จะจอดรถในห้าง แต่รถคันหน้าหาว่าเรามาทีหลัง แถมยังวีนชี้หน้าด่าเราอีก ทั้ง ๆ ที่ตัวเขาขับเลยออกไปแล้ว สรุปแล้วที่จอดรถนี้ควรเป็นของใคร ?

พุธทอล์ค พุธโทร RECAP

จะจอดรถในห้าง แต่รถคันหน้าหาว่าเรามาทีหลัง แถมยังวีนชี้หน้าด่าเราอีก ทั้ง ๆ ที่ตัวเขาขับเลยออกไปแล้ว สรุปแล้วที่จอดรถนี้ควรเป็นของใคร ?

08 พ.ค. 2026

จะจอดรถในห้าง แต่รถคันหน้าหาว่าเรามาทีหลัง

แถมยังวีนชี้หน้าด่าเราอีก ทั้ง ๆ ที่ตัวเขาขับเลยออกไปแล้ว

สรุปแล้วที่จอดรถนี้ควรเป็นของใคร ?

         ‘คุณหมวยเล็ก (นามสมมติ)’ อายุ 27 ปี สายที่ 5 ในรายการ พุธทอล์คพุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (6 พฤษภาคม 2569) ได้ส่งเรื่องเข้ามาปรึกษา ‘ดีเจต้นหอม - ดีเจเติ้ล – ดีเจอั๋น’ เกี่ยวกับเรื่องที่จอดรถ เพราะมีคนคิดว่าเราแย่งที่จอดรถ ทั้งที่รถของเขาขับเลยที่จอดไปแลเว 

         โดย ‘คุณหมวยเล็ก (นามสมมติ)’ ได้เล่าว่า “มีข้อสงสัยเกี่ยวกับเรื่องของการจอดรถในห้าง พอดีว่ามีประสบการณ์ที่ค่อนข้างงง เลยอยากถามพี่ ๆ ว่ามีความคิดเห็นอย่างไร เวลาที่เราจอดรถในห้าง ยิ่งถ้าเป็นห้างกลางกรุงเทพฯ คนจะเยอะมาก ๆ และหาที่จอดรถยากมาก

         ครั้งหนึ่งเรากำลังขับรถหาที่จอด เราเห็นคันข้างหน้ากำลังตีไฟจะออกจากช่องจอด เราดีใจมาก ๆ ที่จะได้จอดรถ เราก็หยุด ตีไฟรถเพื่อรอ พอรถคันนั้นเลี้ยวออกไป เราก็เตรียมจะเข้าจอดในช่องนั้น ปรากฏว่ามีรถคันข้างหน้าเรา ที่ขับเลยช่องจอดตรงนั้นไปแล้ว เหมือนเขาก็จอดตีไฟรถเหมือนกัน แต่ก่อนหน้านี้ เราเองก็ไม่ทันสังเกตเห็น ว่ามีรถรออยู่ข้างหน้า ในใจเราก็คิดว่า ปกติแล้วเราจะไม่จอดรถเลยช่องจอดเพื่อรอเข้าจอด ถ้าเลยไปแล้วถือว่าเสียสิทธิ์ เพราะสำหรับเรา ถ้าเลยรถช่องจอดไปแล้ว ต่อให้เลยไปนิดนึงเราก็จะขับออกไปเลย เพราะคันหลังอาจจะจอดเข้ามาค่อนข้างชิด

         ตอนที่เราเตรียมจอดรถ คันด้านหน้าเรานั้นก็รีบถอยมาทันที และมีคนลงมาจากรถ แล้วชี้หน้าเรา ถึงจะไม่ได้ยินเสียง แต่ก็รู้เลยว่าอารมณ์เขาออกแรงมาก ประมาณว่าฉันจองที่ตรงนี้แล้ว เราเองก็รู้สึกตกใจว่าเราหรือเขากันแน่ที่เป็นคนผิด ซึ่งเราก็ยังรู้สึกว่าการรอที่จอดรถก่อนช่องจอดมันน่าจะถูก แต่เมื่อเห็นเขาวีนใส่เราแบบนี้แล้ว เราก็เลยไม่สู้ และยอมถอยออกไป อยากถามพี่ ๆ ว่า แบบไหนคือสิ่งที่ถูกต้องคะ”

         เมื่อดีเจทั้งสาม ‘ดีเจต้นหอม - ดีเจเติ้ล – ดีเจอั๋น’ ได้ฟังเรื่องราวจบ ทั้งสามคนจึงให้คำปรึกษาเป็นเสียงเดียวกันว่า “การที่จะบอกว่า ระหว่างขับรถเลยช่องจอดหรือรอหลังช่องจอด อันไหนผิดหรืออันไหนถูก ก็คงจะตัดสินไม่ได้ ต้องดูสถานการณ์และบริบทรอบข้างประกอบกันไปด้วย 

       ถ้าสมมติเขาเลยไป แล้วถอยกลับมาแบบนี้ไม่ได้ แต่ถ้าสมมติว่าเขาเห็นรถที่กำลังจะออกแล้ว เลยขับออกไปข้างหน้า เพื่อเคลียร์พื้นที่ให้รถออกจากช่องจอด อันนี้เขาก็ไม่ผิด"

       นอกจากนี้ดีเจทั้งสามยังกล่าวย้ำอีกว่า หากเจอสถานการณ์ที่อาจจะก่อให้เกิดความรุนแรงหรือเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สิน ถ้าเลี่ยงได้ก็ควรจะเลี่ยง เพราะมันอาจจะไม่คุ้มกับสิ่งที่ต้องเสียไป 

เรื่องราวจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทาง

มีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATION

รับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 20.00 –23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

related พุธทอล์ค พุธโทร RECAP

หนูคบกับผู้ชายคนนึง คุยกันได้ 3 เดือน เขาขอย้ายเข้ามาอยู่ด้วย หนูถามเค้าว่าเคยทำงานได้วันละเท่าไหร่ เค้าบอกวันละ 500 หนูให้เขาอยู่เฉยๆวันละ 600 จนหลังๆ สังเกตว่าเค้าขอกลับบ้านบ่อยๆ สุดท้าย เขาไปนอนกับหญิงอื่น

20 ก.ย. 2024

หนูคบกับผู้ชายคนนึง คุยกันได้ 3 เดือน เขาขอย้ายเข้ามาอยู่ด้วย หนูถามเค้าว่าเคยทำงานได้วันละเท่าไหร่ เค้าบอกวันละ 500 หนูให้เขาอยู่เฉยๆวันละ 600 จนหลังๆ สังเกตว่าเค้าขอกลับบ้านบ่อยๆ สุดท้าย เขาไปนอนกับหญิงอื่น

หนูคบกับผู้ชายคนนึง คุยกันได้ 3 เดือน เขาขอย้ายเข้ามาอยู่ด้วย หนูถามเค้าว่าเคยทำงานได้วันละเท่าไหร่เค้าบอกวันละ 500 หนูให้เขาอยู่เฉยๆวันละ 600 จนหลังๆ สังเกตว่าเค้าขอกลับบ้านบ่อยๆสุดท้าย เขาไปนอนกับหญิงอื่น เสียใจแต่ก็ยังรักเขาอยู่ หรือเป็นเพราะทุกวันนี้เค้าสบายเกินไป “คุณขวัญ (นามสมมติ)” สายที่ 3 ในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา [18 ก.ย.67] ได้โทรเข้ามาปรึกษา ‘ดีเจเผือก - ดีเจเฟี๊ยต - ดีเจต้นหอม’ เกี่ยวกับปัญหาหนูจับได้ว่าหนูเป็นมือที่ 3 เเต่เราก็ยังให้เงินเเล้วก็อยากให้เขาอยู่ด้วย โดย “คุณขวัญ (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘แฟนหนู เขาอายุมากกว่าหนู 3 ปี เขา DM มาในไอจีเเล้วก็ได้คุยกันประมาณ 3 เดือนก่อนที่จะตกลงคบกัน พอคบกันได้ประมาณเดือนนึงเขาขอมาอยู่ด้วย หนูก็อยู่คนเดียวอยู่เเล้ว ก็เลยแบบว่าโอเค มาอยู่ได้ ตลอดเวลาที่อยู่ด้วยกัน หนูไม่เคยให้เขาทำงานเลย เพราะหนูเป็นคนให้เงินเขาเองทุกวัน เขาทำงานได้วันละ 500 หนูให้เขาวันละ 600 ที่ไม่ให้เขาไปทำงานก็เหมือนแบบว่าเรารู้ว่าทำงานมันเหนื่อย เราก็ไม่อยากให้เขาเหนื่อย อยากให้เขาอยู่เฉย ๆ เเล้วก็ให้เงินเขาใช้เองเเบบพี่ไม่ต้องไปไหนเลย เดี๋ยวหนูจ่ายเงินให้เองทุกวัน หนูเริ่มเอะใจที่ว่าเขาขอกลับบ้านบ่อย ๆ ทั้งที่เขาบอกว่าเขาตัดจากครอบครัวเเล้ว เเล้วก็เรื่องที่เขาใช้เวลาอยู่กับโทรศัพท์เยอะ ๆ เวลาหนูขอดูโทรศัพท์เขา เขาก็จะเบี่ยงเบนไม่ให้ดู เเต่เขาจะขอดูของหนูตลอด วันนั้นเขาเผลอหลับเเล้วลืมปิดหน้าจอโทรศัพท์ หนูก็เลยเข้าไปดูไอจีของเขาว่าเขาคุยกับใครบ้าง เข้าไปก็ไปเจอจริง ๆ ว่าเขาคุยกับผู้หญิงคนอื่นประมาณ 3 - 4 คน เเล้วก็มีเเฟนอยู่เเล้ว 1 คน เเฟนเขาคบกันมาก่อนที่จะมาคบกับหนู เเล้วเรื่องที่เขาบอกว่ากลับบ้าน ที่จริงเเล้วเขาไปหาผู้หญิงคนอื่น หนูก็เลยทักไปหาผู้หญิงทุกคนที่เขาคุยเเล้วก็แฟนของเขา ทุกคนก็ไม่โอเคเเล้วก็เลิกคุยกันไป แต่เขาอ่ะบอกว่า “เขาทำแบบนี้มานานเเล้ว เเล้วก็ทำมาตลอด จับได้บ่อย ๆ เเต่ก็ยังทนอยู่เพราะรัก” เเต่เเฟนเก่าเขาบอกว่า เลิกกันไปเเล้ว เเต่ทุกวันนี้หนูยังเห็นเขาคุยกันอยู่เลย ตัวผู้ชายอ่ะเขาไม่ยอมเสียใครไปเลย คือเขาทักไปง้อผู้หญิงทุกคนเเบบให้กลับมาคุยกลับมาคืนดีกัน ทั้ง ๆ ที่อยู่กับหนู คือเขายื้อทุกคนรวมถึงหนูด้วย หนูรับไม่ได้หรอกคือแบบขนาดเขาอยู่กับหนูเเล้วยังไปหาผู้หญิงอื่นได้ ใจนึงหนูก็อยากจะเลิกกับเขาไปเเต่อีกใจนึงก็ไม่อยากเลิก เพราะเวลาที่อยู่ด้วยกันเขาก็เป็นคนดี เอาใจใส่ เเต่มันก็มีอึดอัดบ้างเวลาที่เห็นเขาคุยกับคนอื่นอย่างเงี้ย หนูยอมเลิกคุยกับทุกคนเพื่อเขาเลย เเต่เขาไม่เลิกกับทุกคนเพราะเขาบอกว่า ถ้าเขาเลิกคุยกับทุกคนอ่ะ เเล้วถ้าหนูทิ้งเขาไป เเล้วพี่จะอยู่ยังไง เขาเคยบอกหนูว่าจะทำให้หนูท้องเพื่อที่เธอจะได้ไม่ทิ้งเรา เราก็คุยกับเขาจริงจัง เมื่อไหร่จะเลิกอ่ะบอกว่าจะเปลี่ยนตัวไม่ใช่หรอ เเล้วเขาก็ขอเวลาหนูเลยบอกว่าทำไมต้องขอเวลา เราให้เธอได้เลย ทีนี้หนูก็เลยคิดว่าที่เขาไม่ยอมปล่อยหนูไปอ่ะ เป็นเพราะหนูให้ที่อยู่เขา เเล้วก็จ้างเขาอยู่รึเปล่า ก็เลยอยากถามพี่ ๆ ดีเจทั้งสามคนว่า หนูจะทำยังไงดี จะไล่เขาไปเลยดีมั้ยหรือว่าให้เขาอยู่?’ เริ่มจาก “ดีเจต้นหอม” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘พี่เชื่อว่าขวัญไม่มีทางออกได้ เพราะผู้ชายทำขนาดนี้เเล้วอ่ะเเต่ว่าขวัญยังคิดไม่ได้ ถ้าหนูไม่ทักไปหาผู้หญิงคนอื่นที่เขาคุยหนูก็ยังโง่เเต่ตอนนี้หนูทักแล้วนะ เเล้วหนูก็รู้เรื่องอ่ะ ถ้าหนูยังไปต่อหนูก็ไปตอบตัวเองเอา เเต่พี่ขอเรื่องเดียวคือใส่ถุงยางทุกครั็ง เพราะถ้าหนูได้เขาเป็นพ่อของลูกอ่ะ หนูจะเป็นผู้หญิงที่โครตซวย แล้วสุภาพบุรุษไม่มีใครเอาเงินผู้หญิงนะ ต่อด้วย “ดีเจเฟี๊ยต” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘พี่เป็นกำลังใจให้หนูมีสติตั้งตัวได้ไว ๆ นะ เพราะรู้ว่าสิ่งขวัญขาดคือพวกแบบกำลังใจหรือซัพพอร์ตจากคนรอบข้าง ที่คนเห็นคุณค่าในตัวขวัญ พอมาเจอคนที่เอาใจ ทำให้รู้ว่ามีคุณค่า มีตัวตนขึ้นมา อาจจะรู้สึกเสียดายคน ๆ นี้ เเต่จริง ๆ ถ้าได้แฟนที่ดี คนปกติทั่วไปเขาจะไม่มีพฤติกรรมแบบนี้ วันนี้ไม่ได้มองว่าเขาไม่ปล่อยขวัญเเต่ขวัญไม่ยอมปล่อยเขามากกว่า ถ้ายังไม่รักตัวเอง ไม่ดูเเลตัวเองเเล้วยังปล่อยให้คนมาตามสูบแบบนี้นาน ๆ ไปเข้าขวัญน่าจะไม่ไหวนะ เวลาที่เราไปอยู่ในความสัมพันธ์เราควรที่ทั้งให้เเล้วก็รับด้วย ไม่ใช่เราเป็นฝ่ายให้อย่างเดียว ในเมื่อเรารู้ว่าไม่ต้องการความสัมพันธ์เเบบนี้ เราตัดเขาได้ เรามีสิทธิ์ที่จะเลือกแล้วออกแบบความสัมพันธ์ของเราได้ วันไหนที่รู้สึกหนักแน่นตัดสินใจได้เอง จริง ๆ แล้วทำได้เลยนะไม่ต้องรอเขา’ สุดท้ายด้วย “ดีเจเผือก” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘นี่คือคนที่มันหวังดีเเล้วก็อยากจะอยู่สร้างครอบครัวที่มันมีอนาคคตที่ดีด้วยเงื่อนไขนี่หรอ ก็อยู่ไปจนเงินเราหมด หรือลองไม่ให้เงินดูพี่ว่าไม่เกินเดือน ไม่ต้องโทษเขาหรอก คนที่กุมชีวิตขวัญก็คือขวัญเอง ไม่มีใครมาทำอะไรได้ถ้าขวัญไม่ยอม ขอให้พระคุ้มครองขวัญเยอะ ๆ ขอให้ผ่านพ้นช่วงชีวิตนี้ไปได้อย่างปลอดภัย ไม่ต้องมีบ่วง ขอให้ดูเเลตัวเองให้ดู วันนึงคิดได้จะออกมาเอง อายุยังไม่มากบางทีคนเราต้องเจออะไรที่มันเเย่สุด ๆ ก่อนมั้งมันถึงจะรู้ว่าแบบไม่ดี’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

ผมมีแฟนเป็นผู้ชาย แฟนผมเขาลำบากมาก่อน จนตอนนี้ได้งานเป็นเลขา ไปทำงานต่างจังหวัด ทำงานได้ 2 อาทิตย์ หัวหน้าผู้ชายซื้อของแบรนด์เนมให้ ปลดหนี้ให้หลักแสน ล่าสุด หัวหน้าแฟนผมเมาสารภาพรักกับแฟนผม ตอนนี้ผมกลัวมากว่าเค้าจะใช้เงินซื้อแฟนไปจากผม...

05 ก.ค. 2024

ผมมีแฟนเป็นผู้ชาย แฟนผมเขาลำบากมาก่อน จนตอนนี้ได้งานเป็นเลขา ไปทำงานต่างจังหวัด ทำงานได้ 2 อาทิตย์ หัวหน้าผู้ชายซื้อของแบรนด์เนมให้ ปลดหนี้ให้หลักแสน ล่าสุด หัวหน้าแฟนผมเมาสารภาพรักกับแฟนผม ตอนนี้ผมกลัวมากว่าเค้าจะใช้เงินซื้อแฟนไปจากผม...

“คุณเอ็ม (นามสมมติ)” อายุ 21 ปี สายที่สามในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา [3 ก.ค.67] ได้โทรเข้ามาปรึกษา “ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล – ดีเจต้นหอม” เกี่ยวกับปัญหาเรื่องแฟนที่ลังเลในความสัมพันธ์ระหว่างเราหลังจากที่หัวหน้ามาสารภาพรัก โดย “คุณเอ็ม (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘ปัญหาของผมตอนนี้ คือแฟนผมต้องไปทำงานที่อยู่ไกลกัน ซึ่งตำแหน่งงานของแฟนผม คือเลขา เวลาไปไหนมาไหนก็ต้องตัวติดกับหัวหน้า 24 ชั่วโมง ทำให้ผมและเค้ามีเวลาติดต่อกันน้อย โดยหัวหน้าคนนี้เป็นคนที่รวยมาก ในวันแรก ๆ ที่แฟนผมไปทำงานหัวหน้าคนนี้ก็ซื้อโทรศัพท์ให้แฟนผม ซื้อของให้หรู ๆ พาไปกินของแพง ๆ แถมยังใช้หนี้ให้แฟนผม ในใจผมก็คิดว่าดีเพราะหัวหน้าดูแลดี แต่บางเวลาก็ต้องอยู่กับหัวหน้าแบบสองต่อสอง ผมก็ไม่ได้คิดอะไรผมเลยให้แฟนรายงานเวลาไปไหนมาไหนตามประสาแฟน แต่มันทำให้แฟนผมน้อยใจ เพราะก่อนหน้านี้แฟนผมเทคแคร์ เอาใจใส่ผม แต่ผมให้ความสำคัญกับมันน้อย แฟนผมจึงน้อยใจว่าตอนร้องขอทำไมไม่ได้บ้าง อยู่มาวันหนึ่งหัวหน้าของแฟนผมก็เมา แล้วสารภาพกับแฟนของผมว่าแอบชอบแฟนผม แต่ผมก็ไม่รู้ว่าต่อจากนั้นเป็นยังไงเพราะแฟนผมก็เล่าให้ผมฟังแค่นี้ แต่เรื่องนี้ทำให้แฟนของผมรู้สึกอึกอัดว่าตัวแฟนเองก็มีผมและมีหัวหน้าที่มาสารภาพว่าชอบ บวกกับแฟนผมที่กำลังน้อยใจผมอยู่ก็เครียดขึ้นไปอีก ซึ่งเรื่องราวนี้พึ่งเกิดขึ้นได้แค่ 1 สัปดาห์ แฟนผมจึงเอาเรื่องนี้ไประบายกับหัวหน้า ซึ่งพอหลังจากที่แฟนผมไประบายกับหัวหน้าผมก็รู้สึกว่าทัศนคติแฟนผมเปลี่ยนไป และสนใจผมน้อยลง เช่นเวลาผมลงสตอรี่แล้วแท็กไป แฟนผมก็จะไม่สนใจเหมือนแต่ก่อน เวลาทักไปหาก็ถามคำตอบคำเหมือนไม่อยากคุยด้วย ทั้งที่แต่ก่อนแฟนผมจะเป็นคนที่ลงสตอรี่และแท็กมา แต่ในตอนนั้นผมก็ไม่ค่อยสนใจเท่าไหร่ ซึ่งตอนนี้ผมกังวลว่าแฟนผมจะทิ้งผมไปหาคนที่มีเงินมากกว่ารึเปล่า บวกกับเรื่องที่อยู่ไกลกัน และไม่ค่อยได้คุยกัน ผมเลยอยากให้พี่ ๆ ช่วยประเมินสถานการณ์ว่าต่อไปจะเป็นยังไง และมันจะแก้ไขตรงไหนได้บ้าง เพราะผมเองก็ไม่อยากเสียเค้าไป’ โดย “ดีเจต้นหอม” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘สถานการณ์ของเอ็มตอนนี้ พี่เคยตกอยู่ในสถานการณ์แบบนี้แล้ว มันก็คือสถานการณ์ของแฟนที่กำลังนอกใจ แล้วเวลาที่แฟนมีคนอื่น เค้าจะมีอะไรที่เปลี่ยนไปจากเดิม และเราในฐานะแฟนเราจะสัมผัสได้ว่าแฟนของเราไม่เหมือนเดิม มันเป็นสัญญาณ พี่ไม่สามารถพูดได้ว่าแฟนของเอ็มไปกับทางนู้นแล้ว 100% แต่มันเป็นสัญญาณของคนที่นอกใจคือเค้าจะเริ่มเป็นแบบนี้ ตอนนี้ก็อยากให้เอ็มอยู่กับปัจจุบัน แล้วก็สังเกตเลยว่าความสัมพันธ์ระหว่างเอ็มกับแฟนมันเป็นยังไง มันยังโอเคอยู่มั้ย ถ้าไม่โอเคต้องพูดคุยกัน แต่ถ้ารู้สึกว่าไม่มีการพัฒนา หรือแฟนเอ็มกลับมาเป็นเหมือนเดิม เอ็มต้องทำใจค่ะ เราทำอะไรไม่ได้’ ต่อมา “ดีเจเติ้ล” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘ตอนนี้ก็อย่าไปงอแงหรือเพิ่มปัญหา ถ้าแฟนเอ็มออกตัวมาว่าตอนนี้กำลังสับสนวุ่นวาย เราต้องเป็นคนใจเย็นให้เค้าถึงแม่ว่าในใจเราจะว้าวุ่น เราต้องทำให้เค้าอยากจะคุยอยากจะปรึกษากับเอ็มอยู่ แต่ถ้าเอ็มไปงี่เง่าเค้าจะยิ่งไป แต่ในกรณีที่ถ้าเค้าไปอยู่แล้ว มันก็จะทำให้เอ็มแพ้อย่างมีศักดิ์ศรี ซึ่งพี่ว่าสถานการณ์นี้จะเป็นสถานการณ์ที่วัดคนเลย ถ้าเค้ากลับมาหาเอ็มก็อยากให้เอ็มรักษาคนนี้ไว้นาน ๆ แต่ถ้าเค้าไปก็นะได้รู้ส่าเค้าเป็นคนแบบนี้ เพราะระยะเวลาหนึ่งปีเรายังไม่รู้จักกันมากหรอกเอ็ม ถ้าเราเสียเค้าด้วยเรื่องนี้ไป ก็ถือว่าดีแล้วที่เสียคนแบบนี้ไป’ สุดท้าย “ดีเจเผือก” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘พี่ว่าคำว่ารักแท้แพ้เงินมันก็มีอยู่จริง เราก็ต้องยอมรับว่าบางทีรักแท้มันกินไม่ได้ และเอ็มกับเค้าก็พึ่งเริ่มต้นยังไม่ถึงหนึ่งปี มันก็ไม่ได้บอกว่าเราจะต้องร่วมหัวจมท้ายเป็นคู่ชีวิตกันไปตลอด มันยังไม่ถึงวันนั้น เพราะฉะนั้นอะไรก็เกิดขึ้นได้ ลองดูละครสิละครก็สร้างมาจากชีวิตจริง บางทีชีวิตจริงจริงก็แรงกว่าละครอีก ทั้งหลายทั้งมวลเป็นเป็นเหตุการณ์ที่พิสูจน์ว่าคน ๆ หนึ่งเค้าจะอยู่กับเรารึเปล่า เงื่อนไขมันมีแค่นี้เองว่าเค้าอยากจะอยู่กับเอ็มรึเปล่า ถ้าเค้ามีอะไรที่ทำให้ไขว้เขวแล้วคำตอบเค้าคือ “ฉันก็ไม่ได้อยากจะอยู่กับเอ็มไปตลอดนี่” มันก็ต้องแยกกันแค่นั้นเอง มันก็จะเป็นอีกครั้งหนึ่งที่เอ็มเก็บเลเวลในเรื่องความรัก อดหักบ้างจะได้รู้ว่าความรู้สึกนี้เป็นยังไง ครั้งหน้าพี่เชื่อว่ามันจะแข็งแกร่งมากขึ้น แค่ต้องยอมรับความจริง พี่ว่ามันชัดตั้งแต่ให้เค้าใช้หนี้ให้แล้ว และเลือกที่จะระบายกับหัวหน้าไม่ใช่เอ็ม การที่เราจะเสียคน ๆ หนึ่งไปกับสถานการณ์แบบนี้มันก็เข้าใจได้ คนเรามันก็มีเหตุผลในการตัดสินใจคนละแบบ ณ วันที่ยังวัยรุ่นกันอยู่เค้าก็มีโอกาสที่จะได้เลือกได้ลองได้เจอกับชีวิตที่เค้าอาจจะไม่เคยเจอ เช่น ความหรูหราที่เข้ามา ได้เป็นแฟนซีอีโอ ซึ่งมันเข้าใจได้ ว่า ณ วันนี้เราอาจจะแพ้ แต่เราอาจจะไม่ได้แพ้ตลอด’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

แฟนหนูเคยเป็นบาร์โฮสมาก่อน เลิกทำอาชีพนี้ แล้วมาคบกับเรา ตอนนี้แฟนทำอาชีพเป็นเทรนเนอร์ กำลังจะไปประกวดเพาะกาย หนูทำอาหารให้วันละ 4 มื้อ ดูแลอย่างดีทุกวัน แต่พอจะถึงวันประกวด แฟนบอกไม่ให้เราไป เพราะมีสปอนเซอร์ไปด้วย จะให้สปอนเซอร์คนนี้รู้ไม่ได้ว่าคบหนู

30 ก.ย. 2025

แฟนหนูเคยเป็นบาร์โฮสมาก่อน เลิกทำอาชีพนี้ แล้วมาคบกับเรา ตอนนี้แฟนทำอาชีพเป็นเทรนเนอร์ กำลังจะไปประกวดเพาะกาย หนูทำอาหารให้วันละ 4 มื้อ ดูแลอย่างดีทุกวัน แต่พอจะถึงวันประกวด แฟนบอกไม่ให้เราไป เพราะมีสปอนเซอร์ไปด้วย จะให้สปอนเซอร์คนนี้รู้ไม่ได้ว่าคบหนู

แฟนหนูเคยเป็นบาร์โฮสมาก่อน เลิกทำอาชีพนี้ แล้วมาคบกับเรา ตอนนี้แฟนทำอาชีพเป็นเทรนเนอร์กำลังจะไปประกวดเพาะกาย หนูทำอาหารให้วันละ 4 มื้อ ดูแลอย่างดีทุกวัน แต่พอจะถึงวันประกวดแฟนบอกไม่ให้เราไป เพราะมีสปอนเซอร์ไปด้วย จะให้สปอนเซอร์คนนี้รู้ไม่ได้ว่าคบหนู ซึ่งสปอนเซอร์คนนี้คือเจ๊ส่งเงินให้แฟนเราเดือนละ 4 - 5 หมื่น ดูแลแฟนเรามาทุกเดือน แล้วเป็นสปอนเซอร์ในการส่งแฟนเราประกวดครั้งนี้ด้วย หนูจะทำยังไงดีคะ? ก็ยังรักแฟนคนนี้มาก ไม่ได้อยากเลิก แต่เขาก็ยังมีเจ๊คนนี้อยู่ “คุณน้ำ (นามสมมติ)” อายุ 26 ปี เป็นสายที่ 2 ในรายการพุธทอล์ค พุธโทรเมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา [24 ก.ย. 68] ได้โทรเข้ามาปรึกษา“ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม” เกี่ยวกับปัญหาเรื่องแฟนที่เป็นนักเพาะกาย แต่ไม่ยอมให้เราไปดูงานประกวด เพราะกลัวเจ๊ที่เลี้ยงดูอยู่จะรู้ว่ามีแฟน โดย “คุณน้ำ (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘หนูกับแฟนคบกันมา 1-2 ปี ตอนเจอกันครั้งแรกเขาทำงานเป็นบาร์โฮส แต่พอคบกันเขาก็เลิกทำงานนั้นไป งานประจำจริง ๆ ของเขาคือเป็นเทรนเนอร์และก็นักกีฬาเพาะกาย แล้วในช่วงเดือนหน้าเขาก็กำลังจะแข่งเพาะกาย ระยะเวลาที่เราอยู่กันมา 2 ปี ตัวหนูเองก็ดูแล ซัพพอร์ตกันมาตลอด การเป็นนักกีฬาต้องมีวินัยทั้งเรื่องอาหารการกิน การนอนก็ต้องนอนให้ตรงเวลา เราทั้งสองคนถือว่าเสียสละกันหลายอย่าง จะไปเที่ยวที่ไหน จะกินอะไรก็ไม่สามารถกินได้อย่างที่ต้องการ ซึ่งหนูก็ให้ความร่วมมือมาโดยตลอด แต่เมื่อใกล้จะถึงเวลาที่แข่งก็คือในช่วงเดือนหน้า กลายเป็นว่าหนูไม่สามารถไปยืนเชียร์เขาข้างสนามได้ ใจจริงหนูอยากไปอยู่ในทุก ๆ ความสำเร็จของเขา แต่เป็นเพราะว่าสปอนเซอร์เขาเนี่ยจะไปด้วยซึ่งสปอนเซอร์เขาคือลูกค้าเก่าจากบาร์โฮส นั่นแปลว่าเขาจะรับรู้สถานะเรากับแฟนไม่ได้ เขาซัพพอร์ตแฟนเราหลาย ๆ อย่าง ตกเดือนละประมาณ 4-5 หมื่นบาท แรก ๆ ก็มีไปกินข้าวกัน ซึ่งหนูรับรู้ตลอด เขาก็พยายามทำให้เราสบายใจด้วยการติด GPS หรือหนูทักไปเขาก็จะตอบเสมอ ถ่ายรูปให้ดูตลอดว่ากำลังทำอะไรอยู่ แต่มันก็เริ่มเป็นปัญหาเพราะเราเพิ่งคุยกันเรื่องนี้แล้วทะเลาะกัน ฝั่งเขาก็อยากให้เราเข้าใจว่าทำไมเราถึงไปไม่ได้แต่หนูก็เสียใจ’ ในระหว่างการพูดคุย ‘ดีเจต้นหอม’ ก็ได้ถามคุณน้ำ 1 คำถามว่า ‘ถ้าแฟนเราเลยเถิดไปถึงขึ้นมีอะไรกันกับเจ๊คนนั้น น้ำจะรับได้ไหม?’ ซึ่งทางฝั่งคุณน้ำได้ให้คำตอบกลับมาว่า ‘แฟนหนูบอกว่าไม่มีแน่นอน 100% และเขาก็ทำพยายามทำให้หนูมั่นใจตลอด แต่ถ้าถามว่าเชื่อ 100% ไหม เอาจริง ๆ ก็ไม่ แต่หนูคิดว่ารับได้เพราะหนูรู้ว่าเขาทำไปเพื่ออะไรแต่ก็รับไม่ได้นาน อาจจะแค่ 1 ปี เพื่อไปสร้างตัวหลังจากนั้นก็คงจะไม่ได้แล้ว’ “คุณน้ำ (นามสมมติ)” เล่าต่อว่า ‘อีกอย่างหนึ่งเลยคือต้องบอกก่อนว่าหนูก็เคยเป็นเด็กเสี่ยเหมือนกัน แต่พอหนูมาเจอเขา หนูก็ทิ้งทุกอย่างแล้วก็มาทำงาน และเราก็กำลังสร้างตัวกันอยู่ เขาบอกว่าเขาขอสร้างโปรไฟล์ให้ได้ เขาอยากเติบโตมากว่านี้ซึ่งหนูก็ไม่รู้ว่าจะถึงเมื่อไหร่ เคยคุยกันว่าถ้าไม่มีเงินของเจ๊คนนี้จะอยู่ได้ไหม? แต่เขาก็บอกว่ามันไม่พอ เพราะตอนนี้เราก็เช่าคอนโดอยู่หลายหมื่นบาท หนูเลยอยากปรึกษาพี่ ๆ ทั้งสามคนว่า หนูควรเปลี่ยนมายเซ็ทตัวเองดีไหม? ให้คิดว่าเขาก็ทำเพื่อเราสองคน’ เริ่มที่ “ดีเจเผือก” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘ถ้าถามว่าจะเปลี่ยนมายเซ็ทยังไง สำหรับพี่ก็ไม่ต้องคิดอะไรมาก ปล่อยไหลไปตามชีวิต เราไปคิดมากก็กำหนดอะไรไม่ได้อยู่ดี ถ้าเราไปคิดตามเหตุและผล เหตุและผลมันก็จะบอกให้เราเลิก แต่ถ้าเราไม่อยากเลิกก็ไม่ต้องไปคิด แล้วก็เชื่อในความรักว่ามันคือสิ่งที่แท้จริง คลิปที่เราไปเที่ยวด้วยกัน คลิปที่เราหวานแหววกัน นี่คือความจริง ซึ่งความจริงนี่มันจะเกิดขึ้นเมื่อทั้งสองฝ่ายช่วยกันสร้าง ช่วยกันยืนยัน และเรื่องอื่น ๆ ที่มันเกิดขึ้นที่ไม่ใช่ตรงนี้ มันเป็นเพราะความจำเป็น อะไรที่อยู่ลับหลังเรามันไม่จริง มันเป็นแค่สิ่งที่ปลอมขึ้นมาเพื่อประโยชน์อะไรสักอย่างในชีวิตตอนนี้ หลับหูหลับตาและมองในสิ่งที่เราเชื่อว่ามันเป็นความจริง แค่นั้น’ ต่อมา “ดีเจเติ้ล” ได้ให้คำปรึกษาเพิ่มเติมว่า ‘มันคืออาชีพเขา เขาทำเพื่อรายได้ที่จะทำให้ชีวิตของเราสองคนดีขึ้นไปเรื่อย ๆ รายได้จากอาชีพนี้ทำให้เรามีชีวิตที่ดีขึ้น และเขายังรักน้ำคนเดียว เขาไม่ได้รักเจ๊คนนั้น ก็ต้องคิดแบบนี้ ถึงเราไปเชียร์เขาไม่ได้แต่เขารักเรา เขาแค่ต้องทำงานแลกเงินแต่ทุกอย่างเขาทำเพราะหวังดี เขาอยากให้เรามีชีวิตที่ดีขึ้นแค่นั้นและก็คิดว่าถ้าเขาขาดรายได้ตรงนี้ไป ชีวิตของเราสองคนก็อาจจะไม่ได้ดีอย่างที่เป็นอยู่ทุกวันนี้ก็ได้ เพราะฉะนั้นถ้ามันคุ้มแลกก็ต้องทน’ และสุดท้าย “ดีเจต้นหอม” ก็ได้ให้คำปรึกษาปิดท้ายว่า ‘สู้เขาสิ! มันคือความรัก เขารักเรา เขาให้ GPS เราเพราะเขารักเรา เจ๊คนนั้นไม่เคยได้แบบที่เราได้ ภาพที่ลงแต่ละภาพเราก็เที่ยวหนักอยู่นะ ถ้าเทรนอย่างเดียวก็คงไม่ได้ไปหรอก ความสุขเขาอยู่ที่เรา เขาพูดและแสดงความเชื่อมั่นว่าไม่มีอะไรเราก็ต้องเชื่อเขา เชื่อที่เขาบอกและเราต้องอดทน เราต้องมองข้ามสิ่งนั้นไปเพราะน้ำบอกเองว่าถึงแม้ว่าเขามีอะไรกันน้ำก็ยังรับได้ นับประสาอะไรกับแค่เขาไปนั่งเชียร์ข้างเวที เขาไปทำงาน แค่นั้นเอง มันคือเรื่องอาชีพและเงิน เขาก็ต้องกินข้าว ทางเลือกเขาน้อยกว่าเขาเลยต้องอาศัยคนอื่น สุดท้ายมันก็เพื่อเป้าหมายของเราสองคน รอเขาไปเก็บโปรไฟล์มาแล้วเขามีเงิน ถึงวันนั้นถ้าเขายังไม่เลิกยุ่งกับเจ๊คนนั้นเราก็ต้องตื่นแล้วนะ ถ้าเขายังเลือกที่จะไม่หยุดแปลว่าผู้ชายคนนี้เขาแค่รักสบาย แต่ถ้าถามตอนนี้มันยังโอเคไหม มันโอเค ก็ไปต่อแล้วดูว่าเขาทำตามที่พูดไหม?’เรื่องราวทั้งหมดนี้จะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App AtimeFung Fin

ผมกำลังจะแต่งงาน และเพิ่งสมัครงานใหม่ บริษัทให้เซ็นต์ค้ำประกัน ‘แฟน’ คือคนแรกที่ผมนึกถึง พอไปขอให้ช่วย เขาปฏิเสธเลยทันที บอกว่า ‘ยังไม่ไว้ใจผม’ ทางเลือกสุดท้ายผมไปปรึกษาแฟนเก่า...

24 เม.ย. 2023

ผมกำลังจะแต่งงาน และเพิ่งสมัครงานใหม่ บริษัทให้เซ็นต์ค้ำประกัน ‘แฟน’ คือคนแรกที่ผมนึกถึง พอไปขอให้ช่วย เขาปฏิเสธเลยทันที บอกว่า ‘ยังไม่ไว้ใจผม’ ทางเลือกสุดท้ายผมไปปรึกษาแฟนเก่า...

“คุณน็อต (นามสมมติ)” อายุ 28 ปี สายที่สองในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (19 เม.ย. 66) ได้โทรเข้ามาปรึกษา ดีเจอั๋น - ดีเจเติ้ล - ดีเจอ้อย เกี่ยวกับปัญหาการค้ำประกัน โดย “คุณน็อต (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘ผมคบกับแฟนคนหนึ่งมาปีครึ่งแล้ว เราสองคนมีแพลนจะแต่งงานกัน แต่มันเกิดเรื่องขึ้นมาเพราะผมกำลังจะไปทำงานบริษัทหนึ่งที่เกี่ยวข้องกับทางด้านการเงิน ซึ่งผมสอบทุกอย่างเรียบร้อยหมดแล้ว แต่ในทางกฎหมาย ก่อนที่เราจะออกไปนำเสนอขายให้กับลูกค้าได้ เราต้องมีใบอนุญาตก่อน ซึ่งก่อนที่จะออกใบอนุญาตมันก็ต้องมีคนค้ำประกันเพื่อให้บริษัทมั่นใจว่าเรามีความน่าเชื่อถือ การค้ำประกันในที่นี้ จะแตกต่างกับการค้ำประกันเงินกู้ ซึ่งในความคิดแรกของผมคือแฟนของผมเลย ผมก็เลยตัดสินใจขอให้แฟนช่วย แต่พอไปขอแล้ว เขากลับปฏิเสธ เขาให้เหตุผลว่าเขายังไม่เชื่อใจผม ผมก็ไม่ได้โกรธอะไรเขานะ หลังจากนั้นผมก็ไปขอให้เพื่อนช่วย แต่ก็ไม่มีใครช่วยเลย และเพื่อนก็ยังพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าทำไมถึงไม่ให้แฟนช่วย และต้องบอกก่อนว่าพ่อกับแม่ผมไม่สามารถค้ำให้ได้ เพราะอายุท่านเกินแล้ว บังเอิญมันเหมือนเป็นทางเลือกสุดท้ายแล้ว ผมก็เลยติดต่อแฟนเก่าไป ซึ่งต้องบอกก่อนว่าผมกับแฟนเก่าเราเลิกกันดี เป็นพี่น้องกัน ไม่ได้มีซัมติงอะไรกัน แล้วแฟนเก่าผมแทบจะเป็นคนเดียวเลยที่พยายามหาทางช่วย จนกระทั่งแฟนคนปัจจุบันของเขาไม่อนุญาตให้ช่วย ผมก็เข้าใจเขานะ แต่ในความรู้สึกผม ผมรู้สึกว่ามันมีความหมายกับผมมาก จนเอามาเปรียบเทียบกับแฟนปัจจุบันของผม สำหรับงานแต่ง แฟนผมเป็นคนอยากแต่ง เพราะเขาก็อายุ 32 – 33 ปีแล้ว ตอนนี้ผมกับแฟนอยู่กันคนละบ้าน แต่ที่ผมแพลนไว้หลังแต่งงาน คือ ผมมีแพลนจะซื้อบ้านของตัวเอง แต่ถ้าซื้อไม่ทันผมก็จะอยู่ที่บ้านของแฟนก่อนแล้วค่อยมาซื้อบ้านของตัวเอง ตอนนี้เรามีงานทำ เขาก็มีงานทำ ก็เลยใช้กระเป๋าตังของใครของมัน และมีเงินอีกส่วนที่เป็นบัญชีร่วม เราจะออมเงินกันทุกๆเดือน จนมันทำให้เกิดคำถามว่า เราควรจะไปต่อกับเขาดีไหม? แล้วที่เราเก็บเงินร่วมกันมาเพื่อจะแต่งงานกัน อันนี้คือเราเชื่อใจกันแค่ไหนหรอ? เพราะผมเชื่อใจเขาในระดับนึงเลย อยากถามพี่ๆว่า ความรู้สึที่ผมรู้สึกมันถูกหรือเปล่า? หรือพี่ๆมองว่าที่แฟนผมคิดและทำคือสิ่งที่ถูกต้องไหม? ซึ่ง ดีเจเติ้ล ได้ให้ความคิดเห็นกับเรื่องนี้ว่า “1 ปีครึ่งที่รู้จักกัน ถ้าเราทั้งสองคน ยังไม่เชื่อใจกัน ยังไม่รู้จักกันดีพอ ก็จะไปเซ็นต์ค้ำประกันให้กัน สิ่งที่ต้องมองคือ กำลังจะแต่งงานกันแล้ว กำลังจะใช้ชีวิตร่วมกันแล้ว แต่ยังไม่เชื่อใจกันเลย ถ้าเป็นพี่ พี่เลือกที่จะคุยกันตรงๆ คุยกันเลยว่า ที่เธอไม่เชื่อใจกันเพราอะไร? เหตุผลคืออะไร? ควรเคลียร์ไปเลย มองในมุมว่าถ้าเขามีสิทธิ์ที่จะทำแบบนั้นไหม เขาก็มีสิทธิ์ เพราะเวลาก็ไม่นานที่รู้จักกันปีกว่า ถ้าเปรียบเทียบ กับเพื่อนเราบางคน รู้จักกันมาตั้งนาน เราก็ยังไม่กล้าที่จะเซ็นต์อะไรให้เขาเลย สุดท้ายก็ต้องเคลียร์กันก่อน” สำหรับ ดีเจอั๋น ให้คำแนะนำว่า “ควรคุย และ ให้เหตุผลกันไปเลยว่าไม่อยากเซ็นต์เพราะอะไร? เหตุผลคือ 1 2 3 4 ตามนี้ ควรคุยกัน เพราะเป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อนมากๆ เข้าใจสิ่งที่น็อตรู้สึก ในที่สุดเราต้องยอมรับว่า ความรู้สึกที่น็อตมีมันแรงขึ้น เพราะมันเกิดการเปรียบเทียบกันกับแฟนเก่า บังเอิญเป็นแฟนเก่าด้วย มันเลยยิ่งแรงขึ้นรึเปล่า? ก็ควรอย่างยิ่งที่จะต้องบอกความจริงต่อกันและกันได้ โดยไม่ต้องมีฟอร์มอะไรเลย คุยกันจริงๆ เป็นการสื่อสารแบบมีประสิทธิภาพ บอกเค้าได้ว่าเรารู้สึกยังไง? เราสะเทือนใจ เสียใจยังไง เราพูดความจริงได้ และถ้าวันนี้ การที่เราพูดความจริงอะไรออกไป แล้วเขาไม่เข้าใจ ก็ไม่ควรแต่งเลย และตัวเราเองก็จะต้องเป็นฝ่ายที่พร้อมรับฟังเขาด้วยเหตุผลจริงๆจากใจ ในวันนี้ไม่ควรที่จะเก็บอะไรไว้ ควรพูดไปทุกอย่าง ไม่มีทางที่จะแต่งงานกันได้ ถ้าเราไม่เคลียร์กันให้ดี ให้โอกาสทั้งเขาและเราในการได้อธิบาย” สุดท้าย ดีเจอ้อย ได้ให้ความคิดเห็นว่า “การที่เราจะแต่งงานกับใครคนใดคนนึงมันไม่ได้พิจารณาจากเรื่องนี้แค่เรื่องเดียว เรายังไม่ทันได้รู้เหตุผลอะไรจากเขาเลย ตอนนี้เหมือนเราไม่ได้แก้ปัญหาที่ปัญหา แต่เป็นการเพิ่มจำนวนคน ยิ่งเป็นแฟนเก่าอีก มันจะไม่ใช่แค่เรื่องของการค้ำหรือไม่ค้ำ มันเลยกลายเป็นเรื่องของความสัมพันธ์ของคน 2 คนไปแล้ว พี่มองว่านี่เป็นโอกาสสำคัญที่จะได้ปรับจูนกัน ควรคุยกัน ฟังกันจริงๆ แบบอย่าคาดหวังกับคำตอบที่เขาจะตอบ ไม่ควรปักธงกับคำตอบของเขา ที่สุดแล้วเราต้องฟังเขาด้วย บางคู่ บางคนรักกันแทบตาย แต่ไม่จดทะเบียนสมรส เพราะอนาคตเขาไม่รู้ว่าจะมีอะไรเกิดขึ้นบ้าง เรื่องมันจะเยอะกว่านี้ไหม? ก็มี... ทุกวันมีการเคลื่อนตัว เขาก็มีสิทธิ์ที่จะกลัวเช่นกัน เชื่อว่าถ้าได้คุยกันแล้ว ฟังเขาดู เขาอาจจะมีเหตุผลที่เราอาจจะไม่รู้ก็ได้ ตราบใดที่จะเป็นคู่รักกัน อย่าหยุดที่จะสื่อสารกัน น็อตก็มีสิทธิ์น้อยใจ แฟนเขาก็มีสิทธิ์ที่จะไม่ค้ำเช่นเดียวกัน ”เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage : EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

album
efm
-

-