เป็น LGBTQ ที่ Introvert ไม่ชอบวี้ดว้าย ..หนูเรียบร้อยค่ะ l พุธทอล์คพุธโทร 17 ธันวาคม 68

พุธทอล์ค พุธโทร RECAP

เป็น LGBTQ ที่ Introvert ไม่ชอบวี้ดว้าย ..หนูเรียบร้อยค่ะ l พุธทอล์คพุธโทร 17 ธันวาคม 68

19 ธ.ค. 2025

                “คุณริน (นามสมมติ) ” อายุ 23 ปี เป็นสายที่สอง ในรายการ พุธทอล์คพุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (17 ธันวาคม 2568) ได้โทรเข้ามาปรึกษา “ดีเจเผือก – ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม” เรื่องที่ตนนั้นเป็น LGBTQ+ มีนิสัยเรียบร้อย ชอบอยู่คนเดียวแต่เพื่อนร่วมงานชอบชวนไปสังสรรค์เพราะคิดว่าเราต้องวี้ดว้ายกล้าแสดงออกเหมือน LGBTQ+ คนอื่น

                “คุณริน (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘ว่ารินทำงานมาเกือบ 2 ปีกว่า เรารู้สึกว่าเราเป็นคนชอบอยู่กับตัวเองมาก ลักษณะนิสัยของรินไม่ได้เป็นคนที่เอะอะโวยวายมากจนเกินไป วันหยุดก็จะอยู่คนเดียว ไม่ค่อยออกไปไหน ถ้าออกก็จะเป็นเดินห้างคนเดียว ไปหาอะไรทานแปปเดียวก็กลับห้อง ปัญหาก็คือเพื่อนร่วมงาน เพราะในที่ทำงานมีหลากหลายวัย หลากหลายอายุ ซึ่งเขาก็รบเร้าอยากให้เราไปสังสรรค์นอกเวลางาน ไม่ใช่ว่ารินไม่เคยไป แต่ไปแล้วรู้สึกว่าใช้พลังงานมากเกินไปและก็ไม่เป็นตัวของตัวเอง แล้วก็มีเพื่อนร่วมงานที่คาดหวังอยากให้เรามีเอเนอร์จี้ในการเป็นคนที่โหวกเหวก แหกปากโวยวาย ประมาณว่าเป็นสาวสองก็ต้องเป็นแบบนี้สิ ถ้าเป็นแบบเธอคือมันผิด อะไรแบบนี้

                ส่วนเรื่องงานรินก็ให้ความสำคัญกับการทำงานเป็นทีมด้วย ด้วยความที่เราก็อาจจะเป็นเด็กในกลุ่มทำงาน เลยอยากรู้วิธีการปรับตัวให้ได้มากที่สุด อยากกำจัดความรู้สึกตอนนี้แล้วก็อยากรู้ว่ามีวิธีการปฏิเสธอย่างไรให้ดูเป็นคนไม่แรงจนเกินไป เพราะว่ารินใช้วิธีเงียบใส่ไปหลายครั้ง

                เรารู้สึกว่ามันไม่ค่อยสนุกเท่าไหร่เพราะไปแล้วก็เหมือนเอาเรื่องที่ทำงานไปด้วย มันก็ดูเครียด ๆ บ้าง และส่วนตัวเราก็ดื่มเป็นบางครั้ง ไม่ได้ดื่มบ่อย ความสนุกของรินคือการไปเที่ยวตามสถานที่ต่าง ๆ ตามคาเฟ่กับเพื่อน 2-3 คนซะมากกว่า เวลาปฏิเสธไปเขาก็จะมีตื๊อบ้างแต่เราก็ไม่รู้จะใช้วิธีพูดยังไง เลยเลือกที่จะเงียบไปเลย เราก็จะยิ้มแห้ง ๆ แล้วก็จบบทสนทนาไป แต่ก็ไม่รู้ว่าเขาคิดยังไงกับเรา คือมันก็ไม่ได้มีผลกระทบอะไรกับงานแต่เขาก็อยากให้เราลองบ้าง แต่พอเราลองดูแล้วก็รู้สึกอึดอัด’

                เริ่มที่ “ดีเจเติ้ล” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘พี่ก็จะพูดกับเขาตรง ๆ ว่าไม่ได้ดื่ม ซึ่งแรก ๆ มันก็จะมีปัญหานี่แหละ เขาก็จะเต็มไปด้วยคำถามมากมาย ไม่เชื่อ โกหก แต่ถ้ามันทำไปสักพักหนึ่ง เขาจะเลิกเองเพราะว่าเรายังเลือกที่จะยืนยัน ยืนกรานว่าเราไม่ได้เป็นคนดื่ม ไปก็จะไม่สนุก สักพักเขาก็จะเบื่อเราเอง และก็มีคนแนะนำมาน่าสนใจก็คือให้บอกว่าเป็นเรื่องเงิน บอกไปว่าไม่มีเงิน มันก็ไม่ได้ดูว่าเราเป็นคนไม่ Friendly นะเรื่องนี้ เราก็ยังสามารถไปร่วมกิจกรรมอย่างอื่นได้ เช่น ชวนไปกินข้าว และสุดท้ายไม่รู้ว่าจะช่วยได้ไหมแต่ก็ลองไปบอกว่า หนูบนมาค่ะพี่ หนูทำงานที่นี่หนูก็เลยบนขอว่าหนูจะไม่ดื่ม ซึ่งถ้าเขาชวนเราแล้วเราไม่ไป พี่ว่าเขาก็จะหยุดชวนเราเอง’

                ต่อมา “ดีเจต้นหอม” ได้ให้คำปรึกษาเพิ่มเติมว่า ‘สำหรับหอม หอมก็รู้สึกว่าพูดไปตรง ๆ พูดซ้ำ ๆ บ่อย ๆ ว่าไม่ไป เอาไว้กิจกรรมอื่นครั้งหน้าค่อยไปกัน พูดตรง ๆ ได้เลย ถ้าเขาตื๊อก็ตอบว่า ไม่ไปค่ะ สั้น ๆ อย่างนี้ได้เลยนะ บอกได้เลยว่าเราไม่ได้ชอบไป ไม่ใช่ทุกคนจะชอบกินเหล้า เว้นแต่ว่ามันมีผลประโยชน์ในนั้นนะ อันนี้ต้องเอาสังคม งานขอความร่วมมืออะไรอย่างนี้ก็ต้องไป แต่ถ้าไม่มีความจำเป็นก็บอกเขาตรง ๆ ได้’

                สุดท้าย “ดีเจเผือก” ได้ให้คำปรึกษาปิดท้ายว่า ‘ก็เห็นด้วยกับทั้งเติ้ลและหอมเลยครับ จริง ๆ การไปสังสรรค์ต่อมันไม่ควรเป็นสิ่งที่มาตัดสินว่าใครจะเป็นเพื่อนร่วมงานที่ดีหรือไม่ดี คือคนไม่ไปต่อก็คุยเฮฮาที่ทำงานได้ ก็เลยไม่รู้ว่าทำไมต้องฝืนไปต่อเพื่อเอนเตอร์เทนใคร เพื่อพิสูจน์ตัวเองกับใคร เพื่อเอาชนะใจใคร ไม่จำเป็น ผมก็เป็นคนไม่ค่อยดื่ม ทุกวันนี้ก็ยังหนีกลับเร็วเวลามีงานปาร์ตี้ สุดท้ายแล้วมันก็ไม่ใช่สิ่งที่ต้องฝืนเพื่อจะเอาชนะใจเขา ตอนทำงานก็ทำตัวไนซ์หน่อย ให้เขารู้ว่าเราก็เป็นคนเฟรนลี่นะแค่ไม่ได้ดื่ม’

เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทาง

 ใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATION

รับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 20.00 –23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

related พุธทอล์ค พุธโทร RECAP

น้องชายหนูกำลังจะบวช พ่อบอกให้ใส่ชื่อแฟนใหม่พ่อเป็น "แม่" หน้าการ์ดเชิญ แต่หนูอยากใส่ว่าเป็น "น้า" พ่อก็ไม่ยอม ตอนนี้ก็เลยยังไม่ได้ทำการ์ดออกมา เพราะตกลงกันไม่ได้ จะทำยังไงดีคะ?

07 มี.ค. 2025

น้องชายหนูกำลังจะบวช พ่อบอกให้ใส่ชื่อแฟนใหม่พ่อเป็น "แม่" หน้าการ์ดเชิญ แต่หนูอยากใส่ว่าเป็น "น้า" พ่อก็ไม่ยอม ตอนนี้ก็เลยยังไม่ได้ทำการ์ดออกมา เพราะตกลงกันไม่ได้ จะทำยังไงดีคะ?

“คุณฟ้า (นามสมมติ)” อายุ 28 ปี สายที่สี่ในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคือวันพุธที่ผ่านมา [5 มี.ค. 68] ได้โทรเข้ามาปรึกษา ‘ดีเจเผือก – ดีเจเติ้ล – ดีเจต้นหอม’ เกี่ยวกับปัญหาน้องชายจะบวช พ่ออยากใส่ชื่อภรรยาใหม่เป็นแม่บนการ์ดเชิญ แต่เราอยากใส่ว่าเป็นแค่น้า โดย “คุณฟ้า (นามสมมติ)” เล่าว่า ‘น้องชายของหนูกำลังจะบวช แล้วตอนนี้กำลังมีปัญหากับพ่ออยู่ คือพ่อจะให้หนูใส่ชื่อภรรยาใหม่ของเขาเป็นมารดาในการ์ดเชิญงานบวช เวลาจะบวชในต่างจังหวัด การ์ดเชิญหน้าซองมักจะมีวงเล็บว่าเป็น บิดา/มารดา ตามหลังชื่อเจ้าภาพในการ์ดเชิญ เหมือนเป็นแพทเทิร์นที่ทำต่อ ๆ กันมา หนูถามน้องชายที่กำลังจะบวช เขาก็บอกว่ายังไงก็ได้ แต่หนูรู้สึกว่าพ่อกับภรรยาใหม่ เขาเพิ่งแต่งงานกันมา 5 - 6 ปี หนูก็เลยไม่อยากใส่ อยากใส่เป็นวงเล็บแค่น้าแทนในการ์ดเชิญ จนตอนนี้ทำให้มีปัญหากันเพราะความคิดเห็นต่างกัน หนูเลยอยากปรึกษาพี่ ๆ ดีเจว่า หนูควรทำยังไงดีคะ?’ ทางด้านดีเจทั้ง 3 ท่าน “ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม” ให้ความคิดเห็นไปในทางเดียวกันว่า ‘เราลองไม่ต้องวงเล็บ ใส่เพียงแค่ชื่อและนามสกุล ไม่ต้องระบุศักดินา ในเมื่อมีวงเล็บแล้วมันมีปัญหา หรือถ้าจำเป็นต้องเขียน ก็เขียนเป็นว่าภรรยาแทน แต่ถ้านาคไม่มีปัญหาอะไร ก็ใส่มารดาไปเลย จะได้ไม่ต้องมีปัญหา เพราะว่าเขาต้องบวช เขาก็ควรจะเตรียมตัวอยู่ในร่มกาสาวพัสตร์แล้ว ทำให้ปัญหามันน้อยที่สุด ไม่ให้ปัญหาไปรบกวนจิตใจของเขา เขาจะได้บวชอยากมีความสุข และความสงบ’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

หนูเล่นฟิตเนส จะมีคุณลุงคนนึง มองหนูตลอด ไม่ว่าหนูจะเล่นเครื่องเล่นอะไร เค้าจะตามมาเล่นต่อทุกเครื่อง เคยนอนเสื่อโยคะ หันหน้าไปอีกที เจอลุงนอนหันหน้าเข้าหาเรา เราตกใจกลัวมาก รู้สึกไม่ปลอดภัยเลย โดนแบบนี้มาเกือบปีแล้ว

17 ม.ค. 2025

หนูเล่นฟิตเนส จะมีคุณลุงคนนึง มองหนูตลอด ไม่ว่าหนูจะเล่นเครื่องเล่นอะไร เค้าจะตามมาเล่นต่อทุกเครื่อง เคยนอนเสื่อโยคะ หันหน้าไปอีกที เจอลุงนอนหันหน้าเข้าหาเรา เราตกใจกลัวมาก รู้สึกไม่ปลอดภัยเลย โดนแบบนี้มาเกือบปีแล้ว

หนูเล่นฟิตเนส จะมีคุณลุงคนนึง มองหนูตลอด ไม่ว่าหนูจะเล่นเครื่องเล่นอะไรเค้าจะตามมาเล่นต่อทุกเครื่อง เคยนอนเสื่อโยคะ หันหน้าไปอีกที เจอลุงนอนหันหน้าเข้าหาเราเราตกใจกลัวมาก รู้สึกไม่ปลอดภัยเลย โดนแบบนี้มาเกือบปีแล้ว ฟิตเนสที่นี่ดันดีที่สุด และ ใกล้บ้านเราด้วย “คุณเตย (นามสมมติ)” อายุ 29 ปี สายที่ 4 ในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (15 ม.ค. 68) ได้โทรเข้ามาปรึกษา ‘ดีเจเผือก – ดีเจเติ้ล – ดีเจต้นหอม’ เกี่ยวกับปัญหา Sexual Harassment โดย “คุณเตย (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘หนูเป็นคนเล่นฟิตเนสเล่นมา 8 - 9 ปีแล้ว ส่วนใหญ่ฟิตเนสก็จะมีผู้ชายเยอะ คือก็จะชินอยู่แล้วเวลาเล่นเหนื่อย ๆ มานั่งพักก็จะมากันไปมองกันมา ดูคนนู้นคนนี้เล่นหรือเวลาเขามองหนูมันก็เฉย ๆ จนเมื่อ 2 ปีที่ผ่านมาหนูย้ายบ้าน หนูก็ต้องย้ายที่ฟิตเนส มาเล่นที่ปัจจุบัน แต่หนูเจอคุณลุงคนนึงเขาชอบมอง จ้องหนูตลอดเวลาทุกครั้งที่หนูเงยหน้าขึ้นมาหนูจะเห็นสายตาเขามองอยู่ แล้วก็จะหลบตาหันหน้าหนี คือถ้าแค่มองหนูพอจะอดทนได้เพราะว่าก็ผ่านมาเป็นปีแล้ว แต่ว่าสไตล์ของเขาในการมองมันลามไปถึงเวลาที่หนูเปลี่ยนเครื่องมาเล่นเครื่องตรงนี้ เขาจะเดินมาใกล้ ๆ เครื่องขข้าง ๆ ทำเป็นยืดเส้นยืดสาย ทำเป็นยกเสื้อขึ้นเช็คหน้า หรือเดินผ่านไปผ่านมาก็จะเหลือบมองหนู ซึ่งเวลาที่หนูไปเล่นหนูจะเล่น 1 - 2 ชั่วโมงตลอดเวลานั้นคือเขาทำแบบนี้ตลอดเวลาเลย สมมุติว่า 100% ที่หนูเล่นใน 2 ชั่วโมง คือ เกิน 60% ที่เขาทำ คือคนเล่นเวทเขาจะแบ่งวัน วันนี้เล่นขา วันนี้เล่นหลังแต่ว่าคุณลุงคนนี้ หนูคิดว่าเขาอาจจะเล่นรวมหลาย ๆ ส่วนหนึ่งวัน เดี๋ยวไป Sit up ขึ้นมาเวทเล่นแขนเดินไปเล่นหลังกลับมา Sit up อีกเดินไปทั่วฟิตเนสเลย คือมันมาหนัก ๆ ตอนช่วง 2 เดือนที่ผ่านมากเพราะแรก ๆ ก็มาเล่นคาบเกี่ยวกันบ้างแต่ตอนนี้เจอกันทุกวัน มันทำให้หนูไม่อยากไปเล่นฟิตเนสเลย แล้วหนูเป็นคนไปฟิตเนสทุกวัน เวลาไปเล่นหนูก็จะไปคนเดียว หนูหาวิธีแก้กับสถานการณ์นี้แล้ว ถ้าเขามาหนูก็ลุกหนี สมมุติเดินมาเครื่องนี้ปุ๊บหนูลุกเปลี่ยนเครื่อง หนูแสดงออกชัดเจนมาก เบะปากแบบกิ๊ก สุวัจนี ทำหน้าเหม็น ทำหน้าเบื่อหน่าย ให้เขารู้ไปเลย แต่เขาก็ทำเป็นแบบว่าผ่าน ๆ ไป ฉันไม่ได้มองเธอนิอะไรแบบนี้ เขารู้ตัวนะคะแต่เขายังทำเหมือนเดิมมันไม่ได้ดูเป็นมิตรเลย หนูรู้สึกกลัว ๆ หนูอยากจะปรึกษาว่าหนูจะทำยังไงได้บ้าง’ เริ่มที่ “ดีเจเผือก” ให้คำปรึกษาว่า ‘สุดท้ายปลายทางสุดถ้าไม่มีใครช่วยอะไรได้ เราไม่สามารถที่จะเปลี่ยนฟิตเนสหรือเปลี่ยนเวลาเล่นได้ ถ้าอย่างงั้นการปรึกษาสตาฟน่าจะทำได้ หนูก็ทนมา 2 – 3 เดือนแล้วนะถ้าเขามีพฤติกรรมแบบนี้แล้วถ้าหนูมั่นใจว่าไม่ใช่หนูคนเดียวที่โดนมันทำให้บรรยากาศโดยรวมของฟิตเนสมันเสียเมื่อเขาอยู่ สตาฟความจะบอกได้ เพราะงั้นผมสนับสนุนให้คุยกับสตาฟก่อนถ้าไม่ไหวจริง ๆ ก็ค่อยคิดเรื่องย้ายอีกทีนึง’ ต่อมา “ดีเจเติ้ล” ก็ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘พี่ยืนยันว่าต้องคุยกับสตาฟให้เขาช่วยดู แล้วถ้าหนูบอกว่าเขาทำกับคนอื่นด้วยยังไงเขาต้องจัดการเรื่องนี้ แจ้งเลย ถึงเขาจะบอกว่ามันไม่มีอะไร เราก็บอกไปเลยว่าหนูไม่สบายใจ แล้วสมาชิกที่เป็นเมมเบอร์มา 8-9 ปีอย่างหนูจะออกเพราะเรื่องนี้เขาต้องจัดการแน่นอน มันเป็นสิทธิของเราเราแจ้งได้เลย ไม่ต้องเก็บความไม่สบายใจไว้หนูบอกเขาไปเลยพี่ว่าเขาจะจัดการเอง’ สุดท้าย “ดีเจต้นหอม” ได้ให้คำปรึกษาเสริมอีกว่า ‘มองอีกมุมหนึ่งก็คือว่าลุงคนเนี้ยเป็นเจ้าของฟิตเนสแล้วต้องการให้จ้างเทรนเนอร์ ถ้าลุงมองก็พูดไปว่า มีไรเปล่าคะ จะเล่นเครื่องนี้เหรอคะเห็นมองหลายที ให้รู้สึกว่ากูรู้นะว่ามึงมองหลายรอบ ถ้ามันยังแก้ปัญหาไม่ได้อีก เดินไปบอกเทรนเนอร์ว่าเรารู้สึกถูกจ้องมองจากคนนี้ ฝากให้เขาดูหน่อยว่าเราคิดไปเองไหม’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATION รับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 20.00 – 23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

หนูไปตรวจซีสที่รังไข่มา หมอบอกว่าเลือดของหนูมีเชื้อ HIV หนูตกใจมาก หมอบอกว่าเชื้อน่าอยู่มาประมาณ 1-2 ปีแล้ว แสดงว่าหนูน่าจะติดมาจากแฟนเก่า เพราะเพิ่งคบแฟนมาไม่ถึงปี กะว่าจะเอาเรื่องนี้ไปบอกแฟน แต่พีคกว่า...

11 ก.ค. 2025

หนูไปตรวจซีสที่รังไข่มา หมอบอกว่าเลือดของหนูมีเชื้อ HIV หนูตกใจมาก หมอบอกว่าเชื้อน่าอยู่มาประมาณ 1-2 ปีแล้ว แสดงว่าหนูน่าจะติดมาจากแฟนเก่า เพราะเพิ่งคบแฟนมาไม่ถึงปี กะว่าจะเอาเรื่องนี้ไปบอกแฟน แต่พีคกว่า...

หนูไปตรวจซีสที่รังไข่มา หมอบอกว่าเลือดของหนูมีเชื้อ HIV หนูตกใจมากหมอบอกว่าเชื้อน่าอยู่มาประมาณ 1-2 ปีแล้ว แสดงว่าหนูน่าจะติดมาจากแฟนเก่าเพราะเพิ่งคบแฟนมาไม่ถึงปี กะว่าจะเอาเรื่องนี้ไปบอกแฟน แต่พีคกว่า หนูเพิ่งรู้ว่าแฟนที่คบอยู่มีคนที่เขาคบมาอยู่แล้ว 6-7 ปี เราเลยกลายเป็นคนที่มาทีหลัง ตอนนี้ไม่รู้จะเริ่มจากตรงไหนดีมันช็อคไปทุกเรื่อง จะบอกแฟนดีไหมว่าเรามีเชื้อ HIV หรือเราต้องจัดการแฟนเรื่องที่โกหกเราเรื่องผู้หญิงคนนั้นก่อน สับสนไปหมดทุกอย่างเลย... “คุณจี (นามสมมติ)” อายุ 28 ปี สายแรกในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา [9 ก.ค 68] ได้โทรเข้ามาปรึกษา “ดีเจต้นหอม - ดีเจเติ้ล - ดีเจเสนาหอย” เกี่ยวกับปัญหาตรวจเจอว่าตัวเองติดเชื้อ HIV แต่ดันไปจับได้ว่าแฟนที่คบอยู่ เขามีแฟนอยู่แล้ว โดย “คุณจี (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘ช่วงเดือนที่แล้วหนูได้รับการผ่าตัด เพราะว่ามีอาการไข้ต่ำ ๆ ไม่ยอมหาย ฉีดยาก็ไม่หาย และน้ำหนักลดเร็วมาก หลังจากนั้นเลยได้ตรวจเลือด ซึ่งผลเลือดของหนูได้ออกมาและพบว่าตัวหนูมีเชื้อ HIV อยู่ จริง ๆ หนูเคยตรวจไปรอบนึงแล้ว แต่ว่าผลออกมาเป็นปกติ จึงได้เข้ารับการผ่าตัด และได้ทำการเจาะเลือดอีกรอบเพื่อนำไปตรวจเชิงลึกอีกหนึ่งครั้ง ก่อนหน้านี้หนูมีแฟนแต่ว่าได้เลิกรากันไปประมาณสองปีแล้ว และได้มามีแฟนใหม่ในช่วงเดือนมกราคม และในเรื่องการติดเชื้อนี้หนูยังไม่ได้นำไปบอกเขา ซึ่งตอนนี้หนูยังไม่ได้คุยกับใครสักคน เก็บไว้คนเดียวเลยตอนนี้ และที่ผ่านมาไม่เคยไปตรวจโรคนี้เลย เพิ่งจะมาตรวจครั้งนี้ครั้งแรก ตอนแรกหนูคิดว่าตัวเองจะมาติดกับคนปัจจุบันนี้ แต่พอได้ไปพบหมอเมื่อ 2-3วันที่ผ่านมา หนูเลยถามหมอไปว่า “บอกได้ไหมคะ ว่าหนูมีเชื้อมานานแค่ไหน มันพอจะบอกได้ไหม” หมอเขาก็ดูอาการ ดูค่าเลือดของเรา ซึ่งมันจะสามารถดูได้ว่าค่ำต่ำประมาณนี้คือเราติดมานานแค่ไหนแล้ว หากต่ำไม่เยอะ แสดงว่าเราพึ่งติด จนหมอได้นำผลมาบอกกับเราว่า “น่าจะประมาณ 1-2 ปีแล้ว” หนูเลยคิดว่าอาจจะติดมาจากคนเก่า เพราะมันเป็นคาบเกี่ยวที่หนูเลิกกับคนเก่าพอดี ซึ่งหนูไม่แน่ใจว่ากับคนเก่ามีพฤติกรรมสุ่มเสี่ยงไหม แต่ถ้าถามเรื่องป้องกัน หนูยอมรับว่ามีบ้าง ไม่มีบ้าง เพราะตอนนั้นเหมือนจะใช้ชีวิตอยู่ด้วยกัน มีคุยเรื่องแต่งงาน ที่บ้านเขารับรู้ทั้งหมด แต่ก็ดันมามีปัญหาจนเลิกกันก่อน และเลิกกันมาเกือบ 2 ปีแล้ว ส่วนคนปัจจุบันก็มีป้องกันบ้างบางครั้ง เพราะส่วนมากหนูจะทานยาคุม ช่วงที่ตรวจเจอหนูยังคงพักฟื้นอยู่ที่โรงพยาบาล เหมือนพอเรารู้เรื่องเลยทำให้ตัวเองเครียด ไม่ติดต่อใครเลย รวมถึงเขาด้วย จนกระทั่งออกจากโรงพยาบาลมาพักฟื้นก็ทำให้ได้กลับมาเจอกัน แต่พอกลับมาเจอกัน ดันไปจับได้ว่าเขามีแฟนอยู่แล้ว แค่เขากับแฟนเขาคนนั้นอยู่กันคนละที่ แต่หนูกับเขาทำงานที่เดียวกัน ซึ่งหนูคิดว่าเขาน่าจะนอกใจแฟนมาคบกับหนู และหนูเป็นคนที่มาทีหลังเพราะว่าเขาบอกกับหนูว่าเขาคบกันมาประมาณ 6-7 ปีแล้ว เขารับทราบแล้วด้วยว่าหนูรู้เรื่องนี้ จริง ๆ ที่ผ่านมามันไม่มีกลิ่นเรื่องนี้เลย พอได้รู้ ถ้าถามว่าหนูรับได้ไหม เอาจริง ๆ หนูรับไม่ได้ มันช็อคเหมือนกัน แล้วยิ่งมาช็อคเรื่องเชื้อ HIV อีก และหลังจากที่จับได้ ทำให้หนูยังไม่ได้คุยอะไรกันสักเรื่องเลย เรื่องที่หนูจะบอกก็ยังไม่ได้บอก เรื่องเขาตัวเขาเองก็ยังไม่รู้ว่าจะเอายังไง คือตอนนี้ยังไม่ติดต่อกันเลย ต่างคนต่างเงียบ หนูเลยอยากมาปรึกษาดีเจทั้งสามคนว่า หนูไม่รู้จะไปต่อเรื่องไหนก่อนดี รู้สึกตันไปหมดเลยตอนนี้ แล้วไหน ๆ หนูก็จับได้แล้วว่าเขามีแฟนอยู่แล้ว หนูควรจะบอกเรื่องเชื้อ HIV ไปเลยดีไหม หรือหนูควรจะออกมาเงียบ ๆ ไม่บอก ไม่อะไรไปเลย แต่หนูเองมีแอบคิดในใจว่าถ้าเขาไม่มีแฟนอยู่ แล้วคบกันแค่สองคนกับหนู หากเขารู้เรื่องนี้ เขาจะรับได้ไหม’ ซึ่ง ดีเจทั้งสามคน (ดีเจต้นหอม – ดีเจเติ้ล - ดีเจเสนาหอย) ให้คำปรึกษาไปในทิศทางเดียวกันว่า ‘ไม่ต้องคิดอะไรที่เราไม่รู้คำตอบ เราไม่มีทางหาคำตอบนั้นได้ เพราะมันไม่ได้ขึ้นจริง อยู่กับสถานการณ์ปัจจุบันว่าตอนนี้เขานอกใจ คือตอนนี้คุณจีมีหลายเรื่อง ฉะนั้นทุกอย่างมันจะมาปะมาปนกันหมดเลย ทำให้มันแคบที่สุด หนึ่งคือฉันจะทำสิ่งนี้ สองฉันจะทำอันนี้ เพื่อให้จีอยู่ในแกนที่ไม่ฟุ้งซ่าน ที่สำคัญสุดคือสุขภาพและสภาพจิตใจของคุณจี’ โดย “ดีเจเติ้ล” ได้ให้คำปรึกษาเพิ่มเติมว่า ‘อย่างแรกเคลียร์เรื่องนอกใจก่อน แล้วอันดับสองจึงมาคุยเรื่องเชื้อ HIV กัน สำหรับพี่ไม่ว่าคำตอบของเรื่องนอกใจจะเป็นยังไง แต่สุดท้ายเป็นพี่ พี่เลือกที่จะคุยกับเขา อยู่ดี เพราะพี่รู้สึกว่าเรื่องนี้มันจะส่งผลต่อชีวิตเขาและไปต่อถึงภรรยา ถึงลูกของเขาที่ไม่รู้เรื่องอะไรทั้งสิ้นเลย แน่นอนคุณจีไม่ได้ตั้งใจให้เรื่องนี้เกิดขึ้น มันเป็นอุบัติเหตุ และก็ไม่รู้ว่ามันมาจากแฟนเก่าหรือแฟนคนนี้ แต่ว่าไม่ว่ายังไงตอนนี้คุณจีมีเชื้อนี้อยู่แล้วในตัว แล้วเชื้อนี้มันสามารถส่งผ่านกันได้เลย พี่ว่ามันควรต้องบอกกันในฐานะคนรัก หรือไม่ใช่คนที่รักกันแล้ว แต่เป็นในฐานะคนที่เคยรักกันก็ได้ คุณจีบอกเพื่อที่ต้องการจะควบคุมความเสียหายที่มันจะเกิดขึ้นต่อไปถ้าเขาไม่รู้ พูดเพื่อป้องกันความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคต ส่วนแฟนคนเก่า ไม่ต้องพูดอะไร จัดการเรื่องแฟนคนปัจจุบันให้ชัดเจน’ ต่อมา “ดีเจต้นหอม” ได้ให้คำปรึกษาเพิ่มเติมอีกว่า ‘ไม่ต้องตกใจกับ HIV เพราะโรคมะเร็งน่าตกใจที่สุดแล้วตอนนี้หรือกับเชื้อไวรัสอื่น ๆ HIV สามารถกินยาได้ มียารักษาแล้ว มันสามารถใช้ชีวิตได้ปกติ แค่เราต้องรู้จักป้องกันและระวังให้คนอื่นด้วย พี่แนะนำอย่างนี้ โอเคเรื่องนอกใจให้ไปเคลียร์กัน ส่วนเรื่องผู้ชายให้ลองอย่างเชิงว่าเธอก่อนจากกันหน่ะ ไปตรวจเลือดให้หน่อยได้ไหม เพราะบางทีเขาอาจไม่ติด มันเป็นไปได้ที่เขาจะมีโอกาสไม่ติดก็ได้ และเพื่อไม่ให้ความลับของเรามันรั่วไหล กรณีที่เขาไม่ติดก็ไม่เป็นไร ไม่ต้องให้เขารู้เรื่องของเราว่าติดหรือไม่ติด แค่บอกเพื่อความสบายใจก่อนแยกกัน ทำให้หน่อยได้ไหม ถ้าที่ผ่านมาเคยทำผิดต่อกัน ขอครั้งนี้ได้ไหม และถ้าเกิดเขาไปตรวจแล้วพบเชื้อ HIV เขาจะกลับมาพูดคุยกับเรา อย่างน้อยทั้งสองคนจะได้ช่วยกันในการรักษาตัว มีที่พึ่ง ที่คุย ที่ปรึกษาซึ่งกันและกัน และมันจะเป็นการป้องกันผู้หญิงอีกคนนึงด้วยเพราะพี่รู้สึกว่าถ้าผู้หญิงอีกคนนึงต้องติดเชื้ออีก โคตรน่าสงสารเพราะเขาไม่รู้เรื่องเลย แถมติดมาจากการที่แฟนนอกใจอีก จริง ๆ คุณจีไม่ผิดนะ แต่ในสามคนนี้ผู้หญิงคนนั้นจะเป็นคนที่เจ็บที่สุดเลย’ สุดท้าย “ดีเจเสนาหอย” ได้ให้คำปรึกษาเพิ่มเติมอีกว่า ‘ในตรงนี้ผมมองว่าเป็นเรื่องของมนุษยธรรมแล้วกัน มันไม่มีใครผิดใครถูกเพราะเราก็ไม่รู้ อีกคนอาจจะคบซ้อนหรืออะไร แต่ที่สำคัญตอนนี้คือผมว่าเป็นเรื่องสุขภาพ ถ้าเป็นพี่พี่ก็ยังอยากให้คุยกับคนแรกด้วยถ้าสมมติยังสามารถติดต่อได้ คือเราต้องบอกความจริงกับเขา เพราะระยะห่างมันดูใกล้เคียงเหมือนกัน แต่ถ้าติดต่อไม่ได้ไม่เป็นไร ส่วนอีกคนนึงก็พูดกันไปตามตรงเหมือนที่พี่หอมบอกว่าให้ตรวจเถอะ เพราะเราได้รับเชื้อมา แล้วในส่วนของเรื่องแฟนคบซ้อนก็ให้แยกไปเลย แต่ควรจะคุยกันในเรื่องนี้ให้ชัวร์ว่า โอเค เราจะจากกันด้วยดี’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

คบกับแฟนมา 3 ปี เขาอย่างดีหมด ไม่เคยมีเรื่องที่จะต้องทะเลาะกันเลย ยกเว้นเรื่องการกิน เพราะแฟนชอบควบคุมอาหารการกินของเราทุกอย่าง มีวิธีไหนบ้างคะ ที่จะพูดให้เขาเข้าใจเราได้มากขึ้น

10 เม.ย. 2026

คบกับแฟนมา 3 ปี เขาอย่างดีหมด ไม่เคยมีเรื่องที่จะต้องทะเลาะกันเลย ยกเว้นเรื่องการกิน เพราะแฟนชอบควบคุมอาหารการกินของเราทุกอย่าง มีวิธีไหนบ้างคะ ที่จะพูดให้เขาเข้าใจเราได้มากขึ้น

คบกับแฟนมา 3 ปี เขาอย่างดีหมดไม่เคยมีเรื่องที่จะต้องทะเลาะกันเลย ยกเว้นเรื่องการกินเพราะแฟนชอบควบคุมอาหารการกินของเราทุกอย่างมีวิธีไหนบ้างคะ ที่จะพูดให้เขาเข้าใจเราได้มากขึ้น ‘คุณม่านม่าน (นามสมมุติ)’ สายที่ 2 ในรายการ พุธทอล์คพุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (8 เมษายน 2569) ได้เข้ามาปรึกษา ‘ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล – ดีเจต้นหอม’ ปัญหาเกี่ยวกับเรื่องแฟนชอบควบคุมอาหารการกิน จนไม่มีความสุข ‘คุณม่านม่าน (นามสมมุติ)’ อายุ 30 ปี ได้เล่าว่า “ กำลังเจอปัญหาขัดแย้งกันเกี่ยวกับเรื่องอาหารการกิน เพราะถ้าไม่กินตามใจแฟน แฟนจะงอน แฟนเป็นคนจีนมาเลเซีย อายุ 22 ปี ม่านม่านย้ายมาอยู่ที่มาเลเซียได้ 3 ปี และก็คบกับแฟนมาได้ 3 ปีแล้วค่ะ เขามีความเป็นผู้ใหญ่นะคะ ทั้งความคิด และทุก ๆ อย่างดีหมด ไม่เคยมีเรื่องที่จะต้องทะเลาะกันเลย ยกเว้นเรื่องการกิน ตัวม่านม่านเป็นคนที่ต้องทำงานกลางคืน เมื่อตื่นมาหนูก็จะยังไม่หิว ยังไม่อยากกิน แต่เขาก็ยังซื้ออาหารมา และจะให้หนูกินให้ได้ ช่วงแรก ๆ หนูก็คิดว่าเขาคงเป็นห่วง และถ้าสมมุติวันนั้นเขาซื้อข้าวผัดมา แล้วเราพูดว่าอันนี้อร่อยนะ เขาก็จะซื้อข้าวผัดกลับมาให้เราทั้งอาทิตย์เลย หนูต้องทนกินเมนูเดิม ๆ แต่อาหารของเขาก็เปลี่ยนไปเรื่อย ๆ ย่านที่หนูอยู่ขึ้นชื่อเรื่องบักกุ๊ดเต๋ที่อร่อยมาก แต่หนูไม่สามารถกินมันได้ทั้ง 5 วัน ซึ่งหนูเคยได้กินเกือบทั้งเดือน จนแค่พูดชื่อก็อยากจะอ้วกแล้วค่ะ บางครั้งหนูก็อยากกินอะไรเล่น ๆ แค่พอหายอยากอย่างส้มตำ ไม่ได้อยากกินจริงจังให้อิ่ม แต่เขาก็จะบอกว่า “ไม่ได้ ถ้าจะกิน ต้องกินให้อิ่มนะ” ซึ่งเขาไม่ชอบให้หนูทำอาหารกินเอง หรือไปกินอะไรคนเดียวโดยไม่มีเขา ช่วงปีแรกหนูมองว่าเขาแค่เป็นห่วง แต่ปีที่ 2-3 มันเริ่มเป็นปัญหา เพราะถ้าเขาซื้อมาแล้ว หนูต้องกินเท่านั้น หรือบางทีหนูกินมาแล้ว แต่เขาจะพาหนูไปกิน หนูก็ต้องกินอีก ไม่งั้นเขาจะงอน ผลลัพธ์คือหนูแทบไม่ได้กินสิ่งที่หนูอยากกินเลย เคยมีเหตุการณ์ที่หนูอ้วก เพราะต้องกินแต่ของมัน ๆ ติดกันนาน ๆ เขาถึงยอมเปลี่ยนเมนูให้ ซึ่งก็มีบ้างที่เขาเสนอตัวเลือกให้เราเช่น “วันนี้จะกินอะไร บะหมี่ หรือข้าวมันไก่?” หนูก็เลือกบะหมี่ไป แต่สิ่งที่เขาซื้อกลับมาดันเป็นข้าวมันไก่พร้อมเหตุผลว่า “ข้าวมันไก่อร่อยกว่า” ทำให้หนูต้องคอยจับทางทุกครั้งที่เขาถาม เช่น “วันนี้จะกินบักกุ๊ดเต๋ หรือข้าวมันไก่” หนูก็จะถามกลับว่า “คิดว่าอะไรอร่อย” ถ้าเขาตอบกลับว่า "บักกุ๊ดเต๋ก็อร่อย แต่ข้าวมันไก่ดีกว่า" หนูก็จะตอบว่า “โอเค งั้นข้าวมันไก่เลย” เพราะหนูรู้อยู่แล้วว่าหนูจะไม่ได้กินสิ่งที่หนูเลือก ด้วยความที่หนูเป็นคนต่างชาติ เขาคงอยากให้หนูได้ลองกินอะไรใหม่ ๆ แบบอาหารบ้านเขาดู ไม่ใช่ว่าหนูกินไม่ได้ แต่หนูเคยอธิบายให้เขาฟังว่าตอนอยู่ไทย หนูกินอะไรแบบไหนบ้าง หวังให้เขาเข้าใจถึงความชอบ และความต้องการความหลากหลายของหนู กลับกลายเป็นว่าเขางอน และไม่ซื้ออะไรให้หนูเป็นสัปดาห์เลย พอหนูถามเขาก็พูดตัดพ้อว่า “ก็ซื้อให้แล้วไม่ถูกใจหนิ” ซึ่งเขาแค่กลัวเราเหนื่อยที่ต้องทำงานดึก เลยอยากเทคแคร์เรา เคยบอกแล้วว่าหนูสามารถซื้อเองได้ แต่เขาก็ไม่ยอม หรืออาจจะเพราะปมครอบครัวเขาในวัยเด็ก เขาเติบโตมาโดยขาดความเอาใจใส่ พอเขามาอยู่กับหนูเขาเลยพยายามที่จะดูแลให้ดีที่สุดแทน ซึ่งสิ่งที่สังเกตได้คือ เขามักจะซื้อของที่แพงกว่าของเขาให้หนูกินเสมอ เคยพยายามแก้ปัญหา ด้วยการคุยเกี่ยวกับเรื่องอาหารหลายครั้ง แต่เขาก็แก้ได้ไม่นาน และกลับมาเป็นเหมือนเดิมอีก พยายามคิดหาวิธีอื่น ๆ ที่จะให้เขาเข้าใจ ไปปรึกษาเพื่อน และคนรอบข้างก็แล้ว แต่ยังไม่ได้ผล จึงอยากปรึกษากับพี่ ๆ ดีเจว่า “มีวิธีไหนที่จะพูดให้เขาเข้าใจเราได้มากขึ้นบ้างคะ” คุณม่านม่านยังให้ข้อมูลเพิ่มเติมอีกว่า เมื่อเธอขอให้แฟนพาไปกินอาหารที่อยากกิน แฟนจะถามว่าร้านปิดกี่โมง เขาจะถ่วงจนร้านปิด แล้วไปทานอย่างอื่นแทน และตอนนี้ม่านม่านอยู่ที่ไทย แฟนกำลังจะมาหา เธอควรเอาคืนด้วยการลองให้แฟนกินส้มตำบ่อย ๆ บ้างดีมั้ย ดูว่าเขาจะรับได้หรือเปล่า ‘ดีเจทั้งสาม’ ให้ความคิดเห็นตรงกันว่า “คุณม่านม่าน ต้องลองเด็ดขาดดู เช่นเมื่อเขาชวนไปกินอะไรที่ไม่อยากกิน ม่านม่านก็ตอบไปเลยว่า "ไม่กิน !" และถ้ามีอะไรที่เราอยากกินก็พูดให้ชัด ย้ำให้เขารู้ว่าเราอยากกินจริง ๆ ถ้าการคุยจริงจังเกี่ยวกับเรื่องนี้แล้วเขาทะเลาะกับเรา ก็ทะเลาะเลย หรือถ้าไม่งั้นเราก็ต้องเลือก จะเปลี่ยนแฟน หรือทนกินบักกุ๊ดเต๋ไปแบบนี้”เรื่องราวจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการInboxฝากเรื่องมาที่FacebookFanpageEFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 20.00–23.00น.ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

album
efm
-

-