เขาบอกเลิกเรา เพราะเราดีเกินไป บอกว่าเราเป็นแฟนที่ดีที่สุดเท่าที่เขาเคยมีมา แต่สุดท้ายก็ไม่สมหวังอยู่ดี แล้วเราจะเป็นคนดีไปทำไม ถ้าไม่มีใครมารักเรา ??

พุธทอล์ค พุธโทร RECAP

เขาบอกเลิกเรา เพราะเราดีเกินไป บอกว่าเราเป็นแฟนที่ดีที่สุดเท่าที่เขาเคยมีมา แต่สุดท้ายก็ไม่สมหวังอยู่ดี แล้วเราจะเป็นคนดีไปทำไม ถ้าไม่มีใครมารักเรา ??

23 เม.ย. 2026

เขาบอกเลิกเรา เพราะเราดีเกินไป

บอกว่าเราเป็นแฟนที่ดีที่สุดเท่าที่เขาเคยมีมา แต่สุดท้ายก็ไม่สมหวังอยู่ดี

แล้วเราจะเป็นคนดีไปทำไม ถ้าไม่มีใครมารักเรา ??

        ‘คุณเมษา (นามสมมติ)’ อายุ 30 ปี สายที่ 2 ในรายการ พุธทอล์คพุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (22 เมษายน 2569) ได้ส่งเรื่องเข้ามาปรึกษา ‘ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล – ดีเจต้นหอม’ เกี่ยวกับเรื่อง เขาก็ไม่ลงเอยกับหนู เพราะหนูดีเกินไป

        โดย  ‘คุณเมษา (นามสมมติ)’ ได้เล่าว่า “ที่ผ่านมามีความรักมากี่ครั้ง เขาก็ให้เหตุผล และบอกว่าเราเป็นแฟนที่ดีที่สุดเท่าที่เขามีมาเลย แต่สุดท้ายกลับไม่สมหวังอยู่ตลอด จนเรารู้สึกเหนื่อย หมดกำลังใจจากการเป็นแฟนที่ดี

        เรามีแฟนมา 2 คน ซึ่งทั้งสองมีลูกติดทั้งคู่ ความรักครั้งแรกของเรา คือตอนที่เราอายุ 25 เราคบกับแฟนคนแรกมา 3 ปี แต่อยู่ดี ๆ เขาก็บอกเลิกเรา จนวันหนึ่งเราได้รู้ว่าเขาบล็อกเฟซบุ๊กเรา และเพิ่งแต่งงานใหม่หลังจากเลิกกับเราได้ไม่นาน ด้วยเหตุผลว่าโดนที่บ้านคลุมถุงชน แต่เขาก็ยังพูดกับเราเสมอว่าเราเป็นแฟนที่ดีที่สุดเท่าที่เขาเคยเจอ 

        ต่อมาแฟนคนที่ 2 ทุกอย่างดีมาก จนเราคิดว่าความรักในครั้งนี้มันต้องเวิร์กมากแน่ ๆ เราก็มีความสัมพันธ์ที่ดีกับลูกของเขา เรารักลูกเขามาก ๆ เขาเองก็พูดว่า เขาไม่เคยเจอผู้หญิงที่ดีขนาดนี้มาก่อน แต่คบกันไปสักพักหนึ่งก็มีการเปิดอกคุยกัน เขาบอกว่าเขา Love Idea of You ในแง่ที่เราจะสร้างครอบครัวที่ดีได้แน่ ๆ ต้องเป็นแม่ที่ดีได้แน่ๆ อนาคตเราต้องเป็นครอบครัวที่ดีแน่ ๆ แต่อาจจะไม่ใช่สิ่งที่เขาต้องการ สุดท้ายแล้วเขาก็กลับไปหาความสัมพันธ์เดิม ที่เขาเคยบอกกับเราว่ามันท็อกซิก เราก็เริ่มตั้งคำถามกับตัวเองว่ามันถูกแล้วหรือไม่ ที่เราเป็นแฟนที่ดี แต่มันกลับผิดหวังทุกรอบเลย

        เราไม่เคยเช็คโทรศัพท์แฟน เราไม่เคยจู้จี้จุกจิก เราไม่เคยทะเลาะกับแฟนแม้แต่ครั้งเดียว มีอะไรเราก็เปิดใจคุยกันตลอด สาเหตุหนึ่งอาจเป็นเพราะว่า เรากลัวเขาจะไม่รักเรา เราเลยยอมเขาทุกอย่าง จนเราเริ่มคิดว่าการที่เราเป็นแบบนี้มันน่าเบื่อหรอ สุดท้ายความสัมพันธ์ก็จบแบบเดิมทุกครั้ง

        อยากรู้ว่าการที่เราเป็นแบบนี้ต่อไปมันถูกแล้วใช่ไหม เราเองก็ไม่ได้ไร้เดียงสา ขนาดที่จะไม่รู้ว่าความรักมันไม่ได้แฟร์ในทุก ๆ ครั้ง เราเป็นของเราแบบนี้มันถูกแล้วไหม หรือว่ามันไม่ใช่สิ่งที่ผู้ชายเขาตามหาจริง ๆ บางครั้งก็สงสัยเหมือนกัน เห็นหลาย ๆ คนที่ไม่ได้ดี แต่เขากลับมีความรักที่ดีได้ เราก็ไม่ได้อยากเป็นแฟนที่ไม่ดีของใคร แล้วเราจะต้องทำยังไง ถ้าเราเป็นแบบนี้ต่อไป เราจะเจอความรักที่ดีจริง ๆ ได้ใช่ไหมคะ”

        เริ่มต้นที่ ‘ดีเจเผือก’ ได้ให้คำปรึกษาว่า “วันนี้เรายังไม่เจอคนที่เป็นคู่ของเราเพียงเท่านั้นเอง จังหวะเวลาที่เจอกันก็ส่วนหนึ่ง ปัจจัยแวดล้อมมากมาย ที่มาเป็นองค์ประกอบที่ทำให้คนเราได้มาเป็นคู่ชีวิตกันก็เป็นอีกส่วนหนึ่ง เราแค่ยังไม่เจอคนที่เป็นคู่ของเรา มีคนที่ต้องการผู้หญิงดี ๆ ที่ไม่ได้ทำร้ายหัวใจเขาเยอะแยะ กลับกันผู้หญิงเองก็ต้องการเหมือนกัน เพียงแต่ยังหากันไม่เจอ เรื่องที่ว่าเป็นคนดีแล้วมันไม่มีใคร มันไม่จริง เป็นตัวเองตัวเองต่อไป แล้ววันหนึ่งเดี๋ยวเราก็เจอคนที่ใช่”

        ทางด้านของ ‘ดีเจเติ้ล’ ได้ให้คำปรึกษาว่า “เหตุผลที่เขาบอกว่าเราเป็นคนดี จริง ๆ แล้วอาจจะเป็นข้ออ้างของเขา ให้การเลิกกันของเรามันไม่ดูแย่ อย่าไปสนใจ อย่าไปโฟกัสตรงนั้น

        ส่วนเรื่องที่เราเป็นคนดีแล้วมันไม่มีใคร จะเปลี่ยนเป็นคนเลวดีไหม เราอยากได้คนแบบไหน เราจงเป็นคนแบบนั้น เราอยากได้ชีวิตแบบไหน ให้ใช้ชีวิตแบบนั้น คนดีมันก็ต้องอยู่กับคนดี มันถึงจะไปด้วยกันได้ อย่างที่พี่เผือกบอก เราแค่ยังไม่เจอคนคนนั้น เป็นเรื่องปกติที่เรายังไม่เจอ แต่เมื่อเราเจอเขาแล้ว เราจะไม่ต้องพยายามอะไรอีก เพราะคนคนนั้นจะรักในสิ่งที่เราเป็น”

        ทางด้านของ ‘ดีเจต้นหอม’ ได้ให้คำปรึกษาว่า “เราก็คงแค่น้อยใจในโชคชะตา ถ้าถามว่าเราจะดี หรือเราจะร้าย อยากให้เป็นตัวของตัวเองดีที่สุด อะไรที่อยากทำก็ทำ อะไรที่ไม่อยากทำก็ไม่ต้องทำ ใช้ชีวิตให้มีความสุข การที่คนเราเป็นคนดีก็โดนเท ร้ายก็โดนเท เพียงเพราะว่าเรายังไม่เจอคนที่พอดี ถ้าคนนี้มันไม่ใช่ก็แค่หาใหม่ จนกว่าจะเจอคนที่พอดีกับเรา”

เรื่องราวทั้งหมดของเรื่องนี้จะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทาง

มีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATION

รับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 20.00 –23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

related พุธทอล์ค พุธโทร RECAP

แฟนติดเกามาก ต้องเกาให้ตลอด เวลาดูซีรีส์ก็ต้องเกา 8 ชั่วโมงก็เกามาแล้ว ผมเต็มใจทำให้แฟน แต่บางครั้งก็เหนื่อย จะพูดกับแฟนยังไงดีครับ?

28 มิ.ย. 2026

แฟนติดเกามาก ต้องเกาให้ตลอด เวลาดูซีรีส์ก็ต้องเกา 8 ชั่วโมงก็เกามาแล้ว ผมเต็มใจทำให้แฟน แต่บางครั้งก็เหนื่อย จะพูดกับแฟนยังไงดีครับ?

แฟนติดเกามาก ต้องเกาให้ตลอดเวลาดูซีรีส์ก็ต้องเกา 6 ชั่วโมงก็เกามาแล้วผมเต็มใจทำให้แฟน แต่บางครั้งก็เหนื่อยจะพูดกับแฟนยังไงดีครับ? ‘คุณโต (นามสมมติ)’ สายที่ 3 ในรายการ พุธทอล์คพุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (24 มิถุนายน 2569) ได้โทรมาปรึกษา ‘ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจอ้อย และ หมอท้อป - นพ.อภิชาติ จริยาวิลาศ จิตแพทย์ Me Center clinic' เกี่ยวกับเรื่องที่แฟนชอบให้เกานานจนเกินไป ‘คุณโต (นามสมมติ)’ อายุ 32 ปี ได้เล่าว่าปัจจุบันคบกับแฟนมาได้ 3 ปี แฟนเป็นคนติดเกามาก ชอบให้เกาทุกส่วนของร่างกาย ในช่วงประมาณ 2-3 เดือนแรกที่คบกัน ก็จะให้เกาแขนให้ปกติ แต่พอหลัง ๆ แฟนจะให้คุณโตเกาให้ตั้งแต่ข้อเท้า ลากยาวจนถึงเข่า และต้นขา และชอบให้เกาติดต่อกันเป็นระยะเวลานาน คุณโตยกตัวอย่างว่า เวลาที่ไปดูหนังด้วยกัน แฟนจะเกาตั้งแต่หนังเริ่มฉาย คุณโตก็เกาให้ ไม่ได้ติดปัญหาอะไร พอหนังจบ ทั้งคู่กลับมาที่บ้านแล้ว บางครั้งก็จะหาหนังเรื่องอื่นดูต่อด้วยกันอีก คุณโตก็ต้องเกาต่อ มีเปลี่ยนตำแหน่งการเกาไปเรื่อย ๆ บ้าง บางครั้งเคยดูซีรีส์ 6 ตอนรวดเดียว ก็ต้องเกาแบบนั้นยาวไปจนจบซีซันเลยทีเดียว นอกจากนี้ แฟนก็ยังชอบให้คุณโตเกาแรง ๆ เคยถึงขั้นเกาหลังให้แล้วเลือดไหลออกมา อาจจะเพราะไปสะกิดโดนสิวที่หลังก็เป็นได้ เมื่อคุณโตถามแฟนว่าทำไมถึงชอบให้เกา แฟนก็ตอบกลับมาว่า พ่อชอบเกาให้ตอนเด็ก ทำให้ติดการเกามาตั้งแต่ตอนนั้น คุณโตเล่าเพิ่มเติมว่า บางครั้งตนทำงานกลับมาก็รู้สึกเหนื่อย อยากอาบน้ำแล้วนอนพัก แต่แฟนก็มักจะขอให้เกาให้ คุณโตก็จะต้องนั่งเกาให้อยู่อย่างนั้น มีบางครั้งที่แฟนมักจะเหยียดขามาพาดและให้เกาที่ขาเป็นเวลานาน บางทีก็นานเกินไป ทำให้คุณโตรู้สึก Active จนไม่สามารถนอนหลับได้ วันถัดมา แฟนก็ขอให้คุณโตเกาให้อีกครั้ง แต่แล้วก็เปลี่ยนใจ เพราะกลัวว่าคุณโตจะ Active จนไม่ได้นอนอีก แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังต้องให้เกาอยู่ดี คุณโตเล่าเสริมว่า บางครั้งเกาให้แฟนครบทุกส่วนของร่างกายแล้ว แฟนก็จะยื่นขามาให้เกาใหม่อีกรอบ คุณโตเคยเกาให้จนตัวเองเผลอหลับ แต่แฟนก็จะขยับตัวให้คุณโตรู้สึกตัวเพื่อที่จะได้เกาต่อ ด้านคุณโตยังเสริมอีกว่าเขาเคยให้แฟนเกาคืนให้ แต่พอเกาผ่านไปสัก 2 นาที แฟนก็จะหยุดเกาให้แล้ว คุณโตจึงอยากให้พี่ดีเจพูดกับแฟนว่าให้ลดปริมาณการเกาลง ไม่ใช่ว่าคุณโตไม่เต็มใจเกา เพียงแต่อยากให้ลดลงบ้าง อยากปรึกษาพี่ ๆ ดีเจว่า มีเทคนิคอะไรที่จะไปพูดกับเขาดี และคุณโตจะนำคลิปไปเปิดให้คุณแฟนฟัง หลังจากฟังเรื่องราวทั้งหมด ดีเจได้เริ่มให้คำปรึกษาและพูดกับแฟนคุณโต โดยเริ่มจาก ‘ดีเจเติ้ล’ ว่า “แฟนคุณโตคะ หนูมีแฟนเป็นคนที่น่ารักมาก ๆ เลยนะ พี่ยังจินตนาการไม่ออกเลยว่า ถ้าพี่ต้องเกาให้แฟนตลอดการดูหนัง 3 ชั่วโมง พี่จะทุกข์ขนาดไหน เพราะฉะนั้น พี่ว่าโตก็อยากทำให้หนูนะ แต่มันก็จะมีวันที่เขาเหนื่อย ในวันนั้นเราก็ใช้สองมือของเราเกาเอง อยากให้เห็นใจน้องโตบ้าง น้องโตไม่ได้เรียกร้องอะไรนะ เพียงแค่เขาอยากมีช่วงเวลาพักผ่อนบ้าง” ถัดมาที่ ‘ดีเจเผือก’ ได้พูดกับแฟนคุณโตว่า “ในฐานะคนที่เป็นมือนวด - มือเกา ให้ภรรยามา 10 กว่าปี ผมก็ยังนับถือคุณโต เพราะผมเองก็ไม่เคยเกาให้ภรรยานานขนาดหนังหนึ่งเรื่องแน่นอน หากแฟนคุณโตฟังอยู่จะบอกว่า คนอย่างนี้หายากนะ ในโลกนี้นับหัวได้เลย คนที่จะยอมทำเรื่องพวกนี้หายาก คนที่จะนั่งเกาให้กันทั้งวันอย่างซื่อสัตย์น่ะ การเกาให้หัวจรดเท้าแล้ว และยังต้องมาเกาวนซ้ำใหม่อีกรอบมันท้อนะหนู อย่างน้อย reward เขาหน่อย ให้พักตอนหนึ่งก็ยังดี อย่าให้เขาเกาต่อทันทีเลย โปรดเห็นใจผู้ชายคนนี้สักนิด และส่วนของอาการคันอยากให้ตรวจสอบกันดี ๆ ว่าระบบประสาททั้งตัวปกติหรือเปล่า คันแบบ Physical จริง ๆ หรือการคันนั้นส่งผลต่อสมอง เกาแล้วหลั่งสารความสุขออกมา ตอนเด็กคุณพ่อเขาเกาให้แล้วรู้สึกปลอดภัย วันนึงพอมีแฟนก็อยากให้แฟนเกาให้ แต่เรื่องปริมาณ คุณโตก็ต้องตกลงกัน ต้องมีขีดจำกัด อย่างน้อยก่อนนอน ถ้ามันนอนไม่หลับจริง ๆ ก็ต้องขอเว้นหน่อย ซึ่งถ้าเขาให้โตก็อย่าไปเกรงใจเขา ถ้าอยู่ด้วยความรักมันอยู่ได้ครับ“ ถัดมา ‘ดีเจอ้อย‘ ให้คำปรึกษาว่า “พี่อ้อยเป็นมือนวด แต่ก็ไม่เคยเยอะมากขนาดนี้ คือก่อนจะไปแก้ทางเขา แก้ทางโตเองก่อน พอไม่ทำอะไรตามที่เขาขอแล้วโตเองรู้สึกผิด พอเขาบอกว่า "เออๆ ไม่ต้องก็ได้" แทนที่จะ "เออดีจังเลย" แต่โตกลับคิดว่า “เราทำอะไรผิดหน้าที่ไปหรือเปล่า" และถ้าน้องเขาบังเอิญฟังอยู่นะ ทุกคนบอกแล้วว่าโตเป็นคนที่น่ารักมาก ให้โตได้พักผ่อนบ้าง เขาทำงานนอกบ้านมาเยอะแล้วค่ะลูกการแสดงออกซึ่งความรักพี่อ้อยว่าควรเป็นผู้ที่อยากให้และอยากได้บ้าง มันต้องสมดุลกัน ไม่งั้นโตจะกลายเป็นว่าทำเพื่อแฟนตลอดเลย ความพอดีเป็นสิ่งสำคัญค่ะ” สุดท้ายคือคำแนะนำจาก ‘หมอท้อป’ ว่า “ในเคสนี้อาจต้องระวังอย่างแรกคือปัญหาผิวหนัง เคยเจอทั้งคนที่ผิวแห้งมาก แต่ไม่ได้เป็นโรค ไม่มีผื่นแต่ผิวแห้ง แล้วพอแฟนเกาให้ก็รู้สึกดี น่าจะต้องปรึกษาหมอนิดนึงถ้ารู้สึกดีเพราะมีอาการหายคันน่าจะมีเรื่องผิวหนังอยู่ และอีกอย่างหนึ่งที่พบบ่อยเหมือนกันคือ ย้ำคิดย้ำทำ แต่เจ้าตัวเขาจะเกาเอง จะหยุดไม่ได้ หรือถ้าเป็นรสนิยมความชอบ เป็นปัญหาหรือไม่เป็นปัญหาดูที่ว่ามันเดือดร้อนตัวเขาหรือชาวบ้านไหม ถ้าเกิดว่าเราแค่เกากันเบา ๆ สัมผัสกันเป็นความรู้สึกดี ๆ โรแมนติก อีกคนก็ไม่ได้เกาจนเมื่อยมือ อันนี้ไม่ใช่ปัญหา อาจจะดีที่ได้สื่อสารใกล้ชิด แต่ที่ห่วงคือ เกาจนเลือดสาด อันนี้อาจจะเกินไป เพราะคุณพ่ออาจไม่เกาจนเลือดออก ดังนั้นต้องระวัง คือตัวเขาเองอาจจะติดเชื้อจากการเกาเลือดออก และผิวหนังอาจเป็นรอย เป็นแผล ส่วนคนเกาให้นาน ๆ ไปจากสุขกลายเป็นทุกข์ ถ้ามาถึงตรงนี้แล้วคิดว่าคุยกันได้ เกากันพอประมาณไม่ต้องเลือดสาด แต่ถ้าบังคับกันต้องเกา หรือเกากันจนแบบเป็นแผลกัน อันนี้ต้องปรึกษาหมอกันนิดนึง”เรื่องราวจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการInboxฝากเรื่องมาที่FacebookFanpageEFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 20.00–23.00น.ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

ตลกแXก ของจริง ! หนูมีญาติคนนึง เขาชอบหาวาระยินดีกับครอบครัวหนู พีคสุด หมาบ้านหนูคลอดลูก ขับรถมาหาที่บ้าน บอกว่า ยินดีด้วย วันนี้จะเลี้ยงอะไร? แรกๆมากินคนเดียว หลังๆพาลูกหลานมาด้วย หนักสุดพาเพื่อนข้างบ้านเขามากินฟรีอีก

07 ก.พ. 2025

ตลกแXก ของจริง ! หนูมีญาติคนนึง เขาชอบหาวาระยินดีกับครอบครัวหนู พีคสุด หมาบ้านหนูคลอดลูก ขับรถมาหาที่บ้าน บอกว่า ยินดีด้วย วันนี้จะเลี้ยงอะไร? แรกๆมากินคนเดียว หลังๆพาลูกหลานมาด้วย หนักสุดพาเพื่อนข้างบ้านเขามากินฟรีอีก

ตลกแXก ของจริง ! หนูมีญาติคนนึง เขาชอบหาวาระยินดีกับครอบครัวหนูพีคสุด หมาบ้านหนูคลอดลูก ขับรถมาหาที่บ้าน บอกว่า ยินดีด้วย วันนี้จะเลี้ยงอะไร?แรกๆมากินคนเดียว หลังๆพาลูกหลานมาด้วย หนักสุดพาเพื่อนข้างบ้านเขามากินฟรีอีกจนตอนนี้มีข่าวดีอะไร หนูต้องแอบไปฉลองเงียบๆกันเอง “คุณหนู(นามสมมุติ)” อายุ 33 ปี สายสุดท้ายของรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา [5 ก.พ. 68] ได้โทรเข้ามาปรึกษา ‘ดีเจเผือก – ดีเจเติ้ล – ดีเจต้นหอม’ เกี่ยวกับปัญหาญาติหาทุกโอกาส ทุกเทศกาลในการกินฟรี โดย “คุณหนู (นามสมมุติ)” ได้เล่าว่า ‘หนูมีญาติคนนึงที่เขาอยากให้หนูเลี้ยงอาหารทุกมื้อ ทุกงานเทศกาล เเละทุกโอกาสที่สามารถเลี้ยงหรือจัดปาร์ตี้ได้ เขาเป็นญาติทางฝั่งของคุณเเม่ ซึ่งเขาเป็นน้าของหนู อายุประมาณ 60 กว่าๆ มีอยู่ครั้งนึงหนูโพสต์ว่า หลานของหนูได้เกรด 3.5 เขาก็โทรมาเลยว่า อุ้ย! วันนี้กินที่ไหน เลี้ยงที่ไหนดี หรือบางโอกาสอย่าง หมาที่บ้านหนูคลอดลูก เขาก็จะขับรถมาที่บ้านเเล้วถามเลยว่า อุ้ย ฉลองที่ไหนดีวันนี้ กินอะไรดี ร้านไหนดีวันนี้ ตอนเเรกหนูก็ยังโอเค ไปกินชาบู หมูกะทะ หนูก็ชวนเขาไปด้วย แต่ปัญหาที่เกิดขึ้นคือ ครั้งแรกๆเขาจะไปคนเดียว แต่พอชวนบ่อยๆ เขาก็จะเอา พ่อเขา , แม่เขา , ลูกชาย , หลาน , ลูกสะใภ้มากินด้วย หนักสุดคือเขาชวนคนข้างบ้านของเขา มาด้วยโดยที่ไม่ได้บอกหนูก่อนเลย เพราะหนูก็ต้องตั้งงบไว้ด้วยว่าใช้เท่าไหร่ หัวละเท่าไหร่ และทุกครั้งเขาก็จะคิดว่าหนูเป็นเจ้ามือ เป็นเจ้าภาพทุกครั้ง ไม่ว่าหนูจะโพสต์อะไรที่เป็นการแสดงความยินดีกับคนในครอบครัว เขาก็จะโทรมา หรือไม่ก็ขับรถมาหาที่บ้านเลย เเล้วก็จะถามว่าวันนี้กินที่ไหนดี ที่เขาทำแบบนี้ได้เพราะเขาค่อนข้างสนิทกับเเม่ของหนู แต่ก็ไม่ได้มีความสนิทกับหนูขนาดนั้น ก็เป็นเเค่ญาติคนนึง แล้วพอหนูปฎิเสธเขาไป เขาก็ไปคุยกับคนอื่นว่าบ้านหนูจะไปจัดกินเลี้ยงกันยิ่งใหญ่ เเล้วคนที่ได้ฟังก็จะโทรมาหาหนู เเล้วก็ถามว่าจริงหรอ ทำให้หนูรู้สึกว่าเขาพยายามที่จะกดดันให้หนูจัดเเละก็เลี้ยงเขาด้วย ก่อนหน้านี้หนูจัดงานวันเกิดคุณเเม่ของหนู หนูก็ต้องขับรถไปกินร้านไกลๆ ขนาดจะถ่ายรูปโพสต์ลงFacebook หนูยังไม่กล้าเลย หนูกลัวเขาจะทักมาว่าทำไมไม่ชวนเขา กลายเป็นตอนนี้หนูเริ่มรู้สึกอึดอัดมากเลย เพราะทุกครั้งที่ไปกินข้าวกับเขา เขาไม่เคยออกเงินเลยสักบาท คนข้างบ้านที่เขาชวนมา หนูก็ต้องเป็นคนจ่ายเงินให้ เเล้วถ้าหนูไปมีปัญหากับเขา เขาจะเอาเราไปพูดกับคนอื่นทำให้ญาติคนอื่นก็จะไม่คุยกับเราด้วย แล้วหนูก็จะรู้สึกไม่สบายใจ เพราะกลัวพ่อเเม่หนูจะมีปัญหาอะไรกับเขาอีก เเละล่าสุดหนูกับเเฟน ก็พึ่งไปจดทะเบียนสมรสเท่าเทียมด้วยกัน เขาก็ถามหนูตั้งแต่วันที่หนูจดว่า ครั้งนี้จะไปกินเลี้ยงอะไรดีล่ะ? แต่พอกลับกันเวลาบ้านเขามีงานปาร์ตี้หรือจัดฉลองอะไร เขาไม่เคยคิดที่จะชวนเราไปด้วยเลย ซึ่งที่หนูไม่ค่อยพูดอะไร เพราะพยายามรักษาน้ำใจเอาไว้อยู่ หนูเลยอยากถามพี่ๆดีเจว่า ‘หนูควรทำยังไงดีกับญาติคนนี้ หรือมีวิธีพูดยังไงไม่ให้เสียน้ำใจไหมคะ?’ โดย “ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม” ก็ได้ให้คำปรึกษาไปในทิศทางเดียวกันว่า ‘ญาติเเบบนี้เราไม่จำเป็นต้องไปเเคร์หรอก ไม่ต้องรักษาน้ำใจ ถ้าเขามาถามเราอีกรอบเรื่องที่หนูไปจดทะเบียนสมรสเท่าเทียมกับแฟนมา แล้วจะเลี้ยงอะไร? ถามเขากลับไปเลยว่า รอบนี้น้าต้องใส่ซองให้หนูด้วยนะ เพราะเลี้ยงข้าวน้า ไปเยอะเเล้วเหมือนกัน หรือก็ไม่ต้องชวนเขาไปด้วย เพราะทีเขาจัดปาร์ตี้อะไร เขาก็ไม่เคยชวนเราไปด้วยเหมือนกัน ถ้าอยากปฎิเสธเเบบดีๆหน่อยก็บอกไปว่า ไม่เลี้ยง ไม่มีเงินเเล้ว เพราะงั้นอย่าไปยอม ให้พูดตรงๆกลับไปบ้าง สวนเขาไปเลยสักนึงเเมตช์’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

หนูไปทำงานพาร์ทไทม์ที่นึง เจอรุ่นพี่ อายุ 37 แล้ว ขอแอดไลน์กัน เขาถ่ายรูปคู่กับเด็ก 7 ขวบ ถามเขา เขาบอกน้อง คุยไปคุยมา เริ่มคิดถึงเค้า เค้าโทรมาขอเงิน 100 พอเราจะโอนให้ เขาบอก ขอ 200 เลยแล้วกัน

13 ก.ย. 2024

หนูไปทำงานพาร์ทไทม์ที่นึง เจอรุ่นพี่ อายุ 37 แล้ว ขอแอดไลน์กัน เขาถ่ายรูปคู่กับเด็ก 7 ขวบ ถามเขา เขาบอกน้อง คุยไปคุยมา เริ่มคิดถึงเค้า เค้าโทรมาขอเงิน 100 พอเราจะโอนให้ เขาบอก ขอ 200 เลยแล้วกัน

หนูไปทำงานพาร์ทไทม์ที่นึง เจอรุ่นพี่ อายุ 37 แล้ว ขอแอดไลน์กัน เขาถ่ายรูปคู่กับเด็ก 7 ขวบถามเขา เขาบอกน้อง คุยไปคุยมา เริ่มคิดถึงเค้า เค้าโทรมาขอเงิน 100 พอเราจะโอนให้เขาบอก ขอ 200 เลยแล้วกัน โอนเสร็จ เพิ่งรู้ว่าบัญชีเมียเขา และ เขาก็หายไปเลยไม่เจอที่ทำงานแล้ว “คุณเบสท์ (นามสมมติ)” อายุ 20 ปี สายที่สามในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา [11 ก.ย.67] ได้โทรเข้ามาปรึกษา ‘ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม’ เกี่ยวกับปัญหาโอนเงินให้ผู้ชายที่มาจีบ 200 มารู้ทีหลังว่าเขามีลูกมีเมียแล้ว จากนั้นเขาก็หายไป เงินก็ไม่คืน โดย “คุณเบสท์ (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘ขอเกริ่นก่อน พอดีหนูมีเพื่อนสนิทคนนึง เขาทำงานพาร์ทไทม์ในห้างสรรพสินค้าที่นึง เขาก็มาชวนหนูไปทำงาน หนูก็เลยตอบตกลงเพราะค่าตอบแทนค่อนข้างสูง ทีนี้เขารับเด็กพาร์ทไทม์เยอะ หนูเลยได้ไปเจอกับคนๆนึง เขาหล่อ ดูทรงแบดบอย เขาทำงานโซนเดียวกับหนู แล้วเขาก็สนิทกับเพื่อนหนูมาก่อน ต่อมาเขาก็เหมือนจะมาเต๊าะๆ จีบๆหนู ตอนแรกหนูก็ไม่ค่อยชอบ พราะเขาอายุค่อนข้างห่างกับหนูเยอะเลย เขาอายุ 37 ปี ด้วยความที่หนูโสดนาน ไม่มีคนคุยด้วย และเป็นคนใจง่ายนิดๆ พอเขาเต๊าะเข้ามากๆหนูก็ไปชอบเขาแล้ว หลังจบงานเขามาขอไลน์หนู หนูก็ให้ไป พอเขาแอดมา รูปโปรไฟล์ของเขาที่หนูเห็นคือเขากำลังจูงเด็กผู้ชายคนนึงอายุประมาณ 6 – 7 ขวบ หนูก็เลยถามเขาว่าลูกหรอ? เขาบอกว่าเป็นน้อง ด้วยความที่หนูซื่อบื้อก็ไม่ได้คิดอะไร น้องก็น้อง พอเลิกงานเขาก็ทักมาคุยว่า “คิดถึงนะ ฝันดีนะ เจอกันนะ พรุ่งนี้บ่ายสองเดี๋ยวพี่พักงานแล้วจะโทรหานะ” หนูก็รอโทรศัพท์จากเขา จนวันนั้นทั้งวันเขาก็ไม่โทรมา หนูก็เลยตัดใจ ไม่เอาแล้ว ไม่ชอบแล้ว พอเช้าวันถัดมาเขาโทรมาหาหนูช่วง 10 โมง หนูก็เลยกลับมาชอบเขา เขาก็บอกหนูว่า “คิดถึงจังเลย เดี๋ยววันจันทร์ไปกินหมูกระทะกันนะ วันนี้มีแพลนจะไปไหนมั้ย ไปไหนก็อย่าให้ไลน์ผู้ชายนะ อย่าให้ไลน์ใครนะ” เหมือนเขาหวง เป็นห่วงเรา หนูก็เลยคิดกับตัวเองว่า เอาล่ะ ดูทรงเหมือนจะมีแฟนแล้วแหละ ทีนี้เขาก็บอกหนูว่าน้องติดต่อเพื่อนคนนี้ได้มั้ย? บอกเขาว่าโอนตังให้พี่หน่อยร้อยนึง หนูก็งงๆ สะลึมสะลือ เลยให้เขาพูดใหม่อีกรอบ เขาก็บอกว่า “ยืมตังคนนี้ให้หน่อยนะ ให้เขาโอนให้หน่อย” สักพักนึงหนูก็บอกโอเคค่ะ เขาก็วกกลับมาที่หนูว่า “หรือน้องมีก่อนมั้ยตอนนี้?” หนูก็โอนไวด้วย เปย์ ตอนแรกหนูก็ถือสายรอให้เขาส่งคิวอาร์โค้ดมาให้ แล้วเขาก็บอกว่า “เออ...น้องเป็นสองร้อยได้มั้ย?” เดี๋ยวบ่ายสองวันนี้พี่โอนคืนให้ แล้วหนูก็โอนให้เขา ตอนแรกหนูก็สงสัยว่าทำไมบัญชีปลายทางเป็นของผู้หญิง ใช้นางสาว แต่หนูก็เข้าใจว่าคงจะโอนค่าอื่นๆหรือเปล่า? หลังจากนั้นเขาก็ไม่คืน บ่ายสองแล้วก็ไม่คืน วันถัดไปก็ไม่คืน หนูไลน์ไปหาก็ไม่อ่าน ไม่ตอบ คือเขาหายไปเลย ตอนแรกหนูก็ไม่กล้าบอกเพื่อนว่าพี่คนนี้มาขอตัง เพราะกลัวเพื่อนจะว่าเราเป็นสายเปย์ไปเปย์ผู้ชาย จน 4 ทุ่มวันนั้นหนูไลน์ไปบอกเพื่อน เพื่อนหนูก็เลยมาบอกว่า “มึง กูขอโทษนะ รู้หรือเปล่าว่าเขามีลูก มีเมียอยู่แล้ว ขอโทษที่ไม่ได้บอก ไม่ได้คิดว่ามึงจะจริงจัง” ตอนนั้นพอหนูรู้ หนูนอยเลย คือไม่ได้ติดเรื่องเงินเลย แต่หนูนอยมันไม่ใช่อ่ะ ทีนี้เพื่อนก็ถามว่าโอนเข้าบัญชีใครนะ หนูก็เอาชื่อบัญชีให้ดู มันพีคตรงที่บัญชีนั้นเป็นบัญชีเมียเขา เพื่อนหนูก็รู้จักกับเมียเขา เพราะเคยทำงานด้วยกัน เพื่อนเลยเล่าให้ฟังว่าเมียเขาค่อนข้างที่จะโอ้อวดว่าที่บ้านซื้อรองเท้าแบรนด์ดังให้ลูกเลยนะ ใส่เสื้อผ้าแบรนด์เนมต่างๆ เวลาที่หนูให้ใครยืมเงิน หนูไม่เคยทวงเงิน เพราะอยากให้เขาคืนด้วยจิตสำนึกของตัวเอง แต่พอหนูมารู้ว่าคนนี้มีลูก มีเมียแล้ว หนูก็เลยไม่โอเค หนูเป็นคนที่ทวงสุภาพมากเลยนะแบบทักไปบอกว่าทิ้งเลขบัญชีไว้ให้ก่อนนะคะ ไม่ได้ไปจี้ทวง ซึ่งคนนี้เขาก็หายไปเลย หนูทักไปเขาก็ไม่อ่าน ไม่ตอบ เขาเคยบอกว่าเขาทำงานประจำที่นี้ๆ เพื่อนหนูรู้จักกับคนที่ทำงานที่เดียวกับเขา พอไปถามถึงเขา คนที่ทำงานที่เดียวบอกว่า พี่คนนี้เขาลาออกไปเดือนนึงแล้ว เพื่อนหนูทักไปทั้งทางเมียและผัวเลยแต่ไม่มีใครตอบเลยสักคน หนูอยากได้วิธีทวงตังหรือไม่ก็อยากให้พี่ๆดีเจพูดอะไรให้เขาคืนตังหนูหน่อย?’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

คุณพ่อเป็นคนดุมาก ตอนเด็กเราทำให้เขาไม่พอใจนิดหน่อย เขาก็ใช้ความรุนแรงทั้งคำพูดและร่างกาย ทำให้ทุกวันนี้เวลามีคนมาตะคอกใส่ เราจะรู้สึกแย่มาก ๆ เหมือนกลายเป็นปม ตอนนี้แค่พูดถึงก็ร้องไห้แล้ว

26 มี.ค. 2026

คุณพ่อเป็นคนดุมาก ตอนเด็กเราทำให้เขาไม่พอใจนิดหน่อย เขาก็ใช้ความรุนแรงทั้งคำพูดและร่างกาย ทำให้ทุกวันนี้เวลามีคนมาตะคอกใส่ เราจะรู้สึกแย่มาก ๆ เหมือนกลายเป็นปม ตอนนี้แค่พูดถึงก็ร้องไห้แล้ว

คุณพ่อเป็นคนดุมากตอนเด็กเราทำให้เขาไม่พอใจนิดหน่อย เขาก็ใช้ความรุนแรงทั้งคำพูดและร่างกายทำให้ทุกวันนี้เวลามีคนมาตะคอกใส่ เราจะรู้สึกแย่มาก ๆเหมือนกลายเป็นปม ตอนนี้แค่พูดถึงก็ร้องไห้แล้ว ‘คุณกานต์’ (นามสมมติ) อายุ 20 ปี เป็นสายที่ 1 ในรายการ พุธทอล์คพุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (25 มีนาคม 2569) ได้โทรเข้ามาเล่าเรื่องราวให้ 'ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม และหมอท้อป (นพ.อภิชาติ จริยาวิลาศ จิตแพทย์ Me Center clinic)' ได้ฟัง เกี่ยวกับเรื่องในวัยเด็กที่ถูกคนเป็นพ่อแท้ ๆ ขึ้นเสียงใส่ และทำร้ายร่างกายเป็นประจำ จนกลายเป็นภาพจำที่มีผลกระทบต่อการใช้ชีวิตในปัจจุบัน ‘คุณกานต์’ เล่าว่า ครอบครัวของเธอนั้นมีพี่น้อง 3 คน เธอเป็นลูกสาวคนที่ 2 ส่วนพ่อกับแม่หย่าร้างกัน ทำให้ลูก ๆ ก็จะอยู่กับฝั่งของพ่อ ซึ่งพ่อของคุณกานต์เป็นคนใจร้อน ชอบลงไม้ลงมือ ทำร้ายร่างกาย และขี้น้อยใจ เวลาใครทำอะไรไม่ได้ดั่งใจ พ่อก็จะใช้ความรุนแรงอยู่เสมอ ด้วยเหตุนี้จึงทำให้คุณกานต์มีภาพจำที่ไม่ดีหลายอย่างต่อการกระทำที่ใช้ความรุนแรงของคุณพ่อ โดยคุณกานต์ก็ได้ยกตัวอย่าง เหตุการณ์ที่ทำให้เธอนั้นรู้สึกไม่ดีสุด ๆ เหตุการณ์แรก เกิดขึ้นเมื่อตอนคุณกานต์อายุ 7 ขวบ เป็นตอนที่คุณพ่อพาลูก ๆ ไปกินพิซซ่า และไปเจอแฟนใหม่ของพ่อ ซึ่งคุณกานต์ก็ไม่ได้รู้สึกติดใจอะไรกับการที่พ่อจะมีแฟนใหม่ เพราะเห็นว่าเป็นเรื่องส่วนตัว แต่แฟนใหม่ของพ่อมาแย่งพิซซ่าส่วนของคุณกานต์ไปกิน ด้วยความเป็นเด็ก คุณกานต์ก็เกิดรู้สึกหวงของกิน และดึงพิซซ่ากลับมาทันที เมื่อพ่อเห็นเช่นนั้น ก็หยิบร่มที่อยู่ใกล้ตัวมาฟาดที่ตัวคุณกานต์ และอีกเหตุการณ์ เกิดขึ้นเมื่อตอนคุณกานต์อายุ 12 ปี คุณกานต์เล่าว่า ปกติเวลาพ่อกินข้าว พ่อจะให้เธอเป็นคนเตรียมอาหารมาให้ และเมื่อกินเสร็จก็จะให้เธอเก็บ ซึ่งเป็นเรื่องปกติในครอบครัว แต่วันนั้นเป็นวันที่พ่อดันอารมณ์ไม่ดี คุณกานต์เห็นเช่นนั้นจึงเกิดอาการกลัว และแสดงท่าทางเก้ ๆ กัง ๆ ออกมา และเมื่อพ่อเห็นเช่นนั้น จึงได้หยิบไม้กวาดมาฟาดที่หลังของเธอ ซึ่งเหตุการณ์นั้นมันก็สร้างความเจ็บปวดทั้งกายและใจให้กับคุณกานต์เป็นอย่างมาก คุณกานต์เล่าว่า ทุกวันนี้เธอและพี่น้องก็ยังคงอยู่กับพ่อ แต่ก็ไม่ได้รับการโดนทำโทษที่แรงเหมือนแต่ก่อนแล้ว อาจเป็นเพราะทุกคนเริ่มโตขึ้น จึงได้รู้ว่าควรปรับตัวยังไงให้สู้กับสถานการณ์ตรงหน้าเวลาพ่อโมโหอยู่ได้ พร้อมเสริมว่าปกติแล้วในบรรดาลูกทั้ง 3 คน เธอนั้นจะเป็นคนที่โดนการกระทำที่รุนแรงใส่บ่อยที่สุด นอกจากนี้ปู่กับย่าที่รับรู้เรื่องนี้ก็ไม่เคยห้ามหรือต่อว่าพ่อที่ทำแบบนี้กับลูก ๆ อีกด้วย โดยคุณกานต์ได้บอกต่อว่า ในปัจจุบัน เวลาที่คนอื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็นเพื่อนหรือใครก็ตาม ขึ้นเสียงหรือตะคอกใส่ สิ่งนั้นมันทำให้คุณกานต์คิดไปถึงการกระทำในอดีตของพ่อเสมอ จึงอยากให้ความรู้สึกวัยเด็กนั้นมันเบาลง เพราะคิดว่ามันคงยากต่อการใช้ชีวิตในปัจจุบัน และต่อไปในอนาคต หลังจากที่ฟังเรื่องราวของคุณกานต์จบ เหล่าดีเจทั้งสามจึงได้เห็นตรงกันว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อนมาก ๆ จึงส่งกำลังใจให้คุณกานต์และได้ให้ผู้เชี่ยวชาญอย่าง 'หมอท้อป' เป็นคนให้คำปรึกษาในเรื่องนี้แทน หมอท้อป ได้กล่าวว่า “เรื่องนี้เป็นเรื่องที่คนมาปรึกษาคุณหมอเยอะ สำหรับเรื่องความรุนแรงที่เป็นภาพจำในวัยเด็ก อย่างแรกเลยคือเป็นกำลังใจให้เลยว่า การรู้สึกแย่ไม่ใช่เรื่องแปลกและไม่ผิด เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้ในคนปกติ แต่ต้องบอกว่าตราบใดที่เรายังไม่ได้สมองเสื่อม ยังไงเราก็ต้องจำมันได้อยู่แล้ว แต่ว่าเราจะอยู่กับมันยังไง ให้มันมีผลกระทบกับเราน้อยที่สุด แนะนำให้ไปปรึกษาคุณหมอ มันไม่ใช่สิ่งที่จะหายได้ภายในเร็ววัน อยากให้ไปปรึกษาคุณหมอแบบลงลึก เพราะเรื่องมันก็สะสมมานานหลาย 10 ปี จะให้แก้ภายใน 15 นาทีก็เป็นไปไม่ได้ ตอนนี้อยากให้กอดตัวเอง ให้กำลังใจตัวเองว่าเราสามารถผ่านตรงนั้นมาได้แล้ว เพียงแต่ว่าตอนนี้เราจะทำยังไงให้เรารับมือกับเขาได้ ที่เรายังอยู่กับเขาในบ้านเดียวกันได้ คือแสดงว่าเขายังมีด้านที่ดีอยู่ เรามีสิทธิ์ไม่ชอบ ไม่โอเค แต่จะลงลึกยังไง หมอแนะนำให้ควรไปปรึกษาหมอให้ลงลึกดู อาจจะลองหาโรงพยาบาลหรือคลินิกใกล้บ้าน เพราะเรื่องนี้มันผ่านมานานมาก ๆ การจะจัดการกับปัญหาตรงนี้มันเลยทำให้ต้องไปปรึกษาคุณหมอหลายครั้ง รีบหาคุณหมอก่อนที่เราจะมีโรคซึมเศร้าดีกว่า” ทางรายการพุธทอล์คพุธโทร ขอส่งกำลังใจให้คุณกานต์สามารถข้ามผ่านเรื่องราวต่าง ๆ ไปได้ และมีจิตใจที่เข้มแข็งขึ้นนะคะเรื่องราวทั้งหมดของเรื่องนี้จะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการInboxฝากเรื่องมาที่FacebookFanpageEFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 20.00–23.00น.ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

album
efm
-

-