เล่นแอปหาคู่แล้วโดนทักตลอดว่าเป็น LGBTQ+ หรือเปล่า แถมถ้าเขาได้ยินเสียงหนู ก็จะถามว่าเสียงแบบนี้เป็นคนอ้วนเหรอ โดนทักเกือบทุกคนจนหนูเริ่มไม่มั่นใจในตัวเอง ต้องทำยังไงดีคะ?

พุธทอล์ค พุธโทร RECAP

เล่นแอปหาคู่แล้วโดนทักตลอดว่าเป็น LGBTQ+ หรือเปล่า แถมถ้าเขาได้ยินเสียงหนู ก็จะถามว่าเสียงแบบนี้เป็นคนอ้วนเหรอ โดนทักเกือบทุกคนจนหนูเริ่มไม่มั่นใจในตัวเอง ต้องทำยังไงดีคะ?

31 ก.ค. 2026

เล่นแอปหาคู่แล้วโดนทักตลอดว่าเป็น LGBTQ+ หรือเปล่า

แถมถ้าเขาได้ยินเสียงหนู ก็จะถามว่าเสียงแบบนี้เป็นคนอ้วนเหรอ

โดนทักเกือบทุกคนจนหนูเริ่มไม่มั่นใจในตัวเอง ต้องทำยังไงดีคะ?

        ‘คุณนานา’ (นามสมมติ) สายที่ 3 ในรายการ พุธทอล์คพุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (29 กรกฎาคม 2569) ได้เข้ามาขอคำปรึกษา ‘ดีเจอ้อม - ดีเจเติ้ล - ดีเจเสนาหอย’ เรื่องที่ตัวเธอโดนทักว่าเป็น LGBTQ+ หรือเปล่า และเสียงเหมือนคนอ้วน

        ‘คุณนานา’ อายุ 28 ปี ได้เล่าว่าตัวเธอเองโสดมา 2 ปีแล้วเริ่มเหงาจึงโหลดแอปหาคู่มาลองเล่น และตั้งรูปโปรไฟล์ด้วยรูปที่มั่นใจที่สุด หลังจากเล่นไปสักพักก็ได้คุยกับผู้ชายหลายคน แต่เกือบทุกคนก็ชอบมีคำถามว่า คุณนานาเป็น LGBTQ+ หรือเปล่า พอโดนทักแบบเดิมซ้ำ ๆ จากหลาย ๆ คนทำให้คุณนานาเริ่มหมดความมั่นใจ เพศในแอปก็ใส่เอาไว้ว่าเป็นเพศหญิงแล้ว สเตตัสก็เขียนปกติ เคยติดเล่นและถามกลับไปว่าลองทายดูสิ ปรากฏว่าคนในแอปก็จะหายไปเลยไม่มาตอบ หรือบางคนถ้าคุยกันมาสักพัก คุณนานาก็จะเริ่มโทรคุยเพราะว่าส่วนตัวก็ชอบโทรคุยมากกว่าพิมพ์ 

        พอได้โทรคุยกับอีกฝ่าย เขาก็จะชอบถามหลังจากได้ยินเสียงว่าส่วนสูงและน้ำหนักเท่าไหร่ เพราะฟังจากเสียงแล้วเหมือนคนอ้วน ซึ่งเรื่องเสียงเหมือนคนอ้วนก็โดนถามเยอะพอ ๆ กันกับเรื่องเป็น LGBTQ+ 

        คุณนานาเล่าว่า ปกติก็ฟังเสียงใครไม่ออกว่าเสียงแบบไหนคือคนอ้วน และเสียงแบบไหนคือคนผอม และเธอเองก็ใช้เสียงปกติในการคุย คุณนานาจึงอยากปรึกษาดีเจว่า ‘จะจัดการความรู้สึกตัวเองที่ไม่มั่นใจเวลาโดนทักว่าเป็น LGBTQ+ หรือเปล่า กับเสียงเหมือนคนอ้วนยังไงดี อีกฝ่ายไม่ผิดหรอกที่จะถามหรือเช็ก แต่หนูจะจัดการตัวเองยังไงดี’ และได้ส่งรูปที่ใช้ในแอปหาคู่ให้เหล่าดีเจดูว่ารูปที่ใช้เป็นอย่างไร

        เริ่มด้วยคำแนะนำของ ‘ดีเจเติ้ล’ ที่ว่า “คุณนานาเป็นคนสวย บอกกับตัวเองเลยนะว่าเราเป็นคนที่สวยและดูดี ถ้าเราไม่ใช่คนที่แต่งรูปเยอะก็เป็นคนสวยคนหนึ่งเลย ก่อนอื่นเลยคุณนานาต้องมั่นใจในตัวเองก่อน ส่วนเรื่องจะจัดการกับความรู้สึกยังไงดี อย่างแรกเลย ถ้าคุณนานาเป็น LGBTQ+ จริง ๆ แล้วมันผิดตรงไหน มันไม่ใช่สิ่งที่จะมาวัดคุณค่าของเราอยู่แล้ว เขาถามเพื่อรีเช็กเรา ด้วยความที่มาจากแอปหาคู่ ทำให้เขาต้องถามเพื่อความแน่ใจของเขาอยู่แล้ว”

        ต่อด้วยคำแนะนำของ ‘ดีเจเสนาหอย’ ที่ว่า “จากโปรไฟล์และรูปที่ดูคุณนานาเป็นคนที่สวยคนหนึ่งเลย เข้าใจได้ว่าการที่โดนถามแบบนี้บ่อย ๆ มันก็บั่นทอนจิตใจเราเหมือนกัน แต่การเจอกันทางแอปมันก็มีโอกาสที่จะโดนแบบนี้บ่อย เราอย่าลดคุณค่าของตัวเองจากคำถามพวกนี้เลย เราเป็นตัวของเรา ถ้าเขาจะชอบเราไม่ว่าเราจะเป็นแบบไหนเขาก็จะชอบเราเอง เราใช้แรงฮึดนี้มาผลักดันตัวเองให้ดีขึ้นดีกว่า มั่นใจในตัวเองเข้าไว้นะ”

        ปิดท้ายด้วยคำแนะนำของ ‘ดีเจอ้อม’ ที่เห็นด้วยกับคำแนะนำของดีเจทั้งสองที่ผ่านมาว่าที่โดนคำถามนี้บ่อย ๆ ก็เพราะมาจากแอปหาคู่ และเพิ่มเติมอีกว่า “บางทีเจอกันตัวต่อตัวยังไม่มั่นใจเลย และสถานการณ์นี้มันมาจากในแอป เราไม่เคยรู้จักกันมาก่อน ทำให้เรามีสิทธิที่จะสงสัยคนตรงหน้าได้เสมอ ถ้าเจตนาของเขาไม่ได้มาเพื่อย่ำยีความรู้สึก แต่ถามเพื่อที่จะมั่นใจในความคิดของเขาเองก็ย่อมได้เสมอ แต่ถ้าวิธีการถามของเขามันไม่น่ารักกับเรา นั่นก็ทำให้เราสามารถตัดสินเขาจากคำถามนี้ได้เลย การถามมันไม่ใช่เรื่องที่ผิด แต่ต้องถามแบบยังให้เกียรติกันอยู่ ใครจะตัดสินคุณนานาว่าอะไรนั่นก็คือธุระของเขา แต่ธุระของคุณนานาตอนนี้คือทำให้ตัวเราเองมีความสุข ไม่มีอะไรต้องน่ากังวลเลยค่ะ”

        เรื่องราวจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทาง

มีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATION

รับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 20.00 –23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

related พุธทอล์ค พุธโทร RECAP

อ้าว แฟนใหม่เธอหน้าคุ้นๆ!! หนูรู้จักกับผู้ชายคนนึง สนิทกันมานาน จนเพื่อนๆในที่ทำงานก็ยังแซวว่า คู่นี้น่าจะได้เป็นแฟนกัน เราก็กะจะบอกชอบเขาก่อนลาออกจากงาน ปรากฏว่า ยังไม่ทันลาออก เขาไปเปิดตัวกับน้องผู้หญิงร้านข้างๆ

30 มิ.ย. 2025

อ้าว แฟนใหม่เธอหน้าคุ้นๆ!! หนูรู้จักกับผู้ชายคนนึง สนิทกันมานาน จนเพื่อนๆในที่ทำงานก็ยังแซวว่า คู่นี้น่าจะได้เป็นแฟนกัน เราก็กะจะบอกชอบเขาก่อนลาออกจากงาน ปรากฏว่า ยังไม่ทันลาออก เขาไปเปิดตัวกับน้องผู้หญิงร้านข้างๆ

อ้าว แฟนใหม่เธอหน้าคุ้นๆ!! หนูรู้จักกับผู้ชายคนนึง สนิทกันมานาน จนเพื่อนๆในที่ทำงานก็ยังแซวว่าคู่นี้น่าจะได้เป็นแฟนกัน เราก็กะจะบอกชอบเขาก่อนลาออกจากงาน ปรากฏว่า ยังไม่ทันลาออกเขาไปเปิดตัวกับน้องผู้หญิงร้านข้างๆ หนูเฮิร์ทมากตอนนี้ ต้องทนเห็นเขาไปกินข้าวกันทุกวันมีความสุขกันต่อหน้าหนู ล่าสุดหนูบอกกับผู้ชายคนนี้ไปว่า “หลังจากนี้ชีวิตนี้ไม่ต้องมาเจอกันอีก”เขาก็เหมือนจะรับรู้แล้ว หนูจะวางตัวยังไงต่อไปดีหลังจากนี้... “คุณแพร (นามสมมติ)” อายุ 29 ปี เป็นสายสุดท้ายในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา [25 มิ.ย. 68] ได้โทรเข้ามาปรึกษา “ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม” เกี่ยวกับปัญหาแอบชอบรุ่นพี่ในที่ทำงาน โดนเล่นกับใจสุดท้ายเปิดตัวกับคนอื่น โดย “คุณแพร (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘ช่วงเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมาหนูได้งานใหม่ เป็นงานในห้างสรรพสินค้า หนูเพิ่งขึ้นมาอยู่กรุงเทพได้ไม่นาน เพื่อนร่วมงานส่วนใหญ่เป็นผู้ชาย แล้วได้มาเจอกับพี่คนนึง เขาสุภาพมาก ตรงสเปคเรา คำพูดคำจาจะเรียกเราว่าหนู ตอนแรกไม่ได้คิดอะไรแต่อยู่ไปนาน ๆ ก็เริ่มสนิทกัน ดูแลกันมากขึ้น ถึงขั้นที่สามารถคุยกันเรื่องเซ็กซ์ หรือเรื่องแฟนเก่าได้ คุยกันได้ยิ่งกว่าเพื่อนผู้หญิงอีก มีการเล่นถึงเนื้อถึงตัวกัน เช่น วิ่งไปกอด เกาะแขนในบริบทที่อ้อน ๆ ได้ บางครั้งเหมือนจะปัดป้องแต่ก็ยังเล่นด้วยได้ วันนึงหนูก็ลองแกล้งเขาโดยการบอกว่า ‘สงกรานต์นี้เดี๋ยวไปเล่นน้ำกับผู้ชายดีกว่า นัดผู้ชายเอาไว้’ เขาก็นิ่งไปเลย หนูเลยคิดว่าเขาก็คงชอบเราเหมือนกันมั้ง พี่ผู้จัดการเขาก็ดูออก ทุกคนคิดแบบนี้กันหมดเลยว่าหนูกับพี่เขาต้องชอบกันแน่ ๆ ต้องเป็นแฟนกันแน่ เราก็เล่นกันปกติ หลังจากนั้นหนูก็เฉลยว่าที่พูดไปหนูแกล้งเล่น พี่เขาก็ดูดีใจ แล้ววันนั้นเราเจอลูกค้าแล้วรู้สึกนอย พี่เขาก็ชวนไปกินข้าวเลย เหมือนปลอบใจ จนกระทั่งอาทิตย์ที่ผ่านมา เขาก็บอกกับหนูว่าเขาชอบน้องร้านข้าง ๆ นะ ซึ่งก่อนหน้านั้นเขาเคยบอกว่าเขาชอบสาวหมวย ตัวเล็ก ซึ่งก็ตรงกับหนูเหมือนกัน สรุปแล้วเมื่อสองวันก่อนเขาชวนน้องร้านข้าง ๆ เข้ามาในร้านของเราและขอคอนแทคกันต่อหน้า ต่อตาหนูเลย หนูยืนอึ้งว่าที่ผ่านมาหนูคิดไปเองหรอ ? ทั้ง ๆ ที่หนูเคยเกริ่นไปแล้วว่าชอบเขานะ หนูก็พยายามทำใจ เขาอาจจะเทสระบบเรา จากที่เล่นกันถึงเนื้อถึงตัว พูดคุยเรื่องเซ็กซ์กัน ก็ไม่ทำอีกเลยเพราะหนูมองว่าเขากำลังจะสานสัมพันธ์กับคนอื่นแล้ว แต่ในใจก็เจ็บ วันนี้หนูบอกกับพี่หัวหน้างานว่าปวดท้อง จะขอลาไปหาหมอ กลับมาเขาก็ดูเป็นห่วงเรา หนูนั่งพักอยู่ในห้องก็ไม่คิดว่าจะได้เห็นภาพที่เขาชวนกันไปกินข้าวอีก จริง ๆ หนูยอมตั้งแต่เขาขอไลน์แล้ว แต่พี่เขาก็ยังพยายามทำตัวเหมือนเดิม แตะเนื้อต้องตัวพูดคุยเหมือนเดิม แต่เราคือทำไม่ได้แล้ว เราไม่โอเค ตอนเย็นหนูก็ถามว่า ‘วันนี้พี่กลับยังไง’ เขาก็ชี้ไปที่ร้านข้าง ๆ แต่หนูเห็นว่าไฟปิดแล้วเลยงง สรุปคือเขาเดินกลับไปรับน้องร้านข้าง ๆ มาต่อหน้าต่อตาหนูอีกแล้ว หนูก็พยายามเก็บอารมณ์ไม่ให้เสียใจ หนูก็พลั้งปากพูดไปว่า ‘พี่ หลังจากนี้เราไม่ต้องมาเจอกันอีกนะ เราตัดขาดกันไปเลย แพรไม่อยากเจอพี่’ พี่เขาก็ตอบกลับแบบติดตลก แซว ๆ อีก หนูเลยอยากขอคำปรึกษาว่าหนูต้องทำงานที่นี่อีก 5 วันต้องเห็นเขาไปไหนมาไหนด้วยกัน จะต้องจัดการความรู้สึกยังไง กับวันที่ 29 นี้จะมีงานเลี้ยงส่งหนู หนูควรบอกเขาอีกรอบมั๊ยว่าชอบ” ซึ่ง “ดีเจเผือก” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘นี่คือบทเรียนของการทำที่อะไรตามใจและตามอารมณ์ พูดออกไปด้วยอารมณ์โดยไม่มีการวางแผนคิดหน้าคิดหลังให้ดี “เราไม่ต้องมาเจอกันอีก” เป็นประโยคที่แรงมากทั้ง ๆ ที่ยังไม่ได้เป็นอะไรกันเลย เขาคงคิดว่าแพรเป็นอะไร อันนี้เป็นสิ่งที่พลาดมาก ๆ แค่คุยกับเขาน้อยลงพี่ว่าก็ชัดเจนอยู่แล้วว่ารู้สึกยังไง แพรก็ใช้ชีวิตตามปกติได้เลย เพราะเดี๋ยวก็แยกกันใช้ชีวิตอยู่แล้ว ส่วนวันงานเลี้ยงส่งก็วางตัวดี ๆ เพราะอย่างน้อยเขาก็แสดงให้เราเห็นผ่านการกระทำของเขาแล้วว่าไม่ได้คิดอะไร ขั้นสุดท้ายของการเป็นเพื่อนสนิทแล้วมีคนนึงอยากข้ามขั้นไป เขาก็คงพยายามบอกว่าเราเป็นเพื่อนกันเถอะ ในเมื่อทั้งคู่ชัดเจนกันอยู่แล้ว ก็เป็นเพื่อนกันให้ได้อย่างที่พูดไว้ เด็ดขาดเลยก็ดี ถ้าเขาชวนคุย อยากคุยกับตอบไม่อยากคุยก็ไม่ต้องคุย ขอให้โชคดีกับวันเลี้ยงส่ง และอย่าถือสากับคำพูดของคนเมา’ ต่อมา “ดีเจเติ้ล” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘ทำตัวปกติได้เลยถ้าลาไม่ได้ แต่ถ้าลาได้ก็แนะนำให้ลาแล้วเก็บของไปตั้งตัวที่บริษัทใหม่เลย กับเขาก็ไม่ต้องไปยุ่งอีกแล้ว วันเลี้ยงส่งถ้าเขาไม่ไปก็ไม่ต้องเสียใจด้วย เพราะเราลั่นไปแล้วว่าอย่าเจอกันอีก ต้องทำตามที่พูดไว้ให้ได้ 5 วันที่เหลืออยู่ไปทบทวนสิ่งที่เกิดขึ้น ถ้าไปที่ใหม่ก็อย่าทำแบบนี้อีก ให้มันจบแค่ตรงนี้’ สุดท้าย “ดีเจต้นหอม” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘ตอนอยู่ด้วยกันก่อนหน้านี้ก็สนุกสนาน แพรเป็นคนสนุก เขาอยู่ด้วยแล้วสบายใจแต่เขาให้สถานะเราได้แค่ “เพื่อน” และเขาวางสถานะนี้มีนานแล้ว เท่าที่พี่ฟังผู้ชายไม่ได้มีใจเลย แพรคิดไปเองแล้วก็สร้างโมเมนต์เองโดยการทำให้เค้าหึง เขาเงียบก็บอกว่าเขาหึง แถมมีเพื่อนยุยงอีก เรื่องราวเลยไปไกลจนเขาสนิทใจกับแพรและพร้อมที่จะเปิดใจเล่าว่าชอบน้องร้านข้าง ๆ เพราะเขามองว่าแพรคือเพื่อนที่สนิทที่สุด หารู้ไม่ว่าแพรหึง งอน ไปแล้ว แถมแพรก็ทำอะไรที่เป็นผีบ้าออกไป โดยการพูดใส่อารมณ์อีก แพรสำคัญตัวผิดสถานะ อย่าทำอะไรแบบนี้อีก สำหรับพี่ถ้าเขามางานเลี้ยงส่งก็ทำตัวปกติเลยแบบเพื่อนกัน พี่มีให้ 3 ทางเลือก 1.งอนให้ถึงที่สุด ไม่คุยด้วยเลย 2.ทำตัวเหมือนเดิม เหมือนวันนั้นโดนของมาแล้วไม่ได้พูดอะไร 3.บอกตรง ๆ ว่าที่พูดว่าไม่ต้องมาเจอกันแล้ว ยอมรับว่าหึง หนูชอบพี่ แต่จำไว้ว่าการสารภาพว่าชอบเขาอย่าคาดหวังว่าชอบเขากลับ พูดติดตลกไปได้เลย ให้เรื่องนี้เป็นบทเรียน ของบางอย่างต้องรอเมคชัวร์ก่อนจะได้ไม่เจ็บหัวใจ’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

สามีแอบไปจดทะเบียนสมรสกับแฟนเก่าครั้งที่ 2 ! สามีบอกจำเป็นต้องทำ เพราะช่วยเรื่องสิทธิรักษาพยาบาล ตอนนี้เขาก็ไม่ยอมหย่ากัน อ้างติดต่อแฟนเก่าไม่ได้ เจ็บสุด เห็นแชทสามีคุยกับลูกสาวของแฟนเก่า

14 ก.พ. 2025

สามีแอบไปจดทะเบียนสมรสกับแฟนเก่าครั้งที่ 2 ! สามีบอกจำเป็นต้องทำ เพราะช่วยเรื่องสิทธิรักษาพยาบาล ตอนนี้เขาก็ไม่ยอมหย่ากัน อ้างติดต่อแฟนเก่าไม่ได้ เจ็บสุด เห็นแชทสามีคุยกับลูกสาวของแฟนเก่า

สามีแอบไปจดทะเบียนสมรสกับแฟนเก่าครั้งที่ 2 ! สามีบอกจำเป็นต้องทำ เพราะช่วยเรื่องสิทธิรักษาพยาบาลตอนนี้เขาก็ไม่ยอมหย่ากัน อ้างติดต่อแฟนเก่าไม่ได้ เจ็บสุด เห็นแชทสามีคุยกับลูกสาวของแฟนเก่า“พ่อไม่คิดจะจดทะเบียนกับผู้หญิงคนนั้น ไม่เคยคิดจะให้อะไรผู้หญิงคนนั้นเลย” “คุณมีน (นามสมมติ)” อายุ 35 ปี สายที่หนึ่งในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา [12 ก.พ. 68] ได้โทรเข้ามาปรึกษา ‘ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจพี่อ้อย’ เกี่ยวกับปัญหาแฟนแอบไปจดทะเบียนสมรสกับแฟนเก่า โดย “คุณมีน (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘แต่งงานกับสามีมาได้ประมาณ 3 ปีแล้ว จับได้ว่าสามีของตัวเองไปจดทะเบียนสมรสกับแฟนเก่า แต่ของเรายังไม่ได้จดทะเบียนกันเลย ขอเกริ่นก่อนว่า สามีเคยแต่งงานมีครอบครัวมาแล้ว มีลูกด้วยกัน 2 คน แต่ตอนที่เราคบกัน เขาบอกกับเราว่า เขาหย่ากับแฟนเก่าแล้ว คือเขาก็เอาใบหย่ามาให้เราดู ตอนแต่งงานเราก็ยังไม่ได้พูดถึงเรื่องจดทะเบียนสมรสกัน แต่ก็มีการจัดงานแต่ง พ่อแม่ ญาติพี่น้อง ก็รับรู้หมดทุกคน ปกติเราจะไม่ค่อยได้เช็คโทรศัพท์เขา แต่วันนั้นไม่รู้ว่าคิดอะไรขึ้นมา เราเลยไปเช็คโทรศัพท์แล้วไปเจอเขาคุยแชทกับลูกสาวของเขา ประมาณว่า ‘ถ้าแม่มีแฟนใหม่ ก็ให้แม่มาหย่า’ แล้วลูกสาวเขาก็ตอบประมาณว่า ‘พ่ออะ อยากจะหย่ามากเลยหรอ อยากไปจดทะเบียนกับคนใหม่ใช่ไหม’ ซึ่งคนใหม่ที่ว่าก็คือเรา พออ่านแชทเราก็งงว่า เอ้า แล้วใบหย่าที่เอามาให้ฉันดูมันคืออะไร? หลังจากนั้นหนูก็ถามหยั่งเชิงเขาประมาณว่า ‘ไปดูคลิปมา คนที่ทำใบหย่าปลอมเนี่ยมีโทษจำคุกนะ’ เราก็พูดลอยๆ แบบนี้ไป เพราะเราเข้าใจว่าที่เขาเอามาให้ดูมันเป็นของปลอมหรือเปล่า พอเค้นไปเค้นมา เขาก็ยอมรับออกมาว่า หย่าแล้ว ที่ให้ดูใบหย่าคือของจริง แต่ไปจดใหม่อีกรอบหนึ่ง เขาก็บอกเหตุผลที่ไปจดใหม่ คือฝ่ายผู้หญิงป่วย จะไปใช้สิทธิการรักษา เพราะผู้หญิงไม่ได้ทำงาน ไม่มีประกันสังคม ก็เลยมาขอสิทธิ์ผู้ชายแต่พอเขาผ่าตัดอะไรเรียบร้อย ไปทำงานได้แล้ว เราก็ถามว่า‘แล้วทำไมยังไม่หย่าละ?’ เขาก็อ้างเหตุผลว่า เขาก็คิดอยากจะหย่าตอนเขาเกษียณ แต่พอไปรู้ว่าผู้หญิงไปมีคนใหม่ ก็อยากจะหย่า เราก็ไม่ได้เชื่อคำพูดของเขาที่ว่าจะหย่า ไม่รู้ว่าจริงหรือเปล่า ทางลูกเขาก็ยังมีการส่งเสียค่าเรียนอยู่ เราก็ไม่ได้มีปัญหาอะไรกับตรงนี้ แต่ที่มีปัญหาเลยคือ ใบจดทะเบียนสมรส เราขอดูเอกสารการรักษา เอกทะเบียนสมรสอันใหม่ เอกสารต่างๆ ทุกวันนี้เราก็ยังไม่ได้ดูเลย แล้วมันมีประเด็นในไลน์ที่เขาคุยกับลูกเขาอีกว่า เขาไม่ได้คิดอยากจะจดทะเบียนกับเรา ไม่เคยคิดอยากจะให้อะไรเราเลย มันเจ็บที่ประเด็นตรงนี้มาก เขาก็ดูแลเราดี ไปไหนมาไหนด้วยกันตลอด ให้เงินใช้ จ่ายนู้นนี่นั้นให้ตลอด แต่พอเราถามเรื่องนี้ว่าถ้าเราจับได้ ไม่คิดว่าเราจะเสียใจบ้างหรอ เขาก็บอกว่า ‘ก็คิด แต่ก็สงสารทางนู้น ต้องใช้เงินผ่าตัด เพราะทางนู้นก็ดูแลลูกให้ อยากให้ได้ใช้สิทธิ์ตรงนี้’ตอนที่เห็นแชท คือเสียใจมาก มือไม้สั่น น้ำตาไหลแบบมันจุกมากเลย เราก็กลัวว่าในอนาคตจะมีการฟ้องกัน แต่เขาบอกว่าคุยกันแล้ว ไม่มีทางมาฟ้องหรอก เขาคุยกันผ่านลูก ฝั่งผู้หญิงคนนั้นก็บล็อกกันไปแล้วไม่ได้ติดต่อกันโดยตรง สถานการณ์ตอนนี้ เราบอกเขาว่า ‘พี่กลับไปเคลียร์ไหม ไปหย่ากับเขา เราแยกกันอยู่ก็ได้’ พอเราพูดหรือถามเรื่องนี้ทีไร เขาก็จะมีอาการหงุดหงิด โมโหใส่เรา แต่จะไม่ให้เราถามเลยมันก็ไม่ใช่ มันก็ยังเคืองในใจเรา แล้วเราก็ไม่รู้ว่าเขาคิดยังไง เลยอยากถามพี่ๆ ดีเจว่า ถ้าจะตัดจากความสัมพันธ์นี้ โดยที่ไม่ต้องให้ตัวเองรู้สึกเสียใจมาก ต้องทำยังไงคะ?’ เริ่มที่ “ดีเจเผือก” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘อย่าไปตั้งโจทย์ให้ตัวเองว่า ฉันจะจบความสัมพันธ์ยังไงไม่ให้เสียใจ มันเจ็บแน่นอน เพราะคนเราเลิกกันก็เสียใจทั้งนั้น อยู่ที่ว่าอยากจะเสียใจสั้นๆ แล้ว Move on หรืออยากให้มันคาราคาซังแบบนี้ ยอมตัดใจเจ็บแรงๆ เศร้าหนักๆ สักที แล้วก็ออกจากความสัมพันธ์นี้ ลองถามตัวเองว่าเราจะทนกับความสัมพันธ์นี้ได้ไหม ถามตัวเองว่าเราต้องการชีวิตแบบไหน บางคนเขาก็ยอมทนนะ เพราะเขาแค่รู้สึกว่าเขาไม่มีใครจริงๆ แล้วชีวิตมันอาจจะมีเรื่องอื่นๆ ด้วย เรื่องช่วยเหลือดูแลกัน เรื่องเงินทอง บางคนก็ต้องเลือกทางที่ต้องเจ็บแต่ชีวิตเขาอยู่ต่อไปได้ แล้วดูเหมือนเขาไม่ได้ทำอะไรให้มันชัดเจน หรือเด็ดขาดเลยในเรื่องนี้ ทั้งๆ ที่มีนเป็นคนปัจจุบัน และถ้ามีนรู้สึกว่ามีนดูแลตัวเองได้ มีนไม่อยากมาอยู่ในสถานการณ์แบบนี้ ก็เจ็บแปปเดียวแล้ว move on ไปหาชีวิตที่มันดีกว่า’ ต่อมา “ดีเจเติ้ล” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘พี่คงไม่มีคำตอบที่จะทำให้มีนรู้สึกไม่เสียใจ คำตอบของพี่จะทำให้มีนเสียใจ แต่ช่วยให้มีนไปต่อได้ สิ่งที่มีนจะตัดสินใจมันไม่ใช่เพื่อใคร มันคือเพื่อตัวมีนเอง ยกเรื่องเหตุผลของการเซ็นต์ช่วยเรื่องรักษาพยาบาล ยกเหตุผลที่ยังไม่ได้เซ็นใบหย่าทิ้งไปให้หมด ข้อเท็จจริงเรื่องนี้คือ มีนจะเป็นภรรยาที่ไม่ถูกต้องตามกฎหมาย อันนี้มันก็เป็นสิ่งสำคัญที่มีนจะต้องตัดสินใจ ถ้าเขาไม่คิดจะทำอะไรกับเรื่องนี้เลย มีนจะอยากอยู่แบบนี้ไปเพื่ออะไร? มันไม่ถูกต้องตั้งแต่แรกเลย สำหรับเงื่อนไขที่เกิดขึ้นในตอนนี้ เขาไม่ได้เห็นอนาคตร่วมกันแบบที่มีนมารักเขา มาแต่งงานกับเขา มีนต้องออกมาเพื่อตัวเราเอง’ สุดท้าย “ดีเจอ้อย” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘พี่เข้าใจความรักที่เรามีให้เขา คนที่เราคิดว่าเราคือตัวจริงของกันและกันมาตลอดถึงขั้นแต่งงาน คนอื่นก็รับรู้ แต่พอวันนึงพึ่งมารู้ว่า ตกลงฉันไม่ได้เป็นแค่ภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมาย มันมีทั้งความเสียใจและมีทั้งความเสียศรัทธา แต่สิ่งหนึ่งที่มีนถามว่าจะเลิกยังไงไม่ให้เจ็บ มันต้องเจ็บอยู่แล้วเพราะเรารักเขา แต่เขารักเราน้อยไปถึงยังมีครอบครัวของเขาอยู่ พี่รู้สึกว่าเรากำลังทำตามเงื่อนไขของเขาเต็มไปหมด ทำไมในความสัมพันธ์นี้ไม่เห็นเราได้รับรู้แล้วตัดสินใจด้วยเลย เขาทำอะไรโดยพลการทุกสิ่ง ทั้งๆ ที่หนูคือ ภรรยาคนปัจจุบัน และระยะยาว เราจะเชื่ออะไรเขาได้อีก มันเป็น 3 ปีที่ทำให้เรารู้ว่ามันไม่จริงใจ เราก็ต้องพยายามเอาหัวใจไปฝากที่อื่นให้ได้’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

ผมโดนคนคุยเท! เพราะตอนเจอกันครั้งแรก เขาไม่ประทับใจเรื่องที่ผม... ไม่เลี้ยงข้าวเขากับเพื่อนที่เขาพามาอีก 2 คน พอเราไปเที่ยวทะเลกันก็ไปกับกลุ่มรุ่นพี่ที่ทำงานเขาอีก เหมือนเขาเอาทริปครั้งนี้มาลองใจผมอีกครั้ง พอกลับมาเขาก็ทำตัวแปลกไป

08 ก.ค. 2025

ผมโดนคนคุยเท! เพราะตอนเจอกันครั้งแรก เขาไม่ประทับใจเรื่องที่ผม... ไม่เลี้ยงข้าวเขากับเพื่อนที่เขาพามาอีก 2 คน พอเราไปเที่ยวทะเลกันก็ไปกับกลุ่มรุ่นพี่ที่ทำงานเขาอีก เหมือนเขาเอาทริปครั้งนี้มาลองใจผมอีกครั้ง พอกลับมาเขาก็ทำตัวแปลกไป

ผมโดนคนคุยเท! เพราะตอนเจอกันครั้งแรก เขาไม่ประทับใจเรื่องที่ผม...ไม่เลี้ยงข้าวเขากับเพื่อนที่เขาพามาอีก 2 คน พอเราไปเที่ยวทะเลกันก็ไปกับกลุ่มรุ่นพี่ที่ทำงานเขาอีกเหมือนเขาเอาทริปครั้งนี้มาลองใจผมอีกครั้ง พอกลับมาเขาก็ทำตัวแปลกไป มาบอกผมว่าผมก็ยังหารค่าห้อง ค่าเรือ ค่าข้าวอยู่ดี สิ่งที่ผมหารเขาเป็นเรื่องที่ผิดหรอครับ? “คุณพีเจ (นามสมมติ)” อายุ 28 ปี สายที่ 5 ในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา [2 ก.ค. 68] ได้โทรเข้ามาปรึกษา “ดีเจเผือก - ดีเจก็อตจิ - ดีเจต้นหอม” เกี่ยวกับปัญหาเรื่องที่ไปเดทกับผู้หญิงแล้วให้เขาหารค่าอาหาร หลังจากวันนั้นเขาก็ไม่เหมือนเดิมอีกเลย โดย “คุณพีเจ (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘ผมเป็นคนฐานะปานกลาง ไม่มีรถยนต์ขับ แต่ก็ลองนัดเจอสาวดู เจอกันครั้งแรกเขาเอาเพื่อนมาด้วย 2 คน รวมผมเป็น 4 คน มันก็ไม่ใช่เดท แต่เหมือนเป็นการนัดเจอกันมากกว่า เราก็หารค่าข้าวกันปกติ วันต่อไปก็ไปเดทกันแค่ 2 คน ทั้งวันนั้นผมก็ออกค่าใช้จ่ายทั้งหมด ทั้งค่าข้าว ดูหนัง จนคุยกันมาประมาณ 3 เดือน เขาชวนไปเสม็ด ตอนแรกก็ไม่ได้คิดอะไร แต่เขาชวนเพื่อนที่ทำงานเขาไป ซึ่งเป็นรุ่นพี่หมดเลย อายุประมาณ 40 ขึ้นไป เป็นผู้ใหญ่หมดแล้ว ทุกอย่างก็เป็นไปตามปกติจนกลับมา พฤติกรรมการคุยของเขาก็เปลี่ยนไป ตอบช้า เหมือนเขาหายไปหลายชั่วโมง แล้วค่อยกลับมาตอบ ทั้ง ๆ ที่ปกติเขาก็ตอบเร็วแม้จะทำงาน เราก็กระวนกระวายใจทักไปรัว ๆ เลยถามว่า สรุปมันเกิดอะไรขึ้น เขาก็บอกว่า เขาไม่โอเคกับเราตั้งแต่ครั้งแรกที่ไปเจอกันแล้วที่ผมไปหารค่าข้าวเขา เราไม่ได้คิดอะไรเลย แต่ครั้งที่ 2 ที่เสม็ดเหมือนเขาอยากลองใจเราอีกรอบ เขาบอกว่า ผมเหมือนเดิมเลย หารทุกอย่าง แล้วตอนที่พี่ไปเที่ยวด้วย เขาก็ฝากซื้อมะม่วงน้ำปลาหวาน แต่ผมไม่ได้ไปทวงเงินเขานะ เขายื่นมาให้เอง เป็นเงินค่าของที่ฝากซื้อ คนคุยผมก็บอกว่า ทำไมเราถึงไปเก็บค่าของของเขาด้วย แล้ววันถัดมาพี่คนนั้นเขาก็มาบอกคนคุยผมว่า ทำไมผมถึงไปเก็บเงินเขา พี่เขาพูดขำ ๆ แต่เขาก็เก็บมาคิดว่า ทำไมต้องไปเก็บเงินเขา ทั้ง ๆ ที่ตอนที่อยู่เสม็ดพี่เขาก็เลี้ยงข้าง เลี้ยงเหล้าเรา คนคุยผมเขาบอกว่า เขาไม่โอเค ส่วนใหญ่เป็นเรื่องการหาร ทั้งค่าห้อง ค่าเรือ ค่าข้าว ก็หารกันหลายอย่างอยู่ อาจจะเป็นเพราะฐานะการงานผมด้วย ผมอยากรู้ว่าเรื่องนี้ผมผิดรึป่าว?’ ซึ่งดีเจทั้ง 3 คน “ดีเจเผือก - ดีเจก็อตจิ - ดีเจต้นหอม” ได้ให้คำปรึกษาตรงกันว่า ‘เรื่องนี้ไม่มีใครผิดเลย แค่ยังไม่เข้าใจกันและศีลไม่เสมอกันก็เท่านั้น เราก็ไม่ผิดที่จะเลี้ยงตามความสะดวกของเรา ซับพอร์ตเท่าที่ไหว อย่าเกินตัว หรือบางทีอาจจะไม่อยู่ที่ตัวเม็ดเงินเสมอไป แต่อยู่ที่ทัศนคติของเรากับเขาตรงกันมั๊ยด้วย แล้วอย่าคาดหวังกับการปัดแอปพลิเคชันหาคู่ เพราะถ้าคุยแล้วมันไม่ใช่เขาก็เฟดออกไปง่าย ๆ เป็นเรื่องปกติ อย่ารู้สึกน้อยใจและด้อยค่าตัวเอง บางคนเขาก็ต้องการหาใครสักคนมาสร้างความประทับใจให้เขาและกลุ่มเพื่อนเองด้วย การที่เขาบอกว่า “มันจะต่างจากเขาอยู่คนเดียวตรงไหน” แสดงว่าชัดเจนแล้วว่าต้องการแฟนแบบไหนมาซัปพอร์ตเขา’ สุดท้าย “ดีเจต้นหอม” ได้ให้คำแนะนำเพิ่มเติมว่า ‘เดทแรกถ้าจะให้หล่อเลยคือเราต้องเลี้ยงผู้หญิง ต่อให้หารกันหลายคนเราก็ต้องออกให้ผู้หญิงของเรา จะได้รู้สึกเหมือนใจ ๆ และจากประสบการณ์ที่ทำรายการหาคู่มา ผู้ชายหล่อเลือกได้ แต่ผู้ชายรวยเลือกก่อนจริง ๆ เราต้องหาคนที่รับเราได้ และผู้หญิงที่ทำงานหาเงินเก่งอาจจะไม่ใช่กลุ่มเป้าหมายของเรา เพราะสเปคพวกเขาจะสูง’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

ในกลุ่มมีเพื่อนสนิทคบกันอยู่ 3 คน ทีนี้เรากำลังจะแต่งงาน เราควรจะชวนอีก 2 คนมาเป็นเพื่อนเจ้าสาวดีไหม? เพราะว่าเพื่อนสนิททั้ง 2 คนของเรา เขามีปัญหากัน

12 ธ.ค. 2025

ในกลุ่มมีเพื่อนสนิทคบกันอยู่ 3 คน ทีนี้เรากำลังจะแต่งงาน เราควรจะชวนอีก 2 คนมาเป็นเพื่อนเจ้าสาวดีไหม? เพราะว่าเพื่อนสนิททั้ง 2 คนของเรา เขามีปัญหากัน

ในกลุ่มมีเพื่อนสนิทคบกันอยู่ 3 คน ทีนี้เรากำลังจะแต่งงานเราควรจะชวนอีก 2 คนมาเป็นเพื่อนเจ้าสาวดีไหม?เพราะว่าเพื่อนสนิททั้ง 2 คนของเรา เขามีปัญหากันคนนึงไปคบกับแฟนของคนนึง โดยที่ไม่ได้บอกกันมารู้ตัวอีกที แฟนเก่าของเพื่อน กลายเป็นแฟนของเพื่อนสนิทไปแล้ว ทำให้เขาสองคนไม่โอเค และ ไม่คุยกันไปเลยเหตุการณ์เป็นแบบนี้ ถ้าเราชวนคนใดคนนึง แล้วไม่ชวนอีกคน เขาจะน้อยใจไหม? หรือ ถ้าชวนมาทั้งคู่บรรยากาศงานต่างๆจะเกิดผลกระทบตามมารึเปล่า? “คุณซี (นามสมมติ)” อายุ 30 ปี เป็นสายที่สองในรายการ พุธทอล์คพุธโทรเมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (10 ธันวาคม 2568)ได้โทรเข้ามาปรึกษา“ดีเจเผือก – ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม” เรื่องกำลังจะแต่งงานแต่เพื่อนสนิท 2 คนที่จะให้มาเป็นเพื่อนเจ้าสาวไม่ถูกกัน “คุณซี (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘คือเรากำลังจะแต่งงาน เรามีเพื่อนที่สนิท 2 คน ให้แทนว่า “เอ” กับ “บี” แต่ 2 คนนี้ไม่ถูกกัน เราจะเชิญมาเป็นเพื่อนเจ้าสาวดีไหม คือเราอยู่กลุ่มเดียวกันตอนมัธยม คบกันมา 10 กว่าปี แต่มันมามีจุดแตกหักตรงที่ว่าตอนนั้นเออกหัก แล้วเขาไปเล่นแอปหาคู่ แต่เอดันไปแมทช์กับแฟนเก่าของบี ทั้ง ๆ ที่ก็รู้ว่าเป็นแฟนเก่าเพื่อน เอกับแฟนเก่าเลิกกันนานแล้วแต่เอเสียใจมากจนเกือบฆ่าตัวตายเรียกว่าเป็นแฟนเก่าที่เพื่อนฝังใจมาก ๆ แล้วตั้งแต่นั้นมาจนถึงวันนี้เอกับบีก็ไม่ได้คุยกันเลย พอหนูเป็นคนกลางก็เลยอึดอัดใจนิดหน่อย เพราะหนูก็สนิทกับทั้งคู่เท่ากันแต่พอมันเกิดเรื่องนี้ขึ้น หนูก็แอบเอนเอียงไปทางบีนิดนึงเพราะรู้สึกว่ามันก็ไม่ควร แรก ๆ ที่เลิกคบกัน หนูก็พยายามพูดถึงอีกคนแต่ว่ามันก็ยาก เพราะตอนที่เอไปปัดแอปมา เขาก็มาเล่าให้พวกหนูฟังว่าไปเจอคนนี้มานะ และก็บอกว่าแค่คุยเล่นเฉย ๆ แก้เบื่อไม่ได้มีอะไร แต่เขาก็คุยมาเรื่อย ๆ จนหลัง ๆ ก็เริ่มโพสต์สตอรี่ไปไหนมาไหนด้วยกันบ่อย ๆ หนูก็เลยทักไปถามว่าสรุปว่าคบกันรึเปล่า เพราะดูเหมือนว่าบีจะไม่โอเคนะแต่เขาก็ยืนยันกับหนูว่ามันไม่มีอะไร จนเราเริ่มคุยกันน้อยลงแล้วเขาก็ค่อย ๆ หายไป และไม่นานก็เปิดตัวคบกับผู้ชายคนนั้นแบบชัดเจน แต่ปัจจุบันนี้เอกับฝ่ายชายก็เลิกกันไปนานแล้ว จากใจหนูเลยคือหนูอยากให้ทั้ง 2 คนมาเพราะว่าทุกครั้งที่มีแฟน หนูก็จะมีภาพในหัวตลอดว่าเพื่อนเจ้าสาวของเราต้องเป็นเขา 2 คนอย่างแน่นอน แต่ถ้าให้เลือกคนเดียวก็อาจจะเอนไปทางบีเพราะแฟนเราเป็นชาวต่างชาติแล้วบีก็พูดภาษานั้นได้ เราก็เลยจะให้เขาเหมือนมาเป็นล่ามให้เราไปด้วยเลย แต่หนูก็ไม่อยากทำให้เพื่อนเสียใจ’ เริ่มที่ “ดีเจเผือก” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘ถ้าเป็นผม ผมจะคุยกับบีก่อนเป็นอย่างแรกว่า ช้อยส์แรกของเรายังไงก็คือบี แต่ก็จะมาปรึกษาเรื่องเอด้วย คือเราให้ความสำคัญกับบีก่อนได้ในฐานะที่เราอาจจะสนิทกว่า หรือว่าในฐานะที่เรามองว่าเขาถูกกระทำ เพราะฉะนั้นลองคุยกับบีก่อน ถ้าเราจะชวนเอมาแล้วถ้าเขาไม่โอเค เราก็ต้องมานั่งคิดใหม่ว่าจะเอายังไงต่อในกรณีที่บีไม่โอเค เรายังรู้สึกว่าถ้าเอเป็นผู้ใหญ่มากพอ การที่คนเราเลือกไปมีความสัมพันธ์กับอดีตของเพื่อน ครึ่งหนึ่งในหัวใจมันต้องรับความเสี่ยงไว้แล้วว่าเขาอาจจะเสียเพื่อนไป ซึ่งเอเลือกแล้ว เขาก็ควรจะเข้าใจว่าเหตุผลที่เขาไม่ได้ไปอยู่ตรงเพื่อนเจ้าสาวมันเป็นเพราะอะไร ไม่ใช่เพราะว่าซีไม่ได้รักเขา แต่ด้วยบาดแผลที่มันเกิดขึ้นจากการที่เขาเลือกที่จะทำแบบนั้น อย่างมากเขาก็ไม่มางาน แต่ในกรณีที่บีบอกว่าโอเค เราก็ต้องฟังน้ำเสียงของบีให้ดีว่าเขาอยากจะกลับมาเจอหน้ากันไหมในวันสำคัญ เรื่องนี้มันมีได้แค่ 2 ทางว่าบีจะโอเคหรือไม่โอเค แต่แล้วผลที่ออกมาพี่ว่ามันก็เป็นวันที่ดีของเรานะ ไม่ว่าจะยังไงมันก็จะออกมาดีแหละ เราได้แคร์หัวใจของทั้ง 2 คนเรียบร้อยแล้ว วันนี้ที่โทรมามันก็แปลว่าซีแคร์ทั้งเอและบีมากถึงขั้นที่ตัดสินใจไม่ได้ขนาดนี้ พี่เชื่อว่าทุกอย่างมันจะคลี่คลายและมันจะเป็นวันที่ดี’ ต่อมา “ดีเจเติ้ล” ได้ให้คำปรึกษาเพิ่มเติมว่า ‘งานนี้อยู่ที่สปิริตของเอและบี เพราะจะต้องมาเพื่อซี ถ้ามีสปิริตเรื่องนี้จะไม่มีปัญหา เพราะว่าทั้งเอและบีไม่ได้มีปัญหากับหนูไง แต่ว่าพี่ก็เห็นด้วยกับพี่เผือกที่ให้ลองถามบีก่อน เพราะว่าอย่างน้อยในเรื่องนี้เขาเป็นผู้ถูกกระทำ ให้ได้รู้ว่าเราก็แคร์เธอ ในเมื่อเราโตกันแล้วก็บอกได้ว่าใจจริงเราก็อยากชวนเอมาด้วยเพราะก่อนหน้าที่จะเกิดเรื่องเราก็อยากให้ทั้ง 2 คนมาอยู่ในงานของเรา ซึ่งพี่ว่าถ้าบีมีสปิริตถึงจะไม่โอเคแต่เขาก็จะทำให้เพื่อนได้ หรือสมมติว่าบีบอกว่าไม่ได้ อันนี้ก็อยู่ที่ว่าซียังรักเอขนาดไหน รักถึงขั้นที่จะยืนยันกับบีว่าจะชวนเอมา เพราะซีก็แคร์เอเหมือนกัน หรือถ้าไม่ได้รักก็ไม่ต้องชวนมาเป็นเพื่อนเจ้าสาว แค่นั้น มันอยู่ที่ว่าเราจะสื่อสารกับเพื่อนแบบไหน เพราะเราก็รักเพื่อนทั้ง 2 คน’ สุดท้าย “ดีเจต้นหอม” ได้ให้คำปรึกษาปิดท้ายว่า ‘ในงานแต่งถ้ามีคนไม่ถูกกันหรือแม้กระทั่งมีแฟนเก่าต้องบอกนะ ซึ่งซีก็ทำอย่างที่พี่เติ้ลบอกได้เลยว่า ฉันจะแต่งงาน อยากให้เธอเป็นเพื่อนเจ้าสาวแต่ก็อยากให้เอเป็นเพื่อนเจ้าสาวด้วย มันเป็นความฝันของเราที่อยากจะเห็นเธอทั้งคู่ ถ้าเธอรู้สึกอึดอัด งั้นเธอแยกกันอยู่ได้ไหม สุดท้ายเราก็ต้องไปปรึกษาบีก่อน แต่เราไม่เชิญเอไม่ได้นะ ถึงเขาจะไม่ได้มาเป็นเพื่อนเจ้าสาว ซีก็ต้องเชิญเขาอยู่ดีเพราะมันก็เป็นมารยาท แต่ถ้าบีมีปัญหามากสุดก็ให้เอไปฝึกภาษาแทน แต่ก็แนะนำให้คุยกันดี ๆ เพื่อนกันมันก็ต้องทำให้กันได้อยู่แล้ว บางทีซีอาจจะได้คำตอบว่าเขาไม่ได้คิดอะไรต่อกันแล้วก็ได้ ซีจะได้เบาใจ’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการInboxฝากเรื่องมาที่FacebookFanpageEFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 20.00–23.00น.ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

album
efm
-

-