เพิ่งสูญเสียคุณพ่อไป 2 เดือนที่แล้ว เมื่อคิดถึง ก็จะร้องไห้ และเกิดคำถามขึ้นมากมาย อยากคิดถึงพ่อโดยที่ไม่ฟูมฟาย ต้องทำยังไงคะ?

พุธทอล์ค พุธโทร RECAP

เพิ่งสูญเสียคุณพ่อไป 2 เดือนที่แล้ว เมื่อคิดถึง ก็จะร้องไห้ และเกิดคำถามขึ้นมากมาย อยากคิดถึงพ่อโดยที่ไม่ฟูมฟาย ต้องทำยังไงคะ?

03 พ.ค. 2026

เพิ่งสูญเสียคุณพ่อไป 2 เดือนที่แล้ว

เมื่อคิดถึง ก็จะร้องไห้ และเกิดคำถามขึ้นมากมาย 

อยากคิดถึงพ่อโดยที่ไม่ฟูมฟาย ต้องทำยังไงคะ?

       'คุณองุ่น' (นามสมมุติ) สายที่ 3 ในรายการ พุธทอล์คพุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (29 เมษายน 2569) ได้เข้ามาปรึกษา 'ดีเจต้นหอม - ดีเจเติ้ล - ดีเจเกรท และ หมอท้อป - นพ.อภิชาติ จริยาวิลาศ จิตแพทย์ Me Center clinic’ เรื่องที่ตนนั้นเพิ่งสูญเสียคุณพ่อไป ทุกครั้งที่คิดถึงจะฟูมฟายมาก ทำอย่างไรได้บ้างให้คิดถึงพ่อได้โดยไม่เศร้าแบบนี้

       ‘คุณองุ่น (นามสมมุติ)’ อายุ 30 ปี ได้เล่าว่า “หนูเพิ่งสูญเสียคุณพ่อไป เมื่อ 2 เดือนที่แล้ว ก่อนหน้านี้เขาเป็นอัลไซเมอร์ แต่เสียด้วยอาการป่วยแทรกซ้อน หลังจากนั้นก็ทำให้มีคำถามติดอยู่ในใจ วน ๆ ซ้ำ ๆ ว่า ในความทรงจำของพ่อ องุ่นโตแค่ไหนแล้ว มีงานทำหรือยัง หรือโตกว่านั้น

       ทุกวันนี้ก็ใช้ชีวิตกับคนอื่น ๆ ได้ปกติ แต่เมื่อต้องอยู่คนเดียว จะมีแวบหนึ่งที่นึกถึงคุณพ่อ แล้วก็ร้องไห้ออกมา ใจหนึ่งก็คิดว่ายอมรับได้แล้ว แต่อีกใจก็คิดว่ามันเป็นแค่การหลอกตัวเอง

       พ่อเป็นอัลไซเมอร์ก่อนเสีย 4-5 ปี ระหว่างนั้นจะมีคุณแม่เป็นคนดูแลพ่อตลอด โดยกิจวัตรประจำวันของเขาคือ เขาจะรอลูก ๆ กลับบ้านจนครบ 3 คนก่อนถึงจะยอมเข้าบ้าน พอวันนี้เรากลับบ้าน แล้วไม่เจอเขา ก็จะรู้สึกเศร้า รู้สึกคิดถึง และเสียดายที่ยังมีอะไรที่ไม่ได้ทำร่วมกันอีกมาก บางทีไปเจอร้านอร่อย ๆ ก็นึกเสียดายที่ไม่เคยพาพ่อมาเลย

       ช่วงแรก ๆ ตั้งคำถามว่า ในความทรงจำของเขา เขาจะภูมิใจในตัวเราบ้างมั้ย แต่พอเวลาผ่านไปกลายเป็นคิดถึงเขามากกว่า อยากขอคำแนะนำจากพี่ ๆ ว่าจะทำยังไงให้สามารถคิดถึงพ่อได้ โดยไม่ฟูมฟายแบบนี้ และผลกระทบอีกอย่างคือ องุ่นคุยกับคุณแม่น้อยลงมาก เพราะทุกครั้งที่เห็นคุณแม่ที่เคยตัวติดแพ็กคู่กับพ่อตลอดเวลา ทำให้คิดถึงคุณพ่อมากขึ้นด้วย"

       เริ่มจาก ‘ดีเจเติ้ล’ ให้คำปรึกษาว่า “พี่ก็เสียพ่อไปเหมือนกัน ตอนท่านยังอยู่เราก็มีทะเลาะไม่ลงรอยกันบ้าง วันที่เขาต้องปลดเครื่องมือแพทย์ วันนั้นพี่ทำงานอยู่ แต่พี่ได้วิดีโอคอลคุยกับพ่อ พี่บอกพ่อว่า ให้พ่อหลับให้สบายเลย อะไรที่เติ้ลเคยทำไม่ดีกับพ่อ เติ้ลขอให้พ่ออโหสิกรรมให้นะ อะไรที่เรารู้สึกติดค้าง เติ้ลก็อโหสิกรรมให้พ่อด้วย และมันก็จบแค่นั้น

       ช่วงแรก ๆ ต้องมีนึกถึงเขาบ้าง แต่เวลาที่พี่นึกถึงเขา พี่จะเลือกนึกถึงแค่ภาพความทรงจำดี ๆ เท่านั้น เช่น ตอนเด็กที่เขาขับรถไปส่งพี่ที่โรงเรียน หรือเขาซื้อโดนัทมาเลี้ยงเพื่อนพี่ เพราะเป็นวันเกิดพี่ พี่ไม่รู้ว่าจะช่วยคุณองุ่นได้มั้ย ส่วนตัวพี่เลือกที่จะนึกถึงความทรงจำที่จะดีต่อตัวพี่ พี่อยากคิดถึงเขาในแบบที่ทำให้พี่สงบ

       ส่วนเรื่องที่คุณองุ่นยังปรับตัวไม่ได้ เหมือนมีอะไรหายไป ส่วนตัวพี่คิดว่าถึงแม้เขาจะไม่อยู่แล้ว แต่อะไรที่เขาทิ้งไว้ให้พี่ ไม่ว่าจะ DNA คำสั่งสอน หรืออะไรหลาย ๆ อย่าง มันยังอยู่กับพี่ตลอด มันไม่เคยจางหาย แต่พี่เข้าใจว่าคุณองุ่นเพิ่งสูญเสีย ต้องขอแสดงความเสียใจด้วย อาจจะทำใจได้ยาก แต่ถ้าคุณองุ่นได้ไปพบคุณหมอ อาจจะช่วยให้ดีขึ้นได้ค่ะ”

       ต่อด้วย ‘ดีเจต้นหอม’ ให้คำปรึกษาว่า “ก่อนอื่นต้องแสดงความเสียใจด้วย ที่คุณองุ่นกำลังอยู่ในสถานการณ์ที่ยากลำบาก แต่คุณองุ่นต้องใช้เวลาเพื่อช่วยให้ทุก ๆ อย่างดีขึ้น สิ่งที่หอมกลัวมากที่สุดคือการสูญเสียเช่นกัน แต่หอมได้มีโอกาสได้ลองเข้าไปปฏิบัติธรรม เขาได้สอนให้หอมรู้จักการปล่อยวาง ไม่มีอะไรสามารถอยู่กับเราไปได้ตลอด แม้จะเป็นเนื้อหนังมังสา ร่างกายของเราเองก็ตาม คุณพ่อคุณองุ่นไม่ได้หายไปไหน เขาแค่ย้ายไปอยู่ในความทรงจำ

       และอยากแนะนำอีกอย่าง เกี่ยวกับคุณแม่ อยากให้ลองแบ่งเวลาให้กับคนที่ยังอยู่กับเรา สร้างความสุขร่วมกันกับเขา หอมว่าคุณแม่ก็เสียใจ แต่เขาไม่ได้แสดงออก

       ครึ่งนึงของคุณองุ่นยังคือคุณพ่อค่ะ ทุกครั้งที่ส่องกระจกเขายังอยู่กับเรา”

       ตามด้วย ‘ดีเจเกรท’ ให้คำปรึกษาว่า “อยากให้เราเข้าใจว่ามันเป็นเรื่องปกติมาก ตัวพี่เองก็เพิ่งสูญเสียคุณยายกับน้องแมวไป สำหรับคนที่องุ่นผูกพันมาก ๆ การสูญเสียไป 2 เดือน มันยังเป็นเวลาที่น้อยมากที่จะทำใจได้ เราไม่จำเป็นต้องรีบอยากหาย แน่นอนว่าคิดถึงมาก แต่ต้องให้เวลากับการคิดถึง ยอมรับอารมณ์ที่จะเกิดขึ้นกับเราให้ได้ ไม่ต้องกดดันตัวเอง พี่เชื่อว่าเวลาเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยเยียวยาเรา ลองคิดดูว่าถ้าสมมุติคุณพ่อเห็นเราร้องไห้ เขาจะพูดอะไรกับเรา อาจจะเป็นสู้ ๆ นะพ่ออยู่ข้าง ๆ นะอะไรแบบนั้น เมื่อไหร่ที่คิดถึงแล้วเสียใจก็แค่ยอมรับอารมณ์ตัวเองไปก่อนครับ”

       ปิดท้ายด้วย ‘หมอท้อป’ ให้คำปรึกษาว่า “ความรู้สึกเหล่านี้คือความปกติ ยอมรับว่าเศร้า ให้เวลากับตัวเอง อย่างที่คุณเกรทบอก แต่อย่าเศร้าจนทำร้ายตัวเอง สิ่งที่คุณองุ่นเจอ คือภาวะการสูญเสีย มีคนมาปรึกษาหมอเพราะเรื่องนี้เยอะ แต่เขาไม่ได้ป่วยนะ มันเป็นเรื่องที่ทรมานมาก อันนี้ไม่เถียง แต่ต้องค่อย ๆ ให้เวลาตัวเอง สิ่งที่จะเกิดขึ้นมันจะเป็นระยะ ๆ นะ บางครั้งเราจะรู้สึกว่าเรายอมรับได้ แต่บางครั้งเราก็จะเสียใจใหม่ อารมณ์จะไหลไปไหลมาได้ตลอด ต้องตั้งสติ 

       แนะนำให้จดบันทึกความรู้สึก เขียนมันออกมาว่าเรารู้สึกอย่างไร ปัญหาคืออะไร บางเรื่องเมื่อเรารู้สึกซ้ำ เราจะจำได้ว่า อ๋อ อันนี้เรามีคำตอบแล้วนะ และถ้าเราอยากบอกอะไรคุณพ่อ ศัพท์การแพทย์เรียกว่า unfinished business คือ เรื่องติดค้างในใจ จดไว้ว่าเราค้างคาเรื่องอะไร หรือคุณพ่อค้างคาอะไร แล้วเราทำแทนคุณพ่อเพื่อสานต่อ เช่น ถ้าพ่อรักแม่มาก เราก็ทำหน้าที่ตรงนี้แทนคุณพ่อ แต่อย่าลืมว่าพ่อเขาไม่ได้รักแม่คนเดียวนะ เขารักหนูด้วย ดังนั้น ดูแลตัวเองด้วยนะ และคนเป็นโรคความจำเสื่อม เขาจะจำเรื่องในอดีตได้แม่นกว่า เพราะฉะนั้นเขาก็จะจำได้ตั้งแต่หนูเกิด ความปรารถนาของคนเป็นพ่อเป็นแม่ แค่อยากให้ลูกสุขภาพแข็งแรง วันนี้ลูกกินได้ มีความสุขได้ หรือแค่ลูกไม่ร้องไห้พ่อแม่ก็ภูมิใจแล้ว วันนี้ถ้าหนูอยากให้พ่อภูมิใจ พี่ตอบแทนเลยว่าคุณพ่อภูมิใจหนูไปหลายเรื่องแล้วล่ะ อาจจะตั้งแต่ 1 ขวบแล้วด้วย ”

       ปัญหาค้างคาใจของคุณองุ่น อาจเป็นปัญหาเดียวกันกับใครหลาย ๆ คน เรื่องการทำใจยอมรับกับความสูญเสียเป็นเรื่องที่ยาก รายการ พุธทอล์คพุธโทร ขอเป็นกำลังใจให้ผ่านความรู้สึกเสียใจไปได้อย่างดีนะคะ

เรื่องราวจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทาง

มีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATION

รับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 20.00 –23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

related พุธทอล์ค พุธโทร RECAP

หนูเดินกลับห้องหลังเลิกงานช่วงหลังสี่ทุ่ม บางวันก็เที่ยงคืน จะมีผู้ชายกลุ่มนึงนั่งดื่มเหล้าหน้าบ้าน เขาชอบมาแซว “น่ารักจังเลยน้องสาว มีแฟนหรือยังจ๊ะ ?? ถ้าพี่มีแฟนแบบนี้รักตายเลย” ที่ผ่านมาหนูรับมือด้วยการพยายามไม่ไปสนใจ แต่ปัญหาคือหลังๆมานี้

16 ก.ย. 2025

หนูเดินกลับห้องหลังเลิกงานช่วงหลังสี่ทุ่ม บางวันก็เที่ยงคืน จะมีผู้ชายกลุ่มนึงนั่งดื่มเหล้าหน้าบ้าน เขาชอบมาแซว “น่ารักจังเลยน้องสาว มีแฟนหรือยังจ๊ะ ?? ถ้าพี่มีแฟนแบบนี้รักตายเลย” ที่ผ่านมาหนูรับมือด้วยการพยายามไม่ไปสนใจ แต่ปัญหาคือหลังๆมานี้

หนูเดินกลับห้องหลังเลิกงานช่วงหลังสี่ทุ่ม บางวันก็เที่ยงคืน จะมีผู้ชายกลุ่มนึงนั่งดื่มเหล้าหน้าบ้านเขาชอบมาแซว “น่ารักจังเลยน้องสาว มีแฟนหรือยังจ๊ะ ?? ถ้าพี่มีแฟนแบบนี้รักตายเลย”ที่ผ่านมาหนูรับมือด้วยการพยายามไม่ไปสนใจ แต่ปัญหาคือหลังๆมานี้ จะมีคนนึงเขามาประชิดตัวเราเดินตามติดๆ แล้วหันไปคุยโม้กับเพื่อน ทำเหมือนเราเป็นแฟนเขาหนูรู้สึกไม่ปลอดภัย ซอยที่อยู่ก็เป็นทางเข้าออกทางเดียว ไม่อยากเจอปัญหานี้แล้ว หนูจะทำยังไงดี?? “คุณน้ำ (นามสมมติ)” อายุ 25 ปี สายแรกในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา [10 ส.ค 68] ได้โทรเข้ามาปรึกษา “ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม” เกี่ยวกับปัญหาโดนแซวจากกลุ่มผู้ชายที่ไม่รู้จักขณะที่เดินกลับห้องหลังเลิกงาน โดย “คุณน้ำ (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘ทุกวันหลังเลิกงานจะต้องเดินผ่านซอยหนึ่งกลับบ้าน แล้วจะมีคนกลุ่มนึงชอบนั่งสังสรรค์กินดื่มกันทุกวันด้วยเสียงที่ดังมาก ก่อนหน้านี้มีเหตุการณ์ตื่นเช้ามาเราต้องเดินออกไปซื้อของกินที่เซเว่นอยู่แล้ว เขาก็จะแซวว่าน่ารักจังเลย มีแฟนหรือยัง ขยันทำงานจังเลย มีแฟนแบบนี้รักตายเลย ทุกครั้งที่เขาเห็นหนูเวลาเดินผ่าน เราต้องเดินก้มหน้า เพราะเราไม่อยากเห็น ไม่อยากมอง รู้สึกกลัวไปแล้วว่าเขาจะพูด จะทักอะไรหรือเปล่า เราก็ไม่ได้สนใจตรงนี้เพราะเป็นแค่คำพูด ยังทำเป็นไม่สนใจได้ แต่ที่เป็นปัญหาก็คือเขามาประชิดตัวเราและเดินตาม และหันไปพูดกับเพื่อนว่า “กลับบ้านก่อนนะ กลับบ้านแล้วนะ” อารมณ์เหมือนแฟนมาแล้ว และเขามาเดินติดกับเราเลย เราก็ไม่พูดอะไร รีบเดินอย่างเดียว พอถึงที่พักก็รีบวิ่งเลย เพราะทางเดินกลับมันคั่นกันแค่คูหาเดียว และเป็นซอยที่เข้าออกทางเดียว เขานั่งรวมตัวกัน 7-8 คน ทุกวันเลยยกเว้นวันที่ฝนตก เขาอายุก็กลางคน ประมาณ 30 - 50 ปี เป็นแก๊งพวกชอบนั่งกินเหล้าหน้าบ้าน น้ำอยู่หอคนเดียว แต่ว่ามีแฟนมาหาเดือนหนึ่งก็ 4 - 5 ครั้ง เราเคยเดินมากับแฟนแต่พวกเขาน่าจะไม่เห็น เพราะบางทีเรากลับดึก ถ้าแฟนมา กลุ่มนั้นก็เลิกกินกันแล้ว เราก็บอกแฟนนะเพราะมันเป็นเหตุการณ์ที่ 2 แล้วและเราก็กลัว แฟนก็บอกว่าจะเคลียร์งานและมาหาเราพรุ่งนี้ ช่วงกลางคืนแก๊งนี้เขาก็จะนั่งถึงเที่ยงคืนตีหนึ่ง ร้านค้าแถวนั้นก็จะปิดหมดแล้ว ในซอยก็เลยจะมีแต่คนกลุ่มนี้ที่นั่งอยู่ เราอยู่ที่ห้องเช่านี่มาได้ 4 - 5 ปีแล้ว และตอนนี้ก็ยังไม่เคยคิดที่จะย้ายเพราะตึกที่อยู่ตอนนี้ก็ราคาสอดคล้องกับรายได้ของเรา แต่แก๊งนี้เขาก็อยู่มานานกว่าเราอีก เราเคยคุยกับเพื่อน เพื่อนก็บอกว่าไม่เคยมีใครโดนแบบนี้ ปัญหาของน้ำวันนี้ที่อยากจะปรึกษาดีเจทั้ง 3 คนคือ เราจะรับมืออย่างไรดี? อยากได้ทางออกจากพี่ ๆ ดีเจทั้ง 3 คน’ เริ่มด้วย “ดีเจเติ้ล” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘ถ้าพวกเขานั่งกันอยู่ตรงนั้น แล้วถึงขั้นเดินตามแบบนี้ค่อนข้างน่ากลัว ทางเลือกที่ดีที่สุดสำหรับเรา การเข้าออกซอยถ้ามันดึก หนูอาจจะเลี่ยงด้วยการไม่เดินเข้า หรือนั่งมอเตอร์ไซค์เข้ามา แบบนี้น่าจะเลี่ยงได้ เราไม่ต้องไปปะทะ ไม่ต้องไปอยู่ให้เขาทำจนเคยชิน จนรู้สึกว่าสามารถทำอะไรกับเราได้แบบไม่ขัดขืน หรือเราเปิดอกคุยกับเขาไปเลยว่า “ขอโทษนะคะ อย่าทำแบบนี้เลยหนูเป็นผู้หญิงคนเดียวแบบนี้มันตราย หนูไม่สบายใจเลย” การที่แฟนหนูมาพรุ่งนี้ เราอาจจะขอให้เขาอยู่หลายวันนิดนึง ให้ผู้ชายกลุ่มนั้นรู้ว่าหนูมีแฟนอยู่’ ต่อมา “ดีเจต้นหอม” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘เราคงต้องให้แฟนมาส่ง ถ้าเกิดเราอยู่คนเดียว ก่อนที่หนูจะเข้าไปคุยกับเขา อาจจะถามดีๆ เพื่อดูท่าทีและประเมินสถานการณ์ก่อน ถ้าเป็นคนดี เราก็พูดบอกไปว่า “หนูค่อนข้างไม่สบายใจเวลาเดินแล้วมีคนมาแซว ขอโทษจริงๆ นะคะ” แต่ถ้าคนกลุ่มนี้พูดไม่ดีเราก็หันหลังเดินกลับเลย คนพวกนี้สื่อสารด้วยไม่ได้ คุยช่วงหัวค่ำยังได้แต่ช่วงดึกไม่แนะนำ หลังจากนั้นก็เดินกับแฟนบ่อยๆ ธงสุดท้ายของเราคือการย้ายออก’ สุดท้าย “ดีเจเผือก” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘อันดับแรกเราต้องเลี่ยงเองก่อน นั่งมอเตอร์ไซค์ตรงเข้าไปเลย หรือเลี่ยงเดินผ่านเวลาที่เขานั่งกินเหล้า ถ้าเลี่ยงไม่ได้ แนะนำธงสุดท้ายคือการย้าย ถ้าเราต้องนั่งมอเตอร์ไซค์ทุกวัน เอาส่วนต่างมาเทียบกันในแต่ละเดือนที่จะต้องจ่ายเพิ่ม 500 - 1,000 บาท หรือหาห้องดีๆ ที่ราคาใกล้เคียงกัน’เรื่องราวทั้งหมดนี้จะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App AtimeFung Fin

ผมเป็นผู้ชายเรียบร้อย ที่บ้านผมค่อนข้างหัวโบราณ ผมถือคติว่า จะมีอะไรกับแฟนได้ก็ต่อเมื่อแต่งงานกันแล้ว ตอนนี้คบกับแฟนมา 7 ปี แฟนผมเขาก็เรียบร้อยมาก 7 ปีที่ผ่านมา มากสุดของคู่เราคือ “จับมือ” ไม่เคยหอมแก้ม ไม่เคยทำอะไรเกินเลยไปกว่านี้

13 มิ.ย. 2025

ผมเป็นผู้ชายเรียบร้อย ที่บ้านผมค่อนข้างหัวโบราณ ผมถือคติว่า จะมีอะไรกับแฟนได้ก็ต่อเมื่อแต่งงานกันแล้ว ตอนนี้คบกับแฟนมา 7 ปี แฟนผมเขาก็เรียบร้อยมาก 7 ปีที่ผ่านมา มากสุดของคู่เราคือ “จับมือ” ไม่เคยหอมแก้ม ไม่เคยทำอะไรเกินเลยไปกว่านี้

ผมเป็นผู้ชายเรียบร้อย ที่บ้านผมค่อนข้างหัวโบราณ ผมถือคติว่า จะมีอะไรกับแฟนได้ก็ต่อเมื่อแต่งงานกันแล้วตอนนี้คบกับแฟนมา 7 ปี แฟนผมเขาก็เรียบร้อยมาก 7 ปีที่ผ่านมา มากสุดของคู่เราคือ “จับมือ” ไม่เคยหอมแก้มไม่เคยทำอะไรเกินเลยไปกว่านี้ ตอนนี้วางแผนจะขอแฟนแต่งงานแล้วครับ แต่ก็กลัวว่าถ้าแต่งไปแล้ว เรื่องบนเตียงเข้ากันไม่ได้จะเป็นปัญหาของชีวิตคู่เรา ซึ่งถ้าแฟนเขาไม่อยากมีอะไรจริงๆ ผมก็พร้อมจะไม่มีอะไรกับเขา เพราะผมอยากมีเขาในชีวิตทุกคนว่ามันจะกลายเป็นปัญหาในอนาคตไหมครับ? “คุณกู๊ด (นามสมมติ)” อายุ 30 ปี เป็นสายที่ 4 ในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา [11 มิ.ย. 68] ได้โทรเข้ามาปรึกษา “ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม” เกี่ยวกับเรื่องปัญหาชีวิตคู่กับแฟนที่คบกันมานานหลายปีแต่เป็นคนเรียบร้อยทั้งคู่ เลยยังไม่เคยมีอะไรกันเลย โดย “คุณกู๊ด (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘ผมคบกับแฟนอยู่ว่ากำลังจะขอเขาแต่งงาน ก่อนที่จะขอก็ลองคิดดูว่าเราพร้อมไหม ทุกอย่างดีไปหมด ผมชอบเขามาก เรามีทุกอย่างตรงกัน มองอนาคตเหมือนกัน แต่ติดอยู่อย่างเดียว ผมกับเขาค่อนข้างเนิร์ด หัวโปบราณนิดนึง เราคบกันมานานแล้วตั้งแต่ปี 2018 เคยแค่จับมือกัน ไม่เคยหอมแก้มกัน นอนกอดบ้าง แต่ไม่เคยเกินเลยไปกว่านั้นเลย เกือบ 7 ปี เขาไม่ได้ห้ามแต่เราทั้ง 2 คนไม่ได้คิดที่จะเริ่มทำอะไรกันไปมากกว่านี้ เอาจริง ๆ ก็อยากจะมี sex life เหมือนกัน จนถึงทุกวันนี้ผมก็ยังซิงอยู่เลย แต่ว่าไม่เคยกล้าที่จะคุยกับเขา เราก็เคารพเขามาก กลัวว่าถ้าวันนึงแต่งงานกันไป แล้วเขาไม่ชอบเรื่องนี้ ผมไม่รู้ว่าผมจะโอเคไหม แต่ก็คุยกับตัวเองระดับนึงว่าผมโอเค คิดว่ามันเป็นการเสียสละแล้วกัน แต่ผมก็เคยเห็นเคสต่าง ๆ ที่อยู่ในข่าว มันอาจจะเป็นจุดแตกหักให้ความสัมพันธ์ไปต่อไม่ได้ไหม ผมกังวลมาก เลยอยากถามพี่ๆดีเจว่า ผมควรจะทำยังไงดี ควรจะลองมีอะไรกันก่อนหรือจะลองทีเดียวหลังแต่งงานเลย?’ ซึ่ง “ดีเจต้นหอม” ก็ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘สำหรับหอมยังไงก็ต้องมี sex ก่อนแต่งงานเพื่อเป็นการดูว่าทุกอย่างจะไปด้วยกันได้ไหม แต่จะเริ่มยังไง ก็ให้ค่อย ๆ เป็น ค่อย ๆ ไป อาจจะเริ่มจากการหอมแก้ม ถ้าเขาปฏิกิริยาตอบสนอง พอถึงเวลาที่จะต้องทำอะไรกันแล้วเขาไม่ได้ขัดขืน ให้เอ่ยปากขอไปเลย’ ต่อมา “ดีเจเผือก” ได้คำคำปรึกษาว่า ‘โลกนี้มันก็มีคู่รักที่เขาอยู่ได้โดยไม่มี sex นะ แต่ถ้าอยากจะมีผมแนะนำว่าให้ขอก่อนจะเริ่มทำอะไรเพราะเดี๋ยวเขาอาจจะงง ลองเริ่มจากการ skinship ไปก่อนก็ได้’ ต่อมา “ดีเจเติ้ล” ได้คำคำปรึกษาว่า ‘ลองเปิดหนัง หรือ ซีรีส์โรแมนติกดู เลือกหนังที่มี love scene แล้วค่อย ๆ เริ่มไปทีละ step แล้วดูปฏิกิริยาเขาอีกทีหรือให้อยู่ในบรรยากาศดี ๆ ที่เหมาะกับการจะลองทำได้’ และสุดท้ายดีเจทั้ง 3 คนได้ให้ความเห็นตรงกันว่า ‘ให้ค่อย ๆ เป็นค่อย ๆ ไป เริ่มจากอะไรเล็ก ๆ น้อย ๆ เพราะทั้งคู่ยังไม่เคย อาจจะทำให้แฟนตกใจ ถ้าสุดท้ายแล้วเขาไม่ชอบ ก็สามารถคุยกันก่อนที่จะแต่งงาน’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

หัวหน้างานมีลูกมีเมียแล้ว แต่มาขอเลี้ยงดูเรา แบบไม่หวังผลอะไร เราปฏิเสธไปแล้ว แต่เขาก็โอนมาให้ทีละ 1000 2000 5000 ตอนนี้อึดอัด ไม่อยากออกงานเพราะงานดี เงินก็ดี เสียดายงานนี้ จะทำยังไงดี?

12 ธ.ค. 2023

หัวหน้างานมีลูกมีเมียแล้ว แต่มาขอเลี้ยงดูเรา แบบไม่หวังผลอะไร เราปฏิเสธไปแล้ว แต่เขาก็โอนมาให้ทีละ 1000 2000 5000 ตอนนี้อึดอัด ไม่อยากออกงานเพราะงานดี เงินก็ดี เสียดายงานนี้ จะทำยังไงดี?

“คุณเอ (นามสมมติ)” อายุ 23 ปี สายที่สามในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (6 ธ.ค 66) ได้โทรเข้ามาปรึกษา ดีเจต้นหอม – ดีเจเติ้ล – ดีเจอั๋น กับปัญหาพี่ที่ทำงานอยากขอเลี้ยงดูเรา ทั้งๆ ที่เขาก็มีลูกมีเมียแล้ว โดย “คุณเอ (นามสมมติ)” เริ่มเล่าว่า ‘เป็นเรื่องที่พี่หัวหน้าที่ทำงาน เขาอายุห่างกับหนูเกือบ 20 ปี เขามาขอดูแลเรา ทั้งๆที่เขามีลูกมีเมียอยู่แล้ว แล้วหนูก็ไม่ได้อยากออกจากงาน เขามาพูดว่า “เขาอยากดูแล เขาไม่อยากได้อะไรจากเรา ขอแค่ดูแล” แต่พอมันเยอะขึ้นๆ หนูก็รู้สึกอึดอัด ก็เลยบอกเขาไปว่า “ไม่ต้องดูแลก็ได้ค่ะ แค่ถามไถ่กันอย่างนี้ก็พอ” แต่มันจะมีช่วงที่เขาให้คนมาถามเวลาเราคุยโทรศัพท์ ว่าเราคุยกับใคร? คุยกับผู้หญิงหรือผู้ชาย ช่วงแรกๆ ที่หนูมาทำงาน เขาก็จะซื้อน้ำ ซื้ออะไรมาให้ “หนูก็ไม่เป็นไรค่ะ เกรงใจ” แต่พี่เขาก็บอกว่า “ไม่เป็นไร พี่แค่อยากช่วย เห็นเราเป็นรุ่นน้อง” แต่มันเริ่มข้ามเส้นเมื่อ 2 เดือนที่แล้ว เขาฟอลไอจีมา ไม่รู้ว่าหามาจากไหน หลังจากนั้นเขาก็เริ่มมาชวนเราไปทานข้าว ซื้อของราคาแพงให้เรา บางทีก็โอนเงินมาให้ ครั้งละ 1,000 บ้าง 2000 บ้าง มากสุด คือ 5000 บาท เขาบอกว่า “เขาแค่อยากให้ เขาไม่ได้ต้องการอะไร” หนูก็รู้สึกแปลกๆ เพราะมันมีด้วยหรอที่ให้แล้วไม่ต้องการอะไร เขาก็มีลูกมีเมียอยู่แล้ว และหนูเองก็มีคนคุยอยู่เหมือนกัน หลังจากนั้น 2 เดือนต่อมาเขาก็มาบอกว่า “ขอคุยในฐานะอื่นได้ไหม” หนูก็บอกเขาไปว่า “พอดีมีคนคุยแล้ว แล้วก็ไม่ได้คิดจะชอบเขา” เหมือนมันจะดีขึ้น แต่สักพักเขาก็มาชวนไปทานข้าว ส่งสติกเกอร์ ส่งไลน์ ส่งเพลงมาให้ บางทีหนูก็รำคาญแต่ก็ทำอะไรไม่ได้ เพราะเขาเป็นรุ่นพี่ เป็นหัวหน้างานเรา เคยปฏิเสธไปแล้ว แต่เขาก็ตึงๆ ใส่เรา บรรยากาศมันก็จะตึงๆ บางทีก็เลยยอมไปกับเขาด้วย แล้วเขายังเคยทักไปหาคนคุยเราว่าคุยกับเราจริงไหม? เขาบอกว่าเขาต้องการความชัดเจน แต่งานนี้เงินดี แล้วงานก็ดีมาก ก็เลยไม่อยากจะออก หนูอยากจะปรึกษาว่าควรจะทำยังไง หรือหาคำพูดยังไง หรือว่าควรบอกภรรยาเขาเลยดีไหม?’ โดย “ดีเจต้นหอม” ให้คำปรึกษาว่า ‘พี่กำลังเป็นห่วงความปลอดภัย มันปลอดภัยแค่ไหนถ้าเราทำงานอยู่กับเขา 2 คน ถ้าเกิดเขาใช้กำลังกับเรา ถ้าแนะนำตอนนี้คือปฏิเสธให้เด็ดขาด สิ่งที่เขาทำให้อึดอัด แล้วเขาน่าจะเริ่มเข้ามาได้ไม่นาน ฉะนั้นเขาน่าจะไม่ได้มีความหวังอะไรมาก การไม่ไปกินข้าวกับเขาสองต่อสองเป็นการดับความหวัง เพราะการไปกินข้าวกับเขามันเป็นการให้เขามีความหวัง แล้วเขารู้ว่าเราเป็นคนใจอ่อน แล้วของทุกอย่างไม่ต้องรับ เราต้องไม่รับของเขาเพื่อทำให้เขารู้ในความชัดเจน ต่อให้เขาจะไล่หนูออกหรือว่าต้องหางานใหม่ พี่ว่าก็หางานใหม่ถ้าเขาจะไล่เราออกด้วยเหตุผลแค่นี้ ถ้าเขาให้เงินมาก็บอกไปว่าขอไม่รับ หนูรู้สึกอึดอัดหนูขอไม่รับดีกว่าหนูจะสบายใจกว่า การรับผลประโยชน์จากเขามันแปลว่าเรายอมรับนิดนึงแล้วต้องชัดเจน สำหรับพี่ถ้ายังเสียดายงานนี้ ก็ตีตัวออกห่างแสดงความชัดเจนเลย ผู้ชายคนนี้น่ากลัวมาก เราพูดไปเลยว่า “พี่คะ สิ่งที่พี่กำลังทำอยู่หนูอยากให้หยุดเพราะหนูอยากมาที่นี่เพื่อทำงาน แล้วหนูรู้สึกอึดอัด แล้วหนูก็รู้จักกับครอบครัวพี่ ถ้าพี่จะถามหาความชัดเจนระหว่างเราหนูขอปฏิเสธตรงนี้เลย ว่าหนูไม่ได้คิดอะไร สิ่งที่พี่ทำอยู่มันทำให้หนูรู้สึกไม่สบายใจ” ชัดเจนไปเลยต่อให้เราไม่มีแฟนเขาก็ไม่มีสิทธิ์มาทำอะไรกับเราแบบนี้’ ต่อมา “ดีเจอั๋น” ให้คำปรึกษาว่า ‘ถ้าหนูจะบอกภรรยาเขาหนูเตรียมหางานใหม่ ซึ่งถ้าหนูคิดว่าจะหางานใหม่อยู่แล้วก็ไม่ต้องไปบอกภรรยาอยู่ดี พี่ว่าไม่จำเป็นต้องไปถึงขั้นนั้น ถ้าเขาจะให้เงินเรา เราก็บอกไปว่า “ถ้าพี่เห็นหนูทำงานดี พี่ให้เป็นโบนัสเลยตอนปลายปี” จริงๆ นี่คือคุกคามอย่างชัดเจน และคุกคามโดยเอาหน้าที่การงานมากดทำให้เราอยู่ในภาวะที่ไม่สามารถปฏิเสธ แล้วก็เราพูดไปเลยว่า “แล้วถ้าบังเอิญหนูทำอะไรให้พี่เข้าใจผิดไปว่าหนูมีใจ หนูขออภัยด้วยค่ะ แล้วสิ่งสุดท้ายที่หนูจะทำในชีวิต คือการยุ่งกับคนมีเจ้าของแล้ว เพราะมันเป็นบาปค่ะ” แต่พี่ว่ายังไงเราควรหางานอื่นสำรองไว้’ และสุดท้าย “ดีเจเติ้ล” ให้คำปรึกษาว่า ‘หนูเริ่มต้นงานอื่นได้ พี่ว่าสิ่งที่เขาทำมันเกินไปแล้ว พื้นที่ส่วนตัวของเรา มันคุกคามแล้วก็ยิ่งเขาชัดเจนว่าขอดูแลเราพี่ว่าเขาไม่ได้หวังดีกับเรา ไม่รู้ว่ามันจะเกิดอะไรขึ้นได้ขนาดไหน ถ้าเขายังขนาดนี้ ทั้งที่เขามีลูกมีเมียอยู่แล้ว พี่ว่าหนูไปทำงานที่อื่นสำหรับพี่ แล้วยืนยันไปว่าหนูไม่มีอะไรมากกว่าการทำงานเลย น้องเอต้องคิดดีๆ พี่ว่าอย่าละเลยต้องระวัง’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

เกินไปรึเปล่าคะคุณป้า?? สาวสุดทนโทรปรึกษา 3 ดีเจ... ป้าสะใภ้เข้าไปส่อง Facebook ส่วนตัวของเรา ตามย้อนดูโพสต์หลายๆปี คัดมาเฉพาะรูปที่เราแต่งตัววาบหวิว รูปที่เราไปเที่ยวแล้วใส่บิกินี่ แคปส่งมาถามพ่อเราว่า “ลูกทำงานอะไร? ทำไมแต่งตัวแบบนั้น?”

10 ก.ค. 2023

เกินไปรึเปล่าคะคุณป้า?? สาวสุดทนโทรปรึกษา 3 ดีเจ... ป้าสะใภ้เข้าไปส่อง Facebook ส่วนตัวของเรา ตามย้อนดูโพสต์หลายๆปี คัดมาเฉพาะรูปที่เราแต่งตัววาบหวิว รูปที่เราไปเที่ยวแล้วใส่บิกินี่ แคปส่งมาถามพ่อเราว่า “ลูกทำงานอะไร? ทำไมแต่งตัวแบบนั้น?”

เกินไปรึเปล่าคะคุณป้า?? สาวสุดทนโทรปรึกษา 3 ดีเจ...ป้าสะใภ้เข้าไปส่อง Facebook ส่วนตัวของเรา ตามย้อนดูโพสต์หลายๆปีคัดมาเฉพาะรูปที่เราแต่งตัววาบหวิว รูปที่เราไปเที่ยวแล้วใส่บิกินี่แคปส่งมาถามพ่อเราว่า “ลูกทำงานอะไร? ทำไมแต่งตัวแบบนั้น?”พ่อก็มาต่อว่าแม่ จนแม่ร้องไห้เลย เราจะปกป้องแม่จากป้าคนนี้ยังไงดี? “คุณบิว (นามสมมติ)” สายแรกในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา [5 ก.ค. 66] ได้โทรเข้ามาปรึกษา ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม เกี่ยวกับปัญหาป้าสะใภ้พูดเสียๆหายๆให้พ่อแม่ฟัง โดย “คุณบิว (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘หนูไม่เคยมีใครเป็นเพื่อนในเฟซบุ๊กเลย ทั้งญาติ พี่-น้อง หรือแม้แต่พ่อแม่ แต่มีป้าสะใภ้เขาไปค้นรูปเก่าๆของหนู ย้อนไปเป็นหลักปีเลย เขาจะเลือกแค่พวกชุดบิกินี่ หรือรูปที่มันดูวาบหวิว เขาไปไล่ถามพ่อหนู ญาติพี่น้อง เครือญาติของหนูทุกคนเลยว่าทำไมเขาต้องแต่งตัวแบบนี้ เขาทำงานอะไรหรอ เขามีอาชีพอะไร รู้มั้ยว่าลูกเป็นอย่างนั้น อย่างนี้ พอคุณพ่อรู้ พ่อก็ไปด่าคุณแม่ว่าเลี้ยงลูกมายังไง ให้ลูกเป็นแบบนี้ ทำไมลูกทำแบบนี้... คุณแม่ก็โทรมาถามหนู ซึ่งหนูก็เข้าใจในส่วนที่พ่อกับแม่มาถาม เพราะเขาก็เคยให้ Space โดยที่ไม่มายุ่งวุ่นวายเลย แต่พอถึงจุดที่มีบุคคลที่สามมาถาม เขาก็เลยต้องมาถามหนู หนูคิดว่าสำหรับตัวป้าสะใภ้เขาไม่น่าจะรู้จักชื่อเฟซบุ๊กของหนู แต่อาจจะเป็นลูกสาวของป้าที่เขาเอามาให้ดู เพราะหนูเห็นแฟนของเขามาส่อง TikTok ของหนู ซึ่งแฟนเขาเป็นเพื่อนสมัยเรียนประถมของหนู เขาเคยจีบหนูมาตั้งแต่ประถมจนถึงมัธยมเลย แต่หนูไม่เคยคบหรือคุยกับเขาเลย สำหรับป้า หนูก็ไม่ได้เจอเขาบ่อยในชีวิตขนาดนั้น นับครั้งได้เลย และก็ไม่ได้สนิทกันถึงขนาดที่มารู้ชื่อจริงของหนูด้วย ตอนแรกหนูตั้งค่าเฟซบุ๊กไว้เฉพาะเพื่อน แต่พอเมื่อ 1 ปีที่ผ่านมา หนูมีการขายเสื้อผ้าออนไลน์บ้าง อัพรูปรีวิวบ้าง เพราะอยากให้ลูกค้าได้เห็น หนูก็เลยเปิดเป็นสาธารณะ หนูคิดว่านี่แหละอาจจะเป็นสาเหตุที่ทำให้เขาเข้ามาส่องได้ หนูเล่าและอธิบายให้คุณแม่ฟัง เขาก็เข้าใจ เพราะงานหนูรับรีวิวต่างๆ หนูก็ให้แม่ดู หนูก็เป็นผู้หญิงทั่วไปที่ชอบแต่งตัว หนูก็เลยงงว่ามันเป็นยังไง แล้วแม่หนูก็ไม่ได้ว่าอะไรด้วย ป้าไม่ได้ส่งเสีย แต่ว่าสงสัยมากๆเลย ตอนแรกหนูจะโทรไปหาป้าคนนั้นด้วย แต่โดนแม่ห้ามไว้ หนูไม่เข้าใจว่าป้าเขาต้องการอะไร? คือ คนต่างจังหวัดเขาเป็นพี่น้องก็จะปลูกบ้านติดๆกัน ซึ่งพ่อหนูก็มีพี่น้อง 7 คน แล้วบ้านก็ติดกันทั้ง 7 หลัง ป้าคนนั้นเขาก็ไล่ถามทุกคนเลย ทั้งลุง ป้า น้า อา ญาติผู้ใหญ่ได้เห็นรูปของหนูหมดเลย ทั้งๆที่เรากันทุกคนออกจากเฟซบุ๊กแล้ว หนูก็เคยบอกแม่ว่า แม่เป็นแม่นะ ไม่ต้องมาเป็นเพื่อนก็ได้ หนูก็ยังพูดติดตลกกันอยู่เลย เพราะเรามีอะไร เราคุยกันได้ตลอดอยู่แล้ว เขาก็ให้ Space เข้าใจ และเคารพในสิทธิ์ของหนู หนูก็ไม่เข้าใจว่าทำไมป้าต้องเข้ามาเป็นอะไรในชีวิตคนอื่น หนูกับพ่อก็ไม่ค่อยคุยกัน เพราะเราเหมือนกันเกินไป คุณพ่อค่อนข้างหัวโบราณ พ่อไม่เข้าใจ แต่แม่เข้าใจ เวลาเขามีอะไรก็จะคุยผ่านแม่ หนูอยากถามพี่ๆดีเจว่า หนูควรทำยังไงกับเหตุการณ์นี้ หนูควรจะรับมือป้องกันตัวเอง และแม่จากเหตุการณ์นี้ยังไงดี เพื่อไม่ให้เขามาพูดในทางเสียหาย พูดเหมือนหนูทำอาชีพที่ไม่ดีหรือเสื่อมเสียเกียรติ ณ จุดนี้ หนูไม่สนใจคนอื่นแล้ว แต่หนูสนใจแค่ว่าถ้าเหตุการณ์นี้มันยังมีอยู่ มันจะกระทบแม่หนูอีก แล้วเหตุการณ์นี้เขาควรจะขอโทษแม่หนูด้วยมั้ย? ที่มาพูดหรือทำอะไรให้แม่ต้องโดนพ่อต่อว่า... “ดีเจเติ้ล” ก็ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘วิธีที่จะทำให้ป้าสะใภ้หยุด คือ ถ้าเขาเอารูปมาให้แม่ดูอีก บิวต้องขอให้คุณแม่พูดกับเขาว่า ฉันโอเค มันใส่อย่างงี้ถ่ายรูปทำงาน ฉันไม่ได้มีปัญหา แต่ถ้าเขามาทางพ่อ ซึ่งยังไงพ่อก็ไม่ยอมรับเรื่องนี้ได้ สิ่งที่เดียวที่บิวจะทำได้ คือ บิวต้องบล็อค ไม่ให้คนภายนอกเห็นรูปเหล่านั้น ถ้าเขาเห็นรูปเมื่อไร เราทำอะไรเขาไม่ได้เลย การที่บิวจะไปบอกป้าคนนั้นว่า หยุดทำแบบนี้ ไม่ใช่เรื่องของป้า นี่มันเรื่องของหนู สิ่งที่ป้าทำแบบนี้มันทำให้ครอบครัวหนูวุ่นวาย พี่ว่าเขาก็ยังไม่หยุด เพราะคนมันจะหาเรื่อง ยังไงเขาก็ต้องหาจนได้ เพราะฉะนั้นต้นตอของปัญหา คือ เขาไปเห็นรูปเหล่านั้น อีกหนึ่งปัญหา คือ เรื่องคุณพ่อ ที่เขาเป็นคนในครอบครัวและหนูแคร์เขาที่สุด ตอนนี้ถ้าแก้ทัศนคติของคุณพ่อได้ เรื่องนี้มันจะไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่ตอนนี้มีแต่คุณแม่ที่เข้าใจบิว และที่สำคัญคือ บิวต้องให้กำลังใจคุณแม่ เพราะเหมือนเราเป็นคนสองคนที่เข้าใจและจับมือกัน ต้องบอกคุณแม่ให้เข้มแข็ง แม่ต้องเข้าใจนะ ต้องปล่อยให้คำพูดเหล่านั้นเข้าหูซ้ายทะลุหูขวาไปเลย...’ “ดีเจเผือก” ให้คำปรึกษาว่า ‘ต้องยอมรับในสิ่งที่เราเปิดเป็นสิ่งสาธารณะ มันก็เหมือนแกลลอรี่ของเราก็จะมีคนผ่านไปผ่านมาเยอะ คนที่มันรักษาและเข้าใจในโลกยุคนี้ก็มี และคนที่มันไม่เข้าใจก็มี เพราะฉะนั้นอย่างแรกเอาเทคโนโลยีเข้ามาแก้ไขก่อน คือ มันมีวิธีการตั้งเยอะมาก ดีเทลการตั้งโพสต์ เราก็ไปไล่เก็บให้หมดเลยคนที่เราไม่อยากให้เขาเห็น เมื่อไหร่ที่เราเปิดเป็นสาธารณะแล้ว เราจะหวังว่าทุกคนจะเคารพสิทธิของกันและกัน ไม่มีวันเป็นแบบนั้น คำว่าสาธารณะ คำว่าสังคม มันปะปนไปด้วยคนที่มีการศึกษา คนที่ไม่มีการศึกษา คนที่เข้าใจและไม่เข้าใจ คนที่ไม่ทันโลก คนล้าสมัย มันหลากหลายมาก เทรนด์ชุดว่ายน้ำในปัจจุบัน มันก็ไปเร็วมาก โลกมันก็เปลี่ยนเร็ว แล้วคนที่รุ่นพ่อ-แม่ ลุง ป้า คิดว่าเปอร์เซ็นต์น้อยมากที่เขาจะคิดว่าเป็นเรื่องปกติและเข้าใจ มันคือความแตกต่างคนละ Generations ที่จะเกิดขึ้นแบบนี้ในทุกปัญหา มันยากมากที่เราจะไปเป็นคุณพ่อ และป้า ไม่ว่าจะคุยกี่รอบก็ตาม พี่การันตีไม่เชื่อว่าเขาจะเปลี่ยนได้ เขาไม่ได้เกิดมาในยุคนี้ และไม่ได้พร้อมที่จะปรับเปลี่ยน เขาไม่ได้ถูกปลูกฝังว่าโลกของเรามันจะเปลี่ยนไปเรื่อยๆนะ เราต้องปรับตัวให้เขากับโลกนะ ชุดความคิดนี้มันเริ่มต้นที่ Generations เราเป็นต้นไป ส่วนสิ่งที่ทำได้ คือ ปกป้องหรือป้องกันจากฝั่งเราออกไป และอะไรที่คิดว่าเขารับไม่ได้ก็เก็บๆไป’ ส่วน “ดีเจต้นหอม” ก็ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘เริ่มที่คุณพ่อก่อน โทรหาพ่อและบอกว่าบิวเป็นแบบนี้ เสื้อผ้าบิวใส่อย่างงี้ พ่อมีหน้าที่ปกป้องบิว เพราะว่าแม่ได้รับผลกระทบกับสิ่งนี้ แม่ไม่ว่า และนี่คือชีวิตของบิว บิวโทรมาบอกให้พ่อรับรู้ว่าบิวจะเป็นแบบนี้ หน้าที่ของพ่อเมื่อป้าคนนี้ เข้ามาพูดแบบนี้อีก ตอบไปเลยว่าพ่อไม่ว่า ใช่ว่าพ่อเอาปัญหาเข้ามาในบ้าน แต่ถ้าพ่อยังรับปัญหานี้ แล้วรู้สึกว่าเป็นปัญหา ให้พ่อโทรหาบิวโดยตรง ถ้าพ่อผ่านแม่แล้วทำให้แม่รู้สึกแย่เมื่อไหร่ บิวจะจัดการด่าป้าคนนั้นในเฟซบุ๊ก และจะไปเอาเรื่องป้า พ่อจะอายยิ่งกว่านี้ และจะบอกเลยว่าหลังจากวางหูของพ่อ บิวจะโทรหาป้าคนนั้น ถามความต้องการว่าจะมายุ่งชีวิตบิว แล้วได้อะไร? แต่ถ้าพ่อห้าม ไม่ให้โทรหาเขา บิวบอกเลยว่า ก็ได้ แต่พ่อต้องทำตามที่บิวบอก ถ้าพ่อโอเคกับดีลนี้ บิวก็จะหยุด... และสุดท้าย มันไม่ใช่เรื่องที่เราจะมานั่งแก้ไขเฟซบุ๊ก แก้ไขการแต่งตัว เราจะใส่แบบนี้ เพราะชีวิตเราชอบจะใส่แบบนี้ เอาเวลาไปสั่งสอนลูกให้ดีดีกว่า ให้เขาเปลี่ยน ไม่ใช่เราเปลี่ยน ป้าต้องอยู่ร่วมกับความแตกต่าง โลกมันหมุนไปแล้ว ชุดความคิดเด็กรุ่นใหม่มันไปไกลแล้ว...เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

album
efm
-

-