คุณยายป่วยหนักมาก ท่านอาการแย่ลงเรื่อย ๆ ถึงขั้นไม่ได้สามารถเคี้ยวอาหารเองได้ เห็นท่านทรมานแบบนี้ เราเลยคิดว่า ไม่อยากให้คุณยายอยู่บนโลกใบนี้ต่อแล้ว เราคิดแบบนี้ มันผิดมั้ยคะ?

พุธทอล์ค พุธโทร RECAP

คุณยายป่วยหนักมาก ท่านอาการแย่ลงเรื่อย ๆ ถึงขั้นไม่ได้สามารถเคี้ยวอาหารเองได้ เห็นท่านทรมานแบบนี้ เราเลยคิดว่า ไม่อยากให้คุณยายอยู่บนโลกใบนี้ต่อแล้ว เราคิดแบบนี้ มันผิดมั้ยคะ?

26 มิ.ย. 2026

คุณยายป่วยหนักมาก ท่านอาการแย่ลงเรื่อย ๆ 

ถึงขั้นไม่ได้สามารถเคี้ยวอาหารเองได้

เห็นท่านทรมานแบบนี้ เราเลยคิดว่า

ไม่อยากให้คุณยายอยู่บนโลกใบนี้ต่อแล้ว

เราคิดแบบนี้ มันผิดมั้ยคะ? 

      ‘คุณบี’ (นามสมมติ) สายที่ 2 ในรายการ พุธทอล์คพุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (24 มิถุนายน 2569) ได้เข้ามาขอคำปรึกษาจาก ‘ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจพี่อ้อย และ หมอท้อป - นพ.อภิชาติ จริยาวิลาศ จิตแพทย์ Me Center clinic’ เรื่องความรู้สึกที่ติดอยู่ในใจว่าเธอนั้นผิดหรือไม่ ที่คิดว่าไม่อยากให้คุณยายอยู่บนโลกใบนี้แล้ว 

      ‘คุณบี’ อายุ 25 ปี เล่าว่า เธอเติบโตมากับคุณยาย ท่านเป็นคนเก่ง ฉลาด และเคยได้ทุนเล่าเรียนหลวง แต่เมื่อเวลาผ่านไป คุณยายก็อายุมากขึ้น สุขภาพก็อ่อนแอลงจนเดินไม่ไหว จากที่เคยไปเดินเที่ยวด้วยกันบ่อย ๆ คุณยายก็เปลี่ยนมานั่งรถเข็นแทน 

      เมื่อ 2 ปีที่ผ่าน ท่านก็เริ่มป่วยเป็นอัลไซเมอร์ อาการทางสมองทรุดหนักลงไปอีกหลังจากถูกคอลเซ็นเตอร์หลอกเงินไป 2 แสนบาท อาการของท่านทรุดลงจนทำให้ล้มบ่อยมากขึ้นกว่าเดิม เพราะท่านได้ยินเสียงแว่วว่ามีคนเรียกจึงเดินออกไปแบบไม่ได้ใช้ไม้เท้า

      จนกระทั่งเมื่อ 1 ปีที่ผ่านมา ท่านกลายเป็นผู้ป่วยติดเตียง ซึ่งก่อนหน้านี้คุณยายเคยบอกเสมอว่าไม่อยากเป็นอัลไซเมอร์แบบเพื่อน ๆ ของท่าน และสั่งไว้ชัดเจนว่า “ถ้าเป็นอะไรไป อย่าเอาสายมาเจาะ อย่ามายุ่งกับร่างกายของฉัน” แต่พออาการทางสมองแย่ลงจนถึงขั้นเคี้ยวและกลืนอาหารไม่ได้ หมอจึงแนะนำให้ใส่ท่ออาหารทางจมูก ซึ่งในวันที่ใส่ท่ออาหารก็มีเลือดพุ่งย้อนออกมา ทั้งนี้ คุณยายยังมีอาการน้ำท่วมปอดทำให้ต้องเจาะเลือดทุกวัน และยังต้องพักรักษาตัวอยู่ในห้องพิเศษที่มีเวลาเข้าเยี่ยมจำกัด ทำให้เมื่อคุณยายตื่นขึ้นมาแล้วไม่พบใคร ท่านก็ตัดพ้อว่าไม่มีใครอยู่ข้าง ๆ ท่านเลย นอกจากนี้ท่านยังเคยบอกไว้ด้วยว่า อยากให้หยุดการรักษาท่านได้แล้ว 

      เมื่อคุณบีเข้าไปเยี่ยมคุณยายก็เห็นว่าร่างกายของท่านดูทรมาน มือบวม เท้าบวม และไม่มีแรงขยับร่างกาย เธอคิดว่าคุณยายต้องทรมานเป็นอย่างมาก และคิดว่าหากเป็นท่าน ท่านคงไม่อยากให้ตัวเองมีสภาพแบบนี้อย่างแน่นอน นั่นทำให้เธอคิดต่อว่า เธออยากให้ท่านจากไปอย่างสงบตามที่ท่านเคยบอกกับเธอไว้ 

      และถึงแม้ในตอนนี้คุณยายจะจากไปได้ 2 สัปดาห์แล้ว แต่คุณบีก็รู้สึกผิดที่มีความคิดเช่นนั้น เธอจึงอยากถามทุกคนว่า เธอผิดหรือไม่ที่คิดอยากให้คุณยายจากไป 

      ทางด้านเหล่าดีเจและคุณหมอก็ให้คำปรึกษาและยืนยันว่าสิ่งที่คุณบีคิดนั้นไม่ผิดอะไรเลย โดยเริ่มจาก ‘ดีเจเผือก’ ที่ให้มุมมองว่า “ในสถานการณ์นั้นทุกคนย่อมตัดสินใจในสิ่งที่คิดว่าดีที่สุดอยู่แล้ว การที่คุณบีรู้สึกแบบนี้มันไม่ผิดเลย เพราะเราได้สัมผัสและดูแลท่านในจุดที่คนอื่นไม่ได้เห็น แต่ก็ใจเขาใจเรา คนอื่น (ญาติคนอื่น) ก็มีวิธีคิดที่อยากจะให้คุณยายดีขึ้นในแบบของเขา เพราะฉะนั้นแล้ว สำหรับพี่ ความคิดของบีไม่ได้ผิดอะไรเลย”

      ต่อด้วย ‘ดีเจเติ้ล’ ที่เสริมต่อว่า “ตัวพี่เองก็ค่อนข้างที่จะมีความคิดเหมือนกับคุณบี อีกทั้งคุณยายก็ได้แสดงเจตจำนงของตัวเองไว้ชัดเจนแล้ว โรคนี้มันกัดกินจนท่านไม่ใช่ท่านคนเดิม การที่คุณบีอยากให้ท่านสบายและไม่อยากเห็นท่านทรมานจึงไม่ใช่เรื่องที่ผิดอะไร”

      ต่อด้วย ‘ดีเจพี่อ้อย’ ที่เสริมต่อและพูดถึงเรื่อง Living Will (หนังสือแสดงเจตนาล่วงหน้าเกี่ยวกับการรักษาในวาระสุดท้ายของชีวิตที่บุคคลได้แสดงถึงรูปแบบหรือแนวทางการรักษาทางการแพทย์ที่ตนต้องการไว้ล่วงหน้า) มาประกอบอีกว่า “บางทีในช่วงลมหายใจสุดท้ายของชีวิตมันเป็นการตัดสินใจของคนอื่นทั้งหมด ดังนั้นการยื้อชีวิตต้องดูว่าตอนที่ท่านอยู่ท่านมีความสุขมั้ย การที่คุณบีคิดแบบนี้ไม่ได้แปลว่าเราสั่งไม่ให้ท่านอยู่ต่อบนโลกนี้ แต่ทุกอย่างมันเป็นไปตามกระบวนการของร่างกาย”

      และสุดท้ายปิดท้ายด้วย ‘หมอท้อป’ ว่า “มีคนที่มีความรู้สึกแบบนี้และมาระบายเยอะมาก ความรู้สึกนี้มาจากความรักและไม่ใช่เรื่องที่ผิดอะไร แต่อยู่ที่ว่าหลังจากนี้จะทำอย่างไรต่อไปมากกว่า ขอให้คุณบีใช้ชีวิตให้มีความสุข และทำในสิ่งที่คุณยายอยากให้ทำ ซึ่งตัวหมอเองก็เชื่อว่าคุณยายมองลงมาก็จะต้องรับรู้และภูมิใจในตัวคุณบีอย่างแน่นอน”

      ปิดท้ายด้วยดีเจทุกคนก็ช่วยกันเสริมว่า หลังจากนี้ก็ไม่อยากให้คุณบีต้องมารู้สึกแย่กับตัวเองแล้ว

เรื่องราวจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทาง

มีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATION

รับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 20.00 –23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

related พุธทอล์ค พุธโทร RECAP

กลายเป็นมือที่สามของคู่รักที่คบกันมา 10 กว่าปี พอรู้เรื่องก็ถอยออกมา แต่ผู้ชายกลับบอกว่าเลือกเรา ตลอดเวลา 1 ปีที่คบกับผู้ชายคนนี้ เขาเพอร์เฟคแทบทุกอย่าง แต่เรารู้สึกกลัวและหวาดระแวงตลอดเวลาว่าเขาจะทำกับเราเหมือนที่เคยทำกับคนนั้น

24 พ.ย. 2023

กลายเป็นมือที่สามของคู่รักที่คบกันมา 10 กว่าปี พอรู้เรื่องก็ถอยออกมา แต่ผู้ชายกลับบอกว่าเลือกเรา ตลอดเวลา 1 ปีที่คบกับผู้ชายคนนี้ เขาเพอร์เฟคแทบทุกอย่าง แต่เรารู้สึกกลัวและหวาดระแวงตลอดเวลาว่าเขาจะทำกับเราเหมือนที่เคยทำกับคนนั้น

กลายเป็นมือที่สามของคู่รักที่คบกันมา 10 กว่าปีพอรู้เรื่องก็ถอยออกมา แต่ผู้ชายกลับบอกว่าเลือกเราตลอดเวลา 1 ปีที่คบกับผู้ชายคนนี้ เขาเพอร์เฟคแทบทุกอย่างแต่เรารู้สึกกลัวและหวาดระแวงตลอดเวลาว่าเขาจะทำกับเราเหมือนที่เคยทำกับคนนั้นควรไปต่อหรือพอแค่นี้ แล้วถ้าบอกเลิกตอนนี้จะดูงี่เง่าไปไหม... “คุณเอฟ (นามสมมติ)” อายุ 26 ปี สายแรกในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (22 พ.ย. 66) ได้โทรเข้ามาปรึกษา “ดีเจเผือก – ดีเจเติ้ล – ดีเจต้นหอม” กับปัญหาที่ไม่รู้ตัวว่าเป็นมือที่ 3 จนคบกันมาถึงตอนนี้ ก็รู้สึกกลัวและระแวงว่าเขาจะนอกใจเหมือนที่เขาเคยทำ โดย “คุณเอฟ (นามสมมติ)” เริ่มเล่าว่า ‘ประมาณปีที่แล้ว ผู้ชายซึ่งเป็นแฟนในปัจจุบัน เขาเข้ามาจีบ โดยเราไม่รู้ว่าเขามีแฟนที่คบกันมากว่า 10 ปีแล้ว เรามาจับได้หลังจากคบกันมาสักพัก พอเรารู้เรื่อง เราก็ถอยออกมา ให้เขากลับไปจัดการเคลียร์กับทางนั้น เราไม่ยุ่งเกี่ยวด้วย เพราะเราก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเราเข้าไปเป็นมือที่ 3 หลังจากที่เขากลับไปเคลียร์ เขาก็กลับมาบอกว่า “เลือกเรานะ เขารักเราจริงๆ เขาไม่ได้รู้สึกอะไรกับทางนั้นแล้ว เขาขอโอกาสได้ไหม” เราก็เลยลองให้โอกาสเขาดู ตอนนี้มันก็ผ่านมา 1 ปีแล้ว แต่เราต้องใช้ชีวิตแบบหวาดระแวง กลัวว่าเขาจะทำกับเราเหมือนที่ทำกับคนที่เขาคบมานาน กลัวว่าเราจะต้องไปตกอยู่ในสภาพแบบนั้น กลัวว่าคนรอบข้างเขาจะสมน้ำหน้าเรา เพราะว่าคนที่เขาไม่ได้รู้เรื่องราว เขาก็มองว่าเราไปแย่งผู้ชายมา แล้วสิ้นปีนี้ผู้ชายเขาต้องเปลี่ยนงาน ซึ่งตอนที่เขามาจีบหนู ตอนนั้นเขาก็เปลี่ยนงานมาได้ไม่นาน มาเจอสังคมใหม่ หนูก็เลยกลัวมากว่าถ้าเขาเปลี่ยนสังคมไปแล้ว เขาจะทำแบบเดิมหรือเปล่า หนูไม่รู้จะทำอย่างไรกับความสัมพันธ์นี้ ควรไปต่อหรือควรหยุด เพราะตลอดเวลาที่คบกันมาปีกว่า หนูกังวลเรื่องนี้มาโดยตลอด แต่ที่ผ่านมาเขาก็ดูแลดีทุกอย่าง เป็นผู้ชายที่ดีคนนึง เพอร์เฟคในหลายๆ อย่าง มีไม่เพอร์เฟคแค่เรื่องนี้ ถ้าจะไปต่อในความสัมพันธ์นี้จะไปต่ออย่างไร หรือถ้าจะเลิกมันจะดูงี่เง่าไปไหม’ ทาง “ดีเจต้นหอม” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘พี่ว่าทุกความสัมพันธ์ มันตอบไม่ได้หรอก ว่าใครนอกใจหรือไม่นอกใจ เพียงแต่ว่าแค่คนนี้มันมีเชื้อ มันเหมือนเริ่มต้นผิด เริ่มต้นกับคนผิด แต่…มันก็มีเยอะเหมือนกันที่อยู่ด้วยกันกับคนปัจจุบัน ไปจนแก่เฒ่า สิ่งที่วัดคือ วัดจากปัจจุบันว่าผู้ชายคนนี้รักเรามากแค่ไหน ถ้าเขารักเรามาก เขาจะทำอะไรก็ได้ให้เรารู้สึกมั่นใจ ถ้าวันนึงที่เขามีคนอื่น ผู้ชายมันจะเปลี่ยนไปเอง จะเจอเรายากขึ้น เราจะรู้โดยธรรมชาติของเราเองว่าเปลี่ยนไป พอถึงวันนั้นไม่ต้องรอเจอคนใหม่ ให้เราถามตัวเองเลยว่า เราอยู่แล้วเรามีความสุขไหม ถ้าไม่มีความสุขเราก็แค่เดินออกมา ถ้าวันนี้เราจะไปขอเลิกเขา มันดูงี่เง่าไหม สำหรับพี่ถือว่างี่เง่า ถ้าไม่เอาก็ไม่ต้องเอาตั้งแต่วันแรกสิ ที่หนูบอกว่า ‘เขาดีทุกอย่างเลย เขาแค่นอกใจ’ เขาไม่ได้แค่นอกใจ นอกใจไม่ใช่แค่ เพราะถ้ามันแค่ มันจะไม่ใช่ปัญหาใหญ่ของหนูในวันนี้ ถ้าเขาจะนอกใจ เขาก็นอกใจได้ แล้วก็ดีเสียอีก เพราะหนูจะได้ไม่เสียเวลา แต่ถ้าเลิกกันตอนนี้โดยที่เขาไม่มีความผิด มันก็งี่เง่าแหละ แต่เอาเป็นว่าถ้าอยู่กับปัจจุบันแล้วมันไม่มีความสุข ก็ให้เดินออกมา หรือเราต้องคุยกับเขาว่าเรากลัวอะไร อยากให้เขาแสดงความมั่นใจ ถ้าเขารักเราเขาจะทำให้เราได้ เขาอาจจะเลือกเราก็ได้ อาจจะรู้สึกว่าเราใช่แล้ว ไม่อยากเสียเราไป ถ้าถามเขาจะนอกใจไหม มันไม่มีใครตอบได้แม้กระทั่งตัวเขาเอง เขาก็ไม่รู้ว่าวันนึงเขาไปเจอใครแล้วเขาจะหวั่นไหวไหม เขามีความมั่นคงหรือหนักแน่นแค่ไหน ตัวเขาก็ยังไม่รู้ แต่เขารู้แค่ว่าตอนนี้เขามีเรา เขาจะแสดงความมั่นใจให้กับเรา ให้เราอยู่กับปัจจุบันว่าเรามีความสุขไหม’ ต่อมา “ดีเจเผือก” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘อยากจะบอกเอฟอย่างนี้ว่า เวลาเราตัดสินใจคบกับใครสักคน มันก็คือความเสี่ยงทั้งนั้น เพียงแต่ว่าเสี่ยงมากหรือเสี่ยงน้อย ดูจากประวัติในอดีตหรืออะไร แต่ทุกอย่างมันไม่ได้การันตีว่าคนที่เคยบอกเลิกกับแฟนคนนึงเพื่อมาคบกับอีกคนนึง นั่นแปลว่าเขาจะทำอีกแน่ๆ 100% หรือถ้าบอกว่า เขาจะไม่ทำแล้ว เขาเห็นเอฟเป็นรักแท้ มันก็ไม่ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้ หลายๆ เคสมันก็เป็นแบบนี้ เอฟลองคิดว่าเรารับความเสี่ยงกับการคบกันครั้งนี้ได้มากน้อยแค่ไหน ถ้าตื่นมาทุกวันแล้วต้องระแวงในทุกการกระทำที่เขาทำ นั่นแปลว่าธรรมชาติของคุณ ไม่ใช่คนที่สามารถรับความเสี่ยงอะไรแบบนี้ได้ ก็ไม่จำเป็นที่จะเสียเวลา เสียสุขภาพจิตไปกับตรงนี้ อยากให้คอมเม้นต์อีกด้านนึงว่า ถ้าเราเลิกตอนนี้ คนอื่นจะมองเรางี่เง่าแน่นอน แต่สุดท้ายถ้าเอฟรู้ตัวว่าฉันอยู่ไม่ไหว มันหวาดระแวง ไม่มีความสุข จะตัดสินใจยังไงมันก็เป็นเรื่องของเรา เราเคยให้โอกาสเค้า แล้วแต่พอมาคบกันจริงๆ แล้วมันไปไม่รอดอย่างที่เราหวัง จะจบความสัมพันธ์มันก็ได้นะ คนเรามีสิทธิ์ที่จะลอง ถ้าลองแล้วมันไม่ใช่ ก็มีสิทธิ์ที่จะแยกย้ายเหมือนกัน คนอื่นจะมองว่าเรางี่เง่า แต่มันก็ไม่ผิดอะไรที่เราจะทำให้ตัวเองมีความสุข’ สุดท้าย “ดีเจเติ้ล” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘เห็นด้วยกับทั้งพี่เผือกและพี่ต้นหอม เราไม่รู้จริงๆ ว่าคนที่เราอยู่ด้วยวันนึงเขาจะเปลี่ยนไปอย่างไร มันวัดไม่ได้จริงๆ ว่าเวลามันจะเปลี่ยนใคร เพราะฉะนั้นเคสนี้เขาเคยทิ้งผู้หญิงคนนั้นแล้ว แต่วันเวลามันอาจจะทำให้เขาตระหนักได้ว่าเขาไม่ควรทำอย่างนั้นอีกก็เป็นได้ หรือเขาอาจจะทำอีก ก็เป็นได้ ไม่มีใครรู้เลย ถ้าคิดจะให้โอกาส ต้องไม่นอยด์ไปจนถึงเอาเรื่องเก่ามาพูดอีกเลย ถ้าตัดสินใจแล้วว่าจะให้โอกาสไม่ควรที่จะไปคอยระแวง พี่คิดว่ามันไม่แฟร์กับเขาเพราะเราให้โอกาสเขาแล้ว และมันไม่แฟร์กับความสัมพันธ์ของเราทั้งคู่ด้วย พี่คิดว่า ถ้านอยด์แล้วเรื่องมันเกิดก็คือเลิก แต่ถ้านอยด์แล้วเรื่องมันไม่เกิด ก็มีผลว่าจะเลิกกันเหมือนกัน เพราะอีกคนก็ไม่มีความสุข ตัวเราก็ไม่มีความสุข แต่ในขณะที่เราไม่นอยด์แล้วเรื่องเกิดก็เลิกกัน แต่ถ้าเขาไม่เจ้าชู้เราก็มีสิทธิ์ที่จะรักกันไปตลอด ผลมันต่างกัน ถ้าคนเรารักกันแล้วคนนึงมาระแวงตลอด พี่ว่ามันไม่มีความสุข แล้วมันจะเป็นความสัมพันธ์ที่ไม่น่าจะอยู่ระยะยาว แต่สุดท้ายทั้งหมดมันอยู่ที่ตัวหนู ใครจะมองว่าหนูงี่เง่า มันก็คือชีวิตหนู หนูก็ต้องไปหาที่ที่ทำให้หนูสบายใจ มันไม่มีใครที่จะมามีผลกับชีวิตหนูเลย นอกจากตัวหนูเอง’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

ทำไมอาจารย์ชอบปล่อยเลทคะ? นักศึกษาโทรถามในรายการ เวลาไปเรียน... หมดเวลาแล้ว แต่อาจารย์ไม่ปล่อยสักที กินเวลาวิชาอื่นไป 10 – 15 นาที ไปเรียนอีกตึกแทบไม่ทัน ที่เพื่อนๆไม่กล้าบอกก็เพราะ อาจารย์คนนี้ ‘ดุ’ มากซะด้วย

12 ก.ย. 2023

ทำไมอาจารย์ชอบปล่อยเลทคะ? นักศึกษาโทรถามในรายการ เวลาไปเรียน... หมดเวลาแล้ว แต่อาจารย์ไม่ปล่อยสักที กินเวลาวิชาอื่นไป 10 – 15 นาที ไปเรียนอีกตึกแทบไม่ทัน ที่เพื่อนๆไม่กล้าบอกก็เพราะ อาจารย์คนนี้ ‘ดุ’ มากซะด้วย

ทำไมอาจารย์ชอบปล่อยเลทคะ? นักศึกษาโทรถามในรายการเวลาไปเรียน... หมดเวลาแล้ว แต่อาจารย์ไม่ปล่อยสักทีกินเวลาวิชาอื่นไป 10 – 15 นาที ไปเรียนอีกตึกแทบไม่ทันที่เพื่อนๆไม่กล้าบอกก็เพราะ อาจารย์คนนี้ ‘ดุ’ มากซะด้วยอยากได้วิธีการจากทุกคนว่าควรทำยังไงดี ถ้าเจอแบบนี้?? “คุณนิ (นามสมมุติ)” สายสุดท้ายของรายการ “พุธทอล์ค พุธโทร” เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา [6 ก.ย.66] ได้โทรเข้ามาปรึกษาพี่ๆดีเจ ดีเจต้นหอม - ดีเจเติ้ล - ดีเจเผือก เกี่ยวกับปัญหาอยากรู้ว่าทำไมอาจารย์ชอบปล่อยเลท โดย “คุณนิ (นามสมมุติ)” ได้เล่าว่า ‘ที่มหาวิทยาลัยจะให้เรียนคาบละ 50 นาที แล้วก็จะมีให้เดินทาง 10 นาที เพื่อที่จะไปเรียนวิชาใหม่ แต่จะมีอาจารย์คนหนึ่งก็คือสอนครบ 60 นาทีเลย แล้วตัวอาจารย์เขาก็เป็นคนที่ค่อนข้างที่จะดุมาก อาจารย์เขาก็จะเข้าสอนก่อนเวลา ที่เขาปล่อยช้าบางทีก็ชอบเม้าท์ บางทีก็สอนบ้าง มันก็จะมีบางทีที่เขาสอนไม่ทันค่ะ หรือบางทีเขาก็สอนเสร็จเเล้วแต่ก็พูดเรื่องอื่นต่อ วิชานี้เป็นวิชาที่สาขาวิชาที่จะต้องเจอตลอด ๆ เลยเรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

กำลังคิดจะลาออกไปทำธุรกิจส่วนตัว แต่ไม่แน่ใจว่าตัวเองตัดสินใจถูกไหม ? หนูควรจะใช้เกณฑ์อะไรในการตัดสินใจเส้นทางการทำงานของหนูดีคะ ระหว่างความมั่นคงของงานประจำกับธุรกิจครอบครัวที่ไม่แน่นอน

27 ก.พ. 2026

กำลังคิดจะลาออกไปทำธุรกิจส่วนตัว แต่ไม่แน่ใจว่าตัวเองตัดสินใจถูกไหม ? หนูควรจะใช้เกณฑ์อะไรในการตัดสินใจเส้นทางการทำงานของหนูดีคะ ระหว่างความมั่นคงของงานประจำกับธุรกิจครอบครัวที่ไม่แน่นอน

กำลังคิดจะลาออกไปทำธุรกิจส่วนตัวแต่ไม่แน่ใจว่าตัวเองตัดสินใจถูกไหม ?หนูควรจะใช้เกณฑ์อะไรในการตัดสินใจเส้นทางการทำงานของหนูดีคะระหว่างความมั่นคงของงานประจำกับธุรกิจครอบครัวที่ไม่แน่นอน ‘คุณแพร (นามสมมติ)’ อายุ 24 ปี สายที่ 2 ในรายการ พุธทอล์คพุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (25 กุมภาพันธ์ 2569) ได้ส่งเรื่องเข้ามาปรึกษา ‘ดีเจต้นหอม - ดีเจเติ้ล – ดีเจเกลือ’ และ ‘คุณหมอท้อป (นพ.อภิชาติ จริยาวิลาศ จิตแพทย์ Me Center clinic)’ เกี่ยวกับเรื่องที่กำลังคิดจะลาออกไปทำธุรกิจส่วนตัว แต่ไม่แน่ใจว่าตัวเองตัดสินใจถูกหรือไม่ โดย ‘คุณแพร (นามสมมติ)’ ได้เล่าว่า “หนูเป็นโรคซึมเศร้าค่ะ และกำลังอยู่ในขั้นตอนการรักษา หนูกินยาตามหมอสั่งอย่างสม่ำเสมอ ตอนนี้หนูทำงานประจำเป็นพนักงานต้อนรับมาได้เกือบ 2 ปีแล้วค่ะ หนูรู้สึกว่าการทำงานนี้ มันใช้แรงใจค่อนข้างมาก หนูรู้สึกเบื่อ ไม่อยากไปทำงานในทุก ๆ วัน เมื่อเดือนก่อนหนูได้คุยกับแม่ แม่ของหนูกำลังจะทำธุรกิจส่วนตัว แต่ยังลังเลว่าจะทำอะไร ระหว่างร้านอาหารกับร้านนวด หนูเองก็คิดว่าอยากจะลาออกจากงานประจำ แล้วไปช่วยแม่ทำธุรกิจ แม่หนูเองก็เข้าใจและยอมรับในการตัดสินใจของหนู แม้ใจลึก ๆ เขาจะไม่สนับสนุนให้หนูลาออกก็ตาม เพราะธุรกิจมันเป็นอะไรที่ไม่แน่นอน ไม่มั่นคง และก็ไม่รู้ว่าธุรกิจนั้น มันจะไปได้ดีหรือเปล่า แม่ก็เป็นห่วงหนู ส่วนตัวหนูเองก็ไม่มั่นใจว่าการลาออกในครั้งนี้มันจะดีหรือเปล่า การทำงานของหนูคือการนั่งเคาน์เตอร์และพูดคุยต้อนรับลูกค้า หนูได้เงินเดือนประมาณ 2 หมื่น ทำงาน 6 วันต่อสัปดาห์ ที่หนูเลือกมาทำงานตรงนี้ เพราะรู้สึกว่าหนูเก่งด้านภาษา และหวังว่าจะทำงานตรงนี้ได้ แม้มันจะไม่ใช่งานที่หนูอยากทำ หนูก็ไม่ชอบการที่ต้องมานั่งคุยกับใครสักคน ต้องมาแบกรับกับอารมณ์ของลูกค้าที่เข้ามา และต้องหาวิธีรับมือกับมันอยู่ตลอด หนูเลยคิดว่ามันอาจจะดีกว่า ถ้าหนูได้ไปช่วยงานให้กับธุรกิจของแม่ ใจลึก ๆ หนูก็มีความกลัวว่าธุรกิจของแม่จะไปได้ดีหรือเปล่า หนูเองก็ไม่รู้ว่าถ้าหนูลาออกมาแล้ว ชีวิตหนูจะเป็นอย่างไร หนูควรจะใช้เกณฑ์อะไรในการตัดสินใจเส้นทางการทำงานของหนูดีคะ ระหว่างความมั่นคงของงานประจำ กับธุรกิจครอบครัวที่ไม่แน่นอน” เริ่มต้นที่ ‘ดีเจเกลือ’ ได้ให้คำปรึกษาว่า “ในภาวะของการที่ต้องตัดสินใจ อยากให้ลองทำตาราง เขียนเปรียบเทียบข้อดีข้อเสียของแต่ละงานที่เราลังเล เราก็จะรู้ว่าใจเราไปทางไหน ถ้าเป็นเรื่องของความมั่นคง เราก็ต้องตั้งคำถามกับตัวเองว่าความมั่นคงในความหมายของเรานั้น คืออะไรบางครั้งงานประจำไม่ได้หมายความว่ามันจะมั่นคง การทำธุรกิจในครั้งนี้มันคือธุรกิจในครอบครัว เพราะฉะนั้น เราสามารถที่จะลองลงมือทำมันก่อนดูก่อนได้ แล้วเราจะได้รู้ว่าเราชอบมันจริง ๆ ไหม อย่างน้อยถ้าลองแล้วเราไม่ชอบ เราก็ทำงานประจำต่อไปตามเดิมได้ ในการทำงาน ความสุขคือสิ่งสำคัญ เพราะสุดท้ายแล้วถ้าเราไม่มีความสุขในการทำงาน เราก็จะทำสิ่งนั้นออกมาได้ไม่ดี” ทางด้านของ ‘ดีเจเติ้ล’ ได้ให้คำปรึกษาว่า “ถ้าเราโฟกัสเพียงแต่ความมั่นคง แล้วทำให้เราทรมาณกับการทำงานประจำที่เราทำอยู่ ก็ลองมาทำงานกับแม่ดูก่อน แต่เราต้องมั่นใจว่าถ้าเราทิ้งงานตรงนั้น แล้วรายได้เราจะเป็นอย่างไร เราต้องคิดว่าเราต้องใช้จ่ายประมาณไหน บางครั้งงานประจำที่ทำอยู่ อาจจะไม่เพียงพอสำหรับชีวิตระยะยาวของเรา เราอาจจะต้องมองหาเส้นทางในการทำงานอื่น ๆ ร่วมด้วย ในขณะเดียวกัน ถ้าเรารู้ตัวว่าเรามีความสามารถทางด้านอะไร เราก็เอามันมาต่อยอด หางานที่ตรงตามความถนัดของเรา” ทางด้านของ ‘ดีเจต้นหอม’ ได้ให้คำปรึกษาว่า “การที่เราจะทิ้งงานที่เราทำอยู่ เพื่อไปทำตามความฝัน มันมีความเสี่ยง ถ้าเราไม่ชอบงานที่เราทำอยู่ตอนนี้ ลองหางานประจำที่อื่นดูก่อน แล้วทำธุรกิจควบคู่ไปด้วย ส่วนงานประจำที่เราไม่ชอบทำ ก็ลองเปลี่ยน ในเมื่อเงินยังเป็นปัจจัยสำคัญ ลองหาทางเลือกอื่น ให้ทำงานควบคู่กันไปได้ ถ้าวันหนึ่งธุรกิจมันไปได้ดี เราก็ค่อยไปเต็มที่กับตรงนั้น” ปิดท้ายด้วย ‘คุณหมอท้อป’ ได้ให้คำปรึกษาว่า “การเป็นโรคซึมเศร้า แล้วกินยาตรงตามที่หมอสั่งเป็นเรื่องที่ดีมาก ๆ ทุกคนมีสิทธิ์หายขาดจากโรคนี้ได้ ส่วนเรื่องการทำงาน ปัญหานี้เป็นเรื่องที่มีคนมาปรึกษาคุณหมอเยอะมาก ๆ อย่างแรก อยากให้เราเช็คสภาพการเงินของเรา เพราะเราต้องดูว่าเรามีความพร้อมแค่ไหน ดูเงิน ดูหนี้สิน ค่าใช้จ่ายต่าง ๆ เริ่มจากการทำบัญชีส่วนตัว รายรับรายจ่ายก่อนเริ่มทำธุรกิจ ก่อนที่เราจะเลือกอะไร เราต้องดู ว่าเรามีความรู้ ความเชี่ยวชาญในด้านธุรกิจนั้นหรือไม่ ก่อนที่จะลงมือทำอะไร เราควรศึกษามันให้เข้าใจก่อน เพื่อที่เราจะได้รู้รายละเอียดทั้งหมดของงานที่เราสนใจ ซึ่งมันจะช่วยให้เราตัดสินใจได้ง่ายขึ้น เราจะไม่มีทางรู้ได้เลยว่าเรานั้นชอบอะไร ถ้าเราไม่ลองทำความเข้าใจกับตัวเราเองก่อน และเรื่องที่สำคัญที่สุด คือเราทำงานกับแม่ได้หรือไม่ และเรามีความพร้อมมากน้อยแค่ไหน ที่สำคัญคุยกับแม่ให้ชัดเจน ว่าเราจะไปทำงานกับเขาในสถานะอะไร”เรื่องราวทั้งหมดของเรื่องนี้จะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการInboxฝากเรื่องมาที่FacebookFanpageEFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 20.00–23.00น.ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

หนูเป็นคนเสียงเล็กมากตั้งแต่เด็กๆ จะโดนเพื่อนล้อมาตลอด มัธยมก็โดนล้อ มหาลัยก็โดนเลียนแบบเสียง คิดว่าจบมาน่าจะไม่มีแล้ว ตอนนี้ทำงานแล้วก็ยังโดนคนล้ออยู่ รู้สึกไม่ค่อยมั่นใจเลย จะเปลี่ยนเสียงตัวเองก็ไม่ได้ ควรจะปรับความคิดและรับมือกับคนแบบนี้ยังไงดี?

17 ต.ค. 2025

หนูเป็นคนเสียงเล็กมากตั้งแต่เด็กๆ จะโดนเพื่อนล้อมาตลอด มัธยมก็โดนล้อ มหาลัยก็โดนเลียนแบบเสียง คิดว่าจบมาน่าจะไม่มีแล้ว ตอนนี้ทำงานแล้วก็ยังโดนคนล้ออยู่ รู้สึกไม่ค่อยมั่นใจเลย จะเปลี่ยนเสียงตัวเองก็ไม่ได้ ควรจะปรับความคิดและรับมือกับคนแบบนี้ยังไงดี?

หนูเป็นคนเสียงเล็กมากตั้งแต่เด็กๆ จะโดนเพื่อนล้อมาตลอด มัธยมก็โดนล้อ มหาลัยก็โดนเลียนแบบเสียงคิดว่าจบมาน่าจะไม่มีแล้ว ตอนนี้ทำงานแล้วก็ยังโดนคนล้ออยู่ รู้สึกไม่ค่อยมั่นใจเลยจะเปลี่ยนเสียงตัวเองก็ไม่ได้ ควรจะปรับความคิดและรับมือกับคนแบบนี้ยังไงดี? “คุณแพรว (นามสมมติ)” อายุ 32 ปี สายที่สองในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา [8 ต.ค. 68] ได้โทรเข้ามาปรึกษา “ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจอ้อย” เกี่ยวกับปัญหาชอบมีคนมาพูดกับเราว่าไม่ชอบเสียงเรา เสียงมันเล็ก น่ารำคาญ เหมือนยุง โดย “คุณแพรว (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘หนูเป็นคนเสียงเล็กแล้วพูดเบาเลยรู้สึกมันเป็นปม เพราะชอบโดนล้อโดนบูลลี่ ปัญหามันเริ่มตอนมัธยม มันจะมีเพื่อนบางคนฝากเพื่อนมาบอกว่า ไม่อยากคุยกับเราเพราะว่ารำคาญเสียงเรา เราเลยไปถามเขาว่าทำไมถึงรำคาญเสียงเรา เขาพูดมาเลยว่า เสียงน่ารำคาญเหมือน ยุง แมลงหวี่ เราก็รู้สึกว่ามันไม่เป็นไรหรอกเพราะมันแค่บางคนที่ไม่ชอบเรา พอขึ้นมหาลัยมา ก็มีเพื่อนที่สนิทกับเราคุยด้วยกันทุกวัน แต่เขากลับพูดว่าทำไมถึงต้องแอ๊บเสียง เราก็เริ่มรู้สึกแปลก ๆ ว่าตอนนี้ยังมีคนคิดแบบนี้อีกหรอ เราก็ไม่อะไร พอมาถึงตอนทำงาน ตอนที่เราเข้าไปทำงานใหม่ ๆ ก็ยังมีคนมาพูดว่า เสียงเธอทำไมมันแง๊ว ๆ บางทีใช้ไมค์เราจะพูดเสียงปกติได้มากขึ้น เพราะมีเครื่องขยายเสียง มันไม่ต้องใช้พลังเยอะ ก็จะมีคนมาพูดว่า วันนี้เสียงเธอเป็นอะไรอะ ปกติเสียงมันแหลม ๆ เรารู้สึกว่ามีคนคิดหลายคนมันไม่น่าปกติแล้ว เราเคยลองอัดเสียงแล้วเอามาฟัง เสียงที่เราได้ยินมันก็ไม่ค่อยเหมือนกันจริง ๆ แต่ก็ไม่รู้สึกแปลกอะไร เราก็พูดระบายให้แฟนฟัง แล้วเราก็ร้องไห้น้ำตาซึม คนอื่นจะมองว่ามันเป็นเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ แต่เรารู้สึกว่ามันแก้ไขไม่ได้ เพราะว่าเราไม่ได้แอ๊บ เราพูดแบบนี้จริง ๆ เราเคยดูคลิปยูทูปที่เขามีเสียงเล็กกว่าเราอีก เขาก็ไม่เห็นจะมีปัญหาเรื่องนี้เลย แต่ทำไมเราถึงเป็นคนที่มีปัญหา หนูอยากรู้ว่าเสียงหนูปกติมั้ย หนูควรจะปรับแบบไหน? หรือควรปรับความคิดของตัวเองแบบไหน? ให้รู้สึกไม่แย่ในเวลาที่คนอื่นพูดขึ้นมาเรื่องเสียง’ เริ่มด้วย “ดีเจอ้อย” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘เสียงเป็นสิ่งหนึ่งที่แก้ไม่ได้ พี่ไม่ได้รู้สึกว่าเสียงหนูไม่ปกติ บางทีคนอื่นเขามีปัญหากับเสียงเรา ปัญหาอยู่ที่เขานะ ไม่ใช่กับหนู แต่ว่ามันมีอยู่วิธีการหนึ่ง ถ้าหนูเป็นคนเสียงแหลมเล็ก เสียงแบบนี้มันเป็นคนแก้วเสียงใส ข้อดีคือมันจะฟังสดชื่น แต่ถ้าหนูพูดเร็วใช้พละกำลังออกเกินจริง เสียงมันจะบี้ คือแต่ละคนจะมีวิธีการใช้เสียงที่แตกต่างกัน แค่ปรับวิธีของการออกเสียง แต่ไม่จำเป็นจะต้องทำทุกอย่างเพื่อให้คนทั้งโลกถูกใจ’ ต่อด้วย “ดีเจเติ้ล” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘ไม่ได้รู้สึกว่าเสียงหนูมีปัญหา ปัญหามันอาจจะอยู่ที่เขา ตราบใดก็ตามที่หนูไม่ได้แอ๊บทำเสียง มันก็ไม่ได้เป็นปัญหาสำหรับเรา คนมันจะอคติ บางทีมันอาจจะมีปัจจัยอื่นมาร่วมด้วย เขาอาจจะไม่ชอบคนหน้าแบบนี้ พอมีเสียงที่เล็กแบบนี้ เขาก็อคติ แต่ถ้าหนูยังสลัดความรู้สึกนี้ออกไปไม่ได้ ทุกวันนี้ก็มีคุณครูสอนเรื่องการใช้เสียง หรือคลาสต่าง ๆ มันช่วยเราออกเสียงได้ ถ้าหนูคิดว่ามันมีปัญหากับการทำงาน ก็ไปเรียนอะไรแบบนี้ก็ได้ เพราะเขาสามารถสอนให้ออกเสียง ให้ขึ้นกับกาลเทศะ เหมาะกับสถานการณ์ที่เราใช้ในแต่ละวัน แต่เสียงมันไม่สำคัญเท่าความหมายที่เราจะสื่อออกไป’ ต่อด้วย “ดีเจเผือก” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘เห็นด้วยกับการไปฝึกไปเรียน วิเคราะห์กันที่เนื้อเสียง ถ้าเรารู้ว่าเสียงของเราสูง มันอาจจะทำให้เขารู้สึกไม่ดีได้ แล้วเราอยากปรับ มันมีวิธีปรับแน่นอน ด้วยย่านเสียงสูงอย่างเดียว มันอาจจะไม่ใช่ทั้งหมดที่ทำให้หนู เจอปัญหามา อาจจะเป็น Message ที่เราพูดออกไปเยอะไปหรือเปล่า หนูต้องกลับมาดูตัวเองว่า เลือกพูดสื่อสาร ถูกจังหวะ ถูกกาลเทศะ ถูกเวลา หรือเปล่า เราอายุมากขึ้น วิธีการมองโลกจะเปลี่ยนไป มันเป็นเรื่องของวุฆิภาวะ กาลเทศะ และการเลือกที่จะพูดหรือไม่พูด ที่มันมีมามากขึ้นตามประสบการณ์ชีวิต ฉะนั้นไม่ต้องกลัวถ้าเราจะพูดน้อยลง เพื่อที่จะทำให้บรรยากาศ หรือตัวของเราเองรู้สึกดีขึ้น ลองปรับจังหวะต่าง ๆ การพูดให้ช้าลง ทั้งหมดนี้มันฝึกได้’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการInboxฝากเรื่องมาที่FacebookFanpageEFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา20.00 – 23.00น. ทางรายการวิทยุEFM94และAppAtimeFung Fin

album
efm
-

-