เพิ่งสูญเสียคุณพ่อไป 2 เดือนที่แล้ว เมื่อคิดถึง ก็จะร้องไห้ และเกิดคำถามขึ้นมากมาย อยากคิดถึงพ่อโดยที่ไม่ฟูมฟาย ต้องทำยังไงคะ?

พุธทอล์ค พุธโทร RECAP

เพิ่งสูญเสียคุณพ่อไป 2 เดือนที่แล้ว เมื่อคิดถึง ก็จะร้องไห้ และเกิดคำถามขึ้นมากมาย อยากคิดถึงพ่อโดยที่ไม่ฟูมฟาย ต้องทำยังไงคะ?

03 พ.ค. 2026

เพิ่งสูญเสียคุณพ่อไป 2 เดือนที่แล้ว

เมื่อคิดถึง ก็จะร้องไห้ และเกิดคำถามขึ้นมากมาย 

อยากคิดถึงพ่อโดยที่ไม่ฟูมฟาย ต้องทำยังไงคะ?

       'คุณองุ่น' (นามสมมุติ) สายที่ 3 ในรายการ พุธทอล์คพุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (29 เมษายน 2569) ได้เข้ามาปรึกษา 'ดีเจต้นหอม - ดีเจเติ้ล - ดีเจเกรท และ หมอท้อป - นพ.อภิชาติ จริยาวิลาศ จิตแพทย์ Me Center clinic’ เรื่องที่ตนนั้นเพิ่งสูญเสียคุณพ่อไป ทุกครั้งที่คิดถึงจะฟูมฟายมาก ทำอย่างไรได้บ้างให้คิดถึงพ่อได้โดยไม่เศร้าแบบนี้

       ‘คุณองุ่น (นามสมมุติ)’ อายุ 30 ปี ได้เล่าว่า “หนูเพิ่งสูญเสียคุณพ่อไป เมื่อ 2 เดือนที่แล้ว ก่อนหน้านี้เขาเป็นอัลไซเมอร์ แต่เสียด้วยอาการป่วยแทรกซ้อน หลังจากนั้นก็ทำให้มีคำถามติดอยู่ในใจ วน ๆ ซ้ำ ๆ ว่า ในความทรงจำของพ่อ องุ่นโตแค่ไหนแล้ว มีงานทำหรือยัง หรือโตกว่านั้น

       ทุกวันนี้ก็ใช้ชีวิตกับคนอื่น ๆ ได้ปกติ แต่เมื่อต้องอยู่คนเดียว จะมีแวบหนึ่งที่นึกถึงคุณพ่อ แล้วก็ร้องไห้ออกมา ใจหนึ่งก็คิดว่ายอมรับได้แล้ว แต่อีกใจก็คิดว่ามันเป็นแค่การหลอกตัวเอง

       พ่อเป็นอัลไซเมอร์ก่อนเสีย 4-5 ปี ระหว่างนั้นจะมีคุณแม่เป็นคนดูแลพ่อตลอด โดยกิจวัตรประจำวันของเขาคือ เขาจะรอลูก ๆ กลับบ้านจนครบ 3 คนก่อนถึงจะยอมเข้าบ้าน พอวันนี้เรากลับบ้าน แล้วไม่เจอเขา ก็จะรู้สึกเศร้า รู้สึกคิดถึง และเสียดายที่ยังมีอะไรที่ไม่ได้ทำร่วมกันอีกมาก บางทีไปเจอร้านอร่อย ๆ ก็นึกเสียดายที่ไม่เคยพาพ่อมาเลย

       ช่วงแรก ๆ ตั้งคำถามว่า ในความทรงจำของเขา เขาจะภูมิใจในตัวเราบ้างมั้ย แต่พอเวลาผ่านไปกลายเป็นคิดถึงเขามากกว่า อยากขอคำแนะนำจากพี่ ๆ ว่าจะทำยังไงให้สามารถคิดถึงพ่อได้ โดยไม่ฟูมฟายแบบนี้ และผลกระทบอีกอย่างคือ องุ่นคุยกับคุณแม่น้อยลงมาก เพราะทุกครั้งที่เห็นคุณแม่ที่เคยตัวติดแพ็กคู่กับพ่อตลอดเวลา ทำให้คิดถึงคุณพ่อมากขึ้นด้วย"

       เริ่มจาก ‘ดีเจเติ้ล’ ให้คำปรึกษาว่า “พี่ก็เสียพ่อไปเหมือนกัน ตอนท่านยังอยู่เราก็มีทะเลาะไม่ลงรอยกันบ้าง วันที่เขาต้องปลดเครื่องมือแพทย์ วันนั้นพี่ทำงานอยู่ แต่พี่ได้วิดีโอคอลคุยกับพ่อ พี่บอกพ่อว่า ให้พ่อหลับให้สบายเลย อะไรที่เติ้ลเคยทำไม่ดีกับพ่อ เติ้ลขอให้พ่ออโหสิกรรมให้นะ อะไรที่เรารู้สึกติดค้าง เติ้ลก็อโหสิกรรมให้พ่อด้วย และมันก็จบแค่นั้น

       ช่วงแรก ๆ ต้องมีนึกถึงเขาบ้าง แต่เวลาที่พี่นึกถึงเขา พี่จะเลือกนึกถึงแค่ภาพความทรงจำดี ๆ เท่านั้น เช่น ตอนเด็กที่เขาขับรถไปส่งพี่ที่โรงเรียน หรือเขาซื้อโดนัทมาเลี้ยงเพื่อนพี่ เพราะเป็นวันเกิดพี่ พี่ไม่รู้ว่าจะช่วยคุณองุ่นได้มั้ย ส่วนตัวพี่เลือกที่จะนึกถึงความทรงจำที่จะดีต่อตัวพี่ พี่อยากคิดถึงเขาในแบบที่ทำให้พี่สงบ

       ส่วนเรื่องที่คุณองุ่นยังปรับตัวไม่ได้ เหมือนมีอะไรหายไป ส่วนตัวพี่คิดว่าถึงแม้เขาจะไม่อยู่แล้ว แต่อะไรที่เขาทิ้งไว้ให้พี่ ไม่ว่าจะ DNA คำสั่งสอน หรืออะไรหลาย ๆ อย่าง มันยังอยู่กับพี่ตลอด มันไม่เคยจางหาย แต่พี่เข้าใจว่าคุณองุ่นเพิ่งสูญเสีย ต้องขอแสดงความเสียใจด้วย อาจจะทำใจได้ยาก แต่ถ้าคุณองุ่นได้ไปพบคุณหมอ อาจจะช่วยให้ดีขึ้นได้ค่ะ”

       ต่อด้วย ‘ดีเจต้นหอม’ ให้คำปรึกษาว่า “ก่อนอื่นต้องแสดงความเสียใจด้วย ที่คุณองุ่นกำลังอยู่ในสถานการณ์ที่ยากลำบาก แต่คุณองุ่นต้องใช้เวลาเพื่อช่วยให้ทุก ๆ อย่างดีขึ้น สิ่งที่หอมกลัวมากที่สุดคือการสูญเสียเช่นกัน แต่หอมได้มีโอกาสได้ลองเข้าไปปฏิบัติธรรม เขาได้สอนให้หอมรู้จักการปล่อยวาง ไม่มีอะไรสามารถอยู่กับเราไปได้ตลอด แม้จะเป็นเนื้อหนังมังสา ร่างกายของเราเองก็ตาม คุณพ่อคุณองุ่นไม่ได้หายไปไหน เขาแค่ย้ายไปอยู่ในความทรงจำ

       และอยากแนะนำอีกอย่าง เกี่ยวกับคุณแม่ อยากให้ลองแบ่งเวลาให้กับคนที่ยังอยู่กับเรา สร้างความสุขร่วมกันกับเขา หอมว่าคุณแม่ก็เสียใจ แต่เขาไม่ได้แสดงออก

       ครึ่งนึงของคุณองุ่นยังคือคุณพ่อค่ะ ทุกครั้งที่ส่องกระจกเขายังอยู่กับเรา”

       ตามด้วย ‘ดีเจเกรท’ ให้คำปรึกษาว่า “อยากให้เราเข้าใจว่ามันเป็นเรื่องปกติมาก ตัวพี่เองก็เพิ่งสูญเสียคุณยายกับน้องแมวไป สำหรับคนที่องุ่นผูกพันมาก ๆ การสูญเสียไป 2 เดือน มันยังเป็นเวลาที่น้อยมากที่จะทำใจได้ เราไม่จำเป็นต้องรีบอยากหาย แน่นอนว่าคิดถึงมาก แต่ต้องให้เวลากับการคิดถึง ยอมรับอารมณ์ที่จะเกิดขึ้นกับเราให้ได้ ไม่ต้องกดดันตัวเอง พี่เชื่อว่าเวลาเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยเยียวยาเรา ลองคิดดูว่าถ้าสมมุติคุณพ่อเห็นเราร้องไห้ เขาจะพูดอะไรกับเรา อาจจะเป็นสู้ ๆ นะพ่ออยู่ข้าง ๆ นะอะไรแบบนั้น เมื่อไหร่ที่คิดถึงแล้วเสียใจก็แค่ยอมรับอารมณ์ตัวเองไปก่อนครับ”

       ปิดท้ายด้วย ‘หมอท้อป’ ให้คำปรึกษาว่า “ความรู้สึกเหล่านี้คือความปกติ ยอมรับว่าเศร้า ให้เวลากับตัวเอง อย่างที่คุณเกรทบอก แต่อย่าเศร้าจนทำร้ายตัวเอง สิ่งที่คุณองุ่นเจอ คือภาวะการสูญเสีย มีคนมาปรึกษาหมอเพราะเรื่องนี้เยอะ แต่เขาไม่ได้ป่วยนะ มันเป็นเรื่องที่ทรมานมาก อันนี้ไม่เถียง แต่ต้องค่อย ๆ ให้เวลาตัวเอง สิ่งที่จะเกิดขึ้นมันจะเป็นระยะ ๆ นะ บางครั้งเราจะรู้สึกว่าเรายอมรับได้ แต่บางครั้งเราก็จะเสียใจใหม่ อารมณ์จะไหลไปไหลมาได้ตลอด ต้องตั้งสติ 

       แนะนำให้จดบันทึกความรู้สึก เขียนมันออกมาว่าเรารู้สึกอย่างไร ปัญหาคืออะไร บางเรื่องเมื่อเรารู้สึกซ้ำ เราจะจำได้ว่า อ๋อ อันนี้เรามีคำตอบแล้วนะ และถ้าเราอยากบอกอะไรคุณพ่อ ศัพท์การแพทย์เรียกว่า unfinished business คือ เรื่องติดค้างในใจ จดไว้ว่าเราค้างคาเรื่องอะไร หรือคุณพ่อค้างคาอะไร แล้วเราทำแทนคุณพ่อเพื่อสานต่อ เช่น ถ้าพ่อรักแม่มาก เราก็ทำหน้าที่ตรงนี้แทนคุณพ่อ แต่อย่าลืมว่าพ่อเขาไม่ได้รักแม่คนเดียวนะ เขารักหนูด้วย ดังนั้น ดูแลตัวเองด้วยนะ และคนเป็นโรคความจำเสื่อม เขาจะจำเรื่องในอดีตได้แม่นกว่า เพราะฉะนั้นเขาก็จะจำได้ตั้งแต่หนูเกิด ความปรารถนาของคนเป็นพ่อเป็นแม่ แค่อยากให้ลูกสุขภาพแข็งแรง วันนี้ลูกกินได้ มีความสุขได้ หรือแค่ลูกไม่ร้องไห้พ่อแม่ก็ภูมิใจแล้ว วันนี้ถ้าหนูอยากให้พ่อภูมิใจ พี่ตอบแทนเลยว่าคุณพ่อภูมิใจหนูไปหลายเรื่องแล้วล่ะ อาจจะตั้งแต่ 1 ขวบแล้วด้วย ”

       ปัญหาค้างคาใจของคุณองุ่น อาจเป็นปัญหาเดียวกันกับใครหลาย ๆ คน เรื่องการทำใจยอมรับกับความสูญเสียเป็นเรื่องที่ยาก รายการ พุธทอล์คพุธโทร ขอเป็นกำลังใจให้ผ่านความรู้สึกเสียใจไปได้อย่างดีนะคะ

เรื่องราวจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทาง

มีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATION

รับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 20.00 –23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

related พุธทอล์ค พุธโทร RECAP

ฉันก็รักของฉันเข้าใจบ้างมั้ยยยยยยยย?? สาวคาใจโทรถามรายการ การเอารูปศิลปินที่เรารัก มาติดในห้องทำงานส่วนตัว ทำได้ไหม? เพราะเอามาติดแล้ว เจอคนบอกว่าไม่เหมาะสม เดี๋ยวดูไม่น่าเชื่อถือ ทุกคนคิดว่ายังไงกันคะ... เป็นเรื่องที่ทำได้ไหม ห้องก็ห้องเราเอง

03 พ.ค. 2023

ฉันก็รักของฉันเข้าใจบ้างมั้ยยยยยยยย?? สาวคาใจโทรถามรายการ การเอารูปศิลปินที่เรารัก มาติดในห้องทำงานส่วนตัว ทำได้ไหม? เพราะเอามาติดแล้ว เจอคนบอกว่าไม่เหมาะสม เดี๋ยวดูไม่น่าเชื่อถือ ทุกคนคิดว่ายังไงกันคะ... เป็นเรื่องที่ทำได้ไหม ห้องก็ห้องเราเอง

“คุณสอง (นามสมมติ)” สายที่สี่ในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (26 เม.ย. 66) ได้โทรเข้ามาปรึกษาดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม เกี่ยวกับปัญหาติดรูปศิลปิน โดย “คุณสอง (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘เราชอบศิลปินและได้ถ่ายรูปกับศิลปิน เราก็เลยเอารูปที่ถ่ายกับศิลปินไปติดในห้องทำงานของตัวเอง แต่มีคนบอกว่ามันไม่ควรติดในห้องทำงาน มันควรเอาไปติดที่บ้านหรือห้องนอนของตัวเอง แต่คือเราอยากอวดที่ได้ถ่ายรูปกับศิลปิน ที่ทำงานเป็นบริษัทที่ทำในครอบครัว จะมีพี่น้องอยู่ด้วยกัน และมีพนักงาน ส่วนห้องทำงานของเราเป็นห้องของเราคนเดียว คล้ายๆกับห้องบัญชีที่ไม่ได้มีคนพลุกพล่าน และตอนที่เราทำงานข้างนอก เราก็เคยติดไว้และตอนลาออกเราก็เอาออก วันนี้จึงอยากโทรมาปรึกษาว่าเราควรเอารูปออกดีไหม?เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

หนูบูชาปี่เซียะมา ร้านแนะนำให้ทำพิธีก่อนเริ่มวันใหม่ วันนั้นกลับมา ห้าทุ่มครึ่ง เหลือเวลาครึ่งชั่วโมง รีบจุดธูป ทำพิธี แล้วไปอาบน้ำ ออกมาควันเต็มห้อง แฟนโกรธมาก แต่เราดันไปถามว่า "เธอเห็นตัวเลขบนรูปไหม?" เพราะตอนเช้าวันที่ 16 แล้ว แฟนด่าเราใหญ่เลย

25 พ.ย. 2024

หนูบูชาปี่เซียะมา ร้านแนะนำให้ทำพิธีก่อนเริ่มวันใหม่ วันนั้นกลับมา ห้าทุ่มครึ่ง เหลือเวลาครึ่งชั่วโมง รีบจุดธูป ทำพิธี แล้วไปอาบน้ำ ออกมาควันเต็มห้อง แฟนโกรธมาก แต่เราดันไปถามว่า "เธอเห็นตัวเลขบนรูปไหม?" เพราะตอนเช้าวันที่ 16 แล้ว แฟนด่าเราใหญ่เลย

หนูบูชาปี่เซียะมา ร้านแนะนำให้ทำพิธีก่อนเริ่มวันใหม่ วันนั้นกลับมา ห้าทุ่มครึ่งเหลือเวลาครึ่งชั่วโมง รีบจุดธูป ทำพิธี แล้วไปอาบน้ำ ออกมาควันเต็มห้อง แฟนโกรธมาก แต่เราดันไปถามว่า"เธอเห็นตัวเลขบนรูปไหม?" เพราะตอนเช้าวันที่ 16 แล้ว แฟนด่าเราใหญ่เลย หนูผิดมากหรอคะ? “คุณส้ม (นามสมมติ)” อายุ 30 ปี สายที่สี่ในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคือวันพุธที่ [20 พ.ย. 67] ได้โทรเข้ามาปรึกษา ‘ดีเจเผือก – ดีเจเติ้ล – ดีเจต้นหอม’ เกี่ยวกับเรื่องบูชาปี่เซี๊ยะจนเกือบไฟไหม้บ้านแฟน โดย “คุณส้ม (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า สำหรับตัวหนูเป็นคนที่มีความเชื่อเกี่ยวกับเรื่องปี่เซี๊ยะ ก็เลยไปซื้อปี่เซี๊ยะที่ร้าน ๆ นึงมา โดยทางร้านเขาก็บอกว่า จะมีวันที่ที่ต้องบูชาตาม วัน/เดือน/ปี/เกิด ของหนู พอเสร็จเรียบร้อย วันนั้นหนูกลับถึงบ้าน 5 ทุ่มครึ่ง คืออีกครึ่งชั่วโมง มันเป็นวันเกิดของหนู ซึ่งเป็นวันเดียวกันกับที่หนูต้องบูชา ไม่งั้นมันจะเลยฤกษ์ แล้วหนูต้องนอนกับแฟนที่บ้าน แต่หนูต้องบอกก่อนว่าแฟนหนูเป็นคนใจเย็นมาก ไม่พูดคำหยาบ เรียบร้อย สุภาพ ทีนี้หนูก็ทำพิธีอย่างรวดเร็ว แบบว่ามันก็จะมีพาน แต่หนูไม่ได้ไปจุดธูปข้างล่าง เพราะคนอื่นเค้านอนกันหมดแล้ว หนูก็เลยขออนุญาตแฟนว่า ขอจุดในห้องนอนได้ไหม แค่แบบแปปเดียวจริง ๆ มันก็จะมีธูป มีแผ่นทอง มีกำไล มีเส้นแดง หนูก็จุดเรียบร้อย ทีนี้ระหว่างรอธูปดับ หนูก็ไปอาบน้ำ พอหนูอาบน้ำเสร็จ หนูคิดในใจ หนูจะได้เลขเด็ดแล้ว แต่พอออกมาจากห้องน้ำ เห็นแฟนกำลังพัด คือเหมือนธูปมันจะมอด ใกล้จะดับ แต่กลิ่นมันโขมงมาก สิ่งที่หนูเห็น หนูก็อึ้ง หนูทำไร ไม่ถูก แต่แฟนหนูก็เคลียร์ทุกอย่าง ทั้งธูป ทั้งควัน เสร็จแล้วเขาก็พูดว่า เฮ้ยส้ม!! ทำไมเธอถึงทำแบบนี้ ฉันเตือนแล้ว มาเป็นชุด หนูก็เลย ทำไรไม่ถูก เสร็จปุ๊ปหนูก็เลยเดินไปถามเขาดี ๆ ว่า ‘เธอ ๆ เธอเห็นเลขไหม?’ คำถามนี้แหล่ะมันเลยทำให้เค้าโมโหหนักกว่าเดิม หนักกว่าเดิมแบบว่า เฮ้ย!! ส้มทำไมเธอถึงถามฉันด้วยคำถามแบบนี้วะ แทนที่จะมาดูว่าบ้านเป็นอะไรไหม? หนูก็เลยยืนงงอยู่ แฟนหนูก็เลยพูดต่อว่า ทำไมส้มโตแต่ตัว ทำไมส้มไม่ใช้สมองเลย เราคบกันมานานมาก คำพูดเหล่านั้นหนูไม่เคยได้ยินจากปากเขาเลย วันนี้ได้ยินแล้วค่อนข้างอึ้ง หนูก็เลยตะคอกกลับไปว่า หุบปากได้ไหม!! แล้วเค้าก็สบถคำที่ค่อนข้างทำให้หนูตกใจ หลังจากคืนนั้น คือก้นชนก้น ไม่พูดไม่จา ไม่อะไรกันทั้งนั้น คือคิดในใจแล้วว่า ‘หนังสือเล่มสุดท้ายของชีวิตล่ะ’ คือกำลังจะโบกมือบ๊ายบายกันแล้ว แต่สุดท้ายคือหนูก็ตกลงกันว่าโอเค ปรับความเข้าใจกัน คำถามที่หนูอยากจะถามพี่ๆดีเจคือ “หนูรู้นะหนูผิดตรงที่หนูไม่รู้ หนูไม่ได้ตั้งใจให้มันเป็นแบบนี้ อยากรู้แค่ว่าหนูผิดมากไหม? ที่ต้องมาพูดแรงกับหนูขนาดนี้” ทางด้านดีเจทั้ง 3 ท่าน “ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม” ให้ความคิดเห็นพร้อมกันไปในทางเดียวกันว่า ‘มากกก’ ส้มผิดมากค่ะ ส้มสมควรโดนด่า ถูกต้องแล้ว ไม่โดนทำร้ายกายก็ดีแค่ไหนแล้ว ต้องขอบคุณแฟนของส้มที่เตือนสติส้ม นอกจากนี้ “ดีเจต้นหอม” ยังพูดทิ้งท้ายอีกว่า ‘กลับไปบ้าน แล้วไปนวดแข้ง นวดขา นวดบ่าเขาให้ดี ดีที่เค้ายังไม่บอกเลิก ‘หนังสือเล่มสุดท้าย’ เค้าควรเป็นคนพูด...’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

ลูกก็ลูกผม แต่ผมกับภรรยา แทบไม่ได้เลี้ยงลูกตัวเองเลย แม่ภรรยา และ พี่สาวภรรยา แย่งกันเลี้ยงทั้งวัน ขนาดจะส่งลูกเข้านอนยังไม่ได้ทำ บางวันลูกร้องไห้ ตีสอง ตีสาม พี่สาวภรรยาพุ่งตัวเข้ามาดูแลแทน จนตอนนี้เริ่มสงสัยแล้วว่าลูกใครกันแน่ ?

04 เม.ย. 2025

ลูกก็ลูกผม แต่ผมกับภรรยา แทบไม่ได้เลี้ยงลูกตัวเองเลย แม่ภรรยา และ พี่สาวภรรยา แย่งกันเลี้ยงทั้งวัน ขนาดจะส่งลูกเข้านอนยังไม่ได้ทำ บางวันลูกร้องไห้ ตีสอง ตีสาม พี่สาวภรรยาพุ่งตัวเข้ามาดูแลแทน จนตอนนี้เริ่มสงสัยแล้วว่าลูกใครกันแน่ ?

ลูกก็ลูกผม แต่ผมกับภรรยา แทบไม่ได้เลี้ยงลูกตัวเองเลย แม่ภรรยา และ พี่สาวภรรยา แย่งกันเลี้ยงทั้งวันขนาดจะส่งลูกเข้านอนยังไม่ได้ทำ บางวันลูกร้องไห้ ตีสอง ตีสาม พี่สาวภรรยาพุ่งตัวเข้ามาดูแลแทนจนตอนนี้เริ่มสงสัยแล้วว่าลูกใครกันแน่ ? ถ้าปล่อยไว้ในอนาคต จะมีปัญหาระยะยาวไหม “คุณหอย (นามสมมติ)” อายุ 34 ปี สายที่สองในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา [26 มี.ค. 68] ได้โทรเข้ามาปรึกษา “ดีเจเผือก – ดีเจเติ้ล – ดีเจพี่อ้อย” เกี่ยวกับปัญหาญาติๆพากันเเย่งเลี้ยงลูกของตัวเอง โดย “คุณหอย (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘ผมกับเเฟนเรามีอายุเท่าๆกัน ประมาณ 30 ปี ผมกับเเฟนเราทั้งคู่ก็ได้มีลูกกัน ตอนนี้ลูกอายุ 5 เดือน ปัญหานี้ไม่ได้มาจากผมหรือเเฟน เเต่มาจาก เเม่ยาย เเละพี่สาวของเเฟนผม ทั้งคู่พากันเเย่งลูกของผมไปเลี้ยง แต่จะสลับกันเลี้ยง เเม่ยายจะเลี้ยงลูกผมตอนเช้า เเล้วพี่สาวเเฟนผมเขาทำธุรกิจก็จะปิดร้านประมาณ 2 - 3 ทุ่ม พอทำทุกอย่างเสร็จ เขาก็จะมารับลูกผมไปเลี้ยง สรุปก็คือทั้งวัน ผมก็ไม่ได้อยู่กับลูกเลย กลายเป็นเกิดปัญหาทะเลาะกันเกี่ยวกับการเเย่งกันเลี้ยงของเเม่ยาย เเละพี่สาวของเเฟน บางครั้งเเฟนผมก็ต้องพูดเพื่อขอให้เขาเอาลูกของผมเอง กลับมาหาเลี้ยงเองบ้าง มีวันหนึ่งที่ลูกผมร้องตอนประมาณตี 1 เพราะถึงเวลาที่ต้องให้นม พี่สาวเเฟนเขาได้ยิน เขาก็รีบวิ่งมาเเล้วเอาตัวลูกผมไป หรือบางวันลูกผมร้องหนักๆ เเม่ยายที่อยู่ชั้น 2 ก็เดินลงมาเเล้วเอาตัวลูกผมไปเเทน จนตอนนี้เเฟนผมเหมือนมีหน้าที่เเค่ปั้มนม เพื่อให้ลูกกิน ส่วนผมก็ไม่ได้ทำอะไรเลย เเล้วก็มีเรื่องของการที่พี่สาวเเฟน เเละเเม่ยายตามใจหลานมากๆด้วย เพราะก่อนที่ลูกผมจะคลอด พี่สาวเเฟนก็ซื้อของเตรียมกันไว้เหยียบเเสนอยู่ เเล้วเขาก็ไม่ไว้ใจใครเลี้ยง เลี้ยงเหมือนไข่ในหิน จนตอนนี้ผมรู้สึกว่าเริ่มอึดอัด เพราะลูกผมเขาก็เอาไปเลี้ยง เเล้วผมก็เป็นคนนอกที่เข้าไปอยู่ในบ้านของเเฟน จะให้ผมมานอนดูทีวีเฉยๆมันก็อาจจะดูเเปลกๆ ตอนนี้ผมก็มีหน้าที่เเค่ชงนม ส่วนภรรยาผม เขาก็มีการบ่นๆกับผมเรื่องนี้ เเล้วเขาก็เป็นลูกคนเล็กเลยอาจจะโดนพี่สาวเเละเเม่กดๆอยู่ ในตอนเเรกเเฟนผมก็ได้เลี้ยงลูกบ้างเพราะยังไม่ได้ทำงานประจำ เเต่พอเขามีงานเวลาที่ได้เจอกับลูกก็น้อยลง เพราะตอนเช้าเเม่ก็เอาไปเลี้ยงตอนมืดพี่สาวเขาก็เอาไป หรือบางครั้งที่เเฟนผมไปขอลูกมาเลี้ยงเองบ้าง เขาก็เหมือนไม่อยากให้ เพราะเขาก็รักของเขา ผมก็พูดอะไรไม่ได้หรือบางครั้งเราก็ไม่เเย่งคืนมาเลยได้ไหม ผมเลยอยากปรึกษาพี่ๆดีเจว่า ผมควรที่จะปล่อยให้เขาเลี้ยงลูกเลยดีไหม ให้เขาเป็นตัวหลักเเล้วเราเป็นตัวรอง หรือ เราควรที่จะไปคุยกับเขาเลยดีไหม กลัวว่าอนาคตเราปล่อยลูกให้คนอื่นเลี้ยงจะมีปัญหาในอนาคตรึป่าว’ เริ่มที่ “ดีเจเติ้ล” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘ลูกคุณหอยเป็นเด็กที่น่าอิจฉานะ เพราะตอนนี้ลูกคุณหอยได้รับความรักจากคนทั้งบ้านเเบบสุดๆไปเลย เเละตอนนี้พี่ว่ายังไม่มีปัญหาเพราะเขายังเด็กอยู่ เเต่ในอนาคตตอนที่เขาโตขึ้นเเล้วเขาไม่ได้ถูกเลี้ยงจากพ่อเเละเเม่พี่ว่ามันก็ไม่ถูก ซึ่งถ้าถึงเวลานั้นตัวคุณหอยกับเเฟนก็อาจจะต้องมีการพูดคุยกับพวกเขาบ้าง อย่างเช่นตอนส่งเขาเข้านอน ควรจะเป็นพ่อกับเเม่ดีกว่า เพราะงั้นตอนนี้ก็อาจจะเอนจอยไปก่อนก็ได้ในตอนที่เขายังเด็กอยู่ สุดท้ายพี่ก็มั่นใจว่าถ้าคุณหอยเเฟน มอบความรักให้เขาอย่างเต็มที่ พี่ว่าเขาก็น่าจะรู้เเหละว่าใครคือพ่อเเละเเม่ของเขา’ ต่อมา “ดีเจพี่อ้อย” ได้ให้คำปรึกษาว่า ตอนนี้คุณหอยกำลังห่วงอนาคตจนหมดความสุขในปัจจุบัน เเละพี่มองว่า เด็กที่อายุ 0 - 3 ขวบ คือในช่วงที่เด็กกำลังเรียนรู้เรื่องความผูกพันธ์อยู่ เเม้ว่าพ่อเเม่ไม่ได้เลี้ยงแต่สายใยความผูกพันพ์ของคนเป็นเเม่ที่อุ้มท้องมา 9 เดือนมันก็ต้องมีอยู่เเล้ว เเต่ก็อย่าพึ่งถึงขั้น อคติว่า ฉันไม่ได้เลี้ยงลูกต้องไม่รักฉันเเน่เลย เพราะตัวคุณหอยที่เป็นพ่อ ก็ยังอยู่ที่บ้านกับลูกเสมอเลย เพราะงั้นวิธีการในการสื่อสารว่าเราก็อยากที่จะเลี้ยงลูกเหมือนกันนะ ก็เป็นสิ่งสำคัญ ไม่งั้นอาจจะเกิดความขัดแย้งขึ้นมาได้ เช่นบอกคุณเเม่เเฟนว่า คุณเเม่ก็ต้องดูแลสุขภาพเหมือนกันนะ ให้เราช่วยเลี้ยงดีกว่า จะได้เเข็งเเรงเเละเห็นหลานเติบโตไปพร้อมๆกันทุกคน’ เเละสุดท้าย “ดีเจเผือก” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘เห็นด้วยกับพี่อ้อยนะครับ ว่าช่วง 0 - 3 ขวบเป็นช่วงที่สำคัญในเรื่องการเรียนรู้ความผูกพันธ์ เเละที่สำคัญการที่คุณหอย อยากที่จะให้ลูกตัวเองเติบโตมาเป็นเเบบไหน คนที่ใกล้ชิดก็สำคัญ เพราะเด็กจะมีการเรียนรู้ หรือการเรียนแบบบุคลิกของคนที่ใกล้ชิดกับเขา เช่นลูกของผม บางครั้งก็เคยพูดคำที่ผมสอนเขา กลับมาใส่ผมเหมือนกัน ผมยังอึ้งว่า นี่คือการ Copy ชัดๆ เเละผมก็ไม่เคยให้มีใครมาก้าวก่าย การเลี้ยงลูกของผมเลย เพราะงั้นการที่ คุณเเม่ของเเฟน กับ พี่สาวเเฟน เขาได้เลี้ยงลูกคุณหอย ในเเบบที่คุณหอยต้องการไหม เเละก็ไม่ได้มีใครคาดเดาได้ว่าลูกคุณหอย จะเติบโตมาในเเบบที่คุณหอยต้องการไหม ที่สำคัญอย่าคิดว่าโตเเล้วค่อยเลี้ยง ผมเชื่อว่าในเวลานั้นมันจะทันเเล้ว’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามชมใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

อยู่อิตาลีแต่มีธุรกิจตู้หยอดเหรียญอยู่ที่ไทย เลยให้พ่อกับแม่ช่วยดูแลร้าน มีวันหนึ่งไปเปิดกล้องวงจรปิดแล้วก็เห็นว่า แม่แอบขโมยเงินในร้านเข้ากระเป๋าตัวเอง

15 พ.ค. 2026

อยู่อิตาลีแต่มีธุรกิจตู้หยอดเหรียญอยู่ที่ไทย เลยให้พ่อกับแม่ช่วยดูแลร้าน มีวันหนึ่งไปเปิดกล้องวงจรปิดแล้วก็เห็นว่า แม่แอบขโมยเงินในร้านเข้ากระเป๋าตัวเอง

อยู่อิตาลีแต่มีธุรกิจตู้หยอดเหรียญอยู่ที่ไทยเลยให้พ่อกับแม่ช่วยดูแลร้านมีวันหนึ่งไปเปิดกล้องวงจรปิดแล้วก็เห็นว่าแม่แอบขโมยเงินในร้านเข้ากระเป๋าตัวเอง ‘คุณเมล่า (แอปเปิ้ล)’ สายที่ 2 ในรายการ พุธทอล์คพุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (13 พฤษภาคม 2569) ได้เข้ามาขอคำปรึกษา ‘ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม’ เรื่องที่ตนนั้นอาศัยอยู่ที่อิตาลี และมีธุรกิจตู้หยอดเหรียญที่ไทย โดยให้พ่อแม่ดูแลกิจการ แต่สิ่งที่ทำให้รู้สึเสียใจคือเห็นว่าแม่แอบขโมยเงินในร้านไป ‘คุณเมล่า (แอปเปิ้ล)’ อายุ 28 ปี ได้เล่าว่าตัวเธอเองอยู่ต่างประเทศ สามีได้ลงทุนเปิดธุรกิจตู้หยอดเหรียญประเภทหนึ่ง เป็นการทำธุรกิจครั้งแรก มีเพียงสาขาเดียว เปิดกิจการเข้าเดือนที่สามแล้ว โดยให้พ่อกับแม่ของคุณเมล่าคอยดูแลเครื่อง ดูแลลูกค้า เก็บเงิน และเธอเองก็จ่ายเงินให้เป็นค่าแรงค่าเสียเวลาให้กับพ่อแม่ สำหรับระบบการดูแลร้าน คุณเมล่าจะให้พ่อแม่โอนยอดเงินให้เธอทุกวันอาทิตย์ โดยไม่มีการตรวจสอบยอด แต่เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว เธอได้เช็คกล้องวงจรปิดก็เห็นว่าแม่ได้หยิบเงินสดในตู้หยอดเหรียญเข้ากระเป๋าตัวเอง ซึ่งแม่ก็รู้อยู่แล้วว่ามีกล้องวงจรปิด คุณเมล่าบอกเรื่องนี้แค่กับน้องชาย และไม่อยากพูดเรื่องนี้กับสามี เพราะสามีเป็นคนลงทุนร้านให้ กลัวสามีจะมองแม่ไม่ดี นอกจากนี้ก็พบว่ายอดเงินของสัปดาห์นั้นหายไปประมาณหลักพัน เธอได้เล่าต่อว่าพ่อแม่ช่วยกันดูแลร้านให้ พ่อดูแลทุกอย่างไม่มีปัญหา แต่หลังจากเหตุการณ์นี้ทำให้คุณเมล่ากังวลและเช็คกล้องวงจรปิดถี่มากขึ้น คุณเมล่าไม่อยากให้แม่ทำแบบนี้อีก แต่ก็ไม่อยากพูด ไม่อยากจะมีปัญหากับแม่ เพราะที่ผ่านมาความสัมพันธ์ระหว่างแม่ลูกก็ไม่ได้ดีนัก คุณเมล่าเองก็ไม่ได้รู้สึกว่าแม่เป็นเซฟโซนของเธอ เธอจึงอยากได้คำแนะนำและวิธีการแก้ไขไม่ให้แม่ทำแบบนี้อีก เริ่มด้วยคำแนะนำของ ‘ดีเจเผือก’ ได้กล่าวว่า “การแก้ปัญหาที่ดีที่สุดคือการคุย ไม่ว่าจะคุยกับพ่อหรือแม่ก็ต้องคุยเพราะมันเป็นปัญหาของร้าน ไม่ต้องเอาเรื่องอื่นมาเกี่ยว เป็นเรื่องของครอบครัว ต้องค่อย ๆ แก้กันทีละคน หรือถ้าหากคุยไม่ได้ก็ต้องเปลี่ยนวิธีการเก็บเงิน เปลี่ยนระบบร้าน หรือเปลี่ยนคนคุมเงิน ซึ่งคุณเมล่าเองต้องเลือกว่าจะคุยหรือจะเปลี่ยน ซึ่งถ้าไม่อยากคุยจริง ๆ ก็ต้องสร้างระบบร้านที่ปลอดภัยแทน” ต่อด้วย ‘ดีเจเติ้ล’ ที่สนับสนุนคำแนะนำของ ‘ดีเจเผือก’ ว่า “ จากระบบของร้านมันควรรู้ว่าต่อวันมีคนเข้าใช้บริการเท่าไหร่ และใช้อะไรบ้าง ไม่อย่างนั้นระยะยาวมันจะพัง เพราะตอนนี้ไว้ใจคุณแม่ไม่ได้ จะให้เขาโอนให้เป็นรายอาทิตย์ไม่ได้ ซึ่งต่อให้จ้างคนนอกเข้ามาคุมมันก็ไว้ใจไม่ได้ เพราะระบบมันหลวม แนะนำให้ลองดูสถานการณ์ ถ้าหากคุยได้ก็ให้คุย หรือลองอ้างว่าสามีเป็นคนเปิดกล้องวงจรปิดดูแล้วเห็นพฤติกรรมแบบนี้แล้วเขาไม่โอเค และขอไม่ให้แม่ทำอีก และถ้าหากแม่ไม่ได้ทำงานตรงนี้แล้ว แม่จะมีเงินจากตรงไหน บางทีอาจจะเป็นเพราะเราไม่ได้จ้างงานแม่ เลยทำให้แม่รู้สึกว่าต้องได้เงินบ้าง อย่างไรก็ตาม ลองเปลี่ยนระบบใหม่ ลองให้เงินเดือนแม่เขา และถ้ายังมีอีกเราก็มีหลักฐาน สุดท้ายแล้วยังไงก็ต้องคุยกัน เพราะถ้าไม่สื่อสารก็คงจะไม่มีการเปลี่ยน" ปิดท้ายด้วย ‘ดีเจต้นหอม’ กล่าวว่า “พี่หอมคิดเหมือนกัน หนึ่งคุยกับแม่ สองเปลี่ยนระบบเป็นโอนเงินหรือสแกนก็จะสะดวกกว่าด้วย สามให้เงินเดือนเป็นกิจจะลักษณะ ต้องเลือกว่าสะดวกวิธีไหน ถ้าหากเปลี่ยนระบบยากเกินไป ลองให้เงินเดือน โดยพ่อจะเป็นคนจัดการให้เงินเดือน หรือจะแก้โดยใช้ข้อหนึ่งกับข้อสามไปพร้อมกัน ลองดูนะคะ”เรื่องราวจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการInboxฝากเรื่องมาที่FacebookFanpageEFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 20.00–23.00น.ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

album
efm
-

-