตัวเอง ไม่ว่าจะเจอกับใครอีกกี่คน คุณฟ้าจะมีความสุข และคุณฟ้าจะได้เจอความทุกข์นะ แต่จะมีสติกว่านี้ ไม่ใช่ยอมเป็นเบี้ยให้ใครก็แล้วแต่ เดี๋ยวเราจะไม่มีค่า คุณฟ้ามีค่านะ" ดีเจเติ้ลทิ้งท้ายไว้ว่า "ถ้าทรมานมาก ทนไม่ไหวจริง ๆ ก็เอาให้เต็มที่ และในสักวันหนึ่งคุณฟ้าจะรู้ตัวเองว่าควรพอ" ดีเจทั้งสามท่านพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า “คุณฟ้าจะผ่านมันไปได้อย่างแน่นอน” รายการพุธทอล์คพุธโทรขอเป็นอีกหนึ่งกำลังใจให้คุณฟ้าเข้มแข็งขึ้น และมอบความรักให้กับตัวเองได้มากขึ้นอย่างที่ตั้งใจไว้ แม้ความรักครั้งนี้จะทำให้เจ็บปวดหัวใจ แต่ท้ายที่สุดแล้ว อาจจะมีแค่เราคนเดียวเท่านั้นที่ดูแลหัวใจของเราได้นะคะเรื่องราวจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการInboxฝากเรื่องมาที่FacebookFanpageEFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 20.00–23.00น.ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

หนูมาทำงานที่ใหม่ได้ปีกว่าๆ ปัญหาที่เจอทุกวัน คือตอนนี้หนูมีหัวหน้า 2 คน แต่หัวหน้า 2 คนนี้เขาไม่ถูกกัน ความคิดไปกันคนละทางเลย แต่เขาสองคนทำงานเก่งทั้งคู่ คนนึงไม่พอใจอะไร ก็จะฝากหนูไปบอกอีกคนนึง อีกคนนึงไม่ยอมมาคุยด้วยอีก ให้หนูเป็นคนกลางทุกเรื่อง

30 พ.ค. 2025

หนูมาทำงานที่ใหม่ได้ปีกว่าๆ ปัญหาที่เจอทุกวัน คือตอนนี้หนูมีหัวหน้า 2 คน แต่หัวหน้า 2 คนนี้เขาไม่ถูกกัน ความคิดไปกันคนละทางเลย แต่เขาสองคนทำงานเก่งทั้งคู่ คนนึงไม่พอใจอะไร ก็จะฝากหนูไปบอกอีกคนนึง อีกคนนึงไม่ยอมมาคุยด้วยอีก ให้หนูเป็นคนกลางทุกเรื่อง

หนูมาทำงานที่ใหม่ได้ปีกว่าๆ ปัญหาที่เจอทุกวัน คือตอนนี้หนูมีหัวหน้า 2 คน แต่หัวหน้า 2 คนนี้เขาไม่ถูกกันความคิดไปกันคนละทางเลย แต่เขาสองคนทำงานเก่งทั้งคู่ คนนึงไม่พอใจอะไร ก็จะฝากหนูไปบอกอีกคนนึงอีกคนนึงไม่ยอมมาคุยด้วยอีก ให้หนูเป็นคนกลางทุกเรื่อง ตอนนี้ Performance การทำงานของหนูไม่คืบหน้าเลยเพราะหลายๆเรื่องโดนขัดโดยการตัดสินใจของหัวหน้าทั้ง 2 เจอแบบนี้ทุกวันบั่นทอนสุดๆ ถ้าเป็นทุกคนจะทำยังไงคะ? “คุณเมย์ (นามสมมติ)” อายุ 30 ปี สายที่สองในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา [28 พ.ค. 68] ได้โทรเข้ามาปรึกษา “ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม” เกี่ยวกับปัญหาหัวหน้าสองคนมีความเห็นไม่ตรงกัน ไม่คุยกันเลย เราที่เป็นคนกลางก็หนักใจ โดย “คุณเมย์ (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘หนูมีหัวหน้าสองคน ซึ่งมี direction ไม่ตรงกัน แต่ที่ต้องมีหัวหน้าสองคนเพราะเริ่มแรกที่เข้ามาทำงานที่นี่ หนูอยู่ภายใต้หัวหน้า A มาตลอด 1 ปี แต่เมื่อบริษัทมีการปรับผังองค์กร ก็เลยได้มาอยู่ภายใต้หัวหน้า B ซึ่งก็จะอยู่ภายใต้หัวหน้า A อีกทีนึง ประเด็นคือเขาไม่คุยกัน จะให้เมย์คุยแทนตลอด เดิมทีหัวหน้าสองคนนี้สนิทกันมาก แต่เคยมีปัญหาเรื่องการทำงานทำให้เกิดจุดแตกหักกันตั้งแต่นั้นมา ปกติหัวหน้า A จะคุยกับหัวหน้าคนอื่น ๆ เยอะมาก แต่กับหัวหน้า B คนนี้ คุยกันนับครั้งได้ ซึ่งก็อาจจะไม่ถึง 20 ครั้ง/ปี เวลาเขามีความเห็นไม่ตรงกัน การตัดสินใจอาจจะมาจากตรรกะของเขาจริง ๆ บ้างหรือบางครั้งก็มีความอคติที่อยากจะค้านในเรื่องนี้ด้วย แต่เขาจะกันไม่ค้านต่อหน้า ถ้าเมย์รู้สึกว่าอยากจะให้เขาไปคุยกันจังเลย เขาก็จะตอบกลับว่า "พี่ไม่คุย เธอไปคุย" งานมันก็เลยจะหนักมากขึ้น ปกติถ้าคนอื่นทำงานเสร็จภายใน 1-2 ชั่วโมง ของหนูจะเป็น 3-4 วันเพื่อให้มันจบ เพราะจะต้องแก้งานไปเรื่อย ๆ จากตอนแรกแก้ผ่าน A พอไป B ก็โดนตีกลับมา พอตีกลับมา A ก็บอกว่าไม่เอา ให้ทำใหม่ มันก็เลยหนักขึ้นมาก ๆ แต่หนูก็ทำงานนี่มา 1 ปีแล้ว ตอนนี้เรื่องราวไม่ได้ขึ้นอยู่กับแค่หัวหน้า A และหัวหน้า B แต่ถึงขั้น C Level แล้วด้วย ซึ่งตัวงานของหนูจะต้องผ่านหัวหน้า B-A-C ตามลำดับ หนูเคยคุยกับ B และ C เรื่องPerform ตก แต่เขาจะมองภาพรวมขององค์กรเป็นหลัก ถ้าเขาเห็นว่าหนูทำไม่ได้เท่าคนอื่น เขาจะไม่ถามถึงเหตุผลแต่เขาจะมองว่าทำไมหนูถึงทำไม่ได้ ซึ่งหนูเคยพยายามบอกไปแล้วว่างานหนูโหลดมากถ้าเทียบกับคนอื่น และงานของหนูก็พิเศษกว่าคนอื่นไปอีกขั้นหนึ่ง ทำให้ปัญหาที่ต้องแก้ก็มีมากกว่าคนอื่น หนูเคยเสนอ solution ไปแล้ว เพราะหนูจะได้ทำงานสะดวกขึ้น แต่ก็ต้องผ่านการ approve กับหัวหน้า B และ A ก็ทำให้หนูไม่ผ่านสักทีเพราะเขารู้สึกว่าเรายังทำได้ หนูก็เลยรู้สึกว่าทำไมอยู่ยากจัง หนูเครียดมากเลยเพราะหนูโดนความคาดหวังที่สูงกว่าคนอื่น เขามองว่าหนูมีความสามารถ ซึ่งจากตำแหน่งเดิมหนูก็ทำได้ดีเลย ไม่ได้แย่ แต่ตรงนี้ถ้าหนูมีพื้นที่ให้ทำงานเหมือนคนอื่นก็พอจะทำได้ พอเขามองว่าทำไม Performance หนูไม่ออกสักที หนูก็เครียด ก็เลยอยากถามว่าพี่ ๆ ว่า ถ้าเป็นพี่ ๆ จะลาออกเลยไหมทั้งที่ยังไม่มีงานรองรับ’ ซึ่ง “ดีเจเติ้ล” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘สำหรับพี่ก่อนจะตัดสินใจออกจากงาน พี่จะต้องให้คนในบริษัทได้รับรู้ก่อนโดยเฉพาะหัวหน้า C ถึงแม้เขาจะมองภาพรวม แต่พี่ก็จะบอกเหตุผลไปว่าทำไม Performance เราถึงร่วงลง แล้วก็จะเล่าปัญหาเรื่องคนสองคนที่ความคิดเห็นไม่ตรงกันให้เขาฟัง เพราะพี่ต้องการความช่วยเหลือในเรื่องนี้จริง ๆ แต่ถ้าหากถูกเมินเฉย ปัญหายังคงไม่ถูกแก้ไข ทำงานต่อไปพี่ว่าหนูคงจะได้ชาเลนจ์ตัวเองทุกวันเลย และมัน Uncomfort เกินไป พี่ก็ห่วงว่า ถ้าเมย์เจอเรื่องแบบนี้ไปเรื่อย ๆ ประสิทธิภาพในการทำงานของเมย์ก็จะพินาศเหมือนกัน สุดท้ายพี่ก็จะประเมินตัวเองว่าพี่มั่นใจขนาดไหนที่จะออกไปหางานทำข้างนอก ถ้ามั่นใจว่าเก่งจริงพี่ว่าก็ออกมาเลย’ ต่อมา “ดีเจเผือก” ให้คำปรึกษาว่า ‘บริษัทส่วนใหญ่ก็จะมี HR เอาไว้จัดการปัญหาเหล่านี้ ตอนนี้ HR จะต้องลงมาแก้ไขปัญหานี้แล้วเพราะเขาต้องบริหารทรัพยากรบุคคล แต่ถ้าเมย์บอกว่า HR ที่นี่ไม่แข็งแรงก็ออกมาเถอะ เพราะการที่บริษัทนึงมีบุคคลที่ไม่ดี เรายังมีสิทธิ์ที่จะเติบโตไปแทนได้ แต่ถ้าบริษัทมีโครงสร้างโดยรวมที่ไม่ดี ก็ไม่รู้จะอยู่ต่อไปทำไมเรามีสิทธิ์ที่จะเลือกงานใหม่ที่ดีกับเราเหมือนกัน ตอนนี้เหมือนอยู่ในโหมดเอาตัวรอดแล้ว เพราะสิ่งที่เมย์แบกไว้มันกำลังกลับมาทำให้เมย์เดือดร้อนเอง พี่มองว่าถ้าจะมีคนไหนมาช่วยเราได้ต้องเป็น HR แต่ถ้า HR ยังช่วยไม่ได้ ก็ไม่รู้ว่าบริษัทนี้จะดูแลคนที่ทำงานให้เขาได้อย่างไร เขาต้องได้รู้ว่า ปัญหาของคนระดับสูงทำให้คนที่อยู่ในส่วนปฎิบัติการทำงานไม่ได้ เขาต้องจัดการบางอย่าง ปล่อยไว้แบบนี้บริษัทก็ตายอยู่ดี สุดท้ายแล้วเมย์ต้องคำนึงถึงตัวเองเป็นหลักเพราะบริษัทถ้าไม่มีเราเขาก็หาคนอื่นมาแทนได้ แต่อนาคตของเรา เราควรเป็นคนที่ต้องดีไซน์ออกมาเอง อยู่ที่ไหนแล้วแย่ลงก็อย่าไปอยู่ อยู่ที่ไหนและเจริญเติบโตก็ไปอยู่ได้’ สุดท้าย “ดีเจต้นหอม” ให้คำปรึกษาว่า ‘พี่แนะนำวิธี Survival ให้เข้าทาง A แล้วค่อยจัดการ B เพราะ A ใหญ่กว่าเราก็เป็นลูกสมุน A ไปเลย ใช้คำสั่งของ A มาสั่ง B อีกทีนึง ถ้าเกิดปัญหาก็บอกว่า A Approve แล้วให้ไปคุยกับ A เอง’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

album
efm
-

-