ผมเคยทำร้ายแฟน.. วันนี้เธอป่วยเป็นซึมเศร้าและขอเว้นระยะห่าง แต่ก็ยังบอกว่ายังรักผมอยู่ ผมจะทำยังไงต่อดี ?

พุธทอล์ค พุธโทร RECAP

ผมเคยทำร้ายแฟน.. วันนี้เธอป่วยเป็นซึมเศร้าและขอเว้นระยะห่าง แต่ก็ยังบอกว่ายังรักผมอยู่ ผมจะทำยังไงต่อดี ?

03 ก.ค. 2026

ผมเคยทำร้ายแฟน..

วันนี้เธอป่วยเป็นซึมเศร้าและขอเว้นระยะห่าง

แต่ก็ยังบอกว่ายังรักผมอยู่

ผมจะทำยังไงต่อดี ?

      ‘คุณสิงโต ’ (นามสมมติ) เป็นสายที่ 3 ในรายการ พุธทอล์คพุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (1 กรกฏาคม 2569) ได้โทรเข้ามาปรึกษา ‘ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม' เกี่ยวกับเรื่องราวที่เคยใช้ความรุนแรงกับแฟนถึง 2 ครั้ง จนอีกฝ่ายฝังใจและป่วยเป็นซึมเศร้า วันนี้เธอขอแยกไปอยู่คนละที่ แต่ยังยืนยันว่ารักอยู่ ทำให้คุณสิงโตไม่รู้ว่าควรจะทำอย่างไรกับความสัมพันธ์ครั้งนี้ดี

      ‘คุณสิงโต’ อายุ 29 ปี ได้โทรเข้ามาปรึกษาเกี่ยวกับปัญหาความสัมพันธ์กับแฟนสาว หลังจากที่คบหากันมานาน 4 ปี แต่ทั้งคู่ต้องเผชิญกับปัญหาการใช้ความรุนแรงภายในความสัมพันธ์ จนส่งผลกระทบต่อสภาพจิตใจของแฟนสาว และทำให้ทั้งคู่กำลังเผชิญกับจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญของชีวิตคู่

      คุณสิงโต เล่าว่า ในอดีตเคยมีเหตุการณ์ที่ตนใช้ความรุนแรงกับแฟนสาว เนื่องจากขณะนั้นโกรธกับคำพูดที่แฟนพูดออกมาจนรู้สึกว่าถูกทำร้ายจิตใจ จึงควบคุมอารมณ์ของตัวเองไม่ได้และลงมือทำร้ายร่างกายแฟน โดยยอมรับว่าขณะเกิดเหตุทั้งสองฝ่ายต่างใช้อารมณ์และต่างฝ่ายต่างแรงใส่กัน

      แม้เหตุการณ์ดังกล่าวจะผ่านมานานแล้ว แต่แฟนสาวของคุณสิงโต ยังคงลืมเหตุการณ์นั้นไม่ได้ และมีอาการแพนิคจากสิ่งที่เคยเกิดขึ้น โดยเวลาผ่านมาประมาณ 1 ปีแล้ว แต่ความรู้สึกหวาดกลัวและบาดแผลทางจิตใจก็ยังคงอยู่ 

      เมื่อประมาณ 3 เดือนก่อน แฟนสาวได้บอกกับคุณสิงโต ว่าปัจจุบันเธอกำลังป่วยเป็นโรคซึมเศร้า พร้อมทั้งบอกเป็นนัยว่า สาเหตุส่วนหนึ่งมาจากผลของการกระทำที่คุณสิงโตเคยใช้ความรุนแรงกับเธอ ทำให้เธอรู้สึกเครียด รู้สึกหวาดระแวง และไม่สามารถก้าวผ่านเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้

      คุณสิงโต เล่าว่า ตลอดระยะเวลาที่ทั้งคู่คบหากันมา 4 ปี ในช่วงเข้าปีที่ 2 ของความสัมพันธ์ ก็เคยเกิดเหตุการณ์ทำร้ายร่างกายขึ้นมาแล้วเช่นเดียวกัน เมื่อย้อนกลับไปมองเหตุการณ์ทั้งหมด เขายอมรับว่ารู้สึกผิดกับสิ่งที่ตัวเองทำ จึงพยายามชดเชยในสิ่งที่เคยละเลย ทั้งการใส่ใจแฟนมากขึ้น ดูแลในรายละเอียดต่าง ๆ และพยายามปรับปรุงตัวเองให้ดีขึ้นกว่าเดิม

      สำหรับเหตุการณ์ล่าสุด แม้จะไม่มีการลงไม้ลงมือกันอีกแล้ว แต่ทั้งคู่ได้มีการขึ้นเสียงใส่กันระหว่างทะเลาะ จนทำให้แฟนสาวหวาดกลัวว่าคุณสิงโตจะทำร้ายเธออีกครั้ง ความหวาดกลัวดังกล่าวทำให้แฟนสาวตัดสินใจนำเรื่องทั้งหมดไปเล่าให้พ่อและแม่ของตนเองได้รับรู้ หลังจากนั้น คุณสิงโต ก็ได้เข้าไปขอโทษคุณพ่อคุณแม่ของแฟนสาวเป็นที่เรียบร้อย ซึ่งคนรอบตัวต่างก็เริ่มมีท่าทีที่ดีขึ้น เข้าใจและยอมรับการขอโทษของเขา แต่สำหรับแฟนสาวซึ่งเป็นผู้ถูกกระทำโดยตรง กลับยังไม่มีท่าทีว่าจะดีขึ้น เพราะบาดแผลที่เกิดขึ้นยังคงอยู่ในความรู้สึกของเธอ

      ภายหลังทั้งสองฝ่ายได้มีการพูดคุยและตกลงกันต่อหน้าพ่อแม่ของแฟนสาว โดยต่างฝ่ายต่างพูดถึงความต้องการของตัวเอง ว่า คุณสิงโตต้องการอะไร และแฟนสาวต้องการอะไร ซึ่งการพูดคุยดังกล่าวเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อประมาณ 10 กว่าวันที่ผ่านมา และนับตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมา ทั้งคู่ก็ไม่ได้มีการทะเลาะกันอีกเลย 

      อย่างไรก็ตาม ปัญหาที่ทำให้คุณสิงโตยังรู้สึกกังวลใจคือ แม้แฟนสาวจะยังยืนยันว่าอยากคบกับเขาต่อ แต่เธอกลับขอแยกไปอยู่คนละที่ เพื่อให้ตัวเองได้มีพื้นที่ ได้ใช้ชีวิต และได้เยียวยาความรู้สึกของตัวเอง แต่คุณสิงโตกลับมีความคิดว่า การที่แฟนสาวย้ายออกไปอยู่ที่อื่น อาจทำให้บุคคลที่สามเข้ามาเกี่ยวข้อง โดยเฉพาะเพื่อนสาวของแฟนที่มักจะคอยยุยงให้แฟนสาวไปเริ่มต้นความสัมพันธ์ใหม่กับคนอื่น จึงทำให้เขารู้สึกไม่สบายใจและกังวลกับสิ่งที่จะเกิดขึ้นหลังจากนี้

      คุณสิงโต ยืนยันว่า หากแฟนสาวตัดสินใจขอเลิกรา เขาก็พร้อมยอมรับ เพราะรู้ดีว่าตัวเองทำผิดอย่างหนัก แต่สิ่งที่ทำให้เขาตัดใจไม่ได้ คือแฟนสาวยังคงพูดอยู่เสมอว่ายังรักเขา จึงยิ่งทำให้ความสัมพันธ์ครั้งนี้ตัดกันไม่ขาด จะเดินหน้าต่อก็ยาก จะถอยออกมาก็ทำไม่ได้ จนกลายเป็นความสัมพันธ์ที่ Toxic อย่างชัดเจน

      ปัจจุบันแฟนสาวมีกำหนดย้ายออกไปอยู่ที่อื่นในวันมะรืนนี้ ทำให้คุณสิงโต ยอมรับว่าไม่รู้เลยว่าหลังจากนี้ความสัมพันธ์ของทั้งคู่จะดำเนินต่อไปในทิศทางใด และยอมรับว่าปัญหาดังกล่าวรบกวนจิตใจมาก จนไม่มีสมาธิในการทำงาน

      ในฝั่งของ ‘ดีเจเติ้ล’ ได้ให้คำแนะนำว่า “ถ้าเป็นพี่ พี่ก็ต้องยอมให้เขาย้ายออก เพราะพี่ก็เข้าใจเขา สมเหตุสมผลนะที่เขาจะไม่อยากอยู่กับเรา แฟนที่ทะเลาะกันแล้วตบพี่ 2 รอบ พี่ก็ไม่อยากอยู่ด้วยนะสิงโต พี่พูดตรง ๆ

      แต่ถามว่าเขาบอกว่ายังรักอยู่ ก็เป็นไปได้ที่ยังรักสิงโตอยู่ แต่เขาก็ไม่รู้ว่าสิงโตจะขยุ้มเขาเมื่อไหร่ เพราะฉะนั้น การที่เขาห่าง ๆ แต่ก็ยังเป็นแฟนกันอยู่ ตอนนี้พี่จะยอมนะ เพราะเราทำอะไรไม่ได้ ผิดจริง ๆ ตอนนี้ต้องยอมรับว่าเขามีสิทธิ์ที่จะขอแยกออกไป เพราะสิงโตเองก็ยังแก้ปัญหาตรงนี้ของตัวเองไม่ได้

      หรือสิงโตจะเป็นคนบอกเลิกเองก็ได้ เพราะถ้ามันเป็นความผิดของสิงโต ก็ต้องบอกเขาว่าสิงโตไม่ได้เป็นผู้ชายที่ดีสำหรับเขา หรืออีกทางหนึ่งก็ต้องไปปรึกษาคุณหมอ ถ้ายังยืนยันว่ารักกันและอยากอยู่ด้วยกันต่อ ฝั่งผู้หญิงก็ต้องบำบัด ส่วนสิงโตก็ต้องไปบำบัด จะต้องไม่ใช้วิธีรุนแรงอีกแล้วเวลาทะเลาะกัน เป็นพี่จะไม่พยายามเซ้าซี้ให้เขาอยู่กับเรา เพราะพี่ว่ามันสมเหตุสมผลมากที่เขาจะมีอาการแบบนั้น เขารักตัวเอง”

      ในฝั่งของ ‘ดีเจเผือก’ ได้ให้มุมมองว่า “พอมันเกิด 2 ครั้ง มันไม่มีข้อแก้ตัวใด ๆ เพราะฉะนั้นตอนนี้เท่าที่คิดได้ก็คือ รอให้เขาย้ายออก แล้วก็ดูหลังจากนั้น เพราะพี่คิดว่ามันจะค่อย ๆ ห่างกันไป อยู่กันฉันสามีภรรยามา 4 ปี แล้วอยู่ ๆ จะย้ายออก แต่ยังคงความสัมพันธ์หรือสถานะเดิมไว้ พี่ยังคิดไม่ออก ถามว่าเป็นไปได้ไหม ก็เป็นไปได้ แต่พี่ฟังแล้วเหมือนมันจะค่อย ๆ ห่างกัน

      แต่อีกทางหนึ่งที่สามารถแสดงความรับผิดชอบของเราเองได้ก็คือ เราไม่ต้องรอให้เขามาบอกเลิก เพราะเราทำเรื่องไม่ดี ถ้าเรารู้สึกผิดกับสิ่งที่เราทำจริง ๆ ก็ปล่อยเขาไปเจอชีวิตที่ดีกว่านี้ การคบกันจนไปถึงการลงไม้ลงมือซ้ำแล้วซ้ำเล่า มันไม่ดีหรอก มันถือเป็นความสัมพันธ์ที่ Toxic ถามว่าทั้ง 2 คนจะกลับมาเป็นปกติเหมือนเดิมแบบสนิทใจได้ไหม พี่ว่ามันคงยากมาก การเป็นคู่ชีวิตกันไม่ควรทำร้ายร่างกายกันเลย ไม่ว่ากรณีไหนก็ตาม แล้วมันก็เกิดขึ้นซ้ำด้วย

      การที่เพื่อนเขาจะหาแฟนใหม่ให้ก็ดีแล้วแหละ พูดกันแฟร์ ๆ นะ คือมันดีทั้งเขาและเรา แต่ไม่ใช่ว่าความรักครั้งต่อไป พอทะเลาะกัน เขาแรงมา เราจะไปลงไม้ลงมือเขาอีกเพราะบอกว่าโดนยั่วยุ พี่ว่ามันใช้ไม่ได้แล้วล่ะ”

      ในส่วนของ ‘ดีเจต้นหอม’ ปิดจบไว้ว่า “นี่คือการซ้อมเลิก ว่าถ้าหากไม่อยู่ด้วยกันมันจะดีขึ้นไหม ฉะนั้นเป็นเรื่องบุญเก่าของสิงโตแล้วว่าทำมาดี ทำให้เขาคิดถึงแล้วตามกลับมาไหม แต่ถ้าที่ผ่านมาไม่ดีพอ เขาก็จะรู้สึกว่าการแยกกับสิงโตครั้งนี้โคตรสบายใจเลย ถูกแล้วที่ตัดสินใจออกมา ทำใจได้อย่างเดียว เพราะความผิดมันได้เกิดขึ้นแล้ว ตอนนี้คือรับผลของการกระทำ รอความเมตตาจากเขาอย่างเดียวว่าเขาจะกลับมาไหม ให้เทคนิคถ้าอยากให้เขากลับมา ไปหาหมอเพื่อเขา ผู้หญิงจะรู้สึกว่ามันได้รับการแก้ไข แต่อย่างที่บอกคือ รอ”

เรื่องราวจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทาง

มีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATION

รับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 20.00 –23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

related พุธทอล์ค พุธโทร RECAP

เวลาเข้าห้องน้ำสาธารณะ หนูจะได้กลิ่นเหม็นมากๆจากห้องข้างๆ พอหนูสังเกตุ กลิ่นเหล่านั้นจะมาจาก คนที่ขับถ่ายแล้วกดน้ำทีเดียวตอนจบ จะแช่ไว้จนกว่าจะทำธุระเสร็จ ส่วนหนูจะขับถ่ายไปด้วย แล้วก็กดน้ำไปด้วย กลบเสียงด้วยเพราะเกรงใจห้องข้างๆ

30 ก.ย. 2025

เวลาเข้าห้องน้ำสาธารณะ หนูจะได้กลิ่นเหม็นมากๆจากห้องข้างๆ พอหนูสังเกตุ กลิ่นเหล่านั้นจะมาจาก คนที่ขับถ่ายแล้วกดน้ำทีเดียวตอนจบ จะแช่ไว้จนกว่าจะทำธุระเสร็จ ส่วนหนูจะขับถ่ายไปด้วย แล้วก็กดน้ำไปด้วย กลบเสียงด้วยเพราะเกรงใจห้องข้างๆ

เวลาเข้าห้องน้ำสาธารณะ หนูจะได้กลิ่นเหม็นมากๆจากห้องข้างๆ พอหนูสังเกตุ กลิ่นเหล่านั้นจะมาจากคนที่ขับถ่ายแล้วกดน้ำทีเดียวตอนจบ จะแช่ไว้จนกว่าจะทำธุระเสร็จ ส่วนหนูจะขับถ่ายไปด้วยแล้วก็กดน้ำไปด้วย กลบเสียงด้วยเพราะเกรงใจห้องข้างๆ เลยอยากรู้ว่าเป็นเรื่องปกติไหมทุกคนทำยังไงกันคะ? กดน้ำทีเดียวตอนเสร็จ หรือ กดน้ำระหว่างขับถ่ายไปเรื่อยๆ “คุณนุ่น (นามสมมติ)” อายุ 20 สายที่ 3 ในรายการพุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา [24 ก.ย. 68] ได้โทรเข้ามาปรึกษา “ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล – ดีเจต้นหอม” เกี่ยวกับปัญหาการขับถ่ายในที่สาธารณะ โดย “คุณนุ่น (นามสมมติ) ได้เล่าว่า หนูไปเข้าห้องน้ำ ซึ่งที่หนูเข้ามันเป็นห้องน้ำสาธารณะของออฟฟิศ บางครั้งเราจะเจอปัญหา เหมือนห้องข้างๆ เขากำลังถ่ายอยู่ แล้วกลิ่นมันแรงมากจนโชยตีขึ้นจมูก หนูไม่ได้ตั้งใจทำกริยา พะอืดพะอม แต่มันอั้นไว้ไม่ไหวเลย เพราะมันเหม็นมากจนอาการของเรา มันมาทันทีที่ได้กลิ่น เขาจะรู้ตัวมั้ยว่าการทำธุระของเขามันส่งกลิ่นแบบแรงมาก หนูเลยตัดสินใจไปค้นหาดูในกูเกิ้ล แล้วก็เจอว่าเวลาที่ขับถ่ายออกมา แล้วระเบิดก้อนนั้นลงน้ำแล้ว บางคนเขาก็จะกดน้ำทันที จะถ่ายกี่ครั้งก็จะกดน้ำตามเลย เพื่อที่จะไม่ให้กลิ่นมันฟุ้งออกมา แต่หลายๆคนก็จะรอปล่อยให้หมดไส้ หมดพุง แล้วค่อยกดน้ำทีเดียว หนูอยากถามว่า... คนส่วนใหญ่ เขาเป็นแบบที่กดทันทีเลย หรือ ปล่อยให้หมดแล้วกดทีเดียว และอีกคำถามคือ หนูชอบรู้สึกว่า เวลาทำธุระ จะไม่ทำให้มีเสียงดังเพราะเกรงใจคนอื่น อันนี้ปกติมั้ยคะ เริ่มที่ “ดีเจเผือก” ได้ให้คำปรึกษาว่า ส่วนใหญ่ผมทยอยกดหมด เพราะไม่อยากให้เหม็นบ้าน แต่จริงๆที่ไหนก็กดหมดเลย หลักๆเพราะไม่อยากให้เหม็น ต่อมา “ดีเจเติ้ล” ก็ได้ให้คำปรึกษาว่า นี่ว่าสถานที่มีผล ถ้าเข้าข้างนอกก็อาจจะต้องทยอยกด แต่ถ้าโดยส่วนตัวก็รอทำธุระให้หมดทีเดียว ค่อยปิดฝา แล้วกด ส่วนที่ทำธุระเบาๆ ก็เป็นปกติมาก เพราะเราเกรงใจถูกแล้ว สุดท้าย “ดีเจต้นหอม” ก็ได้ให้คำปรึกษาว่า ไม่ควรกด ทำธุระเสร็จแล้วค่อยกดทีเดียว เพราะเชื้อโรคจะขึ้นมา แล้วอวัยวะผู้หญิงมันซับซ้อนมาก เชื้อโรคจากการกดมันพุ่งได้เป็นเมตร ยิ่งถ้าช่องคลอดคุณแห้ง เชื้อก่อโรคก็จะเกาะติดกับเชื้อโรคคุณง่ายขึ้น มันจะทำให้คุณติดเชื้อ ส่วนมากต่างประเทศ เขาจะทำธุระให้เสร็จ แล้วค่อยกด เราเป็นกุลสตรี ไม่แปลกที่เราจะขับถ่ายเสียงเบา เป็นเรื่องที่ดี อีกวิธีที่อยากแนะนำ คือให้พกน้ำหอมกันไป หลังทำธุระเสร็จก็ดับกลิ่นหน่อยเรื่องราวทั้งหมดนี้จะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App AtimeFung Fin

โบกเท่าไหร่ ก็ไม่จอด!! หนูเลิกงานมา โบกรถเมล์กลับบ้าน ยืนตรงป้าย ยื่นแขนตรง แล้วหันหน้าไปทางรถวิ่ง รถเมล์ไม่จอดเลย จนมีคันนึงจอด ก็เลยเปิดใจถามกระเป๋า กระเป๋าบอก "ถ้ายื่นแขนแล้วต้องโบกขึ้นลงด้วย บางทีคนขับไม่รู้ว่ายื่นแขนมาโบกรถ"

14 มิ.ย. 2024

โบกเท่าไหร่ ก็ไม่จอด!! หนูเลิกงานมา โบกรถเมล์กลับบ้าน ยืนตรงป้าย ยื่นแขนตรง แล้วหันหน้าไปทางรถวิ่ง รถเมล์ไม่จอดเลย จนมีคันนึงจอด ก็เลยเปิดใจถามกระเป๋า กระเป๋าบอก "ถ้ายื่นแขนแล้วต้องโบกขึ้นลงด้วย บางทีคนขับไม่รู้ว่ายื่นแขนมาโบกรถ"

โบกเท่าไหร่ ก็ไม่จอด!! หนูเลิกงานมา โบกรถเมล์กลับบ้านยืนตรงป้าย ยื่นแขนตรง แล้วหันหน้าไปทางรถวิ่ง รถเมล์ไม่จอดเลยจนมีคันนึงจอด ก็เลยเปิดใจถามกระเป๋า กระเป๋าบอก "ถ้ายื่นแขนแล้วต้องโบกขึ้นลงด้วยบางทีคนขับไม่รู้ว่ายื่นแขนมาโบกรถ" ทุกคนโบกรถเมล์ท่าไหนกันคะ? “คุณรถเมล์ (นามสมมติ)” อายุ 20 ปีปลายๆ สายที่สี่ในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา [12 มิ.ย. 67] ได้โทรเข้ามาปรึกษา ‘ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม’ เกี่ยวกับปัญหาต้องโบกรถเมล์ท่าไหน คนขับถึงจะจอดรับ โดย “คุณรถเมล์ (นามสมมุติ)” ได้เล่าว่า ‘เนื่องจาก BTS ส่วนต่อขยาย มีการปรับขึ้นราคาเหมาเป็น 15 บาท แล้วทีนี้หนูจะอยู่ในช่วงสถานีที่ต่อขยายเลยต้องจ่าย 15 บาท ซึ่งดูจากเงินของตัวเองแล้ว มันมีทางที่จะประหยัดได้ ก็เลยตัดสินใจไม่ขึ้น BTS เปลี่ยนมาลองขึ้นรถเมล์ดู ซึ่งปัญหาคือวันนั้นหนูเลิกงานประมาณ 4 โมงเย็น หนูก็โบกรถเมล์สายหนึ่ง คือ รถเมล์สายนี้บางทีเขาก็จอด แต่บางทีเขาก็ไม่จอด หนูก็สงสัยว่าเกิดอะไรขึ้น แล้วหนูเจอเหตุการณ์นี้ประจำ จนหลายครั้งเข้าหนูก็ทนไม่ไหว ก็ได้มีการโทรไปร้องเรียนบ้าง แล้วล่าสุดหนูก็โบกรถเมล์สายเดิมแต่เขาไม่จอดรับหนูอีกแล้ว ซึ่งคันถัดไปมาพอดี หนูก็โบก แต่คันนี้เขาจอดรับ พอขึ้นรถเมล์ไป หนูก็เลยแกล้งๆ ถามพี่กระเป๋ารถเมล์ว่า “พี่คะคือหนูสงสัยอ่ะ ก่อนหน้าคันพี่ หนูก็โบกแต่เขาไม่จอดเลย” พี่กระเป๋ารถเมล์ก็ตอบมาว่า “หรอเขาไม่จอดหรอ เขาไม่เห็นรึป่าว หนูโบกยังไง” หนูก็อธิบายท่าโบกให้พี่กระเป๋ารถเมล์ฟัง คือ หนูยกแขนขนานกับถนน ส่วนฝ่ามือก็คว่ำลง แล้วก็ยกตรงๆ ไม่ได้มีการขยับแขนโบกขึ้นลงหรืออะไร เพราะหนูคิดว่ามันน่าจะเป็นท่าปกติ เป็นสัญลักษณ์ที่ใครๆ ก็รู้ หนูคิดแบบนั้น แล้วหนูก็ยืนท่านั้นอยู่นานมากๆ เพราะคิดว่าเขาต้องเปลี่ยนเลนมาเพื่อจอดรับ พี่กระเป๋ารถเมล์ก็บอกว่า “ตอนที่พี่เห็นหนูเมื่อกี้ พี่ก็ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าหนูจะโบกรถเมล์รึป่าว” พี่เขาก็แนะนำว่า รอบหน้าให้โบกขึ้นลง ก็เลยจะอยากจะปรึกษาพี่ๆ ว่าหนูควรทำยังไงดี’ โดย “ดีเจเผือก” ก็ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘ของหนูมันเหมือนคนที่ยืน แล้วแค่ยื่นแขนขนานกับถนนตรงๆ โดยไม่ได้มีการเคลื่อนไหวอะไร คือการที่ยืนแบบนี้มันก็อาจจะดูแปลก แล้วคนขับอาจจะคิดว่าสรุป โบกมั้ย หนูโบกขึ้นลงเลยเคลื่อนไหวให้เขาเห็น ซึ่งรถเมล์เขาทำเวลารึป่าวอันนี้ไม่รู้นะ แต่เขาขับเร็วเป็นเรื่องปกติ สมมุติเขาขับเร็วแล้วมันไม่มีอะไรเคลื่อนไหว เขาอาจจะมองเป็นถังขยะ หรือคนถือป้ายโฆษณาข้างทาง อะไรแบบนี้รึป่าว แต่ถ้าโบกขึ้นลงแบบ “เห้ยยยยยย จอดดดด!” ถ้าแบบนี้อ่ะมันเห็น ลองเพิ่มการเคลื่อนไหวดู บางทีคนขับเขาไม่ได้ใส่ใจกับป้ายเท่าไหร่ไง เผลอๆ ไม่ทันเห็น ขับเลยไปแล้วก็ทำไรไม่ได้ เราต้องเรียกให้จิตเขาอยู่กับเราให้ได้’ ต่อด้วย “ดีเจเติ้ล” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘ใครมันจะมายืนท่านี้ขนานกับถนนอ่ะ ถ้าไม่ใช่โบกรถ พี่ว่ามันไม่เกี่ยวกับท่าโบกรถของหนูหรอก คือ คนขับรถอ่ะขี้เกียจเราต้องยอมรับว่ารถเมล์ในกรุงเทพมีหลายคันหลายสายมาก ที่บางทีเขาก็ไม่จอดเพราะเขาแค่ไม่อยากรับ อันนี้คือเรื่องจริงที่ต้องยอมรับ เขาก็แค่ไม่เข้ามารับ มันขึ้นอยู่กับจรรยาบรรณของคนขับคันนั้น ซึ่งมันก็มีคันดีๆ ที่จอดรับผู้โดยสารทุกป้าย แต่มันก็มีคันที่ผ่านไปเลย มันก็มีเยอะเช่นกัน พี่โดนประจำตอนสมัยเรียน ถ้ามันไม่เหนือบ่ากว่าแรงก็ลองเคลื่อนไหวดู แต่พี่จะบอกว่า อย่าไปโทษตัวเอง มันเป็นที่คนขับ’ สุดท้าย “ดีเจต้นหอม” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘คือท่านี้มันคือท่าโบกรถ มันจะมีอย่างงี้นะ สมมติถ้ารถเมล์สายเดียวกัน แล้วมันขับตีคู่กันมา คันแรกมันจะไม่จอด มันจะให้คันหลังจอด ซึ่งมันก็ขึ้นอยู่กับจรรยาบรรณของคนขับอย่างที่พี่เติ้ลบอก คราวหลังนะโบกขึ้นลงเลยแรงๆ เลย ฟีลแบบ “กูอยู่นี่!!!!” ซึ่งคนส่วนใหญ่เวลาโบกรถเมล์เขาก็จะยืนค่อมไปอีกเลนเลย แล้วโบกขึ้นลงแรงๆ หนูลองเคลื่อนไหวดู ซึ่งคนขับก็ร้อยพ่อพันแม่ บางคนก็รับ บางคนก็ไม่รับ ดีชั่วก็อยู่ในนั้นอ่ะ คือคนขับอาจจะคิดแบบนี้ก็ได้ถ้า โบกแรงๆ แสดงว่าอยากกลับบ้านมาก แต่ถ้าโบกแบบนิ่งๆ แสดว่าไม่ค่อยอยากกลับบ้านเท่าไหร่ รอคันถัดไปละกัน แต่ถ้าผู้โดยสารโบกส่วนใหญ่เขาก็จะจอดรับนะ เพราะมันเป็นหน้าที่เขา’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

เรากับแฟน เป็นผู้หญิงแกร่งเหมือนกันทั้งคู่ แต่บางทีเราก็มีโมเมนต์อยากอ้อนแฟน โทรหาให้ขับรถมารับเราหลังเลิกงาน แต่แฟนตอบกลับมาว่า "ปกติก็ทำเองได้นิ ทำไมต้องให้ไปรับด้วย"

05 ก.ค. 2024

เรากับแฟน เป็นผู้หญิงแกร่งเหมือนกันทั้งคู่ แต่บางทีเราก็มีโมเมนต์อยากอ้อนแฟน โทรหาให้ขับรถมารับเราหลังเลิกงาน แต่แฟนตอบกลับมาว่า "ปกติก็ทำเองได้นิ ทำไมต้องให้ไปรับด้วย"

เรากับแฟน เป็นผู้หญิงแกร่งเหมือนกันทั้งคู่ แต่บางทีเราก็มีโมเมนต์อยากอ้อนแฟนโทรหาให้ขับรถมารับเราหลังเลิกงาน แต่แฟนตอบกลับมาว่า "ปกติก็ทำเองได้นิ ทำไมต้องให้ไปรับด้วย"อาจจะด้วยความที่แฟนเป็นคนที่วางตารางชีวิตตัวเองทุกวัน หรือ ไปทำให้แฟนเสียแพลนรึเปล่าคะ? “คุณเจน (นามสมมติ)” อายุ 38 ปี สายที่ 4 ในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (3 ก.ค. 67) ได้โทรเข้ามาปรึกษา “ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล – ดีเจต้นหอม” เกี่ยวกับปัญหาอยากให้แฟนมารับมาส่งบ้าง แต่เขาบอกว่าเราบอกกะทันหันไป เขามีแพลนของตัวเองแล้ว โดย “คุณเจน (นามสมมติ)” เล่าว่า ‘หนูมีแฟนเป็นผู้หญิง เจอกันผ่านแอปพลิเคชัน ตอนแรกก็คุยกันแบบเป็นเพื่อน แต่พอคุยไปคุยมาแล้วมันคลิ๊ก ก็เลื่อนความสัมพันธ์มาเป็นแฟนกันได้ 1 ปี แต่ลักษณะของหนูกับแฟนจะเป็นประเภทที่ดูแลตัวเองกันได้ทั้งคู่ ตอนนี้เลยมีปัญหาอยู่เรื่องหนึ่ง คือบางทีหนูทำงานเหนื่อย แล้วหนูอยากให้เขามารับไปส่งบางครั้ง เขาเลยถามหนูว่า “ทำไมอยู่ดีๆ ให้ทำแบบนี้” เพราะปกติหนูก็ไปทำงานเอง กลับเองได้ แล้วเขาบอกว่า การที่หนูไปขอเขาแบบนี้เลย มันเหมือนเขาต้องทำให้เลย ไม่มีตัวเลือกให้เลือก ซึ่งการที่หนูขอแบบนี้มันคือการบอกว่าให้เขาต้องทำ ไม่งั้นหนูจะงอน แต่จริงๆแล้วหนูแค่อยากมีโมเมนต์หวานๆบ้าง เพราะว่าพวกเราไม่ค่อยมีเวลาว่างตรงกัน ก่อนหน้านี้ก็เคยมีเหตุการณ์คล้ายๆกัน คือวันนั้นหนูเลิกงานดึก แต่เขาเลิกงานแล้ว เขาว่างแล้ว หนูบอกเขาว่า “เธอขับรถมารับเราได้มั้ย” เขาก็บอกว่า “อ้าว แต่เราเพิ่งเลิกนะ เรากำลังจะดูหนัง พักผ่อน” คือเหมือนเขาเป็นคนที่ติดการวางแพลนในหัวตลอดเวลา ว่าวันนี้จะทำอะไรบ้าง แล้วเขาบอกว่า อยู่ดีๆหนูไปทำลายแพลนเขา เขาก็บอกว่า “แล้วฉันต้องทำงยังไงละ” เหมือนมันรวนเพราะเขาวางตารางไว้แล้ว เราหนูก็จะงอนถ้าเขาไม่ทำให้ คือหนูดูแลตัวเองได้มาตลอด แค่นานๆเขาที ส่วนเขาไม่เคยทำตัวอ่อนแอเลย เพราะเขาเคยบอกว่า เขาไม่ชอบเป็นภาระให้คนอื่น หนูอยากถามพี่ๆดีเจว่าหนูกับแฟนควรจะหาตรงกลางร่วมกันยังไงดี? หนูควรจัดการยังไงให้ไม่รู้สึกนอยถ้าเขาปฏิเสธ’ โดย “ดีเจต้นหอม” ให้คำปรึกษาว่า ‘เวลาเราเลือกแฟน เราต้องรู้ไลฟ์สไตล์กับ เนเจอร์ของเขาก่อน อยากได้คนขี้อ้อน ก็เลือกคนขี้อ้อน แต่นี่เราเลือกแฟนที่ดูแลตัวเองได้ แปลว่าสิ่งที่เจออยู่นี้มันอยู่ในแพ็คเกจนี้ อยากได้แฟนแบบไหนก็เลือกแฟนแบบนั้นตั้งแต่แรก ทีนี้แฟนเรามาด้วยแพ็คเกจนี้ เราก็ต้องยอมรับสิ่งนั้น แต่ถ้าแบบว่าอยากมีโมเมนต์นั้น อยากให้มารับบ้าง ก็นัดล่วงหน้า ในเมื่อรู้ว่าเขาเป็นคนชอบแพลน ปรับที่เราเพราะเราเลือกแล้ว หรือเรียกเขามาถูดคุย พี่ว่าพี่เขาใจเขา แต่ถ้าเกิดว่ามีเหตุการ์ฝนตกหนักมากกลับไม่ได้ ขอให้เขามารับแต่ไม่มา อันนี้ไม่ใช่แล้ว อันนี้คือเขาขาดตกบกพร่องในหน้าที่แฟนแล้ว ถ้ารู้สึกว่าเขาไม่มีน้ำใจ ไม่หยิบยื่นอะไรให้เรา หรือเราเจอสถานการณ์ที่ต้องการความช่วยเหลือจากเขาแล้วเขาไม่ช่วย คงต้องเปลี่ยนแฟน ไม่ได้บอกให้เลิกหรือให้คบ ลองประเมินดูว่าเขาเป็นแบบไหน ตรงกลางสำหร้บหอมคือ คุยกันล่วงหน้า’ ต่อมา “ดีเจเติ้ล” ให้คำปรึกษาว่า ‘พี่ว่าคนเราเป็นแฟนกัน มันก็ต้องมีมุมที่อยากให้แฟนดูแลบ้าง สมมุติ “ถ้าฉันยกกระเป๋าให้เธอ มันก็มีบางวันที่ฉันเหนื่อย ฉันก็คาดหวังว่าเธอจะยกกระเป๋าให้ฉันบ้างเพราะเป็นแฟนกัน” เพราะที่เจนเล่าคือไม่ได้ขอทุกวัน ไม่ใช่อาทติิตย์ละครั้ง แต่นานๆทีถึงจะขอ เข้าใจนะว่าเขาวางแพลนทุกอย่างมาแล้ว แต่ในสถานะที่เป็นแฟนกัน ถ้าเขาต้องการสิ่งนี้ วันนั้นเขาเหนื่อย เขาอ่อนแอจริงๆ เขาไม่ได้ขอทุกวัน พี่คิดว่าเป็นแฟนกันควรทำให้กันได้ แต่ก็เข้าใจที่พี่หอมพูด ว่าเขาเป็นแบบนั้นตั้งแต่แรก เจนก็ดูแลตัวเองได้ตั้วแต่แรก แต่ถ้าวันนี้เจนไม่ได้แข็งแรงเท่าเดิม แล้วต้องการให้เขาเติมเต็มความต้องการของเจน พี่ว่าก็ต้องคุยกัน ซึ่งถ้าคุยกันแล้ว เขาบอกว่า ไม่ เขาไม่ใช่คนแบบนั้น งั้นเจนก็ต้องถามตัวเองว่า วันนั้นเจอลนยังโอเคอยู่มั้ย มันไม่ผิดเลยนะ เจนก็มีสิทธิ์ที่อยากจะเปลี่ยนไปอยากอ่อนเเอบ้าง และเขาก็มีสิทธิ์ที่เจนเปลี่ยนแต่เขาไม่พร้อมเปลี่ยนไปด้วย เพราะเขาก็ชัดเจอของเขาตั้งแต่แรก พี่ว่าคนเราเปลี่ยนกันได้’ และสุดท้าย “ดีเจเผือก” ให้คำปรึกษาว่า ‘เราต้องถามใจตัวเอง ว่าวันนั้นที่เราเรียกร้อง เป็นเพราะว่าเราต้องการจริงๆ หรือแต่เรียกร้องความสนใจ ก็มองดีๆนะ ว่าเขามีชีวิตของตัวเอฝ หรือไม่มีน้ำใจเลย แต่พี่ว่าเขาเป็นคนที่แน่นอน มีตารางวางไว้ว่าจะทำอะไร พี่รู้จักคนแบบนี้เยอะ การที่เราจะบอกแบบนั้นว่า “เธอเราเลิกงานแล้วมารับหน่อยสิ” คือทมันกนะทันหันมาก แล้วถ้าเขาไม่ได้เตรียมใจจะมา มันก็จะสร้างความหงุดหงิดรำคาญใจให้เขา หมายถึงว่า อยู่ดีๆจะมาเอาแต่ใจอะไรตอนนี้ เพราะปกติก็ดูแลตัวเองมาตลอด พี่ว่ามันกระทันหัน แล้วก็มัดมือชกเขาไปหน่อย ถ้าลองเปลี่ยนวันคืนก่อนเราคุยกับเขา นัดกับเขาไม่ต้องนัดล่วงหน้านานหรอก แบบให้เขาได้รู้ว่า เจนอยากให่ไปรับหรอ อยากไปกินข้าวหรอ ลองวางแพลนมั้ย ถ้าเขาไม่เอาอีก ค่อยเริ่มมาคุยว่าเวลาที่ใช้ชีวิตด้วยกันมันอยู่ตรงไหน บอกเลย แล้วจะเอาเลย บางคนเขาก็ไม่ชอบนะ ยิ่งเขาเป็นคนวางตารางไว้ชัดเจน ยิ่งยากเลย เจนเองที่ต้องสังเกตุว่ามันเกิดจากสิ่งที่เกิดขึ้น เกิดจากตัวเขา แล้วตอบตัวเองให้ได้ว่า เราเรียกร้องโดยไม่มีเหตุผล หรือเขาแล้งน้ำใจ’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

ผมไปล้ำเส้นกับคนที่มีแฟนแล้ว! ตอนนี้เราสองคนรักกันมาก แต่เขามีผู้ชายอีกคนเป็นชาวต่างชาติ เวลาแฟนเขามา ผมก็จะอยู่เงียบๆไม่ไปวุ่นวาย ผมรู้สึกว่าน้องควรจะเจอความรักดีๆ ผมแพ้ผู้ชายคนนั้นแค่เรื่องของฐานะ ผมเลยคิดว่าจะขอเวลาพัฒนาตัวเองสัก 3 ปี

02 พ.ค. 2025

ผมไปล้ำเส้นกับคนที่มีแฟนแล้ว! ตอนนี้เราสองคนรักกันมาก แต่เขามีผู้ชายอีกคนเป็นชาวต่างชาติ เวลาแฟนเขามา ผมก็จะอยู่เงียบๆไม่ไปวุ่นวาย ผมรู้สึกว่าน้องควรจะเจอความรักดีๆ ผมแพ้ผู้ชายคนนั้นแค่เรื่องของฐานะ ผมเลยคิดว่าจะขอเวลาพัฒนาตัวเองสัก 3 ปี

ผมไปล้ำเส้นกับคนที่มีแฟนแล้ว! ตอนนี้เราสองคนรักกันมาก แต่เขามีผู้ชายอีกคนเป็นชาวต่างชาติเวลาแฟนเขามา ผมก็จะอยู่เงียบๆไม่ไปวุ่นวาย ผมรู้สึกว่าน้องควรจะเจอความรักดีๆผมแพ้ผู้ชายคนนั้นแค่เรื่องของฐานะ ผมเลยคิดว่าจะขอเวลาพัฒนาตัวเองสัก 3 ปี พิสูจน์ให้เขาเห็นว่าผมดูแลเขาได้ “คุณกอล์ฟ (นามสมมติ)” อายุ 28 ปี สายที่สามในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา [30 เมษายน 68] ได้โทรเข้ามาปรึกษา “ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจพี่อ้อย” เกี่ยวกับปัญหาการไปตกหลุมรักคนที่มีเเฟนเเล้ว โดย “คุณกอล์ฟ (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘เราบังเอิญได้ไปมีความสัมพันธ์กับคนที่เเฟนอยู่เเล้ว ทั้งเรา ทั้งเขาก็เป็นคนที่ใช่สำหรับกันเเละกัน เเต่เหตุผลที่ทำให้เขาไม่สามารถจะเลิกกับเเฟนได้ เพราะว่าเเฟนของเขาเป็นที่สามารถจะซัพพอร์ตได้ทั้งเงิน เเละหน้าที่การงานก็ดี เเต่ในตอนนี้เขาก็อยู่ด้วยกันเหมือนเพื่อนรัก มากกว่าเเฟน ตัวของผู้ชายก็มีข้อบกพร่องหลายๆเรื่องเหมือนกัน เช่นเรื่องการนอกกาย นอกใจ น้องผู้หญิงที่ผมชอบเขาคบกับเเฟนมาประมาณปีครึ่งแล้ว เเต่กับความสัมพันธ์ของผม มันพึ่งเริ่มได้เเค่ครึ่งเดือน ผมก็เป็นพนักงานอยู่ที่ห้างเเห่งนึง เเต่ก็มีเหตุการณ์ที่ทำให้ผมได้ย้ายมาทำงานอีกสาขานึง ในตอนเเรกที่เจอ ผมไม่ได้ชอบตัวของน้องเขา เเต่ชอบเพื่อนของเขาก่อน ตอนเเรกเพื่อนของน้องเขาอยู่ในความพันธ์ที่ไม่ค่อยจะดี น้องที่ผมชอบผมขอเเทนด้วยชื่อ บี (นามสมมติ) บีก็ได้เป็นสะพานให้กับผม โดยเอาไลน์ของเพื่อนมาให้ จนผมก็ไม่ได้จีบเพื่อนบีต่อ เพราะเขายังไม่ได้เลิกกับเเฟน หลังจากนั้นผมก็ได้มีการไปเที่ยวกับน้องบี ไปดื่มกัน จนเกิดความรู้สึกเเปลกๆ เพราะเราทั้งคู่สนิทกันไวมาก อาจจะเป็นเพราะชีวิตที่ผ่านมาเรามีอะไรคล้ายกันอยู่เยอะ ตอนเเรกผมก็ทราบว่าน้องเขามีเเฟนอยู่ ผมก็พยายามที่จะห้ามตัวเองไม่ให้ความรู้สึกเกินเลยไปมากกว่านี้ เเต่ก็มีอีกครั้งนึงที่ต่างฝ่ายต่างหยุดตัวเองไม่อยู่จนมารู้ทีหลังว่า น้องบีเองก็ชอบตัวเราเหมือนกัน เเต่น้องก็ไม่รู้ตัวว่าตั้งเเต่เมื่อไหร่ ตอนอยู่ที่ทำงานเราก็ทำตัวปกติ เเต่พอหลังเลิกงานเราก็ตัวติดกัน เเบบหวานชื่นเลย ด้วยความที่เเฟนของน้องบีเขาเป็นคนต่างชาติ เขาก็ไม่ค่อยจะได้อยู่ไทย เเต่พอเเฟนเขากลับมา เราเเทบจะไม่ได้เจอกันเลย เเค่ได้เห็นหน้าในที่ทำงาน ซึ่งเราก็มีการตกลงกันว่าผมจะไม่ได้เป็นคนทักหรือโทรไปหาน้องก่อน เเละจะรอให้น้องเป็นคนทักหรือโทรมาเอง เพราะเขาจะรู้เองว่าเวลาไหน ตอนไหนที่เราสามารถโทรได้ เราก็ไม่ได้เรียกร้องอะไร เเต่ตอนเเรกผมก็งอเเงหน่อย เเต่พอเราได้มารู้เหตุผลหลายๆอย่างว่า ทำไมน้องเขาไม่สามารถเลิกกับเเฟนได้ เป็นเพราะว่าเรื่องภาระหน้าที่ทางการเงินต่างๆที่น้องต้องส่งไปช่วยทางครอบครัว เเละผมก็ไม่สามารถที่จะซัพพอร์ตน้องเขาได้ เเละ 70% ของค่าใช้จ่ายของน้องบี เเฟนของเขาก็สามารถช่วยออกได้ ถามว่าน้องบีรักเเฟนไหม เขาก็รักเเหละ เเต่ด้วยเรื่องข้อเสียของเเฟนน้องมันก็ทำให้บั่นทอน ลดลง เเละผมก็ชัดเจนกับน้องมากๆ ผมเคยพูดกับน้องบีไปว่า ถ้าวันไหนที่ความรักของผม มันจะทำให้น้องมีปัญหา ผมก็จะเป็นคนเลือกที่จะปล่อยมือเเละเดินออกมาเอง ใจของเขาก็รู้สึกว่า อยากให้เราไป เเต่ก็เหมือนจะรักเรา น้องเขาก็มีการพูดอ้อมๆว่า ถ้าวันไหน พี่เจอคนที่พร้อมจะเดินไปกับพี่ พี่ก็ไปได้เลยนะ สำหรับผมสิ่งที่คิดว่าเราถูกใจกันทั้งคู่ คือ นิสัยเเละความเก่งของน้องเขา ตอนเเรกครอบครัวของน้องบี เขาไม่ได้มีทุนมากพอที่จะส่งน้องบีเรียนต่อได้ เเต่น้องบีเขาก็ขอเเค่เงิน พอให้ตั้งตัวได้ เเล้วน้องก็กู้ กยศ. ส่งตัวเองเรียนจนจบได้ เเละในชีวิตที่ผ่านมา น้องเขาก็เจอเเต่ผู้ชายที่โหล่ยโทย เเต่กับเเฟนคนปัจจุบัน เขาก็มีทั้งข้อดีเเละข้อเสีย เอาจริงๆ ทุกครั้งที่ผู้ชายคนนั้นทำอะไรไม่ดีกับน้อง ผมก็จะอยู่ในเหตุการณ์นั้นเสมอ ตอนนี้ผมเลยพยายามที่จะตั้งเป้าหมาย ภายใน 3 ปี เพื่อที่จะพัฒนาตัวเอง ให้มีการเงินที่มั่นคง พอที่จะทำให้น้องเขามั่นใจในตัวผมได้ เเละด้วยความที่ว่าช่วงนี้ความสัมพันธ์ของน้องเขาก็ไม่ค่อยจะดี ทะเลาะกันหนักจนถึงขั้นเอ่ยปากจะเลิกกัน ส่วนตัวของผม ผมมองว่าน้องบีก็เป็นคนที่เเอบเห็นเเก่ตัว ผมเลยอยากฟังในมุมมองของพี่ๆว่า ผมควรทำทุกอย่างที่อยากทำ หรือ หยุดทุกอย่างในตอนนี้เลยดีไหมครับ?’ โดย “ดีเจเติ้ล” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘สำหรับพี่ พี่มองว่าคุณกอล์ฟควรที่จะหยุด เพราะตอนนี้คุณกอล์ฟ กำลังเป็นมือที่ 3 อยู่ เเละทุกอย่างมันไม่ควร เพราะเขาก็มีเเฟนอยู่เเล้ว เเละพี่มองว่ายังไงน้องคนนั้นก็ไม่เลิกกับเเฟนหรอก เพราะผู้ชายคนนั้นสามารถซัพพอร์ตได้ในเรื่องของเงิน เพราะงั้นพี่มองว่ายังไงผู้หญิงคนนั้นก็ไม่เลือกคุณกอล์ฟหรอก’ ต่อมา “ดีเจพี่อ้อย” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘พี่เห็นด้วยกับที่พี่เติ้ลพูดเหมือนกันว่า เเต่ให้น้องจะหยุดหรือจะทน เขาก็มีอีกคนอยู่ดี เพราะขนาดที่ว่าเขาบอกคุณกอล์ฟเป็นคนที่ใช่ เเต่เขาก็ไม่เลิกกับเเฟนอยู่ดี เพราะผู้ชายคนนั้นมีเงิน เเละถ้าในอนาคตคุณกอล์ฟ มีเงินเยอะมากๆ เเล้วผู้หญิงมาหาคุณกอล์ฟ เพราะเงิน คุณกอล์ฟจะรู้สึกดีหรอ เพราะงั้นกอล์ฟต้องลองคิดเเล้วว่า ผู้หญิงคนนี้มีเเฟนเพราะเงิน หรือมีเเฟนเพราะเราภูมิใจ เราเห็นคุณค่า เเละเราก็รักเขา ถ้าน้องอยากมีความรักมากถึงขนาดที่ว่าต้องใช้เงินหามา นั้นจะเรียกว่าความรักจริงๆหรอ’ สุดท้าย “ดีเจเผือก” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘ผมคิดว่าถ้ามันใช่ มันใช่ไปเเล้ว เเล้วตัวของผู้หญิงก็มีสติมาก ในเรื่องของการเลือกว่าทางนั้นคือทางที่จะสามารถทำให้เรามีชีวิตที่ดีขึ้นได้ เขาอาจจะเเค่มีความชอบในตัวกอล์ฟ เเต่ไม่ได้ถึงขั้นเป็นเหตุผลให้เลิกกับอีกคน กอล์ฟอยากรอ ก็รอได้นะเเต่ว่าการรอครั้งนี้มันอาจจะไม่ได้มีจุดหมายปลายทางก็เป็นไปได้ เพราะงั้นต้องมีสติ เเละเเค่เดือนกว่า อย่าพึ่งตัดสินทุกอย่าง เพียงเพราะเวลาสั้นๆ เเละอีกอย่างนึงถ้าสมมุติเขาเลิกกับเเฟนเเล้วมาคบกับกอล์ฟจริงๆ กอล์ฟสามารถไว้ใจผู้หญิงคนนี้ได้จริงๆหรอ เราจะไว้ใจได้จริงๆหรอกับผู้หญิงที่นอกใจเเฟนตัวเองได้ เพราะงั้นถ้าอยากรอก็เอาเลย ส่วนเรื่องการพัฒนาตัวเอง ทำไปเลย เผื่อไว้สักวันนึงตอนที่เราเป็นตัวเองในเวอชั่นที่ดีเเล้ว เราอาจจะได้เจอกับคนที่ใช่สำหรับเราจริงๆก็ได้’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

album
efm
-

-