เพิ่งสูญเสียคุณพ่อไป 2 เดือนที่แล้ว เมื่อคิดถึง ก็จะร้องไห้ และเกิดคำถามขึ้นมากมาย อยากคิดถึงพ่อโดยที่ไม่ฟูมฟาย ต้องทำยังไงคะ?

พุธทอล์ค พุธโทร RECAP

เพิ่งสูญเสียคุณพ่อไป 2 เดือนที่แล้ว เมื่อคิดถึง ก็จะร้องไห้ และเกิดคำถามขึ้นมากมาย อยากคิดถึงพ่อโดยที่ไม่ฟูมฟาย ต้องทำยังไงคะ?

03 พ.ค. 2026

เพิ่งสูญเสียคุณพ่อไป 2 เดือนที่แล้ว

เมื่อคิดถึง ก็จะร้องไห้ และเกิดคำถามขึ้นมากมาย 

อยากคิดถึงพ่อโดยที่ไม่ฟูมฟาย ต้องทำยังไงคะ?

       'คุณองุ่น' (นามสมมุติ) สายที่ 3 ในรายการ พุธทอล์คพุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (29 เมษายน 2569) ได้เข้ามาปรึกษา 'ดีเจต้นหอม - ดีเจเติ้ล - ดีเจเกรท และ หมอท้อป - นพ.อภิชาติ จริยาวิลาศ จิตแพทย์ Me Center clinic’ เรื่องที่ตนนั้นเพิ่งสูญเสียคุณพ่อไป ทุกครั้งที่คิดถึงจะฟูมฟายมาก ทำอย่างไรได้บ้างให้คิดถึงพ่อได้โดยไม่เศร้าแบบนี้

       ‘คุณองุ่น (นามสมมุติ)’ อายุ 30 ปี ได้เล่าว่า “หนูเพิ่งสูญเสียคุณพ่อไป เมื่อ 2 เดือนที่แล้ว ก่อนหน้านี้เขาเป็นอัลไซเมอร์ แต่เสียด้วยอาการป่วยแทรกซ้อน หลังจากนั้นก็ทำให้มีคำถามติดอยู่ในใจ วน ๆ ซ้ำ ๆ ว่า ในความทรงจำของพ่อ องุ่นโตแค่ไหนแล้ว มีงานทำหรือยัง หรือโตกว่านั้น

       ทุกวันนี้ก็ใช้ชีวิตกับคนอื่น ๆ ได้ปกติ แต่เมื่อต้องอยู่คนเดียว จะมีแวบหนึ่งที่นึกถึงคุณพ่อ แล้วก็ร้องไห้ออกมา ใจหนึ่งก็คิดว่ายอมรับได้แล้ว แต่อีกใจก็คิดว่ามันเป็นแค่การหลอกตัวเอง

       พ่อเป็นอัลไซเมอร์ก่อนเสีย 4-5 ปี ระหว่างนั้นจะมีคุณแม่เป็นคนดูแลพ่อตลอด โดยกิจวัตรประจำวันของเขาคือ เขาจะรอลูก ๆ กลับบ้านจนครบ 3 คนก่อนถึงจะยอมเข้าบ้าน พอวันนี้เรากลับบ้าน แล้วไม่เจอเขา ก็จะรู้สึกเศร้า รู้สึกคิดถึง และเสียดายที่ยังมีอะไรที่ไม่ได้ทำร่วมกันอีกมาก บางทีไปเจอร้านอร่อย ๆ ก็นึกเสียดายที่ไม่เคยพาพ่อมาเลย

       ช่วงแรก ๆ ตั้งคำถามว่า ในความทรงจำของเขา เขาจะภูมิใจในตัวเราบ้างมั้ย แต่พอเวลาผ่านไปกลายเป็นคิดถึงเขามากกว่า อยากขอคำแนะนำจากพี่ ๆ ว่าจะทำยังไงให้สามารถคิดถึงพ่อได้ โดยไม่ฟูมฟายแบบนี้ และผลกระทบอีกอย่างคือ องุ่นคุยกับคุณแม่น้อยลงมาก เพราะทุกครั้งที่เห็นคุณแม่ที่เคยตัวติดแพ็กคู่กับพ่อตลอดเวลา ทำให้คิดถึงคุณพ่อมากขึ้นด้วย"

       เริ่มจาก ‘ดีเจเติ้ล’ ให้คำปรึกษาว่า “พี่ก็เสียพ่อไปเหมือนกัน ตอนท่านยังอยู่เราก็มีทะเลาะไม่ลงรอยกันบ้าง วันที่เขาต้องปลดเครื่องมือแพทย์ วันนั้นพี่ทำงานอยู่ แต่พี่ได้วิดีโอคอลคุยกับพ่อ พี่บอกพ่อว่า ให้พ่อหลับให้สบายเลย อะไรที่เติ้ลเคยทำไม่ดีกับพ่อ เติ้ลขอให้พ่ออโหสิกรรมให้นะ อะไรที่เรารู้สึกติดค้าง เติ้ลก็อโหสิกรรมให้พ่อด้วย และมันก็จบแค่นั้น

       ช่วงแรก ๆ ต้องมีนึกถึงเขาบ้าง แต่เวลาที่พี่นึกถึงเขา พี่จะเลือกนึกถึงแค่ภาพความทรงจำดี ๆ เท่านั้น เช่น ตอนเด็กที่เขาขับรถไปส่งพี่ที่โรงเรียน หรือเขาซื้อโดนัทมาเลี้ยงเพื่อนพี่ เพราะเป็นวันเกิดพี่ พี่ไม่รู้ว่าจะช่วยคุณองุ่นได้มั้ย ส่วนตัวพี่เลือกที่จะนึกถึงความทรงจำที่จะดีต่อตัวพี่ พี่อยากคิดถึงเขาในแบบที่ทำให้พี่สงบ

       ส่วนเรื่องที่คุณองุ่นยังปรับตัวไม่ได้ เหมือนมีอะไรหายไป ส่วนตัวพี่คิดว่าถึงแม้เขาจะไม่อยู่แล้ว แต่อะไรที่เขาทิ้งไว้ให้พี่ ไม่ว่าจะ DNA คำสั่งสอน หรืออะไรหลาย ๆ อย่าง มันยังอยู่กับพี่ตลอด มันไม่เคยจางหาย แต่พี่เข้าใจว่าคุณองุ่นเพิ่งสูญเสีย ต้องขอแสดงความเสียใจด้วย อาจจะทำใจได้ยาก แต่ถ้าคุณองุ่นได้ไปพบคุณหมอ อาจจะช่วยให้ดีขึ้นได้ค่ะ”

       ต่อด้วย ‘ดีเจต้นหอม’ ให้คำปรึกษาว่า “ก่อนอื่นต้องแสดงความเสียใจด้วย ที่คุณองุ่นกำลังอยู่ในสถานการณ์ที่ยากลำบาก แต่คุณองุ่นต้องใช้เวลาเพื่อช่วยให้ทุก ๆ อย่างดีขึ้น สิ่งที่หอมกลัวมากที่สุดคือการสูญเสียเช่นกัน แต่หอมได้มีโอกาสได้ลองเข้าไปปฏิบัติธรรม เขาได้สอนให้หอมรู้จักการปล่อยวาง ไม่มีอะไรสามารถอยู่กับเราไปได้ตลอด แม้จะเป็นเนื้อหนังมังสา ร่างกายของเราเองก็ตาม คุณพ่อคุณองุ่นไม่ได้หายไปไหน เขาแค่ย้ายไปอยู่ในความทรงจำ

       และอยากแนะนำอีกอย่าง เกี่ยวกับคุณแม่ อยากให้ลองแบ่งเวลาให้กับคนที่ยังอยู่กับเรา สร้างความสุขร่วมกันกับเขา หอมว่าคุณแม่ก็เสียใจ แต่เขาไม่ได้แสดงออก

       ครึ่งนึงของคุณองุ่นยังคือคุณพ่อค่ะ ทุกครั้งที่ส่องกระจกเขายังอยู่กับเรา”

       ตามด้วย ‘ดีเจเกรท’ ให้คำปรึกษาว่า “อยากให้เราเข้าใจว่ามันเป็นเรื่องปกติมาก ตัวพี่เองก็เพิ่งสูญเสียคุณยายกับน้องแมวไป สำหรับคนที่องุ่นผูกพันมาก ๆ การสูญเสียไป 2 เดือน มันยังเป็นเวลาที่น้อยมากที่จะทำใจได้ เราไม่จำเป็นต้องรีบอยากหาย แน่นอนว่าคิดถึงมาก แต่ต้องให้เวลากับการคิดถึง ยอมรับอารมณ์ที่จะเกิดขึ้นกับเราให้ได้ ไม่ต้องกดดันตัวเอง พี่เชื่อว่าเวลาเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยเยียวยาเรา ลองคิดดูว่าถ้าสมมุติคุณพ่อเห็นเราร้องไห้ เขาจะพูดอะไรกับเรา อาจจะเป็นสู้ ๆ นะพ่ออยู่ข้าง ๆ นะอะไรแบบนั้น เมื่อไหร่ที่คิดถึงแล้วเสียใจก็แค่ยอมรับอารมณ์ตัวเองไปก่อนครับ”

       ปิดท้ายด้วย ‘หมอท้อป’ ให้คำปรึกษาว่า “ความรู้สึกเหล่านี้คือความปกติ ยอมรับว่าเศร้า ให้เวลากับตัวเอง อย่างที่คุณเกรทบอก แต่อย่าเศร้าจนทำร้ายตัวเอง สิ่งที่คุณองุ่นเจอ คือภาวะการสูญเสีย มีคนมาปรึกษาหมอเพราะเรื่องนี้เยอะ แต่เขาไม่ได้ป่วยนะ มันเป็นเรื่องที่ทรมานมาก อันนี้ไม่เถียง แต่ต้องค่อย ๆ ให้เวลาตัวเอง สิ่งที่จะเกิดขึ้นมันจะเป็นระยะ ๆ นะ บางครั้งเราจะรู้สึกว่าเรายอมรับได้ แต่บางครั้งเราก็จะเสียใจใหม่ อารมณ์จะไหลไปไหลมาได้ตลอด ต้องตั้งสติ 

       แนะนำให้จดบันทึกความรู้สึก เขียนมันออกมาว่าเรารู้สึกอย่างไร ปัญหาคืออะไร บางเรื่องเมื่อเรารู้สึกซ้ำ เราจะจำได้ว่า อ๋อ อันนี้เรามีคำตอบแล้วนะ และถ้าเราอยากบอกอะไรคุณพ่อ ศัพท์การแพทย์เรียกว่า unfinished business คือ เรื่องติดค้างในใจ จดไว้ว่าเราค้างคาเรื่องอะไร หรือคุณพ่อค้างคาอะไร แล้วเราทำแทนคุณพ่อเพื่อสานต่อ เช่น ถ้าพ่อรักแม่มาก เราก็ทำหน้าที่ตรงนี้แทนคุณพ่อ แต่อย่าลืมว่าพ่อเขาไม่ได้รักแม่คนเดียวนะ เขารักหนูด้วย ดังนั้น ดูแลตัวเองด้วยนะ และคนเป็นโรคความจำเสื่อม เขาจะจำเรื่องในอดีตได้แม่นกว่า เพราะฉะนั้นเขาก็จะจำได้ตั้งแต่หนูเกิด ความปรารถนาของคนเป็นพ่อเป็นแม่ แค่อยากให้ลูกสุขภาพแข็งแรง วันนี้ลูกกินได้ มีความสุขได้ หรือแค่ลูกไม่ร้องไห้พ่อแม่ก็ภูมิใจแล้ว วันนี้ถ้าหนูอยากให้พ่อภูมิใจ พี่ตอบแทนเลยว่าคุณพ่อภูมิใจหนูไปหลายเรื่องแล้วล่ะ อาจจะตั้งแต่ 1 ขวบแล้วด้วย ”

       ปัญหาค้างคาใจของคุณองุ่น อาจเป็นปัญหาเดียวกันกับใครหลาย ๆ คน เรื่องการทำใจยอมรับกับความสูญเสียเป็นเรื่องที่ยาก รายการ พุธทอล์คพุธโทร ขอเป็นกำลังใจให้ผ่านความรู้สึกเสียใจไปได้อย่างดีนะคะ

เรื่องราวจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทาง

มีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATION

รับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 20.00 –23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

related พุธทอล์ค พุธโทร RECAP

ลูกบ้านหนุ่มคอนโดสุดงง สาวปริศนาเคาะประตูห้องตอน 5 ทุ่มครึ่ง เคาะรอบแรก ไม่กล้าเปิดให้ เคาะรอบสองหนูขอยืมสายชาร์ตแบตหน่อย เปิดประตูยื่นให้แบบงงๆ ผ่านไป 3-4 วัน ยังไม่เอามาคืนเลย จะขอดูกล้องนิติ ต้องไปแจ้งความ สุดกลุ้ม ตอนนี้ซื้อสายใหม่แล้ว

20 ก.ย. 2024

ลูกบ้านหนุ่มคอนโดสุดงง สาวปริศนาเคาะประตูห้องตอน 5 ทุ่มครึ่ง เคาะรอบแรก ไม่กล้าเปิดให้ เคาะรอบสองหนูขอยืมสายชาร์ตแบตหน่อย เปิดประตูยื่นให้แบบงงๆ ผ่านไป 3-4 วัน ยังไม่เอามาคืนเลย จะขอดูกล้องนิติ ต้องไปแจ้งความ สุดกลุ้ม ตอนนี้ซื้อสายใหม่แล้ว

ลูกบ้านหนุ่มคอนโดสุดงง สาวปริศนาเคาะประตูห้องตอน 5 ทุ่มครึ่ง เคาะรอบแรกไม่กล้าเปิดให้ เคาะรอบสองหนูขอยืมสายชาร์ตแบตหน่อย เปิดประตูยื่นให้แบบงงๆ ผ่านไป 3-4 วันยังไม่เอามาคืนเลย จะขอดูกล้องนิติ ต้องไปแจ้งความ สุดกลุ้ม ตอนนี้ซื้อสายใหม่แล้ว ควรเผื่อใจว่าจะได้กลับคืนมาไหม?? “คุณมอส (นามสมมติ)” อายุ 20 ปี สายแรกในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ [11 ก.ย. 67] ได้โทรเข้ามาปรึกษา ‘ดีเจเผือก – ดีเจเฟี๊ยต – ดีเจต้นหอม’ เกี่ยวกับปัญหามีคนมายืมสายชาร์ตแล้วก็หายไปไม่คืน! โดย “คุณมอส (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘สภาพความเป็นอยู่ของผม ผมอยู่คอนโดชั้น 6 และเมื่อวันที่ 15 กันยายนที่ผ่านมา ประมาณเวลา 23:10 น. มีผู้หญิงมาเคาะประตูห้องผม ผมก็คิดว่าเค้าน่าจะมาเคาะประตูผิด ผมเลยไม่เปิดประตูให้เค้า เมื่อผ่านไปประมาณ 20 นาทีเค้ากลับมาเคาะใหม่ ผมเลยถามเค้าไปว่า “มีอะไร” เค้าบอกว่า “ขอยืมสายชาร์จหน่อย” จังหวะนั้นมันค่อนข้าง งง ผมเลยให้ยืมไปเพราะเค้าน่าจะเดือดร้อนจริง ๆ และชาร์จเสร็จก็คงเอามาคืนผม แล้วหลังจากนั้นเค้าก็หายไปไม่เอาสายชาร์จมาคืน ตอนเช้าผมจึงทักไลน์กลุ่มคอนโดไปว่า “เมื่อคืนนี้ใครมายืมสายชาร์จโทรศัพท์ผมรบกวนเอามาคืนด้วยครับ” แต่ก็ไม่มีการติดต่อกลับมา ผมเลยติดต่อนิติไปเพื่อขอดูกล้องวงจรปิดว่าเค้าอยู่ห้องไหน เพื่อจะเอาโพสอิทไปติดว่ารบกวนเอามาคืนห้องนี้ แต่นิติแจ้งกลับมาว่าให้ไปแจ้งความมาก่อน ผมเลยอยากจะถามว่าผมควรที่จะรอสายชาร์จของผมอย่างมีความหวัง หรือผมควรจะปล่อยวางมัน?’ โดย “ดีเจทั้งสามคน” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘พี่ว่าตั้งแต่มายืมก็ไร้มารยาทอยู่แล้ว ฉะนั้นการที่จะไม่คืนก็ต้องเป็นคนอย่างมันอะ หรือมอสจะทำใบปลิวมั้ยว่าให้เอาสายชาร์จมาคืนด้วย ไปซีร็อกมาเลย 30 ใบแล้วเสียบตามห้องเลย เพราะถ้ามอสไปดูกล้องวงจรปิดแล้วเรื่องแดงออกมาแล้วเรื่องแปะประจานในบอร์ดคอนโดก็จะไปกันใหญ่ เพราะงั้นเราจะตัดใจก็ได้ถ้าเราซื้อใหม่ไปแล้ว’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

เจอเพื่อนร่วมงาน TOXIC สังคมที่ทำงานไม่น่าอยู่เหมือนเมื่อก่อนแล้ว ตอนนี้หันมาศึกษาอ่านไพ่ เป็นแม่หมอ ไลฟ์ใน TIKTOK คนรีวิวกันว่าแม่น จนมีลูกค้าหลายคนจองคิว มีความคิดว่าจะออกจากงานประจำ มาเป็นหมอดูเต็มตัวเลยดีไหม? เพราะรายได้ที่ได้มามากกว่างานประจำที่ทำอีก

13 มิ.ย. 2025

เจอเพื่อนร่วมงาน TOXIC สังคมที่ทำงานไม่น่าอยู่เหมือนเมื่อก่อนแล้ว ตอนนี้หันมาศึกษาอ่านไพ่ เป็นแม่หมอ ไลฟ์ใน TIKTOK คนรีวิวกันว่าแม่น จนมีลูกค้าหลายคนจองคิว มีความคิดว่าจะออกจากงานประจำ มาเป็นหมอดูเต็มตัวเลยดีไหม? เพราะรายได้ที่ได้มามากกว่างานประจำที่ทำอีก

เจอเพื่อนร่วมงาน TOXIC สังคมที่ทำงานไม่น่าอยู่เหมือนเมื่อก่อนแล้ว ตอนนี้หันมาศึกษาอ่านไพ่เป็นแม่หมอ ไลฟ์ใน TIKTOK คนรีวิวกันว่าแม่น จนมีลูกค้าหลายคนจองคิว มีความคิดว่าจะออกจากงานประจำมาเป็นหมอดูเต็มตัวเลยดีไหม? เพราะรายได้ที่ได้มามากกว่างานประจำที่ทำอีก แต่อีกใจก็กลัวว่าจะไม่มั่นคงและไปได้ไม่ดี ทุกคนคิดว่ายังไงดีคะ?? “คุณจีจี้ (นามสมมติ)” อายุ 30 ปี สายที่สองในรายการ ‘พุธทอล์ค พุธโทร’ เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา [11 มิ.ย. 68] โทรเข้ามาปรึกษา “ดีเจเผือก – ดีเจเติ้ล – ดีเจต้นหอม” เกี่ยวกับปัญหาเจอเรื่อง Toxic ในที่ทำงาน จึงจะลาออกไปรับดูดวง โดย “คุณจีจี้ (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘หนูทำงานที่นี่มาสามปี ตอนแรกก็แฮปปี้ดี แต่พอเกิดการเปลี่ยนแปลงในที่ทำงาน ก็ทำให้ทำงานยากและลำบากขึ้นกว่าเดิม ตอนแรกทำงานก็ผ่านฉลุยแต่ หลัง ๆ เจอเพื่อนร่วมงานที่ไม่ดี ส่งงานก็ใช้เวลานานกว่าปกติกว่าจะผ่าน เพราะเขาไม่ได้มาซัพพอร์ตเราในส่วนนี้เลย เคยมีการคุยกับเพื่อนในแผนกบ้างแล้ว เขาก็เหนื่อยเหมือนกัน เพื่อนก็บอกว่าเขาเคยเอาเรื่องของหนูมาเล่าให้เพื่อนฟังด้วย จุดเริ่มต้นของการดูดวง หนูมีรุ่นพี่เป็นแม่หมอดูดวงคนนึง วันนั้นเขาชวนหนูไปซื้อไพ่สำรับใหม่แล้วเขาให้หนูเลือก หนูก็หลับตาเลือก ๆ ไป อันไหนเหมือนจะดึงเรา ก็เอาอันนั้นเลย หนูก็บอกรุ่นพี่ว่าหนูชอบอันนี้ แต่พอซื้อกลับมารุ่นพี่ก็โทรมาบอกว่าเขาอ่านไพ่สำรับนี้ไม่ออก หนูก็เลยตัดสินใจซื้อไพ่นี้มาเพื่อเรียนเองตามคู่มือที่มี เรียนไปได้สักพักหนูก็เริ่มขึ้นไลฟ์ใน TikTok แบบขำ ๆ จอย ๆ แต่คนดูก็บอกว่า ‘ทายแม่นนะ ลองทำจริงจังมั๊ย’ หนูก็เลยลองดูสักหน่อย แต่ก็ต้องหยุดไปเพราะปวดหัวกับที่ทำงานประจำ เมื่อเริ่มจับต้นชนปลายได้ หนูก็ลองคำนวณรายได้จากการดูดวงทั้งจากไลฟ์และทั้งส่วนตัวแล้ว ก็พบว่ามีจำนวนมากกว่างานที่ทำอยู่ด้วยซ้ำ แต่หนูยังไม่ได้ลงมือทำจริง หนูรับดูดวง 30 นาที 159 บาท 1 ชั่วโมง 259 บาท ถ้าในไลฟ์จะเป็นส่งของขวัญเพื่อดูดวง ซึ่งคนดูก็มีเข้ามาเรื่อย ๆ หนูยอมรับว่าตอนนี้หนูไม่สามารถทำงานควบกัน 2 อย่างได้ เพราะงานที่ทำส่งผลกับชีวิตหนู หนูไม่อยากเปิดไพ่ดูเพราะกลัวความ Toxic ออกมา แล้วก็ไม่อยากดูให้ตัวเองด้วยเพราะกลัวจะเข้าข้างตัวเองเกินไป ตอนนี้หนูแอบหางานใหม่อยู่ หนูก็เลยอยากถามว่าจะทำที่นี่ต่อไปดีมั๊ยหรือจะออกมาทำหมอดูแบบ Full Time ดี” ซึ่งดีเจทั้ง 3 คน (ดีเจเผือก-ดีเจต้นหอม-ดีเจเติ้ล) ได้ให้คำปรึกษาตรงกันว่า ‘อย่าเพิ่งลาออกจากงานเลย อยากให้จีจี้ทำงานควบไปทั้ง 2 อย่างก่อน ถ้ายังไม่มั่นใจจริง ๆ อย่าเพิ่งเลือกทางใดทางหนึ่ง ค่อยเลือกตอนถึงเวลาที่จำเป็น หรืออีกทางคือลองหางานประจำใหม่ แล้วให้การดูดวงเป็นรายได้เสริม เพราะจากที่เล่ามาตอนนี้ยังมีความเสี่ยงมากเกินไปที่จะเลือกดูดวงอย่างเดียว การมีรายได้หลายทางก็นับเป็นการกระจายความเสี่ยงอีกอย่างหนึ่ง ลองพยายามให้มีงานหลักประจำก่อน แล้วทำไปเรื่อย ๆ จนกว่าวันนึงเราจะแจ้งเกิดจากการดูดวงแล้วค่อยหันมาทำอย่างจริงจัง’ ทั้งนี้ “ดีเจต้นหอม” ได้เสนอขั้นตอนการทำงานไว้ว่า ‘1. หางานประจำใหม่แล้วโฟกัสกับงานนี้ไปก่อน 2.ดูดวงเป็นรายได้เสริมในเวลาว่าง 3.หากแจ้งเกิดและมีชื่อเสียงจากการดูดวงให้เปลี่ยนมาโฟกัสเป็นการดูดวง 4.ลาออกจากงานประจำ’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

เธอจะมีใจรึเปล่า... 8 ปีที่แล้ว ผมสนิทกับเพื่อนคนนึงมากๆ มาวันนี้ผมเปิดตัวว่าเป็น LGBTQ+ หน้าเค้าแวบมาในหัวผมตลอด จะกลับไปบอกความรู้สึกเพื่อนดีไหมว่า "เราชอบเขา"

03 พ.ย. 2023

เธอจะมีใจรึเปล่า... 8 ปีที่แล้ว ผมสนิทกับเพื่อนคนนึงมากๆ มาวันนี้ผมเปิดตัวว่าเป็น LGBTQ+ หน้าเค้าแวบมาในหัวผมตลอด จะกลับไปบอกความรู้สึกเพื่อนดีไหมว่า "เราชอบเขา"

“คุณเอ็ม (นามสมมุติ)” อายุ 28 ปี สายที่สองในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (1 พ.ย. 66) ได้โทรเข้ามาปรึกษา ดีเจเผือก -ดีเจเติ้ล - ดีเจพี่อ้อยเกี่ยวกับปัญหาเคยมีเพื่อนสนิทชาย แต่พอโตมาเราก็เปิดตัวเป็น LGBTQ+ ตอนนี้ลังเลใจว่าจะบอกเขาดีมั้ยว่าเมื่อก่อนเราเคยรู้สึกดีกับเขา โดย “คุณเอ็ม (นามสมมุติ)” ได้เริ่มเล่าว่า ‘จริง ๆแล้วขอเท้าความไปตอนสมัยมัธยม ตอนนั้นมีเพื่อนคนนึง ที่อยู่คนละกลุ่ม แต่เราก็สนิทกันพอสมควร ไปเรียนพิเศษด้วยกัน หรือไปไหนมาไหนด้วยกัน ในช่วงเวลานั้นมันก็เกิดบางโมเมนต์ที่ทำให้รู้สึกว่า เค้าแหย่เรา เล่นกับเรา แต่ในตอนนั้นด้วยบริบทของสังคมด้วย เราเลยไม่ยอมรับกับตัวเองว่าเป็น LGBTQ+ หลังจากจบมัธยมไปเราก็แยกย้ายกัน จะมีช่วงปีหนึ่งที่เรายังพอได้ติดต่อกันบ้าง พอเวลาผ่านไปประมาณปี3 - ปี4 เราก็ขาดการติดต่อกันไป ทีนี้พอหลังจากเรียนจบได้สักระยะนึง เราเองก็เริ่มยอมรับตัวเองแล้วว่าเราเป็น LGBTQ+ แล้วมันก็เกิดความรู้สึกค่อนข้างที่จะคิดถึงเพื่อนคนนี้ จริง ๆที่ผ่านมาเราไม่ได้เจอกันประมาณ 8 ปีและไม่ค่อยได้ติดต่อกันเลย เพิ่งมีช่วงหลัง ๆเห็นเค้าอัปเดตโซเชียล ก็เลยมีทักไปคุยเล่นบ้าง ทีนี้พอเรามาตกตะกอนความคิดตัวเองดูแล้ว มันรู้สึกว่าตอนนั้นที่เรารู้สึกสนิทกับเค้า รู้สึกดีกับเค้า หรือจริง ๆแล้วมันเป็นเพราะว่าเราชอบเค้าในวันนั้น แต่ก็ไม่ได้บอกอะไรเค้าไป เราเลือกที่จะเก็บเรื่องนี้เอาไว้ ซึ่งสถานะเขาที่เรารู้ตลอดช่วงที่รู้จักกันมาค่อนข้างมั่นใจว่าเค้าไม่ใช่ LGBTQ+ แต่ในตอนนี้เราก็ไม่รู้ว่าเป็นยังไง แต่ตอนนี้เรื่องที่เก็บเอาไว้มันทำให้รู้สึกคาใจ ติดอยู่ในใจอยู่ตลอด เลยคิดอยู่หลายครั้งว่าหรือเราจะบอกเค้าไปดีว่า ณ วันนั้นเรารู้สึกดีกับเค้า ในตอนนี้เราก็ไม่ได้มีใครที่จะศึกษาด้วย ถ้าเค้ารู้สึกโอเคกับเรา เราก็โอเคเหมือนกันที่จะลองคุย แต่ถ้าเกิดไม่โอเค เราเองก็ไม่ได้อะไร มันเหมือนเป็นความรู้สึกดีมาโดยตลอด ทีนี้เมื่อสักกลางเดือนตุลาที่ได้คุยเล่นกัน เราก็มีแพลนว่าจะนัดไปทานข้าวด้วยกันสักมื้อนึง จริง ๆก็ได้พูดคุยกับเพื่อนมาบ้างแล้วว่าควรพูดหรือไม่พูดดี ซึ่งเราเองก็มีคำตอบในใจคิดไว้ว่าจะไม่พูด เพราะเหมือนตามตรรกะแล้วมันดูเหมือนไม่มีประโยชน์อะไรที่จะพูดไป วันนี้เลยอยากปรึกษาว่า อยากรู้ว่าในวันที่เรากลับมาคิดถึงเรื่องนี้อีกครั้งนึง มันคาใจอยู่ มันจะมีวิธีไหนไหมที่ทำให้เราไม่คาใจ และกลับมาตั้งคำถามว่าเราจะไปบอกเค้าดีไหม มันก็มีความแอบหวังนิดนึง แต่เราก็ไม่รู้ว่าจริง ๆตอนนี้เค้ารู้สึกหรือเป็นยังไงบ้าง’ “ดีเจเติ้ล” เริ่มให้คำปรึกษาว่า ‘ถ้ามันรู้สึกคาใจขนาดนั้นพี่ว่าเอ็มพูดก็ได้นะ แต่เอ็มต้องพูดโดยที่เอ็มไม่คาดหวังว่าเค้าจะมารู้สึกดีกับเอ็ม และต้องยอมรับให้ได้ว่าถ้าพูดแล้ว แล้วเค้ามีปฏิกิริยาที่เปลี่ยนไปเลย หรือมึนใส่ หรืออะไรไม่รู้ ที่ไม่ใช่ทางที่ดี เอ็มต้องยอมรับอันนี้ให้ได้ว่าเอ็มจะไม่เสียใจ ถ้าพูดออกไปเพราะว่าความรู้สึกของเอ็มที่ความทรงจำอันนั้นมันนานมาก พี่ก็เคยเป็นเหมือนเอ็ม เหมือนมีเพื่อนมัธยมบางคนที่เรารู้สึกว่า เค้าคิดอะไรกับเราหรือเปล่า หรืออะไรอย่างเนี่ย แต่พอมันโตมาจนถึงตอนนี้ถึงรู้ว่า มันเป็นแบบนี้ นิสัยผู้ชาย หมายถึงว่า ณ ตอนนั้นเค้าอาจจะมาอยู่ใกล้ชิดกับเรา เพราะสังคมชาย ความวัยรุ่น ความฮอร์โมน ที่พอโตมาแล้วจะรู้ว่ามันไม่ได้คิดอะไรหรอก แค่ตอนนั้น พอโตขึ้นมันก็ไปมีเมียมีลูกอะไรของมัน ไม่ได้เหมือนเราที่พอค้นพบทางแล้วเราก็เดินตรงสายนี้อย่างแน่วแน่มมั่นคงเลย พี่ก็เลยแค่ความทรงจำของเอ็มตอนนั้นมันนานจนว่าเราไม่สามารถไปมั่นใจได้ว่าในตอนนั้นที่เค้ารู้สึก ซึ่งเรายังรู้สึกมาถึงทุกวันนี้ แล้วถ้าตอนนั้นเค้ารู้สึก เค้าจะยังรู้สึกมาจนถึงทุกวันนี้หรือเปล่า หรือจริง ๆตอนนั้นเค้าไม่ได้รู้สึกแต่เราเข้าใจไปเองว่าเค้ารู้สึก มันเป็นไปได้หลายทางมาก แต่ถ้าคุณเอ็มรู้สึกมันคาใจจริง ๆ สมมุติถ้าเป็นพี่นะพี่ก็คงไม่ใช่กินข้าวกันก็มาบอกแบบ ‘เออเรามีไรจะบอกอะ เราชอบเธอนะแต่ตอนนั้นเรารับตัวเองไม่ได้’ พี่ว่าอย่างนี้อีกฝ่านนึงถ้าตามละครก็อาจจะ ‘เอ็มเราก็ชอบเธอเหมือนกัน’ หรือ ‘เดี๋ยวมานะไปห้องน้ำก่อนนะ’ สถานการณ์มันจะเปลี่ยนไปเลย เพราะฉะนั้นพี่จะทำให้มันผ่อนคลาย ดูจังหวะดีดี ไม่เอาเรื่องนี้เป็นวัตถุประสงค์หลักในการเจอเค้า พี่จะแบบคุยไปเรื่อย คุยเรื่องขำ ๆตลก ๆ นั่นนู้นนี่แล้วมันจะมีจังหวะเหมือนคุณเอ็มต้องดูจังหวะดีดี ‘แบบตอนนั้นกูชอบมึง คือตลกตัวเองมากขำมาก’ ให้มันดูว่าเราไม่ได้คาดหวังจากประโยชน์ที่พูดออกไป แต่ว่าแค่ทำให้เค้ารู้ว่าเรื่องในอดีต มันตลกนะ แล้วหลังจากนั้นมันจะเกิดอะไรขึ้น มันก็จะมีมาเองขึ้นอยู่ที่ปฏิกิริยาของเค้า’ ต่อมาที่ “ดีเจเผือก” ให้คำปรึกษาว่า ‘ตอนแรกคือประเมินความเสี่ยงก่อน สถานการณ์ที่ดีที่สุดที่จะเกิดขึ้นได้ กับสถานการณ์ที่แย่ที่สุดที่จะเกิดขึ้นได้ ถ้าเราบอก ดีที่สุดก็คือทุกอย่างเหมือนเดิม ความสัมพันธ์เหมือนเดิม ผมไม่มองว่าดีที่สุดคือการได้คบกันด้วยนะ ดีที่สุดคือบอกออกไปแล้วไม่มีอะไรเสียหาย เรายังคงความสัมพันธ์แบบนี้ต่อไปได้จะมากขึ้นหรืออะไรแล้วแต่ แย่ที่สุดคือความสัมพันธ์นี้เปลี่ยน ที่เรามีกันอยู่ 8 ปีครั้งเนี่ยหาย อันนี้คือสิ่งที่เอ็มต้องประเมิน บอกแล้วเหมือนเดิม หรือบอกแล้วทุกอย่างเปลี่ยนไปอะนี้ประเมินก่อนอย่างแรก แต่เห็นด้วยกับเติ้ลด้วยว่า วิธีการบอกมีผลสำคัญมากต่อผลลัพธ์ เราสามารถประโยคเดียวกัน แต่ด้วยวิธีการพูดด้วยอารมณ์ที่แตกต่างกัน ผลลัพธ์อาจจะแตกต่างกันโดยสิ้นเชิงเลย แบบที่เติ้ลพยายามแสดงให้ดูคือถูกต้องมาก ๆถ้าเราไปมองต้าเค้า หรืออะไรก็แล้วแต่มันจะให้ผลแบบนึง ถ้าเราพูดในเชิงตลกติดตลกก็อาจจะให้ผลอีกแบบนึง แต่ว่าเท่าที่ฟังดูเอ็มดูไม่ได้เป็นคนมีมุกเฮฮา ดูนิ่ง ๆเพราะฉะนั้นถ้าเราจะเช็คลมฟ้าอากาศว่าบอกเราได้ไหม สถานการณ์เป็นยังไง ก็ทำทุกอย่างให้มันปกติแล้วพี่ว่า Point แรกที่เราอาจจะอยากลองเช็คดูก่อนก็คือการบอกเค้าอย่างเป็นทางการว่าเราเป็น LGBTQ+ อันนี้คือขั้นแรกแล้วเราจะดูท่าทางว่าเค้าว่ารู้แล้ว แล้วยังไงต่อ เราควรจะไปสเต็ปสองไหมว่า เมื่อเราเป็นแล้ว‘แล้วรู้มั๊ย อีกอย่างนึงนะสมัยมัธยมกูคิดย้อนไปกูชอบมึงแน่เลยวะ’ อะนี่จะตามมาถ้าจากคำชี้แจงแรก แล้วเค้าแบบ ‘รู้แล่ว รู้ตั้งแต่ตอนนู้นแล้วทุกอย่างจะคลี่คลาย’ หรือถ้าเค้าแบบ ‘เอ่าหรอ หรืออะไรเราค่อยเตรียมแผนกันอีกที มันอาจจะเริ่มต้นจากการ ‘ทุกวันนี้เป็นยังไง มีลูกมีเต้าหรือยัง’ เช็คก่อนตามมารยาทเค้าก็อาจจะถามกลับ เราก็มีสิทธิ์ที่จะบอกของเรา ‘โอ้ย ของเราไม่มีหรอก’ มันอาจจะเป็นช่องให้เราได้บอกก่อนอย่างแรก ถ้า Point เคลียร์ได้ค่อยคิดสเต็ปสอง ทีนี้ถ้าไม่บอกเลยได้มั๊ย พี่ว่ามันก็ได้นะ หมายถึงว่าคนเรามันจะมีร้อยแปดพันเรื่อง สิ่งที่ไม่เคยบอกแล้วมันก็คงไม่มีวันบอกออกไปเยอะแยะมากมาย แล้วมันก็จะเป็นความทรงจำอีกแบบนึงที่จะอยู่กับเราไป บางคนก็เลือกที่จะให้มันเป็นตอนจบที่ไม่มีตอนจบแบบนี้แหละ เพราะว่าอย่างที่บอก worst cases หรือ best case scenario ที่มันจะเกิดขึ้นเราไม่รู้หนิ บางคนเค้าก็ไม่อยากเสี่ยง เค้าก็ปล่อยให้มันเป็นหนังอินดี้ที่ไม่มีตอนจบไปเรื่อย ปลายเปิดดีกว่า เค้าสุขใจกว่าในแบบนั้น มันก็ได้’ ปิดจบกันที่ “ดีเจพี่อ้อย” ให้คำปรึกษาว่า ‘พี่อ้อยว่าก่อนจะคุยกับเค้า เอ็มคุยกับตัวเองก่อน เอ็มคิดถึงเค้าเมื่อตอน 8ปีก่อนนะ เอ็มคิดถึงภาพที่ตอนนั้นเราอยู่ใกล้ ๆกันใช้เวลาด้วยกัน แต่วันนี้เราห่างหายกันไปตั้งกี่ปีแล้ว เพราะฉะนั้นเรายังติดภาพเค้าในอดีตอยู่เลย แต่ภาพในปัจจุบันเหมือนเราไม่เคยรู้จักกันเลย เอ็มไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตอนนี้สถานะภาพเขาเป็นยังไง มีแฟนหรือเปล่านะ เอ๊ะ ตอนนั้นก็เป็นชายแท้ ตอนนี้หรือตอนนั้นเค้ายังไม่เปิดตัวเรายังไม่รู้อะไรเลย เพราะฉะนั้นพี่ยังไม่ค่อยได้ไปที่การคาดหวังว่าการไปเจอกันครั้งนี้จะบอกหรือไม่บอก เพราะการเจอกันครั้งนี้ มันอาจจะเป็นแค่การตัดริบบิ้นว่าความสัมพันธ์ที่หายไปตั้งนาน กลับมาเจออีกครั้งนึงภาพเก่า ๆกลับมาทั้งคู่ พี่ว่ามันไปที่ละขั้นก่อนนะน้อง ฝันให้ใกล้แล้วไปให้ได้ก่อน เพราะรับรู้มันไม่ได้แปลว่ารับรักนะ แล้วถ้าเกิดบังเอิญเค้าแค่อยากมากินข้าวกับเพื่อน แบบคิดถึงจังเลยวะ แล้วอยู่ ๆเข้าสู่โหมดแห่งการสารภาพรัก พี่รู้สึกว่ามันมีความตกใจ อย่าลืมนะว่าความรู้สึกของเรานั้นไม่เท่ากันอยู่ และอันนึงนะเอ็มถ้าเกิดคนสองคนดันมีความรู้สึกเดียวกันจริง ๆเค้าจะไม่ทุลนทุลายอยากบอกเราบ้างหรอ ทำไม่ถึงเรารู้ว่าสึกว่าเป็นเราฝ่ายเดียวต้องมีหน้าที่บอกรัก หรือไม่บอกรัก ถ้าบังเอิญความสัมพันธ์ที่มันเกิดขึ้นนะตอนนี้ แล้วเป็นความสัมพันธ์ที่เราถูกใจกันทั้งคู่ คนรักมาก ๆอยากบอกทั้งนั้นแหละ เราชอบเรายังอยากบอกเลย เพียงแค่พี่รู้สึกว่า ณ วันเวลานี้เรารู้จักกันน้อยจังเลย’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

คบแฟนมาเกือบ 10 ปี วันเกิดที่ผ่านมา หนูตั้งใจเซอร์ไพร์สเขา สั่งเค้กรสชาติที่ร้านเลิกผลิตไปแล้ว แต่เขาบอกอยากกินเค้กพิซซ่าธรรมดาๆ ซื้อเสื้อให้เขา เขาก็บอกว่าแพง แต่งรูปวันเกิดอวยพรเขาเป็นสีขาวดำ เขาก็บอกว่าเหมือนรูปคนตาย

25 ต.ค. 2024

คบแฟนมาเกือบ 10 ปี วันเกิดที่ผ่านมา หนูตั้งใจเซอร์ไพร์สเขา สั่งเค้กรสชาติที่ร้านเลิกผลิตไปแล้ว แต่เขาบอกอยากกินเค้กพิซซ่าธรรมดาๆ ซื้อเสื้อให้เขา เขาก็บอกว่าแพง แต่งรูปวันเกิดอวยพรเขาเป็นสีขาวดำ เขาก็บอกว่าเหมือนรูปคนตาย

คบแฟนมาเกือบ 10 ปี วันเกิดที่ผ่านมา หนูตั้งใจเซอร์ไพร์สเขา สั่งเค้กรสชาติที่ร้านเลิกผลิตไปแล้วแต่เขาบอกอยากกินเค้กพิซซ่าธรรมดาๆ ซื้อเสื้อให้เขา เขาก็บอกว่าแพง แต่งรูปวันเกิดอวยพรเขาเป็นสีขาวดำเขาก็บอกว่าเหมือนรูปคนตาย เราน้อยใจสุดๆ เหมือนเขาไม่เห็นค่าเลย “คุณวัน (นามสมมติ)” อายุ 26 ปี สายที่สองในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา [23 ต.ค.67] ได้โทรเข้ามาปรึกษา ‘ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม’ เกี่ยวกับเราซื้อของขวัญเซอร์ไพรส์วันเกิดแฟน แต่แฟนไม่ชอบ โดย “คุณวัน (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘หนูคบกับแฟนมา 9 ปี 10 เดือน กำลังจะเข้าปีที่ 10 ตอนนี้ยังไม่ได้แต่งงาน เเต่มีเเพลนว่าจะเเต่งในอีก 2-3 ปีข้างหน้า เมื่ออาทิตย์ที่ผ่านมาเป็นวันเกิดเขา สิ่งที่หนูตั้งใจทำให้กับเขาไม่ว่าจะเป็นการเซอร์ไพรส์ ของขวัญวันเกิดมันยังรู้สึกว่ามันยังไม่ดีพอ เเล้วคำพูดกับการกระทำของเขามันทำให้หนูเสียใจมาก ๆ ก่อนวันเกิดเราไปซื้อของขวัญ ก็คือพาเขาไปเดินเลือก ตอนแรกเขาอยากได้กระเป๋าเเต่มันไม่มีของที่เขาอยากได้ เราเลยเสนอว่า “เอาเป็นเสื้อตัวนี้มั้ย เสื้อตัวนี้สวยดีนะ” เขาก็ไปลองใส่เเล้วเขาก็บอกว่า “เออ มันก็สวย” เลยตัดสินใจว่าเอา เขาก็เก็บเอาไว้ ไม่ยอมแกะเเล้วบอกว่าจะใส่ในวันเกิด ตอนที่ดูรูปในโทรศัพท์เขาก็บ่นประมาณว่า “เสื้ออะไรเนี้ย” หนูก็เลยรู้สึกว่ามันก็ค่อนข้าง Negative เนอะ เขาคงไม่ได้ชอบหรอก เพราะว่าปกติเเล้วถ้าเขาชอบ เขาจะบอกว่าเสื้อตัวนี้เท่จังเลย ในตอนหลังก็ได้มาคุยกัน เขาก็บอกว่าจริง ๆ ไม่ได้ไม่ชอบนะ เเค่จะสื่อว่ามันแพงไป อย่างที่ 2 ก็จะเป็นเค้กวันเกิด ก็คืออยากให้มันพิเศษนิดนึงเพราะว่าเป็นทั้งวันเกิดเเละทั้งวันครบรอบพอดี เราก็เลยตั้งใจสั่งเป็นเค้กเจ้าอร่อยที่เราชอบ เเล้วทางร้านก็ไม่ค่อยได้ทำรสชาตินี้ออกมาขายเเล้ว เราก็รู้สึกว่ามันพิเศษนะ เเล้วเขียนหน้าเค้กไปประมาณว่า Happy Birthday Happy Anniversary เเล้วก็เขียนเป็นภาษาอังกฤษแปลประมาณว่า “คุณทำให้ 9 ปีกับอีก 10 มันเป็นเหมือนแค่วัน ๆ เดียว” เขาก็บอกว่า “ไม่อยากได้ อยากได้เป็นเค้กพิซซ่ามากกว่า” เเต่หนูมองว่ามันธรรมดาไป เพราะว่าเราก็กินกันบ่อยมาก ๆ เลย หนูก็เลยพูดหยอก ๆ เขากลับไปว่า “ก็เค้าอยากสั่งเค้กที่เค้าอยากกินอ่ะ” เขาก็เลยเงียบไป พอถึงวันเกิดเขาจริงๆ หนูก็ได้มีการแต่งภาพลงสตอรี่ เเต่ภาพที่เเต่งเป็นภาพขาวดำ เขาก็พิมพ์มาว่า “เฮ้ยย! มันทำไมถึงต้องขาวดำด้วย” หนูก็เลยบอกว่า “ก็มันเท่ดี” หนูก็รู้สึกว่าเขาก็ไม่พอใจประมาณนึง เพราะเขาบอกว่ามันดูเหมือนภาพงานศพ เเล้วก็พอถึงวันที่ฉลองวันเกิดเราก็ไปกันที่ร้านอาหาร หนูก็เลยได้มีการบอกเพื่อนว่า “ถ้าจะซื้ออะไรมาก็ซื้อเป็นพิซซ่าละกันเนอะ เพราะว่าเเฟนอยากเป่าเค้กพิซซ่า” เพื่อนก็เลยซื้อมาตามที่บอก พอมาถึงร้านหนูสัมผัสได้ว่าเขาได้เป่าเค้กพิซซ่าเขามีความสุข เพราะเขาบอกว่าคิดถึงโมเมนท์ตอนเด็ก ๆ ที่พ่อแม่ซื้อเค้กพิซซ่าให้กิน เเต่ว่าพอเป็นเค้กวันเกิดของหนูเขาดูเฉย ๆ มาก ๆ เค้กพิซซ่านั้นเขามีการเอาลงโซเชียลด้วย เเต่ว่าเค้กของหนูไม่ได้เอาลงโซเชียล เขาก็พูดมาประโยคนึงที่หนูเสียใจก็คือเขาบอกว่า “มีคนบางคนไม่ยอมซื้อเค้กพิซซ่าให้กิน ซื้อมาเเต่เค้กที่ตัวเองอยากกิน” หนูก็เลยรู้สึกว่าทำไมถึงพูดเเรงจัง พอหนูทำท่าโกรธเขาก็เหมือนประมาณว่าแบบหัวเราะกลบเกลื่อน เมื่อก่อนเขาไม่เคยเป็นแบบนี้เลย เพราะเมื่อก่อนเวลาซื้อของขวัญวันเกิดให้เราจะไม่ให้เขาไปเลือกเอง เราจะซื้อให้เลย เขาก็จะขอบคุณตลอด เเล้วก็ชอบไม่ชอบเราก็ไม่ได้สังเกตไงเพราะเราซื้อมาเเล้ว เขาขอบคุณก็จบแล้ว เเต่รอบนี้คำขอบคุณก็ยังไม่มีเลย จนหนูต้องทวงว่าไม่ขอบคุณกันเลยหรอ? หนูมองว่า 10 ปีมันค่อนข้างหมดความหวานเเล้ว ในเมื่อเราตกลงกันเเล้วว่าเราจะใช้ชีวิตคู่ด้วยกัน เเต่ว่าถ้าเราจะต้องอยู่ด้วยกันโดยไม่รักษาน้ำใจกันเเบบนี้ มันจะทำยังไงให้มันตลอดรอดฝั่ง ถ้าเป็นแบบนี้หนูก็ไม่โอเคถ้ามันจะต้องเป็นแบบนี้ไปเรื่อย ๆ เขาก็ไม่ได้บอกว่าต่อไปจะไม่ทำเเล้ว เเต่เขาบอกว่าทุกอย่างที่ทำให้ไม่ใช่ว่าจะไม่ดี คำพูดเขาก็มาจากคำพูดเรา หนูก็เลยอยากปรึกษาพี่ดีเจทั้ง 3 คนว่าหนูควรทำยังไงต่อดี ให้ชีวิตคู่ของหนูมันไปรอดตลอดฝั่ง?’ โดยเริ่มที่ “ดีเจเผือก” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘พี่ว่าทั้งคู่จริง ๆ นอกจากจะถามเขาว่าจะอยู่ยังไงที่ไม่รักษาน้ำใจ เราต้องถามตัวเองด้วยว่าเราทำอะไรผิดพลาดไปในวันเกิดเขารึเปล่า ถ้ามันเป็นเรื่องเเค่วันเกิดที่ผิดใจกันจริง ๆ โอเคไม่มีปัญหา หลังจากกลับมาเป็นเหมือนเดิม พฤติกรรมหลังจากเนี้ยะน่าจะบอกได้ว่าทุกอย่างยังเหมือนเดิมรึเปล่า เราแค่ผิดใจในวันนั้นรึเปล่า หรือจริง ๆ เเล้วมีปัญหาใหญ่ซ่อนอยู่ ถ้ามันมีหลังจากนี้มันจะเป็นอีกในลักษณะแบบนี้ เรื่องการคู่ชีวิตต้องรักษาน้ำใจถ้าตั้งเเต่คบมาเเล้วเขาเพิ่งจะมาไม่มีเเค่วันนี้ พี่ว่าก็ไม่ถือว่าคู่ชีวิตที่ไม่รักษาน้ำใจขนาดนั้นนะ’ ต่อมา “ดีเจเติ้ล” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘ต้องใช้เหตุเเละผลนะ สิ่งที่ทำวันนี้มันก็มีเหตุมีผลที่ทำให้เขาพูดแบบนั้น วันนึงถ้าคุยกันว่าชีวิตคู่จะไปยังไงให้รอด ก็ต้องคุยกับเขาว่าไม่ชอบในสิ่งที่เขาทำ โดยที่เราเองก็ต้องกลั่นกรองนะว่าถ้าเขาไม่รักษาน้ำใจในแบบที่ไม่มีเหตุผลแล้ว เพราะว่าเราจะมาไม่แฮปปี้ก็ไม่ได้อะ เราจะอยู่ต่อกันไปเรื่อย ๆ ลึก ๆ เเล้วคุณวันก็มีความคาดหวังสูงอยู่นะในการเซอร์ไพร์สแบบนี้ เเต่ถ้าเป็นเเบบนี้ไปตลอดในการมีชีวิตคู่พี่ว่ามันเหนื่อยนะ’ สุดท้าย “ดีเจต้นหอม” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘เป็นคู่ที่คุยกันได้ ลองเอานิสัยผู้หญิงออกไป อารมณ์แบบชั้นไม่ชอบไม่พอใจเเล้วชั้นเก็บอ่ะ ประมาณว่าแบบเรื่องเค้กอะก็พูดไปตรง ๆ ว่าถ้าไม่รู้ความหมายก็ถามสิ เดะแปลให้อยากให้เขารับรู้ ที่มันตรงกับความรู้สึกเราอะ โดยที่ไม่ต้องเก็บเอามาน้อยใจ การน้อยใจของผู้หญิงโคตรน่าสงสารเลยเว้ย เพราะมันจะนอนร้องไห้โดยที่ผู้ชายไม่รู้เรื่องอะไรเลย หรือว่าเราเคยทำอะไรผิดพลาดไป เคยพูดขอโทษกับเขาบ้างรึเปล่า ถ้าอยากให้กลับไปมีชีวิตคู่เหมือนแรก ๆ ที่คบกันน่ะ มันกลับไปไม่ได้แล้ว คนที่น่ารักในอดีตอ่ะมันไม่อยู่เเล้ว เพราะว่ามันใหม่มันมีปัจจัยอะไรหลาย ๆ อย่าง มันชาชินอยู่ด้วยความเป็นเพื่อน ความรักความหลงมันถูกทดแทนเป็นความผูกพันไปแล้ว’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

album
efm
-

-