ยอมเป็น FWB ของแฟนเก่า เพราะอยากอยู่ในสถานะไหนก็ได้ขอแค่ได้อยู่ในชีวิตเขา แต่ความจริงแล้วหนูไม่ได้ต้องการแค่ร่างกาย แต่อยากได้ใจเขาคืนมาด้วยค่ะ

พุธทอล์ค พุธโทร RECAP

ยอมเป็น FWB ของแฟนเก่า เพราะอยากอยู่ในสถานะไหนก็ได้ขอแค่ได้อยู่ในชีวิตเขา แต่ความจริงแล้วหนูไม่ได้ต้องการแค่ร่างกาย แต่อยากได้ใจเขาคืนมาด้วยค่ะ

31 ก.ค. 2026

ยอมเป็น FWB ของแฟนเก่า

เพราะอยากอยู่ในสถานะไหนก็ได้ขอแค่ได้อยู่ในชีวิตเขา

แต่ความจริงแล้วหนูไม่ได้ต้องการแค่ร่างกาย

แต่อยากได้ใจเขาคืนมาด้วยค่ะ

        ‘คุณฟ้า (นามสมมุติ)’ สายที่ 2  ในรายการ พุธทอล์คพุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (29 กรกฏาคม 2569) ได้โทรมาปรึกษา ‘ดีอ้อม - ดีเจเติ้ล - ดีเจเสนาหอย' เกี่ยวกับเรื่องที่เธอนั้นยอมเป็น FWB แฟนเก่า แต่ก็ยังรักและอยากให้เขากลับมาเป็นแฟนกันเหมือนเดิม

        ‘คุณฟ้า (นามสมมุติ)’ อายุ 23 ปี เล่าว่าเธอคบกับแฟนมาครึ่งปี ซึ่งเป็นแฟนคนแรกที่คบจริงจัง ต้องเลิกกันทั้งที่เธอยังรักเขาอยู่ แต่เขากลับไม่ได้คิดเหมือนกัน หลังจากเลิกกัน ทั้งคู่ยังคงมีสัมพันธ์ทางกายกัน ทำให้เธอได้รู้ว่าเธอไม่ได้ต้องการเพียงร่างกาย แต่ต้องการหัวใจเขาคืนมาด้วย คุณฟ้าได้เปิดใจคุยกับเขาว่าเธอยังรักเขาอยู่ และอยากให้ความสัมพันธ์กลับมาเป็นเหมือนเดิม แต่อีกฝ่ายกลับบล็อกเธอไป ปัจจุบันนี้เขามีความสัมพันธ์เชิง FWB กับคนอื่น ด้านคุณฟ้าเองก็ยังคงพยายามที่กลับไปอยู่ในชีวิตเขาอีกครั้ง

        คุณฟ้าเล่าว่า ได้รู้จักกับแฟนคนนี้ผ่านแอปหาคู่ ซึ่งเขามีอายุน้อยกว่าคุณฟ้า 2 ปี เป็นนักศึกษาระดับปริญญาตรี ในช่วง 3 เดือนแรกที่คบกันเป็นแบบ Long distance relationship อยู่ห่างกันประมาณ 200 กิโลเมตร ได้เจอกันประมาณอาทิตย์ละ 1-2 ครั้ง ซึ่งในช่วงนั้นคุณฟ้ารู้สึกว่าเป็นสัมพันธ์ที่ดี เข้ากันได้ดีมาก ราบรื่นดีไปเสียทุกอย่าง จนคุณฟ้ารู้สึกรักผู้ชายคนนี้มาก ๆ ด้วยทั้งทัศนคติ ความคิด คำพูดของเขาที่โตกว่าช่วงวัย หลังจากนั้น แฟนก็เปิดเทอมเข้ามาเรียนที่กรุงเทพ ด้านคุณฟ้าเองก็ย้ายเข้ามาหางานในกรุงเทพเพื่อที่จะได้อยู่กับเขา ตามที่คุยกันไว้

        หลังจากที่ลองเข้ามาอยู่ด้วยกันได้เพียงเดือนเดียว เธอได้พบปัญหาหลาย ๆ อย่าง ได้รู้ว่าทั้งคู่โตกันมาคนละแบบ ความคิดต่างกัน พอได้มาอยู่ด้วยกันจากความสัมพันธ์ที่เคยดีมาก ๆ กลับเริ่มมีการทะเลาะผิดใจกัน ในมุมของคุณฟ้าคิดว่ามันปกติมากกับการที่ต้องปรับเข้าหากัน มีการทะเลาะ มีปากเสียงกันบ้างในช่วงแรกของการใช้ชีวิตร่วมกัน แต่แฟนกลับคิดว่าการย้ายมาอยู่ด้วยกัน ความสัมพันธ์ควรจะดีขึ้น รักกันยิ่งขึ้น พอไม่เหมือนที่คิดเขาดูจะผิดหวัง จากความสัมพันธ์ที่เคยรักกันมาก กลับกลายเป็นว่าทุกอย่างจืดจางลง หลังจากนั้นคุณฟ้าได้งานในกรุงเทพ ระยะทางค่อนข้างห่างจากหอที่มหาวิทยาลัยของแฟน จึงย้ายออกมาอยู่หอตัวเอง กลับไปเจอกันเพียงอาทิตย์ละครั้งเหมือนเดิม คุณฟ้าคิดว่าทุกอย่างคงจะดีขึ้น มีระยะห่างกันบ้างเหมือนช่วงแรกที่คบกัน แต่ครั้งนี้ทั้งคู่ยังคงทะเลาะ มีปัญหากันเหมือนเดิม 

        เรื่องเกิดล่าสุดคือช่วงวันช่วงครบรอบ ในวันนั้นทั้งคู่มีความสุขกันมาก แฟนมาหาคุณฟ้าพาไปดินเนอร์ กะหนุงกะหนิงตามประสาคู่รัก ไม่มีสัญญาณที่จะเลิกกัน จนกระทั่งวันถัดมามีปากเสียงกัน เพราะคุณฟ้านัดแฟนไปเที่ยวห้างแห่งหนึ่ง และเธออยากกินชาบูซึ่งราคาค่อนข้างสูง ด้วยที่เขาเป็นเด็กมหาวิทยาลัยทำให้จ่ายไม่ไหว เธอจึงเสนอที่จะออกให้ แต่เขาก็ปฏิเสธ จากนั้นทั้งคู่ก็ตัดสินใจที่จะแยกย้ายกัน คุณฟ้าไปกินชาบูคนเดียว ด้านแฟนหนุ่มไปรอรถเมล์เพื่อกลับบ้าน

        ผ่านไปประมาณครึ่งชั่วโมง เธอก็ทักไปถามแฟนว่า เขาถึงหอหรือยัง สรุปว่าเขายังไม่ได้ขึ้นรถเมล์ คุณฟ้าจึงรีบวิ่งไปหาเพื่อรอรถเป็นเพื่อน ด้วยความซุ่มซ่ามเธอจึงสะดุดล้มและกระทบกับแผลเก่าที่เคยขาหักทำให้เจ็บมาก แต่เธอก็ดั้นด้นที่จะไปหาแฟนเพราะกลัวรถมาก่อนแล้วจะไม่ได้เจอกัน เมื่อเห็นว่าเขาเหนื่อยล้าจากการที่รอรถมาเป็นเวลานาน คุณฟ้าทักแฟนด้วยน้ำเสียงสดใสว่า “รอรถเป็นอย่างไรบ้าง” แฟนกลับหันมาพูดนิ่ง ๆ ใส่ว่า “อย่าเสียงดังได้ไหม” คุณฟ้าเข้าใจว่าเขาอาจจะเหนื่อย จึงยืนพัดให้เขาขณะที่ตัวเองเหงื่อท่วม ระหว่างนั้นคุณฟ้าก็บ่นเรื่องที่ล้ม แต่เขากลับนั่งเล่นโทรศัพท์ ไม่ได้ท่าทีเป็นห่วงเลย 

        ถัดมาคุณฟ้าได้เสนอให้แฟนไปนอนห้องเธอก่อนในคืนนี้ เพื่อที่จะได้ไม่ต้องรอรถเมล์เพราะกว่ารถจะมาก็นาน  และกว่าจะถึงที่พักเขาก็อีกเป็นชั่วโมงเลย แฟนก็ปฏิเสธบอกว่าเหนื่อยต้องการจะกลับห้องไปนอน ด้วยความน้อยใจเธอจึงได้บอกเลิกเพื่อประชดเขา ซึ่งปกติเคยพูดกันอย่างนี้อยู่แล้ว ผ่านไปไม่ถึงวันก็จะกลับมาคืนดีกัน แต่ครั้งนี้ต่างกันออกไปเพราะแฟนพิมพ์กลับมาหาคุณฟ้าว่า “อยากจะเลิกเหมือนกัน” 

        จนผ่านไป 3 วัน เขาก็ยังไม่ติดต่อมา ไม่มีสัญญาณของการง้อเหมือนอย่างเคย คุณฟ้าเป็นฝ่ายที่ทนไม่ไหวและทักไปหาเขาว่า “ขอโทษนะ ไม่ได้ตั้งใจให้เป็นแบบนี้ ที่บอกเลิกไปไม่ได้อยากจะเลิกจริง ๆ แค่อยากให้เธอรู้สึกกับสิ่งที่เธอทำกับเค้า อยากให้เธอ Realize ในสิ่งที่เธอทำกับเค้า” หลักจากเลิกกันคุณฟ้าก็พยายามที่จะทักไปง้ออยู่หลายครั้ง แต่เขาก็ไม่อยากที่จะกลับมาเลย ด้านคุณฟ้าอยากเจอตัวแฟน เธอคิดว่าคงดีกว่าง้อด้วยแชต จึงเสนอเรื่องสัมพันธ์ทางกายเพื่อให้ได้เจอกัน เพราะเขาค่อนข้างจะชอบเรื่องนี้ จากนั้นเขาก็รับปากที่จะเจอ

        หลังจากกลับมามีสัมพันธ์ทางกายกันได้ประมาณ 2 อาทิตย์ มีอยู่คืนหนึ่งหลังจากเสร็จกิจ คุณฟ้านอนร้องไห้กอดเขา และเปิดใจพูดไปว่า “จริง ๆ แล้วยังรัก พอมีโอกาสไหมให้กลับมา” เขาตอบว่า “มีโอกาส” คุณฟ้าจึงร้องขอให้เขาตัดคนอื่นที่คุยจากแอปหาคู่ออกไปจากชีวิต ยังไม่ต้องกลับมามีสถานะกันก็ได้ เพียงแค่เธอไม่ต้องการให้มีคนอื่นในความสัมพันธ์ ในคืนนั้นเขาได้ลบแอปหาคู่เพื่อให้เธอสบายใจว่าจะไม่คุยกับคนอื่น แต่วันถัดมาเขากลับทักมาบอกว่า "เค้าคิดว่าที่เลิกกันดีแล้ว" จากนั้นเขาก็ได้บล็อกคุณฟ้าไป 

        เรื่องราวที่เล่ามานั้นเพิ่งมาได้อาทิตย์เดียวเท่านั้น คุณฟ้าเล่าเสริมว่า ในช่วงที่คบกันเธอค่อนข้างปล่อยตัว จึงคาดว่าอาจเพราะเหตุนี้ด้วยที่ทำให้เขาอยากเลิก จึงอยากพยายามพัฒนาตัวเองให้สวยขึ้นเผื่อวันหนึ่งกลับไปง้อแล้วเขาจะหันกลับมามองคุณฟ้าบ้าง

        คุณฟ้าตั้งคำถามว่า ในตอนนี้ยังรู้สึกรักเขามาก ควรรอเขาไหม หรือควรใช้ชีวิตต่อไปโดยที่ไม่รอเขาแล้ว แล้วหากเลือกที่จะไม่รอเขาควรเปลี่ยน Mindset อย่างไรให้ผ่านเรื่องนี้ไปได้ เพราะสำหรับเธอเรื่องนี้หนักมาก ๆ

        หลังจากฟังเรื่องราวทั้งหมดดีเจได้เริ่มให้คำแนะนำโดยเริ่มจาก ‘ดีเจเสนาหอย’ กล่าวว่า "จากที่ฟังมองว่าในความสัมพันธ์นี้คุณฟ้าจะเหนื่อย การที่เรารักใครคนหนึ่งแล้วจะต้องอดทน ต้องเปลี่ยน ในขณะที่อีกฝ่ายไม่ได้ปรับเข้าหากันเลย เราจะเหนื่อยมาก และคุณฟ้าอาจไม่ใช่คนเดียวสำหรับเขา เขาอาจมีคนอื่นที่รู้สึกสบายใจกว่าที่จะอยู่ด้วยกัน ในเรื่องความรักความรู้สึกของทั้งสองฝ่ายต้องเท่า ๆ กัน หากต้องเปลี่ยนเพื่อให้ใครมาชอบ เราก็ไม่รู้ว่าเขาจะชอบไปอีกนานแค่ไหน 

        ถ้าเราไปจากเขาได้ ในอนาคตอาจมีใครสักคนที่ทำให้คุณฟ้ามีความสุขได้โดยที่ไม่ต้องพยายาม การที่ต้องใช้ความพยายามเพื่อความรักหากมันไม่ใช่ เราจะเสียดายเวลานั้นมาก"

        นอกจากนี้ ดีเจเสนาหอยยังได้แชร์ประสบการณ์ส่วนตัวเพิ่มเติมว่า "พี่เองก็เคยทำทุกอย่าง เปลี่ยนตัวเองทุกสิ่งเพื่อให้เขาหันมารัก แต่ในท้ายที่สุดเขาไม่รัก เราจะเหนื่อยมาก ลองคิดดี ๆ ว่าเรายอมจะเป็นอะไรก็ได้ในชีวิตเขาจริง ๆ หรือเปล่า ความรักต้องทำให้เรามีความสุขไม่ใช่เราต้องทำเพื่อใครฝ่ายเดียว"

        ถัดมาที่ ‘ดีเจอ้อม’ กล่าวว่า "ไม่ว่าคุณฟ้าจะกลับไปคบคนเดิมหรือเริ่มต้นใหม่กับใครก็อยากจะให้เปลี่ยนอย่างหนึ่งนั่นคือ ‘เมื่อทะเลาะกันบอกเลิกเพื่อประชด’ ดีเจอ้อมอยากให้หยุดเพราะสิ่งนี้ไม่ปกติ อย่าทำให้สิ่งผิดปกติเป็นเรื่องปกติเพียงแค่เพราะใคร ๆ เขาก็ทำ ไม่ชอบอะไรจงบอกเขาว่าไปไม่ชอบ แต่ไม่ใช่การเอาแต่ใจหรือบอกพร่ำเพรื่อ"

        และดีเจอ้อมถามคุณฟ้ากลับว่าหากมีคนนำเนื้อเรื่องแบบเดียวกันมาปรึกษา คุณฟ้าจะให้คำปรึกษาอย่างไร คุณฟ้าตอบว่า "คงแนะนำให้เขากลับมารักตัวเอง ใช้ชีวิตตัวเองต่อไปโดยไม่ต้องยึดติดกับผู้ชายคนนั้น ตั้งใจใช้ชีวิตให้ดี การพัฒนาตัวเองก็ทำเพื่อตัวเองไม่ใช่คนอื่น ตั้งใจดูแลตัวเอง นำความรักที่เคยให้ผู้ชายคนนั้นกลับมาให้ตัวเอง"

        ดีเจอ้อมเสริมต่อว่า พอคุณฟ้าเป็นที่ปรึกษาให้คนอื่น ก็คิดได้ทุกอย่างเลย เป็นธรรมชาติของมนุษย์ที่เมื่อมองเรื่องของคนอื่นทุกอย่างจะง่ายเสมอ ดีเจอ้อมอยากให้คุณฟ้ารักตัวเอง เมื่อรักใครแรก ๆ ก็จะถอนตัวออกมายากมาก แต่คุณฟ้าจะทำได้ในสักวัน และดีเจอ้อมยังกำลังใจให้คุณฟ้าอีกด้วย

        ถัดมาที่ ‘ดีเจเติ้ล’ กล่าวว่า "ความรักมันไม่ง่าย กว่าจะได้พบกับคนที่เข้ากันดีทุกอย่าง คนที่จะอยู่กับเราไปได้ตลอด รับข้อดีข้อเสียของกันและกันได้ไม่ใช่เรื่องง่าย จากกรณีของคุณฟ้าที่ได้รู้จักแฟนคนนี้จากแอปหาคู่ยิ่งยากขึ้นไปอีก 

        สำหรับพี่มองว่าความต้องการของคุณฟ้าและแฟนไม่เท่ากัน รักของทั้งคู่ไม่เท่ากัน แรก ๆ ความสัมพันธ์ยังดีเพราะไม่ได้อยู่ด้วยกันทุกวัน และมองว่าแฟนอาจไม่ได้อยากจะมีความรักจริงจังเท่ากับที่คุณฟ้าทุ่มเทให้เขา ซึ่งเป็นเรื่องที่ดีที่คุณฟ้าทุ่มเทให้ความรัก เพียงแต่เขาอาจไม่ได้ต้องการขนาดนั้น ยิ่งในวันที่เขาไม่ได้ต้องการ การกระทำของเราจะยิ่งดูรุงรังสำหรับเขา

        การที่คุณฟ้าบอกว่าอยากกลับไปเพื่อที่จะเป็นอะไรก็ได้ในชีวิตเขา พี่มองว่าสามารถทำได้ แต่อย่าทำเลย เพราะเขาอาจไม่กลับมา ต่อให้กลับมาก็ไม่ยั่งยืน ในวันนั้นคุณฟ้าอาจรู้สึกแย่กว่าตอนนี้เสียอีก การยื้อเขาไว้ไม่มีประโยชน์ เอาเวลามารักตัวเองดีกว่า

        จากที่คุณฟ้าคาดว่าเขาเลิกเพราะไม่สวยหรือเปล่า นั่นคือการตั้งคำถามกับคุณค่าของตัวเองแล้ว ซึ่งพี่มองว่ามันไม่ใช่ เพียงแค่เขาไม่ชอบคนแบบคุณฟ้า เขาอาจแค่อยากเรียนหนังสือก่อน เจอกันเป็นครั้งคราวสนุกสนานกันเท่านั้น แต่หากจริงจังเขาอาจไม่ต้องการ ตอนนี้เรารู้ว่าเขาอยากเลิกและไม่ชอบพฤติกรรมบางอย่างที่เราทำให้เรียนรู้จากสิ่งนี้ รักตัวเองให้มาก จากที่คุณฟ้าบอกว่าอยากดูแลตัวเองก็สามารถทำได้เลย และรอคนถัดไปเพื่อมีความรักครั้งใหม่ เอาสิ่งที่เคยผิดพลาดไปแก้ไขกับคนหน้า ในอนาคตหนูอาจโชคร้ายโดนเขาเทอยู่ดีแต่มันก็ไม่เป็นไร รอไปจนกว่าจะเจอคนนั้น เพียงแค่อย่าตั้งคำถามกับคุณค่าในตนเอง"

       นอกจากนี้ดีเจอ้อมยังเสริมว่า "อยากให้คุณฟ้ากลับมารักตัวเอง ไม่ว่าจะเจอกับใครอีกกี่คน คุณฟ้าจะมีความสุข และคุณฟ้าจะได้เจอความทุกข์นะ แต่จะมีสติกว่านี้ ไม่ใช่ยอมเป็นเบี้ยให้ใครก็แล้วแต่ เดี๋ยวเราจะไม่มีค่า คุณฟ้ามีค่านะ"

        ดีเจเติ้ลทิ้งท้ายไว้ว่า "ถ้าทรมานมาก ทนไม่ไหวจริง ๆ ก็เอาให้เต็มที่ และในสักวันหนึ่งคุณฟ้าจะรู้ตัวเองว่าควรพอ"

        ดีเจทั้งสามท่านพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า “คุณฟ้าจะผ่านมันไปได้อย่างแน่นอน”

        รายการพุธทอล์คพุธโทรขอเป็นอีกหนึ่งกำลังใจให้คุณฟ้าเข้มแข็งขึ้น และมอบความรักให้กับตัวเองได้มากขึ้นอย่างที่ตั้งใจไว้ แม้ความรักครั้งนี้จะทำให้เจ็บปวดหัวใจ แต่ท้ายที่สุดแล้ว อาจจะมีแค่เราคนเดียวเท่านั้นที่ดูแลหัวใจของเราได้นะคะ 

เรื่องราวจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทาง

มีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATION

รับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 20.00 –23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

related พุธทอล์ค พุธโทร RECAP

นับถือน้าเป็นแม่ เลี้ยงหนูมาจนโต ตลอดเวลาที่อยู่บ้านเดียวกัน น้าเขย พยายามขอกำลังใจจากหนู ขอให้หนูกอด ขอให้หนูบอกรัก บางวันดึงหนูไปกอด หนูกลัวจนตัวสั่น ล่าสุดส่งรูปลามกให้หนูอีก ตอนนี้ไม่กล้าบอกใครเลย แม่เคยบอกไว้ว่าให้ทำดีกับเขาไว้เพราะเรื่องธุรกิจ

29 ม.ค. 2024

นับถือน้าเป็นแม่ เลี้ยงหนูมาจนโต ตลอดเวลาที่อยู่บ้านเดียวกัน น้าเขย พยายามขอกำลังใจจากหนู ขอให้หนูกอด ขอให้หนูบอกรัก บางวันดึงหนูไปกอด หนูกลัวจนตัวสั่น ล่าสุดส่งรูปลามกให้หนูอีก ตอนนี้ไม่กล้าบอกใครเลย แม่เคยบอกไว้ว่าให้ทำดีกับเขาไว้เพราะเรื่องธุรกิจ

“คุณมี่ (นามสมมติ)” อายุ 19 ปี สายที่สี่ในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (24 ม.ค. 67) ได้โทรเข้ามาปรึกษา ดีเจเผือก – ดีเจเติ้ล – ดีเจต้นหอม กับปัญหาเกี่ยวกับครอบครัว ที่น้าเขยมาลวนลาม น้าสาวที่นับถือเป็นแม่อีกคนก็รู้เรื่อง แต่ไม่คิดจะช่วยอะไร โดย “คุณมี่ (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ปัจจุบันครอบครัวหนูมีอยู่กัน 4 คน คือ หนู แม่(น้าที่เลี้ยงมาตั้งแต่เด็ก ๆ ) ยาย และน้าเขย เมื่อก่อนแม่หนูเป็นแม่ค้าขายของที่ตลาด รายได้บางทีก็พอใช้ แต่บางครั้งก็ต้องประหยัด อยู่มาแบบนี้ได้สักพักนึงตั้งแต่เด็ก ๆ จนวันหนึ่งแม่ไปเจอแฟนในโลกออนไลน์ที่อายุอ่อนกว่าแม่ 10 ปี ซึ่งก็คือน้าเขยคนปัจจุบัน เขากับแม่ก็ตกลงกันว่าจะมาทำมาหากินใช้ชีวิตอยู่ด้วยกัน เข้ามาทำงานด้วยกันได้ประมาณ 2 ปี น้าเขยคนนี้ทะเลาะกับญาติทั้งตระกูล อยู่กันแบบเคืองใจกันมาตลอด จนเข้าปีที่ 5 ที่เขาอยู่ด้วยกัน ตอนนั้นหนูอายุ 15 ย่าง 16 ปี น้าเขยก็บอกว่า “จะซื้อของขวัญให้แต่ต้องแลกกัน” ของขวัญที่หนูคิดไว้ว่าจะเอาไปแลกกับน้าเขยก็คงจะเป็นสิ่งของหรือการ์ดขอบคุณ แต่เขาบอกว่าเขาไม่เอา เขาไม่อยากได้ เขาอยากได้กำลังใจจากหนู หนูก็เลยปฏิเสธไปว่า “ไม่เป็นไร...หนูไม่เอา” เขาบอกว่าอยากให้หนูกอด ให้หนูหอมเหมือนลูก หนูก็ปฏิเสธไป แต่พอถึงวันเกิดเขาก็ซื้อมาให้อยู่ดี หลังจากนั้นเขาก็เหมือนถาม เหมือนทวงว่า “ไหนอะของขวัญ ไม่เห็นได้อะไรเลย” หนูก็เลยพยายามเลี่ยงไม่ตอบโต้ และเขียนการ์ดขอบคุณไปให้ แต่ว่าเขาบอกว่า “ไม่เอา” มีวันนึงเป็นวันที่แม่ออกไปขายของข้างนอกกับน้าเขย ส่วนคุณยายก็ไปวัด วันนั้นเป็นวันที่หนูอยู่บ้านคนเดียว น้าเขยเขาก็เปิดประตูบ้านเข้ามา เดินมาเปิดประตูตู้เย็นดื่มน้ำ หนูก็เลยรีบหารีโมทเพื่อที่จะปิดทีวีและรีบออกจากตรงนั้น จังหวะที่หนูกำลังจะลุกไป เขาก็เดินมาคุกเข่าลง เอามือมากอดหนูไว้แล้วก็บอกว่า “ขอของขวัญหน่อยสิ” แล้วเขาก็หอมแก้มหนูทั้งสองข้าง ด้วยความที่เป็นเด็ก ไม่กล้าและกลัวจึงไม่ได้ขัดขืนหรือทำอะไร พอเขาปล่อยออก หนูก็รีบลุกและวิ่งออกเลย วันนั้นหนูจำได้ว่าหนูนอนร้องไห้จนหลับ ซึ่งอันนี้ก็คือวีรกรรมแรกของน้าเขยคนนี้ พอเวลาผ่านไปได้ไม่นาน เขาทะเลาะกับแม่เรื่องผู้หญิง เก็บกระเป๋าออกจากบ้านไป หนูก็เลยตัดสินใจบอกเรื่องที่เกิดขึ้นกับญาติ ๆ แต่ญาติเขาก็คุยกันบอกว่า “ยังไม่อยากบอกแม่ อยากให้เวลาแม่ทำใจก่อน” สุดท้ายเขาก็ไปได้ไม่นาน หลังจากผ่านไป 2 อาทิตย์ เขาก็กลับมาง้อแม่ แล้วก็กลับมาอยู่ด้วยกันเหมือนเดิม ทำให้พฤติกรรมที่เขาเคยทำกับหนูกลับมาอีก เวลาที่อยู่บ้านหนูจะเลี่ยงการอยู่กับเขาสองต่อสอง บางทีเวลาเดินไปหน้าบ้านแล้วเห็นเขาอยู่ หนูก็จะอ้อมไปเข้าด้านหลัง เวลาที่หนูเข้าห้องนอน เขาก็จะชอบทักมาประมาณว่า “ขอหน่อยสิ...ขอหน่อย รู้ว่าอยากได้ ก็ให้หน่อย” หนูก็ได้บอกญาติว่าเขาทำแบบนี้อีก แต่ญาติก็พูดอะไรมากไม่ได้ มากสุดก็แค่รับรู้ไว้ เขาก็บอกว่า “ให้หนูดูแลตัวเอง” ญาติก็มาเยี่ยมหนูบ้างอะไรแบบนี้ ส่วนยายที่อยู่บ้านเดียวกัน หนูก็ยังไม่ได้บอก เพราะคุณยายเป็นคนเซนซิทีฟ เท่ากับว่าตอนนี้คนในบ้านที่อยู่ด้วยกันยังไม่มีใครรู้เรื่องนี้เลย ยิ่งไปกว่านั้นบางทีน้าเขยเขายังส่งรูปลามกมาให้หนูในแชทอีกด้วย หนูยังไม่เคยโชว์ข้อความหรือรูปลามกที่เขาส่งมาในแชทให้แม่ดู ด้วยงานก็เลยยังไม่อยากพังชีวิตแม่ตอนนี้ เพราะว่ามันมีหลายอย่างที่เขาทำร่วมกัน แต่เหมือนแม่ก็รู้อยู่ว่าเขาเป็นคนยังไง หนูเคยคุยกับแม่ว่า “เขามาขอกอด” แม่ก็บอกแค่ว่า “อยากให้ทนไปก่อน เพราะอยากให้ชื่อกิจการมันเป็นของเราหมดก่อน” ส่วนแม่แท้ ๆ อยู่ข้างนอก อยู่ใกล้กัน แต่ฐานะการเงินของแม่เขาเลี้ยงดูหนูไม่ได้ หนูเคยบอกเรื่องนี้กับแม่แท้ ๆ แม่ก็บอกว่า “ถ้าวันไหนรู้สึกไม่ปลอดภัย ก็มานอนกับแม่ก็ได้” โดยปกติแล้วที่บ้านหนูเขาก็จะอยู่ห้องใครห้องมัน แต่บางทีเวลาเขาอยู่โถงบ้าน เขาชอบใส่กางเกงบ๊อกเซอร์มานั่งแหกขาดูทีวี ซึ่งจะทำแบบนี้แค่ตอนแม่ไม่อยู่บ้าน ล่าสุดที่ทำก็คือเมื่อสองวันที่แล้ว หนูเลยอยากจะถามพี่ ๆ ว่า “มันพอจะมีทางออกที่จะคิดคำพูด พูดกับแม่แบบจริงจังอะค่ะ เพราะว่าแม่หนูก็เหมือนเคยรับรู้แต่ช่วยอะไรไม่ได้มาก” แล้วเหมือนตอนนี้เขาพูดกับแม่ว่า เขาจะขายร้านทิ้งทั้งหมดไปอยู่ที่อื่นพาแม่ไปด้วย เหตุผลที่เขาจะไปมันน่ารังเกียจมาก เขาบอกกับหนูว่า “หนูไม่รักเขา ไม่กอด ไม่หอมเขา” แค่นี้เลยคือเหตุผลที่เขาจะพาแม่ไปอยู่ที่อื่น โดย “ดีเจเติ้ล” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘เป็นพี่พี่จะขอน้า ขอไปอยู่กับแม่แล้วให้เขาส่งเสียให้ ถ้าเขารักหนูจริง เขาจะทำ บอกไปว่าหนูไม่ไหว มันไม่มีความสุข หนูอยู่แบบนี้ไม่ได้ พี่ไม่อยากให้มี่คิดว่าเรื่องนั้นมันจะไม่เกิดขึ้น หนูเปลี่ยนเขาไม่ได้ แม่จะไม่มีวันเลิกกับเขา ตอนนี้ที่หนูทำได้คือย้ายออกจากบ้านหลังนั้น ซึ่งหนูมีทางที่จะย้ายด้วย ไม่ว่าจะเป็นแม่แท้ ๆ หรือญาติ พี่เชื่อว่าสุดท้ายจะไม่มีใครรักมี่เท่ามี่รักตัวเองนะ แล้วถ้าบอกแม่แล้วแต่แม่บอกให้ยอม ต้องอย่ายอมนะ กิจการอะไรเราทำมาหากินด้วยตัวเองได้ อย่าเอาชีวิตไปผูกกับสิ่งเหล่านี้แล้วเอาตัวเองแลก’ ต่อมาเป็น “ดีเจเผือก” ให้คำปรึกษาว่า ‘เอาจริงวิธีที่จะพูดกับแม่มันไม่มีอะไรเลย เปิดไลน์ให้ดู เปิดข้อความ เปิดรูปที่เขาส่งมาให้ดูเท่านั้นแหละ แล้วก็ออกมาซะ อยู่กับใครก็ได้ที่ไม่ต้องมาเสี่ยงแบบทุกวันนี้ หนูไม่ได้ไม่มีใครนะลูก’ สุดท้ายเป็น “ดีเจต้นหอม” ให้คำปรึกษาว่า ‘บ้านนี้หนูอยู่ไม่ได้แล้วอันตรายมาก แต่ถ้าหนูอยากลองถามแม่ก็ลองได้ ลองไปพูดกับแม่ว่าเกิดสิ่งนี้ขึ้นกับหนู แล้วหนูรู้สึกอึดอัดในการอยู่บ้านหลังนี้ หนูอยากอยู่ข้างนอก ถ้าเขารักเราจริง เขาจะเช่าบ้านให้เราอยู่ข้างนอก หรือเช่าหอ หรืออะไรก็ตาม แต่ถ้าเขายังพูดว่าร้านยังไม่เป็นของเรา บอกแม่ไปเลยว่าหนูขอออกไปอยู่ข้างนอก ถ้าอยู่แบบนี้หนูโดนข่มขืนแน่ แล้วแม่จะโอเคเหรอ หรือเราจะอยู่กับญาติได้ไหม ให้แม่มี่เป็นคนคิดเองเลยว่าจะให้อยู่บ้านไหน ตอนนี้อยู่ที่นี่ไม่ได้ แม่จะแก้ปัญหายังไงให้’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

แทบมุดดินหนี!! สาวเล่าประสบการณ์ออกเดทกับผู้ผ่านแอป นัดเจอกัน เช้าเข้าวัดทำบุญ บ่ายไปกินข้าวร้านอาหาร นั่งๆอยู่ ฝ่ายชายสะกิดบอก “เธอๆ ซิปเธอแตกรึเปล่า?” ก้มดูเท่านั้นแหละ กางเกงในสีส้มดับเพลิง โผล่ออกมา...

03 ก.ค. 2023

แทบมุดดินหนี!! สาวเล่าประสบการณ์ออกเดทกับผู้ผ่านแอป นัดเจอกัน เช้าเข้าวัดทำบุญ บ่ายไปกินข้าวร้านอาหาร นั่งๆอยู่ ฝ่ายชายสะกิดบอก “เธอๆ ซิปเธอแตกรึเปล่า?” ก้มดูเท่านั้นแหละ กางเกงในสีส้มดับเพลิง โผล่ออกมา...

“คุณแป๋ว (นามสมมติ)” อายุ 23 ปี สายสุดท้ายในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา [28 มิ.ย. 66] ได้โทรเข้ามาปรึกษา ดีเจเผือก – ดีเจเติ้ล - ดีเจอ้อย นภาพร เกี่ยวกับปัญหาการไปออกเดทกับผู้ชายที่ชอบ โดย “คุณแป๋ว (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘ตอนนี้หนูกำลังคุยอยู่กับผู้ชายคนนึง เพิ่งคุยกันได้ประมาณ 2 อาทิตย์ เจอกันในแอปหาคู่ ส่วนตัวหนูก็ไม่ค่อยไปเที่ยวกับผู้ชายแบบ 2 ต่อ 2 มาประมาณ 7 ปีได้ เมื่ออาทิตย์ที่แล้ว หนูก็เลยลองไปดู เพราะโอเคกับเขา หนูก็แต่งตัวสวยเลย ก่อนจะไปหาเขา หนูก็แวะที่ทำงานแปปนึง เพื่อเดินโชว์ให้ทุกคนที่ทำงานชมก่อนว่าหนูสวยมั้ย? แล้วเขาก็นัดเจอหนูที่วัด พอหนูเจอผู้ชาย เขาก็ตรงปกดี ส่วนการแต่งตัวของหนู หนูก็แต่งตัวปกติ ใส่กางเกงพอดีตัวและเสื้อก็พอดีตัว หลังจากที่กลับจากวัดเราก็เดินไปหาอะไรกินกัน แล้วก็มีดื่มกันนิดหน่อยและนั่งเล่นบอร์ดเกมด้วยกัน จังหวะนั้นเหมือนเขานิ่งไปแปปนึง แต่เราก็ไม่ได้ถามอะไรเขา จนเขาเรียกหนูแล้วชี้ไปที่พุงตัวเอง แล้วเขาก็ถามว่าซิปเธอแตกหรือเปล่า? แล้วพุงหนูมันก็ปริ้นทะลุซิปออกมาเลย แต่ที่พีคที่สุดคือ วันนั้นหนูใส่กางเกงในสีส้ม แบบส้มดับเพลิง หนูไม่รู้ว่าที่เขามองมา เขาเห็นแค่พุงหนูหรือเห็นขอบกางเกงในของหนูด้วยหรือเปล่า ซึ่งที่หนูใส่กางเกงในสีส้ม เพราะหนูดูดวงมา... มันเป็นภาพติดตาหนู และไม่รู้จะทำยังไง ในใจก็อาย ทำยังไงดี? แต่หนูก็บอกเขาว่า อ่อ ซิปแตกมั้ง แล้วหนูก็เชิ่ด เล่นเกมต่อ หลังจากนั้นแปปนึง เขาก็บอกว่าเขาเริ่มเมาแล้ว เราแยกย้ายกันกลับมั้ย? หลังจากนั้นเราก็ยังคุยกันต่อ แต่ที่เป็นปัญหาของหนู คือ หนูไม่รู้จะลบภาพนั้นยังไงดี? แล้วหนูก็ไม่รู้ว่าเขาเห็นมั้ย ในหัวเขาก็มองเราเป็นยังไง? เพราะมันเป็นเดทแรก หลังจากที่ไม่ได้เจอมาแบบนี้มา 6-7 ปีแล้ว มันก็เลยกลายเป็นว่าหนูแอบเสียความมั่นใจอยู่ แต่เขาก็ชวนไปเดทวันศุกร์นี้อีก! หนูจะทำยังไงให้ตัวเองลืมภาพที่ตัวเองอายออกไปได้? ให้กลับมามีความมั่นใจอีกรอบ... งานนี้ 3 ดีเจ ก็ได้ให้คำแนะนำว่า ‘มันลบไม่ได้หรอก ถ้าแป๋วลบเหตุการณ์นั้นไปง่ายๆ ครั้งต่อไปเราจะไม่มีอะไรไว้เตือนใจ แต่ถ้ามันลบออกไปไม่ได้ มันก็จะตามเตือนใจการแต่งตัวของเราทุกครั้ง ว่าถ้าเราจำได้ เราจะไม่ทำแบบนั้นอีก เอาไว้สำหรับการเป็นบทเรียน เพราะฉะนั้นถ้าลืมอะไรง่ายๆ มันก็ต้องเจ็บซ้ำๆเรื่องเดิมๆอีก ใดๆก็ตามสิ่งที่แป๋วควรจะดีใจ เพราะเขาเห็นแล้วแต่ยังนัดเดทกับเราอีกรอบ แนะนำให้ลดโทนสีลงมานิดนึง แป๋วยังเป็นตัวของตัวเองได้นะ แต่อาจจะรัดกุมเข้ามาหน่อย แล้วก็เพลินๆไปกับปัจจุบัน อย่าไปขยี้อดีต เพราะมันอาจจะเป็นการตอกย้ำเขาอีกฝั่งนึง และขยี้ตัวเองอีกด้วย...’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

แฟนทำงานร่วมกับทอม ความใกล้ชิดของเขาทำให้เรารู้สึกไม่สบายใจ แต่แฟนก็บอกว่ามองเพื่อนทอมคนนั้นเป็นแค่ผู้ชายคนนึง ไม่ได้คิดอะไรเกินเลยคำว่าเพื่อน

06 ก.พ. 2026

แฟนทำงานร่วมกับทอม ความใกล้ชิดของเขาทำให้เรารู้สึกไม่สบายใจ แต่แฟนก็บอกว่ามองเพื่อนทอมคนนั้นเป็นแค่ผู้ชายคนนึง ไม่ได้คิดอะไรเกินเลยคำว่าเพื่อน

แฟนทำงานร่วมกับทอมความใกล้ชิดของเขาทำให้เรารู้สึกไม่สบายใจแต่แฟนก็บอกว่ามองเพื่อนทอมคนนั้นเป็นแค่ผู้ชายคนนึงไม่ได้คิดอะไรเกินเลยคำว่าเพื่อน ‘คุณจูลี่’ (นามสมมติ) อายุ 29 ปี เป็นสายที่ 3 ในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (4 กุมภาพันธ์ 2569) ได้โทรเข้ามาแชร์เรื่องราวกับ ‘ดีเจเผือก - ดีเจกอล์ฟ เทยเที่ยวไทย - ดีเจต้นหอม’ เกี่ยวกับเรื่องที่แฟนทำงานร่วมกับทอม แต่การกระทำบางอย่างของทั้งคู่ดูมีอะไรมากกว่าที่คิด ‘คุณจูลี่’ ได้เล่าว่า เธอนั้นได้คบกับแฟนหนุ่มมาเป็นเวลา 3 ปี และกำลังจะเข้าปีที่ 4 ในปีนี้ โดยแฟนไม่เคยมีประวัติการนอกใจ แฟนหนุ่มของคุณจูลี่นั้นเป็นคนที่ใจเย็น และจิตใจดี ทำให้มีเพื่อนเยอะ และเนื่องจากแฟนทำงานเป็นฟรีแลนซ์ ทำโปรดักชั่นเป็นของตัวเอง จึงทำให้เวลารับงานก็ต้องมีทีมเพื่อน ๆ ไปด้วย เวลาออกจากบ้านไปทำงานก็จะต้องออกจากบ้านไปตั้งแต่เช้า กว่าจะกลับฟ้าก็มืด เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา เธอได้ตามแฟนไปทำงาน เป็นการไปดูโลเคชั่นที่ต่างจังหวัด โดยมีทีมไปทั้งหมด 5 คน ประกอบไปด้วย คุณจูลี่ แฟนของคุณจูลี่ เพื่อนของแฟนคุณจูลี่ที่เป็นผู้ชาย 2 คน และเพื่อนของแฟนคุณจู่ลี่ที่เป็นทอม 1 คน ซึ่งเวลาที่คุณจูลี่ตามแฟนไปทำงานทีไรก็มักจะเจอกับเพื่อนทอมคนนี้อยู่เสมอ และในช่วงนี้ที่ได้รับโปรเจกต์ใหญ่มาทำ แฟนของคุณจูลี่ก็มักจะติดต่อคุยงานกับเพื่อนทอมคนนั้นบ่อยกว่าปกติ เวลามีงานอะไรก็ตาม แฟนของคุณจูลี่ก็มักจะให้เพื่อนทอมคนนี้มาช่วยเป็นคนแรก ๆ เสมอ ในระหว่างวันแฟนของคุณจูลี่ก็จะส่งแชทให้กับเพื่อนทอมคนนี้อยู่บ่อยครั้ง แต่คุณจูลี่ก็ได้บอกว่า แฟนของเธอนั้นก็ไม่ได้ปิดบังอะไรสามารถให้เปิดดูแชทได้เสมอ คุณจูลี่ยังได้เล่าต่อว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในวันที่ไปดูโลเคชั่น เป็นเหตุการณ์ที่ทำให้คุณจูลี่เริ่มรู้สึกไม่สบายใจ โดยคุณจูลี่ได้เล่าว่า มีช่วงที่คนในทีมเล่นมุกกันอย่างสนุกสนาน แฟนของคุณจูลี่ก็ไปจับหัวเพื่อนทอมให้หงายลง คล้ายว่าหยอกเล่นกัน ตัวคุณจูลี่ที่ยืนอยู่ตรงกันข้ามนั้นก็ได้เห็นเหตุการณ์ทั้งหมดทำให้คุณจูลี่รู้สึกตกใจและเกิดความไม่สบายใจ แต่ก็ไม่ได้พูดอะไรออกไป เพราะไม่ต้องการทำให้เสียบรรยากาศ เนื่องจากตรงนั้นมีคนอยู่เป็นจำนวนมาก นอกจากนี้ยังมีอีกเหตุการณ์ที่ทำให้คุณจูลี่รู้สึกไม่สบายใจ ระหว่างที่ทุกคนกำลังนั่งพักเบรก นั่งกินขนมกันอยู่นั้น ก็ได้มีพี่ผู้ชายในทีมถามเรื่องงานแต่งของเธอขึ้นมา สักพักเพื่อนทอมคนนั้นก็ได้พูดขึ้นมาว่า “ทำงานได้เงินมา มึงก็เอาไปลงกับกล้อง เอาไปลงกับอุปกรณ์จนหมดแหละกว่าจะได้แต่ง” พูดแบบนี้ซ้ำสองครั้ง เมื่อกลับกรุงเทพแต่ละคนก็ได้แยกย้ายกันกลับไปยังบ้านของตัวเอง คุณจูลี่ก็ได้ไปกินข้าวกับแฟน จึงได้คุยกันว่าไม่โอเคกับการกระทำในเหตุการณ์นั้น แต่แฟนของคุณจูลี่ก็ได้ตอบกลับมาว่า ตนนั้นจำไม่ได้ว่าตัวเองทำอะไรแบบนั้นไปตอนไหน พร้อมบอกว่าไม่เคยมองเพื่อนทอมคนนั้นเป็นผู้หญิงเลยสักครั้ง แล้วก็ได้แซวคุณจูลี่กลับว่าเธอหึงเขาหรอแล้วก็ขำขึ้นมาหลังจากแซว เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมดนี้ทำให้คุณจูลี่ต้องการปรึกษากับเหล่าดีเจว่าหากครั้งหน้าที่เธอตามแฟนไปทำงาน ควรพูดกับแฟนแบบไหนดีให้แฟนคิดเรื่องนี้ได้ อีกทั้งยังรู้สึกว่าเขาสนิทกันมากเกินไปจนไม่มีเวลาแบ่งมาให้เธอ หลังจากฟังเรื่องราวของคุณจูลี่จบ เหล่าดีเจก็ได้เริ่มให้คำปรึกษา โดยเริ่มจาก ‘ดีเจกอล์ฟ เทยเที่ยวไทย’ ที่ได้กล่าวว่า “หนูก็แค่วางตัวเป็นแฟนที่น่ารักตามปกติ เพราะหนูเป็นแฟน และเขาเป็นเพื่อนแค่นั้น เข้าใจความรู้สึกของจูลี่นะ แต่ใด ๆ ทั้งหมดต้องมองด้วยภาพรวม จูลี่อาจจะไปโฟกัสที่เป็นจุดเล็ก ๆ บนผืนผ้าขนาดใหญ่ แต่ก็ไปแหกจนมันใหญ่จนมันหนักกับตัวเรา แต่อยากให้มองภาพรวม ๆ ทั้งหมด แล้วก็ไม่ต้องไปนั่งจับผิด ความเป็นจริงอาจจะไม่ได้ไปขนาดนั้นก็ได้” ต่อมา ‘ดีเจเผือก’ ได้กล่าวว่า “เป็นไปได้ว่าเขาอาจจะไม่ได้คิดอะไรในเชิงนั้นเลย แต่บางครั้งคนเราอยู่ด้วยกันมันไม่ได้ถูกตัดสินด้วยความผิดหรือถูก หรือด้วยเหตุผลเสมอไป ทั้งหมดทั้งมวล ก็ระวังเรื่องการวางตัวนิดนึง เราแค่ทำให้อีกฝ่ายสบายใจ อีกฝ่ายมีความสุข ถ้าเราจะพอยอมให้กันได้บ้างบางเรื่อง มันก็จะอยู่รอดกันไปจนแก่จนเฒ่า คนเรามันก็ต้องมีมุมงี่เง่าบ้างแหละสักนิดสักหน่อย” สุดท้าย ‘ดีเจต้นหอม’ ได้กล่าวว่า “เพื่อนแฟนก็ต้องวางตัวดี ๆ ด้วย ละประโยคที่เพื่อนแฟนพูดว่า “มึงก็เอาเงินไปซื้อกล้องแล้วก็ไม่ได้แต่งสักที” เหมือนเขาเข้าข้างเรามั้ย แบบว่าอยากให้รีบแต่ง แต่เรารู้สึกไม่ชอบเขาไปแล้ว เราไม่ต้องตามไปที่ทำงาน ไม่ต้องไปเห็น เพราะปัญหาไม่ได้อยู่ที่เขา จากข้อมูลที่พี่ฟังนะ เรื่องทั้งหมดนี้สำหรับพี่ไม่สามารถมองว่าแฟนผิดได้เลย เพราะหลักฐานไม่เพียงพอ ถ้าจูลี่คิดจะจับ จูลี่ต้องมีหลักฐานมากกว่านี้ แต่การจับต้องอยู่บนพื้นฐานของเหตุและผล ไม่งั้นเราจะกระวนกระวายใจอยู่คนเดียว แล้วการทนทุกข์ของจูลี่จะมีผลต่อความสัมพันธ์กับแฟน แต่ถ้าสมมติมีอะไรจริง ๆ มันจะมีหลักฐานมากกว่านี้ ถ้าเรารู้สึกว่าผู้ชายคนนี้มีข้อดีมาก ทำไมถึงไม่อยากรักษาความสัมพันนี้ สิ่งเล็ก ๆ น้อย ๆ พวกนี้แม้ไม่ได้ลึกมาก แต่ก็สะกิดให้เป็นแผลถลอกได้นะ มันจะดีกว่ามั้ยถ้าเราให้เกียรติในการทำงานเขา คนเราสามารถอยู่ด้วยกันโดยไม่ทะเลาะกันได้นะ ถ้าเราเข้าใจกันและกัน ความเข้าใจสำคัญที่สุดจูลี่”เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการInboxฝากเรื่องมาที่FacebookFanpageEFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 20.00–23.00น.ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

ผมอยู่ในกลุ่มเพื่อนผู้ชายมาทั้งชีวิต ผมก็พยายามปฏิเสธใจของตัวเองอยู่เสมอ แต่ตอนนี้อยากเปิดตัวว่าผมไม่ได้ชอบผู้หญิงครับ แต่ผมกลัวสายตาที่ทุกคนมองมา

10 เม.ย. 2026

ผมอยู่ในกลุ่มเพื่อนผู้ชายมาทั้งชีวิต ผมก็พยายามปฏิเสธใจของตัวเองอยู่เสมอ แต่ตอนนี้อยากเปิดตัวว่าผมไม่ได้ชอบผู้หญิงครับ แต่ผมกลัวสายตาที่ทุกคนมองมา

ผมอยู่ในกลุ่มเพื่อนผู้ชายมาทั้งชีวิตผมก็พยายามปฏิเสธใจของตัวเองอยู่เสมอแต่ตอนนี้อยากเปิดตัวว่าผมไม่ได้ชอบผู้หญิงครับแต่ผมกลัวสายตาที่ทุกคนมองมา ‘คุณสุดหล่อ (นามสมมติ)’ อายุ 20 ปลาย สายที่ 1 ในรายการ พุธทอล์คพุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (8 เมษายน 2569) ได้ส่งเรื่องเข้ามาปรึกษา ‘ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล – ดีเจต้นหอม’ เกี่ยวกับเรื่องที่ไม่กล้าเปิดเผยตัวตนให้กับกลุ่มเพื่อนได้รับรู้ โดย ‘คุณสุดหล่อ (นามสมมติ)’ ได้เล่าว่า “ทุกวันนี้เหมือนผมไม่ได้มีชีวิตเป็นของตัวเองเลย เพราะว่าผมไม่ได้ชอบผู้หญิง แต่ผมกลับอยู่ในสังคมของการทำงานที่มีแต่ผู้ชาย ทำให้ผมต้องเก็บเรื่องนี้เอาไว้กับตัวเอง และไม่กล้าที่จะบอกใคร ผมเองก็อยากที่จะไปบอกเพื่อนผู้หญิง ที่ผมสนิทกันมามากกว่า 10 ปีแล้ว แต่สุดท้ายผมก็ไม่มีโอกาสได้บอกเธอไปในสิ่งที่ผมเป็น ที่ผ่านมาสมัยเรียนผมก็มีคนคุยเป็นผู้หญิงมาโดยตลอด แต่สุดท้ายก็ไม่ได้คบกัน เพราะเป็นผมเองที่ออกห่างจากอีกฝ่ายเอง ในบางครั้งผมก็รู้สึกดีกับผู้หญิงคนนั้น และมีความรู้สึกที่อยากจะลองคบกัน แต่ผมเองก็อยากให้เขารู้เงื่อนไขเหมือนกัน ว่าตัวผมนั้นมีความชอบแบบไหน ผมเพิ่งจะมาแน่ใจ และรู้ตัวเองในตอนที่มีอายุประมาณ 15 - 16 ปี ว่าผมชอบผู้ชาย ในตอนที่ผมยังเด็ก ส่วนตัวผมเป็นคนที่มีเพื่อนผู้หญิงเยอะ รวมทั้งยังมีพี่สาวอีกด้วย ทำให้ผมกลายเป็นคนที่สดใส ร่าเริง แต่เมื่อผมได้เป็นตัวเองแบบนี้แล้ว ผมกลับโดนเรียกว่า ‘ตุ๊ด’ ผมจึงเลือกที่จะออกห่างจากเพื่อนผู้หญิง และหยุดการเป็นตัวเองไปตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมา ผมก็พยายามปฏิเสธใจของตัวเองอยู่เสมอ เพราะผมก็ไม่ได้อยากเป็นตุ๊ด ผมเคยแอบชอบเพื่อนผู้ชายคนหนึ่ง ซึ่งเขาเป็นเพื่อนสนิท ด้วยความที่ไม่มีใครรู้มาก่อนว่าผมชอบผู้ชายในเวลาที่ผมโพสต์ข้อความถึงเรื่องความรัก เขาก็มักจะถามผมอยู่เสมอว่าหมายถึงผู้หญิงคนไหน เราทั้งสองเล่นถึงเนื้อถึงตัวกันตลอด แม้เขาจะไม่ได้คิดอะไร แต่มันมีหนึ่งคนที่คิด ซึ่งคนคนนั้นคือผม ในตอนที่ผมได้เข้ามาทำงานในสังคมใหม่ ผมได้แต่คิดว่าผมจะได้เริ่มต้นชีวิตใหม่สักที แต่มันกลับไม่เป็นอย่างที่คิด เพราะในสังคมที่ผมอยู่มีแต่ผู้ชาย ผมเองก็ไม่กล้าที่จะเปิดเผยว่าผมชอบผู้ชาย เพื่อน ๆ ที่ทำงานก็มักถามผมอยู่เสมอว่าเมื่อไหร่ผมจะมีแฟน ส่วนตัวผมเคยเล่นแอปหาคู่ และได้มีโอกาสได้คุยผู้ชาย มันเหมือนเป็นการลองใจตัวเอง ทุกอย่างมันก็เหมือนจะดีนะครับ แต่สุดท้ายแล้ว เราก็เข้ากันไม่ได้ เขาเป็นคนที่เปิดเผย 100 % แต่ผมกลับเป็นคนที่ปกปิด ผมทำเหมือนกับว่า เราไม่ได้เป็นอะไรกัน เพราะผมกลัวสายตาคนอื่นจะมองว่าเรานั้นไม่ดี ผมก็รู้สึกว่าชีวิตมันต้องปลดล็อคสักที จะได้ใช้ชีวิตเป็นของตัวเอง แต่ผมกลัว ผมไม่รู้ว่าสังคมที่ทำงาน และเพื่อนของผมที่คบกันมามากกว่า 10 ปี เขาจะคิดยังไงกับเรื่องนี้ ผมกลัวว่าเขาจะคิดว่าผมชอบเขาหรือเปล่า หรือพวกเขายังสบายใจ ที่จะคบกับผมอยู่ไหม ผมอยากเปิดเผยตัวตน ว่าผมนั้นมีความชอบอย่างไร แต่ผมไม่อยากให้ความสัมพันธ์ของผมกับเพื่อน หรือที่ทำงานมันต้องเปลี่ยนไป ผมรู้ว่าผมจะต้องเสียบางอย่างไป แต่ผมยังไม่พร้อม สำหรับเพื่อนผู้ชายของผม บางครั้ง เขามักจะแสดงทัศนะคติบางอย่างเกี่ยวกับ LGBTQ ที่ทำให้เราไม่สบายใจ ทำให้เราได้เห็นความคิดบางอย่างที่ทำให้เรากลัว ที่ผมอยากบอกเรื่องนี้ให้เพื่อนสนิทที่เป็นผู้หญิงของผมได้รับรู้ เพราะผมอยากมีใครสักคน ที่คอยซัพพอร์ต แม้ว่าเพื่อนผู้หญิงคนนี้จะเคยชอบเพื่อนผู้ชายคนเดียวกับผมก็ตาม ชีวิตของผมในตอนนี้ เหมือนไม่รู้จะไปทางไหนดี แล้วถ้าวันนี้ผมเปิดตัวไปว่าผมชอบผู้ชาย แล้วเรื่องสมัยเรียน ในตอนที่ผมเคยบอกว่าคบกับคนคนหนึ่ง หรือเพ้อเรื่องความรัก จะมีคนรู้ไหม ว่าผมหมายถึงเพื่อนผู้ชายคนนั้น ทุกคนจะคิดยังไงกับผม แล้วสายตาที่คนรอบข้างเขาจะมองผมอย่างไร ผมควรจะเริ่มต้นชีวิตใหม่อย่างไรดี กับการเป็นตัวเอง” เริ่มต้นที่ ‘ดีเจเติ้ล’ ได้ให้คำปรึกษาว่า “เราไม่จำเป็นที่จะต้องสื่อสารเรื่องนี้กับใคร เรายังสามารถใช้ชีวิตของตนเองได้โดยที่มีความสุข เราไม่จำเป็นที่จะต้องบอก หรือพูดเรื่องนี้กับใครเลย ถ้าใจเราไม่ได้รู้สึกอยากที่จะบอก แต่การที่เราอยากจะบอกใครสักคน เราคงต้องถามตัวเองว่าอยากจะบอกเพราะอะไร หรืออยากมีใครสักคนที่คอยรับฟัง ถ้าเรามั่นใจแล้วว่าเขาคนนั้น คือคนที่เราเชื่อใจได้ ก็พูดออกไป ถ้าหากพูดไปแล้วเขายอมรับในสิ่งที่เราเป็นได้ ก็พูดมันออกไป แต่ถ้าเราตัดสินใจพูดไปแล้ว ผลลัพธ์มันกลับออกมาไม่เป็นเหมือนกับในสิ่งที่เราคิด หรือเอาเรื่องของเราไปพูดให้คนอื่นฟัง ก็อยากให้เราทำใจยอมรับมัน สุดท้ายแล้วเรื่องนี้จะเป็นการคัดกรองเพื่อนให้ชีวิต มันคือสิ่งที่เขาเลือกและเราก็เลือกเหมือนกัน อย่าให้สภาพแวดล้อมบีบบังคับเรา ทำอะไรที่ตัวเองมีความสุข แล้วไม่ทำให้คนอื่นเดือดร้อนก็ดีแล้ว” ทางด้านของ ‘ดีเจเผือก’ ได้ให้คำปรึกษาว่า “สำหรับเราคิดว่าถ้าเพื่อนสนิทกันจริง ๆ เราคงรู้อยู่แล้วว่าเราเป็นยังไง ที่ผ่านมาเราก็เห็นเพื่อนที่เพิ่งเปิดตัวตอนที่มีเริ่มโตเป็นผู้ใหญ่แล้ว และเราก็ยังสามารถเป็นเพื่อนกันได้เหมือนเดิม กาลเวลา และชีวิตมันจะคัดกรองคนในชีวิตเรา อย่าไปกลัวที่เราจะเสียใครออกไปจากชีวิต แต่จงเข้าใจว่าชีวิตมันคัดคนที่ไม่ใช่ออกไปอยู่แล้ว เราไม่จำเป็นต้องเอาตัวตนของตัวเองมาเก็บซ่อนเอาไว้ เพื่อที่จะรักษาคนที่ไม่ใช่เพื่อนแท้ของเรา ถ้าคนคนนั้นเขาเป็นเพื่อนเราจริง ๆ เรื่องนี้จะไม่ใช่ปัญหาของเราแน่นอน สังคมผู้ชายมันไม่มีอะไรซับซ้อน ถ้ามันไม่ใช่มันก็แค่แยกย้ายกันไป เราก็จะได้ชีวิตที่เรานั้นไม่ต้องหลบ ๆ ซ่อน ๆ สักที และเราก็จะได้เจอเพื่อนที่เราไม่จำเป็นต้องหลบซ่อนตัวตนของตัวเองตั้งแต่แรก อย่ากลัวการเปลี่ยนแปลง ยึดการเป็นตัวเองไว้ เรื่องนี้เราไม่ได้ผิดอะไรเลย และถ้าบอกไปแล้วเขาไม่โอเค ปัญหามันอยู่ที่ทัศนะคติของคนคนนั้น มันไม่ใช่ปัญหาของเรา ใช้ชีวิตของตัวเองอย่างมีความสุข ให้ความสำคัญกับใจตัวเองให้มากขึ้น” ปิดท้ายด้วย ‘ดีเจต้นหอม’ ได้ให้คำปรึกษาว่า “อยากแนะนำวิธีการบอกเพื่อนให้กับคุณสุดหล่อ คือ การนัดเพื่อนออกมาดื่มด้วยกัน แล้วเริ่มบอกเขาว่าเรามีเรื่องอยากจะบอก พูดกับเขาไปตรง ๆ ว่าเราเพิ่งรู้ตัวว่าชอบผู้ชาย และวันนี้ที่นัดทุกคนมา เพราะทุกคนคือคนที่เราแคร์มากที่สุด และอยากจะถามทุกคนว่ารู้สึกยังไง อยากจะคบกับเราต่อไหม เป็นการวัดใจเพื่อนเราไปเลย ทุกวันนี้เราเล่นโซเชียล หรือทำอะไร เราจะเห็น LGBTQ อยู่ในทุกบทบาทอยู่แล้ว และสังคมของเรา ทุกวันนี้ ยอมรับพวกเขามากขึ้น เขาไม่ได้แตกต่างอะไรกับเราเลย และเราก็มีความเข้าใจเขามากขึ้น บางทีเรื่องที่เราเคยมองว่ามันใหญ่ สักวันมันอาจจะเล็กไปเลย ถ้าไม่อยากบอก ก็ใช้ชีวิตให้มีความสุขต่อไป แต่ถ้าอยากบอกก็ลองหาโอกาสบอกดู”เรื่องราวจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการInboxฝากเรื่องมาที่FacebookFanpageEFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 20.00–23.00น.ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

album
efm
-

-