สามีแอบไปจดทะเบียนสมรสกับแฟนเก่าครั้งที่ 2 ! สามีบอกจำเป็นต้องทำ เพราะช่วยเรื่องสิทธิรักษาพยาบาล ตอนนี้เขาก็ไม่ยอมหย่ากัน อ้างติดต่อแฟนเก่าไม่ได้ เจ็บสุด เห็นแชทสามีคุยกับลูกสาวของแฟนเก่า

พุธทอล์ค พุธโทร RECAP

สามีแอบไปจดทะเบียนสมรสกับแฟนเก่าครั้งที่ 2 ! สามีบอกจำเป็นต้องทำ เพราะช่วยเรื่องสิทธิรักษาพยาบาล ตอนนี้เขาก็ไม่ยอมหย่ากัน อ้างติดต่อแฟนเก่าไม่ได้ เจ็บสุด เห็นแชทสามีคุยกับลูกสาวของแฟนเก่า

14 ก.พ. 2025

สามีแอบไปจดทะเบียนสมรสกับแฟนเก่าครั้งที่ 2 ! สามีบอกจำเป็นต้องทำ เพราะช่วยเรื่องสิทธิรักษาพยาบาล

ตอนนี้เขาก็ไม่ยอมหย่ากัน อ้างติดต่อแฟนเก่าไม่ได้ เจ็บสุด เห็นแชทสามีคุยกับลูกสาวของแฟนเก่า

“พ่อไม่คิดจะจดทะเบียนกับผู้หญิงคนนั้น ไม่เคยคิดจะให้อะไรผู้หญิงคนนั้นเลย”

          “คุณมีน (นามสมมติ)” อายุ 35 ปี สายที่หนึ่งในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา [12 ก.พ. 68] ได้โทรเข้ามาปรึกษา ‘ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจพี่อ้อย’ เกี่ยวกับปัญหาแฟนแอบไปจดทะเบียนสมรสกับแฟนเก่า

            โดย “คุณมีน (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘แต่งงานกับสามีมาได้ประมาณ 3 ปีแล้ว จับได้ว่าสามีของตัวเองไปจดทะเบียนสมรสกับแฟนเก่า แต่ของเรายังไม่ได้จดทะเบียนกันเลย ขอเกริ่นก่อนว่า สามีเคยแต่งงานมีครอบครัวมาแล้ว มีลูกด้วยกัน 2 คน แต่ตอนที่เราคบกัน เขาบอกกับเราว่า เขาหย่ากับแฟนเก่าแล้ว คือเขาก็เอาใบหย่ามาให้เราดู ตอนแต่งงานเราก็ยังไม่ได้พูดถึงเรื่องจดทะเบียนสมรสกัน แต่ก็มีการจัดงานแต่ง พ่อแม่ ญาติพี่น้อง ก็รับรู้หมดทุกคน ปกติเราจะไม่ค่อยได้เช็คโทรศัพท์เขา แต่วันนั้นไม่รู้ว่าคิดอะไรขึ้นมา เราเลยไปเช็คโทรศัพท์แล้วไปเจอเขาคุยแชทกับลูกสาวของเขา ประมาณว่า ‘ถ้าแม่มีแฟนใหม่ ก็ให้แม่มาหย่า’ แล้วลูกสาวเขาก็ตอบประมาณว่า ‘พ่ออะ อยากจะหย่ามากเลยหรอ อยากไปจดทะเบียนกับคนใหม่ใช่ไหม’ ซึ่งคนใหม่ที่ว่าก็คือเรา พออ่านแชทเราก็งงว่า เอ้า แล้วใบหย่าที่เอามาให้ฉันดูมันคืออะไร?

            หลังจากนั้นหนูก็ถามหยั่งเชิงเขาประมาณว่า ‘ไปดูคลิปมา คนที่ทำใบหย่าปลอมเนี่ยมีโทษจำคุกนะ’ เราก็พูดลอยๆ แบบนี้ไป เพราะเราเข้าใจว่าที่เขาเอามาให้ดูมันเป็นของปลอมหรือเปล่า พอเค้นไปเค้นมา เขาก็ยอมรับออกมาว่า หย่าแล้ว ที่ให้ดูใบหย่าคือของจริง แต่ไปจดใหม่อีกรอบหนึ่ง เขาก็บอกเหตุผลที่ไปจดใหม่ คือฝ่ายผู้หญิงป่วย จะไปใช้สิทธิการรักษา เพราะผู้หญิงไม่ได้ทำงาน ไม่มีประกันสังคม ก็เลยมาขอสิทธิ์ผู้ชาย แต่พอเขาผ่าตัดอะไรเรียบร้อย ไปทำงานได้แล้ว เราก็ถามว่า ‘แล้วทำไมยังไม่หย่าละ?’ เขาก็อ้างเหตุผลว่า เขาก็คิดอยากจะหย่าตอนเขาเกษียณ แต่พอไปรู้ว่าผู้หญิงไปมีคนใหม่ ก็อยากจะหย่า เราก็ไม่ได้เชื่อคำพูดของเขาที่ว่าจะหย่า ไม่รู้ว่าจริงหรือเปล่า

            ทางลูกเขาก็ยังมีการส่งเสียค่าเรียนอยู่ เราก็ไม่ได้มีปัญหาอะไรกับตรงนี้ แต่ที่มีปัญหาเลยคือ ใบจดทะเบียนสมรส เราขอดูเอกสารการรักษา เอกทะเบียนสมรสอันใหม่ เอกสารต่างๆ ทุกวันนี้เราก็ยังไม่ได้ดูเลย แล้วมันมีประเด็นในไลน์ที่เขาคุยกับลูกเขาอีกว่า เขาไม่ได้คิดอยากจะจดทะเบียนกับเรา ไม่เคยคิดอยากจะให้อะไรเราเลย มันเจ็บที่ประเด็นตรงนี้มาก เขาก็ดูแลเราดี ไปไหนมาไหนด้วยกันตลอด ให้เงินใช้ จ่ายนู้นนี่นั้นให้ตลอด แต่พอเราถามเรื่องนี้ว่าถ้าเราจับได้ ไม่คิดว่าเราจะเสียใจบ้างหรอ เขาก็บอกว่า ‘ก็คิด แต่ก็สงสารทางนู้น ต้องใช้เงินผ่าตัด เพราะทางนู้นก็ดูแลลูกให้ อยากให้ได้ใช้สิทธิ์ตรงนี้’ ตอนที่เห็นแชท คือเสียใจมาก มือไม้สั่น น้ำตาไหลแบบมันจุกมากเลย เราก็กลัวว่าในอนาคตจะมีการฟ้องกัน แต่เขาบอกว่าคุยกันแล้ว ไม่มีทางมาฟ้องหรอก เขาคุยกันผ่านลูก ฝั่งผู้หญิงคนนั้นก็บล็อกกันไปแล้วไม่ได้ติดต่อกันโดยตรง

            สถานการณ์ตอนนี้ เราบอกเขาว่า ‘พี่กลับไปเคลียร์ไหม ไปหย่ากับเขา เราแยกกันอยู่ก็ได้’ พอเราพูดหรือถามเรื่องนี้ทีไร เขาก็จะมีอาการหงุดหงิด โมโหใส่เรา แต่จะไม่ให้เราถามเลยมันก็ไม่ใช่ มันก็ยังเคืองในใจเรา แล้วเราก็ไม่รู้ว่าเขาคิดยังไง เลยอยากถามพี่ๆ ดีเจว่า ถ้าจะตัดจากความสัมพันธ์นี้ โดยที่ไม่ต้องให้ตัวเองรู้สึกเสียใจมาก ต้องทำยังไงคะ?

            เริ่มที่ “ดีเจเผือก” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘อย่าไปตั้งโจทย์ให้ตัวเองว่า ฉันจะจบความสัมพันธ์ยังไงไม่ให้เสียใจ มันเจ็บแน่นอน เพราะคนเราเลิกกันก็เสียใจทั้งนั้น อยู่ที่ว่าอยากจะเสียใจสั้นๆ แล้ว Move on หรืออยากให้มันคาราคาซังแบบนี้ ยอมตัดใจเจ็บแรงๆ เศร้าหนักๆ สักที แล้วก็ออกจากความสัมพันธ์นี้ ลองถามตัวเองว่าเราจะทนกับความสัมพันธ์นี้ได้ไหม ถามตัวเองว่าเราต้องการชีวิตแบบไหน บางคนเขาก็ยอมทนนะ เพราะเขาแค่รู้สึกว่าเขาไม่มีใครจริงๆ แล้วชีวิตมันอาจจะมีเรื่องอื่นๆ ด้วย เรื่องช่วยเหลือดูแลกัน เรื่องเงินทอง บางคนก็ต้องเลือกทางที่ต้องเจ็บแต่ชีวิตเขาอยู่ต่อไปได้ แล้วดูเหมือนเขาไม่ได้ทำอะไรให้มันชัดเจน หรือเด็ดขาดเลยในเรื่องนี้ ทั้งๆ ที่มีนเป็นคนปัจจุบัน และถ้ามีนรู้สึกว่ามีนดูแลตัวเองได้ มีนไม่อยากมาอยู่ในสถานการณ์แบบนี้ ก็เจ็บแปปเดียวแล้ว move on ไปหาชีวิตที่มันดีกว่า’

            ต่อมา “ดีเจเติ้ล” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘พี่คงไม่มีคำตอบที่จะทำให้มีนรู้สึกไม่เสียใจ คำตอบของพี่จะทำให้มีนเสียใจ แต่ช่วยให้มีนไปต่อได้ สิ่งที่มีนจะตัดสินใจมันไม่ใช่เพื่อใคร มันคือเพื่อตัวมีนเอง ยกเรื่องเหตุผลของการเซ็นต์ช่วยเรื่องรักษาพยาบาล ยกเหตุผลที่ยังไม่ได้เซ็นใบหย่าทิ้งไปให้หมด ข้อเท็จจริงเรื่องนี้คือ มีนจะเป็นภรรยาที่ไม่ถูกต้องตามกฎหมาย อันนี้มันก็เป็นสิ่งสำคัญที่มีนจะต้องตัดสินใจ ถ้าเขาไม่คิดจะทำอะไรกับเรื่องนี้เลย มีนจะอยากอยู่แบบนี้ไปเพื่ออะไร? มันไม่ถูกต้องตั้งแต่แรกเลย สำหรับเงื่อนไขที่เกิดขึ้นในตอนนี้ เขาไม่ได้เห็นอนาคตร่วมกันแบบที่มีนมารักเขา มาแต่งงานกับเขา มีนต้องออกมาเพื่อตัวเราเอง’

            สุดท้าย “ดีเจอ้อย” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘พี่เข้าใจความรักที่เรามีให้เขา คนที่เราคิดว่าเราคือตัวจริงของกันและกันมาตลอดถึงขั้นแต่งงาน คนอื่นก็รับรู้ แต่พอวันนึงพึ่งมารู้ว่า ตกลงฉันไม่ได้เป็นแค่ภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมาย มันมีทั้งความเสียใจและมีทั้งความเสียศรัทธา แต่สิ่งหนึ่งที่มีนถามว่าจะเลิกยังไงไม่ให้เจ็บ มันต้องเจ็บอยู่แล้วเพราะเรารักเขา แต่เขารักเราน้อยไปถึงยังมีครอบครัวของเขาอยู่ พี่รู้สึกว่าเรากำลังทำตามเงื่อนไขของเขาเต็มไปหมด ทำไมในความสัมพันธ์นี้ไม่เห็นเราได้รับรู้แล้วตัดสินใจด้วยเลย เขาทำอะไรโดยพลการทุกสิ่ง ทั้งๆ ที่หนูคือ ภรรยาคนปัจจุบัน และระยะยาว เราจะเชื่ออะไรเขาได้อีก มันเป็น 3 ปีที่ทำให้เรารู้ว่ามันไม่จริงใจ เราก็ต้องพยายามเอาหัวใจไปฝากที่อื่นให้ได้’

เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทาง

ใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATION

รับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

related พุธทอล์ค พุธโทร RECAP

หนูอายุ 18 แล้ว เริ่มอยากมีพื้นที่ส่วนตัวของตัวเอง แต่คุณแม่ก็ยังเข้าห้องมาตลอด แบบไม่เคาะประตู บางทีเข้ามาย้ายของ จัดของจนหนูหาของอะไรไม่เจอเลย เคยล็อคกุญแจแล้ว แต่คุณแม่ก็มีกุญแจสำรอง จะเจรจา

07 ต.ค. 2024

หนูอายุ 18 แล้ว เริ่มอยากมีพื้นที่ส่วนตัวของตัวเอง แต่คุณแม่ก็ยังเข้าห้องมาตลอด แบบไม่เคาะประตู บางทีเข้ามาย้ายของ จัดของจนหนูหาของอะไรไม่เจอเลย เคยล็อคกุญแจแล้ว แต่คุณแม่ก็มีกุญแจสำรอง จะเจรจา

หนูอายุ 18 แล้ว เริ่มอยากมีพื้นที่ส่วนตัวของตัวเอง แต่คุณแม่ก็ยังเข้าห้องมาตลอดแบบไม่เคาะประตู บางทีเข้ามาย้ายของ จัดของจนหนูหาของอะไรไม่เจอเลย เคยล็อคกุญแจแล้วแต่คุณแม่ก็มีกุญแจสำรอง จะเจรจา พูดกับแม่ยังไงให้เขาเข้าใจหนูสักทีคะ? หนูให้เข้ามาได้แต่อย่ามาย้ายของ “คุณแจกัน (นามสมมติ)” อายุ 18 ปี สายที่ 2 ในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา [2 ต.ค.67] ได้โทรเข้ามาปรึกษา ‘ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจอ้อย‘ เกี่ยวกับปัญหาทำยังไงให้คุณเเม่เลิกเข้าห้องส่วนตัวเรา เพราะรู้สึกเริ่มโตเเล้ว โดย “คุณเเจกัน (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘ครอบครัวหนูแยกทางกัน มีพี่น้อง 3 คน หนูเป็นคนกลาง พ่อแม่แยกทางกัน พี่สาวไปอยู่กับแฟน น้องชายไปอยู่กับพ่อ ส่วนหนูอยู่กับเเม่ ตอนนี้คุณเเม่อายุ 42 ปี เมื่อปี 2566 ที่ผ่านมา หนูขอแม่เเยกห้องนอนส่วนตัว คุณเเม่ก็โอเค ให้แยกนอนได้ บางทีคุยกันก็เหมือนเขาไม่พอใจ ผ่านไปอาทิตย์นึงคุณเเม่ก็เริ่มเข้าห้องเราโดยที่ไม่เคาะหรือบอกเราก่อน บางทีหนูไปโรงเรียนกลับมาของที่วางอยู่บนโต๊ะเหมือนเดิมก็หายหรือหาไม่เจอ เช่น หนูเรียนมีการบ้าน เขาจะชอบจัดเเล้วเขาจะเก็บรวมไปเลย บางทีหนูล็อคห้อง หรือติดป้ายไว้เเล้ว เคยคุยกับเเม่เเล้วด้วย เเม่ก็โอเคจะไม่เข้า เเต่พอผ่านไปแค่ 2 - 3 วันเขาก็ยังเข้าห้องเหมือนเดิม หนูไม่ได้ว่าที่เขาเข้าห้อง เเต่หนูอยากให้เขาบอกก่อนว่า จะเข้าไปเก็บของนะหรือจะเข้าไปห้องให้ บางทีหนูนอนอยู่ เขาก็จะเข้ามาโดยที่ไม่บอกเรา เข้ามาเฉย ๆ ดูเเล้วก็ออกไป บางทีหนูอาบน้ำเเต่งตัวอยู่ เขาก็เข้ามาเลย ทำให้หนูรู้สึกเหมือนเขาเข้ามาในพื้นที่ของหนู ทำให้หนูเกิดอาการเหมือนหงุดหงิดตัวเอง ไม่ได้หงุดหงิดแม่ หนูก็เก็บไว้ว่าอย่าไปหงุดหงิดเขา เหมือนเราเคยนอนด้วยในห้องเดียวกัน พอหนูแยกออกมาเขาอาจจะเเบบอยากรู้รึเปล่าว่าเราแยกออกมาเเล้ว ยังเป็นเหมือนเดิมรึเปล่า? หนูเป็นคนทำความสะอาดทั้งบ้านเอง เหมือนเรื่องของเราก็จะไม่ให้แม่ยุ่ง ซักผ้าหรืออะไรก็ทำเองหมดเลย เพราะไม่อยากให้แม่ทำ หนูไม่รู้ว่าต้องจัดการยังไง ก็เลยอยากถามพี่ ๆ ดีเจทั้งสามคนว่า หนูควรต้องทำยังไงดี? โดยเริ่มที่ “ดีเจเผือก” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘หัวอกคนเป็นพ่อเป็นเเม่รู้เเหละว่าวันนึงลูกจะโต จะไปมีชีวิตของตัวเอง เราจะไม่มีสิทธิ์ที่จะเข้าห้องโดยพลการอีกต่อไป นี่คือที่พ่อแม่รุ่นใหม่พยายามบอกตัวในทุก ๆ วัน เเต่มันโครตยากเลย ด้วยวัยของคุณเเม่ที่เท่า ๆ พี่พี่ว่าคุยได้ มันเปลี่ยนได้ เพราะฉะนั้นต้องมีวิธีการคุยจะไม้อ่อนไม้เเข็งอันนี้เเล้วเเต่เเจกัน ถ้าเคยคุยแบบไม้อ่อนเเล้วยังเหมือนเดิม ก็ตเองขยับเป็นไม้เเข็งขึ้น เเต่ก็ไม่รู้ความคิดเขาถ้าโดนอย่างงี้พอเขาโดนเเบบนี้จะยังไง เเต่พี่ว่าถ้าเห็นลูกเริ่มจริงจังขึ้นไม่ว่าจะคำพูดหรือการกระทำที่โตขึ้น เป็นพี่พี่ยอมเปลี่ยนนะ อย่างน้อยยังได้ก้าวเข้าไปในห้องเขาอ่ะ ถ้าไม่ได้จริง ๆ ให้คุณเเม่ฟังคลิปนี้’ ต่อมา “ดีเจอ้อย” ได้ให้คำปรึกษา ‘เข้าใจหมดว่าเราอยากมีโลกส่วนตัว เเต่ก็ต้องเข้าใจความเป็นเเม่เลี้ยงเดี่ยวเเล้วหนูเป็นลูกที่ใกล้เขามากที่สุด เขาก็จะเเอบคิดเข้าใจไปเองว่า ยังไงลูกต้องอยู่ในอ้อมกอดของชั้นตลอดไป ชั้นจะปกป้องเขาให้เขาไม่เจอสิ่งที่ไม่ดีต่าง ๆ นา ๆ เเละม่ความไม่ค่อยไว้ใจลูกสาวหน่อย ๆ การที่เขาได้เข้าไปในห้องของลูกสาว เหมือนเขาได้เข้าไปอยู่โลกของลูกสาวด้วย เขาเลยอยากสร้างความมั่นใจว่ายังอยู่ในสายตาชั้น ไม่มีอะไรหรอก อยากให้ทำความเข้าใจด้วย เเม่ไม่ได้เข้ามาอยู่ในห้องตลอดชีวิตเราหรอก วันนึงก็ต้องจากกัน ก่อนจะถึงวันนั้นปรับวิธีคิดเราจะได้ไม่หงุดหงิดมากเกินไป ยังไงก็ตามสิ่งที่เกิดขึ้นในบ้านเรา มันก็เป็นบทเรียนให้หนูเหมือนกัน ที่หนูต้องรักเเละปกป้องตัวเองด้วย ค่อย ๆ สร้างความมั่นใจไปเรื่อย ๆ ถ้าเเม่มั่นใจในตัวเรามากขึ้น สิ่งเหล่านี้มันจะค่อย ๆ หายไป เพราะฉะนั้นมันไม่ได้แปลว่าพูดกับเเม่ 1 ครั้งเเล้วเเม่อยู่ในโอวาทของลูกสาวตลอดไป เเต่เมื่อไหร่ที่มันมาจากความรัก ปัญหาความรักแก้ง่ายกว่าปัญหาความไม่รัก ให้สื่อสารที่เป็นทางบวกเเละลองเข้าใจความเป็นห่วงของคุณเเม่ดูบ้าง’ สุดท้าย “ดีเจเติ้ล” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘มันต้องหาตรงกลางที่ทั้งคู่แฮปปี้ พี่ว่ามันสามารถคุยได้นะถ้ามันส่งผลกระทบการเรียนเราอ่ะหรือเรามีนัดกันกับเขามั้ย ทุกวันอาทิตย์หรือทุกวันใด ๆ หนูอยู่ในห้องด้วยเเล้วเเม่ก็จัดจะได้รู้ว่าย้ายของเเล้วก็บอกหนูจะได้รู้ อย่าทำโดยที่หนูไม่อยู่อ่ะเพราะบางทีมันจะวุ่นวายต่อการหาของ ส่วนไอการเข้ามาโดยที่ไม่มีสัญญาณก่อนอ่ะ หรือมันโมบายอะไรหน้าห้องมั้ย อะไรก็ได้ให้ถ้าร่างเข้าผ่านเเล้วมันจะเกิดเสียงอะ เพื่อให้เขาเองก็ต้องมีสติด้วยนะว่าต้องเคาะก่อนต้องบอกก่อนเข้าอ่ะ’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

หนูทำงานเป็น Customer Service หัวหน้ามอบหมายให้ดูแลลูกค้าคนสำคัญ VIP รายใหญ่ของบริษัท แต่กลายเป็นว่าลูกค้าคนนี้ มีปัญหา และ ต้องการคุยทุกวัน วันละ 1-2 ชั่วโมง จนหนูแทบไม่มีเวลาดูแลลูกค้าคนอื่นเลย ลูกค้า VIP รายนี้ เอาแต่ใจ ไม่ได้อะไรดั่งใจ ด่ากราด

23 พ.ค. 2025

หนูทำงานเป็น Customer Service หัวหน้ามอบหมายให้ดูแลลูกค้าคนสำคัญ VIP รายใหญ่ของบริษัท แต่กลายเป็นว่าลูกค้าคนนี้ มีปัญหา และ ต้องการคุยทุกวัน วันละ 1-2 ชั่วโมง จนหนูแทบไม่มีเวลาดูแลลูกค้าคนอื่นเลย ลูกค้า VIP รายนี้ เอาแต่ใจ ไม่ได้อะไรดั่งใจ ด่ากราด

หนูทำงานเป็น Customer Service หัวหน้ามอบหมายให้ดูแลลูกค้าคนสำคัญ VIP รายใหญ่ของบริษัทแต่กลายเป็นว่าลูกค้าคนนี้ มีปัญหา และ ต้องการคุยทุกวัน วันละ 1-2 ชั่วโมง จนหนูแทบไม่มีเวลาดูแลลูกค้าคนอื่นเลยลูกค้า VIP รายนี้ เอาแต่ใจ ไม่ได้อะไรดั่งใจ ด่ากราด คำหยาบใส่แบบเสียๆหายๆ วันไหนหนูลาป่วย ไม่สบายลูกค้ารายนี้ก็โทรมาต่อว่าว่าทำไมไม่ทำงาน เรื่องนี้รายงานหัวหน้าแล้วก็ยังเฉย ให้เราดูแลเขาต่อเพราะเราทำมานานแล้วตอนนี้เครียดมากๆ แต่ต้องเก็บอาการเวลาทำงานอย่างเดียว “คุณกบ (นามสมมติ)” อายุ 28 ปี สายที่ 2 ของรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา [21 พ.ค. 68] เกี่ยวกับปัญหาเรื่องการรับมือกับพฤติกรรม Toxic ของลูกค้ารายใหญ่ จึงโทรเข้ามาปรึกษา “ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจอ้อย” โดย “คุณกบ (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘หนูทำอาชีพ Customer Service มา 2 ปี ดูแลลูกค้ารายใหญ่ที่มีเม็ดเงินสูงของบริษัท ตอนนี้หนูรับมือกับพฤติกรรมของเขาไม่ไหวแล้ว ลูกค้าท่านนี้ค่อนข้างสูงอายุ จึงรับมือกับอารมณ์ได้ยาก ชอบเอาแต่ใจ รบกวนเวลา ถ้าวันไหนที่ต้องดูแลลูกค้าท่านนี้ หนูจะไม่ได้ทำอย่างอื่นเลย หนูมีการแจ้งหัวหน้ามาโดยตลอด แจ้งถี่มาก หนูก็บอกหัวหน้าไปว่า ลูกค้ากดดันหนู หัวหน้าจะช่วยอะไรได้บ้าง แต่หัวหน้าก็กดดันหนูกลับอีกที บอกว่า ทำอย่างไรก็ได้ให้ลูกค้าโอเคกับข้อเสนอ โดยที่เราไม่ได้ให้เขาทุกอย่างที่เขาอยากได้ หนูต้องรักษาลูกค้าคนนี้ไว้ สนใจแค่ยอดอย่างเดียว แล้วหัวหน้าก็ย้ำอย่างเดียวว่า ทำยังไงก็ได้ให้ลูกค้าพอใจ! งานนี้มีแค่หนูคนเดียวเท่านั้นที่ต้องรับมือและดีลกับลูกค้าทุกคนก่อนกระจายงานให้กับทีม หนูก็เลยโดนหัวหน้าด่าอยู่บ่อย ๆ ตอนนี้มีลูกค้ารายใหญ่ 5 ราย แต่ท่านนี้พอรวมยอดสะสมแล้วมากกว่าท่านอื่น ๆ เลยต้องดูแลเป็นพิเศษ เหตุการณ์ที่รู้สึกไม่สมเหตุสมผลของลูกค้าคนนี้ เช่น บางอย่างเขาคิดว่ามันง่ายสำหรับเรา แต่จริง ๆ มันไม่ง่าย หนูพยายามอธิบายดี ๆ เขาก็ไม่รับฟัง แถมอุทานคำหยาบใส่หนูอีก มีครั้งหนึ่งหนูแอดมิท และเขาต้องการใช้บริการตอนนั้น เขาก็พูดใส่หนูว่า โกหกหรือเปล่าเนี่ย อายุน้อยแค่นี้ป่วยเลยหรอ หนูเลยอยากถามพี่ๆดีเจสองข้อคือ 1. หนูอยากได้คำแนะนำว่าจะรับมือกับลูกค้าอย่างไรดี? 2. มีวิธีไหนที่หนูสามารถคุยกับหัวหน้าได้บ้าง? เพราะเพิ่งเลิกงานและโดนดุมาเหมือนกัน’ ซึ่ง “ดีเจทั้งสามคน” (ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจอ้อย) ได้ให้คำปรึกษาตรงกันว่า ‘คนทำอาชีพนี้ต้องเป็นคนที่เกิดมาเพื่อรองรับอารมณ์จากทุกฝ่าย ทั้งลูกค้าและฝั่งของเรา หากมีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งแย่ คนที่รองรับก็ต้องแย่ เพราะฉะนั้นถ้าเรารับมาก็ต้องถ่ายออก ต้องรู้วิธีกำจัดความเครียด คิดแค่เรื่องงานจริง ๆ เราคงเปลี่ยนนิสัยลูกค้าไม่ได้ แต่เราสามารถพูดคุยและต่อรองกับหัวหน้าในสิ่งที่เราพึงจะได้รับได้ เช่น ขอขึ้นเงินเดือนและได้รับค่าคอมมิชชั่นที่มากขึ้น หรือเจรจาว่า ถ้าต้องการให้เราอยู่ต่อ จะต้องส่งคนมาซัพพอร์ตในส่วนนี้เพิ่ม เพราะจากประสบการณ์การทำงานที่สูงของเราแล้ว มีสิทธิ์ที่จะต่อรองได้สูงมาก เพราะถ้าบริษัทขาดเราไป บริษัทก็เสียหายมากเช่นกัน’ ปิดท้ายด้วย “ดีเจอ้อย” บอกว่า ‘ถ้าสุดท้ายแล้ว ยังเหลือเราที่ต้องทำงานคนเดียวก็พอเลย เราต้องโอบกอดตัวเองบ้าง การทำงานทุกอย่างในโลกนี้ ถ้าเราทำไม่ได้ก็ยังหาคนมาทำแทน แต่การที่เราเสียสุขภาพจิตทุกวัน ถ้าวันหนึ่งหนูป่วยไป ครอบครัวจะเอาใครมาแทน’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

ผมไปล้ำเส้นกับคนที่มีแฟนแล้ว! ตอนนี้เราสองคนรักกันมาก แต่เขามีผู้ชายอีกคนเป็นชาวต่างชาติ เวลาแฟนเขามา ผมก็จะอยู่เงียบๆไม่ไปวุ่นวาย ผมรู้สึกว่าน้องควรจะเจอความรักดีๆ ผมแพ้ผู้ชายคนนั้นแค่เรื่องของฐานะ ผมเลยคิดว่าจะขอเวลาพัฒนาตัวเองสัก 3 ปี

02 พ.ค. 2025

ผมไปล้ำเส้นกับคนที่มีแฟนแล้ว! ตอนนี้เราสองคนรักกันมาก แต่เขามีผู้ชายอีกคนเป็นชาวต่างชาติ เวลาแฟนเขามา ผมก็จะอยู่เงียบๆไม่ไปวุ่นวาย ผมรู้สึกว่าน้องควรจะเจอความรักดีๆ ผมแพ้ผู้ชายคนนั้นแค่เรื่องของฐานะ ผมเลยคิดว่าจะขอเวลาพัฒนาตัวเองสัก 3 ปี

ผมไปล้ำเส้นกับคนที่มีแฟนแล้ว! ตอนนี้เราสองคนรักกันมาก แต่เขามีผู้ชายอีกคนเป็นชาวต่างชาติเวลาแฟนเขามา ผมก็จะอยู่เงียบๆไม่ไปวุ่นวาย ผมรู้สึกว่าน้องควรจะเจอความรักดีๆผมแพ้ผู้ชายคนนั้นแค่เรื่องของฐานะ ผมเลยคิดว่าจะขอเวลาพัฒนาตัวเองสัก 3 ปี พิสูจน์ให้เขาเห็นว่าผมดูแลเขาได้ “คุณกอล์ฟ (นามสมมติ)” อายุ 28 ปี สายที่สามในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา [30 เมษายน 68] ได้โทรเข้ามาปรึกษา “ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจพี่อ้อย” เกี่ยวกับปัญหาการไปตกหลุมรักคนที่มีเเฟนเเล้ว โดย “คุณกอล์ฟ (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘เราบังเอิญได้ไปมีความสัมพันธ์กับคนที่เเฟนอยู่เเล้ว ทั้งเรา ทั้งเขาก็เป็นคนที่ใช่สำหรับกันเเละกัน เเต่เหตุผลที่ทำให้เขาไม่สามารถจะเลิกกับเเฟนได้ เพราะว่าเเฟนของเขาเป็นที่สามารถจะซัพพอร์ตได้ทั้งเงิน เเละหน้าที่การงานก็ดี เเต่ในตอนนี้เขาก็อยู่ด้วยกันเหมือนเพื่อนรัก มากกว่าเเฟน ตัวของผู้ชายก็มีข้อบกพร่องหลายๆเรื่องเหมือนกัน เช่นเรื่องการนอกกาย นอกใจ น้องผู้หญิงที่ผมชอบเขาคบกับเเฟนมาประมาณปีครึ่งแล้ว เเต่กับความสัมพันธ์ของผม มันพึ่งเริ่มได้เเค่ครึ่งเดือน ผมก็เป็นพนักงานอยู่ที่ห้างเเห่งนึง เเต่ก็มีเหตุการณ์ที่ทำให้ผมได้ย้ายมาทำงานอีกสาขานึง ในตอนเเรกที่เจอ ผมไม่ได้ชอบตัวของน้องเขา เเต่ชอบเพื่อนของเขาก่อน ตอนเเรกเพื่อนของน้องเขาอยู่ในความพันธ์ที่ไม่ค่อยจะดี น้องที่ผมชอบผมขอเเทนด้วยชื่อ บี (นามสมมติ) บีก็ได้เป็นสะพานให้กับผม โดยเอาไลน์ของเพื่อนมาให้ จนผมก็ไม่ได้จีบเพื่อนบีต่อ เพราะเขายังไม่ได้เลิกกับเเฟน หลังจากนั้นผมก็ได้มีการไปเที่ยวกับน้องบี ไปดื่มกัน จนเกิดความรู้สึกเเปลกๆ เพราะเราทั้งคู่สนิทกันไวมาก อาจจะเป็นเพราะชีวิตที่ผ่านมาเรามีอะไรคล้ายกันอยู่เยอะ ตอนเเรกผมก็ทราบว่าน้องเขามีเเฟนอยู่ ผมก็พยายามที่จะห้ามตัวเองไม่ให้ความรู้สึกเกินเลยไปมากกว่านี้ เเต่ก็มีอีกครั้งนึงที่ต่างฝ่ายต่างหยุดตัวเองไม่อยู่จนมารู้ทีหลังว่า น้องบีเองก็ชอบตัวเราเหมือนกัน เเต่น้องก็ไม่รู้ตัวว่าตั้งเเต่เมื่อไหร่ ตอนอยู่ที่ทำงานเราก็ทำตัวปกติ เเต่พอหลังเลิกงานเราก็ตัวติดกัน เเบบหวานชื่นเลย ด้วยความที่เเฟนของน้องบีเขาเป็นคนต่างชาติ เขาก็ไม่ค่อยจะได้อยู่ไทย เเต่พอเเฟนเขากลับมา เราเเทบจะไม่ได้เจอกันเลย เเค่ได้เห็นหน้าในที่ทำงาน ซึ่งเราก็มีการตกลงกันว่าผมจะไม่ได้เป็นคนทักหรือโทรไปหาน้องก่อน เเละจะรอให้น้องเป็นคนทักหรือโทรมาเอง เพราะเขาจะรู้เองว่าเวลาไหน ตอนไหนที่เราสามารถโทรได้ เราก็ไม่ได้เรียกร้องอะไร เเต่ตอนเเรกผมก็งอเเงหน่อย เเต่พอเราได้มารู้เหตุผลหลายๆอย่างว่า ทำไมน้องเขาไม่สามารถเลิกกับเเฟนได้ เป็นเพราะว่าเรื่องภาระหน้าที่ทางการเงินต่างๆที่น้องต้องส่งไปช่วยทางครอบครัว เเละผมก็ไม่สามารถที่จะซัพพอร์ตน้องเขาได้ เเละ 70% ของค่าใช้จ่ายของน้องบี เเฟนของเขาก็สามารถช่วยออกได้ ถามว่าน้องบีรักเเฟนไหม เขาก็รักเเหละ เเต่ด้วยเรื่องข้อเสียของเเฟนน้องมันก็ทำให้บั่นทอน ลดลง เเละผมก็ชัดเจนกับน้องมากๆ ผมเคยพูดกับน้องบีไปว่า ถ้าวันไหนที่ความรักของผม มันจะทำให้น้องมีปัญหา ผมก็จะเป็นคนเลือกที่จะปล่อยมือเเละเดินออกมาเอง ใจของเขาก็รู้สึกว่า อยากให้เราไป เเต่ก็เหมือนจะรักเรา น้องเขาก็มีการพูดอ้อมๆว่า ถ้าวันไหน พี่เจอคนที่พร้อมจะเดินไปกับพี่ พี่ก็ไปได้เลยนะ สำหรับผมสิ่งที่คิดว่าเราถูกใจกันทั้งคู่ คือ นิสัยเเละความเก่งของน้องเขา ตอนเเรกครอบครัวของน้องบี เขาไม่ได้มีทุนมากพอที่จะส่งน้องบีเรียนต่อได้ เเต่น้องบีเขาก็ขอเเค่เงิน พอให้ตั้งตัวได้ เเล้วน้องก็กู้ กยศ. ส่งตัวเองเรียนจนจบได้ เเละในชีวิตที่ผ่านมา น้องเขาก็เจอเเต่ผู้ชายที่โหล่ยโทย เเต่กับเเฟนคนปัจจุบัน เขาก็มีทั้งข้อดีเเละข้อเสีย เอาจริงๆ ทุกครั้งที่ผู้ชายคนนั้นทำอะไรไม่ดีกับน้อง ผมก็จะอยู่ในเหตุการณ์นั้นเสมอ ตอนนี้ผมเลยพยายามที่จะตั้งเป้าหมาย ภายใน 3 ปี เพื่อที่จะพัฒนาตัวเอง ให้มีการเงินที่มั่นคง พอที่จะทำให้น้องเขามั่นใจในตัวผมได้ เเละด้วยความที่ว่าช่วงนี้ความสัมพันธ์ของน้องเขาก็ไม่ค่อยจะดี ทะเลาะกันหนักจนถึงขั้นเอ่ยปากจะเลิกกัน ส่วนตัวของผม ผมมองว่าน้องบีก็เป็นคนที่เเอบเห็นเเก่ตัว ผมเลยอยากฟังในมุมมองของพี่ๆว่า ผมควรทำทุกอย่างที่อยากทำ หรือ หยุดทุกอย่างในตอนนี้เลยดีไหมครับ?’ โดย “ดีเจเติ้ล” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘สำหรับพี่ พี่มองว่าคุณกอล์ฟควรที่จะหยุด เพราะตอนนี้คุณกอล์ฟ กำลังเป็นมือที่ 3 อยู่ เเละทุกอย่างมันไม่ควร เพราะเขาก็มีเเฟนอยู่เเล้ว เเละพี่มองว่ายังไงน้องคนนั้นก็ไม่เลิกกับเเฟนหรอก เพราะผู้ชายคนนั้นสามารถซัพพอร์ตได้ในเรื่องของเงิน เพราะงั้นพี่มองว่ายังไงผู้หญิงคนนั้นก็ไม่เลือกคุณกอล์ฟหรอก’ ต่อมา “ดีเจพี่อ้อย” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘พี่เห็นด้วยกับที่พี่เติ้ลพูดเหมือนกันว่า เเต่ให้น้องจะหยุดหรือจะทน เขาก็มีอีกคนอยู่ดี เพราะขนาดที่ว่าเขาบอกคุณกอล์ฟเป็นคนที่ใช่ เเต่เขาก็ไม่เลิกกับเเฟนอยู่ดี เพราะผู้ชายคนนั้นมีเงิน เเละถ้าในอนาคตคุณกอล์ฟ มีเงินเยอะมากๆ เเล้วผู้หญิงมาหาคุณกอล์ฟ เพราะเงิน คุณกอล์ฟจะรู้สึกดีหรอ เพราะงั้นกอล์ฟต้องลองคิดเเล้วว่า ผู้หญิงคนนี้มีเเฟนเพราะเงิน หรือมีเเฟนเพราะเราภูมิใจ เราเห็นคุณค่า เเละเราก็รักเขา ถ้าน้องอยากมีความรักมากถึงขนาดที่ว่าต้องใช้เงินหามา นั้นจะเรียกว่าความรักจริงๆหรอ’ สุดท้าย “ดีเจเผือก” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘ผมคิดว่าถ้ามันใช่ มันใช่ไปเเล้ว เเล้วตัวของผู้หญิงก็มีสติมาก ในเรื่องของการเลือกว่าทางนั้นคือทางที่จะสามารถทำให้เรามีชีวิตที่ดีขึ้นได้ เขาอาจจะเเค่มีความชอบในตัวกอล์ฟ เเต่ไม่ได้ถึงขั้นเป็นเหตุผลให้เลิกกับอีกคน กอล์ฟอยากรอ ก็รอได้นะเเต่ว่าการรอครั้งนี้มันอาจจะไม่ได้มีจุดหมายปลายทางก็เป็นไปได้ เพราะงั้นต้องมีสติ เเละเเค่เดือนกว่า อย่าพึ่งตัดสินทุกอย่าง เพียงเพราะเวลาสั้นๆ เเละอีกอย่างนึงถ้าสมมุติเขาเลิกกับเเฟนเเล้วมาคบกับกอล์ฟจริงๆ กอล์ฟสามารถไว้ใจผู้หญิงคนนี้ได้จริงๆหรอ เราจะไว้ใจได้จริงๆหรอกับผู้หญิงที่นอกใจเเฟนตัวเองได้ เพราะงั้นถ้าอยากรอก็เอาเลย ส่วนเรื่องการพัฒนาตัวเอง ทำไปเลย เผื่อไว้สักวันนึงตอนที่เราเป็นตัวเองในเวอชั่นที่ดีเเล้ว เราอาจจะได้เจอกับคนที่ใช่สำหรับเราจริงๆก็ได้’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

หนูเป็นประเภท Introvert สุดๆ กว่าจะสนิทกับใคร ให้ใจกับใครนั้นต้องใช้เวลามากๆ ตอนนี้อายุ 35 แล้ว มีเพื่อนสนิทที่สุดคนเดียว เขาคือคนที่ผ่านอะไรมาด้วยกัน 15 ปี ไว้ใจกันที่สุด แต่ล่าสุดเพื่อนคนนี้เส้นเลือดในสมองแตก เสียชีวิตกระทันหัน หนูไม่ทันตั้งตัว

23 พ.ค. 2025

หนูเป็นประเภท Introvert สุดๆ กว่าจะสนิทกับใคร ให้ใจกับใครนั้นต้องใช้เวลามากๆ ตอนนี้อายุ 35 แล้ว มีเพื่อนสนิทที่สุดคนเดียว เขาคือคนที่ผ่านอะไรมาด้วยกัน 15 ปี ไว้ใจกันที่สุด แต่ล่าสุดเพื่อนคนนี้เส้นเลือดในสมองแตก เสียชีวิตกระทันหัน หนูไม่ทันตั้งตัว

หนูเป็นประเภท Introvert สุดๆ กว่าจะสนิทกับใคร ให้ใจกับใครนั้นต้องใช้เวลามากๆ ตอนนี้อายุ 35 แล้วมีเพื่อนสนิทที่สุดคนเดียว เขาคือคนที่ผ่านอะไรมาด้วยกัน 15 ปี ไว้ใจกันที่สุด แต่ล่าสุดเพื่อนคนนี้เส้นเลือดในสมองแตกเสียชีวิตกระทันหัน หนูไม่ทันตั้งตัว ความรู้สึกมันเหมือนขาดอะไรไป เสียใจมากๆ และ คิดว่าอายุ 35 ขนาดนี้แล้วถ้าจะเริ่มหาเพื่อนใหม่ ทำความรู้จัก เริ่มสนิทกันใหม่ คงเป็นเรื่องที่ยากมากๆสำหรับหนู แต่ลึกๆก็อยากมีเพื่อนสนิทในชีวิตบ้างหรือจะไม่ต้องมีเพื่อน เอาเวลาอยู่กับลูก กับ สามีก็พอ ทุกคนมีความเห็นยังไงกันคะ ?? “คุณแคท (นามสมมติ)” อายุ 35 ปี เป็นสายแรกในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา [21 พ.ค. 68] ได้โทรเข้ามาปรึกษา “ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจอ้อย” เกี่ยวกับปัญหาการจากไปอย่างกระทันหันของเพื่อนสนิทที่คบกันมา 15 ปี โดย “คุณแคท (นามสมมติ)” เล่าว่า ‘แคทค่อนข้างเป็น introvert มาก ๆ ถ้าไม่ใช่คนสนิทก็จะไม่พูดเรื่องส่วนตัวเลย และไม่ได้มีปฏิสัมพันธ์กับคนอื่นเลยนอกจากการทำงาน แล้วเพื่อนสนิทของแคทเขาก็เพิ่งเสียชีวิตไป เขาเป็นเพื่อนรัก เพื่อนสนิทหนึ่งเดียวของเรา วันนี้ที่เขาเสียไปแล้ว เราก็รู้สึกว่าส่วนหนึ่งของเรามันหายไปด้วย แต่แคทก็มีครอบครัวแล้ว มีทั้งสามีและลูก แต่มันก็จะมีบาง topic ที่เราอยากคุยกับเพื่อน แต่ถ้าวันนี้ต้องโทรหาใครสักคน ไม่ก็มีใครให้โทรหาหรือทักไปคุยได้ในบางเรื่องเลย ก่อนหน้านี้แคทเคยมีเพื่อน แต่เคยโดนหักหลังมา มันเลยทำให้เราไม่อยากคบใครเป็นเพื่อน ถ้าไม่ไว้ใจเขาจริง ๆ พอมีคนมาถามว่าวันหยุดแคททำอะไร แคทก็จะตอบไปว่า อยู่บ้านกับลูก แล้วมักจะโดนถามว่า ไม่มีเพื่อนเลยหรอ? แคทเลยรู้สึกสตั๊นไปเหมือนกัน ใจนึงเราก็คิดว่าเราควรมีเพื่อนใหม่มั้ย? หรือจริงๆแล้วถ้าไม่มีก็อยู่กับตัวเอง กับสามี กับลูกหรืออยู่กับงาน มันอาจจะเหงาๆหน่อย แต่มันจะมีบางกิจกรรมในชีวิตที่มันหายไป อย่างการไปสปา เม้าท์มอยดารา ช้อปปิ้ง มันก็ไม่มีใครที่ไปกับเรา แคทรู้จักกับเพื่อนคนนี้จากที่ทำงานที่แรก เป็นเพื่อนที่สนิทและคลิกกันที่สุด แต่กับเพื่อนในที่ทำงานคนอื่นเราวางเขาไว้แค่เป็นเพื่อนร่วมงาน แต่กับเพื่อนสนิทคนนี้เราเคยไปทำงานต่างประเทศด้วยกันเลยมีช่วงเวลาที่ได้ใช้ชีวิตร่วมกัน แคทเลยอยากถามพี่ๆดีเจว่า ในวัย 35 ปีการมีเพื่อนยังจำเป็นมั้ย? ถ้าไม่มีจะเป็นอะไรมั้ย? แล้วเราควรจะจัดการกับตัวเอง จัดการความรู้สึกยังไงต่อเมื่อไม่มีเพื่อนรักคนนี้แล้ว?’ ซึ่ง “ดีเจอ้อย” ก็ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘พี่ว่าการเป็นเพื่อนกันมันไม่ใช่การรับสมัครงาน บางทีการที่เพื่อนคนนี้เป็นเพื่อนสนิทของเรา มันอาจจะมีลักษณะบางอย่างเหมือนกัน และเราก็ไม่ได้ตั้งหน้าตั้งตาที่จะให้เขาเป็นเพื่อนสนิทเราตั้งแต่แรก ถ้าถามว่าจำเป็นอยู่มั้ยที่ต้องมีเพื่อน ต้องถามตัวเองว่าอยากมีเพื่อนมั้ย และถ้าไม่มีเพื่อน มันก็ไม่เป็นไร ไม่จำเป็นต้องตั้งหน้าตั้งตาหา จนกว่าจะได้เจอใครสักคนที่ คนที่ชอบอะไรเหมือน ๆ กันหรือคนที่คุยด้วยแล้วสนุก ไม่ได้มีคำตอบว่า “ต้องหรือไม่ต้อง” อาจจะเจอเพื่อนที่ไม่ได้สนิทเท่าเดิมเพราะมันต้องใช้เวลา แต่ก็ยังสามารถแชร์เรื่องราวในชีวิตด้วยกัน ให้ใช้ชีวิตแบบธรรมชาติ ไม่ต้องตั้งหน้าตั้งตาหาจนเกินไปมันจะมีโอกาสทำให้เราผิดหวังมากขึ้น เพราะเราคาดหวัง’ ต่อมา “ดีเจเติ้ล” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘ถ้าถามพี่ว่าเพื่อนจำเป็นต้องมีมั้ย พี่จะตอบว่ามันไม่จำเป็นต้องมี ถ้าวันนี้แคทอยู่กับตัวเองแล้วมันมีความสุขได้ แต่ตอนนี้มันไม่ใช่ การมีเพื่อนเลยน่าจะดีกว่าอยู่แล้ว แต่จะทำยังไงให้มีเพื่อน การจะมีเพื่อนด้วยความตั้งใจที่อยากให้มี มันมักจะไม่ค่อยได้หรอก มันจะต้องปล่อยให้จังหวะชีวิตพาไปเจอคนๆนั้นเหมือนเพื่อนสนิทคนนี้ และการที่แคทจะเจอคน ๆ นี้ได้อีกครั้ง คือ แคทต้องเปิดใจว่า มันยังมีเพื่อนดี ๆ อีกตั้งเยอะ ไม่ใช่แค่เพื่อนที่เคยหักหลังแคท’ ต่อมา “ดีเจเผือก” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘ผู้หญิงกับผู้ชายจะมีวิธีการคุย หรือ การปฏิบัติกับเพื่อนสนิทต่างกัน เมื่ออายุผ่านไปเรื่อยๆ เพื่อนที่เราใช้คำว่าสนิท มันจะถูกชีวิตพัดพาให้ห่างหายไป กลายเป็นว่าคนที่เราคุยด้วยบ่อย ๆ คือคนใหม่ ๆ ที่เราได้รู้จัก ถ้าในวันนี้เพื่อนที่เราสนิทที่สุดไม่อยู่ คนต่อไปที่เราจะรู้จักเป็นไปได้มั้ยที่เขาจะไม่ใช่ทุกสิ่งทุกอย่าง แต่เป็นแค่เพื่อนที่พูดคุยในเรื่องนั้น มันอาจจะช่วยลดความคาดหวังลงได้’ และสุดท้ายดีเจทั้ง 3 คนได้ให้ความคิดเห็นตรงกันว่า ‘ให้คุณแคทปล่อยทุกอย่างไปอย่างธรรมชาติ อย่าปิดกั้นตัวเองจากคนใหม่ ๆ คุณแคทจะมีความสุขและอาจจะเจอเพื่อนคนใหม่ที่ตามหาก็ได้’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

album
efm
-

-