ใกล้ถึงวันแต่งงานแล้ว แต่อยู่ ๆ ก็มีเฟสบุ๊คปริศนาแอดมา ทำให้เรารู้ว่าแฟนมีโลกอีกใบ หนูจะปั้นหน้าเป็นเจ้าสาวเขายังไงดีคะ? เพราะที่บ้านไม่ยอมให้ยกเลิกงานแต่ง เขากลัวว่าเราจะเป็นหม้ายขันหมาก!

พุธทอล์ค พุธโทร RECAP

ใกล้ถึงวันแต่งงานแล้ว แต่อยู่ ๆ ก็มีเฟสบุ๊คปริศนาแอดมา ทำให้เรารู้ว่าแฟนมีโลกอีกใบ หนูจะปั้นหน้าเป็นเจ้าสาวเขายังไงดีคะ? เพราะที่บ้านไม่ยอมให้ยกเลิกงานแต่ง เขากลัวว่าเราจะเป็นหม้ายขันหมาก!

16 ม.ค. 2026

ใกล้ถึงวันแต่งงานแล้ว

แต่อยู่ ๆ ก็มีเฟสบุ๊คปริศนาแอดมา

ทำให้เรารู้ว่าแฟนมีโลกอีกใบ

หนูจะปั้นหน้าเป็นเจ้าสาวเขายังไงดีคะ?

เพราะที่บ้านไม่ยอมให้ยกเลิกงานแต่ง

เขากลัวว่าเราจะเป็นหม้ายขันหมาก!

 

        ‘คุณต้นไม้ (นามสมมติ)’ อายุ 27 ปี สายที่หนึ่งในรายการ พุธทอล์คพุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (14 มกราคม 2569) ได้โทรเข้ามาปรึกษา ‘ดีเจเผือก – ดีเจก๊อตจิ – ดีเจต้นหอม’ เกี่ยวกับเรื่องที่ตนนั้นใกล้จะแต่งงานแล้ว แต่เพิ่งรู้ว่าแฟนมีโลกอีกใบ เราควรทำอย่างไรดี ?

        โดย ‘คุณต้นไม้ (นามสมมติ)’ ได้เล่าว่า “หนูมีแฟนคนหนึ่ง คบกันมาระยะนึงแล้ว ผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายก็เห็นสมควรที่จะให้แต่งงานกัน แต่เมื่อไม่นานมานี้ มีผู้หญิงคนหนึ่งแอดเฟซบุ๊กมา แล้วก็เห็นสตอรี่ของผู้หญิงคนนั้น ลงรูปแฟนเรา ซึ่งยืนหันหลังอยู่ เราก็เลยสงสัยว่าอาจจะเป็นแฟนของเรา จากนั้นเราก็แคปไปถามแฟนว่าทำไมถึงไปอยู่ในสตอรี่คนอื่นได้ ตอนแรกเขาก็ปฏิเสธว่าไม่ใช่ และโบ้ยว่าเป็น Ai แทน

        ระหว่างที่เราโทรถามเขา เราก็ได้ถามผู้หญิงคนนั้นว่าเป็นอะไรกับคนในสตอรี่ แต่จุดที่น่าแปลกใจคือเฟสบุ๊คของผู้หญิงคนนี้มีเราเป็นเพื่อนแค่คนเดียว นอกจากนี้ก็ไม่มีข้อมูลอื่น ๆ เลย เหมือนกับจงใจสร้างมาเพื่อให้เราเห็นคนเดียว หลังจากที่เราถามผู้หญิงคนนั้นก็ตอบกลับมาว่า “อยากรู้อะไรทำไมไม่ไปถามคนของตัวเองล่ะ” เรามั่นใจว่าต้องมีอะไรแน่ ๆ แต่แฟนก็ยังคงปฏิเสธ จนเราบอกว่า “ผู้หญิงเล่าความจริงไปหมดแล้วนะ” เขาจึงยอมขอโทษ พอเราได้ยินคำนั้น ถึงกับสติแตก ร้องไห้ออกมา ได้แต่คิดว่าเรื่องนี้มันเกิดขึ้นตั้งแต่เมื่อไหร่ ทำไมไม่มีสัญญาณเตือน

        แฟนเราก็ยอมรับ และสารภาพว่าเรื่องมันเกิดขึ้นมา 1 ปีแล้ว แต่เขาก็ไม่ได้เอ่ยถึงผู้หญิงคนนั้นว่าเป็นใคร พูดเพียงแค่ว่าเป็นเพื่อนร่วมงาน เราถามเขาตรง ๆ ว่า 1 ปี ที่มีผู้หญิงคนนั้นเข้ามา ทำไมไม่บอก ทำไมปล่อยให้ทุกคนเตรียมงานแต่งจนมาถึงขั้นนี้ เขาก็บอกว่าเขายังอยากแต่งงานกับเรา พร้อมจดทะเบียนสมรสเพื่อพิสูจน์ความจริงใจ แต่เราก็คิดว่าจะแต่งได้อย่างไร ในเมื่อเขามีโลกอีกใบอยู่ข้างกัน แล้วเราก็ยื่นคำขาดให้เขาไปเอาแม่มาเคลียร์

        หลังจากนั้นทั้งสองฝั่งก็นัดมาคุย ผลสรุปออกมาว่ายังไงก็ต้องแต่งงานกัน และไม่สามารถปฏิเสธได้ เพราะทางบ้านก็กลัวว่าเราจะเป็นหม้ายขันหมาก แต่งแล้วเลิกยังดีกว่าไม่ได้แต่ง ส่วนตัวเราก็ลังเลใจ ไม่รู้ว่าจะอยากให้อภัยเขาหรือเปล่า ถ้าเขาไม่แอบคบกันนานถึงขนาดนี้ ก็อาจจะยังพอให้อภัยได้ แต่การที่เขาแอบคบกันมาเป็นปี แปลว่าเขาตั้งใจมีกันมาก ๆ คำถามที่อยากถามคือ ไม่รู้จะจัดการกับความรู้สึกของตัวเองอย่างไร ถ้าเราให้อภัยเขา แล้วเราจะมองข้ามเรื่องนี้ไปอย่างไรดี?”

        เริ่มด้วย ‘ดีเจต้นหอม’ ได้ให้คำปรึกษาว่า “ในเมื่องานแต่งมันต้องเกิด เราก็ต้องทำใจว่าเราต้องเจอกับความอึดอัด แต่ให้คิดว่าเราจะอึดอัดแค่วันนี้วันเดียว เพราะนี่คือการละคร และต้องคุยกับผู้ชายให้ชัดเจนว่าที่แต่งงานกันในวันนี้เพราะเลื่อนไม่ได้ มันไม่ได้หมายความว่าเรายอมรับเรื่องราวในอดีตได้ทั้งหมด เพราะเขาได้ทำลายความไว้ใจของเราไปแล้ว เราจะให้อภัยได้อย่างไร ถ้าอีกฝ่ายไม่ได้แสดงความมั่นใจออกมา เราต้องดูการกระทำเขา ให้เวลาสมานแผล ผ่านพ้นงานแต่งไปก็มาเริ่มรู้จักกันใหม่ ฉันจะรักเธอไหม ขึ้นอยู่กับเธอ”

        ต่อด้วย ‘ดีเจก๊อตจิ’ ได้ให้คำปรึกษาว่า “ไม่ต้องเอาใจไปใส่กับเรื่องวันงาน แม้ใจจะว้าวุ่น แต่ให้คิดว่าเราเป็นแค่คนร่วมงาน ในอนาคตคงต้องเตรียมใจไว้เลย ถ้าเราจะแต่งงานกับเขา เรามีสิทธิ์ที่จะเป็นเมียหลวงไปตลอดชีวิต นั่นแปลว่าเขาไม่ได้มีเราเป็นเมียเพียงคนเดียว ความรักมันต้องเริ่มต้นด้วยความซื่อสัตย์ ถ้าเขาทำไม่ได้ก็คงเป็นนิสัยของเขา

        ครอบครัวก็เป็นสิ่งสำคัญ แต่ครอบครัวที่ไม่เข้าใจเรา ความสำคัญมันจะลดลง ถ้าครอบครัวซัพพอร์ตเรามันก็จะเป็นเรื่องดี แล้วเราคงไม่ต้องมายืนอยู่จุดนี้ คงเป็นเรื่องดีถ้าเราไปคุยกับครอบครัวให้เข้าใจเราได้”

        ปิดท้ายด้วย ‘ดีเจเผือก’ ที่ฟังแล้วก็เห็นใจ จึงมอบพลังงานบวกให้กับคุณต้นไม้ว่า “ในเมื่องานมันต้องเกิดขึ้น  ก็ทำให้มันจบลงไปอย่างสวยงาม เพราะยังไงเราจำเป็นต้องให้โอกาสครั้งใหญ่กับคนนี้อีกสักครั้งหนึ่ง มองไปข้างหน้า ไม่ต้องหันกลับไปมองข้างหลัง แย่สุดก็แค่เลิก”

เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทาง

 มีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATION

รับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 20.00 –23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

related พุธทอล์ค พุธโทร RECAP

ชาว LGBTQ รู้สึกอย่างไร เราอายุ 35 แล้ว แต่ยังซิงอยู่เลย ถ้าคุยด้วยแล้ว ทุกคนจะมองว่าเรามีคุณค่า หรือจะมองว่าเสียเวลาที่จะคุยต่อ ?

19 ก.พ. 2026

ชาว LGBTQ รู้สึกอย่างไร เราอายุ 35 แล้ว แต่ยังซิงอยู่เลย ถ้าคุยด้วยแล้ว ทุกคนจะมองว่าเรามีคุณค่า หรือจะมองว่าเสียเวลาที่จะคุยต่อ ?

ชาว LGBTQ รู้สึกอย่างไร เราอายุ 35 แล้ว แต่ยังซิงอยู่เลยถ้าคุยด้วยแล้ว ทุกคนจะมองว่าเรามีคุณค่า หรือจะมองว่าเสียเวลาที่จะคุยต่อ ? ‘คุณพี (นามสมมติ)’ อายุ 35 ปี สายที่ 2 ในรายการ พุธทอล์คพุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (18 กุมภาพันธ์ 2569) ได้ส่งเรื่องเข้ามาปรึกษา ‘ดีเจต้นหอม - ดีเจเติ้ล – ดีเจเกลือ’ เกี่ยวกับเรื่อง อายุ 35 แล้ว แต่ยังซิงอยู่เลย คนอื่นคิดเรื่องนี้อย่างไร? โดย ‘คุณพี (นามสมมติ)’ ได้เล่าว่า “ส่วนตัวเรารู้สึกว่า มุมมองภายนอกของคนที่มีอายุ 35 ปี เขาน่าจะเป็นคนที่ผ่านสมรภูมิ ผ่านเรื่องราวต่าง ๆ มามากมาย ถ้าให้เปรียบเทียบกับศึกในสนามรบ คงรู้สึกว่าคนในวัยอย่างเรา มันน่าจะช่ำชองศึกแล้วนะ แต่กลับกัน ตัวผมเองรู้สึกว่าเรายังเป็นเด็กน้อย อย่าว่าแต่ถือปืนเลย แค่ของเล่นยังถือไม่ได้เลยครับ ก่อนหน้านี้เราก็ไม่ได้เป็นคนที่ดูดี ไม่กล้าที่จะเข้าหาใคร เพราะไม่มีความมั่นใจ แต่ช่วงนี้เราก็เริ่มออกกำลังกาย เริ่มหันมาดูแลตัวเองมากขึ้น จนมีน้องคนหนึ่งเข้ามาคุยกับเรา แล้วเราก็รู้สึกดีกับเขามาก ๆ ผ่านมา 2 เดือน เราทั้งสองก็ได้นัดเจอกัน เพราะว่าเขาผ่านมาแถวคอนโดเราพอดี เราก็อยากให้เขาได้เห็นว่าเราใช้ชีวิตอย่างไร อยากให้เขารู้สึกดีกับเรา เลยชวนเขามาที่ห้อง เพื่อที่จะนอนดูหนังด้วยกัน ในคืนนั้นเราทั้งสองนอนดูหนังด้วยกันอย่างสนุกสนานตามปกติ จนจู่ ๆ เราเองก็เริ่มมีความรู้สึกอยาก…เหมือนกันนะ แต่อีกใจหนึ่งก็มีความรู้สึกกลัว ว่าถ้าทำได้ไม่ดี แล้วมันจะกลายเป็นปมในใจที่ติดตัวเราไปตลอดหรือเปล่า สุดท้ายแล้วในคืนนั้นความกลัวก็ทำให้เราไม่กล้า และได้แต่นอนดูหนังตามปกติต่อไป สุดท้ายความสัมพันธ์ก็ได้จบลง โดยที่ผมก็ไม่รู้เหตุผลเหมือนกัน ผมรู้แค่ว่าจู่ ๆ เขาก็หายไปจากชีวิตผมเอง เรื่องในคืนนั้น ทำให้เราเริ่มกลับมาคิดทบทวนกับตัวเอง ว่าถ้าเรามีความสัมพันธ์กับใครสักคน เราคงกลัวที่จะต้องบอกความจริงกับเขา ว่าจริง ๆ แล้วเราไม่เคยมีเซ็กส์มาก่อน ที่ผ่านมาตัวเราเองรู้สึกว่าเราไม่ได้ดูดี รวมถึงมีช่วงชีวิตของเราที่ยังคงต้องเรียน ไม่มีความมั่นคงในชีวิต ไม่พร้อมที่จะเจอคนอื่น ๆ เราไม่รู้ว่าเขาจะรับเราได้ไหม ถึงแม้เราจะเคยมีคนคุย แต่ก็ไม่ถึงขั้นขยับความสัมพันธ์ไปเป็นแฟนเลยสักคน เราไม่ได้เจอใครที่เราอยากจะใช้ชีวิตร่วมกัน มันเลยทำให้เรายังไม่เคยมีเซ็กส์เลยสักครั้ง จนถึงอายุ 35 ปี ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะเราเองก็ไม่ชอบความสัมพันธ์ชั่วคราว อีกส่วนหนึ่งก็เกิดจากความกลัว ว่าเราจะทำหน้าที่ตรงนั้นได้ไม่ดี แล้วมันจะกลายเป็นเรื่องแย่ ๆ ในชีวิตของเราและเขา ผมรู้สึกว่าเซ็กส์ครั้งแรกของผม ผมอยากให้มันดี ถ้าเกิดว่าทำไปแล้วมันไม่ดีจริง ๆ เราคงกลัว และคงคิดว่า เราจะไม่กล้ามีความรักอีก อยากถามกับคนที่เป็น LGBTQ ครับ ว่ารู้สึกอย่างไร ถ้าคบกับคนที่มีอายุ 35 แล้วเขาคนนั้นเขายังซิงอยู่ ทุกคนจะมองเขาว่ามีคุณค่า หรือจะมองว่าเสียเวลาที่จะคุยต่อครับ" เริ่มต้นที่ ‘ดีเจเกลือ’ ได้ให้คำปรึกษาว่า “ผมพูดในตัวแทนมนุษย์คนหนึ่ง ผมรู้สึกว่าถ้าเป็นคู่รักที่ยังซิงอยู่ ผมมองว่ามันวิเศษนะ มันดูน่ารักมากเลยกับการที่คุณให้ความสำคัญ ในการจะมีครั้งแรกกับคนที่รัก ไม่อยากให้รู้สึกว่าถ้าครั้งแรกมันไม่ดี แล้วจะไม่มีครั้งต่อไป ต่อให้ครั้งแรกมันไม่ดี มันก็แค่ส่วนหนึ่งของชีวิตเราที่ผ่านเข้ามา แล้วก็ผ่านไป แน่นอนว่า เซ็กส์คือส่วนหนึ่งของชีวิต แต่มันไม่ใช่ทั้งหมด มันคือการเรียนรู้ไปด้วยกัน การมีเพศสัมพันธ์หรือการร่วมรัก มันคือการร่วมมือร่วมใจกัน มันไม่ใช่หน้าที่ของใครคนใดคนหนึ่ง มันค่อย ๆ พัฒนาไปเรื่อย ๆ ได้ สุดท้ายแล้วไม่ว่าเซ็กส์มันจะราบรื่นหรือไม่ ผมคิดว่าความรู้สึกที่เรามีต่อกันกับคนที่เรารัก มันสำคัญกว่า สิ่งที่มันตอบโจทย์ได้ดีที่สุด คือความรู้สึกที่คนสองคนมีต่อกัน” ทางด้านของ ‘ดีเจต้นหอม’ ได้ให้คำปรึกษาว่า “ไม่ต้องกังวล การที่เราเคยมีอะไรกับใครมา มันก็ไม่ได้แปลว่ามันจะดีเสมอไป แต่เราจะมองข้ามเรื่องตรงนั้นไปได้ เพราะเรามีความสบายใจในการคุยกับคนคนนี้ เซ็กส์มันแค่ส่วนประกอบ ลองศึกษา และเปิดใจคุยเรื่องนี้กับคนที่เข้ามาคุยกับเรา ถ้าเขาชอบเรามากพอ เรื่องแบบนี้มันจะไม่ใช่อุปสรรค เซ็กส์ของแต่ละคนมันไม่เหมือนกัน อย่าไปกลัว” ทางด้านของ ‘ดีเจเติ้ล’ ได้ให้คำปรึกษาว่า “ขอแชร์ประสบการณ์ส่วนตัว ความตั้งใจเราตอนอายุ 30 คือการที่เรามีเซ็กส์กับคนที่เขารักเราและเรารักเขา ตอนนั้นครั้งแรกก็อยู่ในวัย 30 เหมือนกัน ซึ่งเราเองก็ทำได้ไม่ดีเลย แต่เรามีความสุขเพราะเขารักเราและเรารักเขา อย่ามองว่าถ้ามันไม่ดี ก็จะไม่มีอีกตลอดชีวิต เรื่องเซ็กส์มันฝึกกันได้ มันคือการเรียนรู้ ถ้ากังวลก็จะไม่ได้ลองเรียนรู้ความผิดพลาด เราก็จะไม่รู้ว่าตัวเองต้องแก้ตรงไหน ที่สำคัญไม่อยากให้เอาเรื่องเซ็กส์มาเป็นหลักในความสัมพันธ์ การตั้งคำถามครั้งนี้จะไม่มีผลอะไรเลย เพราะสุดท้ายแล้วอยู่ที่คนของเราในอนาคต ว่าเขาจะมีความคิดอย่างไรกับเรื่องนี้”เรื่องราวทั้งหมดของเรื่องนี้จะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการInboxฝากเรื่องมาที่FacebookFanpageEFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 20.00–23.00น.ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

คบกับแฟนมาเกือบปี ถ้าทำอะไรผิดแฟนจะปรับหนู โทษหนัก เบา ต่างวาระ แอบไปเที่ยวปรับ 3000 ทักหาแฟนเก่าปรับ 30000 ตอนนี้จ่ายไปเกือบ 50000 บางโทษผ่อนชำระได้ แต่ถ้าแฟนคุยกับหญิงอื่นหนูไม่มีสิทธิ์ปรับ

07 มี.ค. 2025

คบกับแฟนมาเกือบปี ถ้าทำอะไรผิดแฟนจะปรับหนู โทษหนัก เบา ต่างวาระ แอบไปเที่ยวปรับ 3000 ทักหาแฟนเก่าปรับ 30000 ตอนนี้จ่ายไปเกือบ 50000 บางโทษผ่อนชำระได้ แต่ถ้าแฟนคุยกับหญิงอื่นหนูไม่มีสิทธิ์ปรับ

“คุณหนู(นามสมมติ)”อายุ 27 ปี สายที่หนึ่งในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา [5 มีนาคม 68] ได้โทรเข้ามาปรึกษา ‘ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล – ดีเจต้นหอม’ เกี่ยวกับปัญหา โดนแฟนปรับเงินทุกครั้งที่ทำผิด โดย “คุณหนู(นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘คบกับแฟนได้ประมาณ 1 ปี เวลาที่หนูทำผิด แล้วเขาไม่โอเค เขาจะมาปรับเงินเราเพื่อเป็นการชดเชย ตอนนี้หนูโดนปรับเงินรวมทั้งหมด 50,000 บาทแล้ว และแฟนก็บอกว่ามันเป็นเรื่องปกติ ซึ่งความผิดหลักๆ เลย ที่โดนปรับทีละมากๆ ก็คือ บางทีหนูแอบไปเที่ยวแต่บอกเขาว่านอนแล้ว อันนี้รอบแรกโดนประมาณ 3,000 - 5,000 บาท แล้วก็มีเรื่องที่หนูทำผิดเองคือ ทักไปหาแฟนเก่า ประมาณว่าอยากกลับไปหาแฟนเก่า พอเขาจับได้ เขาจะเลิก แต่หนูก็รั้งเขาไว้ เขาเลยปรับเป็นเงินแทน อันนี้โดนปรับ 30,000 บาท และเรื่องที่หนูคุยกับเพื่อนผู้ชาย ซึ่งเป็นเพื่อนที่สนิทกัน รู้จักกันมานานแล้วตั้งแต่มัธยม หนูก็ไม่ได้คิดอะไรกับเพื่อนคนนี้ ส่วนเนื้อหาที่คุยกันก็ปกติ เวลาไปเที่ยวก็อาจจะมีถาม มีบอกบ้างว่าที่นี่สนุกนะ มาเที่ยวสิ ก็โดนปรับประมาณทีละ 10,000 - 20,000 บาท อีกรอบหนึ่ง คือเรื่องที่หนูไม่มั่นใจในตัวเขา เพราะเขามีเรื่องผู้หญิง ส่วนมากผู้หญิงที่ทักมาก็จะเป็นคนเดิมๆ เขาตอบผู้หญิงคนอื่น และก็มีบางครั้งที่เขาทักไปเอง แต่กับคนที่หนูมีปัญหา เขาก็ไม่ยอมบล็อก ไม่ยอมทำอะไรให้มันเคลียร์ แต่หนูก็ไม่เคยปรับเงินเขาเลย ซึ่งเขามีสิทธิ์ที่จะปิด บล็อก และเช็คโทรศัพท์หนูทุกอย่าง หนูให้สิทธิ์เขาหมดเลย เพราะว่าที่ผ่านมาหนูทำผิด หนูจะไม่ทำแล้ว แต่เขาบอกว่าหนูเป็นคนทำก่อน หนูไม่มีสิทธิ์ที่จะไปปรับเขา ที่หนูยอมให้เขาปรับเพราะตอนนั้นหนูก็ยังอยากไปต่อกับเขา แต่ก็เพิ่งมาเอ๊ะตอนหลังเขาเคยพูดอยู่ครั้งหนึ่งว่า จะทำผิดอะไรมา ต้องโดนทั้งจำทั้งปรับ จะเอาเงินมาอย่างเดียวไม่ได้ เพราะมันเสียความรู้สึกเขาไปแล้ว เขาเลยบอกว่าเรายังไม่มีสิทธิ์ที่จะไปดูโทรศัพท์ของเขา ตอนนี้หนูข้องใจว่ามันเป็นเรื่องปกติไหม เพราะหนูก็รู้สึกว่าจำนวนเงินมันก็เยอะ และหนูโดนปรับแล้ว แต่หนูไม่มีสิทธิ์ที่จะเช็ค จะอะไรเขาอยู่ดี ซึ่งหนูก็ไม่รู้ว่าเขาเลิกคุยกับผู้หญิงคนอื่นหรือยัง เขาบอกว่าเขาเลิกคุยแล้ว แต่บางทีหนูก็ยังเห็นมีเด้งมาอยู่ หรือว่าแฟนเก่าเขายังโทรมาหาอยู่ หนูก็สงสัยว่าเราจะต้องจ่ายขนาดนี้เลยหรอ? เพราะว่าในชีวิตประจำวันค่าใช้จ่ายส่วนใหญ่หนูก็เป็นคนจ่าย หารกันบ้าง เช่น ค่าอาหาร กินข้าว ไปคาเฟ่ ไปเที่ยว แล้วรายได้เราก็ไล่เลี่ยกัน แต่เขามองว่าเรามีรายได้เสริม และถ้าหนูไม่มีเงินก้อนจ่าย เขาก็ให้ผ่อนชำระได้เป็นรายเดือน ก่อนหน้านี้ตอนที่เราก็ยังคุยกันอยู่ ไม่มีสถานะที่ชัดเจน หนูก็ไปคุยกับอีกคนหนึ่ง แล้วก็โดนปรับแบบนี้เหมือนกัน ตลอดเวลาที่คบกันมาเขาก็ดูแลหนูดีจริงๆ อบอุ่น ใส่ใจหนูตลอด มีแค่เรื่องนี้ที่หนูรู้สึกว่ามันแปลก หนูเลยอยากปรึกษาพี่ๆ ดีเจว่า แบบนี้ปกติไหม แล้วหนูควรไปต่อหรือควรพอแค่นี้ดีคะ?’ เริ่มที่ “ดีเจเผือก” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘สำหรับพี่ มันแปลกไปหมดเลย เงื่อนไขของการคบกัน การปรับเงิน ปรับมาก ปรับน้อยแล้วแต่คดี และแว็บแรกที่เขามาในหัวพี่คือ สมกันเนอะคู่นี้ คุณหนูก็แสบ ไอแฟนก็ไถเงิน คนหนึ่งก็คุยกับแฟนเก่าว่าจะกลับไป ในขณะที่ผู้ชายก็ปรับเงินได้ แต่ตัวเองก็ทำด้วย และพอฟังแล้ว ความผิดก็มีทั้งคู่ แต่แฟนคุณหนูคนนี้ รู้สึกแปลกและไม่น่าคบหามากขึ้นไปอีก คือไม่ใช่เขาเป็นคนดีหรือพยายามทำตัวให้ดี เขาเหมือนหวังเอาเงินจากคุณหนู จากความสัมพันธ์ครั้งนี้ เพราะตัวเขาเองก็ไปคุยกับผู้หญิงคนนั้นคนนี้ ไม่ให้คุณหนูทำอะไรด้วย เพราะฉะนั้นคำถามแรก ปกติไหม มันก็มีคู่ที่เขาปรับเงินกัน แต่เขาไม่ได้ปรับกันจริงจังหวังเงินแบบนี้ อันนี้คือเอาไป 50,000 ไม่มีเงินก้อนก็ผ่อนชำระได้ มันดูเป็น Business เกินไป ซึ่งมันแปลก แล้วถามว่าจะไปต่อหรือพอแค่นี้ ก็พิจารณาเอาเอง เพราะต้องยอมรับว่าฝั่งคุณหนูก็ไม่ได้ทำตัวดี แล้ววันหนึ่งคุณหนูลองไม่จ่ายค่าปรับดูว่ามันจะเป็นยังไงต่อ’ ต่อมา “ดีเจเติ้ล” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘มันแปลกไปหมดเลยคุณหนู มันตุๆ ไปหมดทุกอย่างที่คุณหนูเล่ามาเลย ยังไม่ได้เป็นแฟนกันก็ปรับเงินแล้ว ผู้ชายคนไหนหรือคู่ชีวิตคนไหน ที่รู้ว่าแฟนของเราไปคุยกับแฟนเก่าว่าอยากจะกลับไป แล้วเขาปรับเงิน คนปกติคือเขาเลิก แสดงว่าผู้ชายคนนี้อะไรก็สามารถแลกด้วยเงินได้ และเขาอาจจะอยู่กับหนูเพราะเขาไม่ได้รักหนู เขาโอเคเพราะหนูเอาเงินฟาดให้เขาอยู่ มีผู้ชายคนไหนที่ปรับเงินเราได้ แต่พอตัวเองทำผิดก็ไม่ยอมให้เราปรับ เพราะฉะนั้นทุกวันนี้เขาก็อยู่เพื่อเงินของหนู’ สุดท้าย “ดีเจต้นหอม” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘เหตุผลที่คนไม่ไปจากเรามีเยอะแยะมากมาย ที่อยู่ก็ไม่ใช่เพราะรัก อาจเป็นความเคยชิน หรือความสุขสบาย เป็นไปได้หมด แต่ว่าอยู่แล้วเรามีความสุขไหม ก็ต้องถามตัวเอง เพราะว่าเขาก็มีความเห็นแก่ตัวที่ค่อนข้างสูงเลย บางเรื่องเขาทำได้ เราทำไม่ได้ เหมือนมันไม่เท่ากัน คือถ้าจะตั้งกฎอะไรสักอย่าง มันควรเป็นเอกภาพ คือทุกคนใช้กฎนี้ร่วมกัน ไม่ใช่ว่ากฎนี้ถูกบังคับใช้กับฉันอย่างเดียว แต่ตอนนี้ก็เหมือนมันได้ถูกใช้กับเราแค่คนเดียว ก็รู้สึกว่าเห็นแก่ตัว ถ้าอยากได้ผู้ชายดี ต้องถามตัวเองว่า แล้วเราสมควรได้รับสิ่งนั้นไหม สำหรับวันนี้หนูก็ยังไม่พร้อม ถ้าการคบกับแฟนแล้วหนูยังคุยกับผู้ชายคนอื่นอยู่ และถ้าอยากได้ผู้ชายดีๆ จริงๆ ลองพัฒนาตัวเองก่อน ให้ดีพอที่จะได้รับผู้ชายดีๆ มาอยู่ในชีวิต แล้วแฟนคนนี้จะเอาเงินอีกก็คือเลิก เพราะผู้ชายคนนี้อยู่กับหนูก็เพราะเงิน’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

หนูคบกับแฟนมาตั้งแต่อายุ 13 จนตอนนี้อายุ 25 แล้ว ตั้งแต่ปีที่ 6 ที่คบกัน แฟนมีพฤติกรรมที่ทำร้ายหนูมาตลอด แรกๆก็ไม่หนัก จนล่าสุดทำร้ายจนหนูภาพตัด กระดูกเคลื่อน หนูลางานไป 1 เดือน แกล้งบอกคนอื่นว่า ไปเที่ยวต่างประเทศ

04 พ.ย. 2025

หนูคบกับแฟนมาตั้งแต่อายุ 13 จนตอนนี้อายุ 25 แล้ว ตั้งแต่ปีที่ 6 ที่คบกัน แฟนมีพฤติกรรมที่ทำร้ายหนูมาตลอด แรกๆก็ไม่หนัก จนล่าสุดทำร้ายจนหนูภาพตัด กระดูกเคลื่อน หนูลางานไป 1 เดือน แกล้งบอกคนอื่นว่า ไปเที่ยวต่างประเทศ

หนูคบกับแฟนมาตั้งแต่อายุ 13 จนตอนนี้อายุ 25 แล้ว ตั้งแต่ปีที่ 6 ที่คบกัน แฟนมีพฤติกรรมที่ทำร้ายหนูมาตลอดแรกๆก็ไม่หนัก จนล่าสุดทำร้ายจนหนูภาพตัด กระดูกเคลื่อน หนูลางานไป 1 เดือน แกล้งบอกคนอื่นว่าไปเที่ยวต่างประเทศ จริงๆหนูนอนรักษาตัวอยู่โรงพยาบาล ไม่กล้าบอกคนในครอบครัว ไม่กล้าบอกคนรอบตัวเพราะเขาจะมองแฟนหนูไม่ดี นอกจากจะทำร้ายร่างกายหนู แฟนหนูก็เจ้าชู้ เคยทำผู้หญิงท้อง หนูต้องตามไปจ่ายค่าเสียหายให้ครอบครัวผู้หญิงหลายแสน เรื่องถึงจบ ตอนนี้แฟนหนูเขามาขอหนูแต่งงานใจนึงก็ไม่อยากไปต่อแล้ว แต่ก็ลังเล เพราะตอนที่เราเจ็บตัวเข้าโรงพยาบาล เขาก็ดูแลเราดีมากๆ “คุณฟ้า (นามสมมติ)” อายุ 25 ปี เป็นสายแรกในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (22 ต.ค. 68) ได้โทรเข้ามาปรึกษา “ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจอ้อม” เกี่ยวกับปัญหาแฟนที่คบกันมา 12 ปี นอกใจและทำร้ายร่างกายเราจนถึงขั้นเข้าโรงพยาบาล แต่จู่ ๆ ก็มาขอเราแต่งงาน “คุณฟ้า (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘หนูคบกับแฟนมาตั้งแต่วัยรุ่น ตอนนี้ก็ 12 ปีแล้ว คบกันตั้งแต่อายุ 13 ปี ในระหว่างที่คบกัน แฟนก็นอกใจหนูมาตลอด หรือเวลาทะเลาะกันเขาก็จะชอบทำร้ายร่างกายจนถึงขั้นเข้าโรงพยาบาล เขาเริ่มเป็นแบบนี้ตอนที่คบกันเข้าปีที่ 6 แต่ช่วงแรก ๆ ก่อนหน้านั้นเขาก็จะขี้โมโห ขึ้นสุดลงสุด แต่ก็โมโหได้แปปเดียวจากนั้นก็กลับมาดี ในช่วงที่หนูเข้าโรงพยาบาลเขาก็จะเข้ามาทำดีด้วย แบบดีมาก ๆ มาเฝ้าหนูจนหนูใจอ่อนเลยให้อภัยไป แต่ถัดจากนั้นมาประมาณ 2-3 อาทิตย์ เขาก็ไปมีคนอื่นอีก ผู้หญิงไม่ซ้ำหน้ากันเลย แต่หนูก็ยังอยู่เพราะเราคบกันมานานและแม่ของแฟนก็ขอให้อย่าเลิกกับลูกเขาด้วย จนวันหนึ่งเราไปเที่ยวด้วยกัน แล้วเขาก็ขอหนูแต่งงานแต่หนูบ่ายเบี่ยง พูดติดตลกไปว่า “เธอลองไปขอต่อหน้าแม่เค้าไหม?” แล้วแฟนก็ตอบกลับมาว่า “ได้ ไว้รอเธอพร้อม” แต่หลังจากกลับมาหนูก็รับงานเวรยาว ๆ ไม่ได้กลับห้อง ทำตัวยุ่ง ๆ ตลอดเวลาเพื่อที่จะไม่ได้ไปเจอหน้าเขา หนูกลัวว่าถ้าหนูแต่งไป หนูจะเจออะไรอีกไหม? คือหนูยังรักเขา ถ้าให้อยู่ด้วยกันก็อยู่ได้แต่กลัวว่าวันหนึ่งเราจะโดนอะไรมากกว่านี้ ตอนโดนทำร้ายร่างกาย หนูก็พักรักษาตัวเป็นเดือน ซี่โครงเคลื่อน กะโหลกตรงเบ้าตาแตก เลือดออกหู พ่อแม่หนูไม่ทราบเรื่องนี้เพราะหนูไม่ได้บอก หนูไม่กล้าบอกใครเพราะกลัวคนจะมองแฟนไม่ดีและก็ทะเลาะกับแฟนบ่อยกลัวว่าเพื่อนจะต่อว่าแฟนอีก กับอีกเคสหนึ่งคือแฟนหนูทำผู้หญิงท้อง หนูก็เป็นคนชดใช้ค่าเสียหายที่เกิดขึ้น เพราะด้วยหน้าที่การงานแฟน ถ้ามีเรื่องแบบนี้ออกไปเขาก็น่าจะโดนหนัก เลยคุยกันว่าเดี๋ยวหนูจะออกหน้าแทนให้แต่คราวหลังอย่าทำอีก ส่วนเรื่องเงินเขาไม่ได้เป็นคนบอกให้หนูจ่ายให้ แต่ทางฝั่งของแม่น้องผู้หญิงที่เสียหายเขาโมโหมาก จนจะเอาเรื่องไปถึงที่ทำงานแฟน หนูเลยค่อย ๆ เสนอเงินเพื่อที่จะได้รับผิดชอบสภาพจิตใจและร่างกายของผู้หญิงอีกคนโดยที่ไม่ได้ปรึกษาแฟนก่อน มีครั้งหนึ่งหนูบอกเลิกเขาเพราะหนูเปิดประตูห้องไปเจอเขามีอะไรกับผู้หญิงคนอื่น แล้วหนูก็กลับไปนอนที่บ้าน เช้าวันต่อมา เขาก็เข้ามานั่งคุยกับแม่ หนูเลยต้องตามน้ำไปและก็กลับไปกับเขา พอถึงห้อง หนูก็โดนเขาซ้อมเลยทันที เลยอยากจะปรึกษาพี่ ๆ ดีเจ ว่าหนูควรแต่งงานกับเขาดีไหมหรือควรเลิกให้เด็ดขาดไปเลย?’ เริ่มที่ “ดีเจเติ้ล” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘ทำไมหนูถึงให้คน ๆ นี้ยังอยู่ในชีวิตของหนูอีก หลังจากที่เขาทำร้ายหนูมาไม่รู้กี่ครั้ง หลังจากที่หนูต้องอยู่โรงพยาบาลเพื่อรักษาตัว หลังจากที่หนูเห็นเขามีอะไรกับคนอื่นต่อหน้าต่อตา หลังจากที่เขามาง้อแล้วพอหนูกลับไป เขาก็ทำร้ายหนูอีก ทำไมหนูถึงปล่อยให้คน ๆ นี้อยู่ในชีวิตของหนู พี่พยายามจะเข้าใจว่ามันคือความผูกพัน แต่มันคือความผูกพันแบบไหนอีกคนถึงต้องทำร้ายเราจนเราซี่โครงเคลื่อน พี่ว่ามันถึงเวลานานมากแล้วที่คนที่เขารักตัวเอง คนที่มีสติ เขาจะไม่ได้เอาความรักแบบใดก็ไม่รู้มาบอกกับตัวเองว่าเราต้องอยู่กับผู้ชายคนนี้เพราะว่าเราผูกพันกับเขา หนูบอกกับพี่ว่าหนูไม่อยากให้เขาดูไม่ดี แต่ตอนนั้นฟ้าไม่ได้มองดูตัวเองเลยเหรอว่าหนูเจ็บร่างกาย เจ็บใจขนาดไหน แล้วทำไมหนูถึงต้องปกปิดให้ผู้ชายคนนั้นอยู่อีก ตั้งแต่ที่พี่ฟังมา พี่ไม่รู้จริง ๆ ว่าอะไรที่ทำให้ฟ้ายังอยู่กับผู้ชายคนนี้ โดยที่ตัดสินใจแน่วแน่ไม่ได้ว่าจะเลิกกับเขา หนูเอาการเป็นแฟนกับเขาคนนี้ที่เป็นแฟนคนแรกและเป็นคนที่ยาวนานมาขังตัวเองและมาขอโทษกับอะไรก็ไม่รู้ ทั้งหมดทั้งมวลจะไม่มีใครช่วยหนูได้เลยถ้าหนูไม่ตัดสินใจที่จะออกมาเอง คนรักที่ดีเขาจะไม่ทำร้ายร่างกายกัน คนรักที่ดีจะไม่มีทางนอกใจกัน ทั้งหมดที่พูดไป สุดท้ายมันอยู่ที่หนูคนเดียวเลย หวังว่ามันจะมีอะไรมาทำให้หนูฟังสิ่งที่พี่พูดและคิดตามได้ในเร็ววัน’ ต่อมา “ดีเจเผือก” ได้ให้คำปรึกษาเสริมว่า ‘พี่พยายามคิดเข้าข้างคนที่ฟ้ารักมาก ๆ ว่าอะไรที่ทำให้ฟ้าอยู่กับคน ๆ นี้ และพี่เจอแค่เหตุผลเดียวคือเขาเป็นคนแรกและคนเดียวในชีวิต ฟ้าบอกว่าเขาดีมาก พี่ก็พยายามถามว่า “ดียังไง?” ซึ่งถ้ามนุษย์ปกติมาฟังความดีของเขา ทุกคนก็จะบอกว่า “ใครก็ทำได้ คนทั่วไปก็ทำได้” ฟ้าให้คุณค่าชีวิตตัวเองลิมิตถึงแค่ไหน เพราะนี่ก็เข้าโรงพยาบาลเดือนหนึ่งก็ทนมาได้ หรือชีวิตเราก็ให้เขาได้ ชีวิตฟ้าไม่ได้อยู่ที่ตัวฟ้าอีกต่อไปแล้ว ชีวิตฟ้าอยู่กับเขาเพราะว่าฟ้าใช้ชีวิตเขากำหนดชีวิตฟ้า มีแค่ภาวนาให้เขาดีขึ้น เพราะกับตัวฟ้ามันอาจจะเป็นแบบนี้ไปแล้ว ถ้าฟ้าให้ผู้ชายคนหนึ่งนำชีวิตอยู่ เราก็จะภาวนาให้เขาเปลี่ยนแปลงเป็นคนที่ดีขึ้นมาแทนแล้วกัน มันมีไม่กี่เรื่องหรอกที่เราไม่ควรทำกับคนที่เรารัก คือการทำร้ายร่างกายกับการนอกใจ ขอให้เขาเลิกพฤติกรรมนี้ได้และก็ขอให้ชีวิตฟ้าอยู่รอดปลอดภัย มีอะไรก็บอกพ่อกับแม่ ต่อให้เราไม่ได้อยู่ใกล้กันแต่เขาก็คงไม่อยากให้ใครทำร้ายลูกเขาขนาดนี้ ถ้าพาตัวเองออกมาไม่ได้หาคนช่วยดีกว่า จิตแพทย์ก็ได้ ฟ้าควรจะพึ่งใครสักคน’ สุดท้าย “ดีเจอ้อม” ได้ให้คำปรึกษาปิดท้ายว่า ‘ลองสมมติกลับกันดูว่ามีคนมาเล่าเรื่องนี้ให้ฟ้าฟัง หนูจะรู้สึกยังไง ถ้าหนูเป็นคนอื่นหนูจะตอบได้ แล้วอะไรที่พอมันเกิดขึ้นกับตัวเองแล้วเราทำไม่ได้ ในเมื่อมันเป็นเรื่องคนอื่น การบอกเลิกกลายเป็นเรื่องที่ง่าย มันเป็นความสัมพันธ์ที่มองง่าย ๆ ก็คือ Abusive Relationship มันคือการทำร้ายกัน และบางทีความสุขของหนูก็จะไปขึ้นอยู่กับความสุขของเขา เขามีความสุข หนูก็มีความสุข พี่ก็คิดเหมือนพี่เผือกว่า ถ้าหนูปรึกษาใครไม่ได้ ถ้าหนูกลัวว่าเขาจะมองแฟนหนูไม่ดี เราอาจจะยึดเขาเป็นหลักในเรื่องที่เราขาด สาเหตุของปัญหามันไม่ใช่แค่เรื่องของการที่เขาทำร้ายหนูภายนอก ที่หนูปล่อยให้เขาทำร้ายหนู หรือบางทีหนูอยากจะออกมาแต่อะไรที่ทำให้หนูยังออกมาไม่ได้ พี่คิดว่าถ้าหนูไปปรึกษาคนให้เป็นเรื่องเป็นราวและแก้พฤติกรรมหรือช่วยดูพฤติกรรมของหนู เขาจะได้ช่วยหนูออกจากปมปัญหาครั้งนี้ สำหรับพี่ พี่แนะนำให้หนูไปพบจิตแพทย์หรือนักจิตวิทยาเพื่อพูดคุยและพาหนูให้ออกมาจากปัญหานี้อย่างคนที่เข้าใจและไม่ตัดสินหนู แต่หนูต้องมี Commitment และไปเป็นประจำ ในเมื่อหนูยังมีเวลาให้ผู้ชายคนหนึ่งทำร้ายหนูได้ หนูเพิ่มเวลาอีกนิดนึงเพื่อดูแลตัวเองในทางกลับกัน พี่ว่าอันนี้จะดีกับหนูมากขึ้น’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 20.00 – 23.00 น. ทางรายกาวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

หนูชอบหนุ่มเทสเด็กสยาม แต่รู้สึกว่าตัวเองเหมือนสาวภูธรธรรมดาๆ ปัดแอปหาคู่ แมตซ์แล้วก็ไม่มั่นใจ แต่งตัวทั้งวันกว่าจะไปเดตกับเขาได้ เฟลสุดเคยโดน Unmatched อยากได้วิธีสร้างความมั่นใจให้สาวภูธรคนนี้หน่อยค่ะ

23 ธ.ค. 2024

หนูชอบหนุ่มเทสเด็กสยาม แต่รู้สึกว่าตัวเองเหมือนสาวภูธรธรรมดาๆ ปัดแอปหาคู่ แมตซ์แล้วก็ไม่มั่นใจ แต่งตัวทั้งวันกว่าจะไปเดตกับเขาได้ เฟลสุดเคยโดน Unmatched อยากได้วิธีสร้างความมั่นใจให้สาวภูธรคนนี้หน่อยค่ะ

“คุณเบสท์ (นามสมมติ)” อายุ 20 ปี สายที่สี่ในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคือวันพุธที่ [18 ธ.ค. 67] ได้โทรเข้ามาปรึกษา ‘ดีเจเผือก – ดีเจเติ้ล – ดีเจต้นหอม’ เกี่ยวกับปัญหาเราเป็นสาวภูธร แต่ชอบหนุ่มเทสสยาม โดย “คุณเบสท์ (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘หนูไม่มีแฟนมานานแล้ว หนูก็อยากมีแฟนสักที เพื่อนรอบข้าง มีแฟนกันหมดแล้ว เราก็อยากมีบ้าง แต่ด้วยความที่หนูเป็นสาวภูธร ชอบหนุ่มเชิ้ต กางเกงสแล็ค และหนูไม่ค่อยได้เจอใครทั้งเรียน ทั้งทำงานด้วย เจอคนน้อยมากหนูก็เลยไปโหลดแอปพลิเคชันนึงที่เป็นแอปหาคู่ หนูก็เลยไปโหลดมา ซึ่งตัวหนูเป็นคนที่ถ่ายรูปมีเทสนิดนึง แต่หนูไม่มีความมั่นใจ หนูไม่ได้เป็นคนเทสดีขนาดนั้น หนูจะมอมมากเลยบางวัน แต่ในโซเซียลจะแต่งตัวไปถ่ายรูปปกติเหมือนแบบ “เทสที่สร้างกับร่างที่เป็น” หนูเป็นคนที่แบ่งเวลาชัดเจน แล้วเวลาที่หนูทำอะไร หนูไม่มีเวลามานั่งแต่งตัว แต่ละวันขนาดหนูไปเรียน ไปทำงานหนูก็หน้าสด แล้วเวลาหนูไปเดตหนูก็จะไม่มีเวลาเตรียมตัว เพราะเลือกเครื่องสำอาง กระเป๋า รองเท้า นานมาก แล้วทีนี้เวลาหนูไปเดต กลับมาหนูจะได้เพื่อนพี่น้อง ไม่ได้แฟนสักคนและยิ่งกว่าทำให้หนูไม่มั่นใจกว่าเดิม คือบางคนเขา Unmatched หนูเลยนะ เวลาที่ไปเดตจะเป็นคนที่ไม่ค่อยพูดเลย เป็นคนที่ชวนคุยไม่เก่งแล้วหนูไม่รู้จะพูดอะไร ได้แต่นั่งยิ้ม รอให้ผู้ชายชวนพูดก่อน เลยอยากจะขอคำปรึกษาจากพี่ๆดีเจว่า “หนูไม่มีความมั่นใจ เลยอยากขอความมั่นใจในการเดต” ทางด้านดีเจทั้ง 3 ท่าน “ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม” หลังจากที่ได้พูดคุย และได้ดูรูปภาพของคุณเบสท์ ดีเจทั้งสาม ให้ความคิดเห็นไปในทางเดียวกันว่า ไม่ภูธร ออกจะเป็นแนวเด็กศิลปะด้วยซ้ำเธอดูมีคาแรคเตอร์เป็นของตัวเอง ไม่มอมถือว่าเป็นคนที่จัดจ้านปกติ ให้ตัดเรื่องความภูธรออกไปได้เลย คิดว่าภายนอกไม่เกี่ยว คิดว่าอาจจะต้องหานิสัยคนคุยที่เข้ากัน และประเด็นมันอยู่ตรงที่เราพูดไม่เก่ง ทำให้เราไม่มีเสน่ห์ ไปเดตกันแล้วให้เขาต้องพูดอยู่ฝ่ายเดียวเขาก็เหนื่อยนะ ตอนนี้มันอยู่ที่จังหวะกันเดตแล้วล่ะ คุยอะไรให้เขาเห็นแบบไหน? คิดว่าก็ต้องไปเจอคนที่เขาชอบแบบเรา แล้วต้องดูเรื่องของการพูดคุย ต่อให้เราคุยไม่เก่งมันก็ต้องมีคนที่ชอบเราในแบบที่เราเป็น ลองเป็นตัวของตัวเองดู อย่าท้อมันแค่อาจจะยังไม่เจอ ถ้าคิดรักทางออนไลน์แล้วต้องอดทน แล้วก็อาศัยการนัดเดตในการพัฒนาตัวเองทำให้เราคุยเก่งขึ้น แล้วเวลาไปเดตต้องอยากรู้จักเรื่องของเขาบ้างเรียนรู้ในตัวเขา ใส่ใจเรื่องของเขาให้มากว่าของเรา จะทำให้คุยสนุกกว่าเรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

album
♪efm
-

-