รู้สึกผิดที่ด่าแม่แฟนไป แต่เค้าก็สมควรโดนด่า! คบกับแฟนมา เราโพสน้อยใจแฟนลงเฟซ แม่แคปไปด่ากับลูกเค้า แม่เคยด่าเราว่า "มึงมันเป็นกระเทยสูบเลือด สูบเนื้อ อยู่กับลูกเขาไม่มีอะไรดีขึ้น" จากนั้นหนูขุดสรรพสัตว์ทุกตัวบนโลกมาด่าแม่เขา พอใจเย็นลงตอนนี้หนูรู้สึกผิด

พุธทอล์ค พุธโทร RECAP

รู้สึกผิดที่ด่าแม่แฟนไป แต่เค้าก็สมควรโดนด่า! คบกับแฟนมา เราโพสน้อยใจแฟนลงเฟซ แม่แคปไปด่ากับลูกเค้า แม่เคยด่าเราว่า "มึงมันเป็นกระเทยสูบเลือด สูบเนื้อ อยู่กับลูกเขาไม่มีอะไรดีขึ้น" จากนั้นหนูขุดสรรพสัตว์ทุกตัวบนโลกมาด่าแม่เขา พอใจเย็นลงตอนนี้หนูรู้สึกผิด

10 มี.ค. 2025

รู้สึกผิดที่ด่าแม่แฟนไป แต่เค้าก็สมควรโดนด่า! คบกับแฟนมา เราโพสน้อยใจแฟนลงเฟซ

แม่แคปไปด่ากับลูกเค้า แม่เคยด่าเราว่า "มึงมันเป็นกระเทยสูบเลือด สูบเนื้อ อยู่กับลูกเขาไม่มีอะไรดีขึ้น"

จากนั้นหนูขุดสรรพสัตว์ทุกตัวบนโลกมาด่าแม่เขา พอใจเย็นลงตอนนี้หนูรู้สึกผิด ควรขอโทษดีไหมคะ?

            “คุณพี (นามสมมุติ)” อายุ 22 ปี สายที่สองในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา [5 มีนาคม 2568] ได้โทรเข้ามาปรึกษา “ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม” เกี่ยวกับปัญหาความสัมพันธ์ของหนูกับเเม่เเฟน

            โดย “คุณพี (นามสมมุติ)” ได้เล่าว่า ‘หนูรู้สึกผิดที่ด่ากับแม่ของเเฟน เเต่เขาก็สมควรโดนด่าเเล้ว ต้องเล่าก่อนว่าหนูคบกับเเฟนมาประมาณ 8 ปี ทางบ้านก็รับรู้ทุกอย่างเเม่ของเเฟนก็ดูแลหนูดีมาก หนูไม่ต้องทำงานบ้านหรือต้องทำอะไรเลยตอนอยู่บ้านเขา เเต่สิ่งที่ทำให้หนูมีปัญหากับเเม่ของเเฟนคือ เเม่เขาเริ่มขอเงินเเฟนบ่อยขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งเงินที่เเม่เขาขอไปก็เป็นเงินที่หนูกับเเฟนหามาด้วยกันทั้งคู่ ตอนเเรกหนูกับเเฟนก็ตกลงกันเเล้วว่าจะให้เงินกับเเม่เป็นรายเดือน จะไม่มีการให้เงินเเบบยิบย่อย ทั้งเเม่ของเขาเเละเเม่ของหนูเอง

            เรื่องที่ทำให้หนูกับเเม่ของเเฟนมีปัญหากัน เกิดขึ้นเมื่อตอนเดือนตุลาคมปีที่เเล้ว คือหนูน้อยใจเเฟน หนูเลยโพสต์ประมาณตัดพ้อในเฟซบุ๊ก แล้วเเม่ของเเฟนก็มาเห็นเลยเเคปภาพ เเล้วส่งไปให้เเฟนหนูดู เขาก็พูดว่า เเฟนมึงจะโพสต์อะไรหนักหนา หนูเลยทักไปหาเเม่ของเเฟนเลยว่า เเม่หนูน้อยใจเเฟน หนูก็โพสต์ในหน้าเฟสหนู ทีลูกสะใภ้คนโตโพสต์ด่าเเม่ เเม่ก็ลองไปว่าเขาบ้างนะ พอหนูพูดไปเเบบนั้น เเม่เขาก็เริ่มหงุดหงิดมากขึ้น หลังจากที่หนูพิมพ์ไปเสร็จเเม่เเฟนก็ไปคุยกับเเฟนว่า หนูมันเป็นกะเทยสูบเลือด สูบเนื้อ อยู่กับลูกเขาไม่มีอะไรดีขึ้น ไปหาคนใหม่ดีกว่า พอหนูรู้ว่าเเม่เเฟนพูดเเบบนั้น หนูก็เลยด่ากลับไปบ้างเลย พอเเฟนรู้ เเฟนก็โกรธเเล้วเราก็ทะเลาะกัน เขาก็กลับบ้านไปหาเเม่เขาก่อน หนูก็เลยลองโทรไปหาเขาว่าจะเอายังไงจะเลิกใช่ไหม? เขาก็ไม่เลิกเเล้วก็หนีจากบ้านกลับมาหาเรา พอเเม่เขาจับได้ว่าลูกเขาหนีมาหาเรา เเม่เขาก็ด่าหนูอีกเเละก็โพสต์เเซะอยู่เรื่อยๆ ตอนนี้หนูรู้สึกผิดที่ทำให้เเม่ลูกเขาทะเลาะกัน หนูเลยอยากปรึกษาพี่ๆดีเจว่า หนูควรจะทำยังไงดีกับเเม่เเฟน หนูควรจะขอโทษเลยดีไหม?’

            โดย “ดีเจเติ้ล” ให้คำปรึกษาว่า ‘ถ้าแม่ลูกคู่นั้นเขายังคิดถึงกันอยู่ ส่องเฟซกันไปมา พี่ก็คงบอกให้เขากลับไปคุยกับเเม่เถอะ เเต่ก็ต้องบอกเขาว่าถ้าเขากลับไปปัญหาเรื่องเงินมันก็จะกลับมาเหมือนเดิม สุดท้ายถ้าจะจัดการเรื่องนี้ไม่ได้ก็ต้องถามตัวพีว่า พีจะเเยกกระเป๋าไหม สุดท้ายก็ให้เขาไปคุยกันเพราะพี่ก็ไม่อยากให้เขาตัดแม่ ตัดลูกเพราะเรื่องของเรา เเละเรื่องขอโทษถ้าพีรู้สึกไม่สบายใจ พี่ว่าพีก็ไปขอโทษเขาได้’

            ต่อมา “ดีเจต้นหอม” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘พี่ว่าให้อยู่ในจุดที่ต่างคนต่างอยู่ เเล้วเเยกกระเป๋ากันดีกว่า ถามเเฟนว่าอยากกลับไปหาเเม่ไหม ถ้าอยากก็ต้องคุยเรื่องเงินกันให้เคลียร์ไปเลย เเละก็พยายามไม่ใช้คำที่เเรงมากเกินไป เพราะคนที่เจ็บไม่ใช่เเม่เเฟน เเต่เป็นตัวของเเฟนพีเองมากกว่า’

            ต่อมา “ดีเจเผือก” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘ถามว่าจะทำยังไงเพราถึงจะมีเรื่องมีราวมากเเค่ไหน เเต่ต้องทำให้เเม่ลูกเขาไม่คุยกันเลยเนี้ย มันก็ต้องรู้สึกผิดอยู่เเล้ว  เพราะฉะนั้นเรื่องจะขอโทษดีไหม พี่ว่าถ้าทำไปก็ไม่ได้เสียหายอะไรนะ เเต่สถานการณ์มันจะดีขึ้นไหม ไม่รู้เเต่พี่เชื่อว่าพีจะรู้สึกสบายใจไปเรื่องนึง เหมือนยกภูเขาออกจากอกเลย’

เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทาง

ใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATION

รับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

related พุธทอล์ค พุธโทร RECAP

ที่ออฟฟิศหนูสังเกตเห็นพี่ผู้ชายคนนึง เนียนมานั่งคุยกับพี่ผู้หญิง จังหวะพี่ผู้หญิงลุกเขารีบไปนั่งเก้าอี้แทนที่แล้วชวนคุย ค่อยๆเลื่อนมือถือสอดไปใต้กระโปรง ทำแบบนี้ทุกครั้งที่พี่ผู้หญิงใส่กระโปรงมา ภายนอกพี่เขาดูดี เฟรนด์ลี่ มีลูกสาวตัวเล็กมาที่ทำงานบ่อยๆ

25 เม.ย. 2025

ที่ออฟฟิศหนูสังเกตเห็นพี่ผู้ชายคนนึง เนียนมานั่งคุยกับพี่ผู้หญิง จังหวะพี่ผู้หญิงลุกเขารีบไปนั่งเก้าอี้แทนที่แล้วชวนคุย ค่อยๆเลื่อนมือถือสอดไปใต้กระโปรง ทำแบบนี้ทุกครั้งที่พี่ผู้หญิงใส่กระโปรงมา ภายนอกพี่เขาดูดี เฟรนด์ลี่ มีลูกสาวตัวเล็กมาที่ทำงานบ่อยๆ

ที่ออฟฟิศหนูสังเกตเห็นพี่ผู้ชายคนนึง เนียนมานั่งคุยกับพี่ผู้หญิง จังหวะพี่ผู้หญิงลุกเขารีบไปนั่งเก้าอี้แทนที่แล้วชวนคุยค่อยๆเลื่อนมือถือสอดไปใต้กระโปรง ทำแบบนี้ทุกครั้งที่พี่ผู้หญิงใส่กระโปรงมาภายนอกพี่เขาดูดี เฟรนด์ลี่ มีลูกสาวตัวเล็กมาที่ทำงานบ่อยๆ หนูควรบอกใครก่อนดี “คุณน้ำ (นามสมมติ)” อายุ 22 ปี สายที่หนึ่งในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา [23 เม.ย. 68] ได้โทรเข้ามาปรึกษา “ดีเจเผือก – ดีเจเติ้ล – ดีเจต้นหอม” เกี่ยวกับปัญหาการคุกคามทางเพศในที่ทำงาน โดย “คุณน้ำ (นามสมมติ)” เล่าว่า ‘มีพี่ในทีมคนหนึ่งเป็นผู้หญิง นามสมมุติว่า “พี่ฟ้า” เป็นคนสวย ตัวเล็ก น่ารัก และจะมีพี่อีกคนที่อยู่ต่างแผนก เป็นผู้ชาย นามสมมุติว่า “พี่เอ็ม” ดูเป็นคนเฟรนลี่ คุยกับทุกคนในบริษัทได้หมด เขามักจะเดินมาคุยเล่นกับพวกหนูในทีม โดยส่วนตัวหนูเป็นคนไม่ค่อยพูด อยู่เงียบ ๆ ทำงานของตัวเอง และเพิ่งเริ่มทำงานที่นี่ได้ไม่ถึงปี วันหนึ่งพี่ฟ้าใส่กระโปรง แล้วลุกขึ้นยืนเม้ามอยกับพี่อีกคนในทีม ขณะนั้นพวกเขากำลังดูหน้าจอคอมพิวเตอร์และคุยกันอยู่ ซักพักพี่เอ็มเดินมานั่งตรงเก้าอี้พี่ฟ้า แล้วก็สไลด์ตัวเข้าไปใกล้ ๆ พี่ฟ้า ซึ่งปกติเขาก็ทำแบบนี้เป็นประจำ ถ้าไม่สังเกตุก็จะดูเหมือนเป็นเรื่องปกติของเขา แต่วันนั้นสายตาหนูบังเอิญเหลือบไปเห็นพอดี เขาถือโทรศัพท์ด้วยมือขวา โดยคว่ำหน้าจอลง และกล้องโทรศัพท์ก็โผล่ออกมา ตอนแรกหนูก็คิดว่าเขาจับโทรศัพท์ปกติ ไม่ได้ใส่ใจอะไรนัก แต่เพราะหนูเป็นคนขี้ระแวง เวลามีคนเดินมาก็จะชอบสังเกต ทีนี้ เขาค่อย ๆ เลื่อนโทรศัพท์เข้าไปใกล้ ๆ ใต้กระโปรง และมีจังหวะหนึ่งที่เขาเหลือบตามองโทรศัพท์ตัวเอง จากนั้นก็เขยิบเข้าไปใกล้พี่ฟ้ามากขึ้น ตรงนั้นไม่ได้มีแค่พี่ฟ้าคนเดียว แต่มีคนอื่นยืนอยู่ด้วยหลายคน ไม่มีใครหันมาสังเกตข้างหลังตัวเองเลย ส่วนหนูนั่งอยู่ด้านหลังเขา ถึงจะหันหลังให้ แต่ก็หันไปมองเป็นระยะ ๆ ว่าเขาคุยอะไรกัน ตอนที่หนูเห็นครั้งแรก หนูก็ใจเต้น เพราะไม่เคยเจอสถานการณ์แบบนี้ แต่ก็ยังไม่มั่นใจว่าใช่อย่างที่คิดหรือเปล่า หลังจากวันนั้นหนูก็เริ่มสังเกตเรื่อย ๆ ว่าเวลาที่เขาเดินมา เขายังทำพฤติกรรมแบบนี้อีกไหม หนูสังเกตว่าถ้าพี่ฟ้าใส่กางเกง เขาก็ไม่มีพฤติกรรมแบบนั้น แต่ถ้าใส่กระโปรง เขาก็ยังคงเดินมาแล้วสไลด์ตัวเข้าไปใกล้เหมือนเดิม มีวันหนึ่งที่พี่ฟ้ายืนแล้วเลื่อนตัวไปด้านข้าง เขาก็เลื่อนตัวตามไปด้วย ทำให้หนูเริ่มรู้สึกมั่นใจขึ้นมาอีกขั้น และทุกครั้งที่เขาทำ เขาจะตั้งโทรศัพท์ไว้ตรงหน้าขาเสมอ แม้หนูจะไม่เห็นหน้าจอว่าเปิดกล้องหรือเปล่า แต่ก็สังเกตพฤติกรรมไว้ ปกติหนูไม่ค่อยคุยกับพี่ ๆ เพราะเป็นเด็กสุดในทีม เลยไม่กล้าบอกใคร หนูสนิทกับหัวหน้าทีมที่สุด เวลามีอะไรก็จะปรึกษาเขา หัวหน้าทีมเป็นทอม และหนูก็ไม่แน่ใจว่าเขากับพี่ฟ้ากุ๊กกิ๊กกันรึเปล่า แต่เพราะเรื่องนี้มันละเอียดอ่อน หนูเลยรู้สึกกลัวและไม่กล้าเล่า อีกอย่างพี่เอ็มดูมีภาพลักษณ์เฟรนลี่ ไม่ดูเป็นคนมีพิษมีภัย ก่อนหน้านี้พี่เอ็มก็มีพฤติกรรมกับผู้หญิงตัวเล็ก ๆ น่ารัก ๆ คล้าย ๆ กัน เช่น ขยี้ผมแบบเอ็นดู ตอนนั้นหนูก็คิดว่าเขาเอ็นดูจริง ๆ แต่หลังเหตุการณ์วันนั้น หนูก็เริ่มรู้สึกไม่สบายใจ และสังเกตว่าเขาไม่ได้ทำแบบนั้นกับผู้หญิงคนอื่นที่ไม่ได้มีลักษณะตรงสเปกเขา พี่เอ็มน่าจะอายุสามสิบกว่าปีแล้ว เขามีลูกสาว และเคยพาลูกมาที่ออฟฟิศ ให้พวกหนูช่วยกันเลี้ยง เด็กน่ารักดี แค่อายุประมาณอนุบาล หนูเลยยิ่งรู้สึกกลัวว่า ถ้าเราไปเล่า จะมีใครเชื่อหรือเปล่า เหตุการณ์ที่หนูเห็นแบบชัด ๆ มี 4 วัน แต่ละวันก็เกิดขึ้นมากกว่า 2 ครั้ง พี่เอ็มชอบเดินมาแถวนี้บ่อยมาก ส่วนพี่ฟ้าก็ชอบคุยเม้ามอยโดยไม่ทันระวังตัว ตอนแรกหนูก็ตั้งใจจะถ่ายเก็บไว้เป็นหลักฐาน แล้วให้หัวหน้าทีมช่วยดู ถ้าพี่เขารู้สึกเหมือนกัน หนูก็อยากให้เขาช่วยสังเกตเพิ่มเติมด้วย หนูเลยอยากปรึกษาพี่ๆ ดีเจว่า หนูควรเริ่มเล่าเรื่องนี้กับใครก่อนดี? และควรพูดยังไง? เริ่มที่ “ดีเจเติ้ล” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘ถ้าน้ำสนิทกับหัวหน้า ก็ต้องเข้าทางหัวหน้านะ ถ้าเรายังไม่แน่ใจ พี่ว่าเราก็ต้องหาคนที่เราไว้ใจว่าคุยกับเขาได้ เพื่อที่จะเป็นพยานร่วมกัน สมมติว่าเขาชื่อพี่ดิน พี่ก็จะบอกว่า “เออ พี่ดิน คือหนูบังเอิญไปเห็นสิ่งที่พี่เอ็มทำ แต่หนูไม่แน่ใจว่าหนูคิดมากไปเองรึเปล่า เลยอยากให้พี่ดินช่วยมาดูหน่อยว่าทำไมเวลาพี่เอ็มเขามาคุยกับพี่ฟ้า หนูเห็นว่าเขาเอามือถือไปไว้ใต้กระโปรงพี่ฟ้า แต่หนูก็ไม่แน่ใจ เลยอยากให้พี่ดินช่วยดูหน่อยว่าสิ่งที่หนูคิดมันจริงรึเปล่า” จริง ๆ คนเฟรนลี่ไม่ได้แปลว่าจะไม่ทำแบบนี้ เพราะบางทีคนเฟรนลี่ทำแบบนี้ คนเลยไม่รู้ไง ถ้าน้ำลองประมวลสถานการณ์ทั้งหมดดี ๆ แล้วน้ำรู้สึกว่าเรื่องนี้เป็นอย่างที่น้ำคิดจริง ๆ พี่ว่ามันควรต้องบอกนะ เพราะว่าเขาก็คือภัยของคนในออฟฟิศ’ ต่อมา “ดีเจต้นหอม” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘แอบถ่ายเขาสัก 2–3 คลิป ถ้าเขาทำบ่อย แล้วลองเอาไปให้หัวหน้าทีมดู แล้วเข้าหาแบบตลก ๆ หน่อย เผื่อเขาบอกว่าไม่ใช่ เราก็ยังสามารถพลิกแพลงได้ เพื่อปกป้องตัวเราเอง สิ่งที่เราทำอยู่คือการเป็นพลเมืองดี พอหัวหน้าทีมเห็นภาพในกล้องของหนูแล้ว เขาจะประเมินเอง ถ้ามันใช่ เขาอาจจะดำเนินเรื่องขอดูกล้องวงจรปิด แล้วเอามาใช้ประกอบกัน’สุดท้าย “ดีเจเผือก” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘จริง ๆ เห็นด้วยกับการที่จะไปบอกหัวหน้า ถ้าเราอยากจะทำอะไรสักอย่าง แต่การจะแอบถ่ายก็ไม่ง่าย อาจจะเริ่มต้นจับตาดูกันแค่ 2 คนก่อน แต่ถ้าน้ำเชื่อในสกิลนักสืบของน้ำ น้ำถ่ายได้ก็เอาเลย แต่ถ้าจะพิสูจน์เรื่องนี้ ต้องค่อย ๆ ให้มันชัดเจนจริง ๆ ความมั่นใจมันสำคัญมากกับเรื่องนี้ เพราะมันต้องมีคนเสียหายแน่ ๆ แต่ว่าจะเป็นฝั่งไหน’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

คือสงสัยอะค่ะ เวลาเราให้ของขวัญใครสักคน ทำไมถึงไม่แกะกันหรอคะ? เราให้ของขวัญพี่ที่ทำงานไป ผ่านมา 1 เดือนกว่าๆแล้วเขายังไม่แกะเลย แล้วทุกคนเวลาได้ของขวัญจากใครสักคน จะแกะเลยไหมคะ

05 มี.ค. 2024

คือสงสัยอะค่ะ เวลาเราให้ของขวัญใครสักคน ทำไมถึงไม่แกะกันหรอคะ? เราให้ของขวัญพี่ที่ทำงานไป ผ่านมา 1 เดือนกว่าๆแล้วเขายังไม่แกะเลย แล้วทุกคนเวลาได้ของขวัญจากใครสักคน จะแกะเลยไหมคะ

“คุณเฟย์(นามสมมติ)” อายุ 26 ปี สายสุดท้ายในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา [28 ก.พ. 67] ได้โทรเข้ามาปรึกษา ‘ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม’ กับปัญหาที่ให้ของขวัญพี่ในทีม แต่ผ่านมาหลายเดือนแล้ว เขายังไม่แกะของขวัญเลย โดย ​“คุณเฟย์(นามสมมติ)” เริ่มเล่าว่า ‘เฟย์เป็นคนที่ชอบเลือกของขวัญหรือชอบเขียนการ์ด แล้วในช่วงปีใหม่ที่ผ่านมามันก็เป็นโอกาสที่ดีที่เราจะให้ของขวัญ ซึ่งเฟย์ก็จะให้ของขวัญกับคนที่เรารู้สึกว่า เราอยากขอบคุณเขาในปีที่ผ่านมา แล้วหนึ่งในนั้นคือทีมที่เราทำงานด้วย ก็เลยซื้อของขวัญให้กับคนในทีม เพราะเรารู้สึกว่าทีมที่ทำงานด้วยกันตอนนี้น่ารักมากในทีมมีกันอยู่ประมาณ 5 คน คือจริง ๆ เป็นบริษัทใหญ่แต่ว่าทีมที่สนิทกันคือทีมนี้ พอผ่านมาประมาณ 1 เดือน ก็มีช่วงวาเลนไทน์ เฟย์ก็เอาของขวัญไปให้เพื่อนในทีมอีก ปกติตอนแรกในทีมจะมีกันอยู่ 3 คน ทุกคนก็จะแลกของขวัญกันอยู่แล้ว พอมีเป็น 5 คนเฟย์ก็ให้ของขวัญ แล้วมีพี่ในทีมเล่าให้ฟังว่า เนี่ย ๆ มีอะไรจะสารภาพ คือคนนี้ยังไม่เปิดของขวัญปีใหม่ของเฟย์เลย ซึ่งมันผ่านมา 1 เดือนแล้ว เฟย์ก็คิดว่า เฮ้ย มันมีคนแบบนี้ด้วยหรอ คนที่ยังไม่แกะของขวัญ ถ้าเป็นกลุ่มเพื่อน เฟย์ก็คือเห่อของที่ได้มาแล้วแกะเลย ช่วงแรกที่เฟย์รู้ ก็รู้สึกเฟล ๆ ไปนิดนึงว่าผ่านไปเป็นเดือนแล้วทำไมไม่แกะสักที แต่ก็มาคิดดูว่า ความตั้งใจของเราที่อยากให้เขามันสำเร็จแล้ว เขาจะไปทำอะไรมันก็เรื่องของเขา ตอนนี้อยากชวนคุย Topic ว่า ทุกคนได้ของขวัญมาแล้วแกะกันเลยไหม? แล้วคนที่ไม่แกะของขวัญ จะแกะเมื่อไหร่? ซึ่ง “ดีเจเติ้ล” ให้คำปรึกษาว่า ‘เป็นพี่ พี่ก็กอง ๆ ไว้ ถ้าช่วงปีใหม่มันไม่ได้เยอะ ก็ไม่ได้มานั่งแกะทุกอัน บางทีของพี่มันจะเดาได้ว่าแก้วน้ำ ก็เลือกที่จะไม่แกะ ถ้ามันไม่ได้จากคนที่พิเศษมากพี่ก็ไม่ได้ซีเรียส ถ้าได้จากคนที่ออฟฟิศทั่วไป ก็ทิ้งไว้ค่อยแกะทีหลัง’ ต่อมา “ดีเจเผือก” ให้คำปรึกษาว่า ‘พี่แกะเลย คือนอกจากว่าเรามองอย่างที่เติ้ลบอก ถ้ามองแล้วเราพอรู้ว่าคืออะไร เราก็อาจจะไม่ได้รีบแกะ ส่วนใหญ่คงแกะแหละ คนเราได้ของขวัญ แต่ก็จะมีคนขี้เกียจแฝงอยู่ไม่น้อย’ สุดท้าย “ดีเจต้นหอม” ให้คำปรึกษาว่า ‘พี่แกะ แต่อย่างแฟนคลับให้ช่อเงินมา ทุกวันนี้ก็ยังไม่ได้แกะ เพราะมันรู้อยู่แล้ว แต่ถ้าไม่รู้อยู่ในกล่อง คือแกะคืนนั้นเลย เฟย์ไม่ต้องเสียใจใด ๆ คนแตกต่างกัน มีทั้งคนที่แกะ แล้วก็ไม่แกะ ไม่ได้แปลว่าเราไม่ได้สำคัญ เขาคือขี้เกียจ…’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

ตอนนี้หนูต้องเลือกระหว่าง “ผู้ชาย” กับ “เพื่อนสนิท” หนูคุยกับผู้ชายคนนึงมา ตอนนี้กำลังคลั่งรักเขามาก เข้ากันได้ดีทุกอย่าง พอไปเล่าให้เพื่อนฟัง เพื่อนกลับบอกว่า “ไม่โอเค ถ้าเราจะคบกับคนนี้” เพราะคนนี้เป็นคนคุยเก่าของเขามาก่อน

01 ส.ค. 2025

ตอนนี้หนูต้องเลือกระหว่าง “ผู้ชาย” กับ “เพื่อนสนิท” หนูคุยกับผู้ชายคนนึงมา ตอนนี้กำลังคลั่งรักเขามาก เข้ากันได้ดีทุกอย่าง พอไปเล่าให้เพื่อนฟัง เพื่อนกลับบอกว่า “ไม่โอเค ถ้าเราจะคบกับคนนี้” เพราะคนนี้เป็นคนคุยเก่าของเขามาก่อน

ตอนนี้หนูต้องเลือกระหว่าง “ผู้ชาย” กับ “เพื่อนสนิท” หนูคุยกับผู้ชายคนนึงมาตอนนี้กำลังคลั่งรักเขามาก เข้ากันได้ดีทุกอย่าง พอไปเล่าให้เพื่อนฟัง เพื่อนกลับบอกว่า“ไม่โอเค ถ้าเราจะคบกับคนนี้” เพราะคนนี้เป็นคนคุยเก่าของเขามาก่อนอย่าพามาเจอหน้าเพราะจะทำตัวไม่ถูก หนูจะทำยังไงดี ทั้งๆที่เพื่อนหนูก็มีสามีมีลูกแล้วด้วยถ้าเป็นทุกคน จะเลือกอะไรกันคะ ?? “คุณขนม (นามสมมติ)” อายุ 29 ปี สายที่สองในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา [30 ก.ค 68] ได้โทรเข้ามาปรึกษา “ดีเจเผือก – ดีเจเติ้ล – ดีเจต้นหอม” เกี่ยวกับปัญหาที่พึ่งรู้ว่าคนที่คุยอยู่ตอนนี้ เป็นคนคุยเก่าของเพื่อนสนิท แล้วต้องเลือกใครคนใดคนหนึ่ง โดย “คุณขนม (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘ผู้ชายคนนี้คุยกับหนูมาก่อนอยู่แล้ว ตั้งแต่เมื่อปี 54 แต่ช่วงนั้นเป็นช่วงที่หนูมีแฟนจึงไม่ได้คุยกันต่อ จนหนูมาเข้าสู่ช่วงอายุ 29 ปี เขาทักมาคุยกับหนู เลยได้คุยกันไปประมาณเดือนกว่า ๆ และตอนนี้เรารู้สึกดีกับเขามาก ๆ แล้ว แต่พึ่งมารู้ทีหลังว่าเขาเคยเป็นคนคุยเก่าของเพื่อนสนิทเรา เพื่อนคนนี้เราสนิทมาตั้งแต่มัธยม ปัจจุบันเพื่อนมีลูกและสามีแล้ว ซึ่งเพื่อนเป็นคนที่เชิงว่าเป็นศูนย์กลางประจำกลุ่ม โดยทั้งกลุ่มจะมี 6 คน และปกติเวลาเพื่อนจะนัดเจอกัน เพื่อนจะนัดเจอกันบ่อยมากกว่าหนู หนูไม่ค่อยได้เข้าไปเจอสักเท่าไหร่ ช่วงหลัง ๆ มานี้เป็นช่วงที่เราโสด แล้วเราไม่รู้จะคุยกับใครเลยคุยกับเพื่อนคนนี้บ่อย ๆ และเหตุผลที่เพื่อนรู้เรื่องนี้เพราะว่าเวลาเรามีอะไร เรามักจะปรึกษากับเพื่อนตลอด เพื่อนจึงรู้จากตรงนี้และไม่โอเคที่เราจะไปคุยต่อจากเขา เกริ่นก่อนว่าผู้ชายคนนี้เขาเคยคุยกับเพื่อนหนูมาตั้งแต่ปี 65 คุยกันในเชิงจีบกันปกติ มีวิดีโอคอลกันส่วนใหญ่ แต่ถ้าเจอกันจะเคยเจอกันแค่ครั้งเดียว ซึ่งเรื่องใครเป็นคนเทใครก่อนอันนี้หนูไม่แน่ใจ เพราะว่าทั้งสองคนเล่ามาไม่เหมือนกัน หนูเคยลองพยายามถามทั้งสองฝ่ายแล้ว แต่เหมือนเขาก็ยังกั๊ก ๆ อะไรสักอย่างไว้อยู่ ซึ่งคนที่หนูคุยอยู่เขาบอกว่าเขาเป็นคนหยุดคุยเองเพราะว่าคุยแล้วไม่คลิกกัน โดยเขาบอกมาประมาณว่า “คุยแล้วไม่คลิกกัน ไม่โอเค ก็แค่แยกย้ายแค่นั้น” ส่วนเพื่อนเราบอกว่าตัวเองเป็นคนเทเขา โดยให้เหตุผลว่าเขาเป็นคนมีความคิดที่แปลกประหลาด คุยเยอะมาก คุยไปทั่ว แต่จากที่หนูคุยกับเขามันไม่ใช่แบบที่เพื่อนบอก สำหรับหนู หนูคุยกับเขาแล้วรู้สึกดี เขาเป็นคนปากหวานด้วย จึงไม่กล้าฟันธงอะไรมาก และเหตุผลที่เพื่อนอยากให้เราหยุดคุยกับผู้ชายเพราะว่าเขาเป็นคนคุยเก่าเพื่อน เพื่อนกลัวตัวเองจะมองหน้าเขาไม่ติด จริง ๆ ตัวหนูเองเคยเชิง ๆ พูดไปกับเพื่อนแล้วว่าเราเคยคุยกับเขาไปตอนปี 54 ก่อนที่เขาจะมาคุยกับแก แต่เพื่อนก็ไม่ได้ฟังอะไร จะแทรกเรื่องตัวเองมาเป็นส่วนใหญ่ อีกทั้งเพื่อนยังเคยเชิงพูดอ้อม ๆ มาอีกประมาณว่า “ถ้ามึงจะคุยต่อก็คุยได้นะ แต่กูไม่โอเค” ถ้าถามว่าถ้าหนูเลือกผู้ชาย แล้วไม่เลือกเพื่อน หนูจะโอเคไหม เอาจริง ๆ หนูรู้สึกครึ่ง ๆ เพราะว่าหนูรู้สึกเสียดายที่ยังไม่ได้เรียนรู้อะไรด้วยตัวเองเลย แต่อีกใจนึงคือถ้าสมมติหนูเลือกเขา แล้ววันใดวันหนึ่งมันดันเข้ากันไม่ได้แล้วเราเลือกเขาไปแล้ว เราจะเสียทั้งเพื่อนเสียทั้งผู้ชายเลย ซึ่งคำถามที่อยากจะปรึกษาดีเจทั้งสามคนมีทั้งหมด 2 เรื่องคือ หนูแค่อยากรู้ว่าในความคิดหนูตอนนี้มันแปลกหรือเปล่า? ที่มองว่าตอนนี้มันเป็นแค่คนคุย แต่เพื่อนในกลุ่มหนูทุกคนมองว่ามันเป็นเรื่องผิดปกติและไม่สมควรที่จะคุยต่อจากเพื่อน ส่วนคำถามที่สองคือ หนูอยากถามว่าหนูควรจะไปต่อกับความสัมพันธ์นี้อย่างไรดี?’ เริ่มต้นที่ “ดีเจต้นหอม” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘แปลกหรือเปล่า เพื่อนหนูสิแปลก กลุ่มนี้ควรหยุดตัวเป็นแกนของโลกได้แล้ว ไม่มีเหตุผลที่แกจะมากั๊กของที่แกไม่เคยกิน แกไม่มีสิทธิ์ห้ามคนอื่นกิน เห็นแก่ตัวแบบนี้ไม่เรียกว่าเพื่อน เลิกคบได้ไม่ติด ส่วนข้อสองถ้าไม่อยากเสียทั้งเพื่อนเสียทั้งผู้ชายให้แอบคบ อย่าให้มันรู้และถ้าเกิดมันไปไม่รอดก็กลับมาหาเพื่อน แต่เพื่อนกลุ่มนี้ไม่โอเคเท่าไหร่ เอาแต่ใจตัวเอง ไม่มีความเมตตาในจิตใจสักนิดเลย’ ต่อมา “ดีเจเติ้ล” ให้คำปรึกษาต่อว่า ‘ไม่แปลกที่จะคบกับคน ๆ นี้ พี่ว่าเพื่อนหนูมีอะไรบางอย่างที่ผิดปกติ แต่ถ้าอยากจะให้มันเคลียร์พี่แนะนำว่าถ้าหนูแคร์ฝั่งเพื่อนด้วยให้บอกเพื่อนไปตรง ๆ ว่าเราจะคบ แต่ก่อนจะบอก หนูควรตัดสินใจถามเพื่อนไปตรง ๆ ก่อนเลยว่ามีอะไรที่เรายังไม่รู้อีกไหม แต่คือถ้าเพื่อนให้เหตุผลแค่นี้ พี่รู้สึกว่ามันยังไม่พอ ต้องดูที่เหตุผล ส่วนจะไปต่อกับความสัมพันธ์นี้ยังไงดี พี่ว่าถ้าขนมจะเอาทั้งซ้ายทั้งขวาให้ได้ดั่งใจเลย พี่ว่ามันยากในสถานการณ์นี้ ต้องลองเสี่ยงเพราะพี่รู้สึกว่ายังไงก็ตามมันไม่มีหลักประกันอยู่แล้วว่าคบผู้ชายคนนี้ไปแล้วมันจะเวิร์คหรือไม่เวิร์ค แต่ไม่อยากให้เอาเรื่องมีมาเป็นปัจจัยหลักใหญ่ที่จะไม่คบเขา ถ้าเพื่อนจะโกรธก็สิทธิ์ของเพื่อน แต่เราก็มีสิทธิ์ของเราเหมือนกันที่จะทำแบบนี้ พี่ว่าสิ่งที่หนูทำไม่ใช่สิ่งที่ทำลายความเป็นเพื่อนกัน’ สุดท้าย “ดีเจเผือก” ได้ให้คำปรึกษาเพิ่มเติมว่า ‘ผมว่าไม่แปลกหรอก ผมมองว่าขนมก็ไม่แปลกและอีกฝั่งก็ไม่แปลกเหมือนกัน มันมีคนที่ไม่ได้ใช้ตรรกะเหมือนกับคนอื่นในการดำเนินชีวิต ผมได้เรียนรู้มาในอีกรายการหนึ่งว่าสมองคนเรามันสั่งการทุกอย่างอยู่นะ คนเรามีวิธีการดำเนินชีวิตที่ตามแต่ที่สมองมันบอก เข้าใจได้ในความเป็นแก๊งผู้หญิงแบบดาวเจ็ดแฉก เมย์ไหนไฟแรงส์เวอร์ สมมติมีคนนึงที่เป็นตัวตั้งตัวตีแล้วเจอกับอีก 6 คนแบบสม่ำเสมอ สารพัดเหตุผลที่จะบอกว่าทำไมถึงไม่โอเค ทั้ง ๆ ที่เรามองไปเราอาจจะโอเค มันสามารถเกิดขึ้นได้ในแก๊งแบบนี้ที่มันถูกกล่อมอยู่ และกับคนนั้นที่จะหวงก้างโดยไม่ได้ใช้เหตุผล ซึ่งสมมติว่าข้อมูลที่เราฟังในวันนี้มันมีแค่นี้จริง ๆ เจอกันครั้งเดียว คุยกันอยู่ช่วงนึง สุดท้ายไม่โอเค แค่คน ๆ นึงที่ไม่โอเคแบบไม่มีเหตุผลมันก็เกิดขึ้นได้นะขนม บางทีแล้วการที่เราจะคบกับอดีตของคนในกลุ่ม ไม่ว่าจะเป็นอดีตในขั้นไหน เราจะต้องยอมรับว่ามันมีโอกาสที่จะผิดใจกัน มันอาจจะมีบางคนที่ก็นี่ไม่มีเหตุผลอะ แต่นี่ไม่ชอบไม่อยากเจอคนนี้ นี่เคยคุยแล้ว ทำไมแกต้องคุยซ้ำด้วย มันเป็นสิ่งที่เราต้องยอมรับว่ามันสามารถเกิดขึ้นได้ ทีนี้ทำไงต่อ พี่เห็นด้วยกับดีเจเติ้ลคือ การที่ถ้าเรายืนยันจะคบกับผู้ชายได้ไหม ได้ หรือถ้าเราจะไม่คบเพื่อเพื่อนได้ไหม ได้เหมือนกัน แต่ว่าเราควรได้เหตุผลที่มากกว่านี้ ถ้าเราจะทำอะไรเพื่อเพื่อนกลุ่มนี้นะ คนที่ไม่โอเคควรจะบอกเหตุผลที่แท้จริงว่า “ทำไมหรืออะไรที่ทำให้มองหน้ากันไม่ติด?” หรือแค่แกไม่อยากให้เราคุยกับคนซ้ำกับแกแค่นี้ โดยที่ไม่ได้มีเหตุว่าไม่ได้เลิกกันไม่ดี ไม่ได้ไปแอบด่ากันลับหลังหลังจากเลิกกันหรือไม่ได้มีอะไรมากกว่านั้น เราจะได้เข้าใจว่าอ๋อมันมีเหตุผลแค่นี้ อยู่ที่ว่าขนมจะแคร์คนนี้มากพอไหมที่จะคบหากันต่อ มันเกิดขึ้นได้ บางครั้งคนเราแบบเออนี่ไม่คบให้ก็ได้ เพราะนี่รักเพื่อนนะ แต่แกต้องบอกนะว่าทั้งหมดเกิดอะไรขึ้น และมันก็มีคนที่บอกว่า นี่จะคบนะ นี่ต้องรู้อะไรอีกไหม มันไปได้หมดทุกทางเลยขนม ควรที่จะคุยกันและหลังจากนั้นขนมช่างใจเลย ถ้าผู้ชายคนนี้ดูมีความเป็นไปได้ เราคุยศึกษากันสักพัก ช่วงแรกอาจจะเก็บเป็นความลับก่อนก็ได้ จนเวลามันผ่านไปแล้วรู้สึกว่าคนนี้ใช้ได้ เขาดีพอที่เราจะมั่นใจเขาได้ และมันก็คงมีเหตุการณ์ที่เราคงพาไปเจอเพื่อนไม่ได้บ่อยหรือไม่ต้องพาไปเจอก็ได้ เราก็มีชีวิตของเรา สุดท้ายเวลาผ่านไปมันจะเยียวยาเรื่องพวกนี้เอง’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

คบกับแฟนมา ไม่เคยเจอคุณแม่ แต่คุณแม่แฟนเอา วัน เดือน ปีเกิดเราไปเช็คดวง แล้วบอกกับลูกสาวว่า ดวงไม่สมพงษ์กัน แล้วหมอดูก็ยังบอกมาอีกว่า ผู้ชายคนนี้ มีครอบครัวแล้วให้ระวัง ซึ่งผมไม่มี

31 พ.ค. 2024

คบกับแฟนมา ไม่เคยเจอคุณแม่ แต่คุณแม่แฟนเอา วัน เดือน ปีเกิดเราไปเช็คดวง แล้วบอกกับลูกสาวว่า ดวงไม่สมพงษ์กัน แล้วหมอดูก็ยังบอกมาอีกว่า ผู้ชายคนนี้ มีครอบครัวแล้วให้ระวัง ซึ่งผมไม่มี

คบกับแฟนมา ไม่เคยเจอคุณแม่ แต่คุณแม่แฟนเอา วัน เดือน ปีเกิดเราไปเช็คดวงแล้วบอกกับลูกสาวว่า ดวงไม่สมพงษ์กัน แล้วหมอดูก็ยังบอกมาอีกว่า ผู้ชายคนนี้ มีครอบครัวแล้วให้ระวังซึ่งผมไม่มี ตอนนี้ทุกคนในบ้านฟังแม่เขาหมด แล้วแฟนก็ขอห่างกับผม เหมือนผมโดนตัดสินโดยใครก็ไม่รู้... “คุณเอ็กซ์ (นามสมมติ)” อายุ 27 ปี สายที่สองในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา [29 พ.ค. 67] ได้โทรเข้ามาปรึกษา ‘ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม’ เกี่ยวกับปัญหาแม่แฟนเอาวันเดือนปีเกิดไปดูดวงจนทำให้ต้องเลิกกับแฟน โดย “คุณเอ็กซ์ (นามสมมุติ)” ได้เล่าว่า ‘ผมทำงานอยู่ที่บริษัทซอฟแวร์แห่งหนึ่ง ที่บริษัทจะมีรุ่นพี่ผู้หญิงคนหนึ่ง คือว่าเราสองคนได้รับหน้าที่ให้ทำโปรเจ็คด้วยกัน ทำให้เราสองคนใกล้ชิดกันมากขึ้น ได้อยู่ด้วยกันตลอดทุกวัน เราก็เริ่มชอบกัน เพราะเราคุยกันถูกคอมากๆ ระบายกันทุกเรื่อง แล้วทีนี้เราก็ได้มีการนัดไปทำงานกันที่ห้างแห่งหนึ่ง เราก็มานั่งทำงานกันพอทำงานเสร็จ เราก็ไปกินข้าวด้วยกัน แล้วพอกินข้าวเสร็จก็แยกย้ายกันกลับ แต่บ้านผมอยู่ไกลมาก ผมก็ต้องนั่งรถไฟฟ้ากลับ แต่ว่าผมเข้าใจผิดคิดว่าขบวนรถไฟสุดท้ายคือเที่ยงคืน แต่จริงๆ ขบวนสุดท้ายของสายนั้นคือ 5 ทุ่ม ทีนี้ผมก็ไม่มีรถกลับ ผมก็เลยโทรบอกเขา เออเนี่ย…เดี๋ยวจะไปเปิดห้องนอนก่อน แล้วเช้าค่อยกลับ แต่เขาก็บอกว่า ไม่เอาๆ เดี๋ยวเขาวนรถกลับมารับ แล้วก็ไปนอนบ้านเขา ผมก็ตกลง วันนั้นผมก็ได้ไปนอนบ้านเขาและวันนั้นเราสองคนก็ได้ตกลงเป็นแฟนกัน เราก็คบกันมาได้เกือบอาทิตย์ ต้องขอบอกเลยว่าพี่เขาเป็นคนที่เชื่อแม่ และรักแม่มากๆ สำหรับเขาแม่มีอิทธิพลมากพอสมควร ผมก็มองว่าไม่ผิดคนเราต้องรักแม่ถูกแล้ว แล้วทีนี้แม่เขาก็เอาวันเดือนปีเกิดของผมไปดูดวง ว่าดวงผมกับพี่เขาเป็นยังไง แล้วหมอดูทำนายว่า ดวงผมไม่สมพงศ์กับพี่เขา และมีอีกคำนายหนึ่งที่ไม่เป็นความจริงเลยคือ หมอดูทำนายว่า ผมมีครอบครัวแล้ว โดยที่ไม่ถามไถ่ผมเลย ซึ่งแฟนผมก็น่าจะยังไม่ได้บอกแม่เขาว่าผมยังไม่มีครอบครัว เพราะเขาน่าจะดูเชื่อไปด้วย แต่ผมไม่รู้ว่าเชื่อกี่เปอร์เซ็นต์ แต่หลักๆ เลยก็คือแม่เขาก็ไม่อยากให้ไปต่อกับผมนั่นแหล่ะ พี่เขาก็เลยขอลดสถานะความสัมพันธ์กับผม และไม่ขอพัฒนาต่อไปมากกว่านี้แล้ว การขอลดสถานะความสัมพันธ์ครั้งนี้ ผมไม่ติดอยู่แล้ว ผมเคารพการตัดสินใจของเขา เพราะเราเปลี่ยนความคิดใครไม่ได้ แต่ที่ผมนอยมากๆ เลยก็คือ ผมถูกตัดสินจากใครก็ไม่รู้ ที่รู้แค่ วันเดือนปีเกิดของผมแค่นั้น ซึ่งหลังจากที่เราเลิกกัน ผมก็ลาออก แต่พี่เขาก็ยังมีทักมาหาผมบ้าง มาระบายเรื่องงาน ถามเรื่องโปรเจคที่ผมกับพี่เขาเคยทำร่วมกัน ตอนนี้พี่เขารับหน้าที่ดูแลต่อ แล้วก็มีคุยเรื่องส่วนตัวบ้าง ผมก็มีถามเขาบ้างว่า สบายดีมั้ย เหนื่อยรึเปล่า ผมก็ถามไปปกติ ผมอยากถามพี่ๆดีเจว่า ควรปล่อยเขาไปใช่มั้ย หรือว่าควรจะสู้กับดวงที่หมอดูทำนายมาดี?’ โดย “ดีเจต้นหอม” ก็ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘สำหรับหอม ชีวิตเราเป็นคนเลือกเอง หมอดูเป็นแค่สิ่งที่นำทางให้เราเฉยๆ ถ้าหมอดูพูดอะไรแล้วมันซัพพอร์ตกับสิ่งที่อยู่ในใจเรา เราจะมีความมั่นใจในการลุยกับสิ่งนั้นมากขึ้นเท่านั้นเอง แล้วก็ที่ถามว่าเราจะยังไปรอผู้หญิงคนนี้อีกมั้ย หอมบอกเลยว่า ตัดไปเลย ทิ้งไปเลย ให้รู้ซะบ้าง ไม่ใช่ว่าแบบ เธอเลิกกับฉันง่ายๆ เพียงแค่ฟังคำหมอดู ซึ่งมัน Non sense ถ้าเกิดเราคบกันแล้วเธอเจอปัญหาที่ใหญ่กว่านี้ แล้วแม่เธอพูดอะไรสักอย่างหนึ่ง เราก็เลิกกันได้อยู่ดี เรื่องเล็กๆ เธอยังเลิกกับเราได้ง่ายขนาดนี้เลย ฉะนั้นถ้ามีปัญหาใหญ่เข้ามาในชีวิต เธอจะไม่ปล่อยมือกันง่ายๆ หรอ แล้วก็ไม่ต้องถามเขาว่า สบายดีมั้ย เขาเทเรา ด้วยเหตุผลที่งี่เง่ามาก เขาต้องได้รับบทเรียน เธอกำลังเสียผู้ชายที่ดีที่สุดไป แล้วไปหาคนใหม่เลย หาคนที่เขาเห็นคุณค่าในตัวเราไม่ใช่แค่รู้สึกว่า เราไม่มีคุณค่าอะไรเลยหรอ ถึงได้ตัดสินเรากับเรื่องงี่เง่าแค่นี้ อันนี้คือไร้เหตุผลมากๆ และครอบครัวนี้ไม่เหมาะกับเรา ครอบครัวที่ใช้พ่อแม่บงการทุกอย่างในชีวิต จนไม่เป็นตัวของตัวเอง ก็ให้เขาอยู่กับแม่ไปหรือไม่ก็ให้เขามีแฟนกับคนที่แม่เขาหาให้ แล้วไม่ต้องรอให้มันเสียเวลา เชิ่ด !!!!’ ต่อด้วย “ดีเจเติ้ล” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘มันมี 2 ประเด็นสำหรับพี่นะ เวลาที่พี่เห็นใครที่เขาเชื่อเรื่องอะไรทำนองนี้ เรื่องหมอดู ดวงชะตา โชคชะตา และถ้าเขายึดมันเป็นแกนหลักในการใช้ชีวิตแล้ว พี่รู้สึกว่า อะไรก็เอาเขาไม่อยู่ เพราะเขาเลือกที่จะเชื่อแบบนี้แล้ว ถ้าเขาใช้สิ่งนี้เป็นที่ตั้ง แสดงว่าเขามีแนวคิดที่คิดมาแล้ว หรือว่าประสบการณ์ชีวิตของเขา สิ่งนี้มันพิสูจน์ได้ว่า มันจริงสำหรับเขา พี่ว่าการจะไปสู้กับอะไรแบบนี้ เหมือนเราแพ้ตั้งแต่หน้าประตูแล้ว ซึ่งมันเหนื่อยมากเลยกับการแพ้ ให้กับสิ่งที่เรามองไม่เห็น แล้วเราไม่รู้ว่าจะไปพิสูจน์มันยังไง นอกจากเราต้องใช้เวลา เข้าใจมั้ย ซึ่งบางอย่างเขาไม่มารอเรา แล้วเขาตัดสินเราไปแล้ว อันนี้สำหรับเรื่องแรกพี่ว่ามันยาก สำหรับอันที่ 2 พี่เห็นด้วยกับพี่หอมว่า ถ้าคนๆ หนึ่งเลือกเรา ในการคบหาจากการดวงล้วนๆ หรือจากสิ่งที่หมอดูบอก โดยที่ไม่ได้ดูสิ่งที่เราทำ ไม่ดูว่าเรามีพฤติกรรมที่ปฎิบัติกับเขายังไงในฐานะคนรัก พี่ว่าคนแบบนี้ พี่ไม่เลือกเอามาเป็นแฟนนะ ถ้าเขาไม่เอา เราก็ไปหาคนอื่น มันไม่ได้มีคนเดียวบนโลกใบนี้ที่เราจะต้องรักพุ สำหรับพี่มันง่ายแค่นี้’ สุดท้าย “ดีเจเผือก” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘ผมมีความเชื่อว่าถ้าเห็นลู่ทางไม่ดี เราอย่าชิงแพ้ให้เละเทะ เราไปแบบเชิ่ดๆ หล่อๆ ก่อนดีกว่า แล้วไปแบบให้เขาเสียดาย ไปแล้วไปลับไม่กลับมา ให้เขาเสียดายว่า ไอความไร้สาระของเขามันเคยทำให้เขาพลาดอะไรไป คือถ้าเรื่องแค่นี้เขามาขอลดความสัมพันธ์กับเรา หมอดูคนนี้จะดูชีวิตคู่ของคุณเอ็กซ์กับเขาเนี่ยไปตลอดเลย จะมีลูกปีไหน จะเกิดเดือนไหน จะให้เรียนโรงเรียนอะไร มันจะวุ่นวายไปหมด แล้วก็นอกจากหมอดูแล้วเนี่ย คิดว่าครอบครัวเขาก็จะมามีอิทธิพลกับชีวิตคู่คุณเอ็กซ์กับเขาไปตลอด ซึ่งถ้าคุณเอ็กซ์ได้ฟังพุธทอล์คพุธโทรมา ปัญหาที่ครอบครัวเข้ามาวุ่นวายในชีวิตคู่เนี่ยโครตปวดหัวเลย เพราะฉะนั้นไปแบบผู้ชนะถึงแม้ว่าใจลึกๆ เราจะรู้สึกว่าโดนเทก็ตาม แต่จงรักษาทรง แล้วเดินออกไปอย่างผู้ที่เหมือนว่าชนะ แบบโดนเทแต่ยังเท่อยู่ ให้เขาเสียดายเราในภายหลัง’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

album
efm
-

-