ใกล้ถึงวันแต่งงานแล้ว แต่อยู่ ๆ ก็มีเฟสบุ๊คปริศนาแอดมา ทำให้เรารู้ว่าแฟนมีโลกอีกใบ หนูจะปั้นหน้าเป็นเจ้าสาวเขายังไงดีคะ? เพราะที่บ้านไม่ยอมให้ยกเลิกงานแต่ง เขากลัวว่าเราจะเป็นหม้ายขันหมาก!

พุธทอล์ค พุธโทร RECAP

ใกล้ถึงวันแต่งงานแล้ว แต่อยู่ ๆ ก็มีเฟสบุ๊คปริศนาแอดมา ทำให้เรารู้ว่าแฟนมีโลกอีกใบ หนูจะปั้นหน้าเป็นเจ้าสาวเขายังไงดีคะ? เพราะที่บ้านไม่ยอมให้ยกเลิกงานแต่ง เขากลัวว่าเราจะเป็นหม้ายขันหมาก!

16 ม.ค. 2026

ใกล้ถึงวันแต่งงานแล้ว

แต่อยู่ ๆ ก็มีเฟสบุ๊คปริศนาแอดมา

ทำให้เรารู้ว่าแฟนมีโลกอีกใบ

หนูจะปั้นหน้าเป็นเจ้าสาวเขายังไงดีคะ?

เพราะที่บ้านไม่ยอมให้ยกเลิกงานแต่ง

เขากลัวว่าเราจะเป็นหม้ายขันหมาก!

 

        ‘คุณต้นไม้ (นามสมมติ)’ อายุ 27 ปี สายที่หนึ่งในรายการ พุธทอล์คพุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (14 มกราคม 2569) ได้โทรเข้ามาปรึกษา ‘ดีเจเผือก – ดีเจก๊อตจิ – ดีเจต้นหอม’ เกี่ยวกับเรื่องที่ตนนั้นใกล้จะแต่งงานแล้ว แต่เพิ่งรู้ว่าแฟนมีโลกอีกใบ เราควรทำอย่างไรดี ?

        โดย ‘คุณต้นไม้ (นามสมมติ)’ ได้เล่าว่า “หนูมีแฟนคนหนึ่ง คบกันมาระยะนึงแล้ว ผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายก็เห็นสมควรที่จะให้แต่งงานกัน แต่เมื่อไม่นานมานี้ มีผู้หญิงคนหนึ่งแอดเฟซบุ๊กมา แล้วก็เห็นสตอรี่ของผู้หญิงคนนั้น ลงรูปแฟนเรา ซึ่งยืนหันหลังอยู่ เราก็เลยสงสัยว่าอาจจะเป็นแฟนของเรา จากนั้นเราก็แคปไปถามแฟนว่าทำไมถึงไปอยู่ในสตอรี่คนอื่นได้ ตอนแรกเขาก็ปฏิเสธว่าไม่ใช่ และโบ้ยว่าเป็น Ai แทน

        ระหว่างที่เราโทรถามเขา เราก็ได้ถามผู้หญิงคนนั้นว่าเป็นอะไรกับคนในสตอรี่ แต่จุดที่น่าแปลกใจคือเฟสบุ๊คของผู้หญิงคนนี้มีเราเป็นเพื่อนแค่คนเดียว นอกจากนี้ก็ไม่มีข้อมูลอื่น ๆ เลย เหมือนกับจงใจสร้างมาเพื่อให้เราเห็นคนเดียว หลังจากที่เราถามผู้หญิงคนนั้นก็ตอบกลับมาว่า “อยากรู้อะไรทำไมไม่ไปถามคนของตัวเองล่ะ” เรามั่นใจว่าต้องมีอะไรแน่ ๆ แต่แฟนก็ยังคงปฏิเสธ จนเราบอกว่า “ผู้หญิงเล่าความจริงไปหมดแล้วนะ” เขาจึงยอมขอโทษ พอเราได้ยินคำนั้น ถึงกับสติแตก ร้องไห้ออกมา ได้แต่คิดว่าเรื่องนี้มันเกิดขึ้นตั้งแต่เมื่อไหร่ ทำไมไม่มีสัญญาณเตือน

        แฟนเราก็ยอมรับ และสารภาพว่าเรื่องมันเกิดขึ้นมา 1 ปีแล้ว แต่เขาก็ไม่ได้เอ่ยถึงผู้หญิงคนนั้นว่าเป็นใคร พูดเพียงแค่ว่าเป็นเพื่อนร่วมงาน เราถามเขาตรง ๆ ว่า 1 ปี ที่มีผู้หญิงคนนั้นเข้ามา ทำไมไม่บอก ทำไมปล่อยให้ทุกคนเตรียมงานแต่งจนมาถึงขั้นนี้ เขาก็บอกว่าเขายังอยากแต่งงานกับเรา พร้อมจดทะเบียนสมรสเพื่อพิสูจน์ความจริงใจ แต่เราก็คิดว่าจะแต่งได้อย่างไร ในเมื่อเขามีโลกอีกใบอยู่ข้างกัน แล้วเราก็ยื่นคำขาดให้เขาไปเอาแม่มาเคลียร์

        หลังจากนั้นทั้งสองฝั่งก็นัดมาคุย ผลสรุปออกมาว่ายังไงก็ต้องแต่งงานกัน และไม่สามารถปฏิเสธได้ เพราะทางบ้านก็กลัวว่าเราจะเป็นหม้ายขันหมาก แต่งแล้วเลิกยังดีกว่าไม่ได้แต่ง ส่วนตัวเราก็ลังเลใจ ไม่รู้ว่าจะอยากให้อภัยเขาหรือเปล่า ถ้าเขาไม่แอบคบกันนานถึงขนาดนี้ ก็อาจจะยังพอให้อภัยได้ แต่การที่เขาแอบคบกันมาเป็นปี แปลว่าเขาตั้งใจมีกันมาก ๆ คำถามที่อยากถามคือ ไม่รู้จะจัดการกับความรู้สึกของตัวเองอย่างไร ถ้าเราให้อภัยเขา แล้วเราจะมองข้ามเรื่องนี้ไปอย่างไรดี?

        เริ่มด้วย ‘ดีเจต้นหอม’ ได้ให้คำปรึกษาว่า “ในเมื่องานแต่งมันต้องเกิด เราก็ต้องทำใจว่าเราต้องเจอกับความอึดอัด แต่ให้คิดว่าเราจะอึดอัดแค่วันนี้วันเดียว เพราะนี่คือการละคร และต้องคุยกับผู้ชายให้ชัดเจนว่าที่แต่งงานกันในวันนี้เพราะเลื่อนไม่ได้ มันไม่ได้หมายความว่าเรายอมรับเรื่องราวในอดีตได้ทั้งหมด เพราะเขาได้ทำลายความไว้ใจของเราไปแล้ว เราจะให้อภัยได้อย่างไร ถ้าอีกฝ่ายไม่ได้แสดงความมั่นใจออกมา เราต้องดูการกระทำเขา ให้เวลาสมานแผล ผ่านพ้นงานแต่งไปก็มาเริ่มรู้จักกันใหม่ ฉันจะรักเธอไหม ขึ้นอยู่กับเธอ

        ต่อด้วย ‘ดีเจก๊อตจิ’ ได้ให้คำปรึกษาว่า “ไม่ต้องเอาใจไปใส่กับเรื่องวันงาน แม้ใจจะว้าวุ่น แต่ให้คิดว่าเราเป็นแค่คนร่วมงาน ในอนาคตคงต้องเตรียมใจไว้เลย ถ้าเราจะแต่งงานกับเขา เรามีสิทธิ์ที่จะเป็นเมียหลวงไปตลอดชีวิต นั่นแปลว่าเขาไม่ได้มีเราเป็นเมียเพียงคนเดียว ความรักมันต้องเริ่มต้นด้วยความซื่อสัตย์ ถ้าเขาทำไม่ได้ก็คงเป็นนิสัยของเขา

        ครอบครัวก็เป็นสิ่งสำคัญ แต่ครอบครัวที่ไม่เข้าใจเรา ความสำคัญมันจะลดลง ถ้าครอบครัวซัพพอร์ตเรามันก็จะเป็นเรื่องดี แล้วเราคงไม่ต้องมายืนอยู่จุดนี้ คงเป็นเรื่องดีถ้าเราไปคุยกับครอบครัวให้เข้าใจเราได้”

        ปิดท้ายด้วย ‘ดีเจเผือก’ ที่ฟังแล้วก็เห็นใจ จึงมอบพลังงานบวกให้กับคุณต้นไม้ว่า “ในเมื่องานมันต้องเกิดขึ้น  ก็ทำให้มันจบลงไปอย่างสวยงาม เพราะยังไงเราจำเป็นต้องให้โอกาสครั้งใหญ่กับคนนี้อีกสักครั้งหนึ่ง มองไปข้างหน้า ไม่ต้องหันกลับไปมองข้างหลัง แย่สุดก็แค่เลิก”

เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทาง

 มีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATION

รับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 20.00 –23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

related พุธทอล์ค พุธโทร RECAP

เกินไปรึเปล่าคะคุณป้า?? สาวสุดทนโทรปรึกษา 3 ดีเจ... ป้าสะใภ้เข้าไปส่อง Facebook ส่วนตัวของเรา ตามย้อนดูโพสต์หลายๆปี คัดมาเฉพาะรูปที่เราแต่งตัววาบหวิว รูปที่เราไปเที่ยวแล้วใส่บิกินี่ แคปส่งมาถามพ่อเราว่า “ลูกทำงานอะไร? ทำไมแต่งตัวแบบนั้น?”

10 ก.ค. 2023

เกินไปรึเปล่าคะคุณป้า?? สาวสุดทนโทรปรึกษา 3 ดีเจ... ป้าสะใภ้เข้าไปส่อง Facebook ส่วนตัวของเรา ตามย้อนดูโพสต์หลายๆปี คัดมาเฉพาะรูปที่เราแต่งตัววาบหวิว รูปที่เราไปเที่ยวแล้วใส่บิกินี่ แคปส่งมาถามพ่อเราว่า “ลูกทำงานอะไร? ทำไมแต่งตัวแบบนั้น?”

เกินไปรึเปล่าคะคุณป้า?? สาวสุดทนโทรปรึกษา 3 ดีเจ...ป้าสะใภ้เข้าไปส่อง Facebook ส่วนตัวของเรา ตามย้อนดูโพสต์หลายๆปีคัดมาเฉพาะรูปที่เราแต่งตัววาบหวิว รูปที่เราไปเที่ยวแล้วใส่บิกินี่แคปส่งมาถามพ่อเราว่า “ลูกทำงานอะไร? ทำไมแต่งตัวแบบนั้น?”พ่อก็มาต่อว่าแม่ จนแม่ร้องไห้เลย เราจะปกป้องแม่จากป้าคนนี้ยังไงดี? “คุณบิว (นามสมมติ)” สายแรกในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา [5 ก.ค. 66] ได้โทรเข้ามาปรึกษา ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม เกี่ยวกับปัญหาป้าสะใภ้พูดเสียๆหายๆให้พ่อแม่ฟัง โดย “คุณบิว (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘หนูไม่เคยมีใครเป็นเพื่อนในเฟซบุ๊กเลย ทั้งญาติ พี่-น้อง หรือแม้แต่พ่อแม่ แต่มีป้าสะใภ้เขาไปค้นรูปเก่าๆของหนู ย้อนไปเป็นหลักปีเลย เขาจะเลือกแค่พวกชุดบิกินี่ หรือรูปที่มันดูวาบหวิว เขาไปไล่ถามพ่อหนู ญาติพี่น้อง เครือญาติของหนูทุกคนเลยว่าทำไมเขาต้องแต่งตัวแบบนี้ เขาทำงานอะไรหรอ เขามีอาชีพอะไร รู้มั้ยว่าลูกเป็นอย่างนั้น อย่างนี้ พอคุณพ่อรู้ พ่อก็ไปด่าคุณแม่ว่าเลี้ยงลูกมายังไง ให้ลูกเป็นแบบนี้ ทำไมลูกทำแบบนี้... คุณแม่ก็โทรมาถามหนู ซึ่งหนูก็เข้าใจในส่วนที่พ่อกับแม่มาถาม เพราะเขาก็เคยให้ Space โดยที่ไม่มายุ่งวุ่นวายเลย แต่พอถึงจุดที่มีบุคคลที่สามมาถาม เขาก็เลยต้องมาถามหนู หนูคิดว่าสำหรับตัวป้าสะใภ้เขาไม่น่าจะรู้จักชื่อเฟซบุ๊กของหนู แต่อาจจะเป็นลูกสาวของป้าที่เขาเอามาให้ดู เพราะหนูเห็นแฟนของเขามาส่อง TikTok ของหนู ซึ่งแฟนเขาเป็นเพื่อนสมัยเรียนประถมของหนู เขาเคยจีบหนูมาตั้งแต่ประถมจนถึงมัธยมเลย แต่หนูไม่เคยคบหรือคุยกับเขาเลย สำหรับป้า หนูก็ไม่ได้เจอเขาบ่อยในชีวิตขนาดนั้น นับครั้งได้เลย และก็ไม่ได้สนิทกันถึงขนาดที่มารู้ชื่อจริงของหนูด้วย ตอนแรกหนูตั้งค่าเฟซบุ๊กไว้เฉพาะเพื่อน แต่พอเมื่อ 1 ปีที่ผ่านมา หนูมีการขายเสื้อผ้าออนไลน์บ้าง อัพรูปรีวิวบ้าง เพราะอยากให้ลูกค้าได้เห็น หนูก็เลยเปิดเป็นสาธารณะ หนูคิดว่านี่แหละอาจจะเป็นสาเหตุที่ทำให้เขาเข้ามาส่องได้ หนูเล่าและอธิบายให้คุณแม่ฟัง เขาก็เข้าใจ เพราะงานหนูรับรีวิวต่างๆ หนูก็ให้แม่ดู หนูก็เป็นผู้หญิงทั่วไปที่ชอบแต่งตัว หนูก็เลยงงว่ามันเป็นยังไง แล้วแม่หนูก็ไม่ได้ว่าอะไรด้วย ป้าไม่ได้ส่งเสีย แต่ว่าสงสัยมากๆเลย ตอนแรกหนูจะโทรไปหาป้าคนนั้นด้วย แต่โดนแม่ห้ามไว้ หนูไม่เข้าใจว่าป้าเขาต้องการอะไร? คือ คนต่างจังหวัดเขาเป็นพี่น้องก็จะปลูกบ้านติดๆกัน ซึ่งพ่อหนูก็มีพี่น้อง 7 คน แล้วบ้านก็ติดกันทั้ง 7 หลัง ป้าคนนั้นเขาก็ไล่ถามทุกคนเลย ทั้งลุง ป้า น้า อา ญาติผู้ใหญ่ได้เห็นรูปของหนูหมดเลย ทั้งๆที่เรากันทุกคนออกจากเฟซบุ๊กแล้ว หนูก็เคยบอกแม่ว่า แม่เป็นแม่นะ ไม่ต้องมาเป็นเพื่อนก็ได้ หนูก็ยังพูดติดตลกกันอยู่เลย เพราะเรามีอะไร เราคุยกันได้ตลอดอยู่แล้ว เขาก็ให้ Space เข้าใจ และเคารพในสิทธิ์ของหนู หนูก็ไม่เข้าใจว่าทำไมป้าต้องเข้ามาเป็นอะไรในชีวิตคนอื่น หนูกับพ่อก็ไม่ค่อยคุยกัน เพราะเราเหมือนกันเกินไป คุณพ่อค่อนข้างหัวโบราณ พ่อไม่เข้าใจ แต่แม่เข้าใจ เวลาเขามีอะไรก็จะคุยผ่านแม่ หนูอยากถามพี่ๆดีเจว่า หนูควรทำยังไงกับเหตุการณ์นี้ หนูควรจะรับมือป้องกันตัวเอง และแม่จากเหตุการณ์นี้ยังไงดี เพื่อไม่ให้เขามาพูดในทางเสียหาย พูดเหมือนหนูทำอาชีพที่ไม่ดีหรือเสื่อมเสียเกียรติ ณ จุดนี้ หนูไม่สนใจคนอื่นแล้ว แต่หนูสนใจแค่ว่าถ้าเหตุการณ์นี้มันยังมีอยู่ มันจะกระทบแม่หนูอีก แล้วเหตุการณ์นี้เขาควรจะขอโทษแม่หนูด้วยมั้ย? ที่มาพูดหรือทำอะไรให้แม่ต้องโดนพ่อต่อว่า... “ดีเจเติ้ล” ก็ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘วิธีที่จะทำให้ป้าสะใภ้หยุด คือ ถ้าเขาเอารูปมาให้แม่ดูอีก บิวต้องขอให้คุณแม่พูดกับเขาว่า ฉันโอเค มันใส่อย่างงี้ถ่ายรูปทำงาน ฉันไม่ได้มีปัญหา แต่ถ้าเขามาทางพ่อ ซึ่งยังไงพ่อก็ไม่ยอมรับเรื่องนี้ได้ สิ่งที่เดียวที่บิวจะทำได้ คือ บิวต้องบล็อค ไม่ให้คนภายนอกเห็นรูปเหล่านั้น ถ้าเขาเห็นรูปเมื่อไร เราทำอะไรเขาไม่ได้เลย การที่บิวจะไปบอกป้าคนนั้นว่า หยุดทำแบบนี้ ไม่ใช่เรื่องของป้า นี่มันเรื่องของหนู สิ่งที่ป้าทำแบบนี้มันทำให้ครอบครัวหนูวุ่นวาย พี่ว่าเขาก็ยังไม่หยุด เพราะคนมันจะหาเรื่อง ยังไงเขาก็ต้องหาจนได้ เพราะฉะนั้นต้นตอของปัญหา คือ เขาไปเห็นรูปเหล่านั้น อีกหนึ่งปัญหา คือ เรื่องคุณพ่อ ที่เขาเป็นคนในครอบครัวและหนูแคร์เขาที่สุด ตอนนี้ถ้าแก้ทัศนคติของคุณพ่อได้ เรื่องนี้มันจะไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่ตอนนี้มีแต่คุณแม่ที่เข้าใจบิว และที่สำคัญคือ บิวต้องให้กำลังใจคุณแม่ เพราะเหมือนเราเป็นคนสองคนที่เข้าใจและจับมือกัน ต้องบอกคุณแม่ให้เข้มแข็ง แม่ต้องเข้าใจนะ ต้องปล่อยให้คำพูดเหล่านั้นเข้าหูซ้ายทะลุหูขวาไปเลย...’ “ดีเจเผือก” ให้คำปรึกษาว่า ‘ต้องยอมรับในสิ่งที่เราเปิดเป็นสิ่งสาธารณะ มันก็เหมือนแกลลอรี่ของเราก็จะมีคนผ่านไปผ่านมาเยอะ คนที่มันรักษาและเข้าใจในโลกยุคนี้ก็มี และคนที่มันไม่เข้าใจก็มี เพราะฉะนั้นอย่างแรกเอาเทคโนโลยีเข้ามาแก้ไขก่อน คือ มันมีวิธีการตั้งเยอะมาก ดีเทลการตั้งโพสต์ เราก็ไปไล่เก็บให้หมดเลยคนที่เราไม่อยากให้เขาเห็น เมื่อไหร่ที่เราเปิดเป็นสาธารณะแล้ว เราจะหวังว่าทุกคนจะเคารพสิทธิของกันและกัน ไม่มีวันเป็นแบบนั้น คำว่าสาธารณะ คำว่าสังคม มันปะปนไปด้วยคนที่มีการศึกษา คนที่ไม่มีการศึกษา คนที่เข้าใจและไม่เข้าใจ คนที่ไม่ทันโลก คนล้าสมัย มันหลากหลายมาก เทรนด์ชุดว่ายน้ำในปัจจุบัน มันก็ไปเร็วมาก โลกมันก็เปลี่ยนเร็ว แล้วคนที่รุ่นพ่อ-แม่ ลุง ป้า คิดว่าเปอร์เซ็นต์น้อยมากที่เขาจะคิดว่าเป็นเรื่องปกติและเข้าใจ มันคือความแตกต่างคนละ Generations ที่จะเกิดขึ้นแบบนี้ในทุกปัญหา มันยากมากที่เราจะไปเป็นคุณพ่อ และป้า ไม่ว่าจะคุยกี่รอบก็ตาม พี่การันตีไม่เชื่อว่าเขาจะเปลี่ยนได้ เขาไม่ได้เกิดมาในยุคนี้ และไม่ได้พร้อมที่จะปรับเปลี่ยน เขาไม่ได้ถูกปลูกฝังว่าโลกของเรามันจะเปลี่ยนไปเรื่อยๆนะ เราต้องปรับตัวให้เขากับโลกนะ ชุดความคิดนี้มันเริ่มต้นที่ Generations เราเป็นต้นไป ส่วนสิ่งที่ทำได้ คือ ปกป้องหรือป้องกันจากฝั่งเราออกไป และอะไรที่คิดว่าเขารับไม่ได้ก็เก็บๆไป’ ส่วน “ดีเจต้นหอม” ก็ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘เริ่มที่คุณพ่อก่อน โทรหาพ่อและบอกว่าบิวเป็นแบบนี้ เสื้อผ้าบิวใส่อย่างงี้ พ่อมีหน้าที่ปกป้องบิว เพราะว่าแม่ได้รับผลกระทบกับสิ่งนี้ แม่ไม่ว่า และนี่คือชีวิตของบิว บิวโทรมาบอกให้พ่อรับรู้ว่าบิวจะเป็นแบบนี้ หน้าที่ของพ่อเมื่อป้าคนนี้ เข้ามาพูดแบบนี้อีก ตอบไปเลยว่าพ่อไม่ว่า ใช่ว่าพ่อเอาปัญหาเข้ามาในบ้าน แต่ถ้าพ่อยังรับปัญหานี้ แล้วรู้สึกว่าเป็นปัญหา ให้พ่อโทรหาบิวโดยตรง ถ้าพ่อผ่านแม่แล้วทำให้แม่รู้สึกแย่เมื่อไหร่ บิวจะจัดการด่าป้าคนนั้นในเฟซบุ๊ก และจะไปเอาเรื่องป้า พ่อจะอายยิ่งกว่านี้ และจะบอกเลยว่าหลังจากวางหูของพ่อ บิวจะโทรหาป้าคนนั้น ถามความต้องการว่าจะมายุ่งชีวิตบิว แล้วได้อะไร? แต่ถ้าพ่อห้าม ไม่ให้โทรหาเขา บิวบอกเลยว่า ก็ได้ แต่พ่อต้องทำตามที่บิวบอก ถ้าพ่อโอเคกับดีลนี้ บิวก็จะหยุด... และสุดท้าย มันไม่ใช่เรื่องที่เราจะมานั่งแก้ไขเฟซบุ๊ก แก้ไขการแต่งตัว เราจะใส่แบบนี้ เพราะชีวิตเราชอบจะใส่แบบนี้ เอาเวลาไปสั่งสอนลูกให้ดีดีกว่า ให้เขาเปลี่ยน ไม่ใช่เราเปลี่ยน ป้าต้องอยู่ร่วมกับความแตกต่าง โลกมันหมุนไปแล้ว ชุดความคิดเด็กรุ่นใหม่มันไปไกลแล้ว...เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

หนูอยู่ในสถานะเมียน้อย คบกับพี่ผู้ชายคนนี้ลับๆ มา 10 กว่าปี เขาไม่เคยเปิดเรื่องเรากับใคร เพราะเราทั้งคู่ ต่างก็มีลูก มีครอบครัวกันแล้ว จนตอนนี้หนูเจอผู้ชายอีกคน เขารับรู้เรื่องทุกอย่าง เข้ากับครอบครัวเราได้ดี และ พร้อมเปิดตัวเรากับทุกคน

09 ก.ย. 2025

หนูอยู่ในสถานะเมียน้อย คบกับพี่ผู้ชายคนนี้ลับๆ มา 10 กว่าปี เขาไม่เคยเปิดเรื่องเรากับใคร เพราะเราทั้งคู่ ต่างก็มีลูก มีครอบครัวกันแล้ว จนตอนนี้หนูเจอผู้ชายอีกคน เขารับรู้เรื่องทุกอย่าง เข้ากับครอบครัวเราได้ดี และ พร้อมเปิดตัวเรากับทุกคน

หนูอยู่ในสถานะเมียน้อย คบกับพี่ผู้ชายคนนี้ลับๆ มา 10 กว่าปี เขาไม่เคยเปิดเรื่องเรากับใครเพราะเราทั้งคู่ ต่างก็มีลูก มีครอบครัวกันแล้ว จนตอนนี้หนูเจอผู้ชายอีกคน เขารับรู้เรื่องทุกอย่างเข้ากับครอบครัวเราได้ดี และ พร้อมเปิดตัวเรากับทุกคน เขาให้เวลาเราไปเคลียร์กับพี่คนนี้แต่ตอนนี้ใจสับสน เพราะพี่เขาบอกว่าจะปรับปรุงตัวทุกอย่าง และให้นึกถึงความสัมพันธ์10 กว่าปีที่ผ่านอะไรด้วยกันมา หนูสับสน ไม่รู้จะเลือกทางไหนดี?? “คุณกิ๊ก (นามสมมติ)” อายุ 38 ปี สายแรกในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา [3 ก.ย. 68] ได้โทรเข้ามาปรึกษา “ดีเจต้นหอม – ดีเจเติ้ล – ดีเจเกลือ” เกี่ยวกับปัญหามีความสัมพันธ์ที่หลบ ๆ ซ่อน ๆ มานานนับสิบปี แล้วดันมาเจอคนใหม่ที่ดีกว่า โดย “คุณกิ๊ก (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘ก่อนหน้านี้หนูมีครอบครัวมาแล้ว มีลูก 1 คน แต่ระหว่างนั้นหนูก็คบกับพี่คนปัจจุบันอยู่ จริง ๆ ระหว่างทางหนูก็คบ ๆ เลิก ๆ กับเขามาบ่อยแล้ว จนในที่สุดหนูก็เลือกที่จะเลิกกับสามีแล้วมาคบกับพี่คนปัจจุบันแทน โดยที่พี่คนนี้เขาก็มีครอบครัวอยู่แล้วเช่นกัน เมื่อภรรยาเขารู้ ก็เริ่มระแคะระคายและไล่พี่เขาออกจากบ้านไปอยู่หอพักด้านนอก และหนูก็คบกับเขามาได้นาน 13 ปี แบบไม่มีฝ่ายใดเปิดเผยตัวตน จนกระทั่งปัจจุบันมีผู้ชายคนใหม่เข้ามาทำให้หนูรู้สึกหวั่นไหว ถึงแม้จะเข้ามาในระยะเวลาอันสั้นแค่ 2 เดือน แต่เขาเข้ามาเติมเต็มความรักในส่วนที่หายไป ทำให้หนูอยากออกมาจากคนเดิม แต่คนแรกก็ไม่ยอมให้หนูไป ด้วยเหตุผลว่าเราร่วมทุกข์ร่วมสุขกันมา ไม่น่าจะเปลี่ยนแปลงไปเพราะผู้ชายคนใหม่เลย ถ้าจะหมดรักอยากให้หมดรักจากตัวหนูเอง ซึ่งพอเขารับรู้ปัญหานี้ผู้ชายคนใหม่ก็เริ่มถอยห่างออกไป แต่ก็พอจะกั๊กกันอยู่บ้างเหมือนต่างคนต่างรอกันอยู่ แต่ผู้ชายคนแรกก็คือไม่ยอมเลย อะไรที่หนูเคยขอแล้วไม่ได้ ตอนนี้หนูได้ทุกอย่างเลย เขายอมปรับให้หนูทุกอย่าง ซึ่งหนูก็บอกเขาแล้วว่าหนูหมดรักเขาแล้ว อยากจะออกไปจริง ๆ แต่ก็ยังมีความผูกพันธ์กันมากทำให้ตัดกันไม่ขาดสักที เราไม่ได้ใช้ชีวิตอยู่ด้วยกัน อาศัยการวิดีโอคอลกัน แล้วก็จะมีออกไปกินข้าวกันบ้างเล็กน้อย แต่ก็หลบ ๆ ซ่อน ๆ เหมือนเดิม หนึ่งในสาเหตุที่ตอนนี้ไม่เปิดตัวอาจเป็นเพราะพ่อแม่ของหนูไม่โอเคกับเขาแล้วเพราะก่อนหน้านี้หนูขอให้เปิดเขาไม่เปิด จนตอนนี้หนูไม่ต้องการเขาแล้ว คนใหม่เขาจริงใจ เขาเดินมาบอกกับพ่อหนูตรง ๆ ว่าคุยกับหนูอยู่ ก่อนหน้านี้หนูไม่เคยได้รับอะไรแบบนี้เลย ก็เลยรู้สึกว่าเขาค่อนข้างมั่นใจ ซึ่งความรู้สึกของหนูที่มีต่อทั้ง 2 คนคือหนูให้คนปัจจุบัน 80% และคนใหม่ 20% แต่มันดันเป็น 20% ที่หนูตามหาในความรัก หนูเลยอยากรู้ว่า หนูควรอยู่ตรงไหนของความสัมพันธ์นี้ดี?’ เริ่มที่ “ดีเจต้นหอม” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘อยากได้แฟนเป็นคนดีให้เลือกคนใหม่ คนเก่าไม่ดีเพราะนอกใจภรรยามาคบกับเรา ถ้าคบกับคนเก่าแล้วจะมั่นใจได้ยังไงว่าเขาจะไม่ทำกับเราเหมือนที่เคยทำกับภรรยา ฉะนั้นเลือกคนใหม่เพราะคนใหม่ไม่รู้กำพืดเราว่าเราทำอะไรมา ให้ไปเริ่มต้นใหม่ เลือกแต่คนดี ๆ ตัวเราเองก็ต้องดีให้ได้ด้วย ถ้าตั้งใจจะให้ใจใครแล้วก็ต้องให้ทั้งใจและซื่อสัตย์ จะทำตัวเหมือนแต่ก่อนไม่ได้’ ต่อมา “ดีเจเติ้ล” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘อยู่ตรงไหนก็ได้ขอแค่มีความสุขแค่นั้นเลย ตอนนี้ที่คนใหม่เขากลัวเพราะเรายอมเป็นเมียน้อยเขามา 13 ปี พอเจอคนที่ดีและพร้อม เรากลับมูฟออนจากคนเก่าไม่ได้ 13 ปียังไม่พออีกหรอที่จะตามหาสิ่งที่ต้องการ ทำไมไม่มองว่าเราอยู่กับกรรมก้อนนี้มา 13 ปีแล้ว ในเมื่อมีผู้ชายคนใหม่ที่กล้าเข้ามาหาเราแล้วเราจะอาลัยอาวรณ์อะไรอีก เขาคือผู้ชายเห็นแก่ตัวคนนึงเลย เขากั๊กไว้ทั้งภรรยาเขาและเรา ขนาดเราเจอคนดี ๆ เข้ามาแล้วยังไม่ปล่อยเราไปเลย’ สุดท้าย “ดีเจเกลือ” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘ปัจจุบันมีความสัมพันธ์แบบนี้เยอะ หลายครั้งที่ความสัมพันธ์มันพังลงเพราะมีคนใหม่เข้ามาเติมเต็มสิ่งที่เราขาดไป โดยเราก็หลงลืม 80% ที่เราเคยอยู่ด้วยกัน คุณกิ๊กจะสอนให้ลูกเลือกคนที่รักและเป็นคนดี จะเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้กับลูกซึ่งถ้าเทียบแล้วก็คือคนใหม่ เรารู้อยู่แก่ใจว่าอันไหนคือสิ่งที่ดี สิ่งเดียวที่ทำให้เรายังตัดสินใจไม่ได้คือความเชื่อผิด ๆ ที่บอกว่าเราเลือกไม่ได้เพราะมีบางอย่างเหนี่ยวรั้งเราไว้ ความเชื่อเหล่านั้นทำให้เราไม่กล้าตัดสินใจที่จะเผชิญหน้ากับความเป็นจริง ฉะนั้นไม่มีใครรั้งเราได้ถ้าเราต้องการที่จะเลือกสิ่งดี ๆ ให้ตัวเอง จะตัดสินใจอะไรให้นึกถึงลูกเยอะ ๆ ต่อไปลูกจะมองแม่เป็นแบบอย่างเพราะเราเป็นหนึ่งใน Role Model ของลูกเช่นกัน คนใหม่เขาเป็นคนดีมากเลย เขาพยายามที่จะทำให้เราเห็นค่าในตัวเอง สุดท้ายแม้ความรักครั้งนี้จะไม่สมหวังเราก็ยังได้เห็นคุณค่าของตัวเองเพราะฉะนั้นเดินหน้าต่อไปและอย่าตกลงไปในหลุมเดิมอีก’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

ครอบครัวหนูไม่ได้มีฐานะมาก พ่อเกษียณแล้วแต่เงินบำนาญก็ได้ไม่เยอะ พ่อมีเงินก้อนจาก การเวนคืนที่ดินมาก้อนใหญ่ เหลือเงินประมาณ 4 ล้านบาท เก็บไว้ในบัญชีของพ่อเอง แต่คุณแม่แอบเข้ารหัสมือถือพ่อไปใช้ คุณแม่เล่นหวยประเทศเพื่อนบ้าน วันละ 20,000+ บาท

06 ต.ค. 2025

ครอบครัวหนูไม่ได้มีฐานะมาก พ่อเกษียณแล้วแต่เงินบำนาญก็ได้ไม่เยอะ พ่อมีเงินก้อนจาก การเวนคืนที่ดินมาก้อนใหญ่ เหลือเงินประมาณ 4 ล้านบาท เก็บไว้ในบัญชีของพ่อเอง แต่คุณแม่แอบเข้ารหัสมือถือพ่อไปใช้ คุณแม่เล่นหวยประเทศเพื่อนบ้าน วันละ 20,000+ บาท

ครอบครัวหนูไม่ได้มีฐานะมาก พ่อเกษียณแล้วแต่เงินบำนาญก็ได้ไม่เยอะ พ่อมีเงินก้อนจากการเวนคืนที่ดินมาก้อนใหญ่ เหลือเงินประมาณ 4 ล้านบาท เก็บไว้ในบัญชีของพ่อเองแต่คุณแม่แอบเข้ารหัสมือถือพ่อไปใช้ คุณแม่เล่นหวยประเทศเพื่อนบ้าน วันละ 20,000+ บาทเอาเงินไปเล่นจนหมดไป 4 ล้านบาทแล้ว จนไม่เหลือสักบาท และ มีหนี้เพิ่มอีก 2-3 แสนแต่หนูยังต้องกู้เรียน กยศ.เองอยู่เลย รู้สึกเสียใจ ตอนนี้ครอบครัวกำลังจะได้เงินเวนคืนอีกก้อนกำลังจะได้คืนอีกมา 4 ล้าน หนูจะรักษาเงินก้อนสุดท้ายไว้ยังไงดี? กลัวแม่ทำเหมือนเดิม “คุณฟาง (นามสมมติ) อายุ 19 สายที่ 3 ในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา [1 ต.ค. 68] ได้โทรเข้ามาปรึกษา “ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม” เกี่ยวกับปัญหาแม่ติดพนัน จนมองข้ามชีวิตคนรอบข้าง โดย “คุณฟาง (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘ที่บ้านของหนูไม่ได้มีฐานะร่ำรวยมาก คุณพ่อคุณแม่ไม่มีใครทำงาน เพราะคุณแม่เป็นแม่บ้าน ส่วนคุณพ่อก็เกษียณมา มีเงินบำนาญไม่ได้เยอะ และจุดเปลี่ยนผันของที่บ้านคือ ที่ดินได้ถูกเวียนคืน เลยได้เงินมาก้อนนึง ก้อนใหญ่รวมๆแล้ว ต้องได้ทั้งหมดสิบห้าล้าน แต่ตอนนี้ได้มาก่อนหกล้าน ทีนี้ก็เลยเอาเงินไปซื้อรถ เพราะว่าที่บ้านไม่มี ตอนนี้เลยเหลือประมาณสี่ล้าน คุณพ่อของหนูท่านก็เก็บเงินไว้ในโทรศัพท์ของคุณแม่ เพราะท่านไม่ใช้โทรศัพท์เลย เวลาจะคุยโทรศัพท์ หรือทำอะไร ก็จะผ่านแม่ตลอด แต่เป็นบัญชีของคุณพ่อ ตามจริง คุณแม่เขาก็ไม่รู้รหัส แต่ว่าท่านก็แอบดู แล้วก็เอาเงินไปใช้ ตอนหนูประมาณ ม.2 ก็จับได้ว่าคุณแม่แอบเอาเงินไปใช้เล่นหวย เพราะหนูชอบเล่นโทรศัพท์ของท่าน ตอนนั้นก็ยังเป็นเด็กไม่กล้าพูดอะไร เลยได้แต่ถ่ายๆไว้ส่งให้พี่สาวตนเอง พี่ก็เลยเป็นคนจัดการคุยกับแม่ให้ ท่านก็รับปากว่า จะไม่เล่นหวยแล้ว แต่หนูก็จับได้เรื่อยๆว่า ท่านยังเล่นอยู่ ก็เลยได้พูดกับแม่ว่า ‘ถ้าแม่ยังไม่เลิกเล่น หนูจะไปบอกพ่อนะว่าแม่เอาเงินพ่อมา’ แต่ท่านก็ไม่ได้กลัวหรอก แม่เขาพูดว่า ‘ถ้าอยากให้บ้านแตกก็บอกเลย’ ตอนนั้นหนูยังมัธยมต้นอยู่เลย ก็รู้สึกจุกจนไม่กล้าพูดอะไร พอผ่านมาจนหนู ม.5 แม่ก็ดูเล่นหนักขึ้นเรื่อยๆ พี่สาวเลยตัดสินใจบอกคุณพ่อ ว่าแม่แอบเอาเงินไปนะ คุณพ่อก็บอกว่าท่านรับได้ สูงสุดคือล้านนึง แต่พอไปดูจริงๆ เงินมันไม่เหลือแล้วสักบาท ก็เลยได้รู้ความจริงว่าคุณแม่เล่นวันละสองหมื่น บวกกับหนี้ที่สร้างไว้อีกสองสามแสน คุณแม่เขาก็ทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น หนูรู้สึกเหมือนโลกทั้งใบแตกสลาย เพราะอีกปีนึงหนูก็ขึ้นมหาลัยแล้ว ทำไมท่านถึงไม่คิดถึงอนาคตของลูกเลย ทุกๆครั้งที่เกิดการพูดคุยกันคุณพ่อจะบอกเสมอว่า เก็บเงินไว้ให้ลูกเรียน แต่คุณแม่ไม่เข้าใจ ท่านรู้สึกว่า แล้วฉันเป็นใคร ฉันก็เป็นเมีย ทำไมฉันไม่ได้ใช้เงินเธอบ้าง แต่ดีที่คุณพ่อท่านมีเงินกับธนาคารที่ออกมาพอดีในตอนนั้น เลยพอส่งหนูเรียนได้ แต่ตอนนี้ เงินก้อนจากการเวียนคืน กำลังจะได้มาในปีสองปีนี้ จากสิบห้าล้าน เหลือสี่ล้าน เพราะเราขึ้นศาลกัน จริงๆควรจะได้มากกว่านี้ แต่ถูกลดลงมา ซึ่งคุณแม่ท่านก็ยังไม่หยุดเล่น ยังแอบยักยอกเงินคุณตาเวลาที่ไปเก็บตลาดนัด ยักยอกเงินน้าที่จ้างให้เฝ้าร้านเครื่องซักผ้า ค่อนข้างเดือดร้อนคนหลายๆคน และถ้าเงินก้อนสุดท้ายออกมา คุณแม่คงไปสร้างหนี้ ให้คุณพ่อคอยจ่ายให้อยู่ดี หนูเลยอยากจะปรึกษาพวกพี่ว่า หนูควรจัดการความรู้สึกตัวเองยังไง? ไม่อยากมองแม่เป็นคนไม่ดี’ เริ่มที่ “ดีเจเผือก” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘ให้ลองเปลี่ยนความคิดจากการที่มองคุณแม่เป็นคนไม่ดี ให้มองว่าท่านป่วยจะดีกว่าเพราะเท่าที่พี่ทำรายการมา และคุยกับคุณหมอ มันเกิดจากสมองชัดเจน แล้วลองคุยกับคนรอบข้างให้ดีว่า เราจะจัดการสิ่งแวดล้อมให้ปลอดภัยจากคุณแม่ยังไง เช่นไม่ตามใจ ไม่ให้เงิน แยกเก็บเงินเป็นหลายๆกองมั้ย ต้องเซ็นกี่คนถึงจะเบิกได้ คงต้องทำความเข้าใจมากๆ ต่อมา “ดีเจเติ้ล” ก็ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘พี่เป็นคนใช้ไม้แข็ง คือเขาจะไม่ได้เงินจากพี่เลยสักบาท มันต้องเกิดการพูดคุยกัน แบ่งเงิน เหมือนโอเค คนละล้าน แล้วแม่จะเอาเงินไปถลุงจนหมดตัวก็ให้เขาเป็นไป ส่วนพ่อถ้าได้ล้านนึง แล้วจะตามเช็ดให้แม่ ก็แล้วแต่พ่อ แต่อีกสองล้าน คือเราต้องเก็บไว้ และทำให้เขาเห็นว่าเขาจะไม่ได้เงินจากเราจริงๆสักบาท’ สุดท้าย “ดีเจต้นหอม” ก็ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘ช่างแม่เลยนะ แล้วเรียกครอบครัวมาคุยกันว่า ปัญหาของแม่ คือแบบนี้ และมันคงไม่จบ ให้กันเงินไว้ให้เป็นค่าเทอมของเรา มันคงทำอะไรไม่ได้ไปมากกว่านี้แล้ว การที่เราไม่ดูแลแม่ เพราะแม่ทำสิ่งนี้ ก็ไม่ใช่ว่าบาป ถ้าเราดูแลจนสุดทาง แล้วเขายังเลือกเป็นแบบนี้อยู่ เราเลือกได้ ก็พูดให้เขาคิดว่า ถ้าแม่ยังอยากไปกับเราทำให้ครอบครัวชีวิตดีขึ้น เราจะไปด้วยกัน แต่ถ้าทำให้มันถอยหลังลง เราก็จะไม่ไปด้วย ให้แม่ดูแลชีวิตตัวเอง’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

ที่โรงเรียนมีงานเข้าค่าย ซึ่งเด็กส่วนใหญ่ตั้งตารอ แต่ลูกชายมีอาการปวดท้องเพราะเป็นโรคกระเพาะ เราเห็นว่าลูกอาการไม่ค่อยดี เลยไม่อยากให้ลูกไป อยากรู้ว่าเราจะคุยกับลูกยังไงให้เขาเข้าใจว่าเราเป็นห่วง

13 ก.พ. 2026

ที่โรงเรียนมีงานเข้าค่าย ซึ่งเด็กส่วนใหญ่ตั้งตารอ แต่ลูกชายมีอาการปวดท้องเพราะเป็นโรคกระเพาะ เราเห็นว่าลูกอาการไม่ค่อยดี เลยไม่อยากให้ลูกไป อยากรู้ว่าเราจะคุยกับลูกยังไงให้เขาเข้าใจว่าเราเป็นห่วง

ที่โรงเรียนมีงานเข้าค่าย ซึ่งเด็กส่วนใหญ่ตั้งตารอแต่ลูกชายมีอาการปวดท้องเพราะเป็นโรคกระเพาะเราเห็นว่าลูกอาการไม่ค่อยดี เลยไม่อยากให้ลูกไปทำให้ลูกชายน้อยใจจนวิ่งหนีออกจากบ้านเรารีบตามไปและพูดคุยทำความเข้าใจจนสุดท้ายลูกชายก็ยอมอยากรู้ว่าเราจะคุยกับลูกยังไงให้เขาเข้าใจว่าเราเป็นห่วงและไม่อยากให้ลูกวิ่งหนีออกจากบ้านแบบนี้อีก ‘คุณแม่ยา’ (นามสมมติ) อายุ 36 ปี เป็นสายที่ 3 ในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (11 กุมภาพันธ์ 2569) ได้โทรเข้ามาแชร์เรื่องราวกับ 'ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม' เกี่ยวกับเรื่องของลูกชายที่อยากไปเข้าค่ายนอนค้างคืนกับเพื่อน แต่ดันมีอาการปวดท้องอยู่บ่อยครั้ง ทำให้คนเป็นแม่อดเป็นห่วงไม่ได้ จึงตัดสินใจไม่ให้ลูกไป ‘คุณแม่ยา’ ได้เล่าถึงเหตุการณ์ที่ทำให้หัวอกคนเป็นแม่แทบแตกสลาย โดยเล่าว่า ช่วงที่ผ่านมาทางโรงเรียนของลูกได้มีกิจกรรมเข้าค่ายลูกเสือ นอนพักค้างคืนเป็นเวลา 3 วัน ซึ่งถือเป็นสิ่งที่น่าตื่นเต้นสำหรับเด็ก ๆ โดยลูกชายคนโตมีอายุ 12 ปี และมีอาการปวดท้องอยู่บ่อยครั้งจากสาเหตุการเป็นโรคกระเพาะ ลูกชายของเธอก็อยากที่จะไปเข้าค่ายกิจกรรมลูกเสือค้างคืนนี้ตามประสาเด็กทั่วไป แต่คุณแม่ยารู้สึกเป็นห่วง จึงพยายามพูดเกลี้ยกล่อมลูก เพื่อไม่ให้ลูกชายไปตกระกำลำบาก เพราะหากเธอปล่อยให้ลูกไป แล้วลูกชายเกิดมีอาการปวดท้องขึ้นมา ตรงนั้นก็ไม่มีใครที่พร้อมดูแล แต่ลูกชายก็ยังดื้อและเด็ดขาดว่าจะไปให้ได้ คุณแม่ยาจึงได้ไปปรึกษากับคุณครู ซึ่งคุณครูก็เห็นด้วยกับการที่ไม่อยากให้ลูกชายของคุณแม่ยาไปเข้าร่วมกิจกรรม เพราะหากมีอาการปวดท้องขึ้นมาจริง ๆ อาจจะเกิดความลำบากต่อคุณครูร่วมด้วย เนื่องจากคุณครูนั้นก็ต้องดูแลเด็กคนอื่นอีกเป็นจำนวนมาก คุณแม่ยาได้พูดเกลี้ยกล่อมลูกเป็นระยะเวลานาน จนลูกเกิดความน้อยใจ และแยกตัวไปนั่งอยู่คนเดียว เมื่อคุณแม่ยารู้ตัวอีกที ลูกชายก็ได้วิ่งหนีออกจากบ้านหายตัวไปแล้ว แม่ยาจึงรีบออกไปตามหาลูกชายทันที ซึ่ง ณ ตอนนั้นก็เป็นเวลาช่วงฟ้ามืดแล้ว เมื่อเธอตามหาลูกชายจนพบ และพาลูกชายกลับมาที่บ้าน ทั้งสองแม่ลูกก็ได้นั่งคุยกันถึงสิ่งที่เกิดขึ้น และเมื่อลูกชายที่ได้เห็นน้ำตาของคนเป็นแม่ ก็ยอมอ่อนลง และไม่ไปเข้าค่ายตามที่แม่ขอ สุดท้ายคุณแม่ยากลัวว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้จะมีโอกาสเกิดขึ้นอีก เพราะนี่ก็เป็นครั้งที่ 2 ที่ลูกชายวิ่งหนีออกจากบ้านไป เจ้าตัวได้บอกกับเหล่าดีเจว่า หรือจะเป็นที่แม่เองที่สอนเขาไม่ดี หรือเธอควรปรับตัวเองอย่างไร ให้ลูกไม่คิดทำแบบนี้อีก หลังจากฟังเรื่องราวของคุณแม่ยาจบ เหล่าดีเจก็ได้เริ่มให้คำปรึกษา โดยเริ่มจาก 'ดีเจเผือก' ที่ได้กล่าวว่า “นี่มันคือสิ่งที่ยากที่สุด และเป็นสิ่งที่ตัวผมเองก็กังวลที่สุด ว่าเราจะเลี้ยงลูกยังไงในวันที่ลูกโตขึ้น วัย 12 ขวบนี้ จะเรียกว่า Pre-Teen เรามองว่าเขายังไม่ใช่วัยรุ่น เขายังเป็นเด็กในสายตาเรา แต่ตัวเขาเองจะคิดว่าเขาโตแล้ว บางคนอาจจะมีความคิดปฏิเสธพ่อแม่เลยด้วยซ้ำ บางคนเริ่มมีโลกส่วนตัวสูงขึ้น ร้อยทั้งร้อยอาจจะบอกว่า ปล่อยให้ไปสิ แล้วพกยาไปให้เรียบร้อย แต่พอเป็นลูกเราเอง เราจะมีความรู้สึกที่ไม่อยากให้เขาไป ผมพยายามบอกตัวเองทุกวัน ว่าผมอยากเป็นพ่อแม่รุ่นใหม่ พ่อแม่ที่เป็นเพื่อนกับลูกได้ ไม่อยากเป็นพ่อแม่ที่หัวโบราณ ถ้าเป็นผม ณ เวลานั้นผมคงคุยกับลูก ว่าเขาไหวแค่ไหน ถ้าไปแล้วเกิดอาการปวดท้องขึ้นมาจะทำยังไง แต่ท้ายที่สุด ถ้าเขาขอร้อง และเขายืนยันว่าเขาไหวจริง ๆ ผมคงปล่อยให้เขาไป แต่ใด ๆ เราต้องประเมินภาพโดยรวมด้วยนะว่าเขาไหวไหม ถ้ามองว่าไหวก็อาจจะปล่อยให้เขาไป สิ่งที่ผมพยายามบอกตัวเองและภรรยาอยู่เสมอคือ “วันนึงเขาจะไป จะช้าหรือจะเร็ว วันนึงเด็กน้อยคนนี้ก็จะโบยบินออกจากบ้านไป” นี่คือความเศร้าของคนเป็นพ่อแม่ เพราะฉะนั้นถ้าเราอยากให้เรายังเป็นบ้านที่อบอุ่นสำหรับเขา เราต้องสร้างความอบอุ่นให้เขาตั้งแต่เขายังเด็ก ถ้าคุณแม่ยามีความอบอุ่นมอบให้กับลูก ต่อให้เขาไปเจอปัญหาอะไรในชีวิต ไปตกระกำลำบากที่ไหน เขาจะคิดถึงเรา แล้ววันนึงเขาจะกลับมาเอง อย่าคิดพยายามจะดึงเขาไว้ แต่คิดให้เขาอยากกลับมาหาเราเองมากกว่า” ต่อมา 'ดีเจเติ้ล' ได้กล่าวว่า “เติ้ลคงไปตัดสินไม่ได้หรอกว่าแม่เลี้ยงเขามาผิดมั้ย แต่เข้าใจทั้งสองฝ่าย ทั้งเรื่องที่แม่ห่วงลูกที่ปวดท้อง ยิ่งฝั่งครูที่บอกว่า ครูเองอาจจะดูแลได้ไม่ดี ถ้าเป็นตัวเติ้ลเอง เติ้ลก็คงจะขอเขาว่าเติ้ลก็ไม่อยากให้เขาไปเหมือนกัน แต่เติ้ลก็เข้าใจลูกเช่นกัน ว่าเขาเตรียมตัวจะไปอยู่แล้ว มันเหมือนความรู้สึกอกหักสำหรับเด็กแบบเขา สำหรับเติ้ลแม่ทำถูกแล้ว ในตอนที่ลูกวิ่งหนีออกไปแล้วแม่ยาไม่ได้เดินไปด่า แต่ตามไปเพราะความเป็นห่วง จนเขาเห็นว่าแม่ยาร้องไห้แล้วเขายอมไม่ไปเข้าค่ายเอง ถ้าแม่ยาเลี้ยงลูกด้วยเอเนอจี้แบบนี้ไปเรื่อย ๆ เมื่อวันนึงที่เขาจะไปจากเราจริง ๆ เติ้ลว่าเขาจะกลับมาหาแม่เองแน่นอน ถ้าเรารักเขา เติ้ลว่าเขาจะสัมผัสได้ว่าเรารักเขา” สุดท้าย 'ดีเจต้นหอม' ได้กล่าวว่า “จากที่เราเคยดุ เราควรเปลี่ยนเป็นทำความเข้าใจกับเขาให้ได้มากที่สุด เช่นแบบ ‘อยากให้แม่เป็นแบบไหน อยากให้แม่ทำอะไรให้ หรือมีอะไรอยากคุย คุยกับแม่ได้นะ’ แล้วถ้าเขาพูดในสิ่งที่เขาชอบและไม่ชอบมา แม่ก็สามารถบอกว่า ‘แม่ขอโทษนะถ้าสิ่งที่แม่ทำตอนนั้นทำให้ลูกไม่สบายใจ แม่จะพยายามทำในสิ่งที่ลูกต้องการ’ แล้วถ้าเขาบอกความจริงกับแม่ แม่ห้ามไปตัดสินว่าสิ่งที่เขาคิด หรือสิ่งที่เขาทำมันผิด แม่อาจจะลองแนะนำแบบอ้อม ๆ ดู หอมว่าเขาคงเข้าใจความรักของแม่ค่ะ”เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการInboxฝากเรื่องมาที่FacebookFanpageEFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 20.00–23.00น.ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

album
efm
-

-