แรก ๆ เราก็คบกันดี แต่หลัง ๆ แฟนเริ่มพูดคำหยาบคายใส่เรา ทั้งตอนที่ทะเลาะและไม่ได้ทะเลาะกัน จนแม่หนูบอกว่า "พ่อกับแม่ไม่เคยพูดจาแบบนี้ใส่กันเลยนะ"

พุธทอล์ค พุธโทร RECAP

แรก ๆ เราก็คบกันดี แต่หลัง ๆ แฟนเริ่มพูดคำหยาบคายใส่เรา ทั้งตอนที่ทะเลาะและไม่ได้ทะเลาะกัน จนแม่หนูบอกว่า "พ่อกับแม่ไม่เคยพูดจาแบบนี้ใส่กันเลยนะ"

16 พ.ค. 2026

แรก ๆ เราก็คบกันดี

แต่หลัง ๆ แฟนเริ่มพูดคำหยาบคายใส่เรา

ทั้งตอนที่ทะเลาะและไม่ได้ทะเลาะกัน

จนแม่หนูบอกว่า "พ่อกับแม่ไม่เคยพูดจาแบบนี้ใส่กันเลยนะ"

        ‘คุณแตงโม’ (นามสมมติ) อายุ 24 ปี สายที่ 3 ในรายการ พุธทอล์คพุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (13 พฤษภาคม 2569) ได้โทรเข้ามาปรึกษา ‘ดีเจเผือก  - ดีเจเติ้ล – ดีเจต้นหอม’ เกี่ยวกับเรื่องที่เเฟนของเธอนั้นมักจะพูดคำหยาบคายกับเธอแทบทุกวัน ทั้งที่ก่อนหน้านี้เขาไม่เคยหยาบคายขนาดนี้

        ‘คุณแตงโม’ (นามสมมติ) เล่าว่า เธอคบกับแฟนมาได้ประมาณ 3 ปีกว่าแล้ว เเฟนอายุน้อยกว่าเธอประมาณ 3 ปี ช่วงแรกแฟนก็พูดจาไพเราะเป็นปกติ เรียกแทนกันว่า 'เธอ - เค้า' แต่เมื่อคบกันไปได้ประมาณ 8 - 9 เดือน ก็เกิดเหตุการณ์ทะเลาะกัน แฟนก็เริ่มเปลี่ยนสรรพนามเป็น 'มึง - กู' แทน นับตั้งแต่นั้นมา ก็ใช้สรรพนามนี้เรียกกันมาโดยตลอด แม้กระทั่งการพูดจาปกติที่ไม่ได้ทะเลาะกัน แฟนก็จะใช้คำหยาบคายในการพูดคุย 

        ในช่วงแรก คุณแตงโมก็รู้สึกว่ามันเป็นเรื่องปกติ แต่หลังจากนั้นก็มีคำสร้อยที่รุนแรงมากขึ้น บางครั้งก็เป็น 'ชื่อสัตว์' ยิ่งเวลาที่แฟนโกรธ ก็จะยิ่งทวีถ้อยคำรุนแรงเพิ่มขึ้นไปอีก ขณะเดียวกัน คุณแตงโมกลับใช้ถ้อยคำหยาบคายกับแฟนน้อยมาก และยังพยายามใจเย็น รวมถึงพยายามใช้ถ้อยคำที่ดีตอบกลับไปเสมอ

        นอกจากนี้ เธอยังเล่าว่าเมื่อช่วง 1 - 2 เดือนที่แล้ว เธอทะเลาะกับแฟนในขณะที่เธอกำลังเปิด Speakerphone อยู่ นั่นทำให้แม่ของเธอได้ยินคำพูดของแฟนที่ใช้ด่าเธอที่รุนแรง เช่น อีห. หรือ อีค.  แม่ของเธอจึงบอกคุณแตงโมว่า “ทำไมเขาพูดกับหนูแบบนี้ แม่ไม่โอเคเลยนะ พ่อยังไม่เคยพูดกับแม่แบบนี้เลย”

        คุณแตงโมบอกว่าได้บอกให้แฟนพูดจากับเธอให้ดีขึ้นกว่านี้และงดคำหยาบคายกับเธอได้หรือไม่ แต่แฟนของเธอก็ตอบกลับมาว่า “มึงก็รู้ว่ากูปรับเรื่องนี้ไม่ได้” เธอจึงอยากปรึกษาว่าควรจะทำอย่างไรดี 

        ทางด้านของ ‘ดีเจต้นหอม’ ได้บอกว่า “ชีวิตคู่ไม่ใช่ปรับ 50 - 50 มันจะมีบางเรื่องที่อาจจะ 100% ไปเลยที่เราต้องปรับ หรือ 80 - 20 ในตอนนี้เเฟนแตงโมค่อนข้างที่จะเอนไปถึง 100% ที่ไม่สามารถปรับได้ ในเมื่อแฟนปรับไม่ได้ ก็ต้องรับให้ได้ ถ้าจะคบอยู่กับคนคนนี้”

        คุณแตงโมได้ตอบกลับไปว่า “หนูอยากเลิก แต่ตื่นมาอีกครั้ง ก็ไม่อยาก”

        ทางด้านของ ‘ดีเจเติ้ล’ ได้เสริมว่า "ถ้าไม่อยากเลิก ก็ต้องยอมทนต่อ ก็ต้องเจอแบบนี้ไปเรื่อย ๆ”

        ทางฝั่งของคุณแตงโมก็ได้บอกว่า ถ้าเป็นเรื่องอื่น แฟนคนนี้ก็ดี สามารถเข้ากันได้ทุกเรื่อง ยกเว้นเรื่องคำพูดเท่านั้น แต่ในช่วงนี้ค่อนข้างหนัก เธอแทบน้อยใจแฟนแทบจะทุกวัน

        ในฝั่งของ ‘ดีเจเผือก’ ได้เสริมว่า "ส่วนตัวไม่ชอบการเรียกกันว่ามึงกูในความสัมพันธ์ของคู่รัก แตงโมต้องเด็ดขาดในการจะจบความสัมพันธ์ แต่ในเมื่อตื่นมาก็ยังทนได้ ก็คงต้องทน ทำได้อย่างเดียว”

        ปิดท้ายด้วยดีเจทั้งสามได้ส่งกำลังใจให้คุณแตงโม หากคุณแตงโมเลือกที่จะอยู่ในความสัมพันธ์นี้ และให้คุณแตงโมลองคิดไปในแง่ดีว่าแฟนอาจจะปากร้ายแต่เขาก็รักเราดี 

เรื่องราวจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทาง

มีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATION

รับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 20.00 –23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

related พุธทอล์ค พุธโทร RECAP

หนูไม่ได้ตั้งใจจะโกหกนะคะ แต่ลุงแท็กซี่เข้าใจว่าหนูเป็นหมอ แล้วถามชื่อยากับหนู แต่ในหัวหนูรู้จักแค่ทิฟฟี่กับไทลินอล!

23 ก.พ. 2026

หนูไม่ได้ตั้งใจจะโกหกนะคะ แต่ลุงแท็กซี่เข้าใจว่าหนูเป็นหมอ แล้วถามชื่อยากับหนู แต่ในหัวหนูรู้จักแค่ทิฟฟี่กับไทลินอล!

หนูไม่ได้ตั้งใจจะโกหกนะคะแต่ลุงแท็กซี่เข้าใจว่าหนูเป็นหมอแล้วถามชื่อยากับหนูแต่ในหัวหนูรู้จักแค่ทิฟฟี่กับไทลินอล! ‘คุณยูสุ (นามสมมุติ)’ สายที่ 5 ในรายการ พุธทอล์คพุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (18 มกราคม 2569) ได้เข้ามาขอพื้นที่เล่าประสบการณ์ให้ ‘ดีเจต้นหอม - ดีเจเติ้ล - ดีเจเกลือ’ ได้ฟัง เกี่ยวกับเรื่องที่ตนนั้นไปโกหกลุงขับแท็กซี่ว่าเป็นหมอ ‘คุณยูสุ (นามสมมุติ)’ อายุ 18 ปี ได้เล่าว่า "เมื่อวันอาทิตย์ที่แล้ว หนูเดินทางไปกรุงเทพฯ จะไปสอบที่รังสิต แล้วหนูมีนัดกับเพื่อนที่ฟิวเจอร์พาร์ครังสิต จะไปร้องคาราโอเกะผ่อนคลายกัน หนูจึงเรียกแกร็บแท็กซี่ไป แล้วคนขับแท็กซี่ก็เป็นลุงคนหนึ่ง คุณลุงก็ชวนหนูคุย คุณลุงแท็กซี่ : มาทำอะไรล่ะหนู คุณยูสุ : อ๋อ มาสอบค่ะ คุณลุงแท็กซี่ :สอบอะไร ที่หนูมาสอบมันเป็นสอบเกี่ยวกับความถนัดแพทย์ (TPAT1) หนูกลัวว่าแกจะงง เลยบอกไปว่า คุณยูสุ : อ๋อหนูมาสอบเกี่ยวกับหมอค่ะ คุณลุงแท็กซี่ :อ๋อ คุณลุงแท็กซี่ :หลานลุงก็สอบเหมือนกัน หลานเป็นนักศึกษาแพทย์ปี 4 มาสอบเรียนต่อ นั่นทำให้ลุงเข้าใจผิดว่าหนูเป็นหมอปี 4 มาสอบเรียนต่อเหมือนกัน หนูยังไม่ทันอธิบายอะไรเพิ่มเติม แกก็เล่ามาก่อนหมดเลยว่า หลานแกเรียนหมอ อะไรยังไง จนหนูไม่มีจังหวะที่จะบอกว่า หนูไม่ได้เป็นหมอ ได้แค่นั่งฟังไป ไม่ว่าแกจะพูดอะไร หนูก็แค่เออ-ออไปก่อน มีจังหวะหนึ่งที่ลุงพูดขึ้นมาว่า คุณลุงแท็กซี่ :หลานลุงจะไปต่อออร์โธ หนูล่ะ จะต่ออะไร จังหวะนั้นมีรถพยาบาลขับมาพอดี หนูจึงพูดออกไปว่า คุณยูสุ :น่าจะ ER ค่ะ หมอฉุกเฉิน หลังจากนั้นหนูก็รู้สึกผิดว่า หนูไม่น่าพูดเลย เพราะมันทำให้แกยิ่งพูดต่อไปอีกว่ามันเหนื่อยนะ ถ้ามีโอกาสลองเลือกหมออื่นดูมั้ย อย่างหมอศัลย์ หมอหัวใจ หมอสมอง หลังจากนั้นแกก็พูดไปจนถึงเรื่องยา แล้วแกก็บังเอิญลืมชื่อยา เลยหันมาถามหนูว่า คุณลุงแท็กซี่ :ยาตัวนั้นชื่ออะไร หนูอึกอักมาก ไม่รู้ต้องตอบอะไร เพราะหนูไม่เคยเป็นหมอ หนูเลยตอบไปว่า คุณยูสุ : หนูเป็นคนหัวไม่ค่อยดีค่ะ สงสัยต้องไปอ่านเพิ่มแล้ว หน้าลุงแกก็ดูงง ๆ แต่วันนั้นรถติดมาก หนูเลยพยายามเปลี่ยนเรื่อง เพราะตอบคำถามต่อไม่ไหวแล้ว หนูถามแกว่า คุณยูสุ : อีกกี่กิโลจะถึงฟิวเจอร์คะ? แต่มันเป็นการตัดสินใจที่ผิดมาก ลุงแกก็แปลกใจ แล้วก็พูดว่า คุณลุงแท็กซี่ :อ้าว ไหนบอกเรียนแถวนี้หรอ ไม่เคยไปฟิวเจอร์หรอ หนูก็เลยต้องแก้ตัว ตอบไปว่า คุณยูสุ : อ๋อ หนูไม่ค่อยเที่ยวเท่าไหร่ค่ะ ไม่ค่อยมีเพื่อน จังหวะนั้น ริมถนนมีคนใส่เสื้อที่คล้าย ๆ เสื้อกาวน์ ทอปปิกเลยวนกลับมาเรื่องหมออีกครั้ง แล้วแกก็พูดเรื่องโรคและลืมชื่อยา เลยหันมาถามหนูอีกรอบ ตอนนั้นในหัวหนูรู้จักแค่ ทิฟฟี่ กับ ไทลินอล หนูเลยตอบว่า ไทลินอล ลุงก็งง และอาจจะเริ่มตะหงิดใจ คำถามสุดท้ายก่อนจะถึงจุดหมาย ลุงแกบอกว่า คุณลุงแท็กซี่ :หลานแกเรียนที่นี่นะ อยู่ปีเดียวกัน รู้จักไหม ในใจหนูก็คือ แย่แล้ว แต่ตอบไปว่า คุณยูสุ : อ๋อ หนูไม่ค่อยมีเพื่อนเลยค่ะ หนูรู้สึกผิดมาก ๆ หลังจากนั้นหนูก็แกล้งหยิบโทรศัพท์มาพิมพ์คุยกับเพื่อนตลอดทาง และหนูก็เมารถมาก เพราะมองจอ ที่โทรมาวันนี้ เผื่อว่าลุงเปิดมาเจอ หรือว่าฟังอยู่ อยากบอกลุงว่า จริง ๆ แล้ว หนูไม่ได้เป็นหมอ และไม่เคยเป็นหมอเลยค่ะชีวิตนี้ หนูไม่ได้ตั้งใจจะโกหก แต่ลุงอินมาก จนหนูไม่กล้าขัดเลยค่ะ ขอโทษจริง ๆ เรื่องราวน่ารัก ๆ ที่ทำให้ดีเจทั้งสามขำขันกันยามดึก ดีเจเกลือทิ้งทายขำ ๆ ไว้ว่า "เชื่อเลยว่าทั้งหนูและผู้ฟังจะได้เรียนรู้ว่า เมื่อไหร่ก็ตามที่เราเริ่มต้นด้วยการโกหกเราจะโกหกต่อไปเรื่อย ๆ"เรื่องราวจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการInboxฝากเรื่องมาที่FacebookFanpageEFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 20.00–23.00น.ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

เป็น LGBTQ ที่ Introvert ไม่ชอบวี้ดว้าย ..หนูเรียบร้อยค่ะ l พุธทอล์คพุธโทร 17 ธันวาคม 68

19 ธ.ค. 2025

เป็น LGBTQ ที่ Introvert ไม่ชอบวี้ดว้าย ..หนูเรียบร้อยค่ะ l พุธทอล์คพุธโทร 17 ธันวาคม 68

“คุณริน (นามสมมติ) ” อายุ 23 ปี เป็นสายที่สอง ในรายการ พุธทอล์คพุธโทรเมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (17 ธันวาคม 2568) ได้โทรเข้ามาปรึกษา“ดีเจเผือก – ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม” เรื่องที่ตนนั้นเป็น LGBTQ+ มีนิสัยเรียบร้อย ชอบอยู่คนเดียวแต่เพื่อนร่วมงานชอบชวนไปสังสรรค์เพราะคิดว่าเราต้องวี้ดว้ายกล้าแสดงออกเหมือน LGBTQ+ คนอื่น “คุณริน (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘ว่ารินทำงานมาเกือบ 2 ปีกว่า เรารู้สึกว่าเราเป็นคนชอบอยู่กับตัวเองมาก ลักษณะนิสัยของรินไม่ได้เป็นคนที่เอะอะโวยวายมากจนเกินไป วันหยุดก็จะอยู่คนเดียว ไม่ค่อยออกไปไหน ถ้าออกก็จะเป็นเดินห้างคนเดียว ไปหาอะไรทานแปปเดียวก็กลับห้อง ปัญหาก็คือเพื่อนร่วมงาน เพราะในที่ทำงานมีหลากหลายวัย หลากหลายอายุ ซึ่งเขาก็รบเร้าอยากให้เราไปสังสรรค์นอกเวลางาน ไม่ใช่ว่ารินไม่เคยไป แต่ไปแล้วรู้สึกว่าใช้พลังงานมากเกินไปและก็ไม่เป็นตัวของตัวเอง แล้วก็มีเพื่อนร่วมงานที่คาดหวังอยากให้เรามีเอเนอร์จี้ในการเป็นคนที่โหวกเหวก แหกปากโวยวาย ประมาณว่าเป็นสาวสองก็ต้องเป็นแบบนี้สิ ถ้าเป็นแบบเธอคือมันผิด อะไรแบบนี้ ส่วนเรื่องงานรินก็ให้ความสำคัญกับการทำงานเป็นทีมด้วย ด้วยความที่เราก็อาจจะเป็นเด็กในกลุ่มทำงาน เลยอยากรู้วิธีการปรับตัวให้ได้มากที่สุด อยากกำจัดความรู้สึกตอนนี้แล้วก็อยากรู้ว่ามีวิธีการปฏิเสธอย่างไรให้ดูเป็นคนไม่แรงจนเกินไป เพราะว่ารินใช้วิธีเงียบใส่ไปหลายครั้ง เรารู้สึกว่ามันไม่ค่อยสนุกเท่าไหร่เพราะไปแล้วก็เหมือนเอาเรื่องที่ทำงานไปด้วย มันก็ดูเครียด ๆ บ้าง และส่วนตัวเราก็ดื่มเป็นบางครั้ง ไม่ได้ดื่มบ่อย ความสนุกของรินคือการไปเที่ยวตามสถานที่ต่าง ๆ ตามคาเฟ่กับเพื่อน 2-3 คนซะมากกว่า เวลาปฏิเสธไปเขาก็จะมีตื๊อบ้างแต่เราก็ไม่รู้จะใช้วิธีพูดยังไง เลยเลือกที่จะเงียบไปเลย เราก็จะยิ้มแห้ง ๆ แล้วก็จบบทสนทนาไป แต่ก็ไม่รู้ว่าเขาคิดยังไงกับเรา คือมันก็ไม่ได้มีผลกระทบอะไรกับงานแต่เขาก็อยากให้เราลองบ้าง แต่พอเราลองดูแล้วก็รู้สึกอึดอัด’ เริ่มที่ “ดีเจเติ้ล” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘พี่ก็จะพูดกับเขาตรง ๆ ว่าไม่ได้ดื่ม ซึ่งแรก ๆ มันก็จะมีปัญหานี่แหละ เขาก็จะเต็มไปด้วยคำถามมากมาย ไม่เชื่อ โกหก แต่ถ้ามันทำไปสักพักหนึ่ง เขาจะเลิกเองเพราะว่าเรายังเลือกที่จะยืนยัน ยืนกรานว่าเราไม่ได้เป็นคนดื่ม ไปก็จะไม่สนุก สักพักเขาก็จะเบื่อเราเอง และก็มีคนแนะนำมาน่าสนใจก็คือให้บอกว่าเป็นเรื่องเงิน บอกไปว่าไม่มีเงิน มันก็ไม่ได้ดูว่าเราเป็นคนไม่ Friendly นะเรื่องนี้ เราก็ยังสามารถไปร่วมกิจกรรมอย่างอื่นได้ เช่น ชวนไปกินข้าว และสุดท้ายไม่รู้ว่าจะช่วยได้ไหมแต่ก็ลองไปบอกว่า หนูบนมาค่ะพี่ หนูทำงานที่นี่หนูก็เลยบนขอว่าหนูจะไม่ดื่ม ซึ่งถ้าเขาชวนเราแล้วเราไม่ไป พี่ว่าเขาก็จะหยุดชวนเราเอง’ ต่อมา “ดีเจต้นหอม” ได้ให้คำปรึกษาเพิ่มเติมว่า ‘สำหรับหอม หอมก็รู้สึกว่าพูดไปตรง ๆ พูดซ้ำ ๆ บ่อย ๆ ว่าไม่ไป เอาไว้กิจกรรมอื่นครั้งหน้าค่อยไปกัน พูดตรง ๆ ได้เลย ถ้าเขาตื๊อก็ตอบว่า ไม่ไปค่ะ สั้น ๆ อย่างนี้ได้เลยนะ บอกได้เลยว่าเราไม่ได้ชอบไป ไม่ใช่ทุกคนจะชอบกินเหล้า เว้นแต่ว่ามันมีผลประโยชน์ในนั้นนะ อันนี้ต้องเอาสังคม งานขอความร่วมมืออะไรอย่างนี้ก็ต้องไป แต่ถ้าไม่มีความจำเป็นก็บอกเขาตรง ๆ ได้’ สุดท้าย “ดีเจเผือก” ได้ให้คำปรึกษาปิดท้ายว่า ‘ก็เห็นด้วยกับทั้งเติ้ลและหอมเลยครับ จริง ๆ การไปสังสรรค์ต่อมันไม่ควรเป็นสิ่งที่มาตัดสินว่าใครจะเป็นเพื่อนร่วมงานที่ดีหรือไม่ดี คือคนไม่ไปต่อก็คุยเฮฮาที่ทำงานได้ ก็เลยไม่รู้ว่าทำไมต้องฝืนไปต่อเพื่อเอนเตอร์เทนใคร เพื่อพิสูจน์ตัวเองกับใคร เพื่อเอาชนะใจใคร ไม่จำเป็น ผมก็เป็นคนไม่ค่อยดื่ม ทุกวันนี้ก็ยังหนีกลับเร็วเวลามีงานปาร์ตี้ สุดท้ายแล้วมันก็ไม่ใช่สิ่งที่ต้องฝืนเพื่อจะเอาชนะใจเขา ตอนทำงานก็ทำตัวไนซ์หน่อย ให้เขารู้ว่าเราก็เป็นคนเฟรนลี่นะแค่ไม่ได้ดื่ม’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการInboxฝากเรื่องมาที่FacebookFanpageEFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 20.00–23.00น.ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

หนูไปรักคนมีแฟน รู้อยู่แล้วว่าเขาคบกัน แต่หนูพลาดท้องกับเขา ตอนนี้หนูท้อง 6 เดือน เขามาแต่งงานกับหนู แต่ก็ยังไปหาแฟนของเขา เหมือนเขายังอยากคบพร้อมกัน 2 คน จะก้าวออกมาจากวงจรนี้ยังไงให้เจ็บน้อยที่สุดคะ??

17 พ.ค. 2024

หนูไปรักคนมีแฟน รู้อยู่แล้วว่าเขาคบกัน แต่หนูพลาดท้องกับเขา ตอนนี้หนูท้อง 6 เดือน เขามาแต่งงานกับหนู แต่ก็ยังไปหาแฟนของเขา เหมือนเขายังอยากคบพร้อมกัน 2 คน จะก้าวออกมาจากวงจรนี้ยังไงให้เจ็บน้อยที่สุดคะ??

“คุณดี (นามสมมติ)” อายุ 21 ปี สายแรกในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา [15 พ.ค. 67] ได้โทรเข้ามาปรึกษา ‘ดีเจต้นหอม - ดีเจเติ้ล – ดีเจอั๋น’ เกี่ยวกับปัญหาไปมีความสัมพันธ์กับผู้ชายที่มีแฟนแล้ว สุดท้ายพลาดท้องกับเขา โดย “คุณดี (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘หนูไปหลงรักคนที่มีแฟนแล้ว และคบหากันมาแล้ว 2 ปี จนตัวหนูเองพลาดท้อง เพราะหนูคบกับเขาก็อยากได้เขามาครอบครองเลยเอาลูกมาเป็นตัวยื้อ หนูเลยให้ฝ่ายชายเลือกว่าจะเลือก หนูกับลูก หรือ ผู้หญิงคนนั้น ซึ่งฝ่ายชายตอบกลับมาว่า จะเก็บไว้ทั้งสองฝ่าย ตอนแรกหนูยอมรับกับการที่เป็นมือที่สามของความสัมพันธ์นี้ พอมาถึงจุด ๆ หนึ่งหนูรู้สึกว่าหนูต้องการเขามาก ๆ และต้องการให้เขาอยู่กับหนูตลอดเวลา พ่อแม่ของฝั่งหนูก็รับไม่ได้ที่หนูท้องเลยต้องการให้ฝ่ายชายมาสู่ขอแต่งงานกับหนู ซึ่งฝ่ายชายก็ยอมแต่งกับหนูแต่ไม่ได้จดทะเบียนสมรสกัน และแฟนเขาอีกคนไม่รู้เรื่องนี้เลย จนเผอิญวันที่แต่งงานหนูลืมบุหรี่ไฟฟ้าที่มีรอยลิปสติกของหนูไว้บนรถฝ่ายชาย ทำให้แฟนอีกคนฝ่ายชายเห็นและรู้ว่าฝ่ายชายมีมือที่ 3 แต่ไม่รู้ว่าเป็นใคร เขาเลยทะเลาะเบาะแว้งกัน แต่เขาก็ไม่ยอมเลิกกัน ซึ่งหนูก็ไม่ยอมเลิกเหมือนกัน เพราะต่างคนต่างต้องการฝ่ายชายทั้งคู่ ซึ่งหนูต้องการให้เขาเลิกกับแฟนคนอีกคน แต่เขาบอกมาตลอดว่าไม่เลิก หนูเลยยังไม่มั่นใจว่าหนูจะมีความสามารถเลี้ยงดูลูกได้ดีหรือเปล่า เพราะหนูมีเงินเก็บไม่เยอะ เป็นจำนวนที่ไม่สามารถตั้งตัวได้ เพราะโดยปกติฝ่ายชายที่อายุมากกว่าระดับหนึ่งเลยจะเป็นคนสนับสนุนเรื่องการเงิน เพราะเขามีการงานที่ดี และมีฐานะ ตอนนี้หนูท้องได้ 6 เดือนแล้ว ซึ่งแผนที่วางไว้หลังคลอดคือให้ฝ่ายชายเป็นคนเลี้ยง และถ้าเลิกกันฝ่ายชายจะขอลูกไปเลี้ยงเอง หนูอยากถามพี่ๆดีเจว่า หนูจะถอยออกมาทันมั้ย อยากได้คำปรึกษาว่าเดินออกมายังไงให้เจ็บน้อยที่สุด’ โดย “ดีเจเติ้ล” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘เจ็บน้อยที่สุดอย่างแรกคือ คุณดีต้องให้ลูกกับผู้ชายไปเลี้ยง คุณดีอย่าเลี้ยงเอง พี่ว่าวุฒิภาวะ ความสามารถ และข้อมูลที่คุณดีให้พวกพี่มาตอนนี้ พี่ว่าคุณดีเลี้ยงลูกไม่ได้ คุณดียังไม่พร้อม เพราะการที่ให้ผู้ชายเลี้ยงก็จะแบ่งเบาภาระได้เยอะ คุณดีก็จะกลับไปอยู่สถานะโสด กับอีกอันหนึ่งที่เจ็บน้อยที่สุดพี่ว่าคุณดีต้องเข้าใจว่าความสัมพันธ์นี้เป็นความสัมพันธ์ที่คุณดีเลือกมาแล้วตั้งแต่ต้น ว่าคุณดีจะเป็นหนึ่งในผู้หญิงที่เขาคบ ซึ่งผลที่ตามมาทั้งหมดมันคือสิ่งที่คุณดีตัดสินใจเลือกเอง พี่ว่าคุณดีน่าจะเห็นผลกระทบและปลายทางของมันแล้วว่าถ้าคุณดีใช้ชีวิตแบบนี้ต่อไปเรื่อยๆมันจะเป็นยังไง และการออกจากวงจรนี้คือสิ่งที่จะทำให้คุณดีไม่ต้องกลับไปเจ็บอีก และไปหาผู้ชายคนใหม่ที่เขารักและจะมีคุณดีแค่คนเดียวในชีวิต อันนี้พี่อยากจะฝากถึงการใช้ชีวิตของดีด้วย เพราะพี่เป็นห่วง การที่คุณดีอายุ 21 แล้วมีทัศนคติที่จะยอมเป็นมือที่สามของผู้ชายคนหนึ่ง แล้วปล่อยให้ตัวเองท้องโดยที่รู้ว่าผู้ชายมีนิสัยแบบนี้ รวมถึงทำไมยังดูดบุหรี่ไปฟฟ้าในขณะที่ตัวเองท้องอยู่ 6เดือน พี่อยากให้รู้ว่าการกระทำของคุณดีมันมีผลกับชีวิตทุกครั้ง การที่คุณดีเลือกจะทำสิ่งนี้หรือไม่ทำ มันมีผลกับชีวิตจริงๆ เพราะฉะนั้นหลังจากนี้อยากให้คุณดีเลือกสิ่งดี ๆ ให้กับตัวเอง’ ต่อด้วย “ดีเจต้นหอม” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘วันนี้พี่ไม่แรง เพราะคุณดีกำลังตั้งครรภ์ และภาวะของการเป็นคุณแม่จะมีฮอร์โมนที่สวิงมาก “พี่ไม่ได้ปกป้องดี แต่พี่ปกป้องลูกในท้องคุณดี” พี่ยังอยากรู้สึกปกป้องลูกคุณดี คุณดีเป็นแม่ต้องปกป้องลูกให้มากกว่านี้ สิ่งที่เกิดขึ้นทำยังไงให้มันเจ็บน้อยที่สุดก็คือ เข้าใจและยอมรับความผิดพลาดที่เกิดขึ้นก่อน เพื่อที่คุณดีจะได้ไปซ่อมสิ่งที่ยังเหลืออยู่ ที่ผ่านมามันผิดไปแล้ว แล้วถ้าคุณดียังอยู่ในวงจรเดิม ความผิดมันก็จะสะสมทับถมไปเรื่อย ๆ ในตอนที่คุณดีออกมามันจะมีหนึ่งช่วงที่เจ็บมาก ๆ คือวันที่ลูกคลอด ความผูกพันระหว่างแม่และลูกมันมีจะมีความผูกพันทางสายเลือด วันที่ผู้ชายรับเลี้ยงลูกคุณดีอาจจะเจ็บปวด ให้ระวังภาวะโรคซึมเศร้า หรือถ้ารู้สึกเจ็บปวดไม่อยากให้ลูกเขาไป ให้คุณดีคิดว่าถ้าคุณดีรักลูกจริง ๆ ต้องให้ลูกอยู่ในที่ที่ดีที่สุด คือการอยู่กับพ่อของลูก เพราะนี่คือปัญหาที่ใหญ่ที่สุด พี่รู้สึกว่าความเจ็บปวดของคุณดีจะน้อยลง เพราะว่าถ้าคุณดีไม่พร้อมที่จะเลี้ยงลูกมันจะกลายเป็นภาระ เมื่อเราไม่มีภาระตรงนี้ คุณดีก็สามารถหันกลับมาใช้ชีวิตของตัวเอง เพราะคุณดีพึ่งจะอายุ 21 แล้วให้จำสิ่งเหล่านี้เป็นบทเรียนแล้วอย่าทำอีก อย่างที่พี่เติ้ลบอก เจอผู้ชายดีๆ ให้เลือกอย่าไม่เลือก และต้องชัดเจนว่าถ้าเราจะคบกับใครเราจะต้องมองอนาคตข้างหน้าด้วย เพราะส่วนใหญ่การเป็นมือที่สามของใครมันไม่ดีทั้งนั้น มันไม่เหมือนในละครที่เราได้ชัยชนะโดยการเอาผู้ชายที่นอกใจมาครอง เพราะสุดท้ายแล้ววันหนึ่งผู้ชายที่นอกใจคนอื่นมาหาเรามันก็จะนอกใจเราไปหาคนอื่นอีกทีเป็นวงจรแบบนี้ เพราะฉะนั้นเมื่อเป็นบทเรียนที่เคยผิดพลาดแล้ว อย่าทำมันอีก’ สุดท้าย “ดีเจอั๋น” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘พี่ไม่อยากสรุปฟันธงว่ามันต้องเป็นยังไง เพราะพี่ยังไม่รู้เลยว่าในที่สุดแล้วเงื่อนไขของการที่ผู้ชายรับลูกไปเลี้ยง เขาจะอยู่ในสภาวะไหนเนื่องจากว่าถ้าผู้ชายเอาลูกไปเลี้ยง แฟนอีกคนของผู้ชายอาจจะเลิก ซึ่งพี่ก็งงอีกว่าถ้าเขาเลิกกันแล้วจะเป็นคุณดีแทนมั้ยที่ไปอยู่ในสถานะนั้น ถ้าถามพี่อย่างแรกเลยคือเราต้องตั้งสติ แล้วดูแลตัวเองให้ได้มาก ๆ ในความเครียดทั้งปวงอย่าคิดที่จะคลายความเครียดหรือหนีจากความเครียดด้วยการใช้ตัวช่วยแปลก ๆ ปัญหาทั้งหมดพี่อั๋นคิดว่ามันอาจจะเริ่มจากการที่คุณดีไม่ได้รักตัวเองอย่างถูกวิธี คุณดีอาจจะคิดว่าเราอยากจะมีชีวิตด้วยการหาทางลัดคือ ฉันจะเอาผู้ชายคนนี้ ที่จะพาฉันออกจากวงจรต่าง ๆ ที่ไม่ชอบ แต่พี่คิดว่าเราไม่ได้เริ่มต้นด้วยการทำตัวเองให้ดี นั่นคือปัญหา เพราะฉะนั้นตอนนี้ในส่วนที่เขากำลังดูแลอยู่ เราทำตัวเองให้ดีตรงไหนได้บ้าง เพราะพี่อั๋นคิดว่าหลังคลอดผู้ชายน่าจะไม่ได้เอาลูกไปเลย เพราะลูกต้องกินนมแม่ และมีอะไรหลายอย่างที่ซับซ้อน คือ ณ ตอนนี้ถ้าเป็นพี่อั๋น พี่จะโฟกัสลูก และคุณทั้งสองควรจะคุยกันดีโดยเอาลูกเป็นที่ตั้งว่าจะเลี้ยงลูกด้วยกันยังไง ซึ่งเลี้ยงด้วยกันไม่ได้แปลว่าต้องอยู่ด้วยกัน อาจจะแบ่งกันดูว่ายังไงเพราะที่ผ่านมาคุณดีใช้ลูกเป็นเครื่องมือในการรั้งเขาไว้ เพร่ะฉะนั้นคุณดีต้องป็นแม่ที่ดีให้ได้ คือการเอาลูกไปอยู่กับผู้ชายส่วนใหญ่ แต่ก็ต้องเคลียร์กับผู้ชายให้รู้เรื่องโดยเอาผลประโยชน์ลูกเป็นหลัก และต้องให้ฝ่ายชายเผชิญหน้ากับแฟนอีกคนเกี่ยวกับลูก แล้วหาทางออกว่าจะไปในทิศทางไหน ถ้าแฟนฝ่ายชายตกลงรับลูกเราไปเลี้ยง มันจะเป็นทางที่ดีที่สุด ถือว่าเราโชคดีไป’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

คบกับแฟนมา ไม่เคยเจอคุณแม่ แต่คุณแม่แฟนเอา วัน เดือน ปีเกิดเราไปเช็คดวง แล้วบอกกับลูกสาวว่า ดวงไม่สมพงษ์กัน แล้วหมอดูก็ยังบอกมาอีกว่า ผู้ชายคนนี้ มีครอบครัวแล้วให้ระวัง ซึ่งผมไม่มี

31 พ.ค. 2024

คบกับแฟนมา ไม่เคยเจอคุณแม่ แต่คุณแม่แฟนเอา วัน เดือน ปีเกิดเราไปเช็คดวง แล้วบอกกับลูกสาวว่า ดวงไม่สมพงษ์กัน แล้วหมอดูก็ยังบอกมาอีกว่า ผู้ชายคนนี้ มีครอบครัวแล้วให้ระวัง ซึ่งผมไม่มี

คบกับแฟนมา ไม่เคยเจอคุณแม่ แต่คุณแม่แฟนเอา วัน เดือน ปีเกิดเราไปเช็คดวงแล้วบอกกับลูกสาวว่า ดวงไม่สมพงษ์กัน แล้วหมอดูก็ยังบอกมาอีกว่า ผู้ชายคนนี้ มีครอบครัวแล้วให้ระวังซึ่งผมไม่มี ตอนนี้ทุกคนในบ้านฟังแม่เขาหมด แล้วแฟนก็ขอห่างกับผม เหมือนผมโดนตัดสินโดยใครก็ไม่รู้... “คุณเอ็กซ์ (นามสมมติ)” อายุ 27 ปี สายที่สองในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา [29 พ.ค. 67] ได้โทรเข้ามาปรึกษา ‘ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม’ เกี่ยวกับปัญหาแม่แฟนเอาวันเดือนปีเกิดไปดูดวงจนทำให้ต้องเลิกกับแฟน โดย “คุณเอ็กซ์ (นามสมมุติ)” ได้เล่าว่า ‘ผมทำงานอยู่ที่บริษัทซอฟแวร์แห่งหนึ่ง ที่บริษัทจะมีรุ่นพี่ผู้หญิงคนหนึ่ง คือว่าเราสองคนได้รับหน้าที่ให้ทำโปรเจ็คด้วยกัน ทำให้เราสองคนใกล้ชิดกันมากขึ้น ได้อยู่ด้วยกันตลอดทุกวัน เราก็เริ่มชอบกัน เพราะเราคุยกันถูกคอมากๆ ระบายกันทุกเรื่อง แล้วทีนี้เราก็ได้มีการนัดไปทำงานกันที่ห้างแห่งหนึ่ง เราก็มานั่งทำงานกันพอทำงานเสร็จ เราก็ไปกินข้าวด้วยกัน แล้วพอกินข้าวเสร็จก็แยกย้ายกันกลับ แต่บ้านผมอยู่ไกลมาก ผมก็ต้องนั่งรถไฟฟ้ากลับ แต่ว่าผมเข้าใจผิดคิดว่าขบวนรถไฟสุดท้ายคือเที่ยงคืน แต่จริงๆ ขบวนสุดท้ายของสายนั้นคือ 5 ทุ่ม ทีนี้ผมก็ไม่มีรถกลับ ผมก็เลยโทรบอกเขา เออเนี่ย…เดี๋ยวจะไปเปิดห้องนอนก่อน แล้วเช้าค่อยกลับ แต่เขาก็บอกว่า ไม่เอาๆ เดี๋ยวเขาวนรถกลับมารับ แล้วก็ไปนอนบ้านเขา ผมก็ตกลง วันนั้นผมก็ได้ไปนอนบ้านเขาและวันนั้นเราสองคนก็ได้ตกลงเป็นแฟนกัน เราก็คบกันมาได้เกือบอาทิตย์ ต้องขอบอกเลยว่าพี่เขาเป็นคนที่เชื่อแม่ และรักแม่มากๆ สำหรับเขาแม่มีอิทธิพลมากพอสมควร ผมก็มองว่าไม่ผิดคนเราต้องรักแม่ถูกแล้ว แล้วทีนี้แม่เขาก็เอาวันเดือนปีเกิดของผมไปดูดวง ว่าดวงผมกับพี่เขาเป็นยังไง แล้วหมอดูทำนายว่า ดวงผมไม่สมพงศ์กับพี่เขา และมีอีกคำนายหนึ่งที่ไม่เป็นความจริงเลยคือ หมอดูทำนายว่า ผมมีครอบครัวแล้ว โดยที่ไม่ถามไถ่ผมเลย ซึ่งแฟนผมก็น่าจะยังไม่ได้บอกแม่เขาว่าผมยังไม่มีครอบครัว เพราะเขาน่าจะดูเชื่อไปด้วย แต่ผมไม่รู้ว่าเชื่อกี่เปอร์เซ็นต์ แต่หลักๆ เลยก็คือแม่เขาก็ไม่อยากให้ไปต่อกับผมนั่นแหล่ะ พี่เขาก็เลยขอลดสถานะความสัมพันธ์กับผม และไม่ขอพัฒนาต่อไปมากกว่านี้แล้ว การขอลดสถานะความสัมพันธ์ครั้งนี้ ผมไม่ติดอยู่แล้ว ผมเคารพการตัดสินใจของเขา เพราะเราเปลี่ยนความคิดใครไม่ได้ แต่ที่ผมนอยมากๆ เลยก็คือ ผมถูกตัดสินจากใครก็ไม่รู้ ที่รู้แค่ วันเดือนปีเกิดของผมแค่นั้น ซึ่งหลังจากที่เราเลิกกัน ผมก็ลาออก แต่พี่เขาก็ยังมีทักมาหาผมบ้าง มาระบายเรื่องงาน ถามเรื่องโปรเจคที่ผมกับพี่เขาเคยทำร่วมกัน ตอนนี้พี่เขารับหน้าที่ดูแลต่อ แล้วก็มีคุยเรื่องส่วนตัวบ้าง ผมก็มีถามเขาบ้างว่า สบายดีมั้ย เหนื่อยรึเปล่า ผมก็ถามไปปกติ ผมอยากถามพี่ๆดีเจว่า ควรปล่อยเขาไปใช่มั้ย หรือว่าควรจะสู้กับดวงที่หมอดูทำนายมาดี?’ โดย “ดีเจต้นหอม” ก็ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘สำหรับหอม ชีวิตเราเป็นคนเลือกเอง หมอดูเป็นแค่สิ่งที่นำทางให้เราเฉยๆ ถ้าหมอดูพูดอะไรแล้วมันซัพพอร์ตกับสิ่งที่อยู่ในใจเรา เราจะมีความมั่นใจในการลุยกับสิ่งนั้นมากขึ้นเท่านั้นเอง แล้วก็ที่ถามว่าเราจะยังไปรอผู้หญิงคนนี้อีกมั้ย หอมบอกเลยว่า ตัดไปเลย ทิ้งไปเลย ให้รู้ซะบ้าง ไม่ใช่ว่าแบบ เธอเลิกกับฉันง่ายๆ เพียงแค่ฟังคำหมอดู ซึ่งมัน Non sense ถ้าเกิดเราคบกันแล้วเธอเจอปัญหาที่ใหญ่กว่านี้ แล้วแม่เธอพูดอะไรสักอย่างหนึ่ง เราก็เลิกกันได้อยู่ดี เรื่องเล็กๆ เธอยังเลิกกับเราได้ง่ายขนาดนี้เลย ฉะนั้นถ้ามีปัญหาใหญ่เข้ามาในชีวิต เธอจะไม่ปล่อยมือกันง่ายๆ หรอ แล้วก็ไม่ต้องถามเขาว่า สบายดีมั้ย เขาเทเรา ด้วยเหตุผลที่งี่เง่ามาก เขาต้องได้รับบทเรียน เธอกำลังเสียผู้ชายที่ดีที่สุดไป แล้วไปหาคนใหม่เลย หาคนที่เขาเห็นคุณค่าในตัวเราไม่ใช่แค่รู้สึกว่า เราไม่มีคุณค่าอะไรเลยหรอ ถึงได้ตัดสินเรากับเรื่องงี่เง่าแค่นี้ อันนี้คือไร้เหตุผลมากๆ และครอบครัวนี้ไม่เหมาะกับเรา ครอบครัวที่ใช้พ่อแม่บงการทุกอย่างในชีวิต จนไม่เป็นตัวของตัวเอง ก็ให้เขาอยู่กับแม่ไปหรือไม่ก็ให้เขามีแฟนกับคนที่แม่เขาหาให้ แล้วไม่ต้องรอให้มันเสียเวลา เชิ่ด !!!!’ ต่อด้วย “ดีเจเติ้ล” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘มันมี 2 ประเด็นสำหรับพี่นะ เวลาที่พี่เห็นใครที่เขาเชื่อเรื่องอะไรทำนองนี้ เรื่องหมอดู ดวงชะตา โชคชะตา และถ้าเขายึดมันเป็นแกนหลักในการใช้ชีวิตแล้ว พี่รู้สึกว่า อะไรก็เอาเขาไม่อยู่ เพราะเขาเลือกที่จะเชื่อแบบนี้แล้ว ถ้าเขาใช้สิ่งนี้เป็นที่ตั้ง แสดงว่าเขามีแนวคิดที่คิดมาแล้ว หรือว่าประสบการณ์ชีวิตของเขา สิ่งนี้มันพิสูจน์ได้ว่า มันจริงสำหรับเขา พี่ว่าการจะไปสู้กับอะไรแบบนี้ เหมือนเราแพ้ตั้งแต่หน้าประตูแล้ว ซึ่งมันเหนื่อยมากเลยกับการแพ้ ให้กับสิ่งที่เรามองไม่เห็น แล้วเราไม่รู้ว่าจะไปพิสูจน์มันยังไง นอกจากเราต้องใช้เวลา เข้าใจมั้ย ซึ่งบางอย่างเขาไม่มารอเรา แล้วเขาตัดสินเราไปแล้ว อันนี้สำหรับเรื่องแรกพี่ว่ามันยาก สำหรับอันที่ 2 พี่เห็นด้วยกับพี่หอมว่า ถ้าคนๆ หนึ่งเลือกเรา ในการคบหาจากการดวงล้วนๆ หรือจากสิ่งที่หมอดูบอก โดยที่ไม่ได้ดูสิ่งที่เราทำ ไม่ดูว่าเรามีพฤติกรรมที่ปฎิบัติกับเขายังไงในฐานะคนรัก พี่ว่าคนแบบนี้ พี่ไม่เลือกเอามาเป็นแฟนนะ ถ้าเขาไม่เอา เราก็ไปหาคนอื่น มันไม่ได้มีคนเดียวบนโลกใบนี้ที่เราจะต้องรักพุ สำหรับพี่มันง่ายแค่นี้’ สุดท้าย “ดีเจเผือก” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘ผมมีความเชื่อว่าถ้าเห็นลู่ทางไม่ดี เราอย่าชิงแพ้ให้เละเทะ เราไปแบบเชิ่ดๆ หล่อๆ ก่อนดีกว่า แล้วไปแบบให้เขาเสียดาย ไปแล้วไปลับไม่กลับมา ให้เขาเสียดายว่า ไอความไร้สาระของเขามันเคยทำให้เขาพลาดอะไรไป คือถ้าเรื่องแค่นี้เขามาขอลดความสัมพันธ์กับเรา หมอดูคนนี้จะดูชีวิตคู่ของคุณเอ็กซ์กับเขาเนี่ยไปตลอดเลย จะมีลูกปีไหน จะเกิดเดือนไหน จะให้เรียนโรงเรียนอะไร มันจะวุ่นวายไปหมด แล้วก็นอกจากหมอดูแล้วเนี่ย คิดว่าครอบครัวเขาก็จะมามีอิทธิพลกับชีวิตคู่คุณเอ็กซ์กับเขาไปตลอด ซึ่งถ้าคุณเอ็กซ์ได้ฟังพุธทอล์คพุธโทรมา ปัญหาที่ครอบครัวเข้ามาวุ่นวายในชีวิตคู่เนี่ยโครตปวดหัวเลย เพราะฉะนั้นไปแบบผู้ชนะถึงแม้ว่าใจลึกๆ เราจะรู้สึกว่าโดนเทก็ตาม แต่จงรักษาทรง แล้วเดินออกไปอย่างผู้ที่เหมือนว่าชนะ แบบโดนเทแต่ยังเท่อยู่ ให้เขาเสียดายเราในภายหลัง’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

album
efm
-

-