รุ่นพี่ที่ทำงานมีครอบครัวแล้ว แต่เขากลับมาล่วงละเมิดทางเพศหนู เรื่องนี้ผ่านมา 1 ปีแล้ว หนูควรบอกภรรยาเขาดีไหม?

พุธทอล์ค พุธโทร RECAP

รุ่นพี่ที่ทำงานมีครอบครัวแล้ว แต่เขากลับมาล่วงละเมิดทางเพศหนู เรื่องนี้ผ่านมา 1 ปีแล้ว หนูควรบอกภรรยาเขาดีไหม?

31 ก.ค. 2026

รุ่นพี่ที่ทำงานมีครอบครัวแล้ว

แต่เขากลับมาคุกคามทางเพศหนู

เรื่องนี้ผ่านมา 1 ปีแล้ว หนูควรบอกภรรยาเขาดีไหม?

         ‘คุณสกาย’ (นามสมมติ) เป็นสายที่ 1 ในรายการ พุธทอล์คพุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (29 กรกฏาคม 2569) ได้โทรเข้ามาปรึกษา ‘ดีเจอ้อม - ดีเจเติ้ล - ดีเจเสนาหอย’ เกี่ยวกับเรื่องราวที่เธอถูกคุกคามทางเพศจากรุ่นพี่ที่ทำงาน จนกลายเป็นบาดแผลในใจ และยังคงลังเลว่าจะเปิดเผยเรื่องราวที่เกิดขึ้นกับภรรยาของรุ่นพี่คนดังกล่าวหรือไม่

         ‘คุณสกาย’ (นามสมมติ) อายุ 33 ปี โทรเข้ามาปรึกษาเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เธอถูกคุกคามทางเพศจากรุ่นพี่ที่ทำงาน ซึ่งทั้งคู่เป็นเพื่อนร่วมงานและรู้จักกันมานานกว่า 12 ปี เธอเล่าว่า วันเกิดเหตุเป็นวันที่บริษัทจัดงานเลี้ยงสังสรรค์หลังได้รับโบนัส โดยพนักงานหลายคน รวมถึงรุ่นพี่เเละเเฟนของรุ่นพี่ ซึ่งอยู่ในกลุ่มเดียวกับเธอ ได้ไปกินเลี้ยงร่วมกัน ในวันนั้น เพื่อน ๆ รวมถึงรุ่นพี่เเละเเฟนของเขา ดื่มแอลกอฮอล์จนมีอาการมึนเมา แต่ตัวเธอเองไม่ได้ดื่ม เมื่อเลิกงานเลี้ยง เธอจึงติดรถรุ่นพี่คนดังกล่าวกลับบ้าน โดยในช่วงแรกยังมีเพื่อนร่วมงานคนอื่นนั่งรถมาด้วย แต่ทุกคนพักอยู่ไม่ไกลจากที่ทำงาน เหลือเพียงเธอที่บ้านอยู่ไกลที่สุด ระหว่างทางรุ่นพี่พูดกับเธอว่า “พี่อยากไปส่งแฟนพี่ก่อนได้ไหม แล้วไปส่งเราคนสุดท้าย” ซึ่งในตอนนั้นเธอไม่ได้รู้สึกผิดสังเกต เพราะที่ผ่านมาเคยนั่งรถกลับกับรุ่นพี่คนนี้หลายครั้ง หลังจากส่งทุกคน รวมถึงแฟนของรุ่นพี่เรียบร้อยแล้ว เหลือเพียงเธอกับรุ่นพี่เพียง 2 คนในรถ ระหว่างขับรถมาส่งได้ประมาณครึ่งทาง รุ่นพี่ถามเธอว่า “สนุกมั้ย” เธอตอบกลับตามปกติว่า “สนุกดี” จากนั้นเขาขับรถไปจอดบริเวณใต้สะพานลอยแห่งหนึ่ง ก่อนจะบอกกับเธอว่าเขาชอบเธอมาก และชอบมานานแล้ว

         ทันใดนั้น เขาเอามือล้วงมาที่หน้าอกของเธอ เธอรีบดันมือของเขาออก พร้อมถามว่า “ทำไมพี่ถึงทำแบบนี้” เพราะสำหรับเธอ รุ่นพี่คนนี้เปรียบเสมือนเพื่อนในกลุ่มเดียวกัน แต่หลังจากนั้นเขาก็ยังจับมือของเธอไปจับอวัยวะเพศของตัวเอง เธอจึงรีบดึงมือกลับทันทีหลังจากนั้นรุ่นพี่ก็ขับรถต่อเพื่อมาส่งเธอ แต่เมื่อใกล้ถึงซอยบ้าน เขากลับพูดกับเธอว่า “ขอไปนอนโรงแรมด้วยได้ไหม” เธอตอบกลับอย่างจริงจังว่า “ไม่ได้หรอก แล้วพี่ไม่คิดว่าหนูจะไปบอกแฟนพี่เหรอ ทำไมพี่ทำแบบนี้” แต่เขายังคงยืนยันคำเดิมว่าเขาชอบเธอ ชอบเธอมากในขณะนั้น เธอพยายามหยิบโทรศัพท์เพื่อโทรหาแฟนของเธอ แต่ด้วยความตกใจ หวาดกลัว และสับสน โทรศัพท์กลับหล่นลงไปบริเวณด้านหน้าคอนโซลรถ ทำให้หยิบไม่ทัน ขณะที่รุ่นพี่ยังคงพูดซ้ำว่า “ขอได้มั้ย พี่ขอได้มั้ย” จนเธอต้องขู่ว่าจะโทรบอกเรื่องทั้งหมดกับแฟนของเขา

         หลังจากนั้นรุ่นพี่จึงยอมขับรถมาส่งเธอที่หน้าบ้าน ซึ่งบังเอิญในคืนนั้นแฟนของเธอนั่งรออยู่หน้าบ้าน ทั้งที่ปกติไม่เคยมารอ เนื่องจากวันนั้นดึกเกือบเที่ยงคืน แฟนของเธอจึงถามว่า “อ้าว ทำไมวันนี้นั่งหน้า ปกติไม่เคย” เธอจึงโกหกไปว่าเพื่อนคนอื่นเมากันหมด อาเจียนกันหลายคน เธอจึงต้องนั่งหน้ารถมา ก่อนที่รุ่นพี่จะขับรถกลับไป

         วันรุ่งขึ้น เมื่อไปทำงาน รุ่นพี่คนดังกล่าวกลับทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ไม่พูดถึงเหตุการณ์เมื่อคืน และไม่แม้แต่จะกล่าวคำขอโทษ เธอได้นำเรื่องนี้ไปปรึกษารุ่นพี่อีกคนในที่ทำงาน แต่กลับได้รับคำตอบว่า “ไม่ต้องบอกมันหรอก เดี๋ยวมันเลิกกัน สงสารมัน” คำพูดดังกล่าวทำให้เธอรู้สึกเสียใจและน้อยใจ เพราะเธอเป็นฝ่ายถูกกระทำ แต่เขากลับเลือกสงสารผู้กระทำมากกว่า เธอยืนยันว่า แฟนของรุ่นพี่ที่คุกคามนั้นดีกับเธอมาโดยตลอด 

         หลังจากเกิดเรื่องนี้ขึ้น เธอจึงเลลือกที่จะไม่บอกใคร และค่อย ๆ ตีตัวออกหากจากกลุ่ม ต่อมาเธอตัดสินใจลาออกจากที่ทำงาน โดยมีสาเหตุจากเรื่องงานประกอบกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อปีที่แล้ว

         ปัจจุบันเธอมีครอบครัว มีสามีและลูกแล้ว ขณะที่รุ่นพี่คนดังกล่าวก็แต่งงานแล้วเช่นกัน แต่ทุกครั้งที่เห็นข่าวเกี่ยวกับการคุกคามทางเพศ หรือข่าวในลักษณะเดียวกัน เธอมักรู้สึกเหมือนมีบางอย่างสะกิดใจ รู้สึกอึดอัด และยังคงติดค้างกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

         สิ่งที่เธออยากปรึกษาคือ หากวันนี้เธอตัดสินใจบอกความจริงกับภรรยาของรุ่นพี่คนดังกล่าว จะเป็นสิ่งที่ควรทำหรือไม่ เธอกังวลว่าหากบอกไป อาจทำให้ทั้งคู่ต้องเลิกรากัน อีกทั้งยังกังวลว่าจะถูกมองว่าเป็นฝ่ายไปอ่อยหรือเข้าหาฝ่ายชายก่อน ทั้งที่ความจริงแล้วเธอคือผู้ถูกกระทำ และเรื่องนี้ก็ยังคงเป็นบาดแผลในใจมาจนถึงทุกวันนี้

         ในด้านของ ‘ดีเจเสนาหอย’ ได้ให้มุมมองว่า “พี่อ่ะรู้สึกเอ๊ะตั้งแต่ส่งแฟนเขาแล้วล่ะ ในฐานะผู้ชาย ถ้าเป็นพี่ พี่ต้องส่งน้องก่อนแฟนเรา ถ้าไม่ได้คิดอะไร แล้วสุดท้ายพอเขาไปส่งเรา แล้วพยายามบอกว่าชอบ คนเราชอบกันน่ะมันไม่ควรทำแบบนี้ แล้วก็สำหรับพี่คิดว่าถ้าบอกไป มันอาจจะเป็น Digital Footprint ที่มันลบไม่ได้ด้วย”

         ในฝั่งของ ‘ดีเจเติ้ล’ ได้ให้คำแนะนำว่า “พี่แบ่งเป็น 2 ก้อนนะ ก้อนแรกคือหนูจะไปบอกเพื่อนของหนูคนนี้ดีมั้ย เท่าที่ฟัง พี่รู้สึกว่าสกายอยากบอกเพื่อปลดปล่อยสิ่งที่อยู่ในใจ พี่เสียใจด้วยนะที่สกายต้องเจอเรื่องเฮงซวยจากผู้ชายหื่น ๆ คนนั้น ถ้าถามว่าบอกแล้วจะสบายใจขึ้นไหม สกายก็ต้องยอมรับความเสี่ยง เพราะเหตุการณ์มันผ่านมาปีกว่าแล้ว เพื่อนอาจสงสัยว่าทำไมเพิ่งมาพูดตอนนี้ อีกอย่างเราไม่รู้ว่าความสัมพันธ์ของเขาเป็นยังไง บางทีเขาอาจรู้นิสัยสามีอยู่แล้ว หรือถ้าโชคดี เขาอาจเชื่อเรา ด่าสามี หรือขอโทษเรา แต่ถ้าไม่เป็นแบบนั้น สกายก็ต้องยอมรับได้

         ถ้าเขาคิดว่าเราโกหกหรือสร้างเรื่อง ถ้าสกายคิดว่าพูดแล้วตัวเองสบายใจ พี่ว่าพูดได้ แต่ก็ต้องยอมรับผลที่จะตามมา เพราะเราไม่สามารถควบคุมได้ว่าหลังจากพูดแล้วเรื่องจะใหญ่โตหรือไม่ อาจไปถึงหูแฟนสกาย หรือทำให้เกิดปัญหาอื่นตามมา ซึ่งทั้งหมดนี้สกายต้องคิดให้ดี

         อีกเรื่องที่พี่อยากเสนอ คือพี่มองว่าเหตุการณ์ที่สกายเจอมันรุนแรงและกระทบจิตใจผู้หญิงคนหนึ่งมาก พี่เลยสงสัยว่าสิ่งที่เกิดขึ้นอาจกลายเป็นปมในใจที่ทำให้สกายยังติดอยู่กับเรื่องนี้ พี่อยากให้สกายลองไปคุยกับนักจิตวิทยาหรือคุณหมอก่อน เพื่อได้ระบายและทำความเข้าใจกับความรู้สึกตัวเอง เพราะพี่กลัวว่าการตัดสินใจทำอะไรในวันนี้ อาจไม่ได้ทำให้ทุกอย่างดีขึ้น แต่อาจกลับมาทำร้ายสกายอีกครั้งก็ได้”

         ในฝั่งของ ‘ดีเจอ้อม’ ได้ให้มุมมองว่า “พี่ขอชื่นชมสกายนะคะว่า เหตุการณ์ในวันนั้นสกายเข้มแข็งมากที่ผ่านมันมาได้ ไม่ตกไปเป็นเหยื่อแบบที่เขาต้องการ ถึงแม้วันนี้จะยังมีความอึดอัด ค้างคาใจ และมีบาดแผลอยู่ในใจ

         พี่คิดว่าวันนั้นสกายโชคร้ายตรงที่เลือกเล่าให้คนที่ไม่ได้เข้าข้างเรา ถ้ามีใครสักคนรับฟังและเข้าใจ วันนี้สกายอาจจะไม่รู้สึกแย่แบบนี้ก็ได้ แต่พี่อยากให้สกายไม่ต้องสงสัยว่าเขาจะเชื่อเราหรือไม่ เพราะความจริงมันเกิดขึ้นแล้ว เรารู้ว่าอะไรเกิดขึ้นกับเรา ถ้าจะเลือกพูด เราแค่เคารพตัวเองแล้วพูด แต่จะเกิดอะไรขึ้นเราเดาไม่ได้ ถ้าไหวก็พูด แต่ถ้ายังไม่ไหวก็ไม่จำเป็นต้องรีบ เพราะเราไม่สามารถบังคับให้ใครเชื่อเราได้

         ถ้าทุกครั้งที่เห็นข่าวแล้วใจยังกระเพื่อม พี่ก็แนะนำให้ลองคุยกับนักจิตวิทยาหรือจิตแพทย์ เพื่อช่วยเยียวยาบาดแผลในใจ พี่อ้อมเชื่อว่า ถ้าเราจะตัดสินใจพูดเรื่องอะไรสักอย่าง เราไม่จำเป็นต้องรีบ แต่ต้องชัดเจนกับตัวเองก่อนว่าเราพูดเพื่ออะไร เพราะถ้าเราพูดเพื่อให้คนอื่นเชื่อ เราบังคับเขาไม่ได้ และถ้าเขาไม่เชื่อ เราอาจจะเจ็บซ้ำอีก”

         รายการพุธทอล์คพุธโทร ขอเป็นกำลังใจให้คุณสกายสามารถก้าวผ่านความเจ็บปวดที่กำลังเจอไปได้ จะช้าหรือจะเร็ว เราหวังว่าคุณสกายจะเข้มแข็งขึ้น และไม่ว่าคุณสกายจะเลือกทางไหน ก็ขอให้ทุกการตัดสินใจส่งผลดีกับคุณสกายนะคะ 

เรื่องราวจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทาง

มีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATION

รับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 20.00 –23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

related พุธทอล์ค พุธโทร RECAP

หนูถูกพี่เขย ชวนให้มีอะไรด้วยมา 5 ปีแล้ว หนูขับรถไม่เป็น ที่บ้านหนูจะต้องให้พี่เขยขับไปส่งหนู ไปหาแม่ที่โรงพยาบาลในเมืองตลอด บ้านหนูอยู่ต่างจังหวัด เรื่องนี้บอกพี่สาวไปแล้ว พี่สาวก็เข้าข้างพี่เขย ไม่สนใจอะไร เรื่องนี้แม่ก็รู้

20 มิ.ย. 2025

หนูถูกพี่เขย ชวนให้มีอะไรด้วยมา 5 ปีแล้ว หนูขับรถไม่เป็น ที่บ้านหนูจะต้องให้พี่เขยขับไปส่งหนู ไปหาแม่ที่โรงพยาบาลในเมืองตลอด บ้านหนูอยู่ต่างจังหวัด เรื่องนี้บอกพี่สาวไปแล้ว พี่สาวก็เข้าข้างพี่เขย ไม่สนใจอะไร เรื่องนี้แม่ก็รู้

หนูถูกพี่เขย ชวนให้มีอะไรด้วยมา 5 ปีแล้ว หนูขับรถไม่เป็น ที่บ้านหนูจะต้องให้พี่เขยขับไปส่งหนูไปหาแม่ที่โรงพยาบาลในเมืองตลอด บ้านหนูอยู่ต่างจังหวัด เรื่องนี้บอกพี่สาวไปแล้ว พี่สาวก็เข้าข้างพี่เขยไม่สนใจอะไร เรื่องนี้แม่ก็รู้ แม่บอกว่า “เขาคงแหย่เล่นๆ หยอกเฉยๆ” พอบอกพี่สาวคนโตพี่สาวคนโตก็เคยโดนแบบนี้เหมือนกัน แต่ตอนนี้ย้ายออกบ้านมาสร้างครอบครัวแล้วไม่ได้เจอพี่เขยตอนนี้หนูแต่งงานมีสามีแล้ว เขาชอบมาถามว่า “เวลามีอะไรกับสามีเป็นยังไงบ้าง สามีโอเคไหม?”หนูควรจะทำยังไงต่อดีคะ “คุณอัน (นามสมมติ)” อายุ 31 ปี สายแรกในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อวันพุธที่ผ่านมา [18 มิ.ย. 68] ได้โทรเข้ามาปรึกษา “ดีเจเผือก – ดีเจเติ้ล – ดีเจต้นหอม” เกี่ยวกับปัญหาเรื่องพี่เขยที่ชอบมาขอมีอะไรกับเรา โดย “คุณอัน (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘เรื่องนี้เกิดขึ้นเมื่อ 5 ปีที่แล้ว ตอนนั้นเรายังไม่ได้แต่งงาน คือบ้านเรากับพี่สาวอยู่ใกล้กัน เรามักจะโดนพี่เขยชวนมีอะไรด้วย ปกติเราเป็นคนที่ขับรถไม่เป็นเวลาไปต่างจังหวัด หรือพาแม่ไปหาหมอ เลยมักจะไปกับพี่คนนี้ และแม่จะวานให้พี่เขยคนนี้พาไป เวลาอยู่สองต่อสอง เขาชอบชวนเราประมาณว่า “ไปรีสอร์ทไหม มีรีสอร์ทอยู่ข้างหน้า” “ไปนอนกับเขาไหม เดี๋ยวเขาจะให้เงินจ่าย” คือให้เงินเราเพื่อให้เราเอาไปใช้จ่ายหรือช็อปปิง ซึ่งพี่สาวเรารับรู้มาตลอด แต่จนถึงปัจจุบันเขาก็ยังไม่เลิกกัน ปกติแล้วพี่เขยมักมีพฤติกรรมที่มีบ้านเล็กบ้านน้อยมาเรื่อย ๆ เสมอ ซึ่งเรื่องที่พี่สาวเราได้รู้คือ วันนึงพี่เขยได้นอกใจไปทำแบบนี้กับคนอื่นเหมือนกัน แต่ไม่ใช่เรานะ อยู่ ๆ มาวันนึง วันนั้นมีแม่ พี่สาวคนโต พี่คนนี้ที่เป็นพี่สาวเรา และเรา แม่ได้พูดเรื่องที่จับได้ว่าพี่เขยเราได้นอกใจพี่สาว เราจึงยอมเปิดใจพูดคุยว่า “จริง ๆ พี่เขยเขาก็มีพฤติกรรมที่พูดจา ชวนเราไปทำอะไรแบบนี้เหมือนกัน” และพี่สาวคนโตก็พูดเสริมขึ้นมาอีกว่า “ทำกับเขาเหมือนกัน แต่เขาก็ไม่เล่นด้วยเหมือนกัน” พอพี่สาวที่เป็นภรรยาพี่เขยรู้เขาก็นิ่งและไม่พูดอะไรต่อเลย แม่จึงพูดขึ้นมาว่า “เขาคงแหย่เล่น คงหยอกเฉย ๆ” ตอนนั้นไม่รู้ว่าแม่คิดอะไรอยู่ หรือพยายามที่จะให้กำลังใจเราไม่ให้เราคิดเยอะ จนจบบทสนทนานี้ก็ไม่มีใครพูดและถามอะไรต่ออีกเลย พี่เขยเขายังคงพยายามทำพฤติกรรมแบบนี้กับเรามาเรื่อย ๆ ตลอดระยะเวลา 5 ปีที่ผ่านมา ที่เรายังไม่ได้แต่งงาน เรามักจะไปนอนกับหลานที่เป็นลูกของพี่สาวเราที่บ้าน บางทีนอนบนโซฟาเราจะใส่กางเกงขาสั้น อารมณ์เหมือนชุดบอลผู้ชาย แล้วเขาเข้ามามาจับตรงต้นขาเรา เหมือนจะปลุกเราให้ตื่น ๆ เรารับรู้ได้เลยว่าเหมือนมีอะไรมาไต่ที่ขาเรา จนเราแต่งงานมีแฟน เขายังคงชอบถามเราประมาณว่า “เวลามีเพศสัมพันธ์กับสามีเป็นยังไงบ้าง โอเคไหม ?” พยายามจะพูดกับเราแต่เรื่องอย่างว่าให้ได้ เราก็ตอบไปประมาณว่า “ทั่วไป ไม่มีอะไรก็เหมือนกับที่เขาทำ ๆ กันนั่นแหละ” ส่วนใหญ่ถ้าเลี่ยงไม่ได้เราจะตอบแบบนั้น ไม่ก็ตอบว่า “อะไรอะ” แล้วเดินหนีไปเลย ซึ่งแฟนเรารับรู้ทุกอย่าง เพราะเราก็เล่าให้เขาฟัง จริง ๆ เขาก็พยายามปลอบใจเรานะ แต่แฟนก็ไม่ได้พูดอะไรไป เหมือนกับที่บ้านทำอะไรไม่ได้เลย เพราะพี่เขยคนนี้เขาเป็นคนที่ดีในสายตาของทุกคนในบ้าน คือไม่ได้เกี่ยวอะไรในเรื่องเงินนะ แต่แม่เขาก็รักของเขา และพี่สาวเราก็รักเขามาก จนตอนนี้ก็ยังไม่ได้เลิกกัน 5 ปีที่ผ่านมา เราพยายามที่จะพูดให้พี่สาวเลิก แต่พี่สาวไม่ยอมเลิก หลังจากที่พี่สาวจับได้เรื่องนอกใจ พี่เราร้องไห้นะ แต่อารมณ์เหมือนแค่อยากปรึกษา อยากระบายเฉย ๆ ไม่ได้อยากเลิก ขนาดพี่เขยเคยมีอะไรกับบ้านตรงข้าม พี่สาวยังไม่ยอมเลิกเลย แล้วรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นคนนอกไปแล้ว เพราะเขาเชื่อพี่เขยอย่างเดียว แล้วเหมือนพี่เขยบอกว่า “อย่าไปพูดคุยกับแม่กับน้องนะ” “อย่าไปหาแม่ที่บ้านนะ” อะไรแบบนี้ พี่สาวจะเชื่อและจะไม่มาเลยจริง ๆ บางที่สถานการณ์มันทำให้เราช็อค แล้วทำอะไรไม่ถูก จริง ๆ เราไม่ได้แคร์เขานะ แต่ยังไงคงต้องพึ่งพาเขาอยู่ดี บ้านเราอยู่ต่างจังหวัดมาก มันไม่ได้สามารถจ้างรถไรเดอร์ ไลน์แมนได้เหมือนในเมือง เราจะมีแค่คนในครอบครัว ส่วนแฟนเราก็ธุรกิจส่วนตัว บางทีเลยไม่สามารถช่วยเราในเรื่องนี้ได้ เราอยากปรึกษาดีเจทั้งสามคนว่า เรายังต้องเจอพี่เขยคนนี้อยู่ เพราะต้องพาแม่ไปหาหมอ แล้วไม่มีใครขับรถให้ หนูก็ยังต้องพึ่งเขา บางครั้งต้องอยู่กับเขาสองคนแล้วเขามักจะพูดจาสองแง่สองง่ามใส่ อยากถามว่าหนูควรรับมือ หรือพูดยังไงดีคะ?’ โดยดีเจทั้งสามคน (ดีเจเผือก – ดีเจเติ้ล – ดีเจต้นหอม) ได้ให้คำปรึกษาไปในทางเดียวกันว่า ‘ถ้าคุณอินพอมีพื้นฐานในการขับรถอยู่บ้าง ให้ไปเรียนขับรถ หรือจ้างให้คนมาขับรถให้ เพื่อที่จะไม่ต้องไปยุ่งกับเขาอีก นี่คือทางเลือกแรก แต่ถ้าในกรณีที่เลี่ยงไม่ได้ ยังต้องเจอกับพฤติกรรมนี้ของเขาอยู่ แนะนำให้แฟนคุณอันไปเปิดเลย เพราะว่านี่คือพฤติกรรมคุกคาม ถ้าทุกวันนี้ยังคงทำแบบนี้อยู่ พี่คงให้แฟนไปเปิดแล้ว เพราะยิ่งถ้าพี่สาวเราเมินเฉยขนาดนั้น ทำไมเราถึงยังเอาตัวเราไปตกเป็นเหยื่ออยู่ ถ้าวันใดวันนึงเขาหน้ามืด เกิดการเมาหรือทำอะไรไปมากกว่านี้ ไปทำกับคนอื่นในบ้านอีกจะทำยังไง รู้สึกว่าสิ่งนี้ไม่ควรเป็นสิ่งที่ต้องยอม เพราะนี่คือการล่วงละเมิดทางเพศ และที่สำคัญคือทำกับคนในครอบครัวด้วยซ้ำ เราควรที่จะชัดเจนไปเลยว่าไม่ต้องแคร์ และบ้านนี้ควรมีใครสักคนต้อง Take Action อะไรสักอย่างให้เด็ดขาดในเรื่องนี้ ไม่ใช่ยอมรับไปเฉย ๆ ว่าคน ๆ นี้ทำแบบนี้ได้ และไม่มีใครทำอะไรกับเขาได้เลย พยายามคุยกับพี่สาวให้จริงจังไปเลย หรือพยายามเก็บหลักฐานเท่าที่จำเป็น เพราะเราควรทำอะไรสักอย่างเพื่อปกป้องตัวเราเอง’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

อ้าว แฟนใหม่เธอหน้าคุ้นๆ!! หนูรู้จักกับผู้ชายคนนึง สนิทกันมานาน จนเพื่อนๆในที่ทำงานก็ยังแซวว่า คู่นี้น่าจะได้เป็นแฟนกัน เราก็กะจะบอกชอบเขาก่อนลาออกจากงาน ปรากฏว่า ยังไม่ทันลาออก เขาไปเปิดตัวกับน้องผู้หญิงร้านข้างๆ

30 มิ.ย. 2025

อ้าว แฟนใหม่เธอหน้าคุ้นๆ!! หนูรู้จักกับผู้ชายคนนึง สนิทกันมานาน จนเพื่อนๆในที่ทำงานก็ยังแซวว่า คู่นี้น่าจะได้เป็นแฟนกัน เราก็กะจะบอกชอบเขาก่อนลาออกจากงาน ปรากฏว่า ยังไม่ทันลาออก เขาไปเปิดตัวกับน้องผู้หญิงร้านข้างๆ

อ้าว แฟนใหม่เธอหน้าคุ้นๆ!! หนูรู้จักกับผู้ชายคนนึง สนิทกันมานาน จนเพื่อนๆในที่ทำงานก็ยังแซวว่าคู่นี้น่าจะได้เป็นแฟนกัน เราก็กะจะบอกชอบเขาก่อนลาออกจากงาน ปรากฏว่า ยังไม่ทันลาออกเขาไปเปิดตัวกับน้องผู้หญิงร้านข้างๆ หนูเฮิร์ทมากตอนนี้ ต้องทนเห็นเขาไปกินข้าวกันทุกวันมีความสุขกันต่อหน้าหนู ล่าสุดหนูบอกกับผู้ชายคนนี้ไปว่า “หลังจากนี้ชีวิตนี้ไม่ต้องมาเจอกันอีก”เขาก็เหมือนจะรับรู้แล้ว หนูจะวางตัวยังไงต่อไปดีหลังจากนี้... “คุณแพร (นามสมมติ)” อายุ 29 ปี เป็นสายสุดท้ายในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา [25 มิ.ย. 68] ได้โทรเข้ามาปรึกษา “ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม” เกี่ยวกับปัญหาแอบชอบรุ่นพี่ในที่ทำงาน โดนเล่นกับใจสุดท้ายเปิดตัวกับคนอื่น โดย “คุณแพร (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘ช่วงเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมาหนูได้งานใหม่ เป็นงานในห้างสรรพสินค้า หนูเพิ่งขึ้นมาอยู่กรุงเทพได้ไม่นาน เพื่อนร่วมงานส่วนใหญ่เป็นผู้ชาย แล้วได้มาเจอกับพี่คนนึง เขาสุภาพมาก ตรงสเปคเรา คำพูดคำจาจะเรียกเราว่าหนู ตอนแรกไม่ได้คิดอะไรแต่อยู่ไปนาน ๆ ก็เริ่มสนิทกัน ดูแลกันมากขึ้น ถึงขั้นที่สามารถคุยกันเรื่องเซ็กซ์ หรือเรื่องแฟนเก่าได้ คุยกันได้ยิ่งกว่าเพื่อนผู้หญิงอีก มีการเล่นถึงเนื้อถึงตัวกัน เช่น วิ่งไปกอด เกาะแขนในบริบทที่อ้อน ๆ ได้ บางครั้งเหมือนจะปัดป้องแต่ก็ยังเล่นด้วยได้ วันนึงหนูก็ลองแกล้งเขาโดยการบอกว่า ‘สงกรานต์นี้เดี๋ยวไปเล่นน้ำกับผู้ชายดีกว่า นัดผู้ชายเอาไว้’ เขาก็นิ่งไปเลย หนูเลยคิดว่าเขาก็คงชอบเราเหมือนกันมั้ง พี่ผู้จัดการเขาก็ดูออก ทุกคนคิดแบบนี้กันหมดเลยว่าหนูกับพี่เขาต้องชอบกันแน่ ๆ ต้องเป็นแฟนกันแน่ เราก็เล่นกันปกติ หลังจากนั้นหนูก็เฉลยว่าที่พูดไปหนูแกล้งเล่น พี่เขาก็ดูดีใจ แล้ววันนั้นเราเจอลูกค้าแล้วรู้สึกนอย พี่เขาก็ชวนไปกินข้าวเลย เหมือนปลอบใจ จนกระทั่งอาทิตย์ที่ผ่านมา เขาก็บอกกับหนูว่าเขาชอบน้องร้านข้าง ๆ นะ ซึ่งก่อนหน้านั้นเขาเคยบอกว่าเขาชอบสาวหมวย ตัวเล็ก ซึ่งก็ตรงกับหนูเหมือนกัน สรุปแล้วเมื่อสองวันก่อนเขาชวนน้องร้านข้าง ๆ เข้ามาในร้านของเราและขอคอนแทคกันต่อหน้า ต่อตาหนูเลย หนูยืนอึ้งว่าที่ผ่านมาหนูคิดไปเองหรอ ? ทั้ง ๆ ที่หนูเคยเกริ่นไปแล้วว่าชอบเขานะ หนูก็พยายามทำใจ เขาอาจจะเทสระบบเรา จากที่เล่นกันถึงเนื้อถึงตัว พูดคุยเรื่องเซ็กซ์กัน ก็ไม่ทำอีกเลยเพราะหนูมองว่าเขากำลังจะสานสัมพันธ์กับคนอื่นแล้ว แต่ในใจก็เจ็บ วันนี้หนูบอกกับพี่หัวหน้างานว่าปวดท้อง จะขอลาไปหาหมอ กลับมาเขาก็ดูเป็นห่วงเรา หนูนั่งพักอยู่ในห้องก็ไม่คิดว่าจะได้เห็นภาพที่เขาชวนกันไปกินข้าวอีก จริง ๆ หนูยอมตั้งแต่เขาขอไลน์แล้ว แต่พี่เขาก็ยังพยายามทำตัวเหมือนเดิม แตะเนื้อต้องตัวพูดคุยเหมือนเดิม แต่เราคือทำไม่ได้แล้ว เราไม่โอเค ตอนเย็นหนูก็ถามว่า ‘วันนี้พี่กลับยังไง’ เขาก็ชี้ไปที่ร้านข้าง ๆ แต่หนูเห็นว่าไฟปิดแล้วเลยงง สรุปคือเขาเดินกลับไปรับน้องร้านข้าง ๆ มาต่อหน้าต่อตาหนูอีกแล้ว หนูก็พยายามเก็บอารมณ์ไม่ให้เสียใจ หนูก็พลั้งปากพูดไปว่า ‘พี่ หลังจากนี้เราไม่ต้องมาเจอกันอีกนะ เราตัดขาดกันไปเลย แพรไม่อยากเจอพี่’ พี่เขาก็ตอบกลับแบบติดตลก แซว ๆ อีก หนูเลยอยากขอคำปรึกษาว่าหนูต้องทำงานที่นี่อีก 5 วันต้องเห็นเขาไปไหนมาไหนด้วยกัน จะต้องจัดการความรู้สึกยังไง กับวันที่ 29 นี้จะมีงานเลี้ยงส่งหนู หนูควรบอกเขาอีกรอบมั๊ยว่าชอบ” ซึ่ง “ดีเจเผือก” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘นี่คือบทเรียนของการทำที่อะไรตามใจและตามอารมณ์ พูดออกไปด้วยอารมณ์โดยไม่มีการวางแผนคิดหน้าคิดหลังให้ดี “เราไม่ต้องมาเจอกันอีก” เป็นประโยคที่แรงมากทั้ง ๆ ที่ยังไม่ได้เป็นอะไรกันเลย เขาคงคิดว่าแพรเป็นอะไร อันนี้เป็นสิ่งที่พลาดมาก ๆ แค่คุยกับเขาน้อยลงพี่ว่าก็ชัดเจนอยู่แล้วว่ารู้สึกยังไง แพรก็ใช้ชีวิตตามปกติได้เลย เพราะเดี๋ยวก็แยกกันใช้ชีวิตอยู่แล้ว ส่วนวันงานเลี้ยงส่งก็วางตัวดี ๆ เพราะอย่างน้อยเขาก็แสดงให้เราเห็นผ่านการกระทำของเขาแล้วว่าไม่ได้คิดอะไร ขั้นสุดท้ายของการเป็นเพื่อนสนิทแล้วมีคนนึงอยากข้ามขั้นไป เขาก็คงพยายามบอกว่าเราเป็นเพื่อนกันเถอะ ในเมื่อทั้งคู่ชัดเจนกันอยู่แล้ว ก็เป็นเพื่อนกันให้ได้อย่างที่พูดไว้ เด็ดขาดเลยก็ดี ถ้าเขาชวนคุย อยากคุยกับตอบไม่อยากคุยก็ไม่ต้องคุย ขอให้โชคดีกับวันเลี้ยงส่ง และอย่าถือสากับคำพูดของคนเมา’ ต่อมา “ดีเจเติ้ล” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘ทำตัวปกติได้เลยถ้าลาไม่ได้ แต่ถ้าลาได้ก็แนะนำให้ลาแล้วเก็บของไปตั้งตัวที่บริษัทใหม่เลย กับเขาก็ไม่ต้องไปยุ่งอีกแล้ว วันเลี้ยงส่งถ้าเขาไม่ไปก็ไม่ต้องเสียใจด้วย เพราะเราลั่นไปแล้วว่าอย่าเจอกันอีก ต้องทำตามที่พูดไว้ให้ได้ 5 วันที่เหลืออยู่ไปทบทวนสิ่งที่เกิดขึ้น ถ้าไปที่ใหม่ก็อย่าทำแบบนี้อีก ให้มันจบแค่ตรงนี้’ สุดท้าย “ดีเจต้นหอม” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘ตอนอยู่ด้วยกันก่อนหน้านี้ก็สนุกสนาน แพรเป็นคนสนุก เขาอยู่ด้วยแล้วสบายใจแต่เขาให้สถานะเราได้แค่ “เพื่อน” และเขาวางสถานะนี้มีนานแล้ว เท่าที่พี่ฟังผู้ชายไม่ได้มีใจเลย แพรคิดไปเองแล้วก็สร้างโมเมนต์เองโดยการทำให้เค้าหึง เขาเงียบก็บอกว่าเขาหึง แถมมีเพื่อนยุยงอีก เรื่องราวเลยไปไกลจนเขาสนิทใจกับแพรและพร้อมที่จะเปิดใจเล่าว่าชอบน้องร้านข้าง ๆ เพราะเขามองว่าแพรคือเพื่อนที่สนิทที่สุด หารู้ไม่ว่าแพรหึง งอน ไปแล้ว แถมแพรก็ทำอะไรที่เป็นผีบ้าออกไป โดยการพูดใส่อารมณ์อีก แพรสำคัญตัวผิดสถานะ อย่าทำอะไรแบบนี้อีก สำหรับพี่ถ้าเขามางานเลี้ยงส่งก็ทำตัวปกติเลยแบบเพื่อนกัน พี่มีให้ 3 ทางเลือก 1.งอนให้ถึงที่สุด ไม่คุยด้วยเลย 2.ทำตัวเหมือนเดิม เหมือนวันนั้นโดนของมาแล้วไม่ได้พูดอะไร 3.บอกตรง ๆ ว่าที่พูดว่าไม่ต้องมาเจอกันแล้ว ยอมรับว่าหึง หนูชอบพี่ แต่จำไว้ว่าการสารภาพว่าชอบเขาอย่าคาดหวังว่าชอบเขากลับ พูดติดตลกไปได้เลย ให้เรื่องนี้เป็นบทเรียน ของบางอย่างต้องรอเมคชัวร์ก่อนจะได้ไม่เจ็บหัวใจ’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

ผมอายุ 15 พ่ออายุ 34 แม่อายุ 32 ตอนนี้พ่อออกจากงานประจำ แต่พ่อเอาแต่เลี้ยงไก่ชน ไม่สนใจหางานเลย แม่ก็มีหนี้สิน ผมรู้สึกว่าแล้วอนาคตของผมจะเป็นยังไง? ใครจะส่งผมเรียน

07 พ.ย. 2025

ผมอายุ 15 พ่ออายุ 34 แม่อายุ 32 ตอนนี้พ่อออกจากงานประจำ แต่พ่อเอาแต่เลี้ยงไก่ชน ไม่สนใจหางานเลย แม่ก็มีหนี้สิน ผมรู้สึกว่าแล้วอนาคตของผมจะเป็นยังไง? ใครจะส่งผมเรียน

ผมอายุ 15 พ่ออายุ 34 แม่อายุ 32 ตอนนี้พ่อออกจากงานประจำได้เงินชดเชยมาแสนกว่าบาท แต่พ่อเอาเงินไปซื้อไก่ชนมาเลี้ยงเลี้ยงไก่ทั้งวัน ไม่สนใจที่จะไปหางานประจำเลยแม่ก็ไปยืมเงินคนรอบตัวมาใช้จ่ายในครอบครัวผมรู้สึกว่าแล้วอนาคตของผมจะเป็นยังไง? ใครจะส่งผมเรียนตอนนี้กังวลอนาคตไปหมด ผมจะพูดยังไงให้พ่อหางานประจำสักทีแล้วจะพูดยังไงให้แม่เลิกสร้างความเดือดร้อน ยืมเงินคนอื่น “คุณภีม (นามสมมติ)” อายุ 15 สายที่ 2 ในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร ในคืนวันพุธที่ผ่านมา(5 กันยายน 68) ได้โทรเข้ามาปรึกษา “ดีเจอ้อม – ดีเจเฟี๊ยต – ดีเจต้นหอม” เกี่ยวกับปัญหาคุณพ่อว่างงาน แต่เลือกที่จะหาเงินด้วยการชนไก่ จนรายได้ไม่เพียงพอ ภีมจึงกลัวที่จะไม่มีเงินเรียนในอนาคต โดย “คุณภีม (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘คุณพ่อวัย 34 ปี ตกงานมาเกือบ 2 ปีแล้ว เขาได้เงินมาจากบริษัทหนึ่งก้อน ก็เลยนำเงินไปลงทุนบ่อนไก่ โดยเริ่มจากซื้อไก่มาตัวละหมื่นกว่า พอทำไปเรื่อย ๆ ค่าใช้จ่าย ค่าอาหาร และค่าบำรุงดูแลก็มากขึ้น ทำให้เงินไม่พอ คุณย่าของผมก็บอกให้คุณพ่อ ‘ไปสมัครงาน ส่งลูกเรียน ถ้าไม่ทำงานจะเอาเงินที่ไหนมาใช้’ ซึ่งย่าก็อายุมากแล้ว แต่ก็ยังต้องทำงานเพื่อเอาเงินมาเลี้ยงคนในครอบครัว ผมพูดกับคุณแม่หลายครั้งแล้วว่าให้คุณพ่อไปสมัครงาน แต่แม่ก็บอกว่า ‘คุณพ่อดื้อ ไม่ยอมไป’ พอเวลามีใครพูดเรื่องนี้ พ่อก็จะโวยวายใส่ แล้วปัญหาที่ผมมีกับคุณแม่คือ แม่จะเงินที่ไหนมาให้ค่ากิน เพราะตัวของแม่เองก็มีหนี้ด้วย เหมือนคุณพ่อ คุณแม่ เอาเงินของ ปู่ ตา ยาย มาใช้เยอะมาก แล้วก็ไม่คืนด้วย ตอนนี้ผมเรียนอยู่ชั้นมัธยมศึกษาที่ 4 เลยต้องเครียดว่าในตอนที่ต้องเรียนต่อมหาลัย พวกเขาจะส่งผมต่อมั้ย เพราะมีหลายครั้งที่พวกท่านเริ่มมีเงินไม่พอที่จะให้ค่ากินผมแล้ว ผมก็เริ่มทะเลาะกับแม่ว่า ‘พ่อกับแม่ไม่สมเพชตัวเองบ้างหรอครับ อายุ 30 กว่าแล้ว’ แล้วแม่ก็อารมณ์ขึ้นใส่ผม กลายเป็นว่าช่วงนี้เราเลยไม่ค่อยได้คุยกัน ผมเลยอยากปรึกษาพวกพี่ว่า ผมจะทำยังไงให้คุณพ่อไปหางานที่มั่นคง และจะทำยังไงกับอนาคตตัวเองดี’ เริ่มที่ “ดีเจอ้อม” ได้กล่าวชื่นชมน้องภีมที่มีสติและมีวุฒิภาวะมากสำหรับอายุเท่านี้ และให้คำปรึกษาว่า ‘มันอาจจะมีบางประโยค ถ้าพี่เป็นแม่ของน้องภีม ต่อให้พี่ทำผิด แต่เจอลูกตั้งคำถามว่า ‘สมเพชตัวเองมั้ย?’ พี่ก็คงมีอารมณ์(โกรธ)นิดนึงเหมือนกัน และบางทีเราก็ต้องยอมเรียนไปด้วยทำงานไปด้วย มันอาจจะช่วยเก็บเงินไว้สำรองสำหรับการเรียนในอนาคต เพราะทางพ่อแม่ช่วยไม่ได้ขนาดนั้น ชีวิตมันต้องแลก มันไม่มีเงินที่ได้มาจากการอยู่เฉย ๆ นี่คงเป็นสิ่งที่เราแก้ได้ด้วยตนเอง หรือจะไปเรียนสายวิชาชีพก็ได้ และให้ลองไปปรึกษาครูที่โรงเรียนเรื่องการกู้กยศ. (กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา) พี่ยังอยากให้ภีมทำงานพิเศษบ้าง ไม่ต้องทำประจำ เพราะมันไม่ได้แปลว่าเราใช้แรงงานอย่างเดียว แต่มันจะช่วยเปิดประสบการณ์บางอย่างได้ ในเมื่อเราหวังพึ่งใครไม่ได้ ก็ต้องพึ่งตัวเองแล้ว’ ต่อมา “ดีเจเฟี๊ยต” ก็ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘เราควรโฟกัสตนเอง เคารพตนเอง เพราะเท่าที่ฟังดู คุณพ่อ คุณแม่ ไม่สามารถช่วยได้จริง ๆ ส่วนคุณปู่ คุณย่า ก็มีข้อจำกัดของตนเอง ลองศึกษาเรื่องทุนดู หรือจะลองสร้างคอนเทนต์เพื่อหารายได้เข้าตนเอง และเราไม่ต้องมีความคิดว่า ถ้าเรียนจบแล้วจะต้องเข้ามหาลัยทันที ทางที่เราจะไปทางซ้าย ทางขวา เป็นไปได้หมด เส้นทางชีวิตของเราไม่จำเป็นต้องเหมือนใคร’ สุดท้าย “ดีเจต้นหอม” ก็ได้ให้คำปรึกษาเสริมว่า ‘ข้อจัดกัดเราคือการหาเงินมาเป็นอันดับหนึ่ง และที่บ้านตอนนี้เริ่ม Toxic แล้ว ปล่อยพวกท่านไป หางานหาเงิน ให้สนใจตนเองเป็นอันดับหนึ่ง เราสนใจอะไรเราก็ไปเรียนเสริม เป้าหมายคือทำยังไงให้ตนเองได้เงิน ไม่ต้องไปเปลี่ยนใคร และเราก็จำไว้ว่าเราจะไม่เป็นเหมือนพ่อแม่ หรือจะหาเงินโดยการที่เราไม่ต้องลงทุนเอง แต่ปักตระกร้าก็ได้ ทำ Affiliate ก็ได้ ก็เป็นอีกทางเลือกนึงที่ภีมสามารถทำได้’ นอกจากนี้ ดีเจทั้งสามยังได้กล่าวชื่นชมน้องภีมว่า ‘ภีมเจ๋งมากนะ ที่สามารถวางแผนให้กับตัวเองได้ และมองเห็นภาพรวมได้ว่าเราจะต้องเดินยังไงต่อ พี่ว่าภีมเจ๋งมาก’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทาง ใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการInboxฝากเรื่องมาที่FacebookFanpageEFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา20.00 – 23.00น. ทางรายกาวิทยุEFM94และAppAtimeFung Fin #พุธทอล์คพุธโทร#พุธทอล์คพุธโทรRECAP #ดีเจอ้อม #ดีเจเฟี๊ยต#ดีเจต้นหอม #EFM94

รู้สึกผิดที่ด่าแม่แฟนไป แต่เค้าก็สมควรโดนด่า! คบกับแฟนมา เราโพสน้อยใจแฟนลงเฟซ แม่แคปไปด่ากับลูกเค้า แม่เคยด่าเราว่า "มึงมันเป็นกระเทยสูบเลือด สูบเนื้อ อยู่กับลูกเขาไม่มีอะไรดีขึ้น" จากนั้นหนูขุดสรรพสัตว์ทุกตัวบนโลกมาด่าแม่เขา พอใจเย็นลงตอนนี้หนูรู้สึกผิด

10 มี.ค. 2025

รู้สึกผิดที่ด่าแม่แฟนไป แต่เค้าก็สมควรโดนด่า! คบกับแฟนมา เราโพสน้อยใจแฟนลงเฟซ แม่แคปไปด่ากับลูกเค้า แม่เคยด่าเราว่า "มึงมันเป็นกระเทยสูบเลือด สูบเนื้อ อยู่กับลูกเขาไม่มีอะไรดีขึ้น" จากนั้นหนูขุดสรรพสัตว์ทุกตัวบนโลกมาด่าแม่เขา พอใจเย็นลงตอนนี้หนูรู้สึกผิด

รู้สึกผิดที่ด่าแม่แฟนไป แต่เค้าก็สมควรโดนด่า! คบกับแฟนมา เราโพสน้อยใจแฟนลงเฟซแม่แคปไปด่ากับลูกเค้า แม่เคยด่าเราว่า "มึงมันเป็นกระเทยสูบเลือด สูบเนื้อ อยู่กับลูกเขาไม่มีอะไรดีขึ้น"จากนั้นหนูขุดสรรพสัตว์ทุกตัวบนโลกมาด่าแม่เขา พอใจเย็นลงตอนนี้หนูรู้สึกผิด ควรขอโทษดีไหมคะ? “คุณพี (นามสมมุติ)” อายุ 22 ปี สายที่สองในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา [5 มีนาคม 2568] ได้โทรเข้ามาปรึกษา “ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม” เกี่ยวกับปัญหาความสัมพันธ์ของหนูกับเเม่เเฟน โดย “คุณพี (นามสมมุติ)” ได้เล่าว่า ‘หนูรู้สึกผิดที่ด่ากับแม่ของเเฟน เเต่เขาก็สมควรโดนด่าเเล้ว ต้องเล่าก่อนว่าหนูคบกับเเฟนมาประมาณ 8 ปี ทางบ้านก็รับรู้ทุกอย่างเเม่ของเเฟนก็ดูแลหนูดีมาก หนูไม่ต้องทำงานบ้านหรือต้องทำอะไรเลยตอนอยู่บ้านเขา เเต่สิ่งที่ทำให้หนูมีปัญหากับเเม่ของเเฟนคือ เเม่เขาเริ่มขอเงินเเฟนบ่อยขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งเงินที่เเม่เขาขอไปก็เป็นเงินที่หนูกับเเฟนหามาด้วยกันทั้งคู่ ตอนเเรกหนูกับเเฟนก็ตกลงกันเเล้วว่าจะให้เงินกับเเม่เป็นรายเดือน จะไม่มีการให้เงินเเบบยิบย่อย ทั้งเเม่ของเขาเเละเเม่ของหนูเอง เรื่องที่ทำให้หนูกับเเม่ของเเฟนมีปัญหากัน เกิดขึ้นเมื่อตอนเดือนตุลาคมปีที่เเล้ว คือหนูน้อยใจเเฟน หนูเลยโพสต์ประมาณตัดพ้อในเฟซบุ๊ก แล้วเเม่ของเเฟนก็มาเห็นเลยเเคปภาพ เเล้วส่งไปให้เเฟนหนูดู เขาก็พูดว่า เเฟนมึงจะโพสต์อะไรหนักหนา หนูเลยทักไปหาเเม่ของเเฟนเลยว่า เเม่หนูน้อยใจเเฟน หนูก็โพสต์ในหน้าเฟสหนู ทีลูกสะใภ้คนโตโพสต์ด่าเเม่ เเม่ก็ลองไปว่าเขาบ้างนะ พอหนูพูดไปเเบบนั้น เเม่เขาก็เริ่มหงุดหงิดมากขึ้น หลังจากที่หนูพิมพ์ไปเสร็จเเม่เเฟนก็ไปคุยกับเเฟนว่า หนูมันเป็นกะเทยสูบเลือด สูบเนื้อ อยู่กับลูกเขาไม่มีอะไรดีขึ้น ไปหาคนใหม่ดีกว่า พอหนูรู้ว่าเเม่เเฟนพูดเเบบนั้น หนูก็เลยด่ากลับไปบ้างเลย พอเเฟนรู้ เเฟนก็โกรธเเล้วเราก็ทะเลาะกัน เขาก็กลับบ้านไปหาเเม่เขาก่อน หนูก็เลยลองโทรไปหาเขาว่าจะเอายังไงจะเลิกใช่ไหม? เขาก็ไม่เลิกเเล้วก็หนีจากบ้านกลับมาหาเรา พอเเม่เขาจับได้ว่าลูกเขาหนีมาหาเรา เเม่เขาก็ด่าหนูอีกเเละก็โพสต์เเซะอยู่เรื่อยๆ ตอนนี้หนูรู้สึกผิดที่ทำให้เเม่ลูกเขาทะเลาะกัน หนูเลยอยากปรึกษาพี่ๆดีเจว่า หนูควรจะทำยังไงดีกับเเม่เเฟน หนูควรจะขอโทษเลยดีไหม?’ โดย “ดีเจเติ้ล” ให้คำปรึกษาว่า ‘ถ้าแม่ลูกคู่นั้นเขายังคิดถึงกันอยู่ ส่องเฟซกันไปมา พี่ก็คงบอกให้เขากลับไปคุยกับเเม่เถอะ เเต่ก็ต้องบอกเขาว่าถ้าเขากลับไปปัญหาเรื่องเงินมันก็จะกลับมาเหมือนเดิม สุดท้ายถ้าจะจัดการเรื่องนี้ไม่ได้ก็ต้องถามตัวพีว่า พีจะเเยกกระเป๋าไหม สุดท้ายก็ให้เขาไปคุยกันเพราะพี่ก็ไม่อยากให้เขาตัดแม่ ตัดลูกเพราะเรื่องของเรา เเละเรื่องขอโทษถ้าพีรู้สึกไม่สบายใจ พี่ว่าพีก็ไปขอโทษเขาได้’ ต่อมา “ดีเจต้นหอม” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘พี่ว่าให้อยู่ในจุดที่ต่างคนต่างอยู่ เเล้วเเยกกระเป๋ากันดีกว่า ถามเเฟนว่าอยากกลับไปหาเเม่ไหม ถ้าอยากก็ต้องคุยเรื่องเงินกันให้เคลียร์ไปเลย เเละก็พยายามไม่ใช้คำที่เเรงมากเกินไป เพราะคนที่เจ็บไม่ใช่เเม่เเฟน เเต่เป็นตัวของเเฟนพีเองมากกว่า’ ต่อมา “ดีเจเผือก” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘ถามว่าจะทำยังไงเพราถึงจะมีเรื่องมีราวมากเเค่ไหน เเต่ต้องทำให้เเม่ลูกเขาไม่คุยกันเลยเนี้ย มันก็ต้องรู้สึกผิดอยู่เเล้ว เพราะฉะนั้นเรื่องจะขอโทษดีไหม พี่ว่าถ้าทำไปก็ไม่ได้เสียหายอะไรนะ เเต่สถานการณ์มันจะดีขึ้นไหม ไม่รู้เเต่พี่เชื่อว่าพีจะรู้สึกสบายใจไปเรื่องนึง เหมือนยกภูเขาออกจากอกเลย’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

album
efm
-

-