เจอแบบนี้รู้สึกเฟลไปเลย แฟนหนูเป็นคนขี้เบื่อ เขาเซฟรูปผู้หญิงไว้เพียบ เซฟหนัง AV ไว้ดู พอถาม แฟนตอบมาว่า "แล้วเธอเสือกเข้าไปดูทำไม?" พีคสุด ตอนเขามีอะไรกับหนู มืออีกข้างเปิดคลิปผู้หญิงคนอื่นที่เซฟด้วย เป็นแบบนี้มาหลายครั้งแล้ว

พุธทอล์ค พุธโทร RECAP

เจอแบบนี้รู้สึกเฟลไปเลย แฟนหนูเป็นคนขี้เบื่อ เขาเซฟรูปผู้หญิงไว้เพียบ เซฟหนัง AV ไว้ดู พอถาม แฟนตอบมาว่า "แล้วเธอเสือกเข้าไปดูทำไม?" พีคสุด ตอนเขามีอะไรกับหนู มืออีกข้างเปิดคลิปผู้หญิงคนอื่นที่เซฟด้วย เป็นแบบนี้มาหลายครั้งแล้ว

03 พ.ค. 2024

เจอแบบนี้รู้สึกเฟลไปเลย แฟนหนูเป็นคนขี้เบื่อ เขาเซฟรูปผู้หญิงไว้เพียบ

เซฟหนัง AV ไว้ดู พอถาม แฟนตอบมาว่า "แล้วเธอเสือกเข้าไปดูทำไม?"

พีคสุด ตอนเขามีอะไรกับหนู มืออีกข้างเปิดคลิปผู้หญิงคนอื่นที่เซฟด้วย เป็นแบบนี้มาหลายครั้งแล้ว

จนหนูเสียความมั่นใจไปเลย ทำยังไงดีคะ?

            “คุณแทน (นามสมมุติ)” อายุ 22 ปี สายที่ 2 ในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา [1 พ.ค. 67] ได้โทรเข้ามาปรึกษา ‘ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม’ เกี่ยวกับปัญหาแฟนเซฟรูปผู้หญิงเซ็กซี่ไว้ พอมีอะไรกัน เขาก็ขอเปิดคลิปแล้วทำไปด้วย

          โดย “คุณแทน (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘หนูคบกับแฟนมา 3 ปี เราสองคนอายุเท่ากัน คือ 22 ปี แฟนหนูเป็นคนขี้เบื่อ  ตลอดเวลาที่คบกันมา เรื่องกิจกรรมบนเตียง โดยปกติแล้วเราจะมีกิจกรรมแบบนี้อาทิตย์ละ 2 ครั้ง แต่พอคบกันมาเข้าปีที่ 3 เรื่องบนเตียงจากอาทิตย์ละ 2 ครั้ง ก็ลดลงเหลือเดือนละ 1 ครั้ง ซึ่งรู้เลยว่ามันต้องมีอะไรแน่ๆ

          พอเขาไม่ค่อยทำกิจกรรมหนูก็เลย เกิดความสงสัยว่าเขามีอะไรในโทรศัพท์หรือป่าว หนูก็เลยเข้าไปเช็คในโทรศัพท์เขาดู แล้วกดเข้าไปดูที่แกลลอรี่ หมวดรูปภาพที่ซ่อนไว้ ซึ่งหนูก็ไปเจอว่าเขาบันทึกหน้าจอผู้หญิงที่เขาติดตามในไอจี เป็นรูปผู้หญิงเซ็กซี่ หรือรูปวาบหวิว เก็บไว้ดูเต็มไปหมด

          และตอนที่เราสองคนมีกิจกรรมด้วยกัน เขาขอดูคลิปหนังเอวีพวกนี้ไปด้วยระหว่างที่เรามีอะไรกัน หนูก็ไม่อยากให้เขาทำแบบนั้น ซึ่งเป็นบ่อยมากๆเลยช่วงหลัง หนูเลยคิดว่ามันแปลกมาก มันเริ่มไม่ใช่แล้ว และพฤติกรรมของแฟนก็เริ่มเปลี่ยนไป ไม่ค่อยใส่ใจ ละเลยในการทำหน้าที่แฟน พูดจาหยาบคายใส่อารมณ์กับเรา และช่วงหลังมานี้ก็ทะเลาะกันบ่อยมากๆ

          พอหนูลองเปิดใจคุยกับเขา เขาก็บอกว่า เขาก็รักแหล่ะ แต่แบบว่าเขาแค่แบบเป็นคนขี้เบื่อ แต่เขาก็พยายามเปลี่ยนตัวเอง แต่หนูไม่รู้สึกถึงการเปลี่ยนแปลงของเขาเลย หนูรู้สึกว่าเขาแค่พูดเฉยๆ และก่อนหน้านี้หนูเคยถามเขาว่า “ทำแบบนี้ทำไม เรื่องที่บันทึกสตอรี่ผู้หญิงคนอื่นไว้ในโทรศัพท์” เขาก็พูดกลับมาว่า “แล้วเธอเสือกเข้าไปดูเองทำไม”

          หนูอยากถามว่า การที่แฟนทำแบบนี้ถือว่าเป็นเรื่องปกติของผู้ชายมั้ย? และ การที่หนูเข้าไปดูแกลลอรี่ที่แฟนซ่อนไว้มันเหมือนเป็นการลุกล้ำพื้นที่ส่วนตัวของแฟนมั้ย?’

          โดย “ดีเจเผือก” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘สำหรับคำถามแรก พี่ว่าที่เขาทำแบบนี้คือไม่ปกตินะ คืออายุ 22 แล้ว ส่วนที่บันทึกคลิปหนังเอวีไว้เป็นเรื่องปกติของผู้ชายส่วนใหญ่ แต่ถ้าเอามาดูตอนที่มีกิจกรรมบนเตียงกับแฟนอันนี้ไม่ปกติ ส่วนเซฟรูปผู้หญิงที่อยู่ในไอจีสตอรี่อันนี้ผมไม่ค่อยเห็น หมายถึงว่า แคปหน้าจอเก็บไว้ แต่ถ้าเป็นดาราพอเข้าใจว่าอาจจะมีได้เป็นเรื่องปกติ แต่มันก็จะมีคู่ที่เปิดคลิปหนังเอวีตอนมีอะไรกันกับแฟนแล้วโอเคทั้งคู่ก็มีนะ เหมือนเปิดบิ้วอารมณ์ พี่รู้สึกว่าตราบใดที่ไม่ได้เปิดคลิปของคนอื่นที่เป็นคลิปแอบถ่ายอันนั้นอ่ะไม่ได้  แต่ถ้าเป็นคลิปหนังเอวีที่ีการสร้างสตอรี่อันนี้อ่ะเคยได้ยิน

          การเปิดคลิปแบบที่แฟนคุณแทนทำ มันเหมือนเป็นการหักหารน้ำใจอีกฝั่งมากเลยนะอยากให้มองอย่างอื่นนอกจากเรื่องบนเตียงด้วย เขาไม่ได้รักษาน้ำใจเราเลย คือเอาจริงถ้าวัดถึงเรื่องความห่างหายในเรื่องบนเตียง อายุ 22 เป็นช่วงที่ฮอร์โมนเพศกำลังพุ่งพล่านอมันไม่น่าหายกันแบบนี้ แล้วเรื่องนอกเตียงเขาก็ไม่ได้ดีกับเราเลย ด่าท่อ พูดจากหยาบคาย ใช้อารมณ์รุนแรง เรื่องพวกนี้ก็หนักไม่แพ้กับเรื่องกิจกรรมบนเตียงนะ อย่าคิดแค่เรื่องที่เขาขี้เบื่อบนเตียงอะไรอย่างเดียว อันนั้นมันเป็นแค่ หนึ่งในซับเซตย่อย มันยังมีทั้งเรื่องการดูแลกัน การทะเลาะกัน แล้วเป็นยังไงมันดีเท่ากับวันที่เข้ามาจีบใหม่ๆมั้ย อะไรพวกนี้อ่ะ ที่น่าจะกังวลเหมือนกันนอกจากเรื่องกิจกรรมบนเตียง ซึ่งเขาผิดปกติไปหมดเลย มันไม่ใช่อาการของคนที่หวังดีต่อกันเหมือนเดิม

          มันต้องแยกว่า หนึ่งเรามีอะไรแอบซ่อนอยู่จริงมั้ย ถ้าไม่มีบางคนก็พร้อมที่จะเปิดเต็มที่ แต่บางคนเขาไม่ชอบที่จะให้มายุ่งในพื้นที่ส่วนตัวของเขา ถึงแม้ว่าเขาจะมีความผิดซ่อนอยู่รึป่าวก็ตาม อาจจะมีหรือไม่มีก็ได้ แต่เขาก็ไม่ชอบอ่ะ มันพูดยากนะ พอเราเข้าไปเจอแล้ว ถึงหนูจะมีความผิดกับการที่ไปดูของเขา แต่เขาก็มีอะไรบางอย่าง ปิดบังหนูอยู่ คือมันก็ต่างกรรมต่างวาระ เพราะแฟนก็ซ่อน ความผิดก็ต้องแยกกันสิ่ ฉันเข้าไปฉันก็ผิด  แต่เธอก็ซ่อนรูป ซ่อนคลิป มันก็ผิดกันคนละคดี มันก็ต้องเคลียร์กันคนละอย่างไป ไม่ใช่ว่าการที่ฉันเข้าไปดูมันจะลบล้างทุกสิ่งทุกอย่าง ที่เธอซ่อนหมดเลยไม่ใช่ ฉันเข้าไปดูของของเธอฉันก็ผิด แต่ฉันก็มีสาเหตุที่ฉันทำผิด เพราะว่าเธอมีปฏิกิริยาที่เปลี่ยนไปถูกมั้ย ทำให้ฉันไม่สบายใจ ฉันถึงเข้าไปดู ไม่ใช่ว่าฉันเข้าไปดูทุกๆ 2 อาทิตย์ มันก็ไม่ใช่ขนาดนั้น เราก็ยังมีเหตุผลรับรอง ก็ต้องมาเคลียร์กับฝั่งของเขา ความผิดของเขาว่า แล้วเธอซ่อนรูปพวกนี้ทำไม แล้วเอามาเปิดต่อหน้าฉันอีก ทั้งหลายทั้งมวลอยากให้กังวลเรื่อง นอกเตียงด้วย พวกเรื่องพฤติกรรมที่เปลี่ยนไปของเขา พี่ว่าอันนั้นมันก็เป็นอีกสิ่งที่ต้องกังวลมากๆ แทนลองไปช่างน้ำหนักดูเอาเอง’

          ต่อด้วย “ดีเจต้นหอม” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘ก็เป็นปกติของคนหมดรัก เมื่อไม่มีใจบวกกับหมดรัก สิ่งที่เกิดขึ้นก็คือ 1.ไม่แคร์  2.เวลาที่เราทะเลาะกันสามารถพูดแรงได้โดยไม่รักษาน้ำใจก็ไม่ได้รักแล้ว เรื่องบนเตียงก็อย่างที่บอก เป็นซับเซต เป็นเรื่องย่อย เมนหลักคือ เมื่อไม่ได้รัก เมื่อหมดใจ เรื่องบนเตียงมันก็ไม่อยากจะทำ มันไปหมดเลยมันไปหมดแล้ว

          ส่วนเรื่องที่บอกว่าลุกล้ำที่บอกว่าผิดมั้ย ก็อยู่ที่แต่ละคู่ว่าคุยกันยังไง แล้วสามารถลุกล้ำได้แค่ไหน แต่ถ้าลุกล้ำแล้วเจอหนูจะไม่มีความผิดเรื่องลุกล้ำปัดตกไปเลย แล้วก็เรื่องที่เขาเปิดหนังเอวี ก็ตัดไปเลย เพราะคนมันไม่รักเราอ่ะ มันจะกระทำสิ่งนั้นมันก็เลยใช้ตัวช่วย เมื่อหมดรักแล้วทำไมสิ่งที่อยู่ ถึงอยู่ก็อยู่เพราะผูกพันไม่รู้จะไปไหน

          หมดรักบวกผูกพันเท่ากับ รอวันโดนเท มันเป็นสมการที่ส่วนใหญ่จะเจอ คือจังหวะที่เราเจ็บแล้วเนี่ย ถ้าคนมีสติหรือประสบการณ์เยอะๆอ่ะ เขาก็จะเลิก เขาจะไม่มานั่งย้อนหาอดีต เขาจะอยู่กับปัจจุบัน ว่าปัจจุบันเป็นยังไง เมื่อปัจจุบันไม่มีอะไรเลยที่บ่งบอกถึงคำว่ารัก นอกจากลมปาก ซึ่งลมปากเราให้น้ำหนักเบามาก เมื่อเทียบกับการกระทำ คือถ้าช่างน้ำหนักแล้ว จะเอียงไปข้างนึงเลย คือไม่ได้รักแล้ว ทีนี้ก็ขึ้นอยู่กับแทนแล้ว เมื่อเขาไม่รักแล้ว ณ วันนี้เราเจ็บแล้ว เลิกหรือไม่เลิกอยู่ที่เราเป็นคนเลือก แต่ถ้าสุดท้ายเรายังไม่เลือก วันนึงเขาจะเป็นคนเลือกเอง แทนเคยเรียกเขามาพูดแล้ว แล้วมันก็ไม่ได้มีอะไรพัฒนาแปลว่า คำตอบนี้สมการมันชัดเจนแล้ว ขึ้นอยู่กับแทนแล้วว่าจะไปต่อหรือพอแค่นี้ ลองสงสารตัวเองดูแล้วเดี๋ยวจะเดินออกมาเอง เราต้องมีสิทธิ์เลือก’

          สุดท้าย “ดีเจเติ้ล” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘พี่เผือกพี่หอมพูดไปหมดแล้ว แต่พี่ขอตอบแทนแบบตรงๆแบบขวานผ่าซาก เรื่องว่า ถ้าแฟนทำแบบนี้กับพี่ จริงๆ การที่แฟนมีอะไรกับพี่เดือนละครั้ง ตอนอายุ 22 พี่ก็จะไปแล้วนะ เพราะ 22 มันเป็นวัยที่น่าหลงไหล เป็นแฟนกันมีกิจกรรมจากอาทิตย์ละ 2 ครั้งลดเหลือเดือนละครั้ง แถมดูหนังเอวีตอนมีไรกับเราอีก พี่รู้สึกว่าถ้าคนรักกัน ถ้าไม่เสร็จนะ จะดูหนังเรื่องนี้จากทำให้เราเสร็จเรียบร้อยแล้ว เหมือนมันจะต้องแคร์กันอ่ะ แต่ไม่ใช่มาทำโดยที่แล้วเราเป็นอะไร เป็นร่างทรงหรอ เป็นเครื่องมือสื่อสารให้เขาสำเร็จหรอ พี่ว่าสิ่งที่เขาทำ มันบอกแล้วว่า เขาไม่ได้รักหนู เขาไม่ได้ห่วงใยความรู้สึกของหนู แล้วพอประกอบกับเรื่องอื่นๆ ที่แทนเล่าอีก พี่ก็รู้สึกว่า อายุ 22 เอง แล้วคบกันมา 3 ปี ถ้าเป็นแบบนี้ปรับปรุงตัวแค่ลมปาก ไม่ได้ทำอะไรให้ฉันรู้สึกว่า เขาปรับปรุงจริงๆ เพราะแทนพูดเอง ว่าเขาไม่เห็นทำไรเลย แล้วถ้าหนูจะต้องรู้สึกว่าเขาไม่สนใจ ไม่ใส่ใจ ไม่ดูแล พี่ว่า แยกย้ายกันไปเติบโต น่าจะมีความสุขมากกว่ารึป่าว แล้วหนูเป็นคนดูแลตัวเองอีกอ่ะ มันยิ่งแบบ อ่าวว ฉันดูแลตัวเองเพื่ออะไรอ่ะ แล้วพี่ไม่อยากให้แทนคิดทุกอย่างเพื่อจะมาบอกว่าตัวเองผิดนะ เพราะตอนนี้คำถามของแทน เป็นอย่างงั้นอยู่ตอนนี้ พยายามจะถามเพื่อที่จะบอกว่า หนูเป็นคนผิดเองที่ทำแบบนี้ หนูเป็นคนผิดที่ไปเปิดดูโทรศัพท์ของเขา เหมือนหนูไม่ได้มองตัวเองเลยอ่ะ หนูมองแต่เขา ซึ่งพี่ว่าแทนอาจจะต้องปรับวิธีคิดใหม่ พี่ฝากไว้แค่นี้ละกัน’

เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทาง

ใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATION

รับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

related พุธทอล์ค พุธโทร RECAP

สิบปีที่แล้ว ผมคบกับแฟน แฟนบอกผมว่าแฟนท้อง ผมยืดอกรับแบบแมนๆ เลี้ยงลูกจนโต ไม่นานมานี้ สังเกตว่า แฟนผมเขาชอบแอบไปคุยกับผู้ชายอีกคน จนรู้ความจริงว่า ที่แท้ลูกที่ผมเลี้ยงมาเป็นลูกผู้ชายอีกคน ตอนนี้ผมเลิกกับแม่ของลูกแล้ว

20 มิ.ย. 2025

สิบปีที่แล้ว ผมคบกับแฟน แฟนบอกผมว่าแฟนท้อง ผมยืดอกรับแบบแมนๆ เลี้ยงลูกจนโต ไม่นานมานี้ สังเกตว่า แฟนผมเขาชอบแอบไปคุยกับผู้ชายอีกคน จนรู้ความจริงว่า ที่แท้ลูกที่ผมเลี้ยงมาเป็นลูกผู้ชายอีกคน ตอนนี้ผมเลิกกับแม่ของลูกแล้ว

สิบปีที่แล้ว ผมคบกับแฟน แฟนบอกผมว่าแฟนท้อง ผมยืดอกรับแบบแมนๆ เลี้ยงลูกจนโต ไม่นานมานี้สังเกตว่า แฟนผมเขาชอบแอบไปคุยกับผู้ชายอีกคน จนรู้ความจริงว่า ที่แท้ลูกที่ผมเลี้ยงมาเป็นลูกผู้ชายอีกคนตอนนี้ผมเลิกกับแม่ของลูกแล้ว แต่ลูกก็ยังอยู่กับผม ผมเลี้ยงเขามาขนาดนี้แล้ว รักเหมือนลูกของตัวเองและเลี้ยงต่ออย่างดี จนตอนนี้เปิดใจคุยกับผู้หญิงคนใหม่ เขารู้ทุกเรื่องที่เกิดกับผม แต่ทุกครั้งเวลาเรามีปัญหากันเขาจะเอาปมเรื่องนี้มาด่าผม “พี่โง่ปะวะ ไปรับลูกใครมาเลี้ยงก็ไม่รู้” ผมควรจะไปต่อกับเขา หรือ พอแค่นี้ดี “คุณโจ๋ (นามสมมติ)” อายุ 37 ปี สายที่สามในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา [18 มิ.ย.68] โทรเข้ามาปรึกษา “ดีเจเผือก – ดีเจเติ้ล – ดีเจต้นหอม” เกี่ยวกับปัญหาเลี้ยงลูกมานาน แต่เพิ่งรู้ว่าไม่ใช่ลูกตัวเอง มีคนคุยใหม่เขาก็ไม่ยอมรับ โดย “คุณโจ๋ (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘ผมอายุเท่านี้เคยผ่านการแต่งงานมีครอบครัวมาแล้ว ผมคบกับคนนี้มาสิบปีก็ปกติดีทุกอย่าง จนวันหนึ่งผมจับได้ว่าเขาคุยกับผู้ชายคนอื่น ซึ่งข้อความนั้นเป็นการอัปเดตเรื่องลูกซะส่วนใหญ่ ผมสงสัยก็เลยเก็บข้อมูลมาเรื่อย ๆ จนเพิ่งได้รู้ว่าลูกที่ผมเลี้ยงมาตั้งนานไม่ใช่ลูกของผม เรื่องมันเกิดจากตอนนั้นอายุ 24 ปี เขาท้องผมก็คิดว่าเป็นของผม ก็แมน ๆ เลยรับเป็นลูก ผมก็เลี้ยงมาอย่างดี อนาคตดีเลย พอผมมาเห็นแชทก็ใจสลาย ไปถามเขาเขาก็ไม่ยอมรับจนต้องเปิดแชทให้ดู เขาก็ยอม หลังจากนั้นเราก็เลิกกันด้วยดี ตอนนี้ลูกยังอยู่กับผมเพราะผมผูกพันธ์ไปแล้ว และที่บ้านของผมก็รัก ทางด้านแฟนเก่าผม หลังจากเลิกรากันไปก็มีครอบครัวใหม่ของเขาแล้ว ไม่ค่อยได้มาหาลูกเท่าไหร่ หลังจากแยกกันได้ 3 ปี ตัวผมก็แอบชอบผู้หญิงคนหนึ่งมาเป็นปีแล้ว วันหนึ่งมีโอกาสได้คุยกัน ผมเปิดใจไม่มีอะไรปิดบัง เริ่มตั้งแต่เล่าโปรไฟล์ว่าผมมีลูกมาแล้ว เล่าเรื่องทุกอย่างเพราะไม่อยากให้มีปัญหาในภายหลัง เขาก็โอเค คุยกันไป 6-7 เดือน ปมอันนี้ก็ทำให้ผมไม่สามารถก้าวข้ามผ่านไปคบกับเขาได้ เพราะเขามาว่าผมว่า “พี่โง่ปะวะ ไปรับลูกใครมาเลี้ยงก็ไม่รู้” ทั้ง ๆ ที่เขารู้โปรไฟล์ผมตั้งแต่แรกอยู่แล้ว เขาก็ตึงใส่ผม ตอนแรกก็คุยกันมาดีโทรคุยกันบ้าง แต่พอพูดถึงลูก เขาก็อารมณ์ขึ้นทันที เขาบอกว่ามันเป็นปมของเขา เขาบอกอีกว่าถ้าเขาเจอผู้ชายที่ฐานะเท่ากันกับผมแล้วไม่มีลูก เขาพร้อมเขี่ยผมทิ้งได้ตลอด แต่ที่เขายังคุยอยู่ถึงทุกวันนี้เพราะผมมีประโยชน์ ผมช่วยเหลือเขาได้ตลอด อยากได้อะไรผมหาให้ พาไปไหนผมก็พาไป อยากลงทุนผมก็ช่วยเสนอแนวคิดให้ ผมแบ่งเวลาให้กับเขาและลูกได้ ผมก็เลยอยากถามพี่ ๆ ดีเจว่า เวลามองมาเห็นผมมีโปรไฟล์แบบนี้ ผู้หญิงเขาจะมองแบบไหน? แบบเขาหรอ? และการตัดสินใจรับลูกคนอื่นมาเลี้ยง ผมตรรกะเพี้ยนมั้ย? ชอบมีคนพูดกับผมแบบนี้… ซึ่ง “ดีเจเผือก” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘ต้องเริ่มที่ตัวคุณโจ๋ก่อน ถ้ามีความตั้งใจที่จะไม่บอกความจริงกับลูกแล้วจะเลี้ยงเขาเหมือนลูกแท้ ๆ ต้องเลิกคิดว่าลูกเป็นลูกของคนอื่นก่อน เมื่อไหร่ก็ตามที่มีคนมาว่าเราโง่ที่ไปเลี้ยงลูกคนอื่น ให้ตอบกลับไปว่า “อย่ามายุ่งกับลูกกู” ที่บอกว่าตายแทนลูกคนนี้ได้ จงประพฤติแบบนั้น แล้วเขาจะไม่มีคุณค่าพอที่จะอยู่ในชีวิตของเราอีกต่อไป ต่อไปประเด็นผู้หญิงคนอื่นจะคิดแบบนี้มั๊ย บอกเลยว่า ไม่ อาจจะมีคนที่คิดแบบนี้และไม่ได้คิดแบบนี้ เพราะยิ่งสมัยนี้มีอีกมากมาย การหย่าร้างกัน มีลูก มีความรักครั้งใหม่ เขาก็ดูแลในแบบที่เข้าใจกันได้ อย่าให้ความคิดแย่ ๆ ของผู้หญิงคนนึงมาทำให้เราผิด ซึ่งมันจะย้อนกลับไปที่ข้อแรกว่าคุณจะตั้งคำถามกับการมีลูกคนนี้ว่าเป็นปัญหาในชีวิตคุณหรือเปล่า ซึ่งมั่นไม่ควร โจ๋ไม่ควรลังเลว่าตัดสินใจถูกหรือผิด ตอนนี้มันขัดกันเองอยู่ ณ วันนั้นที่รับมาเขาคือลูกของเรา ณ วันนี้ไม่ว่าเราจะเจอความจริงอะไรก็ตาม เขาก็คือลูกของเรา ถ้าทำให้ตัวเองเชื่อว่าเขาคือลูกของเราได้ มันจะไม่มีคำถามอื่นแล้ว’ ต่อไป “ดีเจต้นหอม” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘ผู้หญิงไม่ได้คิดแบบนี้ทุกคน พี่มองว่าผู้หญิงที่หยาบคายแบบนั้นคือส่วนน้อยแค่โจ๋เลือกผิดคน เพราะคำพูดแต่ละคำไม่ให้เกียรติเราเลยสักนิด โง่ที่สุดของโจ๋ไม่ใช่การเก็บลูกคนนี้มาเลี้ยง แต่เป็นการเลือกผู้หญิงคนนี้เข้ามาอยู่ในชีวิต ถึงเขาจะมองเรามีประโยชน์ แต่พี่ไม่เห็นประโยชน์ในตัวเขาเลย ถ้าเอาเข้ามา Toxic แน่นอน ถ้าลูกเราเป็นที่หนึ่งแล้วคนที่เข้ามาใหม่ต้องเดินไปพร้อมกับครอบครัวเราได้ ไม่ใช่มาเห็นแก่ตัว ผู้หญิงคนนี้ยังต่ำกว่ามาตรฐาน’ สุดท้าย “ดีเจเติ้ล” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘ผู้หญิงดี ๆ ถ้าได้ฟังเรื่องราวนี้แล้วเค้าจะพูดว่า "โจ๋เป็นสุภาพบุรุษมากเลย, โจ๋มีความเป็นพ่อที่ดีเลย, พอรู้ความจริงแล้วยังเลี้ยงต่อนี่คือหัวหน้าครอบครัวที่พึ่งพาได้สุด ๆ" ผู้หญิงดี ๆ จะคิดแบบนี้ ส่วนผู้หญิงคนนั้นเป็นยังไงไปคิดเอาเอง ซึ่งที่โจ๋บอกว่าคบผู้หญิงคนนี้บอกกันทุกอย่างแบบไม่ปิดบังแม้กระทั่งเรื่องลูก สำหรับพี่ พี่มองว่าไม่จำเป็นต้องบอกใครเลยเพราะเขาคือลูกโจ๋ ผู้หญิงที่เข้ามาต้องเป็นอีกคนที่ทำให้โจ๋นั้นสมบูรณ์ ไม่ใช่เข้ามาให้ตั้งคำถามกับลูก ใครที่เข้ามาทำให้ลังเลสามารถตัดออกจากชีวิตได้เลย’ ทั้งนี้ “ดีเจต้นหอม” ได้ฝากไว้ว่า ‘ลูกต้องไม่ใช่ปมของเรา ลูกคือความสุข อย่าทำให้ความสุขนี้หายไป’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

เจอแต่ผู้ชาย “โปรไฟล์ดีๆ” รู้สึกดี แต่พอถึงขั้นจะต้องจริงจัง นัดเจอ หนูกลับเป็นฝ่ายที่ไม่กล้าเจอ เพราะ แอบเข้าไปส่อง IG ส่องโปรไฟล์เขามาแล้ว ก็คิดไปเองว่า เราไม่คู่ควรกับเขาเลย 4 คนแล้ว ที่เรารู้สึกแบบนี้

31 ม.ค. 2025

เจอแต่ผู้ชาย “โปรไฟล์ดีๆ” รู้สึกดี แต่พอถึงขั้นจะต้องจริงจัง นัดเจอ หนูกลับเป็นฝ่ายที่ไม่กล้าเจอ เพราะ แอบเข้าไปส่อง IG ส่องโปรไฟล์เขามาแล้ว ก็คิดไปเองว่า เราไม่คู่ควรกับเขาเลย 4 คนแล้ว ที่เรารู้สึกแบบนี้

เจอแต่ผู้ชาย “โปรไฟล์ดีๆ” รู้สึกดี แต่พอถึงขั้นจะต้องจริงจัง นัดเจอ หนูกลับเป็นฝ่ายที่ไม่กล้าเจอเพราะ แอบเข้าไปส่อง IG ส่องโปรไฟล์เขามาแล้ว ก็คิดไปเองว่า เราไม่คู่ควรกับเขาเลย 4 คนแล้วที่เรารู้สึกแบบนี้ จะสร้างความมั่นใจให้ตัวเองกล้าอยู่ในความสัมพันธ์ที่จริงจังยังไงดีคะ? “คุณน้ำตาล (นามสมมติ)” อายุ 22 ปี สายที่สองในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา [29 ม.ค. 68] ได้โทรเข้ามาปรึกษา “ดีเจเผือก – ดีเจเติ้ล – ดีเจต้นหอม” เกี่ยวกับปัญหาความไม่มั่นใจในตัวเองที่ส่งผลต่อความรัก ความสัมพันธ์ โดย “คุณน้ำตาล (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘หนูเป็นคนที่ขาดความมั่นใจในตัวเองมาก ๆ จนกระทบต่อชีวิตและความสัมพันธ์ หนูเคยเลิกกับผู้ชายมาแล้ว 4 คน เพราะรู้สึกว่าตัวเองไม่คู่ควรกับเขา ตั้งแต่เด็ก ครอบครัวเลี้ยงหนูให้พึ่งพาตัวเอง ไม่ซัพพอร์ตเรื่องที่มองว่าไม่จำเป็น เช่น การเที่ยวเล่นหรือการซื้อของฟุ่มเฟือย ฐานะที่บ้านก็เป็นฐานะปานกลาง แต่หนูก็ต้องหาเงินเองมาตลอด และหนูก็เริ่มมองคนที่ประสบความสำเร็จ สวยๆ รวยๆ และเก่งๆ เพราะหนูอยากเป็นแบบนั้น รู้สึกว่าการมีเงินทำให้ชีวิตดีขึ้น ซึ่งหนูมองว่าความคิดนี้มันก็ดี เพราะผลักดันให้หนูพยายามพัฒนาตัวเองอยู่ตลอด เพราะตอนที่เราเริ่มมีเงิน ชีวิตมันก็ดีขึ้นเรื่อยๆ จริงๆ แต่ข้อเสียคือ หนูจะชอบเอาตัวเองไปเปรียบเทียบกับคนที่ดูดีและมีพร้อมทุกอย่าง จนเกิดความรู้สึกด้อยค่าตัวเอง รู้สึกซึมไปเลยว่าเราจะมีแบบนี้ได้มั้ย แล้วทำไมเราถึงไม่มีชีวิตแบบนี้? ต่อให้หนูจะมีแล้ว แต่หนูรู้สึกว่ามันยังไม่พอ เท่าไรก็ไม่พอ หนูอิจฉาคนที่มีอาชีพดี ชีวิตสบาย และครอบครัวที่ซัพพอร์ตโดยไม่ต้องดิ้นรน ไม่ต้องลำบาก พอหนูเข้าใกล้ช่วงเรียนจบ หนูก็สร้างฐานะของตัวเองได้ในระดับที่ไม่ต้องลำบากเหมือนเมื่อก่อน มีบ้าน มีรถ และเริ่มมีคนที่มีฐานะดีเข้ามาจีบ แต่พอความสัมพันธ์เริ่มจริงจัง หนูกลับคิดมาก เริ่มเปรียบเทียบตัวเองกับสังคมและเพื่อนรอบข้างของเขา แล้วก็รู้สึกว่าตัวเองสวยไม่พอ ฐานะปานกลาง หนูรู้สึกแย่มาก หนูเลยเลือกที่จะถอยห่างและหายไปแบบเงียบ ๆ เพราะไม่อยากคิดมากซ้ำ ๆ เป็นแบบนี้กับคนที่เข้ามาถึงสี่ครั้งแล้ว จนมาถึงช่วงสิ้นปีที่ผ่านมา หนูได้รู้จักผู้ชายคนหนึ่งผ่านแอปฯ แล้วก็คุยกัน เลยได้แลก IG กัน หนูก็แอบอึ้งเพราะเขามีผู้ติดตามเยอะ และเป็นนักกีฬาระดับประเทศ มีหน้าตาดี จนเพจต่าง ๆ เอาไปลง และมีแฟนคลับสาว ๆ กรี๊ดเยอะ แรก ๆ หนูไม่ได้คิดอะไรมาก คุยกันตามปกติ แต่พอได้ลองพูดคุยจริง ๆ หนูกลับรู้สึกว่าเราเข้ากันได้ดีมาก ทั้งเรื่องฐานะ การงาน ปัญหาชีวิต รวมถึงความสัมพันธ์เก่า ๆ ของเขา เขากล้าเปิดใจและคุยกันจนหนูรู้สึกสบายใจมาก ไลฟ์สไตล์ก็ตรงกัน จนมันถึงในจุดๆนึงที่เขาอยากเจอหนู แต่ความรู้สึกเดิม ๆ ของหนูก็กลับมาอีก หนูเริ่มกังวล หนูรู้สึกไม่มั่นใจ ไม่พร้อม หนูก็เลยหาข้ออ้างมาเรื่อยๆที่จะไม่ไปเจอเขา เขาเองก็เริ่มรู้สึกไม่ดีที่หนูเป็นแบบนี้ สุดท้ายความสัมพันธ์เราก็เริ่มห่างกันไป ต่างคนต่างหาย หลังจากนั้น หนูลงสตอรี่แล้วเขาตอบกลับมา เราเลยกลับมาคุยกันอีกครั้ง แต่ครั้งนี้หนูรู้สึกว่าเราเข้าใจกันมากกว่าเดิม จนถึงจุดที่ต้องเจอกันอีกครั้ง แต่หนูยังไม่มั่นใจเหมือนเดิม หนูก็ยังคงหาข้ออ้างไม่ไปหาเขาเหมือนเดิม หนูกังวลเพราะเพื่อนของเขาสวยมาก สังคมเขาครบมาก หนูกลัวว่าตัวเองจะไม่ดีพอสำหรับเขา หนูกลัวผิดหวัง และสงสัยว่าทำไมเขาถึงมาชอบหนู ทั้งที่คนรอบตัวเขามีแต่คนที่ดูดีและสมบูรณ์แบบ หนูก็เลยอยากจะมาปรึกษาพี่ ๆ ว่า หนูควรทำยังไงถึงจะก้าวข้ามความรู้สึกนี้ไปได้? ถึงจะไม่เจอคนนี้ แต่พอไปเจอคนอื่นต่อไป หนูไม่อยากจะหนีเขาไปอีกแล้ว เพราะเราก็มีโอกาสมาอยู่ข้างหน้าแล้ว’ เริ่มที่ “ดีเจต้นหอม” ให้คำปรึกษาว่า ‘ถ้าความไม่มั่นใจของหนูรุนแรงจนกลัวไปหมด อาจต้องลองปรึกษานักจิตวิทยา เพราะต่อให้หนูไปเจอเขา ก็ไม่มีอะไรการันตีว่าความสัมพันธ์จะราบรื่น และอย่ากังวลที่เขาจะมีแต่คนสวย ๆอยู่รอบตัว ผู้ชายไม่ได้ชอบผู้หญิงสวยทุกคน บางคนมองหาคนที่ใช่ และไม่ใช่แค่เขาที่เป็นฝ่ายเลือก หนูก็มีสิทธิ์เลือกเหมือนกัน แต่ถ้าความรู้สึกนี้มันฝังลึกจริง ๆ การพบนักจิตวิทยาอาจช่วยได้’ ต่อมา “ดีเจเติ้ล” ให้คำปรึกษาว่า ‘หนูต้องเลิกเปรียบเทียบตัวเองกับคนอื่นก่อนเลย เพราะว่าไม่มีทางที่หนูจะสวยที่สุด ดีที่สุด รวยที่สุด เพราะทุกอย่างจะมีขั้นกว่าเสมอ ถ้าหนูเทียบตัวเองกับคนอื่นไปเรื่อย ๆ จะไม่มีวันพอใจในตัวเอง และโลกโซเชียลเต็มไปด้วยภาพที่แต่งมาแล้ว หนูต้องเป็น The Best Version of ตัวเอง และอย่าลืมว่า ถ้าหนูไม่มีอะไรดี ทำไมถึงมีผู้ชายสี่คนมาสนใจ? ’ สุดท้าย “ดีเจเผือก” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘ในอีกมุมหนึ่ง คนที่ใช่สำหรับเรา ควรทำให้เรารู้สึกมีคุณค่า ไม่ใช่ทำให้เราด้อยกว่าคนอื่น บางทีหนูอาจเคยเจอคนที่ดีแล้ว แต่ไม่ได้ให้โอกาสเขา และลอง Social Detox ถ้าหนูรู้ว่าตัวเองเปรียบเทียบกับโซเชียลจนเป็นปัญหา การลดการใช้ลงอาจช่วยให้หนูรู้สึกดีขึ้น‘เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

คบแฟนได้ 6 เดือน แฟนบอกว่ามี FWB กับผู้หญิงอีกคน ตอนแรกคิดว่าพูดเล่น หลังๆเริ่มชวนไปกินข้าวกัน 3 คน แฟนหนูสั่งน้ำโปรดให้เขา ตักข้าวให้เขา จนหนูรู้สึกว่า "เรายังเป็นแฟนอยู่ไหม" พีคสุด เจอแชทเขาคุยเสียวกัน

10 พ.ค. 2024

คบแฟนได้ 6 เดือน แฟนบอกว่ามี FWB กับผู้หญิงอีกคน ตอนแรกคิดว่าพูดเล่น หลังๆเริ่มชวนไปกินข้าวกัน 3 คน แฟนหนูสั่งน้ำโปรดให้เขา ตักข้าวให้เขา จนหนูรู้สึกว่า "เรายังเป็นแฟนอยู่ไหม" พีคสุด เจอแชทเขาคุยเสียวกัน

คบแฟนได้ 6 เดือน แฟนบอกว่ามี FWB กับผู้หญิงอีกคน ตอนแรกคิดว่าพูดเล่นหลังๆเริ่มชวนไปกินข้าวกัน 3 คน แฟนหนูสั่งน้ำโปรดให้เขา ตักข้าวให้เขาจนหนูรู้สึกว่า "เรายังเป็นแฟนอยู่ไหม" พีคสุด เจอแชทเขาคุยเสียวกันตอนนี้เขาบอกไม่ได้ยุ่งกันแล้ว หนูควรเชื่อและคบแฟนต่อดีไหม? “คุณมน (นามสมมติ)” อายุ 32 ปี สายแรกในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา [8 พ.ค. 67] ได้โทรเข้ามาปรึกษา ‘ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม’ เกี่ยวกับปัญหารักของเราสามคน เพราะแฟนของคุณมนแอบมี FWB ลับหลัง โดย ​“คุณมน (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘มนมีแฟนอยู่คนหนึ่ง ซึ่งก่อนที่จะคบกัน คู่ของเราก็มีการพูดคุยดูใจกัน เหมือนคู่อื่น ๆ แต่ช่วงที่เรายังคุยกันอยู่ ทางฝ่ายชายก็ชอบเอ่ยปากว่า เขาอยากมีภรรยาสองคน แต่มนก็คิดว่าที่เขา พูดมันเป็นเรื่องขำ ๆ เพราะมนก็ถามเขาเกือบทุกครั้งว่า มันมีทางเป็นไปได้จริง ๆ หรอ ? เขาก็ตอบว่า ไม่มีอะไร เขาแค่ถามเล่น ๆ แค่ลองถามดู ซึ่งมนก็เป็นคนที่ไม่ได้คิดอะไรก็ลองคุยต่อไป ระยะเวลาก็ผ่านไป เราใช้เวลาคุยกัน 6 เดือน หลังจากนั้นก็เลยตัดสินใจคบกันดู ซึ่งตลอดระยะเวลาประมาณ 1 ปีที่คบกันมา มันเป็นความสัมพันธ์ที่ดีมาก เทคแคร์ ดูแล ใส่ใจกันมาตลอดทั้งเขาทั้งเรา แต่อยู่มาวันหนึ่ง เขาก็อยากพามนไปทานข้าวกับ “บี (นามสมมติ)” มนก็ถามเขาว่า บีเป็นใคร ? เขาก็เล่าให้ฟังว่า บีเป็น FWB กับเขามาก่อน เป็นแบบนี้มานานแล้ว และปัจจุบันนี้ ก็ยังเป็นอยู่ ซึ่งมนคิดว่า เขาคงอยากให้ความคิดของเขามันเป็นจริงมั้งคะ ความคิดที่ว่า… เขาอยากมีภรรยาสองคน ความพีคก็ คือ มนก็ตอบ ตกลง ยอมที่จะไปทานข้าวกับพวกเขา ซึ่งเป็นตัวของมนเองที่ปล่อยเลยตามเลย เพราะตอนนั้นมนแค่รู้สึกว่า ยังเลิกกับเขาไม่ได้ และ ยังรักเขาอยู่ และมนก็คิดว่า บนโลกใบนี้ ยังมีความสัมพันธ์อีกมากมายที่เรายังไม่รู้จัก ก็เลยอยากจะลองเปิดใจดูว่า มันอาจจะดีหรือว่ามันอาจจะเป็นไปได้หรือไม่ได้ อยากลองดูสักตั้งให้มันรู้ ดีกว่าปฏิเสธตั้งแต่ต้น หลังจากตกลงไปทานข้าวด้วยกัน มนก็ถามแฟนว่า ให้เราไปรับไหม ? เพื่อที่เราจะได้ไปร้านด้วยกัน เขาก็บอกว่า ไม่เป็นไร เดี๋ยวเขาไปเอง แต่พอมนไปถึงที่ร้าน มนกลับเจอเขามากับบีก่อนแล้ว พอถึงเวลาทานอาหาร มนก็นั่งข้างแฟน ส่วนบีก็นั่งฝั่งตรงข้าม ต้องขอเกริ่นก่อนว่า มนเป็นคนที่ชอบดื่มโคล่า ซึ่งมนก็คิดว่า บีก็ชอบดื่มเหมือนกัน แต่พอเริ่มสั่งอาหาร แฟนของมนกลับสั่งน้ำเปล่าให้มน แต่สั่งโคล่าให้บี มนก็เริ่มมีอารมณ์นิดหน่อยที่แฟนจำของเราไม่ได้ แต่กลับจำของบีได้ แต่มนก็ยังเดินอยู่ในทุ่งลาเวนเดอร์อยู่ คิดว่า เขาคงรู้จักกันมานาน ระหว่างที่ทานข้าวแฟนของมนก็ตักข้าวให้ทั้งตัวเราและบี สลับวนอยู่แบบนี้ตลอด ส่วนบทสนทนาบนโต๊ะอาหาร ส่วนใหญ่จะพูดถึงการทำธุรกิจ เพราะมนกับแฟนวางแผนกันว่า จะเปิดบริษัทร่วมกัน โดยตามหลักของการเปิดบริษัทจะต้องมีผู้ถือหุ้นทั้งหมด 3 คน ซึ่งมนก็คิดว่า ฝ่ายชายน่าจะวางแผนไว้แล้ว ว่าอยากจะให้เป็นตัวเขาเอง มน และบี เรื่องผู้ถือหุ้นในความรู้สึกของมน มนเฉยมาก ไม่มีปัญหาอะไร แต่ว่ามนก็มีเรื่องที่รู้สึกน้อยใจ เพราะหลายอย่างที่แฟนมาขอความคิดเห็น เช่น รูปแบบโลโก้ หรือเรื่องภายในบริษัท แฟนกลับเลือกความคิดเห็นของบีมากกว่าของมน หลังจากนี้ เราก็เริ่มที่จะทะเลาะกัน เขาก็มีคำพูดที่ว่า จริง ๆ เราเลือกคนอื่นมาเป็นผู้ถือหุ้นก็ได้นะ ไม่จำเป็นที่ต้องเป็นเธอ และเธออย่าคิดว่า เรามาหลอกเธอ เพราะเธอจะไม่ถือหุ้นก็ได้ แต่เราต้องไม่เลิกกันนะ เรายังอยากมีเธออยู่ข้าง ๆ เรา ซึ่งการทำธุรกิจร่วมกันนี้ มนไม่มีการลงทุนลงเงิน เพราะมนรับผิดชอบด้านบัญชี ต้องลงแรง จึงไม่จำเป็นต้องลงเงิน ซึ่งมนไม่รู้ว่า เขาเข้าหามน เพราะทำบัญชีได้ เลยมาหลอกเอาผลประโยชน์ จากมนหรือเปล่า ? หลังจากที่กลับมาจากการรับประทานอาหารกัน มนก็มานั่งตกตะกอนความคิด ก่อนที่จะตัดสินใจคุยกับเขา อย่างเปิดใจว่า เรารู้สึกไม่โอเคกับความสัมพันธ์แบบนี้ เราไม่สามารถรับมือและไปต่อได้ เธอต้องเป็นคนเลือกแล้วว่า เธอจะอยู่กับเขา หรือเธอจะอยู่กับเรา ซึ่งถ้าเธอจะอยู่กับเรา เธอก็ไปเลิกกับเขามาให้ชัดเจน ไปหาหลักฐานหรืออะไรก็ตามมายืนยันให้ได้ว่า เธอได้เลิกกับเขาแล้วจริง ๆ หลังจากนั้น เขาก็ไปเคลียร์กันมา เขากลับมาบอกเราว่า เขาเลือกเรานะ แต่สิ่งที่ทำให้เรารู้สึกว่า เราพลาด คือ เขาแคปแชทมาให้ดูว่า เขาได้บอกเลิกกับทางฝั่งนั้นแล้ว และเราก็เลือกที่จะไม่ทักถามฝ่ายหญิง เพราะโดยปกติเราก็ไม่เคยเช็คโทรศัพท์ของกันและกัน จากนั้นมนก็กลับมาเชื่อใจและให้โอกาสเขาอีกครั้ง จนกระทั่งเข้าปีที่ 2 แฟนของเราก็เริ่มพูดถึงชื่อของบีเยอะขึ้น อย่างเช่น นั่งดูหนังกันอยู่ เขาก็จะพูดแล้วว่า เรื่องนี้บีบอกว่าสนุกนะ หรือว่า ข้าวร้านนี้บีบอกว่าอร่อยนะ ซึ่งเราเป็นสายนิ่งเงียบอยู่แล้ว เวลาได้ยินชื่อก็ทำนิ่งไว้ แล้วก็ตามน้ำเขาไปว่า อ๋อ เหรอคะ พอเขาหลับเราก็แอบเช็คมือถือ เราได้แต่ภาวนาคิดว่า เขาคงคุยกันเรื่องงานที่บริษัท แต่ภายในแชทกลับกลายเป็นว่า เขาคุยไปในทาง 18+ มีการส่งรูปลับหากัน ไม่ได้มีเรื่องงานปนอยู่เลย ณ วันที่เราเห็น เราก็รู้สึกช็อคมาก เหมือนกลับว่าจะเป็นลม ในคืนนั้นมนก็เก็บเสื้อผ้าออกไปนอนอยู่ที่โรงแรม 2-3 วัน และใช้เวลาอยู่กับตัวเอง แต่ก็ยังต้องไปทำงานอยู่ ความรู้สึกคือตีกันหนักหน่วงมาก พอได้สติเราเลยเลือกที่จะกลับไปคุย และถามเขาว่า มันเกิดอะไรขึ้น ? ซึ่งเหตุการณ์ตอนนั้นมันกลายเป็นสงครามแล้ว มนทะเลาะกับเขา และบีด้วย ฝ่ายชายก็บอกว่า มันไม่มีอะไร มันเป็นเพียงข้อความที่คุยกันเท่านั้น เขาไม่ได้ไปมีสัมพันธ์อะไรกันเลยตั้งแต่ตอนนั้น มันจบกันนานแล้ว เธอก็เห็นว่า เราก็อยู่ด้วยกันทุกวัน คุยจบมนก็เลือกที่จะทักหาบีต่อว่า ทำไมถึงคุยกันแบบนี้ คือถ้าผู้หญิงบอกว่าผู้ชายมาหลอกเขา เราจะได้ด่าผู้ชายคนเดียวให้จบ แต่ผลสรุปแล้ว บีก็รู้เรื่องทั้งหมดอยู่แล้ว บอกมนว่า ขอโทษที่พิมพ์ไปแบบนั้น ก็คนมันเคยคุยกันแบบนี้ แต่จะไม่คุยกันแบบนั้นอีกแล้ว แล้วก็ขอโทษเรา ตั้งแต่ตอนนั้นจนถึงตอนนี้ มนก็ยังคบกับแฟนมาจนถึงปัจจุบัน ส่วนเหตุผลที่มนไม่เลิก แม้ว่าจะเจอเหตุการณ์อะไรสารพัด เป็นเพราะฝ่ายชายเคยพูดว่า เราอยู่ด้วยกันมา เขาเทคแคร์ ดูแลเราดีมากเลยในสถานะของแฟน ซึ่งตรงนี้มนก็ไม่เถียง เขาก็เลยถามเราว่า เขาทำผิดแค่นี้เอง ทำไมมนถึงไม่มองข้อดีของเขาบ้าง ? แต่มนกลับรู้สึกว่า ที่เราอยู่ด้วยกันตอนนี้ มันเป็นเพราะความผูกพัน ซึ่งมนไม่รู้ว่าจะเดินออกมาจากเขายังไง หรือจริง ๆ แล้ว มนยังรักเขาอยู่ ? ซึ่งมนอยากถามพี่ ๆ ดีเจว่า มนควรไปต่อหรือพอแค่นี้แบบ… เลิกกันไปเลย โดย “ดีเจต้นหอม” ก็ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘ถ้ามนรู้สึกไม่โอเคกับการที่เขายังมีบีอยู่ มนก็ได้คำตอบแล้วว่า มนต้องเดินออกมา แล้วถ้ามนคิดว่าปัญหานอกใจเป็นเรื่องใหญ่ มนก็ไม่ต้องคิดแล้ว เดินออกมาเลย ซึ่งถ้ามนคิดว่า ความผิดมันสามารถหักล้างกับความดีของเขาได้ มนแน่ใจใช่ไหมว่า มนจะทนไหวกับสถานการณ์ แบบนี้ได้ไปตลอดชีวิต สรุปแล้วพี่ว่า มนกำลังสับสนในตัวเอง คือมนไม่ได้อยากเลิก แต่สิ่งที่เกิดขึ้น มนก็ไม่สามารถรับได้ มนก็แค่รอวันที่มนทนไม่ไหว จนมนต้องเลิก สมมติว่าวันนี้มนจะซื้อบ้านหนึ่งหลัง เหนื่อยมากอยากจ่ายก้อนไปเลย แต่วันนี้มนเลือกที่จะจ่ายดอกเบี้ยไปก่อนเรื่อย ๆ จนกว่ามนจะหมดแรง แต่บ้านมันยังดีที่มันเป็นของเรา แต่นี่คือมนจ่ายโดยไม่รู้เลยว่า สุดท้ายแล้วจะเป็นของเราหรือเปล่า ? เพราะเขาเองก็พยายามสื่อและบอกมนมาตลอดว่า เขาต้องการมี 2 คน เขาพยายามบอกมนแล้วตั้งแต่วันแรก เราแค่ไม่ได้ฟังเสียงเขาเอง คือเอาจริงก็ฟัง แต่ไม่เอามาคิด ไม่ยอมรับว่า เขาเป็นคนแบบนี้ ซึ่งคนนี้เขาไม่ใช่คนซื่อสัตย์ เพราะถ้าเขาซื่อสัตย์ เขาจะไม่เอา FWB มารู้จักกัน เขาจะตัดตั้งแต่ตอนนั้น ไม่ว่าจะต่อหน้าหรือลับหลัง คือตอนนั้นเขาเผื่อฟลุ๊ค เผื่อว่า มนจะยอม แต่สรุปมนไม่ยอม แทนที่เขาจะตัด แต่เขาก็เลือกทำต่อแปลว่า เขาไม่ใช่คนซื่อสัตย์ ลองเทียบว่า อยู่คนเดียวกับการที่มีเขาอยู่อันไหนสบายใจกว่ากัน’ ต่อด้วย “ดีเจเผือก” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘พี่ถึงถามไงว่า ถ้าพี่บอกให้เลิก คนทั้งอินเตอร์เน็ตก็บอกให้เลิก มนทำได้หรือเปล่า ? เพราะวันนี้มนเองก็ไม่ได้มีน้ำเสียงที่พี่รู้สึกว่า มนสามารถตัดสินใจเลิกได้ คือการที่เจอแบบนี้ 2 รอบ เป็นคนอื่นอาจจะไปแล้ว แต่ความอดทนนมนอาจจะสูงกว่า มนก็แค่ต้องอยู่ไปเรื่อย ๆ แบบที่พี่หอมบอก จนกว่ามนจะทนไม่ได้ เดี๋ยวมนก็เดินออกมาเอง เพราะความอดทนนของคนเราไม่เท่ากัน ของมนพี่ว่า น่าจะมีความทนทานสูงอยู่ แล้วก็ไม่ต้องไปคิดว่ายังรักหรือว่าผูกพัน มันไม่สำคัญ เพราะสุดท้ายแล้วมนก็ยังเลิกกับเขาไม่ได้ มนยังไม่ใจแข็งพอที่จะเลิกกับเขา ไม่ต้องถามหาสาเหตุ’ สุดท้าย “ดีเจเติ้ล” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘พี่มองว่า ช่วงระยะเวลา 2 ปีนี้มันยากก็จริง แต่ถ้าเทียบว่า ปล่อยให้มันเป็นไปแบบนี้ แล้ววันหนึ่งเขาเป็นคนบอกเลิก อันนี้พี่ว่า ไปไม่รอดกว่า เพราะเราเป็นฝ่ายตาย คือตอนนี้มนมีสิทธิเลือก เลิกออกมาก็เจ็บพี่เข้าใจ แต่ถ้ามนจะรอวันนั้น วันที่เขาบอกว่า ออกไปได้แล้ว ซึ่งถ้าวันนั้นมาถึง มนจะไปไม่รอดมากกว่านี้อีก จะยิ่งซ้ำตายกว่านี้อีก เพราะตอนนั้นมนจะรู้สึกว่า ยอมมาขนาดนี้แล้ว แล้วยังมาโดนบอกเลิกอีก พี่ว่ามันเจ็บคนละแบบ แล้วถ้ามนอยากจะมีอนาคตกับผู้ชายคนนี้ คิดภาพแต่งงาน มีลูก แต่มนก็ยังต้องทนกับผู้หญิงคนนี้ตลอดเวลา หรือจะมีผู้หญิงคนอื่นอีก แล้วเราจะยังแข่งอดทนกับบีอยู่เหรอ ?’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

ทุกความประสาทแดx อยู่ที่หัวหน้าคนนี้หมดแล้ว หนูทำงานที่นี่มา 3 ปี มีเรื่องให้ปวดหัวทุกวัน หัวหน้าคนนี้เป็นผู้หญิง อายุประมาณ 40+ แล้ว เดี๋ยวจะเล่าสิ่งที่เขาเคยทำกับหนูให้ฟัง

25 ส.ค. 2025

ทุกความประสาทแดx อยู่ที่หัวหน้าคนนี้หมดแล้ว หนูทำงานที่นี่มา 3 ปี มีเรื่องให้ปวดหัวทุกวัน หัวหน้าคนนี้เป็นผู้หญิง อายุประมาณ 40+ แล้ว เดี๋ยวจะเล่าสิ่งที่เขาเคยทำกับหนูให้ฟัง

ทุกความประสาทแดx อยู่ที่หัวหน้าคนนี้หมดแล้ว หนูทำงานที่นี่มา 3 ปี มีเรื่องให้ปวดหัวทุกวันหัวหน้าคนนี้เป็นผู้หญิง อายุประมาณ 40+ แล้ว เดี๋ยวจะเล่าสิ่งที่เขาเคยทำกับหนูให้ฟัง1.เราทำงาน back office ใส่กระโปรงเลยหัวเข่ามาเกือบจะถึงตาตุ่มแล้ว เขายังบอกว่าเราแต่งตัวโป๊2.เขาตามโซเชียลเรา แล้วจะคอยตอบสตอรี่เรา บอกว่าทำไมเราไปพาน้องที่ทำงานเที่ยว เสียคนหมด3.ไปเข้าห้องน้ำ เขาจับเวลาว่าไปเกิน 10 นาที ทำไมถึงไปนาน 4.เขาสั่งห้ามไม่ให้หนูคุยอะไรกับใครถ้าจะคุยกับเพื่อนร่วมงาน ให้แชทพิมพ์กันเท่านั้น เขาบอกว่าหนูไปชวนคนอื่นคุยอยู่นั่นแหละจริงๆยังมีอีกหลายอย่างที่เจอ แต่ก็ยังอดทนทำอยู่ เงินดี สังคมดี เพื่อนร่วมงานดีทุกคน ติดที่หัวหน้าคนนี้คนเดียว “คุณแนท (นามสมมติ)” อายุ 30 ปี เป็นสายที่ 3 ในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา [20 ส.ค. 68] ได้โทรเข้ามาปรึกษา “ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม” เกี่ยวกับปัญหาที่หัวหน้าชอบแซะและจับผิดเรื่องส่วนตัวและพฤติกรรมต่าง ๆ ทำให้รู้สึกอึดอัดและไม่มั่นใจในตัวเอง โดย “คุณแนท (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘หนูทำงานอยู่ที่บริษัทหนึ่ง เป็นพนักงานออฟฟิศทั่วไป ตอนเข้าทำงานใหม่ ๆ หัวหน้าก็ขอเพิ่มเพื่อนทางโซเชียลมีเดีย หนูก็รับไว้ตามปกติ แต่หลังจากนั้นพี่เขามักจะตอบกลับสตอรี่ของหนูในลักษณะประชดประชันหรือแซะ เช่น เวลาหนูลงสตอรี่ตอนออกไปเที่ยวกลางคืน เขาจะตอบกลับมาว่า "ดื่มแอลกอฮอล์ด้วยเหรอ ไม่บาปเหรอ" หนูไม่รู้จะตอบยังไง เลยกดอีโมจิขำไป นอกจากนั้น เวลาเลิกงาน เขาก็มักจะชวนไปร้องคาราโอเกะหรือทานข้าวกัน วันหนึ่งหนูลงสตอรี่ตามปกติ ซึ่งในภาพมีเพื่อนที่แต่งตัวค่อนข้างเซ็กซี่ติดมาด้วย พี่เขาก็ตอบกลับมาว่า "นี่เธอพาเพื่อนใจแตกเหรอ พาไปที่อโคจรแบบนั้น" หนูรู้สึกไม่โอเคเลย เลยเอาข้อความให้เพื่อนดู ทุกคนก็บอกว่ามันเกินไปแล้ว พี่เขาเป็นคนที่พูดจาแรง ชอบแซะและติคนอื่นอยู่ตลอด โดยเฉพาะกับหนูที่เป็นลูกน้อง เหมือนจะโดนมากกว่าคนอื่น หนูเองก็ชอบเที่ยวบ้างในวันหยุด ซึ่งหนูมองว่าไม่ใช่เรื่องผิด และไม่เกี่ยวกับการทำงาน เรื่องไม่จบแค่นั้น ที่ออฟฟิศเขาก็มักจะพูดย้ำถึงเรื่องที่หนูไปเที่ยว เช่น "เห็นวันก่อนพาเพื่อนไปเที่ยวมา ใส่เสื้อโป๊มากเลย พาเพื่อนใจแตก" เขาติหนูทุกเรื่อง ทั้งที่การทำงานของหนูไม่ได้พบเจอลูกค้าเลย แต่เขากลับตำหนิการแต่งตัวของหนู มีอยู่วันหนึ่งหนูใส่เสื้อครอปสีดำ กับกางเกงยีนส์ขาสามส่วน ซึ่งพอหนูเป็นคนตัวเตี้ย กางเกงมันก็เกือบจะยาวถึงตาตุ่ม หนูก็มั่นใจเพราะคนอื่นในออฟฟิศก็แต่งแบบนี้ บางคนใส่กระโปรงสั้นกว่าหนูอีก แต่พอหนูมาถึงออฟฟิศ เขาเรียกหนูแล้วพูดว่า "แต่งตัวอะไรเนี่ย นี่กระโปรงหรือกางเกง?" แล้วก็สั่งให้หนูหมุนตัว หนูคิดว่าเขาจะชม เลยยอมหมุน แต่เขากลับพูดว่า "แต่งตัวตลกมาก" หนูหน้าเสียเลยกลับไปนั่งที่โต๊ะ พอเล่าให้เพื่อนฟัง เพื่อนก็งงว่า "มันตลกตรงไหน?" แต่หัวหน้ากลับเดินมาหาอีกแล้วบอกว่า "เดี๋ยวน้องถ่ายรูปให้ manager ดูด้วยนะว่าใส่กางเกงขาสั้นมาทำงาน" หนูก็บอกว่า “มันไม่สั้นนะ มันเกือบถึงตาตุ่มแล้ว” เพื่อนก็ช่วยปกป้องว่ามันไม่ใช่กางเกงขาสั้นจริง ๆ เขาก็ยังจะให้ถ่าย หนูเลยปฏิเสธว่า “ไม่สะดวก” เขาก็เดินกลับโต๊ะตัวเองไป ทั้งที่บริษัทไม่มีนโยบายเรื่องการแต่งตัว ทุกคนแต่งตัวตามสบาย บางคนใส่สายเดี่ยวมาทำงานด้วยซ้ำ หลังจากนั้นมีการปรับระบบให้นั่งตามทีม หนูก็ต้องย้ายมานั่งกับหัวหน้า เขาไม่ยอมให้เพื่อนคุยกับหนูเลย ต่อให้คุยเรื่องงาน ก็ต้องพิมพ์คุยอย่างเดียว วันหนึ่งหนูไปเข้าห้องน้ำ ซึ่งรู้ว่าเขาเป็นคนชอบจับผิด หนูก็เลยจับเวลาไว้เอง หนูใช้เวลาประมาณ 17 นาที เขาก็ทักแชตมาทันทีว่า "หายไปนานมาก ถ้าหัวหน้าถาม พี่ไม่รู้จะตอบยังไง" หนูก็ถามกลับว่า “ถ้าหนูจะเข้าห้องน้ำ ต้องขออนุญาตเหรอ?” เขาก็บอกว่า “ไม่ต้องหรอก แค่บอกพี่ไว้หน่อย” เขายังชอบจับผิดหนูว่าเล่นโทรศัพท์ในเวลางาน ทั้งที่ทั้งวันเขาก็นั่งไถโทรศัพท์ คลิกเมาส์ และคุยกับเพื่อน อีกวันหนึ่ง หนูเป็นกรดไหลย้อน ต้องยืนทำงาน แต่เพื่อนแถวนั้นหัวเราะเสียงดัง แล้วพี่เขาหันมามองหนู เข้าใจผิดว่าเป็นหนูหัวเราะ เลยทักมาว่าให้กลับไปนั่งที่ หนูก็บอกว่าหนูไม่ได้คุยแต่เขาก็บอกว่า "ไม่ต้องลุกไปไหนอีก" หนูเคยมีคนจากแผนกอื่นมาทาบทามให้ย้ายงาน ซึ่งพูดต่อหน้าหัวหน้าคนนี้เลย แต่หนูยังไม่กล้ารับปาก เพราะแผนกนั้นดูเป็นงานใหญ่ หนูกลัวจะรับไม่ไหว หนูทำงานที่นี่มา 3-4 ปีแล้ว หนูยังโอเคกับเงินเดือน การทำงาน และสังคมรอบตัว โดยรวมหนูแฮปปี้ ยกเว้นแต่กับหัวหน้าคนนี้ที่ทำให้หนูรู้สึกอึดอัดและเสียความมั่นใจ หนูเลยอยากขอคำแนะนำว่า หนูควรจัดการตัวเองยังไง เวลาหัวหน้าคนนี้ปล่อยพลังลบใส่หนู?’ ซึ่ง “ดีเจต้นหอม” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘ทำอะไรไม่ได้นอกจากตีมึนแล้วใส่หูฟังตลอดเวลา เขาพูดอะไรก็แกล้งไม่ได้ยิน ทำให้เขารู้ว่าเราไม่อยากยุ่งกับเขา ถ้าเขามายุ่งกับเราอีกก็บอกว่าหนูไม่ได้ฟังเพลง หนูแค่ไม่อยากฟังเสียงอย่างอื่น ให้เขารู้ว่างานเราก็เดิน ถ้าเราไม่ได้เป็นอย่างที่เขาพูดเราต้องเถียงกลับไปบ้าง’ ต่อมา “ดีเจเติ้ล” ก็ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘ถ้าหนูทนไม่ไหวหนูก็พูดได้เลยว่าทนไม่ไหว คิดว่ามันเป็นเกมแล้วกัน ว่าแต่ละวันเราจะเจออะไรบ้าง เพื่อให้เรามีพลังทำงานต่อก่อนที่เราจะย้ายงาน เพื่อให้เราอยู่ให้ได้ มีผู้ฟังแนะนำมาว่าให้บล็อกโซเชียลเขาไปเลย ให้หวัหน้ารู้ว่าเขาจะคุกคามเราได้แค่ในออฟฟิศ ในเมื่อเราอยู่กับเขามาได้ 3 ปีแล้ว เราลองทำตัวดี แต่งตัวเรียบร้อย แล้วลองดูว่าเขาจะหาเรื่องอะไรมาด่าเราได้อีก ถ้าหนูคิดว่าไหวก็ทำไป แต่ถ้าไม่ไหวก็ย้ายแผนก ก่อนที่แนทจะไม่ไหวแล้วถึงขั้นต้องพบจิตแพทย์’ และสุดท้าย “ดีเจเผือก” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘อย่าพยายามพูดว่าตัวเองโอเคทั้ง ๆ ที่จริง ๆ เราไม่โอเค บอกได้แค่ให้แนทหายใจลึก ๆ ตั้งสติ เพราะแนทก็ลองทำมาหมดทุกวิธีแล้ว เมื่อไหร่ที่เราพูดถึงเรื่องไหนแล้วเรามันทำให้เราร้องไห้ออกมา มันไม่ใช่เรื่องปกติแล้ว ไม่รู้ที่ผ่านมาเจออะไรมาบ้าง แต่อยากให้ลองพบจิตแพทย์ดู อย่าให้ตัวเองต้องจมอยู่กับสถานการณ์แบบนี้เลย’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

album
efm
-

-