หนูไม่ได้ตั้งใจจะโกหกนะคะ แต่ลุงแท็กซี่เข้าใจว่าหนูเป็นหมอ แล้วถามชื่อยากับหนู แต่ในหัวหนูรู้จักแค่ทิฟฟี่กับไทลินอล!

พุธทอล์ค พุธโทร RECAP

หนูไม่ได้ตั้งใจจะโกหกนะคะ แต่ลุงแท็กซี่เข้าใจว่าหนูเป็นหมอ แล้วถามชื่อยากับหนู แต่ในหัวหนูรู้จักแค่ทิฟฟี่กับไทลินอล!

23 ก.พ. 2026

หนูไม่ได้ตั้งใจจะโกหกนะคะ

แต่ลุงแท็กซี่เข้าใจว่าหนูเป็นหมอ

แล้วถามชื่อยากับหนู

แต่ในหัวหนูรู้จักแค่ทิฟฟี่กับไทลินอล!

         ‘คุณยูสุ (นามสมมุติ)’ สายที่ 5 ในรายการ พุธทอล์คพุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (18 มกราคม 2569) ได้เข้ามาขอพื้นที่เล่าประสบการณ์ให้ ‘ดีเจต้นหอม - ดีเจเติ้ล - ดีเจเกลือ’ ได้ฟัง เกี่ยวกับเรื่องที่ตนนั้นไปโกหกลุงขับแท็กซี่ว่าเป็นหมอ

         ‘คุณยูสุ (นามสมมุติ)’ อายุ 18 ปี ได้เล่าว่า "เมื่อวันอาทิตย์ที่แล้ว หนูเดินทางไปกรุงเทพฯ จะไปสอบที่รังสิต แล้วหนูมีนัดกับเพื่อนที่ฟิวเจอร์พาร์ครังสิต จะไปร้องคาราโอเกะผ่อนคลายกัน หนูจึงเรียกแกร็บแท็กซี่ไป แล้วคนขับแท็กซี่ก็เป็นลุงคนหนึ่ง คุณลุงก็ชวนหนูคุย

         คุณลุงแท็กซี่ : มาทำอะไรล่ะหนู

         คุณยูสุ : อ๋อ มาสอบค่ะ

         คุณลุงแท็กซี่ : สอบอะไร

         ที่หนูมาสอบมันเป็นสอบเกี่ยวกับความถนัดแพทย์ (TPAT1) หนูกลัวว่าแกจะงง เลยบอกไปว่า 

         คุณยูสุ : อ๋อหนูมาสอบเกี่ยวกับหมอค่ะ

         คุณลุงแท็กซี่ : อ๋อ 

         คุณลุงแท็กซี่ : หลานลุงก็สอบเหมือนกัน หลานเป็นนักศึกษาแพทย์ปี 4 มาสอบเรียนต่อ 

         นั่นทำให้ลุงเข้าใจผิดว่าหนูเป็นหมอปี 4 มาสอบเรียนต่อเหมือนกัน หนูยังไม่ทันอธิบายอะไรเพิ่มเติม แกก็เล่ามาก่อนหมดเลยว่า หลานแกเรียนหมอ อะไรยังไง จนหนูไม่มีจังหวะที่จะบอกว่า หนูไม่ได้เป็นหมอ ได้แค่นั่งฟังไป ไม่ว่าแกจะพูดอะไร หนูก็แค่เออ-ออไปก่อน มีจังหวะหนึ่งที่ลุงพูดขึ้นมาว่า

         คุณลุงแท็กซี่ : หลานลุงจะไปต่อออร์โธ หนูล่ะ จะต่ออะไร

         จังหวะนั้นมีรถพยาบาลขับมาพอดี หนูจึงพูดออกไปว่า

         คุณยูสุ :น่าจะ ER ค่ะ หมอฉุกเฉิน

         หลังจากนั้นหนูก็รู้สึกผิดว่า หนูไม่น่าพูดเลย เพราะมันทำให้แกยิ่งพูดต่อไปอีกว่ามันเหนื่อยนะ ถ้ามีโอกาสลองเลือกหมออื่นดูมั้ย อย่างหมอศัลย์ หมอหัวใจ หมอสมอง หลังจากนั้นแกก็พูดไปจนถึงเรื่องยา แล้วแกก็บังเอิญลืมชื่อยา เลยหันมาถามหนูว่า

         คุณลุงแท็กซี่ : ยาตัวนั้นชื่ออะไร

         หนูอึกอักมาก ไม่รู้ต้องตอบอะไร เพราะหนูไม่เคยเป็นหมอ หนูเลยตอบไปว่า

         คุณยูสุ : หนูเป็นคนหัวไม่ค่อยดีค่ะ สงสัยต้องไปอ่านเพิ่มแล้ว

         หน้าลุงแกก็ดูงง ๆ แต่วันนั้นรถติดมาก หนูเลยพยายามเปลี่ยนเรื่อง เพราะตอบคำถามต่อไม่ไหวแล้ว หนูถามแกว่า

         คุณยูสุ : อีกกี่กิโลจะถึงฟิวเจอร์คะ?

         แต่มันเป็นการตัดสินใจที่ผิดมาก ลุงแกก็แปลกใจ แล้วก็พูดว่า

         คุณลุงแท็กซี่ : อ้าว ไหนบอกเรียนแถวนี้หรอ ไม่เคยไปฟิวเจอร์หรอ

         หนูก็เลยต้องแก้ตัว ตอบไปว่า 

         คุณยูสุ : อ๋อ หนูไม่ค่อยเที่ยวเท่าไหร่ค่ะ ไม่ค่อยมีเพื่อน

         จังหวะนั้น ริมถนนมีคนใส่เสื้อที่คล้าย ๆ เสื้อกาวน์ ทอปปิกเลยวนกลับมาเรื่องหมออีกครั้ง แล้วแกก็พูดเรื่องโรคและลืมชื่อยา เลยหันมาถามหนูอีกรอบ ตอนนั้นในหัวหนูรู้จักแค่ ทิฟฟี่ กับ ไทลินอล หนูเลยตอบว่า ไทลินอล ลุงก็งง และอาจจะเริ่มตะหงิดใจ คำถามสุดท้ายก่อนจะถึงจุดหมาย ลุงแกบอกว่า

         คุณลุงแท็กซี่ : หลานแกเรียนที่นี่นะ อยู่ปีเดียวกัน รู้จักไหม

         ในใจหนูก็คือ แย่แล้ว แต่ตอบไปว่า 

         คุณยูสุ : อ๋อ หนูไม่ค่อยมีเพื่อนเลยค่ะ

         หนูรู้สึกผิดมาก ๆ หลังจากนั้นหนูก็แกล้งหยิบโทรศัพท์มาพิมพ์คุยกับเพื่อนตลอดทาง และหนูก็เมารถมาก เพราะมองจอ ที่โทรมาวันนี้ เผื่อว่าลุงเปิดมาเจอ หรือว่าฟังอยู่ อยากบอกลุงว่า จริง ๆ แล้ว หนูไม่ได้เป็นหมอ และไม่เคยเป็นหมอเลยค่ะชีวิตนี้ หนูไม่ได้ตั้งใจจะโกหก แต่ลุงอินมาก จนหนูไม่กล้าขัดเลยค่ะ ขอโทษจริง ๆ

         เรื่องราวน่ารัก ๆ ที่ทำให้ดีเจทั้งสามขำขันกันยามดึก ดีเจเกลือทิ้งทายขำ ๆ ไว้ว่า "เชื่อเลยว่าทั้งหนูและผู้ฟังจะได้เรียนรู้ว่า เมื่อไหร่ก็ตามที่เราเริ่มต้นด้วยการโกหกเราจะโกหกต่อไปเรื่อย ๆ"

เรื่องราวจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทาง

มีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATION

รับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 20.00 –23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

related พุธทอล์ค พุธโทร RECAP

หนูมีแพลนเที่ยวต่างประเทศปีละครั้ง แต่ทุกทริปก็มักจะมีคนฝากซื้อของตลอด ทั้งของหนัก ของแพง และต้องเหนื่อยเพราะเดินหาของให้คนอื่น จะปฏิเสธยังไงไม่ให้เสียความสัมพันธ์ดีคะ

05 ก.พ. 2026

หนูมีแพลนเที่ยวต่างประเทศปีละครั้ง แต่ทุกทริปก็มักจะมีคนฝากซื้อของตลอด ทั้งของหนัก ของแพง และต้องเหนื่อยเพราะเดินหาของให้คนอื่น จะปฏิเสธยังไงไม่ให้เสียความสัมพันธ์ดีคะ

หนูมีแพลนเที่ยวต่างประเทศปีละครั้งแต่ทุกทริปก็มักจะมีคนฝากซื้อของตลอดทั้งของหนัก ของแพง และต้องเหนื่อยเพราะเดินหาของให้คนอื่นจะปฏิเสธยังไงไม่ให้เสียความสัมพันธ์ดีคะ‘คุณแจน (นามสมมติ)’ อายุ 27 ปี เป็นสายสุดท้าย ในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (4 กุมภาพันธ์ 2569) ได้โทรเข้ามาปรึกษา ‘ดีเจเผือก – ดีีเจกอล์ฟ เทยเที่ยวไทย - ดีเจต้นหอม’ เกี่ยวกับปัญหาจะไปต่างประเทศ แต่จะปฏิเสธคนฝากซื้อของอย่างไรดี ‘คุณแจน (นามสมมติ)’ ได้เล่าว่า “หนูมีแพลนไปเที่ยวต่างประเทศปีละครั้ง ปีที่แล้วหนูไปประเทศญี่ปุ่น ซึ่งพอพี่ที่ทำงานและคนรอบตัวทราบว่าหนูจะไป ก็จะมีการฝากซื้อของอยู่ตลอด แต่จะมีบางคนที่ชอบฝากซื้อของจำพวกเครื่องประดับและสกินแคร์ ซึ่งสกินแคร์ค่อนข้างมีน้ำหนักมาก ทำให้หนูต้องคอยระวังและรับผิดชอบของเพิ่มขึ้น บางครั้งหนูก็ไม่ได้ซื้อน้ำหนักกระเป๋าเผื่อไว้มาก เพราะแค่เสื้อผ้าสำหรับไปเที่ยวหน้าหนาวก็ค่อนข้างหนักอยู่แล้ว รวมถึงของฝากที่หนูตั้งใจซื้อมาให้ทุกคนอยู่แล้วด้วย ซึ่งการรับฝากซื้อของยังค่อนข้างใช้เวลาระหว่างทริปเยอะ ทำให้เวลาท่องเที่ยวของหนูลดลงไปพอสมควรแต่คนที่ฝากซื้อก็เป็นพี่ ๆ ในออฟฟิศที่เคยช่วยเหลือหนูมาตลอด รวมถึงเพื่อนและคนรอบตัวที่สนิทกัน ทำให้หนูค่อนข้างลำบากใจที่จะปฏิเสธ ตอนนี้หนูกำลังจะมีทริปใหม่เร็ว ๆ นี้ และกังวลว่าหลายคนอาจคาดหวังว่าจะฝากซื้อของได้เหมือนครั้งก่อน เลยอยากขอคำแนะนำว่าควรจัดการเรื่องนี้อย่างไรดี โดยที่ยังรักษาความสัมพันธ์ที่ดีกับทุกคนไว้ได้ เพราะหนูกลัวว่าถ้าปฏิเสธ อาจทำให้เขามองว่าหนูไม่มีน้ำใจ” เริ่มที่ ‘ดีเจต้นหอม’ ได้ให้คำปรึกษาว่า “จริง ๆ แล้วสกินแคร์สมัยนี้ก็มีนำเข้ามาขายในประเทศไทยค่อนข้างเยอะแล้ว อาจเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับคนที่อยากได้ ไม่จำเป็นต้องฝากซื้อจากต่างประเทศเสมอไป แต่ถ้าในมุมที่เราจำเป็นต้องปฏิเสธจริง ๆ อาจใช้วิธีพูดแบบนุ่ม ๆ ได้ เช่น บอกว่า “เดี๋ยวขอดูน้ำหนักกระเป๋าก่อนนะ” หรือ “ถ้ามีเวลาไปและหาเจอ เดี๋ยวจะซื้อมาให้นะ” ซึ่งเป็นการตอบที่ไม่ได้รับปากไว้ก่อน จริง ๆ แล้ว เราสามารถพูดได้หมดเลย” ต่อมา ‘ดีเจกอล์ฟ เทยเที่ยวไทย’ ได้ให้คำปรึกษาเสริมว่า “พี่มองว่าการที่ครั้งที่แล้วเราซื้อและหิ้วของกลับมาให้ทุกคนได้ ถือเป็นจังหวะที่ดีมากที่เราจะใช้โอกาสนี้อธิบายสถานการณ์ของตัวเอง เช่น อาจเล่าให้เขาฟังว่า ครั้งที่แล้วที่หิ้วของกลับมาให้ น้ำหนักกระเป๋าเกิน ทำให้ค่อนข้างลำบาก ซึ่งถ้าคนที่ฝากซื้อเป็นพี่ ๆ ที่ทำงานที่น่ารักและสนิทกัน พี่ก็มองว่าเราสามารถคุยกับเขาแบบน่ารัก ๆ ได้ อาจจะพูดตรง ๆ ถึงปัญหาที่เราเจอ โดยไม่จำเป็นต้องปฏิเสธแบบตัดขาดหรือทำให้รู้สึกไม่ดี แต่เป็นการอธิบายให้เขาเข้าใจในข้อจำกัดหรือสถานการณ์ของเรามากกว่า” ต่อมา ‘ดีเจเผือก’ ได้ให้คำปรึกษาปิดท้ายว่า “พี่เองก็เคยเป็นคนที่ปฏิเสธคนไม่ค่อยเก่งเหมือนกัน เลยเลือกใช้วิธีที่ไม่ปฏิเสธตรง ๆ แต่เป็นการพูดแบบกึ่งรับกึ่งสู้มากกว่าหรืออาจใช้วิธีประเมินเองก่อนว่า ของชิ้นไหนพอจะซื้อให้ได้ก็ซื้อให้ แต่ถ้าเป็นการฝากซื้อที่ดูไม่ค่อยเกรงใจ หรือจำนวนเยอะเกินไป ก็อาจเลือกที่จะไม่รับฝากซื้อในส่วนนั้น”เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการInboxฝากเรื่องมาที่FacebookFanpageEFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 20.00–23.00น.ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

ผมกับแฟนผู้ชายที่คบกัน เป็นรักทางไกล นานทีจะได้เจอกัน วันนั้นผมอาบน้ำ แฟนเตรียมเสื้อผ้ากางเกงใน ให้ตามปกติ พออาบเสร็จ ผมบอกนี่ไม่ใช่กางเกงในผม แฟนก็ยิ่งโกรธเลยว่าเอาใครมานอนที่ห้อง? หลังเกิดเรื่องโทรไปหาร้านซักรีด ร้านบอกน่าจะส่งผิดไป

04 เม.ย. 2025

ผมกับแฟนผู้ชายที่คบกัน เป็นรักทางไกล นานทีจะได้เจอกัน วันนั้นผมอาบน้ำ แฟนเตรียมเสื้อผ้ากางเกงใน ให้ตามปกติ พออาบเสร็จ ผมบอกนี่ไม่ใช่กางเกงในผม แฟนก็ยิ่งโกรธเลยว่าเอาใครมานอนที่ห้อง? หลังเกิดเรื่องโทรไปหาร้านซักรีด ร้านบอกน่าจะส่งผิดไป

ผมกับแฟนผู้ชายที่คบกัน เป็นรักทางไกล นานทีจะได้เจอกัน วันนั้นผมอาบน้ำ แฟนเตรียมเสื้อผ้ากางเกงในให้ตามปกติ พออาบเสร็จ ผมบอกนี่ไม่ใช่กางเกงในผม แฟนก็ยิ่งโกรธเลยว่าเอาใครมานอนที่ห้อง?หลังเกิดเรื่องโทรไปหาร้านซักรีด ร้านบอกน่าจะส่งผิดไป ตอนนี้แฟนไม่ไว้ใจผมไปแล้ว จะทำยังไงดี “คุณที (นามสมมติ)”อายุ 29 ปี สายที่สามในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา[26 มีนาคม 68] ได้โทรเข้ามาปรึกษา ‘ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล – ดีเจอ้อย’ เกี่ยวกับปัญหาร้านซักผ้าส่งกกน.มาผิด ทำให้ทะเลาะกับแฟนจนแฟนไม่ไว้ใจ โดย “คุณที (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘ผมมีปัญหากับแฟน แต่มันเป็นปัญหาที่ไม่ได้เกิดจากผม เรื่องที่เกิดขึ้นคือ ร้านที่ผมส่งผ้าไปซัก ส่งผ้ากลับมาให้ผมผิดแล้วมีกางเกงในของใครก็ไม่รู้ติดมาด้วย แฟนกับผมอยู่ห่างกัน มีแค่ 1 สัปดาห์ที่เราจะมาอยู่ด้วยกัน ปกติแล้วหลังจากอาบน้ำ แฟนก็จะเตรียมชุดไว้ให้ ทั้งเสื้อผ้า และกางเกงในด้วย พอผมอาบน้ำเสร็จก็ออกมาหยิบเสร็จผ้า แล้วพูดไปว่า กางเกงในไม่ใช่ของผม ผมพูดไปโดยไม่ได้คิดอะไร เพราะคิดว่าแฟนไม่ได้ติดใจอะไร แต่แฟนก็เงียบไปเหมือนกำลังคิดอยู่ สักพักแฟนก็บอกว่า เอ๊ะ ไม่ใช่แหละ กางเกงในใคร ทำไมมาอยู่ในตู้เสื้อผ้า แฟนก็เริ่มโวยวาย แต่กางเกงในนั้นไม่ใช่ของผม ทีนี้เลยเกิดเรื่องใหญ่โต เหมือนในพล็อตหนังที่ผมนอกใจแล้วมีคนทิ้งกางเกงในไว้ ซึ่งผมก็ปฏิเสธแฟนไป แต่ก็ทะเลาะกันใหญ่โต จนสถานการณ์มันตึงมากๆ ช่วงที่ทะเลาะกันผมก็โทรไปหาป้าที่ร้านซักผ้าไม่ได้ เพราะป้าเขามีปัญหาสุขภาพอยู่โรงพยาบาล เลยไม่มีอะไรยืนยันว่าผมไม่ได้ส่งกางเกงในไปซัก ในใจผมตอนนั้นผมโมโหป้าสุดๆ เพราะผมไม่ได้ทำอะไรเลย ผมแค่ส่งผ้าให้ป้า แต่ป้าดันเอาเรื่องมาให้ผมทั้งที่ผมจ่ายเงินให้ป้า และเย็นวันนั้นแฟนผมก็กลับไปก่อนที่จะได้เคลียร์กัน ผมเลยต้องแคปแชทใน Line ที่คุยกับร้านซักผ้าส่งให้แฟนดู สถานการณ์ตอนนี้กลายเป็นความสัมพันธ์แบบ trust issue แฟนจะเช็คทุกอย่าง เวลาไปไหนก็กลัวว่าผมจะไปมีกิ๊ก แล้วเราก็ยังอยู่ห่างกันด้วย ส่วนเพื่อนแฟนเขาก็ชอบมีเรื่องนอกใจกัน เขาก็เลยมาสงสัยผมว่า เป็นเหมือนเพื่อนแน่เลย เป็นเหมือนในหนังแน่เลย ผมก็ตอบไปแค่ว่า ไม่ใช่ และเรื่องกางเกงใน แฟนก็อยากให้ไปตามว่าใครเป็นเจ้าของ ผมเลยอยากปรึกษาพี่ๆ ดีเจว่า ผมจะทำยังไงให้แฟนกลับมาไว้ใจผมเหมือนเดิมครับ?’ เริ่มที่ “ดีเจเผือก” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘ถ้าเป็นผมก็จะโทรหาร้านตั้งแต่แรก และเปิดลำโพงให้เขาฟังเลยว่ามันมีกางเกงในหลงมา ยิ่งสิ่งที่เราไม่ได้ทำ มันเริ่มสร้างปัญหา ผมยิ่งจะทำทุกอย่างเพื่อยืนยันความบริสุทธิ์ จะไปที่ร้าน หรือไปสืบกับคนที่มาหา แต่ทั้งหลายทั้งมวลคนอื่นอาจจะคิดว่า ทำไมแฟนคุณทีทำไมถึงงี่เง่าขนาดนี้ แต่เราไม่รู้สถานการณ์ ว่าอะไรที่ทำให้เขาปักใจเชื่อ จังหวะต่างๆ มันอาจจะทำให้เขาคิดไปได้ หรือตอนนั้นคุณทีอาจจะไม่ได้ปฏิเสธจริงจัง อาจมีรีแอคบางอย่างที่เขารู้สึกว่าปฏิเสธไม่เต็มปาก การชี้แจ้งจากป้าอาจจะไม่พอกับเขาหรืออะไร ซึ่งเราก็ไม่รู้ เลยไม่อยากจะไปตัดสินว่าแฟนคุณทีงี่เง่าเกินเบอร์ ผมว่าคนนอกที่ฟังเรื่องนี้ก็อาจจะมองว่าแฟนคุณทีงี่เง่า ทีนี้ถ้าถามว่าจะสร้างความไว้ใจยังไง ถ้าป้าช่วยไม่ได้ก็เหลือแต่คุณทีแล้ว ต้องทำทุกอย่างเพื่อให้เขารู้ว่าเขาคิดผิด เป็นผม ผมจะไปถึงร้านเลย เอาไปให้ป้าเขาดูว่าของใคร ถ้าเราเคลียร์เองไม่ได้ก็ต้องให้ป้าช่วยเคลียร์ แต่ความไว้ใจมันก็ต้องใช้เวลาในการสร้าง แต่ผมว่ามันคงไม่ถึงขั้นที่ความไว้ใจจะพังลง เพราะมันเป็นเรื่องที่เคลียร์กันได้’ ต่อมา “ดีเจเติ้ล” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘พี่จะพยายามคิดในมุมของคุณทีนะ ว่าถ้าเจอเรื่องแบบนี้จะทำยังไง กับเรื่องแค่ร้านส่งผ้ามาผิด แต่มองในมุมแฟนมันก็แปลก เพราะคุณทีไม่เคยส่งกางเกงในซัก แต่อยู่ดีๆ มีกางเกงในประหลาดตัวหนึ่งโผล่มาในกองกางเกงในคุณที มันก็คิดได้จริงๆ ว่า ‘มันจริงหรอวะ แล้วทำไมเขาถึงส่งมา แล้วแค่กางเกงในตัวเดียวด้วย’ แล้วพอคุณทีไม่พยายามที่จะทำให้มันชัดเจนอีก อยู่กันคนละทีอีก แฟนคุณทีก็อาจจะคิดว่ามันอาจจะเป็นแบบนั้นได้ แต่พอมันเกิดขึ้นแล้ว คุณทีแก้ไขอะไรไม่ได้แล้ว ได้แต่บอกว่า ป้าเขาส่งมาผิด ถ้าถามว่าจะทำยังไงกับความไว้ใจ พี่ว่าก็เป็นคนที่ซื่อสัตย์แบบที่คุณทีเป็นนั้นแหละ พอเวลาผ่านไปเป็นปี 2 ปี 3 ปี เขารู้ว่าคุณทีไม่มีใคร ถึงวันนั้นเขาก็จะรู้เองว่าเรื่องที่เราบอกเขาคือเรื่องจริงที่มันเกิดขึ้น ก็ต้องยอม ต้องอดทน เพราะครั้งนี้มันก็ซวยจริงๆ ก็ต้องเป็นคนซื้อสัตย์แบบนี้ต่อไปพี่ว่าแฟนคุณทีก็จะรู้เอง’ สุดท้าย “ดีเจอ้อย” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘พี่อ้อยว่าบางทีเราอาจจะต้องเป็นคนชั่งสังเกตกว่านี้อีกสักนิด เราน่าจะเป็นคนตรวจสอบความผิดปกตินี้ได้ก่อนเขา ถ้าเราเป็นคนที่ไม่เคยส่งกางเกงในให้ร้านซัก ซึ่งกางเกงในมันน่าจะโดดเด่นกว่าสิ่งอื่นๆ ที่เราส่งซัก เพราะฉะนั้นถ้าเราปล่อยให้มันกองอยู่รวมกับของเรา มันก็ยากที่จะไม่คิด เราก็ต้องเข้าใจเขาก่อน และทุกเรื่องของความเชื่อใจใช้เวลาหมด ต่อให้เราพยายามสร้างความเชื่อใจมาแล้ว 6-7ปี มันก็ยังมีเหตุผมอีกเยอะแยะมากมาย เพราะความเปลี่ยนไปมันสามารถเกิดขึ้นได้หมด พี่แค่ไม่อยากให้ทีเข้าใจแค่มุมของตัวเอง อยากให้เข้าใจมุมของแฟนด้วย อย่าเพิ่งรู้สึกว่าการที่เขาตั้งขอสังเกตทั้งหมดเป็นเพียงเพราะความงี่เง่าของเขา เมื่อเรื่องมันไม่ใช่แบบนั้นจริงๆ เราก็แค่ปฏิเสธแล้วก็ทำให้เขาเชื่อใจให้ได้มากที่สุด เราทำได้แค่นี้ ไม่จำเป็นต้องคิดว่ามันเป็นเรื่องใหญ่ แล้วก็คอยเช็คว่าหลังจากนี้ร้านจะส่งอะไรผิดมาอีกหรือเปล่า’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามชมใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

นี่เราคบใครมา 8 ปี ?? ที่ผ่านมาคือเรื่องโกหก ! โกหกว่าได้เงินเลี้ยงดูจากยาย ซึ่งยายไม่มีอยู่จริง,ชวนลงทุนธุรกิจ สุดท้ายเราจ่ายเอง,ทุจริตขโมยเงินร้านไป, เก็บเงินมัดจำรถไว้เองไม่บอก,บอกจะซื้อบ้านก็ไม่มีจริง

22 มี.ค. 2024

นี่เราคบใครมา 8 ปี ?? ที่ผ่านมาคือเรื่องโกหก ! โกหกว่าได้เงินเลี้ยงดูจากยาย ซึ่งยายไม่มีอยู่จริง,ชวนลงทุนธุรกิจ สุดท้ายเราจ่ายเอง,ทุจริตขโมยเงินร้านไป, เก็บเงินมัดจำรถไว้เองไม่บอก,บอกจะซื้อบ้านก็ไม่มีจริง

นี่เราคบใครมา 8 ปี ?? ที่ผ่านมาคือเรื่องโกหก ! โกหกว่าได้เงินเลี้ยงดูจากยายซึ่งยายไม่มีอยู่จริง,ชวนลงทุนธุรกิจ สุดท้ายเราจ่ายเอง,ทุจริตขโมยเงินร้านไป,เก็บเงินมัดจำรถไว้เองไม่บอก,บอกจะซื้อบ้านก็ไม่มีจริงเราเป็นหนี้หลักล้านเพราะเขา ตอนนี้เลิกกันแล้วแต่เขากลับมาง้อ “คุณเนย (นามสมมติ)” อายุ 27 ปี เป็นสายที่สองในรายการ พุธทอล์คพุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา [20 มีนาคม 67] ได้โทรเข้ามาปรึกษา ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล – ดีเจต้นหอม เกี่ยวกับปัญหาคบกับแฟนมา 8 ปี หมดเงินไปเป็นล้าน สุดท้ายพึ่งรู้ว่าเรื่องที่ผ่านมาแฟนโกหกเราตลอด... โดย “คุณเนย (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘ย้อนกลับไปเมื่อตอนหนูยังเรียนอยู่ปี 1 หนูคบกับแฟนคนหนึ่ง ซึ่งเขาเป็นคนเรียนเก่งมาก แต่ตอนปี 2 ต้องโดนรีไทร์ออก เพราะเจอสังคมเพื่อนไม่ดี หลังจากที่แฟนไม่ได้เรียน เราสองคนก็ยังอาศัยอยู่ด้วยกัน ส่วนเรื่องค่าใช้จ่ายในแต่ละเดือน พ่อเป็นคนส่งเงินให้หนูใช้ ส่วนแฟนยายเป็นคนส่งเงินให้ เพราะแม่แฟนแต่งงานกับสามีใหม่ จึงทำให้ไม่ค่อยได้ดูแลแฟนสักเท่าไหร่ ปกติแฟนก็จะเป็นคนออกค่าใช้จ่ายให้หนูตลอด มีรถขับ เหมือนคนมีฐานะระดับหนึ่ง จนกระทั่งหนูเรียนจบ ก็อยากที่จะทำธุรกิจร่วมกันกับแฟน เพราะหนูอยากสร้างครอบครัวไปกับแฟนคนนี้ ต่อมาหนูกับแฟนก็ได้เริ่มทำธุรกิจด้วยกัน ออกเงินลงทุนกันคนละครึ่ง พอถึงวันที่จะต้องจ่ายค่าทำธุรกิจต่าง ๆ แฟนกลับไม่มีเงินส่วนนั้นมาให้ หนูจึงต้องใช้เครดิตของคุณพ่อยื่นกู้เพื่อจ่ายไปก่อน เนื่องจากยังอยู่ในช่วงโควิด หนูก็ไม่ได้คิดอะไร พอเริ่มธุรกิจตอนแรก ๆ ก็ไปได้ดี หนูเป็นคนทำบัญชีเองและเริ่มเห็นความผิดปกติ คือ เงินเริ่มหายทุกวัน จนหนูเปิดกล้องวงจรปิดดู แต่พนักงานก็ไม่ได้เอาไป แล้วเงินหายไปไหน เดือนละหลาย ๆ หมื่น แต่หนูก็ไม่ได้อยากสงสัยแฟน พอหลัง ๆ ธุรกิจเริ่มแย่ลง แฟนก็ขอกลับไปทำธุรกิจกับที่บ้าน เพื่อจะนำเงินส่วนนั้นมาช่วยธุรกิจที่ทำกับหนู หนูก็ให้เขาไป ผ่านไปสักพักแฟนก็มาบอกว่ายายอยากซื้อบ้าน หนูกับแฟนก็พากันไปดูโครงการบ้าน ซึ่งหนูก็ไม่เคยเจอตัวจริงยายเลยสักครั้ง มีแค่แฟนมาพูดเรื่องยายให้ฟัง พอกลับมาเรื่องธุรกิจของหนูกับแฟนมันเริ่มหนักขึ้นเรื่อย ๆ จนหนูได้มีการทวงถามเงินส่วนที่แฟนจะช่วยลงทุนกันคนละครึ่ง ด้วยความที่หนูก็ไม่ได้คำตอบสักที หนูก็เลยโทรไปหาแม่แฟนว่า “ทำไมแม่เป็นคนแบบนี้ ทำไมไม่เลี้ยงดูลูกเลย ปล่อยให้ยายเลี้ยงอยู่คนเดียว” พอแม่ได้ยิน แม่ก็ถามหนูกลับมาว่า “ยายไหน ไม่มียายนะ” ตอนนั้นหนูก็ช็อกไปเลย สรุปที่ผ่านมา 7 ปี เรื่องยายที่แฟนเคยเล่าให้ฟังเป็นเรื่องโกหกทั้งหมด และส่วนเงินต่าง ๆ ที่ยายส่งให้หนูคิดว่าน่าจะเป็นเงินของแม่แฟนที่ส่งให้ ซึ่งแฟนอาจจะไม่ถูกกับแม่เลยโกหก แต่เรื่องทั้งหมดนี้หนูก็ให้อภัยแฟน ผ่านไปสักพักหนูก็จับได้อีกว่าแฟนนอกใจ เพราะหนูสงสัยจึงสืบจนเจอว่า ช่วงที่แฟนขอตัวกลับไปทำธุรกิจกับที่บ้าน เขาไปอยู่กับผู้หญิงคนอื่น แต่ครั้งนี้หนูก็ให้อภัยแฟน และคบกันต่อมาได้อีก 1 ปี จนครั้งสุดท้ายหนูเลิกกับแฟน เพราะเรื่องซื้อรถ หนูกับแฟนก็ได้มีการไปดูรถและมีการวางเงินมัดจำรถไว้ เวลาก็ผ่านไปจนหนูเริ่มแปลกใจอีกครั้ง ว่าทำไมเซลล์ไม่ติดต่อมาเลย จนหนูตัดสินใจโทรศัพท์ไปหาเซลล์ และรู้ความจริงว่าแฟนเครดิตไม่ผ่าน ซึ่งเซลล์ก็ได้มีการคืนค่ามัดจำรถให้แฟนไปนานแล้ว แต่แฟนไม่บอกหนู และในขณะที่หนูรู้ความจริงทั้งหมดแล้ว แฟนก็ยังเลือกที่โกหกอยู่ว่าจะซื้อรถแน่นอน ปัจจุบันหนูเลิกกับแฟนมาได้ 1 เดือนแล้ว แต่หนูก็ยังรู้สึกว่าถ้าหนูทิ้งแฟนไป เขาก็จะไม่เหลือใครสักคนเลย แม้กระทั่งคนในครอบครัว พอแฟนมาคุย มาง้อ หนูก็เริ่มใจอ่อนอยากกลับไป หนูอยากถามพี่ ๆ ดีเจทั้ง 3 คนว่า หนูควรทำใจยังไงที่จะไม่ใจอ่อนกลับไปอีก? ซึ่ง ดีเจทั้ง 3 คน ก็ให้คำปรึกษาไปในทางเดียวกันว่า ‘พวกพี่ก็ไม่รู้จะให้คำปรึกษาอะไร เพราะเนยเล่าความเลวของแฟนมาได้ขนาดนี้ แล้วยังถามอีกว่าทำยังไงไม่ให้ใจอ่อนกลับไป คือมันจะต้องสิ้นสุดที่ตรงไหนถึงจะทำให้เนยไม่กลับไป หรือต้องโดนทำร้ายร่างกายก่อน ถ้ายังอยากกลับไปก็คงเป็นเหมือนเดิม 8 ปีที่แฟนโกหกมาตลอด ยังไงแฟนคงไม่เปลี่ยนนิสัย จับได้กี่ครั้งก็ยังเลือกที่จะโกหกอยู่เหมือนเดิม ถ้าเนยยังอยากเจอคนดี ๆ ทำไมไม่เขี่ยคนไม่ดีออกไปจากชีวิต เนยเหมือนคบกับมิจฉาชีพ เนยต้องตั้งสติก่อน คนแบบนี้สุดท้ายชีวิตก็ต้องไปโกงคนอื่นอีก แล้วเนยยังอยากให้คนแบบนี้เข้าไปอยู่ในชีวิตทำไม ถ้าแฟนจะกลับมาง้อ ก็พูดไปว่า “ไม่แจ้งจับก็ดีเท่าไหร่แล้ว ไปคนละทางเถอะ ที่ผ่านมาก็ยอมให้มากแล้ว” เนยต้องเด็ดขาด แฟนที่ดีคือแฟนใหม่ แฟนที่ดีเขารอเราอยู่ที่ปลายทาง ไม่เดินออกมาก็คงไม่เจอสักที หรือถ้าไม่ไหวจริง ๆ ฟังพวกพี่แล้วทำไม่ได้ ก็โทรไปปรึกษาพ่อก็ได้’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

ลูกบ้านหนุ่มคอนโดสุดงง สาวปริศนาเคาะประตูห้องตอน 5 ทุ่มครึ่ง เคาะรอบแรก ไม่กล้าเปิดให้ เคาะรอบสองหนูขอยืมสายชาร์ตแบตหน่อย เปิดประตูยื่นให้แบบงงๆ ผ่านไป 3-4 วัน ยังไม่เอามาคืนเลย จะขอดูกล้องนิติ ต้องไปแจ้งความ สุดกลุ้ม ตอนนี้ซื้อสายใหม่แล้ว

20 ก.ย. 2024

ลูกบ้านหนุ่มคอนโดสุดงง สาวปริศนาเคาะประตูห้องตอน 5 ทุ่มครึ่ง เคาะรอบแรก ไม่กล้าเปิดให้ เคาะรอบสองหนูขอยืมสายชาร์ตแบตหน่อย เปิดประตูยื่นให้แบบงงๆ ผ่านไป 3-4 วัน ยังไม่เอามาคืนเลย จะขอดูกล้องนิติ ต้องไปแจ้งความ สุดกลุ้ม ตอนนี้ซื้อสายใหม่แล้ว

ลูกบ้านหนุ่มคอนโดสุดงง สาวปริศนาเคาะประตูห้องตอน 5 ทุ่มครึ่ง เคาะรอบแรกไม่กล้าเปิดให้ เคาะรอบสองหนูขอยืมสายชาร์ตแบตหน่อย เปิดประตูยื่นให้แบบงงๆ ผ่านไป 3-4 วันยังไม่เอามาคืนเลย จะขอดูกล้องนิติ ต้องไปแจ้งความ สุดกลุ้ม ตอนนี้ซื้อสายใหม่แล้ว ควรเผื่อใจว่าจะได้กลับคืนมาไหม?? “คุณมอส (นามสมมติ)” อายุ 20 ปี สายแรกในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ [11 ก.ย. 67] ได้โทรเข้ามาปรึกษา ‘ดีเจเผือก – ดีเจเฟี๊ยต – ดีเจต้นหอม’ เกี่ยวกับปัญหามีคนมายืมสายชาร์ตแล้วก็หายไปไม่คืน! โดย “คุณมอส (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘สภาพความเป็นอยู่ของผม ผมอยู่คอนโดชั้น 6 และเมื่อวันที่ 15 กันยายนที่ผ่านมา ประมาณเวลา 23:10 น. มีผู้หญิงมาเคาะประตูห้องผม ผมก็คิดว่าเค้าน่าจะมาเคาะประตูผิด ผมเลยไม่เปิดประตูให้เค้า เมื่อผ่านไปประมาณ 20 นาทีเค้ากลับมาเคาะใหม่ ผมเลยถามเค้าไปว่า “มีอะไร” เค้าบอกว่า “ขอยืมสายชาร์จหน่อย” จังหวะนั้นมันค่อนข้าง งง ผมเลยให้ยืมไปเพราะเค้าน่าจะเดือดร้อนจริง ๆ และชาร์จเสร็จก็คงเอามาคืนผม แล้วหลังจากนั้นเค้าก็หายไปไม่เอาสายชาร์จมาคืน ตอนเช้าผมจึงทักไลน์กลุ่มคอนโดไปว่า “เมื่อคืนนี้ใครมายืมสายชาร์จโทรศัพท์ผมรบกวนเอามาคืนด้วยครับ” แต่ก็ไม่มีการติดต่อกลับมา ผมเลยติดต่อนิติไปเพื่อขอดูกล้องวงจรปิดว่าเค้าอยู่ห้องไหน เพื่อจะเอาโพสอิทไปติดว่ารบกวนเอามาคืนห้องนี้ แต่นิติแจ้งกลับมาว่าให้ไปแจ้งความมาก่อน ผมเลยอยากจะถามว่าผมควรที่จะรอสายชาร์จของผมอย่างมีความหวัง หรือผมควรจะปล่อยวางมัน?’ โดย “ดีเจทั้งสามคน” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘พี่ว่าตั้งแต่มายืมก็ไร้มารยาทอยู่แล้ว ฉะนั้นการที่จะไม่คืนก็ต้องเป็นคนอย่างมันอะ หรือมอสจะทำใบปลิวมั้ยว่าให้เอาสายชาร์จมาคืนด้วย ไปซีร็อกมาเลย 30 ใบแล้วเสียบตามห้องเลย เพราะถ้ามอสไปดูกล้องวงจรปิดแล้วเรื่องแดงออกมาแล้วเรื่องแปะประจานในบอร์ดคอนโดก็จะไปกันใหญ่ เพราะงั้นเราจะตัดใจก็ได้ถ้าเราซื้อใหม่ไปแล้ว’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

album
efm
-

-