คบกับแฟนมา 6-7 ปี แต่งานใหม่ของผมทำให้เวลาว่างเราไม่ตรงกัน แฟนต้องการมีเวลาร่วมกันเพิ่ม ผมไม่อยากเปลี่ยนงาน เพราะเงินเดือนที่นี่ดีกว่า อยากให้แฟนเข้าใจว่าความก้าวหน้าในอาชีพ ก็มีผลต่ออนาคตที่จะมีร่วมกัน ควรทำอย่างไรดี ?

พุธทอล์ค พุธโทร RECAP

คบกับแฟนมา 6-7 ปี แต่งานใหม่ของผมทำให้เวลาว่างเราไม่ตรงกัน แฟนต้องการมีเวลาร่วมกันเพิ่ม ผมไม่อยากเปลี่ยนงาน เพราะเงินเดือนที่นี่ดีกว่า อยากให้แฟนเข้าใจว่าความก้าวหน้าในอาชีพ ก็มีผลต่ออนาคตที่จะมีร่วมกัน ควรทำอย่างไรดี ?

23 ม.ค. 2026

คบกับแฟนมา 6-7 ปี แต่งานใหม่ของผมทำให้เวลาว่างเราไม่ตรงกัน

แฟนต้องการมีเวลาร่วมกันเพิ่ม

ผมไม่อยากเปลี่ยนงาน เพราะเงินเดือนที่นี่ดีกว่า

อยากให้แฟนเข้าใจว่าความก้าวหน้าในอาชีพ ก็มีผลต่ออนาคตที่จะมีร่วมกัน ควรทำอย่างไรดี ?

         ‘คุณวิทย์ (นามสมมุติ)’ สายที่ 2 ในรายการ พุธทอล์คพุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (21 มกราคม 2569) ได้โทรเข้ามาปรึกษา ‘ดีเจเผือก-ดีเจ-ดีเจต้นหอม’ เกี่ยวกับเรื่องปัญหาเวลาไม่ตรงกับแฟน ทำให้แฟนน้อยใจ แต่ก็ไม่อยากจะเปลี่ยนงาน 

         ‘คุณวิทย์ (นามสมมุติ)’ อายุ 35 ปี ปัจจุบันมีแฟนอายุ 31 ปี คบกันมา 6-7 ปี ยังไม่แต่งงาน แต่อาศัยอยู่ด้วยกัน เจอหน้ากันทุกวัน มาถึงช่วงเดือนตุลาคมปี 68 ที่ผ่านมา คุณวิทย์ได้เปลี่ยนงานใหม่ ก่อนหน้านี้ทำงานเวลาออฟฟิศทั่วไป ที่ลาออกเพราะมีปัญหาเรื่องค่าตอบแทนไม่เพียงพอ ในส่วนของงานใหม่นี้ ก็ได้ปรึกษากับแฟนแล้วว่าที่นี่เงินดีกว่า แต่ต้องเข้างานเป็นกะ คุณวิทย์คุยกับแฟนไว้ว่า อยากทำที่นี่ไปอีกอย่างน้อย 2-3 ปี เพราะก่อนหน้าได้มีการเปลี่ยนงานบ่อยมาก จึงกลัวจะกระทบต่อประวัติการทำงาน แต่เมื่อต้องย้ายเวลาเข้า - ออกงาน จึงทำให้เกิดปัญหาไม่เข้าใจกันกับแฟน

         ช่วงหลังปีใหม่ แฟนเริ่มน้อยใจหนักขึ้น มีการโทรมาเหวี่ยงใส่คุณวิทย์ว่า เธอไม่โอเค กับการที่ตื่นมาไม่ได้เจอหน้ากับบ่อย ๆ เหมือนเคย ซึ่งเธอบอกว่าเข้าใจในเรื่องการทำงานของคุณวิทย์ แต่ใจเธอยอมรับไม่ได้ ซึ่งตอนนั้นเองคุณวิทย์ ก็ยังคงทำงานอยู่ จึงทำได้แค่ฟัง แต่เมื่อกลับถึงบ้าน แฟนกลับเงียบใส่ ทำให้ไม่ได้พูดคุยเคลียร์ใจกัน

         ปกติแล้ว คุณวิทย์เป็นคนใช้เงินค่อนข้างเก่งมาก จึงโอนเงินให้แฟนเป็นคนจัดสรรเงินให้ แต่วันถัดมา แฟนกลับโอนเงินคืนคุณวิทย์ และพูดว่าจะไม่ทำให้อีกแล้ว จากนั้นคุณวิทย์ก็โทรตาม แต่ก็ไม่รับสาย จึงเปลี่ยนไปส่งข้อความ แต่ก็ได้คำตอบมาตามเดิมว่า เธอไม่ชอบที่เวลาทำงานของคุณวิทย์เปลี่ยนไป จนไม่มีเวลาร่วมกัน สิ่งที่เธอต้องการคืออยากให้วันเสาร์-อาทิตย์เราได้เจอกันเหมือนเดิม กลับมาก็เจอหน้ากันไม่นาน แล้วหลังจากนั้นอีกคนก็ออกไปทำงาน และเป็นแบบนี้อยู่บ่อย ๆ อาจมีบางวันหยุดของคุณวิทย์บ้าง ที่ตอนเที่ยงคุณวิทย์จะขับรถไปที่ทำงานแฟนเพื่อทานมื้อเที่ยงด้วยกัน หรือตอนเย็นไปรับจากที่ทำงาน และทานอาหารเย็นด้วยกัน

         ล่าสุดได้มีการพูดคุยกันเพิ่มเติมแล้ว แต่กลัวว่าแฟนจะกลับไปน้อยใจอีก เพราะเมื่อก่อนคุณวิทย์เคยสัญญาว่าจะทำงานเก็บเงินไปเที่ยวญี่ปุ่นด้วยกัน แต่ทำไม่ได้สักที และทุกเสาร์-อาทิตย์เราไปเที่ยวด้วยกันตลอดแต่ตอนนี้ไม่มีเวลาแล้ว จึงอยากปรึกษาขอคำแนะนำว่าจะทำอย่างไรให้แฟนเข้าใจ เรื่องที่ไม่อยากเปลี่ยนงาน อยากทำหน้าที่ตรงนี้ให้ดีที่สุดเพื่อความก้าวหน้าในอาชีพและมีอนาคตที่ดีร่วมกัน

         เริ่มที่ ‘ดีเจต้นหอม’ แนะนำให้บอกแฟนไปว่า “เดี๋ยวจะหางานใหม่ ที่เวลาตรงกันให้ และมีเงินดีด้วย วันนี้เราต้องพึ่งงานตรงนี้ก่อน ไม่มีใครอยากเลิกงานตี 2 ทุกวันหรอก แต่เอาเป็นว่า ถ้ามันมีงานที่ดี และเงินดีกว่า เราก็จะเปลี่ยนให้ ขอให้อดทนไปด้วยกัน ให้เธอสบายใจได้ว่าเราก็พยายามที่จะหาทางออก หรือถามตรง ๆ เลยว่า อยากให้คุณวิทย์ทำอะไร แต่ไม่ต้องห่วงนะ เราไม่ได้จะทำที่นี่ไปตลอดอยู่แล้ว แค่ต้องอดทนหน่อย”

         ต่อด้วย ‘ดีเจเผือก’ พูดว่า “แล้วในวัย 31 นี้ เขาก็น่าจะพอเข้าใจโลก แต่เมื่อคุณทั้งคู่ยังไม่ได้แต่งงาน อยู่ด้วยกันมานาน แต่ยังไม่ขยับขยายและไม่มั่นคงเท่าไหร่ กรณีแบบนี้ทำให้หลาย ๆ คู่เกิดคำถามต่อกันว่า ใช่ ไม่ใช่ ไปต่อหรือไม่ไปต่อ อะไรนิด ๆ หน่อย ๆ มันพาลให้เป็นปัญหาได้มาก แนะนำให้คุณวิทย์สร้างความมั่นใจให้เขาว่าในวันนี้อาจจะมีบ้างที่ยังแบ่งเวลาให้มากไม่ได้ แต่อยากให้มั่นใจว่าในอนาคตที่เขาต้องรอคอย มันจะมาถึงเมื่อไหร่ อยากให้ลองคุยให้ชัดเจน ไม่ใช่แค่รอให้พร้อม แต่ไม่รู้ว่าพร้อมคือเมื่อไหร่ ลองยื่นอนาคตที่ชัดเจนให้เขาดู ถ้าเขากลับเริ่มไม่มั่นใจ ก็ลองโทรมาปรึกษากันใหม่”

         สุดท้ายตามด้วย ‘ดีเจเติ้ล’ เสริมว่า “พี่เข้าใจแฟนคุณวิทย์ คนเราคงมีอารมณ์น้อยใจ โกรธกัน  เป็นเรื่องธรรมดา แต่ก็เข้าใจในมุมคุณวิทย์ที่อยากจะมีอนาคตมีเงินที่มากขึ้น และยังพยายามที่จะชดเชยเวลาด้วยการไปกินข้าวกลางวัน ไปรับแฟนจากที่ทำงานด้วย พี่อยากให้คุณวิทย์คุยกับแฟนในมุมเหตุผลว่าทั้งหมดนี้เราทำไปทำไม บางครั้งเมื่อเงื่อนไขของชีวิตคู่ มันถูกเปลี่ยนเพื่อเป้าหมายของสองคน มันอาจจะต้องอดทนและยอม เพื่อให้มันไปถึงเป้าหมายได้”

  มีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATION

รับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 20.00 –23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

related พุธทอล์ค พุธโทร RECAP

หนูอายุ 23 รู้สึกชีวิตนี้ทำอะไรก็ล้มเหลว เรียนใกล้จะจบแล้วก็โดนรีไทน์ คุณแม่เศร้าจนป่วยเป็นโรคซึมเศร้า หนูคิดมาตลอดว่าหนูอาจจะเป็นสาเหตุ ญาติก็พูดดูถูก เปรียบเทียบหนูกับลูกเขาให้ครอบครัวหนูฟัง ตอนนี้หนูพยายาม เรียนเพิ่ม

06 ก.ย. 2024

หนูอายุ 23 รู้สึกชีวิตนี้ทำอะไรก็ล้มเหลว เรียนใกล้จะจบแล้วก็โดนรีไทน์ คุณแม่เศร้าจนป่วยเป็นโรคซึมเศร้า หนูคิดมาตลอดว่าหนูอาจจะเป็นสาเหตุ ญาติก็พูดดูถูก เปรียบเทียบหนูกับลูกเขาให้ครอบครัวหนูฟัง ตอนนี้หนูพยายาม เรียนเพิ่ม

หนูอายุ 23 รู้สึกชีวิตนี้ทำอะไรก็ล้มเหลว เรียนใกล้จะจบแล้วก็โดนรีไทน์คุณแม่เศร้าจนป่วยเป็นโรคซึมเศร้า หนูคิดมาตลอดว่าหนูอาจจะเป็นสาเหตุญาติก็พูดดูถูก เปรียบเทียบหนูกับลูกเขาให้ครอบครัวหนูฟังตอนนี้หนูพยายาม เรียนเพิ่ม เตรียมสอบทหารตำรวจ แต่ก็กลัวจะล้มเหลวอีก“คุณวี (นามสมมติ)” อายุ 23 ปี สายแรกในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา [4 ก.ย.67] ได้โทรเข้ามาปรึกษา ‘ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล – ดีเจอ้อม’ เกี่ยวกับเรื่องโดนรีไทร์ปีสุดท้ายของมหาลัย เจอคำพูดญาติดูถูกจนเราหมดกำลังใจโดย “คุณวี (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘เมื่อต้นปีที่ผ่านมาคือวีกำลังศึกษาอยู่ที่มหาวิทยาลัยเเห่งหนึ่งอยู่ ในช่วงชั้นปีที่ 4 เทอม 1 ในระหว่างเรียน หนูก็เรียนนักศึกษาวิชาทหารไปด้วยเเล้ว เหลือเวลาอีก 1 เทอมก็จะจบเเล้ว ปรากฎว่าสิ่งที่มันเป็นจุดเริ่มต้นของความล้มเหลวในตอนนั้นก็คือวีโดนรีไทร์ก่อน เพราะว่าเกิดจากที่เกณฑ์คะเเนนในเเต่ละปีของเราทำไม่ถึงเขา เลยส่งผลทำให้เราโดนรีไทร์ออกมา มันเหลืออีกเเค่เทอมเดียว เลยเกิดความเสียใจ ตอนนั้นที่ประกาศผล เกรดออกมาก็อยู่กับคุณพ่อคุณเเม่นี่แหละ 3 คน วันที่ประกาศออกมาว่าโดนรีไทร์ ก็เสียใจทั้งบ้านเลยก็กอดกัน คือตอนนั้นมันตันไปหมดเลย มันไม่รู้จะทำยังไง เราอุตส่าห์เตรียมใจไว้เเล้วว่ามันมีโอกาสแหละ คือเราใช้ความพยายามของเรามาตลอด วีเป็นคนที่ไม่ได้เรียนเก่งอะไร เเต่อาศัยความพยายาม การส่งงาน การอ่านหนังสือให้หนักกว่าคนอื่นให้เข้าไว้ เพื่อให้ผ่านไปในเเต่ละเทอม เเต่เหมือนว่าเราพยายามดีที่สุดเเล้วในจุด ๆ นั้น พอเรารู้ว่าประกาศผลออกมามันไม่ได้เป็นอย่างที่เราหวังเเละมันถึงทางตันไปหมดเลย ทีนี้ปัญหามันเข้ามาในชีวิตเยอะมากในครอบครัวปัญหา Topic แรกที่เกิดขึ้นในครอบครัวคือ คุณแม่กลายเป็นโรคซึมเศร้าไปเลย จริง ๆ ตอนแรกวีคิดว่าเป็นเรื่องของวีนี่แหละ เเต่พอเราไปถามจากคุณเเม่มา ก็ทำให้เรารู้ว่าจริง ๆ เขาสะสมมานานเเล้วเเต่อาการยังไม่ออก จนมาถึงวันที่ประกาศผล วีถึงได้รู้ว่ามันเกิดจากที่สะสมมาเเละเงียบมานาน โดนเรื่องวีด้วยมันก็เลยทำให้หนักเข้าไปอีก หลังจากนั้นพอรู้ว่าคุณเเม่เป็นโรคซึมเศร้า ตอนแรก ๆ เราเคว้งกันมาก ไม่รู้จะไปต่อทางไหนดี ได้เเต่พึ่งการสวดมนต์ คุณเเม่ก็จะบอกไว้ว่าสวดมนต์ทุกวันนะ มันจะช่วยทำให้เราเเบบจิตใจเราได้จะดีขึ้น เราจะได้ไม่ฟุ้งซ่าน เราจะได้ลุกขึ้นมาให้ได้เร็วที่สุด เราก็ต้องใช้การสวดมนต์ในการบำบัดทั้งครอบครัวเลยจนทีนี้เราได้มานั่งคุยกันเเล้วต่อจากนี้วีจะทำยังไงต่อไป วีจะยังกลับไปเรียนที่ตรงนั้นอยู่มั้ย คือมหาลัยที่วีเรียนอยู่ มันค่อนข้างที่จะหนักมาก ๆ คือเกณฑ์การให้คะแนนเขาค่อนข้างสูงมาก เราประเมินตัวเองเเล้ว ยังไงกลับไปก็น่าจะไม่ไหวเหมือนเดิม หนูก็เลยตัดสินใจเลือกชีวิตของหนู เส้นทางที่หนูเลือก คือการเป็นตำรวจ หรือ ทหารได้มั้ย? หนูก็เลยตัดสินใจบอกคุณพ่อคุณเเม่ไป คุณพ่อคุณเเม่ก็บอกว่า “โอเค ถ้ามันคือการตัดสินใจของหนู ก็ทำมันให้เต็มที่เลย” ในระหว่างนั้นหนูใช้เวลาประมาณ 2 เดือนกว่า ๆ กว่าจะลุกขึ้นมาให้ตัวเองได้พยายามให้มากขึ้น อ่านหนังสือให้เยอะมากขึ้น เเละก็ไปสอบให้ได้ใบเบิกทางมา อะไรหลาย ๆ ให้เราได้มีโอกาสได้เข้าไปสอบในสิ่งที่เราอยากสอบตอนนี้หนูก็ได้ไปลองข้อสอบในการสอบหลาย ๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็นทางทหารอากาศ หรือว่าอะไรหลาย ๆ อย่าง เหมือนหนูอยากเข้าไปหาประสบการณ์ให้ตัวเองว่าครั้งนึงสิ่งที่เราเลือกเราจะต้องไปเจออะไรบ้าง ถ้ามันไม่ผ่านจริง ๆ เราก็เเค่กลับมาทบทวนในสิ่งที่เราเจอว่าเราเจออะไร เราจะต้องเพิ่มตรงไหน เราจะต้องแก้ตรงไหน? ตอนนี้หนูก็ลงคอร์สของพี่คนนึงไว้ เป็นคอร์สของการสอบตำรวจโดยเฉพาะ เเละพอพยายามไปเรื่อย ๆ ความสำเร็จมันก็เกิดขึ้น แต่ว่าความสำเร็จตรงนี้มันก็ยิ่งทำให้อุปสรรคยิ่งเข้ามาถาโถมอีกครอบครัวของวี ฝั่งคุณพ่อจะเป็นทางญาติของย่า เขารู้ว่าหนูล้มเหลวจากการโดนรีไทร์เเล้ว ต่อจากนี้หนูจะทำอะไรต่อ เหมือนเขาไม่ได้สนับสนุนให้หนูเรียนในคณะหรือสิ่งที่หนูอยากเรียนมาตั้งเเต่เเรก คือ เขาอยากให้หนูเรียนปกติ ไม่ต้องไปคิดอะไรมาก ออกมาก็ทำงานเหมือนพ่อ เหมือนเเม่ เขาก็เลยไม่ค่อยสนับสนุนในสิ่งที่หนูเรียนมากเท่าไหร่ ตลอดระยะเวลาที่เริ่มเรียนมาตั้งเเต่มัธยมจนถึงมหาลัย เหมือนเราโดนเขาใช้คำพูดที่เราโดนดูถูกมาตลอด เเบบเขาเตือนเรามาหลายครั้งเเล้วว่าอย่าหวังเกินตัว อย่าฝันให้สูงเกินตัวเองทั้ง ๆ ที่ตัวเองทำไม่ได้ เขาไม่ได้บอกทางหนูหรอก เหมือนเขาพูดทางพ่อเเม่เอา เพราะหนูไม่ค่อยได้เจอเขาเท่าไหร่ ส่วนใหญ่เป็นคุณพ่อคุณเเม่ที่ไปเยี่ยมเขา เเล้วก็โดนมาตลอด เเต่ว่าคุณพ่อคุณเเม่ก็ไม่เคยบอกว่าเขาเจอคำพูดไหนมาบ้าง จนถึงปัจจุบันก็ยังโดนอยู่ เหมือนยิ่งโดนคำพูดนี้มากขึ้น คุณเเม่หนูก็ยิ่งเเย่ลงไปเรื่อย ๆ เหมือนโรคซึมเศร้าที่เขาเป็นอยู่มันหนักขึ้นเรื่อย ๆ อยู่ดี ๆ ความรู้สึกที่หนูมองเเม่ อยู่ดี ๆ เขาก็ร้องไห้คนเดียวโดยที่แบบไม่มีเหตุผลหนูโทษตัวเองไปเรื่อย ๆ ว่าเพราะเเบบนี้ใช่มั้ย? หนูถึงทำให้แม่อยู่ในจุดที่มันดิ่งที่สุดในชีวิตในครอบครัวของหนู คือ มันทำให้แม่ของหนูร้องไห้ทุกวันจนถึงปัจจุบันนี้ เพราะเกิดจากความล้มเหลวของหนูด้วยใช่มั้ย? หนูพยายามเก็บอารมณ์ในการร้องไห้ของหนูมาตลอด เพราะหนูก็ไม่อยากให้เขารู้สึกว่าหนูจะล้มกับเขาไปอีกคนนึง เเค่เเม่คนเดียวมันก็เสียใจกันทั้งครอบครัวเเล้ว ถ้าเราล้มตามเเม่ไปอีก คนที่เป็นพ่อเขาก็จะไม่สบายใจมากขึ้น หนูก็เลยพยายามเข้มแข็งให้เขาเห็นว่าหนูไม่เป็นไรนะเเม่ หนูจะผ่านมันไปให้ได้ หนูจะพิสูจน์ให้เเม่ได้เห็นเองว่าสิ่งที่หนูทำเลือกจริง ๆ มันถูกต้องเเละมันคือสิ่งที่หนูรักจริง ๆ ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาก็พาคุณเเม่ไปหาหมอตลอด ที่เป็นหมอเกี่ยวกับด้านโรคซึมเศร้า คุณเเม่ก็จะกินยาอยู่เเบบนี้ตลอดเพราะว่าอาการมันยังไม่หาย หนูก็เลยอยากให้พี่ ๆ ดีเจช่วยดึงสติ อยากให้พี่ ๆ ช่วยพูดให้กำลังใจให้หนูได้ลุกขึ้นมาพยายามอีกครั้งนึงหน่อย’ซึ่งดีเจทั้งสามคน (ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจอ้อม) ก็ได้ให้คำปรึกษาไปในทิศทางเดียวกันว่า ‘ไม่จำเป็นต้องกลับไปหาคำตอบว่าแม่เป็นเเบบนี้เพราะใคร เราผิดมากแค่ไหน ส่วนตัวพี่มองไม่ได้ทำให้ปัญหาอะไรดีขึ้น มันไม่ได้อยากหาคำตอบจริง ๆ หรอก ลึก ๆ มันคืออาการโทษตัวเองมากกว่า เป็นปกติของคนรู้สึกแบบนี้ อย่างน้อยคนที่รู้สึกผิด คน ๆ นั้นทั้งห่วงทั้งรักเเละเเคร์ คนที่ได้รับผลกระทบนั้นมาก ๆ หนูกำลังใช้อารมณ์กับเรื่องบางเรื่องที่เป็นอดีตอยู่ เเทนที่จะโฟกัสกับปัจจุบันเเล้วพุ่งไปอนาคต แต่ถ้าเมื่อไหร่ไปข้างหน้าได้หมดเเล้วไม่เหลียวมามองเรื่องพวกนี้อีก มันจะทำให้หนูพุ่งไปมากขึ้น เเต่อาจจะต้องใช้เวลาเรื่องคุณแม่ การไปถามเหตุผลกับอดีตที่มาผ่านมาแล้ว กับการมาดูปัจจุบันว่าคุณเเม่เป็นยังไง ที่บอกว่าเห็นคุณเเม่ร้องไห้อะ คิดว่าคงเป็นเพราะโรคมากกว่านะ อยากให้ไปศึกษาเรื่องโรคนี้ดี ๆ ว่าจริง ๆ สารเคมีในสมองคุณเเม่มันควบคุมไม่ได้ การที่คุณเเม่ฟังเรื่องหนูเเล้วเป็นทันที หนูไม่ใช่คนที่ทำให้คุณเเม่เป็นได้ขนาดนั้น เขาผ่านโลกมาเยอะ โรคเเบบนี้มันต้องสะสมมา มันมีมาก่อนแล้ว หนูไม่ใช่คนที่สร้างปัญหา มันเป็นจังหวะนั้นพอดีมากกว่า ไม่ต้องโทษตัวเองขนาดนั้นเรื่องเรียน ถ้าทำเต็มที่จงชมเเละให้กำลังใจตัวเองมาก ๆ เลยวี ให้รางวัลกับตัวเองเยอะ ๆ ว่าชั้นพยายามเต็มที่ทั้งชีวิตเเล้ว ถ้ามันเต็มที่เเล้วคือจบเเค่นั้น ไม่ต้องยึดติดกับผลลัพธ์ ถ้าระหว่างทางจะผิดจะถูกอะไร นั้นคือรางวัลของเราเเละครอบครัววันนี้ต้องตั้งสติมาก ๆ คนรอบตัวต้องเข้มเเข็ง อยากให้วีปรึกษาคุณหมอด้วย ทุกครั้งที่พูดถึงเเม่ เสียงวีก็ไม่ไหวเเล้ว อย่าห่วงเเต่เเม่ห่วงตัวเองด้วย ถ้าเรารู้ตัวเราเองเเล้ว เเข็งเเรงพอ เราเองนี่เเหละจะดูเเลทุกคนได้ ดูเเลเเม่ได้ ถ้ารู้สึกเหนื่อยลองเปิดใจคุยกับคุณพ่อดู ช่วยกัน 2 คน ต้องทำให้คุณพ่อเข้าใจเรื่องนี้ด้วย การที่คุณพ่อพาคุณเเม่ไปเเล้วโดนญาติ ๆ ด่า โดยที่รู้ว่าคุณเเม่เป็นโรคซึมเศร้า คุณพ่อก็ทำไม่ถูก มันต้องช่วยกัน มันเป็นเรื่องครอบครัว’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

แม่บ้านที่ออฟฟิศ ทำหน้าที่แค่ “ทิ้งขยะ” อย่างอื่นไม่ยุ่ง พื้นบริษัทสกปรก ไมโครเวฟเปื้อน โต๊ะฝุ่นเกาะ จนแผนกเราต้องจัดเวรกันเอง พนักงาน 5 คนสลับกันทำคนละวัน แจ้ง HR แล้วก็ไม่เป็นผล ตอนนี้หัวหน้าลาออกไปแล้ว พวกหนูจะทำยังไงดีคะ?

31 ม.ค. 2025

แม่บ้านที่ออฟฟิศ ทำหน้าที่แค่ “ทิ้งขยะ” อย่างอื่นไม่ยุ่ง พื้นบริษัทสกปรก ไมโครเวฟเปื้อน โต๊ะฝุ่นเกาะ จนแผนกเราต้องจัดเวรกันเอง พนักงาน 5 คนสลับกันทำคนละวัน แจ้ง HR แล้วก็ไม่เป็นผล ตอนนี้หัวหน้าลาออกไปแล้ว พวกหนูจะทำยังไงดีคะ?

“คุณมด (นามสมมติ)” อายุ 25 ปี สายที่ 3 ในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา [29 ม.ค. 68] ได้โทรเข้ามาปรึกษา ‘ดีเจเผือก – ดีเจเติ้ล – ดีเจต้นหอม’ เกี่ยวกับปัญหาแม่บ้านที่ทำงาน โดย “คุณมด (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘แม่บ้านที่ทำงานไม่ยอมทำความสะอาด จนปัจจุบันพวกหนูต้องกลายมาเป็นแม่บ้านเอง ต้องเกริ่นก่อนว่าตอนแรกจริง ๆ หนูจะทำงานอยู่ที่ตึกใหญ่ แต่มีเหตุจำเป็นที่ต้องย้ายอยู่อีกตึกนึง ซึ่งตึกนั้นจะมีอยู่แค่ 2 ชั้น ประเด็นอยู่ที่ว่าตั้งแต่ที่ย้ายเข้าไปวันแรก คือห้องมันเป็นห้องที่รีโนเวทใหม่ แล้วชั้นนั้นจะมีคนอยู่แค่ 1 ห้อง ซึ่งหนูก็ย้ายเข้าไปในห้องที่รีโนเวทใหม่ มันก็จะมีฝุ่นเยอะ แต่ก่อนหน้านี้ก็มีพี่ที่ไม่ใช่แม่บ้าน เขาจะเข้าไปทำความสะอาดให้แล้ว เรารู้สึกว่าตั้งแต่วันแรกที่แจ้งว่าจะย้าย ก็ไม่เห็นมีความคืบหน้าว่าจะมีการทำความสะอาดเกิดขึ้น พอย้ายเข้าไปวันแรกสิ่งที่เกิดขึ้นคือ เราต้องทำความสะอาดกันเอง คือมันทนไม่ไหว เลยต้องกวาดพื้นกันก่อน วันนั้นก็คือไม่ได้คิดอะไร เราก็คิดว่าทำไปก่อนแล้วกัน ต่อมาหัวหน้าก็มีการไปแจ้งที่เจ้าหน้าที่บุคคลว่าต้องมีการทำความสะอาดนะ ผ่านไป 1 สัปดาห์ก็ยังไม่มีอะไรเกิดขึ้น พวกหนูก็ต้องทำความสะอาดแล้วก็กวาดกันเองปกติ กิจวัตรประจำวันของแม่บ้านตึกนี้ก็คือเข้ามาแค่เก็บขยะ แต่จริง ๆ มันควรต้องมีแม่บ้านทำความสะอาด อย่างตึกเก่าแม่บ้านก็ดูแลอยู่ ตึกใหญ่ก็มีแม่บ้าน ส่วนตึกเล็กเขาก็จะแบ่งกันทำจากแม่บ้านตึกใหญ่ แต่ตึกเล็กก็มีแค่ 2 ชั้นประมาณ 5 ห้อง แต่แม่บ้านก็ไม่เคยทำความสะอาดเลย จนอาทิตย์นั้นพวกหนูทำความสะอาดกันเอง พอเข้าอาทิตย์ที่ 2 หนูก็สังเกตเห็น วันนั้นหนูเข้าทำงานเช้ามาก ประมาณช่วง 6 โมงเช้า หนูเห็นเขากวาดหนูก็ตกใจ เพราะมีแม่บ้านเข้ามากวาดทำความสะอาด ก็คิดว่าเขาก็น่าจะถูด้วยแหละ แต่พอหนูเปิดประตูเข้าไปปุ๊ป เขาก็เดินออกไปเลย แล้วก็บอกว่า มากวาดห้อง แค่นี้เลยแล้วก็ไม่มีการเข้ามาถูหรือมีการเช็ดโต๊ะอะไรเลย กวาดอย่างเดียว ตอนนี้ผ่านมาจะ 2 เดือนหนูเห็นเขาเข้ามากวาดให้หนูแค่ครั้งเดียวก็คือ 2 สัปดาห์ก่อนนั้น จนถึง ณ ปัจจุบันนี้ พวกหนูต้องใช้วิธีการจัดเวรประจำวันกันเอง เหมือนโรงเรียนประถม โดนที่หัวหน้าไม่ต้องทำเพราะตอนนั้นพวกหนูมีกันอยู่ 6 คน ลูกน้องก็ 5 คน ทำกันคนละวัน จริง ๆ หัวหน้าเขาก็มีการส่งแบบฟอร์มทุกเดือนอยู่แล้ว ตอนที่หนูย้ายเข้าไปเมื่อเดือนธันวาคมก็คือทางเจ้าหน้าที่บุคคล เขาก็มีการส่งมาให้หัวหน้างานประเมินแล้ว ว่าแม่บ้านทำความสะอาดไหม? ต้องการเปลี่ยนอะไรไหม? หัวหน้าก็แจ้งไปแล้ว แต่ก็ไม่มีการดำเนินงานอะไรต่อ ก็เลยไม่รู้ว่าเราจะต้องทำยังไงต่อ ซึ่งพอเดือนถัดมาหัวหน้าหนูก็ออก ตอนนี้อยู่กันแค่ 5 คน แต่ก็ยังแบ่งเวรกันทำอยู่ทุกวัน หนูก็มองว่าจริง ๆ มันก็เป็นเรื่องของเจ้าหน้าที่บุคคล จน 2 วันที่ผ่านมาหนูทนไหวก็เลยพยายามโกหกแจ้งไปว่า ทำของกินตก ขอที่ตักของ ไม้กวาด เขาก็บอกหนูว่าอยู่ตรงนั้น หยิบได้เลย เขาไม่เคยบอกเลยว่าเดี๋ยวป้าขึ้นไปเก็บให้นะ ไม่มีเลย ต่างจากแม่บ้านคนเดิมที่อยู่ตึกเก่ามาก หนูพยายามทำทุกอย่างให้เขารู้แต่ เขาก็ไม่ทำให้หนูเลย หนูเลยอยากจะปรึกษาพี่ ๆ ดีเจว่า มีวิธีพูดกับแม่บ้านที่ออฟฟิศยังไงดี?’ เริ่มที่ “ดีเจต้นหอม” ให้คำปรึกษาว่า ‘พี่ว่ารวมกันให้คำแนะนำได้เลยเพราะว่าการพูดก็คือสื่อสารแบบตรงไปตรงมาเลยว่า ตอนนี้มันสกปรกแล้วเขาไม่มาช่วยทำความสะอาด อีกอย่าง HR ต้องเป็นฝ่านชนให้เราอยู่แล้ว คนแก้ปัญหานี้ให้เราคือ HR’ ต่อมา “ดีเจเผือก” ก็ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘พี่รู้สึกว่าจำนวนแม่บ้านพอหรือเปล่า หรืองานที่เขาได้รับมอบหมายเนี่ย เขาให้ดูตึกนี้หรือเปล่ามันต้องมีอะไรผิดพลาดสักอย่าง การที่เขาไม่ดูหรือเขาไม่ทำหรือเขาไม่ไหว เพราะฉะนั้น HR ควรมาจัดการ ถ่ายรูปแล้วก็ไปคุยกับ HR เลย จริงไม่ต้องถามว่าต้องคุยว่าอะไร เพราะเขาเป็น HR เขาต้องทำเรื่องพวกนี้เองอยู่แล้วไม่ต้องรอให้เราเขาไปอ้อนวอนด้วยประโยคอะไรด้วยซ้ำ เขาจ้างมาเป็น HR เพื่อให้มาทำตรงนี้แหละ นัดคุยกับ HR นะเอารูปไปให้เขาดู’สุดท้าย “ดีเจเติ้ล” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘ปล่อยหนูให้มันกัดสายไฟให้หมด แล้วก็บอกแม่บ้านไม่ทำเอง คอมพังหมดแล้ว มันกัดหมดแล้วเราไม่ต้องยุ่ง พี่ว่า HR มันแก้ไขได้นะ’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

หนูเป็นเมียน้อยของเพื่อนสนิท ตอนนี้อยากถอยออกมา แต่เมียหลวงที่เป็นเพื่อนเรา กับ สามีของเพื่อน เขาโอเคที่เราสามคนจะอยู่ด้วยกัน กลับกลายเป็นหนูเอง ที่มีความรู้สึกว่าถ้าอยู่ในความสัมพันธ์นี้ต่อไป ก็จะมีแต่หนูที่จะเป็นฝ่ายเจ็บคนเดียว

17 ต.ค. 2025

หนูเป็นเมียน้อยของเพื่อนสนิท ตอนนี้อยากถอยออกมา แต่เมียหลวงที่เป็นเพื่อนเรา กับ สามีของเพื่อน เขาโอเคที่เราสามคนจะอยู่ด้วยกัน กลับกลายเป็นหนูเอง ที่มีความรู้สึกว่าถ้าอยู่ในความสัมพันธ์นี้ต่อไป ก็จะมีแต่หนูที่จะเป็นฝ่ายเจ็บคนเดียว

หนูเป็นเมียน้อยของเพื่อนสนิท ตอนนี้อยากถอยออกมา แต่เมียหลวงที่เป็นเพื่อนเรา กับ สามีของเพื่อนเขาโอเคที่เราสามคนจะอยู่ด้วยกัน กลับกลายเป็นหนูเอง ที่มีความรู้สึกว่าถ้าอยู่ในความสัมพันธ์นี้ต่อไปก็จะมีแต่หนูที่จะเป็นฝ่ายเจ็บคนเดียว ที่ผ่านมา หนูก็เคยมีแฟนมาตลอด แต่สามีเพื่อนสนิทบอกทำอะไรมากกว่านั้นไม่ได้เพราะหนูมีแฟน แต่ตอนนี้หนูโสด เขาเลยอยากจะคบเราอีกคนหนูรู้เลยว่าถ้าหนูตกลง เขาจะไม่เปิดตัวหนูกับที่บ้าน เขาจะไม่เปิดตัวกับใครเพราะเขาก็จดทะเบียนสมรสกับเพื่อนสนิทหนูไปแล้ว “คุณเอ (นามสมมติ) อายุ 29 ปี สายแรกในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา [8 ต.ค. 68] ได้โทรเข้ามาปรึกษา “ดีเจเผือก – ดีเจเติ้ล – ดีเจอ้อย” เกี่ยวกับปัญหาอยากออกจากสถานะเมียน้อย แต่ภรรยาหลวงเขาโอเคที่เราจะอยู่กันสามคน โดย “คุณเอ (นามสมมติ) ได้เล่าว่า ‘มีเพื่อนอยู่กลุ่มนึง ในทีแรกก็เป็นกลุ่มเพื่อนปกติ จนกระทั่งหนูโสด เลิกกับแฟนไปได้ไม่นาน แล้วมีคนเข้ามาจีบที่ร้านเหล้า เพื่อนผู้ชายก็แสดงท่าทีชัดเจนให้หนูรู้ว่า ไม่โอเคนะ ทั้งๆที่ตัวเขาก็มีแฟน ซึ่งเป็นเพื่อนหนูเอง เขาก็ชัดเจนออกไปว่า หนูเป็นของเขานะ ตอนแรกหนูก็คิดว่า เขาเมาหรือเปล่า จนกระทั่งได้มาเปิดใจคุยกัน เลยได้รู้ว่าเขารู้สึกมาตั้งนานแล้ว แต่ตอนนั้นตัวเราเองก็มีแฟน ก็เลยไม่คิดจะข้ามเส้น พอมองย้อนกลับไป เขาก็ดีกับเราจริงๆ ตัวหนูเองก็หวั่นไหว จนมองข้ามไปว่าเพื่อนผู้ชายของเรามีแฟนแล้ว เรื่องมันก็เลยเถิดไปถึงว่า พวกเราแอบคบกัน หนูอยู่ในความสัมพันธ์นี้ แบบเจียมเนื้อเจียมตัว รู้ว่าหน้าที่ของตนเองคืออะไร ทำได้มากแค่ไหน แต่ยิ่งนานก็ยิ่งถลำลึก เขามีพฤติกรรมที่เปลี่ยนไปกับแฟนเขา หนูที่มีความรู้สึกผิดอยู่ในใจ ก็จะทำตัวไม่เหมือนเดิม จนกระทั่งแฟนเขาจับได้ ตอนจับได้ ก็ไม่มีอะไรร้ายแรง เพื่อนผู้หญิงหนูก็ถามว่าทำไมทำแบบนี้ เกิดการพูดคุยเพื่อตกลงเรื่องความสัมพันธ์กัน หนูตัดสินใจถอยออกมา ขอแค่เขาทั้งคู่อย่าเลิกกัน เพราะว่าเขาคบกันมานาน ผ่านไปสักพัก ผู้ชายก็ติดต่อมา ว่าเขาไม่อยากทิ้งเรา ใจหนูก็ยังรักอยู่ เลยกลับไปอีกครั้ง หนู ผู้ชาย และแฟนเขา ก็คุยกันว่า ถ้ายังไปไม่ได้ก็อยู่ด้วยกันนี่แหละ เขาโอเค ผู้ชายก็ชัดเจนว่า เขาก็รักแฟนเขา แต่ก็รักหนูเหมือนกัน ‘เราอยู่ด้วยกันได้มั้ย’ เป็นความสัมพันธ์ที่ทั้งคู่ แต่งงาน จดทะเบียนสมรสแล้ว หนูกับรู้สึกว่า รับไม่ได้ ไม่อยากอยู่ตรงนี้ ความรู้สึกผิด มันกัดกินในใจ ไม่อยากให้เพื่อนเราเสียใจ หนูเลยอยากจะปรึกษาพี่ๆดีเจว่า หนูจะออกจากความสัมพันธ์นี้ยังไงดี? อยากได้คำแนะนำให้เดินออกไปได้สักที’ เริ่มที่ “ดีเจอ้อย” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘การออกจากตรงนี้ ไม่มีอะไรยากเลย ถ้าหนูอยากออก ไม่มีใครกำหนดลมหายใจหนูได้ กับภรรยาของเขา ไม่มีทางเลิกกันหรอก เพราะผู้หญิงยอมให้หมดทุกอย่างเขาจะเลิกทำไม น้องจะหยุด หรือน้องจะทน เขาก็มีอีกคนอยู่ดี คุยกับตัวเองเยอะๆ ทางออกอยู่ที่เรา’ ต่อมา “ดีเจเผือก” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘ถ้าเลิกไม่ได้ ก็อยู่กับความไม่สบายใจ ความนอย ความอยากที่จะมีเขาคนเดียว จนกว่ามันจะชิน หรือไม่ก็เจ็บจนไม่ไหวแล้ว เราจะเดินออกได้อัตโนมัติ เอบอกว่า เอรู้สึกผิด ลองเปลี่ยนจากความรู้สึกผิดจากเขา มารู้สึกผิดกับตัวเองมั้ย ว่าทำไม เราไม่ให้โอกาสตัวเองไปเจอสิ่งที่เรามองหา ทำไมเราต้องเลือกทางที่บัดซบให้ตัวเอง รักตัวเองให้มากๆ’ สุดท้าย “ดีเจเติ้ล” ก็ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘เมื่อใดก็ตามที่หนูอยากกลับเข้าไป ถ้าหนูรู้สึกผิดกับเพื่อนจริงๆ หนูก็ต้องมองตัวเองอย่างละอายใจ ว่าหนูทำให้เพื่อนที่เขารักหนู ยอมให้สามีเขามามีหนูอีกคนเสียใจ เขาต้องเจ็บขนาดไหน สุดท้ายแล้วมันทำลายคุณค่าของหนูเอง คุณค่าในการจะเลือกสามี ที่ไม่ใช่สามีของคนอื่น ตอนนี้หนูยังมีโอกาส ไม่มีใครให้หนูอยู่ตรงนั้นได้ นอกจากตัวหนูเอง’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการInboxฝากเรื่องมาที่FacebookFanpageEFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา20.00 – 23.00น. ทางรายการวิทยุEFM94และAppAtimeFung Fin

หนูจะกลับไปคบแฟนเก่าดีไหม ถ้าเขามีเงื่อนไขว่าห้ามมีอะไรกัน แต่หนูก็กลัวว่า หนูจะทนไม่ไหว

21 พ.ค. 2026

หนูจะกลับไปคบแฟนเก่าดีไหม ถ้าเขามีเงื่อนไขว่าห้ามมีอะไรกัน แต่หนูก็กลัวว่า หนูจะทนไม่ไหว

หนูจะกลับไปคบแฟนเก่าดีไหมถ้าเขามีเงื่อนไขว่าห้ามมีอะไรกันแต่หนูก็กลัวว่า หนูจะทนไม่ไหว ‘คุณคอร์นเนอร์’ (นามสมมติ) เป็นสายที่ 3 ในรายการ พุธทอล์คพุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (20 พฤษภาคม 2569) ได้โทรเข้ามาปรึกษา ‘ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม’ เกี่ยวกับเรื่องที่กำลังจะคืนดีกับแฟนเก่า แต่เขายื่นเงื่อนไขว่าขอไม่มีอะไรกัน ‘คุณคอร์นเนอร์' (นามสมมติ) อายุ 22 ปี เธอมีแฟนที่อายุน้อยกว่าเธอประมาณ 2 ปี อายุราว 20 ปี ทั้งคู่คบหากันและย้ายมาอยู่ด้วยกัน พร้อมใช้ชีวิตคู่และมีเพศสัมพันธ์กันตามปกติ กระทั่งมาถึงจุดหนึ่งที่ทั้งคู่ตัดสินใจเลิกรากัน เนื่องจากฝ่ายชายยังลืมคนรักเก่าไม่ได้ ในช่วงแรกเขายังไม่ยอมรับเหตุผลที่แท้จริง แต่เมื่อเธอพยายามถามอย่างจริงจัง เขาจึงยอมบอกว่าไม่อยากให้เธอกลายเป็นเพียงคนคั่นเวลาระหว่างที่เขากำลังพยายามลืมคนรักเก่า อย่างไรก็ตาม หลังจากนั้นเขากลับมาบอกอีกครั้งว่าสิ่งที่พูดไปอาจเป็นเพียงอารมณ์ชั่ววูบเท่านั้น หลังจากทั้งคู่เลิกรากันอยู่ประมาณ 2 วัน ฝ่ายชายก็ได้ย้ายออกจากบ้านไป แต่ก่อนหน้านั้นทั้งสองเคยสัญญากันไว้ว่าจะไปเที่ยวทะเลด้วยกัน อีกทั้งได้ทำการจองทุกอย่างไว้เรียบร้อยแล้ว เธอจึงตัดสินใจกลับไปง้อเขา และกลับมาพูดคุยกันอีกครั้ง แม้จะยังไม่ได้กลับมาอยู่ในสถานะแฟนเหมือนเดิมก็ตาม หลังจากนั้นทั้งคู่ได้เดินทางไปเที่ยวทะเลด้วยกัน และมีเพศสัมพันธ์ใกล้ชิดเหมือนเช่นที่ผ่านมา โดยเธอเล่าว่า ฝ่ายชายเป็นคนเริ่มต้นก่อน แต่เมื่อกลับจากทริปทะเล ฝ่ายชายกลับพูดกับเธอด้วยน้ำเสียงจริงจังว่า หลังจากนี้เขาไม่อยากมีความสัมพันธ์ทางเพศอีก พร้อมให้เหตุผลว่าเขากลัวว่าเธอจะตั้งครรภ์ และกังวลว่าอนาคตของเธออาจไม่มีความสุข เธอเล่าว่า ตัวเธอเองยังมีความต้องการในเรื่องนี้อยู่ และยืนยันว่าทุกครั้งที่มีความสัมพันธ์กัน ทั้งคู่ป้องกันอย่างสม่ำเสมอ ส่วนเธอเองนั้นก็มีการกินยาคุมเป็นประจำเนื่องจากปัญหาสุขภาพ แต่ฝ่ายชายยังยืนยันว่า ต่อให้กลับมาคบกันในสถานะเดิม เขาก็ยังไม่อยากมีความสัมพันธ์ทางเพศอีก นอกจากนี้ เธอยังเล่าเพิ่มเติมว่า ฝ่ายชายอาจได้รับผลกระทบทางความคิดจากเรื่องของเพื่อนสนิทคนหนึ่งที่เคยพลาดตั้งครรภ์ จึงอาจเป็นอีกเหตุผลที่ทำให้เขารู้สึกกังวลกับเรื่องนี้ เธอยังเล่าอีกว่า เธอเป็นคนแรกที่เขาเคยมีความสัมพันธ์ด้วย และหลังจากเหตุการณ์ทั้งหมดที่เกิดขึ้น ทั้งคู่ก็ยังไม่ได้กลับมาเจอหน้ากันอีกเลย ในตอนนี้ความสัมพันธ์ของทั้งคู่ดูเหมือนจะเป็นไปด้วยดี พร้อมที่จะกลับมาคบกันในสถานะแฟน แต่มีเพียงเรื่องเดียว นั่นก็คือเรื่องการมีเพศสัมพันธ์ ทำให้คุณคอร์นเนอร์ยังกังวลอยู่ในใจ เพราะเธอเองก็รักเขา แต่ก็ไม่มั่นใจว่าตัวเองนั้นจะทนไหว จึงอยากถามดีเจว่าควรจะทำอย่างไรดี ‘ดีเจต้นหอม’ ให้คำแนะนำว่า “แต่เรารู้สึก ชอบเขา รักเขาใช่ไหมล่ะ ก็ลอง แต่ก็ต้องเปิดใจไว้เจ็บ เจ็บก็เจ็บสิ คิดอย่างงี้ อย่างน้อยขอให้ได้ลอง สิ่งที่เขาพูดมันเอาแค่หล่อหรือเปล่า มันอดไม่ได้หรอกนะ คอร์นเนอร์ลองถามตัวเองว่าเราสามารถอยู่ได้ไหม ความสุขบางอย่างมันอาจจะมาทดแทนสิ่งนี้ก็ได้ เพราะความสัมพันธ์ในชีวิตคู่เรื่องเซ็กซ์ก็เป็นส่วนประกอบหลักเหมือนกันสำหรับบางคน” ‘ดีเจเผือก’ ให้คำแนะนำว่า “จากที่ฟังมาก็ดูว่าไม่ได้อยากเลิก เหมือนเราต้องรู้ก่อนว่าปริศนานี้มันคืออะไรกันแน่ เอาให้รู้คำตอบก่อน ไม่งั้นมันจะคาใจ เราไม่รู้ว่ามีเหตุผลอะไรซ่อนอยู่หรือเปล่า ถ้านอกเหนือจากกลัวการท้องก่อนกำหนด คอร์นเนอร์ลองอยู่ต่อให้หาคำตอบนี้ก็ได้ แต่ก็อยากให้รู้เหตุผลข้อนี้ก่อน” ‘ดีเจเติ้ล’ ได้เสริมอีกว่า “พี่ก็ยังไม่เชียร์ว่าให้เราเลิกกัน ลองพูดตรง ๆ ก่อนว่าถ้าเกิดไม่มีเพศสัมพันธ์กัน ก็ยังมีวิธีอื่นที่ทำให้เรามีความสุข จากที่เบอร์ 10 ก็ไปเบอร์ 5 เบอร์ 3 ก็ทำได้ และยังมีวิธีป้องกันอีกมาก ลองไปศึกษาดูด้วย และที่สำคัญก็มีสติ ดูเขาดี ๆ อะไรที่เขาประหลาดก็ทดไว้ในใจ” ปิดท้ายด้วยดีเจทั้งสามร่วมกันให้กำลังใจคุณคอร์นเนอร์ พร้อมอวยพรให้ความสัมพันธ์ครั้งนี้ดำเนินไปในทางที่ดี และสามารถกลับมาอัปเดตเรื่องราวกันได้อีกในอนาคตเรื่องราวจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการInboxฝากเรื่องมาที่FacebookFanpageEFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 20.00–23.00น.ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

album
efm
-

-